×

ชาตินิยมยังอยู่ แต่สร้างกำแพงไทย-กัมพูชาหายไป ถอดนโยบายเศรษฐกิจ-ความมั่นคง รัฐบาลอนุทิน 2 รับมือวิกฤตโลก

โดย THE STANDARD TEAM
08.04.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิก สรุปนโยบายเศรษฐกิจและความมั่นคงของรัฐบาลอนุทิน 2 เน้นชาตินิยมแต่ลดความแข็งกร้าวชายแดนไทย-กัมพูชา

รัฐบาลภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 9-10 เมษายนนี้ โดยเอกสารนโยบายจัดทำในรูปแบบปกสีน้ำเงินขลิบธงชาติ ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นรัฐชาติและภาพลักษณ์ของผู้นำรัฐบาล มีความยาวรวม 19 หน้า ไม่รวมภาคผนวก ครอบคลุมนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ท่ามกลางความคาดหวังของสังคมต่อทิศทางการบริหารประเทศในช่วงเวลาที่เผชิญแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

 

 
 

การแถลงนโยบายครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากวิกฤตโลก โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของหลายประเทศ รวมถึงไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการ “ยอมรับความจริงและปรับตัว” พร้อมระบุว่าความสามัคคีของคนในชาติจะเป็นต้นทุนสำคัญในการนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตดังกล่าวไปได้

 

ภาพกราฟิก สรุปนโยบายเศรษฐกิจและความมั่นคงของรัฐบาลอนุทิน 2 เน้นชาตินิยมแต่ลดความแข็งกร้าวชายแดนไทย-กัมพูชา 1

‘ปกสีน้ำเงิน ขลิบธงชาติ’

ภาพปกคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี

ภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล

 

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีประกาศยึดหลักการบริหารราชการแผ่นดิน 3 ประการ ได้แก่ การพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการยึดหลักนิติธรรม ควบคู่กับการบริหารงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล ซึ่งถือเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายทั้งหมดของรัฐบาลชุดนี้

 

เมื่อพิจารณาในรายละเอียด จะเห็นว่ารัฐบาลพยายามออกแบบนโยบายให้เชื่อมโยงกันในลักษณะบูรณาการ โดยเฉพาะการผสานนโยบายด้านเศรษฐกิจ การต่างประเทศ และความมั่นคง เข้าด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์การรับมือวิกฤตพลังงานโลกและความผันผวนของเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เป้าหมายสำคัญคือการเสริมสร้างความเข้มแข็งจากภายในประเทศ ให้ประชาชนสามารถตั้งตัวได้ เศรษฐกิจมีขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคมโลก

 

นโยบายด้านเศรษฐกิจมีอะไรบ้าง

 

1. สร้างโอกาสอย่างทั่วถึง

 

  • แก้หนี้-ลดรายจ่าย-สร้างโอกาสตั้งต้นใหม่ รัฐจะช่วยแก้ปัญหาหนี้แบบครบวงจร
  • เพิ่มทักษะ-เข้าถึงเงินทุน-ใช้เทคโนโลยีได้ สนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงความรู้ เงินทุน และเทคโนโลยี เช่น การดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัสควบคู่กับการพัฒนายกระดับทักษะที่จำเป็นและทักษะแห่งอนาคต
  • ดัน SMEs เข้าระบบ-เข้าถึงทุน-ลดขั้นตอนรัฐ ช่วยผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนกฎหมายที่ยุ่งยาก เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
  • กระจายอำนาจ-สร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นเข้มแข็ง เพิ่มบทบาทท้องถิ่นในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยกระจายอำนาจการเงินให้ท้องถิ่นมีรายได้และบริหารเองมากขึ้น

 

2. ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

 

  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูล และพัฒนาคนให้ใช้เทคโนโลยีได้ โดยเฉพาะ AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพทั้งเศรษฐกิจ สังคม และบริการภาครัฐ
  • ปรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนให้ตรงเป้า เน้นดึงนักลงทุนต่างชาติร่วมมือกับบริษัทไทย ใช้วัตถุดิบและแรงงานในประเทศมากขึ้น
  • ยกระดับมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์นวัตกรรม สนับสนุนงานวิจัยและเทคโนโลยีไทยในโครงการใหญ่ ลดการพึ่งพาต่างชาติ และสร้างระบบสนับสนุนสตาร์ทอัพและ Deep Tech ให้แข่งขันระดับโลกได้
  • เพิ่มบทบาทเอกชนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบน้ำ โลจิสติกส์ พลังงาน โดยใช้เครื่องมือการเงินใหม่ ๆ เพื่อลดภาระรัฐ
  • พัฒนาตลาดทุนให้เป็นแหล่งเงินทุนที่เข้าถึงง่ายสำหรับทุกธุรกิจ ดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ พร้อมปรับกฎหมายให้ทันสมัย

 

3. การค้าเชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก

 

  • เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทย – แข่งขันได้จริง คุมเข้มแหล่งกำเนิดสินค้า ป้องกันการนำเข้าเพื่อส่งออกโดยไม่สร้างมูลค่า แก้ปัญหานอมินี และผลักดัน SMEs ไทย
  • ใช้การเจรจาการค้าและนโยบายรัฐสนับสนุนสินค้าไทย เช่น ให้แต้มต่อสินค้า Made in Thailand ในการจัดซื้อจัดจ้าง
  • เปิดตลาดใหม่ ลดการพึ่งพาตลาดเดิม สร้างความร่วมมือทางการค้าเชิงลึก และขยายโอกาสให้ผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะ SMEs
  • ยกระดับบริการไทย เช่น การศึกษา สุขภาพ ดิจิทัล และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้แข่งขันระดับโลก พร้อมทำข้อตกลงการค้าบริการกับประเทศคู่ค้า

 

5. การเกษตร

 

  • ส่งเสริมเกษตรแม่นยำด้วย AI และเทคโนโลยีชีวภาพ พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และเงินทุนให้เกษตรกรปรับตัว
  • ใช้ Big Data วางแผน – เชื่อมผลิตสู่ตลาด คุมสินค้าเถื่อน และลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศ
  • เพิ่มมูลค่า – ดันไทยเป็นศูนย์กลางอาหารโลก ส่งเสริมเกษตรแปรรูป ยกระดับสหกรณ์ให้ทันสมัย เพิ่มอำนาจต่อรองเกษตรกร พัฒนาโลจิสติกส์และมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร

 

6. การท่องเที่ยว

 

  • ปรับโครงสร้างยกระดับบทบาทวัฒนธรรมไทย เชื่อมการท่องเที่ยวกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น
  • Destination Thailand เที่ยวได้ทั้งปี สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพ เช่น สุขภาพ วัฒนธรรม วิถีไทย เชื่อมสินค้าไทยอย่างอาหาร ผลไม้ และสปา
  • พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน พร้อมรองรับงานระดับโลกและกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ เช่น Digital Nomad
  • สนับสนุนเมืองน่าเที่ยว สิทธิประโยชน์ด้านภาษี และพัฒนาสินค้าท้องถิ่น เช่น GI เพื่อสร้างรายได้สู่ชุมชน
  • ยกระดับความปลอดภัย ระบบประกัน และมาตรฐานบริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก

 

นโยบายต่างประเทศและความมั่นคง

 

  1. ยกระดับบทบาทไทยในเวทีโลก ทำนโยบายต่างประเทศเชิงรุกในทุกมิติ (Beyond Thailand) ยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและพหุภาคี เสริมบทบาทไทยในอาเซียน และเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้นำในภูมิภาค

 

  1. ยึดผลประโยชน์ของไทยเป็นที่ตั้ง รักษาสมดุลความสัมพันธ์โลกหลายขั้ว รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกมหาอำนาจ พร้อมขยายพันธมิตรใหม่ เพิ่มอำนาจต่อรองและความยืดหยุ่นของไทยในเวทีโลก

 

  1. การทูตเศรษฐกิจ-สร้างโอกาสประเทศ ใช้ทีมประเทศไทย ดึงโอกาสทางเศรษฐกิจ ผลักดันเข้า OECD ยกระดับมาตรฐานประเทศ และเชื่อมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

 

  1. ความมั่นคงชายแดน – จัดการภัยคุกคามครบวงจร

 

  • คุมเข้มชายแดน ปราบยาเสพติด สแกมเมอร์ แรงงานผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ
  • แก้ปัญหาไทย-กัมพูชาด้วยสันติวิธี และเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิกพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน (MOU 2544) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
  • แก้ปัญหาชายแดนใต้ ยึดหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อสันติสุขยั่งยืน

 

  1. สร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

 

  • ปราบผู้มีอิทธิพล ไม่สนับสนุนให้การพนันทุกชนิดเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมายรวมถึงการพนันที่แฝงมาในรูปของกีฬาและสันทนาการ โดยดำเนินการแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมและลดการอนุญาตการเล่นให้ได้มากที่สุด 
  • กวาดล้างยาเสพติดจริงจัง เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเลย ต้องรับโทษทั้งทางวินัยร้ายแรงและอาญา โดยให้ออกจากราชการไว้ก่อน 
  • ทบทวน Free Visa สกัดอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ รวมถึงการฟอกเงินและทุนเทา 

 

  1. ยกระดับศักยภาพกองทัพ จัดหาอาวุธอย่างคุ้มค่า ตรวจสอบได้ พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ลดการพึ่งพาต่างชาติ

 

นโนบายที่หาเสียงไว้มีอะไรบ้าง

 

เมื่อเปรียบเทียบกับนโยบายหาเสียงปี 2569 จะเห็นว่าหลายมาตรการยังถูกสานต่อ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่มุ่งกระตุ้นฐานรากและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย ทั้งโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 เหมาจ่ายรายเดือน และแนวคิด Made in Thailand SMEs Plus รวมถึงการผลักดัน SMEs สู่ระบบดิจิทัล การเปิดตลาดใหม่ และการยกระดับบทบาททูตพาณิชย์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจในระยะยาว

 

ภาพกราฟิก สรุปนโยบายเศรษฐกิจและความมั่นคงของรัฐบาลอนุทิน 2 เน้นชาตินิยมแต่ลดความแข็งกร้าวชายแดนไทย-กัมพูชา 2

อนุทิน พร้อมด้วย 3 รองนายกรัฐมนตรีมืออาชีพ

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

ในด้านการต่างประเทศและความมั่นคง แนวทางเชิงรุก การรักษาสมดุลมหาอำนาจ และการจัดการอาชญากรรมข้ามชาติ ยังคงเป็นแกนหลักต่อเนื่อง ขณะที่ประเด็นชายแดน เช่น MOU 2544 และโครงการทหารอาสา 100,000 อัตรา ยังถูกหยิบมาอยู่ในกรอบนโยบาย

 

อย่างไรก็ตาม บางข้อเสนอเชิงสัญลักษณ์อย่างกำแพงไทย-กัมพูชาไม่ปรากฏในคำแถลง สะท้อนการปรับจากมาตรการแข็ง ไปสู่การใช้เครื่องมือที่ยืดหยุ่นกว่า โดยเชื่อมเศรษฐกิจ การต่างประเทศ และความมั่นคง เพื่อรับมือวิกฤตโลกที่ซับซ้อนขึ้น

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงสานต่อนโยบายได้หรือไม่ แต่คือรัฐบาลจะทำให้เกิดผลลัพธ์จริงได้แค่ไหน และจะรักษาสมดุลระหว่างแรงหนุนแบบชาตินิยม กับความจำเป็นในการเปิดประเทศได้เพียงใด

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising