วันนี้ (11 มกราคม) เวลา 11.35 น. อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย, ศุภจี สุธรรมพันธุ์, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย, ศุภมาส อิศรภักดี, เอกนัฏ พร้อมพันธุ์, วราวุธ ศิลปอาชา ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ พร้อมด้วย ฤกษ์อารี นานา ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคภูมิใจไทย เขต 4 จตุจักร-หลักสี่ ลงพื้นที่หาเสียงใน ตลาด อ.ต.ก.
อนุทิน พร้อมด้วยผู้สมัคร แกนนำ และทีมเศรษฐกิจ ได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้า และได้แวะร้านขนม ชิม แปะก๊วย บอกว่า กินทุกวันทุกเช้า กินแล้วความจำดี แม่ค้าบอกว่า กินแล้วขอให้เป็น นายกฯ
ขณะที่บรรยากาศตลอดการเดินตลาด มีทั้งพ่อค้าแม่ค้า ประชาชน เดินมาทักทาย และขอถ่ายภาพร่วมกับอนุทิน สีหศักดิ์ เอกนิติ ศุภจี และมีหลายครั้งที่วราวุธ รับบทเป็นช่างภาพคอยถ่ายภาพให้ และประชาชนหลายคนได้เชียร์ให้ โครงการคนละครึ่งพลัส ให้กลับมาทำอีก พร้อมบอกว่า “รออยู่นะ 2,000 บาท เพราะในช่วงที่มีโครงการนั้นทำให้ขายดีมาก”
ขณะที่อนุทิน ถามชาวบ้านว่า เชียร์แล้วรู้ไหมว่า เบอร์พรรคภูมิใจไทยเบอร์อะไร ชาวบ้านตอบถูก ทำให้อนุทิน หัวเราะชอบใจ แล้วบอกว่า ดีมาก และแม่ค้าได้ชมศุภจีว่า เก่ง จะเลือกพรรคภูมิใจไทยก็เพราะศุภจี อนุทินบอกว่าให้รอวันที่ 8 กุมภาพันธ์ และยังพบว่ามีกลุ่มประชาชนมายืนรอให้กำลังใจ พร้อมตะโกนว่า “ภูมิใจไทย พลัสๆ”
จากนั้นอนุทิน ชิมน้ำมะนาว และได้ซื้อน้ำมะนาวจากแม่ค้า โดยแม่ค้าบอกว่าจะไม่รับเงิน แต่อนุทิน บอกว่าไม่รับไม่ได้ เราตรงไปตรงมา จากนั้นเอกนิติ ได้บอกกับแม่ค้าว่า ในอนาคต พรรคภูมิใจไทย จะมีโครงการชุมชนพลัส โดยให้ชาวบ้านนำสินค้าของดีในชุมชนมาขายเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการกระจายรายได้
จากนั้น อนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงในวันนี้ ว่า ได้เติมเต็มแล้ว เพราะนำคนที่มีความรู้ความสามารถมาทำงานที่ตรงสาขาตรงอาชีพ และให้อำนาจเต็มที่ในการปฏิบัติงาน ส่วนมั่นใจว่าจะได้ สส.ในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น เราต้องนำเสนอแต่จะไม่พูดว่ามั่นใจ หากประชาชนพิจารณาอย่างไรก็เป็นไปตามนั้นซึ่งคือการทำงานของพรรคภูมิใจไทยมาตลอด เชื่อว่าการให้เกียรติประชาชน และโหวตเตอร์ เป็นสิ่งที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยโตขึ้นทุกครั้ง และมี สส. เพิ่มขึ้นทุกการเลือกตั้ง
ส่วนผลนิด้าโพลที่ออกมายังเป็นอันดับ 2 อยู่นั้น อนุทิน ระบุว่า ตนชอบคิดแบบผู้ชนะ คะแนนนิยมขึ้นมาจากเดิมแค่นี้ก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว รู้สึกอย่างชัดเจนว่าประชาชนให้ความเชื่อมั่น และชื่นชมในสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้ทำให้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมา และขออย่าดูว่าพรรคภูมิใจไทยมีเพียงโครงการคนละครึ่งพลัส แน่นอนว่าโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นโครงการที่มีประโยชน์ เดินตามตลาดตามร้านค้าทุกคนชื่นชม และขอให้มีอีก
ทั้งนี้ เป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว ถ้าไม่ต้องประสบเหตุยุบสภาก่อนขณะนี้คงมีเฟส 2 เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าเป็นโครงการที่ดี ประชาชนจะให้โอกาสเราได้กลับไปทำโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 แต่พรรคภูมิใจไทยยังมีนโยบายเศรษฐกิจอื่นๆด้วย ทั้งเศรษฐกิจชุมชนพลัส การยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี ยกระดับผู้สูงวัย การเปิดโอกาสช่องทางสร้างรายได้ทุกช่วงวัย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลนโยบายรัฐจ่าย 70 ประชาชนจ่าย 30 ของพรรคเพื่อไทย ว่าจะบลัฟนโยบายของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า คนละครึ่งคือ 50 : 50 แต่ของพรรคภูมิใจไทยพลัสเยอะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้แน่นอน ส่วนอะไรที่เกินจากนี้ต้องไปดูในอดีตที่ผ่านมาว่าพูดแล้วทำได้หรือไม่ พรรคภูมิใจไทยอะไรที่พูดแล้วต้องทำได้ จึงเป็นที่มาของความเชื่อถือต่างๆนานา ที่เกิดขึ้นโดยพี่น้องประชาชน เราต้องดูเรื่องของวินัยการเงินการคลังด้วย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทำอย่างไรที่จะทำให้คน กทม. มีความเชื่อมั่นในพรรคภูมิใจไทย เพราะที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยไม่เคยมี สส.ในเมืองหลวง อนุทิน กล่าวว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยเติมเต็มด้านบุคลากร เราเอาคนที่มีความรู้ความสามารถมาทำงานตรงสาขาอาชีพ ตรงกับประสบการณ์ และให้อำนาจเต็มที่ในการทำงาน และการตัดสินใจ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ามั่นใจในการเลือกบุคลากร ที่ชูในการหาเสียง ว่าจะทำให้คนกทม. เลือกพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า เราต้องมีหน้าที่นำเสนอ แต่จะบอกว่ามั่นใจว่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ เรามีหน้าที่นำเสนอให้ประชาชนพิจารณา ส่วนจะพิจารณาอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น นี่คือวิธีการทำงานของพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด การที่เราให้เกียรติพี่น้องประชาชน ให้เกียรติโหวตเตอร์ของเรา ทำให้พรรคภูมิใจไทยเจริญเติบโตมีจำนวนสส. เพิ่มทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง เราจึงเน้นการนำเสนอว่าจะทำอะไรให้กับพี่น้องประชาชน ดีกว่าที่จะมานั่งบอกว่ามั่นใจ กลัวหรือไม่กลัว หรือพูดว่าเราได้ 200 แบบนั้นทำไมเราไม่ทำให้ได้ 500 แน่ๆไปเลย ซึ่งไม่มีประโยชน์ที่จะไปพูดแบบนั้น เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงหลังของการหาเสียงเลือกตั้งโค้งแรกโพลของพรรคภูมิใจไทยแผ่วลง อนุทิน กล่าวว่า ตนชอบคิดแบบผู้ชนะ ถ้าเกิด 15 แล้วเหลือ 13 กับ 0.6 ขึ้นมาเป็น 13 ตนขอคิดแบบหลัง และคงต้องร้องโอ๊ย แค่นี้ก็เป็นบุญแล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เดินตลาดแล้วได้ยินประชาชนพูดว่าเบอร์ 37 แล้วอนุทินตอบกลับว่าอิ่มเลยหมายถึงอะไร อนุทิน กล่าวว่า นี่คือปรากฏการณ์ที่เป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นสำหรับพรรคภูมิใจไทย สมัยก่อนไม่มีแบบนี้ แต่เดี๋ยวนี้มี เชื่อว่าสิ่งที่พรรคได้นำเสนอ และผลงานที่เกิดขึ้นช่วงที่เราได้บริหารประเทศคงเป็นที่เชื่อมั่น และเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน ก็ต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง เราจะทำให้ดีที่สุด


