THE STANDARD WEALTH - สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน

×
THE STANDARD HOME ECONOMIC MARKET BUSINESS CRYPTOCURRENCY OPINION WEALTH MANAGEMENT WORK & LEADERSHIP LIFESTYLE & PASSION
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้สงครามจ่อสิ้นสุดใน 4-6 สัปดาห์ พร้อมหนุนรัฐกู้ 5 แสนล้าน หากเน้นลงทุนยั่งยืน
EXCLUSIVE CONTENT BY SCB WEALTH

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้สงครามจ่อสิ้นสุดใน 4-6 สัปดาห์ พร้อมหนุนรัฐกู้ 5 แสนล้าน หากเน้นลงทุนยั่งยืน

... • 27 เม.ย. 2026

HIGHLIGHTS

  • ตลาดหุ้นโลกอ่อนตัวลงเล็กน้อย แต่ดัชนีหลักอย่าง S&P500 ทำจุดสูงสุดใหม่ระหว่างสัปดาห์ หนุนโดยผลประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเซมิฯ ที่ออกมาดี สะท้อนมุมมองตลาดที่ให้น้ำหนักต่อผลประกอบการ และมองข้ามการเจรจาเพื่อยุติสงครามที่ยังไม่ได้ข้อยุติ
  • สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หลังปธน. ทรัมป์ประกาศขยายหยุดยิงแบบไม่มีกำหนด แต่ยังเดินหน้าบังคับใช้การปิดล้อมทางทะเลต่อไป
  • บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่า สงครามมีแนวโน้มสิ้นสุดหรือเข้าสู่ Effective Ceasefire ได้ภายใน 4-6 สัปดาห์ จากแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อทุกฝ่ายยังสูงมาก และการเจรจาที่อิสลามาบัดวางรากฐานไว้แล้ว
  • สำหรับไทยที่กำลังจะมี พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่า ‘จำเป็นและสมเหตุสมผล’ แต่รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็น Productive Spending ที่สร้างรายได้ระยะยาว ไม่ใช่แค่การกระตุ้นสั้นๆ ที่ทิ้งภาระหนี้ไว้ในอนาคต

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลกอ่อนตัวลงเล็กน้อย จากแรงขายทำกำไรในช่วงปลายสัปดาห์ โดยในฝั่งของสหรัฐฯ ดัชนีหลักอย่าง S&P500 ทำจุดสูงสุดใหม่ระหว่างสัปดาห์ หนุนโดยผลประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเซมิฯ ที่ออกมาดี (กลุ่มเทคฯ +1.1% WoW) สะท้อนมุมมองตลาดที่ให้น้ำหนักต่อผลประกอบการ และมองข้ามการเจรจาเพื่อยุติสงครามที่ยังไม่ได้ข้อยุติ หลัง ปธน. ทรัมป์ ประกาศขยายการหยุดยิงกับอิหร่านแบบไม่มีกำหนด แม้การเจรจารอบล่าสุดล่ม เนื่องจากอิหร่านปฏิเสธเข้าร่วม

 

ด้านช่องแคบฮอร์มุซยังปิดต่อไปทั้งจากฝั่งสหรัฐฯ และอิหร่าน สะท้อนสถานการณ์ที่ยังคงเปราะบางในระยะถัดไป โดยเฉพาะต่อราคาน้ำมันที่อาจพุ่งสูงขึ้นได้จากอุปทานที่ตึงตัว

 

ด้าน Kevin Warsh ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธาน Fed ได้ย้ำความมุ่งมั่นในการปกป้องความเป็นอิสระของ Fed ซึ่งแถลงการณ์โดยสรุปบ่งชี้ว่า Warsh ค่อนข้างเข้มงวดต่อเงินเฟ้อมากกว่าที่ตลาดคาด ด้านยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือน มี.ค. +1.7%MoM เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนและสูงกว่าตลาดคาด สะท้อนว่าการใช้จ่ายผู้บริโภคยังแข็งแกร่ง แม้เผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากสงครามอิหร่าน

 

ตลาดหุ้น EM อ่อนตัวลงเช่นกัน จากความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงเปราะบาง หนุนราคาน้ำมันยืนในระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กดดันประเทศเอเชียซึ่งนำเข้าจากภูมิภาคนี้เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังปรับตัวขึ้นได้ในทิศทางเดียวกับหุ้นเทคฯ ในสหรัฐฯ

 

ในส่วนของประเทศไทย Moody’s ปรับ outlook จาก Negative เป็น Stable และคงเรตติ้ง Baa1 จากความเสี่ยงภาษีสหรัฐฯ ที่คลี่คลาย การลงทุนเอกชนเริ่มฟื้น และเสถียรภาพการเมืองดีขึ้น อย่างไรก็ดี ไทยยังมี downside จากราคาน้ำมันสูง หนี้สาธารณะใกล้เพดาน และศักยภาพการเติบโตระยะยาวที่ยังอ่อนแอ สัปดาห์นี้ SET Index อ่อนตัวลง 1.9% WoW

 

ลุ้น ‘ศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน’ จบใน 6 สัปดาห์

 

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่า สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หลังปธน. ทรัมป์ประกาศขยายหยุดยิงแบบไม่มีกำหนด แต่ยังเดินหน้าบังคับใช้การปิดล้อมทางทะเลต่อไป

 

เรามองว่า สงครามมีแนวโน้มสิ้นสุดหรือเข้าสู่ Effective Ceasefire ได้ภายใน 4-6 สัปดาห์ จากแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อทุกฝ่ายยังสูงมาก และการเจรจาที่อิสลามาบัดวางรากฐานไว้แล้ว

 

แต่ความเสี่ยงหลักยังมีสองประเด็นสำคัญที่อาจทำให้ข้อตกลงล้มเหลวได้ในนาทีสุดท้าย จากที่ทั้งสองฝ่ายยังเห็นต่างกันอย่างมีนัยสำคัญได้แก่ ระยะเวลายุติการเสริมสมรรถนะ, การจัดการสต็อกยูเรเนียมความเข้มข้นสูงและข้อตกลงทางการเงิน รวมถึงปัญหาผู้มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริงของอิหร่าน หลังการลอบสังหารผู้นำสูงสุด Ali Khamenei ทำให้อิหร่านในปัจจุบันไม่ได้มีผู้นำเพียงคนเดียวที่ทุกฝ่ายยอมรับ ขณะที่ประธานาธิบดี Pezeshkian แนวปฏิรูปถูก IRGC ขัดขวาง ในขณะที่นายพลระดับสูงของ IRGC กลับกลายเป็นผู้มีอำนาจที่แท้จริงในทางปฏิบัติ ผลที่ตามมาคือสัญญาณจากอิหร่านขัดแย้งกันเองอยู่ตลอดเวลา

 

ด้านนโยบายการเงิน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในเดือน เม.ย. จากยอดค้าปลีกและตลาดแรงงานยังแข็งแกร่งและเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงทำให้การลดดอกเบี้ยในปีนี้ทำได้ยากขึ้น

 

นอกจากนี้ ยังมองว่า การออก พ.ร.ก. กู้เงิน 500,000 ล้านบาทมีความจำเป็นและสมเหตุสมผล แต่กุญแจสำคัญอยู่ที่รัฐบาลจะนำเสนอแพ็กเกจครบถ้วนทั้งกรอบวินัยหนี้ แผนรายได้ระยะยาว และแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานได้หรือไม่ ซึ่งจะชี้ขาดว่าจะถูกประเมินเป็น productive spending หรือเพียงการกระตุ้นระยะสั้นที่สร้างภาระการคลังระยะยาว

 

กลยุทธ์การลงทุนตลาดหุ้นไทย

 

นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ (มองบวกต่อการเจรจา): ให้ปรับพอร์ตตามกรอบเวลาและความผันผวน ดังนี้

 

  • ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เล่นเก็งกำไรในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ. (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) สินเชื่อ (SAWAD MTC TIDLOR) รวมทั้งหุ้น SET50 ที่เป็นเป้า Short Covering ได้แก่ MINT BDMS TIDLOR LH AWC
  • ระยะกลาง (3-6 เดือน): สะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือเงินเฟ้อ (ADVANC TRUE BDMS BH CHG BCH CPALL CPAXT BJC CPN)
  • ระยะยาว (6-12 เดือน+): ลงทุนกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมฯ ตามเทรนด์ลดการพึ่งพาฟอสซิล (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA)
  • นักลงทุนที่รับความเสี่ยงต่ำ (กังวลเจรจาล้มเหลว): เน้นถือเงินสด/ตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อลดผลกระทบ Bond Yield พุ่งและรอจังหวะซื้อเมื่อสถานการณ์ชัดเจน รวมทั้งทำ Strategic Hedging ในหุ้นน้ำมัน (PTTEP PTTGC) และหุ้น High Dividend (Yield > 5%) ก่อน XD เม.ย.-พ.ค. นี้ (KKP TISCO BAM AP TLI)
  • Trading Idea : 1. Earning Play ซึ่งจะประกาศกำไร 1Q69 เติบโตดี YoY ได้แก่ DELTA CPN ADVANC TRUE GULF TU 2. Policy Play ที่อาจมีความคืบหน้าการออกมาตรการเพิ่มของภาครัฐ ได้แก่ คนละครึ่งพลัส (CPALL CPAXT BJC TNP)/รถเก่าแลกรถใหม่ (AH STANLY TISCO KKP) และ 3. Summer Play ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการซื้อสินค้าคลายร้อนสูงขึ้น ได้แก่ ICHI HTC HMPRO GLOBAL

 

“ช่วงสั้นมอง SET จะมีปัจจัยบวกในประเทศ อาทิ Moody’s Upgrade มุมมองเรทติงไทย, รัฐบาลยืนยันงบปี 2570 ตามแผน และกำไรกลุ่มธนาคารดีกว่าตลาดคาด แต่มีความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ กดดันบรรยากาศลงทุน ส่งผลให้ทิศทาง SET ยังขึ้นอยู่กับผลเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ทั้งนี้หากการเจรจามีพัฒนาการเชิงบวกคาด SET จะดีดตัวแบบ V-Shape ขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,500 จุด แต่หากการเจรจาล้มเหลว คาด SET จะปรับฐานลงไปทดสอบแนวรับที่ 1,400 จุด” บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุไว้ในส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์

 

ปัจจัยต้องติดตามสัปดาห์นี้

 

  • การประชุมธนาคารกลางหลัก ได้แก่ BoJ (28 เม.ย.), BoT (29 เม.ย.), FOMC BoE และ ECB (30 เม.ย.) ซึ่งตลาดคาดคงดอกเบี้ยนโยบายหมด
  • ความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และสถานการณ์การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
  • ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ Core PCE สหรัฐฯ มี.ค., GDP สหรัฐฯ 1Q26 และ รายงานภาวะเศรษฐกิจของ ธปท. เดือน มี.ค.

 

หุ้นเด่นประจำสัปดาห์: GULF - รับผลดีนโยบายหนุนพลังงานสะอาด

 

แนะนำ บมจ. กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF เนื่องจากเหตุผลหลัก ดังนี้

 

  • เป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าชั้นนำของไทย ทั้งนี้โครงสร้างรายได้แบ่งเป็น 3 ธุรกิจหลักได้แก่ พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และดิจิทัล โดยธุรกิจผลิตไฟฟ้าจะยังคงเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรให้กับบริษัทได้มากที่สุดในอีกหลายปีข้างหน้า ด้วยกำลังผลิตติดตั้งรวม 23,356 MW ในปี 2033 เพิ่มจาก 16,534 MW ในปี 2025
  • โมเมนตัมกำไรแข็งแกร่ง โดยปี 2026 คาดกำไรปกติโต 15%YoY จากรับรู้กำลังผลิตใหม่รวม 695 MW และค่าความพร้อมจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ ใน 2H26 รวมถึงเงินปันผลที่สูงขึ้นจาก KBANK หลังเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นเป็น 10% ตั้งแต่ ก.พ. 26 และส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่ยังแข็งแกร่ง
  • มีปัจจัยกระตุ้นจากนโยบายรัฐที่หนุนใช้พลังงานสะอาด เช่น ปล่อยสินเชื่อต่ำสำหรับติดตั้ง Solar Rooftop และยังมี Upside จากแผน PDP ฉบับใหม่ที่จะเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนมากขึ้น ขณะที่ได้รับผลกระทบจำกัดจากราคา LNG ที่สูงขึ้นจากวิกฤติพลังงาน เพราะมีลูกค้า SPP น้อย (ส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้า IPP)
  • เราประเมินราคาเป้าหมายอยู่ที่หุ้นละ 75 บาท (อิงวิธี DCF) และคาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2026 หุ้นละ 1.59 บาท คิดเป็น Div. Yield ราวปีละ 2.8%

 

ธีมการลงทุนตลาดหุ้นโลก

 

ภาพรวมงบ 1Q26 ของกลุ่ม Defense ทั้ง NOC, RTX และ Thales ดีกว่าคาด หนุนจากสภาวะสงครามในอิหร่าน ด้าน BA เผยผลขาดทุนน้อยลงสะท้อนทิศทางการฟื้นตัว ขณะที่ LMT เผยงบต่ำกว่าคาดผลจากยอดขาย F-16 ลด แต่หุ้นผันผวนในระยะสั้นตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะที่เราเชื่อว่ากลุ่มยังมีปัจจัยแกร่งจาก Backlog ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมองบวกต่อ RTX, NOC, Thales

 

  • RTX เผยงบดีกว่าคาดและปรับเพิ่มเป้างบทั้งปี จากความต้องการขีปนาวุธและระบบป้องกันภัย
  • Thales เผยงบโตเด่น โดยยอดคำสั่งซื้อในส่วนงานป้องกันประเทศ เติบโตถึง 75%
  • NOC เผยงบแกร่ง โดยบรรลุข้อตกลงกับเพนตากอนเพื่อ เร่งผลิตเครื่องบิน B-21 เพิ่มขึ้น 25%
  • LMT เผยงบต่ำกว่าคาด โดยยอดขาย F-16 และโครงการลับลดลง รวมถึงมีปัญหา ERP และกระแสเงินสดติดลบ แต่ Backlog สูงถึง $186bn และมีแผนเร่งผลิต PAC-3 และ THAAD เพิ่มขึ้น 3-4 เท่า
  • BA เผยงบสะท้อนทิศทางฟื้นตัว โดยขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ $7mn โดยรายได้โต 14% ยอดส่งมอบเครื่องบินพาณิชย์สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2019 แม้ยังมีปัญหา Supply Chain แต่มี Backlog แข็งแกร่ง
  • เรามองอุตสาหกรรม Defense มีปัจจัยพื้นฐานแกร่งและรายได้มั่นคงจากความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ Backlog ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมองว่า RTX, NOC และ Thales มีความมั่นคงของรายได้สูง ขณะที่ LMT แม้จะมีปัจจัยกดดันระยะสั้น แต่ภาพรวมระยะยาวยังดีจากการเร่งผลิตขีปนาวุธยังเป็นตัวหนุนสำคัญ

 

มุมมองการลงทุนต่อสินทรัพย์ต่างๆ โดย SCB CIO

 

เงินสด / สภาพคล่อง

 

ได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มความผันผวนต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และข้อพิพาทเทคโนโลยีสหรัฐฯ-จีน ล่าสุดทางการจีนเตรียมบังคับใช้เกณฑ์ใหม่ ห้ามบริษัทเทคโนโลยี โดยเฉพาะในกลุ่ม AI รับเงินลงทุนจากสหรัฐฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อตอบโต้กรณีความขัดแย้งด้านทรัพย์สินทางปัญญา

 

ตราสารหนี้ / เงินฝากระยะยาว

 

UST Bond Yield มีโอกาสปรับลดลง จากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่มีพัฒนาการเชิงบวก แม้ธนาคารกลางอาจชะลอการลดดอกเบี้ย เพื่อประเมินผลกระทบด้านเงินเฟ้อ ทั้งนี้ TH Bond Yield ระยะยาว ได้รับแรงกดดันจากปรับเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% เป็น 75% แนะนำลงทุนพันธบัตรระยะสั้น-กลาง เพื่อลดความเสี่ยงด้าน Duration

 

U.S. Treasury & IG

 

แนะนำ UST และหุ้นกู้ US IG ระยะสั้น รับอานิสงส์จากแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ Fed ในช่วงปลายปี ในขณะที่ ควรหลีกเลี่ยงตราสารหนี้ระยะยาว จากความกังวลวินัยการคลังสหรัฐฯ และความเสี่ยงการแทรกแซงความเป็นอิสระของ Fed แม้ล่าสุด Kevin Warsh ตัวเต็งประธาน Fed ยืนยันต่อวุฒิสภาว่า ยึดมั่นในความเป็นอิสระ ก็ตาม

 

High Yield Bond

 

ความเสี่ยงที่ HY Credit Spread จะกว้างขึ้นยังมีอยู่ จากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่อาจกดดันเศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้ Fed เผยแบบจำลอง GDPNow ชี้ GDP ใน 1Q2569 โต1.2% ก็ตาม ทั้งนี้ เราคาดการณ์ความแตกต่างของผลตอบแทนระหว่างผู้ออกตราสารที่มีคุณภาพ Credit แข็งแกร่ง และอ่อนแอ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

 

สินทรัพย์ผสมกึ่งหนี้กึ่งทุนและ REITs

 

กองทุนสินทรัพย์ผสม ช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตลงทุน โดยลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดและสถานการณ์ภายนอก อีกทั้ง บริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญที่สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่น ตามภาวะเศรษฐกิจ และ ความเสี่ยง

 

Asia REITs

 

REITs ในเอเชีย มีโอกาสฟื้นตัว จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่น่าจะเริ่มปรับตัวลดลง ส่งผลให้ Yield Spread มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น โดยเรายังมีมุมมองบวกต่อ SG REITsจากผลประกอบการ 1Q2569 ที่แข็งแกร่ง หนุนจากค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนกู้ยืมที่ลดลง ขณะที่ TH REITs มี Valuation ที่น่าสนใจและ Dividend Yield ในระดับที่สูง

 

Global Infrastructure

 

โครงสร้างพื้นฐานเป็นธีมการลงทุนระยะยาว โดยการเร่งลงทุนใน AI ทำให้เกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบสายส่งไฟฟ้า รวมถึงการลงทุนในด้านพลังงานทางเลือก เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ นอกจากนี้ โครงสร้างรายได้มีการปรับเพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อ ช่วยสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงในระยะยาว

 

Private Asset *สำหรับนักลงทุน Ultra High Net Worth เท่านั้น

 

Private Credit ได้รับแรงกดดันด้านสภาพคล่อง การผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนบางส่วนถอนเงินลงทุน แนะนำคัดเลือกกองทุนที่ปล่อยสินเชื่อให้บริษัทใหญ่ ในฐานะเจ้าหนี้ที่มีสิทธิเรียกร้องหลักประกันเป็นลำดับแรก / Private Equity ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของ IPO และ M&A คัดเลือกกองทุนที่กระจายความเสี่ยง และยืดหยุ่นสภาพคล่อง

 

หุ้นประเทศพัฒนาแล้ว

 

หุ้นสหรัฐฯ ได้อานิสงส์จากกระแสลงทุนธีม AI และโมเมนตัมเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวดี / หุ้นยุโรปได้แรงหนุนจากลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และ ECB ที่อาจไม่รีบเร่งขึ้นดอกเบี้ย / หุ้นญี่ปุ่นได้แรงหนุนจากการปฏิรูปบรรษัทภิบาล และเสถียรภาพรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น แม้ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางอาจกดดันแนวโน้มกำไรระยะสั้นของ บจ.ญี่ปุ่น

 

หุ้นสหรัฐฯ

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจาก 1) ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มผ่อนคลายลง 2) ความแข็งแกร่งของโมเมนตัมเศรษฐกิจ สะท้อนจาก Composite PMI ล่าสุด ที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน และ 3) หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ยังเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนตลาด โดยเฉพาะกระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI

 

หุ้นยุโรป

 

ดัชนีหุ้นยุโรป ได้รับแรงกดดันระยะสั้น จากตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ผลประกอบการ 1Q2569 ที่ยังเปราะบาง กำไรดีกว่าคาดเพียงเล็กน้อย ผลจากต้นทุนพลังงานสูง เราคาด ECB จะคงดอกเบี้ยในเดือน เม.ย.นี้ โดยระยะยาว ยังได้แรงหนุนจากการเร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการเพิ่มด้านงบประมาณกลาโหม

 

หุ้นญี่ปุ่น

 

ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นยังได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคฯ แต่ความผันผวนเริ่มสูงขึ้น หลังทางการส่งสัญญาณแทรกแซงค่าเงินเยน และ กำไรของบจ.ญี่ปุ่นระยะสั้นอาจถูกกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูง ทั้งนี้ ระยะยาวยังได้แรงหนุนจาก 1) มาตรการคลังภายใต้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ 2) การปฏิรูปตลาดทุนหนุน ROE และ P/BV ผ่านการซื้อหุ้นคืนและจ่ายปันผล

 

หุ้นประเทศตลาดเกิดใหม่

 

ตลาดหุ้น EM ผันผวนจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ค่าเงินมีแนวโน้มอ่อนค่า เนื่องจาก พึ่งพาการนำเข้าพลังงานในระดับสูง อย่างไรก็ดี แนวโน้มกำไรยังแข็งแกร่ง โดยตลาดคาดว่า กำไรจะเติบโตได้ราว 34%YoY ในปี 2569 โดยเฉพาะประเทศไต้หวัน เกาหลีใต้ ที่ได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ด้าน AI ขณะที่ Valuation อยู่ในระดับที่น่าสนใจ

 

หุ้นอินเดีย

 

ดัชนีหุ้นอินเดียยังเผชิญแรงกดดันจาก สถานการณ์ในตะวันออกกลางและความท้าทายจาก AI Disruption ที่ส่งผลต่อแนวโน้ม EPS สะท้อนจาก Infosys บริษัทไอทีรายใหญ่ที่คาดการเติบโตของรายได้ปีนี้ ต่ำกว่าที่ตลาดประเมินไว้ อย่างไรก็ดี เราคาดว่า รัฐบาลจะทยอยออกมาตรการทางการคลังเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะต่อไป

 

หุ้นไทย

 

ดัชนีหุ้นไทยในระยะสั้นยังคงเปราะบางและ Upside จำกัด เนื่องจาก MSCI เตรียมปรับเกณฑ์ Free Float รอบเดือน พ.ค. ซึ่งหุ้นไทยมีโอกาสถูกปรับลดน้ำหนัก กดดันกลุ่ม Big Cap ขณะที่ เศรษฐกิจไทยยังถูกกดดันจาก ผลของสงครามตะวันออกกลาง แม้ยังคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้านกำไรของบจ.ยังเติบโต แต่ต่ำกว่าตลาดกลุ่ม EM

 

หุ้นจีน All-Share

 

ดัชนีหุ้นจีนได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นในธีม AI หลัง DeepSeek เปิดตัวโมเดลใหม่ที่ปรับแต่งให้รองรับชิป Huawei โดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาความตึงเครียดกับสหรัฐฯ หลังทำเนียบขาวกล่าวหาจีนว่า ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากห้องปฏิบัติการ AI สหรัฐฯ ขณะที่ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจจีนยังจำกัด

 

หุ้นเกาหลีใต้

 

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ได้แรงหนุนจากตัวเลข GDP 1Q2569 ที่ออกมาเติบโตมากกว่าคาดที่ 1.7% QoQ นอกจากนี้ กำไร SK Hynix ยังออกมาแข็งแกร่ง โดยพุ่งขึ้นกว่า 5 เท่า หนุนจากอุปสงค์ชิปหน่วยความจำที่เร่งตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้ ระยะยาว ยังได้แรงหนุนจากการปฏิรูปธรรมาภิบาลที่หนุนการ Re-rating ตลาด เพิ่มโอกาส Fund Flows ไหลเข้า

 

สินค้าโภคภัณฑ์ - ทองคำ

 

ราคาทองคำ เผชิญแรงกดดันในระยะสั้นจาก US Bond Yield ที่ปรับเพิ่มขึ้น ตามคาดการณ์ว่า Fed จะยังคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง ขณะที่ระยะกลาง-ยาว ยังได้แรงหนุนจากอุปสงค์ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ และแรงซื้อของธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก แนะนำทยอยลงทุนในกองทุนทองคำ เพื่อใช้กระจายความเสี่ยงของพอร์ต

 

ทองคำ

 

ราคาทองคำยังคงผันผวน ตามพัฒนาการสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอนบนการเจรจา ซึ่งจะส่งผลต่อคาดการณ์เงินเฟ้อ ดอกเบี้ยนโยบาย และ Bond Yield อย่างไรก็ดี ตลาดได้ปรับลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของ Fed ไปบ้างแล้ว เรามองหากสถานการณ์ขัดแย้งคลี่คลาย ทองคำมีแนวโน้มฟื้นตัว แนะนำทยอยลงทุนเมื่อย่อตัว

 

หุ้นกลุ่มธุรกิจพลังงานยั่งยืน

 

หุ้นกลุ่มพลังงานยั่งยืน ได้รับแรงหนุนจากการเป็นทางเลือกในภาวะวิกฤตพลังงาน แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อความมั่นคงทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะจีน และ อุปสงค์จากโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น ความต้องการไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล Data Center และการจัดหาพลังงานให้โรงงานผลิตชิป ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการเติบโตของกำไร

 

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

 

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ยังเติบโตสอดคล้องกับกระแสการลงทุนด้าน AI และ Data Center ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ได้แรงหนุนจากงบใน 1Q2026 ของ ASML และ TSMC ที่ดีกว่าคาด นอกจากนี้ TSMC ยังได้แรงหนุนจากข่าว การผ่อนปรนข้อจำกัดการถือครองหุ้นรายตัวของตลาดหุ้นไต้หวัน ที่ช่วยให้กองทุนสามารถเพิ่มสัดส่วนในหุ้นได้มากขึ้น

 

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก

 

การปรับประมาณการ การเติบโตกำไรของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงโดดเด่น ถูกขับเคลื่อนจากธีมโครงสร้างระยะยาว เช่น AI และ Data Center ทั้งนี้ นักลงทุนเริ่มเจาะลึกและคัดกรองบริษัทมากขึ้น แนะนำลงทุนในกลุ่มฯ โดยเน้นกลยุทธ์แบบ Active เพื่อคัดเลือกหุ้นที่มีศักยภาพเติบโต ได้เปรียบเชิงโครงสร้าง และไม่ถูก Disrupt จาก AI อย่างชัดเจน

 

หุ้นตลาดเกิดใหม่ เอเชีย (ไม่รวมจีน)

 

เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นเกาหลีใต้และไต้หวัน ซึ่งได้อานิสงส์จากการเติบโตบนห่วงโซ่อุปทานด้าน AI นอกจากนี้ ยังมีบางประเทศ อาทิ บราซิล ที่ได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางคลี่คลายขึ้น หลังมีการเจรจากันอย่างเป็นทางการ แม้ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้

กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความ EXCLUSIVE CONTENT ฟรี!

... • 27 เม.ย. 2026




Latest Stories