วานนี้ (6 กุมภาพันธ์) ในการปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายของพรรคภูมิใจไทย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมกล่าวว่า เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยต้องบอกว่าไม่เคยตื่นเต้นเท่านี้
พรรคภูมิใจไทยรับใช้ประเทศ และบ้านเมืองนี้มา 17 ปีแล้ว ทราบดีว่าในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา ปีนี้หนักกว่าทุกปี เพราะปีนี้เล่นเกมเป็นนายกรัฐมนตรี ตนจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการให้พวกเราทุกคนในห้องนี้และประชาชนคนไทยเห็นว่าพวกเราดีพอ คู่ควร ในการเป็นพรรคการเมืองหลักที่จะเป็นที่พึ่งหวังพึ่งพิงของประชาชนชาวไทยได้
รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/
เชื่อว่าชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ตนเป็นหัวหน้าพรรคมาในเดือนกันยายน 2555 พรรคภูมิใจไทยไม่เคยเล็กลง มีแต่ใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง มีข้อยกเว้นที่คราวนี้พรรคภูมิใจไทยจะใหญ่ขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่าตัว
อนุทิน กล่าวด้วยว่า ความพยายามในการพัฒนาตัวเอง และยกระดับการทำงานของพรรคภูมิใจไทย ทั้งในมิติด้านนโยบาย วิธีคิด และการปฏิบัติที่จะจัดวางตัวบุคลากร เพื่อมาบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้คนไทยเห็นว่าความเป็นพรรคภูมิใจไทย เราพร้อมที่จะเป็นผู้นำเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง การพัฒนาบ้านของเรา ซึ่งก็คือประเทศไทยให้เป็นบ้านที่ทุกคนมีความภาคภูมิใจไปด้วยกัน
วันนี้พรรคภูมิใจไทยจึงขอมาพบกับประชาชนอีกครั้งโดยการนำเสนอบนเวทีแห่งนี้ ซึ่งอาจเป็นการสรุปสิ่งที่เราได้ทำมา และได้ร่วมกันออกไปในทุกพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อขอความสนับสนุนความไว้วางใจจากประชาชนชาวไทยให้เลือกพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้
อนุทินกล่าวอีกว่า ทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมถึงทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ได้นำเสนอสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยจะกระทำเมื่อได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหล่านี้เป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้ร่วมกันทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวไทย ทดลองงานมา 4 เดือน ขอทำงานจริงอีก 4 ปี
พรรคภูมิใจไทยได้วางนโยบาย 4 แกนหลัก เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง ได้แก่ แกนด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยพิบัติ และคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงได้ให้เฟืองจักรสำคัญของแกนเหล่านี้มาพบกับประชาชนในวันนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าแกนเหล่านี้จะถูกขับเคลื่อนไปในจังหวะที่พร้อมกัน เพื่อให้เฟืองจักรทุกตัวจะได้ทำงานด้วยประสิทธิภาพที่สูงที่สุด
ก่อนเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน ในวันนี้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยมาบอกกับประชาชนว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เหมือนเดิมแน่นอน สิ่งที่เปลี่ยนไปมากๆ คือวิธีคิดและวิธีการทำงานของพวกเรา จากที่ใครเคยพูดว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นแค่พรรคบ้านใหญ่ ก็พูดไม่ผิดแต่คิดผิด พรรคบ้านใหญ่มาแค่ช่วยคน และดูแลคนในพื้นที่ คิดเรื่องโครงสร้างไม่เป็น
แต่ทั้ง 3 คนได้พิสูจน์แล้วว่าโครงสร้างพรรคภูมิใจไทยที่คิดให้กับประเทศไทยแน่นยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กตึก 50 ชั้น รับรองว่าไม่ถล่มลงมาแน่นอน ที่ถล่มลงมาไม่ใช่ที่พรรคภูมิใจไทยลงนามแน่นอนวิศวกรใหญ่อยู่ตรงนี้จะไม่ให้โครงสร้างมาขย่มขวัญประชาชน
ความเป็นพรรคบ้านใหญ่ มีคำจำกัดความของความเป็นพรรคบ้านใหญ่ นั่นคือการดูแลคนในพื้นที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทุกคนไม่เคยเป็นเจ้าคนนายคน และต้องมีหน้าที่เอาใจใส่ให้กับชาวบ้านในทุกกิจกรรมที่เป็นชีวิตประจำวัน เราอยู่กับพี่น้องประชาชนตลอดเวลา และมีความภาคภูมิใจที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นพรรคบ้านใหญ่
อนุทิน กล่าวด้วยว่า เราจะเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยต่อไป โดยการมาทำงานมากขึ้นมีคำว่าพลัส เช่น นโยบายเท็นพลัส และไทยแลนด์พลัส เราจะสร้างทุกช่องทางให้ประชาชนมีโอกาสสร้างรายได้ และเพิ่มโอกาสทุกครอบครัว โดยจะให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมขาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาด รถ EV เทคโนโลยี AI รวมถึงเศรษฐกิจสีเขียวให้ผู้ประกอบการไทยเป็นได้ทั้งผู้ผลิตและผู้ขายที่ผ่านได้ทุกประตูติดกับดักจากอุปสรรคทางการค้า และเรากำลังผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิก OECD ให้ไทยไปยืนอยู่ในกลุ่มของประเทศที่พัฒนาแล้ว เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขัน และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้ผ่านได้ทุกอย่าง
นอกจากนี้ จะพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้ทันสมัย เด็กๆ ของเราต้องได้เรียนฟรี รวมถึงคนไทยที่ยังใฝ่หาความรู้ก็จะได้เพิ่มความรู้ และทักษะในทุกช่วงวัย คนทำงานก็จะได้รับทักษะใหม่ ๆ ให้มีความพร้อมเสมอกับตลาดงานแห่งอนาคต หรือแม้กระทั่งคนที่จะมาเป็นรั้วของชาติ เพื่อการปกป้องอธิปไตยของประเทศ พรรคภูมิใจไทยก็ได้กำหนดนโยบายทหารอาสาเพื่อให้กำลังพลของกองทัพเราเป็นผู้ที่มีความพร้อมทางด้านทักษะ การปกป้องดินแดน และมีความชำนาญด้านวิชาชีพในการดูแลประชาชน และยังทำให้ประเทศไทยของเรามีทหารที่อยากเป็นทหารไว้ดูแลแผ่นดินของพวกเรา
อนุทิน กล่าวถึงกรณีที่ The Financial Times ให้ไทยกลายเป็นเสือป่วยแห่งเอเชีย จึงอยากจะบอกว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับเข้าไปบริหารประเทศอีก จะไม่มีวันยอมรับตำแหน่ง คนป่วยแห่งเอเชีย เป็นอันขาด และนอกจากจะไม่เป็นคนป่วยแห่งเอเชียแล้ว จะเป็นคนที่แข็งแรง มีพลังเป็นประเทศที่ใคร ๆ ในโลกนี้ต้องมาเป็นพันธมิตรในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจไปด้วยกัน ยืนยันจะไม่ยอมให้ประเทศไทยเป็นผู้ที่ถูกกำหนดกฎเกณฑ์ใดๆ ที่ไม่ก่อประโยชน์และลบศักยภาพของประเทศไทยอย่างแน่นอน
ในระบบของภูมิรัฐศาสตร์ที่ประเทศไทยมีความเข้มแข็งหลายด้าน พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ประเทศไทยเป็นผู้ที่ถูกกำหนดกฎเกณฑ์ที่ไม่ก่อประโยชน์ และลดศักยภาพของประเทศไทยอย่างแน่นอน ถ้าประชาชนให้ตนกลับมาบริหารประเทศอีกครั้งเราจะเห็นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งอุตสาหกรรมใหม่ๆ จะเกิดขึ้นมีอนาคตที่ดีขึ้น และนโยบายประชานิยมในอดีตไม่ตอบโจทย์ เชื่อว่านโยบายประชานิยมแจกเงินอย่างเดียวกำลังจะส่งผลเสียกับประเทศไทยในระยะยาว
สิ่งเหล่านี้ถูกทำมาก็เพียงเพื่อแลกกับประโยชน์ และความได้เปรียบทางการเมืองในระยะสั้น สุดท้ายคนที่ต้องจ่าย และคนที่ถูกเช็คบิลก็คือคนไทยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย หากพรรคยังคงนำเสนอนโยบายแบบเน้นรายจ่ายประชานิยมไม่หาโอกาสให้กลับประเทศไทย ประเทศไทยก็จะประสบปัญหามากขึ้น พรรคภูมิใจไทยเชื่อในทฤษฎี ‘หาเบ็ดให้คนไปตกปลา ไม่ใช่หาปลาไปแจกให้คน’
สถานการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบันที่ถูกล้อมและถูกกดดัน ซึ่งเต็มไปด้วยการแข่งขันหากเลือกผู้บริหารที่มีความพร้อม มีความรู้และเคยทำงานประสบผลสำเร็จมาแล้ว โอกาสที่จะทำความสำเร็จต่อไปให้กับประเทศไทย รับรองว่ามีให้มากกว่าคนที่ไม่เคยทำ และไม่มีประสบการณ์
ประเทศไทยของเราไม่ใช่ที่ฝึกงานไม่ใช่ที่ทดลองงานของมือใหม่ที่ไม่เคยทำงานระดับประเทศมาก่อน เราจะฝากอนาคตของประเทศไว้กับมือใหม่หรือฝากไว้กับมืออาชีพที่มีความพร้อม รอบนี้พรรคภูมิใจไทยพร้อมนำเสนอมืออาชีพมาให้ประชาชนพิจารณาการมีผู้บริหารใหม่ๆ คนใหม่ๆ เข้ามาอยู่ในพรรคภูมิใจไทยทั้งมาจากภาคที่เป็นมืออาชีพ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ มันได้ทำให้วิธีคิดในการทำงานของพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก เรามีพลังมากขึ้น คิดกว้างขึ้น และคิดใหญ่ขึ้น
วันนี้ประเทศไทยรอไม่ได้ และประเทศไทยเสี่ยงไม่ได้อีกแล้ว เมื่อคนของพรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานประเทศไทยจะไม่เสี่ยงตกขบวนโลกหรือกลับไปสู่วงจรของความขัดแย้งเดิม ๆ และอย่าไปเสี่ยงกับผู้บริหารประเทศที่ขาดประสบการณ์ และจะไม่เสี่ยงกับการทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงจะไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตย ดังนั้น หากเลือกภูมิใจไทยประเทศไทยไม่ต้องเสี่ยง
อนุทินย้ำว่า วันนี้ประเทศไทยจะมีรัฐบาลที่ทดลองงานหรือฝึกงานไม่ได้ และคนไทยจะทะเลาะกันไม่ได้ วันนี้ประเทศไทยแบกความเสี่ยงไม่ได้อีกแล้วหากประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยประเทศไทยก็จะไม่มีความเสี่ยงเหล่านี้ และประเทศไทยต้องการความร่วมมือความสามัคคีการทำงานกันอย่างเป็นเอกภาพจากทุกฝ่าย ตนจะทำงานอย่างสุดความสามารถกับทีมของตนให้สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นกับประเทศของเรา
อนุทิน กล่าวย้ำว่า เรื่องสุดท้ายที่อยากพูดให้ชัดเจน คือ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอยืนยันว่า หากกัมพูชาไม่รุกรานไทย ไทยก็จะไม่มีปัญหาใด ๆ การปะทะกันทั้ง 2 ครั้ง รอบแรกตกลงแบบค้างคา เพราะรัฐบาลในขณะนั้นทำข้อตกลงหยุดยิง ก่อนที่กองทัพจะจบภารกิจ นำมาสู่การยั่วยุของฝ่ายตรงข้ามและสู่เหตุที่ต้องปะทะกันอีกรอบหนึ่ง และในที่สุดก็มีรอบที่ 2 ซึ่งตนเองดันมาเป็นนายกรัฐมนตรี
“แต่ความเป็นนายกฯ ของมันต่างตรงที่รัฐบาลของผมสนับสนุนให้กองทัพปฏิบัติภารกิจจนบรรลุเป้าหมาย การทำงาน การทำงานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทำให้เราได้แผ่นดินไทย ที่เคยถูกรุกรานกลับมาเป็นของไทยได้ทั้งหมด สิ่งที่ได้กราบเรียนมานี้สมควรแล้ว สมควรแล้วที่ทุกคนจะตะโกนว่า ภูมิใจไทย แต่ไม่ใช่ภูมิใจไทยที่เป็นพรรคการเมือง แต่เป็นภูมิใจไทยที่ประเทศของไทย ไม่มีการสูญเสียอธิปไตยและดินแดนแม้แต่น้อย และประเทศไทยสามารถสถาปนาความมั่นคงเหนือดินแดนที่เป็นของเราได้โดยสมบูรณ์ เพราะถูกสนับสนุนและกระทำโดยรัฐบาลของท่านชุดนี้”
อนุทิน กล่าวต่อว่า วันนี้ข้อตกลงหยุดยิงที่รัฐบาลชุดนี้ทำ มุ่งเน้นในเงื่อนไข และวันที่ลงนามใครอยู่ตรงไหนต้องอยู่ตรงนั้น ห้ามลุกล้ำเข้ามาอีก และยิ่งไปกว่านี้ไม่ต้องห่วงว่าจะมีรอบ 3 จนทำให้ไม่สามารถเลือกตั้งได้ ยืนยันว่าการเลือกตั้งมีแน่ เพราะรัฐบาลได้จัดเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบไว้แล้ว ขอให้พวกท่านออกไปเลือกตั้งกันเยอะ ๆ ให้การเลือกตั้ง เป็นไปด้วยความราบรื่น ให้ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย หลังการเลือกเป็นไปด้วยความใสสะอาด
“ขอให้ไว้วางใจอนุทิน ขอให้ไว้วางใจพรรคภูมิใจไทยในเรื่องนี้ ขอให้ลงคะแนนให้เบอร์ 37 เพื่อให้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ยังคงปกป้องอธิปไตยของชาติและรักษาผืนแผ่นดินไทย เลือกพรรคภูมิใจไทย จะไม่มีใครคิดรุกรานประเทศไทยได้อีก จะเอารัฐบาลที่เขมรกลัวหรือรัฐบาลที่กลัวเขมร ไม่อยากได้สิ่งหลังเลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37”
อนุทิน ทิ้งท้ายด้วยว่า จะจบแล้ว ขอเปิดข่าวดี ขอประกาศวันนี้ตรงนี้ หากพรรคภูมิใจไทย กลับมาเป็นรัฐบาล อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระทรวงเหล่านี้ภูมิใจไทยจองแล้ว ใครก็มาไม่ได้ หากได้กลับมาเป็นรัฐบาล มาแพ็ก 4 แน่นอน รัฐบาลจะยกเลิก MOU 44 ทันที ไม่มีคำว่า 50-50 เพราะไอ้นั่นคือนโยบายคนละครึ่งพลัสของเอกนิติเขาไว้สำหรับคนไทย ไม่ใช่ไว้สำหรับกัมพูชา
ดังนั้น เรื่องผลประโยชน์ 50-50 จากการแบ่งทรัพยากรในทะเล ตามที่เคยมีรัฐบาลเสนอไว้ จะไม่มีอีกต่อไป ส่วน MOU 43 จะขอให้สีหศักดิ์ ว่าที่รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย และถ้าผมไม่ตกกระป๋องเสียก่อนท่านก็เป็นนายกฯ จะขอให้ท่านได้เร่งดำเนินการให้กระทรวงการต่างประเทศและกองทัพนำเสนอแนวทางมาให้รัฐบาลพิจารณาและจะตัดสินใจให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและประเทศชาติ แต่สิ่งที่ยืนยันได้เลยแล้วพูดได้เลย คือประเทศไทย จะไม่มีวันเสียเปรียบและเสียดินแดน ภายใต้รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


