สภาผู้แทนราษฎร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สภาผู้แทนราษฎร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 09 Sep 2026 14:24:14 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ประธานวิปรัฐบาลปฏิเสธข้อกล่าวหาเตะถ่วงการพิจารณางบฯ เพื่อปกป้องวาระรับทราบรายงานของ กกต. https://thestandard.co/government-whip-denies-budget-delay/ Wed, 09 Sep 2026 14:24:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1252804

กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประ […]

The post ประธานวิปรัฐบาลปฏิเสธข้อกล่าวหาเตะถ่วงการพิจารณางบฯ เพื่อปกป้องวาระรับทราบรายงานของ กกต. appeared first on THE STANDARD.

]]>

กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงถึงความล่าช้าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระ 2 โดยระบุว่า ตั้งแต่วันแรกของการพิจารณา ได้มีการกำหนดกรอบพิจารณาไว้ว่า จะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนถึงเวลา 01.00 น. และตั้งใจให้พิจารณาได้ 15-16 มาตรา จากทั้งหมด 41 มาตรา แต่ก็ไม่เป็นไปตามเป้า

 

กระทั่งวันที่ 2 ของการพิจารณา ก็มี สส. ลงชื่ออภิปรายค่อนข้างมาก จึงขอชี้แจงถึงข้อกล่าวหารัฐบาลจะยื้อเวลานั้น ไม่เป็นความจริง เพราะการพิจารณาครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้ สส.ได้อภิปรายอย่างเต็มที่

 

นอกจากนี้ การพิจารณา 2 วันที่ผ่านมา ฝ่ายค้านใช้เวลาอภิปรายรวมทั้งหมดมากกว่า 20 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาลใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง จึงจะเห็นได้ว่า ฝ่ายค้านใช้เวลามากกว่ารัฐบาลมาก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และเข้าใจ รวมถึงเห็นใจฝ่ายค้าน เพราะจะใช้เวทีนี้ในการตรวจสอบรัฐบาล

 

“แต่เวทีนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้านเพียงอย่างเดียว เพราะไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ และ สส. ฝ่ายรัฐบาล มีประเด็นในการอภิปรายแสดงความคิดเห็นแทนชาวบ้านเช่นเดียวกัน ดังนั้น เรื่องการบริหารเวลาจึง ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องช่วยกันในการบริหารเวลาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด” กรวีร์กล่าว

 

กรวีร์ยังเปิดเผยถึงวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเดิม ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (10 กันยายน) จะมีการพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และรับทราบรายงานการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ว่า ไม่สามารถหลบหนีได้อยู่แล้ว เนื่องจากค้างอยู่ในระเบียบวาระแล้ว และฝ่ายรัฐบาล ก็พร้อมเดินหน้าเข้าสู่การพิจารณาทั้ง 2 เรื่อง เพราะฝ่ายรัฐบาล ก็เตรียมที่จะอภิปรายรายงานของ กกต. เช่นเดียวกัน

 

“พรรคภูมิใจไทยเอง ก็มีประเด็นที่อยากซักถามและสะท้อนไปยัง กกต. ไม่น้อยไปกว่าฝ่ายค้าน ดังนั้น การไปมองเป็นประเด็นการเมือง และคิดว่า รัฐบาลตั้งใจที่จะยื้อเวลาด้วยข้อเท็จจริงถึงเวลาที่ใช้อภิปราย ก็ชัดแล้วว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น” กรวีร์ระบุ

 

ส่วนข้อเสนอของฝ่ายค้านที่เสนอให้การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันพรุ่งนี้ (10 กันยายน) ยังคงพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา และวาระรับทราบรายงานของ กกต. และค่อยมาพิจารณางบประมาณต่อในวันที่ 11 กันยายนนั้น กรวีร์ชี้แจงว่า การประชุมพิจารณางบประมาณ เป็นการประชุมนัดพิเศษ ซึ่งอาจจะยืดเยื้อไปได้ ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น ควรที่จะพิจารณาให้มันจบ เป็นเรื่องๆ ไป แล้วค่อยกลับมาพิจารณาตามวาระปกติ รวมถึงการบรรจุระเบียบวาระการประชุม ก็เป็นหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงต้องดูประธานสภาผู้แทนราษฎร จะมีการเปลี่ยนแปลงวาระหรือบรรจุวาระใหม่อย่างไร

 

ส่วนที่ฝ่ายค้านออกมาอ้างว่า มีการส่งข้อความจากสำนักงาน กกต. แจ้งขอไม่ให้มีการกระทบกระทั่ง กกต. จนกระทั่งวันที่ 14 กันยายน และหากสามารถปกป้อง กกต. ได้ การพูดคุยกัน หรือความต้องการบางอย่างอาจจะราบรื่นนั้น กรวีร์ยืนยันว่า ไม่มีแน่นอน และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้น เพราะ กกต.เป็นองค์กรอิสระ รัฐบาล และสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้มีหน้าที่กำกับดูแล และการรายงานผลการปฏิบัติงานปี 2567 และ 2568 ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ก็มีสิทธิ์ที่จะอภิปราย ซึ่งรัฐบาลโดยพรรคภูมิใจไทย ก็มีประเด็นที่จะอภิปราย กกต.เช่นกัน

 

“การกล่าวหาแบบนี้ ผมอยากเห็นหลักฐานมาเลย เพื่อให้เกิดความชัดเจน ไม่ใช่การกล่าวหา พูดลอยๆ ทำให้เกิดความเสียหายกับคนอื่น” กรวีร์กล่าว

The post ประธานวิปรัฐบาลปฏิเสธข้อกล่าวหาเตะถ่วงการพิจารณางบฯ เพื่อปกป้องวาระรับทราบรายงานของ กกต. appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาถกเดือดงบกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายค้านชี้การเมืองแทรกแซง DSI กระทบคดีฮั้ว สว. https://thestandard.co/parliament-justice-budget-dsi-interference/ Wed, 09 Sep 2026 11:23:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1252753 ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิจารณางบประมาณกระทรวงยุติธรรม

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ( […]

The post สภาถกเดือดงบกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายค้านชี้การเมืองแทรกแซง DSI กระทบคดีฮั้ว สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิจารณางบประมาณกระทรวงยุติธรรม

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ในช่วงการพิจารณามาตรา 21 งบประมาณของกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายค้านได้ข้อสังเกตถึงการแทรกแซงทางการเมืองในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่อาจส่งผลกระทบต่อคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ก่อนหมดอายุความ

 

ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส. กทม. พรรคประชาชน ได้อภิปรายชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณของกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะกรมราชทัณฑ์ที่ต้องดูแลผู้ต้องขังกว่า 300,000 คน รวมถึงการตั้งคำถามถึงเหตุผลการตัดงบประมาณกล้องวงจรปิด ซึ่งมีความสำคัญในการตรวจสอบความเป็นอยู่และเป็นหลักฐานกรณีผู้ต้องขังป่วยหรือเสียชีวิต ดังเช่นกรณีของ เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ ‘บุ้ง’ อดีตนักกิจกรรมทางการเมือง

 

เสนอตัดงบโครงการไม่จำเป็น 17.35 ล้าน ของกรมคุมประพฤติ

 

ศศินันท์ได้มุ่งประเด็นไปที่กรมคุมประพฤติ ซึ่งมีหน้าที่ฟื้นฟูผู้กระทำผิดไม่ให้กระทำผิดซ้ำ โดยเสนอให้ตัดลดงบประมาณใน 5 โครงการที่ไม่จำเป็น รวมเป็นเงิน 17.35 ล้านบาท ประกอบด้วย

 

  • โครงการจัดซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 219 หรือประมาณ 15 ล้านบาทภายในปีเดียว โดยไม่มีการชี้แจงความจำเป็นเร่งด่วน
  • โครงการประชุมอาสาสมัครคุมประพฤติ ซึ่งมีค่าเดินทางสูงกว่า 600,000 บาท โดยเสนอให้ปรับลดลงร้อยละ 50 เนื่องจากสามารถใช้การประชุมออนไลน์ทดแทนได้
  • งบชดเชยรถประจำตำแหน่ง 4 ราย รวมถึงตำแหน่งอธิบดี วงเงิน 1.296 ล้านบาท โดยเสนอให้ปรับลดลงร้อยละ 50 และหันมาใช้รถส่วนกลาง
  • โครงการอบรมสัมมนา เสนอปรับลดร้อยละ 20 เนื่องจากควรมีตัวชี้วัด (KPI) ที่ชัดเจนว่าการอบรมสามารถลดอัตราการกระทำผิดซ้ำได้หรือไม่
  • โครงการทูบีนัมเบอร์วัน เสนอปรับลดงบประมาณลงกึ่งหนึ่ง หรือ 202,450 บาท

 

ในช่วงท้ายของการอภิปราย

ศศินันท์ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง โดยเฉพาะอธิบดีกรมคุมประพฤติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรูปคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. พร้อมยกป้ายตัวเลข ‘229’ โดยระบุว่าเป็นตัวเลขสำคัญ และคดีดังกล่าวเหลือเวลาอีกเพียง 3-4 วันก่อนหมดอายุความ จึงเรียกร้องให้จับตาการใช้อำนาจรัฐที่อาจก่อให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย

 

แย้งข้อกล่าวหา DSI ทำงานอิงการเมือง

 

ด้าน ศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายตอบโต้ในประเด็นการทำงานของ DSI โดยเห็นด้วยว่า DSI ควรมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนในการอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน

 

อย่างไรก็ตาม ศุภชัยได้โต้แย้งข้อสังเกตของฝ่ายค้านเรื่องการเมืองแทรกแซง DSI โดยระบุว่า คดีฮั้ว สว. นั้นเริ่มต้นสืบสวนและถูกพยายามดึงให้เป็นคดีพิเศษตั้งแต่ในยุครัฐบาลก่อนหน้า ไม่ใช่ในรัฐบาลชุดที่มี อนุทิน ชาญวีรกูล ร่วมอยู่ด้วย ซึ่งอัยการเองก็ไม่เห็นด้วยกับการตั้งข้อกล่าวหาบางข้อ และมองว่าไม่ใช่คดีอาชญากรรมระดับชาติที่อยู่ในอำนาจของ DSI

 

ศุภชัยยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของคณะพนักงานสอบสวนที่ 26 และ 36 ในคดีฮั้ว สว. ว่าสำนวนการสอบสวนอาจถูกบิดเบือนจากการแทรกแซงของอำนาจทางการเมืองในขณะนั้น จนนำมาสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนของสังคม พร้อมยืนยันว่าต่อให้พนักงานสอบสวนถูกโยกย้ายไปที่ใด ก็ยังคงมีหน้าที่ต้องไปเป็นพยานศาลตามกระบวนการยุติธรรม

 

โวยโยกย้ายเจ้าหน้าที่ในคดีฮั้ว สว. คือการแทรกแซงแท้จริง

 

ทำให้ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ใช้สิทธิอภิปรายโต้แย้งศุภชัย โดยกล่าวอ้างถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีฮั้ว สว. จนศุภชัยลุกขึ้นประท้วงว่า พ.ต.อ.ทวีซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่มีสิทธิชี้แจง เนื่องจากไม่ถูกพาดพิง

 

พ.ต.อ.ทวีจึงอภิปรายต่อโดยระบุว่า เห็นด้วยกับการปรับลดงบประมาณและต้องการให้ DSI มีอำนาจสอบสวนต่อไป พร้อมสวนกลับประเด็นการแทรกแซงว่า การแทรกแซงที่แท้จริงคือการสั่งย้ายบุคคลที่ทำคดีฮั้ว สว. ออกจากหน่วยงานในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และต้องมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำการแทรกแซง

 

ภายหลังการอภิปรายอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติในมาตรา 21 กระทรวงยุติธรรม ผลปรากฏว่าเสียงข้างมาก 279 เสียง เห็นชอบกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขณะที่มีผู้ไม่เห็นชอบ 139 เสียง งดออกเสียง 55 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง

 

The post สภาถกเดือดงบกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายค้านชี้การเมืองแทรกแซง DSI กระทบคดีฮั้ว สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาฯ ถกงบประมาณ 70 วันที่ 2 ฝ่ายค้านห่วงการประชุมจะยื้อเยื้อไปจนถึง 4 วัน https://thestandard.co/parliament-budget-debate-delay/ Tue, 08 Sep 2026 13:33:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1252404 บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ […]

The post สภาฯ ถกงบประมาณ 70 วันที่ 2 ฝ่ายค้านห่วงการประชุมจะยื้อเยื้อไปจนถึง 4 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระที่ 2 ต่อเนื่องในวันนี้ (8 กันยายน) ในช่วงค่ำ ตลอดทั้งวันสามารถพิจารณาได้ 2 มาตรา ท่ามกลางข้อสังเกตจากพรรคฝ่ายค้านที่ประเมินว่าความล่าช้าดังกล่าวอาจเป็นกลไกเพื่อยืดเยื้อเวลาการประชุมออกไปเป็น 4 วัน ซึ่งจะส่งผลให้วาระการพิจารณารายงานประจำปีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องชะลอออกไป

 

ที่ประชุมสภาฯ พิจารณาร่างงบประมาณวงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ตลอดทั้งวัน ที่ประชุมสามารถพิจารณาได้มาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมาตรา 15 กระทรวงคมนาคม โดยเมื่อเวลา 16.13 น. ที่ประชุมได้ลงมติผ่านร่างในมาตรา 15 ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 280 คน ไม่เห็นด้วย 143 คน งดออกเสียง 51 คน และไม่มีผู้ไม่ลงคะแนนเสียง

 

ภายหลังการลงมติ ธนยศ ทิมสุวรรณ สส. เลย พรรคภูมิใจไทย ได้ขอหารือต่อที่ประชุมถึงความล่าช้าในการดำเนินงาน โดยระบุว่าคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านได้มีข้อตกลงร่วมกันก่อนหน้านี้ว่า การพิจารณาเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 จะดำเนินการให้ถึงมาตรา 15 และในวันนี้จะพยายามพิจารณาให้แล้วเสร็จถึงมาตรา 26 แต่ในความเป็นจริงเพิ่งผ่านพ้นการพิจารณามาตรา 15 ขณะที่มาตราที่เหลือมีสมาชิกลงชื่อขอแปรญัตติรออภิปรายอยู่รวมเวลาประมาณ 7 ชั่วโมง

 

ธนยศได้ขอความร่วมมือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้เวลาอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด โดยหากสมาชิกรายใดไม่มีประเด็นติดใจขอให้พิจารณาถอนตัว หรือปรับการอภิปรายให้มีความกระชับมากขึ้น เพื่อให้การพิจารณางบประมาณในวาระ 2 และ 3 สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายในกรอบเวลา 3 วันตามความตั้งใจเดิมของสภา

 

หลังจากนั้น ที่ประชุมได้เข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 16 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงชื่อแปรญัตติเพื่อเตรียมอภิปรายตามลำดับ เช่น การดี เลียวไพโรจน์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

 

บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 1บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 2บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 3บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 4บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 5บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 6บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 7บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 8บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 9บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 10

The post สภาฯ ถกงบประมาณ 70 วันที่ 2 ฝ่ายค้านห่วงการประชุมจะยื้อเยื้อไปจนถึง 4 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาวุธวิจารณ์งบ DE ขอรัฐเป็นลูกค้ารายแรกหนุนเทคโนโลยีไทย https://thestandard.co/pavut-de-budget-buy-thai-first/ Tue, 08 Sep 2026 12:16:34 +0000 https://thestandard.co/pavut-de-budget-buy-thai-first/ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กำลังอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ […]

The post ภาวุธวิจารณ์งบ DE ขอรัฐเป็นลูกค้ารายแรกหนุนเทคโนโลยีไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กำลังอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 ในวันนี้ (8 กันยายน) ถึงการพิจารณามาตรา 16 ว่าด้วยงบประมาณของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE)

 

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายท้วงติงโครงสร้างการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่ยังไม่เอื้ออำนวยให้เกิดการสนับสนุนผู้ประกอบการเทคโนโลยีชาวไทย และข้อเสนอแนะในการบูรณาการบัญชีบริการดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ

 

ภาวุธอภิปรายมุ่งเน้นไปที่งบประมาณของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ซึ่งขอรับการจัดสรรวงเงิน 64.7 ล้านบาท และมีการปรับลดลงเหลือ 62 ล้านบาท โดยให้ความสำคัญกับโครงการส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) นำเทคโนโลยีมาใช้

 

โครงการนี้เปิดให้ผู้ประกอบการที่มีสัดส่วนคนไทยถือหุ้นร้อยละ 51 และผ่านมาตรฐานที่กำหนด สามารถขึ้นทะเบียนในบัญชีบริการดิจิทัล เพื่อรับสิทธิประโยชน์ในการเสนอขายเทคโนโลยีให้แก่ภาครัฐในฐานะลูกค้ารายแรก รวมถึงสิทธิในการเสนอขายให้ภาคเอกชนซึ่งสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ถึงร้อยละ 200

 

ภาวุธเปิดเผยข้อมูลปัจจุบันว่า มีผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนในโครงการนี้จำนวน 162 ราย และมีสินค้าหรือบริการประมาณ 957 รายการ แต่ในทางปฏิบัติพบว่ามีผู้ประกอบการเพียงส่วนน้อยที่สามารถขายบริการให้แก่หน่วยงานภาครัฐได้จริง โครงการดังกล่าวจึงยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ในการผลักดันเทคโนโลยีของคนไทยเข้าสู่โครงการของรัฐ ขณะที่จำนวนผู้ประกอบการที่เข้าสู่ระบบยังมีสัดส่วนน้อยกว่าร้อยละ 1 ของตลาดรวมทั้งหมด

 

สำหรับข้อเสนอการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงกระบวนการนำผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ ภาวุธได้เสนอแนวทางดำเนินการ 3 ประการ

 

  • การดำเนินนโยบาย ‘Buy Thai First’ เพื่อทวงคืนตลาดภาครัฐ โดยกระทรวง DE ต้องเป็นหน่วยงานนำในการเจรจากับกรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง เพื่อผลักดันให้เกิดการจัดซื้อเทคโนโลยีจากผู้ประกอบการไทยเป็นอันดับแรก
  • การบูรณาการระบบบัญชีของรัฐ ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาความซ้ำซ้อน โดยเสนอให้รวมบัญชีนวัตกรรม บัญชีเอสเอ็มอี และบัญชีบริการดิจิทัลเข้าด้วยกัน เพื่อให้ประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานราชการสามารถใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพในจุดเดียว
  • การปรับเปลี่ยนวิธีวัดผลสัมฤทธิ์ของโครงการ โดยควรประเมินจากยอดขายจริงและจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น มากกว่าการวัดผลจากการจัดงานหรือจำนวนผู้เข้าร่วมงานเพียงอย่างเดียว

 

ภาวุธกล่าวว่า กระทรวง DE ควรทำหน้าที่เป็นแนวหน้าในการปกป้องงบประมาณของประเทศและพัฒนาชาติด้วยเทคโนโลยี แม้ในขั้นตอนการพิจารณาตนจะไม่สามารถปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ได้ตามกลไก แต่หากสามารถทำได้ ตนมีความประสงค์จะขอปรับลดงบประมาณเพียง 1 บาท เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการกระตุ้นเตือนให้รัฐบาลและระบบราชการตระหนักถึงความสำคัญของโครงการนี้

 

ในช่วงท้าย ภาวุธได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาการขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่ยังคงทำงานแยกส่วนและเกิดความซ้ำซ้อน โดยเสนอแนะให้รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเป็นผู้กำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อประเทศต่อไป

The post ภาวุธวิจารณ์งบ DE ขอรัฐเป็นลูกค้ารายแรกหนุนเทคโนโลยีไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนขอรัฐบาลจัดสรรงบประมาณดูแลต้นไม้ใหญ่ริมทางทั่วประเทศ ห่วงหน่วยงานตัด-โค่น เพราะเห็นเป็นภาระ https://thestandard.co/chuan-leekpai-government-tree-budget/ Tue, 08 Sep 2026 08:07:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1252173 ชวน หลีกภัย อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับงบประมาณดูแลต้นไม้ริมทาง

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติง […]

The post ชวนขอรัฐบาลจัดสรรงบประมาณดูแลต้นไม้ใหญ่ริมทางทั่วประเทศ ห่วงหน่วยงานตัด-โค่น เพราะเห็นเป็นภาระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวน หลีกภัย อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับงบประมาณดูแลต้นไม้ริมทาง

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 ในมาตรา 15 งบประมาณในส่วนของกระทรวงคมนาคม ชวน หลีกภัย สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอสงวนคำแปรญัตติเพื่ออภิปรายถึงความสำคัญของการจัดสรรงบประมาณบำรุงรักษาต้นไม้ใหญ่ริมทางและพื้นที่สาธารณะทั่วประเทศ

 

“เป็นเรื่องที่อยากจะถือโอกาสเป็นปากเป็นเสียงให้กับสมบัติของชาติส่วนหนึ่ง สมบัติของชาติที่ปรากฏ ผมจะทำหน้าที่ผู้แทนเป็นสิ่งมีชีวิตเกิดแก่เจ็บตายเหมือนสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย แต่ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง”

 

ชวนระบุว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มักประสบปัญหากับภาระในการตัดแต่งบำรุงรักษาต้นไม้ รวมถึงความรับผิดชอบหากเกิดอุบัติเหตุ ทำให้หลายหน่วยงานใช้วิธีการตัดแต่งกิ่งอย่างผิดวิธีโดยไม่ใช้รุกขกร หรือเลือกใช้วิธีการโค่นต้นไม้เพื่อตัดปัญหาภาระงบประมาณ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อสมบัติของชาติ ภูมิทัศน์ของเมือง และลดประสิทธิภาพในการช่วยกรองฝุ่นละออง PM 2.5 รวมถึงการดูดซับความร้อน

 

ชวนชี้แจงว่า เคยทำหนังสือหารือผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังรัฐบาลเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เพื่อขอให้จัดสรรงบประมาณด้านรุกขกรรมในการดูแลต้นไม้ริมทางอย่างถูกต้อง และขอให้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องห้ามใช้วิธีตัดโค่นทำลายต้นไม้ แต่ยังคงไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาล

 

“เนื่องจากภาพต้นไม้ที่ปรากฏให้พวกเราได้เห็นนั้นเป็นภาพต้นไม้ที่มีการตัดทอนเสียหาย ไม่ใช่เป็นการตัดแบบประดิดประดอย แต่เรียกว่าเหมือนกับประหารชีวิตเลย” ชวนระบุ

 

ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบงบประมาณของกระทรวงคมนาคม วงเงินกว่า 160,000 ล้านบาท ที่ถูกปรับลดไป 626 ล้านบาท พบว่าไม่มีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับหน่วยงานดูแลต้นไม้แต่อย่างใด

 

นอกจากนี้ ชวนได้ยกตัวอย่างการบริหารจัดการในพื้นที่จังหวัดตรัง ซึ่งใช้วิธีการให้องค์กรภาคเอกชน เช่น ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ และโรงพยาบาลเอกชน เข้ามาร่วมดูแลพื้นที่เกาะกลางถนนและต้นไม้ริมทาง รวมถึงมีการจัดตั้งกองทุนดูแลต้นไม้เฉพาะ

 

ชวนระบุว่าตนได้ประเดิมมอบเงินตั้งต้นจำนวน 100,000 บาท และมีผู้สมทบจนมีวงเงินเกือบ 500,000 บาท เพื่อใช้ในการตัดแต่งบำรุงรักษา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากต้นไม้ในพื้นที่ราชการ เช่น พื้นที่ริมคลองชลประทาน ถือเป็นสมบัติของรัฐ เมื่อหน่วยงานไม่มีงบประมาณในการตัดแต่ง จึงเปิดให้ประชาชนเข้าไปตัดไม้ไปใช้ประโยชน์เอง ส่งผลให้เกิดการตัดฟันจนต้นไม้เสียหายสิ้นเชิง

 

“เมื่อไม่ปรากฏว่ามีการจัดงบประมาณให้ ขอได้ชี้แจงว่ากรุณาจะดำเนินการอย่างไร เพื่อทำให้การดูแลต้นไม้เหล่านี้ของชาติเป็นสมบัติของชาติ ไม่เฉพาะในกระทรวงคมนาคม แต่ทุกหน่วยงาน ผมก็ใช้ต้นไม้ที่เป็นแบบอย่างนี้สะท้อนไปถึงทุกหน่วยงานที่ดูแลต้นไม้ว่า จะดูแลให้สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่ เป็นธรรมชาติที่งดงาม และให้อากาศที่ดีแก่ประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีคุณค่าเกินกว่าที่เราจะประมาณ” ชวนกล่าว

The post ชวนขอรัฐบาลจัดสรรงบประมาณดูแลต้นไม้ใหญ่ริมทางทั่วประเทศ ห่วงหน่วยงานตัด-โค่น เพราะเห็นเป็นภาระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลซุกงบกลางเลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯ หลังเปิดฉากพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 https://thestandard.co/opposition-criticizes-budget-scrutiny/ Mon, 07 Sep 2026 08:59:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1251748 ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ […]

The post ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลซุกงบกลางเลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯ หลังเปิดฉากพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 ในวันแรกของกรอบเวลา 7-9 กันยายน ประเด็นสำคัญของวันนี้อยู่ที่การตั้งข้อสังเกตต่อการปรับลดงบประมาณ 11,162 ล้านบาท แล้วนำไปจัดสรรไว้ในงบกลาง

ดูภาพข่าว 

พรรคร่วมฝ่ายค้านมองว่า เป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร และมีความซ้ำซ้อนกับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่าการจัดสรรดังกล่าวมีเหตุผลรองรับ ทั้งเพื่อเตรียมชำระหนี้คดีคลองด่านและจัดทำกองทุนสมทบเพื่อดึงเงินนอกระบบเข้าสู่เศรษฐกิจ

 

ห่วงรัฐบาลซุกงบกลางเลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯ

 

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายชี้ให้เห็นว่าคณะกรรมาธิการปรับลดงบประมาณได้เพียง 11,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.29 การจัดสรรงบประมาณนำร้อยละ 54 ของส่วนที่ปรับลด หรือ 6,000 ล้านบาท ไปไว้ในงบกลางหมวดสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ทำให้สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างเข้มข้น

 

ขณะที่ ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอปรับลดงบกลาง 50,000 ล้านบาท โดยระบุว่า แม้จะเห็นด้วยกับแนวคิดกองทุนสมทบ (Matching Fund) แต่รัฐบาลไม่ควรตั้งงบประมาณส่วนนี้ไว้ในงบกลางเพื่อหลีกเลี่ยงการขอความเห็นชอบจากสภา

 

วิจารณ์เงินกู้ 4 แสนล้าน ไม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ

 

ด้าน กรณ์ จาติกวณิช สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอปรับลดงบประมาณรวมร้อยละ 10 เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำไปจัดสรรใหม่ในการแก้ปัญหาโครงสร้าง 5 ด้าน ได้แก่ การศึกษา สังคมสูงอายุ หนี้ครัวเรือน ประสิทธิภาพการผลิต และเทคโนโลยี

 

กรณ์วิจารณ์ว่าการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทยังคงวนเวียนอยู่กับโครงการเดิมและจัดซื้อพัสดุ โดยไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ท่ามกลางภาวะการจัดเก็บรายได้ที่ลดลงเหลือร้อยละ 14 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอตัดงบประมาณ 150,000 ล้านบาท เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังและเพิ่มพื้นที่ทางการคลังให้อยู่ต่ำกว่าเพดานหนี้สาธารณะร้อยละ 1

 

อภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตถึงความสุ่มเสี่ยงในการขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายวินัยการเงินการคลัง โดยตั้งข้อสงสัยว่างบกลาง 60,000 ล้านบาท และงบบริการคลาวด์ภาครัฐ 4,500 ล้านบาท อาจไม่ใช่รายจ่ายลงทุนที่แท้จริง

 

กมธ. สงวนความเห็นลดภาระการคลังประเทศ

 

ในฟากกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 2570 ที่ได้สงวนความเห็น เช่น วีระ ธีระภัทรานนท์ เสนอปรับลดงบประมาณ 7,400 ล้านบาท เพื่อให้เป็นงบประมาณแบบไม่เพิ่มวงเงิน (Zero growth budget) ป้องกันการติดกับดักทางด้านการคลังและหนี้สาธารณะ

 

วีระเสนอให้นำเงินนอกงบประมาณที่สะสมอยู่กว่า 4 ล้านล้านบาทมาเติมสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจแทนการสร้างภาระงบประมาณเพิ่ม

 

ขณะที่ วทันยา บุนนาค กรรมาธิการสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตถึงงบกลาง 12,000 ล้านบาทสำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานว่ามีความซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก. เงินกู้ และเปรียบเสมือนการตีเช็คเปล่าให้นายกรัฐมนตรีโดยปราศจากการตรวจสอบที่รัดกุม

 

วทันยาระบุว่าในจำนวนนี้มีการตั้งเป็นรายจ่ายลงทุนถึง 9,600 ล้านบาทโดยไม่มีรายละเอียดโครงการรองรับ

 

รัฐบาลชี้แจงงบกลางไม่ซ้ำซ้อน พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน

 

จากนั้น ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงในฐานะกรรมาธิการว่า การแปรญัตติเพิ่มงบกลาง 6,000 ล้านบาท มีไว้เพื่อเตรียมชำระหนี้คดีคลองด่านของกรมควบคุมมลพิษรวม 10,000 ล้านบาท โดยเตรียมไว้สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 6,000 ล้านบาท หากการเจรจาสิ้นสุด

 

สำหรับงบกลาง 12,000 ล้านบาท เป็นการจัดตั้งกองทุนสมทบเพื่อดึงเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่มีอยู่ราว 1 ล้านล้านบาทเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งต่างจากเงินกู้ 4 แสนล้านบาทที่มุ่งอุดหนุนประชาชนโดยตรง

 

ประเด็นกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) รัฐบาลได้เพิ่มงบประมาณเป็น 9,000 ล้านบาทแล้ว และต้องการให้กองทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดเก็บหนี้ก่อน หากไม่เพียงพอจึงจะขอใช้งบกลางได้ การลดภาระกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการจะใช้แนวทางแก้ไขกฎหมายซึ่งอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น

 

ทั้งนี้ รัฐบาลจะจำกัดภาระความเสี่ยงจากภัยพิบัติให้อยู่ที่ไม่เกิน 15,500 ล้านบาทต่อปีผ่านระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และกำลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อใช้งบกลางชำระหนี้ค้างจ่ายเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท จำนวน 1,000 ล้านบาท ส่วนการกำหนดสัดส่วนรายจ่ายลงทุนร้อยละ 60 ในงบกลาง เป็นการอ้างอิงจากสถิติการใช้จ่ายจริงย้อนหลังตั้งแต่ปี 2563 ถึง 2568

 

การพิจารณายังคงดำเนินไปจนถึงช่วงค่ำว่าวันนี้ โดยยังมีวาระพิจารณางบสำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงการคลัง, กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นต้น

 

 

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 1

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 2

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 3

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 4

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 5

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 6

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 7

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 8

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 9

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 10

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 11

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 12

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 13

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 14

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 15

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 16

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 17

The post ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลซุกงบกลางเลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯ หลังเปิดฉากพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เข้าสภาฯ ฟังอภิปรายงบฯ 70 วาระ 2-3 บอกไม่มีอะไรต้องห่วง ‘เอกนิติ’ อยู่คอยชี้แจง สส. https://thestandard.co/pm-budget-debate-parliament/ Mon, 07 Sep 2026 05:09:25 +0000 https://thestandard.co/pm-budget-debate-parliament/ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ขณะเข้าร่วมประชุมสภาฯ พิจารณางบประมาณปี 2570

วันนี้ (7 กันยายน) เวลา 10:35 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกร […]

The post นายกฯ เข้าสภาฯ ฟังอภิปรายงบฯ 70 วาระ 2-3 บอกไม่มีอะไรต้องห่วง ‘เอกนิติ’ อยู่คอยชี้แจง สส. appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ขณะเข้าร่วมประชุมสภาฯ พิจารณางบประมาณปี 2570

วันนี้ (7 กันยายน) เวลา 10:35 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2570 ว่า วันนี้มาฟังการอภิปรายงบประมาณ ตนต้องมาให้มากที่สุด ในช่วงที่ยังไม่ได้เดินทาง เพราะคืนวันนี้ ตนได้รับพระพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการพระราชพิธีพระบรมศพของกษัตริย์แห่งนอร์เวย์ ฉะนั้นในช่วงก่อนเดินทางจึงมาใช้สิทธิในการลงมติรายมาตราในร่าง พ.ร.บ.งบฯ 70

 

ส่วนมีข้อห่วงกังวลอะไรหรือไม่เพราะต้องเดินทางหลายวัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีการมีการติดตามประสานงานกันอยู่ตลอดเวลา และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 70 อยู่ที่สภาเพื่อคอยชี้แจง ให้กับ สส. ทุกคนอยู่แล้ว

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การประชุมวันนี้เป็นวาระที่ 2-3 ซึ่งจะต้องมีการนำเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาอีก ถือว่ายังมีเวลา

 

นายกรัฐมนตรียังให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุของการปรับใหญ่ด้านการสื่อสารของรัฐบาล ในส่วนของรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ ที่ออกอากาศทุกวันเสาร์ เนื่องจากรัฐบาลเข้ามาทำงานครึ่งปีแล้ว โดยกรมประชาสัมพันธ์ โดย น.ส. ศุภมาศ อิสระภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้หารือกับตน

 

อนุทินกล่าวว่า สมัยก่อนเคยมีรายการลักษณะนี้เพื่อสื่อสารกับประชาชน เช่น รายการ ‘นายกฯ พบประชาชน’ และรัฐบาลนี้ต้องการให้รัฐมนตรีได้ทำงานและสื่อสารกับประชาชน ในแต่ละสัปดาห์จึงได้จัดรัฐมนตรีเพื่อไปออกรายการดังกล่าว เพื่อชี้แจงการทำงานและให้ประชาชนรับทราบ โดยจะพยายามทำให้มากที่สุด ส่วนคิวการออกรายการของนายกรัฐมนตรีนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนด

 

เมื่อถามถึงการปรับเปลี่ยนโฆษกรัฐบาลคนใหม่ จาก รัชดา ธนาดิเรก ไปเป็น นพ.เอกภพ เพียรวิเศษ ซึ่งคาดว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 8 กันยายนนี้นั้น ต้องการมุ่งเน้นภารกิจด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เน้นการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ว่ารัฐบาลได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง

 

เมื่อถามว่าโฆษกรัฐบาลคนใหม่จะต้องเน้นด้านการโต้ตอบทางการเมืองหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “อย่าไปใช้คำว่าตอบโต้ทางการเมืองเลย ขอใช้คำว่ามีอะไรก็ให้ชี้แจง ข้อสงสัยและข้อกังวลให้ทุกฝ่ายได้รับทราบ”

 

เมื่อถามว่าขณะนี้มีการปรับคณะสื่อสารของรัฐบาลแล้ว จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีหัวเราะ

 

เมื่อถามว่าขณะนี้ทำงานมาหกเดือนแล้ว จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหรือยัง นายกรัฐมนตรีหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า “โอเคนะ” ก่อนออกจากวงสัมภาษณ์เพื่อเข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

 

ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า ที่หัวเราะนั้นหมายถึงยังไม่ถึงเวลาปรับคณะรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถาม

 

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ขณะเข้าร่วมประชุมสภาฯ พิจารณางบประมาณปี 2570 1นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ขณะเข้าร่วมประชุมสภาฯ พิจารณางบประมาณปี 2570 2

The post นายกฯ เข้าสภาฯ ฟังอภิปรายงบฯ 70 วาระ 2-3 บอกไม่มีอะไรต้องห่วง ‘เอกนิติ’ อยู่คอยชี้แจง สส. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดภาพรวมงบปี 70 หลัง กมธ. ปรับลดกว่า 1.1 หมื่นล้าน ส่งเข้าสภาฯ พิจารณาวาระ 2-3 ในวันที่ 7-9 ก.ย. https://thestandard.co/budget-2570-cut-parliament/ Mon, 07 Sep 2026 01:05:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1251527 ภาพอินโฟกราฟิกสรุปการปรับลดงบประมาณปี 2570 โดย กมธ. กว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ก่อนเข้าสภาฯ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษวันนี้ (7 กันยายน) ตามระ […]

The post เปิดภาพรวมงบปี 70 หลัง กมธ. ปรับลดกว่า 1.1 หมื่นล้าน ส่งเข้าสภาฯ พิจารณาวาระ 2-3 ในวันที่ 7-9 ก.ย. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกสรุปการปรับลดงบประมาณปี 2570 โดย กมธ. กว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ก่อนเข้าสภาฯ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษวันนี้ (7 กันยายน) ตามระเบียบวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระ 2-3 หลังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

 

สำหรับร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 2570 มีผู้เสนอคำแปรญัตติ 154 คน แต่มีผู้ถอนคำแปรญัตติไป 2 คน

 

เนื้อหาในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 2570 ยังคงตั้งงบประมาณไว้ที่ 3.788 ล้านล้านบาท และมติคณะกรรมาธิการวิสามัญให้ปรับลดทั้งสิ้นราว 11,162 ล้านบาท

 

โดยจัดสรรให้ส่วนราชการตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอตามความเหมาะสมจำเป็นจำนวน 10,891 ล้านบาท และจัดสรรให้หน่วยงานของรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและองค์กรอัยการ 271 ล้านบาท

 

สำหรับรายการปรับลดนั้นพบว่า มีการปรับลดงบประมาณลงของเกือบทุกกระทรวงและหน่วยงาน รวมรายการปรับลดทั้งสิ้น 11,162 ล้านบาท โดยหน่วยงานที่ถูกปรับลดมากที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย

 

  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกปรับลดลงมากที่สุด จำนวน 3,278 ล้านบาท
  • กระทรวงกลาโหม 1,228 ล้านบาท
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 935 ล้านบาท
  • กระทรวงมหาดไทย 912 ล้านบาท
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 682 ล้านบาท

 

ขณะที่รายงานงบประมาณที่ปรับเพิ่ม รวมทั้งสิ้น 11,162 ล้านบาท มีทั้งหมด 8 รายการ ประกอบด้วย

 

  • งบกลาง ให้ตั้งเพิ่ม จำนวน 6,044 ล้านบาท
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ตั้งเพิ่ม จำนวน 148 ล้านบาท
  • กระทรวงศึกษาธิการ ให้ตั้งเพิ่ม จำนวน 96 ล้านบาท
  • ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี ให้ตั้งเพิ่ม จำนวน 97 ล้านบาท
  • หน่วยงานของรัฐสภา ให้ตั้งเพิ่ม จำนวน 24 ล้านบาท
  • หน่วยงานขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ ให้ตั้งเพิ่ม จำนวน 247 ล้านบาท
  • แผนงานบุคลากรภาครัฐให้ตั้งเพิ่ม จำนวน 3.11 ล้านบาท
  • ทุนหมุนเวียน ให้ตั้งเพิ่ม จำนวน 4,500 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ หลังจบการพิจารณาวาระ 2-3 ของสภาผู้แทนราษฎรระหว่างวันที่ 7-9 กันยายนแล้ว จะตามด้วยการพิจารณาวาระ 2-3 ของวุฒิสภาต่อเนื่องในวันที่ 10-11 กันยายน

The post เปิดภาพรวมงบปี 70 หลัง กมธ. ปรับลดกว่า 1.1 หมื่นล้าน ส่งเข้าสภาฯ พิจารณาวาระ 2-3 ในวันที่ 7-9 ก.ย. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลัดคลังเผย บอร์ด EV เลื่อนถก 10 ก.ย. ทบทวนทิศทางนโยบายหนุน EV ย้ำที่ประชุมรอบนี้ยังไม่แตะประเด็นขึ้นภาษี-โควตานำเข้า EV https://thestandard.co/ev-board-meeting-postponed-policy-review/ Fri, 04 Sep 2026 10:20:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1250987 ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง

ปลัดคลังเผย นายกฯ บอร์ด EV เลื่อนถก จากวันที่ 7 ก.ย. ไป […]

The post ปลัดคลังเผย บอร์ด EV เลื่อนถก 10 ก.ย. ทบทวนทิศทางนโยบายหนุน EV ย้ำที่ประชุมรอบนี้ยังไม่แตะประเด็นขึ้นภาษี-โควตานำเข้า EV appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง

ปลัดคลังเผย นายกฯ บอร์ด EV เลื่อนถก จากวันที่ 7 ก.ย. ไปเป็นวันที่ 10 ก.ย. นี้ มีนายกฯ เป็นประธาน เน้นทบทวนทิศทางหนุน EV แบ่งกลุ่มรถ-กำหนดแนวทางดูแล ย้ำยังไม่แตะภาษี-โควตานำเข้า

 

วันนี้ (4 กันยายน) ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ซึ่งเดิมกำหนดจัดขึ้นวันที่ 7 กันยายน จะเลื่อนเป็นวันที่ 10 กันยายน แทน โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล. นายกรัฐมนต นั่งเป็นประธานบอร์ด EV เนื่องจากวันที่ 7-9 กันยายน มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย

 

สำหรับวาระการประชุมบอร์ด EV ลวรณกล่าวว่า จะเน้นทบทวนทิศทางการส่งเสริม EV ในภาพรวม ว่านโยบายควรเดินต่อไปในทิศทางใด และควรแบ่งรถ EV หรือผู้ประกอบการออกเป็นกี่กลุ่ม เพื่อกำหนดแนวทางสนับสนุนและดูแลแต่ละกลุ่มให้เหมาะสม

 

“ทิศทาง นโยบายถูกต้องไหม มีกี่กลุ่ม แต่ละกลุ่มต้องการได้รับการสนับสนุนดูแลอย่างไร” ลวรณกล่าว

 

ส่วนข้อเสนอของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่ต้องการให้ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถ EV นำเข้าเป็น 35-50% นั้น ลวรณย้ำว่า ยังไม่ใช่ประเด็นที่จะนำมาพิจารณาในบอร์ด EV เนื่องจากการกำหนดอัตราภาษีเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของกระทรวงการคลัง ไม่จำเป็นต้องผ่านการพิจารณาของบอร์ด EV

 

“คงไม่ได้ขึ้นหรอกครับ การขึ้นภาษีมันไม่จำเป็นต้องเข้าคณะกรรมการแบบนี้ เป็นเรื่องกระทรวงการคลัง แต่ว่า Direction ว่าจะทำอะไร ยังไงเนี่ย อันนั้นคือสิ่งที่จะต้องคุยกัน แต่ว่าคงไม่ได้ลงไปถึงอัตราภาษีหรอก” ลวรณกล่าว

 

ทั้งนี้ ลวรณระบุว่า การหารือจะอยู่ในระดับ ‘หลักการ’ มากกว่าการลงรายละเอียด โดยอาจพิจารณาว่า EV แต่ละกลุ่มควรได้รับการดูแลแตกต่างกันอย่างไร เช่น รถที่นำเข้าทั้งคัน (CBU) รถที่มีฐานการผลิตในประเทศ หรือผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนผลิตในไทย

 

“สมมตินำเข้า 100% มีโรงงานอยู่ในนี้แบบไหน ดูแลเขายังไง นำเข้าเพียวๆ ทำยังไง คุยเป็นหลักการครับ ไม่ได้ลงอัตราภาษีหรอก” ลวรณกล่าว

 

ขณะที่ประเด็นโควตานำเข้า EV ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่จะลงไปถึงรายละเอียดในครั้งนี้เช่นกัน โดยลวรณย้ำว่า บอร์ด EV ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะหารือในระดับทิศทางและนโยบาย ไม่ได้ลงไปถึงรายละเอียดเชิงปฏิบัติ

 

“ท่านนายกฯ นั่งเป็นประธาน ไม่ลงมาขนาดนั้นหรอกครับ เขาคุยนโยบายครับ” ลวรณกล่าว

The post ปลัดคลังเผย บอร์ด EV เลื่อนถก 10 ก.ย. ทบทวนทิศทางนโยบายหนุน EV ย้ำที่ประชุมรอบนี้ยังไม่แตะประเด็นขึ้นภาษี-โควตานำเข้า EV appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ศุภชัย’ ตั้งคำถามฝ่ายค้าน ตรวจสอบ กกต. หรือกดดัน ชี้สภาไม่ควรชี้นำคดีเลือก สว. https://thestandard.co/supachai-warns-parliament-ec-senate/ Fri, 04 Sep 2026 07:43:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1250869 ภาพ ศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย พร้อมข้อความตั้งคำถามฝ่ายค้านเรื่อง กกต. และคดีเลือก สว.

วันนี้ (4 กันยายน) ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภ […]

The post ‘ศุภชัย’ ตั้งคำถามฝ่ายค้าน ตรวจสอบ กกต. หรือกดดัน ชี้สภาไม่ควรชี้นำคดีเลือก สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย พร้อมข้อความตั้งคำถามฝ่ายค้านเรื่อง กกต. และคดีเลือก สว.

วันนี้ (4 กันยายน) ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีการอภิปรายที่จะมาถึงของฝ่ายค้าน ตั้งคำถามว่า ‘ตรวจสอบ กกต. หรือกำลังกดดัน กกต.?’ การตรวจสอบองค์กรอิสระเป็นหน้าที่ของรัฐสภา แต่ต้องแยกให้ชัดระหว่างการตั้งคำถามต่อการทำงาน กับการชี้นำผลลัพธ์ของกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุด

 

เมื่อวานนี้ สภาผู้แทนราษฎรมีวาระการประชุมพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปี 2567 ซึ่งครอบคลุมภารกิจของ กกต. ทั้งการเลือกตั้ง การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา การสืบสวนไต่สวน งานพรรคการเมือง และการบริหารองค์กร

 

อย่างไรก็ตาม สามารถคาดการณ์ได้จากการกล่าวของสมาชิกพรรคฝ่ายค้านว่า การอภิปรายกลับมุ่งเน้นคดีเกี่ยวกับการเลือก สว. ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. จึงเกิดคำถามว่า สภากำลังตรวจสอบผลการปฏิบัติงานประจำปี หรือกำลังกดดันกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุด

 

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น หากมีการนำข้อมูลหรือรายละเอียดจากสำนวนการสอบสวนหรือสำนวนไต่สวนที่ยังไม่สิ้นสุดมาใช้ประกอบการอภิปราย ก็ยิ่งต้องตั้งคำถามถึงที่มาของเอกสารเหล่านั้นว่า ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผู้เปิดเผยมีอำนาจเปิดเผยหรือไม่ และสมควรหรือไม่ที่จะนำเนื้อหาภายในสำนวนมาไล่ถามองค์กรที่กำลังทำหน้าที่พิจารณาสำนวนนั้นเสียเอง

 

โดยเฉพาะเมื่อผู้ตั้งคำถามเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งใช้อำนาจตรวจสอบในนามของฝ่ายนิติบัญญัติ ยิ่งควรระมัดระวังไม่ให้การตรวจสอบถูกมองว่าเป็นการนำข้อมูลจากกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุดมาใช้สร้างแรงกดดันต่อผู้มีหน้าที่วินิจฉัย

 

เอกสิทธิ์ในการอภิปรายไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นใบอนุญาตให้ละเลยคำถามเรื่องที่มาของเอกสาร ความชอบด้วยกฎหมาย และความเป็นธรรมต่อบุคคลที่ปรากฏชื่ออยู่ในสำนวน กกต. ต้องถูกตรวจสอบเรื่องความล่าช้า ความโปร่งใส และประสิทธิภาพได้ แต่การตรวจสอบต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและกรอบกฎหมาย ไม่ใช่นำข้อมูลบางส่วนมาสรุปล่วงหน้าว่าใครผิด หรือเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับบุคคลจำนวนมากก่อนพิจารณาพยานหลักฐานอย่างครบถ้วน

 

กกต. ไม่ได้มีหน้าที่ดำเนินคดีกับทุกคนที่ถูกกล่าวหา แต่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและหลักฐานของแต่ละบุคคลอย่างรอบด้านและเป็นธรรม การมีชื่อในคำร้องหรือในสำนวนไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมีความผิดหลักการมีเพียงสองทาง หลักฐานเพียงพอ ต้องดำเนินการโดยไม่เกรงใจใคร และหลักฐานไม่เพียงพอ ต้องกล้ายุติเรื่องโดยไม่หวั่นไหวต่อกระแส

 

สภามีหน้าที่ตรวจสอบ กกต. แต่ไม่ควรทำหน้าที่แทน กกต. ตั้งคำถามได้ แต่อย่าชี้นำ เร่งรัดได้ แต่อย่ากำหนดคำตอบล่วงหน้า และกระแสสังคมไม่อาจแทนที่พยานหลักฐาน หากต้องการให้ กกต. เป็นองค์กรอิสระอย่างแท้จริง ต้องเคารพความเป็นอิสระขององค์กร แม้ผลการพิจารณาจะไม่ตรงกับความคาดหวังของฝ่ายใด ตรวจสอบได้ แต่อย่ากดดันให้ได้คำตอบตามต้องการ และก่อนจะนำสำนวน มาตั้งคำถามกับคนอื่น ก็ควรตอบคำถามให้ได้เสียก่อนว่า สำนวนนั้นมาจากไหน ได้มาอย่างไร และมีสิทธินำมาเปิดเผยหรือไม่

 

เพราะกฎหมายต้องอยู่เหนือกระแส พยานหลักฐานต้องอยู่เหนือการเมือง และความเป็นอิสระของ กกต. ต้องอยู่เหนือแรงกดดันจากทุกฝ่าย การอภิปรายที่จะมาถึงของฝ่ายค้านก็จะเป็นดังที่ผมทำนายไว้ เพราะจะกลายเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจองค์กรอิสระคือ กกต. แทนที่จะเป็นการตรวจสอบตามปกติ ซึ่งมิใช่หน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร

The post ‘ศุภชัย’ ตั้งคำถามฝ่ายค้าน ตรวจสอบ กกต. หรือกดดัน ชี้สภาไม่ควรชี้นำคดีเลือก สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขานายกฯ เผย เลื่อนกินข้าว กระชับความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล 6กย.ออกไปก่อน เหตุ นายกฯ ติดภารกิจสำคัญสัปดาห์หน้า https://thestandard.co/pm-secretary-postpones-coalition-dinner-pm-mission/ Fri, 04 Sep 2026 04:15:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1250658 ภาพประกอบข่าวการเลื่อนนัดกินข้าวพรรคร่วมรัฐบาลเนื่องจากนายกรัฐมนตรีติดภารกิจ

วันนี้ (4 กันยายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ไตรศุลี ไตรสรณกุล เ […]

The post เลขานายกฯ เผย เลื่อนกินข้าว กระชับความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล 6กย.ออกไปก่อน เหตุ นายกฯ ติดภารกิจสำคัญสัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าวการเลื่อนนัดกินข้าวพรรคร่วมรัฐบาลเนื่องจากนายกรัฐมนตรีติดภารกิจ

วันนี้ (4 กันยายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกำหนดการเดิมในวันที่ 6 กันยายน ซึ่งอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้นัดหมายรัฐมนตรีและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลร่วมรับประทานอาหาร ณ บ้านพักส่วนตัว ย่านบางพลี ว่า เบื้องต้นได้เลื่อนกำหนดการดังกล่าวออกไปก่อน เนื่องจากสัปดาห์หน้านายกรัฐมนตรีมีภารกิจสำคัญ ส่วนจะจัดขึ้นอีกครั้งเมื่อใด นายกรัฐมนตรีจะแจ้งให้ทราบต่อไป

 

เดิมนายกรัฐมนตรีเตรียมนัดรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อหารือถึงการทำงานในช่วงที่ผ่านมา พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเตรียมความพร้อมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยรัฐมนตรีทุกคนต้องเตรียมข้อมูลในส่วนงานและหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเองให้พร้อม

 

เนื่องจากนอกจากจะต้องชี้แจงข้อซักถามหรือข้อสงสัยของสมาชิกฝ่ายค้านในเวทีสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ยังถือเป็นโอกาสในการชี้แจงผลงานและการบริหารราชการแผ่นดินต่อประชาชน หลังรัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการเข้าสู่เดือนที่ 6

The post เลขานายกฯ เผย เลื่อนกินข้าว กระชับความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล 6กย.ออกไปก่อน เหตุ นายกฯ ติดภารกิจสำคัญสัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
หวั่นรัฐบาลหลีกเลี่ยงตรวจสอบคดีทุจริตเลือก สว. หลังเสนอญัตติด่วนชายแดนใต้ก่อนพิจารณารายงาน กกต. https://thestandard.co/government-avoids-senate-corruption-probe/ Thu, 03 Sep 2026 10:39:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1250482 สส. กำลังอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรระหว่างการพิจารณาญัตติ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ (3 กันยายน) เกิดความวุ่นว […]

The post หวั่นรัฐบาลหลีกเลี่ยงตรวจสอบคดีทุจริตเลือก สว. หลังเสนอญัตติด่วนชายแดนใต้ก่อนพิจารณารายงาน กกต. appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส. กำลังอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรระหว่างการพิจารณาญัตติ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ (3 กันยายน) เกิดความวุ่นวายและมีการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดนานกว่า 1 ชั่วโมง ภายหลังพรรคภูมิใจไทยเสนอญัตติด่วนขอสลับวาระเพื่อพิจารณาปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาก่อนวาระพิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

 

 
 

ท่ามกลางความหวาดระแวงจากพรรคฝ่ายค้านว่านี่อาจเป็นกลไกทางสภาของฝ่ายรัฐบาลเพื่อหลีกเลี่ยงการพิจารณารายงานของ กกต. ประจำปี 2567 ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกับคดีการทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่อาจเชื่อมโยงถึงสมาชิกรัฐสภาและรัฐมนตรีบางรายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน

 

ฝ่ายค้านห่วงสลับญัตติเลี่ยงปมโกง สว.

 

เมื่อเวลา 13.38 น. ที่มี เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซาการียา สะอิ สส. นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องการแก้ไขปัญหาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ โดยให้เหตุผลว่าความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน จึงขอให้เลื่อนญัตตินี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน

 

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) อภิปรายว่า แม้พรรคฝ่ายค้านจะเห็นด้วยถึงความเร่งด่วนของปัญหาชายแดนใต้และพร้อมใช้เวลาพิจารณาอย่างเต็มที่ แต่มีข้อสังเกตถึงความพยายามสลับวาระการพิจารณา เนื่องจากตามระเบียบวาระเดิมที่ได้ประสานกันไว้ จะต้องพิจารณารายงานของ กกต. และรายงานของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ก่อน จึงจะเข้าสู่ญัตติชายแดนใต้

 

พริษฐ์เปิดเผยด้วยว่า ฝ่ายค้านได้ประสานให้คณะรัฐมนตรีมารับฟังข้อเสนอแนะในญัตติชายแดนใต้หลังจากการพิจารณารายงานของ กกต. เสร็จสิ้นแล้ว การเสนอเลื่อนวาระในครั้งนี้จึงทำให้คิดเป็นอื่นไม่ได้ว่า ฝ่ายรัฐบาลมีความพยายามที่จะไม่ให้สภาได้พิจารณารายงานการปฏิบัติงานของ กกต. ปี 2567 ซึ่งเนื้อหาคาบเกี่ยวกับคดีการทุจริตเลือกตั้ง สว. ที่อาจเชื่อมโยงถึงเพื่อนสมาชิกและรัฐมนตรีหลายคน พรรคฝ่ายค้านจึงยืนยันว่าควรดำเนินการตามระเบียบวาระเดิม

 

ด้าน ศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โต้แย้งว่า เมื่อเปรียบเทียบความสำคัญแล้ว ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้ถือเป็นเรื่องด่วนที่ควรได้รับการพิจารณาก่อนรายงานของ กกต. ซึ่งมี สส. ฝั่งรัฐบาลหลายคนลุกขึ้นสนับสนุนแนวทางนี้

 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการเลื่อนญัตติ โดยหยิบยกเหตุการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งมีวาระการรับทราบรายงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และญัตติเรื่องอุทกภัยในจังหวัดน่าน แต่ก็ไม่มีสมาชิกรัฐสภาคนใดขอเลื่อนญัตติอุทกภัยขึ้นมาพิจารณาก่อนรายงานของ สตง.

 

อภิสิทธิ์ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนความพยายามที่จะทำให้เรื่องของ กกต. ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ทั้งที่ฝ่ายค้านพร้อมพิจารณาทุกวาระ และตั้งคำถามว่าหากมีการเลื่อนญัตติชายแดนใต้ขึ้นมาก่อนจริง สภาจะยังคงมีการพิจารณารายงานของ กกต. ในวันนี้หรือไม่

 

ฝ่ายรัฐบาลบีบถอนคำพูด “รักตัวกลัวตาย”

 

บรรยากาศการประชุมทวีความตึงเครียดเมื่อมีการพาดพิงถึงการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของคณะรัฐมนตรี รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายตั้งคำถามถึงความจริงใจของรัฐบาล โดยระบุว่าหากรัฐบาลเห็นความสำคัญของชีวิตประชาชนในพื้นที่จริง เหตุใดการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรจึงลงพื้นที่เพียงจังหวัดสงขลาและให้ส่วนราชการในสามจังหวัดชายแดนใต้เดินทางขึ้นมารายงาน

 

รักชนกกล่าวหาว่าการนำความเดือดร้อนของประชาชนชายแดนใต้มาอ้าง เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อปกป้อง กกต. และหลีกเลี่ยงการอภิปรายรายงานของหน่วยงานดังกล่าว

 

คำกล่าวนี้สร้างความไม่พอใจแก่ สส. ฝั่งรัฐบาลจนเกิดการประท้วงอย่างต่อเนื่อง

 

ซูการ์โน มะทา สส. ยะลา พรรคประชาชาติ ประท้วงว่าการอภิปรายดังกล่าวเป็นการเสียดสีและให้ร้าย ขณะที่ นันทนา สงฆ์ประชา สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่ามีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยหลายคน เช่น ไชยชนก ชิดชอบ, เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และ วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ ได้ลงพื้นที่เข้าถึงชาวบ้านในยามวิกาล จึงขอให้รักชนกถอนคำพูด

 

เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ตักเตือนและขอให้รักชนกถอนคำพูดที่ระบุว่าคณะรัฐมนตรี “รักตัวกลัวตาย” ไม่กล้าลงพื้นที่ อย่างไรก็ตาม แม้รักชนกจะยอมถอนคำพูดดังกล่าว แต่ยังคงยืนยันประเด็นว่าฝ่ายบริหารนำความเดือดร้อนของประชาชนมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อขัดขวางการอภิปรายวาระ กกต.

 

ทำให้เกิดการประท้วงซ้ำจาก กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่ระบุว่าการกระทำของฝ่ายนิติบัญญัติยิ่งสร้างความขัดแย้งเพิ่มเติมจากปัญหาในพื้นที่

 

วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ใช้สิทธิพาดพิงเพื่อชี้แจงว่า ตนได้ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีจนถึงเวลา 02.00 น. เพื่อให้กำลังใจประชาชนในสถานการณ์รุนแรง และยืนยันว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรได้ให้ความสำคัญกับพื้นที่ชายแดนใต้ โดยมีการเชิญตัวแทนประชาชน ผู้นำศาสนา และฝ่ายความมั่นคงมาร่วมหารือทิศทางการแก้ปัญหา

 

หลังจากการโต้เถียงดำเนินไปกว่า 1 ชั่วโมง พริษฐ์ วัชรสินธุ และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้ขอคำยืนยันจากวิปรัฐบาลและประธานสภา ว่าหากมีการพิจารณาญัตติชายแดนใต้ก่อน สภาจะยังคงพิจารณารายงานของ กกต. ให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียวกันหรือไม่ โดยคาดการณ์เวลาว่าหากรวมการอภิปรายทั้งสองวาระ การประชุมจะเสร็จสิ้นในเวลาประมาณ 21.00 น.

 

ธนยศ ทิมสุวรรณ สส. เลย พรรคภูมิใจไทย ในฐานะตัวแทนวิปรัฐบาล ชี้แจงว่าหากพิจารณาญัตติชายแดนใต้เสร็จและยังเหลือเวลา จะดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไป ณัฐพงษ์จึงเสนอญัตติสวนเพื่อให้นำวาระการพิจารณาปัญหาชายแดนภาคใต้ไปไว้หลังการพิจารณารายงานของ กกต. ตามระเบียบวาระเดิม และขอให้สภาลงมติ

 

เสียงข้างมากลงมติถกญัตติชายแดนภาคใต้

 

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อเตรียมลงมติ ระบบเครื่องลงคะแนนเกิดเหตุขัดข้อง ส่งผลให้ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ซึ่งสลับขึ้นมาทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ต้องสั่งพักการประชุมเป็นเวลา 20 นาที

 

สำหรับญัตติเรื่องปัญหาชายแดนใต้ ประธานที่ประชุมได้ประเมินเวลาการพิจารณาเบื้องต้นว่า ผู้เสนอญัตติอาจใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที และผู้ที่ลงชื่ออภิปรายจะใช้เวลาอีกประมาณ 2 ชั่วโมง

 

ท้ายที่สุด หลังกลับมาดำเนินการประชุมแล้ว ผลการลงมติเสียงข้างมากเห็นชอบให้ที่ประชุมพิจารณาญัตติชายแดนภาคใต้ก่อน ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 266 ไม่เห็นด้วย 108 งดออกเสียง 33 ไม่ลงคะแนนเสียง 2

The post หวั่นรัฐบาลหลีกเลี่ยงตรวจสอบคดีทุจริตเลือก สว. หลังเสนอญัตติด่วนชายแดนใต้ก่อนพิจารณารายงาน กกต. appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาฯ เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม วาระ 2-3 สส. พรรคประชาชนย้ำหลักการพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ https://thestandard.co/civilian-supremacy-defense-bill/ Wed, 02 Sep 2026 06:36:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1249747 ภาพการประชุมสภาผู้แทนราษฎรขณะพิจารณาร่าง พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ […]

The post สภาฯ เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม วาระ 2-3 สส. พรรคประชาชนย้ำหลักการพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการประชุมสภาผู้แทนราษฎรขณะพิจารณาร่าง พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. … ในวาระที่ 2 และ 3 ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 434 คน ไม่เห็นด้วย 0 คน และงดออกเสียง 1 คน จากจำนวนผู้ลงมติทั้งหมด 435 คน

 

โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จสิ้นและยึดเนื้อหาตามร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การพิจารณาในครั้งนี้มีการอภิปรายสงวนความเห็นจากกรรมาธิการสัดส่วนพรรคประชาชน ซึ่งมุ่งเน้นประเด็นการจัดระเบียบโครงสร้างอำนาจระหว่างฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำ รวมถึงการวางแผนจัดหายุทโธปกรณ์ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงสมัยใหม่

 

ประเด็นสำคัญที่มีการสงวนความเห็นคือการทบทวนอำนาจของสภากลาโหม เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการที่รัฐบาลพลเรือนต้องมีอำนาจเหนือกองทัพ ชยพล สท้อนดี สส. กทม. พรรคประชาชน ได้อภิปรายในมาตรา 5 ซึ่งแก้ไขมาตรา 24 วรรคห้า โดยเสนอให้ตัดข้อความที่ระบุถึงมติของสภากลาโหมออกจากฐานอำนาจที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสามารถมอบหมายให้บุคคลอื่นปฏิบัติราชการแทน

 

ชยพลระบุว่ากฎหมายเดิมให้อำนาจสภากลาโหมไว้สูงมาก โดยเฉพาะมาตรา 43 ที่กำหนดให้รัฐมนตรีต้องปฏิบัติตามมติสภากลาโหมในหลายด้าน ทั้งนโยบายการทหาร การระดมสรรพกำลัง การปกครองบังคับบัญชา งบประมาณ และการร่างกฎหมาย ซึ่งสภากลาโหมประกอบด้วยนายทหารระดับสูงโดยตำแหน่งจำนวนมาก หากรัฐมนตรีไม่มีอำนาจบริหารกระทรวงอย่างแท้จริง อำนาจบริหารราชการก็จะไม่ยึดโยงกับฝ่ายการเมือง

 

สอดคล้องกับ กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ย้ำว่ารัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งต้องมีอำนาจสั่งการและอนุมัติเหนือกองทัพ โดยสภากลาโหมควรมีสถานะเป็นเพียงสภาที่ปรึกษาเท่านั้น

 

สำหรับการวางแผนพัฒนากองทัพ ชยพลได้อภิปรายในมาตรา 3 ซึ่งแก้ไขมาตรา 13 โดยเสนอให้บรรจุแผนการจัดหายุทโธปกรณ์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิรูปกระทรวงกลาโหมหรือ ‘สมุดปกขาว’ เพื่อแก้ปัญหาการจัดซื้อที่ไม่สนับสนุนแผนป้องกันประเทศในภาพใหญ่ เช่น กรณีที่แต่ละเหล่าทัพใช้ระบบสื่อสารต่างกันจนไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ หรือการจัดหาเรือดำน้ำก่อนเรือฟริเกตของกองทัพเรือ

 

พร้อมเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนดังกล่าวแทนสภากลาโหม เนื่องจากแผนพัฒนากองทัพและการจัดหายุทโธปกรณ์มีระยะเวลายาวนานกว่าวาระของผู้บัญชาการเหล่าทัพแต่ละคน จึงต้องยึดโยงกับนโยบายรัฐบาลและสถานการณ์โลก

 

นอกจากนี้ ชยพลยังสนับสนุนให้ใช้กรอบเวลา 90 วันในการจัดทำแผนปฏิรูปกระทรวงกลาโหมแทนกรอบ 6 เดือนตามร่างของคณะรัฐมนตรี เนื่องจากกองทัพมีข้อมูลพื้นฐานสำหรับการจัดทำแผนอยู่แล้ว หากอ้างอิงว่าแนวทางใหม่เป็นการวางแผนจากบนลงล่าง ย่อมสะท้อนคำถามว่าที่ผ่านมากองทัพวางแผนจากเหล่าทัพขึ้นมาโดยไม่ได้พัฒนาไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่

 

กิตติพงษ์ได้อภิปรายเสริมถึงการกำหนดยุทธศาสตร์กระทรวงกลาโหม โดยเสนอว่าไม่ควรผูกแผนปฏิรูปกองทัพเข้ากับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากเทคโนโลยีทางการทหาร เช่น อากาศยานไร้คนขับและปัญญาประดิษฐ์ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กรอบเวลา 20 ปีจึงยาวนานเกินไปสำหรับการวางแผนด้านความมั่นคง

 

กิตติพงษ์ยังเน้นย้ำว่าการพัฒนากองทัพต้องประกอบด้วยแผนด้านยุทโธปกรณ์ กำลังพล และแผนการทางทหาร หากต้องการให้กองทัพปฏิบัติการร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องจัดตั้งหน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วม (Joint Capability Command: JCC) รวมถึงต้องมีแผนจัดหายุทโธปกรณ์ระยะยาวร่วมกัน เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานและช่วยประหยัดงบประมาณในขั้นตอนการจัดหาและการซ่อมบำรุง

The post สภาฯ เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม วาระ 2-3 สส. พรรคประชาชนย้ำหลักการพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ภคมน’ เบรกหน่วยงานรัฐอย่าเพิ่งรีบปิดจ๊อบ โกงสอบท้องถิ่น จี้สาวเส้นทางเงินลากคอตัวการใหญ่ ย้ำต้องไม่จบแค่เพิกถอน 3,000 ชื่อ https://thestandard.co/pakamon-local-exam-fraud-money-trail/ Tue, 01 Sep 2026 07:53:54 +0000 https://thestandard.co/pakamon-local-exam-fraud-money-trail/ ภาพ ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

ภายหลังปรากฏข่าวการตรวจสอบทุจริตในกระบวนการสอบแข่งขันขอ […]

The post ‘ภคมน’ เบรกหน่วยงานรัฐอย่าเพิ่งรีบปิดจ๊อบ โกงสอบท้องถิ่น จี้สาวเส้นทางเงินลากคอตัวการใหญ่ ย้ำต้องไม่จบแค่เพิกถอน 3,000 ชื่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

ภายหลังปรากฏข่าวการตรวจสอบทุจริตในกระบวนการสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งนำไปสู่การเพิกถอนรายชื่อผู้สอบผ่านกว่า 3,000 รายชื่อ

 

วันนี้ (1 กันยายน) ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการตรวจสอบที่อาจยังไม่สามารถตอบคำถามสำคัญของสังคมได้ โดยเฉพาะการตามหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการและเส้นทางการเงิน

 

ภคมน ได้แสดงความกังวลถึงกรณีที่ อปท. บางแห่ง อาจอาศัยช่องว่างนำบุคคลที่ถูกเพิกถอนรายชื่อกลับเข้าทำงานในรูปแบบของการจ้างเหมา ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง ถือเป็นการเปิดช่องให้เกิดการทุจริตซ้ำซ้อน สังคมย่อมตั้งคำถามว่า เงินที่บุคคลเหล่านี้จ่ายไปก่อนหน้านี้ถูกนำไปทำอะไร และการกลับมาจ้างด้วยเงินหลวงมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่

 

พร้อมกันนี้ ได้ตั้งคำถามถึงความศักดิ์สิทธิ์ ของมาตรการจากส่วนกลาง ว่าหนังสือที่ส่งไปยัง อปท. เป็นเพียงการขอความร่วมมือ หรือมีผลผูกพันทางกฎหมายและวินัยอย่างแท้จริง เนื่องจากนายก อปท. แต่ละแห่งไม่ได้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงต้องมีความชัดเจนว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้ตรวจสอบหากเกิดการฝ่าฝืน

 

สำหรับกระแสข่าวที่เตรียมจะจัดสอบใหม่ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ เพื่อทดแทนรายชื่อที่ถูกเพิกถอน โดยมีการติดต่อมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งให้เป็นผู้จัดสอบ นางสาวภคมนเน้นย้ำว่า กระบวนการคัดเลือกมหาวิทยาลัยต้องมีความโปร่งใส และต้องมีหลักประกันให้สังคมมั่นใจว่าจะไม่มีการกำหนดตัวบุคคลหรือผลสอบไว้ล่วงหน้าอีก เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนที่สูญเสียไปจากระบบเดิม

 

ประเด็นสำคัญที่ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ เน้นย้ำ คือการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่าได้ดำเนินการในส่วนของตนเองเสร็จสิ้นภารกิจ หรือ ปิดจ๊อบ ไปแล้ว โดยมองว่าการเพิกถอนรายชื่อไม่ควรเป็นจุดสิ้นสุดของการตรวจสอบ การทุจริตระดับโครงสร้างเช่นนี้ต้องสาวไปตามเส้นทางการเงินให้ชัดเจน

 

“จากข้อมูลที่ได้รับ มีพยานบางรายนำหลักฐานการติดต่อกับบุคคลทางการเมืองส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว จึงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง ถ้ามีพยานหลักฐานไปถึงนักการเมืองก็ต้องตรวจสอบ ไม่ใช่รีบด่วนสรุปว่าไปไม่ถึง ประชาชนมีสิทธิที่จะตั้งคำถามว่า กระบวนการใหญ่ขนาดนี้ ใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง และเงินไปถึงใคร” ภคมน กล่าว

 

ภคมนได้เรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการคุ้มครองพยานที่รัดกุม เพื่อจูงใจให้ผู้ที่มีข้อมูลการซื้อขายตำแหน่งกล้าออกมาให้ข้อเท็จจริง พร้อมย้ำเตือนถึงผลกระทบทางสังคมว่า การทุจริตในลักษณะนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขโมยเงินหลวง แต่มันคือการขโมยอนาคตของคน ที่ตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมสอบมาทั้งชีวิตเพื่อหวังเข้าสู่ระบบราชการอย่างสุจริต

 

“เรื่องนี้ไม่ควรจบแค่การเพิกถอนรายชื่อ ไม่ควรจบแค่การสอบใหม่ และไม่ควรจบแค่การจับคนที่อยู่ปลายทาง เราต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนสร้างระบบนี้ขึ้นมา ใครเป็นคนได้ประโยชน์ และเงินที่ประชาชนถูกเรียกเก็บไปสุดท้ายแล้วไปอยู่ที่ไหน เพราะประชาชนควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน” ภคมน กล่าว

The post ‘ภคมน’ เบรกหน่วยงานรัฐอย่าเพิ่งรีบปิดจ๊อบ โกงสอบท้องถิ่น จี้สาวเส้นทางเงินลากคอตัวการใหญ่ ย้ำต้องไม่จบแค่เพิกถอน 3,000 ชื่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินแวะโรงอาหาร รองประธานวุฒิสภา-ประธานวิป สว. ขนาบข้าง ก่อนเข้าชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน https://thestandard.co/anutin-senate-loan-decree/ Mon, 31 Aug 2026 03:32:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1248690 อนุทิน ชาญวีรกูล รับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารรัฐสภา โดยมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ และ วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ร่วมโต๊ะ

บรรยากาศก่อนการประชุมวุฒิสภา วาระพิจารณาพระราชกำหนด (พ. […]

The post อนุทินแวะโรงอาหาร รองประธานวุฒิสภา-ประธานวิป สว. ขนาบข้าง ก่อนเข้าชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล รับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารรัฐสภา โดยมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ และ วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ร่วมโต๊ะ

บรรยากาศก่อนการประชุมวุฒิสภา วาระพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

ดูภาพข่าว 

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมายังอาคารรัฐสภาในช่วงเช้าวันนี้ (31 สิงหาคม) เพื่อชี้แจง พ.ร.ก ต่อที่ประชุมวุฒิสภา โดยได้แวะจับจ่ายสินค้าและอาหารเช้าที่โรงอาหารชั้น B1 โดยมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 และ วุฒิชาติ กัลยาณมิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และประธานคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา หรือวิปวุฒิสภา ให้การต้อนรับ

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ซื้อข้าวราดผัดลูกชิ้นปลากราย ไข่ดาวและหมูทอด ก่อนจะร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, พล.อ. เกรียงไกร และวุฒิชาติ ก่อนเริ่มการประชุมวุฒิสภาในเวลา 9.00 น.

 

 

อนุทิน ชาญวีรกูล รับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารรัฐสภา โดยมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ และ วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ร่วมโต๊ะ 1อนุทิน ชาญวีรกูล รับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารรัฐสภา โดยมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ และ วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ร่วมโต๊ะ 2อนุทิน ชาญวีรกูล รับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารรัฐสภา โดยมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ และ วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ร่วมโต๊ะ 3อนุทิน ชาญวีรกูล รับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารรัฐสภา โดยมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ และ วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ร่วมโต๊ะ 4อนุทิน ชาญวีรกูล รับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารรัฐสภา โดยมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ และ วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ร่วมโต๊ะ 5

The post อนุทินแวะโรงอาหาร รองประธานวุฒิสภา-ประธานวิป สว. ขนาบข้าง ก่อนเข้าชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เตือน ปชน.-ไอลอว์ ปมฮั้ว สว. อย่าผิดกฎหมาย ย้ำ ครม.พร้อมตอบกระทู้ทั้ง 2 สภา https://thestandard.co/pm-warns-ilaw-prachachon/ Mon, 31 Aug 2026 01:13:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1248590 นายกรัฐมนตรีกำลังให้สัมภาษณ์ พร้อมข้อความเตือน ปชน.และไอลอว์ เรื่องฮั้ว สว. และความพร้อมของ ครม.ในการตอบกระทู้

วันนี้ (30 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐ […]

The post นายกฯ เตือน ปชน.-ไอลอว์ ปมฮั้ว สว. อย่าผิดกฎหมาย ย้ำ ครม.พร้อมตอบกระทู้ทั้ง 2 สภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรีกำลังให้สัมภาษณ์ พร้อมข้อความเตือน ปชน.และไอลอว์ เรื่องฮั้ว สว. และความพร้อมของ ครม.ในการตอบกระทู้

วันนี้ (30 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานในสภาฯ ว่า พรุ่งนี้ (31 ส.ค. 69) มีเข้าไปชี้แจงพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท ต่อที่ประชุมวุฒิสภา โดยจะนำเสนออย่างดีที่สุด ซึ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว เราก็ทำตามกฎหมายทุกขั้นตอน เมื่อตนนำเสนอเสร็จ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็จะคอยตอบข้อซักถาม ซึ่งพรุ่งนี้คณะรัฐมนตรีต้องลงพื้นที่ไปจังหวัดสงขลา เพื่อตรวจราชการ เยี่ยมชาวบ้าน และพบปะภาคธุรกิจ ภาคเกษตร และอุตสาหกรรมของเขตจังหวัดภาคใต้

 

เมื่อถามว่าเรื่องการกู้เงินมีข้อสังเกตเยอะ นายกรัฐมนตรีหัวเราะก่อนกล่าวว่า “เดี๋ยวใช้ให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องสังเกตกัน โปร่งใสอยู่แล้ว ตรงไปตรงมา มีคณะกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งเป็นข้าราชการประจำทั้งสิ้น นำโดยปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ต้องการให้เห็นความปราศจากนัยยะทางการเมืองใด ๆ”

 

เมื่อถามว่ามีอะไรอยากจะฝากฝ่ายค้านหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบทันทีว่า “ไม่มี ไม่ฝาก”

 

และเมื่อถามว่าวันนี้กลุ่มไอลอว์และพรรคประชาชนไปจัดกิจกรรมออกกำลังกายที่สำนักงาน กกต. เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในคดีฮั้ว สว. นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ถ้าทำตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหา อย่าผิดกฎหมายก็แล้วกัน”

 

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ เพราะฝั่งนั้นจะจัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 13 กันยายน นายกรัฐมนตรีย้ำคำเดิมว่า “อย่าทำผิดกฎหมาย”

 

นายกรัฐมนตรียังย้ำถึงเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินว่า หากผ่านวุฒิสภาแล้ว ก็จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระ 2 และ 3 ต่อ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงเปิดสมัยประชุมสภา ตนก็กำชับคณะรัฐมนตรีถึงการทำหน้าที่ในสภา

 

“ผมก็กำชับกับรัฐมนตรี อย่างที่ใครเคยบอกว่าไม่ให้เกียรติสภา ไม่จริงหรอก คณะรัฐมนตรีชุดผมพร้อมที่จะไปตอบกระทู้ เรากำหนดคนไว้แล้วว่าคนนี้จะไปตอบกระทู้ในนามรัฐบาล มีท่านใดบ้าง ท่านหนึ่งไม่ว่างก็สอง สองไม่ว่างก็สาม สามไม่ว่างก็สี่ แต่จะมีคนไปฟังและตอบกระทู้ทั้ง 2 สภา

The post นายกฯ เตือน ปชน.-ไอลอว์ ปมฮั้ว สว. อย่าผิดกฎหมาย ย้ำ ครม.พร้อมตอบกระทู้ทั้ง 2 สภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เท้ง ณัฐพงษ์’ ชี้วิกฤตศรัทธาการเมืองไทย ปลุกทุกฝ่ายเปลี่ยน สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้กฎหมายปฏิเสธไม่ลง https://thestandard.co/natthapong-blue-regime-crisis-politics/ Sat, 29 Aug 2026 06:14:06 +0000 https://thestandard.co/natthapong-blue-regime-crisis-politics/ ภาพ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กำลังกล่าวบนเวที

วันนี้ (29 สิงหาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำ​ฝ่ายค้ […]

The post ‘เท้ง ณัฐพงษ์’ ชี้วิกฤตศรัทธาการเมืองไทย ปลุกทุกฝ่ายเปลี่ยน สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้กฎหมายปฏิเสธไม่ลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กำลังกล่าวบนเวที

วันนี้ (29 สิงหาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำ​ฝ่ายค้าน​ใน​สภาผู้แทนราษฎร​ กล่าวเปิด เวทีผู้นำฝ่ายค้าน ในหัวข้อการเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น: ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ ว่า อาจมีความฉุกละหุก​เล็กน้อย ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนสถานที่ สิ่งที่สำคัญวันนี้ตามหัวข้อเลย “วิกฤตศรัทธาต่อการเมืองไทยของพี่น้องประชาชน” ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับการถ่วงดุลตรวจสอบ หากพูดกันชัดๆ คือ การตรวจสอบการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

 

ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า จริงๆแล้วไม่ได้ตั้งใจ จัดเวทีนี้ให้ตรงกับครบรอบ 100 วัน กับการที่ตนได้ออกมาชี้ให้สังคมเห็นถึงระบอบสีน้ำเงิน วันนี้ครบ 100 วันพอดี ที่ออกมาโพสต์สื่อสาร อยากจะบอกประชาชน ว่า คำว่า ระบอบสีน้ำเงิน ที่ตัวตนเองออกมาสื่อสาร คำนิยามที่สั้นที่สุดคือ “ระบอบสีน้ำเงิน ก็เหมือนตัวระบอบอำนาจนิยม ที่ไม่ได้มีความเป็นประชาธิปไตย” เพราะระบอบประชาธิปไตย คือระบอบที่ต้องการการถ่วงดุลตรวจสอบ ยึดโยงกับประชาชนและไม่ได้เป็นอิสระจากประชาชน แต่สิ่งที่เห็นในปัจจุบัน คือ องค์กรอิสระ มาจากการแต่งตั้งของสมาชิกวุฒิสภา ที่อาจจะถูกจัดตั้งหรือโกงเข้ามา ซึ่งมีความยึดโยงกับพรรคการเมือง ที่เป็นแกนนำรัฐบาลอยู่ในขณะนี้

 

ทำให้เห็นตั้งแต่ตอนนั้นว่า ระบบสีน้ำเงินกำลังกินรวบทั่วประเทศอยู่ และการแสดงความคิดเห็นของพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ในเวทีผู้นำฝ่ายค้านที่ผ่านมา มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ชูขึ้นมา ทำให้เห็นภาพชักว่า การโกง สว.คือจุดเริ่มต้นของการกินทั่วประเทศ

 

ดังนั้น วันนี้ตนเองคิดว่า 1 หมุดหมายที่สำคัญ มีเวทีอดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร​ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลในปัจจุบัน ตนเองคิดว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะช่วยกันส่งเสียง ว่า อยากได้ระบบการเมือง ที่มีความเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ระบบการเมืองแบบอำนาจนิยม ที่มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น กินทั่วประเทศอยู่ อันนี้เป็นสิ่งน่าจะมาผลักดันร่วมกัน

 

ณัฐพงษ์​ ยังกล่าวด้วยว่า อยากเชิญชวนให้ทุกคนคิดเพิ่มเติมอีก นักวิเคราะห์หลายๆคนบอกว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ จะเอาผิดกับคนที่โกง สว.ยากเหลือเกิน แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะ คนที่เลือก กกต.ชุดใหญ่ 4 ใน 7 คน ถูกเลือกมาจากสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน และหลายๆคนก็อยู่ในสำนวนที่จะถูกสั่งฟ้อง

 

ดังนั้น จะคาดหวังได้อย่างไร กับการใช้อำนาจ บอกว่ามันมีมูลนะ บอกได้ว่ามีการโกงสวนะ จากคนที่ถูกเลือกเข้ามา เพราะมันมีผลประโยชน์ทับซ้อนตรงๆ หลายๆคนจึงบอกว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่ตนอยากให้ทุกคนมองแบบนี้ ผมเชื่อว่าทุกนักการเมืองหลายๆคนรวมถึงตัวผมเองด้วย เราเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อ ทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นสิ่งที่พวกเขาปฏิเสธไม่ได้ การทำงานการเมืองคือการที่ต้องผลักดันสังคมไปข้างหน้า ถ้าพูดอยู่แค่ในกรอบของกฎหมาย ความคิดเดิมๆ เป็นไปไม่ได้สุดท้ายสังคมก็ไม่ได้เดินหน้าไปไหน แต่ตนเชื่อว่าการที่เราจัดเวทีในลักษณะนี้ ทุกวัน เรากำลังทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เขาปฏิเสธไม่ได้ มากขึ้นทุกวัน

 

ณัฐพงษ์ ยังย้ำว่าหน้าที่ของ กกต.ไม่ใช่เรื่องของการชี้ถูกชี้ผิด แต่กฎหมายเขียนไว้ค่อนข้างชัด ว่า แค่ควรเชื่อได้ว่า มีการโกง สว.เกิดขึ้น หน้าที่ของ กกต คือการส่งสำนวนต่อไปให้ศาลฎีกา ดังนั้น ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ อย่างน้อยๆ กกต.ก็เลื่อนออกไป วันที่ 14 กันยายน​ ก็จะได้ใช้โอกาสในเวทีนี้ ทำให้สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ ให้เขาปฏิเสธไม่ได้มากยิ่งขึ้น

The post ‘เท้ง ณัฐพงษ์’ ชี้วิกฤตศรัทธาการเมืองไทย ปลุกทุกฝ่ายเปลี่ยน สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้กฎหมายปฏิเสธไม่ลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ชลน่าน’ ร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ชี้วิกฤตศรัทธาเกิดจากระบบถ่วงดุลไร้ประสิทธิภาพ เตือนระวังนวัตกรรมสืบทอดอำนาจ https://thestandard.co/chonlanan-opposition-power-succession-warning/ Sat, 29 Aug 2026 05:26:34 +0000 https://thestandard.co/chonlanan-opposition-power-succession-warning/ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว กล่าวบนเวทีเสวนา โดยมีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่งอยู่ด้านข้าง

วันนี้ (29 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา สำนักงานผู้นำฝ่ายค้า […]

The post ‘ชลน่าน’ ร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ชี้วิกฤตศรัทธาเกิดจากระบบถ่วงดุลไร้ประสิทธิภาพ เตือนระวังนวัตกรรมสืบทอดอำนาจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว กล่าวบนเวทีเสวนา โดยมีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่งอยู่ด้านข้าง

วันนี้ (29 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา สำนักงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจัดเสวนาในหัวข้อ “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น และผลกระทบต่อกลไกตรวจสอบถ่วงดุล” โดยมี 3 อดีตผู้นำฝ่ายค้านร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ซึ่ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เข้าร่วมเสวนาพร้อมชี้แจงถึงการมาร่วมเวทีของฝ่ายค้านในครั้งนี้

 

นพ.ชลน่าน เปิดเผยว่า แม้ตนเองจะเป็น สส. ของพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่การมาร่วมงานนี้ทำในนามส่วนตัวในฐานะอดีตผู้นำฝ่ายค้าน โดยได้แจ้งให้ทางพรรคทราบแล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยและนายกรัฐมนตรีไม่ได้ปิดกั้นหรือตำหนิ แต่มีเพียงข้อห่วงใยว่าจะกระทบต่อภาพลักษณ์รัฐบาลหรือไม่ ตนจึงยืนยันว่าการมาแสดงความคิดเห็นครั้งนี้ไม่ได้มาทำหน้าที่ตรวจสอบโดยตรง แต่ต้องการนำเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อระบบการเมือง

 

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า วิกฤตความเชื่อมั่นของประเทศในขณะนี้เกิดจากกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจที่อ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพ และถูกใช้เพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่ม จนนำไปสู่วิกฤตศรัทธาในระบบประชาธิปไตย ซึ่งกระบวนการเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจ และการตรวจสอบอำนาจ ล้วนกำลังประสบปัญหาทั้งระบบ พร้อมเตือนถึงบริบทการเมืองยุคใหม่ที่อาจมีกลุ่มบุคคลใช้เทคนิคความชาญฉลาดในการบริหารจัดการฐานเสียงโดยไม่ผูกติดกับการใช้เงินในวันเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว

 

“หากกระบวนการจัดการนี้ถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ ก็เปรียบเสมือน ‘โจรสมองเพชร’ ที่น่ากลัวมาก เพราะเป็นการวางกลยุทธ์สืบทอดอำนาจอย่างแยบคายจนประชาชนมอบอำนาจให้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้ระบบการตรวจสอบกลับมาเข้มแข็งและเป็นไปตามตัวบทกฎหมายอย่างแท้จริง” นพ.ชลน่าน กล่าว

 

นอกจากนี้ นพ.ชลน่าน ยังได้กล่าวพาดพิงถึง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งร่วมวงเสวนาด้วย โดยระบุถึงความเชี่ยวชาญทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีตที่สามารถใช้วาทศิลป์โน้มน้าวให้สังคมเชื่อในสิ่งที่นำเสนอได้ เปรียบเสมือนการทำให้คนเชื่อว่า “หมาเป็นแมว” เพราะในมิติทางการเมือง บางครั้งความเชื่อก็ถูกทำให้กลายเป็นความจริง

 

ด้าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้กล่าวใช้สิทธิ์พาดพิงพร้อมแตะมือกับ นพ.ชลน่าน อย่างเป็นกันเอง โดยระบุแจงว่า การทำงานของฝ่ายค้านในอดีตจำเป็นต้องใช้วิธีสื่อสารอย่างเต็มที่ในสภา เนื่องจากสื่อหลักอยู่ในมือรัฐบาล สิ่งที่พรรคทำคือการชี้ให้ประชาชนเห็นความจริงว่าสิ่งนั้นคืออะไร พร้อมกล่าวทิ้งทายด้วยรอยยิ้มว่า “คุณหมอคงไม่ลืมคำว่า สัจจัง เว อมตา วาจา การเมืองเราต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริง”

 

พร้อมกันนี้ อภิสิทธิ์ ยังได้กล่าวเชิญชวน นพ.ชลน่าน ล่วงหน้าให้เข้าร่วมงาน Homecoming รวบรวมอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ในโอกาสที่พรรคจะครบรอบ 80 ปี ในช่วงเดือนตุลาคมนี้อีกด้วย

The post ‘ชลน่าน’ ร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ชี้วิกฤตศรัทธาเกิดจากระบบถ่วงดุลไร้ประสิทธิภาพ เตือนระวังนวัตกรรมสืบทอดอำนาจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลพร้อมเดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หลังสภาฯ อนุมัติ ยันใช้เงินคุ้มค่า โปร่งใส ตั้ง Negative List ห้ามงบดูงาน-วิจัย https://thestandard.co/thai-govt-400bn-energy-loan/ Thu, 27 Aug 2026 01:36:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1246992 ภาพกราฟิกแสดงข้อความรัฐบาลพร้อมเดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงานและยืนยันการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทอย่างคุ้มค่า โปร่งใส

วันนี้ (27 สิงหาคม) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรั […]

The post รัฐบาลพร้อมเดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หลังสภาฯ อนุมัติ ยันใช้เงินคุ้มค่า โปร่งใส ตั้ง Negative List ห้ามงบดูงาน-วิจัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงข้อความรัฐบาลพร้อมเดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงานและยืนยันการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทอย่างคุ้มค่า โปร่งใส

วันนี้ (27 สิงหาคม) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท รัฐบาลพร้อมเดินหน้าดำเนินการตามกรอบกฎหมาย โดยยืนยันว่าการใช้เงินทุกบาทมีเป้าหมายชัดเจน คุ้มค่า โปร่งใส และตรวจสอบได้

 

สำหรับ แผนงานที่ 2 ในกรอบวงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อปรับโครงสร้างและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ รัฐบาลได้เตรียมหลักเกณฑ์การกลั่นกรองไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คกง.) เห็นชอบกรอบแนวคิด หลักเกณฑ์ และแนวทางพิจารณาโครงการ เพื่อให้เงินถูกนำไปใช้กับการลงทุนที่สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล เพิ่มพลังงานทดแทน พัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า ยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ส่งเสริมยานยนต์สะอาด และพัฒนาทักษะแรงงานรองรับอุตสาหกรรมพลังงานใหม่

 

ที่สำคัญ รัฐบาลกำหนด Negative List ไว้อย่างชัดเจน โครงการที่จะขอใช้เงินกู้ต้องไม่ใช่การจ้างที่ปรึกษาศึกษาวิจัย การศึกษาดูงาน หรือเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ใช้เพื่อจัดซื้อวัสดุหรือครุภัณฑ์แจกจ่ายประชาชนโดยตรง ไม่แบ่งซื้อแบ่งจ้าง และไม่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือแหล่งเงินอื่น รวมทั้งต้องเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดทางเทคนิค เพื่อให้สิ่งที่ลงทุนสามารถใช้งานและบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

 

กรอบการลงทุนแบ่งเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1. ลดการใช้พลังงานฟอสซิลและเพิ่มพลังงานทดแทน รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าและเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงาน 2. ส่งเสริมยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้ง EV พลังงานสะอาด EV Charging Station และ Swapping Station ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ และ 3. สร้างคนและสร้างงานรองรับเศรษฐกิจพลังงานใหม่ ผ่านการ Upskill/Reskill เช่น ช่างติดตั้งและซ่อมบำรุงโซลาร์เซลล์ ช่างซ่อมบำรุง EV รวมถึงสนับสนุนนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้จริงหรือต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้

 

“พ.ร.ก.ฉบับนี้ไม่ใช่การกู้เงินมากองไว้ และไม่ใช่การตีเช็คเปล่าให้หน่วยงานนำไปใช้โดยไม่มีกรอบ ทุกบาทมีเป้าหมาย มีหลักเกณฑ์ และต้องมีผลลัพธ์ที่วัดได้ ในส่วนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานนั้น ถือเป็นการลงทุนเพื่อให้ประเทศไทยลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสร้างงานสร้างอาชีพใหม่ให้คนไทยในเศรษฐกิจพลังงานสะอาด” รัชดากล่าว

 

ทั้งนี้ แบบคำขอรับจัดสรรเงินกู้จะต้องกำหนด เป้าหมายและตัวชี้วัดผลสำเร็จที่ชัดเจน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขตของแผนงาน โดยสำนักงบประมาณจะปรับระบบคำขอภายใต้ New e-Budgeting ตามหลักเกณฑ์ของ คกง.

The post รัฐบาลพร้อมเดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หลังสภาฯ อนุมัติ ยันใช้เงินคุ้มค่า โปร่งใส ตั้ง Negative List ห้ามงบดูงาน-วิจัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดมติสภาฯ อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน กล้าธรรมงดออกเสียง ขณะรัฐบาลน้ำเงิน-แดงยังแน่นแฟ้น https://thestandard.co/house-approves-400bn-loan-decree/ Thu, 27 Aug 2026 00:47:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1246948 เปิดมติสภาฯ อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน กล้าธรรมงดออกเสียง ขณะรัฐบาลน้ำเงิน-แดงยังแน่นแฟ้น

ผลการลงมติอนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนล้าน รัฐบาลพรรคภ […]

The post เปิดมติสภาฯ อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน กล้าธรรมงดออกเสียง ขณะรัฐบาลน้ำเงิน-แดงยังแน่นแฟ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดมติสภาฯ อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน กล้าธรรมงดออกเสียง ขณะรัฐบาลน้ำเงิน-แดงยังแน่นแฟ้น

ผลการลงมติอนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนล้าน รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยลงมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกภาพ ฝ่ายค้านหลักคือ พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันโหวตไม่เห็นชอบ ยกเว้น ‘งูเห่าส้ม’ คนเดิมเป็น 1 เสียงหนุนรัฐบาล ขณะพรรคกล้าธรรมพร้อมใจงดออกเสียง

 

วันนี้ (26 สิงหาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 วาระพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ภายหลังสมาชิกใช้เวลาในการอภิปรายแสดงความคิดเห็นมาแล้วประมาณ 12 ชั่วโมง

 

ล่าสุดเวลา 20.28 น. ที่ประชุมสภาฯ มีมติเสียงข้างมากอนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 285 เสียง ไม่เห็นชอบ 141 เสียง งดออกเสียง 52 เสียง จากผู้ลงมติทั้งหมด 478 เสียง

 

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบการลงมติของสมาชิก พบว่า ฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาล คือพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่ลงมติเห็นชอบกันอย่างไม่แตกแถว

 

ทั้งนี้ ยังมีพรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง และพรรคการเมืองขนาดเล็กอีก 8 เสียง ที่ร่วมลงมติเห็นชอบ

 

ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน พบว่า พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนใหญ่ลงมติไปในทิศทางเดียวกันคือไม่เห็นชอบ

 

ยกเว้น สุริยา วงศ์อารีย์ สส. อุดรธานี พรรคประชาชน ที่ลงมติเห็นชอบ โดยเป็นที่รู้กันว่า สุริยา นั้นเป็น ‘งูเห่า’ ภายในพรรคประชาชน ที่จะลงมติในทิศทางเดียวกันกับพรรคภูมิใจไทย

 

ส่วนพรรคกล้าธรรมพบว่า ลงมติงดออกเสียงแทบทั้งหมด โดยมี สส. พรรคกล้าธรรม จำนวน 48 คน ลงมติงดออกเสียง ในจำนวนนี้ยังมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค และ บุญยิ่ง นิติกาญจนา สส. ราชบุรี รองหัวหน้าพรรค ที่ลงมติงดออกเสียงด้วย

 

สำหรับพรรคการเมืองขนาดเล็ก มีการลงมติที่แตกต่างกันไป เช่น พรรคไทรวมพลัง ที่มี สส. 5 คน ลงมติไม่เห็นชอบ ยกเว้น วชิราภรณ์ กาญจนะ สส. สุราษฎร์ธานี ที่ไม่ได้ร่วมลงมติ

 

พรรคไทยสร้างไทย ประกอบด้วย อุดมเดช รัตนเสถียร สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ลงมติเห็นชอบ ขณะที่ ชัชวาล แพทยาไทย สส. ร้อยเอ็ด ลงมติงดออกเสียง

 

พรรคไทยภักดี นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ ลงมติไม่เห็นชอบ และพรรคเสรีรวมไทย พล.ต.อ. เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส สส. แบบบัญชีรายชื่อ ไม่ได้ร่วมลงมติ

 

นอกจากนี้ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร, มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 และ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ต่างลงมติงดออกเสียงทั้งหมดเพื่อรักษาความเป็นกลางในการทำหน้าที่ประธาน

 

The post เปิดมติสภาฯ อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน กล้าธรรมงดออกเสียง ขณะรัฐบาลน้ำเงิน-แดงยังแน่นแฟ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>