×

จากความเสี่ยงสู่ความยั่งยืน: ยุค AI กำลังเปลี่ยนงานบริหารความเสี่ยงและบทบาทนักคณิตศาสตร์ประกันภัยอย่างไร

13.02.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงแนวคิดปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผสานกับการบริหารความเสี่ยงและข้อมูลขนาดใหญ่ในธุรกิจประกันภัย

เราอยู่ในโลกที่ความเสี่ยงใหม่เกิดขึ้นเร็วและต่อเนื่องกว่าที่เคย หลายองค์กรจึงต้องเร่งปรับตัวให้ทันบริบทที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ โครงสร้างประชากร เทคโนโลยี ไปจนถึงภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนขึ้น การบริหารความเสี่ยงที่ดีจึงยิ่งมีความสำคัญ และ ‘ประกันภัย’ คือหนึ่งในกลไกของสังคมที่ช่วยให้บุคคลและธุรกิจฟื้นตัวจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้ ผู้อยู่เบื้องหลังระบบดังกล่าวคือ ‘นักคณิตศาสตร์ประกันภัย’ (Actuary) ผู้ใช้ข้อมูล แบบจำลอง และวิจารณญาณทางวิชาชีพในการประเมินและจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงในภาคประกันภัย แต่ยังรวมถึงสถาบันการเงิน ตลาดทุน รัฐวิสาหกิจ และธุรกิจที่ต้องรับมือกับความไม่แน่นอนเชิงระบบในรูปแบบต่างๆ บทบาทของวิชาชีพนี้จึงขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในโลกที่ข้อมูลและความเสี่ยงเชื่อมโยงกันมากขึ้น

 

มุมมองจากเวที AAC: สัญญาณจุดเปลี่ยนของงานบริหารความเสี่ยงในยุค AI

 

ในฐานะหนึ่งในผู้ร่วมจัดการประชุม Asian Actuarial Conference (AAC) 2025 ที่กรุงเทพฯ ผมมีโอกาสได้เห็นการแลกเปลี่ยนมุมมองจากนักคณิตศาสตร์ประกันภัย และผู้เชี่ยวชาญด้านความเสี่ยงทั่วเอเชียอย่างใกล้ชิด การสนทนาบนเวทีนี้สะท้อนให้เห็นว่า วิชาชีพนี้กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ในยุคที่เทคโนโลยีและข้อมูลมีบทบาทมากขึ้นในทุกมิติของการทำงาน

 

สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะงานด้านเทคนิค แต่ยังกระทบต่อกลยุทธ์องค์กร การกำกับดูแลความเสี่ยง และความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจประกันภัยในระยะยาว องค์กรที่สามารถผสานข้อมูล เทคโนโลยี และวิจารณญาณของมนุษย์ได้อย่างเหมาะสม จะสามารถนำพาตนเองผ่านความไม่แน่นอนได้ดีกว่า นักคณิตศาสตร์ประกันภัยในยุคนี้จึงต้องก้าวข้ามบทบาทเดิมที่เน้นเฉพาะการคำนวณ และเป็นผู้นำในการพัฒนาหลักคิดและมาตรฐานใหม่ๆ ด้านความเสี่ยงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคม

 

เทคโนโลยีและ AI: การทำงานร่วมกับมนุษย์ ไม่ใช่การทดแทน

 

AI และเทคโนโลยีขั้นสูงทำให้การสร้างแบบจำลองความเสี่ยงที่ซับซ้อนเป็นเรื่องที่ทำได้เร็วขึ้นและแม่นยำมากขึ้น แต่เทคโนโลยีไม่อาจมาแทนที่บทบาทของนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตรงกันข้าม กลับทำให้ ‘วิจารณญาณทางวิชาชีพ’ และความเข้าใจในบริบทธุรกิจมีความสำคัญยิ่งขึ้น

 

แบบจำลองคำนวณได้อย่างแม่นยำ แต่การตีความผลลัพธ์ และการตัดสินใจว่าจะใช้ข้อมูลอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่สร้างความเสี่ยงใหม่ ยังคงเป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่ต้องพิจารณาปัจจัยหลายมิติ ทั้งกฎเกณฑ์ ความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค และผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง

 

ในหลายประเทศ เราเห็นองค์กรให้ความสำคัญกับการยกระดับ Model governance, AI risk management และการตรวจสอบคุณภาพของแบบจำลองอย่างเข้มงวดขึ้น แม้แนวปฏิบัติและมาตรฐานในแต่ละประเทศหรือภาคธุรกิจจะมีความแตกต่างกัน แต่ทิศทางโดยรวมชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการใช้เทคโนโลยีอย่างรอบคอบและโปร่งใส ซึ่งเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับสิ่งที่ผมเห็นจากการทำงานร่วมกับองค์กรที่ต้องบริหารความเสี่ยงเชิงลึกในหลายภูมิภาค

 

สำหรับผู้นำองค์กร การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้หมายถึงการเปิดพื้นที่ให้บทบาทของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยกว้างขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงผู้สนับสนุนด้านตัวเลข แต่เป็นผู้ร่วมออกแบบกลยุทธ์ความเสี่ยงขององค์กร การลงทุนด้านข้อมูล ระบบแบบจำลอง และการกำกับดูแลโมเดลอย่างเหมาะสม จะช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้รอบคอบ โปร่งใส และพร้อมรับความเสี่ยงในยุคที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

 

ความร่วมมือระดับภูมิภาค: รับมือความเสี่ยงในโลกที่เชื่อมโยงกัน

 

ภูมิภาคเอเชียมีระดับการพัฒนาของตลาดประกันภัยที่แตกต่างกัน บางประเทศมีความก้าวหน้ามาก ขณะที่บางประเทศยังอยู่ระหว่างการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านความเสี่ยง แต่ทุกประเทศเผชิญโจทย์คล้ายกัน ทั้งภัยพิบัติ การสูงวัยของประชากร และแรงกดดันจากมาตรฐานสากล ซึ่งทำให้ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกันมีความสำคัญมากขึ้น

 

หนึ่งในแนวโน้มที่ได้รับความสนใจคือ การโอนความเสี่ยงทางเลือก (Alternative Risk Transfer Solutions) เช่น ตราสารทางการเงินที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยง (Insurance-linked Securities) โดยเฉพาะในประเทศที่ต้องรับมือกับภัยพิบัติถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้น นักคณิตศาสตร์ประกันภัยจำเป็นต้องทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านการประเมินความเสี่ยงภัยพิบัติและการออกแบบโครงสร้างความคุ้มครองที่เหมาะสม

 

ในบริบทของประเทศไทย แม้จำนวนบุคลากรวิชาชีพจะเพิ่มขึ้นมาก แต่การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณะ และการเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานระดับสากลยังเป็นความท้าทายสำคัญ เมื่อระบบตลาดทุนและนักลงทุนมีความพร้อมมากขึ้น เครื่องมือในลักษณะนี้ก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในระบบบริหารความเสี่ยงของประเทศได้เช่นกัน

 

แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนว่าการบริหารความเสี่ยงในอนาคตจะต้องอาศัยความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมมากขึ้น ทั้งภาคประกันภัย ตลาดทุน และหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญต่อความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจโดยรวม

 

บทสรุป: ความไม่แน่นอนคือโอกาส

 

AAC 2025 ทำให้ผมยิ่งเชื่อมั่นว่า บทบาทของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยจะมีความสำคัญยิ่งขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย ในยุคที่ความเสี่ยงทวีความซับซ้อน และเทคโนโลยีเข้ามาอยู่ในทุกกระบวนการตัดสินใจขององค์กร ไม่ใช่เพียงในภาคประกันภัย แต่รวมถึงธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการประเมินความเสี่ยงระดับระบบมากขึ้นเรื่อยๆ

 

สำหรับผู้นำองค์กรไทย ความท้าทายจึงไม่ใช่แค่การมีข้อมูลหรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่คือการสร้างกรอบการตัดสินใจที่ผสานความเข้าใจด้านความเสี่ยงเชิงลึกเข้ากับแนวคิดเชิงกลยุทธ์ และพิจารณาใช้ศักยภาพของวิชาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัยเพื่อยกระดับการบริหารความเสี่ยงของภาคธุรกิจให้พร้อมรับความไม่แน่นอนรูปแบบใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นทั่วโลก

 

ภาพ: Jirsak / Getty Images

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising