วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตกรัฐมนตรี พร้อมด้วย สกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ได้ลงพื้นที่ตลาดแสงทิพย์ เขตวัฒนา เพื่อช่วยพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 4 หมายเลข 1 หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย
โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชน พ่อค้า และแม่ค้า เข้ามาทักทายและขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก สะท้อนถึงความผูกพันในพื้นที่ซึ่งเคยเป็นเขตเลือกตั้งเดิมของอภิสิทธิ์ โดยอภิสิทธิ์กล่าวว่า การกลับมาครั้งนี้เปรียบเสมือนการกลับบ้าน และมั่นใจว่าพงศกร ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ จะสามารถสานต่อเจตนารมณ์ในการดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างดีเยี่ยม
รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/
ในประเด็นทางเศรษฐกิจ อภิสิทธิ์ ได้ชี้แจงกรณีสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) วิเคราะห์และแสดงความกังวลต่อวงเงินงบประมาณตามนโยบายหาเสียงของพรรค โดยยืนยันว่าตัวเลขที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นยอดรวมงบประมาณผูกพันต่อเนื่องระยะเวลา 4 ปี ตามกรอบที่ กกต. กำหนด ไม่ใช่งบประมาณรายปีเพียงปีเดียว
อีกทั้งหลายโครงการเป็นการต่อยอดจากสวัสดิการเดิมที่มีอยู่แล้ว เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จึงไม่ใช่การสร้างภาระทางการคลังใหม่ทั้งหมด ส่วนนโยบายลดค่าไฟฟ้า พรรคมีแนวทางบริหารจัดการโดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน ทั้งนี้ อภิสิทธิ์ยังได้เรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบพรรคการเมืองอื่นอย่างเข้มงวด เนื่องจากพบว่าบางพรรคมีการระบุโครงการแต่กลับไม่ลงรายละเอียดที่มาของงบประมาณ
สำหรับสถานการณ์ทางการเมือง อภิสิทธิ์ ได้กล่าวถึงท่าทีของพรรคภูมิใจไทยที่ระบุว่าพร้อมจับมือกับทุกพรรค โดยตั้งข้อสังเกตว่าพรรคภูมิใจไทยมักแสดงท่าทีประนีประนอมเพื่อหวังเข้าร่วมรัฐบาล แต่ในทางปฏิบัติกลับมีการปราศรัยโจมตีพรรคอื่นอย่างดุเดือด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มีแกนนำพรรคภูมิใจไทยโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นความย้อนแย้ง
พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวการเจรจากับอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันว่าขณะนี้มุ่งเน้นแต่การลงพื้นที่หาเสียงเท่านั้น ส่วนจุดยืนในการเข้าร่วมรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง จะพิจารณาจากผลคะแนนและความสอดคล้องของนโยบายเป็นหลัก หากไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ พรรคก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็ง
นอกจากนี้ ต่อกรณีที่ กกต. เตรียมส่งรายชื่อผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ซึ่งอาจส่งผลกระทบถึงหัวหน้าพรรคผู้รับรองนั้น อภิสิทธิ์ ยืนยันว่าไม่กังวล เนื่องจากพรรคได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครอย่างรัดกุมที่สุดแล้ว โดยให้ผู้สมัครรับรองตนเองควบคู่ไปกับการส่งข้อมูลตรวจสอบกับหน่วยงานรัฐ ซึ่งพรรคได้ชี้แจงขั้นตอนการปฏิบัติงานให้ กกต. รับทราบล่วงหน้าแล้ว ว่าเป็นการกระทำด้วยความสุจริตและพยายามอย่างถึงที่สุด
ทั้งนี้ อภิสิทธิ์ ทิ้งท้ายถึงการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายที่จะจัดขึ้นในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ณ ONE Bangkok ว่า พรรคเตรียมนำเสนอประเด็นสำคัญเพื่อชี้ให้เห็นถึงทางเลือกที่ชัดเจนสำหรับอนาคตประเทศ เพื่อประกอบการตัดสินใจของประชาชนก่อนวันหย่อนบัตร




เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


