×

สินเชื่อแบงก์ ‘ติดลบ 6 ไตรมาสติด’ ส่งสัญญาณครัวเรือนอาจหันพึ่ง ‘หนี้นอกระบบ’

17.02.2026
  • LOADING...
ภาพแสดงกราฟสินเชื่อหรือหนี้ครัวเรือนพร้อมตัวเลขและผู้คน สื่อถึงภาวะเศรษฐกิจและหนี้สินที่ท้าทาย

แบงก์ชาติเผย สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ในไตรมาส 4 ปี 2568 หดตัว 6 ไตรมาสติดต่อกันแล้ว ส่วนหนี้เสีย (NPL) ในภาพรวม ‘ลดลง’ โดยส่วนหนึ่งจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ต่างๆ ธปท.ย้ำยังไม่นิ่งนอนใจ และจะจับตาดู NPL ต่อไป ขณะที่เครดิตบูโร (NCB) มองสินเชื่อติดลบ ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี ไม่ใช่สัญญาณบวก ห่วงหนี้ในระบบไหลสู่นอกระบบ

 

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์) สมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ในไตรมาส 4 ปี 2568 โดยรวมหดตัว 1.1% จากระยะเดียวกันปีก่อน (YoY) นับเป็นการติดลบติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 6 แล้ว

 

โดยการหดตัวส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจ SME (-4.1%YoY) ที่หดตัวต่อเนื่องติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 14 ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่หดตัวเล็กน้อย (-0.2% YoY) ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการสินเชื่อที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ และธุรกิจหันไประดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้หรือหุ้นกู้ เพื่อมาชำระคืนหนี้ธนาคารแทน

 

สำหรับสินเชื่ออุปโภคบริโภค (รายย่อย) ในภาพรวมยังหดตัวต่อเนื่อง ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย จากสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ขยายตัวและสินเชื่อเช่าซื้อที่หดตัวชะลอลง

 

ภาพแสดงกราฟสินเชื่อหรือหนี้ครัวเรือนพร้อมตัวเลขและผู้คน สื่อถึงภาวะเศรษฐกิจและหนี้สินที่ท้าทาย 1

 

สำหรับแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อในระยะข้างหน้า สมชายระบุว่า ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การบริหารจัดการหนี้เสียในระบบ รวมไปถึงเศรษฐกิจต่างประเทศ เนื่องจากไทยเป็นประเทศพึ่งพาการส่งออกค่อนข้างสูง

 

สุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากการเดินสายคุยกับธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่พบว่า ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโตเล็กน้อยประมาณ 1 – 2% อย่างไรก็ตามผลลัพธ์สุดท้ายก็ต้องดูผลของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเป็นสำคัญ รวมถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยว่า จะมีความสามารถในการแข่งขันระยะยาวได้ดีแค่ไหน

 

เผย NPL ลดจากมาตรการ ธปท.ย้ำต้องคอยติดตาม นิ่งนอนใจไม่ได้

 

ด้านคุณภาพสินเชื่อ พบว่า สินเชื่อด้อยคุณภาพ (non-performing loan: NPL หรือ stage 3) ในไตรมาส 4 ปี 2568 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 536.0 พันล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวม ปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.84% จากระดับ 2.94% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยการปรับตัวลดลงมาจากการชำระคืนหนี้เป็นสำคัญ นอกจากนี้ ยังมาจากธนาคารพาณิชย์ยังบริหารจัดการคุณภาพหนี้และให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับ NPL ประเภทสินเชื่ออุปโภคบริโภค พบว่าโดยรวมลดลงจาก New NPL ที่ชะลอลงต่อเนื่อง โดยแยกพอร์ตสินเชื่อพบว่า สัดส่วน NPL ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยและส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น ขณะที่เช่าซื้อและบัตรเครดิตลดลง

 

สำหรับสินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม (significant increase in credit risk: SICR หรือ stage 2 ปรับลดลง มาอยู่ที่ 7.07% จากการชำระคืนหนี้ได้ตามเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้เป็นสำคัญ หลังจากธนาคารมีการปรับโครงสร้างหนี้ก่อนที่จะเสีย (Preemptive) ถึง 80% ซึ่งช่วยชะลอการไหลตกชั้นของลูกหนี้ได้มาก

 

สุโชติ กล่าวว่า แม้ NPL อยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ธปท.ยังไม่นิ่งนอนใจและยังไม่ได้สบายใจ เนื่องจากต้องยอมรับว่า NPL ที่ลดลงส่วนหนึ่งมาจากมาตรการต่างๆ และสำหรับแนวโน้มของ NPL ยังคงต้องติดตามพัฒนาการต่อไปว่า ภาวะเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างยั่งยืนหรือไม่ เนื่องจาก เศรษฐกิจจะเป็นตัวกำหนดว่า ธุรกิจหรือครัวเรือนจะมีความสามารถในการหารายได้มาชำระคืนหนี้ดีขึ้นหรือไม่

 

ภาพแสดงกราฟสินเชื่อหรือหนี้ครัวเรือนพร้อมตัวเลขและผู้คน สื่อถึงภาวะเศรษฐกิจและหนี้สินที่ท้าทาย 2

ภาพแสดงกราฟสินเชื่อหรือหนี้ครัวเรือนพร้อมตัวเลขและผู้คน สื่อถึงภาวะเศรษฐกิจและหนี้สินที่ท้าทาย 3

 

NCB มองสินเชื่อติดลบ แต่เศรษฐกิจไม่ดี ไม่ใช่สัญญาณบวก หวั่นหนี้ไหลสู่นอกระบบ

 

ขณะที่ ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) หรือเครดิตบูโร เคยตั้งข้อสังเกตต่อภาวะหนี้ครัวเรือนไม่ค่อยโต และตัวเลขสินเชื่อในระบบที่หดตัว อาจเป็นภาพสะท้อนว่าประชาชนกำลังหันไปพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบมากขึ้น

 

โดยระบุว่า “ในหมวกนักเศรษฐศาสตร์ที่เคยเป็นมาชั่วชีวิต ภาวะแบบนี้ไม่ได้ดีใจเท่าไหร่ เพราะถ้าเราดูสภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงวันนี้แล้วบอกว่า หนี้ครัวเรือนไม่โต คงไม่ใช่ นับเป็นเรื่องน่ากังวลมากกว่าว่า จะไหลลงไปนอกระบบมากขึ้นหรือเปล่า แล้วสินเชื่อนอกระบบดอกเบี้ยแพงมากจึงจะไปซ้ำเติมชีวิตคนหรือไม่”

 

อย่างไรก็ตาม “หนี้นอกระบบเป็นประเด็นที่เรามองไม่เห็นจริงๆ เรารู้แต่ว่า หนี้ในระบบไม่ค่อยโตเท่าไหร่ จึงพอจะเดาได้ว่าไหลไปข้างนอก” ดร.ลัษมณกล่าว เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568

 

ดร.ลัษมณยังเปิดเผยว่า ตามข้อมูลหนี้สินครัวเรือน ที่จัดเก็บในระบบ NCB ณ ช่วงสิ้นปี 2568 พบว่า ภาพรวมมูลค่าหนี้ครัวเรือนตลอดทั้งปี 2568 โตขึ้นน้อยมาก ไม่ถึง 1% ซึ่งสะท้อนว่าสินเชื่อไม่ขยายตัวและธนาคารปล่อยกู้น้อยลง กราฟหนี้ครัวเรือนจึงมีลักษณะเป็น ‘ที่ราบสูง’ หรือทรงตัว

 

ส่วนสถานการณ์หนี้เสีย (NPL) ที่ค้างชำระเกิน 90 วัน อยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 9.6% ของหนี้ครัวเรือน โดยแนวโน้มยังไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ชันมาก โดยสินเชื่อที่น่าห่วงคือสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สำหรับหนี้ที่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ (SM) ปรับขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดจากมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ต่างๆ ของธปท. เป็นเขื่อนกั้นไว้

 

ภาพแสดงกราฟสินเชื่อหรือหนี้ครัวเรือนพร้อมตัวเลขและผู้คน สื่อถึงภาวะเศรษฐกิจและหนี้สินที่ท้าทาย 4

 

ทั้งนี้ ตามผลการสำรวจหนี้ครัวเรือนไทย โดยความร่วมมือของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และธนาคารกรุงไทย (ข้อมูลเบื้องต้น ณ พฤศจิกายน 2568) โดยระบุว่า ครัวเรือนยังพึ่งพา ‘หนี้นอกระบบ’ มากขึ้น โดยสัดส่วนหนี้นอกระบบในการสำรวจปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 14% จากระดับ 12% ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมดในปี 2567 สะท้อนว่า ภาวะหนี้ครัวเรือนที่แท้จริง ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่สูงเกิน 100% ต่อ GDP

 

โดยตามข้อมูลของธปท. ระบุว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ล่าสุด ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 86.8% สำหรับแนวโน้มสัดส่วนหนี้ต่อ GDP ในไตรมาสที่ 4 คาดว่าจะ ‘ลดลง’ ต่อเนื่องจากตัวหาร (GDP) เพิ่มขึ้นจากข้อมูลที่สภาพัฒน์เพิ่งประกาศไป และตัวเศษคือ สินเชื่อโดยรวมไม่ได้ขยับขึ้น

 

ภาพแสดงกราฟสินเชื่อหรือหนี้ครัวเรือนพร้อมตัวเลขและผู้คน สื่อถึงภาวะเศรษฐกิจและหนี้สินที่ท้าทาย 5

ภาพแสดงกราฟสินเชื่อหรือหนี้ครัวเรือนพร้อมตัวเลขและผู้คน สื่อถึงภาวะเศรษฐกิจและหนี้สินที่ท้าทาย 6

 

ภาพ: Tuomas A. Lehtinen / Getty Images

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising