วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมกรุงเทพ พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า การปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยในวันพรุ่งนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ขอเชิญชวนประชาชนที่อยากให้กำลังใจสามารถไปฟังปราศรัยได้ รวมถึงการรับฟังนโยบายสำคัญของพรรคภูมิใจไทย โดยอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะนำทีมปราศรัยด้วยตัวเอง รวมถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งแต่ละคนจะได้เล่าประสบการณ์การทำงานของตัวเองว่าได้ทำอะไรไปบ้าง
สิ่งสำคัญคือ หากเลือกพรรคภูมิใจไทยไปเป็นรัฐบาล และให้อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่เหลือก็จะไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี โดยสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว จะดูแลกระทรวงการต่างประเทศ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะดูแลเรื่องการค้า เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จะกำกับดูแลด้านการคลัง ซึ่งทั้งหมดจะถือเป็นภารกิจที่ทุกคนจะเล่าให้ฟังว่า หากได้เป็นรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อ
รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/
ประเทศไทยที่ผ่านมาเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและปัญหาของประเทศมากมาย จึงต้องมีภารกิจในการฝ่าฟันปัญหาเหล่านี้ และทุกคนจะเล่าเป็นภาคที่ 2 ต่อจากการปราศรัยที่สวนลุมพินีก่อนหน้านี้ เนื่องจากเวทีสวนลุมพินีเป็นการเล่าถึงปัญหาที่ผ่านมา ว่ามีอะไรต้องแก้ แต่ในวันพรุ่งนี้ มืออาชีพแต่ละคนจะมาอธิบายว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ถือเป็นการเฉลยคำตอบว่า หากได้บริหารบ้านเมืองจะทำอย่างไร
ส่วนการตัดสินใจของประชาชน ส่วนตัวเชื่อว่าขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่ตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกใคร แต่ในวันพรุ่งนี้จะมาย้ำอีกครั้งว่า หากตัดสินใจแล้วก็อย่าอยู่แต่ที่บ้าน ต้องออกไปใช้สิทธิ์เลือกภูมิใจไทยด้วย
ทั้งนี้ การปราศรัยจะไม่พูดเรื่องการแบ่งสีแบ่งฝ่าย แต่จะเน้นนโยบายเป็นหลัก โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยต้องไม่ถูกลบออกจากแผนที่ทางเศรษฐกิจ และในด้านความมั่นคงก็ต้องไม่มีการเสียดินแดนแต่อย่างใด
ส่วนคำถามเรื่องการสั่งเวทีปราศรัยของแต่ละพรรคการเมืองจะเป็นการวัดค่านิยมหรือไม่ ศุภมาส กล่าวว่า ไม่ใช่แค่เวทีปราศรัย หรือการเดินหาเสียงแบบออร์แกนิคของหัวหน้าพรรคเท่านั้น แต่ทั้งหมดถือว่าต่างจากปี 2566 เพราะขณะนี้มีคนรู้จักพรรคภูมิใจไทยมากขึ้น มีทั้งคนรักและคนชอบมากขึ้น จึงขอให้ความรักและความชอบเหล่านั้นแปรเป็นพลังออกไปเลือกตั้ง
ศุภมาส กล่าวต่อว่า มีประชาชนจำนวนมากกังวลว่าบ้านเมืองจะมีความเสี่ยง ซึ่งบ้านเมืองเสี่ยงไม่ได้ และหลายคนก็กังวลว่าจะไม่ได้มืออาชีพมาทำหน้าที่ จึงขอให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
สำหรับกรณีคำพูดว่าให้เลือกพรรคที่รักชาติ อย่าไปเลือกพรรคที่ไม่รักชาติ หรือไม่เลือกเราเขามาแน่ ศุภมาส กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้ผ่านไปแล้ว ในสัปดาห์สุดท้าย โค้งสุดท้าย ต้องพูดเรื่องนโยบายอย่างเดียว เน้นย้ำว่า หากรักและชอบนโยบายของพรรคภูมิใจไทย และเชื่อถือได้ในทีมมืออาชีพ นโยบายที่สวยหรูใครๆ ก็พูดได้ แต่เมื่อถึงเวลาปฏิบัติจริง ใครจะเป็นคนทำและทำได้จริงหรือไม่ ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าการที่พรรคภูมิใจไทยเข้ามาบริหารประเทศ ภายใต้การนำของอนุทิน ทำให้นโยบายต่าง ๆ เกิดขึ้นจริง เช่น คนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นนโยบายที่อยู่ในใจของประชาชน
พรรคภูมิใจไทยย้ำมาโดยตลอดว่า ไม่ได้ให้ปลา แต่ให้เบ็ดและสอนให้ประชาชนมีวินัยทางการเงินการคลัง พรรคใช้เงินหาเสียงน้อยมาก และไม่มีนโยบายประชานิยม เพราะถือเป็นการสอนและให้ความรู้ประชาชนในเรื่องการหาเงินและการเก็บเงิน เพื่อให้อยู่รอดได้ ไม่ใช่แค่ในประเทศ แต่ในเวทีโลก
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับปัญหาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องเข้ามาจัดการอย่างจริงจัง เอกนิติ เคยพูดถึงนโยบาย ‘เทนพลัส (10+)’ ด้านเศรษฐกิจ ขณะที่สีหศักดิ์ และศุภจี ดูแลด้านการต่างประเทศและการค้า ดังนั้น หากได้อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี และอีกสามคนเป็นทีมบริหาร จะทำให้ประเทศไทยไร้ความเสี่ยง ส่วนผลการเลือกตั้ง มั่นใจว่าจะปักธงในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ แต่จะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชน จึงขอให้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มากที่สุด
เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


