Apple ประกาศเตรียมย้ายฐานการผลิตคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป Mac Mini บางส่วนจากเอเชียกลับมายังสหรัฐอเมริกา โดยถือเป็นความพยายามครั้งล่าสุดในการดึง ‘ห่วงโซ่อุปทาน‘ ขนาดใหญ่ของบริษัทกลับคืนสู่ประเทศบ้านเกิด
ซาบิห์ ข่าน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Apple เปิดเผยกับ The Wall Street Journal ว่า สายการผลิตใหม่จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายปีนี้ที่โรงงานของ Foxconn ซึ่งตั้งอยู่ในตอนเหนือของเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส
โครงการนี้ประกอบด้วยอาคารหลักสองหลัง โดยอาคารแรกใช้ประกอบเซิร์ฟเวอร์ AI ขั้นสูง ส่วนอีกอาคารที่เป็นโกดังขนาดใหญ่จะถูกปรับปรุงพื้นที่กว่า 220,000 ตารางฟุตเพื่อรองรับกระบวนการผลิต Mac Mini โดยเฉพาะ
การตัดสินใจครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ว่าบริษัทจะทุ่มเม็ดเงินลงทุนในสหรัฐฯ เป็นมูลค่าสูงถึง 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 18.64 ล้านล้านบาท) ภายในระยะเวลา 4 ปี คำมั่นสัญญาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลทรัมป์กดดันให้บริษัทต่างๆ เพิ่มการลงทุนในประเทศ โดยบริษัทที่ตอบรับได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรเป็นการตอบแทน
สำหรับ Mac Mini ถือเป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปขนาดกะทัดรัดที่มีราคาเข้าถึงง่าย โดยเริ่มต้นที่ 600 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.86 หมื่นบาท) แต่ยังคงเป็น ‘สินค้าเฉพาะกลุ่ม’ ที่ทำยอดขายได้น้อยกว่า 5% ของยอดขาย Mac ทั่วโลก และคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของยอดขายรวมทั้งหมด
สินค้ารุ่นนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มนักพัฒนาแอปพลิเคชันและผู้ที่ต้องการใช้งานซอฟต์แวร์ AI บนเดสก์ท็อป โดยสายการผลิตในสหรัฐฯ จะเน้นตอบสนองความต้องการในประเทศ ขณะที่การผลิตส่วนใหญ่ในเอเชียจะยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ
ก่อนหน้านี้ Apple เคยพยายามผลิตคอมพิวเตอร์ Mac Pro ที่โรงงานในเมืองออสตินเมื่อปี 2013 แต่กำลังการผลิตกลับลดลงอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ข่านระบุว่า Apple มั่นใจมากขึ้นในการคาดการณ์ดีมานด์ระยะยาวของ Mac Mini เนื่องจากเป็นที่นิยมมากกว่า Mac Pro ซึ่งเป็นสินค้าที่มีราคาแพงที่สุดของแบรนด์
ทิม คุก ซีอีโอของ Apple โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “ในฐานะส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นมูลค่า 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ Mac mini จะถูกผลิตในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในช่วงปลายปีนี้”
คุกยังระบุเพิ่มเติมว่า “เรากำลังเร่งความก้าวหน้าให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI ให้มากขึ้น และเปิดศูนย์การผลิตขั้นสูงแห่งใหม่ของ Apple เพื่อการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ”
ศูนย์ฝึกอบรมการผลิตขั้นสูงดังกล่าวจะมีพื้นที่ 20,000 ตารางฟุตในฮิวสตัน ซึ่งจะเปิดให้บริการในช่วงปลายปีนี้ เพื่อสอนเทคนิคและนวัตกรรมการผลิตแบบเดียวกับที่ใช้สร้างผลิตภัณฑ์ของ Apple ให้กับนักศึกษา พนักงานของซัพพลายเออร์ และธุรกิจอเมริกัน
ที่ผ่านมา Apple ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากกำแพงภาษีในสมัยที่สองของทรัมป์ โดยต้องจ่ายเงินไปแล้วกว่า 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.02 แสนล้านบาท) นับตั้งแต่ประธานาธิบดีเริ่มบังคับใช้มาตรการดังกล่าวเมื่อปีที่แล้ว
แม้ศาลฎีกาจะตีตกนโยบายภาษีนำเข้าของทรัมป์ไปเป็นส่วนใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่เมื่อทรัมป์ออกมาตำหนิคำตัดสินดังกล่าว พร้อมประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีทั่วโลกในอัตรา 10% ก่อนจะประกาศเพิ่มเป็น 15% ในวันเสาร์ (21 ก.พ.) ที่ผ่านมา
ในเดือนสิงหาคม คุก ได้ไปปรากฏตัวที่ทำเนียบขาวร่วมกับทรัมป์เพื่อประกาศเม็ดเงินลงทุนงวดแรก 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.10 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงบ 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ คุกเคยบริจาคเงินส่วนตัว 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31.08 ล้านบาท) ให้กับคณะกรรมการจัดงานสาบานตนของทรัมป์
แม้ทำเนียบขาวจะรีบชี้ให้เห็นว่านโยบายของทรัมป์สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสหรัฐฯ ได้จริง แต่นักวิเคราะห์เตือนว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของ Apple อย่างเป็นรูปธรรมนั้นจำเป็นต้องใช้เวลา
ปัจจุบัน Apple มีรายได้ประมาณครึ่งหนึ่งจากการขาย iPhone ที่ผลิตในจีน, เวียดนาม และอินเดีย โดยบริษัทต้องนำเข้า iPhone กว่าครึ่งหนึ่งสำหรับตลาดสหรัฐฯ จากอินเดีย ขณะที่สินค้าอื่นๆ อย่าง Mac หูฟัง AirPods และนาฬิกาอัจฉริยะส่วนใหญ่ยังคงต้องพึ่งพาฐานการผลิตจากเวียดนาม
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 31.08 บาท ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569
ภาพ : Hadrian / Shutterstock
อ้างอิง:


