เช้านี้ บาทเปิด ‘แข็งค่า’ หลังตลาดรู้ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ กรุงไทยเผย จากสถิติในอดีต เงินบาท (USDTHB) มีแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้นเข้าใกล้โซนแนวรับที่ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วง 1 เดือน หลังการเลือกตั้ง
วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.42 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 31.67 บาทต่อดอลลาร์ พร้อมมองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 31.00-32.00 บาท/ดอลลาร์
โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นส่วนหนึ่งมาจากราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ตามความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ส่วนเงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลงบ้าง หลังเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้างเช่นกัน หลังรับรู้ผลการเลือกตั้งญี่ปุ่น ที่พรรค LDP และพันธมิตร สามารถคว้าเสียงข้างมากในสภาแบบ Supermajority (เกิน 2 ใน 3 ของสภา)
จับตลาดตอบรับรัฐบาลอนุทิน 2.0 ‘บวก’ อาจหนุนให้เงินบาทแข็งค่า
พูนกล่าวต่อว่า ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 23.30 น. ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แม้จะยังคงสอดคล้องกับ กรณีฐาน (Base Case) ที่ Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า อาจเห็นการจัดตั้งรัฐบาล Anutin 2.0 ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับพันธมิตร ทว่า พรรคภูมิใจไทยสามารถทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดไว้มาก ทำให้อาจไม่จำเป็นต้องมีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล เนื่องจากเสียงของพรรคภูมิใจไทยและพันธมิตรได้เกินกึ่งหนึ่ง
โดย Krungthai GLOBAL MARKETS คงมองว่า ในกรณีฐานนั้น บรรดาผู้เล่นในตลาดอาจตอบรับในเชิงบวก หนุนให้เงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง (อาจเคลื่อนไหวระหว่าง Median และ การแข็งค่าระดับ 90th percentile ของสถิติ) สอดคล้องกับสถิติในอดีตในช่วงการเลือกตั้ง
อย่างไรก็ดี ควรระวังความผันผวนของค่าเงินบาทที่จะสูงขึ้นได้ ไม่ยาก ในช่วงหลังเลือกตั้ง โดยเฉพาะในจังหวะที่ตลาดการเงินโลกอาจเผชิญความปั่ นป่ วนจากประเด็นการเมืองญี่ปุ่ น และการปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้ มดอกเบี้ยของ FED หลังรับรู้ รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ
พูนยังกล่าวอีกว่า จากสถิติในอดีต เงินบาท (USDTHB) มีแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้น จากโซน 31.55 บาทต่อดอลลาร์ เข้าใกล้ โซนแนวรับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ในช่วง 1 เดือน หลังการเลือกตั้งได้
เปิดปัจจัยอาจดัน ‘บาทอ่อน’ ค่า
อย่างไรก็ตาม Krungthai GLOBAL MARKETS ยังมองว่า การที่เงินบาทจะกลับมาอ่อนค่าลงได้อย่างต่อเนื่องนั้น จะต้องเห็น 3 ปัจจัย ดังนี้
1. การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดที่ชัดเจน ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งและดีกว่าคาดมาก
2. การปรับตัวลดลงต่อเนื่องของราคาทองคำ หรือ ราคาทองคำเข้าสู่ช่วงการพักฐานใหม่ นอกจากนี้ หากราคาทองคำเร่งตัวสูงขึ้น ก็สามารถกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้เช่นกัน ผ่านโฟลว์ธุรกรรมไล่ราคาซื้อทองคำ หรือ Fear of Missing Out Buying Flows (FOMO Buy)
3. ปัจจัยภายในประเทศ ซึ่งควรจะต้องเห็นความเสี่ยงที่รุนแรงต่อปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ เช่น การท่องเที่ยว การส่งออก อาทิ มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต่อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และSemiconductor หรือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ นักลงทุนต่างชาติแห่เทขายสินทรัพย์ไทย เช่น วิกฤตการเมือง
เปิดแนวโน้มเงินบาทสัปดาห์นี้
สำหรับสัปดาห์นี้ (9-13 ก.พ.) รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้ ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ พร้อมระวังความผันผวน หลังรู้ผลการเลือกตั้งของญี่ปุ่นและไทย รวมถึง สถานการณ์ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จากความตึงเครียดสหรัฐฯ – อิหร่าน
ขณะที่ในฝั่งไทย ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือนมกราคม พร้อมรอติดตามทิศทางการเมืองไทย หลังเริ่มรู้ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ที่พรรคภูมิใจไทยจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ สอดคล้องกับคาดการณ์ของเราที่ได้ประเมินไว้
นอกจากนี้ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่กลับมาร้อนแรงในช่วงนี้ อาจหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำและเงินบาทได้ แต่เราขอเน้นย้ำว่า ราคาทองคำยังอยู่ในช่วงการพักฐาน ทำให้อาจมีจังหวะย่อตัวลงต่อได้ไม่ยาก หากตลาดคลายกังวลความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ หรือ เงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น (ในกรณีที่ ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด) ทำให้ เงินบาทยังเสี่ยงผันผวนสูงและอาจแกว่งตัวในกรอบกว้างได้
และที่สำคัญ เรามองว่า ควรระวังความผันผวนในตลาดค่าเงิน หากเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงหนัก หลังรู้ผลการเลือกตั้งญี่ปุ่น ทำให้ทางการญี่ปุ่น (และอาจมีทางการสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย) แทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น ซึ่งอาจเกิดขึ้นในช่วงวันพุธนี้ ที่เป็นวันหยุดของตลาดการเงินญี่ปุ่นและตลาดจะรับรู้รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ
ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทอาจแกว่งตัว Sideways หรือทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ส่วนในแนวโน้มระยะกลางนั้น (ประเมินด้วย Time Frame Weekly) เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.80 บาทต่อดอลลาร์ และเราจะปรับมุมมองต่อแนวโน้มเงินบาทใหม่ หากสามารถอ่อนค่าทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ แถวโซน 32.00-32.10 บาทต่อดอลลาร์


