Thailand – THE STANDARD ข่าวออนไลน์เชิงสร้างสรรค์ ข่าวในประเทศ ข่าวจริง https://thestandard.co/category/news/thailand/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 08 Jul 2026 04:11:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ตัดวงจรสแกมเมอร์! วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กลุ่มทับทิม-โกเมน ชู ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ยกระดับ อสม. https://thestandard.co/dpa-scammer-prevention-volunteer-health/ Wed, 08 Jul 2026 04:10:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1228060 ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด

วานนี้ (7 กรกฎาคม) ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด ตำบลบ […]

The post ตัดวงจรสแกมเมอร์! วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กลุ่มทับทิม-โกเมน ชู ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ยกระดับ อสม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด

วานนี้ (7 กรกฎาคม) ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด ตำบลบางคูรัด อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี นักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร สำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 3 กลุ่มทับทิมและกลุ่มโกเมน จัดโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ เพื่อส่งเสริมความรู้ ความตระหนัก และการสร้างภูมิคุ้มกันด้านปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงเท่าทันอาชญากรรมด้านยาเสพติดให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่ โดยมุ่งหวังให้ อสม. เป็นต้นแบบในการเฝ้าระวัง เตือนภัย และถ่ายทอดความรู้ไปสู่ประชาชนในครอบครัวและชุมชน โดยมี พล.อ.ทักษิณ สิริสิงห ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองบัญชาการกองทัพไทย คณาจารย์จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ดร.พิมพ์พัชชา หยิมการุณ นายกเทศมนตรีเมืองบางคูรัด และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และนักศึกษา วปอ. รุ่น 62 และ 66 เข้าร่วมร่วมงาน

ดูภาพข่าว 

กิจกรรม ในช่วงเช้าเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการหลอกลวงออนไลน์ที่พบบ่อย วิธีสังเกตสัญญาณเตือน เทคนิคการหยุดคิดก่อนโอน แนวทางตรวจสอบข้อมูลก่อนทำธุรกรรม และบทบาทของ อสม. ในการเป็น ‘กระบอกเสียง’ ส่งต่อความรู้สู่คนในครอบครัวและชุมชน โดยเน้นหลักจำง่าย ‘ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน’ เพื่อให้ประชาชนตั้งสติ ตรวจสอบ และปรึกษาคนใกล้ตัวหรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้ก่อนตัดสินใจ หลังจากนั้นในช่วงบ่าย คณะผู้จัดงานและ อสม. ลงพื้นที่ให้ความรู้ ‘วัคซีนสติ’ และมอบ ‘ถุงเตือนสติ’ ที่มีคู่มือเตือนภัยรับมือสแกมเมอร์ให้ประชาชนในชุมชน

 

นพ.เอกวุฒิ ตั้งตรงไพโรจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิมลราช และ น.ส.พิธานัญ นภาอำไพพร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท 23 แลนด์ แอนด์ โลน จำกัด ตัวแทนนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 ผู้ดำเนินโครงการ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘The Ten: ไทย-เพิ่ม-ภูมิ’ ของนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 เพื่อเพิ่มทักษะและภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนในโลกยุคดิสรัปต์ กลุ่มทับทิมและกลุ่มโกเมน จึงเห็นว่า ‘การป้องกัน’ คือเกราะคุ้มครองที่ดีที่สุด และวัคซีนสำคัญในการต่อกรกับมิจฉาชีพไม่ใช่เทคโนโลยีที่ซับซ้อน แต่คือ ‘สติ’ และ ‘ความรู้เท่าทัน’ ของประชาชนทุกคน โครงการนี้จึงออกแบบขึ้นเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ให้ประชาชนไม่หลงเชื่อ ไม่ตื่นตระหนก และไม่ยอมตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

 

พ.ต.อ.ชัยชนะ สุริยวงศ์ ผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ CIB และ นพฤทธิ์ ต้องประสิทธิ์ หัวหน้าสำนักงาน CEO และโครงการยุทธศาสตร์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตัวแทนนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 ที่มาให้ความรู้กับ อสม. กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบัน ประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชนถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพมากขึ้น แต่เนื่องจากพฤติกรรมของประชาชนกลุ่มนี้ที่ลูกหลานออกไปทำงานนอกบ้านและมีความคุ้นเคยกับ อสม. มากกว่า การสื่อสารจะมีประสิทธิผลมากกว่า ทั้งนี้เนื้อหาสำคัญที่โครงการถ่ายทอดไปยัง อสม. เพื่อส่งต่อประชาชน มี 3 ด้าน ได้แก่ 1. วัคซีนสติ: สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ไม่หลงเชื่อ ไม่ตื่นตระหนก และไม่ยอมให้มิจฉาชีพควบคุมอารมณ์เราได้ 2. รักษาสตางค์: การสร้างความเข้าใจในวิธีการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและการทำธุรกรรมที่ปลอดภัย เพื่อรักษาทรัพย์สินอันมีค่าของท่านไว้ 3. ป้องกันสแกมเมอร์: การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการเตือนภัยและหยุดยั้งวงจรการหลอกลวงให้หมดไปจากสังคมของเรา

 

ทั้งนี้ ยังมุ่งเน้นที่จะยกระดับบทบาทของ อสม. จากการดูแลสุขภาพกายของประชาชน ไปสู่การร่วม “เพิ่มภูมิคุ้มกันสแกมเมอร์และยาเสพติด” ของชุมชน ในยุคภัยออนไลน์เข้าถึงประชาชนผ่านโทรศัพท์มือถือ

 

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นเหมือน Sandbox ที่ริเริ่มขึ้นในพื้นที่ตำบลบางคูรัด โดยจากนี้นักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กลุ่มทับทิมและกลุ่มโกเมน จะนำโครงการดังกล่าวเสนอต่อนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขยายผลไปสู่ระดับประเทศต่อไป

 

 

ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 1ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 2ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 3ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 4ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 5ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 6ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 7ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 8ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 9ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 10ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 11ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 12ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 13ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 14ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 15ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 16ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 17ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 18ภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 และ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด 19

The post ตัดวงจรสแกมเมอร์! วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กลุ่มทับทิม-โกเมน ชู ‘วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์’ ยกระดับ อสม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมต.สำนักนายกฯ นำทีม ตร.-อย. บุกทลายโรงงานเถื่อนผลิตยาลดอ้วน 10 ยี่ห้อ เร่งขยายผลล่าตัวนายทุนใหญ่ https://thestandard.co/illegal-diet-pills-factory-raid/ Tue, 07 Jul 2026 07:41:21 +0000 https://thestandard.co/illegal-diet-pills-factory-raid/ เจ้าหน้าที่ตำรวจและ อย. แถลงข่าวพร้อมของกลางยาลดความอ้วนเถื่อนที่ตรวจยึดได้

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักน […]

The post รมต.สำนักนายกฯ นำทีม ตร.-อย. บุกทลายโรงงานเถื่อนผลิตยาลดอ้วน 10 ยี่ห้อ เร่งขยายผลล่าตัวนายทุนใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจและ อย. แถลงข่าวพร้อมของกลางยาลดความอ้วนเถื่อนที่ตรวจยึดได้

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการของกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (สืบนครบาล) หลังนำกำลังเข้าบุกตรวจค้นและทลายโรงงานลักลอบผลิตยาลดความอ้วนผิดกฎหมาย ภายในซอยเทศบาล 41/5 ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

 

ปฏิบัติการบุกตรวจค้นในครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่มีหญิงสาวรายหนึ่งในพื้นที่ย่านดินแดง กรุงเทพมหานคร เสียชีวิตลงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากรับประทานยาลดความอ้วนยี่ห้อบาชิ (Bashi) ทางญาติของผู้เสียชีวิตจึงได้เข้าร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอให้เร่งสืบสวนติดตามหาต้นตอแหล่งผลิตยาลดความอ้วนดังกล่าว มุ่งหวังปราบปรามขบวนการเหล่านี้ไม่ให้มีประชาชนหลงเชื่อซื้อมารับประทานจนตกเป็นเหยื่อและสูญเสียชีวิตอีก

 

จากกระบวนการสืบสวนเชิงลึก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบเบาะแสว่าแหล่งผลิตตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายค้นจากศาลเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย

 

ผลการตรวจค้นพบว่า เครือข่ายดังกล่าวมีการใช้สถานที่จำนวน 2 แห่ง โดยแห่งแรกใช้เป็นโรงงานสำหรับการผลิต และอีกแห่งหนึ่งใช้เป็นสถานที่เก็บวัตถุดิบรวมถึงบรรจุภัณฑ์เพื่อเตรียมจัดส่งให้แก่ลูกค้า เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก อาทิ สารเคมีชนิดต่างๆ เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต และบรรจุภัณฑ์ยาลดความอ้วนหลากหลายยี่ห้อ

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมผู้ดูแลสถานที่ ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาได้จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย:

 

  • Miss Khin Nwe Lin อายุ 25 ปี
  • Mr. Aung Tin Win อายุ 27 ปี
  • Mr. Sai Shwe Aung อายุ 21 ปี

 

โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมกลุ่มนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังและเป็นเจ้าของโรงงานแห่งนี้ รวมถึงเตรียมตรวจสอบเส้นทางการจัดจำหน่ายว่ายาเถื่อนเหล่านี้ถูกส่งไปยังปลายทางใดบ้าง

 

ประเด็นสำคัญจากการตรวจสอบของกลาง พบว่ามีการใช้สาร ไซบูทรามีน (Sibutramine) เป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตยาลดความอ้วนถึง 10 ยี่ห้อ ซึ่งสารดังกล่าวถือเป็นสารที่มีอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายอย่างมาก

 

ทาง อย. ระบุว่า ในอดีต ไซบูทรามีนเคยถูกใช้เป็นยาควบคุมพิเศษสำหรับรักษาโรคอ้วน แต่ปัจจุบันได้ถูกยกเลิกการใช้และถูกจัดให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 1 เนื่องจากสารชนิดนี้จะออกฤทธิ์กดความอยากอาหารและทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว แต่ส่งผลข้างเคียงที่ร้ายแรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งอาจนำไปสู่อาการหัวใจวายและเสียชีวิตได้

 

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันกวาดล้างแหล่งผลิตและจำหน่ายยาลดความอ้วนที่มีส่วนผสมของสารไซบูทรามีนอย่างหนัก จนสินค้าลักษณะนี้หายไปจากท้องตลาดได้ระยะหนึ่ง กระทั่งพบว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสลักลอบนำกลับมาผลิตและจำหน่ายอีกครั้ง

 

ทั้งนี้ อย. ได้ฝากเตือนไปยังประชาชนให้ระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และหากพบเห็นเบาะแสการลักลอบผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย หรือต้องสงสัยว่าเป็นโรงงานผลิตอาหารเสริมเถื่อน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน อย. โทร. 1556 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตรวจสอบและปราบปรามตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

The post รมต.สำนักนายกฯ นำทีม ตร.-อย. บุกทลายโรงงานเถื่อนผลิตยาลดอ้วน 10 ยี่ห้อ เร่งขยายผลล่าตัวนายทุนใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ส. ขยายผลแก๊งค้ายาโยงคดีแอร์ไทย จ่อออกหมายจับ 2 ตัวการใหญ่ประเทศเพื่อนบ้านสัปดาห์หน้า https://thestandard.co/drug-gang-flight-attendant-arrest/ Tue, 07 Jul 2026 07:18:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1227724 เลขาธิการ ป.ป.ส. แถลงข่าวความคืบหน้าคดียาเสพติด

วันนี้ (7 กรกฎาคม) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรร […]

The post ป.ป.ส. ขยายผลแก๊งค้ายาโยงคดีแอร์ไทย จ่อออกหมายจับ 2 ตัวการใหญ่ประเทศเพื่อนบ้านสัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาธิการ ป.ป.ส. แถลงข่าวความคืบหน้าคดียาเสพติด

วันนี้ (7 กรกฎาคม) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แถลงความคืบหน้าการขยายผลตรวจสอบเครือข่ายลักลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกรณีของ มีนา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมตัวเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

 

พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานความมั่นคงสามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลในขบวนการได้อย่างชัดเจนตลอดเส้นทาง ตั้งแต่กลุ่มผู้สั่งการต้นทางในประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มผู้รับหิ้วและกระจายสินค้าในประเทศไทย ไปจนถึงเครือข่ายปลายทางในต่างประเทศ

 

จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า คดีนี้มีความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญกับคดีการจับกุมและตรวจยึดเฮโรอีน 4 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อนหน้านี้ ซึ่งเตรียมส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลียและไต้หวัน โดยทั้งสองคดีมีจุดศูนย์กลางร่วมกัน คือ มีต้นทางยาเสพติดมาจาก สปป.ลาว และมีปลายทางที่ประเทศออสเตรเลีย อีกทั้งยังใช้กลุ่มบุคคลในเครือข่ายเดียวกันในการลักลอบขนส่ง

 

ด้วยความซับซ้อนของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้อนุมัติรับกรณีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ แล้ว โดยในวันศุกร์นี้ ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดี DSI จะนำทีมพนักงานสอบสวนเข้าร่วมประชุมกับ ป.ป.ส. เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ

 

เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุเพิ่มเติมว่า คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า เจ้าหน้าที่จะสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับบุคคลในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 2 ราย ซึ่งถือเป็นตัวการหลัก ทำหน้าที่ดูแลเรื่องการโอนเงินและเป็นเจ้าของยาเสพติดในระดับพื้นที่

 

ส่วนประเด็นที่ว่าบุคคลกลุ่มนี้คือผู้ใช้งานบัญชีเฟซบุ๊กอวตารชื่อ Rose Rose ที่ใช้ติดต่อหลอกลวงผู้รับหิ้วหรือไม่นั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งพิสูจน์ทราบเบาะแสทั้งหมดเพื่อยืนยันตัวตนที่แท้จริง

 

ในส่วนของความร่วมมือระหว่างประเทศ ทางการไทยได้ดำเนินการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับทางการออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในประเทศไทยก่อนหน้านี้ ทั้งสามีภรรยาชาวลาว-ไทยในจังหวัดเลย รวมถึงนายอุทัย ไรเดอร์ที่นำพัสดุไปส่งให้ มีนา ล้วนมีพยานหลักฐานมัดตัวชัดเจนว่าเป็นเครือข่ายเดียวกัน

 

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลที่น่ากังวลว่า ขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มนี้มีเป้าหมายในการว่าจ้างกลุ่มพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินรายอื่นๆ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ยึดอาชีพรับจ้างหิ้วสัมภาระ (รับหิ้วของ) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการลำเลียงเฮโรอีนข้ามแดนอย่างเป็นกิจลักษณะ

 

พ.ต.ต.สุริยา ได้แจ้งเตือนไปยังกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้งว่า ขบวนการค้ายาเสพติดในปัจจุบันไม่เลือกเหยื่อและอาชีพ หากประชาชนต้องการหารายได้เสริมจากการรับจ้างหิ้วสัมภาระ หรือการขายน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง ทุกคนย่อมมีโอกาสตกเป็นเหยื่อของการถูกหลอกใช้ได้ทั้งสิ้น

 

เลขาธิการ ป.ป.ส. เน้นย้ำว่า ในทางกฎหมาย ผู้กระทำผิด ไม่สามารถใช้ข้ออ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็น เพื่อเป็นเหตุยกเว้นความผิดได้ หากผู้รับฝากพบว่าสิ่งของสัมภาระมีลักษณะผิดปกติหรือน่าสงสัย ควรรีบนำสิ่งของดังกล่าวไปแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยทันที เพื่อป้องกันตนเองจากการตกเป็นผู้ต้องหาในคดียาเสพติดร้ายแรง

The post ป.ป.ส. ขยายผลแก๊งค้ายาโยงคดีแอร์ไทย จ่อออกหมายจับ 2 ตัวการใหญ่ประเทศเพื่อนบ้านสัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. ย้ำมาตรฐานตั้งจุดตรวจทั่วประเทศ ต้องโปร่งใส-ตรวจสอบได้ สั่งฟันเด็ดขาดตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ https://thestandard.co/police-checkpoints-transparency-bribes/ Tue, 07 Jul 2026 07:16:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1227720 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่สุ่มตรวจจุดกวดขันวินัยจราจร

วันนี้ (7 กรกฎาคม) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นย้ำมาตรฐาน […]

The post ตร. ย้ำมาตรฐานตั้งจุดตรวจทั่วประเทศ ต้องโปร่งใส-ตรวจสอบได้ สั่งฟันเด็ดขาดตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่สุ่มตรวจจุดกวดขันวินัยจราจร

วันนี้ (7 กรกฎาคม) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นย้ำมาตรฐานการตั้งจุดตรวจและจุดสกัดทั่วประเทศ โดยต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์หรือการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม สามารถร้องเรียนได้ทันที

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.กิตติ สุขสมภักดิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ บริเวณจุดกวดขันวินัยจราจรป่าไม้เขต ถนนเพชรเกษมสายเก่า ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของ ตร.

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า การตั้งจุดตรวจทุกแห่งต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับการตำรวจในพื้นที่ และต้องพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบต่อการจราจรหรือสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควร โดยจุดตรวจที่ได้มาตรฐานจะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์

 

  • แบ่งพื้นที่ปฏิบัติงานเป็น 5 โซน อย่างชัดเจน
  • มีป้ายแจ้งเตือนล่วงหน้า และป้ายแสดงชื่อหัวหน้าจุดตรวจ รวมถึงชื่อผู้บังคับการที่อนุมัติการตั้งจุดตรวจ
  • มีหมายเลขโทรศัพท์และคิวอาร์โค้ด (QR Code) ประจำจุด เพื่อให้ประชาชนสามารถร้องเรียนและประเมินการปฏิบัติงานได้
  • เจ้าหน้าที่ทุกนายต้องติดกล้องบอดี้แคม (Body Cam) บันทึกภาพและเสียงขณะปฏิบัติหน้าที่
  • กล้องวงจรปิดประจำจุดตรวจ ต้องบันทึกและจัดเก็บภาพเหตุการณ์ไว้ไม่น้อยกว่า 20 วัน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบย้อนหลัง

 

กรณีที่มีกระแสสังคมบางส่วนเรียกร้องให้ยกเลิกการตั้งด่านตรวจนั้น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า ตร. พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นและยินดีหารือกับทุกฝ่าย แต่ขอยืนยันว่าจุดตรวจยังคงมีความจำเป็นต่อการรักษาความปลอดภัยสาธารณะ เนื่องจากที่ผ่านมาสามารถใช้เป็นจุดสกัดกั้นเหตุร้าย และจับกุมผู้กระทำความผิดในคดีสำคัญได้หลายคดี อาทิ คดียาเสพติด การลักลอบพกพาอาวุธปืน รวมถึงช่วยลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ

 

ทั้งนี้ ตร. ยอมรับว่าอาจมีเจ้าหน้าที่บางนายที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม แต่หากมีการตรวจสอบพบความผิด จะถูกดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังได้กล่าวถึงพฤติกรรมการแชร์ตำแหน่งด่านตรวจลงบนโซเชียลมีเดียว่า หากมีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์ไม่ให้ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ขับขี่รถก็ถือว่าไม่ใช่ปัญหา แต่หากมีเจตนาเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำความผิดให้สามารถหลบเลี่ยงการถูกตรวจค้นจนนำไปสู่ความเสียหาย อาจเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ทางกฎหมายได้

 

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้คำแนะนำแก่ประชาชนเมื่อต้องขับรถผ่านจุดตรวจว่า สามารถตรวจสอบความถูกต้องของจุดตรวจได้จากป้ายแสดงรายละเอียด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องแสดงตัว แจ้งเหตุผลในการตรวจค้น และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ หากประชาชนไม่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทัน สามารถแจ้งความประสงค์ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลจากกล้องประจำจุดตรวจหรือบอดี้แคมย้อนหลังได้

 

หากประชาชนพบเห็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดหน้าจุดตรวจ หรือโทรศัพท์แจ้งสายด่วน ตร. 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ออกคำสั่งกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ตลอดจนจเรตำรวจ ลงพื้นที่สุ่มตรวจและรายงานผลเป็นประจำทุกเดือน เพื่อประเมินมาตรฐานและเร่งแก้ไขข้อบกพร่องอย่างทันท่วงที

The post ตร. ย้ำมาตรฐานตั้งจุดตรวจทั่วประเทศ ต้องโปร่งใส-ตรวจสอบได้ สั่งฟันเด็ดขาดตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทบ. และคณะ ตรวจความคืบหน้าบูรณะปฏิสังขรณ์ ราชรถ ราชยาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระพันปีหลวง https://thestandard.co/army-chief-inspects-royal-chariots-queen-mother/ Tue, 07 Jul 2026 05:10:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1227613 พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ตรวจราชรถและราชยานที่กำลังบูรณะภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

วันนี้ (7 กรกฎาคม) พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการ […]

The post ผบ.ทบ. และคณะ ตรวจความคืบหน้าบูรณะปฏิสังขรณ์ ราชรถ ราชยาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระพันปีหลวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ตรวจราชรถและราชยานที่กำลังบูรณะภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

วันนี้ (7 กรกฎาคม) พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานการตรวจติดตามความคืบหน้าการบูรณะปฏิสังขรณ์ ราชรถ ราชยาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่บริเวณ อาคารโรงราชรถ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พร้อมรับฟังการบรรยายและเดินชม ราชรถและราชยาน

ดูภาพข่าว 

ได้แก่ พระมหาพิชัยราชรถ พระที่นั่งราเชนทรยาน เกรินบันไดนาค เวชยันตรราชรถ พระยานมาศสามลำคานซึ่งมีหน้าที่อัญเชิญพระโกศทองใหญ่ ราชรถน้อย และเครื่องประกอบในพระราชพิธีฯ

 

พล.ต. ภาณุ ป้านทอง ผู้บัญชาการศูนย์อุตสาหการสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของกรมสรรพาวุธทหารบกว่า กรมสรรพาวุธทหารบก ซึ่งมีความรับผิดชอบในการซ่อมบำรุงราชรถ และราชยานต่างๆ รวมทั้งหมด 5 แบบด้วยกัน ได้แก่ พระมหาพิชัยราชรถ, เวชยันตรราชรถ, ราชรถน้อยอีก 3 องค์, เกรินบันไดนาค 2 องค์, ฐานรองพระโกศ และพระยานมาศสามลำคาน 2 องค์ ซึ่งความพร้อมของพระมหาพิชัยราชรถขณะนี้ ในส่วนงานของกรมสรรพาวุธทหารบก เกือบครบถ้วน 100% แล้ว ส่วนเวชยันตรราชรถ ก็ได้ดำเนินการเกือบแล้วเสร็จทั้งหมดเช่นกัน

 

พร้อมกันนี้กองทัพบก ยังได้ดำเนินการซักซ้อมฉุดชักราชรถควบคู่กันไปด้วย ทั้งในพื้นที่ของกรมสรรพาวุธทหารบก และนอกพื้นที่คือ สนามบินเล็กของกองทัพอากาศ

 

พล.ต. ภาณุ ยืนยันว่า ราชรถที่ได้บูรณะปฏิสังขรณ์ ได้มีการตรวจสอบความแข็งแรง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยมีการใช้เทคโนโลยี Megnetic Yoke หรือ การใช้สนามแม่เหล็ก เพื่อตรวจสอบความแข็งแรงบนชิ้นงานโลหะ และมีผู้ชำนาญการเข้ามาดำเนินการตรวจสอบโครงสร้างที่เป็นเหล็ก และได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์ต่างๆ เป็นอย่างดีทุกครั้ง ซึ่งจะการสำรวจไม่พบความบกพร่อง และภาพรวมในขณะนี้ จึงเป็นไปอย่างสมบูรณ์ และครบถ้วน

 

พล.ต. ภาณุ ยังย้ำว่า กรมสรรพาวุธทหารบก ได้ดำเนินการเสริมสร้างความแข็งแรงในส่วนที่เป็นเหล็กและไม้ ตลอดการใช้งานราชรถทุกองค์เสมอมา มีการตรวจสอบความพร้อมอย่างสม่ำเสมอ และในอนาคตก็จะมีการปรับปรุงให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอายุการใช้งานของราชรถทุกองค์มีมาอย่างยาวนาน คาดว่าคงไม่จำเป็นต้องปรับปรุงเยอะ เนื่องจากมีการดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งยังระดับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมศิลปากร โดยเฉพาะสำนักงานช่างสิบหมู่ ที่มีการดำเนินการตลอด จึงทำให้ให้เชื่อมั่นว่า การดำเนินพระราชพิธีที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของราชรถต่างๆ จะมีความพร้อมแน่นอน 100% โดยการบูรณะคาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคม และจะมีการซักซ้อมเตรียมความพร้อมจำนวน 6 ครั้ง แบ่งเป็นซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง และซ้อมย่อยอีก 4 ครั้ง ในช่วงสิ้นเดือนตุลาคมนี้

 

 

พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ตรวจราชรถและราชยานที่กำลังบูรณะภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 1พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ตรวจราชรถและราชยานที่กำลังบูรณะภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 2พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ตรวจราชรถและราชยานที่กำลังบูรณะภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 3

The post ผบ.ทบ. และคณะ ตรวจความคืบหน้าบูรณะปฏิสังขรณ์ ราชรถ ราชยาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระพันปีหลวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิเยือนฮาวาย เตรียมพบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือการทหารและความมั่นคง ไทย-สหรัฐฯ และ ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก https://thestandard.co/sihatsak-hawaii-uspacom-cooperation/ Tue, 07 Jul 2026 03:43:55 +0000 https://thestandard.co/sihatsak-hawaii-uspacom-cooperation/ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างการเยือนรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการก […]

The post สีหศักดิเยือนฮาวาย เตรียมพบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือการทหารและความมั่นคง ไทย-สหรัฐฯ และ ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างการเยือนรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติแดเนียล เค. อิโนเอ ในเมืองโฮโนลูลู เริ่มต้นการเยือนรัฐฮาวาย ของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 5 – 7 กรกฎาคม โดยมี สุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน และ ผู้แทนกองบัญชาการภาคพื้นแปซิฟิกสหรัฐ ให้การต้อนรับ

 

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดการพบหารือกับ พล.ร.อ. ซามูเอล เจ. ปาปาโร (Samuel J. Paparo) ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก (U.S. Pacific Command : USPACOM) เพื่อหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ และ ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก บนพื้นฐานของผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ร่วมกัน โดยเฉพาะในสาขาไซเบอร์ อวกาศ ออนไลน์สแกม การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และ การฝึกอบรมทางทหาร ขณะเดียวกันทั้งสองจะมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์โลก รวมถึงสถานการณ์ภูมิภาคในปัจจุบันด้วย

 

นอกจากนี้ ยังมีกำหนดการพบหารือกับเซเลสต์ คอนเนอร์ส ประธานสถาบัน East-West Center เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทั้งในภาคประชาชนและภาควิชาการ และส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ระหว่างกัน

 

การเยือนรัฐฮาวายครั้งนี้ ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 15 ปีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความเป็นพันธมิตร และความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับสหรัฐในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งรัฐฮาวายมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างตะวันออกกับตะวันตก รวมถึงเป็นที่ตั้งของสถาบันวิชาการชั้นนำของสหรัฐ ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือ ตลอดจนเชื่อมโยงประชาชนของสหรัฐกับประเทศในภูมิภาค

The post สีหศักดิเยือนฮาวาย เตรียมพบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือการทหารและความมั่นคง ไทย-สหรัฐฯ และ ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กกต.กทม. สรุปผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ จ่อรับรองผล 50 เขตภายในสัปดาห์นี้ พร้อมถอดบทเรียนอุดช่องโหว่ https://thestandard.co/bma-election-certify-results/ Mon, 06 Jul 2026 12:33:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1227429 ภาพการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เพื่อสรุปผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐ […]

The post กกต.กทม. สรุปผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ จ่อรับรองผล 50 เขตภายในสัปดาห์นี้ พร้อมถอดบทเรียนอุดช่องโหว่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เพื่อสรุปผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 7/2569 ซึ่งจัดขึ้น ที่ ห้องประชุมสำนักงานปกครองและทะเบียน ชั้น 5 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร ควบคู่กับการประชุมในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบทางไกล โดยมี ขจิต ชัชวานิชย์ ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในการประชุม

 

วาระสำคัญของการประชุมในครั้งนี้ คือการรายงานสรุปผลการดำเนินงานภายหลังการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมประเมินว่าภาพรวมของการจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 

ขจิต และ ณรงค์ ได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมการ ผู้เข้าร่วมประชุม ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจจัดการเลือกตั้งจนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ทั้งนี้ ภายหลังจากที่การนับคะแนนเสร็จสิ้นลง ทางคณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการรวบรวมและส่งรายงานสรุปผลคะแนนการเลือกตั้งทั้งหมด ให้แก่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครรับทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 24.00 น. ของคืนวันที่ 28 มิถุนายน 2569

 

จากความคืบหน้าดังกล่าว ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร คาดการณ์ว่า ผู้อำนวยการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครจะสามารถพิจารณาและประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ครบทั้ง 50 เขต ได้ภายในสัปดาห์นี้

 

นอกจากประเด็นการรับรองผลคะแนนแล้ว ที่ประชุมยังได้ร่วมกันหารือถึงการถอดบทเรียน จากการจัดการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นการนำปัญหาและอุปสรรคที่พบในระดับปฏิบัติการมาวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขและวางแผนป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

 

เป้าหมายสำคัญของการถอดบทเรียนในครั้งนี้ คือการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการ เพื่อให้การดำเนินการจัดการเลือกตั้งในครั้งต่อไปของกรุงเทพมหานคร เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด

The post กกต.กทม. สรุปผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ จ่อรับรองผล 50 เขตภายในสัปดาห์นี้ พร้อมถอดบทเรียนอุดช่องโหว่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ภาวุธ’ เข้าให้ปากคำ DSI ฐานะพยานคดี Forex แจงเส้นทางเงิน 28 ล้าน ยันเทรดเองจนขาดทุน-ปัดเอี่ยวแชร์ลูกโซ่ https://thestandard.co/pawut-dsi-forex-money-loss/ Mon, 06 Jul 2026 12:06:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1227412 ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. พรรคประชาชน ให้ปากคำ DSI คดี Forex

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนรา […]

The post ‘ภาวุธ’ เข้าให้ปากคำ DSI ฐานะพยานคดี Forex แจงเส้นทางเงิน 28 ล้าน ยันเทรดเองจนขาดทุน-ปัดเอี่ยวแชร์ลูกโซ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. พรรคประชาชน ให้ปากคำ DSI คดี Forex

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีเส้นทางการเงิน รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีการลงทุน Forex โดยเจ้าตัวยืนยันความบริสุทธิ์ใจ พร้อมแสดงหลักฐานที่มาของเงินจำนวน 28 ล้านบาท ว่าไม่ได้มาจากการกระทำที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด

 

ภาวุธ เปิดเผยภายหลังการเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า การชี้แจงในวันนี้สามารถตอบคำถามของเจ้าหน้าที่ได้ในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องที่มาของเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 28 ล้านบาท ซึ่งตนมีหลักฐานรองรับอย่างครบถ้วน แม้จะไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกได้เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี

 

แต่ขอยืนยันว่าเงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเทรดที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องราว 1-2 ปี โดยมีรายได้เข้ามาเป็นช่วงๆ อย่างไรก็ตาม ภาวุธยอมรับว่า โดยสรุปแล้วตนเองไม่ได้ประสบความสำเร็จจากการลงทุนดังกล่าว และท้ายที่สุดต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนจากการเทรด

 

ทั้งนี้ เนื่องจากการเข้าพบในวันนี้ถือเป็นครั้งแรก ทาง DSI ยังมีข้อซักถามเพิ่มเติมในประเด็นที่พาดพิงถึงบุคคลที่สาม ทำให้ตนต้องกลับไปเตรียมเอกสารและรวบรวมข้อมูล เพื่อกลับมาชี้แจงเพิ่มเติมในภายหลัง

 

สำหรับกรณีที่มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ทาง DSI กำลังตรวจสอบนั้น ภาวุธชี้แจงว่า ปัจจุบันตนไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทดังกล่าวแล้ว และบางบริษัทที่ถูกกล่าวถึง ตนเองก็ไม่มีความรู้จักแต่อย่างใด จึงจำเป็นต้องกลับไปตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลหรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง

 

ส่วนประเด็นข้อสงสัยเรื่องการเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสร่วมกับกลุ่มโบรกเกอร์นั้น ภาวุธชี้แจงข้อเท็จจริงว่า เป็นเพียงการใช้คะแนนสะสมจากการซื้อสินค้าเพื่อแลกรับรางวัลการเดินทาง ไม่ใช่การเดินทางในฐานะผู้บริหาร หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท โดยผู้ร่วมเดินทางส่วนหนึ่งเป็นเพียงทีมงานของโบรกเกอร์ที่ตนใช้บริการอยู่เท่านั้น

 

นอกจากนี้ ภาวุธยังได้ชี้แจงถึงกรณีคลิปวิดีโอที่ถูกนำมาเผยแพร่ โดยยืนยันว่าไม่เคยมีพฤติกรรมชักชวนประชาชนให้มาร่วมลงทุนหรือเทรด Forex เนื้อหาในคลิปเป็นเพียงการบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวด้านการลงทุน ไม่ใช่การโฆษณาชี้ชวน และตนไม่เคยได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากบริษัทโบรกเกอร์

 

ภาวุธ กล่าวทิ้งท้ายว่า ภายหลังการเข้าชี้แจงตนรู้สึกสบายใจมากขึ้น เนื่องจากมีความตั้งใจที่จะเข้าพบ DSI ตั้งแต่แรก แต่ติดภารกิจการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการ จึงต้องเลื่อนมาเป็นวันนี้ พร้อมเน้นย้ำสถานะทางคดีว่า ตนเป็นเพียง พยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา

 

“ผมไม่มีอะไรต้องปิดบัง พร้อมให้ข้อมูลทุกอย่างกับเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความโปร่งใส เงินที่เข้ามาไม่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย และผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการแชร์ลูกโซ่หรือสแกมเมอร์แต่อย่างใด” ภาวุธ กล่าว

The post ‘ภาวุธ’ เข้าให้ปากคำ DSI ฐานะพยานคดี Forex แจงเส้นทางเงิน 28 ล้าน ยันเทรดเองจนขาดทุน-ปัดเอี่ยวแชร์ลูกโซ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดเส้นทาง-เครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ คดีแอร์โฮสเตสไทยลอบขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย https://thestandard.co/air-hostess-heroin-smuggling-network/ Mon, 06 Jul 2026 11:46:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1227404 ภาพอินโฟกราฟิกแสดงเส้นทางและโครงสร้างเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ คดีแอร์โฮสเตสไทยลอบขนเฮโรอีน

สรุปเส้นทางและโครงสร้างขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ กรณีแ […]

The post เปิดเส้นทาง-เครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ คดีแอร์โฮสเตสไทยลอบขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงเส้นทางและโครงสร้างเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ คดีแอร์โฮสเตสไทยลอบขนเฮโรอีน

สรุปเส้นทางและโครงสร้างขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ กรณีแอร์โฮสเตสชาวไทยถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลียจากการลอบขนเฮโรอีน

 

ขบวนการนี้มีเครือข่ายแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบ โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน

 


 

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงเส้นทางและโครงสร้างเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ คดีแอร์โฮสเตสไทยลอบขนเฮโรอีน 1

 

ภาพประกอบ : สุภาวิดา สุขวัฒน์

The post เปิดเส้นทาง-เครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ คดีแอร์โฮสเตสไทยลอบขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ส. เร่งรวมหลักฐานคดีแอร์ไทยขนเฮโรอีนชี้อาจถูกหลอกหิ้วยา เผยเครื่องสแกนไทยมองเห็นแค่แท่งสีส้ม มีนามีนัดขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์น 14 ก.ย. นี้ https://thestandard.co/oncb-heroin-flight-attendant-australia/ Mon, 06 Jul 2026 11:43:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1227395 อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าคดีแอร์ไทยขนเฮโรอีน

วันนี้ (6 กรกฎาคม) อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการคณะ […]

The post ป.ป.ส. เร่งรวมหลักฐานคดีแอร์ไทยขนเฮโรอีนชี้อาจถูกหลอกหิ้วยา เผยเครื่องสแกนไทยมองเห็นแค่แท่งสีส้ม มีนามีนัดขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์น 14 ก.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าคดีแอร์ไทยขนเฮโรอีน

วันนี้ (6 กรกฎาคม) อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และโฆษก ป.ป.ส. ได้ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการสืบสวนขยายผลกรณี มีนา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมฐานลักลอบนำยาเสพติดประเภทเฮโรอีนซุกซ่อนไปในกระเป๋าสินค้า

 

โฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยว่า การทำงานในขณะนี้ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการจับกุมเครือข่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 3-4 คดี ซึ่งมียาเสพติดเกี่ยวข้องกว่า 26 กิโลกรัม ทาง ป.ป.ส. ได้ส่งมอบความรับผิดชอบในการสืบสวนขยายผลให้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เนื่องจากประเมินว่าคดีนี้เข้าข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

 

จากการสืบสวนพบว่า อุทัย (ไรเดอร์) ได้รับคำสั่งจากชาวต่างชาติ รวมถึงมีกรณีของสองสามีภรรยา (อาทิตย์ชาวไทย และทัดสะพอนชาวลาว) ที่รับส่งพัสดุสำเร็จรูปจากประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ยังให้ข้อมูลว่า ขบวนการนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์ที่ใช้วิธีสร้างเพจอวตารหว่านล้อมผู้ที่มีอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง ให้รับจ้างหิ้วสิ่งของซึ่งแฝงยาเสพติด

 

ทาง ป.ป.ส. ได้หารือร่วมกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) หลังสืบทราบว่าผู้รับพัสดุปลายทางชื่อ เดียร์ ซึ่งเป็นคนไทยที่มีตัวตนจริงและพำนักอยู่ในออสเตรเลียนานนับสิบปี โดยพบพยานหลักฐานการส่งพัสดุชื่อเดียร์หลายครั้ง ทาง ป.ป.ส. ได้ส่งมอบข้อมูลให้ทางการออสเตรเลียเพื่อขยายผลล่าตัวเครือข่ายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังแล้ว

 

สำหรับการสอบปากคำแฟนหนุ่มของ น.ส.มีนา ในประเด็นการตรวจสอบพัสดุก่อนเดินทาง แฟนหนุ่มให้การเป็นประโยชน์และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยระบุว่าในวันเกิดเหตุได้ช่วยกันเปิดกระเป๋าทุกใบเพื่อตรวจสอบแล้ว แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ จึงบรรจุลงในกระเป๋าเดินทาง

 

นอกจากนี้ โฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า ในขณะที่กระเป๋าสัมภาระของ มีนา ผ่านเครื่องเอกซเรย์ที่สนามบินในประเทศไทย ภาพที่ปรากฏเห็นเพียงวัตถุทรงแท่งสีส้มลักษณะปกติ จึงไม่พบความผิดปกติในขั้นตอนการตรวจค้นขาออก

 

ในประเด็นความเกี่ยวข้องของ น.ส.มีนา โฆษก ป.ป.ส. ระบุว่า จากพยานหลักฐานในปัจจุบันยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า มีนา มีส่วนรู้เห็นกับการซุกซ่อนเฮโรอีนหรือไม่ เนื่องจากมีคำให้การของอุทัย (ไรเดอร์) ที่ระบุว่าเป็นการส่งของให้ มีนา เป็นครั้งแรก จึงมีความเป็นไปได้ที่เธออาจทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

 

หากผลการสืบสวนชี้ชัดว่า มีนา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ป.ป.ส. จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งมอบให้สถานทูตไทย กงสุล และทางการออสเตรเลีย เพื่อใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนในการแก้ต่างทางคดีต่อไป โดยขณะนี้ มีนา ยังมีสถานะเป็นผู้ถูกควบคุมตัวเพื่อรอการพิจารณาคดี (ยังไม่ได้ถูกสั่งฟ้องเป็นผู้ต้องหาอย่างเป็นทางการ) โดยศาลแขวงเมลเบิร์นมีกำหนดพิจารณาคดีในวันที่ 14 กันยายน 2569 นี้

 

ในช่วงท้าย โฆษก ป.ป.ส. ได้กล่าวถึงภาพรวมการสกัดกั้นยาเสพติดจากสามเหลี่ยมทองคำว่า ปัจจุบันเมื่อมาตรการทางภาคเหนือ (นบ.ยส.35) มีความเข้มข้น ขบวนการค้ายาเสพติดได้เปลี่ยนเส้นทางลำเลียงมาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น โดยเฉพาะผ่านทางแม่น้ำโขงด้านจังหวัดนครพนม บึงกาฬ หนองคาย และเลย รัฐบาลจึงได้จัดตั้งศูนย์ นบ.ยส.24 เพื่อรับมือสถานการณ์ดังกล่าว

 

โดยพบว่าขบวนการค้ายาเสพติดยุคใหม่มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจนเป็นขั้นตอน (Compartmentalization) เพื่อป้องกันการเชื่อมโยงถึงตัวการใหญ่ ซึ่งทาง ป.ป.ส. จะเดินหน้าสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงินและเครือข่ายทั้งหมดร่วมกับ DSI และ บช.ปส. อย่างใกล้ชิดต่อไป

The post ป.ป.ส. เร่งรวมหลักฐานคดีแอร์ไทยขนเฮโรอีนชี้อาจถูกหลอกหิ้วยา เผยเครื่องสแกนไทยมองเห็นแค่แท่งสีส้ม มีนามีนัดขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์น 14 ก.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงใหม่ ‘เทส’ กันล้นฮอลล์! เต็มทุกกิจกรรม เต็มทุกคำถาม https://thestandard.co/chiang-mai-youth-skills-test/ Mon, 06 Jul 2026 11:10:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1227386

เชียงใหม่ “เทส” กันล้นฮอลล์!   ขอบคุณน […]

The post เชียงใหม่ ‘เทส’ กันล้นฮอลล์! เต็มทุกกิจกรรม เต็มทุกคำถาม appeared first on THE STANDARD.

]]>

เชียงใหม่ “เทส” กันล้นฮอลล์!

 

ขอบคุณน้อง ๆ ทุกคนที่มาร่วมสร้างบรรยากาศสุดคึกคักในงาน Awesome Skills Project: วัยรุ่น ‘เทสดี’ มาลอง ‘เทสดิ’ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

ดูภาพข่าว 

ตลอดทั้งวัน เราได้เห็นทั้งห้องที่เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ที่อยากเรียนรู้ กล้าถาม กล้าลอง และกล้าเปิดโอกาสให้ตัวเอง

 

  • ฟังเรื่องจริงจากรุ่นพี่ตัวจริงในวงการ
  • ลงมือทำ Workshop กับ Canva Thailand
  • เปิดเบื้องหลังงานสร้างสรรค์จากคนทำงานจริง
  • สำรวจเส้นทางอาชีพผ่านโซน ‘เทส’ ที่ใช่
  • พูดคุยกับบริษัทและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

 

ขอบคุณทุกคำถาม ทุกเสียงหัวเราะ ทุกไอเดีย และทุกความตั้งใจที่ทำให้งานครั้งนี้เต็มไปด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ 🚀

 

เพราะเราเชื่อว่า…
ไม่ต้องรู้ว่าชอบอะไรตั้งแต่แรก
แค่กล้าลอง “เทส”
ก็อาจเจอทั้ง “เทสที่ใช่” และ “ทางที่ใช่” ของตัวเอง

 

แล้วพบกันจังหวัดต่อไป
สงขลา • ขอนแก่น • นครราชสีมา

 

 

บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้

บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 1บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 2บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 3บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 4บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 5บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 6บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 7บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 8บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 9บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 10บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 11บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 12บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 13บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 14บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 15บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 16บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 17บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 18บรรยากาศคึกคักในงาน Awesome Skills Project ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ 19

The post เชียงใหม่ ‘เทส’ กันล้นฮอลล์! เต็มทุกกิจกรรม เต็มทุกคำถาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลรับฟ้องคดีกล่าวหา ‘ด.’ ปลอมเอกสารเปลี่ยนกรรมการบริษัท จำเลยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา https://thestandard.co/d-document-forgery-lawsuit/ Mon, 06 Jul 2026 11:03:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1227364 อาคารศาลแขวงพระนครเหนือ

ศาลแขวงพระนครเหนือเห็นคดีมีมูลในชั้นไต่สวน กรณีโจทก์กล่ […]

The post ศาลรับฟ้องคดีกล่าวหา ‘ด.’ ปลอมเอกสารเปลี่ยนกรรมการบริษัท จำเลยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาคารศาลแขวงพระนครเหนือ

ศาลแขวงพระนครเหนือเห็นคดีมีมูลในชั้นไต่สวน กรณีโจทก์กล่าวหาใช้เอกสารปลอมเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท ขณะที่ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบ ก่อนหน้านี้จำเลยเคยถูกศาลรับฟ้องในอีกคดีหนึ่ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

 

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ศาลแขวงพระนครเหนือมีคำสั่งรับฟ้องคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 2367/2569 ซึ่ง พงศ์พัฒน์ วัฒนศรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นาย ด. พร้อมพวกรวม 4 คน ในข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม หลังศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนแล้วเห็นว่าคดีมีมูล จึงมีคำสั่งรับฟ้องไว้พิจารณา

 

ตามคำฟ้อง โจทก์กล่าวหาว่า นาย ด. และพวกร่วมกันจัดทำเอกสารอันเป็นเท็จ ได้แก่ คำรับรองการจดทะเบียนบริษัท (บอจ.1) รายการแก้ไขเพิ่มเติม (บอจ.4) เอกสารกรรมการเข้าใหม่ (แบบ ก.) และหนังสือมอบอำนาจ ก่อนนำไปยื่นต่อนายทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 

โจทก์อ้างว่า มีการปลอมลายมือชื่อของตนในเอกสารดังกล่าว เพื่อใช้ประกอบการเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท สปอร์ต อิมพอร์ต จำกัด ส่งผลให้ตนพ้นจากตำแหน่งกรรมการ และมีการแต่งตั้งบุคคลอื่นเข้าดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งโจทก์ระบุว่าเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย

 

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีมีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 และมาตรา 268 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 91 จึงมีคำสั่งรับฟ้องไว้พิจารณา โดยในวันนัด นาย ด. เดินทางมาศาลและให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

 

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้ นาย ด. เคยถูกศาลอาญามีคำสั่งรับฟ้องในอีกคดีหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทการโอนหุ้นของบริษัทแห่งหนึ่ง โดยโจทก์ในคดีดังกล่าวกล่าวอ้างว่ามีการโอนหุ้นมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

 

คดีนี้จะเข้าสู่กระบวนการสืบพยานและพิจารณาตามขั้นตอนของศาลต่อไป โดยการที่ศาลมีคำสั่งรับฟ้องเป็นการวินิจฉัยเบื้องต้นว่าคดีมีมูลเพียงพอให้เข้าสู่กระบวนการพิจารณา และยังไม่ใช่คำพิพากษาถึงที่สุดในคดี

The post ศาลรับฟ้องคดีกล่าวหา ‘ด.’ ปลอมเอกสารเปลี่ยนกรรมการบริษัท จำเลยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
FETCO ชงยกเว้นภาษีกำไร Capital gain ชั่วคราว ดึงเงินลงทุนกลับไทย หวังเพิ่มสภาพคล่องตลาดหุ้น พร้อมอัปเดตความคืบหน้า TISA https://thestandard.co/fetco-capital-gain-tax-thailand/ Mon, 06 Jul 2026 10:01:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1227340 ภาพไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธาน FETCO ซ้อนทับธงชาติไทยและเหรียญกษาปณ์

วันนี้ (6 ก.ค. 2569) ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิ […]

The post FETCO ชงยกเว้นภาษีกำไร Capital gain ชั่วคราว ดึงเงินลงทุนกลับไทย หวังเพิ่มสภาพคล่องตลาดหุ้น พร้อมอัปเดตความคืบหน้า TISA appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธาน FETCO ซ้อนทับธงชาติไทยและเหรียญกษาปณ์

วันนี้ (6 ก.ค. 2569) ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) แถลงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การดำเนินงานของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตั้งเป้าหมายยกระดับสถานะตลาดหุ้นไทยสู่ ‘ตลาดพัฒนาแล้ว’ ภายใน 15 ปี รับโจทย์รัฐบาลดันไทยเป็นประเทศรายได้สูง เล็งรื้อแนวคิดยกเว้นภาษี Capital gain ชั่วคราว หวังดึงเงินนักลงทุนไทยกลับประเทศ เพิ่มสภาพคล่องตลาด

 

 
 

นอกจากนี้ นักลงทุนยังหลีกเลี่ยงนำกำไรต่างประเทศกลับเข้าไทย เพราะต้องนำกำไรดังกล่าวมาคำนวณรวมกับเงินได้ในประเทศ เพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

 

ทั้งนี้ การยกเว้นภาษีกำไรชั่วคราว เพื่อแลกกับเงื่อนไข เช่น การนำเงินบางส่วนกลับมาลงทุนในประเทศ จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นไทย

 

แนวคิดดังกล่าวเป็นหนึ่งในแนวทางขับเคลื่อนเป้าหมายระยะสั้น ยกระดับตลาดทุนไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ผ่านการเพิ่มสภาพคล่องระยะยาวและฐานนักลงทุนที่เข้มแข็ง เพราะในช่วงที่ผ่านมา สาเหตุที่ตลาดทุนไทยซบเซา มีบริษัทเข้าระดมทุนน้อย เป็นผลมาจากการมีสภาพคล่องระยะสั้นมากกว่าระยะยาว ทำให้ตลาดโดยรวมค่อนข้างผันผวน

 

TISA ยกเลิกตัวคูณ-แยกวงเงินลดหย่อนภาษี

 

สำหรับความคืบหน้า TISA โครงการบัญชีออมและลงทุนส่วนบุคคลเพื่อการเกษียณ ซึ่ง FETCO, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกันในช่วงที่ผ่านมา ปัจจุบันรายละเอียดโครงการคืบหน้าไปกว่า 90% เหลือเพียงการเคาะวงเงินลงทุนลดหย่อนภาษีจากกระทรวงการคลัง และกรอบเวลาเริ่มโครงการดังกล่าว ซึ่งจะมีการหารือร่วมกันอีกครั้ง โดยคาดว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

 

ทั้งนี้ รายละเอียดเบื้องต้นที่มีความชัดเจนแล้ว คือ ยกเลิกเงื่อนไขตัวคูณ ซึ่งกำหนดเพดานลดหย่อนภาษี เนื่องจากสร้างความยุ่งยากและสับสนให้กับประชาชน หลังจากที่ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังกำหนดให้ผู้ที่มีเงินได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี จะได้สิทธิลดหย่อน 1.3 เท่า ส่วนผู้มีเงินได้เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 0.7 เท่า โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้คนที่ฐานภาษีน้อยได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีมากขึ้น

 

นอกจากนี้ วงเงินลงทุนใน TISA จะไม่นับรวมกับวงเงินลดหย่อนภาษีเพื่อการเกษียณเดิม 500,000 บาท อย่าง RMF และ PVD ทำให้ผู้ลงทุนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เพิ่มเติมจากสิทธิเดิม

 

สำหรับวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การดำเนินงานของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ภายใต้การนำของประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) คนใหม่ ซึ่งมีวาระ 2 ปี ไพบูลย์ มองว่า เป้าหมายของตลาดทุนไทยในวันนี้คือ ต้องมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศด้วยการเป็นแหล่งระดมทุนของภาคธุรกิจที่ได้มาตรฐานสากล เป็นไม่ใช่แค่แหล่งซื้อขายหุ้น สร้างความมั่งคั่งให้คนบางกลุ่ม เหมือนภาพจำในอดีต

 

ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ยกระดับตลาดทุนไทย

 

เพื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าว สภาธุรกิจตลาดทุนไทยจะดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ประกอบด้วย

 

  • Demand Side: ขยายฐานผู้ลงทุน

 

มุ่งสร้างฐานนักลงทุนระยะยาวของประเทศ ผ่านการส่งเสริมวัฒนธรรมการลงทุนด้วยโครงการ TISA ผลักดันการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ดึงดูดเงินลงทุนระยะยาวจากกองทุนต่างชาติและผู้มีความมั่งคั่งสูง (Global HNW) ตลอดจนสร้างแรงจูงใจให้เงินลงทุนของคนไทยในต่างประเทศไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย รวมถึงผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายโอกาสการลงทุนของภาคเอกชน

 

  • Supply Side: เพิ่มศักยภาพและความน่าสนใจของตลาดทุน

 

พัฒนาผลิตภัณฑ์และกลไกการระดมทุนให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ ผ่านการเพิ่มสภาพคล่องของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนให้กิจการในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผลักดันสิทธิประโยชน์สำหรับบริษัทในโครงการ Jump+ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs ขนาดใหญ่ และปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับการระดมทุนของบริษัทเทคโนโลยี

 

  • Ecosystem & Infrastructure: พัฒนาโครงสร้างตลาดทุนและลดอุปสรรค

 

ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุน ผ่านการเชื่อมโยงตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล การพัฒนาระบบข้อมูลกลางด้านลงทุน การจัดตั้ง SME Credit Scoring Agency และการปรับปรุงกฎหมายทรัสต์ เพื่อรองรับการบริหารและวางแผนทรัพย์สิน

 

  • Trust & Confidence: ยกระดับธรรมาภิบาลและความเชื่อมั่น

 

ผลักดันการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การกำกับดูแลเชิงรุก การจัดตั้งศาลตลาดทุน การแก้ไขกฎหมายล้มละลาย และการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับการคุ้มครองผู้ลงทุน

 

  • Investor Relations: ยกระดับการสื่อสารกับนักลงทุน

 

ผลักดันการจัด Government Outbound Roadshow เพื่อประชาสัมพันธ์ตลาดทุนไทยสู่ผู้ลงทุนทั่วโลก จัดกิจกรรม “ตลาดทุนพบภาครัฐ” อย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างความเชื่อมั่น จัดทำและเผยแพร่ดัชนี FETCO Investor Confidence Index ทุกเดือน และร่วมให้ข้อมูลเศรษฐกิจและการลงทุนผ่านเวทีสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

สำหรับเป้าหมายระยะยาว FETCO มุ่งยกระดับสถานะตลาดทุนไทยสู่ ‘ตลาดพัฒนาแล้ว’ (Developed Market) ภายใน 15 ปี สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูง ภายใน 12 ปี ถ้าทำได้ตามเป้าหมาย จะดึงดูดให้กองทุนทั่วโลกเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดทุนไทย

 

ทั้งนี้ การจะเป็นตลาดพัฒนาแล้ว จะต้องผ่าน 3 เกณฑ์ตามมาตรฐานสากล ดังนี้

 

  • ต้องเป็นประเทศรายได้สูงต่อเนื่อง 3 ปี
  • ขนาดตลาดหุ้นต้องใหญ่ มี market cap สูง และมีสภาพคล่องในการซื้อขายที่หนาแน่น
  • กฎเกณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานสากล นักลงทุนทั่วโลกเข้าถึงการลงทุนได้จริง

 

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยเริ่มเห็นสัญญาณเงินทุนต่างชาติไหลกลับ โดยมีทั้งเม็ดเงินระยะสั้นที่เข้ามาหนุนโมเมนตัม และเงินลงทุนระยะยาวที่เริ่มให้ความสนใจตลาดไทยมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นกองทุนต่างประเทศที่ทยอยเข้าสะสมหุ้นไทยมากขึ้น โดยปัจจัยหนุนหลักมาจาก การโยกเงินออกจากหุ้นเทคโนโลยีและหุ้น AI หลังราคาปรับขึ้นแรงและมีแรงขายทำกำไร รวมถึงความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยที่ปรับดีขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี

 

ภาพ: Dilok Klaisataporn/ Shutterstock

The post FETCO ชงยกเว้นภาษีกำไร Capital gain ชั่วคราว ดึงเงินลงทุนกลับไทย หวังเพิ่มสภาพคล่องตลาดหุ้น พร้อมอัปเดตความคืบหน้า TISA appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 3 ประเด็นร้อน DSI สอบ ‘ภาวุธ’ เจ้าตัวหอบหลักฐานสู้ ยันโปร่งใส ปัดเอี่ยวแก๊งชวนลงทุน Forex https://thestandard.co/dsi-pavuth-forex-probe/ Mon, 06 Jul 2026 09:27:15 +0000 https://thestandard.co/dsi-pavuth-forex-probe/ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน DSI เพื่อให้ปากคำในคดี Forex

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภาวุธ พงษ […]

The post เปิด 3 ประเด็นร้อน DSI สอบ ‘ภาวุธ’ เจ้าตัวหอบหลักฐานสู้ ยันโปร่งใส ปัดเอี่ยวแก๊งชวนลงทุน Forex appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน DSI เพื่อให้ปากคำในคดี Forex

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วยทนายความส่วนตัว ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำในฐานะพยานในคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายการลงทุน Forex

 

บรรยากาศก่อนการเข้าให้ปากคำ ภาวุธมีสีหน้ายิ้มแย้มและไม่มีท่าทีกังวล โดยได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนสั้นๆ ว่า วันนี้ตนมีความพร้อมที่จะชี้แจงทุกข้อสงสัยด้วยความโปร่งใส และได้นำพยานหลักฐานมามอบให้เจ้าหน้าที่อย่างครบถ้วน

 

“ผมไม่ใช่ผู้ร้าย เป็นแค่ผู้ต้องสงสัย ..ผมไม่ได้ชักชวนใครเลย ผมแค่เป็นคนเทรดเฉยๆ” ภาวุธ กล่าว

 

หลังจากนั้น ภาวุธได้ขอตัวขึ้นไปให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่าจะลงมาชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังเสร็จสิ้นกระบวนการสอบปากคำ

 

สำหรับการเข้าให้ข้อมูลในครั้งนี้ พนักงานสอบสวน DSI ได้เตรียมประเด็นสำคัญเพื่อให้ภาวุธชี้แจง โดยมุ่งเน้นไปที่ความเชื่อมโยงของเส้นทางการเงินและเครือข่ายบริษัทต่างๆ

 

  • ปมรับโอนเงิน 28 ล้านบาทในวันเดียว: ตรวจสอบธุรกรรมจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ที่โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของภาวุธจำนวน 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท รวม 28 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 ซึ่งก่อนหน้านี้ภาวุธเคยให้สัมภาษณ์ว่าเป็นการเทรดทองคำ เจ้าตัวจึงต้องนำหลักฐานการทำธุรกรรมทั้งหมดมาแสดงต่อพนักงานสอบสวน เช่น รายชื่อบริษัทที่ใช้เทรด ไทม์ไลน์การทำธุรกรรม และผลตอบแทนที่ได้รับ
  • ความเชื่อมโยงกับเครือข่ายบริษัท Forex: ตรวจสอบกรณีที่ภาวุธเคยเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ปรากฏในแผนผังเส้นทางการเงินของ DSI ซึ่งพบว่ามีเส้นทางการเงินโยงใยเกี่ยวพันกับกลุ่มผู้ชักชวนลงทุน (IB), กลุ่มโบรกเกอร์ และกลุ่มบริษัทรับชำระเงิน (Payment Gateway)
  • คลิปวิดีโอโปรโมตบริษัท: ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ภาวุธปรากฏตัวในคลิปวิดีโอร่วมประชาสัมพันธ์และบอกเล่าประสบการณ์การเทรดกับบริษัท QRS Global เพื่อสะสมแต้มแลกรับโทรศัพท์มือถือ

 

ทั้งนี้ ประเด็นข้อสงสัยทั้งหมดภาวุธจะต้องนำพยานหลักฐานมาชี้แจงเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจต่อพนักงานสอบสวน DSI ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

 

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน DSI เพื่อให้ปากคำในคดี Forex 1ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน DSI เพื่อให้ปากคำในคดี Forex 2ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน DSI เพื่อให้ปากคำในคดี Forex 3ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน DSI เพื่อให้ปากคำในคดี Forex 4ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน DSI เพื่อให้ปากคำในคดี Forex 5

The post เปิด 3 ประเด็นร้อน DSI สอบ ‘ภาวุธ’ เจ้าตัวหอบหลักฐานสู้ ยันโปร่งใส ปัดเอี่ยวแก๊งชวนลงทุน Forex appeared first on THE STANDARD.

]]>
มติ ศธ. รื้อโครงการ Digital Skill 1.6 พันล้านบาท ป้องกันงบซ้ำซ้อน-สั่งปรับโครงการใหม่ ชง ครม. ก.ย.นี้ https://thestandard.co/digital-skill-project-review/ Mon, 06 Jul 2026 09:20:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1227319 ภาพกราฟิกข่าว มติ ศธ. รื้อโครงการ Digital Skill 1.6 พันล้านบาท

วันนี้ (6 กรกฎาคม) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีมติทบทวนแล […]

The post มติ ศธ. รื้อโครงการ Digital Skill 1.6 พันล้านบาท ป้องกันงบซ้ำซ้อน-สั่งปรับโครงการใหม่ ชง ครม. ก.ย.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกข่าว มติ ศธ. รื้อโครงการ Digital Skill 1.6 พันล้านบาท

วันนี้ (6 กรกฎาคม) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีมติทบทวนและเปลี่ยนแปลงโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัล พัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio: Empowering Educations) วงเงิน 1,600 ล้านบาท หลัง ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสั่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบเชิงลึกร่วมกับข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการการจัดทําและติดตามการบริหารงบประมาณอย่างรอบด้าน

 

โดยผลการตรวจสอบ ศธ. มีมติ ดังนี้

 

  • ให้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประเมินผลสัมฤทธิ์ของแพลตฟอร์มโครงการ National Digital Learning Platform (NDLP) ที่มีอยู่เดิมก่อน เพื่อไม่ให้ลงทุนสร้างระบบใหม่ที่ทับซ้อนกัน
  • เปลี่ยนแปลงโครงการและยกเลิกร่างขอบเขตงาน (TOR) เดิม โดยเพิ่มวัตถุประสงค์ให้ตอบโจทย์การยกระดับคุณภาพการศึกษา เช่น การพัฒนา AI Literacy และเตรียมพร้อมรับคะแนน PISA 2029
  • ปรับเปลี่ยนระบบให้เชื่อมโยงและใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

 

ทั้งนี้ ศธ. จะเร่งสรุปรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงโครงการเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติตามขั้นตอนกฎหมาย โดยตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 เพื่อย้ำจุดยืนการใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างคุ้มค่า ลดความซ้ำซ้อน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน

The post มติ ศธ. รื้อโครงการ Digital Skill 1.6 พันล้านบาท ป้องกันงบซ้ำซ้อน-สั่งปรับโครงการใหม่ ชง ครม. ก.ย.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ ทนายจี้แก้ปมดำเนินคดีซ้ำซ้อน ย้ำอำนาจชี้ขาดอยู่ที่ผู้ไต่สวนอิสระ https://thestandard.co/surachate-denies-gold-bribe-case/ Mon, 06 Jul 2026 08:54:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1227309 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และทนายความ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (6 กรกฎาคม) สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ […]

The post ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ ทนายจี้แก้ปมดำเนินคดีซ้ำซ้อน ย้ำอำนาจชี้ขาดอยู่ที่ผู้ไต่สวนอิสระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และทนายความ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (6 กรกฎาคม) สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าทางคดี ภายหลังนำ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางเข้าพบคณะผู้ไต่สวนอิสระตามหนังสือแจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ โดยระบุว่า วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่คณะผู้ไต่สวนได้ชี้แจงพฤติการณ์ข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ผ่านมาทางฝ่ายผู้ถูกกล่าวหารับทราบข้อมูลเพียงจากกระแสข่าวของสื่อมวลชนเท่านั้น

 

สัญญาภัชระ ชี้แจงถึงขั้นตอนทางกฎหมายว่า กระบวนการในวันนี้เป็นเพียงการรับทราบข้อกล่าวหาเบื้องต้น โดยคณะผู้ไต่สวนอิสระได้กำหนดกรอบระยะเวลาให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้ายื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและชี้แจงด้วยวาจา ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ก่อนที่จะมีการนัดหมายเพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 สิงหาคม 2569

 

ทนายความกล่าวย้ำว่า ที่ผ่านมาตนและ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้พยายามนำเสนอข้อเท็จจริงมาโดยตลอดว่า อำนาจในการดำเนินคดีนี้เป็นสิทธิ์ขาดของคณะผู้ไต่สวนอิสระ ไม่ใช่อำนาจของพนักงานสอบสวน หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งกระบวนการในวันนี้ถือเป็นการยืนยันความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว

 

สัญญาภัชระ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบันว่า กำลังเกิดลักษณะการดำเนินคดีแบบ 2 สำนวน 2 องค์กร โดยส่วนหนึ่งอยู่ในมือของคณะผู้ไต่สวนอิสระ และอีกส่วนหนึ่งเป็นกระบวนการที่ยังต้องรอฟังคำสั่งจากอธิบดีอัยการ

 

ทางทีมทนายความมองว่าคดีนี้เป็นคดีประวัติศาสตร์ที่ควรสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้อง การดำเนินคดีควรใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกัน และไม่ควรปล่อยให้เกิดความซ้ำซ้อนใน 2 องค์กร นอกจากนี้ คดีในลักษณะนี้ใช้ระบบไต่สวนเป็นหลัก จึงควรเริ่มต้นกระบวนการจากการไต่สวน ไม่ใช่เริ่มจากการสอบสวน

 

สำหรับกรณีที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปฏิเสธการให้การในชั้นสอบสวนนั้น ทนายความอธิบายว่า เป็นเพราะประเมินแล้วว่าหน่วยงานดังกล่าวไม่มีอำนาจและมีสถานะเป็นคู่ขัดแย้ง หากนำพยานหลักฐานไปชี้แจงในชั้นสอบสวน อาจส่งผลกระทบต่อรูปคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงเลือกที่จะสงวนพยานหลักฐานไว้เพื่อนำมาแสดงต่อคณะผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาโดยตรง

 

ส่วนประเด็นที่คณะผู้ไต่สวนมีมติ 9 ต่อ 0 ในการรับเรื่องไว้นั้น ทนายความประเมินว่า เป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้นที่ชี้ให้เห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยเท่านั้น ยังไม่ใช่บทสรุปของคดี ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีความพร้อมเต็มที่ในการนำพยานหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหา เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่เคยมีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ ขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาจากฝ่ายเดียว สังคมจึงยังไม่ควรด่วนสรุป

 

เมื่อสื่อมวลชนสอบถามถึงประเด็นคลิปวิดีโอหรือพยานหลักฐานที่กล่าวอ้างว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งการให้นำทองคำไปมอบเป็นสินบน ทนายความยืนยันว่า วันนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนของการแสดงหลักฐานดังกล่าว เป็นเพียงการรับทราบข้อกล่าวหาและพฤติการณ์เท่านั้น โดยพฤติการณ์ที่ได้รับแจ้งมีเพียงบางส่วนที่สอดคล้องกับสื่อ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังคงให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา

The post ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ ทนายจี้แก้ปมดำเนินคดีซ้ำซ้อน ย้ำอำนาจชี้ขาดอยู่ที่ผู้ไต่สวนอิสระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครือข่ายประชาชนยื่นหนังสือถึงสถานกงสุลจีนเชียงใหม่ เสนอ 4 ข้อเรียกร้องแก้มลพิษแม่น้ำข้ามพรมแดน มอบตัวอย่างน้ำ-ลาบปลาน้ำกกเชิงสัญลักษณ์ https://thestandard.co/chiang-mai-china-pollution-demands/ Mon, 06 Jul 2026 08:32:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1227299 chiang-mai-china

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่บริเวณ […]

The post เครือข่ายประชาชนยื่นหนังสือถึงสถานกงสุลจีนเชียงใหม่ เสนอ 4 ข้อเรียกร้องแก้มลพิษแม่น้ำข้ามพรมแดน มอบตัวอย่างน้ำ-ลาบปลาน้ำกกเชิงสัญลักษณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
chiang-mai-china

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่บริเวณด้านหน้าสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามบรรยากาศการจัดกิจกรรม ‘ปฏิบัติการเรียกร้องแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน’ ของเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม

ดูภาพข่าว 

บรรยากาศการชุมนุมเริ่มจากกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมเดินเท้าจากบริเวณหน้าสวนสาธารณะหนองบวกหาดไปยังสถานกงสุลใหญ่จีนประจำเชียงใหม่ โดยพบว่ามีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการนำแผงเหล็กมาติดตั้งตลอดแนวด้านหน้าสถานกงสุล และจำกัดการสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว

 

ขณะเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครรักษาดินแดนประมาณ 60-70 นาย ดูแลความเรียบร้อย โดยระหว่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาถึงพื้นที่ เกิดเหตุฉุดยื้อกับเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ 2 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลต่อไป

 

สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เครือข่ายประชาชนระบุว่า เกิดจากความกังวลต่อสถานการณ์แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี ซึ่งกำลังเผชิญปัญหามลพิษที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ วิถีชีวิต และทรัพยากรของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ

 

ภายในกิจกรรม ตัวแทนเครือข่ายได้ยื่นหนังสือต่อผู้แทนสถานกงสุลใหญ่จีนประจำเชียงใหม่ พร้อมส่งมอบตัวอย่างน้ำจากแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง เพื่อสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพน้ำในพื้นที่ที่กำลังประสบปัญหา

 

นอกจากนี้ เครือข่ายยังมอบ ‘ลาบปลาน้ำกก’ เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงความปลอดภัยของทรัพยากรอาหาร คุณภาพชีวิต และผลกระทบต่อประชาชนที่พึ่งพาแม่น้ำ โดยผู้จัดกิจกรรมระบุว่า แม่น้ำข้ามพรมแดนเป็นทรัพยากรที่เชื่อมโยงผู้คนหลายประเทศ การแก้ไขปัญหาจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

 

ด้าน สายัณน์ ข้ามหนึ่ง ตัวแทนเครือข่าย กล่าวว่า เครือข่ายต้องการให้รัฐบาลจีนร่วมตรวจสอบข้อกังวลเกี่ยวกับบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจจีนที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยอ้างถึงแถลงการณ์ของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุว่าจีนไม่สนับสนุนให้บริษัทจีนทำลายสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศ และพร้อมใช้กลไกความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขงในการแก้ไขปัญหา

 

สายัณน์กล่าวว่า แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี เป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่ พร้อมย้ำว่า “แม่น้ำไม่ใช่ของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นชีวิตของผู้คนทั้งลุ่มน้ำ” และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

 

ทั้งนี้ หนังสือที่เครือข่ายยื่นผ่านสถานกงสุลใหญ่จีนประจำเชียงใหม่ มีข้อเรียกร้อง 4 ประการ ได้แก่

 

  • ขอให้กำกับดูแลบริษัทจีนที่อาจก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • ขอให้ตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของแร่จากเมียนมา
  • ขอให้ใช้กลไกความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง เพื่อฟื้นฟูแม่น้ำและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
  • ขอให้จัดตั้งคณะผู้ตรวจสอบร่วมหลายฝ่าย เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบเหมืองแร่ในเมียนมา พร้อมเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะ

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนการชุมนุม ไพศาล พืชมงคล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความเห็นต่อการเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะ ‘ชักศึกเข้าบ้าน’ และกล่าวอ้างว่าอาจเกิดเหตุไม่สงบกับสถานกงสุลจีน

 

ต่อมา คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ หรือ กป.อพช.ภาคเหนือ ชี้แจงว่า การชุมนุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนกำกับดูแลบริษัททุนที่ถูกกล่าวหาว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของประชาชน พร้อมยืนยันว่าเป็นการแสดงออกโดยสันติ และมุ่งผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม

 

กลุ่มประชาชนรวมตัวหน้าสถานกงสุลจีนเชียงใหม่ ยื่นหนังสือเรียกร้องแก้มลพิษแม่น้ำข้ามพรมแดน 3

กลุ่มประชาชนรวมตัวหน้าสถานกงสุลจีนเชียงใหม่ ยื่นหนังสือเรียกร้องแก้มลพิษแม่น้ำข้ามพรมแดน 2

กลุ่มประชาชนรวมตัวหน้าสถานกงสุลจีนเชียงใหม่ ยื่นหนังสือเรียกร้องแก้มลพิษแม่น้ำข้ามพรมแดน 1

กลุ่มประชาชนรวมตัวหน้าสถานกงสุลจีนเชียงใหม่ ยื่นหนังสือเรียกร้องแก้มลพิษแม่น้ำข้ามพรมแดน 4กลุ่มประชาชนรวมตัวหน้าสถานกงสุลจีนเชียงใหม่ ยื่นหนังสือเรียกร้องแก้มลพิษแม่น้ำข้ามพรมแดน 5กลุ่มประชาชนรวมตัวหน้าสถานกงสุลจีนเชียงใหม่ ยื่นหนังสือเรียกร้องแก้มลพิษแม่น้ำข้ามพรมแดน 6กลุ่มประชาชนรวมตัวหน้าสถานกงสุลจีนเชียงใหม่ ยื่นหนังสือเรียกร้องแก้มลพิษแม่น้ำข้ามพรมแดน 7กลุ่มประชาชนรวมตัวหน้าสถานกงสุลจีนเชียงใหม่ ยื่นหนังสือเรียกร้องแก้มลพิษแม่น้ำข้ามพรมแดน 8

The post เครือข่ายประชาชนยื่นหนังสือถึงสถานกงสุลจีนเชียงใหม่ เสนอ 4 ข้อเรียกร้องแก้มลพิษแม่น้ำข้ามพรมแดน มอบตัวอย่างน้ำ-ลาบปลาน้ำกกเชิงสัญลักษณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
NUVO เพิ่มรอบคอนเสิร์ต NUVORIGINAL CONCERT หลังบัตรรอบแรก Sold Out เตรียมกลับขึ้นเวทีใหญ่ในรอบ 7 ปี https://thestandard.co/nuvo-concert-added-show/ Mon, 06 Jul 2026 07:55:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1227283 ภาพวง NUVO บนเวทีคอนเสิร์ต

CI Showbiz ประกาศเพิ่มรอบการแสดงคอนเสิร์ต CIMBweBOND Pr […]

The post NUVO เพิ่มรอบคอนเสิร์ต NUVORIGINAL CONCERT หลังบัตรรอบแรก Sold Out เตรียมกลับขึ้นเวทีใหญ่ในรอบ 7 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพวง NUVO บนเวทีคอนเสิร์ต

CI Showbiz ประกาศเพิ่มรอบการแสดงคอนเสิร์ต CIMBweBOND Presents NUVORIGINAL CONCERT ของวง NUVO เป็นรอบที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 หลังจากบัตรรอบแรกในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 ได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงจน Sold Out อย่างรวดเร็ว

 

คอนเสิร์ตครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาขึ้นเวทีใหญ่ของ NUVO ในรอบ 7 ปี โดยจะพาแฟนเพลงย้อนกลับไปฟังผลงานสำคัญตลอดเส้นทางดนตรีของวง ตั้งแต่ยุคที่ NUVO เป็นหนึ่งในวงดนตรีป๊อปร็อกที่มีอิทธิพลต่อวงการเพลงไทยช่วงปลายยุค 80 ต่อเนื่องถึงยุค 90 พร้อมบทเพลงที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนเพลงหลายรุ่น

 

สำหรับ NUVORIGINAL CONCERT ถูกวางคอนเซปต์ให้เป็นการกลับมาของ NUVO ในรูปแบบ “ออริจินอล” ทั้งบรรยากาศ บทเพลง และตัวตนของวงที่แฟนเพลงคุ้นเคย โดยการเพิ่มรอบในครั้งนี้สะท้อนกระแสความสนใจของผู้ชมที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสำคัญของวง

 

บัตรคอนเสิร์ตเปิดจำหน่ายวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ Thaiticketmajor และเคาน์เตอร์ Thaiticketmajor ทุกสาขา

 

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: NUVOofficial และ CI Showbiz

The post NUVO เพิ่มรอบคอนเสิร์ต NUVORIGINAL CONCERT หลังบัตรรอบแรก Sold Out เตรียมกลับขึ้นเวทีใหญ่ในรอบ 7 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทุนสื่อดึง ‘วิชัย ทองแตง’ นั่งประธานคณะทำงานติดตามทุนปี 2569 หวังปั้น SME สื่อไทยสู่ธุรกิจสร้างสรรค์ https://thestandard.co/vichai-thongtang-media-fund-sme-creative/ Mon, 06 Jul 2026 07:27:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1227240 วิชัย ทองแตง ประธานคณะทำงานติดตามทุนกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เชิญ ‘วิชัย ทองแตง’ […]

The post กองทุนสื่อดึง ‘วิชัย ทองแตง’ นั่งประธานคณะทำงานติดตามทุนปี 2569 หวังปั้น SME สื่อไทยสู่ธุรกิจสร้างสรรค์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิชัย ทองแตง ประธานคณะทำงานติดตามทุนกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เชิญ ‘วิชัย ทองแตง’ นักธุรกิจและนักลงทุน เจ้าของฉายา ‘Godfather of Startup’ รับตำแหน่งประธานคณะทำงานติดตามและประเมินผลโครงการทุนปี 2569 ประเภททุนนิติบุคคลด้านสื่อหรือวิสาหกิจเพื่อสังคม มุ่งถ่ายทอดประสบการณ์ด้านธุรกิจ การลงทุน และการต่อยอดผู้ประกอบการสื่อรายเล็ก ให้เติบโตสู่ธุรกิจสื่อสร้างสรรค์ที่ทำได้จริง

 

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา วิชัย ทองแตง นักธุรกิจและนักลงทุนชื่อดัง ประธานมูลนิธิหนึ่งน้ำใจ ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามและประเมินผลโครงการหรือกิจกรรมตามสัญญาให้ทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประจำปี 2569 เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามและประเมินผลโครงการหรือกิจกรรมตามสัญญาให้ทุนสนับสนุน ประเภททุนนิติบุคคลด้านสื่อหรือวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการผลิตและพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ครั้งที่ 1/2569

 

การประชุมจัดขึ้น ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และผ่านระบบประชุมอิเล็กทรอนิกส์ Microsoft Teams โดยมีคณะทำงาน พร้อมด้วย ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ และขับเคลื่อนการบริหารจัดการทุนสนับสนุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

ดร.ธนกรกล่าวว่า สำนักงานกองทุนได้ติดต่อทาบทามและเชิญวิชัย ทองแตง มาเป็นประธานคณะทำงานติดตามโครงการของผู้รับทุนประจำปี 2569 ประเภททุนนิติบุคคลขนาดเล็ก ซึ่งได้ทำสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการดำเนินงานในระยะที่ 1 คณะทำงานชุดนี้จะเข้ามาติดตาม ให้คำปรึกษา และให้ข้อเสนอแนะต่อผู้รับทุนตามที่กองทุนมอบหมาย

 

“กองทุนเรียกทุนประเภทนี้ว่า ทุนผู้ประกอบการ SME ด้านสื่อ โดยมุ่งหวังให้คุณวิชัยนำประสบการณ์ มุมมอง และองค์ความรู้ มาช่วยให้คำแนะนำแก่บริษัทขนาดเล็กที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสื่อ เพื่อให้สามารถต่อยอดและพัฒนาตนเองไปสู่การเติบโตเป็นบริษัทขนาดใหญ่ สร้างอุตสาหกรรมสื่อสร้างสรรค์ต่อไปในอนาคต” ดร.ธนกรกล่าว

 

ดร.ธนกรกล่าวเพิ่มเติมว่า การที่กองทุนเชิญวิชัยมาร่วมเป็นประธานคณะทำงานชุดดังกล่าว สะท้อนความเชื่อของกองทุนว่า ผู้ประกอบการสื่อรายเล็กในประเทศไทยมีศักยภาพสูงและมีความสามารถ เพียงแต่ยังขาดเงินทุนและโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ เมื่อได้รับทุนสนับสนุนแล้ว กองทุนจึงต้องการให้ผู้รับทุนสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจ และต่อยอดผลงานให้เติบโตได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

“การได้ผู้มีประสบการณ์ตรงมาช่วยให้คำแนะนำ ถือเป็นโอกาสที่ดียิ่งของทั้งผู้รับทุนและสำนักงานกองทุน” ดร.ธนกรกล่าว

 

สำหรับการประชุมครั้งนี้ คณะทำงานได้รับทราบภาพรวมการดำเนินงานของโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุน ประเภททุนนิติบุคคลด้านสื่อหรือวิสาหกิจเพื่อสังคม ประจำปี 2569 จำนวน 28 โครงการ และมีโครงการเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานงวดที่ 1 จำนวน 9 โครงการ

 

ทั้งนี้ แต่ละโครงการมีรายละเอียดและลักษณะการดำเนินงานที่แตกต่างกัน โดยที่ประชุมได้ให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ เพื่อให้ผู้รับทุนนำไปปรับปรุงรายละเอียดการดำเนินงานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับเป้าหมายของกองทุนในการส่งเสริมสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ต่อสังคมและต่อยอดสู่ความยั่งยืนทางธุรกิจได้จริง

The post กองทุนสื่อดึง ‘วิชัย ทองแตง’ นั่งประธานคณะทำงานติดตามทุนปี 2569 หวังปั้น SME สื่อไทยสู่ธุรกิจสร้างสรรค์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลพิพากษายกฟ้อง ม.112-116 คดีนักกิจกรรมทำโพลสอบถาม ‘ขบวนเสด็จฯ สร้างความเดือดร้อนหรือไม่’ https://thestandard.co/court-acquits-lese-majeste-poll-activists/ Mon, 06 Jul 2026 06:52:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1227188 ภาพกราฟิกแสดงข้อความ "พิพากษายกฟ้อง คดีโพล ‘ขบวนเสด็จ’ ชี้ไม่เข้าข่ายละเมิด ม. 112 เหตุคำถามไม่ได้เจาะจง"

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดฟังคำพิพากษาในคด […]

The post ศาลพิพากษายกฟ้อง ม.112-116 คดีนักกิจกรรมทำโพลสอบถาม ‘ขบวนเสด็จฯ สร้างความเดือดร้อนหรือไม่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงข้อความ "พิพากษายกฟ้อง คดีโพล ‘ขบวนเสด็จ’ ชี้ไม่เข้าข่ายละเมิด ม. 112 เหตุคำถามไม่ได้เจาะจง"

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดฟังคำพิพากษาในคดีทำโพลสำรวจความคิดเห็น ‘คุณคิดว่า ขบวนเสด็จฯ สร้างความเดือดร้อนหรือไม่’ บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 และถูกสั่งฟ้องตามมาตรา 112, มาตรา 116 รวมถึงในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามมาตรา 136, 138, 140 และ 368 กับ ‘ตะวัน ตัวตุลานนท์’ และพวกรวม 7 คน

 

ทั้งนี้ เนื่องจากจำเลยที่ 3 เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ ‘บุ้ง’ ได้ถึงแก่ความตาย ศาลชี้ว่าสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป จึงให้จำหน่ายคดีของจำเลยที่ 3 ออกจากสารบบความ

 

รายละเอียดคำพิพากษา ศาลวินิจฉัยว่า สำหรับการกระทำที่จะเป็นความผิดตาม มาตรา 112 จะต้องเป็นการกระทำในลักษณะด้อยค่า ใส่ร้ายป้ายสี หรือแสดงกิริยาอื่นใด หรือกล่าววาจาจาบจ้วงล่วงเกิน เปรียบเทียบ เปรียบเปรย หรือเสียดสีให้เป็นที่ระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาท หรือใช้สิทธิและเสรีภาพให้เป็นปฏิปักษ์ในทางใดทางหนึ่ง

 

ดังนั้น การบังคับใช้กฎหมายมาตราดังกล่าว รัฐจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง โดยยึดหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม ด้วยความเป็นธรรม และเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน มิใช่เพื่อประโยชน์ทางการเมืองหรือเพื่อประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ

 

เมื่อพิจารณาข้อความตามป้ายประกาศของกลาง และการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4-8 ที่เชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยการติดสติกเกอร์ว่าขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนหรือไม่ ซึ่งเป็นการกระทำเพียงประโยคคำถามถึงขบวนเสด็จ มิต้องด้วยลักษณะการมุ่งหมายหรือเชื่อมโยงไปยังบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ ข้อความบนป้ายประกาศมิได้ระบุพระนาม หรือสื่อถึงบุคคลที่กฎหมายคุ้มครองโดยตรง จึงไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อหรือการด้อยค่าพระมหากษัตริย์ พระราชินี และรัชทายาท

 

จากทางนำสืบของโจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4-8 ไม่มีการกล่าวปราศรัย หรือแสดงความเห็นอื่นใดในประการที่น่าจะทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังหรือเสียดสี อันเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอันไม่บังควร หรือกระทำการอื่นใดที่จะส่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการอาฆาตมาดร้าย

 

แม้ต่อมา จำเลยที่ 1 และที่ 2 แสดงสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว ก็เป็นเพียงการแสดงออกทางร่างกายเพื่อสื่อความหมายถึงสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งอาจมีผู้เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็เป็นสิทธิเสรีภาพทางความคิดเห็นของแต่ละบุคคลที่สามารถกระทำได้ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 34

 

เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 -8 เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ทั้งจากทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่ปรากฏเหตุความวุ่นวายจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 -8 อันจะก่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบในราชอาณาจักร และเพื่อให้ประชาชนละเมิดกฎหมายแผ่นดิน การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 -8 จึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 116 ตามที่โจทก์ฟ้อง

 

สำหรับข้อกล่าวหาฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ศาลเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 7 บัญญัติว่า “การจัดการชุมนุมสาธารณะในรัศมีหนึ่งร้อยห้าสิบเมตรจากพระบรมมหาราชวัง พระราชวัง วังของพระรัชทายาท หรือของพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป… จะกระทำมิได้…”

 

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 นัดชุมนุมสาธารณะโดยไม่ได้ขออนุญาตและเป็นการชุมนุมในรัศมี 150 เมตร จากพระบรมมหาราชวัง จึงเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานตำรวจท้องที่ซึ่งมีหน้าที่ถวายความปลอดภัยตาม พ.ร.บ. ถวายความปลอดภัย พ.ศ. 2560 ย่อมมีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมและออกไปจากรัศมี 150 เมตร จากหน้าวังสระปทุมได้

 

จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4-8 ทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว ไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 368

 

ทั้งนี้ ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 -8 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 และจำเลยที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคแรก อีกบทหนึ่ง

 

ศาลเห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 6 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจที่กฎหมายให้ไว้ ปรับจำเลยคนละ 5,000 บาท ฐานขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด 3 เดือน เพิ่มโทษจำเลยที่ 6 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด 4 เดือน และปรับ 5,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับ ให้ บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้คืนแผ่นป้ายของกลางแก่เจ้าของ ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า สำหรับจำเลยในคดีนี้แบ่งออกเป็นคดีผู้ใหญ่ 7 คน (ไม่รวมเนติพรซึ่งจำหน่ายคดี) และคดีเยาวชน 1 คน ได้แก่ ทานตะวัน ตัวตุลานนท์, ‘ใบปอ’, ฐากูร, วรเวช, ‘บีม’ ณัฐกรณ์, วรัณยา แซ่ง้อ, ‘แบม’ อรวรรณ และเด็กชาย “อ.” เยาวชนอายุ 15 ปี

The post ศาลพิพากษายกฟ้อง ม.112-116 คดีนักกิจกรรมทำโพลสอบถาม ‘ขบวนเสด็จฯ สร้างความเดือดร้อนหรือไม่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>