Thailand – THE STANDARD ข่าวออนไลน์เชิงสร้างสรรค์ ข่าวในประเทศ ข่าวจริง https://thestandard.co/category/news/thailand/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 17 Aug 2026 12:23:10 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รมว.กลาโหมเปิดงาน Thailand Security Dialogue ย้ำกองทัพต้องพร้อมรับมือภัยคุกคาม เปลี่ยน ‘ผู้ซื้อ’ สู่ ‘ผู้สร้าง’ และไม่เลือกข้าง https://thestandard.co/thailand-security-dialogue-defense/ Mon, 17 Aug 2026 12:23:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1242975 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเปิดงาน Thailand Security Dialogue 2026

วันนี้ (17 สิงหาคม) พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่ […]

The post รมว.กลาโหมเปิดงาน Thailand Security Dialogue ย้ำกองทัพต้องพร้อมรับมือภัยคุกคาม เปลี่ยน ‘ผู้ซื้อ’ สู่ ‘ผู้สร้าง’ และไม่เลือกข้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเปิดงาน Thailand Security Dialogue 2026

วันนี้ (17 สิงหาคม) พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเปิดงานสัมมนาทางวิชาการด้านความมั่นคง Thailand Security Dialogue 2026 ภายใต้หัวข้อหลัก “Defence and Security in an Era of Uncertainty” (การป้องกันประเทศและความมั่นคงในยุคแห่งความไม่แน่นอน) โดย พล.ท. อดุลย์ ได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับทิศทางของกองทัพและยุทธศาสตร์ความมั่นคงของไทยในภาวะที่โลกกำลังเผชิญความผันผวน ไร้ระเบียบ ทั้งในมิติทางภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และภัยคุกคามอุบัติใหม่

 

พล.ท. อดุลย์ ระบุว่า ธีมการจัดงานในปีนี้สะท้อนถึงสภาวะความจริงของโลกในปัจจุบันอย่างเด่นชัด ที่ซึ่งความเสี่ยงและความท้าทายด้านความมั่นคงมีความซับซ้อนและไร้ระเบียบมากกว่ายุคใดๆ โดยฉายภาพจากประสบการณ์รับราชการทหารตั้งแต่ระดับผู้บังคับหน่วยในสนาม ชายแดน แม่ทัพภาคที่ 2 จนถึงระดับผู้กำหนดนโยบายในปัจจุบันว่า “สงครามยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่ขนาดของกองทัพเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่คำถามสำคัญคือ ใครจะปรับตัวได้เร็วกว่า มีระบบคิดวิเคราะห์และการตัดสินใจที่แม่นยำกว่า รวมถึงสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในชาติได้มากกว่า” พร้อมย้ำว่าการป้องกันประเทศในปัจจุบันไม่อาจเป็นภารกิจของกองทัพเพียงลำพัง แต่คือวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน

 

ในส่วนของภัยคุกคามรูปแบบใหม่ รัฐมนตรีกลาโหมย้ำว่า ความน่ากลัวที่สุดไม่ใช่ภัยคุกคามที่เรามองเห็น แต่คือภัยที่เรามองไม่เห็นและไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด เช่น สงครามไซเบอร์, สงครามข้อมูลข่าวสาร, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), โดรน, อาวุธไร้คนขับ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนวิกฤตเศรษฐกิจจากผลกระทบด้านกำแพงภาษี

 

ดังนั้นยุทธศาสตร์ความมั่นคงยุคใหม่จึงต้องมองเห็นความเสี่ยงก่อนที่จะลุกลามเป็นวิกฤต พร้อมฉายแนวคิดการยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศว่า ถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องเปลี่ยนมุมมองจาก “การซื้อความมั่นคง” ไปสู่ “การสร้างขีดความสามารถขึ้นเอง” โดยเฉพาะเทคโนโลยีโดรน ระบบไซเบอร์ และดาวเทียม

 

รัฐมนตรีกลาโหมกล่าวว่า แม้ซื้ออาวุธที่ดีที่สุด แต่หากใช้ไม่เป็นหรือไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องก็ไร้ความหมาย ดังนั้นการจัดซื้อจัดจ้างในอนาคตจึงต้องตอบให้ได้ว่า ประเทศชาติได้อะไรกลับมา ไม่ใช่ได้แค่ยุทโธปกรณ์ แต่ต้องได้องค์ความรู้ บุคลากร และเทคโนโลยี เพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

 

นอกจากนี้ พล.ท. อดุลย์ ยังกล่าวถึงการวางตัวและรักษาสมดุลด้านความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างประเทศว่า ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน ไทยต้องไม่เลือกข้าง แต่ต้องยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมสร้างความร่วมมือบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมและการเคารพซึ่งกันและกัน

 

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งของการกล่าวเปิดงาน พล.ท. อดุลย์ได้กล่าวถึงแนวคิดเกี่ยวกับโครงการสร้างพื้นที่เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจอย่างคอคอดกระและแลนด์บริดจ์ในอดีต โดยระบุเป็นมุมมองส่วนตัวว่า หากไทยจะผลักดันให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานที่อาจกลายเป็นเวทีแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ สิทธิในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายต้องเป็นของประเทศไทยเองอย่างมีเอกราช โดยไม่อยู่ภายใต้การครอบงำหรือข้อจำกัดจากมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

 

ช่วงท้าย รัฐมนตรีกลาโหมได้ฝากข้อคิดไว้ถึงความพร้อมของประเทศในการรับมือภัยคุกคามว่า “ประเทศที่มั่นคง ไม่ใช่ประเทศที่ไม่เคยเผชิญหน้ากับภัยคุกคาม แต่คือประเทศที่เมื่อพบกับภัยคุกคามแล้ว ยังสามารถหยัดยืน ตัดสินใจ และเดินหน้าต่อไปข้างหน้าได้”

 

พร้อมกล่าวสรุปว่าความมั่นคงในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่แค่การสร้างกำลังรบเพื่อเอาชนะในสงคราม แต่คือการสร้างขีดความสามารถของประเทศในทุกมิติ ทั้งกองทัพ รัฐบาล ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้พร้อมรับมือและอยู่รอดได้ในโลกที่ไร้ระเบียบ

 

สำหรับงาน Thailand Security Dialogue 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–18 สิงหาคม 2026 ณ โรงแรม ดิ แอทธินี กรุงเทพฯ ถือเป็นเวทีหารือยุทธศาสตร์ความมั่นคงระดับภูมิภาคที่สำคัญ จัดโดยสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (สปท.) มีผู้เข้าร่วมทั้งผู้นำเหล่าทัพ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพ ผู้ช่วยทูตทหารจากประเทศต่างๆ และนักวิชาการด้านความมั่นคง

The post รมว.กลาโหมเปิดงาน Thailand Security Dialogue ย้ำกองทัพต้องพร้อมรับมือภัยคุกคาม เปลี่ยน ‘ผู้ซื้อ’ สู่ ‘ผู้สร้าง’ และไม่เลือกข้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
OKMD เสนอแนวทางรับมือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี-สังคมสูงวัย พัฒนา 3 ทักษะอนาคต สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ https://thestandard.co/okmd-future-skills-longevity/ Mon, 17 Aug 2026 12:04:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1242959 ภาพกราฟิกแสดงแนวคิดการพัฒนาทักษะอนาคตและการรับมือสังคมสูงวัยของ OKMD

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ O […]

The post OKMD เสนอแนวทางรับมือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี-สังคมสูงวัย พัฒนา 3 ทักษะอนาคต สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงแนวคิดการพัฒนาทักษะอนาคตและการรับมือสังคมสูงวัยของ OKMD

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ระบุถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเตรียมความพร้อมของประชากรไทย เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างที่สำคัญสองประการ ได้แก่ การเข้ามามีบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเข้าสู่สังคมอายุยืน (Longevity)

 

การรักษาระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge Economy) จำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตควบคู่ไปกับการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Learning Ecosystem)

 

ดร.อภิชาติ ประเสริฐ รองผู้อำนวยการ OKMD เน้นย้ำว่า ภาระการเตรียมความพร้อมนี้ไม่สามารถปล่อยให้เป็นหน้าที่ของประชาชนเพียงลำพัง แต่ต้องได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ การสร้างกรอบความคิดด้านการเรียนรู้ในสังคม และการปรับตัวของภาคธุรกิจจากการแข่งขันด้วยต้นทุนไปสู่การแข่งขันด้วยองค์ความรู้

 

สำหรับแนวทางการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ดร.อภิชาติระบุว่า ความรู้พื้นฐานเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการรับมือในอนาคต ประชากรจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะสำคัญ 3 กลุ่มประกอบด้วย กลุ่มแรกคือทักษะความเป็นมนุษย์ (Human Skills) ซึ่งครอบคลุมความสามารถในการคิดวิเคราะห์แก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน ความคิดสร้างสรรค์ การบูรณาการองค์ความรู้ข้ามสาขาวิชา ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น การทำงานร่วมกัน และภาวะผู้นำ ซึ่งเป็นทักษะที่มีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่มีการใช้เทคโนโลยี

 

กลุ่มที่สองคือทักษะด้านเทคโนโลยีและขีดความสามารถในอนาคต (Future Capability and Technology Skills) โดยเน้นที่การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงความเข้าใจในความสัมพันธ์ของข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติ

 

กลุ่มที่สามคือทักษะด้านความยั่งยืน (Sustainability Skills) ซึ่งรวมถึงความรู้ด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Literacy) ที่เชื่อมโยงมิติทางธรรมชาติ เศรษฐกิจ สังคม และอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ความรู้ด้านแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (BCG) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตลอดจนความเข้าใจในกฎระเบียบและมาตรฐานใหม่ของโลก (Process Literacy) ที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ

 

ในมิติของการเข้าสู่สังคมอายุยืน OKMD ได้นำเสนอแนวคิดการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มอายุขัย แต่คือการรักษาสมรรถภาพทางสมอง ร่างกาย จิตใจ และความสามารถในการพึ่งพาตนเองให้นานที่สุด

 

แนวคิดนี้ได้รับการอภิปรายในวงเสวนาหัวข้อ ‘Your Brain at 90: Keeping It Sharp, Living it Well – สมองจะอยู่กับเราแบบไหนในวันที่เราอายุ 90’ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง จิตเวชผู้สูงอายุ และการออกแบบสภาพแวดล้อม ได้แก่ นพ.ธารา รักษ์อารีผล, นพ.ชุมพล สุรพันธ์ไพโรจน์, นพ.กฤต วรรณพฤกษ์ และ อ.ดร.ญาณิศา เนียรนาครกุล ร่วมให้ความเห็น

 

ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่า การดูแลผู้สูงวัยต้องบูรณาการทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสภาพแวดล้อม ประเด็นสำคัญจากการเสวนาชี้ให้เห็นว่า การปฏิบัติของสมาชิกในครอบครัวที่ทำกิจวัตรต่างๆ แทนผู้สูงวัยด้วยความหวังดี อาจส่งผลให้ความสามารถในการพึ่งพาตนเองของผู้สูงวัยลดลงโดยไม่รู้ตัว

 

การเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยได้ทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองและรักษาสมรรถภาพร่างกาย การดูแลด้านจิตใจควรใช้หลักการทำความเข้าใจ ยอมรับ และปรับเปลี่ยน ควบคู่ไปกับการจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย การออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อลดสิ่งกีดขวาง ป้องกันการพลัดตกหกล้ม การเพิ่มแสงสว่างจากธรรมชาติ และการจัดพื้นที่สีเขียว ล้วนมีส่วนช่วยรักษาความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน (ADL)

 

นอกจากนี้ เทคโนโลยีจะเข้ามาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการดูแลผู้สูงวัย ทั้งในด้านการเชื่อมต่อกับบุคลากรทางการแพทย์ การฝึกสมอง การลดภาวะโดดเดี่ยว และการตรวจคัดกรองความผิดปกติของสมองในระยะเริ่มต้น (Early Detection)

 

OKMD ประเมินว่า รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้สูงวัยในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไป โดยกลุ่มผู้สูงวัยหลังเกษียณยังคงมีความต้องการในการทำงาน การเรียนรู้ การเดินทาง และการมีส่วนร่วมในสังคม การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรนี้จึงเป็นโอกาสในการพัฒนาบริการ นวัตกรรม เทคโนโลยี และระบบเศรษฐกิจใหม่ที่สอดคล้องกับแนวคิดพฤฒพลัง (Active Aging)

 

ข้อมูลและแนวทางทั้งหมดนี้ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากกิจกรรม ‘Brain Longevity Bootcamp’ ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง OKMD จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 14 ถึง 16 สิงหาคม 2569 ณ ห้องสมุดสิ่งแวดล้อม สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)

 

กิจกรรมดังกล่าวเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านประสาทวิทยาศาสตร์ สุขภาพ การเรียนรู้ เทคโนโลยี และการออกแบบ ผ่านรูปแบบการบรรยาย การประชุมเชิงปฏิบัติการ และบูธกิจกรรมแบบโต้ตอบ เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมทรัพยากรมนุษย์สำหรับอนาคต

The post OKMD เสนอแนวทางรับมือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี-สังคมสูงวัย พัฒนา 3 ทักษะอนาคต สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพเรือเริ่มซ้อมย่อยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งแรก ชวนประชาชนร่วมชมตลอดสองฝั่ง https://thestandard.co/royal-barge-procession-rehearsal-chao-phraya/ Mon, 17 Aug 2026 11:03:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1242920 ภาพขบวนเรือพระราชพิธีซ้อมย่อยในแม่น้ำเจ้าพระยา

​วันนี้ (17 สิงหาคม) กองทัพเรือจัดพิธีซ้อมย่อยขบวนพยุหย […]

The post กองทัพเรือเริ่มซ้อมย่อยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งแรก ชวนประชาชนร่วมชมตลอดสองฝั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพขบวนเรือพระราชพิธีซ้อมย่อยในแม่น้ำเจ้าพระยา

​วันนี้ (17 สิงหาคม) กองทัพเรือจัดพิธีซ้อมย่อยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งแรกในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี (3 มิถุนายน 2569)

ดูภาพข่าว 

สำหรับการจัดขบวนเรือใช้กำลังพลรวม 2,200 นาย และเรือพระราชพิธี 52 ลำ ความยาว 1,280 เมตร แบ่งเป็น 5 ริ้ว 3 สาย นำโดยเรือพระที่นั่งสำคัญ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9, เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ พร้อมด้วยเรือรูปสัตว์และเรืออื่นๆ อย่างสมพระเกียรติ

 

สำหรับการฝึกซ้อมมีกำหนดจัดซ้อมย่อยทั้งหมด 10 ครั้ง (17, 20,27 สิงหาคม, 3, 8, 17, 23 กันยายน, 2, 8, 15, 21, 28 ตุลาคม) โดยในวันนี้เป็นการซ้อมย่อย ครั้งแรก และซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง ในวันที่ 21 และ 28 ตุลาคม ก่อนถึงวันพระราชพิธีจริงในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569

 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมชมการซ้อมได้ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ตลอดเส้นทางตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีถึงวัดอรุณฯ โดยมีจุดชมสำคัญ อาทิ สวนใต้สะพานพระราม 8, สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ข้างโรงพยาบาลศิริราช, ท่ามหาราช, ท่าช้าง และวัดอรุณราชวราราม

 

 

ภาพขบวนเรือพระราชพิธีซ้อมย่อยในแม่น้ำเจ้าพระยา 1ภาพขบวนเรือพระราชพิธีซ้อมย่อยในแม่น้ำเจ้าพระยา 2ภาพขบวนเรือพระราชพิธีซ้อมย่อยในแม่น้ำเจ้าพระยา 3ภาพขบวนเรือพระราชพิธีซ้อมย่อยในแม่น้ำเจ้าพระยา 4ภาพขบวนเรือพระราชพิธีซ้อมย่อยในแม่น้ำเจ้าพระยา 5ภาพขบวนเรือพระราชพิธีซ้อมย่อยในแม่น้ำเจ้าพระยา 6ภาพขบวนเรือพระราชพิธีซ้อมย่อยในแม่น้ำเจ้าพระยา 7ภาพขบวนเรือพระราชพิธีซ้อมย่อยในแม่น้ำเจ้าพระยา 8ภาพขบวนเรือพระราชพิธีซ้อมย่อยในแม่น้ำเจ้าพระยา 9ภาพขบวนเรือพระราชพิธีซ้อมย่อยในแม่น้ำเจ้าพระยา 10

The post กองทัพเรือเริ่มซ้อมย่อยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งแรก ชวนประชาชนร่วมชมตลอดสองฝั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดมาตรการ ตร. เฝ้าระวังผู้พ้นโทษ-พักโทษ สั่งทุกสถานีตำรวจเกาะติดพฤติกรรม ขีดเส้นเชื่อมข้อมูลราชทัณฑ์แบบเรียลไทม์ https://thestandard.co/police-monitor-ex-convicts-data/ Mon, 17 Aug 2026 10:09:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1242891 เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบกำลังปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ (17 สิงหาคม) สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้ายกระดั […]

The post เปิดมาตรการ ตร. เฝ้าระวังผู้พ้นโทษ-พักโทษ สั่งทุกสถานีตำรวจเกาะติดพฤติกรรม ขีดเส้นเชื่อมข้อมูลราชทัณฑ์แบบเรียลไทม์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบกำลังปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ (17 สิงหาคม) สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเชิงรุก โดยมุ่งเน้นไปที่การเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงที่อาจกลับมาก่อเหตุซ้ำ เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับประชาชนในทุกพื้นที่

 

พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ. อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ได้มีข้อสั่งการด่วนกำชับไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการเกี่ยวกับบุคคลพ้นโทษอย่างเคร่งครัด ตามประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 17 ว่าด้วยการควบคุมอาชญากรบางประเภท

 

ข้อสั่งการดังกล่าว กำชับให้ทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ ตรวจสอบข้อมูลคนพ้นโทษที่ออกจากเรือนจำและกำลังจะเข้ามาพำนักในพื้นที่รับผิดชอบ ผ่านระบบ CRIMES ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อมโยงข้อมูลโดยตรงกับกรมราชทัณฑ์

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการบันทึกและรายงานพฤติการณ์ของคนพ้นโทษผ่านแอปพลิเคชัน Police 4.0 พร้อมกับจัดทำบัญชีจัดกลุ่มบุคคล 3 ประเภท ได้แก่:

 

  • บุคคลพักการลงโทษ
  • บุคคลพ้นโทษ
  • ผู้ร้ายท้องถิ่น

 

ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวิเคราะห์รูปแบบและวางแผนป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ โดยให้มีการมอบหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่สังเกตพฤติการณ์และความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานตามแบบฟอร์มที่กำหนด ขณะเดียวกัน หัวหน้าสถานีตำรวจจะต้องจัดการประชุมติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลกลุ่มนี้อย่างสม่ำเสมอ

 

ในระดับส่วนกลาง จตช. ได้สั่งการให้ กองทะเบียนประวัติอาชญากร และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เร่งดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลคนพ้นโทษกับกรมราชทัณฑ์ให้เป็นปัจจุบันที่สุด และต้องนำข้อมูลอัปเดตลงในระบบสืบค้น CRIMES ทันทีที่ได้รับรายงาน

 

พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานจเรตำรวจให้ความสำคัญกับนโยบายดังกล่าว โดยต้องลงพื้นที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของทุกสถานีตำรวจให้เป็นไปตามแนวทางอย่างเคร่งครัด

 

“จเรตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับดำเนินการเรื่องนี้อย่างเข้มงวด หากพบว่าผู้บังคับบัญชาปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการ หรือดำเนินการล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและสังคม จะถือว่ามีความบกพร่องต่อหน้าที่และต้องรับผิดชอบตามระเบียบต่อไป” พล.ต.ท. ไตรรงค์ กล่าวทิ้งท้าย

The post เปิดมาตรการ ตร. เฝ้าระวังผู้พ้นโทษ-พักโทษ สั่งทุกสถานีตำรวจเกาะติดพฤติกรรม ขีดเส้นเชื่อมข้อมูลราชทัณฑ์แบบเรียลไทม์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทบ.แจงเหตุทหารบาดเจ็บขณะปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด ช่องอานม้า อุบลฯ ล่าสุดอาการปลอดภัย https://thestandard.co/soldier-injured-mine-clearance-ubon/ Mon, 17 Aug 2026 10:06:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1242887 ภาพทหารบาดเจ็บขณะปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด

วันนี้ (17 สิงหาคม) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล […]

The post ทบ.แจงเหตุทหารบาดเจ็บขณะปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด ช่องอานม้า อุบลฯ ล่าสุดอาการปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพทหารบาดเจ็บขณะปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด

วันนี้ (17 สิงหาคม) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีมีกำลังพลได้รับบาดเจ็บจากการร่วมปฎิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดกับ ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) บริเวณพื้นที่ ช่องอานม้า ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะทีมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) กำลังปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด บริเวณใกล้ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

 

เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ ในอดีตฝ่ายกัมพูชาเคยรุกล้ำเข้ามาตั้งฐาน ในช่วงที่มีสถานการณ์ฝ่ายไทยได้มีการผลักดันทหารกัมพูชาออกไป หลังจากนั้นได้มีการควบคุมและปิดกั้นพื้นที่ระบุเป็นพื้นที่อันตราย เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ทีมเก็บกู้จากศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ได้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อทำให้พื้นที่มีความปลอดภัยต่อไป

 

จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าขวา มือขวา และมีบาดแผลตามร่างกาย ขณะนี้กำลังพลรู้สึกตัวและอาการปลอดภัย อยู่ระหว่างนำส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์

 

กองทัพบกขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในเบื้องต้นทางผู้บังคับบัญชาได้กำชับทางต้นสังกัด ดูแลกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด

The post ทบ.แจงเหตุทหารบาดเจ็บขณะปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด ช่องอานม้า อุบลฯ ล่าสุดอาการปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศูนย์ AIRRE กางผลงานวิจัย 2 ปี ช่วยทารกรอดตาบอดถาวร ดันเชียงใหม่ฮับป้องกัน ROP https://thestandard.co/airre-rop-infant-blindness-chiang-mai/ Mon, 17 Aug 2026 09:41:25 +0000 https://thestandard.co/airre-rop-infant-blindness-chiang-mai/ ภาพการแถลงข่าวความคืบหน้าโครงการป้องกันภาวะตาบอดในเด็กแรกเกิด โดยศูนย์ AIRRE และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันนี้ (17 สิงหาคม) ที่ ห้องประชุมบุญสม มาร์ติน โรงพยาบ […]

The post ศูนย์ AIRRE กางผลงานวิจัย 2 ปี ช่วยทารกรอดตาบอดถาวร ดันเชียงใหม่ฮับป้องกัน ROP appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการแถลงข่าวความคืบหน้าโครงการป้องกันภาวะตาบอดในเด็กแรกเกิด โดยศูนย์ AIRRE และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันนี้ (17 สิงหาคม) ที่ ห้องประชุมบุญสม มาร์ติน โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ร่วมกับ สถาบันจักษุวิทยาวิลเมอร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ และศูนย์วิจัยและรักษาโรคจอตา อยู่วิทยา โกลบอล แอร์ (AIRRE) เซ็นเตอร์ จัดงานแถลงข่าวความคืบหน้าโครงการป้องกันภาวะตาบอดในเด็กแรกเกิดในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด จากความร่วมมือระดับโลกสู่การรอดพ้นจากโลกมืดของเด็กไทย

 

การแถลงข่าวครั้งนี้นำโดย ศาสตราจารย์ นพ.นีล เอ็ม. เบรสเลอร์ ผู้อำนวยการศูนย์ AIRRE พร้อมด้วย ผศ.พญ.จุน คอง รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ ผศ.พญ.อัจฉรียา วิวัฒน์วงศ์วนา หัวหน้าหน่วยจักษุวิทยาเด็กและตาเข ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

ศ.นพ.เบรสเลอร์ เปิดเผยว่า โครงการวิจัยนี้มุ่งเป้าไปที่การลดภาวะตาบอดในเด็ก โดยเฉพาะจาก ‘โรคจอประสาทตาผิดปกติในทารกคลอดก่อนกำหนด’ (Retinopathy of Prematurity: ROP) ซึ่งเป็นภัยเงียบที่ร้ายแรง เนื่องจากสถิติพบว่ากว่า 2 ใน 3 ของเด็กไทยที่ตาบอดมีสาเหตุมาจากโรค ROP และในทารกแรกเกิดทุกๆ 1,000 คน จะพบภาวะตาบอด 1 คน

 

จากสถานการณ์ดังกล่าว เฉลิม อยู่วิทยา นักธุรกิจชาวไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญและได้เข้ามามีบทบาทหลักในการผลักดัน ผ่านการมอบทุนสนับสนุนมูลค่ากว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 330 ล้านบาท) ครอบคลุมทั้งค่าบุคลากร อุปกรณ์ล้ำสมัย และค่าตรวจรักษา

 

ไฮไลต์สำคัญคือการจัดซื้อ กล้องถ่ายภาพจอประสาทตาแบบมุมกว้างสำหรับเด็ก (Wide-field Pediatric Retinal Camera) มูลค่า 125,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเข้ามาพลิกโฉมการตรวจรักษาในพื้นที่ห่างไกล โดยเจ้าหน้าที่สามารถถ่ายภาพและส่งต่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยทางไกลได้ทันท่วงที

 

ศ.นพ.เบรสเลอร์ เผยผลลัพธ์ว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เริ่มโครงการ (สิงหาคม 2567) ทีมวิจัยได้ติดตามภาพถ่ายจอประสาทตากว่า 6,000 ภาพ จากทารก 60 คน พบทารก 23 คนที่มีภาวะ ROP ซึ่งทั้งหมดได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์จอประสาทตาที่ทันสมัย ผลลัพธ์คือ เด็กทุกคนในโครงการรอดพ้นจากภาวะตาบอดถาวร 100%

 

ด้าน ผศ.พญ.อัจฉรียา เสริมว่า ตามมาตรฐานทางการแพทย์ ทารกคลอดก่อนกำหนด (อายุครรภ์ต่ำกว่า 30 สัปดาห์ หรือน้ำหนักไม่ถึง 1,500 กรัม) ต้องได้รับการคัดกรองภายใน 4 สัปดาห์ และหากพบความผิดปกติ ต้องรักษาด่วนภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ในอดีตทำให้มีเด็กจำนวนหนึ่งพลาดโอกาสนี้ไป

 

“มีกรณีที่เราคัดกรองเด็กจากโครงการ พบอาการชัดเจนและรักษาได้ทัน ครอบครัวเด็กเล่าว่าลูกคนโตต้องตาบอดเพราะคัดกรองไม่ทัน แต่ครั้งนี้เราช่วยลูกคนเล็กไว้ได้ ปัจจุบันเขาอายุ 1 ขวบและมองเห็นได้ดีขึ้น” ผศ.พญ.อัจฉรียา กล่าวพร้อมระบุว่าความสำเร็จของโมเดลนี้กำลังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในประเทศมาเลเซียด้วย

 

สำหรับก้าวต่อไป ศูนย์ AIRRE วางเป้าหมายประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบถ่ายภาพขั้นสูง เพื่อพัฒนาระบบคัดกรองและสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน หวังสร้างองค์ความรู้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคจอประสาทตาในทุกช่วงวัย

 

ด้าน เฉลิม อยู่วิทยา ผู้สนับสนุนหลักของโครงการ เผยความรู้สึกว่า การช่วยรักษาดวงตาของเด็กทารกแม้เพียงคนเดียวก็เป็นเรื่องที่น่าทึ่ง การได้เห็นโครงการในบ้านเกิดประสบความสำเร็จจนขยายผลสู่ระดับโลก ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

 

“ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงินบริจาค แต่คือการคืนความฝัน เปลี่ยนอนาคตของเด็กคนหนึ่งและครอบครัว การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ จะเป็นรากฐานทางการแพทย์ที่ส่งต่อโอกาสในการมองเห็นให้แก่ผู้คนนับล้านทั่วโลกในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า” เฉลิม กล่าวทิ้งท้าย

The post ศูนย์ AIRRE กางผลงานวิจัย 2 ปี ช่วยทารกรอดตาบอดถาวร ดันเชียงใหม่ฮับป้องกัน ROP appeared first on THE STANDARD.

]]>
เผยความงาม ‘ดวงตาพญานาคา’ แห่งภูลังกา มหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่รอให้พิสูจน์ช่วงฤดูฝน https://thestandard.co/naga-eye-phu-langka/ Mon, 17 Aug 2026 09:35:39 +0000 https://thestandard.co/naga-eye-phu-langka/ ภาพปรากฏการณ์น้ำฝนขังในหลุมหินธรรมชาติสะท้อนแสงคล้ายดวงตาพญานาคาที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา

วันนี้ (17 สิงหาคม ) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์ […]

The post เผยความงาม ‘ดวงตาพญานาคา’ แห่งภูลังกา มหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่รอให้พิสูจน์ช่วงฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพปรากฏการณ์น้ำฝนขังในหลุมหินธรรมชาติสะท้อนแสงคล้ายดวงตาพญานาคาที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา

วันนี้ (17 สิงหาคม ) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความอัศจรรย์ทางธรรมชาติบนลานหินบริเวณถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ หลังพบปรากฏการณ์น้ำฝนขังในหลุมหินธรรมชาติ ช่วงฤดูฝน ส่องสะท้อนแสงแดดเป็นประกายคล้าย ดวงตาพญานาคา สะท้อนความสมบูรณ์และมิติทางธรณีวิทยา พร้อมมุ่งกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่

 

อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความอัศจรรย์ของธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติภูลังกา ซึ่งนอกจากจะเชื่อมโยงกับเรื่องความเชื่อและความศรัทธาของประชาชนแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังมีความสำคัญทางธรณีวิทยาและธรรมชาติวิทยาอย่างยิ่ง กรมอุทยานฯ มีความมุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดความสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ จึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้เข้าชมด้วยความสำรวม ไม่สัมผัส ขีดเขียน หรือทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อรักษาความงดงามนี้ไว้อย่างยั่งยืน

 

ขณะที่ อักษร มานะวงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูลังกา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จุดชมปรากฏการณ์ดังกล่าวตั้งอยู่บนเส้นทางท่องเที่ยวถ้ำนาคา นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นมาชมได้ตามปกติ โดยลักษณะทางกายภาพเป็นแอ่งน้ำมีความลึกประมาณ 1.5–2 เมตร ทำให้มีน้ำขังเกือบตลอดทั้งปี และระดับน้ำจะค่อยๆ ลดลงเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง

 

สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมและสวยงามที่สุดในการเข้าชมคือ ช่วงฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม – ตุลาคม) เนื่องจากเป็นช่วงที่ปริมาณน้ำเต็มแอ่งและได้รับมุมตกกระทบของแสงอาทิตย์อย่างพอดี ทำให้เกิดเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนและงดงาม ทั้งนี้ หลังจากเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ระดับน้ำจะเริ่มลดลงและอาจมีเศษใบไม้ร่วงหล่นทับถม ซึ่งจะลดทอนความสวยงามของเงาสะท้อนลงไป ทางอุทยานฯ จึงแนะนำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนในช่วงฤดูฝนเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุด

 

อ้างอิง:กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพ: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพปรากฏการณ์น้ำฝนขังในหลุมหินธรรมชาติสะท้อนแสงคล้ายดวงตาพญานาคาที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา 1ภาพปรากฏการณ์น้ำฝนขังในหลุมหินธรรมชาติสะท้อนแสงคล้ายดวงตาพญานาคาที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา 2ภาพปรากฏการณ์น้ำฝนขังในหลุมหินธรรมชาติสะท้อนแสงคล้ายดวงตาพญานาคาที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา 3

The post เผยความงาม ‘ดวงตาพญานาคา’ แห่งภูลังกา มหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่รอให้พิสูจน์ช่วงฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หลอกขายของยอดคดีพุ่งสูงสุด กทม. แชมป์สูญเงินกว่า 63 ล้าน พร้อมเปิดยุทธการสกัดแก๊งสแกมเมอร์ข้ามแดน https://thestandard.co/online-scam-bangkok-crackdown-2/ Mon, 17 Aug 2026 09:32:26 +0000 https://thestandard.co/online-scam-bangkok-crackdown-2/ ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และแก๊งสแกมเมอร์

วันนี้ (17 สิงหาคม) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) […]

The post หลอกขายของยอดคดีพุ่งสูงสุด กทม. แชมป์สูญเงินกว่า 63 ล้าน พร้อมเปิดยุทธการสกัดแก๊งสแกมเมอร์ข้ามแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และแก๊งสแกมเมอร์

วันนี้ (17 สิงหาคม) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ. ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรองผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. เปิดเผยสถิติการรับแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (9-15 สิงหาคม 2569) พร้อมสรุปผลการปฏิบัติการกวาดล้างและช่วยเหลือเหยื่อจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

จากข้อมูลการรับแจ้งความผ่านระบบ Thaipoliceonline ในรอบสัปดาห์ พบว่ามีคดีสะสมทั้งสิ้น 6,060 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 260 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า (2-8 สิงหาคม 2569) พบว่าจำนวนคดีลดลง 364 คดี และมูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 3 ล้านบาท

 

ทีมวิเคราะห์ข้อมูล ACSC ระบุว่า รูปแบบอาชญากรรมที่มีประชาชนตกเป็นเหยื่อและแจ้งความเข้ามามากที่สุดคือ ‘การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ’ สูงถึง 4,682 คดี (คิดเป็น 77.3% ของคดีทั้งหมด) ทว่าประเภทคดีที่สร้างมูลค่าความเสียหายสูงสุดกลับเป็น ‘การหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน’ ซึ่งกวาดเม็ดเงินไปเกือบ 80 ล้านบาท (คิดเป็น 30.7% ของความเสียหายทั้งหมด)

 

3 จังหวัดที่มีการแจ้งความสูงสุด ได้แก่:

 

  • กรุงเทพมหานคร: 138 คดี ความเสียหาย 63.3 ล้านบาท
  • นนทบุรี: 36 คดี ความเสียหาย 2.6 แสนบาท
  • เชียงใหม่: 27 คดี ความเสียหาย 1.1 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ สถิติเชิงประชากรศาสตร์ยังบ่งชี้ว่า ‘เพศหญิง’ ตกเป็นเหยื่อมากกว่าเพศชาย โดยกลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงอันดับ 1 ที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพติดต่อกันหลายเดือน ซึ่งคดีที่กลุ่มวัยนี้ถูกหลอกมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ การหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ, การหลอกลวงโดยแอบอ้างบุคคลอื่น และการหลอกลวงเสนอผลประโยชน์

 

เนื่องจากการหลอกลวงลงทุนสร้างความเสียหายสูงสุดในสัปดาห์นี้ ACSC จึงออกประกาศเตือนประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกชนิด ผ่าน 3 ขั้นตอนสำคัญ:

 

  • ตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปฯ SEC Check First ของ ก.ล.ต. โดยต้องพบชื่อบริษัทในระบบ สถานะ ‘ได้รับอนุญาต’ มีเลขที่ใบอนุญาตชัดเจน และมีรายชื่อผู้บริหารตรงตามที่กล่าวอ้าง
  • ตรวจสอบบัญชีก่อนโอนเงิน ชื่อบัญชีรับโอนต้องตรงกับชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากระบุให้โอนเข้าบัญชี ‘บุคคลธรรมดา’ หรือมีการเปลี่ยนบัญชีรับโอนผลกำไรบ่อยครั้ง ให้ฟันธงทันทีว่าเป็นมิจฉาชีพ 100%
  • ระวังแอปพลิเคชันปลอม มิจฉาชีพมักสร้างแอปฯ เลียนแบบชื่อและโลโก้ของหน่วยงานทางการ ดังนั้นการดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Google Play อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป หากพบความผิดปกติ ควรตรวจสอบกับบริษัทต้นทางผ่านช่องทางหลักทันที

 

ในมิติของการปราบปราม รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน โดยมีผลการปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้:

 

  • จับกุมชายไทยลักลอบข้ามแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ จ.สระแก้ว โดยสารภาพว่าเตรียมเดินทางไปทำเว็บพนันออนไลน์
  • ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปคม. รับตัวกลุ่มคนไทยที่ถูกส่งตัวกลับจาก สปป.ลาว รวม 207 คน ซึ่งทุกคนให้การตรงกันว่าเดินทางไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ที่ ST Vegas Entertainment International Club ในนครหลวงเวียงจันทน์ จึงนำตัวดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.จัดหางานฯ
  • บก.ปคม. ร่วมกับตำรวจทางหลวง จับกุมชายไทย 1 ราย และชาวจีน 5 ราย บริเวณถนนพหลโยธิน อ.เกาะคา จ.ลำปาง หลังชายไทยรับสารภาพว่ารับจ้าง 20,000 บาท ให้ขับรถพาชาวจีนลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติจาก สปป.ลาว มุ่งหน้า จ.ตาก โดยชาวจีนอ้างว่าถูกชักชวนให้มาสร้างแอปพลิเคชันด้วยค่าตอบแทนเดือนละ 1 แสนบาท เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์

 

นอกจากการปราบปรามแล้ว ศูนย์ ACSC ได้ทำงานบูรณาการร่วมกับกลุ่มธนาคารอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้สัปดาห์ที่ผ่านมาสามารถเข้าช่วยเหลือเหยื่อและระงับการโอนเงินไปยังบัญชีมิจฉาชีพได้ทันท่วงทีถึง 13 ราย คิดเป็นเม็ดเงินที่รักษาไว้ได้กว่า 6 แสนบาท

 

หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ การเข้าช่วยเหลือชายอายุ 21 ปี ในพื้นที่ จ.ตรัง ซึ่งถูกมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ AIS และตำรวจ สภ.เมืองระนอง ข่มขู่ว่าเบอร์โทรศัพท์เกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ก่อนจะลวงให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ไปยัง ปปง. เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไป 3 ครั้ง สูญเงินกว่า 5.8 แสนบาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ACSC ได้ประสานตำรวจ สภ.เขาวิเศษ เข้าอธิบายกลโกง พร้อมดำเนินการอายัดบัญชีผ่านสายด่วน 1441 ทันที เพื่อบรรเทาความเสียหายและนำไปสู่การดำเนินคดีต่อไป

The post หลอกขายของยอดคดีพุ่งสูงสุด กทม. แชมป์สูญเงินกว่า 63 ล้าน พร้อมเปิดยุทธการสกัดแก๊งสแกมเมอร์ข้ามแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หลอกขายของยอดคดีพุ่งสูงสุด กทม. แชมป์สูญเงินกว่า 63 ล้าน พร้อมเปิดยุทธการสกัดแก๊งสแกมเมอร์ข้ามแดน https://thestandard.co/online-scam-bangkok-crackdown/ Mon, 17 Aug 2026 09:31:51 +0000 https://thestandard.co/online-scam-bangkok-crackdown/ ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และแก๊งสแกมเมอร์

วันนี้ (17 สิงหาคม) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) […]

The post หลอกขายของยอดคดีพุ่งสูงสุด กทม. แชมป์สูญเงินกว่า 63 ล้าน พร้อมเปิดยุทธการสกัดแก๊งสแกมเมอร์ข้ามแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และแก๊งสแกมเมอร์

วันนี้ (17 สิงหาคม) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ. ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรองผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. เปิดเผยสถิติการรับแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (9-15 สิงหาคม 2569) พร้อมสรุปผลการปฏิบัติการกวาดล้างและช่วยเหลือเหยื่อจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

จากข้อมูลการรับแจ้งความผ่านระบบ Thaipoliceonline ในรอบสัปดาห์ พบว่ามีคดีสะสมทั้งสิ้น 6,060 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 260 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า (2-8 สิงหาคม 2569) พบว่าจำนวนคดีลดลง 364 คดี และมูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 3 ล้านบาท

 

ทีมวิเคราะห์ข้อมูล ACSC ระบุว่า รูปแบบอาชญากรรมที่มีประชาชนตกเป็นเหยื่อและแจ้งความเข้ามามากที่สุดคือ ‘การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ’ สูงถึง 4,682 คดี (คิดเป็น 77.3% ของคดีทั้งหมด) ทว่าประเภทคดีที่สร้างมูลค่าความเสียหายสูงสุดกลับเป็น ‘การหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน’ ซึ่งกวาดเม็ดเงินไปเกือบ 80 ล้านบาท (คิดเป็น 30.7% ของความเสียหายทั้งหมด)

 

3 จังหวัดที่มีการแจ้งความสูงสุด ได้แก่:

 

  • กรุงเทพมหานคร: 138 คดี ความเสียหาย 63.3 ล้านบาท
  • นนทบุรี: 36 คดี ความเสียหาย 2.6 แสนบาท
  • เชียงใหม่: 27 คดี ความเสียหาย 1.1 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ สถิติเชิงประชากรศาสตร์ยังบ่งชี้ว่า ‘เพศหญิง’ ตกเป็นเหยื่อมากกว่าเพศชาย โดยกลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงอันดับ 1 ที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพติดต่อกันหลายเดือน ซึ่งคดีที่กลุ่มวัยนี้ถูกหลอกมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ การหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ, การหลอกลวงโดยแอบอ้างบุคคลอื่น และการหลอกลวงเสนอผลประโยชน์

 

เนื่องจากการหลอกลวงลงทุนสร้างความเสียหายสูงสุดในสัปดาห์นี้ ACSC จึงออกประกาศเตือนประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกชนิด ผ่าน 3 ขั้นตอนสำคัญ:

 

  • ตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปฯ SEC Check First ของ ก.ล.ต. โดยต้องพบชื่อบริษัทในระบบ สถานะ ‘ได้รับอนุญาต’ มีเลขที่ใบอนุญาตชัดเจน และมีรายชื่อผู้บริหารตรงตามที่กล่าวอ้าง
  • ตรวจสอบบัญชีก่อนโอนเงิน ชื่อบัญชีรับโอนต้องตรงกับชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากระบุให้โอนเข้าบัญชี ‘บุคคลธรรมดา’ หรือมีการเปลี่ยนบัญชีรับโอนผลกำไรบ่อยครั้ง ให้ฟันธงทันทีว่าเป็นมิจฉาชีพ 100%
  • ระวังแอปพลิเคชันปลอม มิจฉาชีพมักสร้างแอปฯ เลียนแบบชื่อและโลโก้ของหน่วยงานทางการ ดังนั้นการดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Google Play อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป หากพบความผิดปกติ ควรตรวจสอบกับบริษัทต้นทางผ่านช่องทางหลักทันที

 

ในมิติของการปราบปราม รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน โดยมีผลการปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้:

 

  • จับกุมชายไทยลักลอบข้ามแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ จ.สระแก้ว โดยสารภาพว่าเตรียมเดินทางไปทำเว็บพนันออนไลน์
  • ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปคม. รับตัวกลุ่มคนไทยที่ถูกส่งตัวกลับจาก สปป.ลาว รวม 207 คน ซึ่งทุกคนให้การตรงกันว่าเดินทางไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ที่ ST Vegas Entertainment International Club ในนครหลวงเวียงจันทน์ จึงนำตัวดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.จัดหางานฯ
  • บก.ปคม. ร่วมกับตำรวจทางหลวง จับกุมชายไทย 1 ราย และชาวจีน 5 ราย บริเวณถนนพหลโยธิน อ.เกาะคา จ.ลำปาง หลังชายไทยรับสารภาพว่ารับจ้าง 20,000 บาท ให้ขับรถพาชาวจีนลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติจาก สปป.ลาว มุ่งหน้า จ.ตาก โดยชาวจีนอ้างว่าถูกชักชวนให้มาสร้างแอปพลิเคชันด้วยค่าตอบแทนเดือนละ 1 แสนบาท เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์

 

นอกจากการปราบปรามแล้ว ศูนย์ ACSC ได้ทำงานบูรณาการร่วมกับกลุ่มธนาคารอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้สัปดาห์ที่ผ่านมาสามารถเข้าช่วยเหลือเหยื่อและระงับการโอนเงินไปยังบัญชีมิจฉาชีพได้ทันท่วงทีถึง 13 ราย คิดเป็นเม็ดเงินที่รักษาไว้ได้กว่า 6 แสนบาท

 

หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ การเข้าช่วยเหลือชายอายุ 21 ปี ในพื้นที่ จ.ตรัง ซึ่งถูกมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ AIS และตำรวจ สภ.เมืองระนอง ข่มขู่ว่าเบอร์โทรศัพท์เกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ก่อนจะลวงให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ไปยัง ปปง. เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไป 3 ครั้ง สูญเงินกว่า 5.8 แสนบาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ACSC ได้ประสานตำรวจ สภ.เขาวิเศษ เข้าอธิบายกลโกง พร้อมดำเนินการอายัดบัญชีผ่านสายด่วน 1441 ทันที เพื่อบรรเทาความเสียหายและนำไปสู่การดำเนินคดีต่อไป

The post หลอกขายของยอดคดีพุ่งสูงสุด กทม. แชมป์สูญเงินกว่า 63 ล้าน พร้อมเปิดยุทธการสกัดแก๊งสแกมเมอร์ข้ามแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ผนึกญี่ปุ่น-OECD จัดเวทีโลกปี 70 ชูรื้อโจทย์ ‘ผังเมืองยั่งยืน’ รับมือวิกฤตน้ำท่วม-แผ่นดินไหว https://thestandard.co/bma-japan-oecd-urban-planning/ Mon, 17 Aug 2026 08:43:27 +0000 https://thestandard.co/bma-japan-oecd-urban-planning/ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ต้อนรับ คิมิฮิโระ ฮาชิโมะโตะ ประธานศูนย์อาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น

วันนี้ (17 สิงหาคม) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิง […]

The post กทม. ผนึกญี่ปุ่น-OECD จัดเวทีโลกปี 70 ชูรื้อโจทย์ ‘ผังเมืองยั่งยืน’ รับมือวิกฤตน้ำท่วม-แผ่นดินไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ต้อนรับ คิมิฮิโระ ฮาชิโมะโตะ ประธานศูนย์อาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น

วันนี้ (17 สิงหาคม) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ คิมิฮิโระ ฮาชิโมะโตะ ประธานศูนย์อาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (Building Center of Japan: BCJ) และคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือถึงแนวทางการบูรณาการความร่วมมือ ในการเตรียมจัดงานสัมมนาด้านอาคารและเมืองที่ยั่งยืนขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

 

การหารือครั้งนี้ มีจุดประสงค์หลักเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดงานสัมมนาในหัวข้อ Promoting sustainable and climate-resilient urban development in Thailand ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 25 มกราคม 2570 โดยเวทีดังกล่าวจะเป็นศูนย์รวมของผู้กำหนดนโยบายระดับรัฐบาล ผู้บริหารท้องถิ่น นักวิชาการ และภาคเอกชนจากทั้งไทยและญี่ปุ่น

 

ภายในงานจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงนโยบายที่สำคัญของ กทม. โดยมีประเด็นหลัก ได้แก่:

 

  • การวางผังเมืองอย่างยั่งยืน
  • การเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น ปัญหาน้ำท่วมและแผ่นดินไหว
  • การส่งเสริมมาตรการลดคาร์บอนในภาคส่วนของอาคาร
  • การเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนญี่ปุ่นนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาเมือง

 

โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้ประมาณ 300–400 คน

 

คิมิฮิโระ ได้กล่าวแสดงความยินดีที่ได้พบกับผู้ว่าฯ ชัชชาติ อีกครั้ง พร้อมระบุว่า จากงานสัมมนาเมื่อเดือนมกราคม 2567 ที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมงานจากฝ่ายญี่ปุ่นต่างประทับใจในวิสัยทัศน์การพัฒนา กทม. สู่การเป็น ‘เมืองน่าอยู่’

 

นอกจากนี้ ทาง BCJ ยังได้ชื่นชมการทำงานในปัจจุบันของ กทม. ที่ให้ความสำคัญกับการนำข้อมูล (Data), นวัตกรรม และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้แก้ไขปัญหาของเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งด้านที่อยู่อาศัย ผังเมือง คมนาคม และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับมือภัยพิบัติ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานการบริหารจัดการเมืองในระดับสากล จึงตั้งใจมาเรียนเชิญ กทม. ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานอีกครั้ง พร้อมเชิญผู้ว่าฯ ชัชชาติ ร่วมกล่าวเปิดงานและนำเสนอความคืบหน้าการพัฒนาเมือง

 

ด้าน ชัชชาติ ได้ตอบรับการเป็นเจ้าภาพร่วมด้วยความยินดี โดยระบุว่า งานสัมมนาครั้งนี้จะส่งผลดีต่อหลายภาคส่วน เนื่องจากประเด็นด้านความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นสิ่งที่ กทม. ให้ความห่วงใยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเหตุการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะเป็นบทเรียนสำคัญที่นำมาแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุด

 

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้เสนอแนะให้คณะผู้จัดงาน พิจารณาเรียนเชิญจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทยที่มีบริบทและเผชิญปัญหาเมืองในลักษณะคล้ายคลึงกันเข้าร่วมงานด้วย เพื่อขยายผลความร่วมมือให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ กทม. ยังพร้อมสนับสนุนการจัดกิจกรรมศึกษาดูงานนอกสถานที่ เช่น การเยี่ยมชมสวนสาธารณะ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นกรุงเทพฯ ในหลากหลายมิติ

 

ในช่วงท้ายของการหารือ ชัชชาติได้มอบหนังสือ As Floral Tributes for His Majesty the King เป็นของที่ระลึกแก่ประธาน BCJ โดยมี วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ทากาฮิโระ ยามาดะ นักวิเคราะห์อาวุโส OECD, ประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักการโยธา และผู้บริหารสำนักงานการต่างประเทศ ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

The post กทม. ผนึกญี่ปุ่น-OECD จัดเวทีโลกปี 70 ชูรื้อโจทย์ ‘ผังเมืองยั่งยืน’ รับมือวิกฤตน้ำท่วม-แผ่นดินไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชทัณฑ์แจงปล่อยตัว เล่าต๋า แสนลี่ ทำตามกฎหมายทุกขั้นตอน เตรียมรื้อเกณฑ์บังคับโทษคดีร้ายแรง https://thestandard.co/corrections-release-laota-saenli/ Mon, 17 Aug 2026 08:40:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1242843 ภาพ เล่าต๋า แสนลี่ อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติด

วันนี้ (17 สิงหาคม ) จากกรณีที่มีกระแสข่าวการปล่อยตัว เ […]

The post ราชทัณฑ์แจงปล่อยตัว เล่าต๋า แสนลี่ ทำตามกฎหมายทุกขั้นตอน เตรียมรื้อเกณฑ์บังคับโทษคดีร้ายแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ เล่าต๋า แสนลี่ อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติด

วันนี้ (17 สิงหาคม ) จากกรณีที่มีกระแสข่าวการปล่อยตัว เล่าต๋า แสนลี่ อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษจากเรือนจำกลางบางขวางเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมานั้น กรมราชทัณฑ์ได้ออกเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน โดยยืนยันว่าการปล่อยตัวดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและหลักเกณฑ์การบังคับโทษอย่างเคร่งครัด พร้อมเปิดเผยรายละเอียดการรับโทษของเล่าต๋า ดังนี้

 

เล่าต๋า ปัจจุบันอายุ 85 ปี ต้องโทษในความผิดฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2559 ต่อมาศาลอาญามีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ให้จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 2,500,000 บาท

 

ในระหว่างการถูกคุมขัง เล่าต๋ามีประพฤติดีมาโดยตลอด ไม่เคยกระทำผิดวินัยของเรือนจำ ทำให้ได้รับการเลื่อนชั้นนักโทษตามลำดับ จนกระทั่งได้เป็นนักโทษ ‘ชั้นเยี่ยม’ ในปี พ.ศ. 2565

 

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการรับโทษ เล่าต๋าได้รับพระราชทานอภัยโทษรวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง โดยได้รับการลดโทษจากจำคุกตลอดชีวิตเป็นจำคุก 50 ปี และได้รับการลดโทษตามสัดส่วนในฐานะ ‘ผู้ต้องขังสูงอายุ’ (อายุเกิน 70 ปี) อย่างต่อเนื่อง ได้แก่

 

  • ปี พ.ศ. 2563 ได้รับพระราชทานอภัยโทษ 2 ครั้ง
  • ปี พ.ศ. 2564 ได้รับพระราชทานอภัยโทษ 2 ครั้ง
  • ปี พ.ศ. 2568 ได้รับพระราชทานอภัยโทษ 1 ครั้ง
  • ปี พ.ศ. 2569 ได้รับพระราชทานอภัยโทษครั้งล่าสุด (ครั้งที่ 6) ทำให้กำหนดโทษลดลงเหลือ 8 ปี 3 เดือน 28 วัน

 

เมื่อคำนวณระยะเวลาที่ เล่าต๋า ถูกควบคุมตัวจริงตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2559 จนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 รวมระยะเวลาจำคุกทั้งสิ้น 9 ปี 10 เดือน 8 วัน ซึ่งเกินกว่ากำหนดโทษที่เหลืออยู่ จึงเข้าสู่กระบวนการปล่อยตัวตามกฎหมาย

 

กรมราชทัณฑ์ ระบุเพิ่มเติมว่า ทางหน่วยงานตระหนักถึงความรู้สึกและข้อกังวลของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง จึงเห็นความจำเป็นที่จะต้องทบทวนและเสนอแนวทางปรับปรุงหลักเกณฑ์ กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารโทษ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ต้องโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต และคดีอุกฉกรรจ์หรือคดีที่ส่งผลกระทบต่อสังคม เพื่อให้การลงโทษมีความเหมาะสมกับระดับความร้ายแรงของความผิด สอดคล้องกับหลักสัดส่วนการลงโทษ และคำนึงถึงความปลอดภัยของสังคมโดยรวม

 

กรมราชทัณฑ์ เน้นย้ำว่า การบังคับโทษและการปล่อยตัวผู้ต้องขังรายนี้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับกับผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือใช้ดุลยพินิจส่วนบุคคลแต่อย่างใด นอกจากนี้ กรมราชทัณฑ์ยังได้ประสานส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านยาเสพติดและฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อดำเนินการติดตามพฤติการณ์ของเล่าต๋าภายหลังพ้นโทษต่อไป

The post ราชทัณฑ์แจงปล่อยตัว เล่าต๋า แสนลี่ ทำตามกฎหมายทุกขั้นตอน เตรียมรื้อเกณฑ์บังคับโทษคดีร้ายแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก อว. ชวนคนไทยร่วมนับถอยหลัง ส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย CE-7 MATCH มุ่งหน้าสู่วงโคจรดวงจันทร์ 7 โมงเช้า 24 ส.ค.นี้ https://thestandard.co/ce7-match-thai-moon-mission/ Mon, 17 Aug 2026 07:45:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1242804 ภาพอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ CE-7 MATCH ที่จะถูกส่งไปสำรวจดวงจันทร์

วันนี้ (17 สิงหาคม) ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ โฆษกกระทรว […]

The post โฆษก อว. ชวนคนไทยร่วมนับถอยหลัง ส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย CE-7 MATCH มุ่งหน้าสู่วงโคจรดวงจันทร์ 7 โมงเช้า 24 ส.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ CE-7 MATCH ที่จะถูกส่งไปสำรวจดวงจันทร์

วันนี้ (17 สิงหาคม) ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ โฆษกกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เชิญชวนคนไทยร่วมกัน ‘นับถอยหลังสู่ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย’ กับภารกิจส่ง CE-7 MATCH (Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope) อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ออกแบบและพัฒนาโดยคนไทย ขึ้นสู่อวกาศเพื่อร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ ภายใต้ภารกิจฉางเอ๋อ 7 (Chang’e-7) ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยช่วงเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะอากาศและข้อกำหนดทางวิศวกรรม จากศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

 

“นี่ไม่ใช่เพียงการส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ขึ้นสู่อวกาศ แต่เป็นการส่ง องค์ความรู้ ความสามารถ และความฝันของคนไทย ไปไกลถึงดวงจันทร์ เป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทยสามารถมีส่วนร่วมในภารกิจอวกาศระดับนานาชาติได้อย่างแท้จริง” โฆษก อว.กล่าว

 

โฆษก อว. กล่าวว่า CE-7 MATCH เป็น 1 ใน 7 อุปกรณ์วิทยาศาสตร์นานาชาติที่ได้รับการคัดเลือกให้ร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT และมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันพัฒนาภายใต้ความร่วมมือไทย-จีน เพื่อศึกษารังสีคอสมิกและอนุภาคพลังงานสูงในอวกาศ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์

 

อย่างไรก็ตาม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี อว. พร้อมคณะ จะเดินทางไปยังศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อร่วมสังเกตการณ์และเป็นสักขีพยานการปล่อย จรวดลองมาร์ช-5 Y14 (Long March-5 Y14) ซึ่งจะนำส่งยานฉางเอ๋อ 7 และอุปกรณ์ CE-7 MATCH ขึ้นสู่ห้วงอวกาศ ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 สะท้อนถึงความสำคัญของภารกิจครั้งนี้ต่อการยกระดับขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอวกาศของประเทศไทย ตลอดจนการขยายความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างไทยและจีน

 

“วันที่ 24 สิงหาคมนี้ จึงอยากชวนคนไทยทุกคนมาร่วมกัน นับถอยหลัง ส่งแรงใจ และเป็นสักขีพยานอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ไทย เพราะทุกความสำเร็จของนักวิจัยไทยในวันนี้ คือแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนของเราเชื่อว่า วันหนึ่งพวกเขาก็สามารถสร้างเทคโนโลยีที่เดินทางไปได้ไกลถึงดวงจันทร์เช่นกัน” โฆษก อว.กล่าว

 

ประชาชนสามารถร่วมชมการถ่ายทอดสดการปล่อยยานฉางเอ๋อ 7 พร้อม CE-7 MATCH ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทางของ NARIT, กระทรวงศึกษาธิการ, Thai PBS และ Thai PBS Sci & Tech รวมถึง YouTube: NARIT_Thailand และ OBEC Channel

 

เพื่อร่วมกันนับถอยหลังและส่งกำลังใจให้กับทีมนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทย ในอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทยบนเส้นทางสู่ดวงจันทร์

The post โฆษก อว. ชวนคนไทยร่วมนับถอยหลัง ส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย CE-7 MATCH มุ่งหน้าสู่วงโคจรดวงจันทร์ 7 โมงเช้า 24 ส.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบช.ก. เผย ป.ป.ช. ตั้งกองปราบฯ ร่วมสางคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ปราบปรามทั้งขบวนการนายหน้า-ผู้อยู่เบื้องหลัง https://thestandard.co/pacc-cib-local-exam-corruption/ Mon, 17 Aug 2026 06:10:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1242772 พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงข่าวความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

วันนี้ (17 สิงหาคม ) พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญ […]

The post ผบช.ก. เผย ป.ป.ช. ตั้งกองปราบฯ ร่วมสางคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ปราบปรามทั้งขบวนการนายหน้า-ผู้อยู่เบื้องหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงข่าวความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

วันนี้ (17 สิงหาคม ) พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยระบุว่า หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนพบการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ และได้มีการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้วในกลุ่มแรก ซึ่งประกอบด้วย เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รวมถึงกลุ่มบุคคลที่มีส่วนร่วมในการแก้ไขคะแนนข้อสอบ

 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจสอบสวนกลางได้ส่งมอบสำนวนคดีให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทาง ป.ป.ช. ได้มีมติแต่งตั้งให้ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการไต่สวนพิเศษ พร้อมทั้งส่งมอบข้อมูลบางส่วนกลับมาให้ทางตำรวจดำเนินการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมในหลายประเด็น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งรัดดำเนินการ

 

สำหรับการขยายผลไปยังกลุ่มนายหน้าและผู้ที่เกี่ยวข้องในลำดับถัดไป พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า ตำรวจจะดำเนินการอย่างรัดกุมตามพยานหลักฐานและข้อมูลที่ ป.ป.ช. ส่งมอบให้ ก่อนจะรวบรวมผลการดำเนินงานทั้งหมดส่งกลับไปยัง ป.ป.ช. อีกครั้ง

 

“ยืนยันว่าเราไม่ได้หยุดอยู่แค่การแจ้งข้อกล่าวหากลุ่มแรก ตอนนี้เรื่องทั้งหมดอยู่ในการพิจารณาของ ป.ป.ช. ซึ่งกำลังขับเคลื่อนเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกคน ทั้งกลุ่มนายหน้า ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง และบุคคลอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าว

 

ส่วนกรณีของผู้ที่สอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการไปแล้วนั้น ปัจจุบันยังมีอีกหลายกลุ่มที่อยู่ในข่ายต้องรับการตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องรอการประสานข้อมูลจากทาง ป.ป.ช. เพื่อนำมาพิจารณาดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

 

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงพยานหลักฐานที่จะเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังรายอื่นๆ นอกเหนือจากเจ้าหน้าที่รัฐ พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ขอให้รอการพิจารณาจากคณะกรรมการชุดใหญ่ของ ป.ป.ช. พร้อมย้ำเตือนให้ประชาชนและสังคมมั่นใจว่า คดีนี้จะไม่มีการเงียบหาย เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งขบวนการอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทางกฎหมาย โดยคาดว่าภายในช่วงสิ้นเดือนนี้จนถึงต้นเดือนหน้า คดีจะมีความคืบหน้าที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

The post ผบช.ก. เผย ป.ป.ช. ตั้งกองปราบฯ ร่วมสางคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ปราบปรามทั้งขบวนการนายหน้า-ผู้อยู่เบื้องหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทร. เปิดฝึกจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ปี 2569 https://thestandard.co/royal-barge-procession-training/ Mon, 17 Aug 2026 06:07:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1242768 ผบ.ทร. เป็นประธานเปิดการฝึกขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีกำลังพลฝีพายและเรือพระราชพิธีเข้าร่วม

วันนี้ (17 สิงหาคม) พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญ […]

The post ผบ.ทร. เปิดฝึกจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทร. เป็นประธานเปิดการฝึกขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีกำลังพลฝีพายและเรือพระราชพิธีเข้าร่วม

วันนี้ (17 สิงหาคม) พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.8 เชิงสะพานพระราม 8 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 โดยมีผู้บังคับบัญชาและกำลังพลฝีพาย 2,200 นาย เข้าร่วมพิธี

ดูภาพข่าว 

ผบ.ทร. กล่าวมอบโอวาทแก่กำลังพลว่า ทุกนายคือผู้แทนของกองทัพเรือและเป็นกำลังหลักสำคัญที่จะทำให้ขบวนเรือมีความสง่างาม สมพระเกียรติ จึงขอให้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และความอดทนในการฝึกซ้อม เพื่อสร้างความชื่นชมแก่ชาวไทยและต่างชาติ พร้อมจารึกไว้ในประวัติศาสตร์และชื่อเสียงของกองทัพเรือ

 

สำหรับการจัดขบวนเรือพระราชพิธี ใช้กำลังพล 2,200 นาย และเรือพระราชพิธี 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ความยาว 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร แบ่งเป็น

 

ริ้วสายกลาง: เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9, เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์, เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช พร้อมเรืออีเหลือง, เรือแตงโม, เรือตำรวจ และเรือแซง 7

 

ริ้วสายใน: ขนาบข้างเรือพระที่นั่ง ประกอบด้วยเรือประตูหน้า (ทองขวานฟ้า, ทองบ้าบิ่น), เรือพิฆาต (เสือทยานชล, เสือคำรณสินธุ์), เรือรูปสัตว์ 8 ลำ (อสุรวายุภักษ์, อสุรปักษี, กระบี่ปราบเมืองมาร, กระบี่ราญรอนราพณ์, ครุฑเหินเห็จ, ครุฑเตร็จไตรจักร, พาลีรั้งทวีป, สุครีพครองเมือง) และเรือคู่ชักปิดท้าย (เอกไชยเหินหาว, เอกไชยหลาวทอง)

 

ริ้วสายนอก: ประกอบด้วยเรือดั้ง สายละ 11 ลำ และเรือแซง สายละ 3 ลำ

 

กำหนดการฝึกซ้อมประกอบด้วย การซ้อมย่อย 10 ครั้ง (สิงหาคม-ตุลาคม) เริ่มซ้อมครั้งแรกในวันนี้ และการซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง (วันที่ 21 และ 28 ตุลาคม 2569) ก่อนเข้าสู่พระราชพิธีจริงในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569

 

ประชาชนสามารถร่วมรับชมการฝึกซ้อมได้ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ตลอดเส้นทางสะพานกรุงธนบุรีถึงวัดอรุณราชวราราม โดยมีจุดชมสำคัญ ได้แก่ ฝั่งธนบุรี (ใต้สะพานพระราม 8, สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ศิริราช, ท่าน้ำวัดระฆังฯ, วัดอรุณฯ) และฝั่งพระนคร (สวนสันติชัยปราการ, ท่ามหาราช, ท่าช้าง)

 

 

ผบ.ทร. เป็นประธานเปิดการฝึกขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีกำลังพลฝีพายและเรือพระราชพิธีเข้าร่วม 1ผบ.ทร. เป็นประธานเปิดการฝึกขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีกำลังพลฝีพายและเรือพระราชพิธีเข้าร่วม 2ผบ.ทร. เป็นประธานเปิดการฝึกขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีกำลังพลฝีพายและเรือพระราชพิธีเข้าร่วม 3ผบ.ทร. เป็นประธานเปิดการฝึกขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีกำลังพลฝีพายและเรือพระราชพิธีเข้าร่วม 4ผบ.ทร. เป็นประธานเปิดการฝึกขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีกำลังพลฝีพายและเรือพระราชพิธีเข้าร่วม 5ผบ.ทร. เป็นประธานเปิดการฝึกขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีกำลังพลฝีพายและเรือพระราชพิธีเข้าร่วม 6

The post ผบ.ทร. เปิดฝึกจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวบยกแก๊งเครือข่ายค้าบิลภาษีเถื่อน ทุนจดทะเบียนกว่า 400 ล้าน สร้างความเสียหายรัฐกว่า 360 ล้านบาท https://thestandard.co/tax-bill-fraud-network-arrested/ Mon, 17 Aug 2026 06:04:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1242758 เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมสรรพากรแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้าบิลภาษีเถื่อนพร้อมของกลาง

วันนี้ (17 สิงหาคม) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชา […]

The post รวบยกแก๊งเครือข่ายค้าบิลภาษีเถื่อน ทุนจดทะเบียนกว่า 400 ล้าน สร้างความเสียหายรัฐกว่า 360 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมสรรพากรแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้าบิลภาษีเถื่อนพร้อมของกลาง

วันนี้ (17 สิงหาคม) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วย พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แถลงผลปฏิบัติการ Anti Ghost Bill ทะลายเครือข่ายบิลผี ทวงคืนภาษีชาติ โดยเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 10 จุด ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, นครราชสีมา, สมุทรปราการ และชัยภูมิ

ดูภาพข่าว 

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากกรมสรรพากรได้รับเบาะแสว่า มีกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลลักลอบขายใบกำกับภาษีโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง โดยมีตัวแทนขาย ที่ใช้ชื่อในวงการว่า ‘อ้อ รฐา’ เป็นผู้ติดต่อหาลูกค้าในลักษณะกลุ่มปิด

 

จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการนี้มีการทำกันเป็นเครือข่ายอย่างเป็นระบบ โดยใบกำกับภาษีปลอมถูกออกในนามบริษัทที่มี ปาณเดชา (สงวนนามสกุล) เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ เมื่อมีการตกลงซื้อขาย ลูกค้าจะโอนเงินเข้าบัญชีม้าของ คณพศ (สงวนนามสกุล) ก่อนที่เงินจะถูกโอนส่งต่อไปยังบัญชีของปาณเดชาเพื่อกระจายรายได้ และจ่ายค่าตอบแทนให้ อ้อ รฐา ผ่านระบบไปรษณีย์ไทย

 

ข้อมูลจากชุดสืบสวนระบุว่า เครือข่ายนี้มีการจดทะเบียนตั้งบริษัทนอมินีด้วยทุนจดทะเบียนสูงถึง 400 ล้านบาท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยพบเงินหมุนเวียนจากการขายบิลภาษีเถื่อนเหล่านี้กว่า 300-400 ล้านบาทต่อปี ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการจัดเก็บภาษีและระบบเศรษฐกิจของประเทศ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 360 ล้านบาท

 

สำหรับการนำกำลังเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าและเฝ้าติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ (RTCC) ณ อาคารกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับศาลภาษีอากรกลางได้ครบทั้ง 3 ราย (คิดเป็น 100% ของเป้าหมาย) ประกอบด้วย:

 

  • รฐา อายุ 61 ปี (จับกุมได้ที่คอนโดฯ ย่านพระราม 3 กทม.)
  • คณพศ อายุ 50 ปี (จับกุมได้ที่บ้านพัก อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา)
  • ปาณเดชา อายุ 33 ปี (จับกุมได้ที่บ้านพัก อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี)

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้กว่า 200 รายการ อาทิ ใบกำกับภาษี 105 ฉบับ, รายงานภาษีซื้อ-ขาย 12 แฟ้ม, สมุดบัญชีธนาคาร 18 เล่ม, ตราประทับบริษัท 18 ตรา, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือรวม 35 เครื่อง

 

เบื้องต้น ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิออก ตามประมวลรัษฎากร ประกอบประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี ต่อ 1 กรรม (การกระทำความผิด) ซึ่งในกรณีนี้พบว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระเป็นจำนวนหลายกรรม

 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมสรรพากรแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้าบิลภาษีเถื่อนพร้อมของกลาง 1เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมสรรพากรแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้าบิลภาษีเถื่อนพร้อมของกลาง 2เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมสรรพากรแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้าบิลภาษีเถื่อนพร้อมของกลาง 3เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมสรรพากรแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้าบิลภาษีเถื่อนพร้อมของกลาง 4เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมสรรพากรแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้าบิลภาษีเถื่อนพร้อมของกลาง 5

The post รวบยกแก๊งเครือข่ายค้าบิลภาษีเถื่อน ทุนจดทะเบียนกว่า 400 ล้าน สร้างความเสียหายรัฐกว่า 360 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยศชนันชี้ไทยต้องวางตัวเป็นกลาง ปมเลือกข้าง AI สหรัฐฯ-จีน เร่งเสริมฐานข้อมูล-เทคโนโลยีในประเทศ https://thestandard.co/thailand-neutral-us-china-ai-tech/ Mon, 17 Aug 2026 03:58:55 +0000 https://thestandard.co/thailand-neutral-us-china-ai-tech/ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำลังแถลงข่าว

วันนี้ (17 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สว […]

The post ยศชนันชี้ไทยต้องวางตัวเป็นกลาง ปมเลือกข้าง AI สหรัฐฯ-จีน เร่งเสริมฐานข้อมูล-เทคโนโลยีในประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำลังแถลงข่าว

วันนี้ (17 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยถึงกรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเตรียมแจ้งประเทศพันธมิตรให้เลือกข้างในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับประเทศจีน ว่า จุดยืนที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทยคือการวางตัวเป็นกลาง ทั้งในมิติกิจกรรมกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอินเทอร์เน็ตโลก (WIC) ที่จีน ซึ่งได้เตรียมหารือกับ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางการวางตัวอย่างเป็นรูปธรรม

 

ศ.ดร.ยศชนัน ยืนยันว่า หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การยอมหรือไม่ยอมใคร แต่อยู่ที่การสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ซึ่งตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา ได้เร่งประสานความร่วมมือกับหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อพัฒนากำลังคน รวมถึงสร้างรากฐานเทคโนโลยีของไทยเอง เพื่อลดการถูกกดดันหรือต่อรอง

 

ศ.ดร.ยศชนันกล่าวว่า AI เป็นเพียงองค์ประกอบชั้นบนสุด แต่ฐานรากที่แท้จริงคือข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน ฮาร์ดแวร์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์ หากไทยมีฐานข้อมูลที่แน่นพอ จะช่วยลดความกลัว ทำให้สามารถประเมินได้ชัดเจนว่าความร่วมมือ AI ในแต่ละมิติควรจับมือกับประเทศใด

 

นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวอีกว่า เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน รัฐบาลพร้อมขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ด้วยโครงสร้างยุทธศาสตร์ 4 ขา ประกอบด้วย

 

  • ด้านการลงทุน: กำกับดูแลโดย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาษ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • ด้านการค้าและการขาย: กำกับดูแลโดย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • ด้านคนและเทคโนโลยี: กำกับดูแลโดย ศ.ดร.ยศชนัน ทำหน้าที่เชื่อมโยงมิติการลงทุนและการค้าเข้ากับการพัฒนาเทคโนโลยี
  • ด้านกฎหมายและการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ: กำกับดูแลโดย ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย

 

ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำว่า การทำงานร่วมกันนี้จะช่วยให้รัฐบาลเข้าไปแบกรับความเสี่ยงในจุดเริ่มต้น ก่อนส่งต่อให้ภาคเอกชนเข้ามาเชื่อมโยงผลประโยชน์ทางธุรกิจ เพื่อเปิดรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศได้อย่างเต็มที่โดยไม่เสียเปรียบชาติใด

The post ยศชนันชี้ไทยต้องวางตัวเป็นกลาง ปมเลือกข้าง AI สหรัฐฯ-จีน เร่งเสริมฐานข้อมูล-เทคโนโลยีในประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. ยันไม่มี ‘โผนายพล’ ย้ำพิจารณาตามกฎหมาย หลังมีกระแส ‘นรต.48’ แซง ‘นรต.47’ ขึ้นแท่น ผบช. https://thestandard.co/police-chief-denies-general-list/ Mon, 17 Aug 2026 03:51:21 +0000 https://thestandard.co/police-chief-denies-general-list/ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (17 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐ […]

The post ผบ.ตร. ยันไม่มี ‘โผนายพล’ ย้ำพิจารณาตามกฎหมาย หลังมีกระแส ‘นรต.48’ แซง ‘นรต.47’ ขึ้นแท่น ผบช. appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (17 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) จนถึงผู้บัญชาการ (ผบช.) หรือ ‘โผนายพลใหญ่’

 

กระแสข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการจับตาว่า พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งฯ (บอร์ดกลั่นกรอง) เตรียมเรียกประชุมเพื่อพิจารณารายชื่อผู้ที่เหมาะสมในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ โดยมีประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในแวดวงสีกากีว่า อาจไม่มีชื่อของ พล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (นรต.47) ซึ่งเป็นผู้ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เลื่อนขึ้นเป็นผู้บัญชาการ (ผบช.) แต่กลับมีชื่อของนายตำรวจรุ่นน้องอย่าง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (นรต.48) ได้รับการเสนอชื่อเลื่อนยศเป็นพลตำรวจโทแทน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายกรัฐมนตรีว่า โผนายพลตำรวจในขณะนี้นิ่งแล้วหรือไม่ อนุทินเพียงแต่ยิ้มและไม่ตอบคำถาม ก่อนจะชี้มือไปทาง พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ที่เดินทางมาด้วยกัน พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า “เมื่อกี้ท่านก็เดินเข้ามา” จากนั้นจึงเดินออกจากวงสัมภาษณ์เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศทันที

 

ด้าน พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว โดยขอร้องไม่ให้ใช้คำว่าโผ เนื่องจากทุกขั้นตอนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และระเบียบของ ก.ตร.

 

“ไม่มีโผไม่มีอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามที่หน่วยพิจารณาตามความเหมาะสม และนำเรื่องขึ้นมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อรายชื่อส่งขึ้นมาแล้ว ก็จะจัดอยู่ในกลุ่มผู้มีเกณฑ์ และจะนำไปสู่ที่ประชุมคณะกรรมการตามมาตรา 81 (1)(ก) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ… พิจารณาตามความเหมาะสมว่าใครมีผลงาน ใครมีประวัติอย่างไร เราก็ว่าไปตามนั้น ไม่ได้มีโผ ไม่ได้มีอะไร” พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าว

 

ส่วนกำหนดการประชุมบอร์ดกลั่นกรองในวันที่ 21 สิงหาคมนั้น ผบ.ตร. ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้เคาะวันเวลาที่แน่ชัด

 

สำหรับประเด็นข้อสังเกตเรื่องการข้ามรุ่นระหว่าง นรต.47 และ นรต.48 นั้น พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ยืนยันว่า การพิจารณาไม่ได้มีข้อจำกัดเรื่องรุ่นพี่หรือรุ่นน้อง แต่จะพิจารณาจากประวัติการทำงานและผลงานที่นำมาเสนอในที่ประชุมเป็นหลัก

 

“ไม่มีจำกัดว่านักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นไหน จะรุ่นพี่รุ่นน้องอยู่ที่ประวัติและผลงานที่จะต้องนำมาเสนอกันในที่ประชุม ทุกอย่างขอให้ทุกคนไม่ต้องกังวลว่าจะมาจำกัดรุ่นหรืออะไร ยืนยันว่าทุกอย่างไม่มี”

 

ในช่วงท้าย ผู้สื่อข่าวได้ย้ำถามว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและทุกคนจะได้รับความเป็นธรรมใช่หรือไม่ ผบ.ตร. ได้ตอบกลับสั้นๆ แต่หนักแน่นว่า “ถูกต้องครับ”

The post ผบ.ตร. ยันไม่มี ‘โผนายพล’ ย้ำพิจารณาตามกฎหมาย หลังมีกระแส ‘นรต.48’ แซง ‘นรต.47’ ขึ้นแท่น ผบช. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ทรงสักการะพระพุทธสิหิงค์ ทอดพระเนตรโบราณวัตถุ-ผ้าโบราณ https://thestandard.co/sirivannavari-museum-artifacts/ Sun, 16 Aug 2026 07:25:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1242593 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา […]

The post เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ทรงสักการะพระพุทธสิหิงค์ ทอดพระเนตรโบราณวัตถุ-ผ้าโบราณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ทรงสักการะพระพุทธสิหิงค์ และทอดพระเนตรจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตลอดจนโบราณวัตถุสำคัญสมัยศรีวิชัยและลพบุรี นิทรรศการผ้าราชสำนักและผ้าชาติพันธุ์ รวมถึงการบูรณะพระมหาพิชัยราชรถและพระเวชยันตราชรถ

ดูภาพข่าว 

วานนี้ (15 สิงหาคม) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมี ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร, โชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ขนิษฐา โชติกวณิชย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม เฝ้ารับเสด็จ

 

โอกาสนี้ เสด็จไปยังพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ทรงสักการะพระพุทธสิหิงค์ และทอดพระเนตรจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ ซึ่งเขียนขึ้นตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 และได้รับการซ่อมแซมในเวลาต่อมา สะท้อนให้เห็นพัฒนาการของงานจิตรกรรมฝาผนังแบบประเพณีไทยในแต่ละยุคสมัย

 

จากนั้น เสด็จไปยังอาคารมหาสุรสิงหนาท ทรงสักการะพระพิฆเนศศิลาจำหลักจากจันทิสิงหส่าหรี บริเวณชวาตอนกลาง ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งรัฐบาลฮอลันดาน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จประพาสชวาครั้งที่ 2

 

ภายในอาคารมหาสุรสิงหนาท ทอดพระเนตรโบราณวัตถุสำคัญสมัยศรีวิชัย อาทิ ประติมากรรมสำริดส่วนองค์ท่อนบนของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ศิลปะศรีวิชัย ซึ่งค้นพบที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี, พระพุทธรูปนาคปรกสำริด ปางมารวิชัย จากวัดเวียง อำเภอไชยา และพระวิษณุสี่กร ซึ่งพบที่โบราณสถานเขาพระเหนอ ตำบลบางนายสี อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

 

บนชั้นที่ 2 ของอาคาร ทอดพระเนตรโบราณวัตถุสมัยลพบุรี อาทิ ประติมากรรมสำริดกะไหล่ทองอายุประมาณ 1,000 ปี หรือราวพุทธศตวรรษที่ 16 มีความสูง 129 เซนติเมตร สันนิษฐานว่าเป็นรูปบุคคลหรือกษัตริย์ในราชสำนักโบราณ รวมถึงประติมากรรมเทวรูปสำริดขนาดใหญ่ ซึ่งพบที่อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา

 

ต่อมา เสด็จไปยังพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ทอดพระเนตรนิทรรศการ ‘สยามพัสตราภรณ์พิไล เทิดไท้พระพันปีฯ’ ซึ่งจัดแสดงผ้าราชสำนักโบราณและผ้าของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ก่อนเสด็จไปยังโรงเก็บราชรถ เพื่อทอดพระเนตรการบูรณะซ่อมแซมพระมหาพิชัยราชรถและพระเวชยันตราชรถ

 

 

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 1สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 2สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 3สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 4สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 5สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 6สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 7สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 8สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 9สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 10สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 11สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 12สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 13สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 14สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 15สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 16

The post เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ทรงสักการะพระพุทธสิหิงค์ ทอดพระเนตรโบราณวัตถุ-ผ้าโบราณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลุกฟลอร์เต้นรำยุค 90 กทม. จัด ‘Swing in the Park’ ย้อนบรรยากาศ ชวนเต้นสวิงแดนซ์ที่ลุมพินีสถาน https://thestandard.co/swing-dance-lumpini-park/ Sun, 16 Aug 2026 02:33:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1242440 ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี

วานนี้ (15 สิงหาคม) กองการสังคีต สำนักวัฒนธรรม กีฬา และ […]

The post ปลุกฟลอร์เต้นรำยุค 90 กทม. จัด ‘Swing in the Park’ ย้อนบรรยากาศ ชวนเต้นสวิงแดนซ์ที่ลุมพินีสถาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี

วานนี้ (15 สิงหาคม) กองการสังคีต สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร จับมือกับ Bangkok Swing จัดงาน ‘Swing in the Park: SWING THROUGH TIME’ ตั้งแต่ เวลา 17.00-20.00 น. ณ อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี เนรมิตบรรยากาศ Ballroom ยุค 1930 ให้ผู้เข้าร่วมได้ย้อนความทรงจำผ่านประวัติศาสตร์เกือบ 90 ปี เพลิดเพลินกับแสง สี เสียง และความเย็นสบาย ภายในงานพบกับบทเพลงอมตะจาก วงสุนทราภรณ์ และดนตรีสดสุดคึกคักจาก วง The Stumblrs พร้อมความบันเทิงตลอดเย็นแบบเปิดให้เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ดูภาพข่าว 

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกับ Swing Dance (สวิงแดนซ์) การเต้นรำเข้าสังคมที่กำเนิดขึ้นในยุค ค.ศ. 1920-1940 ย่านฮาร์เล็ม นิวยอร์ก โดดเด่นด้วยจังหวะเพลงแจ๊สอันสนุกสนาน เน้นการด้นสด และการสื่อสารผ่านร่างกายเพื่อสร้างมิตรภาพ แม้ไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อนก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะภายในงานมีคลาสสอนเต้นเบื้องต้น จากทีมงาน Rhythm Juice Bangkok และ The Hop Bangkok ที่จะมาช่วยจับมือสอนสเต็ปแรกให้ทุกคนเต้นตามได้ง่ายๆ ก่อนจะไปวาดลวดลายร่วมกันในวง Social Dance

 

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่สาธารณะให้คนทุกเพศทุกวัยได้สัมผัสคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของลุมพินีสถานผ่านเสียงดนตรีและการเต้นรำอย่างเป็นกันเอง สำหรับผู้ที่ติดใจเสน่ห์จังหวะสวิงหลังจบงาน สามารถไปต่อยอดความสนุกและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้สวิงแดนซ์ต่อได้ที่ The Hop Bangkok ย่านสีลม ซึ่งเป็นศูนย์กลางหลักในการจัดคลาสและกิจกรรมเต้นรำในไทยอย่างต่อเนื่อง

 

 

ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 1ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 2ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 3ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 4ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 5ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 6ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 7ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 8ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 9ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 10ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 11ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 12ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 13ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 14ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 15ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 16ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 17ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 18ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 19ภาพผู้คนกำลังเต้นสวิงแดนซ์ในงาน ‘Swing in the Park’ ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี 20

The post ปลุกฟลอร์เต้นรำยุค 90 กทม. จัด ‘Swing in the Park’ ย้อนบรรยากาศ ชวนเต้นสวิงแดนซ์ที่ลุมพินีสถาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเตรียมเปิดทดลองใช้ฟรี 2 มอเตอร์เวย์ ‘M6 บางปะอิน-ปากช่อง’ และ ‘M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว’ หวังระบายรถมิตรภาพ-พระราม 2 https://thestandard.co/motorways-m6-m82-free-trial/ Sun, 16 Aug 2026 02:19:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1242416 ภาพกราฟิกแสดงการเปิดทดลองใช้ฟรีมอเตอร์เวย์ M6 และ M82 พร้อมระบุช่วงเวลาปลายเดือนสิงหาคม

วันนี้ (16 สิงหาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนั […]

The post รัฐบาลเตรียมเปิดทดลองใช้ฟรี 2 มอเตอร์เวย์ ‘M6 บางปะอิน-ปากช่อง’ และ ‘M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว’ หวังระบายรถมิตรภาพ-พระราม 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงการเปิดทดลองใช้ฟรีมอเตอร์เวย์ M6 และ M82 พร้อมระบุช่วงเวลาปลายเดือนสิงหาคม

วันนี้ (16 สิงหาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวง เตรียมเปิดทดลองให้ประชาชนใช้ฟรีมอเตอร์เวย์สายใหม่ 2 เส้นทางในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ได้แก่ มอเตอร์เวย์หมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน-นครราชสีมา ช่วงบางปะอิน-ปากช่อง และมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 (M82) สายบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว เพื่อเพิ่มทางเลือกการเดินทาง ลดระยะเวลา และช่วยบรรเทาการจราจรบนถนนมิตรภาพและถนนพระราม 2

 

ลลิดากล่าวว่า แม้ทั้งสองเส้นทางจะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้ฟรี แต่มีวัน เวลา จุดขึ้น-ลง และประเภทรถที่อนุญาตแตกต่างกัน เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและติดตั้งระบบในบางส่วน จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบเงื่อนไขให้ชัดเจนก่อนวางแผนเดินทาง

 

สำหรับ M6 ช่วงบางปะอิน-ปากช่อง ระยะทาง 110 กิโลเมตร จะเริ่มเปิดทดลองใช้เฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ ตั้งแต่ เวลา 12.00 น.วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 ถึงวันอาทิตย์ เวลา 24.00 น. ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570 อนุญาตเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ และจำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

ประชาชนสามารถเข้า-ออก M6 ช่วงดังกล่าวได้ 5 ด่าน ได้แก่ ด่านบางปะอิน ด่านหินกอง ด่านแก่งคอย ด่านมวกเหล็ก และด่านปากช่อง อย่างไรก็ตาม สำหรับฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงปากช่อง-มวกเหล็กยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ผู้เดินทางจากปากช่องต้องใช้ถนนธนะรัชต์และถนนมิตรภาพเพื่อไปเข้าด่านมวกเหล็กแทน

 

ขณะเดียวกัน จุดพักรถทับกวางทั้งสองฝั่งเปิดให้บริการห้องน้ำและเครื่องดื่ม แต่ยังไม่มีสถานีบริการน้ำมันและจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า จึงขอให้ผู้เดินทางตรวจสอบปริมาณน้ำมันหรือระดับแบตเตอรี่ให้เพียงพอก่อนขึ้นมอเตอร์เวย์ ทั้งนี้ M6 ช่วงปากช่อง-ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ยังคงเปิดให้ประชาชนใช้ฟรีทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงตามเดิม

 

ส่วน M82 กรมทางหลวงเตรียมเปิดทดลองช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 16.4 กิโลเมตรเพิ่มเติม ทำให้สามารถเดินทางต่อเนื่องบนเส้นทางบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว รวมระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร โดยจะเริ่มเปิดตั้งแต่วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป และเปิดให้ทดลองใช้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

 

M82 อนุญาตให้รถยนต์ รถบรรทุก และรถโดยสารใช้เส้นทางได้ โดยรถยนต์จำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรถบรรทุกและรถโดยสารจำกัดความเร็วไม่เกิน 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะแรกเปิดให้ขึ้น-ลง 4 ด่าน ได้แก่ ด่านพันท้ายนรสิงห์ ด่านมหาชัย 1 ด่านมหาชัย 2 และด่านบ้านแพ้ว ขณะที่ด่านสมุทรสาคร 1 และด่านสมุทรสาคร 2 ยังไม่เปิดให้บริการ

 

ทั้งนี้ ห้ามคนเดินเท้า รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ รถสามล้อ และรถล้อเลื่อนทุกประเภทใช้ทางยกระดับ M82 โดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง

 

ลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดทดลองใช้มอเตอร์เวย์ทั้งสองเส้นทางเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มทางเลือกและประสิทธิภาพการเดินทางของประชาชน โดย M6 จะช่วยแบ่งเบาปริมาณรถบนถนนมิตรภาพ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ M82 จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางบนแนวถนนพระราม 2 เชื่อมกรุงเทพฯ และสมุทรสาคร ก่อนทยอยพัฒนาและเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบต่อไป

 

ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ภาพ: กรมทางหลวง

The post รัฐบาลเตรียมเปิดทดลองใช้ฟรี 2 มอเตอร์เวย์ ‘M6 บางปะอิน-ปากช่อง’ และ ‘M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว’ หวังระบายรถมิตรภาพ-พระราม 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>