วันนี้ (11 มกราคม) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค เปิดเผยถึงทิศทางการเมืองไทยภายหลังการเลือกตั้ง โดยระบุว่า รัฐบาลสมัยหน้าจะเป็นรัฐบาลผสม ซึ่งบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ คือการเป็น ‘ตัวแปรสำคัญ’ ที่จะคอยการันตีความสะอาดและความสงบของบ้านเมือง
อภิสิทธิ์ย้ำว่า การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการสร้างหลักประกันให้คนไทยมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าใครจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์จะทำหน้าที่เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันและกลุ่มทุนเทาอย่างจริงจัง รวมถึงจะไม่ยอมให้มีการหยิบยกประเด็นที่สร้างความแตกแยกในสังคมมาทำให้บ้านเมืองต้องหยุดชะงัก
สำหรับความเป็นไปได้ในการร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองต่างๆ นั้น อภิสิทธิ์ย้ำถึงบรรทัดฐานของพรรคว่า จะพิจารณาจากข้อเท็จจริงมากกว่าความสงสัย โดยมีเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการ คือ
1. ต้องไม่มีมลทินเรื่องทุนเทา และการทุจริตที่ชัดแจ้ง
2. ต้องไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง จนผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่เหนือผลประโยชน์ชาติ
3. ต้องไม่สร้างความแตกแยก หรือนำประเด็นละเอียดอ่อนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง
ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น อภิสิทธิ์ยืนยันว่า จะเดินหน้าใน 2 ประเด็นเร่งด่วน คือการแก้ไขที่มาของ สว. ให้ยึดโยงกับหลักการซึ่งเป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ่น รวมถึงการปฏิรูปองค์กรอิสระ ที่อภิสิทธิ์ย้ำว่า ต้องมีความโปร่งใส และต้องถูกตรวจสอบได้ เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของสังคมกลับมา
“ประชาธิปัตย์จะเข้าไปดูแลเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อให้การเมืองไทยเดินหน้าไปอย่างมีคุณภาพและสุจริต” อภิสิทธิ์ทิ้งท้าย


