โลกของ High Jewelry สำหรับบางคนอาจจะถือว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัว และ เป็นโลกที่มีไว้สำหรับลูกค้าระดับไฮเอนด์เท่านั้น แต่ไม่ใช่สำหรับ Alexa Abitbol ผู้อำนวยการเวิร์กช็อปเครื่องประดับของ Cartier ที่เชื่อว่างานฝีมือ และ การทำอัญมณีที่สั่งสมเป็นเวลานานเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า และไม่ว่าใครจากที่ไหนก็สามารถศึกษาและชื่นชมได้
THE STANDARD POP ได้มีโอกาสพูดคุยกับเธอจากสำนักงานใหญ่ของ Cartier ที่ ปารีส หลังเราได้เดินทางไปชมงานจัดแสดงคอลเล็กชันเครื่องประดับชั้นสูง En Équilibre ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน รวมไปถึงได้เดินทางไปชมนิทรรศการของแบรนด์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเครื่องประดับมากมาย การพูดคุยครั้งนี้นอกจากจะทำให้เราเปลี่ยนแนวคิดที่เรามีต่อจิวเวลรีแล้ว ยังมีบทเรียนที่เราอาจจะเอามาใช้ในชีวิตประจำวันอันเร่งรีบของเรา และมุมมองใหม่ๆ ที่ตกผลึกจากการทำเครื่องประดับนานแรมเดือน

Alexa Abitbol ผู้อำนวยการเวิร์กช็อปเครื่องประดับชั้นสูงของ Cartier
ผมเชื่อว่าทุกคนที่ทำงานกับ Cartier มีเรื่องราวส่วนตัวกับแบรนด์อยู่เสมอ ช่วยเล่าความทรงจำแรกของคุณที่มีต่อเครื่องประดับของแบรนด์หน่อยได้ไหม
ถูกต้องเลยค่ะ ตั้งแต่ที่แบรนด์ก่อตั้งมา Cartier มีเรื่องราวกับทุกคน ไม่สิ ทุกคนมีเรื่องราวเกี่ยวกับ Cartier ซึ่งหลายครั้งมันเป็นเรื่องราวที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง เพราะแบรนด์มีประวัติที่ยาวนานและฉันก็ได้ยินชื่อแบรนด์มาตลอดตั้งแต่จำความได้
แต่ความทรงจำที่ชัดเจนมากที่สุดคือตอนที่ฉันมาฝรั่งเศส ซึ่งตอนนั้นฉันยังอยู่ที่โมรอกโก ฉันได้มาที่จัตุรัส Place Vendôme และจำได้ว่ามีเครื่องประดับของ Cartier ชิ้นหนึ่งอยู่บนดิสเพลย์ของร้าน เป็นสร้อยเพชรที่ล้อมรอบอัญมณีที่สวยงามและสมมาตรกันมากๆ ฉันถามกับตัวเองในใจว่าเขาทำสร้อยเส้นนี้กันอย่างไร และตั้งใจว่าวันหนึ่งฉันจะต้องเป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังกระบวนการนั้นให้ได้

สร้อยเพชรประดับมรกตขนาด 143.23 กะรัต สไตล์ Art Deco จากปี 1932
ซึ่งตอนนั้นคุณยังเป็นคนนอก แต่พอได้เข้ามาทำงานกับ Cartier อะไรคือสิ่งที่คนอื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับโลกของเครื่องประดับชั้นสูง
คนมักจะคิดว่ามันเป็นโลกที่น่ากลัวและปิดกั้นคนมากๆ เพราะว่าเรานำเสนอชิ้นผลงานที่มีราคาแพงนับล้าน ให้กับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ในงานอีเวนต์ที่หรูหราอลังการ แต่ฉันคิดว่านั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด เพราะสำหรับฉันแล้ว โลกแห่งเครื่องประดับชั้นสูงและโดยเฉพาะอย่างยิ่งชิ้นผลงานที่มีชิ้นเดียว คือโลกแห่งอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้งที่เริ่มต้นจากทีมงานของเรา เพราะการทำงานร่วมกับพวกเขาทำให้ฉันเห็นว่า เมื่อเราออกแบบชิ้นงานแต่ละชิ้น มันใช้เวลาประมาณหนึ่งปี หนึ่งปีครึ่ง สองปี และบางครั้งอาจใช้เวลาถึงสามปีในการทำงานกับชิ้นงานเดียวกัน
ด้วยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ และช่างฝีมือที่มีทักษะสูงทำงานร่วมกัน การทำงานร่วมกันระหว่างช่างฝีมือทั้งหมดเหล่านี้ และในที่สุดคุณก็รู้ว่าชิ้นงานที่พิเศษนั้นถือกำเนิดขึ้น กระบวนการทั้งหมดนี้เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชิ้นงานเสร็จสมบูรณ์ แต่ยังรวมถึงลูกค้าของเราด้วย อารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้งนั้นมีไว้สำหรับลูกค้าของเราที่มีความอ่อนไหวและผูกพันกับงานฝีมือ งานทำมือ และประวัติศาสตร์ทั้งหมดของ Cartier รวมถึงการแสวงหาความสมบูรณ์แบบที่เราใส่ลงไปในทุกชิ้นงานของเรา และเราเห็นว่าลูกค้าเหล่านี้เต็มใจที่จะสวมใส่ชิ้นงานที่มีประวัติศาสตร์และอารมณ์ความรู้สึกมากมาย ซึ่งพวกเขาจะส่งต่อชิ้นงานศิลปะชิ้นนี้ไปยังลูกหลานของพวกเขา ดังนั้นฉันคิดว่าอารมณ์ความรู้สึกที่อยู่รอบๆ เครื่องประดับชั้นสูงนั้นมีบางสิ่งที่สำคัญกว่ามาก และนั่นเป็นประเด็นที่ใหญ่กว่ามาก ซึ่งแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่ว่ามันเป็นโลกที่เป็นส่วนตัวและน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง
หน้าที่ของผู้อำนวยการคือการทำให้ทุกคนร่วมงานกันอย่างเต็มที่ ทั้งทีมออกแบบ ทีมช่าง ทีมอัญมณี คุณทำให้พวกเขามองเป้าหมายเดียวกันได้อย่างไร
หัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์เครื่องประดับชั้นสูงคือวิสัยทัศน์ที่เรามีร่วมกัน แต่ละชิ้นงานเป็นการรวมตัวกันของช่างฝีมือประมาณสิบคน รวมถึงนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเป็นเวลาหลายเดือน ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดนี้เขาทำงานในตึกเดียวกันที่ปารีส โดยนักออกแบบจะเป็นคนกำหนดเรื่องดีไซน์ผ่านภาพวาด และทีมงานที่เหลือจะทำงานร่วมกันเพื่อทำให้ชิ้นงานนั้นเป็นจริง และเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน
ตลอดกระบวนการที่อาจกินเวลานานถึงหนึ่งปีครึ่ง ทีมงานจะประชุมกันเป็นประจำเพื่อทบทวนความคืบหน้า แลกเปลี่ยนมุมมอง และปรับสมดุลระหว่างด้านเทคนิคและด้านความงาม แม้ว่าสภาพแวดล้อมจะซับซ้อน แต่ผลงานแต่ละชิ้นได้รับการปฏิบัติเหมือนมาสเตอร์พีซ เพราะมันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริงๆ อาจจะมีการเปลี่ยนมือ การย้ายทีม ย้ายโปรเจกต์ แต่ก็เพื่องานล้วนๆ ซึ่งความท้าทายและความสมบูรณ์ของการทำงานเป็นทีมนี่แหละ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เครื่องประดับชั้นสูงมีความพิเศษ

ขั้นตอนการออกแบบ การขึ้นแบบ และชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์
แล้วขั้นตอนไหนที่คุณคิดว่าคุ้มค่าที่สุด
ฉันคิดว่าขั้นตอนที่น่าทึ่งที่สุดคือตอนที่ชิ้นงานเสร็จสมบูรณ์ เพราะในช่วงหนึ่งปี ทุกอย่างอยู่ในรูปของชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ ช่างทำเครื่องประดับเขากำลังติดตั้งชิ้นส่วนต่างๆ กับโครงสร้าง ช่างเจียระไนหินกำลังตัดหินในส่วนอื่นๆ เหลือเพียงไม่กี่วันสุดท้ายเท่านั้นที่ชิ้นงานจะถูกประกอบเข้าด้วยกัน และคุณจะได้เห็นความมหัศจรรย์เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อช่างขัดเงาให้สัมผัสสุดท้ายในการขัดเงา
จากนั้นคุณจะได้เห็นชิ้นงานที่น่าทึ่งราวกับว่ามันตกลงมาจากฟ้า คุณรู้จักชิ้นงานนี้มาหนึ่งหรือสองปีแล้ว แต่คุณไม่เคยเห็นมันในแบบนี้มาก่อน นี่คือส่วนที่คุ้มค่าที่สุด เมื่อคุณได้เห็นความภาคภูมิใจในดวงตาของช่างฝีมือเมื่อพวกเขาร่วมกันทำชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์
เหมือนการตั้งครรภ์เด็กหนึ่งคนเลย
ใช่เลย เราก็พูดกันแบบนั้น เราเคยเปรียบเทียบมันกับการตั้งครรภ์ เพราะการเดินทางนั้นยากลำบากมาก เพราะแต่ละชิ้นงานคือความท้าทาย แต่ละชิ้นงานมีแง่มุมทางเทคนิคที่ยากมากที่ช่างทำเครื่องประดับต้องรับมือ พวกเขาต้องหาวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยทำมาก่อน พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานมากในระหว่างกระบวนการ และเมื่อเสร็จสิ้น พวกเขามองว่ามันเหมือนกับการคลอดลูก เหมือนกับว่าพวกเขาได้คลอดลูกออกมาแล้ว และมันยากมากสำหรับพวกเขาที่จะปล่อยมันไป นี่คือสิ่งที่พวกเขาพูด พวกเขารู้ว่าพวกเขาจะมีลูกอีกคนในไม่ช้า แต่ก็ยากที่จะปล่อยลูกคนนี้ไป บางครั้งเราก็เปรียบเทียบมันกับการตั้งครรภ์

งานจัดแสดงคอลเล็กชัน En Équilibre Chapter 2 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
ผมได้มีโอกาสชมเครื่องประดับชั้นสูงของ Cartier อยู่หลายครั้ง รวมถึงคอลเล็กชันล่าสุด En Équilibre ที่ปักกิ่ง ช่วยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับคอลเล็กชันนี้ และความท้าทายกว่าจะมาเป็นผลงานแต่ละชิ่นได้ไหม
ในคอลเล็กชัน En Équilibre เครื่องประดับแต่ละชิ้นล้วนเป็นความท้าทายทางเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์ ครั้งนี้ทีมออกแบบเราเน้นเรื่อง ซึ่งทำให้ช่างฝีมือต้องปรับตัวและคิดค้นเทคนิคใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีรากฐานมาจากความรู้ความชำนาญของ Cartier ซึ่งก็เป็นโอกาสที่ดีที่ทุกคนจะได้พัฒนาตัวเอง
ถึงแม้ว่าพวกสร้อยคอจะมีความโดดเด่น แต่ฉันว่าพวกแหวนก็สวยและซับซ้อนไม่แพ้กัน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือคือแหวน Flexura ในคุณได้เห็นที่ปักกิ่ง เป็นแหวนแพลทินัมประดับด้วยแซฟไฟร์ขนาดกว่า 21 กะรัต ซึ่งต้องใช้เวลาทำงานเกือบ 700 ชั่วโมง แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ชิ้นงานนี้ต้องการความแม่นยำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในขั้นตอนการแกะสลักและการขึ้นรูปขี้ผึ้งเพื่อสร้างรูปทรงริบบิ้นที่ห่อหุ้มหิน ทุกรายละเอียดต้องได้รับการคาดการณ์ล่วงหน้า ตั้งแต่การขัดเงาไปจนถึงการฝัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่จะเข้าถึงได้ยากเมื่อประกอบเสร็จแล้ว การประสานงานอย่างพิถีพิถันระหว่างการแกะสลัก การตัด การขัดเงา และการฝังอัญมณี คือสิ่งที่ทำให้แหวนวงนี้มีรูปลักษณ์ที่ลื่นไหลและกลมกลืนกันอย่างลงตัว

แหวนแพลตตินัม Flexura ประดับแซฟไฟร์ขนาด 21 กะรัต
คุณพูดถึงเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งคือการรักษางานฝีมือ Cartier มีวิธีรักษาและบาลานซ์ความชำนาญและทักษะฝีมืออันเก่าแก่อย่างไร และในขณะเดียวกัน ก็ต้องหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาพัฒนาด้วย
เป็นคำถามที่ดีค่ะ ฉันว่าการรักษาฝีมือช่างแบบดั้งเดิมเป็นหัวใจสำคัญของเอกลักษณ์ของ Cartier เราเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดสามารถทดแทนฝีมือ สายตา และความละเอียดอ่อนของช่างฝีมือได้ เราจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
ในการอนุรักษ์องค์ความรู้ที่หายากและกำลังจะสูญหายไป เช่น งานเจียระไนอัญมณี การร้อยเชือก และการหล่อแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้เวลาฝึกอบรมนานหลายปี หลายพันชั่วโมง แม้ว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่จะนำเสนอทางเลือกที่รวดเร็วกว่าก็ตาม ชิ้นงานทั้งหมดยังคงทำด้วยมือ
แต่อย่างเรื่องนวัตกรรมเราก็มี แต่เราจะทำอย่างรอบคอบ และมองมันเป็นเครื่องมีช่วยสนับสนุนช่างฝีมือ เช่นงานบางชิ้นที่ต้องทำซ้ำๆ หรือเมื่อต้องการความแม่นยำสูง เช่น ในกรณีของนาฬิกาอัญมณีชั้นสูงที่ความแม่นยำทางเทคนิคเป็นสิ่งสำคัญ หรืออย่างเช่น เรามีเครื่องมือการพิมพ์ 3 มิติ แต่เอาไว้ใช้สำหรับการตรวจสอบปริมาตร แต่ท้ายที่สุดแล้วผลงานชิ้นสุดท้ายจะถูกมอบหมายให้แก่ฝีมือมนุษย์เสมอเพื่อรักษาอารมณ์และจิตวิญญาณของเครื่องประดับ

ผลงานเด่นจากคอลเล็กชันเครื่องประดับชันสูง En Équilibre
เครื่องประดับของ Cartier ขึ้นชื่อเรื่องความพริ้วไหว และใส่ได้เข้ากับผิวอย่างสบาย คุณคิดว่าทิศทางการออกแบบเครื่องประดับชั้นสูงจะเปลี่ยนไปเป็นชิ้นที่ใส่ง่ายขึ้น มากกว่าการเป็นเครื่องประดับในตู้โชว์หรือไม่
ไม่ค่ะ ฉันไม่คิดอย่างนั้นนะ และนี่ไม่ใช่เป้าหมายของเราเลย เพราะฉันคิดว่าสิ่งที่ลูกค้าสนใจมากกว่าคือความละเอียดอ่อน ซึ่งหมายถึงฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์ เวลาที่เราทุ่มเทให้กับชิ้นงาน และวิธีที่เราส่งต่อฝีมือจากรุ่นสู่รุ่น
และฉันคิดว่าช่างฝีมือ รวมถึงคนรุ่นใหม่ เพราะเราเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าคนรุ่นใหม่เข้าร่วมเวิร์คช็อปด้วยความสนใจ และพวกเขาต้องการเริ่มต้นอาชีพในวงการเครื่องประดับชั้นสูง เพราะพวกเขารู้สึกถึงความหลงใหล เห็นความเป็นเลิศในสาขานี้ วิสัยทัศน์ที่เราต้องการมอบให้ และบรรยากาศของการทำงานเป็นทีม ดังนั้น ฉันไม่คิดว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปค่ะ
สุดท้ายนี้ หากคุณต้องเลือกหนึ่งคำที่ขับเคลื่อนคุณในทุกๆ วันกับการทำงานที่ Cartier คำนั้นคืออะไร?
คุณอาจจะเดาได้ แต่แน่นอนว่านั่นคือ ความอดทน ความอดทนนั้นคุ้มค่าและเป็นสิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริงในชีวิตประจำวันที่เร่งรีบและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความอดทนคือสิ่งที่เราต้องการ
ภาพ: Cartier


