×

บช.ก. ขีดเส้นเรียกเจ้าของคลังน้ำมันอ่างทองแจงในวันนี้ จี้ปมไร้ใบขนส่ง-สางข้อสงสัยปลายทาง กทม.

โดย THE STANDARD TEAM
23.03.2026
  • LOADING...
พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. แถลงข่าวความคืบหน้าคดีคลังน้ำมันอ่างทอง

วันนี้ (23 มีนาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) สนธิกำลังร่วมกับพาณิชย์จังหวัดและพลังงานจังหวัด เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง

 

พล.ต.ต.โสภณ ระบุว่า จากการเข้าตรวจค้นก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่พบเอกสารสำคัญคือใบกำกับการขนส่งน้ำมันโดยทางผู้ประกอบการไม่สามารถนำมาแสดงเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจได้ และกล่าวอ้างเพียงว่าเป็นน้ำมันที่รับซื้อมาตามราคาที่ตกลงกันไว้เท่านั้น

 

ความคืบหน้าล่าสุด ทราบว่าพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคบ. ได้ดำเนินการออกหมายเรียกผู้ประกอบการคลังน้ำมันรายดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้เดินทางมาให้ปากคำในช่วงบ่ายของวันนี้ พร้อมทั้งให้นำใบกำกับการขนส่งมาแสดง เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของน้ำมันอย่างละเอียดว่าเป็นของแหล่งใดและอยู่ในล็อตใด หากผู้ประกอบการไม่สามารถนำเอกสารดังกล่าวมาแสดงได้ อาจเข้าข่ายความผิดตามระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของกระทรวงพลังงาน

 

นอกจากนี้ ในส่วนของของกลาง เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำมันเชื้อเพลิงส่งไปตรวจสอบคุณภาพ เพื่อดูว่ามีมาตรฐานตรงตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากผลการตรวจสอบพบว่าน้ำมันไม่ได้มาตรฐาน จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม พร้อมขยายผลสืบสวนหาแหล่งที่มาอย่างเด็ดขาด

 

จ่อประสานพาณิชย์-พลังงาน ฟันข้อหากักตุนและค้ากำไรเกินควร

 

สำหรับประเด็นความผิดฐานอื่นๆ ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากทางกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงาน ซึ่งจะเข้ามาร่วมให้ข้อมูลกับตำรวจ บก.ปคบ. เพื่อพิจารณาพฤติการณ์ว่าเข้าข่ายการกักตุนสินค้า หรือการค้ากำไรเกินควรในสภาวะวิกฤตหรือไม่

 

ทั้งนี้ รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจทางหลวง ตำรวจน้ำ และตำรวจท้องที่ เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งด่านและตรวจสอบ โดยเฉพาะในสถานที่ที่อาจมีพฤติการณ์ฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน

 

เมื่อสอบถามถึงกรณีเบาะแสที่ระบุว่า น้ำมันล็อตดังกล่าวมีปลายทางการจัดส่งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่กลับมาถูกถ่ายเทลงคลังในพื้นที่จังหวัดอ่างทองนั้น พล.ต.ต.โสภณ อธิบายว่า ในประเด็นนี้จำเป็นต้องยึดการตรวจสอบจากใบกำกับการขนส่งเป็นหลัก เมื่อได้รับเอกสารแล้ว จะต้องนำไปตรวจสอบข้อมูลเทียบเคียงกับบริษัทต้นทางว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอย่างรอบคอบและรัดกุม

 

ส่วนประเด็นข้อสงสัยเรื่องการลักลอบนำน้ำมันออกจากระบบ หรือความเชื่อมโยงกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนนั้น เบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติที่ชัดเจน แต่ทางเจ้าหน้าที่มีฐานข้อมูลเดิมจากการทำงานร่วมกับตำรวจทางหลวงและตำรวจน้ำ จึงกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกควบคู่กันไป หากพบพฤติการณ์กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นกรณีในปัจจุบันหรือการกระทำผิดย้อนหลัง จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

 

อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน การออกหมายเรียกในครั้งนี้เป็นเพียงการเชิญตัวผู้ประกอบการมาให้ปากคำชี้แจงข้อเท็จจริง ยังไม่ได้เป็นการแจ้งข้อกล่าวหา หรือดำเนินคดีทางอาญาใดๆ โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่หากผู้ประกอบการหลีกเลี่ยง ไม่ยอมเข้าพบตามนัดหมายโดยไม่มีเหตุอันควร ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising