Thailand – THE STANDARD ข่าวออนไลน์เชิงสร้างสรรค์ ข่าวในประเทศ ข่าวจริง https://thestandard.co/category/news/thailand/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 28 Jul 2026 07:00:23 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กองพันทหารปืนใหญ่ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา https://thestandard.co/king-rama-x-birthday-salute/ Tue, 28 Jul 2026 07:00:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1235910 ทหารปืนใหญ่ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

วันนี้ (28 กรกฎาคม) เวลา 12.00 น. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหล […]

The post กองพันทหารปืนใหญ่ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทหารปืนใหญ่ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

วันนี้ (28 กรกฎาคม) เวลา 12.00 น. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ จัดพิธียิงสลุตหลวงจำนวน 21 นัด ด้วยปืนใหญ่เบา กระสุนวิถีราบแบบ 80 ขนาด 75 มิลลิเมตร เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 74 พรรษา

 

ทหารปืนใหญ่ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 1ทหารปืนใหญ่ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 2ทหารปืนใหญ่ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 3ทหารปืนใหญ่ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 4ทหารปืนใหญ่ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 5ทหารปืนใหญ่ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 6

The post กองพันทหารปืนใหญ่ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พล.ต.อ.นิรันดร’ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ผบ.ตร. ยืนยันไม่สมัครใจโอนย้ายข้ามหน่วย ชู พ.ร.บ.ตำรวจฯ คุ้มครอง https://thestandard.co/nirandon-rejects-police-transfer/ Tue, 28 Jul 2026 06:03:47 +0000 https://thestandard.co/nirandon-rejects-police-transfer/ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (28 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีร […]

The post ‘พล.ต.อ.นิรันดร’ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ผบ.ตร. ยืนยันไม่สมัครใจโอนย้ายข้ามหน่วย ชู พ.ร.บ.ตำรวจฯ คุ้มครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (28 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานข่าวว่า พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี) ได้จัดทำหนังสือบันทึกข้อความด่วนที่สุด ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ส่งถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ผ่านทางผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.) โดยมีสาระสำคัญระบุถึงความประสงค์ ไม่สมัครใจโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่น

 

หนังสือฉบับดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา พ้นจากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

 

ในรายละเอียดของบันทึกข้อความ พล.ต.อ.นิรันดร ได้หยิบยกข้อกฎหมายตาม มาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ขึ้นมาประกอบเหตุผล ซึ่งกฎหมายได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า การโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่น จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อเจ้าตัวมีความสมัครใจ และส่วนราชการหรือหน่วยงานเป้าหมายมีความต้องการจะรับโอน โดยจะต้องมีการทำความตกลงร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียก่อน

 

นอกจากประเด็นข้อกฎหมายแล้ว พล.ต.อ.นิรันดร ยังได้ชี้แจงถึงประวัติการรับราชการและประสบการณ์การทำงาน โดยระบุว่า ตนเองมีอายุราชการเหลืออีกเพียง 2 ปี ก่อนจะเกษียณอายุราชการ รวมระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาทั้งสิ้น 37 ปี จนมีความเจริญก้าวหน้าตามลำดับถึงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ในปัจจุบัน ที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการครอบคลุมทั้งสายงานสืบสวนสอบสวน งานป้องกันปราบปราม และงานอำนวยการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและทุ่มเทมาโดยตลอด

 

พล.ต.อ.นิรันดร กล่าวย้ำในหนังสือว่า ตนมีความรู้ความเข้าใจในการบริหารงานตำรวจระดับมหภาค สามารถบูรณาการระหว่างงานสายปฏิบัติการและงานอำนวยการให้ส่งเสริมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและปลอดภัยมาประยุกต์ใช้ในงานตำรวจ ประกอบกับตลอดชีวิตการรับราชการ ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานในส่วนราชการอื่นใดมาก่อน การโอนย้ายไปรับราชการในหน่วยงานอื่นในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ จึงไม่น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้เท่ากับการปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

 

ในช่วงท้ายของบันทึกข้อความ รอง ผบ.ตร. ได้สรุปเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า เมื่อพิจารณาถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการ และความสอดคล้องกับการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลแล้ว จึงขอเรียนยืนยันว่า ไม่มีความสมัครใจที่จะโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่นใด เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบถึงจุดยืนดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

The post ‘พล.ต.อ.นิรันดร’ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ผบ.ตร. ยืนยันไม่สมัครใจโอนย้ายข้ามหน่วย ชู พ.ร.บ.ตำรวจฯ คุ้มครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปข้อมูล 6 เมกะโปรเจกต์ ‘อุโมงค์ระบายน้ำ’ กทม. ดึงน้ำลงเจ้าพระยา แก้น้ำท่วม-บำบัดน้ำเสีย https://thestandard.co/bangkok-drainage-tunnels-chao-phraya/ Tue, 28 Jul 2026 02:12:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1235738 ภาพกราฟิกแสดงแผนที่กรุงเทพฯ และตำแหน่งของอุโมงค์ระบายน้ำ 6 แห่ง พร้อมข้อมูลสำคัญ

กทม. มีเมกะโปรเจกต์ ‘อุโมงค์ระบายน้ำ’ 6 แห่ […]

The post สรุปข้อมูล 6 เมกะโปรเจกต์ ‘อุโมงค์ระบายน้ำ’ กทม. ดึงน้ำลงเจ้าพระยา แก้น้ำท่วม-บำบัดน้ำเสีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงแผนที่กรุงเทพฯ และตำแหน่งของอุโมงค์ระบายน้ำ 6 แห่ง พร้อมข้อมูลสำคัญ

กทม. มีเมกะโปรเจกต์ ‘อุโมงค์ระบายน้ำ’ 6 แห่ง ครอบคลุมทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี รวมระยะทางกว่า 44 กิโลเมตร เพื่อทำหน้าที่เป็นทางด่วนระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง โดยเริ่มต้นแนวคิดในยุคผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร

 

THE STANDARD สรุปข้อมูลทั้ง 6 โครงการมาให้แล้วว่าตั้งอยู่ที่ไหน ขนาดใหญ่แค่ไหน และมีสถานะใช้งานอย่างไร

 

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post สรุปข้อมูล 6 เมกะโปรเจกต์ ‘อุโมงค์ระบายน้ำ’ กทม. ดึงน้ำลงเจ้าพระยา แก้น้ำท่วม-บำบัดน้ำเสีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เนรมิตถนนสายประวัติศาสตร์ยามค่ำคืน เปิดไฟประดับเฉลิมพระเกียรติฯ 14 จุดสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร https://thestandard.co/bangkok-historic-road-lights-celebration/ Mon, 27 Jul 2026 18:55:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1235733 ภาพแสงไฟประดับยามค่ำคืนบนถนนราชดำเนินและอาคารประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ

วันนี้ (27 กรกฎาคม) ช่างภาพ THE STANDARD เก็บภาพความสวย […]

The post เนรมิตถนนสายประวัติศาสตร์ยามค่ำคืน เปิดไฟประดับเฉลิมพระเกียรติฯ 14 จุดสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแสงไฟประดับยามค่ำคืนบนถนนราชดำเนินและอาคารประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ

วันนี้ (27 กรกฎาคม) ช่างภาพ THE STANDARD เก็บภาพความสวยงามของแสงไฟประดับยามค่ำคืนบนถนนราชดำเนิน ที่สอดรับกับความงดงามทางสถาปัตยกรรมดั้งเดิมซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากถนนช็องเซลีเซ ประเทศฝรั่งเศส

 

โดยการไฟฟ้านครหลวง (MEA) เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความงดงาม และร่วมบันทึกภาพความประทับใจกับบรรยากาศการตกแต่งไฟประดับตระการตา เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569

 

การจัดแสดงไฟประดับในครั้งนี้ ได้เนรมิตความสว่างไสวและตระการตายามค่ำคืน ครอบคลุมสถานที่สำคัญ พระราชวัง และถนนสายหลักใจกลางกรุงเทพมหานคร รวม 14 จุดสำคัญ

 

ได้แก่ พระที่นั่งอัมพรสถาน, วังศุโขทัย, พระบรมมหาราชวัง บริเวณท้องสนามหลวง, พื้นที่โดยรอบพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน, วังสระปทุม, พระที่นั่งอนันตสมาคม, ลานพระบรมรูปทรงม้า, สนามเสือป่า, ทำเนียบองคมนตรี, กระทรวงมหาดไทย รวมถึงเส้นทางถนนสายประวัติศาสตร์ ได้แก่ ถนนราชดำเนินใน, ถนนราชดำเนินกลาง, ถนนราชดำเนินนอก และถนนศรีอยุธยา

 

ประชาชนสามารถชมความงดงามได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ในช่วงเวลา 18.00 น. ถึง 24.00 น. ของทุกวัน

 

ทั้งนี้ เป็นกรณีพิเศษเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ระหว่างวันที่ 27 ถึง 29 กรกฎาคม 2569 MEA จะทำการเปิดไฟประดับตลอดทั้งคืน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ยาวนานไปจนถึงเวลา 06.00 น. ของวันถัดไป เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ซึมซับบรรยากาศความงดงามของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนอย่างเต็มที่

 

ภาพแสงไฟประดับยามค่ำคืนบนถนนราชดำเนินและอาคารประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ 1ภาพแสงไฟประดับยามค่ำคืนบนถนนราชดำเนินและอาคารประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ 2ภาพแสงไฟประดับยามค่ำคืนบนถนนราชดำเนินและอาคารประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ 3ภาพแสงไฟประดับยามค่ำคืนบนถนนราชดำเนินและอาคารประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ 4ภาพแสงไฟประดับยามค่ำคืนบนถนนราชดำเนินและอาคารประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ 5ภาพแสงไฟประดับยามค่ำคืนบนถนนราชดำเนินและอาคารประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ 6ภาพแสงไฟประดับยามค่ำคืนบนถนนราชดำเนินและอาคารประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ 7ภาพแสงไฟประดับยามค่ำคืนบนถนนราชดำเนินและอาคารประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ 8ภาพแสงไฟประดับยามค่ำคืนบนถนนราชดำเนินและอาคารประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ 9ภาพแสงไฟประดับยามค่ำคืนบนถนนราชดำเนินและอาคารประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ 10ภาพแสงไฟประดับยามค่ำคืนบนถนนราชดำเนินและอาคารประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ 11ภาพแสงไฟประดับยามค่ำคืนบนถนนราชดำเนินและอาคารประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ 12

The post เนรมิตถนนสายประวัติศาสตร์ยามค่ำคืน เปิดไฟประดับเฉลิมพระเกียรติฯ 14 จุดสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ปูพรมตรวจสถานบันเทิง 865 แห่ง สั่งปิดชั่วคราว-สั่งหยุดแสดงดนตรีรวม 79 แห่ง ไร้ใบอนุญาต https://thestandard.co/bangkok-venues-ordered-closed/ Mon, 27 Jul 2026 15:28:55 +0000 https://thestandard.co/bangkok-venues-ordered-closed/ เจ้าหน้าที่ กทม. ตรวจสอบสถานบันเทิง

วันนี้ (27 กรกฎาคม) พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่ารา […]

The post กทม. ปูพรมตรวจสถานบันเทิง 865 แห่ง สั่งปิดชั่วคราว-สั่งหยุดแสดงดนตรีรวม 79 แห่ง ไร้ใบอนุญาต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ กทม. ตรวจสอบสถานบันเทิง

วันนี้ (27 กรกฎาคม) พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงพื้นที่ตรวจกวดขันมาตรฐานความปลอดภัยและใบอนุญาตประกอบกิจการของสถานบริการ และสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในช่วงระหว่างวันที่ 19–26 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

 

​กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบสถานประกอบการไปแล้วทั้งสิ้น 865 แห่ง จากเป้าหมายทั้งหมด 1,204 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 72 ของสถานประกอบการทั้งหมดในพื้นที่ จากการตรวจสอบอย่างเข้มงวด สามารถจำแนกกลุ่มผู้ประกอบการออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ตามระดับการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย ดังนี้

 

​กลุ่มที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน (168 แห่ง)

 

​เป็นสถานประกอบการที่มีเอกสารใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้องครบถ้วน และผ่านการตรวจประเมินด้านโครงสร้าง อาคาร ระบบป้องกันอัคคีภัย ตลอดจนมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนดทุกประการ

 

​กลุ่มที่ต้องปรับปรุงแก้ไข (618 แห่ง)

 

​เป็นกลุ่มที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่ยังพบข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยหรือเอกสาร ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระดับ

 

  • กลุ่มบกพร่องเล็กน้อย (570 แห่ง): เจ้าหน้าที่ได้ออกหนังสือตรวจแนะนำ พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ประกอบการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เรียบร้อย
  • กลุ่มเพิกเฉยคำเตือน (48 แห่ง): เป็นสถานประกอบการที่มีใบอนุญาต และเคยได้รับการแจ้งเตือนข้อบกพร่องไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่มีการปรับปรุงภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่จึงได้ออกคำสั่งบังคับให้ปรับปรุงแก้ไขตามขั้นตอนทางกฎหมาย

 

กลุ่มที่ถูกสั่งหยุดดำเนินกิจการ (79 แห่ง)

 

​เป็นกลุ่มที่สุ่มเสี่ยงและกระทำผิดกฎหมายชัดเจน จึงถูกลงโทษทางปกครองโดยแบ่งเป็น

 

  • สั่งหยุดการแสดงดนตรี (19 แห่ง): เนื่องจากขาดใบอนุญาตประกอบกิจการแสดงดนตรีตามกฎหมาย
  • สั่งปิดร้านชั่วคราว (60 แห่ง): เนื่องจากเปิดให้บริการโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ

 

​ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะยังคงเดินหน้าปูพรมตรวจสอบสถานประกอบการส่วนที่เหลือให้ครบ 100% ควบคู่กับการติดตามผลการปรับปรุงแก้ไขของกลุ่มที่ได้รับหนังสือสั่งการ เพื่อสร้างความมั่นใจและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

The post กทม. ปูพรมตรวจสถานบันเทิง 865 แห่ง สั่งปิดชั่วคราว-สั่งหยุดแสดงดนตรีรวม 79 แห่ง ไร้ใบอนุญาต appeared first on THE STANDARD.

]]>
นับถอยหลัง 77 วัน ไทยจัดประชุมธนาคารโลก นายกฯ เร่งทุกหน่วยเดินหน้าตามแผน https://thestandard.co/thailand-world-bank-meeting-2026/ Mon, 27 Jul 2026 12:36:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1235693 อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมเตรียมจัดงานประชุมธนาคารโลก

วันนี้ (27 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล น […]

The post นับถอยหลัง 77 วัน ไทยจัดประชุมธนาคารโลก นายกฯ เร่งทุกหน่วยเดินหน้าตามแผน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมเตรียมจัดงานประชุมธนาคารโลก

วันนี้ (27 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 ครั้งที่ 2

 

อนุทิน กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมประชุม เพื่อจัดเตรียมงานนี้ โดยการประชุมนี้ จะจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ระหว่างวันที่ 12 – 18 ตุลาคมนี้ ดังนั้น ระยะเวลาที่เหลือในการเตรียมการเหลือเพียง 77 วันเท่านั้น จึงขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานให้เร่งดำเนินการให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในทุกมิติ เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นประสิทธิภาพ

 

ทั้งนี้ ถือเป็นการสร้างความมั่นใจของประเทศไทยกับนานาประเทศ ที่เขามีความมั่นใจเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย ที่เราได้มีโอกาสในการจัดประชุมระดับโลกเช่นนี้ จะทำให้ความเชื่อมั่นอยู่ยกระดับสูงขึ้น เป็นโอกาสของประเทศไทยมากมาย ทั้งทางการค้า เศรษฐกิจ การเมือง และภาพลักษณ์ต่าง ๆ

 

อนุทิน ย้ำว่าถือเป็นเป็นการประชุมที่มีความสำคัญมาก ๆ ไม่แพ้การประชุมผู้นำสุดยอดของเอเปก หรืออาเซียน ขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ

The post นับถอยหลัง 77 วัน ไทยจัดประชุมธนาคารโลก นายกฯ เร่งทุกหน่วยเดินหน้าตามแผน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กอ.รมน.ภาค 4 เผยความคืบหน้าคดีปาไปป์บอมบ์จุดตรวจบูเก๊ะซามี ศาลออกหมายจับแล้ว 1 ราย พบปืนโยงหลายคดีความมั่นคง https://thestandard.co/pipe-bomb-arrest-warrant-gun-link/ Mon, 27 Jul 2026 12:31:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1235689 ภาพ พ.อ. เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงข่าวความคืบหน้าคดีปาไปป์บอมบ์

วันนี้ (27 กรกฎาคม) พ.อ. เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอ […]

The post กอ.รมน.ภาค 4 เผยความคืบหน้าคดีปาไปป์บอมบ์จุดตรวจบูเก๊ะซามี ศาลออกหมายจับแล้ว 1 ราย พบปืนโยงหลายคดีความมั่นคง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ พ.อ. เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงข่าวความคืบหน้าคดีปาไปป์บอมบ์

วันนี้ (27 กรกฎาคม) พ.อ. เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.) แถลงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีเหตุคนร้ายยิงและขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ใส่เจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 บริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตจำนวน 5 นาย และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ จำนวน 6 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลอย่างต่อเนื่อง

 

ล่าสุด ศาลจังหวัดนราธิวาสอนุมัติออกหมายจับ อาซีซัน (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลจังหวัดนราธิวาส ที่ 439/2569 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างดำเนินการขออนุมัติศาลออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 1 ราย ภายหลังปรากฏพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงถึงการมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

 

ในส่วนของการขยายผล เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมาย จำนวน 3 ราย ซึ่งทั้ง 3 ราย ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยขณะนี้ 1 ราย ได้ยุติกระบวนการซักถามและส่งตัวกลับภูมิลำเนาแล้ว เนื่องจากไม่ปรากฏพยานหลักฐานเชื่อมโยง ว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ขณะที่อีก 2 ราย ยังอยู่ในกระบวนการซักถามเพื่อขยายผลตามขั้นตอนของกฎหมาย

 

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าวอีกว่า จากผลการสอบถามพยานบุคคล และผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เบื้องต้น พบว่า อาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุมีความเชื่อมโยงกับคดีความมั่นคงที่เคยเกิดขึ้นแล้วหลายคดี ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลร่วมกับพยานหลักฐานอื่นๆ

 

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการขยายผลจากภาพกล้องวงจรปิด ผลการตรวจพิสูจน์วัตถุพยาน และข้อมูลจากพยานบุคคล เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และจากการรวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่สรุปข้อมูลในชั้นต้นได้ว่า ผู้ก่อเหตุมีความเชื่อมโยงกับ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อำเภอจะแนะ ซึ่งมี อับดุลเลาะ (สงวนนามสกุล) และมะซอฟี (สงวนนามสกุล) เป็นบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง

 

ทั้งนี้ ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุและผู้ให้การสนับสนุนอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการติดตามจับกุมและรูปคดี

 

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ทั้งการแจ้งเบาะแส การให้ข้อมูล และการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน และเข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็นในการดำเนินการตามหลักกฎหมาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การสืบสวนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

 

พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน หากมีข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุหรือผู้เกี่ยวข้อง สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ สถานีตำรวจ หรือสายด่วน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้กระทบต่อการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดที่ยังหลบหนี รวมถึงไม่กระทบต่อกระบวนการสืบสวนสอบสวน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอสงวนการเปิดเผยรายละเอียดเชิงยุทธวิธีและข้อมูลบางส่วนของคดีในระยะนี้ และยืนยันว่าจะเร่งติดตามผู้กระทำผิดทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็วที่สุด

 

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากทุกท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ให้แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ต่อการดำเนินการตามกฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่กระทำความผิดทางอาญาซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนและส่งผลกระทบต่อสังคมส่วนรวมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

The post กอ.รมน.ภาค 4 เผยความคืบหน้าคดีปาไปป์บอมบ์จุดตรวจบูเก๊ะซามี ศาลออกหมายจับแล้ว 1 ราย พบปืนโยงหลายคดีความมั่นคง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุตุฯ เตือน ฉบับที่ 9 ทั่วไทยรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากถึง 30 ก.ค. https://thestandard.co/thailand-heavy-rain-warning-3/ Mon, 27 Jul 2026 11:13:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1235681 ภาพประกอบแสดงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศไทย

วันนี้ (27 กรกฎาคม) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยเ […]

The post อุตุฯ เตือน ฉบับที่ 9 ทั่วไทยรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากถึง 30 ก.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศไทย

วันนี้ (27 กรกฎาคม) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 9 (136/2569) แจ้งเตือนประชาชนทั่วทุกภาคให้เตรียมพร้อมรับมือกับสภาวะอากาศแปรปรวน และฝนตกสะสมต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2569

 

​กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ในช่วงวันที่ 27–30 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ครอบคลุมบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

 

​สาเหตุเกิดจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิด น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ

 

​สำหรับสถานการณ์คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

 

​ข้อแนะนำสำหรับชาวเรือในบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ขณะที่ เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ในช่วงวันที่ 27–30 กรกฎาคมนี้ไว้ด้วย

 

​คาดการณ์สภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันนี้ ถึงเวลา 18.00 น. วันพรุ่งนี้ (28 กรกฎาคม) คาดว่าจะ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 26–28 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 34–36 องศาเซลเซียส

 

ภาพประกอบแสดงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศไทย 1ภาพประกอบแสดงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศไทย 2ภาพประกอบแสดงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศไทย 3ภาพประกอบแสดงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศไทย 4ภาพประกอบแสดงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศไทย 5ภาพประกอบแสดงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศไทย 6ภาพประกอบแสดงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศไทย 7ภาพประกอบแสดงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศไทย 8ภาพประกอบแสดงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศไทย 9ภาพประกอบแสดงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศไทย 10

The post อุตุฯ เตือน ฉบับที่ 9 ทั่วไทยรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากถึง 30 ก.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพทหารกล้า อส.ทพ.วิมล ตาบทอง ยืนยันดูแลครอบครัวผู้เสียสละอย่างดีที่สุด https://thestandard.co/defense-minister-ranger-cremation-family-care/ Mon, 27 Jul 2026 10:15:00 +0000 https://thestandard.co/defense-minister-ranger-cremation-family-care/ ภาพพิธีพระราชทานเพลิงศพ อาสาสมัครทหารพราน วิมล ตาบทอง โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน

​วันนี้ (27 กรกฎาคม) พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรี […]

The post รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพทหารกล้า อส.ทพ.วิมล ตาบทอง ยืนยันดูแลครอบครัวผู้เสียสละอย่างดีที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพิธีพระราชทานเพลิงศพ อาสาสมัครทหารพราน วิมล ตาบทอง โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน

​วันนี้ (27 กรกฎาคม) พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ อาสาสมัครทหารพราน วิมล ตาบทอง สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่จากเหตุคนร้ายก่อเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ณ เมรุวัดจำปาธาราราม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ หน่วยงานภาครัฐ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนร่วมพิธีด้วยความอาลัย

 

ก่อนพิธีพระราชทานเพลิงศพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ไปเยี่ยมครอบครัวของผู้เสียสละ เพื่อพูดคุย รับฟังปัญหา และให้กำลังใจบิดามารดาและญาติผู้สูญเสียด้วยตนเอง พร้อมยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมจะไม่ทอดทิ้งครอบครัวของผู้เสียสละ และจะดูแลในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

 

จากนั้น พล.ท. อดุลย์ ได้ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ญาติพี่น้อง และประชาชนในพื้นที่อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ที่ได้สูญเสียบุตรหลานผู้เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศชาติและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

พล.ท. อดุลย์ กล่าวว่า การสูญเสียกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติเป็นความเจ็บปวดของทุกคนในกองทัพ ไม่มีอะไรจะเจ็บปวดไปมากกว่าการต้องสูญเสียลูกน้อง ผู้ที่ยอมเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องประชาชนและรักษาความมั่นคงของประเทศ

 

จากนั้น พล.ท. อดุลย์ ยืนยันว่า จะดูแลครอบครัวผู้เสียสละอย่างดีที่สุด รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมจะดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างเต็มกำลัง ทั้งด้านสวัสดิการ การเยียวยา และคุณภาพชีวิต โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญที่ได้ผลักดันจนเกิดขึ้นแล้ว คือ โครงการสิทธิบัตรทองฮีโร่ เพื่อให้บิดา มารดา คู่สมรส และบุตรของกำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ยังคงได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่อาจทดแทนความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ได้ก็ตาม

 

ในตอนท้าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวย้ำว่า การเสียสละของลูกน้องทุกนายจะไม่สูญเปล่า หน้าที่ของเราคือดูแลครอบครัวของเขาอย่างสมเกียรติ และเดินหน้าปกป้องประชาชนกับประเทศชาติต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่สุด

 

ภาพพิธีพระราชทานเพลิงศพ อาสาสมัครทหารพราน วิมล ตาบทอง โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน 1ภาพพิธีพระราชทานเพลิงศพ อาสาสมัครทหารพราน วิมล ตาบทอง โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน 2ภาพพิธีพระราชทานเพลิงศพ อาสาสมัครทหารพราน วิมล ตาบทอง โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน 3ภาพพิธีพระราชทานเพลิงศพ อาสาสมัครทหารพราน วิมล ตาบทอง โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน 4ภาพพิธีพระราชทานเพลิงศพ อาสาสมัครทหารพราน วิมล ตาบทอง โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน 5ภาพพิธีพระราชทานเพลิงศพ อาสาสมัครทหารพราน วิมล ตาบทอง โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน 6

The post รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพทหารกล้า อส.ทพ.วิมล ตาบทอง ยืนยันดูแลครอบครัวผู้เสียสละอย่างดีที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองปราบฯ ขยายผลโกงสอบท้องถิ่น ออกหมายเรียก 13 ราย จ่อแจ้งข้อหา ม.157 ‘อธิบดี สถ.-ผอ.สำนักทดสอบฯ มศว’ https://thestandard.co/police-summon-officials-exam-fraud/ Mon, 27 Jul 2026 09:50:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1235643 โลโก้และชื่อกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)

วันนี้ (27 กรกฎาคม) ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) มี […]

The post กองปราบฯ ขยายผลโกงสอบท้องถิ่น ออกหมายเรียก 13 ราย จ่อแจ้งข้อหา ม.157 ‘อธิบดี สถ.-ผอ.สำนักทดสอบฯ มศว’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้และชื่อกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)

วันนี้ (27 กรกฎาคม) ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) มีรายงานความคืบหน้าการประชุมพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับกลุ่มข้าราชการและพนักงานบริษัทเอกชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยล่าสุด พนักงานสอบสวนได้พิจารณาออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 13 ราย เพื่อให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาภายในสัปดาห์นี้

 

แหล่งข่าวจากกองบังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า สำหรับผู้ถูกออกหมายเรียกทั้ง 13 รายนั้น แบ่งเป็นข้าราชการระดับสูงจำนวน 2 ราย ได้แก่ ธีรุตม์ ศุกวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และ เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) โดยบุคคลทั้งสองจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157)

 

ส่วนผู้ถูกออกหมายเรียกอีก 11 ราย ประกอบด้วยกลุ่มข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพนักงานบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบขณะนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี และพบพฤติการณ์ว่ากำลังร่วมกันแก้ไขกระดาษคำตอบ โดยกลุ่มนี้จะถูกออกหมายเรียกในข้อหาฐานเป็นอั้งยี่และข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กำหนดให้ผู้ถูกออกหมายเรียกทั้ง 13 ราย เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำภายในสัปดาห์นี้ หากไม่มาตามกำหนดนัดหมาย จะดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

 

จากรายงานการสอบสวนเชิงลึก พบว่ามีพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลระดับสูงทั้ง 2 รายอย่างชัดเจน โดยระบุถึงพฤติการณ์การอาศัยตำแหน่งหน้าที่ทางราชการในการอำนวยความสะดวกให้ขบวนการทุจริตเข้าถึงข้อมูลการสอบ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับคำให้การของ อัศวิน โชติพนัง หรือ ดร.วิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

อัศวินได้ให้การซัดทอดต่อพนักงานสอบสวน โดยอ้างว่าตนได้รับคำสั่งจาก พิชิต ทั้งพรม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ให้ไปประสานงานกับ เรืองเดช ในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดเก็บกระดาษคำตอบ เพื่อนำกระดาษคำตอบดังกล่าวมามอบให้กับกลุ่มผู้กระทำความผิด 11 ราย ที่รวมตัวกันในจังหวัดนนทบุรีเพื่อทำการแก้ไขคะแนนสอบ

 

ในขณะเดียวกัน อัศวินยังให้การเพิ่มเติมว่า ได้รับมอบหมายให้ไปประสานงานกับธีรุตม์ ในฐานะผู้จัดจ้างจัดการสอบ ซึ่งมีข้อมูลเฉลยข้อสอบอยู่ในความครอบครอง เพื่อนำข้อมูลเฉลยดังกล่าวมาใช้ประกอบการแก้ไขคะแนนสอบของกลุ่มขบวนการนี้ด้วย

The post กองปราบฯ ขยายผลโกงสอบท้องถิ่น ออกหมายเรียก 13 ราย จ่อแจ้งข้อหา ม.157 ‘อธิบดี สถ.-ผอ.สำนักทดสอบฯ มศว’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดแฟ้ม ‘เนาวรัตน์พัฒนาการ’ กวาดงาน กทม. ยุคชัชชาติ 868 ล้าน ก่อนถึงจุดเปลี่ยนเสี่ยงชวดเมกะโปรเจกต์อุโมงค์หนองบอน https://thestandard.co/nwr-bma-chadchart-tunnel-crisis/ Mon, 27 Jul 2026 09:25:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1235630 ภาพประกอบแนวสืบสวน แสดงถึงวิกฤตของบริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการกับโครงการก่อสร้างของ กทม.

เมื่อผู้เสนอราคาต่ำสุดในเมกะโปรเจกต์ 9,518 ล้านบาท เผชิ […]

The post เปิดแฟ้ม ‘เนาวรัตน์พัฒนาการ’ กวาดงาน กทม. ยุคชัชชาติ 868 ล้าน ก่อนถึงจุดเปลี่ยนเสี่ยงชวดเมกะโปรเจกต์อุโมงค์หนองบอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแนวสืบสวน แสดงถึงวิกฤตของบริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการกับโครงการก่อสร้างของ กทม.

เมื่อผู้เสนอราคาต่ำสุดในเมกะโปรเจกต์ 9,518 ล้านบาท เผชิญวิกฤตสภาพคล่องขั้นวิกฤต

 

 
 

THE STANDARD ชวนพิจารณางบการเงินย้อนหลัง 5 ปี และประวัติการรับงาน กทม. ของ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ หลังพบการยื่นฟื้นฟูกิจการก่อนวันประมูลเพียงไม่กี่สัปดาห์ ส่งผลให้ กทม. ต้องสั่งสอบด่วน หวั่นเสี่ยงทิ้งงานและอาจขาดคุณสมบัติผู้ประกอบการชั้นพิเศษ

 

ชวนจับตา กทม. ถอยหรือไปต่อในวันที่บริษัทเผชิญวิกฤตหนี้ล้นสินทรัพย์

 

โครงการประกวดราคาจ้างก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ กำลังกลายเป็นเมกะโปรเจกต์ที่ถูกสังคมจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อ กิจการร่วมค้า NC-NB ซึ่งมี บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR เป็นแกนหลักร่วมกับบริษัท ไชน่า เรียลเอสเตท จำกัด เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดด้วยวงเงิน 9,518 ล้านบาท จากราคากลาง 9,561 ล้านบาท

 

สิ่งที่ทำให้โครงการนี้ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและเสถียรภาพในการดำเนินงาน คือประเด็นด้านคุณสมบัติและสถานะทางการเงินของบริษัทผู้ชนะการประมูล เนื่องจากมีรายงานว่า คณะกรรมการของ NWR ได้มีมติยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางไปเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จากปัญหาขาดสภาพคล่องและมีหนี้สินจำนวนมาก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าวันยื่นเสนอราคาโครงการอุโมงค์ส่งน้ำฯ ในวันที่ 22 มิถุนายน 2569

 

สแกนพอร์ตรับงาน กทม. ยุค ‘ชัชชาติ’

 

วันนี้ (27 กรกฎาคม) ทีมข่าว THE STANDARD ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังในระบบข้อมูลการใช้จ่ายของภาครัฐ นับตั้งแต่ห้วงปีงบประมาณ 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวาระแรก พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า

 

กรุงเทพมหานครเคยเป็นคู่สัญญาหรือผู้ว่าจ้าง บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) มาแล้วทั้งสิ้น 4 โครงการขนาดใหญ่ รวมมูลค่างบประมาณกว่า 868.44 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

ปีงบประมาณ 2565 (รวมวงเงิน 122.80 ล้านบาท)

 

โครงการจ้างก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียช่วงจากถนนพิษณุโลกถึงถนนศรีอยุธยา พื้นที่เขตดุสิต

 

  • วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง: วิธีเฉพาะเจาะจง
  • ราคากลาง: 122,800,000.00 บาท
  • ราคาที่ตกลงจ้าง: 122,800,000.00 บาท
  • วันที่เกิดรายการ: 28 กันยายน 2565
  • หน่วยงาน: สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ

 

ปีงบประมาณ 2566 (รวมวงเงิน 167.95 ล้านบาท)

 

โครงการที่จ้างก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียหลักบริเวณถนนพระรามที่ 5 ถนนราชวิถี ถนนสวรรคโลก และถนนศรีอยุธยา พื้นที่เขตดุสิต

 

  • วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง: วิธีเฉพาะเจาะจง
  • ราคากลาง: 98,850,000.00 บาท
  • ราคาที่ตกลงจ้าง: 98,650,000.00 บาท
  • วันที่เกิดรายการ: 29 กันยายน 2566
  • หน่วยงาน: สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ

 

โครงการจ้างก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียหลักบริเวณถนนพระรามที่ 5 ถนนราชวิถี ถนนสวรรคโลก และถนนศรีอยุธยา พื้นที่เขตดุสิต (01)

 

  • วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง: วิธีเฉพาะเจาะจง
  • ราคากลาง: 69,430,000.00 บาท
  • ราคาที่ตกลงจ้าง: 69,300,000.00 บาท
  • วันที่เกิดรายการ: 29 กันยายน 2566
  • หน่วยงาน: สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ

 

ปีงบประมาณ 2567 (รวมวงเงิน 577.69 ล้านบาท)

 

โครงการ: ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงระบบรวบรวมน้ำเสียโรงควบคุมคุณภาพน้ำดินแดงที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบิน

 

  • วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง: วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
  • ราคากลาง: 657,400,000.00 บาท
  • ราคาที่ตกลงจ้าง: 577,688,000.00 บาท
  • วันที่เกิดรายการ: 30 สิงหาคม 2567
  • หน่วยงาน: สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ

 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลไม่พบการทำโครงการร่วมกันในปีงบประมาณ 2568 และ 2569

 

เปิดข้อมูลนิติบุคคลและสถานะทางการเงิน

 

ตามข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ณ วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) ยังคงมีสถานะนิติบุคคลที่ ยังดำเนินกิจการอยู่ บริษัทจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2538 มีทุนจดทะเบียน 2,585,481,515.00 บาท จัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจบริการ ขนาดธุรกิจระดับ L ดำเนินประเภทธุรกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย

 

รายชื่อกรรมการ 9 คน ได้แก่ พลพัฒ กรรณสูต, ประเสริฐพันธุ์ พิพัฒนกุล, อภิชาต ธรรมสโรช, สุข สื่อยรรยงศิริ, ธัชไท ถมังรักษ์สัตว์, ผกาทิพย์ โลพันธ์ศรี, มงคล พีรศานติกุล, อาภาธร กรรณสูต และ ศรัณย์ทร ชุติมา

 

ผลประกอบการและงบการเงินที่ส่งย้อนหลัง 5 ปี พบตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านสภาพคล่องและภาระหนี้สินที่เพิ่มสูง ดังนี้

 

  • ปี 2564: มีสินทรัพย์รวม 16,421,602,114.00 บาท ขณะที่มีหนี้สินรวม 13,707,746,188.00 บาท
  • ปี 2565: มีสินทรัพย์รวม 19,055,882,256.00 บาท ขณะที่มีหนี้สินรวม 16,341,111,734.00 บาท
  • ปี 2566: มีสินทรัพย์รวม 17,656,178,831.00 บาท ขณะที่มีหนี้สินรวม 15,718,836,313.00 บาท
  • ปี 2567: มีสินทรัพย์รวม 13,284,892,745.00 บาท ขณะที่หนี้สินรวมพุ่งสูงถึง 15,653,800,512.00 บาท
  • ปี 2568: มีสินทรัพย์รวม 11,702,295,478.00 บาท ขณะที่หนี้สินรวมยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 15,105,597,147.00 บาท

 

ล่าสุดมีรายงานความเคลื่อนไหวจากฝ่ายผู้บริหารกรุงเทพมหานครว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด โดยมีการเรียกเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ สังกัดสำนักการระบายน้ำ เข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมถึงรายละเอียดของสัญญาการจ้างงานต่างๆ

 

ความกังวลหลักในขณะนี้คือ สถานะการยื่นฟื้นฟูกิจการอาจทำให้บริษัทมีความเสี่ยงที่จะถูกกรมบัญชีกลางเพิกถอนชื่อออกจากทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างชลประทานชั้นพิเศษ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น จะทำให้กิจการร่วมค้า NC-NB ขาดคุณสมบัติในการรับงานอุโมงค์ส่งน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ทันที ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมที่รอคอยความชัดเจนจาก กทม. ในเวลานี้

The post เปิดแฟ้ม ‘เนาวรัตน์พัฒนาการ’ กวาดงาน กทม. ยุคชัชชาติ 868 ล้าน ก่อนถึงจุดเปลี่ยนเสี่ยงชวดเมกะโปรเจกต์อุโมงค์หนองบอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกิดอะไรขึ้นกับ ‘อุโมงค์หนองบอน’ ทางด่วนน้ำ กทม. ส่อแววสะดุด หลังผู้ชนะประมูลเสี่ยงล้มละลาย https://thestandard.co/bangkok-nong-bon-tunnel-bidder-risk/ Mon, 27 Jul 2026 09:11:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1235622 ภาพประกอบอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ

โครงการยักษ์มูลค่าเฉียดหมื่นล้านที่เปรียบเสมือน ‘ […]

The post เกิดอะไรขึ้นกับ ‘อุโมงค์หนองบอน’ ทางด่วนน้ำ กทม. ส่อแววสะดุด หลังผู้ชนะประมูลเสี่ยงล้มละลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ

โครงการยักษ์มูลค่าเฉียดหมื่นล้านที่เปรียบเสมือน ‘ทางด่วนน้ำ’ ของชาวกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกกำลังเผชิญทางแยกสำคัญ เมื่อผู้ชนะการประมูลโครงการส่วนต่อขยายกำลังประสบปัญหาสภาพคล่องจนต้องยื่นฟื้นฟูกิจการ กรุงเทพมหานครจึงต้องเบรกการเซ็นสัญญาเพื่อตรวจสอบความเสี่ยง

 

 
 

THE STANDARD ชวนอ่านที่มาที่ไปของโครงการนี้ และทิศทางหลังจากนี้ว่า กทม. จะแก้เกมอย่างไรเพื่อไม่ให้งบประมาณแผ่นดินสูญเปล่า และคนกรุงต้องทนกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากต่อไป

 

รู้จัก ‘อุโมงค์หนองบอน’ ทางด่วนน้ำสองเฟสแห่งความหวัง

 

ปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร เป็นฝันร้ายที่ชาวบ้านในเขตลาดกระบัง สะพานสูง มีนบุรี และประเวศ ต้องเผชิญมาอย่างยาวนาน ด้วยสภาพพื้นที่ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ทำให้การระบายน้ำออกสู่ทะเลเป็นไปอย่างล่าช้า

 

กรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงได้ผุดโปรเจกต์ยักษ์อย่างโครงการอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็นสองส่วนหลัก

 

ส่วนแรกคือโครงการเส้นทางหลัก ซึ่งมีความยาว 9.4 กิโลเมตร ทำหน้าที่ตัดยอดน้ำและดึงน้ำจากพื้นที่บึงหนองบอน คลองเคล็ด คลองบางนา และคลองประเวศบุรีรมย์ ส่งตรงสู่อาคารทิ้งน้ำที่ปากคลองบางอ้อเพื่อระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง ปัจจุบันโครงสร้างอุโมงค์ขนาดใหญ่ด้านล่างก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว และอยู่ระหว่างการทดสอบเดินเครื่องระบบสูบน้ำ แม้ว่าก่อนหน้านี้โครงการจะล่าช้ากว่าแผนเดิมเนื่องจากเหตุการณ์อุโมงค์และสะพานข้ามคลองเคล็ดทรุดตัวเมื่อปี 2565 จนต้องเปลี่ยนแนวขุดเจาะเพื่อความปลอดภัยก็ตาม

 

ส่วนที่สองคือโครงการส่วนต่อขยายที่เพิ่งได้รับอนุมัติ ซึ่งเป็นโครงสร้างใต้ดินขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนทางวิศวกรรมสูง อุโมงค์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.7 เมตร ลึกจากผิวดินประมาณ 30 เมตร และมีความยาวถึง 13.25 กิโลเมตร โดยจะทำหน้าที่รับน้ำส่วนเกินจากคลองประเวศบุรีรมย์ ผ่านอาคารรับน้ำ 3 แห่ง นำมารวมที่สถานีสูบน้ำปลายอุโมงค์บริเวณบึงหนองบอน ซึ่งบึงแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นแก้มลิงที่รองรับน้ำได้มหาศาลถึง 4 ล้านลูกบาศก์เมตร ก่อนระบายลงสู่อุโมงค์เส้นทางหลัก โครงการนี้มีวงเงินงบประมาณราว 9.5 – 9.8 พันล้านบาท และใช้ระยะเวลาก่อสร้างตามแผนภาพรวม 7 ปี คือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2569 ถึง 2575

 

วิกฤตกลางทาง เมื่อผู้ชนะประมูลเผชิญปัญหาสภาพคล่อง

 

จุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการส่วนต่อขยายเกิดขึ้นในขั้นตอนการประกวดราคา เมื่อสำนักการระบายน้ำได้ออกประกาศเชิญชวนประกวดราคาด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ระดับประเทศเข้าร่วมแข่งขันถึง 3 ราย ได้แก่ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น, บมจ.ช.การช่าง และ กิจการร่วมค้า NC-NB

 

ผลการประมูลปรากฏว่า กิจการร่วมค้า NC-NB ซึ่งประกอบด้วย บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR ร่วมกับ บริษัท ไชน่า เรียลเอสเตท จำกัด เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 9,518 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าราคากลาง 43 ล้านบาท

 

แต่ประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับสังคมและผู้บริหาร กทม. คือการที่ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ หนึ่งในบริษัทร่วมค้า ได้ยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง โดยบริษัทได้ออกมายอมรับว่ากำลังมีข้อจำกัดด้านสภาพคล่องอย่างหนัก มีหนี้สินจำนวนมาก และไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลา สถานการณ์นี้ส่งผลให้เกิดคำถามตัวโตถึงความโปร่งใสและความพร้อมในการรับงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐ

 

เหตุผลที่ กทม. ต้องเหยียบเบรกและตรวจสอบด่วน

 

แม้ว่ากระบวนการ e-bidding จะเสร็จสิ้นและเป็นไปตามระเบียบอย่างถูกต้อง แต่ทาง กทม. ตัดสินใจชะลอการลงนามในสัญญาออกไปก่อน พร้อมทั้งสั่งการให้คณะกรรมการพิจารณาเข้าไปตรวจสอบความเสี่ยงอย่างละเอียด การตัดสินใจครั้งนี้เกิดจากข้อกังวลหลักสามประการ เริ่มจากความสามารถในการดำเนินโครงการ เนื่องจากการก่อสร้างอุโมงค์ลึกระดับนี้ต้องอาศัยสายป่านทางการเงินที่ยาวและมั่นคง กทม. จึงต้องประเมินอย่างรอบคอบว่าบริษัทที่ขาดสภาพคล่องจะสามารถรับผิดชอบงานก่อสร้างที่ต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 1,800 วัน หรือราว 5 ปีตามสัญญาได้หรือไม่

 

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงต่อกระบวนการทางกฎหมาย หากมีการเซ็นสัญญาไปแล้วบริษัทเกิดล้มละลายในภายหลัง ย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพรวมของโครงการ และอาจเกิดปัญหาการทิ้งงานตามมา ที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันความเสียหายต่อรัฐ

 

หากผู้บริหาร กทม. ปล่อยผ่านให้เกิดการเซ็นสัญญาโดยไม่ตรวจสอบข้อสงสัยเหล่านี้ให้กระจ่าง และเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต อาจถือว่ามีความผิดฐานทำให้รัฐเสียหายได้

 

ก้าวต่อไปของ กทม. กับทางออกที่ต้องตัดสินใจ

 

ตามประกาศประกวดราคา กทม. มีอำนาจและเงื่อนไขทางกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน โดยสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับราคาต่ำสุดเสมอไป และสามารถยกเลิกการประกวดราคาครั้งนี้ได้โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลย หากประเมินแล้วว่าการทำสัญญาต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ส่วนรวม โดยที่บริษัทผู้ยื่นข้อเสนอจะไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จาก กทม. ได้เลย

 

บทสรุปของอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนส่วนต่อขยาย จึงเป็นบททดสอบสำคัญของกรุงเทพมหานคร ในการรักษาสมดุลระหว่างการเร่งเดินหน้าโครงการเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม กับการปกป้องงบประมาณแผ่นดินไม่ให้สูญเปล่าไปกับความเสี่ยงที่มองเห็นอยู่ตรงหน้า

The post เกิดอะไรขึ้นกับ ‘อุโมงค์หนองบอน’ ทางด่วนน้ำ กทม. ส่อแววสะดุด หลังผู้ชนะประมูลเสี่ยงล้มละลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
TDRI เปิดผลประเมิน ‘ชัชชาติ’ สมัยแรก ชูผลงานแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอยเด่น จี้ลุยโครงสร้างใหญ่ต่อ https://thestandard.co/tdri-chadchart-evaluation-first-term/ Mon, 27 Jul 2026 09:06:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1235618 ภาพ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

วันนี้ (27 กรกฎาคม) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ( […]

The post TDRI เปิดผลประเมิน ‘ชัชชาติ’ สมัยแรก ชูผลงานแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอยเด่น จี้ลุยโครงสร้างใหญ่ต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

วันนี้ (27 กรกฎาคม) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยรายงานประเมินผลการทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยแรก (ชัชชาติ 1) พร้อมวิเคราะห์ความท้าทายที่รออยู่ในการดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง

 

 
 

โดยภาพรวมพบว่า ผู้ว่าฯ กทม. ประสบความสำเร็จและมีผลงานที่จับต้องได้ชัดเจนในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนระดับเส้นเลือดฝอย หรือปัญหาใกล้ตัวของประชาชน ทว่ายังมีจุดอ่อนสำคัญคือ การดำเนินงานหลายโครงการยังมุ่งวัดความสำเร็จจากจำนวนกิจกรรม มากกว่าผลลัพธ์ ที่เกิดขึ้นจริงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

รายงานฉบับนี้ได้ทำการประเมินเชิงลึกและครอบคลุมนโยบายใน 6 ด้านหลัก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงผลงานเด่นและข้อจำกัดที่ กทม. ต้องเร่งแก้ไข ดังนี้

 

ด้านปากท้องของประชาชน: มีผลงานเด่นในการสร้างแพลตฟอร์มเรียนรู้ตลอดชีวิต Next Learn (กว่า 680 หลักสูตร) และการจัดหาพื้นที่ค้าขายทดแทน (Hawker Center) แต่มีข้อจำกัดตรงที่ขาดการติดตามผลลัพธ์ว่าผู้ผ่านการอบรมมีรายได้เพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ ขณะที่พื้นที่ค้าขายทดแทนบางแห่งอยู่ในทำเลที่ลูกค้าน้อยและยังมีจำนวนไม่เพียงพอ

 

ด้านการเดินทางและขนส่ง: ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีสัญญาณไฟปรับตามสภาพจราจร ปรับปรุงทางเท้ากว่า 1,100 กิโลเมตร และชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถสายสีเขียว แต่การแก้ปัญหายังมีลักษณะแยกส่วน ขาดแผนแม่บทเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะ และการออกแบบถนนยังคงให้ความสำคัญกับรถยนต์ส่วนบุคคลมากกว่าความปลอดภัยของคนเดินเท้า

 

ด้านการลดคอร์รัปชัน: มีความคืบหน้าในการเปิดเผยข้อมูล Open Data กว่า 1,400 ชุด เปิดระบบยื่นขออนุญาตออนไลน์ และใช้ Traffy Fondue รับแจ้งเบาะแส อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบทุจริตยังเป็นเชิงรับและล่าช้า โครงการจัดซื้อจัดจ้างกว่าร้อยละ 93 ยังใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งมีความเสี่ยง และการปฏิรูปกฎระเบียบเพื่อลดดุลพินิจเจ้าหน้าที่ยังคืบหน้าน้อย

 

ด้านสิ่งแวดล้อม: สามารถปลูกต้นไม้ทะลุเป้าหมายกว่า 2 ล้านต้น พัฒนาสวน 15 นาที จำนวน 389 แห่ง และลอกท่อระบายน้ำทะลุเป้า แต่พบว่าต้นไม้ที่ปลูกถึงร้อยละ 45 เป็นเพียงไม้พุ่มหรือไม้เลื้อย ปริมาณขยะยังสูงถึง 13,254 ตันต่อวัน และน้ำเสียเกินครึ่งยังไม่ได้รับการบำบัด

 

ด้านการศึกษา: มีนโยบายลดภาระงานเอกสารของครูและนโยบายเรียนฟรีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แต่ยังเผชิญวิกฤตด้านสมรรถนะของนักเรียนที่มีทักษะการอ่านและคิดวิเคราะห์ต่ำกว่าเกณฑ์ รวมถึงปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงรอยต่อ ป.6 ถึง ม.1

 

ด้านสุขภาพ: โดดเด่นด้วยโครงการตรวจสุขภาพฟรีล้านคน และการสร้างฐานข้อมูล Health Map แต่ กทม. ยังคงเป็นเพียงผู้ให้บริการ มากกว่าผู้จัดการระบบสุขภาพ โดยงบประมาณด้านสาธารณสุขมีเพียงร้อยละ 6 และการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงยังอยู่ในระดับต่ำ

 

บทสรุปและก้าวต่อไปของ ‘ชัชชาติ 2’

 

สถาบัน TDRI สรุปทิ้งท้ายว่า ความท้าทายหลักของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยที่สอง คือการเปลี่ยนผ่านจากการแก้ไขปัญหาเส้นเลือดฝอย ไปสู่การจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างหรือเส้นเลือดใหญ่อักเสบเรื้อรัง ซึ่งมีความซับซ้อนและไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยกิจกรรมผิวเผิน

 

กทม. จำเป็นต้องอาศัยการปฏิรูปกฎระเบียบ การประสานงานร่วมกับสภากรุงเทพมหานครและรัฐบาลกลางอย่างใกล้ชิด รวมถึงต้องมีความกล้าหาญทางการเมืองในการจัดการกับปัญหาที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง เช่น การปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง และการจำกัดพื้นที่รถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากลอย่างยั่งยืนต่อไป

 

The post TDRI เปิดผลประเมิน ‘ชัชชาติ’ สมัยแรก ชูผลงานแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอยเด่น จี้ลุยโครงสร้างใหญ่ต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัลยื่นหนังสือ กสทช. ทบทวนปมประธานขาดคุณสมบัติ หวั่นกระทบโรดแมปทีวีดิจิทัล https://thestandard.co/digital-tv-association-nbtc-chairman-qualifications/ Mon, 27 Jul 2026 05:10:05 +0000 https://thestandard.co/digital-tv-association-nbtc-chairman-qualifications/ ตัวแทนสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัลยื่นหนังสือถึง กสทช. เกี่ยวกับคุณสมบัติประธาน

สมาคมทีวีดิจิทัลยื่นหนังสือกรรมการ กสทช. จี้เคลียร์ปมกฎ […]

The post สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัลยื่นหนังสือ กสทช. ทบทวนปมประธานขาดคุณสมบัติ หวั่นกระทบโรดแมปทีวีดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตัวแทนสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัลยื่นหนังสือถึง กสทช. เกี่ยวกับคุณสมบัติประธาน

สมาคมทีวีดิจิทัลยื่นหนังสือกรรมการ กสทช. จี้เคลียร์ปมกฎหมายประธาน หวั่นกระทบมติวาระ Digital TV Roadmap และแพลตฟอร์มสตรีมมิงแห่งชาติ สืบเนื่องจากมติคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่มีมติ 4 ต่อ 0 เกี่ยวกับปัญหาคุณสมบัติของศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย

 

โดยผู้ประกอบการประเมินว่า การปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุมและการร่วมลงมติในวาระสำคัญภายใต้สถานการณ์ที่มีข้อถกเถียงทางกฎหมาย อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่มติของที่ประชุม กสทช. จะถูกโต้แย้งถึงความชอบด้วยกฎหมายในภายหลัง

 

ด้วยผลกระทบดังกล่าว เมื่อเวลา 08.30 น. ของวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ก่อนหน้าการประชุม กสทช. ซึ่งมีกำหนดเริ่มในเวลา 09.30 น. ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายก บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (ช่อง 3 HD) และ อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) ได้เป็นตัวแทนเข้ายื่นหนังสือถึงกรรมการ กสทช. ทั้ง 7 คน

 

หนังสือฉบับดังกล่าวระบุถึงจุดยืนและข้อกังวลของสมาชิกสมาคมฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ทั้งประเภทบริการทางธุรกิจและบริการสาธารณะ รวมจำนวน 15 ใบอนุญาต ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากนโยบายของ กสทช.

 

การประชุม กสทช. ในวันดังกล่าวมีวาระที่เกี่ยวพันกับทิศทางและอนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย 2 วาระสำคัญ วาระแรกคือการพิจารณา Digital TV Roadmap ซึ่งครบกำหนดระยะเวลา 30 วันที่ที่ประชุม กสทช. เคยมีมติให้สำนักงาน กสทช. นำกลับมาเสนอใหม่

 

วาระนี้เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการความชัดเจนเพื่อใช้เป็นกรอบในการเตรียมการก่อนที่ใบอนุญาตโทรทัศน์ดิจิทัลในปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในปี 2572

 

วาระที่สองคือการพิจารณา National Streaming Platform (NSP) ซึ่งเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติสำหรับการเผยแพร่คอนเทนต์โทรทัศน์ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อปรับตัวรองรับพฤติกรรมของผู้ชมที่ย้ายจากการรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินไปสู่การรับชมผ่านอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มดิจิทัล

 

ในหนังสือของสมาคมฯ ได้มีการอ้างอิงถึงข้อกฎหมายตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งบัญญัติหลักการเกี่ยวกับการประชุมและการลงมติของคณะกรรมการ กสทช.

 

รวมถึงข้อกำหนดที่ระบุว่าหากกรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณา กรรมการผู้นั้นจะไม่มีสิทธิเข้าประชุม สมาคมฯ จึงให้ความเห็นว่า กสทช. ควรสร้างความชัดเจนทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. ก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณาและลงมติวาระสำคัญ

 

สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ระบุเพิ่มเติมว่า การเรียกร้องความชัดเจนในครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาให้การทำงานของ กสทช. หรือการกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมต้องหยุดชะงัก โดยสมาคมฯ สนับสนุนให้การพิจารณา Digital TV Roadmap เดินหน้าต่อไปและไม่ควรถูกเลื่อนออกไปอีก

 

แต่กระบวนการพิจารณาและลงมติต้องมีความมั่นคงทางกฎหมาย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำกรอบนโยบายไปใช้วางแผนการดำเนินงานได้จริง สมาคมฯ จึงมีข้อเสนอ 3 ประการให้กรรมการ กสทช. ทั้ง 7 คนพิจารณา ประกอบด้วย

 

  • การตรวจสอบความชัดเจนทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. จากผลของมติคณะกรรมการสรรหา การเร่งพิจารณาวาระ Digital TV Roadmap ตามกรอบเวลา 30 วันที่กำหนดไว้
  • การจัดการประชุมพร้อมลงมติในวาระสำคัญให้ดำเนินไปโดยปราศจากข้อสงสัยทางกฎหมาย

The post สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัลยื่นหนังสือ กสทช. ทบทวนปมประธานขาดคุณสมบัติ หวั่นกระทบโรดแมปทีวีดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกิดอะไรขึ้นที่ กสทช. วันนี้? ประมวลเหตุการณ์ประชุมล่ม ด้วยข้อสงสัยประธานมีลักษณะต้องห้าม https://thestandard.co/nbtc-meeting-collapse-chairman-disqualified/ Mon, 27 Jul 2026 04:56:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1235488 นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. แถลงข่าวหลังการประชุมล่ม

ก่อนการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์แ […]

The post เกิดอะไรขึ้นที่ กสทช. วันนี้? ประมวลเหตุการณ์ประชุมล่ม ด้วยข้อสงสัยประธานมีลักษณะต้องห้าม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. แถลงข่าวหลังการประชุมล่ม

ก่อนการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ครั้งที่ 22/2569 มีระเบียบวาระการประชุมจำนวน 6 วาระ โดยบอร์ด กสทช. ได้เข้าร่วมประชุมครบทั้ง 7 คน

ดูภาพข่าว 

ศาสตราจารย์คลินิก นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เดินทางเข้าร่วมประชุมตามปกติ แม้ก่อนหน้านี้จะมีมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการสรรหา กสทช. วินิจฉัยว่ามีลักษณะต้องห้าม และถือว่าสละสิทธิ์การดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. แล้วก็ตาม

 

เจ้าหน้าที่ กสทช. จำนวนมาก ร่วมกันนำดอกไม้ พวงมาลัย มามอบให้นพ. สรณ เพื่อเป็นกำลังใจ

 

ต่อมาเมื่อเวลา 09.40 น. กรรมการ กสทช. ได้หารือถึงผลกระทบทางกฎหมายจากกรณีดังกล่าว ก่อนที่กรรมการ 3 คน ได้แก่ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต, พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ และ รศ.ดร. ศุภัช ศุภชลาศัย จะขอไม่เข้าร่วมการประชุม ส่งผลให้องค์ประชุมไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถดำเนินการประชุมได้

 

ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวไม่ใช่ การวอล์กเอาต์ เนื่องจากกรรมการทั้ง 3 คนได้ยื่นใบลาประชุมไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มการประชุมแล้ว

 

จากนั้น นพ. สรณได้แถลงชี้แจงต่อสื่อมวลชน ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการสรรหาฯ และจะใช้สิทธิฟ้องต่อศาลปกครองภายใน 90 วัน จึงถือว่ายังไม่มีข้อยุติ

 

นพ. สรณกล่าวด้วยว่า ตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการประกาศในราชกิจจานุเบกศาให้พ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. ก็ถือว่าตนเองยังไม่พ้นตำแหน่งทางกฎหมาย ตนเองจึงต้องมาร่วมประชุมตามหน้าที่ แม้วันนี้องค์ประชุมจะล่มเพราะกรรมการ กสทช. 3 คน เดินออกจากห้องประชุมไป ตนเองก็จะต้องนัดประชุมใหม่อีกครั้ง

 

 

นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. แถลงข่าวหลังการประชุมล่ม 1นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. แถลงข่าวหลังการประชุมล่ม 2นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. แถลงข่าวหลังการประชุมล่ม 3นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. แถลงข่าวหลังการประชุมล่ม 4นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. แถลงข่าวหลังการประชุมล่ม 5นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. แถลงข่าวหลังการประชุมล่ม 6นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. แถลงข่าวหลังการประชุมล่ม 7นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. แถลงข่าวหลังการประชุมล่ม 8นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. แถลงข่าวหลังการประชุมล่ม 9นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. แถลงข่าวหลังการประชุมล่ม 10

The post เกิดอะไรขึ้นที่ กสทช. วันนี้? ประมวลเหตุการณ์ประชุมล่ม ด้วยข้อสงสัยประธานมีลักษณะต้องห้าม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ชนะเลือกตั้งนายก อบจ. ร้อยเอ็ด อีกสมัย ทำลายสถิติคว้า 3.1 แสนคะแนน https://thestandard.co/sekasit-wainiyompong-roi-et-pao-record/ Mon, 27 Jul 2026 03:29:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1235436 ภาพ เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ชายใส่แว่น ยืนอยู่ตรงกลาง

เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไท […]

The post เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ชนะเลือกตั้งนายก อบจ. ร้อยเอ็ด อีกสมัย ทำลายสถิติคว้า 3.1 แสนคะแนน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ชายใส่แว่น ยืนอยู่ตรงกลาง

เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ร้อยเอ็ด อย่างขาดลอย ได้คะแนนกว่า 3.1 แสนคะแนน ทำลายสถิติของตนเองในการเลือกตั้งปี 2565 ที่เคยได้ 3 แสนคะแนน

 

ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ. อย่างไม่เป็นทางการเมื่อคืนวานนี้ (26 กรกฎาคม) เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ผู้สมัครหมายเลข 1 อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทย มีคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่ง 330,702 คะแนน

 

ขณะที่ หมายเลข 2 นิรันดร์ นาเมืองรักษ์ อดีต สส. ร้อยเอ็ดหลายสมัย ที่ลงสมัครในนามอิสระ ได้ 75,440 คะแนน มาเป็นอันดับที่ 2 และหมายเลข 3 บุญชิต อุทัศพัฒนะ ผู้สมัครในนามอิสระ ได้ 10,025 คะแนน

 

ก่อนหน้านี้ในการเลือกตั้งนายก อบจ. ร้อยเอ็ด ในปี 2565 เศกสิทธิ์ได้สร้างปรากฏการณ์ ‘ร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์’ จากชัยชนะเหนือ รัชนี พลซื่อ อดีตนายก อบจ. คนก่อนหน้า ไปด้วยคะแนนกว่า 3 แสนคะแนน

 

สำหรับ เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ เคยเป็น สส. ร้อยเอ็ด มาแล้ว 4 สมัย ตั้งแต่ปี 2535 ที่สังกัดพรรคความหวังใหม่ ก่อนจะมาสังกัดพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย อีกทั้งยังเคยเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ 1 สมัย สังกัดพรรคไทยรักไทย ในปี 2548

 

ภาพ: เน้นผู้ชายใส่แว่นเป็น center

The post เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ชนะเลือกตั้งนายก อบจ. ร้อยเอ็ด อีกสมัย ทำลายสถิติคว้า 3.1 แสนคะแนน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทร. สั่งการทุกหน่วยในจังหวัดนราธิวาสห้ามประมาท ยกระดับรักษาความปลอดภัย เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง https://thestandard.co/royal-thai-navy-narathiwat-security/ Mon, 27 Jul 2026 02:23:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1235415 ภาพกราฟิกแสดงข้อความเกี่ยวกับการยกระดับรักษาความปลอดภัยและเฝ้าระวังของกองทัพเรือในจังหวัดนราธิวาส

วานนี้ (26 กรกฎาคม) พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองท […]

The post ผบ.ทร. สั่งการทุกหน่วยในจังหวัดนราธิวาสห้ามประมาท ยกระดับรักษาความปลอดภัย เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงข้อความเกี่ยวกับการยกระดับรักษาความปลอดภัยและเฝ้าระวังของกองทัพเรือในจังหวัดนราธิวาส

วานนี้ (26 กรกฎาคม) พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ (ทร.) เปิดเผยว่า กองทัพเรือได้ติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการการปฏิบัติกับกองทัพบก กองทัพภาคที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยของประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่

 

กองทัพเรือได้จัดประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการกำหนดมาตรการรองรับและสนับสนุนการปฏิบัติในพื้นที่อย่างเหมาะสม

 

ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์ กองทัพเรือได้ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในทุกมิติ โดยเพิ่มการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจทั้งทางทะเลและพื้นที่สำคัญ เสริมการรักษาความปลอดภัยท่าเรือและที่ตั้งหน่วย เตรียมความพร้อมกำลังทางเรือและชุดแพทย์ให้สามารถสนับสนุนได้ทันที รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมพื้นที่ จัดตั้งจุดตรวจ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ และประสานการปฏิบัติกับทุกหน่วยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

 

โฆษก ทร. ย้ำว่า ทุกหน่วยยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลความปลอดภัยของประชาชน กำลังพล และเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพิ่มการเฝ้าระวังพื้นที่ชุมชนและสถานที่สำคัญ รวมถึงสนับสนุนการติดตามผู้กระทำความผิดและการป้องกันเหตุความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ

 

โฆษก ทร. กล่าวอีกว่า ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ได้กำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ไม่ประมาท พร้อมดูแลขวัญและกำลังใจของกำลังพล และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก

 

“กองทัพเรือขอยืนยันว่า ทุกหน่วยยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติของทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เพราะความปลอดภัยของประชาชน คือภารกิจสำคัญที่สุดของเรา” พล.ร.ต. ปารัชกล่าว

The post ผบ.ทร. สั่งการทุกหน่วยในจังหวัดนราธิวาสห้ามประมาท ยกระดับรักษาความปลอดภัย เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศิลปินเยาวชนไทยระดับโลก Nene Royal ขึ้นแสดงพร้อมวง OZONE สร้างความประทับใจในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ https://thestandard.co/nene-royal-ozone-river-life-event/ Sun, 26 Jul 2026 13:01:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1235376 Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’

การแสดงสดของ Nene Royal ศิลปินเยาวชนชาวไทยที่สร้างชื่อเ […]

The post ศิลปินเยาวชนไทยระดับโลก Nene Royal ขึ้นแสดงพร้อมวง OZONE สร้างความประทับใจในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’

การแสดงสดของ Nene Royal ศิลปินเยาวชนชาวไทยที่สร้างชื่อเสียงจากการเข้าร่วมประกวดในเวทีระดับโลกอย่าง America’s Got Talent ประจำปี 2026 ร่วมกับวง OZONE สร้างสีสันให้กับกิจกรรม ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์’ ในเย็นวันนี้ (26 กรกฎาคม) บริเวณเวทีกลาง สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ โดยมีประชาชนให้ความสนใจร่วมชมอย่างหนาแน่นทั่วบริเวณ

 

ทั้งนี้ กิจกรรม ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์’ เป็นโครงการตามพระราชดำริและพระบรมราโชบายเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 โดยมีกำหนดการจัดงานตั้งแต่วันที่ 24-31 กรกฎาคม 2569 ระหว่างเวลา 09.00 ถึง 21.30 น.

 

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลริมน้ำ การจัดฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ การแสดงศิลปะและดนตรีบริเวณริมคลอง การเปิดพื้นที่ถนนคนเดินบริเวณสองฝั่งคลองเพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถรับชมภาพวาดฝาผนังและวิถีชีวิตของชุมชนริมคลอง รวมถึงการจำหน่ายอาหารบนเรือและอาหารท้องถิ่นจากชุมชน นอกจากนี้ ยังมีการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อให้ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของเกาะรัตนโกสินทร์

 

Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 1Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 2Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 3Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 4Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 5Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 6Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 7Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 8Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 9Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 10Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 11Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 12Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 13Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 14Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 15Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 16Nene Royal ศิลปินเยาวชนไทยกำลังแสดงดนตรีร่วมกับวง OZONE บนเวทีในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ 17

The post ศิลปินเยาวชนไทยระดับโลก Nene Royal ขึ้นแสดงพร้อมวง OZONE สร้างความประทับใจในงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รอง ผบ.ตร. เผยออกหมายจับผู้ก่อเหตุระเบิด สภ. ตันหยง นราธิวาสแล้ว 2 ราย https://thestandard.co/narathiwat-tanyong-bombers-warrants/ Sun, 26 Jul 2026 08:14:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1235312 ภาพประกอบเหตุระเบิดหน้าสถานีตำรวจภูธรตันหยง จังหวัดนราธิวาส

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีความคืบหน้าในการออกหมายจั […]

The post รอง ผบ.ตร. เผยออกหมายจับผู้ก่อเหตุระเบิด สภ. ตันหยง นราธิวาสแล้ว 2 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบเหตุระเบิดหน้าสถานีตำรวจภูธรตันหยง จังหวัดนราธิวาส

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีความคืบหน้าในการออกหมายจับผู้ต้องหา 2 รายที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์หน้าสถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) จังหวัดนราธิวาส โดยพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองเป็นบุคคลที่มีประวัติก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่และมีหมายจับคดีความมั่นคงรายละ 2 หมายติดตัวอยู่ก่อนแล้ว

 

ข้อมูลทางการข่าวประเมินว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านหลังก่อเหตุ ขณะที่ระดับนโยบายยืนยันการบูรณาการกำลังทุกฝ่ายเพื่อดูแลความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ และยังไม่มีคำสั่งโยกย้ายผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ตามกระแสข่าว

 

เหตุระเบิดหน้า สน. ตันหยง บาดเจ็บ 1 นาย

 

เหตุการณ์ลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) แรงระเบิดส่งผลให้ จ.ส.ต.อภิสิทธิ์ อนุชาติ อายุ 38 ปี ผู้บังคับหมู่ (ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม) สถานีตำรวจภูธรตันหยง ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 นาย นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์กระบะ 1 คัน รวมถึงทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย

 

พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า กระบวนการทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง

 

สำหรับคดีคาร์บอมบ์ที่โรงพักเก่าตันหยง เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและตรวจสอบรถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จนนำไปสู่การขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุจำนวน 2 คน

 

พบผู้ต้องหาออกหมายจับมีประวัติก่อเหตุ

 

บุคคลที่ถูกออกหมายจับประกอบด้วย อาซมิน สะแลแม อายุ 35 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส และ อับดุลราฮูม (สงวนนามสกุล) มีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

 

จากการตรวจสอบข้อมูลทางการข่าวพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายมีหมายจับคดีอื่นติดตัวอยู่ก่อนแล้ว โดย อาซมิน สะแลแม มีหมายจับจำนวน 2 หมาย ได้แก่ คดีร่วมก่อเหตุใช้อาวุธปืนสงครามยิงและวางระเบิดคาร์บอมบ์ที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก และคดีปล้นรถยนต์ ลอบยิง วางระเบิด และปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาห้างบิ๊กซี สุไหงโก-ลก

 

ส่วน อับดุลราฮูม มีหมายจับจำนวน 2 หมาย ได้แก่ คดีลอบก่อเหตุยิงนายมะรอสปี หะยีสือแม บริเวณบ้านฮูมอลานัส หมู่ 6 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และคดีวางระเบิดแสวงเครื่องประกอบในรถยนต์บริเวณบ้านพักนายอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าหลังการก่อเหตุที่โรงพักเก่าตันหยง ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว

 

เผยความคืบหน้าเหตุกราดยิงภาคใต้

 

พล.ต.อ. สำราญ ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเหตุกราดยิงด่านตรวจของตำรวจในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิตและมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้บังคับใช้กฎอัยการศึกในการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยนำเข้าสู่ศูนย์ซักถาม ปัจจุบันตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมออกหมายจับในคดีดังกล่าว

 

เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ก่อเหตุทั้งสองกรณีมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่เคยก่อเหตุในพื้นที่ภาคใต้ก่อนหน้านี้หรือไม่ พล.ต.อ. สำราญ ระบุว่าต้องนำข้อมูลและพยานหลักฐานไปตรวจสอบเทียบเคียงกับฐานข้อมูลเดิมเพื่อยืนยันประเด็นนี้ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำถึงมาตรการเฝ้าระวังและการทำงานบูรณาการร่วมกันของทั้งสามฝ่ายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับประเด็นกระแสข่าวเกี่ยวกับการเตรียมสั่งย้ายผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 นั้น พล.ต.อ. สำราญ ชี้แจงว่า ปัจจุบันยังไม่ได้รับสัญญาณหรือข้อสั่งการใดจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในเรื่องดังกล่าว

The post รอง ผบ.ตร. เผยออกหมายจับผู้ก่อเหตุระเบิด สภ. ตันหยง นราธิวาสแล้ว 2 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว. ท่องเที่ยวฯ เตรียมความพร้อมจัด Tomorrowland Thailand ปลายปี ยกระดับไทยสู่จุดหมาย Festival ระดับโลก https://thestandard.co/tomorrowland-thailand-festival-tourism/ Sun, 26 Jul 2026 07:30:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1235279 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้ว่าการ ททท. และผู้บริหาร Tomorrowland ร่วมหารือ

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเ […]

The post รมว. ท่องเที่ยวฯ เตรียมความพร้อมจัด Tomorrowland Thailand ปลายปี ยกระดับไทยสู่จุดหมาย Festival ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้ว่าการ ททท. และผู้บริหาร Tomorrowland ร่วมหารือ

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และคณะผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เดินทางร่วมหารือกับ Bruno Vanwelsenaers ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท WEAREONE. world (Tomorrow Land Inc.) ณ เมืองบูม ราชอาณาจักรเบลเยียม

 

เพื่อเตรียมความพร้อมและติดตามความคืบหน้าความร่วมมือในการจัดงาน Tomorrowland Thailand ซึ่งมีแผนจัดขึ้นในประเทศไทยช่วงเดือนธันวาคมนี้

 

รัฐบาลมุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วยอีเวนต์ระดับโลก (World-Class Events) เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

 

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. พร้อมผลักดันให้การจัดงานในประเทศไทยสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านแนวคิด ‘Sabai Sabai’ ที่ผสานเสน่ห์แห่งการต้อนรับ ความอบอุ่น วิถีชีวิต และวัฒนธรรมไทย เข้ากับประสบการณ์เทศกาลดนตรีระดับโลก ภายใต้แนวคิด ‘Feel All the Feelings’ และแบรนด์ Amazing Thailand

 

ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า หนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน คือการผลักดันให้ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางในการจัด International Festival

 

อีกทั้งงาน Tomorrowland Thailand นี้ จะสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ศิลปิน นักออกแบบได้แสดงศักยภาพบนเวทีโลก

 

ททท. คาดว่า การจัดงาน Tomorrowland Thailand ในช่วงปลายปีนี้ จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ​สุทธิประมาณ 3,458.42 – 5,301.23 ล้านบาท ต่อปี จากผู้เข้าร่วมกิจกรรมชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยกว่า 127,500 คน และนักท่องเที่ยวชาวไทยอีกไม่น้อยกว่า 22,500 คน

The post รมว. ท่องเที่ยวฯ เตรียมความพร้อมจัด Tomorrowland Thailand ปลายปี ยกระดับไทยสู่จุดหมาย Festival ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>