“แค่เสื่อหนึ่งผืน ดัมเบลจิ๋ว และยางยืดเส้นเดียว มันจะช่ […]
The post ขยับน้อยแต่ร้าวลึก! ‘Booty Burn’ คลาสปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio appeared first on THE STANDARD.
]]>
“แค่เสื่อหนึ่งผืน ดัมเบลจิ๋ว และยางยืดเส้นเดียว มันจะช่วยเบิร์นและบิลด์หุ่นได้แค่ไหนกันเชียว?” หากคุณกำลังตั้งคำถามนี้ในใจ เราอยากท้าให้คุณมาพิสูจน์ด้วยตัวเองกับ ‘Booty Burn’ คลาสปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio เวลเนสเดสติเนชันแห่งใหม่ย่านสาทรที่จะมาลบภาพจำเดิมๆ ว่า Mat Workout เป็นการออกกำลังกายชิลๆ ให้กลายเป็นความท้าทายระดับที่ต้องเดินกุมก้นออกจากคลาส


RE9 Wellness Studio ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Wellness Beyond Workout’ นำเสนอสเปซดีไซน์สวยสไตล์มินิมัลที่พร้อมดูแลสุขภาพของคนเมืองแบบองค์รวม
ก้าวแรกที่เข้ามาจะเจอกับเลานจ์ไวบ์สบาย และ Matcha Cafe ที่คัดสรรมัทฉะเกรดพรีเมียมมาให้คนรักสุขภาพได้แวะจิบเติมความสดชื่น และยังมีนมโอ๊ตเป็นออปชันสำหรับคนแพ้นมวัว


ในพื้นที่เดียวกันนี้ยังแบ่งเป็นโซนออกกำลังกายฟังก์ชันหลากหลาย ตั้งแต่ห้องกลุ่มสำหรับ Hybrid Mat Workout ไปจนถึงพื้นที่เอ็กซ์คลูซีฟอย่าง Private PT Space และ Private Reformer สำหรับผู้ที่ต้องการเทรนนิ่งพิลาทิสส่วนตัวกับโค้ชมืออาชีพ



ไม่เพียงแค่นั้น ที่นี่ยังเข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคนี้ด้วยโซน Physiotherapy ที่มีนักกายภาพบำบัดคอยดูแลปรับโครงสร้างร่างกายและรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมอย่างตรงจุด

ก่อนจะปิดท้ายด้วยโซน Recovery สำหรับการทำ Contrast Therapy ที่รวบตึงทั้งซาวน่า, Hot/Cold Plunge และ Ice Bath ไว้ในที่เดียว เรียกได้ว่าปักหมุดมาที่นี่ที่เดียวได้รีเซ็ตร่างกายครบทุกมิติ


สำหรับคลาส Booty Burn ในวันนี้ ถูกดีไซน์และสอนโดยโค้ชเฟย์ ผู้ช่ำชองเรื่องการปั้นก้นที่พร้อมจะพาทุกคนซี๊ดซ๊าดกับความร้าวตลอดคลาส

เริ่มด้วยการวอร์มร่างกันเล็กน้อยก่อนไปจัดหนักกับคอมโบก้นยาวๆ ตลอดชั่วโมง


ความสนุกปนความสะใจของคลาสนี้ คือการหยิบอุปกรณ์ที่ดูเบา เหมือนไม่มีอะไรอย่างดัมเบลเบาๆ ยางยืด ลูกบอลบีบ และบล็อก มามิกซ์เป็นท่าที่โฟกัสกล้ามเนื้อก้น ซึ่งบางท่าก็ทำเอาเราต่างงงกันว่า มันมารวมร่างกันได้อย่างไร



ถึงแม้จะเป็นคลาสที่เน้นปั้นก้นเป็นหลัก แต่จุดที่สั่นสะท้านและร้อนผ่าวไม่แพ้กันก็คือแกนกลางลำตัว ซึ่งในโลกของพิลาทิสเราเรียกสิ่งนี้ว่า ‘Powerhouse’ หรือศูนย์รวมพลังงานที่เป็นรากฐานสำคัญของการขยับร่างกายทุกรูปแบบ


อีกหนึ่งความโหดหินที่สัมผัสได้ตลอดคลาส คือเทคนิคการเคลื่อนไหวทีละนิดแต่ทำซ้ำย้ำๆ อยู่ที่จุดเดิม (Pulse) จนกล้ามเนื้อร้าวลึกชนิดที่ว่าใจอยากจะกรี๊ดออกมา
ซึ่งการเค้นให้กล้ามเนื้อทำงานต้านแรงหนืดของยางยืดและบอลบีบอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีจังหวะให้พัก เมื่อผนวกเข้ากับ Metabolic Stress ที่กล้ามเนื้อเกิดการเผาผลาญจนรู้สึกร้อนไปทั้งตัว จะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นได้



หลังจากเอามือทุบนวดสะโพกคลายความเมื่อยร้าวหลังจบคลาส ความดีงามคือเราสามารถพาร่างไปฟื้นฟูต่อได้ทันทีในโซน Contrast Therapy ซึ่งการได้มานั่งพักในบรรยากาศส่วนตัวหลังจากผ่านชั่วโมงเวิร์กเอาต์มา ถือเป็น Perfect Ending Session ที่ช่วยผ่อนคลายทั้งกล้ามเนื้อและจิตใจได้อย่างลงตัว


ใครที่กำลังมองหาสตูดิโอออกกำลังกายที่หลีกหนีความวุ่นวาย และชอบการเวิร์กเอาต์ประเภท Low-impact ที่เซฟข้อต่อแต่โฟกัสกล้ามเนื้อลึกๆ พลัสด้วยโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายแบบครบจบในที่เดียว RE9 Wellness Studio คืออีกหนึ่งพิกัดที่ควรแวะมาลองด้วยตัวเองดูสักครั้ง

Open: จันทร์-ศุกร์ เวลา 7.00-21.00 น., เสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.30-19.00 น.
Address: ชั้น 10 อาคารปัญจภูมิ, สาทร, กรุงเทพฯ
Instagram: https://www.instagram.com/re9wellness/
Facebook: https://www.facebook.com/profile.php?id=61586975049662
Budget:
1st Time Member:
The post ขยับน้อยแต่ร้าวลึก! ‘Booty Burn’ คลาสปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากคุณเป็นคนที่ชอบทั้งความอึดตอนวิ่งและรักความสะใจเวลาไ […]
The post ‘Warrix Run Hub’ ยิมสาย Hybrid ที่รวมกายภาพบำบัดและ AI วิเคราะห์วิ่งไว้ในที่เดียว appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากคุณเป็นคนที่ชอบทั้งความอึดตอนวิ่งและรักความสะใจเวลาได้ยกเวตหนักๆ และกำลังมองหาที่ฝึกแบบ Hybrid ที่ทั้งไพรเวต เสิร์ฟอุปกรณ์ครบครัน มีสเปซให้ใช้แบบไม่ต้องแย่งใคร ล่าสุดเราไปเจอพื้นที่แห่งใหม่ที่จะมาตอบโจทย์ทุกข้อกับ Warrix Run Hub Performance Training Studio ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

ความพิเศษของที่นี่ไม่ใช่มีแค่เรื่องของการเทรนเพื่อเค้นสมรรถภาพร่างกายของเราให้สุดเท่านั้น แต่ยังรวบตึงศาสตร์กายภาพบำบัดและเวชกรรมมาดูแลแบบองค์รวม ชนิดที่ว่าฟิตได้เต็มที่โดยไม่ต้องกลัวบาดเจ็บ

Performance Training Studio แห่งนี้ขยายความสำเร็จมาจาก Warrix Health (สาขาสเตเดียมวัน) พร้อมไฮไลต์อย่างโซน Hybrid Training ที่จัดเต็มอุปกรณ์สาย Functional ครบครันทุกสเตชัน ไม่ว่าจะเป็น Wall Ball, SkiErg, RowErg ไปจนถึง Sled Push/Pull จะไว้ฝึกสำหรับลงแข่ง HYROX หรือ CrossFit ก็ตอบโจทย์


ในส่วนของ Facility และอุปกรณ์ในโซน Performance Training ก็จัดเตรียมไว้ให้แบบครบจบในที่เดียว และด้วยความเป็นไพรเวตยิมสำหรับการเทรนนิ่งส่วนตัวโดยเฉพาะ จึงหมดห่วงเรื่องการยืนรอหรือต้องแย่งใช้อุปกรณ์กับใครเหมือนยิมระบบสมาชิกทั่วไป

ส่วนสายวิ่งที่นี่ก็มีไม้เด็ดอย่าง Motion Metrix เทคโนโลยี AI วิเคราะห์ฟอร์มการวิ่งแบบเจาะลึก เพื่อช่วยปรับท่าวิ่งให้มีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บระยะยาว

และยังมีโซนคลินิกกายภาพบำบัดและเวชกรรมที่ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการและนักกายภาพบำบัดคอยให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การรักษา Office Syndrome ของคนเมือง, การฟื้นฟูเอ็นไขว้หน้าเข่า (ACL) ทั้งก่อนและหลังผ่าตัดเพื่อให้พร้อมกลับมาลงสนาม, กายภาพบำบัดผู้สูงอายุเพื่อฝึกความสมดุลและลดความเสี่ยงในการล้ม ไปจนถึงโปรแกรมเพิ่มความสูงสำหรับเด็กและโปรแกรมจัดการน้ำหนักเฉพาะบุคคลแบบปลอดภัย


ด่านแรกที่คุณจะได้เจอไม่ใช่เครื่องเล่นเวตหนาๆ แต่เป็นการเข้าเช็กสภาพร่างกายโดยรวมกับนักกายภาพบำบัดเป็นเวลา 30 นาที เพื่อประเมินโครงสร้างและข้อจำกัดต่างๆ โดยเริ่มต้นตั้งแต่วิเคราะห์บาลานซ์ของร่างกายในท่าทางพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นท่ายืน การทำสควอต เพื่อดูว่ากล้ามเนื้อและข้อต่อส่วนไหนกำลังทำงานผิดเพี้ยนไปบ้าง


เมื่อตรวจเช็กจนครบและเห็นภาพรวมแล้ว นักกายภาพก็จะมาช่วยไกด์ท่า Mobility Exercise เฉพาะบุคคลให้เราได้ลองฝึก เพื่อแกะปมลดความตึงสะสมตามจุดต่างๆ และเรายังสามารถเก็บเทคนิคเหล่านี้ไปฝึกต่อเองที่บ้านได้อีกด้วย


เมื่อเคลียร์ร่างกายให้มั่นใจแล้วก็ไปต่อกับไฮไลต์สำคัญอย่างการทดสอบวิ่งกับ Motion Metrix ซึ่งมีทริกเล็กๆ ในการเตรียมตัวคือ แนะนำให้สวมกางเกงขาสั้นสีดำ และหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีสะท้อนแสง เพื่อป้องกันไม่ให้รบกวนระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวของกล้องและตัวเครื่อง


สำหรับการทดสอบจะเริ่มต้นด้วยการวิ่งบนลู่วิ่งที่ความเร็วระดับ 9 เป็นเวลาเกือบ 10 นาที จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการแปลผลอย่างละเอียดร่วมชั่วโมง ซึ่งตัวระบบ AI จะช่วยถอดรหัสการเคลื่อนไหวออกมาได้แม่นยำและเห็นภาพชัดเจน

อย่างตัวนักเขียนเองพบว่ามีอาการ Overstride (ก้าวยาวเกินไป) ทำให้ขาตึงตอนลงเท้าจนเกิดแรงกระแทกสะท้อนกลับย้อนเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งเสี่ยงต่อการตึงและบาดเจ็บที่หน้าแข้งได้ง่าย
วิธีแก้เบื้องต้นคือต้องซอยเท้าให้เร็วขึ้นและลงเท้าให้ใกล้ตัวมากขึ้น รวมถึงเสริมท่า Squat หรือ Deadlift เพื่อเพิ่มแรงสปริงตัว และลดเวลาที่เท้าแช่บนพื้นให้น้อยลง


หลังจากเห็น Data ร่างกายชัดเจนทุกมิติแล้ว ผลวิเคราะห์ทั้งหมดจะถูกส่งไม้ต่อให้ทีม Personal Training ทว่าจุดเริ่มต้นที่ดีของการเทรนนิ่งที่นี่คือการ ‘พูดคุย’ เพื่อทำความเข้าใจ ทั้งเรื่องเป้าหมาย ไลฟ์สไตล์ที่ทำอยู่เป็นประจำ ตลอดจน Pain Point ที่เจอ เพื่อร่วมกันวางแผนและออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับร่างกายเราที่สุดในระยะยาว

เมื่อมีความเข้าใจตรงกัน เทรนเนอร์จะเริ่มจากการประเมินฟอร์มและเช็กความยืดหยุ่นพื้นฐานของเราก่อน เพื่อดูว่าร่างกายในขณะเคลื่อนไหวจริงเป็นอย่างไร ก่อนจะนำพาสิ่งที่คุยกันเข้าสู่พาร์ตการเทรน


ข้อดีของการมีเทรนเนอร์ประกบที่นี่ คือการช่วยให้เราโฟกัสกล้ามเนื้อได้ถูกจุดกว่าเดิมมาก บางท่าเราคิดว่าทำถูกต้องแล้ว แต่พอเทรนเนอร์เข้ามาช่วยปรับมุมกระดูก จัดฟอร์มนิดเดียว หรือบอกให้เกร็งเพิ่มอีกเล็กน้อย ความรู้สึกตอนกล้ามเนื้อทำงานคือต่างกันลิบลับ แถมยังมีคนคอยเซฟและคอยพุช (Push) ขีดจำกัดให้เราก้าวข้ามเซฟโซนไปในจุดที่ไม่คิดว่าตัวเองจะไหว ซึ่งถ้าเล่นเองคนเดียวอาจทำได้ยาก


หากใครที่อยากเน้นฝึกโปรแกรม Hybrid แบบเข้มข้นจัดเต็มตลอดหนึ่งชั่วโมง ที่นี่ก็มีดีไซน์โปรแกรมสำหรับสาย Hybrid โดยเฉพาะรองรับเช่นกัน เรียกว่าได้ปลดปล่อยพลังและท้าทายความแข็งแรงอย่างสาแก่ใจแน่นอน

จากเดิมที่ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว การได้มาเจอ Process ที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบตั้งแต่นักกายภาพ เทรนเนอร์ ไปจนถึง AI สแกนฟอร์มวิ่ง ทำให้เราได้รู้จักร่างกายตัวเองในมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อน และช่วยให้วางแผนพัฒนาตัวเองได้ถูกจุดทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก

Warrix Run Hub เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยิมสาย Performance ที่ตอบโจทย์มากสำหรับใครที่อยากเทรนแบบเข้มข้น ได้ความเป็นส่วนตัว และเซฟร่างกายไปพร้อมๆ กันผ่านการตรวจเช็กเชิงลึกเพื่อป้องกันโอกาสเจ็บในระยะยาว
ที่สำคัญคือที่นี่รองรับคนได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่คนทำงานที่อยากฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ไปจนถึงคนที่ต้องการดูแลรูปร่างและสุขภาพแบบจริงจัง
Open: ทุกวัน 8.00-21.00 น.
Address: ชั้น G, Queen Sirikit National Convention Center
Tel: 08 3031 7742
Budget:
Facebook: https://www.facebook.com/warrixhealth/?locale=th_TH
Instagram: https://www.instagram.com/warrixhealth/
Map: https://maps.app.goo.gl/dMMx7yvoghLat83N9
The post ‘Warrix Run Hub’ ยิมสาย Hybrid ที่รวมกายภาพบำบัดและ AI วิเคราะห์วิ่งไว้ในที่เดียว appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าเบื่อกับการวิ่งสายพานจนหอบแฮ่กหรือการยกเวตหนักๆ จนร่ […]
The post Barre Movement ศาสตร์แห่งความแข็งแรง ความนิ่ง และความสง่างามสู่ Longevity appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าเบื่อกับการวิ่งสายพานจนหอบแฮ่กหรือการยกเวตหนักๆ จนร่างกายตึงเครียด ลองเปลี่ยนมาปรับสมดุลกับ Barre Movement ศาสตร์การออกกำลังกายที่ผสมผสานทั้งบัลเลต์ โยคะ พิลาทิส และบอดี้เวตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ช่วยจัดระเบียบรูปร่างและเหลาหุ่นให้ลีนสวยโดยไม่ต้องใช้น้ำหนักเยอะ แต่ใช้ร่างกายในท่วงท่าที่สง่างาม แต่ยังให้ฟีลเบิร์นแบบรู้สึกได้ถึงทุกมัดกล้าม

หากคิดว่าต้องเต้นบัลเลต์เป็นก่อนถึงจะเล่นบาร์ได้ บอกเลยว่าคิดผิด เพราะจริงๆ แล้ว Barre Movement เป็นการหยิบเอา Ballet Conditioning หรือท่าที่นักเต้นใช้เตรียมความพร้อมร่างกาย โดยมีราวบาร์ (Barre) เป็นอุปกรณ์หลักมาดีไซน์ใหม่ให้เข้ากับทุกคน ก่อนค่อยๆ พัฒนาเป็นคลาสออกกำลังกายร่วมสมัยที่ผสมผสานอุปกรณ์หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลูกบอล ดัมเบลน้ำหนักเบา หรือ Resistance Band เพื่อช่วยเพิ่มแรงต้าน สร้างความท้าทาย และทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้ลึกขึ้นในแต่ละท่วงท่า
คีย์หลักของบาร์จึงเป็นการเคลื่อนไหวอย่างมีสติที่ให้ความสำคัญกับ Posture & Alignment หรือการจัดแนวร่างกายให้ถูกต้องในทุกท่วงท่า จัดระเบียบข้อต่อ ควบคุมมูฟเมนต์จากภายในให้มีความต่อเนื่อง นุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อ และที่สำคัญคือการฟังเสียงร่างกายผ่านการจดจ่ออยู่กับท่วงท่าและลมหายใจในทุกวินาที ช่วยให้รู้ตัวตลอดเวลาว่ากล้ามเนื้อมัดไหนกำลังทำงานอยู่
แม้ท่วงท่าอาจจะดูนิ่งกว่าการออกกำลังกายรูปแบบอื่น แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทรงพลังกว่าที่คิด เพราะ Barre Movement ไม่ได้ให้แค่ความเฟิร์มภายนอก แต่เป็นศาสตร์ที่ช่วยดูแลสุขภาพองค์รวมทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน
เทคนิคการเกร็งค้างหรือการขยับสั้นๆ (Pulse) ทำให้กล้ามเนื้อส่วนลึกและแกนกลางลำตัวทำงานจนตึงกระชับ ช่วยเพิ่มความทนทานให้กล้ามเนื้อ แถมปลอดภัยต่อข้อต่อและหัวเข่าเพราะไม่มีแรงกระแทก
การจัดระเบียบสรีระตอนฝึกจะช่วยแก้ปัญหาหลังค่อม ไหล่ห่อ จากอาการออฟฟิศซินโดรม อีกทั้งปรับบาลานซ์โครงสร้างร่างกายให้ท่วงท่าการยืน เดิน นั่ง ในชีวิตประจำวันดูสง่าขึ้น
การฝึกที่ต้องใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับท่วงท่าและลมหายใจ จะช่วยลดฮอร์โมนความเครียดไปในตัวราวกับการได้ฝึกสมาธิ สลัดความวุ่นวายในหัวผ่านการเคลื่อนไหว
สรุปได้ว่า Barre Movement เป็นอีกรูปแบบการออกกำลังกายที่ตอบโจทย์การดูแลตัวเองระยะยาว ช่วยลดแรงกระแทกที่ทำร้ายข้อต่อ พร้อมฝึกจิตใจให้สงบ ได้ครบทั้งความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และสมดุลภายใน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นหัวใจสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพ (Longevity)
และเพราะเราเชื่อว่าสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการออกแบบชีวิตอย่างยั่งยืน THE STANDARD LIFE x AP จึงอยากชวนคุณมาปรับสมดุลร่างกายและจิตใจที่งาน Longevity Curated Presented by The Standard Life x AP – The Architecture of Balance: The Balance between Strength and Serenity ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องสมุด เนียลสัน เฮส์

ที่มัดรวม Barre Movement โดย Juju (Juyoung Yoon) ครูพิลาทิสชาวเกาหลี พร้อมปล่อยให้ร่างกายได้พักกับเสียง Live DJ ของ DJ rhunrun ในซาวด์พิเศษ ‘Lofi Neoclassical’ ที่หยิบดนตรีคลาสสิกมาหลอมรวมกับดนตรี Lo-Fi ก่อนจะพาจิตใจเข้าสู่ความสงบกับ Breathwork with Handpan โดย Ruk Handpan ปิดท้ายด้วยเซสชัน Longevity Dialogue with Mariage Frères Tea Experience ให้คุณเติมความชื่นใจหลังออกกำลังกายกับชา Cold-Brew สูตรพิเศษที่มีให้เลือกตามอารมณ์และความต้องการ
ลงทะเบียนได้ทาง: https://forms.gle/vy9A554izmunaVGr9
The post Barre Movement ศาสตร์แห่งความแข็งแรง ความนิ่ง และความสง่างามสู่ Longevity appeared first on THE STANDARD.
]]>
อีกสองเดือนเศษก็จะถึงวาระของ HYROX การแข่งขันที่เหล่าสา […]
The post เตรียมพร้อมสู่ HYROX กับโค้ชโค้ก แชมป์ประเทศไทยที่ Engine Lab appeared first on THE STANDARD.
]]>
อีกสองเดือนเศษก็จะถึงวาระของ HYROX การแข่งขันที่เหล่าสายฟิตเต็มใจควักเงินมาทรมานตัวเองกันแล้ว! ใครที่เป็นมือใหม่ป้ายแดง แต่อาจยังไม่มั่นใจในพละกำลัง หรือยังกังวลเรื่องฟอร์มท่าที่ถูกต้องและเซฟ ลองแวะมาปรับพื้นฐานให้แน่นปึ๊ก พร้อมเก็บเทคนิคแบบเน้นๆ กับคลาส HYROX Foundation ที่ Engine Lab เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่ยิมสำหรับฝึกซ้อม แต่คุณจะได้เทรนแบบใกล้ชิดกับ ‘โค้ชโค้ก’ แชมป์อันดับ 1 และ Brand Ambassador ของ HYROX Thailand ตัวจริง!


Engine Lab เป็นยิมใหม่ย่านสาทรในสไตล์ Performance-Based ที่ถูกออกแบบให้เป็น ‘ห้องแล็บ’ สำหรับปรับจูนร่างกายและจิตใจให้สตรองพร้อมลุย เรียกว่าเป็นที่ที่เราจะได้ มา Re-engine ศักยภาพในตัวเองออกมาให้ถึงขีดสุด


สำหรับใครที่เล็งสนามแข่งไว้ คลาส HYROX Foundation ของที่นี่คือจุดเริ่มต้นที่ตอบโจทย์มาก เพราะตัวคลาสจัดเต็มตั้งแต่พื้นฐาน ทั้งการจัดฟอร์มและเทคนิคที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความทนทาน (Endurance) ลดโอกาสบาดเจ็บ และปูรากฐานให้แน่นที่สุดก่อนลงสนามจริง


ที่สำคัญคือ Facility ของยิมยังครบครันและเอื้อให้เราได้ฝึกซ้อมอย่างเต็มรูปแบบด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน


เริ่มแรกโค้ชโค้กให้เรา Warm up กันเล็กน้อย ก่อนจะเลือกคาร์ดิโอกับสเตชันที่ตัวเองชอบ (ต่อให้ไม่มีที่ชอบก็ต้องทำอยู่ดี)



หลังจากได้เหงื่อกันไปบ้างแล้ว ก็ถึงเวลาของ 8 สเตชันที่เรารอคอย ท่าที่เราจะได้ฝึกวันนี้ไม่ใช่การจำลอง HYROX ทั้งหมด แต่เป็นการผสมผสานท่า Strength Training พื้นฐานที่จำเป็นในการเพิ่มความอึดและการใช้พละกำลัง

Challenge ของวันนี้คือ Workout Session 40 นาทีเต็ม โดยจะแบ่งเป็นสเตชันละ 2 นาที และพักหายใจ 30 วินาที
ปลดล็อกสเตชันแรกด้วย Run (@RPE 8) การวิ่งในระดับความเหนื่อยที่เริ่มหอบแต่ยังคงควบคุมลมหายใจให้ไปต่อได้ หรือใช้กำลังประมาณ 80% ของทั้งหมด

การวิ่งถือเป็นหัวใจสำคัญและเป็นตัวตัดสินเกมของ HYROX เลยก็ว่าได้ หากคุณคุมจังหวะการวิ่งได้ดีก็เท่ากับมีชัยไปกว่าครึ่งแล้วในสนามนี้

เขยิบมา Arms Only Sled Pull หรือการลากเลื่อนด้วยเชือก ซึ่งโจทย์ที่โค้ชโค้กให้คือ การล็อกแกนกลางลำตัวให้แน่น แล้วใช้เฉพาะแรงแขนในการดึงเท่านั้นเพื่อฝึกความแข็งแกร่งของท่อนบนแบบเน้นๆ ถือเป็นการเช็กระดับความฟิตของ Core และ Upper ได้เป็นอย่างดี

ส่วนเรื่องน้ำหนักไม่ต้องกังวลไป เพราะโค้ชจะมีช้อยส์ให้เลือกตั้งแต่น้ำหนักที่เบากว่าเกณฑ์แข่งขันจริงสำหรับมือใหม่ หรือถ้าใครฟิตจัดอยากจะเทสต์ระบบเดียวกับวันแข่งก็ย่อมได้

และเพื่อให้การ ‘ดึง’ ทรงพลังขึ้น รวมถึง ‘แบก’ น้ำหนักได้อึดขึ้น การฝึกกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรงจึงเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม สเตชันถัดมาเราจึงมาลุยกันต่อที่ท่า Dumbbell Bent Over Rows ที่จะช่วยสร้างแผ่นหลังให้แกร่งพอที่จะซัพพอร์ตเราไปจนจบการแข่งขัน

หันไปข้างๆ จะเห็นเพื่อนๆ เดินสวนสนามกันในท่า Kettlebell Farmer’s Carry ท่านี้ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องการฝึกความมั่นคงของแกนกลางลำตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นท่าที่ช่วยให้เราฝึก Grip Strength ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งปัจจุบัน Grip Strength ถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของดัชนีความอายุยืน (Longevity) อีกด้วย


ลุยกันต่อที่ RowErg (@RPE 8) สเตชันกรรเชียงบก โดยรอบนี้โค้ชโค้กใส่เงื่อนไขสุดท้าทายเพิ่มเข้ามา ด้วยการบังคับให้ควบคุมความเร็ว Strokes Per Minute ให้ต่ำกว่า 35 ครั้งต่อนาที
โจทย์นี้ทำเพื่อบีบให้เราต้องฝึกระเบิดพลังด้วยการออกแรงถีบขาและดึงแขนในแต่ละครั้งให้หนักหน่วงขึ้น ควบคู่ไปกับการฝึกคุมจังหวะตัวเอง (Pacing) เพื่อไม่ให้เร่งความเร็วจนหลุดโฟกัส หรือกินแรงจนเกินไป




มาถึงสเตชันที่ไม่คิดว่าจะเจออย่าง Arm Push Up ที่รอบนี้โค้ชโค้กคุมเข้ม บังคับให้อกต้องลงไปแตะพื้นทุกครั้งเพื่อสร้างฐานกำลังท่อนบนให้แข็งแรง และเตรียมความพร้อมล่วงหน้าสำหรับสเตชันปราบเซียนอย่าง Burpee Broad Jumps


จากนั้นมาบริหารช่วงล่างกันบ้างกับ Kettlebell Goblet Squats ท่านี้จะช่วยเค้นและสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อขา หน้าขา และสะโพก ทำงานร่วมกันได้อย่างทรงพลัง ซึ่งเป็นอีกพื้นฐานสำคัญสำหรับสเตชันสุดท้ายอย่าง Wall Ball


ด่านวัดใจที่เหล่าผู้เข้าแข่งขันในสนามจริงต้องกัดฟันสู้เฮือกสุดท้าย หลักการคือการส่งแรงจากล่างสู่บนด้วยการสควอทแล้วระเบิดพลังโยนบอลอัดกำแพง

สเตชันนี้คือบททดสอบขั้นสุดในการโฟกัสลมหายใจและควบคุมจิตใจ ในภาวะที่ร่างกายล้าจนแทบจะสิ้นใจของแท้

มองเห็นชะตากรรมตัวเองก่อนแข่งจริง! การเหนื่อย หอบ แทบสิ้นใจในคลาสนี้เหมือนเป็นการเตือนสติให้รู้ซึ้งว่า สนามจริงต้องเจอกับอะไร และต้องเตรียมตัววางแผนรับมืออย่างไรบ้าง หากไม่อยากขิตกลางคัน
ข้อดีคือมันช่วยให้เราเห็นจุดเด่นที่ทำได้ดีอยู่แล้ว และรู้ชัดเจนเลยว่ามีตรงไหนที่ต้องกลับไปซ้อมเพิ่มเติม

HYROX Foundation คือคลาสที่เราค่อนข้างแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจกีฬานี้ รวมถึงคนที่ชอบการฝึกสาย Hybrid เพราะโปรแกรมออกแบบมาให้ได้ฝึกอย่างรอบด้าน และไฮไลต์สำคัญคือความครบครันของยิม ที่มีอุปกรณ์มาตรฐานเหมือนในสนามแข่ง Official ช่วยให้เราได้ฝึกจนคุ้นมือ และเพิ่มความมั่นใจก่อนลงแข่งจริงได้อย่างแน่นอน

Engine Lab
Open: จันทร์-พฤหัส 6.30-21.00 น., ศุกร์-อาทิตย์ 7.00-18.00 น.
Address: ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 3 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
Budget: 600-650 บาท ต่อคลาส
Instagram: https://www.instagram.com/enginelab.bkk/
The post เตรียมพร้อมสู่ HYROX กับโค้ชโค้ก แชมป์ประเทศไทยที่ Engine Lab appeared first on THE STANDARD.
]]>
ทริปเวลเนสหรู ผสานสุขภาพและไลฟ์สไตล์ VATANIKA Equilibri […]
The post VATANIKA Equilibrium ทริปเวลเนสที่เชื่อว่าสุขภาพดีและรสนิยมรวมเป็นเรื่องเดียวกันได้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ทริปเวลเนสหรู ผสานสุขภาพและไลฟ์สไตล์ VATANIKA Equilibrium โปรเจกต์ใหม่ล่าสุดใหม่ของ แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ที่ก้าวขึ้นมารับบทบาท Experience Architect เพื่อออกแบบทริปรีทรีตให้แขกที่ได้รับเชิญเข้าถึงสุขภาพดีในแบบของตัวเอง โดยโปรเจกต์นี้ตั้งคำถามสำคัญท้าทายกรอบความคิดเดิมๆ ที่ว่า การดูแลตัวเองมักมาพร้อมความน่าเบื่อ เคร่งครัด และความสนุกที่มากเกินก็มักตามมาด้วยผลเสียต่อร่างกาย แต่ Equilibrium เชื่อมั่นว่าถ้าหากเรามีวินัย ความรื่นรมย์ และอายุที่ยืนยาว ก็สามารถหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ได้ สอดรับกับแนวคิดประจำทริปอย่าง
It’s not how you live your life, it’s how well you live your life.
วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้ง VATANIKA Equilibrium
เบื้องหลังโปรเจกต์นี้ได้รับแรงบันดาลใจที่ลึกซึ้งและอบอุ่น จากการที่คุณแพรได้ถอดรหัสการใช้ชีวิตของคุณยายวัย 86 ปี ผู้เปี่ยมด้วยพลังบวก สนุกกับการดื่มไวน์ในมื้ออาหาร ขยับตัวเต้นรำทุกครั้งเมื่อได้ยินเพลงโปรด ทว่ากลับมีผลลัพธ์สุขภาพที่แข็งแรงอย่างน่าอัศจรรย์ อินไซต์ข้อนี้เองที่จุดประกายให้คุณแพรมองเห็นว่า ความสุขทางอารมณ์ คือกุญแจสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาว และการพาแขกคนพิเศษมาสัมผัสบรรยากาศนี้ร่วมกัน ก็ยิ่งตอกย้ำภาพความหรูหราตามในแบบฉบับของคุณแพร คือการได้สนุกกับชีวิตไปพร้อมๆ กับการรักตัวเองอย่างถูกวิธี




ตลอดทั้งทริปนี้ กิจวัตรประจำวันของแต่ละบุคคลถูกออกแบบมาเพื่อปรนนิบัติผู้มาเยือนอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ผสานศาสตร์แห่งความผ่อนคลายและเทคโนโลยีการฟื้นฟูเข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ
ทันทีที่เดินทางมาถึง ทริปนี้พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยการปลดล็อกความเหนื่อยล้าสะสมด้วยศาสตร์แห่งความสงบ ผ่านกิจกรรม Sound Healing จากคริสตัลโบว์ลมาช่วยบำบัด ต่อด้วยกิจกรรมเวิร์กชอปปรุงเครื่องหอมเฉพาะบุคคลเพื่อสร้างกลิ่นบำบัดเฉพาะตัว การนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และปิดท้ายด้วยการดริปวิตามินเพื่อรีเซตร่างกายและเติมพลังงานจากภายในสู่ภายนอก




หลังจากปรับสมดุลกายใจเรียบร้อยแล้ว ในช่วงค่ำจะเป็นเวลาของ Welcome Dinner มื้อพิเศษในรูปแบบ Long Table ที่ชวนดื่มด่ำอาหารรสเลิศและเครื่องดื่มรสดี เคล้าคลอไปกับเสียงดนตรีท่ามกลางบรรยากาศบนลายัน เรสซิเดนซ์ พร้อมเต็มอิ่มกับการแสดง Live entertainment ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มค่ำคืนแรกได้อย่างน่าประทับใจ ก่อนจะส่งทุกคนเข้านอนเพื่อพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม


เริ่มต้นเช้าวันใหม่ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ด้วยโปรแกรมการดูแลสุขภาพกายและใจแบบเฉพาะบุคคล ยกระดับการฟื้นฟูสู่วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่แม่นยำผ่านศูนย์เวลเนสอย่าง Layan Life by Anantara ซึ่งที่นี่เป็นศูนย์เวลเนสแบบจริงจังที่ค่อนข้างครบครันมาก ทั้งเรื่องเครื่องมือ โปรแกรม และทีมผู้เชี่ยวชาญ แต่ทลายกรอบความยุ่งยากเพราะทุกคนไม่จำเป็นต้องใช้เวลาที่นี่นานๆ ใครมีเวลาแค่ไหนก็เลือกทำแค่นั้น หรืออยากแวะมาทำทรีตเมนต์สั้นๆ แล้วออกไปเที่ยวต่อก็ไม่มีปัญหา โดยมีทีมแพทย์คอยดูแลเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การตรวจวิเคราะห์สภาพผิวหน้าอย่างเจาะลึก การเข้าเครื่องบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (Hyperbaric Chamber) และการลงแช่ในบ่อน้ำร้อน น้ำเย็นบำบัดเพื่อคลายกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี





เมื่อเข้าสู่ช่วงบ่าย เราก็ได้ล่องเรือยอชต์ลำหรูจาก Noah Yacht Club ที่ถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่ออกกำลังกายลอยน้ำ ท่ามกลางอุปกรณ์จาก Technogym ให้แขกได้ยืดเหยียด เล่นพิลาทิส และรับลมทะเล แถมบนเรือยังมีการเสริมความเปล่งปลั่งภายนอกให้สมบูรณ์แบบด้วยโปรแกรมดูแลผิวระดับซูเปอร์พรีเมียมจาก Clé De Peau Beauté อีกด้วย
และเราก็กลับมาปิดท้ายวันอย่างสวยงามด้วยการกลับมา Beach Dinner ดินเนอร์ริมชายหาดที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง และเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของแขกในทริป






ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บรรยากาศของสถานที่ก็มีผลอย่างยิ่ง ซึ่งสถานที่สำหรับทริปนี้คือ อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท (Anantara Layan Phuket Resort) พิกัดพักผ่อนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ตัวรีสอร์ตโอบล้อมด้วยบรรยากาศอันร่มรื่นของต้นไม้สีเขียวขจี ซึ่งเอื้อต่อการจัดทริปในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง ในส่วนของสเปซการพักผ่อน ที่นี่ก็รองรับความเป็นส่วนตัวด้วยสัดส่วนห้องพักที่ออกแบบมาได้ลงตัว
นอกจากมุมสงบสำหรับการผ่อนคลายแล้ว ภายในรีสอร์ตยังมีกิจกรรมสำหรับสายแอกทีฟ ที่รองรับแฟซิลิตีไว้ครบครัน ตั้งแต่สนามเทนนิส เวทีมวยไทย หน้าผาจำลองสำหรับท้าทายการปีนผา กิจกรรมยิงธนู และซิปไลน์สุดตื่นเต้น ไปจนถึงกิจกรรมทางน้ำที่สนุกสนานอย่างการพายเรือคายัก แพดเดิลบอร์ด และวินด์เซิร์ฟ ทำให้บรรยากาศโดยรวมของทริปไม่ได้ชวนให้ผู้คนหยุดนิ่งอยู่กับการพักผ่อนเพียงอย่างเดียว แต่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เลือกกิจกรรมของตัวเอง จะใช้เวลาสงบๆ กับธรรมชาติ หรือออกไปสนุกกับกิจกรรมที่ชอบก็ได้เช่นกัน




แม้ว่าทริปในครั้งนี้จะเป็นความเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับแขกคนสำคัญโดยเฉพาะ ทว่าในมุมมองของเรา การมีสุขภาพที่ดีและการใช้ชีวิตอย่างมีรสนิยมอาจไม่ใช่สองเป้าหมายที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หากแต่เป็นสององค์ประกอบที่สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างงดงาม เช่นเดียวกับทุกช่วงเวลาที่เกิดขึ้นใน VATANIKA Equilibrium ทริปที่ไม่ได้ชวนให้แขกหลีกหนีจากความสุขของชีวิต แต่ชวนให้กลับมาค้นหาวิธีใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ พร้อมดูแลตัวเองให้ดีไปพร้อมกัน
สำหรับใครที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจเพื่อนำไปจัดสรรสัดส่วนความบาลานซ์ให้กับชีวิตในเวอร์ชันของตัวเอง สามารถแวะไปร่วมอัปเดตมุมมอง สไตล์ และวิสัยทัศน์เพิ่มเติมต่อได้ที่โซเชียลมีเดียของ
ภาพ: VATANIKA Equilibrium, The Standard Life
The post VATANIKA Equilibrium ทริปเวลเนสที่เชื่อว่าสุขภาพดีและรสนิยมรวมเป็นเรื่องเดียวกันได้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าลองสังเกตดูช่วงนี้ นอกจากเราจะเห็นพี่ๆ นักวิ่งตามรัน […]
The post Pickleball Courts คัดมาให้แล้ว 17 สนามทั่วกรุงฯ สำหรับพี่นักหวดทั้งหลาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าลองสังเกตดูช่วงนี้ นอกจากเราจะเห็นพี่ๆ นักวิ่งตามรันคลับและตามสวนสาธารณะแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่เราเห็นคนเริ่มให้ความสนใจและมีคอมมูนิตี้ที่หนาแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก็คือพวกกีฬาประเภทแร็กเกต โดยเฉพาะ Pickleball ที่กลายเป็นขวัญใจคนเมืองอย่างรวดเร็ว ด้วยกติกาที่ไม่ซับซ้อนเกินไปและได้เหงื่อแบบสะใจแต่ไม่หนักจนเข่าพัง ทำให้ไม่ว่าใครก็ลุกขึ้นมาจอยได้ง่ายๆ
ตีพิกเคิลบอลที่ไหนดี? คำถามของใครหลายคนที่กำลังมองหาสนาม นี่คือลิสต์ที่ทาง LIFE คัดสรรมาให้แบบครบถ้วน ทั้งในแง่ของสถานที่และงบประมาณไว้

ถ้าพูดถึงพิกัดยอดฮิตและเข้าหวดลูกได้ฟรี ก็คงหนีไม่พ้นสนามที่ สวนเบญจกิตติ เพราะที่นี่คือจุดนัดพบของคอมมูนิตี้สายแอ็กทีฟใจกลางเมือง ด้วยบรรยากาศสนามเอาต์ดอร์ที่ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียวและทางวิ่งลอยฟ้า ทำให้การหวดลูกที่นี่ได้ฟีลลิ่งที่สดชื่นและมีชีวิตชีวามาก ที่สำคัญคือเปิดให้ใช้งานได้ฟรี ภายใต้ระเบียบของศูนย์กีฬาเบญจกิตติ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากมาลองทำความรู้จักกับกีฬาชนิดนี้ หรือแม้แต่มือโปรที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากคอร์ตในร่มมาสัมผัสลมธรรมชาติและไวบ์ดีๆ ของกรุงเทพฯ ในช่วงเย็น
Address: ศูนย์กีฬาเบญจกิตติ
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 05.00-21.00 น.
Contact: ติดต่อสอบถาม ณ ศูนย์กีฬา
Booking: จองสนามผ่านเว็บไซต์ CSTD Smart Member
Budget: ฟรี (สมัครสมาชิกรายปีตามระเบียบของ กทม.)

พิกัดเปิดใหม่ย่านราชพฤกษ์ Charcoal Court – Tennis Club ที่อยู่ด้านหลังเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ สร้างความต่างด้วยการคุมโทนสนามสีชาโคลมอบไวบ์ที่เรียบหรู ดุดันสำหรับแก๊งพิกเคิลบอล ที่นี่มีสนามแบบกลางแจ้งให้บริการทั้งหมด 2 คอร์ตหลัก (สนาม 4 และสนาม 5) ล้อมรอบด้วยธรรมชาติและการถ่ายเทอากาศ ในช่วงกลางคืนจะสว่างไสวด้วยระบบไฟ Premium Floodlights ที่ส่องสว่างทั่วคอร์ตอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้จับจังหวะลูกได้แม่นยำไม่มีพลาด นอกจากนี้หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ทางสนามก็มีนโยบายยืดหยุ่นให้สามารถเลื่อนเวลาการจองได้ด้วย ใครที่ไม่มีอุปกรณ์ติดตัวมาก็สามารถเช่าไม้แร็กเกตเพิ่มได้ เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมาเรียกเหงื่อในสเปซที่ดีไซน์เท่ไม่ซ้ำใคร
Address: หลัง Central Westville ย่านพระราม 5 – ราชพฤกษ์
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06.00-00.00 น.
Contact: Charcoal Court – Tennis Club
Budget: ราคาตามช่วงเวลา
ช่วงเวลา Off-Peak (06.00-18.00 น.) ราคา 250 บาท / ชั่วโมง
ช่วงเวลา Peak Hours (18.00-00.00 น.) ราคา 350 บาท / ชั่วโมง
(ค่าเช่าไม้พิกเคิลบอล 100 บาท / อัน ได้รับลูกพิกเคิลบอลฟรี 2 ลูก)

สำหรับใครที่อยู่โซนราชพฤกษ์-นนทบุรี แล้วกำลังมองหาคอมมูนิตี้ Pickleball ดีๆ สักที่ Trend T Society คือคำตอบที่ตรงจุดมากครับ เพราะที่นี่เขาจัดเต็มด้วยสนาม Indoor ถึง 4 สนาม ทำให้ในวันที่ฝนตกเราก็ยังพุ่งตัวมาหวดลูกได้เป็นปกติแบบไม่ต้องกลัวนัดล่ม ความเก๋คือเขามีห้องรับรองและห้องน้ำที่มีห้องอาบน้ำติดแอร์ไว้คอยบริการแบบฉ่ำๆ แถมยังมีร้านค้าที่รวมอุปกรณ์แบรนด์ชั้นนำไว้ให้เลือกช้อปกันด้วย ส่วนใครที่ไม่ได้ลงสนามหรือพาเพื่อนมาเชียร์ ที่นี่มีโซนโต๊ะเคาน์เตอร์บาร์บนชั้น Walk way ให้ได้นั่งชิลดูบรรยากาศสนามจากมุมสูงได้แบบเพลินๆ เลยครับ แนะนำนิดนึงว่าก่อนจะแบกไม้ไปให้โทรไปจองคิวล่วงหน้าสักหน่อยนะ เพราะที่นี่คิวค่อนข้างแน่นทีเดียว
Address: ธนานนท์ สปอร์ตคลับ ราชพฤกษ์ นนทบุรี
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
Contact: Trend T Society
Booking: 0909429456 หรือ Line OA: @trendt
Budget: ราคาเริ่มต้น 300 บาท / ชั่วโมง

ขยับมาที่โซนตลิ่งชันใกล้กับเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ กันบ้างกับ Break Point Tennis Club สนามน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วแต่กลายเป็นพิกัดโปรดของหลายคน ด้วยความที่ที่นี่มีสนามแบบ Indoor ถึง 2 สนาม บรรยากาศโดยรอบสนามออกแบบมาให้มีความโปร่งและมีพื้นที่รอบสนามกว้างขวางทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดเวลาเล่น และที่ต้องยกนิ้วให้เลยคือการจัดการส่วนกลาง ทั้งห้องน้ำและห้องอาบน้ำที่สะอาดสะอ้าน ติดแอร์เย็นฉ่ำพร้อมมีไดร์เป่าผมไว้คอยบริการ
นอกจากนี้ยังมีบริการ Ice Bath สำหรับสายสปอร์ตที่อยากฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังจบเกม โดยลูกค้าเพียงแค่เตรียมชุดว่ายน้ำและผ้าเช็ดตัวมาเอง ก็สามารถเข้าใช้บริการห้องแช่น้ำรวม (จำกัดไม่เกิน 6 ท่านต่อชั่วโมง) ได้เลย เป็นอีกหนึ่งสนามที่ใส่ใจรายละเอียดเพื่อให้นักกีฬาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จริงๆ
Address: ตลิ่งชัน
Open: เปิดให้บริการทุกวัน 07.00-22.00 น.
Contact: Break Point BKK
Booking: 0909429456 หรือ Line OA: @trendt
Budget: ตามช่วงเวลา
เวลา 07.00-16.00 น. ราคา 300 บาท / ชั่วโมง
เวลา 17.00-22.00 น. ราคา 400 บาท / ชั่วโมง

ขยับมาที่ฝั่งสุขุมวิทตอนปลายแถวย่านปุณณวิถีกันบ้างกับหนึ่งพิกัดยอดฮิตของสายแร็กเกตที่มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและได้มาตรฐาน พื้นสนามของที่นี่ได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยมและมีพื้นที่กว้างขวาง ช่วยให้เราสามารถเคลื่อนไหวและจับจังหวะการตีได้อย่างเต็มที่ บรรยากาศโดยรวมมีความเป็นสปอร์ตคอมมูนิตี้ที่โมเดิร์นและเป็นกันเองมาก เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่ที่อยากมาลองทำความรู้จักกับกีฬา Pickleball และมือโปรที่ต้องการสนามคุณภาพเยี่ยมสำหรับซ้อมแมตช์จริงจัง แถมการเดินทางก็สะดวกสบายตอบโจทย์สุดๆ
Address: ถนนสุขุมวิท บางนาเหนือ (ย่านปุณณวิถี)
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00-22.00 น.
Contact: Beat Discovery Thailand
Budget: ราคา 350 บาท / ชั่วโมง

ขยับมาเอาใจชาวโซนรังสิตกันบ้างกับ Pickleball Warehouse พิกัดสุดยิ่งใหญ่ย่านรังสิต ใกล้กับสนามบินดอนเมือง จัดเต็มด้วยสนาม Indoor มากถึง 12 คอร์ท บรรยากาศภายในกว้างขวาง โปร่งสบาย และที่สำคัญคือไม่ได้มีดีแค่สนาม เพราะเขาดีไซน์พื้นที่ให้ครบครันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุดๆ มีทั้งโซนคาเฟ่และร้านอาหารให้เติมพลังหลังจากหวดเสร็จ พร้อมห้องอาบน้ำให้ล้างตัวให้สดชื่น และมีที่จอดรถในร่มไว้คอยบริการแบบสะดวกสบาย ถือเป็นอีกหนึ่งสนามที่เหมาะกับการชวนเดอะแก๊งมายกคลาสเปิดแมตช์สนุกๆ กันได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำเลย
Address: พหลโยธิน 86 รังสิต (ใกล้สนามบินดอนเมือง)
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-21.00 น.
Contact: Pickleball Warehouse
Budget: 400 บาท / ชั่วโมง

อีกหนึ่งพิกัดยอดฮิตของชาวอ่อนนุชที่ Club 46 Pickleball Courts ในซอยอ่อนนุช 46 ครับ ที่นี่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยตัวสนามดีไซน์โทนสีชมพูตัดกับสีฟ้าอย่างลงตัว ภายใต้คอนเซปต์ชิคๆ อย่าง SERVE SMASH SOCIALIZE เขาจัดเต็มด้วยสนามในร่มถึง 5 คอร์ต ที่เลือกใช้พื้นสนามระบบ Laykold Floor System ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับเดียวกับที่ใช้ในแมตช์ระดับโลกอย่าง US Open และ PPA Tour Standard มั่นใจได้เลยว่าจังหวะการสปริงตัวและการกระดอนของลูกนั้นเนี้ยบกริบ แถมยังเปิดให้บริการยาวๆ ไปจนถึงเที่ยงคืน บรรยากาศภายในตกแต่งได้ชิค มีโซนที่นั่งพักผ่อนใต้ร่มรับลมสบายๆ ให้ฟีลลิ่งที่เป็นกันเองและมีชีวิตชีวามาก ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดคุ้มค่าที่ไม่ควรพลาดสำหรับชาวอ่อนนุชและละแวกใกล้เคียง
Address: ซอยอ่อนนุช 46 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-00.00 น.
Contact: Club 46 Pickleball Courts
Budget: ราคา 400 บาท / ชั่วโมง

สนามย่านอุดมสุข 51 ที่หยิบเอาอินไซต์ของคนที่อยากออกกำลังกายแบบเป็นส่วนตัวมาตีโจทย์เป็นคอนเซปต์ Private like your backyard ตัวสนามทั้ง 4 คอร์ต กับบรรยากาศที่เรียบง่าย สบายตา และลดความตึงเครียดให้กลายเป็นพื้นที่แฮงเอาต์ของแก๊งเพื่อนสนิทที่อยากมาปล่อยพลังแบบไม่ต้องแย่งชิงพื้นที่กับใคร คีย์สำคัญคือความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ไม่วุ่นวาย แต่ยังคงได้มาตรฐานของสนามที่เอื้อให้หวดลูกได้อย่างสนุกสนาน แถมยังตัดปัญหาเรื่องการหาที่จอดรถด้วยการเตรียมพื้นที่จอดรถไว้รองรับอย่างสะดวกสบาย ใครที่กำลังมองหาเซฟโซนสำหรับวันพักผ่อนที่อยากได้เหงื่อแบบชิลๆ ที่นี่ตอบโจทย์ไวบ์นั้นได้อย่างดีทีเดียว
Address: ซอยอุดมสุข 51 (สุขุมวิท 103)
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-22.00 น.
Contact: Backyard Pickleball
Budget: ราคา 400 บาท / ชั่วโมง

อีกหนึ่งสนามย่าน RCA ปักหมุดรอต้อนรับทุกคนอยู่บนชั้น 5 ของห้าง Bravo BKK (หรือ Show DC เดิม) ที่นี่นิยามตัวเองว่าเป็น Your Pickleball Home ซึ่งเขาลบภาพจำของการเล่นกีฬาที่ต้องทนลมทนแดดออกไปจนหมดสิ้น เหมาะสำหรับสายเฮลตี้คนเมืองที่ไม่ชอบความร้อน แต่อยากได้พื้นที่ขยับร่างกายแบบแอร์เย็นฉ่ำ เดินทางง่าย จอดรถสะดวก บรรยากาศภายในชมรมคึกคักไปด้วยผู้คนหลากหลายช่วงวัยที่พร้อมมาแชร์สปิริตนักกีฬาและทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ เป็นพิกัดสุดชิกที่ผสานไลฟ์สไตล์เข้ากับสปอร์ตคอมมิวนิตี
Address: ชั้น 5 ห้าง Bravo BKK
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00-22.00 น.
Contact: Dink A Lot Pickleball Club
Budget: ราคา 400 บาท / ชั่วโมง

เปลี่ยนฟีลมาเสพความเอ็กซ์คลูซิฟบนดาดฟ้าชั้น 11 ที่ PlayBox Pickleball บนตึก Sun Towers ย่านวิภาวดีรังสิต พิกัดนี้เขาหยิบเอาความสวยงามของซิตี้วิวมาเป็นฉากหลังในการหวดลูก ไฮไลต์ที่ใครมาก็ต้องตกหลุมรักคือช่วงเวลายามเย็น ที่แสงทไวไลต์จะตกลงมากระทบเงาตึกกระจก บอกเลยว่าแสงสวยมากและไวบ์ดีสุดๆ ที่สำคัญคือที่นี่มี 2 คอร์ตมาตรฐาน และเปิดให้บริการแบบนอนสตอปตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์มนุษย์ออฟฟิศและสายสังคมที่อยากมาจอยเกมพร้อมนั่งตากลมแฮงเอาต์ชมวิวเมืองในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว ใครอยากได้รูปคอนเทนต์เก๋ๆ พร้อมได้เหงื่อแบบฟินๆ ต้องรีบลิสต์ที่นี่ไว้ในบุ๊ก
Address: ชั้น 11 อาคาร Sun Towers ถนนวิภาวดีรังสิต (ตรงข้าม S-OASIS)
Open: เปิดให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
Contact: PlayBox Pickleball
Budget: ตามช่วงเวลา
ราคาปกติ 400 บาท / ชั่วโมง
ช่วงเวลา Peak Hour (18.00-22.00 น.) 500 บาท / ชั่วโมง

สนามของชาวสุขุมวิทตอนปลายอีกที่ SP Pickleball Club ระหว่างซอยอุดมสุข 22-24 ที่นี่นิยามตัวเองว่าเป็น Bangkok’s Pickleball Hub ที่พร้อมต้อนรับนักหวดทุกระดับด้วยการจัดเต็มสนามระดับมาตรฐานในร่มถึง 6 สนาม ทำให้การเล่นลื่นไหลต่อเนื่องแบบไม่ต้องง้อสภาพอากาศ แถมรอบๆ สนามยังออกแบบมาให้มีสเปซกว้างขวาง ดูโปร่งโล่ง และแฝงไปสไตล์สปอร์ตคอมมิวนิตีคนรุ่นใหม่ เหมาะมากสำหรับใครที่อยากมาบิลด์พลัง คลายเครียดหลังเลิกงาน หรือตั้งใจมาลงแมตช์ประลองฝีมือกับแก๊งเพื่อนเพื่ออัปสกิลขยับจังหวะการเล่นให้เนี้ยบขึ้น
Address: ระหว่างซอยอุดมสุข 22-24 (เข้าทาง SP วิลล่า อุดมสุข)
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00-22.00 น.
Contact: SP Pickleball Club
Budget: ราคา 450 บาท / ชั่วโมง

ยกให้เป็นตำแหน่งพรีเมียมสปอร์ตคลับใจกลางเมืองที่ครบจบในที่เดียวให้กับ Asoke Sports Club พิกัดสุดชิคกลางเมืองที่เปลี่ยนพื้นที่ดาดฟ้าให้กลายเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักการออกกำลังกายท่ามกลางวิวตึกสูงแบบพาโนรามา สำหรับชาวพิกเคิลบอลที่นี่ตอบโจทย์ได้สมบูรณ์แบบมาก เพราะเขาจัดสรรพื้นที่ไว้รองรับอย่างจุใจถึง 6 คอร์ท โดยแบ่งเป็นสนามในร่มติดแอร์ 4 คอร์ทสำหรับคนที่อยากโฟกัสกับการฝึกซ้อมหรือเล่นแมตช์จริงจังแบบสบายตัวตลอดทั้งวัน และสนามเอาต์ดอร์เปิดโล่งรับลมอีก 2 คอร์ท ที่ไวบ์ดีสุดๆ นอกจากนี้ยังมีบริการเปิดคลาสสอนสำหรับมือใหม่ที่อยากปูพื้นฐานเทคนิคอย่างถูกต้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม ทั้งห้องอาบน้ำ และบริการให้เช่าผ้าเช็ดตัวกับไม้แร็กเกตดีไซน์เฉพาะของคลับ เรียกว่าเป็นพิกัดที่ผสานความเฮลตี้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนเมือง
Address: ซอยสุขุมวิท 16 ตรงข้ามสวนเบญจกิติ
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-23.00 น.
Contact: Asoke Sports Club
Budget: ราคา 450 บาท / ชั่วโมง

ช่วงนี้ถ้าถามถึงสปอร์ตคลับที่ไวบ์ดีและมาแรงที่สุดของฝั่งธนฯ ต้องยกให้ RSC Ratchaphruek Sports Club เส้นพรานนก-ตัดใหม่เลย ที่นี่คือพิกัดรวมตัวของสายไลฟ์สไตล์เอ็กซ์คลูซีฟอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะมีสนาม Pickleball คุณภาพเยี่ยมให้หวดกันสนุกๆ ถึง 3 สนามแล้ว ยังมีกีฬาฮิตระดับโลกอย่าง Padel ให้ได้ลองเล่น พร้อมทั้งเสิร์ฟบรรยากาศสุดตื่นเต้นด้วยเสียงเพลงจากดีเจที่มาช่วยบิวด์พลังให้เกมสนุกขึ้นไปอีกขั้น ไฮไลต์หลังจบแมตช์คือโซน Recover ที่จัดเต็มทั้งไอซ์บาธและ ซาวน่าให้ผู้เล่นได้ลงไปแช่ตัวฟื้นฟูกล้ามเนื้อแบบนักกีฬามืออาชีพ และที่น่ารักมากๆ คือที่นี่เป็นคอมมูนิตี้แบบ Pet Friendly ที่ต้อนรับน้องหมาน้องแมวให้มานั่งเชียร์ติดขอบสนามได้ด้วย ใครไม่มีอุปกรณ์ก็ไม่ต้องกังวลเพราะเขามีไม้แร็กเกตให้เช่าในราคาเพียง 50 บาท เป็นสถานที่ออกกำลังกายที่ครบเครื่องและชิคที่สุดในย่านราชพฤกษ์ตอนนี้เลย
Address: ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 (พรานนกตัดใหม่)
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00-00.00 น.
Contact: RSC Ratchaphruek Sports Club
Budget: ราคา 500 บาท / ชั่วโมง (ค่าเช่าไม้ 50 บาท)

พิกัดใหม่แกะกล่องแบบสุดๆ กับ SPIN PICKLEBALL CLUB สนามเปิดใหม่ริมถนนพุทธมณฑลสาย 3 ที่พกพาความอลังการมาด้วยการเป็นอาณาจักรพิกเคิลบอลขนาดใหญ่ยักษ์ จัดเต็มสนามในร่มคุณภาพเยี่ยมมาให้หวดกันอย่างจุใจถึง 8 คอร์ท จุดเด่นที่เหล่านักหวดไปลองแล้วชมเป็นเสียงเดียวกันคือเรื่องพื้นสนามที่ทำออกมาได้ดีมาก เด้งสนุก ซับแรงกระแทกได้ดี และช่วยให้เกมลื่นไหลไม่มีสะดุด บรรยากาศภายในโปร่งโล่งสบายตามสไตล์สปอร์ตคลับโมเดิร์นรุ่นใหม่ แถมเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างที่จอดรถก็กว้างขวางรองรับแก๊งใหญ่ได้สบายๆ สำหรับใครที่ยังไม่มีอุปกรณ์ ที่นี่เขามีไม้ให้เช่าพร้อมแถมลูกให้ไปหวดกันได้ทันที (ค่าเช่าไม้ 100 บาท แถมฟรีลูกพิกเคิลบอล 1 ลูก) เป็นอีกหนึ่งพิกัดห้ามพลาดของสายแอ็กทีฟย่านบางแค-พุทธมณฑล ที่ควรค่าแก่การนัดเพื่อนไปเปิดแมตช์ทดสอบความเนี้ยบของสนามใหม่ในช่วงนี้เป็นอย่างยิ่ง
Address: ถนนพุทธมณฑลสาย 3
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00-22.00 น.
Contact: SPIN PICKLEBALL CLUB
Budget: ราคา 500 บาท / ชั่วโมง (โปรโมชันช่วงเปิดใหม่ เหลือเพียง 300 บาท / ชั่วโมง)

ยกให้เป็นสปอร์ตและโซเชียลคลับที่สวยและถ่ายรูปสนุกที่สุดในตอนนี้สำหรับ THE LOBB CLUB ย่านสาธุประดิษฐ์ ที่นี่ฉีกกฎสนามกีฬารูปแบบเดิมๆ ด้วยงานดีไซน์ในโทนสีแดงอิฐ ส้ม และฟ้า ภายใต้คอนเซปต์ ‘Play, Balance, Belong’ ที่ตั้งใจสร้างคอมมูนิตี้ให้กีฬาและการใช้ชีวิตมาบรรจบกันอย่างลงตัว สำหรับสายแร็กเกตที่นี่มีบริการครบครันตั้งแต่วิถีใหม่อย่าง Indoor Pickleball 1 สนาม / Indoor Tennis Court 2 สนาม ไปจนถึงห้อง Tennis Simulator อีก 5 สนามสำหรับใครที่อยากซ้อมวงสวิงแบบส่วนตัว ไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาดคือ The Lobbar โซน All-day Dining ดีไซน์เก๋ที่พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่กาแฟสเปเชียลตียามเช้าไปจนถึงไวน์บาร์รสดีในช่วงค่ำ แถมมีโซนไอซ์บาธเพื่อการฟื้นฟูกล้ามเนื้อแบบครบสูตรด้วย ไม่ว่าจะตั้งใจมาหวดลูกแบบจริงจัง หรือแค่อยากหาพื้นที่นั่งทำงานชิลๆ เพื่อจุดไอเดียใหม่ๆ พร้อมแฮงเอาท์กับกลุ่มเพื่อนในไวบ์ที่เต็มไปด้วยสไตล์ ที่นี่ตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่ได้ดีไซน์จัดเต็มจริงๆ
Address: ซอยสาธุประดิษฐ์ 57 แยก 3
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00-23.00 น.
Contact: THE LOBB CLUB
Budget: ราคา 550 บาท / ชั่วโมง

สนามดีไซน์สวยอีกสนาม Papaya Pickleball Club ในซอยพัฒนาการ 44 กับคอนเซปต์ Thailand’s Premier Pickleball Experience ที่นี่จัดเต็มด้วยคอร์ทในร่มระดับพรีเมียมถึง 6 สนามที่มาพร้อมเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำทั่วบริเวณ ตัวสนามดีไซน์สวยงาม กว้างขวาง โปร่งสบาย และสะอาดสะอ้าน ไฮไลต์ที่หลายคนประทับใจคือการบริการและการดูแลระดับเอ็กซ์คลูซีฟ มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยสแตนด์บายให้คำแนะนำเรื่องกติกาและเทคนิคการเล่นอยู่ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับใครที่เป็นมือใหม่หรืออยากมาลองเล่นขำๆ แบบยังไม่อยากลงทุนซื้ออุปกรณ์ ทางคลับก็มีไม้แร็กเกตและลูกพิกเคิลบอลคุณภาพให้หยิบยืมใช้งานได้ฟรี แม้ราคาต่อชั่วโมงจะค่อนข้างสูง แต่เมื่อแลกกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่เนี้ยบกริบและไวบ์ความเป็นส่วนตัวขั้นสุดแล้ว ถือเป็นความคุ้มค่าที่สายสปอร์ตไลฟ์สไตล์ต้องมาสัมผัสสักครั้ง
Address: ซอยพัฒนาการ 44 แขวงสวนหลวง
Open: เปิดให้บริการทุกวัน
วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 07.00-22.00 น.
วันศุกร์-เสาร์ เวลา 07.00-00.00 น.
Contact: Papaya Pickleball Club
Budget: ตามช่วงเวลา
วันจันทร์-ศุกร์ (เวลา 12.00-17.00 น.) ราคา 800 บาท / ชั่วโมง
ราคาปกติช่วงเวลาอื่น / วันเสาร์-อาทิตย์ ราคา 1,000 บาท / ชั่วโมง

สัมผัสเกมการเล่นแร็กเกตควบคู่ไปกับความหรูหราระดับเวิลด์คลาสที่ The Peninsula Bangkok โรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่นำเทรนด์ด้วยการเปิดพื้นที่สนามแบบมาตรฐาน Professionally Maintained Courts รองรับกระแสความแรงของกีฬาแร็กเกตได้อย่างไร้ที่ติ ไฮไลต์ของที่นี่คือการเสิร์ฟประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟในไวบ์ที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะทั้งสำหรับผู้ที่อยากมาหวดลูกเล่นๆ สนุกสนานกับกลุ่มเพื่อน (จำกัดสูงสุด 4 ท่านต่อคอร์ท) หรือมือใหม่ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพราะเขามีบริการทั้ง Knocker Session สำหรับแมตช์ฝึกซ้อม และ Coaching Session โดยโค้ชของทางโรงแรมที่จะมาช่วยปรับเทคนิคและจัดระเบียบวงสวิงให้เนี้ยบขึ้นอย่างใกล้ชิด ความดีงามตามมาตรฐานเพนนินซูลาคือในแพ็กเกจจะรวมอุปกรณ์ไม้แร็กเกต ลูกพิกเคิลบอล พร้อมสิทธิ์เข้าใช้บริการห้องน้ำและห้องแต่งตัวของทางโรงแรมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ใครที่กำลังมองหาพิกัดออกกำลังกายที่ผสมผสานความลักชัวรีเข้ากับไลฟ์สไตล์ริมน้ำได้อย่างลงตัว ต้องไม่พลาดมาเช็กอินที่นี่
Address: โรงแรมเดอะ เพนนินซูลา กรุงเทพฯ
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00-21.00 น.
Contact: The Peninsula Bangkok
Budget: ราคาแล้วแต่เซสชัน
(ราคารวมอุปกรณ์และสิทธิ์ใช้ห้องอาบน้ำ/ห้องแต่งตัวแล้ว)
ภาพ: Courtesy of the Courts
The post Pickleball Courts คัดมาให้แล้ว 17 สนามทั่วกรุงฯ สำหรับพี่นักหวดทั้งหลาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
แฟนรายการ Physical: 100 เตรียมวอร์มร่างกายและหัวใจกันใ […]
The post กรุงเทพฯ กำลังจะมี Amotti! เตรียมเวิร์กเอาต์กับเจ้าตัวที่งาน lululemon TRAINING GROUND 18-19 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
แฟนรายการ Physical: 100 เตรียมวอร์มร่างกายและหัวใจกันให้ดี เพราะ Amotti นักกีฬาครอสฟิตและแชมป์สุดแกร่งจากซีซั่น 2 เตรียมบุกกรุงเทพฯ เพื่อปลุกพลังอะดรีนาลีนในงาน lululemon TRAINING GROUND วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2569 ณ ชั้น 14 อาคาร EM TOWER, EMSPHERE

หลังสร้างกระแสมาแล้วที่สิงคโปร์ ครั้งนี้ lululemon TRAINING GROUND เตรียมยกประสบการณ์การเทรนนิ่งสุดเดือดมาให้สายฟิตได้ท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง ผ่านคลาสที่ออกแบบมาเพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของผู้เข้าร่วมออกมาแบบไม่มีลิมิต

นอกจาก Amotti แล้ว ภายในงานยังรวมตัวเหล่า lululemon Ambassadors และเทรนเนอร์ระดับท็อป ไม่ว่าจะเป็นโค้ชน้ำมนต์-พิชญุตม์ ทองกำเหนิด, Daniel Gardiner, Aoii, โค้ชแจง-สุกัญญา พอทเทิน, โค้ชกี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์, Mark Cleaver และ โค้ชภพ-ไตรภพ เหล่าอุดม มาร่วมสร้างประสบการณ์การเทรนนิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอด 2 วันเต็ม พร้อมเผยคอลเล็กชันใหม่ล่าสุด บริการ customise สุดพิเศษ และกิจกรรมให้คนคอเดียวกันได้ร่วมสนุกกันอีกมากมาย
สำหรับบัตร Early Bird จะเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ – 2 มิถุนายน 2569 ก่อนเปิดจำหน่ายทั่วไปวันที่ 3 มิถุนายน 2569 โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรมอบให้กับมูลนิธิสติซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาด้านสาธารณสุขและการศึกษาให้กับเด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาส
รายละเอียดการซื้อบัตรสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่: https://www.lululemon.com.hk/en-th/c/story/gear-up-to-train-your-way
The post กรุงเทพฯ กำลังจะมี Amotti! เตรียมเวิร์กเอาต์กับเจ้าตัวที่งาน lululemon TRAINING GROUND 18-19 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงนี้ใครอินกับกิจกรรมแอ็กทีฟ เข้าคลาสออกกำลังกายหนักๆ […]
The post Atomic Wellness Club อัปเลเวลวงสวิงกอล์ฟ พร้อมรีชาร์จร่างกายครบจบในที่เดียว appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงนี้ใครอินกับกิจกรรมแอ็กทีฟ เข้าคลาสออกกำลังกายหนักๆ รวมไปถึงการตีกอล์ฟแบบไม่ยั้งจนร่างกายเริ่มส่งสัญญาณประท้วง สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการคืนสมดุลให้ร่างกาย
ถ้าจะพูดถึงสถานที่ที่ตอบโจทย์เรื่องนี้ในนาทีนี้คงต้องยกให้ ‘Atomic Wellness Club’ คลับสุขภาพเปิดใหม่ในย่านชิดลม ที่รวมทั้งพื้นที่ฝึกซ้อมและโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว



ด้วยคอนเซปต์ ‘Play more, Live more’ ที่นี่จึงรวมผู้เชี่ยวชาญหลากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ออกแบบโปรแกรมออกกำลังกาย, นักกายภาพบำบัด หรือโปรสอนกอล์ฟ ที่จะเข้ามาช่วยวิเคราะห์และพัฒนาศักยภาพร่างกายแบบทีละขั้นตอน ได้แก่



เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกเซอร์วิส ตั้งแต่ Private Training แบบส่วนตัว (90 นาที) ไปจนถึง Group Class



ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาที่อยากพัฒนาศักยภาพตัวเอง นักกอล์ฟที่ต้องการอัปสกิล หรือคนทำงานที่มองหาพื้นที่ดูแลตัวเอง Atomic Wellness Club ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้เป็นอย่างดี และยังรวบรวมทุกความต้องการของสายแอ็กทีฟไว้ในสเปซเดียว
ภาพ: Atomic Wellness Club
The post Atomic Wellness Club อัปเลเวลวงสวิงกอล์ฟ พร้อมรีชาร์จร่างกายครบจบในที่เดียว appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในช่วงสัปดาห์ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส กำลังคึกคักไป […]
The post Alo Voyage บุกเมืองคานส์ เปิดตัวเวลเนสคลับบนเรือซูเปอร์ยอร์ช appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในช่วงสัปดาห์ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส กำลังคึกคักไปด้วยผู้คนในงาน Cannes Film Festival 2026 แบรนด์เสื้อผ้าออกกำลังกายอย่าง Alo ก็ได้เลือกจังหวะเวลานี้ในการจัดกิจกรรมป๊อปอัพและเวลเนสคลับ เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ในฝั่งยุโรป
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ แบรนด์เพิ่งขยับตัวครั้งใหญ่ด้วยการเปิด Alo Wellness Club แห่งใหม่ใจกลางกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นคลับที่ต้องได้รับเชิญเท่านั้น เป็นแห่งที่ 3 ของโลกต่อจากลอสแอนเจลิสและนิวยอร์ก เพื่อสร้างคอมมูนิตี้สำหรับสายเวลเนสระดับในฝั่งยุโรป ล่าสุดพวกเขาก็มีอีกหนึ่งไลน์โปรเจกต์ที่น่าจับตามองไม่แพ้กันและถูกดีไซน์มาเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตคนยุคนี้ นั่นคือ Alo Voyage
View this post on Instagram
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยแบรนด์ได้เปิดตัวสาขาใหม่พร้อมกันถึง 2 แห่งในเมืองตากอากาศชื่อดังอย่าง แซ็ง-โทรเป และ คานส์ ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมป๊อปอัพและเวลเนสคลับรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนพื้นที่ริมชายหาดและท้องทะเลให้กลายเป็นสเปซดูแลตัวเอง
คือเรือซูเปอร์ยอชต์ความยาว 72 เมตร ที่ถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่สำหรับเวลเนสคลับกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีการจัดเซสชันที่ค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่คลาสพิลาทิส โยคะ นวดเดรนน้ำเหลือง Sound Healing จัดกระดูก ไปจนถึงการดูแลทางเลือกอย่างการดริปวิตามิน โดยมีกำหนดการที่จะล่องจากเมืองคานส์ต่อไปยังงาน Monaco Grand Prix ในเดือนมิถุนายนด้วยเช่นกัน


นอกจากนี้ยังมีการจัดป๊อปอัพบีชคลับบนท่าเรือของ Hôtel Martinez ตั้งแต่วันนี้ยาวไปจนถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ได้เข้าเนรมิตสะพานท่าเรือของ Hôtel Martinez โรงแรมหรูริมหาดเมืองคานส์ ให้กลายเป็นบีชคลับในโทนสีซิกเนเจอร์ จัดวางเตียงผ้าใบและร่มชายหาดดีไซน์พิเศษ พร้อมเปิดบาร์น้ำผลไม้สกัดเย็น และมีคลาสโยคะกับเซสชัน Sound Healing ให้บริการ
เราเห็นว่าการขยับตัวของ Alo ในรอบนี้สะท้อนให้เห็นวิธีคิดของแบรนด์ยุคใหม่ที่พยายามผันตัวจากแบรนด์แฟชั่นไปสู่การเป็น Lifestyle Platform มากขึ้นเรื่อยๆ การไม่เลือกเปิดร้านขายของแบบทั่วไป แต่เลือกที่จะเปลี่ยนพื้นที่ตากอากาศและเรือยอชต์ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับเวลเนส แสดงให้เห็นว่าแบรนด์พยายามเข้าไปนั่งอยู่ในวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนระดับพรีเมียม และน่าจะเป็นการอุ่นเครื่องสเตปสำคัญ ก่อนที่แบรนด์มีแผนจะเปิดตัว Flagship Store ขนาดใหญ่กว่า 2,000 ตารางเมตร บนถนนช็องเซลิเซ (Champs-Élysées) ที่ปารีสในอนาคตอย่างแน่นอน
ภาพ: Alo / Hôtel Martinez
The post Alo Voyage บุกเมืองคานส์ เปิดตัวเวลเนสคลับบนเรือซูเปอร์ยอร์ช appeared first on THE STANDARD.
]]>
ดูเหมือนช่วงนี้กรุงเทพฯ จะมีคอมมูนิตี้ใหม่ๆ ที่ทำให้การ […]
The post ‘Chase the Sound’ ประสบการณ์วิ่งรูปแบบใหม่กลางเยาวราช ที่ชวนคุณวิ่งตามเสียงดนตรี appeared first on THE STANDARD.
]]>
ดูเหมือนช่วงนี้กรุงเทพฯ จะมีคอมมูนิตี้ใหม่ๆ ที่ทำให้การออกกำลังกายไม่ได้มีแค่เรื่องสุขภาพอีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องของดนตรี ผู้คน และประสบการณ์ร่วมกันมากขึ้น ล่าสุด FFF หรือ Friend for Friend แพลตฟอร์มครีเอทีฟที่ชอบสร้างโมเมนต์ให้คนออกมาใช้ชีวิตจริง เตรียมจัด ‘Chase the Sound’ โปรเจกต์ morning moving party รูปแบบใหม่ครั้งแรกในไทย ที่เปลี่ยนถนนเยาวราชยามเช้าให้กลายเป็นพื้นที่ของเสียงเพลงและการเคลื่อนไหว
ความน่าสนใจของงานนี้คือ ผู้เข้าร่วมจะไม่ได้วิ่งตาม pace ไม่ได้วิ่งแข่งกับเวลา หรือวิ่งเพื่อทำสถิติ แต่เป็นการ ‘วิ่งตามเสียงดนตรี’ ที่นำทางโดย DJ Bicycle Sidecar ซึ่งจะเคลื่อนที่ไปพร้อมผู้คนตลอดเส้นทาง ท่ามกลางบรรยากาศของเมืองที่กำลังค่อยๆ ตื่นขึ้นในช่วงเช้า
โปรเจกต์นี้ต่อยอดมาจาก AM Somewhere ที่เคยชวนผู้คนออกมาฟังเพลง ดื่มกาแฟ และใช้เวลาเช้าๆ ร่วมกัน อีกทั้งยังได้แรงบันดาลใจมาจากเพลงใหม่ของ Silvy ‘ไม่อยากวิ่งตามเธอแล้ว’ ที่พูดถึงการหยุดไล่ตามใครบางคน ก่อน FFF จะนำไอเดียนั้นมาต่อยอดเป็นการชวนผู้คนออกมา ‘วิ่งไปด้วยกัน’ แทน
สำหรับใครที่เบื่อการวิ่งแบบเดิมๆ และอยากลองสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่มีทั้งดนตรี เมือง และผู้คนอยู่ในจังหวะเดียวกัน เจอกันได้ 30 พฤษภาคม นี้ เวลา 18.00 น. ที่ Jeen Coffee Bar ย่านเยาวราช งานนี้ต้องรีบหน่อยนะ เพราะบัตรหมดเร็วมาก
ภาพ: FFF
The post ‘Chase the Sound’ ประสบการณ์วิ่งรูปแบบใหม่กลางเยาวราช ที่ชวนคุณวิ่งตามเสียงดนตรี appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากพูดถึง ‘ครีเอทีน’ (Creatine) หลายคนอาจยังนึกถึงอาหาร […]
The post นอกจากบูสต์พลัง เพิ่มกล้ามเนื้อ ‘Creatine’ ช่วยบำรุงสมองได้จริงหรือ? appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากพูดถึง ‘ครีเอทีน’ (Creatine) หลายคนอาจยังนึกถึงอาหารเสริมของสายเวตหรือคนที่จริงจังกับการเพิ่ม Performance ในการออกกำลังกาย แต่ในช่วงหลัง ชื่อของมันกลับเริ่มถูกพูดถึงในบริบทใหม่มากขึ้น ตั้งแต่เรื่องภาวะสมองล้าไปจนถึงการดูแลสมรรถภาพร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น จนทำให้งานวิจัยเกี่ยวกับครีเอทีนเริ่มขยายออกไปไกลกว่าเรื่องกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว
ปกติแล้วร่างกายสามารถสร้างครีเอทีนได้เองบางส่วน และได้รับเพิ่มเติมจากอาหารบางชนิด เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ ปลาแซลมอน หรือทูน่า แต่ปริมาณที่นิยมใช้ในงานวิจัยด้านการออกกำลังกายมักอยู่ที่ประมาณ 3-5 กรัมต่อวัน ซึ่งอาจได้รับค่อนข้างยากจากอาหารเพียงอย่างเดียวในชีวิตประจำวัน
โดยเฉลี่ยแล้ว เนื้อแดงและปลาบางชนิดอาจให้ครีเอทีนราว 3-5 กรัมต่อ 1 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับชนิดอาหารและวิธีปรุง ซึ่งแน่นอนว่าการจะกินให้ถึงระดับดังกล่าวต่อวันคงไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้อาหารเสริมครีเอทีนกลายเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่าในการใช้ชีวิตจริง โดยปัจจุบัน Creatine Monohydrate ยังคงเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีงานวิจัยด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยรองรับค่อนข้างชัดเจน
เหตุผลที่นักวิทยาศาสตร์เริ่มสนใจเรื่องสมองมากขึ้น เป็นเพราะสมองถือเป็นหนึ่งในอวัยวะที่ใช้พลังงานสูงที่สุดของร่างกาย ในขณะที่กล้ามเนื้อใช้ครีเอทีนเพื่อช่วยรองรับการออกแรงหนัก สมองเองก็ต้องใช้พลังงานจำนวนมากสำหรับการประมวลผล ความจำ และการทำงานด้านความคิดเช่นกัน
กลไกนี้เองที่ทำให้เริ่มมีการศึกษาว่า ครีเอทีนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการพลังงานของสมอง โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือเกิดภาวะสมองล้าจากการทำงานหนัก
สิ่งที่มีข้อมูลรองรับชัดเจนที่สุดในปัจจุบัน ยังเป็นเรื่องการเพิ่ม Performance ในการออกแรงความเข้มข้นสูง รวมถึงการดูแลมวลกล้ามเนื้อเมื่อใช้ควบคู่กับการออกกำลังกายแบบแรงต้าน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
ส่วนประเด็นด้านสมอง แม้งานวิจัยช่วงหลังจะเริ่มให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจมากขึ้น แต่งานรีวิวล่าสุดจากทีมวิจัยของ Manchester Metropolitan University และ Maastricht University ในปี 2026 ระบุว่า “หลักฐานในปัจจุบันยังมีจำนวนไม่มาก และผลลัพธ์ยังไม่สอดคล้องกันเพียงพอที่จะสรุปได้ชัดเจนในคนทั่วไปที่สุขภาพดี”
อย่างไรก็ตาม บางการศึกษาพบว่า กลุ่มที่มีระดับครีเอทีนต่ำอยู่เดิม เช่น ชาวมังสวิรัติ อาจตอบสนองต่อการเสริมได้ชัดกว่าในบางกรณี
สุดท้ายแล้ว แม้ครีเอทีนจะมีความปลอดภัยค่อนข้างสูงในคนสุขภาพดีเมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคไต หรือกำลังใช้ยาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้เสมอ
อ้างอิง:
The post นอกจากบูสต์พลัง เพิ่มกล้ามเนื้อ ‘Creatine’ ช่วยบำรุงสมองได้จริงหรือ? appeared first on THE STANDARD.
]]>
ที่นี่ไม่มี Mr. Grey ไม่มีโซ่ แซ่ หรือกุญแจมือ… มีเพียง […]
The post ‘VAULT’ สปอร์ตคลับห้องแดงใหม่ใจกลางอโศกที่รอให้สายฟิตมารีดเหงื่อ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ที่นี่ไม่มี Mr. Grey ไม่มีโซ่ แซ่ หรือกุญแจมือ… มีเพียง ‘Red Room’ ที่อัดแน่นไปด้วยพลังของความแอ็กทีฟท่ามกลางบรรยากาศที่ลึกลับและหรูหรา ซึ่งแม้จะยังไม่ทันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือน ‘VAULT’ สปอร์ตและโซเชียลคลับแห่งใหม่นี้จะเป็นที่จับตามองของเหล่าสายฟิตไม่น้อย

โปรเจกต์นี้เป็นการรวมตัวกันของนางแบบสาว Dorothy Petzold กับสอง นักฟุตบอล Elias Dolah และ Kevin Deeromram ที่ตั้งใจปั้นให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ Performance, Recovery และ Lifestyle มาเจอกันในบรรยากาศ Dark Luxury โดยเฉพาะในห้อง Red Room ที่เป็น Immersive Space สาดด้วยแสงสีแดงปลุกพลัง


ภายใน VAULT ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าแค่สถานที่ออกกำลังกาย แต่คือพื้นที่ที่กีฬา ไลฟ์สไตล์ และผู้คนมาเชื่อมต่อกันได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ Training Space สำหรับคลาส HIIT (High-Intensity Interval Training) ไปจนถึง Recovery Zone ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายด้วย Ice Bath และ Infrared Sauna พร้อมทั้งมี Social Area ให้คนคอเดียวกันได้มามิ งเกิ้ลแลกเปลี่ยนพลังบวกกันหลังรีดเหงื่อ




ใครอยากลองก่อนเปิดจริง วันนี้ – 22 พฤษภาคมนี้ VAULT จะมีเปิดคลาส Introduction Phase ในราคาพิเศษก่อนจะเข้าสู่ช่วง Soft Opening และเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบในเดือนมิถุนายน ถือเป็นอีกมิติของยิมยุคใหม่ที่น่าไปสัมผัสด้วยตัวเองดูสักครั้ง
The post ‘VAULT’ สปอร์ตคลับห้องแดงใหม่ใจกลางอโศกที่รอให้สายฟิตมารีดเหงื่อ appeared first on THE STANDARD.
]]>
การไปพักผ่อนที่เขาใหญ่แบบเดิมอาจจะเป็นการตื่นมาดูหมอก ห […]
The post Thames Racquet Yard พิกัดใหม่เขาใหญ่ รวมเทนนิส-พิกเคิลบอล-ปาเดล ในไวบ์ผู้ดีอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.
]]>
การไปพักผ่อนที่เขาใหญ่แบบเดิมอาจจะเป็นการตื่นมาดูหมอก หาคาเฟ่นั่งชิล หรือใช้เวลาช้าๆ ท่ามกลางธรรมชาติ แต่ตอนนี้อาจต้องเพิ่มแพลน ‘ตีแร็กเกต’ เข้าไปในลิสต์แล้ว เพราะล่าสุดโรงแรม Thames Valley Khao Yai ได้เปิด Thames Racquet Yard โซนกีฬากลางแจ้งแห่งใหม่ในคอนเซปต์ ‘Where Active Living Meets Leisure’ พร้อมเบลนด์ความเป็นชนบทอังกฤษเข้ากับสายแอ็กทีฟให้คุณได้หวดไม้เต็มที่ท่ามกลางวิวภูเขาแบบพาโนรามา โดยมีสนามให้เลือกเล่นถึง 3 สไตล์



คอร์ตเทนนิสมาตรฐานที่ให้ฟีลเหมือนกำลังลงคอร์ตซ้อมอยู่ในสวนแถบยุโรป (เริ่มต้น 700 บาท/ ชั่วโมง)


กีฬามาแรงที่เบลนด์ความสนุกของเทนนิสและสควอชเข้าด้วยกัน ซึ่งกำลังเป็นกระแสไปทั่วโลก (เริ่มต้น 1,200 บาท/ ชั่วโมง)


กีฬายอดฮิตที่เล่นง่าย จังหวะสนุก และเอ็นจอยได้ทุกระดับตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมือโปร (เริ่มต้น 500 บาท/ ชั่วโมง)
ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมาพักกายพักใจที่เขาใหญ่ จะชวนแก๊งเพื่อน คนรู้ใจ หรือพาครอบครัวมาขยับร่างกายด้วยกัน ก็ช่วยให้วันพักผ่อนนี้มีสีสันและได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกันได้เป็นอย่างดี
ภาพ: Thames Valley Khao Yai
The post Thames Racquet Yard พิกัดใหม่เขาใหญ่ รวมเทนนิส-พิกเคิลบอล-ปาเดล ในไวบ์ผู้ดีอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.
]]>
นอกจากโลกที่เต็มไปด้วยแสงสีและเสียงชัตเตอร์ ยังมีโลกอีก […]
The post มากกว่าเส้นชัย คือใจที่แกร่งกว่าเดิม: นาย-ณภัทร กับตัวตนใหม่ที่ค้นพบผ่านการวิ่งมาราธอน appeared first on THE STANDARD.
]]>
นอกจากโลกที่เต็มไปด้วยแสงสีและเสียงชัตเตอร์ ยังมีโลกอีกหนึ่งใบที่นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ หลงรัก โลกใบนั้นเริ่มต้นที่ปลายเท้า และขยายขอบเขตไปไกลถึงความฝันระดับโลกอย่าง World Marathon Majors
จากการออกกำลังกายเพื่อดูแลรูปร่างตามหน้าที่การงาน สู่การตัดสินใจท้าทายขีดจำกัดมนุษย์ มาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้หยาดเหงื่อของชายหนุ่มที่เพิ่งประกาศตัวในฐานะ Brand Ambassador คนแรกของ SHOKZ ประเทศไทยคนนี้

สำหรับนาย การวิ่งไม่ใช่แค่เช็กลิสต์ที่ต้องทำเพื่อรักษาหุ่นในฐานะนักแสดง แต่มันกลายเป็นความลุ่มหลงในรายละเอียดเล็กๆ ระหว่างทาง ตั้งแต่ภาพความเขียวขจีของธรรมชาติ ไปจนถึงการจดจ่อกับความแข็งแรงของร่างกายในทุกก้าวที่ขยับ
“ผมคาร์ดิโอมาตลอด 10 ปี เพราะหน้าที่การงานที่ต้องดูแลหุ่น แต่พอเริ่มมาวิ่งจริงจัง ผมเสพติดการเห็นสีเขียว ธรรมชาติ ชอบเห็นหน้าแข้งของตัวเอง ชอบเห็นเหงื่อ มันทำให้ผมเกิดการลอง จนไปสู่มาราธอน”
กิโลเมตรที่ 27 ที่ซิดนีย์ คือจุดที่บททดสอบร่างกายกลายเป็นเรื่องของจิตใจ 100% เมื่อความล้าบีบคั้นจนกลายเป็นน้ำตา สิ่งที่นำทางนายจึงไม่ใช่แค่เส้นชัย แต่คือความไม่อยากเสียเปล่าและพลังของเสียงเชียร์รอบตัว
“วิ่งทั้งน้ำตาแล้วนะตอนนั้น…แต่ผมคิดอย่างเดียวว่าผมเสียตังค์บินข้ามโลกมาที่นี่ ผมยอมแพ้ไม่ได้แล้ว และคนเชียร์เป็นกำลังใจสำคัญมาก ผมได้รับพลังงานดีๆ จากคนเชียร์ มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมต้องเอาเหรียญไปอวดให้ได้ แรงผลักดันอย่างหนึ่งของผมก็คือแรงเสียดาย”
View this post on Instagram
มาราธอนสำหรับนายไม่ได้จบลงแค่เรื่องของสุขภาพ แต่มันคือการได้รื้อระบบชีวิตตัวเองใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ความแข็งแรงของร่างกายไปจนถึงโลกภายในที่นิ่งขึ้น
“การวิ่งให้อะไรหลายอย่างเลยครับ ทั้งร่างกาย วินัย ความสะใจ การเอาชนะตัวเอง สมาธิ แล้วก็ระบบการนอนด้วย มันเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นทั้งหมด มันให้มากกว่าการวิ่งเยอะเลย”

เป้าหมายใหญ่ที่ Berlin และ Chicago ในปี 2026 ด้วยระยะพักเพียง 14 วัน คือบททดสอบที่นายเลือกจะบันทึกเป็น Documentary ร่วมกับทาง Shokz เพื่อถ่ายทอดการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของตัวเอง
“รอบที่แล้วทำได้ 4 ชั่วโมง 16 นาที ในปีนี้ก็คิดว่าอยากทำให้ดีขึ้น แต่ก็ไม่ลืมที่จะเพลิดเพลินไปกับมันด้วย”
View this post on Instagram
เส้นทางสู่ World Marathon Majors ของนาย ณภัทร ในวันนี้ จึงไม่ได้แค่เรื่องของระยะทาง แต่มันคือการเดินทางเพื่อค้นพบตัวตนใหม่ในเวอร์ชันที่นิ่งขึ้น แกร่งขึ้น และพร้อมโอบรับทุกความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือความเหนื่อยล้า เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ในฐานะ ‘นักวิ่ง’ อย่างเต็มภาคภูมิ
The post มากกว่าเส้นชัย คือใจที่แกร่งกว่าเดิม: นาย-ณภัทร กับตัวตนใหม่ที่ค้นพบผ่านการวิ่งมาราธอน appeared first on THE STANDARD.
]]>
หัวใจของการใช้ชีวิตไม่ได้อยู่ที่ว่าเราใช้มันอย่างไร แต่ […]
The post VATANIKA เปิดตัว ‘Equilibrium’ นิยามใหม่ของความลักชัวรีและ Well-being appeared first on THE STANDARD.
]]>
หัวใจของการใช้ชีวิตไม่ได้อยู่ที่ว่าเราใช้มันอย่างไร แต่คือเราใส่คุณภาพและความสุขลงไปในทุกช่วงเวลาได้มากแค่ไหน เพื่อให้ทั้งเวลาและความสุขของเรายืนยาวออกไป และได้แบ่งปันสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตกับคนที่เรารัก และรักเรา
วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้ง VATANIKA
หากพูดถึงชื่อ VATANIKA เชื่อว่าสิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงคือแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและสไตล์อันเฉียบคม ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็น แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา สร้างแรงบันดาลใจผ่านรันเวย์แฟชั่นและรายการ Online Reality Series ที่ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ ซึ่งไม่ใช่แค่การโชว์งานดีไซน์ แต่คือการนำไลฟ์สไตล์ที่มีรสนิยมเข้ามาใกล้ชิดผู้คนมากขึ้น
ล่าสุด VATANIKA กำลังขยับไปอีกขั้น ด้วยการก้าวข้ามขอบเขตของแฟชั่นสู่การเป็น Experience Architect ในโปรเจกต์ที่มีชื่อว่า ‘Equilibrium’ ซึ่งเป็นการนิยามมุมมองใหม่ของการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ตลอดเวลาที่ผ่านมาแบรนด์พิสูจน์ให้เห็นว่าสไตล์ที่แท้จริงไม่เคยแยกออกจากคุณภาพของการใช้ชีวิต และโปรเจกต์ Equilibrium คือบทพิสูจน์นั้น โดยเปลี่ยนจากการออกแบบเสื้อผ้า มาเป็นการออกแบบประสบการณ์ที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการ ‘Live Fully’ (ใช้ชีวิตเต็มที่) และ ‘Live Well’ (ดูแลตัวเองอย่างดี) ให้เกิดขึ้นจริง โดยโปรเจกต์นี้เริ่มต้นจากความเชื่อง่ายๆ แต่ทรงพลังว่าคุณภาพชีวิตไม่ได้วัดกันที่ตัวเลข แต่คือความรู้สึกข้างใน
View this post on Instagram
ความน่าตื่นเต้นครั้งแรกจะเริ่มต้นขึ้นที่ ภูเก็ต ในเดือพฤษภาคม 2569 นี้ กับทริปส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะแขกทีได้รับเชิญเท่านั้น ซึ่งในทริปนี้ได้รับการสนับสนุนโดย Reignwood Group ที่จะพาทุกคนออกไปสัมผัสประสบการณ์ Equilibrium กันบนเรือยอชต์สุดหรู
หลายคนอาจจะติดภาพว่า การขึ้นเรือยอร์ชจะต้องหมายถึงปาร์ตี้สุดเหวี่ยงเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับเธอเลือกที่จะตีความใหม่เพื่อพิสูจน์ว่า เราสามารถสนุกกับชีวิตอย่างเต็มที่ไปพร้อมๆ กับการดูแลร่างกายได้ ยิ่งไปกว่านั้น
ทริปนี้ยังได้ Layan Life by Anantara Layan Phuket Resort เข้ามาช่วยออกแบบประสบการณ์สุขภาพแบบเฉพาะบุคคลให้กับแขกแต่ละท่าน เพื่อให้มั่นใจว่าสมดุลที่แต่ละคนได้รับนั้นเหมาะสมและทรงพลังที่สุด นี่คือการผสมผสานระหว่างความลักชัวรีและ Well-being ที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน และนี่คือการนำเสนอประสบการณ์ที่สามารถสัมผัสได้จริงว่าสมดุลที่แท้จริงนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร ใครที่อยากติดตามรายละเอียดและแรงบันดาลใจได้ทางช่องทางโซเชียลมีเดียของ VATANIKA
ภาพ: VATANIKA
The post VATANIKA เปิดตัว ‘Equilibrium’ นิยามใหม่ของความลักชัวรีและ Well-being appeared first on THE STANDARD.
]]>
ลืมภาพเทศกาลสุขภาพแบบเดิมที่ต้องตื่นเช้ามาเล่นโยคะเพียง […]
The post ปักหมุดสิงคโปร์! Glow Festival 2026 เทศกาล Wellness 10 วันเต็มบนเกาะเซนโตซ่า 10-19 ก.ค. 69 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ลืมภาพเทศกาลสุขภาพแบบเดิมที่ต้องตื่นเช้ามาเล่นโยคะเพียงอย่างเดียวไปได้เลย เพราะ Glow Festival 2026 กำลังจะกลับมาเปลี่ยนเกาะเซนโตซ่าให้กลายเป็นพื้นที่ของการเคลื่อนไหว เสียงดนตรี และการใช้ชีวิตแบบสมดุลที่ทันสมัยที่สุดในเอเชีย ตลอด 10 วันเต็มตั้งแต่วันที่ 10-19 กรกฎาคม 2569 ซึ่งในปีนี้ตั้งใจเป็นมากกว่าแค่เทศกาล แต่เป็นจุดรวมตัวของกลุ่มคนที่โหยหาการใช้ชีวิตที่ลงตัวระหว่างความสนุกและสุขภาพที่ดี


ปีนี้งานไม่ได้กระจุกอยู่แค่ที่เดียว แต่ใช้วิธี Island Takeover แบ่งความสนุกและมู้ดของกิจกรรมออกเป็น 2 ช่วงเวลาหลัก


ความพิเศษของปีนี้คือความกลมกล่อมของการนำ Live Music Performances มาผสมผสานกับกิจกรรมสาย Mindful ในช่วง Closing Weekend (17-19 ก.ค. 69) คุณอาจจะเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการทำสมาธิรับลมทะเล ต่อด้วยคลาสเต้นสุดพลังในช่วงบ่ายกับเทรนเนอร์ระดับโลกอย่าง Joe Wicks และ Chontel Duncan ที่จะมานำคลาสเรียกเหงื่อแบบจัดเต็ม
และพอพระอาทิตย์ตกดิน บรรยากาศจะเปลี่ยนเป็น Music Festival ทันที โดยมีเฮดไลน์เนอร์อย่าง Jason Derulo, Alessia Cara และวงอินดี้เกาหลีสุดชิกอย่าง Hyukoh รวมถึงศิลปินไทยอย่าง Phum Viphurit ที่จะมาสร้าง Memorable Night ริมชายหาดเซนโตซ่า ซึ่งมู้ดแอนด์โทนแบบนี้คือสิ่งที่นักเดินทางยุคใหม่กำลังมองหา คือการได้ดูแลตัวเองไปพร้อมๆ กับการได้ใช้ชีวิตให้สุดในแบบที่ต้องการ
นอกจากนี้ งานยังกระจายความตื่นเต้นผ่านโซนต่างๆ เช่น เมนูอาหารสุขภาพจากเชฟชื่อดังในโซน Glow Commons หรือเวิร์กชอปงานคราฟต์ในโซน Makers Meadow
ใครมีแพลนจองทริปมาสิงคโปร์ในช่วงนี้ ลองปักหมุดไปเทศกาลนี้สักครั้ง คุณจะไม่ได้ไปเที่ยวอย่างเดียว แต่เหมือนได้มอบรางวัลให้ร่างกายและจิตใจได้รีเซ็ตตัวเองด้วย สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://glowfestival.sg/
EVENT DETAILS
Location: Sentosa Island (Palawan Green & Island Partners), Singapore
Time: วันที่ 10-19 กรกฎาคม 2569
Tickets: Ticketmelon
Contact: Glow Festival
ภาพ: Glow Festival
The post ปักหมุดสิงคโปร์! Glow Festival 2026 เทศกาล Wellness 10 วันเต็มบนเกาะเซนโตซ่า 10-19 ก.ค. 69 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ท่ามกลางกระแสแอ็กทีฟไลฟ์สไตล์ที่กำลังเติบโตทั่วโลก โปรเ […]
The post Xinchang Globular Center สปอร์ตมอลล์สุดล้ำจากจีนที่สายแอ็กทีฟควรไปเยือนสักครั้ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ท่ามกลางกระแสแอ็กทีฟไลฟ์สไตล์ที่กำลังเติบโตทั่วโลก โปรเจกต์ Xinchang Globular Center จากเมืองซินชาง มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน กำลังได้รับความสนใจในฐานะ ‘Sports Mall’ ยุคใหม่ ที่พยายามเปลี่ยนภาพจำของสนามกีฬาแบบเดิมให้กลายเป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์สำหรับคนเมือง

โปรเจกต์ขนาดกว่า 120,000 ตารางเมตรแห่งนี้ ออกแบบโดย line+ studio สตูดิโอสถาปัตยกรรมจากจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องการออกแบบพื้นที่สาธารณะร่วมสมัย บนแนวคิดที่ว่า “สนามกีฬาไม่ควรเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตเฉพาะวันแข่งขัน แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้งาน พักผ่อน หรือใช้ชีวิตได้จริงในทุกวัน”
Sports Mall แห่งนี้จึงถูกออกแบบให้รวมทั้งกีฬา ไลฟ์สไตล์ และคอมมูนิตี้ไว้ครบจบในที่เดียว ภายในประกอบด้วยสนามแข่งขันหลักขนาด 5,000 ที่นั่ง ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานให้รองรับได้ทั้ง 12 สนามแบดมินตัน 3 สนามบาสเกตบอล 14 สนามปิงปอง หรือ 1 สนามเทนนิสขนาดใหญ่

นอกจากนี้ยังมีฮอลล์ฝึกซ้อมขนาด 7,900 ตารางเมตร ที่รองรับได้ถึง 24 สนามแบดมินตัน หรือ 2 สนามเทนนิส พร้อมฟิตเนสและสระว่ายน้ำ 4 เลน ภายในอาคาร รวมถึงฮอลล์ปิงปองขนาด 6,100 ตารางเมตร ที่รองรับทั้งการฝึกซ้อมปิงปองและแบดมินตัน

อีกหนึ่งจุดเด่นคือการออกแบบพื้นที่ภายในให้เชื่อมต่อกันผ่านโถงกลางขนาดใหญ่คล้าย Urban Street ภายในอาคาร ทำให้บรรยากาศของที่นี่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับไลฟ์สไตล์มอลล์มากกว่าศูนย์กีฬาทั่วไป และช่วยให้พื้นที่มีชีวิตชีวาตลอดทั้งวัน

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ แทร็กวิ่งและสนามฟุตบอลบนดาดฟ้า ที่เชื่อมต่อพื้นที่ทั้งหมดเข้าด้วยกัน พร้อม Viewing Platform สำหรับชมวิวเมือง และเปิดให้คนทั่วไปสามารถขึ้นไปใช้งานได้ผ่านระบบทางลาดขนาดใหญ่ที่ไต่ระดับไปตามด้านนอกอาคาร ทำให้ผู้คนเข้าถึงพื้นที่ Rooftop ได้ตลอดเวลา จนกลายเป็นอีกหนึ่งจุดที่สร้างภาพจำให้กับ Xinchang Globular Center ได้เป็นอย่างดี



ในด้านงานออกแบบ line+ studio ได้แรงบันดาลใจมาจากเส้นสายของภูเขาและการไหลของสายน้ำในภูมิประเทศของเมืองซินชาง ก่อนถ่ายทอดออกมาเป็นฟาซาดอะลูมิเนียมสีเงินขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายคลื่นเคลื่อนไหว ให้ความรู้สึก Futuristic และสะท้อนพลังของมูฟเมนต์และกีฬาไปพร้อมกัน

นับตั้งแต่เปิดใช้งานในปี 2025 Xinchang Globular Center ยังถูกใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาระดับประเทศของจีนหลายรายการ พร้อมกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กด้านกีฬา ไลฟ์สไตล์ และสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ใครมีโอกาสแวะไปที่เมืองซินชาง คงต้องหาเวลาไปเช็กอินสักครั้งแล้วล่ะ
ภาพ: Xi Chen
อ้างอิง:
The post Xinchang Globular Center สปอร์ตมอลล์สุดล้ำจากจีนที่สายแอ็กทีฟควรไปเยือนสักครั้ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
การเดินทางไปหัวหินครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้ง เพราะเราไม […]
The post เอ็กซ์คลูซีฟทริป Alo ประสบการณ์โยคะริมชายหาด The Standard, Hua Hin appeared first on THE STANDARD.
]]>
การเดินทางไปหัวหินครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้ง เพราะเราไม่ได้ไปเพื่อเปลี่ยนที่นอนหรือหาคาเฟ่ถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการออกไปสัมผัสคอมมูนิตี้สายแอ็กทีฟในทริป Wellness สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ทาง Alo Thailand ตั้งใจคัดสรรมาให้สมาชิกได้รีเซตร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน ซึ่งคอนเซปต์ของแบรนด์นี้ที่เราสัมผัสได้เสมอ คือความเชื่อที่ว่าการดูแลตัวเองเริ่มต้นจากภายในสู่ภายนอก และการพาสมาชิกมาเจอกันในโลเคชันที่มีเอกลักษณ์แบบนี้ อย่าง The Standard, Hua Hin ก็ยิ่งทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าสุขภาพที่ดีกับไลฟ์สไตล์ที่ดูดีนั้นเป็นเรื่องเดียวกัน




ในทริปนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นการปรนนิบัติร่างกายและจิตใจอย่างครบวงจร ท่ามกลางบรรยากาศงานดีไซน์ที่ยูนีกของ The Standard, Hua Hin
หลังจากเช็กอิน เรามาฝากท้องไว้ที่ Lido ห้องอาหารอิตาเลียนและ All-day Dining ที่เสิร์ฟตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ส่วนมื้อเช้าก็มีตัวเลือกรายการอาหารหลากหลายและอเมริกันเบรกฟาสต์ที่ปริมาณกำลังดี


เริ่มต้นช่วงบ่ายด้วย Mixology Workshop เวิร์กชอปที่พาเราสร้างสรรค์เครื่องดื่มสุขภาพ มาช่วยเติมความสดชื่นและปลุกพลังงานบวกก่อนจะเข้าสู่ไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอย
Beachfront Yoga สิ่งที่ทำให้การฝึกครั้งนี้ไหลลื่นและสบายตัว ส่วนหนึ่งต้องยกให้ชุดของ Alo ที่เราเลือกใส่ โดยเฉพาะเนื้อผ้าซิกเนเจอร์อย่าง Airlift ที่บางเบาและระบายอากาศได้ดีมาก เหมาะกับอากาศริมทะเลที่มักมีความชื้นและความร้อนสูง เนื้อผ้าที่ยืดหยุ่นแต่ยังเก็บทรงได้ดีช่วยให้การขยับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการยืดเหยียดหรือบิดตัว ทำได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องชุดรั้ง เมื่อบวกกับจังหวะเสียงคลื่นซัดเบาๆ และลมทะเลที่ปะทะหน้า มันทำให้เรารู้สึกนิ่งและจดจ่อกับตัวเองได้ง่ายขึ้น


จากนั้นผ่อนคลายกันต่อที่ Mud Lounge ภายใน Standard Spa ที่ให้คุณได้สนุกกับการพอกโคลนธรรมชาติเพื่อดีท็อกซ์ผิว
ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนด้วย Exclusive Dinner ริมทะเลที่ Praça ห้องอาหารไทยสุดคูลในบ้านโบราณสไตล์โคโลเนียลที่ตกแต่งให้มีความร่วมสมัย พร้อมพื้นที่เอาต์ดอร์ริมทะเลที่คัดสรรเมนูพิเศษมาเพื่อสมาชิกในทริปนี้โดยเฉพาะ


มาถึง The Standard, Hua Hin ทั้งที ถ้าไม่เล่าถึงบรรยากาศก็คงจะแปลก เป็นโรงแรมที่ยิ่งอยู่นานไปทุกอย่างยิ่งดูเข้าที่เข้าทางขึ้นมาก พื้นที่ที่เคยดูใหม่ในช่วงแรก ตอนนี้เต็มไปด้วยความเขียวขจีของต้นไม้ที่โตจนปกคลุมไปทั่ว ยิ่งช่วงที่แสงแดดตกลงมาโดนตึกสีขาวที่มีความโค้งมนที่เป็นเอกลักษณ์ บอกเลยว่าไวบ์ดีสุดๆ แถมยังมีสีสันจากเหล่าน้องหมาน้องแมวที่เจ้าของพามาเที่ยวด้วย ทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวาและเป็นกันเองมากขึ้นเยอะเลย
สำหรับห้องพักทั้ง 199 ห้อง จะมีดีไซน์หลักๆ แบ่งเป็น Suite ที่อยู่บนตึก กับ Pool Villa ที่กระจายตัวอยู่ตามสวน ซึ่งห้องแบบสวีตจะคุมโทนสีขาว-เหลืองที่เป็นสไตล์เฉพาะของสาขาหัวหิน ส่วนตัวเราค่อนข้างชอบดีไซน์ในห้องพักนะ มันมีความชิคแต่ก็ยังให้ความรู้สึกที่น่าพักผ่อนจริงๆ
และจุดที่ใครมาก็ต้องเช็คอินคือ สระว่ายน้ำ ที่มีเตียงผ้าใบสีเหลือง ตัดกับผ้าเช็ดตัวลายทางที่เป็นภาพจำของหัวหินไปแล้ว การได้สั่งเครื่องดื่มเย็นๆ จาก Pool Bar มาจิบระหว่างนอนอาบแดด คือช่วงเวลาที่ชิลที่สุดของทริปเลยก็ว่าได้


ทริปนี้อาจจะเป็นประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับสมาชิก Alo แต่ในมุมมองของคนชอบเที่ยว เรามองว่านี่คือต้นแบบของ Wellness Lifestyle ที่เข้าถึงง่ายและดูชิคสำหรับทุกคนที่อยากจะลุกขึ้นมาดูแลตัวเอง ท่ามกลางบรรยากาศงานดีไซน์สวยๆ และคอมมูนิตี้ที่พร้อมจะแชร์พลังบวกให้แก่กัน
ใครที่สนใจอยากสัมผัสไวบ์แบบนี้ สามารถติดตามคอมมูนิตี้ของแบรนด์ได้ที่ LINE Official Account: @alothailand
ภาพ: ALO, The Standard Life
The post เอ็กซ์คลูซีฟทริป Alo ประสบการณ์โยคะริมชายหาด The Standard, Hua Hin appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากการแข่งขันในกรุงเทพฯ ไปเมื่อเดือนมีนาคม เราเชื่อ […]
The post ปักหมุด 27 HYROX Training Club ซ้อมให้ยับก่อนลงสนามจริง! appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากการแข่งขันในกรุงเทพฯ ไปเมื่อเดือนมีนาคม เราเชื่อว่า HYROX ได้กลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ในแวดวงฟิตเนสที่มาแรงที่สุดในนาทีนี้ด้วยยอดจำนวนผู้เข้าแข่งขันที่สูงกว่าปีที่แล้วเท่าตัว และเมื่อมีการประกาศคัมแบ็ก Round 2 ในวันที่ 14-16 สิงหาคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Queen Sirikit National Convention Center) เหล่าสายฟิตที่อยากกลับไปชิงโพเดียมหรือแม้กระทั่งมือใหม่ที่อยากเอาชนะตัวเองสักครั้งคงกำลังหายิมซุ่มซ้อมกันแล้ว
งานนี้เราเลยรวบตึง 27 ยิมที่เป็น Official Training Club ของ HYROX มาฝาก ใครสะดวกที่ไหนก็ลองแวะกันไปอัปเทคนิค เพิ่มความอึดให้ตัวเองก่อนไประเบิดความมันกันได้เลย!
ยิมน้องใหม่ในย่านสีลมที่เปรียบเสมือนห้องแล็บปรับจูนศักยภาพร่างกายให้กลายเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง นำทีมโดยแต้ว (นักธุรกิจ) เติ้ง (เทรนเนอร์) และโค้ก (แชมป์ HYROX อันดับ 1 ของไทย)
ที่นี่โดดเด่นด้วยการใช้โปรแกรมมาตรฐานระดับสากลที่ถอดแบบมาจาก HYROX Performance Hub และ CrossFit พร้อมทีมโค้ช Certified ถึง 5 คนที่คอยติวเข้มเทคนิคเชิงลึกผ่านคลาสที่หลากหลาย ทั้ง Foundation, Engine, Power และ Simulation เพื่อผลักดันให้ทุกคนก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมตามสโลแกนประจำยิมอย่าง “Start your Engine, Re-Engine your limit.”

Open: จันทร์-พฤหัส 6.30-21.00 น., ศุกร์-อาทิตย์ 7.00-20.00 น.
Address: ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 3 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
Budget: 600-650 บาท ต่อคลาส
Facebook: https://www.facebook.com/enginelab.bkk/
Instagram: https://www.instagram.com/enginelab.bkk/
ศูนย์พัฒนาศักยภาพร่างกายที่กุมบังเหียนโดยณเดชน์ คูกิมิยะ นักแสดง (และเจ้าบ่าวป้ายแดง) ผู้ลงการแข่งขัน HYROX รอบเดือนมีนาคมที่ผ่านมาถึงสองรายการ ทั้ง HYROX Men Doubles และ Men Open
ที่นี่ต้อนรับคนทุกระดับตั้งแต่มือสมัครเล่นถึงนักกีฬาอาชีพ การันตีมาตรฐานด้วยเสื้อนักกีฬาชื่อดังบนผนัง โดยมีจุดเด่นที่โปรแกรมฝึกแบบ Customize เฉพาะบุคคล รวมถึงโปรแกรม HYROX ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์แต่ละคนโดยเฉพาะ

Open: ทุกวัน เวลา 8.00-19.00 น.
Address: 92, 48 ซอยนวลน้อย แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
Budget: 1,500 บาท ต่อ 90 นาที, 13,000 บาท ต่อ 10 ครั้ง
Facebook: https://www.facebook.com/SportTechProTH
Instagram: https://www.instagram.com/sporttechproth/
ยิมในย่านวิภาวดีรังสิตของเหล่าคนอึดที่อยากอัปสกิลเน้นๆ เพราะที่นี่มีคลาสค่อนข้างหลากหลาย อย่าง HYROX เองก็มีทั้ง HYROX Base และ Build สำหรับ All Levels, HYROX Engine และ Pace สำหรับคนที่อยากท้าทายพละกำลังตัวเองมากขึ้น รวมถึง HYROX Simulation ที่รองรับทั้งแบบเดี่ยว คู่ หรือก๊วนเพื่อน

นอกจากนี้ยังมีคลาสสำหรับสายยกเวต อาทิ Olympic Weightlifting, Powerlifting ตลอดจน Run Lab สำหรับสายวิ่งโดยเฉพาะอีกด้วย ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว
Open: จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 6.30-20.30 น., เสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 8.00 17.00 น.
Address: เลขที่ 41/1 ซอยวิภาวดีรังสิต 5 แยก 1-2 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
Budget:
3 Class Trial: 1,440 บาท, Drop-in: 600 บาท ต่อคลาส
HYROX Simulation Packages (90 นาที):
Facebook: https://www.facebook.com/rawclubgym/
Instagram: https://www.instagram.com/rawclubgym/
คลับออกกำลังกายครบวงจรในย่านกรุงเทพกรีฑาที่สเปซกว้าง อุปกรณ์ทันสมัย และยังเอาใจชาวคลาสด้วยตัวเลือกที่หลากหลาย รวมถึงโปรแกรม Personal Training สำหรับคนที่เตรียมแข่ง HYROX โดยเฉพาะ ถือเป็นอีกพิกัดที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบซ้อมในยิมขนาดใหญ่ที่มีอุปกรณ์ครบจบในที่เดียว

Open: จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 7.30-22.00 น., เสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 8.00-21.00 น.
Address: 215 โครงการ The Park, ถนนกรุงเทพกรีฑา, กรุงเทพฯ
Budget: รูปแบบสมาชิกรายเดือนและรายปี
Website: https://w-fitnessclub.com/
Facebook: https://www.facebook.com/wfitnessclubs
Instagram: https://www.instagram.com/wfitnessclubs/
ถ้าพูดถึง BEAT ACTIVE ที่ BITEC BURI หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับภาพความสนุกสไตล์ Sports Entertainment ขวัญใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่จริงๆ แล้วที่นี่เขามีบูติกยิมเปิดใหม่ในปีที่ผ่านมาอย่าง BEAT ACTIVE PRO ด้วยสเปซที่กว้างขวาง และยังมีอุปกรณ์แบบ Official HYROX-Standard เรียกว่าได้ลองซ้อมกับของจริงให้ชินมือก่อนลงสนามแข่ง
สำหรับคลาส HYROX ของที่นี่มีระดับ Advance ที่มัดรวมทุกทักษะและเทคนิคที่จะช่วยให้คุณผลักตัวเองไปถึงขีดสุดของร่างกายใน 60 นาที ใครอยากอัปเกรดความฟิตก็แวะมาลองกันได้

Open: (หยุดวันจันทร์) อังคาร-ศุกร์ 10.00-19.00 น., เสาร์-อาทิตย์ 10.00-20.00 น.
Address: BEAT Active BITEC BURI 88 ถนนเทพรัตน, แขวงบางนาใต้, กรุงเทพฯ
Budget: Drop-in: 600 บาท ต่อคลาส, 1 Month 5,000 บาท (ฟรี 10 คลาส + Open gym 1 เดือน)
Website: http://beatactivethailand.com/
Facebook: https://www.facebook.com/BEATActiveProThailand/
Instagram: https://www.instagram.com/beatactivepro.thailand/
ยิมที่โด่งดังเรื่องมวยไทยอย่าง FITFAC ก็ลงมาเล่นสนาม HYROX ด้วยเช่นกัน การฝึก HYROX ที่นี่จะแตกต่างจากยิมอื่นด้วยความเป็น Mini Class 30 นาที ต่อจากคลาสมวย 1 ชั่วโมง โดยรูปแบบการออกกำลังกายจะแบ่งเป็น 4 ฐาน ฐานละ 3.30 นาที พัก 1 นาที และสามารถปรับระดับความยากตามพื้นฐานของผู้เล่นได้ ซึ่งในอนาคตทาง FITFAC จะมีคลาส Simulation สำหรับคนที่อยากจำลองของจริงอีกด้วย ถือเป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่อินมวยเป็นทุนเดิม และอยากลองเทสต์ระบบ HYROX บ้าง

Open: จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 13.00.-21.00 น., เสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 10.00 – 17.30 น.
Address: คลาส HYROX มีเฉพาะสาขาตลิ่งชัน (สาขาอื่นอาจมีเพิ่มเติมในอนาคต)
Budget: [Trial] 1-Week Unlimited Group Class: 1,350 บาท
Website: https://www.fitfacmuaythai.com/
Facebook: https://www.facebook.com/Fitfac.HQ/
Instagram: https://www.instagram.com/fitfac/
ยิม CrossFit ในย่านบางหว้าที่เน้นความดิบ ไม่แฟนซี ไม่หรู มีแต่โปรแกรมฝึกหนัก แน่น ต้อนรับขาโหดที่อยากก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง แม้ที่นี่จะเน้น Cross Fit มาก่อนแต่ก็ต้อนรับสาย HYROX เช่นกัน และยังมีการทดสอบศักยภาพ วิเคราะห์จุดแข็ง จุดที่ต้องติวเข้ม พร้อมวางแผนเฉพาะบุคคลเพื่อไปสู่โพเดียมอีกด้วย

Open: จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 6.30-21.00 น., เสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 9.00-15.00 น.
Address: 108 ซอยสุนทร 1 แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
Budget: First Trial: 299 บาท ต่อคลาส, Drop-in: 560 บาท ต่อคลาส
Facebook: https://www.facebook.com/tenfivebangwa/
Instagram: https://www.instagram.com/tenfive_bangwa/
ฟิตเนสที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เอาใจคนยุ่งงานตารางแน่น พร้อมเสิร์ฟคลาส HYROX ในสองสาขาอย่างอ่อนนุชและสะพานใหม่ โดยมีทั้งคลาสรูปแบบ Foundation, Engine, Power ให้ท้าลอง จะมือใหม่หรืออยากอัปเลเวลก็แวะมาลองที่นี่ได้

Open: เปิด 24 ชั่วโมง
Address: สาขาอ่อนนุช, สะพานใหม่
Budget: 1,399 บาท ต่อเดือน
Website: https://th.fitness24seven.com/
Facebook: https://www.facebook.com/Fitness24SevenThailand/
Instagram: https://www.instagram.com/fitness24seven_thailand/
ชาวนนทบุเรียนไม่ต้องเข้าเมืองให้เหนื่อย เพราะที่ Playground Gym Nonthaburi ก็มีคลาส HYROX ให้ซ้อมเช่นกัน และยังมีค่าคลาสที่น่ารักเข้าถึงง่าย เหมาะกับทั้งทั้งมือใหม่และสายจริงจัง โดยตัวคลาสจะออกแบบให้ฝึกเทคนิคในแต่ละสถานี, ซ้อม Transition ให้เร็วขึ้น, วางแผน Race Strategy และลดจุดพลาดให้มากที่สุด

Open: หยุดวันจันทร์, อังคาร-อาทิตย์ เปิดเวลา 08.00-21.00 น.
Address: ถนนโยธาธิการ ตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี
Budget: Drop-in: 500 บาท ต่อคลาส, สมาชิก: 390 บาท ต่อคลาส
Facebook: https://www.facebook.com/playgroundgym.nonthaburi/
Instagram: https://www.instagram.com/playgroundgym.nonthaburi/
บูติกยิมในบ้านย่านเอกมัยที่โดดเด่นด้านการฝึกแบบ Hybrid Training ทั้งแบบส่วนตัวและกรุ๊ปคลาสขนาดเล็ก ทำให้โค้ชสามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง และยังมีคลาส HYROX หลายรูปแบบเพื่อรองรับผู้เล่นทุกระดับ อาทิ Engine, Compromise Run, Athlete หรือ Race Simulation และด้วยความที่เป็นยิมในบ้าน การเล่นแต่ละสเตชันที่นี่จึงมีทั้งแบบ In-door, Outdoor ได้บรรยากาศความโฮมมี่ไปอีกแบบ

Open: หยุดวันอาทิตย์, จันทร์-เสาร์ เปิดเวลา 7.00-19.30 น.
Address: สุขุมวิท 65, พระโขนง, กรุงเทพฯ (ใกล้ BTS เอกมัย)
Budget: 1,200 บาท ต่อคลาส
Instagram: https://www.instagram.com/139_arena/
ที่นี่นับเป็นยิมในโรงแรมแห่งแรกในไทยที่ร่วมเป็น HYROX Training Club อย่างเต็มตัว ซึ่งเรื่องคุณภาพคงไม่ต้องห่วงด้วยมาตรฐานโรงแรมระดับห้าดาว สำหรับสมาชิกยิมจะเข้าคลาส HYROX ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง พร้อมมีเซสชันกลางแจ้งเดือนละครั้ง และการแข่งจำลองประจำปีให้ได้สนุกกัน ใครที่เบื่อบรรยากาศเดิมๆ อยากลองเปลี่ยนมาเล่นในยิมอีกระดับ ก็ลองแวะมาที่นี่กันได้

Open: ทุกวัน 06.00-22.00 น.
Address: 78 ซอยต้นสน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
Budget: สอบถามค่าสมาชิกได้กับทางโรงแรมโดยตรง
Website: https://www.kimptonmaalaibangkok.com/
Facebook: https://www.facebook.com/kimptonmaalaibangkok/
Instagram: https://www.instagram.com/kimptonmaalaibangkok/
ยิมย่านภาษีเจริญขวัญใจเหล่า CrossFit ที่มีโปรแกรม HYROX ให้ฝึกอย่างเข้มข้นไม่แพ้กัน เริ่มได้ทันที ไม่มีพื้นฐานก็มาได้ ไม่ว่าจะเป็นคลาส Strength/Power ที่เน้นสร้างความแข็งแรงและพลังระเบิด, Engine เพื่อเพิ่มความอึด ไม่อ่อมระหว่างทาง และ Race Prep ที่จำลองการแข่งขันจริง

Open: (หยุดวันอาทิตย์) จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 6.30-21.00 น., เสาร์ เปิดเวลา 9.00-15.00 น., อาทิตย์ เปิดเวลา
Address: 689/2 ถนนเพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
Budget: (มี Free Trial) Drop-in: 600 บาท ต่อคลาส, 1-Month Unlimited Group Class: 4,900 บาท
Facebook: https://www.facebook.com/profile.php?id=61575164912098
Instagram: https://www.instagram.com/powerupcrossfit/
ฟิตเนสคลับสัญชาติอังกฤษที่ยกระดับสู่การเป็น Official HYROX Training Club เต็มตัวภายใต้คอนเซปต์ Social Wellness Club
จุดเด่นคือการใช้อุปกรณ์มาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในสนามแข่งจริงในทุกสาขา พร้อมคลาส 45 นาทีที่ออกแบบมาเพื่อปั้นความอึดและพละกำลังอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะเริ่มเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2026 นี้ ตามด้วยโปรแกรม Personal Training และการจำลองสนามแข่ง (Simulation) ในเดือนมิถุนายน
นอกจากนี้ยังมีโซน Recovery ระดับพรีเมียมที่ครบครันที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งเทคโนโลยีจาก Hyperice, Zero-Gravity Sleep Pods และ Himalayan Salt Room ให้ได้ฟื้นฟูร่างกายแบบจัดเต็มหลังซ้อมหนัก

Open: เช็กเวลาทำการได้ทางเว็บไซต์ Virgin Active
Address: Empire Tower, EMQUARTIER, Siam Discovery, Wireless Road, Central Festival Eastville และ 101 True Digital Park
Budget: One Day Pass 800 บาท (ไม่รวม VAT) (สมาชิกใหม่ติดต่อทดลองเล่นฟรีครั้งแรก / สอบถามตารางคลาสได้กับทางคลับ)
Website: https://www.virginactive.co.th
Facebook: https://facebook.com/VirginActiveThailand
Instagram: https://www.instagram.com/virginactivethailand
บูติกฟิตเนสพรีเมียมที่ล่าสุดปักหมุดสาขาใหม่ในย่านหมอชิตอย่าง CUBIC มีคลาส HYROX ให้เลือกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น HYROX Sim, HYROX Engine, HYROX Endurance หรือ HYROX Strength ที่มีความเข้มข้นแตกต่างกันไป เรียกได้ว่าอยากโฟกัสการฝึกด้านไหนก็มีให้เลือกครบ

Open: ตรวจสอบเวลาทำการได้ที่แต่ละสาขาโดยตรง
Address: 3 สาขา: ชั้น 36 BTS Visionary Park, ชั้น 4 EmSphere Tower, ชั้น G อาคารเพรสซิเด้นท์ ทาวเวอร์ ชั้น G,
Budget: [Trial] 7-Day Unlimited Group Classes: 1,500 บาท สำหรับสาขาชิดลม, 1,850 บาท สำหรับสาขา EmSphere
Website: https://cubicsocialclub.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheCubicFitness
Instagram: https://www.instagram.com/cubicsocialclub/
ยิมย่านสาทรที่ได้รับการโหวตให้เป็น Best Gym in Bangkok ตั้งแต่ปี 2023-2025 นอกจากจะเลื่องชื่อในคลาสสไตล์ HIIT และ Conditioning แล้ว ที่นี่ยังมีโซน Private สำหรับ HYROX โดยเฉพาะ ให้ใช้บริการถึง 120 นาที รองรับตั้งแต่ 1-4 คน ส่วนใครที่อยากเข้าคลาส HYROX ที่นี่ก็มีให้บริการเช่นกัน และที่สำคัญคือรองรับผู้เล่นได้สูงถึง 35 คนเลยทีเดียว

Open: จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 7.00-21.00 น., เสาร์ เปิดเวลา 9.00-18.00 น., อาทิตย์ เปิดเวลา 10.00-18.00 น.
Address: ชั้น 11 อาคารปัญจภูมิ
Budget:
3 Class Trial: 1,290 บาท
HYROX Private Zone (120-min):
Website: https://www.encoretrainingclub.com/
Facebook: https://www.facebook.com/encoretrainingclub
Instagram: https://www.instagram.com/encoretrainingclub/
สำหรับใครที่มองหาบรรยากาศการซ้อมวิ่งแบบสนามจริง ONTRACK STATION คือเดสติเนชันใจกลางเมืองที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุด ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ทำเล แต่ยังจัดเต็มด้วยคลาส HYROX ที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้ง HYROX S&C เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและอึด, HYROX S&P ที่เน้นฝึกเทคนิคเฉพาะทางกับอุปกรณ์จริง และคลาส HYROX TIME-TRIAL ที่จำลองบรรยากาศการแข่งจริงมาให้คุณทดสอบขีดจำกัดของตัวเองก่อนวันลงสนามจริง ถือเป็นอีกหนึ่งยิมที่ครบทั้งคุณภาพและบรรยากาศที่สายฟิตต้องลองมาเช็กอินดูสักครั้ง

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-21.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-18.00 น.
Address:
Budget: 800 บาท ต่อคลาส
Website: https://www.ontrackgym.com/
Facebook: https://www.facebook.com/ontrackasia
Instagram: https://www.instagram.com/ontrackstation/
ถ้าชอบการฝึกแบบดิบๆ Open-Air และมิตรภาพเพื่อนใหม่ต่างชาติ ลองแวะมาที่นี่ แล้วจะได้ความ Sweaty แบบถึงใจด้วยการฝึกแบบเข้มข้น เน้นการพัฒนาศักยภาพอย่างแท้จริง ไม่แน่คุณอาจจะได้พาร์ตเนอร์ไปแข่ง HYROX ด้วยก็ได้นะ

Open: (หยุดวันอาทิตย์) จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 6.30-20.30 น., เสาร์ เปิดเวลา 9.00-11.30 น.
Address: 42 ซอย อารีย์ 1 แขวงพญาไท เขตพญาไท
Budget: 800 บาท ต่อวัน
Website: https://www.arifitness.com/
Facebook: https://www.facebook.com/arifitbangkok/
Instagram: https://www.instagram.com/arifitbangkok/
พิกัดฟิตเนสสตูดิโอที่ชาว HYROXER จำนวนไม่น้อยเลือกเป็นที่กบดาน เพราะที่ BASE ค่อนข้างจะเลื่องชื่อกับความทันสมัยของอุปกรณ์ และความครบเครื่องของโปรแกรมที่ตอบโจทย์ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงขั้นแอดวานซ์ ไม่ว่าจะเป็น HYROX BASELINE, HYROX RACE PREP ไปจนถึงโปรแกรมไฮไลต์อย่าง HYROX Race Simulation ที่ช่วยให้คุณคุ้นเคยกับความรู้สึกในสนามแข่งขันจริงๆ
อ่านเพิ่มเติม: ล้วงลึกเคล็ดลับและเทคนิคที่ต้องรู้ก่อนแข่ง HYROX กับ โค้ชกี้ ชนากานต์ จาก BASE

Open: ตรวจสอบเวลาทำการได้ที่แต่ละสาขาโดยตรง
Address: 3 สาขา ได้แก่ BASE Amarin, BASE Sathorn, BASE Langsuan
Budget: 2 Class Trial: 1,100 บาท
Website: https://basebangkok.com/
Facebook: https://www.facebook.com/basebangkok
Instagram: https://www.instagram.com/basebangkok/
ยิม Cross Fit เท่ๆ อย่าง CrossFit Arena เป็นอีกที่ที่จริงจังเรื่องการฝึก อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะโปรแกรม HYROX ที่มีทั้งแบบรายเดือน และระยะยาวเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ โดยเน้นฝึกความแข็งแรงของร่างกายรอบด้าน และยังมีการเก็บสถิติของตัวเองตลอดการเทรนนิ่งเพื่อให้เห็นพัฒนาการของตัวเองชัดเจน

Open: จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 06.30-21.30 น., เสาร์ เปิดเวลา 09.30-14.30 น., อาทิตย์ เปิดเวลา 09.30-13.30 น.
Address: 1643/5 ถนนเพชรบุรี แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี
Budget: Drop-in: 800 บาท ต่อคลาส, 4,900 บาท ต่อเดือน
Website: https://crossfitarbkk.com/
Facebook: https://www.facebook.com/CrossFit.Arena.Bangkok/
Instagram: https://www.instagram.com/crossfit_arena_bangkok/
สตูดิโอ HIIT ชื่อดังส่งตรงจากออสเตรเลียที่ยืนหนึ่งเรื่องความเข้มข้นใน 45 นาที คลาส HYROX ของที่นี่จะไม่ได้เน้นฝึกแค่ท่าที่ใช้แข่งเป๊ะๆ อย่างเดียว แต่ผสมผสานท่าที่หลากหลายในสไตล์ Functional Training แบบฉบับ F45 ให้ได้เหนื่อยรากเลือดเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความอึดถึกแบบเน้นๆ ช่วยปูพื้นฐานร่างกายให้ฟิตปึ๊ก พร้อมออกไปลุยสนามจริงได้แบบไม่ต้องกลัวหมดแรง

Open: จันทร์-อังคาร, พฤหัส-ศุกร์ เปิดเวลา 5.30-20.00 น., พุธ เปิดเวลา ศุกร์ เปิดเวลา 5.30-20.00 น., เสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 9.00-17.00 น.
Address: 48 ซอยสุขุมวิท 16 (ชั้น 10 อาคารจอดรถฟู้ดแลนด์)
Budget: (มี Free Trial) 1,200 บาท ต่อคลาส
Website: https://f45training.com/th/studio/asok/
Facebook: https://www.facebook.com/f45asok/
Instagram: https://www.instagram.com/f45_training_asok/
ฟิตเนสคลับที่ขึ้นชื่อเรื่องความครบเครื่องและอุปกรณ์ที่หลากหลายที่สุดแห่งหนึ่ง จุดเด่นคือความพร้อมของอุปกรณ์ที่เรียกได้ว่าจัดเต็มที่สุด และมีสาขาให้เลือกเยอะมากจนจะใกล้บ้านหรือใกล้ที่ทำงานก็พุ่งไปซ้อมได้แบบสะดวกสุดๆ สำหรับใครที่อยากเตรียมตัวลงสนาม ที่นี่มีคลาสที่ผ่านการรับรองมาให้ซ้อมกันถึง 5 รูปแบบ ทั้ง HyroFit, Hyrox Foundation, Hyrox Power, Hyrox Engine และ Hyrox Complete จะสายปั้นพละกำลังหรือสายสร้างความอึดถึก ก็เลือกจัดตารางซ้อมให้เข้ากับเป้าหมายตัวเองได้เลยในที่เดียว

Open: ตรวจสอบเวลาทำการได้ทางเว็บไซต์ Fitness First
Address: ตรวจสอบสาขาที่มีคลาส HYROX ได้ทางเว็บไซต์ Fitness First
Budget: รูปแบบสมาชิกรายเดือน/ ปี
Website: https://www.fitnessfirst.com/th/th
Facebook: https://www.facebook.com/FitnessFirstThailand
Instagram: https://www.instagram.com/fitnessfirstthailand/
นอกจากจะเป็นแหล่งกบดานของเหล่า Fighter ตัวจริงย่านเอกมัยแล้ว ที่นี่ยังเปิดพื้นที่ให้สายอึดมาปลดปล่อยพลังกับคลาส HYROX ด้วยเช่นกัน ใครที่อยากอัปเกรดความฟิตแบบรอบด้านภายใต้บรรยากาศที่เข้มข้นสไตล์ สเปซกว้างขวาง บอกเลยว่าที่นี่จะช่วยผลักดันให้คุณก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมได้สนุกกว่าเดิม ด้วยโปรแกรมที่ผสมผสานทั้งการวิ่งและ Functional Movements อย่างลงตัว

Open: อังคาร-พฤหัส เปิดเวลา 6.30-22.30 น., ศุกร์-จันทร์ เปิดเวลา 7.00-21.00 น.
Address: 758/22 Waterford Diamond Tower, ซอยสุขุมวิท 30/1
Budget: 535 บาท ต่อคลาส
Website: https://elitefightclub.com/
Facebook: https://www.facebook.com/elitefightclubbkk
Instagram: https://www.instagram.com/elitefightclubbkk/
ใครชอบบรรยากาศยิมแบบดิบๆ เท่ๆ ต้องลองมาที่ CrossFit Naga ยิมสไตล์ Open-air ที่ให้ฟีลการซ้อมแบบจริงจังและถึงใจสุดๆ ที่นี่มีโค้ชต่างชาติคอยดูแลและแชร์เทคนิคให้แบบเข้มข้น บรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะทั้งมือใหม่และสายแข็งที่อยากท้าทายขีดจำกัดของตัวเองในแบบที่ได้เหงื่อสะใจแน่นอน

Open: จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 06.30-21.00 น., เสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 08.30-15.00 น.
Address: PR Court Apartment, 19 ซอยต่อศักดิ์ 1 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา
Budget: 850 บาท ต่อคลาส
Website: https://www.crossfit.com/gym/34784/crossfit-naga
Facebook: https://www.facebook.com/profile.php?id=61565654665492
Instagram: https://www.instagram.com/crossfit_naga/?hl=en
ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่เพิ่งเริ่มหรือสายแข็งระดับโปร ที่นี่พร้อมจะซัพพอร์ตและผลักดันให้คุณก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองด้วยโค้ชเฉพาะทาง ในส่วนของคลาส HYROX ที่นี่จะมีตั้งแต่พื้นฐาน HYROX VO2, HYROX Engine และ HYROX Strength สามารถเลือกตามจุดประสงค์ได้เลย

Open: จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 6.00-22.00 น., เสาร์ เปิดเวลา 8.00-14.00 น., อาทิตย์ เปิดเวลา 8.00-18.00 น.
Address: 1022 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย
Budget: 800 บาท ต่อคลาส, Unlimited Group Class 2,300 บาท ต่อสัปดาห์
Website: https://www.ironhivegymbkk.com/
Facebook: https://www.facebook.com/ironhivegym
Instagram: https://www.instagram.com/ironhivegym/
คลับพรีเมียมที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง โดดเด่นด้วยอุปกรณ์ครบครันและลานหญ้าเทียมสำหรับซ้อม Sled โดยเฉพาะ ที่นี่จัดเต็มคลาส HYROX 4 รูปแบบเพื่อเตรียมความพร้อมรอบด้าน เริ่มที่ HYROX Foundational เน้นปูพื้นฐานเทคนิค และการเคลื่อนไหวให้ถูกต้องสำหรับมือใหม่, HYROX Engine อัปเกรดความอึดและระบบเผาผลาญ, HYROX Power เสริมความแกร่งของกล้ามเนื้อ และ HYROX Complete จำลองการแข่งจริง

Open: เปิด 24 ชม.
Address: Jetts Black The ParQ, Jetts Black Park Silom, Fitness The Walk Kaset-Nawamin
Budget: รูปแบบสมาชิกรายเดือน/ปี
Website: https://www.jetts.co.th/
Facebook: https://www.facebook.com/JettsThailand
Instagram: https://www.instagram.com/jettsfitnessthailand/
ใครชอบยิมแบบ Open-Air ที่สเปซใหญ่จุใจต้องพุ่งมาที่นี่เลย เพราะ Real Gym จัดหนักด้วยอุปกรณ์มากกว่า 100 เครื่อง และ Functional Zone ที่กว้างกว่า 300 ตร.ม. ให้คุณได้ซ้อม HYROX แบบจัดเต็มทั้งงานวิ่งและงานปั้นพละกำลัง
ในส่วนของคลาสก็มีให้เลือกฝึกตามเป้าหมายแบบเน้นๆ ทั้ง Engine, Power และ Complete จะเน้นอึดหรือเน้นระเบิดพลังก็จัดไปได้แบบสาแก่ใจแน่นอน

Open: จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 07.00-23.00 น., เสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 08.00-22.00 น.
Address: 40, 1 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน
Budget: (มี Free Trial), รูปแบบสมาชิกรายเดือน
Website: https://www.realgymth.com/
Facebook: https://www.facebook.com/RealgymLiabDuan/
Instagram: https://www.instagram.com/realgymofficial/
ยิมสาย Functional Training อันเป็นที่รักของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยโปรแกรมการฝึกแสนจะเข้มข้น และเอเนอร์จี้ของโค้ชที่จะพุชให้เราไปถึงฝั่งฝัน
ส่วนโปรแกรม HYROX ของที่นี่มีทั้งคลาสกลุ่ม อาทิ HYROX Capacity, HYROX Strength & Power, HYROX Simulation และ Personal Training ใครอยากฝึกก้าวข้ามขีดจำกัดตัวเองต้องลองไปที่นี่ดูสักครั้ง

Open: จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 07.00-20.30 น., เสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 09.00-16.00 น.
Address: 36/2 ซอยสุขุมวิท 69 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา
Budget: First Trial: 350 บาท ต่อคลาส, 5,450 บาท ต่อเดือน
Website: https://www.traininggroundbkk.com/
Facebook: https://www.facebook.com/tgbangkok/
Instagram: https://www.instagram.com/traininggroundsukhumvit69/
The post ปักหมุด 27 HYROX Training Club ซ้อมให้ยับก่อนลงสนามจริง! appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงนี้เทรนด์กีฬาเทนนิสกำลังมาแรง เชื […]
The post หยิบแร็กเกตมาเรียกเหงื่อที่ ALM x Impact Tennis สนามเทนนิสใหม่ในย่านเมืองทองฯ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงนี้เทรนด์กีฬาเทนนิสกำลังมาแรง เชื่อว่าหลายคนเริ่มมองหาแร็กเกตคู่ใจและสนามดีๆ ใช้เวลาในช่วงสุดสัปดาห์
หากใครที่กำลังมองหากิจกรรมใหม่ๆ สำหรับการออกกำลังกาย ที่ทั้งสนุกและเล่นด้วยกันได้ทั้งครอบครัว ‘ALM x Impact Tennis’ สนามเทนนิสเปิดใหม่ในย่านเมืองทองธานี ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่น่าสนใจ และตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างลงตัว


ไฮไลต์ของที่นี่คือ สเกลของสนามที่ได้มาตรฐานระดับสากล มีคอร์ตให้เลือกเล่นได้หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น ‘US Open Style Hard court’ จำนวน 10 คอร์ต ที่เหมาะสำหรับมือใหม่เพิ่งเริ่มเล่นหรือใครที่เน้นเกมเร็ว ตีสนุก เพราะเป็นคอร์ตพื้นแข็งที่ผิวจะมีความเฟิร์ม ลูกเทนนิสกระดอนค่อนข้างเร็วและสม่ำเสมอ
ส่วนใครที่ไม่อยากวิ่งเยอะ อยากเซฟร่างกาย ชอบเล่นสไตล์ตีโต้กันนานๆ ต้องมาที่คอร์ต ‘Australian Open Style Hard court’ เพราะเป็นมิตรกับข้อเข่าและข้อเท้า สนามจะมีความยืดหยุ่นและเสริมเลเยอร์ช่วยซับแรงกระแทกได้ดี เรตราคาเช่าสนามก็เข้าถึงได้ง่าย แตกต่างกันไปตามช่วงเวลา หากว่ามาก่อน 17.00 น. ราคาอยู่ที่ 300 บาท และ 400 บาท มาหลัง 17.00 น.


‘Center court’ หรือคอร์ตหลักประจำคลับ มีอัฒจันทร์ล้อมรอบ ระบบไฟและบรรยากาศจะเซตอัปมาให้เหมือนสนามแข่งขันจริง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้เล่นได้ครบ โดยราคาจะอยู่ที่ 550 บาท ช่วงก่อน 18.00 น. และ 1,350 บาทหลัง 18.00 น.
อีกคอร์ตที่ค่อนข้างหาเล่นได้ยากคือ ‘Clay court’ หรือคอร์ตดินที่ปูพื้นด้วยผงอิฐหรือดินสีส้มแดงทำให้พื้นมีความลื่น ลูกเทนนิสจึงจะกระดอนสูงและช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เวลาเล่นเราจะได้ใช้ทักษะการสไลด์ตัวเข้าไปรับลูก แต่ในขณะเดียวกันก็เซฟร่างกายได้ดีมากเช่นกัน
ค่าเช่าของคอร์ตนี้จะอยู่ที่ 1,200 บาทก่อน 17.00 น. และ 1,500 บาทหลัง 17.00 น.



นอกจากนี้ ใครที่เป็นมือใหม่หรือไม่มีประสบการณ์ในการตีเทนนิสมาก่อนก็ไม่ต้องกังวล เพราะที่นี่ยังมีคลาสสอนเทนนิสหลากหลายโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น



ALM x Impact Tennis เปิดตั้งแต่เวลา 08.00 น. ไปจนถึง 22.00 น. แนะนำว่าให้กดจองคอร์ตล่วงหน้าผ่านทาง https://reservation.almximpacttennisbooking.com
ภาพ: ALM x Impact Tennis
The post หยิบแร็กเกตมาเรียกเหงื่อที่ ALM x Impact Tennis สนามเทนนิสใหม่ในย่านเมืองทองฯ appeared first on THE STANDARD.
]]>