×

เจาะคำทำนายโลก 2028 เมื่อ ‘AI Agent’ คือลมหายใจใหม่ขององค์กร แล้วคนทำงานจะเติบโตไปกับมันอย่างไร

โดย THE STANDARD TEAM
28.02.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบแสดงการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI Agent ในโลกอนาคต

โลกกำลังเดินเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ บางคนเรียกมันว่า ‘วิกฤตปัญญาโลก’ หรือ Global Intelligence Crisis แต่มองอีกมุมหนึ่งนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้มนุษย์ได้เข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ และเป็นโอกาสให้เราสร้างงานรูปแบบใหม่ๆ ได้

 

งานที่คืนความเป็นมนุษย์ให้กับทุกคน เปิดโอกาสให้มีความคิดสร้างสรรค์ และใช้ทักษะที่มีแค่มนุษย์เท่านั้นให้เต็มศักยภาพ

 

นี่จึงเป็นช่วงเวลา The Great Reset การจัดระเบียบโลกใหม่ที่ชวนให้เราเลิกมอง AI เป็นแค่เครื่องมือ แล้วเริ่มมองว่าเป็น ‘แรงงานร่วม’ ที่ต้องออกแบบบทบาทให้ชัดเจน

 

2035 ชีวิตของพนักงานเป็นอย่างไร

 

ลองจินตนาการถึงพนักงานชื่อ ‘เมย์’ วัย 34 ปี Strategy Lead ในปี 2035

 

เมย์ไม่ได้มีทีมงานมนุษย์ 10 กว่าคนเหมือนอดีต แต่ทำงานกับเพื่อนร่วมทีม 3 คน และ AI Agents อีก 18 ตัว

 

เช้าวันจันทร์ เมย์ไม่ต้องไล่อ่านข่าวเอง เพราะเอเจนต์ส่วนตัวสรุปสถานการณ์โลก พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบต่อธุรกิจให้เรียบร้อยแล้ว ทั้งราคาพลังงาน มาตรการภาษี หรือความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง

 

เมื่อเริ่มงานตอนเก้าโมง AI ได้สรุปการประชุม วิเคราะห์ยอดขาย และจัดทำตัวเลือกเชิงกลยุทธ์ไว้ให้ 3 ทางเลือก

 

บทบาทของเมย์จึงเปลี่ยนจากคนทำข้อมูล มาเป็นคนเลือกทิศทาง ห้องประชุมไม่ได้ใช้เพื่อรายงานตัวเลข แต่ใช้เพื่อตอบคำถามสำคัญ เช่น เราพร้อมรับความเสี่ยงระดับไหน เราอยากยืนอยู่ตรงไหนในตลาด

 

ในโลกแบบนี้ ทักษะมนุษย์ไม่ได้หายไป แต่ยิ่งมีค่า โดยเฉพาะความสามารถในการตัดสินใจ การสร้างความไว้วางใจ และการนำพาทีมไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

 

ลักษณะงานจะเปลี่ยนไปอย่างไร

 

โครงสร้างองค์กรแบบพีระมิดที่มีพนักงานระดับปฏิบัติการจำนวนมากอาจค่อยๆ บางลง เพราะใน Agentic Economy มนุษย์หนึ่งคนอาจดูแล AI ราว 5 ถึง 20 ตัว งานทำสไลด์ สรุปรายงาน หรือประสานงาน จะถูกทำให้อัตโนมัติแทบทั้งหมด

 

แต่แทนที่จะเป็นจุดจบของงานออฟฟิศ นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของบทบาทใหม่ เช่น AI Workflow Designer ผู้ออกแบบกระบวนการทำงานให้ AI ทำได้เต็มศักยภาพ Agent Manager ผู้บริหารทีมเอเจนต์ มอบหมายงาน ตรวจสอบ และยกระดับคุณภาพผลลัพธ์

 

โอกาส ‘Leapfrog’ ของไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง

 

ไทยอาจไม่ใช่ผู้นำเทคโนโลยีโลก แต่เราได้เปรียบในฐานะประเทศที่ยังอัปเกรดได้ทั้งระบบ โดยเฉพาะ SME ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจ

 

ปี 2035 ของไทยจึงมีสองภาพชัดเจน หากปรับทัน SME ใช้แรงงานดิจิทัลเป็นเรื่องปกติ บริษัทใหญ่ลดขั้นตอนแต่เพิ่มผลผลิต คนทำงานมี AI เป็นเครื่องมือมาตรฐาน อาชีพใหม่เติบโต รายได้เพิ่มตามผลิตภาพ การศึกษาปรับสู่การเรียนรู้แบบลงมือทำ เด็กไทยถูกฝึกให้คิดและทำงานกับ AI เป็น แต่หากปรับไม่ทัน เทคโนโลยีกระจุกในองค์กรใหญ่ ผลิตภาพประเทศไม่ขยับ งานระดับเริ่มต้นค่อยๆ หาย ความเหลื่อมล้ำยิ่งกว้าง

 

ความต่างไม่ได้อยู่ที่เรามี AI หรือไม่ แต่อยู่ที่เราทำให้คนส่วนใหญ่ใช้ AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพได้หรือเปล่า

 

แผนเอาตัวรอดผ่าน 4 ทักษะหลักของมนุษย์ยุคใหม่

 

เมื่อ AI ทำงานตามขั้นตอนได้รวดเร็วและแม่นยำ สิ่งที่มนุษย์ต้องพัฒนาคือความสามารถที่อยู่เหนือขั้นตอน

 

  • Sensemaking: ความสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจำนวนมหาศาล แล้วตีความให้เห็นภาพใหญ่ เข้าใจบริบท และมองเห็นความหมายที่ซ่อนอยู่
  • Judgment & Decision: การตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบท่ามกลางความไม่แน่นอน เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ต้องรับผลลัพธ์คือมนุษย์
  • Influence & Negotiation: การสื่อสารเพื่อสร้างความร่วมมือและความไว้วางใจ ซึ่งเป็นรากฐานของทุกองค์กร
  • AI Collaboration: ความสามารถทำงานร่วมกับเอเจนต์ ออกแบบคำสั่ง ตั้งโจทย์ และพัฒนาระบบให้ฉลาดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

จากแรงงานที่ทำตามคำสั่ง มนุษย์กำลังยกระดับตัวเองเป็นผู้นำทางความหมาย

 

ท้ายที่สุด ในวันที่โลกกำลัง Reset อีกครั้ง คำถามจึงไม่ใช่ว่า AI จะมาแทนที่ใคร แต่คือเราจะออกแบบบทบาทใหม่ของตัวเองอย่างไรให้เติบโตไปพร้อมกับมัน

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising