LIFE | ACTIVE LEISURE – THE STANDARD https://thestandard.co/category/life/life-active-leisure/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 06 Aug 2026 06:16:01 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Cloud X Tempo Pro รองเท้า Hybrid รุ่นแรกของ On https://thestandard.co/life/on-cloud-x-tempo-pro-hybrid/ Thu, 06 Aug 2026 06:16:01 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1238819 รองเท้า On Cloud X Tempo Pro สำหรับการแข่งขัน HYROX

On มีรองเท้าสำหรับการแข่งขัน HYROX โดยเฉพาะแล้ว   […]

The post Cloud X Tempo Pro รองเท้า Hybrid รุ่นแรกของ On appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองเท้า On Cloud X Tempo Pro สำหรับการแข่งขัน HYROX

On มีรองเท้าสำหรับการแข่งขัน HYROX โดยเฉพาะแล้ว

 

 
 

Cloud X Tempo Pro รองเท้า Hybrid Fitness Racing รุ่นแรกของ On ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการแข่งขัน HYROX โดยเฉพาะ โดยออกแบบให้รองรับทั้งการวิ่งรวม 8 กิโลเมตร และเข้าฐานท้ัง 8 เช่น Sled Push, Sled Pull, Burpee Broad Jumps, Walking Lunges และ Wall Balls ได้อย่างมั่นใจ

 

ก่อนหน้านี้ หากเราจะเลือกรองเท้าแข่งสักคู่เพื่อลง HYROX เราจะอยู่ในภาวะ ‘ต้องเลือก’ ระหว่างรองเท้าวิ่งที่ช่วยเรื่องการวิ่งได้ดี หรือรองเท้าที่มีความมั่นคงสูง เกาะพื้นดี แต่อาจจะวิ่งได้ไม่ดีนัก ปัจจุบันแบรนด์กีฬาจำนวนมากจึงพยายามดีไซน์รองเท้าที่ตอบโจทย์ทั้งสองด้าน คือใส่วิ่งก็ดี เข้าฐานก็เริ่ด

 

รองเท้า On Cloud X Tempo Pro สำหรับการแข่งขัน HYROX 1

 

การเปิดตัว Cloud X Tempo Pro จึงถือเป็นการเข้าสู่ตลาด Hybrid Fitness Racing อย่างจริงจังของ On โดยรองเท้ารุ่นนี้ต่อยอดแนวคิดของรุ่น Cloud X Tempo รองเท้าเทรนนิ่งที่วางขายมาก่อนหน้านี้ แต่เพิ่มเทคโนโลยีและปรับจูนทุกองค์ประกอบ รวมถึงพัฒนาร่วมกับ Alexander Roncevic นักกีฬา HYROX เจ้าของสถิติโลก เพื่อให้ได้รองเท้าที่ตอบโจทย์ทั้งความเร็วและความมั่นคง

 

เทคโนโลยีที่ใส่เข้ามาเพื่อ Hybrid Racing

 

  • โฟม Helion HF™ Hyper Foam ที่เราเห็นในรองเท้าวิ่งรุ่นท็อปของแบรนด์อย่าง Cloudboom Strike เพื่อเพิ่มการตอบสนองในการวิ่ง แต่ใน Cloud X Tempo Pro โฟมถูกจูนให้มีความแน่นและมั่นคงกว่ารองเท้าวิ่งมาราธอนที่เน้นความนุ่มและแรงเด้งสูงสุด
  • มี Full-length Carbon Speedboard® ทำงานร่วมกับพื้นทรง Rocker เพื่อช่วยให้การถ่ายน้ำหนักและการเคลื่อนตัวไปข้างหน้าต่อเนื่องขึ้น โดยเฉพาะการวิ่งหลังผ่านสเตชั่นที่ใช้ขาหนักๆ
  • ส่วนพื้นชั้นนอกใช้ Missiongrip™ เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะบนพื้นสนามและพรมลากในสเตชั่น Sled Push / Pull
  • โครงสร้าง Midfoot Cage และสายรัดบริเวณกลางเท้า เพื่อช่วยล็อกเท้าไม่ให้เคลื่อนภายในรองเท้ามากเกินไป เวลาต้องออกแรงหลายทิศทาง

 

รองเท้า On Cloud X Tempo Pro สำหรับการแข่งขัน HYROX 2

 

ความรู้สึกหลังได้ลองใช้จริง

 

รองเท้า On Cloud X Tempo Pro สำหรับการแข่งขัน HYROX 3

 

เราได้รองเท้า Cloud X Tempo Pro มาลองก่อนวันแข่งขันประมาณ 2 สัปดาห์ และทดลองใส่เข้าคลาส Half sim จำนวน 3 ครั้ง พบว่า Cloud X Tempo Pro เป็นรองเท้าที่ใช้เข้าฐานดีมาก นิ่งมั่นคง เกาะพื้นกริบ ดีทุกสเตชั่น โดยเฉพาะสเตชั่นที่หลายคนกลัวกันอย่าง Sled Push / Pull, Lunges และ Burpee เพราะไม่มีอาการโคลงเคลง หยุกหยิก หน้าทิ่ม หรือยวบยาบเวลาออกแรงกดเท้า ให้เรารู้สึกไม่มั่นใจ หรือต้องเกร็งขาเยอะ เรียกได้ว่า เราแทบไม่ต้องปรับตัวเพื่อรองเท้าคู่นี้เวลาเข้าฐานเลย พื้น Missiongrip ดีมากๆ

 

รองเท้า On Cloud X Tempo Pro สำหรับการแข่งขัน HYROX 4

 

ตอนใส่วิ่งโฟมค่อนข้างแน่น ออกไปทางเฟิร์มจัด และรู้สึกถึงน้ำหนักของรองเท้าซึ่งจะต่างจากเวลาเราเอารองเท้าวิ่งมาใส่เล่น HYROX ที่ได้เปรียบในเรื่องความนุ่มเด้ง เบา แต่ก็จะขาดในเรื่องความมั่นคง คิดว่าถ้าใส่ Cloud X Tempo Pro ไปสักพัก ได้ break in นวดโฟมหน่อย น่าจะทำให้โฟมนุ่มขึ้น ช่วงแรกต้องวิ่งฟาดไปก่อน

 

รองเท้า On Cloud X Tempo Pro สำหรับการแข่งขัน HYROX 5

 

อีกส่ิงที่รู้สึกคือในช่วงท้ายๆ ของการซ้อมที่ขาเริ่มล้า ด้วยความที่รองเท้ามันนิ่งมาก มันเลยช่วยล็อคเท้าเราไว้ไม่ให้ยุกยิกไปตามแรงที่เริ่มหมด โดยเฉพาะในท่า single leg อย่าง Lunges ที่ช่วยให้เราไหลไปต่อได้

 

รองเท้า On Cloud X Tempo Pro สำหรับการแข่งขัน HYROX 6

 

Good for…

 

รองเท้า On Cloud X Tempo Pro สำหรับการแข่งขัน HYROX 7

 

คนที่ลงแข่ง HYROX และฝึกซ้อมมาสักระยะจนมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในระดับที่ดี ให้ความสำคัญกับรองเท้าที่มีความั่นคงสูง พื้นยึดเกาะได้ดีมาก และรองเท้าที่ตอบโจทย์กิจกรรม Hybrid ที่ทั้งใส่เข้ายิมยกเวท และอยากวิ่งลู่ต่อสักพัก หรือเดินชันตอนท้ายเพื่อเบิร์นไขมัน คู่นี้เหมาะมาก เพราะ Cloud X Tempo Pro เป็นคู่ที่ถูกวางไว้ตรงกลางระหว่างสองโลกนี้อย่างชัดเจน

 

Cloud X Tempo Pro ราคา 10,400 บาท หาซื้อได้ที่สาขา One Bangkok และ ICON SIAM

 

ภาพ: ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ, On 

The post Cloud X Tempo Pro รองเท้า Hybrid รุ่นแรกของ On appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนลงแข่ง HYROX จากประสบการณ์จริงของ กี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ https://thestandard.co/life/longevity-lab-ep21-hyrox-chanakan/ Wed, 05 Aug 2026 01:00:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1238095 กี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ โค้ชฟิตเนสและนักกีฬา HYROX กำลังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแข่งขัน

เข้าใกล้วันแข่ง HYROX เข้าไปทุกที เชื่อว่าหลายคนที่ลงสน […]

The post 5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนลงแข่ง HYROX จากประสบการณ์จริงของ กี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ โค้ชฟิตเนสและนักกีฬา HYROX กำลังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแข่งขัน

เข้าใกล้วันแข่ง HYROX เข้าไปทุกที เชื่อว่าหลายคนที่ลงสนามรอบสิงหาคมกำลังเร่งซ้อมกันเต็มที่ แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนพลาดในวันจริง อาจไม่ใช่ความฟิตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกติกา กลยุทธ์ และรายละเอียดเล็กๆ ในสนามที่มองข้ามไป

ดูวิดีโอรายการ
 

 
 

Longevity Lab อีพีนี้ ชวนเช็กความพร้อมไปกับ กี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์โค้ชจาก BASE, ฟิตเนสอินฟลูเอนเซอร์เจ้าของเพจ kiekiekieee และนักกีฬา HYROX ที่ผ่านเวทีชิงแชมป์โลกมาแล้ว กับ 5 ข้อ Do’s & Don’ts จากประสบการณ์จริง ที่จะช่วยลดโอกาสพลาดในวันแข่งขัน ให้คุณลงสนามได้อย่างมั่นใจ

 

กี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ โค้ชฟิตเนสและนักกีฬา HYROX กำลังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแข่งขัน 1

 

1. ศึกษากฎกติกาให้ละเอียด

 

“ศึกษา Rulebook ค่ะ คนส่วนมากสมัครปุ๊บแล้วก็ดูคลิป แต่สิ่งที่อาจลืมข้ามไปก็คือรายละเอียดในสเตชัน ทำอย่างไรให้ไม่โดนปรับ ไม่โดน Penalty หรือ Disqualify ลองเสียเวลาสักครึ่งวันไปอ่าน ถ้าเราทำถูกกฎ เราจะไม่ต้องคอยภาวนาว่า ขอให้กรรมการเลนเราเป็นคนที่ใจดี”

 

กี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ โค้ชฟิตเนสและนักกีฬา HYROX กำลังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแข่งขัน 2

 

2. อย่าใช้ของใหม่ในวันแข่ง 

 

“พยายามใช้ทุกอย่างที่เราเคยชิน โดยเฉพาะรองเท้า บางคนไปถอยคู่ใหม่มาลงสนามเลย เป็นสิ่งที่เสี่ยงมาก เพราะเราไม่รู้ว่า ณ หน้างานมันจะเป็นอย่างไร รองเท้าจะลื่นหรือเปล่า แนะนำว่าควรใส่ซ้อมจนชิน อย่างน้อย 8 อาทิตย์”

 

กี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ โค้ชฟิตเนสและนักกีฬา HYROX กำลังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแข่งขัน 3

 

3. ซ้อมลำไส้ให้คุ้นชินกับอาหารที่จะกินวันแข่ง 

 

“วันแข่ง พยายามกินอาหารเดิมๆ แล้วถ้าคิดว่าจะมีการเติมพลังงานระหว่างแข่ง (Intra-workout) ควรทำตั้งแต่ซ้อมเลย เป็นการซ้อมให้ลำไส้เราให้ชินกับลักษณะโภชนาการที่จะเกิดขึ้นในวันจริงด้วย”

 

กี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ โค้ชฟิตเนสและนักกีฬา HYROX กำลังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแข่งขัน 4

กี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ โค้ชฟิตเนสและนักกีฬา HYROX กำลังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแข่งขัน 5

กี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ โค้ชฟิตเนสและนักกีฬา HYROX กำลังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแข่งขัน 6

 

4. อย่านับรอบวิ่ง ให้นับจำนวนครั้งที่เห็นป้าย IN แทน 

 

“เราจะไม่นับการวิ่งเป็นรอบ จะนับแค่จำนวนครั้งที่เราเห็นป้าย IN อย่างของไทยล่าสุดคือให้หมุนเข้าเมื่อเห็นป้าย IN รอบที่ 3 ถ้าเราจำว่าวิ่ง 3 รอบมันจะวิ่งเกิน ให้จำว่าเป็นการเห็นป้าย IN กี่ครั้งแทน”

 

กี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ โค้ชฟิตเนสและนักกีฬา HYROX กำลังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแข่งขัน 7

 

5. วิ่งในเลนที่เหมาะกับความเร็วตัวเอง

 

Fast Lane เขาบังคับว่าต้องเป็น Pace 4 ถ้ารู้ตัวว่าเราไม่ได้วิ่ง Pace นั้น ให้เราขยับออกมาเลย และถ้าเราวิ่งเร็ว เราก็ไม่ควรออกไปอยู่เลนข้างนอก มันอาจเกิดอุบัติเหตุได้”

 

 


 

The post 5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนลงแข่ง HYROX จากประสบการณ์จริงของ กี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘VIBE Court’ คอร์ตแบดมินตันและพิกเคิลบอลใหม่ในไวบ์สุดชิล https://thestandard.co/life/vibe-court-new-sports-minburi/ Mon, 03 Aug 2026 01:00:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1236667 คอร์ตแบดมินตันและพิกเคิลบอล VIBE Court ที่มีนบุรี ดีไซน์โมเดิร์น

ถ้าถามว่าปีนี้มีคอร์ตกีฬาแร็กเกตเปิดใหม่กี่แห่ง เราคงนั […]

The post ‘VIBE Court’ คอร์ตแบดมินตันและพิกเคิลบอลใหม่ในไวบ์สุดชิล appeared first on THE STANDARD.

]]>
คอร์ตแบดมินตันและพิกเคิลบอล VIBE Court ที่มีนบุรี ดีไซน์โมเดิร์น

ถ้าถามว่าปีนี้มีคอร์ตกีฬาแร็กเกตเปิดใหม่กี่แห่ง เราคงนับนิ้วกันไม่ถูก แต่ถ้าใครอยากหลบหลีกความเนืองแน่นในตัวเมือง ต้องลองมาเช็กอินที่ ‘VIBE Court’ สนามใหม่ฝั่งมีนบุรี ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์โมเดิร์น ชวนให้อยากหิ้วไม้มาตียาวๆ ได้ตลอดทั้งวัน

 

ที่นี่รองรับกีฬาหลัก 2 ประเภท ได้แก่แบดมินตันและ ‘พิกเคิลบอล’ โดยแบ่งโซนไว้อย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน

 

คอร์ตแบดมินตันและพิกเคิลบอล VIBE Court ที่มีนบุรี ดีไซน์โมเดิร์น 1คอร์ตแบดมินตันและพิกเคิลบอล VIBE Court ที่มีนบุรี ดีไซน์โมเดิร์น 2

 

สนามแบดมินตัน (Badminton Courts)

 

โซนนี้มีสนามให้เลือกเล่นกว่า 12 คอร์ต ภายในอาคารออกแบบให้เพดานสูง โปร่ง โล่ง และระบายอากาศได้ดี รองรับทั้งการตีสนุกๆ เพื่อสุขภาพ ไปจนถึงการซ้อมแข่งขันอย่างจริงจัง

 

คอร์ตแบดมินตันและพิกเคิลบอล VIBE Court ที่มีนบุรี ดีไซน์โมเดิร์น 3

 

สนามพิกเคิลบอล (Pickleball Courts)

 

ส่วนโซนพิกเคิลบอลมีทั้งหมด 3 คอร์ต พร้อมพื้นที่นั่งพักข้างสนาม สเกลกำลังพอดี เหมาะกับการชวนแก๊งเพื่อนมาจอยและสลับกันตีได้แบบชิลๆ

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาสปอร์ตสเปซแห่งใหม่ VIBE Court ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ตอบโจทย์สายแร็กเกตในย่านมีนบุรี-คลองสามวา ไม่ว่าจะอยากมาหวดลูกขนไก่แบบจัดเต็ม หรือดวลพิกเคิลบอลคลายเครียดหลังเลิกงานก็ครบจบในที่เดียว

 

คอร์ตแบดมินตันและพิกเคิลบอล VIBE Court ที่มีนบุรี ดีไซน์โมเดิร์น 4

The post ‘VIBE Court’ คอร์ตแบดมินตันและพิกเคิลบอลใหม่ในไวบ์สุดชิล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำความรู้จัก 8 แบรนด์รองเท้าวิ่งนอกกระแส ที่นักวิ่งทั่วโลกเริ่มจับตา https://thestandard.co/life/8-non-mainstream-running-shoes/ Fri, 31 Jul 2026 06:06:33 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1236744 รองเท้าวิ่งหลากหลายแบรนด์นอกกระแสที่กำลังเป็นที่จับตา

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดรองเท้าวิ่งไม่ได้เติบโตแค่ในแ […]

The post ทำความรู้จัก 8 แบรนด์รองเท้าวิ่งนอกกระแส ที่นักวิ่งทั่วโลกเริ่มจับตา appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองเท้าวิ่งหลากหลายแบรนด์นอกกระแสที่กำลังเป็นที่จับตา

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดรองเท้าวิ่งไม่ได้เติบโตแค่ในแง่ของจำนวนผู้วิ่งหรือการแข่งขัน แต่ยังเต็มไปด้วยแบรนด์หน้าใหม่ที่เลือกเดินคนละเส้นทางกับผู้เล่นรายใหญ่ บางแบรนด์เริ่มต้นจากโลกของ Ultra Trail บางแบรนด์มาจาก Training หรือแม้แต่แฟชั่น ก่อนจะนำแนวคิดของตัวเองมาต่อยอดเป็นรองเท้าวิ่ง

 

8 แบรนด์รองเท้าวิ่งนอกกระแส

 

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ หลายแบรนด์ไม่ได้พยายามแข่งขันกับ Nike, Adidas หรือ ASICS ตรงๆ แต่เลือกสร้างจุดยืนของตัวเองผ่านนวัตกรรม แนวคิด การออกแบบ หรือการตอบโจทย์นักวิ่งในแบบที่แตกต่าง จนเริ่มได้รับความสนใจจากนักวิ่งทั่วโลกมากขึ้น

 

รองเท้าวิ่งหลากหลายแบรนด์นอกกระแสที่กำลังเป็นที่จับตา 1

 

ดร.หนึ่ง ผู้ก่อตั้ง OUT RUN

 

ครั้งนี้เราเลยชวน ดร.หนึ่ง ผู้ก่อตั้ง OUT RUN แพลตฟอร์มที่เริ่มต้นจากบล็อกรีวิวรองเท้าวิ่งในปี 2017 และเติบโตเป็นพื้นที่สำหรับการนำเสนอข้อมูลและรีวิวรองเท้าวิ่งจากทั่วโลก

 

มาคัดเลือก 8 แบรนด์รองเท้าวิ่งจากทั่วโลก ที่กำลังสร้างตัวตนและมุมมองใหม่ให้กับวงการวิ่งในแบบของตัวเอง

 

1) R.A.D.

 

รองเท้าวิ่งหลากหลายแบรนด์นอกกระแสที่กำลังเป็นที่จับตา 2

 

เมื่อแบรนด์ที่สร้างชื่อจาก CrossFit เริ่มถูกพูดถึงในวงการรองเท้าวิ่ง

 

หากพูดถึงแบรนด์รองเท้าวิ่งนอกกระแสในเวลานี้ R.A.D. น่าจะเป็นหนึ่งในชื่อที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น แม้แบรนด์จากสหราชอาณาจักรจะสร้างชื่อจากรองเท้าสำหรับ CrossFit

 

แต่การเข้าสู่โลกของการวิ่งของ R.A.D. ไม่ใช่แค่การเพิ่มสินค้าอีกหนึ่งประเภท แบรนด์นำทั้งพื้นฐานด้าน Performance Training วัฒนธรรมของคนเข้ายิม และเอกลักษณ์ในการออกแบบของตัวเอง มาตีความเป็นรองเท้าวิ่งในแบบของ R.A.D.

 

สองโมเดลที่สะท้อนแนวทางนี้ได้ชัดที่สุดคือ UFO และ SYNTH

 

โดย UFO เป็น Super Trainer ที่เน้นความนุ่ม ฟู เด้ง และให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา เหมาะกับการวิ่งระยะไกลหรือวันที่ต้องการทั้ง Cushion และ Energy Return ขณะที่ SYNTH เป็นรองเท้า Daily Trainer น้ำหนักเบาที่ให้ความรู้สึกคล่องตัว กระชับ และตอบสนองเร็วกว่า

 

ทั้งสองรุ่นแสดงให้เห็นถึงแนวทางของ R.A.D. ที่นำพื้นฐานจากโลก Training มาต่อยอดเป็นรองเท้าวิ่งที่มีบุคลิกชัดเจนในแบบของตัวเอง

 

2) Mount to Coast

 

รองเท้าวิ่งหลากหลายแบรนด์นอกกระแสที่กำลังเป็นที่จับตา 3

 

หลายแบรนด์เริ่มจาก Marathon แล้วค่อยต่อยอดไป Ultra Marathon แต่ Mount to Coast เลือกทำตรงกันข้าม

 

Mount to Coast เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเลือกพัฒนารองเท้าจากโจทย์ของนักวิ่ง Ultra Marathon ที่ต้องอยู่กับรองเท้าต่อเนื่องหลายสิบชั่วโมง ก่อนจะขยายมาสู่นักวิ่งถนนในเวลาต่อมา

 

เบื้องหลังรองเท้าของ Mount to Coast คือ Run Lab และทีม R&D ที่ศึกษาการวิ่งระยะไกลอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่

 

รุ่นที่ทำให้หลายคนรู้จักแบรนด์คือ H1 รองเท้าที่โดดเด่นเรื่องความสบาย ความมั่นคง และการรักษาประสิทธิภาพเมื่อระยะทางเริ่มยาวขึ้น จนสามารถใช้งานได้ทั้งบนถนนและเส้นทางเทรล

 

นอกจากสมรรถนะแล้ว Mount to Coast ยังโดดเด่นด้วยงานออกแบบที่ “ดูเรียบ หรู ดูดี” ไม่หวือหวา ไม่ตะโกน แต่ให้ความรู้สึกพรีเมียม และสะท้อนแนวคิดของแบรนด์ ที่ให้ความสำคัญกับทั้งฟังก์ชันและรายละเอียดควบคู่กันไป

 

3) District Vision & Bandit Collabs

 

รองเท้าวิ่งหลากหลายแบรนด์นอกกระแสที่กำลังเป็นที่จับตา 4

 

เมื่อ Running Culture กลายเป็นแรงบันดาลใจให้แบรนด์ใหญ่

 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นการจับมือกันระหว่างแบรนด์รองเท้าวิ่งระดับโลก กับแบรนด์วิ่งอิสระที่มีตัวตนชัดเจนมากขึ้น

 

จุดร่วมของความร่วมมือเหล่านี้ไม่ใช่การสร้างรองเท้ารุ่นใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำมุมมองของแบรนด์อิสระเข้ามาตีความรองเท้ารุ่นเดิมในแบบที่แตกต่างออกไป

 

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ New Balance x District Vision ที่นำรองเท้าตระกูล FuelCell มาตีความใหม่ผ่านงานออกแบบอันเรียบง่ายของ District Vision แบรนด์จาก Los Angeles ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เริ่มต้นจากแว่นสำหรับนักวิ่ง ก่อนจะขยายสู่เสื้อผ้าและอุปกรณ์ โดยมีแนวคิดเรื่อง Mindful Athlete เป็นหัวใจของแบรนด์

 

อีกคู่ที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กันคือ ASICS x Bandit Running ซึ่งนำรองเท้ารุ่นดังของ ASICS มาผสมกับเอกลักษณ์ของ Bandit Running จาก New York ประเทศสหรัฐอเมริกา แบรนด์ที่เติบโตจาก Running Community และโดดเด่นด้านการออกแบบเสื้อผ้าวิ่งที่ผสมแฟชั่นเข้ากับการใช้งานจริง

 

ความร่วมมือเหล่านี้สะท้อนว่า วันนี้รองเท้าวิ่งไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องน้ำหนักหรือเวลาอีกต่อไป แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ Performance, Design และ Running Culture เดินไปด้วยกัน

 

4) Hylo Athletic

 

รองเท้าวิ่งหลากหลายแบรนด์นอกกระแสที่กำลังเป็นที่จับตา 5

 

เมื่อความยั่งยืน ไม่ได้แปลว่าต้องแลกกับสมรรถนะ

 

หลายปีที่ผ่านมา รองเท้าวิ่งที่ชูเรื่องความยั่งยืนมักถูกมองว่าเหมาะกับการใช้งานทั่วไป มากกว่าการวิ่งจริงจัง แต่ Hylo Athletic กำลังพยายามเปลี่ยนมุมมองนั้น ด้วยการพัฒนารองเท้าวิ่งที่ให้ความสำคัญกับทั้งสมรรถนะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

 

แบรนด์จาก กรุง London ประเทศอังกฤษ เลือกใช้วัสดุชีวภาพและวัสดุรีไซเคิลในหลายส่วนของรองเท้า พร้อมพัฒนารองเท้าให้ยังคงให้ความรู้สึกในการวิ่งที่ใกล้เคียงรองเท้าประสิทธิภาพสูงในตลาด

 

นอกจากแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว Hylo ยังมาพร้อมงานออกแบบที่ดูมินิมอล สะอาดตา และร่วมสมัย จนได้รับความสนใจจากนักวิ่งรุ่นใหม่ที่มองหารองเท้าซึ่งสะท้อนทั้งตัวตนและแนวคิดในการใช้ชีวิต

 

แม้จะยังเป็นแบรนด์หน้าใหม่สำหรับหลายคน แต่ Hylo ก็เป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจว่า Performance และ Sustainability สามารถเดินไปด้วยกันได้

 

5) Speedland

 

รองเท้าวิ่งหลากหลายแบรนด์นอกกระแสที่กำลังเป็นที่จับตา 6

 

แบรนด์จาก Oregon ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เลือกเดินคนละทางกับแบรนด์ใหญ่ โดยมุ่งพัฒนารองเท้าวิ่งผ่านแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ท้าทายรูปแบบเดิมของรองเท้าวิ่ง

 

หนึ่งในนวัตกรรมที่โดดเด่นคือการนำโฟมชั้นกลางมาออกแบบในลักษณะ Drop-in Midsole ซึ่งนับเป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ที่นำแนวคิดนี้มาใช้กับรองเท้าวิ่ง

 

อีกหนึ่งจุดเด่นคือ Carbitex Carbon Plate ที่เราสามารถเลือกใส่หรือถอดออกได้ ทำให้รองเท้าคู่เดียวมีคาแรกเตอร์ได้ถึงสองแบบ จะใช้เป็นรองเท้าซ้อมที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ หรือเพิ่มแผ่นคาร์บอนสำหรับวันที่ต้องการแรงส่งและการตอบสนองมากขึ้นก็ทำได้

 

ด้วยแนวคิดที่กล้าทดลองและไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ Speedland จึงเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่แสดงให้เห็นว่า รองเท้าวิ่งยังมีพื้นที่สำหรับนวัตกรรมใหม่ๆ อีกมาก

 

6) 247 by Represent

 

รองเท้าวิ่งหลากหลายแบรนด์นอกกระแสที่กำลังเป็นที่จับตา 7

 

เมื่อแบรนด์แฟชั่น เลือกสร้างรองเท้าระดับแข่งขันอย่างจริงจัง

 

247 คือไลน์ Performance ของ Represent แบรนด์แฟชั่นจากประเทศอังกฤษ ที่เริ่มต้นจากเสื้อผ้า แต่เลือกก้าวเข้าสู่วงการวิ่งด้วยแนวคิดที่จริงจัง ไม่ใช่เพียงการนำดีไซน์มาใส่ในรองเท้ากีฬา

 

ตัวแทนของแนวคิดนี้คือ ARC-4 Elite Race รองเท้าระดับ Super Shoe ที่พัฒนามาเพื่อการแข่งขัน Hybrid Race อย่าง HYROX โดยเฉพาะ ผสานโฟม Super Foam และแผ่นคาร์บอนเข้ากับโครงสร้างที่คำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพในการวิ่ง และความมั่นคงสำหรับสถานีออกกำลังกายต่างๆ ซึ่งเป็นโจทย์ที่แตกต่างจากรองเท้าวิ่งถนนทั่วไป

 

ARC-4 Elite Race แสดงให้เห็นว่า เมื่อโจทย์ของนักกีฬาเปลี่ยนไป แบรนด์จากโลกแฟชั่นก็สามารถพัฒนารองเท้าที่ตอบโจทย์การแข่งขันได้อย่างจริงจังเช่นกัน

 

7) Norda

 

รองเท้าวิ่งหลากหลายแบรนด์นอกกระแสที่กำลังเป็นที่จับตา 8

 

แบรนด์จากเมือง Montreal ประเทศแคนาดาที่หลายคนเปรียบว่าเป็น “Hypercar” ของวงการรองเท้าวิ่งเทรล ไม่ใช่เพราะมันเร็วที่สุด แต่เพราะทุกรายละเอียดถูกคิดและพัฒนาขึ้นด้วยความใส่ใจ ตั้งแต่วัสดุอย่าง Dyneema® โฟม TPEE จาก Arnitel® ไปจนถึงงานออกแบบและกระบวนการผลิต

 

จากจุดเริ่มต้นกับ 001 วันนี้ Norda มีไลน์อัปที่ชัดเจนขึ้น ทั้ง 005 รองเท้าสำหรับการแข่งขันที่เน้นความเร็ว และ 055 รองเท้าสำหรับการแข่งขันระยะ Ultra Trail ที่ยังสามารถนำไปวิ่งบนถนนได้ด้วย

 

8) Tracksmith

 

รองเท้าวิ่งหลากหลายแบรนด์นอกกระแสที่กำลังเป็นที่จับตา 9

 

แบรนด์จากเมือง Boston ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เชื่อว่าการวิ่งไม่ใช่แค่เรื่องของสถิติหรือการแข่งขัน แต่เป็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่ควรได้รับการส่งต่อ

 

แบรนด์หยิบแรงบันดาลใจจาก track & field ยุคคลาสสิก ทั้งโลโก้กระต่าย ลวดลายแถบแข่ง และเสื้อผ้าที่ดูเรียบง่ายเหนือกาลเวลา มาผสมกับวัสดุและเทคโนโลยีสมัยใหม่ จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในวงการวิ่ง แนวคิดเดียวกันนี้ยังถูกถ่ายทอดมาสู่ Eliot Racer รองเท้าวิ่งระดับ Super Shoe รุ่นแรกของแบรนด์ ที่ มาพร้อมโครงสร้างแบบ Drop-in Midsole โฟม A-TPU และแผ่นคาร์บอน

 

การเปิดตัว Eliot Racer จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ Tracksmith ในการขยายจากแบรนด์เสื้อผ้าวิ่ง สู่แบรนด์ Performance Running อย่างเต็มตัว

 

เรื่องและภาพ: OUT RUN

 

The post ทำความรู้จัก 8 แบรนด์รองเท้าวิ่งนอกกระแส ที่นักวิ่งทั่วโลกเริ่มจับตา appeared first on THE STANDARD.

]]>
BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านอุดมสุข https://thestandard.co/life/beat-discovery-racket-sport-sukhumvit/ Mon, 27 Jul 2026 01:00:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1234321 ภาพบรรยากาศภายใน BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านสุขุมวิท

ช่วงนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็จะเห็นคนสะพายกระเป๋าแร็กเก […]

The post BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านอุดมสุข appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศภายใน BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านสุขุมวิท

ช่วงนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็จะเห็นคนสะพายกระเป๋าแร็กเกตไปออกกำลังกายอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการตีเทนนิส, แบดมินตัน, พิกเคิลบอลหรือปาเดล แต่เชื่อว่าปัญหาสุดคลาสสิกที่สายสปอร์ตมักจะเจอก็คือหาจองสนามยาก หรือบางทีสิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่ค่อยตอบโจทย์พอ

 

BEAT Discovery คอมมูนิตี้กีฬาในร่มติด BTS อุดมสุข น่าจะเป็นอีกหนึ่งสนามที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการของคนรักกีฬาแร็กเกตไว้ครบจบในที่เดียว 

 

ภาพบรรยากาศภายใน BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านสุขุมวิท 1

ภาพบรรยากาศภายใน BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านสุขุมวิท 2

ภาพบรรยากาศภายใน BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านสุขุมวิท 3

 

เพราะที่นี่ยกเอาคอร์ตมาตรฐานระดับสากลมารวมไว้ถึง 4 ประเภท ไม่ว่าจะเป็นเทนนิส (Indoor & Outdoor 12 คอร์ต), พิกเคิลบอล (12 คอร์ต), แบดมินตัน (16 คอร์ต) และปาเดล (4 คอร์ต) รวมกว่า 44 คอร์ต

 

Tennis

 

สนามเทนนิสมาตรฐาน US Open ใช้พื้นผิวแบบ Hard Court มาตรฐานเดียวกับการแข่งขันระดับโลก ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor จุดเด่นคือช่วยให้การตีลูกมีความสม่ำเสมอและลูกเด้งได้ดี 

 

และสนามเทนนิสสำหรับเด็ก (คอร์ตดิน) ด้วยสเกลพอดีตัว ออกแบบมาให้เหมาะสมกับเด็กวัย 4-8 ขวบโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นผิวคอร์ตแบบดิน ลดแรงกระแทกและป้องกันการบาดเจ็บได้

 

ภาพบรรยากาศภายใน BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านสุขุมวิท 4

 

Pickleball

 

คอร์ตถูกออกแบบตามมาตรฐานสากลด้วยพื้นผิวที่เรียบเนียนสม่ำเสมอ ช่วยให้เคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจและแม่นยำ 

 

ภาพบรรยากาศภายใน BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านสุขุมวิท 5

 

Badminton

 

พื้นของสนามที่ช่วยรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี ช่วยเซฟข้อเข่าและข้อเท้า พร้อมลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ

 

นอกจากนี้ตัวพื้นที่ยังมีความกว้างขวาง จัดวางระยะห่างระหว่างคอร์ตได้อย่างเหมาะสม ไม่แออัด ช่วยเพิ่มทั้งความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย

 

ภาพบรรยากาศภายใน BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านสุขุมวิท 6

ภาพบรรยากาศภายใน BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านสุขุมวิท 7

ภาพบรรยากาศภายใน BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านสุขุมวิท 8

 

Padel

 

คอร์ต Premium Indoor พร้อมจัดเต็มระดับ Pro-Level ด้วยพื้นและผนังกระจกนำเข้าเกรดแข่งขันที่ซัพพอร์ตการกระดอนของลูกและยึดเกาะได้ดี

 
ภาพบรรยากาศภายใน BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านสุขุมวิท 9

ภาพบรรยากาศภายใน BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านสุขุมวิท 10

ภาพบรรยากาศภายใน BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านสุขุมวิท 11

 

สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากสนามทั่วไป คือการรวม 3 สถาบันสอนกีฬาชั้นนำระดับประเทศมาไว้ในพื้นที่เดียว ตอบโจทย์ตั้งแต่น้องๆ วัย 4-18 ปีที่อยากปูพื้นฐานกีฬา ไปจนถึงผู้ใหญ่ที่ต้องการอัปสกิลอย่างจริงจัง

 

Danai Tennis Academy สถาบันสอนเทนนิสภายใต้การดูแลของ ‘ดนัย อุดมโชค’ อดีตนักเทนนิสมืออาชีพของไทย เปิดสอนตั้งแต่ระดับเริ่มต้น ไปจนถึงคนที่ต้องการเทิร์นโปรสู่การแข่งขัน

 

Ponsana Badminton Academy นำทีมโดย ‘บุญศักดิ์ พลสนะ’ อดีตนักแบดมินตันมืออันดับ 4 ของโลก พร้อมทีมผู้ฝึกสอนที่ช่วยอัปเลเวลเทคนิคและศักยภาพของผู้เล่น

 

Arise Pickleball Academy สถาบันสอนพิกเคิลบอล มีทีมโค้ชทั้งชาวไทยและต่างชาติกับคลาสเรียนทั้งแบบ Group, Private และ Junior Program

 

ภาพบรรยากาศภายใน BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านสุขุมวิท 12

 

BEAT Discovery จึงถือเป็นอีกหนึ่งสปอร์ตคอมมูนิตี้ของคนเมือง ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นสายจริงจังที่ต้องการพื้นที่ฝึกซ้อมแบบมืออาชีพ หรือแค่มองหาที่เล่นกีฬาแร็กเกตสนุกๆ กับแก๊งเพื่อนหลังเลิกงาน ที่นี่ก็ตอบโจทย์ครบทั้ง 4 ประเภท สำหรับใครที่ร่างกายกำลังโหยหาความแอ็กทีฟ เตรียมแร็กเกตคู่ใจให้พร้อมแล้วมาเช็กอินกันเลย

The post BEAT Discovery ฮับกีฬาแร็กเกตแห่งใหม่ย่านอุดมสุข appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nike Moon Shoe รองเท้าที่ปรับเปลี่ยนไปพร้อมกับวัฒนธรรมการวิ่ง https://thestandard.co/life/nike-moon-shoe-lifestyle-evolution/ Sat, 25 Jul 2026 05:50:42 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1234967 ภาพรองเท้า Nike Moon Shoe

ในฐานะนักวิ่ง เวลาเราพูดถึงรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ๆ เรามักน […]

The post Nike Moon Shoe รองเท้าที่ปรับเปลี่ยนไปพร้อมกับวัฒนธรรมการวิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรองเท้า Nike Moon Shoe

ในฐานะนักวิ่ง เวลาเราพูดถึงรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ๆ เรามักนึกถึงโฟมรุ่นล่าสุด แผ่นคาร์บอนที่ช่วยให้วิ่งได้เร็วขึ้น ความเด้ง ความพุ่ง หรือน้ำหนักตัวที่ยิ่งเบายิ่งดี

 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ รองเท้าวิ่งจะเป็นเพียงสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาง่ายๆ อย่างการยึดเกาะพื้นไม่ให้ลื่นไหลง่าย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ Nike Moon Shoe รองเท้าวิ่งที่เกิดจากการทดลองของ Bill Bowerman ผู้ก่อตั้ง NIKE ที่ใช้เครื่องทำวาฟเฟิลในห้องครัวมาสร้างพื้นรองเท้าแบบ Waffle Sole อันเป็นเอกลักษณ์ของ NIKE ที่เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการออกแบบรองเท้าวิ่งไปตลอดกาล

 

ภาพรองเท้า Nike Moon Shoe 1

 

เราคิดว่าสิ่งที่ทำให้ Moon Shoe น่าสนใจ คือการที่มันเป็นรองเท้าวิ่งที่ถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่าย ตรงไปตรงไป ใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่างไนลอน บวกพื้นรองเท้าที่ยึดเกาะได้ดี มีหน้าเท้าที่ค่อนข้างบานออก ไม่ได้มีเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเท่าไรนัก แต่ทุกองค์ประกอบต่างรู้หน้าที่ของตัวเองดี

 

ภาพรองเท้า Nike Moon Shoe 2

 

หลังผ่านไป 50 ปี ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ Moon Shoe อาจไม่ใช่รองเท้าที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่ใจนักวิ่งอีกต่อไป เพราะมันถูกแทนที่ด้วยรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีจัดเต็ม บวกกับความต้องการของนักวิ่งที่เพิ่มมากขึ้น ซับซ้อนยิ่งขึ้น

 

ภาพรองเท้า Nike Moon Shoe 3

 

ปัจจุบัน Moon Shoe ได้กลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้ง หลังร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นอย่าง Jacquemus ที่ชุบชีวิตรองเท้าวิ่งในตำนานให้กลับมาสู่การแต่งตัวแนวสปอร์ต ควบคู่กับเทรนด์รันคลับ

 

ภาพรองเท้า Nike Moon Shoe 4

 

Moon Shoe จึงไม่ได้มาในฐานะรองเท้าวิ่งแห่งยุค (อย่างที่เคยได้รับการขนานาม) เพราะสนีกเกอร์พื้นแบน ดีไซน์มินิมัล หลากสีสันคู่นี้ สามารถใส่ไปคาเฟ่ สังสรรค์กับเพื่อน หรือเดินชมงานอาร์ตสักแห่งในมิวเซียมได้อย่างไม่เขอะเขิน

 

ภาพรองเท้า Nike Moon Shoe 5

 

ดังนั้น ถ้าถามเราแล้ว Nike Moon Shoe จึงไม่ได้เป็นแค่สนีกเกอร์รุ่นใหม่ที่ออกมาช่วงนี้เท่านั้น แต่เรากำลังมองเห็นรองเท้าผ้าใบที่เปลี่ยนบทบาทจาก ‘การรับใช้นักวิ่งในสนาม’ มาเป็น ‘รองเท้าผ้าใบที่พร้อมจะเดินไปกับเราไปทุกที่’ มากว่า

 

ภาพรองเท้า Nike Moon Shoe 6

 

Nike Moon Shoe วางจำหน่ายแล้ว ราคา 3, 700 บาท ที่ https://www.nike.com/th และร้าน Nike สาขา Central World, Siam Center, ICONSIAM และ Central Phuket

The post Nike Moon Shoe รองเท้าที่ปรับเปลี่ยนไปพร้อมกับวัฒนธรรมการวิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 แนวคิดจาก AMOTTI ที่ใช้ได้ทั้งในยิมและชีวิตจริง https://thestandard.co/life/amotti-mindset-gym-life/ Sat, 25 Jul 2026 01:00:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1234834 AMOTTI นักกีฬา CrossFit และแนวคิดเพื่อชีวิตจริง

หลายคนรู้จัก AMOTTI (คิม แจฮง) ในฐานะนักกีฬา CrossFit ผ […]

The post 5 แนวคิดจาก AMOTTI ที่ใช้ได้ทั้งในยิมและชีวิตจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
AMOTTI นักกีฬา CrossFit และแนวคิดเพื่อชีวิตจริง

หลายคนรู้จัก AMOTTI (คิม แจฮง) ในฐานะนักกีฬา CrossFit ผู้คว้าแชมป์จากรายการ Physical: 100 ซีซั่น 2 และ Physical: Asia ด้วยความอึด แกร่ง และวินัยในการออกกำลังกายที่หลายคนยกให้เป็นต้นแบบ

 

AMOTTI (คิม แจฮง)

 

ล่าสุดเขาเดินทางมาประเทศไทยเพื่อร่วมงาน lululemon TRAINING GROUND  BANGKOK เมื่อวันที่ 18-19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์และยังได้มานำคลาสเวิร์กเอาต์สุดเดือดให้กับผู้เข้าร่วมงาน  

 

AMOTTI (คิม แจฮง) AMOTTI (คิม แจฮง) AMOTTI (คิม แจฮง)

 

การได้พูดคุยกับ AMOTTI ในครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นอีกด้านของเขา คนที่ไม่ได้ยึดติดกับชัยชนะ สถิติ หรือการเป็นที่หนึ่ง แต่เลือกเล่าถึงวันที่ไม่อยากออกกำลังกาย การลุกขึ้นอีกครั้งหลังเคยคิดว่าชีวิตนักกีฬาอาจจบลง และการค้นพบว่าหลังผ่านอุปสรรคครั้งใหญ่ สิ่งที่มีความหมายที่สุดอาจไม่ใช่ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว…แต่คือการที่ยังได้ทำในสิ่งที่รัก

 

AMOTTI (คิม แจฮง)

 

แม้บทสนทนาจะเริ่มต้นจากเรื่องการออกกำลังกาย แต่เราเชื่อว่า 5 แนวคิดจาก AMOTTI จะช่วยเติมแรงใจให้กับทุกคนที่กำลังพยายามก้าวไปสู่เป้าหมายของตัวเอง

 

1. จงสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ตัวเองลงมือ

หลายคนอาจคิดว่าคนที่มีวินัยคือคนที่ตื่นมาแล้วอยากออกกำลังกายทุกวัน แต่ AMOTTI ยอมรับว่า เขาเองก็มีวันที่ไม่อยากซ้อมเหมือนกัน

 

AMOTTI (คิม แจฮง)

 

“ผมไม่ค่อยชอบออกกำลังกายคนเดียว เพราะมีกลุ่มเพื่อนที่ซ้อมด้วยกัน ถ้าผมไม่ไป พวกเขาก็ยังซ้อมกันต่อ ผมจะรู้สึกเหมือนตัวเองตามหลัง เลยพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ตัวเองต้องไปซ้อม และเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้น”

 

แม้ในวันที่ไม่อยากเริ่มต้น เขาก็ไม่ปล่อยให้อารมณ์เป็นตัวตัดสิน แต่เลือกลงมือก่อน แล้วปล่อยให้จังหวะของการลงมือพาเขาไปต่อ

 

2. การได้ทำในสิ่งที่รัก อาจสำคัญกว่าความสำเร็จ

เมื่อถูกถามว่า ทุกวันนี้ยังมีอะไรที่อยากทำให้ดีขึ้นอีกไหม คำตอบของ AMOTTI ไม่ใช่การคว้าแชมป์เพิ่ม แต่เป็นการรักษาความสุขในการออกกำลังกายเอาไว้

 

AMOTTI (คิม แจฮง)

 

“ตอนนี้ผมมีความสุขกับการออกกำลังกายมาก แต่ก็คิดว่าสักวันหนึ่งอาจมีวันที่ไม่รู้สึกสนุกแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากรักษาไว้ คือการได้ออกกำลังกายอย่างมีความสุข ได้สนุกกับเพื่อนๆ และรักษาบรรยากาศแบบนี้ต่อไป”

 

สำหรับเขา ความสำเร็จอาจไม่ใช่การไปให้ไกลกว่าเดิม แต่คือการยังได้ทำสิ่งที่รัก และยังมีความสุขกับมันในทุกวัน

 

3. ปลายทาง…ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด

อาการบาดเจ็บครั้งใหญ่เคยทำให้ AMOTTI คิดว่า ตัวเองอาจเดินไม่ได้อีก และอาจต้องยุติเส้นทางการเป็นนักกีฬา แต่เมื่อผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ เขากลับค้นพบมุมมองใหม่ที่มีต่อความสำเร็จ

 

AMOTTI (คิม แจฮง)

 

“ตอนนั้นผมคิดว่าคงเดินไม่ได้แล้ว และคงออกกำลังกายไม่ได้อีก แต่เมื่อผ่านช่วงเวลานั้นมา ผมรู้ว่าตัวเองทำได้มากกว่าที่คิด จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ ผมกลับให้ความสำคัญกับระหว่างทางมากขึ้น รวมถึงรู้สึกมีความสุขที่ยังได้ออกกำลังกาย”

 

ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาเลิกยึดติดกับผลลัพธ์ และหันมาเห็นคุณค่าของทุกก้าวระหว่างทาง

 

4. ความแข็งแกร่ง เริ่มต้นที่จิตใจ

AMOTTI มีอยู่ 2 ประโยคที่เขานึกถึงอยู่เสมอ คือ “ไม่มีร่างกายที่อ่อนแอ มีเพียงจิตใจที่อ่อนแอ” และ “ความเจ็บปวดที่ฆ่าคุณไม่ได้ จะทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น”

 

AMOTTI (คิม แจฮง)

 

สำหรับ AMOTTI ประโยคเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำคมที่ฟังแล้วฮึกเหิม แต่เป็นหลักคิดที่ช่วยเตือนใจให้ก้าวต่อไปในวันที่ต้องเผชิญความท้าทาย เพราะความแข็งแกร่งเริ่มต้นจากจิตใจที่ไม่ยอมแพ้

 

5. คู่แข่งที่สำคัญที่สุดคือ ‘ตัวเราเมื่อวาน’

สำหรับ AMOTTI การแข่งขันที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การเอาชนะคนอื่น แต่คือการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกวัน

 

AMOTTI (คิม แจฮง)

 

“แทนที่จะคิดว่าต้องชนะใครหรือเก่งกว่าใคร ผมคิดว่าการพยายามเป็นคนที่ดีกว่าเมื่อวานนิดหนึ่งน่าจะดีกว่า และนั่นทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น โดยไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น”

 

การเติบโตที่แท้จริง ไม่ได้วัดจากการเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่คือการค่อยๆ เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่าเมื่อวาน

 

ภาพ: พัทธ์ธีรา ธนาเศรษฐอังกูล, lululemon

The post 5 แนวคิดจาก AMOTTI ที่ใช้ได้ทั้งในยิมและชีวิตจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
HYROX Bangkok 2027 มาแล้ว! 11-14 ก.พ. ปีหน้า เตรียมซ้อมไว้ เผื่อได้ทั้ง PB และคู่กลับบ้าน https://thestandard.co/life/hyrox-bangkok-2027/ Wed, 15 Jul 2026 09:42:56 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1231122 ภาพโปรโมตการแข่งขัน HYROX Bangkok 2027 พร้อมระบุวันจัดงาน 11-14 กุมภาพันธ์ 2570

HYROX รอบเดือนสิงหาคมนี้ยังมาไม่ถึง แต่ตารางแข่งขัน HYR […]

The post HYROX Bangkok 2027 มาแล้ว! 11-14 ก.พ. ปีหน้า เตรียมซ้อมไว้ เผื่อได้ทั้ง PB และคู่กลับบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโปรโมตการแข่งขัน HYROX Bangkok 2027 พร้อมระบุวันจัดงาน 11-14 กุมภาพันธ์ 2570

HYROX รอบเดือนสิงหาคมนี้ยังมาไม่ถึง แต่ตารางแข่งขัน HYROX Bangkok 2027 ก็ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอกย้ำกระแสความฮอตของการแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่ยังแรงต่อเนื่อง โดยปีหน้าจะจัดขึ้นระหว่าง 11-14 กุมภาพันธ์ 2570

 

ถือเป็นข่าวดีสำหรับคนที่พลาดสมัครรอบสิงหาคมนี้ เพราะยังเหลือเวลาเตรียมตัวอีกกว่า 6 เดือน จะสร้างความฟิต เพิ่มความอึด หรือไล่ทำ PB (Personal Best) ก็ยังทันแน่นอน

 

ที่สำคัญ การแข่งขันยังปีหน้ายังตรงกับช่วงวันวาเลนไทน์อีกด้วย จะเรียกว่าเป็นโอกาสทองสำหรับคนโสดก็ได้ เพราะนอกจากจะได้ Finisher Patch แล้ว คุณอาจได้เจอคนที่จะวิ่งด้วยกันต่อในชีวิตจริงก็ได้นะ

 

ในส่วนของสถานที่จะเป็นที่ใด สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางช่องทางโซเชียลมีเดียของ HYROX ประเทศไทยได้เร็วๆ นี้

 

The post HYROX Bangkok 2027 มาแล้ว! 11-14 ก.พ. ปีหน้า เตรียมซ้อมไว้ เผื่อได้ทั้ง PB และคู่กลับบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สาวกปาเดลห้ามพลาด! Club Med Padel Cup 2.0 เปิดศึกดวลแร็กเกตเฟ้นหาตัวจริงไปชิงแชมป์ภูเก็ต https://thestandard.co/life/club-med-padel-cup-phuket/ Sat, 11 Jul 2026 03:49:23 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1229417 ภาพนักกีฬาปาเดลกำลังแข่งขันกันในสนาม

กระแสกีฬาแร็กเกตดูเหมือนจะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องช […]

The post สาวกปาเดลห้ามพลาด! Club Med Padel Cup 2.0 เปิดศึกดวลแร็กเกตเฟ้นหาตัวจริงไปชิงแชมป์ภูเก็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนักกีฬาปาเดลกำลังแข่งขันกันในสนาม

กระแสกีฬาแร็กเกตดูเหมือนจะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องชนิดที่ไม่มีแผ่ว และหนึ่งในประเภทที่กำลังหมุนเวียนอยู่ในกระแสไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคนี้อย่างโดดเด่นคงหนีไม่พ้น ‘ปาเดล’ (Padel) และล่าสุด Club Med (คลับเมด) ผู้บุกเบิกการพักผ่อนแบบพรีเมียมแบบ All-inclusive ได้ยกระดับกระแสนี้ขึ้นไปอีกขั้นด้วยการประกาศจัดทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับภูมิภาค ‘Club Med Padel Cup 2.0’  

 

ภาพนักกีฬาปาเดลกำลังแข่งขันกันในสนาม 1

 

งานนี้เรามีโอกาสได้เข้าร่วมงาน Media Preview สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ Sterling Sport and Wellness ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการอุ่นเครื่อง แล้วต้องบอกเลยว่า กีฬานี้สนุกและเข้าถึงง่ายกว่าที่คิด!

 

ภาพนักกีฬาปาเดลกำลังแข่งขันกันในสนาม 2

 

จาก City Tournament สู่ ‘Golden Ticket’ ชิงแชมป์ริมชายหาดภูเก็ต

 

ความน่าสนใจของ Club Med Padel Cup 2.0 ในปีนี้ คือรูปแบบการแข่งขันแบบสองระดับ (Two-tiered model) ที่เชื่อมโยงความคึกคักของคอมมูนิตี้คนเมือง เข้ากับประสบการณ์พักผ่อนระดับพรีเมียมในรีสอร์ตริมชายหาด โดยมีไฮไลต์สำคัญที่สายสปอร์ตไลฟ์สไตล์ต้องปักหมุด ดังนี้

 

  • City Tournament (2 สิงหาคม 2569): การแข่งขันรอบคัดเลือก ณ Sterling Sport and Wellness กรุงเทพฯ เพื่อเฟ้นหาคู่ผสมที่แข็งแกร่งที่สุดจากผู้เข้าแข่งขันกว่า 40 คู่
  • Golden Ticket สู่ Grand Slam Final: คู่ชนะเลิศประเภทคู่ผสมจะได้รับตั๋วบินลัดฟ้า (รวมค่าใช้จ่ายเที่ยวบิน) ไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ณ Club Med Phuket รีสอร์ตที่เพิ่งปรับโฉมใหม่
  • ประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟรอบสุดท้าย: นอกจากการแข่งขันอันเข้มข้นแล้ว ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบจะได้ร่วมคลาสติวเข้มส่วนตัวกับโค้ชมืออาชีพจาก Babolat พร้อมสัมผัสประสบการณ์ Sunset Ritual และการพักผ่อนแบบ All-inclusive ระดับพรีเมียม
  • รางวัลใหญ่สำหรับแชมป์ภูมิภาค: แพ็กเกจที่พัก 5 คืน ณ Club Med South Africa รีสอร์ตแห่งใหม่ล่าสุดที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์ริมชายหาดและซาฟารีบนแนวชายฝั่ง Dolphin Coast

 

ภาพนักกีฬาปาเดลกำลังแข่งขันกันในสนาม 3

 

อีกหนึ่งความน่าสนใจคือ
ในปีนี้ทัวร์นาเมนต์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มประเทศพันธมิตรเดิมอย่าง ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และออสเตรเลีย เท่านั้น แต่ยังขยายขอบเขตการแข่งขันไปยังตลาดใหม่อย่าง อินเดีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดของกีฬาปาเดลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างแท้จริง

 

ภาพนักกีฬาปาเดลกำลังแข่งขันกันในสนาม 4

 

สำหรับใครที่สนใจกีฬาปาเดลหรืออยากลงสนามประลองฝีมือดวลแร็กเกตเพื่อชิงตั๋วสู่รอบ Grand Slam สามารถติดตามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ที่ช่องทางออนไลน์

 

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.clubmed.co.th/l/club-med-padel-cup-2026

 

ลิงก์สมัครเข้าร่วมแข่งขัน: https://sterlingbkk.com/clubmedpadelcup

 

ภาพ: Club Med, Sterling

 

The post สาวกปาเดลห้ามพลาด! Club Med Padel Cup 2.0 เปิดศึกดวลแร็กเกตเฟ้นหาตัวจริงไปชิงแชมป์ภูเก็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ห้องแดงที่ไม่มี Mr. Grey ก็ทำขาสั่นได้! ลองคลาส HIIT + ASS & ABS ที่ VAULT https://thestandard.co/life/vault-hiit-ass-abs/ Mon, 06 Jul 2026 02:36:03 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1227024 ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง

เคยเป็นไหม? โมเมนต์ที่ไปออกกำลังกายแต่เจอบรรยากาศดันไม่ […]

The post ห้องแดงที่ไม่มี Mr. Grey ก็ทำขาสั่นได้! ลองคลาส HIIT + ASS & ABS ที่ VAULT appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง

เคยเป็นไหม? โมเมนต์ที่ไปออกกำลังกายแต่เจอบรรยากาศดันไม่ส่ง ทำเอาหมดมู้ด หมดแรงจะขยับ แต่ถ้าเราจะบอกว่าในกรุงเทพฯ มียิมใหม่ที่พร้อมจะดึงพลังของคุณออกมาจนหมดแม็กซ์ผ่านบรรยากาศ ‘ห้องแดง’ ที่ชวนให้นึกถึง Red Room ของ Mr.Grey (แต่กิจกรรมข้างในคนละแบบ) ล่ะ…? ที่ที่เรากำลังพูดถึงคือ ‘VAULT’

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

What is it?

 

VAULT เป็นสปอร์ตและโซเชียลคลับใหม่ใจกลางอโศกที่เสิร์ฟบรรยากาศแซ่บที่สุดเท่าที่เราเคยเจอ ผ่านคอนเซปต์ห้องออกกำลังกายสีแดงที่ให้ฟีลเหมือนเข้าคลับมากกว่าเข้ายิม แต่ความเก๋ของที่นี่ไม่ได้มีแค่เรื่องบรรยากาศเท่านั้น

 

อีกหนึ่งไฮไลต์คือจำนวนลู่วิ่งของที่นี่ ปกติแล้วกรุ๊ปคลาสของยิมทั่วไปจะมีลู่วิ่งเพียงไม่กี่ลู่ ทำให้ต้องสลับไปทำสเตชันอื่น แต่ที่ VAULT มีลู่วิ่งมากถึง 10 ลู่ ให้ทุกคนได้เหนื่อยกันอย่างพร้อมเพรียงตั้งแต่วินาทีแรก

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 1

 

ลงจากลู่มา แต่ละสเตชันจะมี Step และดัมเบลปรับน้ำหนักได้เตรียมไว้ครบเซ็ต สังเกตง่ายๆ คือประจำลู่วิ่งเบอร์ไหน ก็ไปประจำ Step เบอร์เดียวกันได้เลย

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 2

 

Try

 

ด้วยความที่เวิร์กเอาต์ของเรามีการวิ่งอย่างจริงจัง เราจึงแนะนำให้ทุกคนสวมใส่รองเท้าวิ่งที่ซัพพอร์ตดีสักคู่ และอย่ามาท้องว่าง ลองหาอะไรเบาๆ รองท้องก่อนสัก 1-2 ชั่วโมง จะช่วยให้วิ่งได้เต็มที่กว่า ที่เหลือก็แค่เตรียมกายใจให้พร้อม

 

สำหรับคลาสที่เรามาประเดิมคือ HIIT+ASS & ABS โดยโค้ชแจง โค้ชสาวที่แค่เจอก็รู้ว่าเอเนอร์จี้ตรงกับ VAULT ทุกประการ

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 3

 

เมื่อทุกคนพร้อม ดนตรีพร้อม โค้ชแจงจึงพาวอร์มอัพร่างกายกันเล็กน้อย ก่อนจะไปประจำลู่วิ่งตามเบอร์ที่ใช่ ที่ชอบ

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 4ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 5

 

ลู่วิ่งของที่นี่มาพร้อมหน้าจอ Touchscreen ที่ตั้งค่า Speed มาตรฐานไว้ให้เลือกทั้ง 3, 6, 9 และ 12 ทำให้ปรับความเร็วได้ง่ายระหว่างคลาส

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 6

 

เริ่มต้นกันเบาๆ ที่ Speed 3 ก่อนจะค่อยๆ ขยับเป็น 6 และ 9 ในอีกไม่กี่นาทีถัดมา สิ่งสำคัญคือมีสติและฟังคำสั่งของโค้ชอยู่ตลอดเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 7

 

ขณะที่เรากำลังวิ่งสับไปตามบีตเพลงพร้อมกับ Heart Rate ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ โค้ชแจงก็ส่งสัญญาณ Level Up สู่ Speed 12 กับช่วง Sprint สั้นๆ เพียงไม่กี่วินาที แน่นอนว่าใครที่ยังไม่ไหวสามารถลดความเร็วลงได้ ไม่จำเป็นต้องฝืน

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 8

 

หลังจากวิ่งไป (กรี๊ดไป) จนได้ที่ ก็ถึงเวลาลงจากลู่มาประจำสเตชันของตัวเอง โดยโค้ชแจงเตรียมเซ็ตเวิร์กเอาต์เน้นก้นแบบคอมโบไว้รอ ด้วยความที่ทั้งคลาสเป็นมือใหม่ น้ำหนักดัมเบลที่ใช้จึงเริ่มต้นเบาๆ ที่ 4 กิโลกรัม

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 9

 

เริ่มจากการ Pulses Sumo Squat เบิร์นต้นขาด้านในและก้นให้ร้อนไปตามจังหวะ ก่อนจะต่อด้วย Reverse Lunges บน Step ยิ่งลงลึกยิ่งร้าว ช่วยเสริมความแข็งแรงของต้นขาและเพิ่มการทรงตัวไปพร้อมกัน

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 10ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 11

 

ตามมาด้วย B-Stance Romanian Deadlift ท่าที่ช่วยโฟกัสกล้ามเนื้อก้นและหลังต้นขาแบบเน้นๆ พร้อมฝึกการบาลานซ์ของร่างกาย

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 12

 

ก่อนปิดท้ายด้วย Pulses Bulgarian Split Squat ที่เผาทั้งก้น ต้นขา และแกนกลางลำตัว ชนิดที่ขาสั่นตั้งแต่ยังไม่จบเซ็ต

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 13

 

เมื่อจบกับ Strength Training ครึ่งแรกก็วิ่งกลับขึ้นไปบนลู่ต่อ ใช่แล้ว เราต้องวิ่งเหมือนรอบแรกอีกครั้ง แน่ทีเดียวว่าท่า Lower Body ที่เจอมาเมื่อครู่ได้ตัดกำลังการวิ่งอยู่ไม่น้อย

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 14ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 15

 

เมื่อชดใช้กรรมบนลู่เสร็จ ก็ถึงเวลาเกลือกกลิ้งบนภาคพื้นอีกครั้งกับเซ็ตหน้าท้อง เริ่มจาก Incline Shoulder Tap + Knee Touch ช่วยปลุกแกนกลางลำตัวและท้าทายการทรงตัว ก่อนเร่งหัวใจต่อด้วย Double Foot Mat Climbers ที่ได้ทั้งคาร์ดิโอและหน้าท้องไปพร้อมกัน

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 16

 

Leg Lift Toe Touches ท่าที่ขยี้หน้าท้องแบบเน้นๆ ก่อนปิดท้ายด้วย Half Get Up ที่ถือดัมเบลไว้เพียงข้างเดียวแล้วลุกขึ้นคล้ายการทำ Sit-up แต่ต้องอาศัยแรงจากแกนกลางลำตัวและการทรงตัวมากกว่า เป็นท่าปิดคลาส

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 17ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 18

 

Result

 

ถ้าไม่ขาหรอยออกจากคลาส แปลว่ามาไม่ถึง! นี่คือคลาสที่เปิดโอกาสให้คุณพุชตัวเองไปจนสุดลิมิต แต่สิ่งที่ทำให้สนุกไม่แพ้กันคือเพลย์ลิสต์ที่ชวนทั้งวิ่ง ทั้งแดนซ์ และส่งเสียงเชียร์กันตลอดคลาส ยิ่งชวนเพื่อนมาด้วยยิ่งมัน

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 19ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 20

 

ส่วนใครแรงหมดก็ไปฟื้นร่างต่อกับ Sauna และ Ice Bath ได้แบบครบจบในที่เดียว

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 21ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 22

 

Good For

 

ใครที่เบื่อการออกกำลังกายแบบเดิมๆ อยากได้ฟีลเหมือนเข้าคลับมากกว่าเข้ายิม โดยเฉพาะสายวิ่งหรือคนที่ชอบคลาส HIIT น่าจะถูกใจ VAULT เป็นพิเศษ เพราะที่นี่ผสมความเข้มข้นของการออกกำลังกายเข้ากับแสง สี เสียงได้อย่างลงตัว แถมไวบ์ยังเท่และโฟโต้เจนิกทุกมุม

 

ผู้คนกำลังออกกำลังกายในคลาส HIIT + ASS & ABS ภายในยิม VAULT ที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง 23

 

VAULT

 

Open: เวลาเปิด-ปิด ปรับเปลี่ยนตามเวลาคลาส (คลาสแรกเริ่มเวลา 7.00 น. และคลาสสุดท้ายเวลา 18.15 น.)

Address: 160 ซอยสุขุมวิท 16, คลองเตย, กรุงเทพฯ (จอดรถได้ที่โรงแรม Sharma ชั่วโมงละ 50 บาท)

Budget: 900 บาท ต่อคลาส, 2,650 บาท ต่อ 3 คลาส, 4,250 บาท ต่อ 5 คลาส, 6,800 บาท ต่อ 8 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/vault.bkk/

The post ห้องแดงที่ไม่มี Mr. Grey ก็ทำขาสั่นได้! ลองคลาส HIIT + ASS & ABS ที่ VAULT appeared first on THE STANDARD.

]]>
On Squad Race ศึกสับขาขึ้น-ลงตึกที่ไม่ได้วัดแค่ความเร็ว https://thestandard.co/life/on-squad-race-urban-challenge/ Mon, 29 Jun 2026 11:49:24 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1224731 นักวิ่งกำลังแข่งขันในงาน On Squad Race บนทางลาดชันภายในอาคารจอดรถ

การวิ่งไม่จำเป็นต้องเป็นกีฬาของคนคนเดียวเสมอไป เมื่อ On […]

The post On Squad Race ศึกสับขาขึ้น-ลงตึกที่ไม่ได้วัดแค่ความเร็ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักวิ่งกำลังแข่งขันในงาน On Squad Race บนทางลาดชันภายในอาคารจอดรถ

การวิ่งไม่จำเป็นต้องเป็นกีฬาของคนคนเดียวเสมอไป เมื่อ On Squad Race ซีรีส์การแข่งขันระดับโลกจาก On ชวนเหล่านักวิ่งมารวมทีม เปลี่ยนการวิ่งให้กลายเป็น Team Sport ภายใต้แนวคิด Your city. Your squad. Your race.

 

 

นักวิ่งกำลังแข่งขันในงาน On Squad Race บนทางลาดชันภายในอาคารจอดรถ 1

 

กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในกว่า 20 เมืองทั่วโลกที่ได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขัน โดยสนามประเทศไทยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ River City Bangkok ในรูปแบบ Mixed Relay 4 คนต่อทีม เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวจากทั้งหมด 60 ทีม ไปแข่งขันรอบ Global Final ที่ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา และทีมที่คว้าตั๋วใบสำคัญไปครองก็คือ ‘Greathuman’

 

นักวิ่งกำลังแข่งขันในงาน On Squad Race บนทางลาดชันภายในอาคารจอดรถ 2นักวิ่งกำลังแข่งขันในงาน On Squad Race บนทางลาดชันภายในอาคารจอดรถ 3

 

The Spiral สนามที่ทำให้การวิ่งไม่เหมือนเดิม

 

สิ่งที่ทำให้ On Squad Race แตกต่างจากงานวิ่งทั่วไป คือสนาม The Spiral ภายในอาคารจอดรถที่พานักวิ่งวิ่งวนผ่านทั้งทางราบ ทางขึ้น และทางลงตลอดการแข่งขัน

 

นักวิ่งกำลังแข่งขันในงาน On Squad Race บนทางลาดชันภายในอาคารจอดรถ 4

 

แน่นอนว่าความเร็วคือปัจจัยสำคัญของการแข่งขัน แต่ในสนาม The Spiral ความเร็วเพียงอย่างเดียวอาจพาไปไม่ถึงเส้นชัย เพราะทุกครั้งที่เร่งสปีด ก็ต้องเตรียมรับมือกับเนินที่ทำให้ Heart Rate พุ่งสูงขึ้น ทางลาดที่ต้องคุมทั้งบาลานซ์ สติ และจังหวะการวิ่ง ลมหายใจที่เริ่มถี่ขึ้น รวมถึงขาที่ค่อยๆ ตึงจากการใช้แรงซ้ำๆ ตลอดเส้นทาง ความท้าทายจึงอยู่ที่การรักษาเพซและบริหารแรงให้สม่ำเสมอตั้งแต่ต้นจนจบ

 

ชนะด้วยแผน ไม่ใช่แค่สปีด

 

เมื่อการแข่งขันอยู่ในรูปแบบผลัด 4 คน ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่ฟอร์มของนักวิ่งคนใดคนหนึ่ง แต่คือการวางกลยุทธ์ของทั้งทีม ตั้งแต่การเลือกไม้เปิดไปจนถึงคนที่เหมาะกับการปิดเกม เพราะทุกการตัดสินใจล้วนส่งผลต่อเวลารวมของทีม

 

นักวิ่งกำลังแข่งขันในงาน On Squad Race บนทางลาดชันภายในอาคารจอดรถ 5

 

ท้ายที่สุดแล้ว ชัยชนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับศักยภาพของนักวิ่งคนใดคนหนึ่ง แต่คือการผสมผสานความเร็ว ความอึด และแผนการวิ่งของสมาชิกทั้งสี่คนให้ลงตัวที่สุด

 

นักวิ่งกำลังแข่งขันในงาน On Squad Race บนทางลาดชันภายในอาคารจอดรถ 6

 

มากกว่าการแข่งขัน คือพลังของคอมมูนิตี้*

 

ภายในงาน ผู้เข้าร่วมยังได้ทดลองวิ่งด้วย On Cloudmonster 3 รองเท้าวิ่ง Daily Trainer รุ่นล่าสุดของแบรนด์ ซึ่งหลังจากได้ลองบนสนามจริง ต้องยอมรับว่าความรู้สึกต่างจากการลองวิ่งบนพื้นเรียบพอสมควร

 

ตัวรองเท้าให้แรงส่งที่ดี ช่วยให้จังหวะวิ่งต่อเนื่องแม้ต้องสลับทั้งทางราบ ทางชัน และทางลาด ขณะที่การยึดเกาะพื้นก็สร้างความมั่นใจในทุกโค้งและทุกก้าว

 

นักวิ่งกำลังแข่งขันในงาน On Squad Race บนทางลาดชันภายในอาคารจอดรถ 7

 

ก่อนจะปิดท้ายวันด้วยบรรยากาศของ Running Community ที่เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ การให้กำลังใจ และทีมเวิร์กตั้งแต่จุดสตาร์ทจนถึงเส้นชัย

 

นักวิ่งกำลังแข่งขันในงาน On Squad Race บนทางลาดชันภายในอาคารจอดรถ 8

 

ใครที่อยากสัมผัสการแข่งขันในรูปแบบนี้ สามารถติดตามข่าวสารของ On Thailand ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของแบรนด์ได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่น่าจดจำของ On Squad Race อาจไม่ใช่แค่ทีมที่คว้าชัยชนะ แต่คือการได้พบผู้คนที่รักการวิ่งเหมือนกัน และได้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ที่พร้อมส่งต่อพลังดีๆ ให้กันในทุกก้าว

 

นักวิ่งกำลังแข่งขันในงาน On Squad Race บนทางลาดชันภายในอาคารจอดรถ 9

 

ภาพ: On

The post On Squad Race ศึกสับขาขึ้น-ลงตึกที่ไม่ได้วัดแค่ความเร็ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hybrid Shoe คืออะไร? ทำไมรองเท้าประเภทนี้ถึงกลายเป็นไอเท็มใหม่ของสาย HYROX https://thestandard.co/life/hybrid-shoe-hyrox-fitness-trend/ Mon, 29 Jun 2026 03:35:21 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1224435 รองเท้า Hybrid Shoe สำหรับการออกกำลังกายแบบผสมผสาน

Hybrid Shoe คืออะไร? รู้จักรองเท้าสาย Hybrid ที่กำลังมา […]

The post Hybrid Shoe คืออะไร? ทำไมรองเท้าประเภทนี้ถึงกลายเป็นไอเท็มใหม่ของสาย HYROX appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองเท้า Hybrid Shoe สำหรับการออกกำลังกายแบบผสมผสาน

Hybrid Shoe คืออะไร? รู้จักรองเท้าสาย Hybrid ที่กำลังมาแรงจากกระแส HYROX พร้อมคุณสมบัติ จุดเด่น และแบรนด์ที่เริ่มพัฒนารองเท้ากลุ่มนี้

 

 
 

หากพูดถึงเทรนด์ออกกำลังกายที่มาแรงที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา ชื่อของ HYROX คงเป็นหนึ่งในนั้น จากการแข่งขันที่ผสมผสานการวิ่งเข้ากับ Functional Fitness ทุกวันนี้ HYROX เติบโตจากกีฬาที่หลายคนยังไม่รู้จัก กลายเป็นคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ที่ดึงดูดทั้งนักวิ่ง สายยิม และคนที่อยากท้าทายตัวเองด้วยรูปแบบการออกกำลังกายที่รอบด้านมากขึ้น

 

แต่เราคิดว่าสิ่งที่น่าสนใจคือ HYROX ไม่ได้เปลี่ยนแค่รูปแบบการฝึกซ้อม หากกำลังเริ่มเปลี่ยนวิธีที่แบรนด์กีฬาออกแบบรองเท้าด้วย

 

แน่นอนว่าเมื่อกระแส HYROX เติบโตขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนไปจึงไม่ได้มีแค่การแข่งขัน แต่ยังรวมถึงสิ่งที่หลายคนเรียกว่า HYROX Economy ที่กำลังขยายตัว ตั้งแต่คลาสซ้อม โค้ช โปรแกรมฝึก โปรแกรมดูแลร่างกาย เสื้อผ้า อุปกรณ์ ไปจนถึงรองเท้า

 

เพราะตอนนี้หลายแบรนด์กีฬาระดับโลกเริ่มหันมาพัฒนารองเท้าประเภทใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การออกกำลังกายแบบ Hybrid โดยเฉพาะ จนเกิดคำที่หลายคนเริ่มคุ้นหูมากขึ้นอย่าง Hybrid Shoe หรือรองเท้าออกกำลังกาย Hybrid

 

รองเท้า Hybrid Shoe สำหรับการออกกำลังกายแบบผสมผสาน 1

 

แม้คำว่า Hybrid Shoe จะยังไม่มีนิยามอย่างเป็นทางการ แต่สื่อสายวิ่งและนักกีฬาเริ่มใช้คำนี้เรียกรองเท้าที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง Running Shoe และ Training Shoe ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการออกกำลังกายที่หลากหลายมากขึ้น

 

ครั้งนี้เราจะมาค้นพาคำตอบว่า Hybrid Shoe คืออะไรกันแน่ และทำไมมันถึงกลายเป็นรองเท้าที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในยุคที่กีฬาอย่าง HYROX กำลังเติบโต

 

Hybrid Shoe คืออะไร?

 

เหตุผลที่ Hybrid Shoe ถูกพูดถึงมากขึ้น ก็เพราะธรรมชาติของกีฬา HYROX เอง

 

ผู้เข้าแข่งขันต้องวิ่งรวม 8 กิโลเมตร สลับกับสถานีออกกำลังกายอีก 8 ด่าน ไม่ว่าจะเป็น Sled Push, Sled Pull, Burpee Broad Jump, Rowing, Farmer Carry, Sandbag Lunges หรือ Wall Ball

 

นั่นหมายความว่ารองเท้าคู่เดียวต้องทำหน้าที่ได้ดีหลายอย่าง ทั้งวิ่งดี มั่นคงดี เกาะพื้นดี ไม่นุ่มหยวบ หรือแข็งกระด้างจนเกินไป

 

รองเท้า Hybrid Shoe สำหรับการออกกำลังกายแบบผสมผสาน 2

 

ปัญหาคือ รองเท้าที่เก่งด้านหนึ่ง มักต้องแลกมาด้วยข้อจำกัดอีกด้านหนึ่ง ที่ผ่านมา รองเท้าสำหรับออกกำลังกายในท้องตลาดจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

 

รองเท้าวิ่ง ให้ความนุ่ม เบา และแรงส่งที่ดีขณะวิ่ง แต่เมื่อต้องออกแรงดัน Sled ดึง Sled Pull หรือทรงตัวในท่า Lunges พื้นรองเท้าที่นุ่มเกินไปอาจทำให้สูญเสียความมั่นคง ส่งแรงได้ไม่เต็มที่ หรือบางครั้งถึงขั้นรู้สึกว่ารองเท้าหลุดจากเท้า

 

รองเท้าใส่เทรนนิ่ง ที่หลายคนใส่เข้ายิม แม้จะให้ความมั่นคงและยึดเกาะได้ดี แต่เมื่อใช้วิ่งต่อเนื่องหลายกิโลเมตร ก็อาจให้ความรู้สึกแข็ง ไม่ช่วยซัพพอร์ตหรือส่งแรงได้เท่ารองเท้าวิ่ง

 

ซึ่งช่องว่างระหว่างรองเท้าสองประเภทนี้เอง ทำให้เกิดรองเท้ากลุ่มใหม่อย่าง Hybrid Shoe ที่เข้ามาเติมเต็มความขาดๆ เกินๆ ทำให้เราจะใส่วิ่งก็ได้ หรือใส่เข้ายิม ยกเวต เล่นคลาส Functional Training ก็ไม่ติด

 

รองเท้า Hybrid Shoe สำหรับการออกกำลังกายแบบผสมผสาน 3

Adizero Dropset Pro

 

ดังนั้น เป้าหมายของรองเท้ากลุ่มนี้ไม่ใช่การเป็นรองเท้าที่วิ่งเร็วที่สุด หรือมั่นคงที่สุด แต่เป็นรองเท้าที่สามารถรองรับกิจกรรมได้หลากหลายที่สุด โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนจำนวนมากไม่ได้เลือกว่าจะเป็นนักวิ่งหรือสายยิม แต่ทำหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน

 

แล้วรองเท้าแบบไหน ถึงจะเรียกว่าเป็น Hybrid Shoe?

 

แม้แต่ละแบรนด์จะมีแนวทางการออกแบบต่างกัน แต่รองเท้ากลุ่ม Hybrid มักมีคุณสมบัติร่วมกันอยู่หลายข้อ อย่างแรกคือ Stability หรือความมั่นคง สำหรับการออกแรงในท่าที่ต้องใช้แรงกดและแรงส่ง เช่น Sled Push, Farmer Carry หรือ Walking Lunge เพราะหากพื้นรองเท้ายุบตัวมากเกินไป อาจทำให้สูญเสียพลังงานและการทรงตัว

 

ต่อมาคือ Grip & Traction หรือการยึดเกาะพื้นที่ดี เพราะเราต้องใช้แน่ๆ ในสถานีที่ต้องดัน ดึง หรือเดินพร้อมรับน้ำหนัก

 

ขณะเดียวกัน รองเท้าก็ต้องมี Cushioning หรือการรองรับแรงกระแทกที่เพียงพอสำหรับการวิ่งหลายกิโลเมตร ให้ความนุ่ม เด้ง และช่วยทุ่นแรงได้ในระดับหนึ่ง โดยไม่ทำให้ขาล้าจนเกินไป

 

พูดง่ายๆ คือ Hybrid Shoe ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเก่งที่สุดในด้านใดด้านหนึ่ง แต่เพื่อทำหลายอย่างได้ดีในรองเท้าคู่เดียว

 

รองเท้า Hybrid Shoe สำหรับการออกกำลังกายแบบผสมผสาน 4

 

แต่ๆๆ Hybrid Shoe ไม่ได้มีไว้สำหรับนักแข่ง HYROX เท่านั้น

 

แม้คำว่า Hybrid Shoe จะถูกพูดถึงพร้อมกับกระแส HYROX แต่จริงๆ แล้วรองเท้าประเภทนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการแข่งขันเพียงอย่างเดียว

 

หัวใจของ Hybrid Shoe คือการตอบโจทย์การออกกำลังกายที่หลากหลาย ไม่ว่าจะวิ่ง คาร์ดิโอ เวตเทรนนิง Functional Training หรือ Circuit Training

 

นั่นหมายความว่าต่อให้คุณไม่ได้เล่น หรือมีแผนจะลงแข่ง HYROX แต่ก็สามารถเป็นเจ้าของรองเท้าประเภทนี้ได้ เพราะมันตอบโจทย์คนที่เช้าวิ่ง เย็นเข้ายิม ชอบเข้าคลาสที่ BASE หรือ Cubic หลังเลิกงาน หรือคนที่ไม่อยากพกรองเท้าหลายคู่ติดรถไว้สำหรับแต่ละกิจกรรม

 

เมื่อ HYROX โตขึ้น แบรนด์รองเท้าก็เริ่มขยับตาม

 

ความน่าสนใจคือ เมื่อก่อนนักกีฬา HYROX ต้องเลือกระหว่างรองเท้าวิ่งกับรองเท้าเทรนนิ่งตามสไตล์การเล่นของตัวเอง แต่วันนี้หลายแบรนด์เริ่มพัฒนารองเท้าที่ตอบโจทย์กีฬาแบบ Hybrid อย่างจริงจังมากขึ้น

 

เริ่มจาก Puma ถือเป็นแบรนด์ที่เดินเกมชัดเจนที่สุดในฐานะ Global Partner ของ HYROX โดยมีทั้งรองเท้าสำหรับซ้อมและแข่งขันภายใต้ไลน์ HYROX โดยเฉพาะ เช่น Puma Deviate Nitro 4 หรือ Puma x HYROX Deviate Nitro Elite 4

 

รองเท้า Hybrid Shoe สำหรับการออกกำลังกายแบบผสมผสาน 5

Puma x HYROX Deviate Nitro Elite 4

 

ขณะที่ On เพิ่งเปิดตัว Cloud X Tempo Pro ซึ่งเป็นรองเท้าสำหรับ Hybrid Racing รุ่นแรกของแบรนด์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการแข่งขันลักษณะนี้โดยตรง

 

รองเท้า Hybrid Shoe สำหรับการออกกำลังกายแบบผสมผสาน 6

On Cloud X Tempo Pro

 

ด้าน adidas ก็เปิดตัว Adizero Dropset Elite และ Dropset Pro ที่ผสานเทคโนโลยีจากรองเท้าวิ่ง Adizero เข้ากับความมั่นคงของรองเท้าเทรนนิ่ง เพื่อตอบโจทย์ Hybrid Fitness โดยเฉพาะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตัว Boston 13 หรือ Pro 4 ก็มีคนใส่ลงสนามจำนวนไม่น้อย

 

รองเท้า Hybrid Shoe สำหรับการออกกำลังกายแบบผสมผสาน 7

Adizero Dropset Elite

 

ขณะที่ Saucony Endorphin Pro 4 ก็กลายเป็นหนึ่งในรุ่นที่นักกีฬา HYROX จำนวนไม่น้อยเลือกใช้ แม้จะไม่ได้ถูกพัฒนามาเพื่อ HYROX โดยตรง แต่ด้วยความสมดุลระหว่างความเร็ว การซัพพอร์ต และการควบคุม ทำให้ถูกหยิบมาใช้ทั้งซ้อมและแข่งอยู่บ่อยครั้ง

 

แน่นอนว่าแบรนด์อื่นๆ ก็กำลังพัฒนาโปรดักต์ของตัวเองเช่นกัน และเชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราน่าจะได้เห็นรองเท้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าคนเล่น HYROX ทุกคนจำเป็นต้องซื้อ Hybrid Shoe เสมอไป เพราะก่อนหน้านี้ ต่อให้ยังไม่มีรองเท้าประเภทนี้ พวกเราก็ยังใช้รองเท้าวิ่งลงแข่งและทำเวลาได้ดี เพราะสิ่งสำคัญกว่าการตามหารองเท้าคู่ใหม่ คือการเลือกรองเท้าที่เหมาะกับสไตล์การวิ่ง รูปแบบการฝึกซ้อม และใส่จนเราคุ้นเคยมากกว่า

 

รองเท้า Hybrid Shoe สำหรับการออกกำลังกายแบบผสมผสาน 8

 

รองเท้าที่สะท้อนวิธีออกกำลังกายของคนยุคใหม่

 

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่านี่จะเป็นเพราะเรื่องของการตลาด หรือเพราะมันเป็นรองเท้าที่ดีกว่าจริงๆ สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าคือ เรามองว่าวิธีออกกำลังกายของคนยุคนี้เปลี่ยนไปแล้ว

 

ไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะเป็นนักวิ่งหรือสายยิม เส้นแบ่งระหว่างการวิ่งกับเวตเทรนนิงเริ่มเบลอมากขึ้นเรื่อยๆ และคนจำนวนมากก็เลือกที่จะทำทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน

 

ดังนั้น สำหรับเราแล้ว Hybrid Shoe อาจไม่ใช่รองเท้าที่ดีที่สุดสำหรับการวิ่งมาราธอน หรือการยกน้ำหนักหนักที่สุด แต่ในวันที่การออกกำลังกายไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ประเภทเดียว มันอาจเป็นรองเท้าที่สะท้อนวิธีออกกำลังกายของคนยุคนี้ได้ดีที่สุด

 

รองเท้า Hybrid Shoe สำหรับการออกกำลังกายแบบผสมผสาน 9

The post Hybrid Shoe คืออะไร? ทำไมรองเท้าประเภทนี้ถึงกลายเป็นไอเท็มใหม่ของสาย HYROX appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝึก Pacing เพิ่มความอึดกับ OT Engine ที่ ONTRACK CAMPUS https://thestandard.co/life/pacing-ot-engine-ontrack-campus/ Fri, 26 Jun 2026 02:00:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1222971 ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย

ถ้านึกถึงยิมที่โดดเด่นเรื่องการฝึกแบบ Hybrid และ Functi […]

The post ฝึก Pacing เพิ่มความอึดกับ OT Engine ที่ ONTRACK CAMPUS appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย

ถ้านึกถึงยิมที่โดดเด่นเรื่องการฝึกแบบ Hybrid และ Functional Training หนึ่งในลิสต์ที่ติดโผคงต้องยกให้ ONTRACK ที่ล่าสุดปักหลักสาขาใหม่ ณ W District ในชื่อ ‘ONTRACK CAMPUS’ ที่ดีไซน์ออกมาให้เป็นมากกว่าแค่ยิม แต่เป็นสเปซของการเรียนรู้และคอมมูนิตี้ของคนที่มีพลังแบบเดียวกัน แถมยังมีพื้นที่ Co-Active สำหรับนั่งทำงานและสร้างคอนเน็กชันรวมไว้ในที่เดียวอีกด้วย

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 1

 

แน่นอนว่ามาเยือน Campus ใหม่ทั้งที เลยขอลองคลาสไฮไลต์อย่าง ‘OT Engine’ คลาสที่ตอบโจทย์สายฟิตทุกวงการ ไม่ว่าจะวิ่ง HYROX หรือ CrossFit ด้วยการยกเครื่องระบบปอดและหัวใจให้ถึก ทน พร้อมลุยไปยาวๆ 

 

What is it?

 

ONTRACK CAMPUS เชื่อว่า “Know More. Do Better.” การพัฒนาสมรรถภาพร่างกายที่แท้จริงต้องเริ่มต้นจากการมีความเข้าใจในตัวเองก่อน ทั้งในแง่ของระบบกลไกร่างกาย รูปแบบการฝึกซ้อม และศักยภาพที่ซ่อนอยู่ เพื่อนำไปสู่การลงมือปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในทุกครั้งที่มาเยือน

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 2ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 3ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 4

 

เราว่านี่คงเป็นจุดที่ทำให้ ONTRACK เป็นตัวเลือกที่ใครหลายคนนึกถึง ด้วยระบบที่แน่น ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบและประเมินข้อมูลร่างกายเชิงลึก (OT Record & OT Advisory), การจัดเวิร์กช็อปและหลักสูตรเพื่อเติมความรู้ (OT Learning Series), โปรแกรมซัพพอร์ตการเทรนทั้งแบบส่วนตัวและแบบทีม (OT Personal, OT Team Training & OT Camp) ไปจนถึงคลาสกลุ่มพัฒนาทักษะเฉพาะทางที่รวบรวมคลาสไฮไลต์อย่าง OT Engine เอาไว้ด้วยเช่นกัน

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 5

 

จุดเด่นของ OT Engine คือการเป็นคลาส Endurance Training ที่ดีไซน์มาเพื่อเน้นการออกแรงระยะยาวและการรักษาระดับพละกำลังให้คงที่ ผ่านการวิ่ง, การใช้เครื่อง Ergs และการเคลื่อนไหวต่อเนื่องแบบ Cyclical Work

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 6ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 7

 

หัวใจหลักคือการฝึก ‘Pacing’ หรือการจัดสรรแรง ตั้งแต่การสร้างความเร็วที่เหมาะสม การประคองจังหวะ ไปจนถึงการเร่งสปีดเพื่อทะลุขีดจำกัดของตัวเอง ซึ่งสกิลเหล่านี้คือฐานรากสำคัญที่ช่วยยกระดับ Performance ในการซ้อมและการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Try

 

ผู้รับบทโค้ชของเราในวันนี้คือ โค้ชคิม โค้ชชาวเกาหลีสาย CrossFit ที่มาดีไซน์คลาสนี้ให้ชาว LIFE โดยเฉพาะ รูปแบบเวิร์กเอาต์ในวันนี้คือ AMRAP (As Many Reps As Possible) ภายในเวลา 3 นาทีต่อสเตชัน โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 สเตชันด้วยกัน

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 8

 

ช่วงแรกโค้ชคิมจะทำการสาธิตและอธิบายเทคนิคในแต่ละสถานี พร้อมปล่อยให้ทุกคนมีโอกาสได้ลองเทสต์ระบบก่อนเริ่มลงสนามจริง เพื่อตรวจเช็กฟอร์มและไกด์ท่วงท่าที่ถูกต้องอย่างใกล้ชิด

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 9ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 10ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 11

 

เมื่อทำความเข้าใจรูปแบบทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าสู่การยืดเหยียดร่างกายเล็กน้อย ก่อนจะไปอุ่นเครื่องด้วย Aerobic Primer 1 รอบกับเครื่องคาร์ดิโอเครื่องโปรดที่แต่ละคนเลือกเอง

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 12ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 13

 

โดยโค้ชคิมจะให้เริ่มไต่ระดับจากเพซสบายๆ ก่อนใน 1 นาทีแรก จากนั้นอัปดีกรีใส่แรงครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 30 วินาที และปิดท้ายด้วยการใส่สุดแรงอีก 20 วินาทีสุดท้าย เพื่อเป็นการประเมินฟอร์มและเช็กขีดจำกัดของแต่ละคนก่อนเจอของจริง 

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 14ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 15ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 16

 

เมื่อเครื่องเริ่มติดเราจะเริ่มลุยกันที่ Station 1: Box Jump & Rower เปิดด้วยการฝึกแรงระเบิดผ่าน Box Jump 15-20 ครั้ง เพื่อกระตุ้นพลังสปริงของข้อต่อและกล้ามเนื้อขา

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 17

 

ก่อนจะสลับมาส่งแรงผ่านการฝึก Row ให้ได้ระยะมากที่สุด สถานีแรกนี้จะช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ปอด และระบบหมุนเวียนเลือดให้พร้อมรับแรงกระแทกและแรงต้านในรูปแบบต่างๆ ตลอดทั้งคลาส 

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 18

 

ขยับมาที่ Station 2: Burpees to Target & Assault Bike เพื่อเน้นฝึกความทนทานของกล้ามเนื้อทั่วร่าง โดยเริ่มจากการทำท่า Burpees แล้วกระโดดแตะบาร์ 15-20 ครั้ง 

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 19

 

จากนั้นพุ่งตัวไประเบิดพลังบน Assault Bike ให้ได้แคลอรีมากที่สุด แน่นอนว่ายิ่งออกแรงสู้แรงต้านลมมากเท่าไรก็รู้สึกได้ถึง Heart Rate ที่พุ่งขึ้นเท่านั้น  

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 20

 

สลับมาเล่นกับความเร็วต่อใน Station 3: Single Unders & Assault Runner เพื่อฝึก Agility และ Pacing เริ่มด้วยการกระโดดเชือก 60-100 ครั้ง 

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 21

 

ก่อนจะกระโดดขึ้นไปสับเท้าบนลู่วิ่งโค้งเพื่อโกย Max Calories ซึ่งพาร์ตนี้จะเข้ามาช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการวิ่งในระยะยาวได้ดีมาก

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 22

 

เปลี่ยนมาระเบิดพลังสะโพกและช่วงบนกันต่อกับ Station 4: Wall Balls & Ski Erg เริ่มจากการสควอตโยนลูกบอลให้แตะแป้น 20 ครั้ง ซึ่งจุดนี้โค้ชคิมจะคอยไกด์ให้เราย่อให้ลึก เรียกว่าเช็กฟอร์มเป๊ะทุกองศา ได้เบิร์นขาแบบเต็มๆ

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 23

 

จากนั้นพุ่งตัวเข้าสู่เครื่อง Ski Erg ออกแรงดึงเพื่อรีด Max Calories อีกเช่นกัน สถานีนี้จะเน้นพัฒนาความแข็งแกร่งของแกนกลางลำตัว หลัง และต้นขาไปพร้อมกัน 

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 24

 

ก่อนจะปิดท้ายด้วย Station 5: Sled Pushes & Kettlebell Farmer’s Carry อีกสองเวิร์กเอาต์ที่เน้นฝึกความแข็งแกร่ง โดยสเตชันนี้จะใช้ฟอร์แมต For Time 3 Mins ที่เราต้องดัน Sled 3 รอบ สลับกับการเดินหิ้ว Kettlebell อีก 3 รอบ เรียกว่าเป็นการเค้นพละกำลังเฮือกสุดท้ายก่อนจบคลาสอย่างสมบูรณ์แบบ

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 25ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 26

 

Result

 

ได้ฝึกความอึดสมชื่อคลาส เพราะคลาสนี้ไม่ได้เน้นการยกหนักหรือระเบิดพลังจนร่างพัง แต่หัวใจสำคัญคือการฝึกคุมจังหวะ สร้างความทนทานให้กล้ามเนื้อ และฝึกเปลี่ยนมูฟเมนต์ไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสกิลพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับคนเล่นกีฬาทุกประเภท

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 27ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 28

 

Good For

 

คลาสนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากฟิตและเหนื่อยยากขึ้นในชีวิตประจำวัน ช่วยสอนให้เรารู้จักผ่อนแรง-เร่งแรงได้ถูกจังหวะ ไม่ให้หมดแรงก๊อกสองไปซะก่อน แถมยังช่วยฝึกความคุ้นเคยกับการเปลี่ยนท่าออกกำลังกายไปเรื่อยๆ เพื่อให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้คล่องตัวและอึดขึ้นในทุกกิจกรรม

 

ภาพการฝึก Pacing ด้วยเครื่อง OT Engine ภายในยิม ONTRACK CAMPUS ที่มีดีไซน์ทันสมัย 29

 

ONTRACK CAMPUS

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-21.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-19.00 น.

Address: W District, ถ.สุขุมวิท, เขตพระโขนง, วัฒนา, กรุงเทพฯ 

Budget: 800 บาท ต่อคลาส, 7,200 บาท ต่อ 12 คลาส, 12,000 บาท ต่อ 24 คลาส, 19,200 บาท ต่อ 48 คลาส 

Facebook: https://www.facebook.com/profile.php?id=61581315044486 

Instagram: https://www.instagram.com/ONTRACKCAMPUS/ 

 

 

 

The post ฝึก Pacing เพิ่มความอึดกับ OT Engine ที่ ONTRACK CAMPUS appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขยับน้อยแต่ร้าวลึก! ‘Booty Burn’ คลาสปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio https://thestandard.co/life/re9-wellness-studio-booty-burn/ Wed, 17 Jun 2026 00:40:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1219241 ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio

“แค่เสื่อหนึ่งผืน ดัมเบลจิ๋ว และยางยืดเส้นเดียว มันจะช่ […]

The post ขยับน้อยแต่ร้าวลึก! ‘Booty Burn’ คลาสปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio

“แค่เสื่อหนึ่งผืน ดัมเบลจิ๋ว และยางยืดเส้นเดียว มันจะช่วยเบิร์นและบิลด์หุ่นได้แค่ไหนกันเชียว?” หากคุณกำลังตั้งคำถามนี้ในใจ เราอยากท้าให้คุณมาพิสูจน์ด้วยตัวเองกับ ‘Booty Burn’ คลาสปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio เวลเนสเดสติเนชันแห่งใหม่ย่านสาทรที่จะมาลบภาพจำเดิมๆ ว่า Mat Workout เป็นการออกกำลังกายชิลๆ ให้กลายเป็นความท้าทายระดับที่ต้องเดินกุมก้นออกจากคลาส

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 1ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 2

 

What is it?

 

RE9 Wellness Studio ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Wellness Beyond Workout’ นำเสนอสเปซดีไซน์สวยสไตล์มินิมัลที่พร้อมดูแลสุขภาพของคนเมืองแบบองค์รวม

 

ก้าวแรกที่เข้ามาจะเจอกับเลานจ์ไวบ์สบาย และ Matcha Cafe ที่คัดสรรมัทฉะเกรดพรีเมียมมาให้คนรักสุขภาพได้แวะจิบเติมความสดชื่น และยังมีนมโอ๊ตเป็นออปชันสำหรับคนแพ้นมวัว

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 3

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 4

 

ในพื้นที่เดียวกันนี้ยังแบ่งเป็นโซนออกกำลังกายฟังก์ชันหลากหลาย ตั้งแต่ห้องกลุ่มสำหรับ Hybrid Mat Workout ไปจนถึงพื้นที่เอ็กซ์คลูซีฟอย่าง Private PT Space และ Private Reformer สำหรับผู้ที่ต้องการเทรนนิ่งพิลาทิสส่วนตัวกับโค้ชมืออาชีพ

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 5ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 6ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 7

 

ไม่เพียงแค่นั้น ที่นี่ยังเข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคนี้ด้วยโซน Physiotherapy ที่มีนักกายภาพบำบัดคอยดูแลปรับโครงสร้างร่างกายและรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมอย่างตรงจุด 

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 8

 

ก่อนจะปิดท้ายด้วยโซน Recovery สำหรับการทำ Contrast Therapy ที่รวบตึงทั้งซาวน่า, Hot/Cold Plunge และ Ice Bath ไว้ในที่เดียว เรียกได้ว่าปักหมุดมาที่นี่ที่เดียวได้รีเซ็ตร่างกายครบทุกมิติ

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 9ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 10

 

Try 

 

สำหรับคลาส Booty Burn ในวันนี้ ถูกดีไซน์และสอนโดยโค้ชเฟย์ ผู้ช่ำชองเรื่องการปั้นก้นที่พร้อมจะพาทุกคนซี๊ดซ๊าดกับความร้าวตลอดคลาส 

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 11

 

เริ่มด้วยการวอร์มร่างกันเล็กน้อยก่อนไปจัดหนักกับคอมโบก้นยาวๆ ตลอดชั่วโมง 

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 12ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 13

 

ความสนุกปนความสะใจของคลาสนี้ คือการหยิบอุปกรณ์ที่ดูเบา เหมือนไม่มีอะไรอย่างดัมเบลเบาๆ ยางยืด ลูกบอลบีบ และบล็อก มามิกซ์เป็นท่าที่โฟกัสกล้ามเนื้อก้น ซึ่งบางท่าก็ทำเอาเราต่างงงกันว่า มันมารวมร่างกันได้อย่างไร 

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 14ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 15ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 16

 

ถึงแม้จะเป็นคลาสที่เน้นปั้นก้นเป็นหลัก แต่จุดที่สั่นสะท้านและร้อนผ่าวไม่แพ้กันก็คือแกนกลางลำตัว ซึ่งในโลกของพิลาทิสเราเรียกสิ่งนี้ว่า ‘Powerhouse’ หรือศูนย์รวมพลังงานที่เป็นรากฐานสำคัญของการขยับร่างกายทุกรูปแบบ

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 17ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 18

 

อีกหนึ่งความโหดหินที่สัมผัสได้ตลอดคลาส คือเทคนิคการเคลื่อนไหวทีละนิดแต่ทำซ้ำย้ำๆ อยู่ที่จุดเดิม (Pulse) จนกล้ามเนื้อร้าวลึกชนิดที่ว่าใจอยากจะกรี๊ดออกมา 

 

ซึ่งการเค้นให้กล้ามเนื้อทำงานต้านแรงหนืดของยางยืดและบอลบีบอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีจังหวะให้พัก เมื่อผนวกเข้ากับ Metabolic Stress ที่กล้ามเนื้อเกิดการเผาผลาญจนรู้สึกร้อนไปทั้งตัว จะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นได้

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 19ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 20ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 21

 

Result

 

หลังจากเอามือทุบนวดสะโพกคลายความเมื่อยร้าวหลังจบคลาส ความดีงามคือเราสามารถพาร่างไปฟื้นฟูต่อได้ทันทีในโซน Contrast Therapy ซึ่งการได้มานั่งพักในบรรยากาศส่วนตัวหลังจากผ่านชั่วโมงเวิร์กเอาต์มา ถือเป็น Perfect Ending Session ที่ช่วยผ่อนคลายทั้งกล้ามเนื้อและจิตใจได้อย่างลงตัว

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 22ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 23

 

Good For 

 

ใครที่กำลังมองหาสตูดิโอออกกำลังกายที่หลีกหนีความวุ่นวาย และชอบการเวิร์กเอาต์ประเภท Low-impact ที่เซฟข้อต่อแต่โฟกัสกล้ามเนื้อลึกๆ พลัสด้วยโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายแบบครบจบในที่เดียว RE9 Wellness Studio คืออีกหนึ่งพิกัดที่ควรแวะมาลองด้วยตัวเองดูสักครั้ง 

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 24

 

Open: จันทร์-ศุกร์ เวลา 7.00-21.00 น., เสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.30-19.00 น.

Address: ชั้น 10 อาคารปัญจภูมิ, สาทร, กรุงเทพฯ 

Instagram: https://www.instagram.com/re9wellness/ 

Facebook: https://www.facebook.com/profile.php?id=61586975049662 

Budget:  

  • Drop-in 890 บาท ต่อคลาส
  • 10 Classes: 6,900 บาท

1st Time Member:

  • Trial 3 Classes: 1,290 บาท  
  • Contrast Therapy 3 sessions: 1,390 บาท

The post ขยับน้อยแต่ร้าวลึก! ‘Booty Burn’ คลาสปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Warrix Run Hub’ ยิมสาย Hybrid ที่รวมกายภาพบำบัดและ AI วิเคราะห์วิ่งไว้ในที่เดียว https://thestandard.co/life/warrix-run-hub-hybrid-training/ Fri, 12 Jun 2026 07:15:56 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1217614 ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง

หากคุณเป็นคนที่ชอบทั้งความอึดตอนวิ่งและรักความสะใจเวลาไ […]

The post ‘Warrix Run Hub’ ยิมสาย Hybrid ที่รวมกายภาพบำบัดและ AI วิเคราะห์วิ่งไว้ในที่เดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง

หากคุณเป็นคนที่ชอบทั้งความอึดตอนวิ่งและรักความสะใจเวลาได้ยกเวตหนักๆ และกำลังมองหาที่ฝึกแบบ Hybrid ที่ทั้งไพรเวต เสิร์ฟอุปกรณ์ครบครัน มีสเปซให้ใช้แบบไม่ต้องแย่งใคร ล่าสุดเราไปเจอพื้นที่แห่งใหม่ที่จะมาตอบโจทย์ทุกข้อกับ Warrix Run Hub Performance Training Studio ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 1

 

ความพิเศษของที่นี่ไม่ใช่มีแค่เรื่องของการเทรนเพื่อเค้นสมรรถภาพร่างกายของเราให้สุดเท่านั้น แต่ยังรวบตึงศาสตร์กายภาพบำบัดและเวชกรรมมาดูแลแบบองค์รวม ชนิดที่ว่าฟิตได้เต็มที่โดยไม่ต้องกลัวบาดเจ็บ

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 2

 

What is it?

 

Performance Training Studio แห่งนี้ขยายความสำเร็จมาจาก Warrix Health (สาขาสเตเดียมวัน) พร้อมไฮไลต์อย่างโซน Hybrid Training ที่จัดเต็มอุปกรณ์สาย Functional ครบครันทุกสเตชัน ไม่ว่าจะเป็น Wall Ball, SkiErg, RowErg ไปจนถึง Sled Push/Pull จะไว้ฝึกสำหรับลงแข่ง HYROX หรือ CrossFit ก็ตอบโจทย์

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 3ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 4

 

ในส่วนของ Facility และอุปกรณ์ในโซน Performance Training ก็จัดเตรียมไว้ให้แบบครบจบในที่เดียว และด้วยความเป็นไพรเวตยิมสำหรับการเทรนนิ่งส่วนตัวโดยเฉพาะ จึงหมดห่วงเรื่องการยืนรอหรือต้องแย่งใช้อุปกรณ์กับใครเหมือนยิมระบบสมาชิกทั่วไป

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 5

 

ส่วนสายวิ่งที่นี่ก็มีไม้เด็ดอย่าง Motion Metrix เทคโนโลยี AI วิเคราะห์ฟอร์มการวิ่งแบบเจาะลึก เพื่อช่วยปรับท่าวิ่งให้มีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บระยะยาว

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 6

 

และยังมีโซนคลินิกกายภาพบำบัดและเวชกรรมที่ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการและนักกายภาพบำบัดคอยให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การรักษา Office Syndrome ของคนเมือง, การฟื้นฟูเอ็นไขว้หน้าเข่า (ACL) ทั้งก่อนและหลังผ่าตัดเพื่อให้พร้อมกลับมาลงสนาม, กายภาพบำบัดผู้สูงอายุเพื่อฝึกความสมดุลและลดความเสี่ยงในการล้ม ไปจนถึงโปรแกรมเพิ่มความสูงสำหรับเด็กและโปรแกรมจัดการน้ำหนักเฉพาะบุคคลแบบปลอดภัย

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 7ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 8

 

Try

 

ด่านแรกที่คุณจะได้เจอไม่ใช่เครื่องเล่นเวตหนาๆ แต่เป็นการเข้าเช็กสภาพร่างกายโดยรวมกับนักกายภาพบำบัดเป็นเวลา 30 นาที เพื่อประเมินโครงสร้างและข้อจำกัดต่างๆ โดยเริ่มต้นตั้งแต่วิเคราะห์บาลานซ์ของร่างกายในท่าทางพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นท่ายืน การทำสควอต เพื่อดูว่ากล้ามเนื้อและข้อต่อส่วนไหนกำลังทำงานผิดเพี้ยนไปบ้าง

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 9ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 10

 

เมื่อตรวจเช็กจนครบและเห็นภาพรวมแล้ว นักกายภาพก็จะมาช่วยไกด์ท่า Mobility Exercise เฉพาะบุคคลให้เราได้ลองฝึก เพื่อแกะปมลดความตึงสะสมตามจุดต่างๆ และเรายังสามารถเก็บเทคนิคเหล่านี้ไปฝึกต่อเองที่บ้านได้อีกด้วย

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 11ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 12

 

เมื่อเคลียร์ร่างกายให้มั่นใจแล้วก็ไปต่อกับไฮไลต์สำคัญอย่างการทดสอบวิ่งกับ Motion Metrix ซึ่งมีทริกเล็กๆ ในการเตรียมตัวคือ แนะนำให้สวมกางเกงขาสั้นสีดำ และหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีสะท้อนแสง เพื่อป้องกันไม่ให้รบกวนระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวของกล้องและตัวเครื่อง

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 13ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 14

 

สำหรับการทดสอบจะเริ่มต้นด้วยการวิ่งบนลู่วิ่งที่ความเร็วระดับ 9 เป็นเวลาเกือบ 10 นาที จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการแปลผลอย่างละเอียดร่วมชั่วโมง ซึ่งตัวระบบ AI จะช่วยถอดรหัสการเคลื่อนไหวออกมาได้แม่นยำและเห็นภาพชัดเจน

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 15

 

อย่างตัวนักเขียนเองพบว่ามีอาการ Overstride (ก้าวยาวเกินไป) ทำให้ขาตึงตอนลงเท้าจนเกิดแรงกระแทกสะท้อนกลับย้อนเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งเสี่ยงต่อการตึงและบาดเจ็บที่หน้าแข้งได้ง่าย

 

วิธีแก้เบื้องต้นคือต้องซอยเท้าให้เร็วขึ้นและลงเท้าให้ใกล้ตัวมากขึ้น รวมถึงเสริมท่า Squat หรือ Deadlift เพื่อเพิ่มแรงสปริงตัว และลดเวลาที่เท้าแช่บนพื้นให้น้อยลง

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 16ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 17

 

หลังจากเห็น Data ร่างกายชัดเจนทุกมิติแล้ว ผลวิเคราะห์ทั้งหมดจะถูกส่งไม้ต่อให้ทีม Personal Training ทว่าจุดเริ่มต้นที่ดีของการเทรนนิ่งที่นี่คือการ ‘พูดคุย’ เพื่อทำความเข้าใจ ทั้งเรื่องเป้าหมาย ไลฟ์สไตล์ที่ทำอยู่เป็นประจำ ตลอดจน Pain Point ที่เจอ เพื่อร่วมกันวางแผนและออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับร่างกายเราที่สุดในระยะยาว

 

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 18

 

เมื่อมีความเข้าใจตรงกัน เทรนเนอร์จะเริ่มจากการประเมินฟอร์มและเช็กความยืดหยุ่นพื้นฐานของเราก่อน เพื่อดูว่าร่างกายในขณะเคลื่อนไหวจริงเป็นอย่างไร ก่อนจะนำพาสิ่งที่คุยกันเข้าสู่พาร์ตการเทรน

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 19

 

 

ข้อดีของการมีเทรนเนอร์ประกบที่นี่ คือการช่วยให้เราโฟกัสกล้ามเนื้อได้ถูกจุดกว่าเดิมมาก บางท่าเราคิดว่าทำถูกต้องแล้ว แต่พอเทรนเนอร์เข้ามาช่วยปรับมุมกระดูก จัดฟอร์มนิดเดียว หรือบอกให้เกร็งเพิ่มอีกเล็กน้อย ความรู้สึกตอนกล้ามเนื้อทำงานคือต่างกันลิบลับ แถมยังมีคนคอยเซฟและคอยพุช (Push) ขีดจำกัดให้เราก้าวข้ามเซฟโซนไปในจุดที่ไม่คิดว่าตัวเองจะไหว ซึ่งถ้าเล่นเองคนเดียวอาจทำได้ยาก

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 21

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 22

 

หากใครที่อยากเน้นฝึกโปรแกรม Hybrid แบบเข้มข้นจัดเต็มตลอดหนึ่งชั่วโมง ที่นี่ก็มีดีไซน์โปรแกรมสำหรับสาย Hybrid โดยเฉพาะรองรับเช่นกัน เรียกว่าได้ปลดปล่อยพลังและท้าทายความแข็งแรงอย่างสาแก่ใจแน่นอน

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 23

 

Result

 

จากเดิมที่ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว การได้มาเจอ Process ที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบตั้งแต่นักกายภาพ เทรนเนอร์ ไปจนถึง AI สแกนฟอร์มวิ่ง ทำให้เราได้รู้จักร่างกายตัวเองในมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อน และช่วยให้วางแผนพัฒนาตัวเองได้ถูกจุดทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 24

 

Good For

 

Warrix Run Hub เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยิมสาย Performance ที่ตอบโจทย์มากสำหรับใครที่อยากเทรนแบบเข้มข้น ได้ความเป็นส่วนตัว และเซฟร่างกายไปพร้อมๆ กันผ่านการตรวจเช็กเชิงลึกเพื่อป้องกันโอกาสเจ็บในระยะยาว

 

ที่สำคัญคือที่นี่รองรับคนได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่คนทำงานที่อยากฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ไปจนถึงคนที่ต้องการดูแลรูปร่างและสุขภาพแบบจริงจัง

 


Open: ทุกวัน 8.00-21.00 น.

Address: ชั้น G, Queen Sirikit National Convention Center

Tel: 08 3031 7742

Budget:

  • Physiotherapy (ตรวจร่างกายเบื้องต้น): 700 บาท/ 30 นาที
  • Performance Training: เริ่มต้นที่ 1,800 บาท/ 60 นาที
  • Hybrid Training: เริ่มต้นที่ 2,000 บาท/ 60 นาที
  • Motion Metrix 3,500 บาท/ 60 นาที

Facebook: https://www.facebook.com/warrixhealth/?locale=th_TH

Instagram: https://www.instagram.com/warrixhealth/

Map: https://maps.app.goo.gl/dMMx7yvoghLat83N9

The post ‘Warrix Run Hub’ ยิมสาย Hybrid ที่รวมกายภาพบำบัดและ AI วิเคราะห์วิ่งไว้ในที่เดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Barre Movement ศาสตร์แห่งความแข็งแรง ความนิ่ง และความสง่างามสู่ Longevity https://thestandard.co/life/barre-movement-longevity/ Fri, 12 Jun 2026 04:47:06 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1217489 ภาพผู้หญิงกำลังออกกำลังกาย Barre Movement ที่ผสมผสานบัลเลต์ โยคะ และพิลาทิส

ถ้าเบื่อกับการวิ่งสายพานจนหอบแฮ่กหรือการยกเวตหนักๆ จนร่ […]

The post Barre Movement ศาสตร์แห่งความแข็งแรง ความนิ่ง และความสง่างามสู่ Longevity appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้หญิงกำลังออกกำลังกาย Barre Movement ที่ผสมผสานบัลเลต์ โยคะ และพิลาทิส

ถ้าเบื่อกับการวิ่งสายพานจนหอบแฮ่กหรือการยกเวตหนักๆ จนร่างกายตึงเครียด ลองเปลี่ยนมาปรับสมดุลกับ Barre Movement ศาสตร์การออกกำลังกายที่ผสมผสานทั้งบัลเลต์ โยคะ พิลาทิส และบอดี้เวตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ช่วยจัดระเบียบรูปร่างและเหลาหุ่นให้ลีนสวยโดยไม่ต้องใช้น้ำหนักเยอะ แต่ใช้ร่างกายในท่วงท่าที่สง่างาม แต่ยังให้ฟีลเบิร์นแบบรู้สึกได้ถึงทุกมัดกล้าม

 

 

ภาพผู้หญิงกำลังออกกำลังกาย Barre Movement ที่ผสมผสานบัลเลต์ โยคะ และพิลาทิส 1

 

เบื้องหลังท่วงท่าที่พลิ้วไหวแต่สตรอง

 

หากคิดว่าต้องเต้นบัลเลต์เป็นก่อนถึงจะเล่นบาร์ได้ บอกเลยว่าคิดผิด เพราะจริงๆ แล้ว Barre Movement เป็นการหยิบเอา Ballet Conditioning หรือท่าที่นักเต้นใช้เตรียมความพร้อมร่างกาย โดยมีราวบาร์ (Barre) เป็นอุปกรณ์หลักมาดีไซน์ใหม่ให้เข้ากับทุกคน ก่อนค่อยๆ พัฒนาเป็นคลาสออกกำลังกายร่วมสมัยที่ผสมผสานอุปกรณ์หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลูกบอล ดัมเบลน้ำหนักเบา หรือ Resistance Band เพื่อช่วยเพิ่มแรงต้าน สร้างความท้าทาย และทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้ลึกขึ้นในแต่ละท่วงท่า

 

คีย์หลักของบาร์จึงเป็นการเคลื่อนไหวอย่างมีสติที่ให้ความสำคัญกับ Posture & Alignment หรือการจัดแนวร่างกายให้ถูกต้องในทุกท่วงท่า จัดระเบียบข้อต่อ ควบคุมมูฟเมนต์จากภายในให้มีความต่อเนื่อง นุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อ และที่สำคัญคือการฟังเสียงร่างกายผ่านการจดจ่ออยู่กับท่วงท่าและลมหายใจในทุกวินาที ช่วยให้รู้ตัวตลอดเวลาว่ากล้ามเนื้อมัดไหนกำลังทำงานอยู่

 

Barre Movement ผลลัพธ์ที่มากกว่าหุ่นดี

 

แม้ท่วงท่าอาจจะดูนิ่งกว่าการออกกำลังกายรูปแบบอื่น แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทรงพลังกว่าที่คิด เพราะ Barre Movement ไม่ได้ให้แค่ความเฟิร์มภายนอก แต่เป็นศาสตร์ที่ช่วยดูแลสุขภาพองค์รวมทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน

 

  • ร่างฟิต เฟิร์ม ลีน

 

เทคนิคการเกร็งค้างหรือการขยับสั้นๆ (Pulse) ทำให้กล้ามเนื้อส่วนลึกและแกนกลางลำตัวทำงานจนตึงกระชับ ช่วยเพิ่มความทนทานให้กล้ามเนื้อ แถมปลอดภัยต่อข้อต่อและหัวเข่าเพราะไม่มีแรงกระแทก

 

  • ปรับบุคลิกภาพให้สง่างาม

 

การจัดระเบียบสรีระตอนฝึกจะช่วยแก้ปัญหาหลังค่อม ไหล่ห่อ จากอาการออฟฟิศซินโดรม อีกทั้งปรับบาลานซ์โครงสร้างร่างกายให้ท่วงท่าการยืน เดิน นั่ง ในชีวิตประจำวันดูสง่าขึ้น

 

  • รีเซ็ตสมองด้วยความนิ่งสงบ

 

การฝึกที่ต้องใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับท่วงท่าและลมหายใจ จะช่วยลดฮอร์โมนความเครียดไปในตัวราวกับการได้ฝึกสมาธิ สลัดความวุ่นวายในหัวผ่านการเคลื่อนไหว

 

สรุปได้ว่า Barre Movement เป็นอีกรูปแบบการออกกำลังกายที่ตอบโจทย์การดูแลตัวเองระยะยาว ช่วยลดแรงกระแทกที่ทำร้ายข้อต่อ พร้อมฝึกจิตใจให้สงบ ได้ครบทั้งความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และสมดุลภายใน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นหัวใจสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพ (Longevity)

 

และเพราะเราเชื่อว่าสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการออกแบบชีวิตอย่างยั่งยืน THE STANDARD LIFE x AP จึงอยากชวนคุณมาปรับสมดุลร่างกายและจิตใจที่งาน Longevity Curated Presented by The Standard Life x AP – The Architecture of Balance: The Balance between Strength and Serenity ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องสมุด เนียลสัน เฮส์

 

ภาพผู้หญิงกำลังออกกำลังกาย Barre Movement ที่ผสมผสานบัลเลต์ โยคะ และพิลาทิส 2

 

ที่มัดรวม Barre Movement โดย Juju (Juyoung Yoon) ครูพิลาทิสชาวเกาหลี พร้อมปล่อยให้ร่างกายได้พักกับเสียง Live DJ ของ DJ rhunrun ในซาวด์พิเศษ ‘Lofi Neoclassical’ ที่หยิบดนตรีคลาสสิกมาหลอมรวมกับดนตรี Lo-Fi ก่อนจะพาจิตใจเข้าสู่ความสงบกับ Breathwork with Handpan โดย Ruk Handpan ปิดท้ายด้วยเซสชัน Longevity Dialogue with Mariage Frères Tea Experience ให้คุณเติมความชื่นใจหลังออกกำลังกายกับชา Cold-Brew สูตรพิเศษที่มีให้เลือกตามอารมณ์และความต้องการ

 

ลงทะเบียนได้ทาง: https://forms.gle/vy9A554izmunaVGr9

The post Barre Movement ศาสตร์แห่งความแข็งแรง ความนิ่ง และความสง่างามสู่ Longevity appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตรียมพร้อมสู่ HYROX กับโค้ชโค้ก แชมป์ประเทศไทยที่ Engine Lab https://thestandard.co/life/hyrox-training-coach-coke-engine-lab/ Mon, 08 Jun 2026 05:29:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1215757 โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab

อีกสองเดือนเศษก็จะถึงวาระของ HYROX การแข่งขันที่เหล่าสา […]

The post เตรียมพร้อมสู่ HYROX กับโค้ชโค้ก แชมป์ประเทศไทยที่ Engine Lab appeared first on THE STANDARD.

]]>
โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab

อีกสองเดือนเศษก็จะถึงวาระของ HYROX การแข่งขันที่เหล่าสายฟิตเต็มใจควักเงินมาทรมานตัวเองกันแล้ว! ใครที่เป็นมือใหม่ป้ายแดง แต่อาจยังไม่มั่นใจในพละกำลัง หรือยังกังวลเรื่องฟอร์มท่าที่ถูกต้องและเซฟ ลองแวะมาปรับพื้นฐานให้แน่นปึ๊ก พร้อมเก็บเทคนิคแบบเน้นๆ กับคลาส HYROX Foundation ที่ Engine Lab เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่ยิมสำหรับฝึกซ้อม แต่คุณจะได้เทรนแบบใกล้ชิดกับ ‘โค้ชโค้ก’ แชมป์อันดับ 1 และ Brand Ambassador ของ HYROX Thailand ตัวจริง!

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 1โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 2

 

What is it?

 

Engine Lab เป็นยิมใหม่ย่านสาทรในสไตล์ Performance-Based ที่ถูกออกแบบให้เป็น ‘ห้องแล็บ’ สำหรับปรับจูนร่างกายและจิตใจให้สตรองพร้อมลุย เรียกว่าเป็นที่ที่เราจะได้ มา Re-engine ศักยภาพในตัวเองออกมาให้ถึงขีดสุด

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 3โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 4

 

สำหรับใครที่เล็งสนามแข่งไว้ คลาส HYROX Foundation ของที่นี่คือจุดเริ่มต้นที่ตอบโจทย์มาก เพราะตัวคลาสจัดเต็มตั้งแต่พื้นฐาน ทั้งการจัดฟอร์มและเทคนิคที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความทนทาน (Endurance) ลดโอกาสบาดเจ็บ และปูรากฐานให้แน่นที่สุดก่อนลงสนามจริง  

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 5โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 6

 

ที่สำคัญคือ Facility ของยิมยังครบครันและเอื้อให้เราได้ฝึกซ้อมอย่างเต็มรูปแบบด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 7โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 8

 

Try

 

เริ่มแรกโค้ชโค้กให้เรา Warm up กันเล็กน้อย ก่อนจะเลือกคาร์ดิโอกับสเตชันที่ตัวเองชอบ (ต่อให้ไม่มีที่ชอบก็ต้องทำอยู่ดี) 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 9โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 10โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 11

 

หลังจากได้เหงื่อกันไปบ้างแล้ว ก็ถึงเวลาของ 8 สเตชันที่เรารอคอย ท่าที่เราจะได้ฝึกวันนี้ไม่ใช่การจำลอง HYROX ทั้งหมด แต่เป็นการผสมผสานท่า Strength Training พื้นฐานที่จำเป็นในการเพิ่มความอึดและการใช้พละกำลัง 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 12

 

Challenge ของวันนี้คือ Workout Session 40 นาทีเต็ม โดยจะแบ่งเป็นสเตชันละ 2 นาที และพักหายใจ 30 วินาที

 

ปลดล็อกสเตชันแรกด้วย Run (@RPE 8) การวิ่งในระดับความเหนื่อยที่เริ่มหอบแต่ยังคงควบคุมลมหายใจให้ไปต่อได้ หรือใช้กำลังประมาณ 80% ของทั้งหมด 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 13

 

การวิ่งถือเป็นหัวใจสำคัญและเป็นตัวตัดสินเกมของ HYROX เลยก็ว่าได้ หากคุณคุมจังหวะการวิ่งได้ดีก็เท่ากับมีชัยไปกว่าครึ่งแล้วในสนามนี้

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 14

 

เขยิบมา Arms Only Sled Pull หรือการลากเลื่อนด้วยเชือก ซึ่งโจทย์ที่โค้ชโค้กให้คือ การล็อกแกนกลางลำตัวให้แน่น แล้วใช้เฉพาะแรงแขนในการดึงเท่านั้นเพื่อฝึกความแข็งแกร่งของท่อนบนแบบเน้นๆ ถือเป็นการเช็กระดับความฟิตของ Core และ Upper ได้เป็นอย่างดี 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 15

 

ส่วนเรื่องน้ำหนักไม่ต้องกังวลไป เพราะโค้ชจะมีช้อยส์ให้เลือกตั้งแต่น้ำหนักที่เบากว่าเกณฑ์แข่งขันจริงสำหรับมือใหม่ หรือถ้าใครฟิตจัดอยากจะเทสต์ระบบเดียวกับวันแข่งก็ย่อมได้

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 16

 

และเพื่อให้การ ‘ดึง’ ทรงพลังขึ้น รวมถึง ‘แบก’ น้ำหนักได้อึดขึ้น การฝึกกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรงจึงเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม สเตชันถัดมาเราจึงมาลุยกันต่อที่ท่า Dumbbell Bent Over Rows ที่จะช่วยสร้างแผ่นหลังให้แกร่งพอที่จะซัพพอร์ตเราไปจนจบการแข่งขัน

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 17

 

หันไปข้างๆ จะเห็นเพื่อนๆ เดินสวนสนามกันในท่า Kettlebell Farmer’s Carry ท่านี้ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องการฝึกความมั่นคงของแกนกลางลำตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นท่าที่ช่วยให้เราฝึก Grip Strength ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งปัจจุบัน Grip Strength ถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของดัชนีความอายุยืน (Longevity) อีกด้วย 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 18โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 19

 

ลุยกันต่อที่ RowErg (@RPE 8) สเตชันกรรเชียงบก โดยรอบนี้โค้ชโค้กใส่เงื่อนไขสุดท้าทายเพิ่มเข้ามา ด้วยการบังคับให้ควบคุมความเร็ว Strokes Per Minute ให้ต่ำกว่า 35 ครั้งต่อนาที 

 

โจทย์นี้ทำเพื่อบีบให้เราต้องฝึกระเบิดพลังด้วยการออกแรงถีบขาและดึงแขนในแต่ละครั้งให้หนักหน่วงขึ้น ควบคู่ไปกับการฝึกคุมจังหวะตัวเอง (Pacing) เพื่อไม่ให้เร่งความเร็วจนหลุดโฟกัส หรือกินแรงจนเกินไป

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 20โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 21โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 22โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 23

 

มาถึงสเตชันที่ไม่คิดว่าจะเจออย่าง Arm Push Up ที่รอบนี้โค้ชโค้กคุมเข้ม บังคับให้อกต้องลงไปแตะพื้นทุกครั้งเพื่อสร้างฐานกำลังท่อนบนให้แข็งแรง และเตรียมความพร้อมล่วงหน้าสำหรับสเตชันปราบเซียนอย่าง Burpee Broad Jumps  

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 24โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 25

 

จากนั้นมาบริหารช่วงล่างกันบ้างกับ Kettlebell Goblet Squats  ท่านี้จะช่วยเค้นและสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อขา หน้าขา และสะโพก ทำงานร่วมกันได้อย่างทรงพลัง ซึ่งเป็นอีกพื้นฐานสำคัญสำหรับสเตชันสุดท้ายอย่าง Wall Ball

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 26โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 27

 

ด่านวัดใจที่เหล่าผู้เข้าแข่งขันในสนามจริงต้องกัดฟันสู้เฮือกสุดท้าย หลักการคือการส่งแรงจากล่างสู่บนด้วยการสควอทแล้วระเบิดพลังโยนบอลอัดกำแพง 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 28

 

สเตชันนี้คือบททดสอบขั้นสุดในการโฟกัสลมหายใจและควบคุมจิตใจ ในภาวะที่ร่างกายล้าจนแทบจะสิ้นใจของแท้

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 29

 

Result

 

มองเห็นชะตากรรมตัวเองก่อนแข่งจริง! การเหนื่อย หอบ แทบสิ้นใจในคลาสนี้เหมือนเป็นการเตือนสติให้รู้ซึ้งว่า สนามจริงต้องเจอกับอะไร และต้องเตรียมตัววางแผนรับมืออย่างไรบ้าง หากไม่อยากขิตกลางคัน

 

ข้อดีคือมันช่วยให้เราเห็นจุดเด่นที่ทำได้ดีอยู่แล้ว และรู้ชัดเจนเลยว่ามีตรงไหนที่ต้องกลับไปซ้อมเพิ่มเติม

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 30

 

Good for

 

HYROX Foundation คือคลาสที่เราค่อนข้างแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจกีฬานี้ รวมถึงคนที่ชอบการฝึกสาย Hybrid เพราะโปรแกรมออกแบบมาให้ได้ฝึกอย่างรอบด้าน และไฮไลต์สำคัญคือความครบครันของยิม ที่มีอุปกรณ์มาตรฐานเหมือนในสนามแข่ง Official ช่วยให้เราได้ฝึกจนคุ้นมือ และเพิ่มความมั่นใจก่อนลงแข่งจริงได้อย่างแน่นอน

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 31

 

Engine Lab

Open: จันทร์-พฤหัส 6.30-21.00 น., ศุกร์-อาทิตย์ 7.00-18.00 น.

Address: ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 3 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ

Budget: 600-650 บาท ต่อคลาส 

Instagram: https://www.instagram.com/enginelab.bkk/ 

 

 

 

The post เตรียมพร้อมสู่ HYROX กับโค้ชโค้ก แชมป์ประเทศไทยที่ Engine Lab appeared first on THE STANDARD.

]]>
VATANIKA Equilibrium ทริปเวลเนสที่เชื่อว่าสุขภาพดีและรสนิยมรวมเป็นเรื่องเดียวกันได้ https://thestandard.co/life/vatanika-equilibrium-wellness-trip/ Tue, 02 Jun 2026 09:19:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1213914 ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

ทริปเวลเนสหรู ผสานสุขภาพและไลฟ์สไตล์ VATANIKA Equilibri […]

The post VATANIKA Equilibrium ทริปเวลเนสที่เชื่อว่าสุขภาพดีและรสนิยมรวมเป็นเรื่องเดียวกันได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

ทริปเวลเนสหรู ผสานสุขภาพและไลฟ์สไตล์ VATANIKA Equilibrium โปรเจกต์ใหม่ล่าสุดใหม่ของ แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ที่ก้าวขึ้นมารับบทบาท Experience Architect เพื่อออกแบบทริปรีทรีตให้แขกที่ได้รับเชิญเข้าถึงสุขภาพดีในแบบของตัวเอง โดยโปรเจกต์นี้ตั้งคำถามสำคัญท้าทายกรอบความคิดเดิมๆ ที่ว่า การดูแลตัวเองมักมาพร้อมความน่าเบื่อ เคร่งครัด และความสนุกที่มากเกินก็มักตามมาด้วยผลเสียต่อร่างกาย แต่ Equilibrium เชื่อมั่นว่าถ้าหากเรามีวินัย ความรื่นรมย์ และอายุที่ยืนยาว ก็สามารถหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ได้ สอดรับกับแนวคิดประจำทริปอย่าง

 

It’s not how you live your life, it’s how well you live your life.

 

วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้ง VATANIKA Equilibrium

 

เบื้องหลังโปรเจกต์นี้ได้รับแรงบันดาลใจที่ลึกซึ้งและอบอุ่น จากการที่คุณแพรได้ถอดรหัสการใช้ชีวิตของคุณยายวัย 86 ปี ผู้เปี่ยมด้วยพลังบวก สนุกกับการดื่มไวน์ในมื้ออาหาร ขยับตัวเต้นรำทุกครั้งเมื่อได้ยินเพลงโปรด ทว่ากลับมีผลลัพธ์สุขภาพที่แข็งแรงอย่างน่าอัศจรรย์ อินไซต์ข้อนี้เองที่จุดประกายให้คุณแพรมองเห็นว่า ความสุขทางอารมณ์ คือกุญแจสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาว และการพาแขกคนพิเศษมาสัมผัสบรรยากาศนี้ร่วมกัน ก็ยิ่งตอกย้ำภาพความหรูหราตามในแบบฉบับของคุณแพร คือการได้สนุกกับชีวิตไปพร้อมๆ กับการรักตัวเองอย่างถูกวิธี

 

ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 1ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 2ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 3ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 4

 

The Experience

 

ตลอดทั้งทริปนี้ กิจวัตรประจำวันของแต่ละบุคคลถูกออกแบบมาเพื่อปรนนิบัติผู้มาเยือนอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ผสานศาสตร์แห่งความผ่อนคลายและเทคโนโลยีการฟื้นฟูเข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ

 

ทันทีที่เดินทางมาถึง ทริปนี้พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยการปลดล็อกความเหนื่อยล้าสะสมด้วยศาสตร์แห่งความสงบ ผ่านกิจกรรม Sound Healing จากคริสตัลโบว์ลมาช่วยบำบัด ต่อด้วยกิจกรรมเวิร์กชอปปรุงเครื่องหอมเฉพาะบุคคลเพื่อสร้างกลิ่นบำบัดเฉพาะตัว การนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และปิดท้ายด้วยการดริปวิตามินเพื่อรีเซตร่างกายและเติมพลังงานจากภายในสู่ภายนอก

 

ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 5ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 6ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 7ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 8

 

หลังจากปรับสมดุลกายใจเรียบร้อยแล้ว ในช่วงค่ำจะเป็นเวลาของ Welcome Dinner มื้อพิเศษในรูปแบบ Long Table ที่ชวนดื่มด่ำอาหารรสเลิศและเครื่องดื่มรสดี เคล้าคลอไปกับเสียงดนตรีท่ามกลางบรรยากาศบนลายัน เรสซิเดนซ์ พร้อมเต็มอิ่มกับการแสดง Live entertainment ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มค่ำคืนแรกได้อย่างน่าประทับใจ ก่อนจะส่งทุกคนเข้านอนเพื่อพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม

 

ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 9ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 10

 

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ด้วยโปรแกรมการดูแลสุขภาพกายและใจแบบเฉพาะบุคคล ยกระดับการฟื้นฟูสู่วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่แม่นยำผ่านศูนย์เวลเนสอย่าง Layan Life by Anantara ซึ่งที่นี่เป็นศูนย์เวลเนสแบบจริงจังที่ค่อนข้างครบครันมาก ทั้งเรื่องเครื่องมือ โปรแกรม และทีมผู้เชี่ยวชาญ แต่ทลายกรอบความยุ่งยากเพราะทุกคนไม่จำเป็นต้องใช้เวลาที่นี่นานๆ ใครมีเวลาแค่ไหนก็เลือกทำแค่นั้น หรืออยากแวะมาทำทรีตเมนต์สั้นๆ แล้วออกไปเที่ยวต่อก็ไม่มีปัญหา โดยมีทีมแพทย์คอยดูแลเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การตรวจวิเคราะห์สภาพผิวหน้าอย่างเจาะลึก การเข้าเครื่องบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (Hyperbaric Chamber) และการลงแช่ในบ่อน้ำร้อน น้ำเย็นบำบัดเพื่อคลายกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี

 

ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 11ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 12ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 13ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 14ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 15

 

เมื่อเข้าสู่ช่วงบ่าย เราก็ได้ล่องเรือยอชต์ลำหรูจาก Noah Yacht Club ที่ถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่ออกกำลังกายลอยน้ำ ท่ามกลางอุปกรณ์จาก Technogym ให้แขกได้ยืดเหยียด เล่นพิลาทิส และรับลมทะเล แถมบนเรือยังมีการเสริมความเปล่งปลั่งภายนอกให้สมบูรณ์แบบด้วยโปรแกรมดูแลผิวระดับซูเปอร์พรีเมียมจาก Clé De Peau Beauté อีกด้วย

 

และเราก็กลับมาปิดท้ายวันอย่างสวยงามด้วยการกลับมา Beach Dinner ดินเนอร์ริมชายหาดที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง และเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของแขกในทริป

 

ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 16ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 17ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 18ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 19ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 20ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 21

 

The Vibe

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บรรยากาศของสถานที่ก็มีผลอย่างยิ่ง ซึ่งสถานที่สำหรับทริปนี้คือ อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท (Anantara Layan Phuket Resort) พิกัดพักผ่อนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ตัวรีสอร์ตโอบล้อมด้วยบรรยากาศอันร่มรื่นของต้นไม้สีเขียวขจี ซึ่งเอื้อต่อการจัดทริปในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง ในส่วนของสเปซการพักผ่อน ที่นี่ก็รองรับความเป็นส่วนตัวด้วยสัดส่วนห้องพักที่ออกแบบมาได้ลงตัว

 

นอกจากมุมสงบสำหรับการผ่อนคลายแล้ว ภายในรีสอร์ตยังมีกิจกรรมสำหรับสายแอกทีฟ ที่รองรับแฟซิลิตีไว้ครบครัน ตั้งแต่สนามเทนนิส เวทีมวยไทย หน้าผาจำลองสำหรับท้าทายการปีนผา กิจกรรมยิงธนู และซิปไลน์สุดตื่นเต้น ไปจนถึงกิจกรรมทางน้ำที่สนุกสนานอย่างการพายเรือคายัก แพดเดิลบอร์ด และวินด์เซิร์ฟ ทำให้บรรยากาศโดยรวมของทริปไม่ได้ชวนให้ผู้คนหยุดนิ่งอยู่กับการพักผ่อนเพียงอย่างเดียว แต่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เลือกกิจกรรมของตัวเอง จะใช้เวลาสงบๆ กับธรรมชาติ หรือออกไปสนุกกับกิจกรรมที่ชอบก็ได้เช่นกัน

 

ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 22ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 23ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 24ภาพบรรยากาศทริปเวลเนส VATANIKA Equilibrium ที่ปรนนิบัติสุขภาพพร้อมไลฟ์สไตล์หรู โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา 25

 

แม้ว่าทริปในครั้งนี้จะเป็นความเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับแขกคนสำคัญโดยเฉพาะ ทว่าในมุมมองของเรา การมีสุขภาพที่ดีและการใช้ชีวิตอย่างมีรสนิยมอาจไม่ใช่สองเป้าหมายที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หากแต่เป็นสององค์ประกอบที่สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างงดงาม เช่นเดียวกับทุกช่วงเวลาที่เกิดขึ้นใน VATANIKA Equilibrium ทริปที่ไม่ได้ชวนให้แขกหลีกหนีจากความสุขของชีวิต แต่ชวนให้กลับมาค้นหาวิธีใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ พร้อมดูแลตัวเองให้ดีไปพร้อมกัน

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจเพื่อนำไปจัดสรรสัดส่วนความบาลานซ์ให้กับชีวิตในเวอร์ชันของตัวเอง สามารถแวะไปร่วมอัปเดตมุมมอง สไตล์ และวิสัยทัศน์เพิ่มเติมต่อได้ที่โซเชียลมีเดียของ

 

ภาพ: VATANIKA Equilibrium, The Standard Life

The post VATANIKA Equilibrium ทริปเวลเนสที่เชื่อว่าสุขภาพดีและรสนิยมรวมเป็นเรื่องเดียวกันได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Pickleball Courts คัดมาให้แล้ว 17 สนามทั่วกรุงฯ สำหรับพี่นักหวดทั้งหลาย https://thestandard.co/pickleball-courts-bangkok-list/ Sat, 30 May 2026 09:14:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1212812 ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย

ถ้าลองสังเกตดูช่วงนี้ นอกจากเราจะเห็นพี่ๆ นักวิ่งตามรัน […]

The post Pickleball Courts คัดมาให้แล้ว 17 สนามทั่วกรุงฯ สำหรับพี่นักหวดทั้งหลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย

ถ้าลองสังเกตดูช่วงนี้ นอกจากเราจะเห็นพี่ๆ นักวิ่งตามรันคลับและตามสวนสาธารณะแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่เราเห็นคนเริ่มให้ความสนใจและมีคอมมูนิตี้ที่หนาแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก็คือพวกกีฬาประเภทแร็กเกต โดยเฉพาะ Pickleball ที่กลายเป็นขวัญใจคนเมืองอย่างรวดเร็ว ด้วยกติกาที่ไม่ซับซ้อนเกินไปและได้เหงื่อแบบสะใจแต่ไม่หนักจนเข่าพัง ทำให้ไม่ว่าใครก็ลุกขึ้นมาจอยได้ง่ายๆ

 

ตีพิกเคิลบอลที่ไหนดี? คำถามของใครหลายคนที่กำลังมองหาสนาม นี่คือลิสต์ที่ทาง LIFE คัดสรรมาให้แบบครบถ้วน ทั้งในแง่ของสถานที่และงบประมาณไว้

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 1

 

1. Pickleball Court สวนเบญจกิตติ

 

ถ้าพูดถึงพิกัดยอดฮิตและเข้าหวดลูกได้ฟรี ก็คงหนีไม่พ้นสนามที่ สวนเบญจกิตติ เพราะที่นี่คือจุดนัดพบของคอมมูนิตี้สายแอ็กทีฟใจกลางเมือง ด้วยบรรยากาศสนามเอาต์ดอร์ที่ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียวและทางวิ่งลอยฟ้า ทำให้การหวดลูกที่นี่ได้ฟีลลิ่งที่สดชื่นและมีชีวิตชีวามาก ที่สำคัญคือเปิดให้ใช้งานได้ฟรี ภายใต้ระเบียบของศูนย์กีฬาเบญจกิตติ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากมาลองทำความรู้จักกับกีฬาชนิดนี้ หรือแม้แต่มือโปรที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากคอร์ตในร่มมาสัมผัสลมธรรมชาติและไวบ์ดีๆ ของกรุงเทพฯ ในช่วงเย็น

 

Address: ศูนย์กีฬาเบญจกิตติ

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 05.00-21.00 น.

Contact: ติดต่อสอบถาม ณ ศูนย์กีฬา

Booking: จองสนามผ่านเว็บไซต์ CSTD Smart Member

Budget: ฟรี (สมัครสมาชิกรายปีตามระเบียบของ กทม.)

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 2

 

2. Charcoal Court

 

พิกัดเปิดใหม่ย่านราชพฤกษ์ Charcoal Court – Tennis Club ที่อยู่ด้านหลังเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ สร้างความต่างด้วยการคุมโทนสนามสีชาโคลมอบไวบ์ที่เรียบหรู ดุดันสำหรับแก๊งพิกเคิลบอล ที่นี่มีสนามแบบกลางแจ้งให้บริการทั้งหมด 2 คอร์ตหลัก (สนาม 4 และสนาม 5) ล้อมรอบด้วยธรรมชาติและการถ่ายเทอากาศ ในช่วงกลางคืนจะสว่างไสวด้วยระบบไฟ Premium Floodlights ที่ส่องสว่างทั่วคอร์ตอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้จับจังหวะลูกได้แม่นยำไม่มีพลาด นอกจากนี้หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ทางสนามก็มีนโยบายยืดหยุ่นให้สามารถเลื่อนเวลาการจองได้ด้วย ใครที่ไม่มีอุปกรณ์ติดตัวมาก็สามารถเช่าไม้แร็กเกตเพิ่มได้ เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมาเรียกเหงื่อในสเปซที่ดีไซน์เท่ไม่ซ้ำใคร

 

Address: หลัง Central Westville ย่านพระราม 5 – ราชพฤกษ์

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06.00-00.00 น.

Contact: Charcoal Court – Tennis Club

Budget: ราคาตามช่วงเวลา

▪ ช่วงเวลา Off-Peak (06.00-18.00 น.) ราคา 250 บาท / ชั่วโมง

▪ ช่วงเวลา Peak Hours (18.00-00.00 น.) ราคา 350 บาท / ชั่วโมง

(ค่าเช่าไม้พิกเคิลบอล 100 บาท / อัน ได้รับลูกพิกเคิลบอลฟรี 2 ลูก)

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 3

 

3. Trend T Society

 

สำหรับใครที่อยู่โซนราชพฤกษ์-นนทบุรี แล้วกำลังมองหาคอมมูนิตี้ Pickleball ดีๆ สักที่ Trend T Society คือคำตอบที่ตรงจุดมากครับ เพราะที่นี่เขาจัดเต็มด้วยสนาม Indoor ถึง 4 สนาม ทำให้ในวันที่ฝนตกเราก็ยังพุ่งตัวมาหวดลูกได้เป็นปกติแบบไม่ต้องกลัวนัดล่ม ความเก๋คือเขามีห้องรับรองและห้องน้ำที่มีห้องอาบน้ำติดแอร์ไว้คอยบริการแบบฉ่ำๆ แถมยังมีร้านค้าที่รวมอุปกรณ์แบรนด์ชั้นนำไว้ให้เลือกช้อปกันด้วย ส่วนใครที่ไม่ได้ลงสนามหรือพาเพื่อนมาเชียร์ ที่นี่มีโซนโต๊ะเคาน์เตอร์บาร์บนชั้น Walk way ให้ได้นั่งชิลดูบรรยากาศสนามจากมุมสูงได้แบบเพลินๆ เลยครับ แนะนำนิดนึงว่าก่อนจะแบกไม้ไปให้โทรไปจองคิวล่วงหน้าสักหน่อยนะ เพราะที่นี่คิวค่อนข้างแน่นทีเดียว

 

Address: ธนานนท์ สปอร์ตคลับ ราชพฤกษ์ นนทบุรี
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

Contact: Trend T Society
Booking: 0909429456 หรือ Line OA: @trendt

Budget: ราคาเริ่มต้น 300 บาท / ชั่วโมง

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 4

 

4. Break Point Tennis Club

 

ขยับมาที่โซนตลิ่งชันใกล้กับเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ กันบ้างกับ Break Point Tennis Club สนามน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วแต่กลายเป็นพิกัดโปรดของหลายคน ด้วยความที่ที่นี่มีสนามแบบ Indoor ถึง 2 สนาม บรรยากาศโดยรอบสนามออกแบบมาให้มีความโปร่งและมีพื้นที่รอบสนามกว้างขวางทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดเวลาเล่น และที่ต้องยกนิ้วให้เลยคือการจัดการส่วนกลาง ทั้งห้องน้ำและห้องอาบน้ำที่สะอาดสะอ้าน ติดแอร์เย็นฉ่ำพร้อมมีไดร์เป่าผมไว้คอยบริการ

 

นอกจากนี้ยังมีบริการ Ice Bath สำหรับสายสปอร์ตที่อยากฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังจบเกม โดยลูกค้าเพียงแค่เตรียมชุดว่ายน้ำและผ้าเช็ดตัวมาเอง ก็สามารถเข้าใช้บริการห้องแช่น้ำรวม (จำกัดไม่เกิน 6 ท่านต่อชั่วโมง) ได้เลย เป็นอีกหนึ่งสนามที่ใส่ใจรายละเอียดเพื่อให้นักกีฬาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จริงๆ

 

Address: ตลิ่งชัน

Open: เปิดให้บริการทุกวัน 07.00-22.00 น.

Contact: Break Point BKK

Booking: 0909429456 หรือ Line OA: @trendt

Budget: ตามช่วงเวลา

▪ เวลา 07.00-16.00 น. ราคา 300 บาท / ชั่วโมง

▪ เวลา 17.00-22.00 น. ราคา 400 บาท / ชั่วโมง

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 5

 

5. Beat Discovery Thailand

 

ขยับมาที่ฝั่งสุขุมวิทตอนปลายแถวย่านปุณณวิถีกันบ้างกับหนึ่งพิกัดยอดฮิตของสายแร็กเกตที่มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและได้มาตรฐาน พื้นสนามของที่นี่ได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยมและมีพื้นที่กว้างขวาง ช่วยให้เราสามารถเคลื่อนไหวและจับจังหวะการตีได้อย่างเต็มที่ บรรยากาศโดยรวมมีความเป็นสปอร์ตคอมมูนิตี้ที่โมเดิร์นและเป็นกันเองมาก เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่ที่อยากมาลองทำความรู้จักกับกีฬา Pickleball และมือโปรที่ต้องการสนามคุณภาพเยี่ยมสำหรับซ้อมแมตช์จริงจัง แถมการเดินทางก็สะดวกสบายตอบโจทย์สุดๆ

 

Address: ถนนสุขุมวิท บางนาเหนือ (ย่านปุณณวิถี)

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00-22.00 น.

Contact: Beat Discovery Thailand

Budget: ราคา 350 บาท / ชั่วโมง

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 6

 

6. Pickleball Warehouse

 

ขยับมาเอาใจชาวโซนรังสิตกันบ้างกับ Pickleball Warehouse พิกัดสุดยิ่งใหญ่ย่านรังสิต ใกล้กับสนามบินดอนเมือง จัดเต็มด้วยสนาม Indoor มากถึง 12 คอร์ท บรรยากาศภายในกว้างขวาง โปร่งสบาย และที่สำคัญคือไม่ได้มีดีแค่สนาม เพราะเขาดีไซน์พื้นที่ให้ครบครันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุดๆ มีทั้งโซนคาเฟ่และร้านอาหารให้เติมพลังหลังจากหวดเสร็จ พร้อมห้องอาบน้ำให้ล้างตัวให้สดชื่น และมีที่จอดรถในร่มไว้คอยบริการแบบสะดวกสบาย ถือเป็นอีกหนึ่งสนามที่เหมาะกับการชวนเดอะแก๊งมายกคลาสเปิดแมตช์สนุกๆ กันได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำเลย

 

Address: พหลโยธิน 86 รังสิต (ใกล้สนามบินดอนเมือง)

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-21.00 น.

Contact: Pickleball Warehouse

Budget: 400 บาท / ชั่วโมง

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 7

 

7. Club 46 Pickleball Courts

 

อีกหนึ่งพิกัดยอดฮิตของชาวอ่อนนุชที่ Club 46 Pickleball Courts ในซอยอ่อนนุช 46 ครับ ที่นี่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยตัวสนามดีไซน์โทนสีชมพูตัดกับสีฟ้าอย่างลงตัว ภายใต้คอนเซปต์ชิคๆ อย่าง SERVE SMASH SOCIALIZE เขาจัดเต็มด้วยสนามในร่มถึง 5 คอร์ต ที่เลือกใช้พื้นสนามระบบ Laykold Floor System ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับเดียวกับที่ใช้ในแมตช์ระดับโลกอย่าง US Open และ PPA Tour Standard มั่นใจได้เลยว่าจังหวะการสปริงตัวและการกระดอนของลูกนั้นเนี้ยบกริบ แถมยังเปิดให้บริการยาวๆ ไปจนถึงเที่ยงคืน บรรยากาศภายในตกแต่งได้ชิค มีโซนที่นั่งพักผ่อนใต้ร่มรับลมสบายๆ ให้ฟีลลิ่งที่เป็นกันเองและมีชีวิตชีวามาก ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดคุ้มค่าที่ไม่ควรพลาดสำหรับชาวอ่อนนุชและละแวกใกล้เคียง

 

Address: ซอยอ่อนนุช 46 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-00.00 น.

Contact: Club 46 Pickleball Courts

Budget: ราคา 400 บาท / ชั่วโมง

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 8

 

8. Backyard Pickleball

 

สนามย่านอุดมสุข 51 ที่หยิบเอาอินไซต์ของคนที่อยากออกกำลังกายแบบเป็นส่วนตัวมาตีโจทย์เป็นคอนเซปต์ Private like your backyard ตัวสนามทั้ง 4 คอร์ต กับบรรยากาศที่เรียบง่าย สบายตา และลดความตึงเครียดให้กลายเป็นพื้นที่แฮงเอาต์ของแก๊งเพื่อนสนิทที่อยากมาปล่อยพลังแบบไม่ต้องแย่งชิงพื้นที่กับใคร คีย์สำคัญคือความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ไม่วุ่นวาย แต่ยังคงได้มาตรฐานของสนามที่เอื้อให้หวดลูกได้อย่างสนุกสนาน แถมยังตัดปัญหาเรื่องการหาที่จอดรถด้วยการเตรียมพื้นที่จอดรถไว้รองรับอย่างสะดวกสบาย ใครที่กำลังมองหาเซฟโซนสำหรับวันพักผ่อนที่อยากได้เหงื่อแบบชิลๆ ที่นี่ตอบโจทย์ไวบ์นั้นได้อย่างดีทีเดียว

 

Address: ซอยอุดมสุข 51 (สุขุมวิท 103)

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-22.00 น.

Contact: Backyard Pickleball

Budget: ราคา 400 บาท / ชั่วโมง

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 9

 

9. Dink A Lot Pickleball Club

 

อีกหนึ่งสนามย่าน RCA ปักหมุดรอต้อนรับทุกคนอยู่บนชั้น 5 ของห้าง Bravo BKK (หรือ Show DC เดิม) ที่นี่นิยามตัวเองว่าเป็น Your Pickleball Home ซึ่งเขาลบภาพจำของการเล่นกีฬาที่ต้องทนลมทนแดดออกไปจนหมดสิ้น เหมาะสำหรับสายเฮลตี้คนเมืองที่ไม่ชอบความร้อน แต่อยากได้พื้นที่ขยับร่างกายแบบแอร์เย็นฉ่ำ เดินทางง่าย จอดรถสะดวก บรรยากาศภายในชมรมคึกคักไปด้วยผู้คนหลากหลายช่วงวัยที่พร้อมมาแชร์สปิริตนักกีฬาและทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ เป็นพิกัดสุดชิกที่ผสานไลฟ์สไตล์เข้ากับสปอร์ตคอมมิวนิตี

 

Address: ชั้น 5 ห้าง Bravo BKK

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00-22.00 น.

Contact: Dink A Lot Pickleball Club

Budget: ราคา 400 บาท / ชั่วโมง

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 10

 

10. PlayBox Pickleball

 

เปลี่ยนฟีลมาเสพความเอ็กซ์คลูซิฟบนดาดฟ้าชั้น 11 ที่ PlayBox Pickleball บนตึก Sun Towers ย่านวิภาวดีรังสิต พิกัดนี้เขาหยิบเอาความสวยงามของซิตี้วิวมาเป็นฉากหลังในการหวดลูก ไฮไลต์ที่ใครมาก็ต้องตกหลุมรักคือช่วงเวลายามเย็น ที่แสงทไวไลต์จะตกลงมากระทบเงาตึกกระจก บอกเลยว่าแสงสวยมากและไวบ์ดีสุดๆ ที่สำคัญคือที่นี่มี 2 คอร์ตมาตรฐาน และเปิดให้บริการแบบนอนสตอปตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์มนุษย์ออฟฟิศและสายสังคมที่อยากมาจอยเกมพร้อมนั่งตากลมแฮงเอาต์ชมวิวเมืองในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว ใครอยากได้รูปคอนเทนต์เก๋ๆ พร้อมได้เหงื่อแบบฟินๆ ต้องรีบลิสต์ที่นี่ไว้ในบุ๊ก

 

Address: ชั้น 11 อาคาร Sun Towers ถนนวิภาวดีรังสิต (ตรงข้าม S-OASIS)

Open: เปิดให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

Contact: PlayBox Pickleball

Budget: ตามช่วงเวลา

▪ ราคาปกติ 400 บาท / ชั่วโมง

▪ ช่วงเวลา Peak Hour (18.00-22.00 น.) 500 บาท / ชั่วโมง

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 11

 

11. SP Pickleball Club

 

สนามของชาวสุขุมวิทตอนปลายอีกที่ SP Pickleball Club ระหว่างซอยอุดมสุข 22-24 ที่นี่นิยามตัวเองว่าเป็น Bangkok’s Pickleball Hub ที่พร้อมต้อนรับนักหวดทุกระดับด้วยการจัดเต็มสนามระดับมาตรฐานในร่มถึง 6 สนาม ทำให้การเล่นลื่นไหลต่อเนื่องแบบไม่ต้องง้อสภาพอากาศ แถมรอบๆ สนามยังออกแบบมาให้มีสเปซกว้างขวาง ดูโปร่งโล่ง และแฝงไปสไตล์สปอร์ตคอมมิวนิตีคนรุ่นใหม่ เหมาะมากสำหรับใครที่อยากมาบิลด์พลัง คลายเครียดหลังเลิกงาน หรือตั้งใจมาลงแมตช์ประลองฝีมือกับแก๊งเพื่อนเพื่ออัปสกิลขยับจังหวะการเล่นให้เนี้ยบขึ้น

 

Address: ระหว่างซอยอุดมสุข 22-24 (เข้าทาง SP วิลล่า อุดมสุข)

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00-22.00 น.
Contact: SP Pickleball Club

Budget: ราคา 450 บาท / ชั่วโมง

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 12

 

12. Asoke Sports Club

 

ยกให้เป็นตำแหน่งพรีเมียมสปอร์ตคลับใจกลางเมืองที่ครบจบในที่เดียวให้กับ Asoke Sports Club พิกัดสุดชิคกลางเมืองที่เปลี่ยนพื้นที่ดาดฟ้าให้กลายเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักการออกกำลังกายท่ามกลางวิวตึกสูงแบบพาโนรามา สำหรับชาวพิกเคิลบอลที่นี่ตอบโจทย์ได้สมบูรณ์แบบมาก เพราะเขาจัดสรรพื้นที่ไว้รองรับอย่างจุใจถึง 6 คอร์ท โดยแบ่งเป็นสนามในร่มติดแอร์ 4 คอร์ทสำหรับคนที่อยากโฟกัสกับการฝึกซ้อมหรือเล่นแมตช์จริงจังแบบสบายตัวตลอดทั้งวัน และสนามเอาต์ดอร์เปิดโล่งรับลมอีก 2 คอร์ท ที่ไวบ์ดีสุดๆ นอกจากนี้ยังมีบริการเปิดคลาสสอนสำหรับมือใหม่ที่อยากปูพื้นฐานเทคนิคอย่างถูกต้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม ทั้งห้องอาบน้ำ และบริการให้เช่าผ้าเช็ดตัวกับไม้แร็กเกตดีไซน์เฉพาะของคลับ เรียกว่าเป็นพิกัดที่ผสานความเฮลตี้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนเมือง

 

Address: ซอยสุขุมวิท 16 ตรงข้ามสวนเบญจกิติ

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-23.00 น.

Contact: Asoke Sports Club

Budget: ราคา 450 บาท / ชั่วโมง

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 13

 

13. RSC Ratchaphruek Sports Club

 

ช่วงนี้ถ้าถามถึงสปอร์ตคลับที่ไวบ์ดีและมาแรงที่สุดของฝั่งธนฯ ต้องยกให้ RSC Ratchaphruek Sports Club เส้นพรานนก-ตัดใหม่เลย ที่นี่คือพิกัดรวมตัวของสายไลฟ์สไตล์เอ็กซ์คลูซีฟอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะมีสนาม Pickleball คุณภาพเยี่ยมให้หวดกันสนุกๆ ถึง 3 สนามแล้ว ยังมีกีฬาฮิตระดับโลกอย่าง Padel ให้ได้ลองเล่น พร้อมทั้งเสิร์ฟบรรยากาศสุดตื่นเต้นด้วยเสียงเพลงจากดีเจที่มาช่วยบิวด์พลังให้เกมสนุกขึ้นไปอีกขั้น ไฮไลต์หลังจบแมตช์คือโซน Recover ที่จัดเต็มทั้งไอซ์บาธและ ซาวน่าให้ผู้เล่นได้ลงไปแช่ตัวฟื้นฟูกล้ามเนื้อแบบนักกีฬามืออาชีพ และที่น่ารักมากๆ คือที่นี่เป็นคอมมูนิตี้แบบ Pet Friendly ที่ต้อนรับน้องหมาน้องแมวให้มานั่งเชียร์ติดขอบสนามได้ด้วย ใครไม่มีอุปกรณ์ก็ไม่ต้องกังวลเพราะเขามีไม้แร็กเกตให้เช่าในราคาเพียง 50 บาท เป็นสถานที่ออกกำลังกายที่ครบเครื่องและชิคที่สุดในย่านราชพฤกษ์ตอนนี้เลย

 

Address: ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 (พรานนกตัดใหม่)

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00-00.00 น.

Contact: RSC Ratchaphruek Sports Club

Budget: ราคา 500 บาท / ชั่วโมง (ค่าเช่าไม้ 50 บาท)

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 14

 

14. SPIN PICKLEBALL CLUB

 

พิกัดใหม่แกะกล่องแบบสุดๆ กับ SPIN PICKLEBALL CLUB สนามเปิดใหม่ริมถนนพุทธมณฑลสาย 3 ที่พกพาความอลังการมาด้วยการเป็นอาณาจักรพิกเคิลบอลขนาดใหญ่ยักษ์ จัดเต็มสนามในร่มคุณภาพเยี่ยมมาให้หวดกันอย่างจุใจถึง 8 คอร์ท จุดเด่นที่เหล่านักหวดไปลองแล้วชมเป็นเสียงเดียวกันคือเรื่องพื้นสนามที่ทำออกมาได้ดีมาก เด้งสนุก ซับแรงกระแทกได้ดี และช่วยให้เกมลื่นไหลไม่มีสะดุด บรรยากาศภายในโปร่งโล่งสบายตามสไตล์สปอร์ตคลับโมเดิร์นรุ่นใหม่ แถมเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างที่จอดรถก็กว้างขวางรองรับแก๊งใหญ่ได้สบายๆ สำหรับใครที่ยังไม่มีอุปกรณ์ ที่นี่เขามีไม้ให้เช่าพร้อมแถมลูกให้ไปหวดกันได้ทันที (ค่าเช่าไม้ 100 บาท แถมฟรีลูกพิกเคิลบอล 1 ลูก) เป็นอีกหนึ่งพิกัดห้ามพลาดของสายแอ็กทีฟย่านบางแค-พุทธมณฑล ที่ควรค่าแก่การนัดเพื่อนไปเปิดแมตช์ทดสอบความเนี้ยบของสนามใหม่ในช่วงนี้เป็นอย่างยิ่ง

 

Address: ถนนพุทธมณฑลสาย 3

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00-22.00 น.

Contact: SPIN PICKLEBALL CLUB

Budget: ราคา 500 บาท / ชั่วโมง (โปรโมชันช่วงเปิดใหม่ เหลือเพียง 300 บาท / ชั่วโมง)

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 15

 

15. THE LOBB CLUB

 

ยกให้เป็นสปอร์ตและโซเชียลคลับที่สวยและถ่ายรูปสนุกที่สุดในตอนนี้สำหรับ THE LOBB CLUB ย่านสาธุประดิษฐ์ ที่นี่ฉีกกฎสนามกีฬารูปแบบเดิมๆ ด้วยงานดีไซน์ในโทนสีแดงอิฐ ส้ม และฟ้า ภายใต้คอนเซปต์ ‘Play, Balance, Belong’ ที่ตั้งใจสร้างคอมมูนิตี้ให้กีฬาและการใช้ชีวิตมาบรรจบกันอย่างลงตัว สำหรับสายแร็กเกตที่นี่มีบริการครบครันตั้งแต่วิถีใหม่อย่าง Indoor Pickleball 1 สนาม / Indoor Tennis Court 2 สนาม ไปจนถึงห้อง Tennis Simulator อีก 5 สนามสำหรับใครที่อยากซ้อมวงสวิงแบบส่วนตัว ไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาดคือ The Lobbar โซน All-day Dining ดีไซน์เก๋ที่พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่กาแฟสเปเชียลตียามเช้าไปจนถึงไวน์บาร์รสดีในช่วงค่ำ แถมมีโซนไอซ์บาธเพื่อการฟื้นฟูกล้ามเนื้อแบบครบสูตรด้วย ไม่ว่าจะตั้งใจมาหวดลูกแบบจริงจัง หรือแค่อยากหาพื้นที่นั่งทำงานชิลๆ เพื่อจุดไอเดียใหม่ๆ พร้อมแฮงเอาท์กับกลุ่มเพื่อนในไวบ์ที่เต็มไปด้วยสไตล์ ที่นี่ตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่ได้ดีไซน์จัดเต็มจริงๆ

 

Address: ซอยสาธุประดิษฐ์ 57 แยก 3

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00-23.00 น.

Contact: THE LOBB CLUB

Budget: ราคา 550 บาท / ชั่วโมง

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 16

 

16. Papaya Pickleball Club

 

สนามดีไซน์สวยอีกสนาม Papaya Pickleball Club ในซอยพัฒนาการ 44 กับคอนเซปต์ Thailand’s Premier Pickleball Experience ที่นี่จัดเต็มด้วยคอร์ทในร่มระดับพรีเมียมถึง 6 สนามที่มาพร้อมเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำทั่วบริเวณ ตัวสนามดีไซน์สวยงาม กว้างขวาง โปร่งสบาย และสะอาดสะอ้าน ไฮไลต์ที่หลายคนประทับใจคือการบริการและการดูแลระดับเอ็กซ์คลูซีฟ มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยสแตนด์บายให้คำแนะนำเรื่องกติกาและเทคนิคการเล่นอยู่ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับใครที่เป็นมือใหม่หรืออยากมาลองเล่นขำๆ แบบยังไม่อยากลงทุนซื้ออุปกรณ์ ทางคลับก็มีไม้แร็กเกตและลูกพิกเคิลบอลคุณภาพให้หยิบยืมใช้งานได้ฟรี แม้ราคาต่อชั่วโมงจะค่อนข้างสูง แต่เมื่อแลกกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่เนี้ยบกริบและไวบ์ความเป็นส่วนตัวขั้นสุดแล้ว ถือเป็นความคุ้มค่าที่สายสปอร์ตไลฟ์สไตล์ต้องมาสัมผัสสักครั้ง

 

Address: ซอยพัฒนาการ 44 แขวงสวนหลวง

Open: เปิดให้บริการทุกวัน

▪ วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 07.00-22.00 น.

▪ วันศุกร์-เสาร์ เวลา 07.00-00.00 น.

Contact: Papaya Pickleball Club

Budget: ตามช่วงเวลา

 

▪ วันจันทร์-ศุกร์ (เวลา 12.00-17.00 น.) ราคา 800 บาท / ชั่วโมง

▪ ราคาปกติช่วงเวลาอื่น / วันเสาร์-อาทิตย์ ราคา 1,000 บาท / ชั่วโมง

 

ภาพสนามพิคเคิลบอล พร้อมนักกีฬาที่กำลังเล่นและออกกำลังกาย 17

 

17. The Peninsula Bangkok

 

สัมผัสเกมการเล่นแร็กเกตควบคู่ไปกับความหรูหราระดับเวิลด์คลาสที่ The Peninsula Bangkok โรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่นำเทรนด์ด้วยการเปิดพื้นที่สนามแบบมาตรฐาน Professionally Maintained Courts รองรับกระแสความแรงของกีฬาแร็กเกตได้อย่างไร้ที่ติ ไฮไลต์ของที่นี่คือการเสิร์ฟประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟในไวบ์ที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะทั้งสำหรับผู้ที่อยากมาหวดลูกเล่นๆ สนุกสนานกับกลุ่มเพื่อน (จำกัดสูงสุด 4 ท่านต่อคอร์ท) หรือมือใหม่ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพราะเขามีบริการทั้ง Knocker Session สำหรับแมตช์ฝึกซ้อม และ Coaching Session โดยโค้ชของทางโรงแรมที่จะมาช่วยปรับเทคนิคและจัดระเบียบวงสวิงให้เนี้ยบขึ้นอย่างใกล้ชิด ความดีงามตามมาตรฐานเพนนินซูลาคือในแพ็กเกจจะรวมอุปกรณ์ไม้แร็กเกต ลูกพิกเคิลบอล พร้อมสิทธิ์เข้าใช้บริการห้องน้ำและห้องแต่งตัวของทางโรงแรมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ใครที่กำลังมองหาพิกัดออกกำลังกายที่ผสมผสานความลักชัวรีเข้ากับไลฟ์สไตล์ริมน้ำได้อย่างลงตัว ต้องไม่พลาดมาเช็กอินที่นี่

 

Address: โรงแรมเดอะ เพนนินซูลา กรุงเทพฯ

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00-21.00 น.

Contact: The Peninsula Bangkok

Budget: ราคาแล้วแต่เซสชัน

 

  • Court Rental: 1,200 บาท nett / ชั่วโมง (สูงสุด 4 ท่าน)
  • Knocker Session: เริ่มต้น 2,500-3,000 บาท nett / ชั่วโมง (สูงสุด 2 ท่าน)
  • Coaching Session: เริ่มต้น 3,000-3,500 บาท nett / ชั่วโมง (สูงสุด 2 ท่าน)

(ราคารวมอุปกรณ์และสิทธิ์ใช้ห้องอาบน้ำ/ห้องแต่งตัวแล้ว)

 

ภาพ: Courtesy of the Courts

The post Pickleball Courts คัดมาให้แล้ว 17 สนามทั่วกรุงฯ สำหรับพี่นักหวดทั้งหลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงเทพฯ กำลังจะมี Amotti! เตรียมเวิร์กเอาต์กับเจ้าตัวที่งาน lululemon TRAINING GROUND 18-19 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/life/amotti-lululemon-training-ground-bangkok/ Wed, 27 May 2026 11:03:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1211593 Amotti นักกีฬาครอสฟิตและแชมป์ Physical: 100 ซีซั่น 2 ร่วมกิจกรรม lululemon TRAINING GROUND

แฟนรายการ Physical: 100 เตรียมวอร์มร่างกาย​และหัวใจกันใ […]

The post กรุงเทพฯ กำลังจะมี Amotti! เตรียมเวิร์กเอาต์กับเจ้าตัวที่งาน lululemon TRAINING GROUND 18-19 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Amotti นักกีฬาครอสฟิตและแชมป์ Physical: 100 ซีซั่น 2 ร่วมกิจกรรม lululemon TRAINING GROUND

แฟนรายการ Physical: 100 เตรียมวอร์มร่างกาย​และหัวใจกันให้ดี เพราะ Amotti นักกีฬาครอสฟิตและแชมป์สุดแกร่งจากซีซั่น 2 เตรียมบุกกรุงเทพฯ เพื่อปลุกพลังอะดรีนาลีนในงาน lululemon TRAINING GROUND วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2569 ณ ชั้น 14 อาคาร EM TOWER, EMSPHERE

 

Amotti นักกีฬาครอสฟิตและแชมป์ Physical: 100 ซีซั่น 2 ร่วมกิจกรรม lululemon TRAINING GROUND 1

 

หลังสร้างกระแสมาแล้วที่สิงคโปร์ ครั้งนี้ lululemon TRAINING GROUND เตรียมยกประสบการณ์การเทรนนิ่งสุดเดือดมาให้สายฟิตได้ท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง ผ่านคลาสที่ออกแบบมาเพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของผู้เข้าร่วมออกมาแบบไม่มีลิมิต

 

Amotti นักกีฬาครอสฟิตและแชมป์ Physical: 100 ซีซั่น 2 ร่วมกิจกรรม lululemon TRAINING GROUND 2

 

นอกจาก Amotti แล้ว ภายในงานยังรวมตัวเหล่า lululemon Ambassadors และเทรนเนอร์ระดับท็อป ไม่ว่าจะเป็นโค้ชน้ำมนต์-พิชญุตม์ ทองกำเหนิด, Daniel Gardiner, Aoii, โค้ชแจง-สุกัญญา พอทเทิน, โค้ชกี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์, Mark Cleaver และ โค้ชภพ-ไตรภพ เหล่าอุดม มาร่วมสร้างประสบการณ์การเทรนนิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอด 2 วันเต็ม พร้อมเผยคอลเล็กชันใหม่ล่าสุด บริการ customise สุดพิเศษ และกิจกรรมให้คนคอเดียวกันได้ร่วมสนุกกันอีกมากมาย

 

สำหรับบัตร Early Bird จะเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ – 2 มิถุนายน 2569 ก่อนเปิดจำหน่ายทั่วไปวันที่ 3 มิถุนายน 2569 โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรมอบให้กับมูลนิธิสติซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาด้านสาธารณสุขและการศึกษาให้กับเด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาส

 

รายละเอียดการซื้อบัตรสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่: https://www.lululemon.com.hk/en-th/c/story/gear-up-to-train-your-way

 

The post กรุงเทพฯ กำลังจะมี Amotti! เตรียมเวิร์กเอาต์กับเจ้าตัวที่งาน lululemon TRAINING GROUND 18-19 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>