ใครที่อยากรู้จัก ‘ราชินีแห่งสตรีทฟู้ดเมืองไทย’ ผู้โด่งด […]
The post สารคดีเจ๊ไฝ ชมฟรีบนยูทูบ ‘Jay Fai – Fire & Soul’ ความยาว 37 นาที appeared first on THE STANDARD.
]]>
ใครที่อยากรู้จัก ‘ราชินีแห่งสตรีทฟู้ดเมืองไทย’ ผู้โด่งดังไปทั่วโลกให้รู้ซึ้งยิ่งกว่าเดิม ต้องชมสารคดีเรื่องนี้ Jay Fai – Fire & Soul หนังสั้นความยาว 37 นาที ซึ่งตอนนี้ทีมผู้ผลิตอัปโหลดให้คนทั่วโลกรับชมได้ฟรีบนยูทูบ โดยสารคดีเรื่องนี้เคยถูกฉายในเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกมาแล้ว เช่น เทศกาลหนังเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส หรือเทศกาลหนังกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย
Jay Fai – Fire & Soul เล่าเกี่ยวกับเส้นทางการทำอาหารของ เจ๊ไฝ-สุภิญญา จันสุตะ เจ้าของร้านสตรีทฟู้ดย่านประตูผี ที่เราเชื่อว่าไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อเธอ เพราะเจ๊ไฝถือกระทะยืนหน้าเตาถ่านด้วยตัวเองมานานเกือบ 50 ปีแล้ว แถมร้านเจ๊ไฝยังเป็นร้านสตรีทฟู้ดแห่งแรกของเมืองไทยที่คว้าดาวมิชลินมาครองได้สำเร็จด้วย แต่นั่นอาจไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่ทำให้ร้านอาหารแห่งนี้กลายเป็นร้านที่ผู้คนทั่วโลกอยากเดินทางมาชิมสักครั้งในชีวิต แม้การจองคิวร้านอาหารแห่งนี้จะขึ้นชื่อไม่แพ้เมนูซิกเนเจอร์อย่าง ‘ไข่เจียวปู’ หรือ ‘ราดหน้าทะเล’
เอาเป็นว่าสารคดีเรื่องนี้ไม่ได้มาพูดให้ทุกคนฟังว่าอาหารฝีมือเจ๊ไฝเลิศเลอแค่ไหน เพราะนั่นคือสิ่งที่คุณต้องไปลองด้วยตัวเอง แต่สารคดีเรื่องนี้จะทำให้ทุกคนรู้ว่าทำไมเจ๊ไฝถึงคู่ควรกับคำว่าราชินีแห่งสตรีทฟู้ด ผู้ทำให้อาหารไทยกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ทุกคนอยากชิมฝีมือของเธอที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้สักครั้งในชีวิต
Jay Fai – Fire & Soul ถ่ายทำโดยทีม UTOPICFOOD! ผู้ผลิตสารคดีเกี่ยวกับอาหาร
The post สารคดีเจ๊ไฝ ชมฟรีบนยูทูบ ‘Jay Fai – Fire & Soul’ ความยาว 37 นาที appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (30 พฤษภาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ส […]
The post ‘บรรทัดทอง’ ที่เงียบ แต่ไม่ถึงกับเหงา สัญญาณความเปลี่ยนแปลงหลังนักท่องเที่ยวจีนลดลง appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (30 พฤษภาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศยามเย็นของถนนบรรทัดทอง แหล่งรวมสตรีทฟู้ดและร้านอาหารหลากหลายสไตล์ ที่เคยคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันศุกร์
จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการในพื้นที่ พบว่าบรรยากาศได้เปลี่ยนไปอย่างมาก เงียบเหงากว่าที่เคยเป็น โดยเฉพาะการหายไปของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง 80-90%
ผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างให้ความเห็นตรงกันว่า เหตุผลหลักน่าจะมาจากความไม่เชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีน หลังเกิดเหตุการณ์ตึกถล่มจากแผ่นดินไหว ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในภาพรวมของภูมิภาค และข่าวอาชญากรรมที่ชาวจีนถูกหลอกลวงไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านโดยใช้เส้นทางผ่านประเทศไทย เรื่องราวเหล่านี้คาดว่ามีการพูดคุยและส่งต่อกันในกลุ่มชาวจีน ทำให้เกิดความกังวลและตัดสินใจที่จะไม่เดินทางมาประเทศไทย
นอกจากประเด็นด้านความปลอดภัยแล้ว ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศจีนที่ยังคงซบเซาก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดการเดินทางออกนอกประเทศ และเลือกที่จะใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น
จากบทความ ทำไม ‘คนจีน’ ถึงไม่กลับมาเที่ยวไทยแล้ว? ของ THE STANDARD WEALTH ระบุว่า การลดลงของนักท่องเที่ยวจีนไม่ใช่เพียงแค่ผลกระทบระยะสั้น แต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในพฤติกรรมการท่องเที่ยวของชาวจีน โดยความกังวลด้านความปลอดภัยถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจีนหลายรายยังรู้สึกเบื่อหน่ายกับรูปแบบการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ และมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในขณะที่บางส่วนเลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศจีนเอง หรือเลือกประเทศอื่นๆ ที่มองว่าปลอดภัยกว่า เช่น ญี่ปุ่นและสิงคโปร์
ปัญหาการขาดแคลนเที่ยวบินราคาประหยัดหลังวิกฤตโควิด และการที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนเมื่อเทียบกับเงินบาทลดลง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวประเทศไทยสูงขึ้น ทำให้หลายคนเลือกที่จะเดินทางภายในประเทศจีน หรือไปยังประเทศอื่นแทน

อ้างอิง:
The post ‘บรรทัดทอง’ ที่เงียบ แต่ไม่ถึงกับเหงา สัญญาณความเปลี่ยนแปลงหลังนักท่องเที่ยวจีนลดลง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ต้องยอมรับว่าตอนนี้วัฒนธรรมเวียดนามมาแรงกว่าใคร โดยเฉพา […]
The post พาไปเที่ยวเวียดนามที่ Song Viet at Song Wat ร้านสตรีทฟู้ดเวียดนามสุดเก๋ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ต้องยอมรับว่าตอนนี้วัฒนธรรมเวียดนามมาแรงกว่าใคร โดยเฉพาะดนตรีและแฟชั่น แต่ของดีอีกหนึ่งอย่างที่เราอยากให้ทุกคนได้รู้จักก็คือ ‘อาหารเวียดนาม’ ที่มีชื่อเสียงทั่วโลกแบบไม่น้อยหน้า และเป็นรสชาติที่เราเชื่อว่ากินได้ทุกคนแน่นอนด้วย
วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปนั่งเก้าอี้จิ๋วชิมสตรีทฟู้ดเวียดนามกันที่ถนนทรงวาด ที่ร้าน ‘Song Viet at Song Wat’ ร้านอาหารเวียดนามสตรีทฟู้ดฝีมือเชฟชาวเวียดนามที่ดึงเสน่ห์ของทั้งย่านทรงวาดและเมืองไซ่ง่อนมาผสมกันไว้ที่นี่

Song Viet at Song Wat เปิดอยู่ริมถนนทรงวาดใกล้กับคาเฟ่เอฟวี หน้าร้านใช้สีสันโดดเด่นแบบที่เดินผ่านแล้วรู้เลยทันทีว่าร้านนี้กำลังพาเราไปที่เที่ยวประเทศไหน บวกกับความพลุกพล่านของรถบนถนนทรงวาดที่สัญจรไปมาและวิถีชีวิตผู้คนในย่านนี้อีกที่ทำให้ร้านนี้ดึงความเป็นเวียดนามมาได้มากกว่าที่คิด และเมื่อเดินเข้าไปด้านในก็ยิ่งได้บรรยากาศกว่าเดิม เพราะตกแต่งราวกับยกร้านสตรีทฟู้ดเวียดนามมาไว้ด้านใน ทั้งเก้าอี้จิ๋ว ตะกร้าเครื่องปรุง และเมนูอาหารที่มักเห็นตามริมทางที่ประเทศเวียดนาม

อาหารเวียดนามของ Song Viet at Song Wat จะใส่ความโมเดิร์นลงไปด้วย เพื่อให้รสชาติเข้ากับบรรยากาศของย่านทรงวาด แต่ก็ยังไม่หนีไปจากรสชาติดั้งเดิมมากเท่าไหร่นัก โดยเมนูส่วนใหญ่เป็นอาหารที่เชฟเพียร์ (Tapir Truong) เชฟประจำร้านแห่งนี้หยิบมาจากเมนูริมทางในบ้านเกิดอย่างเมืองไซ่ง่อน ผสมกับเมนูประจำของครอบครัว ก่อนนำมาทำใหม่แบบไม่ทิ้งกลิ่นอายดั้งเดิม
“ผมนำเมนูซึ่งเป็นรสชาติที่ทำกินในครอบครัว รวมถึงเมนูต่างๆ ที่พบเห็นอยู่ตามท้องถนนในเวียดนาม โดยเฉพาะในไซ่ง่อนซึ่งเป็นบ้านเกิด มาตีความใหม่ให้เข้ากับกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านอีกหลังของผม ในร้านนี้ทุกคนจึงจะได้เห็นครัวที่โชว์การทำอาหาร เฝอเส้นสด ขนมปังฝรั่งเศสแบบเวียดนามที่อบใหม่ทุกวัน เพราะพวกเราอยากเสิร์ฟมากกว่าแค่อาหาร เพราะคำว่า ‘Song’ ในภาษาเวียดนามแปลว่า ‘ชีวิต’ ด้วย”

แต่ละเมนูของ Song Viet at Song Wat จึงเต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา เมนูที่เราอยากแนะนำให้ลองก็มี Banh Mi Xa Xiu (229 บาท) บั๋นหมี่ทรงเวียดไส้หมูแดงและซอสสูตรลับของร้าน กัดพร้อมขนมปังบาแกตต์ที่ร้านอบใหม่ๆ แล้วกรอบ หอม รสชาติเข้ากันสุดๆ
Bahn Mi Chao (199 บาท) หรือ ไข่กระทะญวนที่แท้ทรู ที่ตั้งชื่อเมนูแบบนี้ก็เพราะ บั๋นหมี่แปลว่าขนมปัง ส่วนจ๋าวแปลว่ากระทะ เมนูนี้ชาวเวียดนามได้อิทธิพลมาจากวัฒนธรรมอาหารฝรั่งเศส ในกระทะจึงมีทั้งปาเต้ ซิ้วหมาย (ลูกชิ้นหมู) หมูยอ และกุนเชียง

พูดถึงอาหารเวียดนามจะไม่พูดถึงเฝอก็คงไม่ได้ เพราะเฝอถือว่าเป็นเมนูตัวแทนประเทศเวียดนาม ทุกคนจึงต้องลอง What The Pho (399 บาท) เฝอหรูหราที่แบ่งกินได้ 3-4 คน เพราะร้านเสิร์ฟมาในหม้อใหญ่ๆ มีทั้งเนื้อสด เนื้อตุ๋น ลูกชิ้น ไข่ออนเซ็น แต่ถ้าใครมาคนเดียวอยากกินชามเดียวจบก็มีไซส์ปกติเช่นกัน
Nem Nuong (289 บาท) เนม-เนื้อง เป็นเมนูของชาวญวนที่คนเวียดนามนิยมกิน เมนูนี้จึงต้องออกเสียงว่า เนม-เนื้อง ตามคนญวน โดยร้านใช้สูตรจากเมืองญาจางหรือนาตรัง ทีเด็ดอยู่ตรงแป้งทอดกรอบที่ม้วนห่อลงไปพร้อมเครื่องอื่นๆ ด้วย ทำให้กินแล้วกรุบกรอบ มาพร้อมน้ำจิ้มสูตรโฮมเมด

Bahn Loc (149 บาท) บั๊น หล่อบ เป็นเมนูแป้งนึ่งไส้หมูแดงที่หากินยากในเมืองไทย เพราะเป็นอาหารชาวญวนโบราณวังเฮว้ ซึ่งเป็นอดีตเมืองหลวงเก่าของเวียดนามที่เต็มไปด้วยอาหารตำรับชาววัง
อีกทีเด็ดที่พลาดไม่ได้ เพราะอาจแปลว่าคุณมาไม่ถึงเวียดนาม นั่นก็คือ Vietnamese Egg Coffee (129 บาท) กาแฟไข่เวียดนามที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศ เพราะคนเวียดนามเป็นผู้คิดค้น เนื่องจากเมื่อหลายสิบปีก่อนเกิดวิกฤตนมขาดแคลนและแพง เจ้าของร้านกาแฟในเมืองฮานอยจึงใช้ไข่แดงมาตีเป็นฟองแทนนม หลังจากนั้นเมนูกาแฟไข่ก็โด่งดังไปทั่วโลกเพราะความหอมหวาน มันนัว แต่นุ่มนวล
นอกจากนี้ยังมี Dam Berry Soda (119 บาท) ที่ใช้น้ำลูกบ๊วยจีนสดในกระป๋องที่หาซื้อได้บนถนนทรงวาด นำมาผสมกับน้ำบ๊วยสไตล์เวียดนามจนกลายเป็นเครื่องดื่มสุดสดชื่น และของหวานอย่าง Banh Flan (99 บาท) ไอศกรีมมะพร้าวราดกาแฟเวียดนาม เวลากินให้ตักลงไปจนเจอทั้งคัสตาร์ดแบบญวน หรือ Flan พร้อมทั้งคาราเมล ไอศกรีมกะทิ และกาแฟเวียดนาม ชิมทั้งหมดพร้อมกันในคำเดียวได้เลย

ใครผ่านไปแถวทรงวาดก็อย่าลืมแวะไปนั่งกินของว่างหรือมื้อสนุกๆ แบบอิ่มๆ กันที่ Song Viet at Song Wat นะ เราว่าหลายคนต้องรู้สึกสนุกจนติดใจทั้งบรรยากาศและรสชาติแน่นอน โดยเฉพาะเมนูเฝอ บั๋นหมี่ และกาแฟไข่เวียดนามที่ห้ามพลาดจริงๆ แถมร้านยังเปิดเพลงเวียดนามและมีมุมถ่ายรูปเพียบด้วย ชวนเพื่อนมาเลยให้ไว
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 11.00-20.00 น.
Contact: @songvietatsongwat
Address: ถนนทรงวาด (ใกล้กับคาเฟ่ FV)
Budget: 300-500 บาท
Map: https://maps.app.goo.gl/5DAqYj3k9egwhG489
The post พาไปเที่ยวเวียดนามที่ Song Viet at Song Wat ร้านสตรีทฟู้ดเวียดนามสุดเก๋ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (19 กันยายน) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมห […]
The post กทม. ประกาศหลักเกณฑ์พื้นที่ทำการค้าฉบับใหม่ ตั้งวางแผงค้าต้องเว้นช่องว่างให้คนสัญจร ผู้ค้าต้องมีสัญชาติไทย-ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (19 กันยายน) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงนามในประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การกำหนดพื้นที่ทำการค้าและการขาย หรือจำหน่ายสินค้าบนถนนหรือสถานสาธารณะ โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณากำหนดพื้นที่ทำการค้า ดังนี้
ไม่ว่าจะเป็นการเดินรถทางเดียวหรือสวนทาง เมื่อจัดวางแผงค้าแล้วต้องมีที่ว่างให้ประชาชนสัญจรได้ไม่น้อยกว่า 2 เมตร โดยให้สำนักงานเขตทบทวนความจำเป็นและความเหมาะสมของการเป็นพื้นที่ทำการค้าทุก 2 ปี
ไม่ว่าจะเป็นการเดินรถทางเดียวหรือสวนทาง เมื่อจัดวางแผงค้าแล้วต้องมีที่ว่างให้ประชาชนสัญจรได้ไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร โดยให้สำนักงานเขตทบทวนความจำเป็นและความเหมาะสมของการเป็นพื้นที่ทำการค้าทุก 1 ปี
แผงค้าต้องมีขนาดไม่เกิน 3 ตารางเมตร โดยความลึกของแผงค้าต้องไม่เกิน 1.5 เมตร ให้จัดวางแผงค้าได้เพียงฝั่งเดียว โดยให้ชิดกับด้านถนนและต้องห่างจากผิวการจราจรอย่างน้อย 50 เซนติเมตร เพื่อให้มีระยะปลอดภัยด้านการจราจร และให้เว้นระยะห่าง 3 เมตรทุกระยะ 10 แผงค้า เพื่อเป็นทางเข้าออกและทางฉุกเฉิน ทั้งนี้ รูปแบบ ลักษณะแผงค้า และสิ่งประกอบแผงค้า เช่น ร่มและหลังคาแผงค้า ต้องมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่นั้นๆ
ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย โดยมีคุณสมบัติเพิ่มเติม ดังนี้
นอกจากนี้ผู้ทำการค้าต้องลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ต่อสำนักงานเขตที่กำหนดให้มีพื้นที่ทำการค้า ไม่มีแผงค้าอื่นหรือผู้ช่วยจำหน่ายสินค้าในแผงค้าอื่นในพื้นที่ที่กรุงเทพมหานครกำหนดให้เป็นพื้นที่ทำการค้า
The post กทม. ประกาศหลักเกณฑ์พื้นที่ทำการค้าฉบับใหม่ ตั้งวางแผงค้าต้องเว้นช่องว่างให้คนสัญจร ผู้ค้าต้องมีสัญชาติไทย-ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เดินทางเข้าสู่ปีที่ 5 แล้วสำหรับ Mardi Craft ผู้ผลิตและ […]
The post Mardi Craft x Samlor เมื่อคราฟต์เบียร์ไทยเจอกับสตรีทฟู้ดไทย appeared first on THE STANDARD.
]]>
เดินทางเข้าสู่ปีที่ 5 แล้วสำหรับ Mardi Craft ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายคราฟต์เบียร์ไทยที่เราเชื่อว่า เป็นแบรนด์หนึ่งในดวงใจของชาวคราฟต์เบียร์หลายคน และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้แก่ความสำเร็จตลอดมา ปีนี้ Mardi Craft จับมือกับ Samlor (สามล้อ) ร้านอาหารไทยแนวสตรีทฟู้ดชื่อดังย่านเจริญกรุง ในการรังสรรค์มื้ออาหารเบียร์แพริ่งสุดพิเศษ Thai Myth Essence All Around Thailand Edition เพื่อชูวัตถุดิบท้องถิ่นและตอกย้ำความเป็นคราฟต์เบียร์ไทย

ประเดิมกันด้วยกุ้งแช่น้ำปลาผักคอสและก้อยเนื้อไทยวากิว หอมข้าวเกรียบคั่วจัดจ้านที่แพริ่งกับเจ้าสังข์ทอง (Rise Lager) ที่ดื่มง่ายและลงตัว

ลุยต่อกับซี่โครงหมูรมควันหอมฉุยที่ได้แรงบันดาลใจจากหมูปิ้ง เสิร์ฟกับคะน้าปลาเค็มกรอบและกะเพราเนื้อวากิวตุ๋นรสแซ่บ แพริ่งกับขุนแผนพลายแก้ว (Pale Ale) ที่หอมโน้ตลิ้นจี่และดื่มง่ายอีกเช่นกัน

และแน่นอนว่ามาที่นี่ทั้งทีจะพลาดเมนูซิกเนเจอร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Samlor ไปทั่วผืนแผ่นดินอย่างไข่เจียวสามล้อไปก็คงไม่ได้ เรียกว่าเป็นไข่เจียวไซส์จัมโบ้ที่ควรเรียกเพื่อนมาช่วยกิน

เจอกับรสละมุนของไข่เจียวไปแล้ว มาทวีความจัดจ้านขึ้นอีกครั้งกับปลาทอดพริกเกลือขุนแผนที่ใช้เบียร์ขุนแผนเป็นส่วนผสม ในขณะที่กระเพาะเริ่มส่งสัญญาณว่าอิ่ม ทางร้านก็ยังเดินหน้าเสิร์ฟต่อกับปลาหมึกผัดไข่เค็มแพริ่งกับพระอภัยมณี (Wheat Beer) ที่มีโน้ตอันเป็นเอกลักษณ์จากมะแขว่น แกล้มกับเมนูเซอร์ไพรส์จากเชฟอย่างข้าวผัดตามใจกูที่เป็นข้าวผัดผงกะหรี่แล้วก็นัวยิ่งขึ้น

ต่อให้อิ่มแค่ไหนก็ต้องไม่ลืมพื้นที่ให้ของหวาน เริ่มจาก Palate Cleanser เพิ่มความสดชื่นด้วย Soleil Cider Tamarind แล้วต่อด้วยทับทิมกรอบและขนมชั้นเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมมะพร้าวที่หอมกะทิสุดๆ

ถือเป็นประสบการณ์มื้อค่ำที่ทำเอาหนังท้องตึงหนังตาหย่อนกลับบ้านกันเลยทีเดียว ใครที่อยากมีประสบการณ์ Food & Beer Pairing แบบนี้ สามารถติดตามรายละเอียดการจัดงานที่ร้านอาหารไทยพรีเมียมในอีก 3 ภาคของประเทศไทยได้ทาง Mardi Craft

The post Mardi Craft x Samlor เมื่อคราฟต์เบียร์ไทยเจอกับสตรีทฟู้ดไทย appeared first on THE STANDARD.
]]>
ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว จากร้านรถเข็นริมทาง วาดฝันอยากจะขึ้น […]
The post ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว จากร้านรถเข็นริมทาง วาดฝันเป็นเจ้าแห่งสตรีทฟู้ดที่มียอดขาย 1 หมื่นล้านบาท หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ยังไม่ยื่นไฟลิ่งในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว จากร้านรถเข็นริมทาง วาดฝันอยากจะขึ้นเป็นเจ้าแห่งสตรีทฟู้ดที่มียอดขาย 1 หมื่นล้านบาท หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ยังไม่ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ในปีนี้ กำลังเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจแฟรนไชส์-เติมแบรนด์ใหม่เสริมพอร์ตโฟลิโอ
จากจุดเริ่มต้นของร้านรถเข็นริมทางเล็กๆ ถึงวันนี้ ‘ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว’ ดำเนินธุรกิจมากว่า 30 ปีแล้ว และค่อยๆ ไต่ระดับเติบโตขึ้นจนมีสาขา 4,000 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยในปี 2565 มียอดขายเติบโตสูงสุดอยู่ที่ 1,085 ล้านบาท กำไรโตกระฉูด 121%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
“ต้องยอมรับว่าวันนี้ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างมาก ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จึงต้องปรับตัวรอบด้าน เริ่มตั้งแต่ทรานส์ฟอร์มธุรกิจภายใต้ชื่อ ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น เพื่อเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่อาจยังไม่ใช่ในปีนี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี หากเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เรียบร้อยแล้ว เงินจากการระดมทุนหลักๆ จะเอาใช้ขยายธุรกิจ สร้างโรงงานใหม่ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตทั้งในไทยและต่างประเทศ” พันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าว
พร้อมยังย้ำอีกว่า อีกหนึ่งสาเหตุของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็นการป้องกันปัญหาลูกๆ ทะเลาะกันด้วย และที่สำคัญจะสร้างความยั่งยืนและความก้าวหน้าให้กับบริษัทด้วยเช่นกัน
หากย้อนไปในปี 2562 ที่พันธ์รบเคยกล่าวเอาไว้ว่า หลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วจะมีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท ซึ่ง ณ วันนี้ พันธ์รบยังตั้งเป้าตามเดิม แม้รายได้ที่แสดงอยู่ตอนนี้ยังห่างไกลกันอยู่มาก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมชายสี่บะหมี่เกี๊ยวถึงต้องพยายามสร้างความเชื่อมั่นและขยายการเติบโตให้กับแบรนด์อย่างหนัก
พันธ์รบกล่าวต่อไปว่า จริงๆ แล้วในปี 2565-2566 บริษัทได้เริ่มทรานส์ฟอร์มธุรกิจด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงบริหารต้นทุน พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมเปลี่ยนแปลงองค์กร จนสามารถสร้างการเติบโตทั้งในแง่ของรายได้และกำไร ซึ่งเรียกได้ว่าบริษัทเริ่มมาถูกทาง
จนกระทั่งปัจจุบัน ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น มีแบรนด์สตรีทฟู้ดในเครือรวม 7 แบรนด์ ได้แก่ ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว, ชายสี่พลัส, ชายใหญ่ข้าวมันไก่, พันปีบะหมี่เป็ดย่าง, อาลี หมี่ฮาลาล, ไก่หมุนคุณพัน และลูกชิ้นทอดโอ้มายก๊อด รวมทุกแบรนด์กว่า 4,500 สาขา และยังมีอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมรับประทานภายใต้แบรนด์ชายสี่โกลด์ พร้อมด้วยเครื่องปรุงเพื่อจำหน่ายอีกกว่า 200 รายการ
สำหรับกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้คือเตรียมพัฒนามาตรฐานแฟรนไชส์ เนื่องจากที่ผ่านมาอุปสรรคของแฟรนไชส์คือในหลายๆ สาขาอาจจะมีรสชาติไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงต้องปรับปรุงระบบการบริหารแฟรนไชส์และควบคุมการบริการทั้งหมดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
พร้อมพิจารณาแฟรนไชส์จากความสนใจในการลงทุนเปิดร้านมากขึ้น โดยปัจจุบันแฟรนไชส์ชายสี่บะหมี่เกี๊ยวมีสาขาทั่วประเทศ ราคาเริ่มต้น 100,000 บาท คืนทุนภายใน 1 ปี ทำเลที่ขายดีหลักๆ คือพื้นที่หน้าร้านสะดวกซื้อ
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิตสินค้า 7 แห่ง และในปีนี้ได้ลงทุนสร้างศูนย์กระจายสินค้า 3 แห่งในจังหวัดสงขลา นครราชสีมา และยโสธร เพื่อเป็นฮับกระจายสินค้าและวัตถุดิบไปยังสาขาแฟรนไชส์ทั่วประเทศให้รวดเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอาหารมากขึ้น
พร้อมยังเตรียมนำชายสี่บะหมี่เกี๊ยวไปทดลองตลาดเปิดสาขาแฟรนไชส์ในต่างประเทศ โดยอยู่ระหว่างการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Cabalen Group กลุ่มธุรกิจอาหารยักษ์ใหญ่ของประเทศฟิลิปปินส์ สร้างโรงงานผลิตเส้นส่งให้กับร้านแฟรนไชส์
และยังเล็งพัฒนาเมนูชายสี่หมี่บะหมี่เกี๊ยวในรูปแบบถ้วยหรือรูปแบบแช่แข็งวางขายในร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกมาก ส่วนตลาดในประเทศให้ความสำคัญกับการทำวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค
นอกจากนี้ ยังได้จับมือพันธมิตรเพื่อขยายธุรกิจร่วมกัน โดยในปีนี้ได้เข้าซื้อกิจการร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เสือร้องไห้ และแบรนด์เบเกอรี่ บริกซ์ เพื่อขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยในการเข้าซื้อกิจการได้ใช้รูปแบบที่จะยังคงสัดส่วนผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อให้เจ้าของแบรนด์ยังได้ใช้ความเชี่ยวชาญในการบริหารและพัฒนาแบรนด์ต่อได้ และแน่นอนว่าทั้งสองแบรนด์จะช่วยสร้างรายได้ให้บริษัทเติบโตด้วยเช่นกัน
จากนี้ก็เตรียมหาแบรนด์สตรีทฟู้ดใหม่ๆ เข้ามาเติมช่วยเติมพอร์ตโฟลิโออีกประมาณ 5-10 แบรนด์ เน้นแบรนด์ยอดฮิตที่คนสนใจ เพื่อรองรับตลาดสตรีทฟู้ดในไทยที่ยังพอมีช่องว่างและกำลังเติบโตต่อเนื่อง จากมูลค่าตลาดที่มีประมาณการว่าเติบโตโดยเฉลี่ย 5-10% ต่อปี
จากโอกาสดังกล่าวกลายเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายใหญ่ของชายสี่บะหมี่เกี๊ยวที่ต้องการขึ้นเป็นเจ้าแห่งสตรีทฟู้ดที่มียอดขาย 1 หมื่นล้านบาท หลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
The post ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว จากร้านรถเข็นริมทาง วาดฝันเป็นเจ้าแห่งสตรีทฟู้ดที่มียอดขาย 1 หมื่นล้านบาท หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ยังไม่ยื่นไฟลิ่งในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2023 แบรนด์ ‘เขียง’ ภายใต้เซ็น กรุ […]
The post ‘เขียง’ ร้านสตรีทฟู้ดสัญชาติไทยบุกแดนซามูไร เดินหน้าเปิดสาขาแรกที่โอซาก้า พร้อมเปิดสาขา 2 แต่มีขนาดย่อมลงมา appeared first on THE STANDARD.
]]>
ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2023 แบรนด์ ‘เขียง’ ภายใต้เซ็น กรุ๊ป ตั้งเป้าขยายแฟรนไชส์ เดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศ ปักหมุดในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้โมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคให้ครอบคลุมมากที่สุด อีกทั้งยังสามารถผลักดันแบรนด์ไทยให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น
โดยเริ่มต้นที่ประเทศมาเลเซีย สาขาแรกที่ Pavilion Bukit Jalil (พาวิลเลียน บูกิต จาลิล) ไลฟ์สไตล์มอลล์ที่ใหญ่ที่สุดทางใต้ของกรุงกัวลาลัมเปอร์ ในเดือนพฤศจิกายน 2023 ซึ่งมีแผนเปิดสาขา 2 ภายในเดือนมีนาคม 2024
การตอบรับดังกล่าวได้ต่อยอดสู่การขยายอาณาจักรแฟรนไชส์แบรนด์เขียง ร้านสตรีทฟู้ดไทย เปิดสาขาแรกที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแบบสดๆ ร้อนๆ
ศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจแบรนด์ไทย บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ขยายความว่า ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพในด้านการลงทุน ประกอบกับเซ็น กรุ๊ป เป็นเชนร้านอาหารที่มีศักยภาพ และมีจุดแข็งเรื่องของอาหารไทย สตรีทฟู้ด โดยเฉพาะแบรนด์เขียงที่มีเมนูไฮไลต์อย่างกะเพรา รสชาติจัดจ้าน อีกทั้งยังถูกจัดเป็นอาหารที่ดีที่สุดอันดับ 3 ของโลกในปี 2023 ถือได้ว่าเป็นหนึ่งใน Soft Power ของเมืองไทย
“เราได้มีการปรับเพิ่มเมนูไฮไลต์จากเมนูกะเพราที่เป็นเมนูหลัก แต่ในญี่ปุ่นจะมีเพิ่มเมนูมาม่าต้มยำกุ้งลายเสือเข้าไปด้วย เนื่องจากเมนูต้มยำถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย และยังมีผัดไทยกุ้ง ไก่ผัดเม็ดมะม่วง และขนมถ้วย” ศิรุวัฒน์กล่าว
ด้านทำเลที่ตั้ง ทางทีมได้เข้าไปศึกษาตลาดบริเวณชินไซบาชิ แหล่งช้อปปิ้งใจกลางโอซาก้า เพื่อดูกลุ่มลูกค้าและตลาดอาหารบริเวณนั้น รวมไปถึงพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งมีความหลากหลายแตกต่างกัน โดยเฉพาะย่านที่ตั้งของโรงแรม Lub d Osaka Honmachi โรงแรมเปิดใหม่ สัญชาติไทย จะมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มพนักงานออฟฟิศที่เป็นคนญี่ปุ่น มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ และชาวไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อีกด้วย
และโรงแรม Lub d ก็ยังเป็นที่พักที่คนไทยเลือกเป็นอันดับแรกๆ อีกด้วย เพราะสามารถเดินอยู่ในถนนคนเดิน ตรงไปถึงเช็กพอยต์ป้ายหนุ่มกูลิโกะ และใกล้สถานี Honmachi ห่างจากศาลเจ้านัมบะ ยาซากะ (Namba Yasaka Shrine) 400 เมตร และห่างจากศูนย์การประชุมทีเคพี ชินไซบาชิ เอกิมาเอะ 600 เมตร
“ทางแบรนด์มองเห็นโอกาสในการเติบโตและคาดว่าจะได้รับการตอบรับทั้งคนไทยในพื้นที่ที่คิดถึงอาหารไทย คิดถึงเมนูกะเพรารสจัดจ้าน และคนญี่ปุ่นที่อยากลิ้มลองรสชาติความเป็นไทยแท้ได้ดีอย่างแน่นอน อีกทั้งปัจจัยบนทำเลย่านชินไซบาชิ แหล่งช้อปปิ้งใจกลางโอซาก้า ซึ่งเป็นที่รู้จักจากป้ายหนุ่มกูลิโกะ จุดถ่ายรูปยอดนิยม ถือได้ว่าเป็นแหล่งที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่รองจากโตเกียว นอกจากนี้ยังมีชาวไทยจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในจังหวัดโอซาก้านี้ด้วย”
หลังจากเปิดสาขาแรกที่โอซาก้า ได้เตรียมแผนขยายสาขา 2 เป็นโมเดลร้านขนาดย่อม เพื่อให้ตอบโจทย์ความสะดวกและรวดเร็ว บนพื้นที่ทำเลที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยกำลังศึกษาความเป็นไปได้อยู่
อย่างไรก็ตาม ศิรุวัฒน์ย้ำว่า ถึงแม้ว่าทำเลที่ตั้งย่านชินไซบาชิ แหล่งช้อปปิ้งใจกลางโอซาก้า จะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ ถือได้ว่าเป็นแหล่งที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่รองจากโตเกียว แต่ความท้าทายของแบรนด์เขียงในครั้งนี้คือการกระโดดเข้าไปในตลาดที่มีการแข่งขันสูงเช่นเดียวกัน
“เพราะในบริเวณเดียวกันนี้ก็มีหลากหลายร้านที่เน้นการให้บริการที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่เน้นเรื่องความสะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศที่เป็นคนญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวต่างชาติ และชาวไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นด้วย”
The post ‘เขียง’ ร้านสตรีทฟู้ดสัญชาติไทยบุกแดนซามูไร เดินหน้าเปิดสาขาแรกที่โอซาก้า พร้อมเปิดสาขา 2 แต่มีขนาดย่อมลงมา appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (25 ตุลาคม) มีกิจกรรม Pre Event ต้อนรับนักแข่งก่ […]
The post นักบิดดังควงตะหลิวลุยศึก ‘ผัดไทยจีพี’ ชูภาพจำซอฟต์พาวเวอร์อาหาร-สตรีทฟู้ด สู่แฟน MotoGP ทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (25 ตุลาคม) มีกิจกรรม Pre Event ต้อนรับนักแข่งก่อนการแข่งขันโมโตจีพีสนามประเทศไทย รายการ ‘OR Thailand Grand Prix 2023’ โดยมีนักบิดโมโตจีพีชื่อดัง ได้แก่ ฟาบิโอ กวาตาราโร และ ฟรังโก มอร์บิเดลลี นักบิดชื่อดังจาก Yamaha, โจอัน เมียร์ จาก Honda รวมทั้งนักบิดไทยที่ลงแข่งขันในศึกโมโตจีพีสนามประเทศไทย 3 คน ได้แก่ ก้อง-สมเกียรติ จันทรา จาก Honda ในรุ่นโมโตทูและรุ่นโมโตทรี ไอเดีย-กฤตภัทร เขื่อนคำ จาก Yamaha และ ก๊องส์-ธัชกร บัวศรี จาก Honda ทำกิจกรรมแข่งขันทำผัดไทยในชื่อ ‘ผัดไทยจีพี’ หรือ ‘PadThai GP Contest’
โดยการแข่งขันได้เชฟฝีมือดีดีกรีนางเอกชื่อดัง กระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล นำสูตรเด็ดเคล็ดลับการทำผัดไทยให้อร่อยมาสอนให้เหล่านักบิดได้ลงมือทำในแบบต้นตำรับเมนูสตรีทฟู้ดแสนอร่อยของคนไทยที่กลายเป็นจานโปรดของคนทั่วโลก ซึ่งเมื่อได้กินชวนให้นึกถึงประเทศไทย โดย Oxford Dictionary บรรจุชื่อ ‘pad thai’ (ผัดไทย) ให้เป็นคำศัพท์สากล เนื่องจากเป็นเมนูที่โด่งดังเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก
ซึ่งการตัดสินการแข่งขันครั้งนี้ เหล่าคณะกรรมการจากภาครัฐ ภาคเอกชน และแฟนคลับโมโตจีพี ร่วมชิมและโหวตให้กับ ฟรังโก มอร์บิเดลลี นักบิดโมโตจีพีชื่อดังจาก Yamaha และ ก๊องส์-ธัชกร บัวศรี นักแข่งดาวรุ่งชาวไทยจากทีม Honda ครองเจ้าสมรภูมิกระทะเดือด คว้าถ้วยผัดไทยจีพีไปครอง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและประทับใจ
ทั้งนี้ การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือโมโตจีพี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อรายการ ‘โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2023’ (OR Thailand Grand Prix 2023) ศึกสองล้อที่เร็วที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีกำหนดแข่งขันระหว่าง 27-29 ตุลาคม 2566 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
แฟนๆ สามารถซื้อบัตรชมการแข่งขันได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ส่วนบัตรแอดมิชชัน (ADMISSION) เข้าร่วมชมงานในลานกิจกรรม บูธจำหน่ายสินค้า คอนเสิร์ตและมวย ซื้อบัตรได้ที่บูธ All Ticket หน้างาน วันที่ 27-29 ตุลาคมเท่านั้น หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ Chang Circuit Buriram
The post นักบิดดังควงตะหลิวลุยศึก ‘ผัดไทยจีพี’ ชูภาพจำซอฟต์พาวเวอร์อาหาร-สตรีทฟู้ด สู่แฟน MotoGP ทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากให้นึกถึงเชฟคนไทย เราเชื่อว่าชื่อของ เชฟต้น-ธิติฏฐ์ […]
The post 4 HOURS LIFE with ‘Chef Ton’ เชฟมิชลินสตาร์แนะนำ 10 ร้านสตรีทฟู้ดในดวงใจ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากให้นึกถึงเชฟคนไทย เราเชื่อว่าชื่อของ เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร จะต้องติดตรึงในใจของเหล่าสายไฟน์ไดนิ่งเป็นอันดับต้นๆ ด้วยฝีมือที่สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการอาหารไทยด้วยการคว้ารางวัลอันดับ 1 และ 3 สำหรับร้าน Le Du (ฤดู) และ Nusara (นุสรา) จากเวที Asia’s 50 Best Restaurants 2023 ไปเมื่อต้นปี

ภาพลักษณ์ของการสวมหมวกเชฟ ‘ไฟน์ไดนิ่ง’ อาจทำให้ใครหลายคนติดภาพจำว่าเชฟจะต้องคลุกคลีและวนเวียนกินแต่อาหารชั้นสูงอยู่เสมอ แต่ในความเป็นจริงวิถีชีวิตการกินของเชฟกลับเป็นอะไรที่เรียบง่ายกว่าที่คิด…“ผมชอบกินสตรีทฟู้ดมากกว่า ผมชอบกินอาหารง่ายๆ อันนี้คือที่เรากินทุกวันจริงๆ”

สำหรับ 4 HOURS LIFE with ‘Chef Ton’ LIFE เลยให้เชฟพาเราท่องไปยังโลกแห่งสตรีทฟู้ดในแบบฉบับของตัวเองด้วยการลัดเลาะไปในย่านที่ตนคุ้นเคยใกล้ละแวกร้านฤดูอย่างสีลม-หลังสวน-สวนลุมฯ มาดูกันว่าสตรีทฟู้ดร้านไหน เมนูใดที่จะครองหัวใจของเชฟไฟน์ไดนิ่งคนนี้ได้บ้าง


ก๋วยเตี๋ยวแคะในตรอกเล็กๆ ท้ายซอยละลายทรัพย์ หากไปนั่งกินครั้งแรกอาจจะมีสะดุ้งเวลาที่เจ้าของร้านคุยกันจนฟังดูเหมือนทะเลาะ แต่ความจริงแกคุยเสียงดังโฮกฮากเป็นปกติ

เชฟต้นเล่าให้ฟังว่าตนแวะไปกินบ่อยมาก เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบกินก๋วยเตี๋ยวแคะอยู่แล้ว และจุดเด่นของร้านที่มัดใจเชฟคือลูกชิ้นผสมเต้าหู้ ที่อาจจะหากินได้ยากในร้านก๋วยเตี๋ยวแคะทั่วไป

เมนูที่เชฟสั่งประจำคือก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่แห้งแคะ และสั่งน้ำซุปแยก “มันจะเป็นสไตล์โบราณๆ เป็นก๋วยเตี๋ยวที่เหมือนเรากินตอนเด็กๆ ไม่ได้พิเศษอะไรแต่เขาทำดี แล้วมันเหมือนเป็น Childhood Memories กินแล้วรู้สึกดี รู้สึกอบอุ่น”

Open: ทุกวัน เวลา 08.30-13.30 น.
Address: ท้ายซอยละลายทรัพย์
Budget: เริ่มต้นที่ 60 บาท
Tel.: 08 1782 2635

ลัดเลาะไปตามตรอกซอยไม่ไกลจากก๋วยเตี๋ยวแคะก็จะพบกับร้านส้มตำเจ๊โส และแม่ค้าคาดแว่นสุดเฟี้ยวที่กำลังง่วนกับการตำครก “ถ้าเจ๊ไฝดังสตรีทฟู้ด เจ๊โสก็ดังส้มตำ…เพราะแกก็ทำเองของแกและมันเป็นธุรกิจครอบครัว” เชฟต้นเล่าอย่างภาคภูมิใจ

เราบุกไปที่ร้านตั้งแต่ช่วงราวๆ 11 โมงเศษ และเผลอเพียงแป๊บเดียวก็พบว่าร้านไม่มีที่นั่งแล้ว

เมนูที่เชฟเอ่ยปากชมว่าอร่อยมากที่สุดของร้านคือ ปีกไก่ย่าง

“ปีกไก่เขาจะย่างเตาถ่าน เขาย่างช้ามาก เขาย่างจนมันเหมือนยากิโทริ จนมันกรอบมาก เป็นไก่ที่อร่อยที่สุด ถ้าวันไหนไปตอนพีคพอดีก็ต้องรอ…มันเป็นสิ่งที่หมดเร็วที่สุด”

เชฟต้นเสริมว่าเวลาที่เพื่อนเชฟจากต่างประเทศมาเที่ยวไทย เชฟก็จะพาเหล่าก๊วนเชฟมากินที่นี่ และทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าปีกไก่ที่นี่อร่อยมาก นอกจากปีกไก่แล้วเชฟก็ยังแนะนำส้มตำไข่เค็ม ส้มตำปูปลาร้า คอหมูย่าง และน้ำตกคอหมู

หากนั่งกวาดสายตาไปในร้านก็จะมองเห็นป้ายคำว่า “บริการตัวเองนะคะ” ข้างผนัง ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจถ้าจะเห็นเหล่าลูกค้าเดินไปคว้ากระติ๊บตักข้าวเหนียวและถ้วยน้ำจิ้มกันขวักไขว่

Open: วันจันทร์-เสาร์ เวลา 11.00-18.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
Address: ซอยพิพัฒน์ 2 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
Budget: ส้มตำเริ่มต้นที่ 60 บาท, ปีกไก่ไม้ละ 20 บาท
Tel.: 08 5999 4225

เขยิบมาละแวกรอบร้านเชฟกันบ้าง หากใครที่แวะเวียนมาซอยนี้ก็จะรู้ดีว่ามีขนมและของทอดขายเต็มไปหมด หนึ่งในร้านที่เชฟซื้อกินเป็นประจำคือขนมไข่เต่ามันม่วง หรือใครจะเรียกว่าขนมไข่นกกระทาก็ได้ เพราะแม้แต่เชฟเองก็ยังหาบทสรุปไม่ได้ว่ามันเรียกว่าอะไรกันแน่

เชฟเล่าให้ฟังว่าเจ้าของร้านเป็นสามี-ภรรยาที่ตั้งใจทอด เปลี่ยนน้ำมันใหม่ทุกวัน เมื่อภรรยาขายหมดก็จะเดินไปเติมขนมจากกระทะที่สามีทอดอยู่ใกล้ๆ หลังร้านฤดู ส่วนตัวเชฟรู้สึกว่าขนมของที่นี่อร่อยกว่าเจ้าอื่นจริงๆ

Open: ทุกวัน เวลา 10.30-18.00 น.
Address: สีลมซอย 7, หน้าร้านฤดู (Le Du)
Budget: เริ่มต้น 20 บาท
Map: https://goo.gl/maps/dqoNb1x4CoTXyM8cA

หากจังหวะดีส้มหล่นก็จะพบกับร้านข้าวแต๋นด้านหลังร้านเชฟ ซึ่งเป็นร้านที่ไม่ได้มาบ่อย แต่เป็นร้านที่คนละแวกนั้นรู้จัก เดินเข้ามาในซอยแล้วก็หาไม่ยาก เพราะมันคือร้านที่คิวยาวจากหน้าร้านไปถึงรถกระบะที่บรรทุกข้าวแต๋นมาเต็มคัน

เจ้าของเป็นสามี-ภรรยาที่ตากข้าว ทอดกันสดๆ แล้วก็ราดน้ำตาลมะพร้าวสูตรของทางร้านให้เห็นกันฉ่ำๆ ตรงหน้า กลิ่นหอมเย้ายวนอย่าบอกใคร สูตรที่ทางร้านขายจะมีแบบหวานน้อยและหวานปกติ

Open: วันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา 08.00-15.00 น.
Address: สีลมซอย 7, หลังร้านฤดู (Le Du)
Budget: หวานน้อย 45 บาท, หวานปกติ 50 บาท
Tel.: 08 4937 0308
Map: https://goo.gl/maps/dqoNb1x4CoTXyM8cA

ไส้กรอกอีสานเป็นอีกเมนูที่เชฟต้นชื่นชอบมากเป็นพิเศษ และร้านที่เชฟแนะนำนี้ก็เปิดมานานกว่า 20 ปีแล้ว สูตรที่ทางร้านขายจะมีแบบเปรี้ยว-ไม่เปรี้ยว แต่โดยส่วนตัวแล้วเชฟชอบแบบเปรี้ยวมากกว่า

เมื่อเราถามว่าไส้กรอกอีสานที่ดีสำหรับเชฟเป็นแบบไหน “เท็กซ์เจอร์ต้องดี ต้องกัดเข้าไปแล้วไม่เละ บางที่ไส้กรอกอีสานกินเข้าไปมันจะเละๆ ข้าวเยอะ สัดส่วนหมูกับข้าวมันต้องพอดี แต่หมูเยอะไปก็ไม่ได้เพราะเดี๋ยวมันไม่เปรี้ยว”
ใครอยากรู้ว่าสัดส่วนแบบไหนที่พอดีจนมัดใจเชฟคงต้องไปลองด้วยตัวเองแล้วล่ะ

Open: เวลา 12.00-17.00 น.
Address: สีลมซอย 3
Budget: 12 บาทต่อไม้
Map: https://goo.gl/maps/3n1AYet5XXRoCP7S6
School Coffee x Warm Batch Roasters

มาถึงเครื่องดื่มดับร้อนกันบ้าง School Coffee x Warm Batch Roasters
เป็นร้านกาแฟที่อยู่หน้าถนนตรงช่องนนทรีที่เชฟดื่มประจำ เชฟเล่าให้ฟังว่าพี่เจ้าของร้านเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเมล็ดกาแฟมาก และเป็นคนฮาร์ดคอร์ คลุกคลีกับชาวไร่กาแฟจริงๆ พอถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวก็ไปเก็บเกี่ยวจริงๆ และเปิดร้านกาแฟอยู่ที่เชียงใหม่เมื่อปลายปีที่แล้ว

สิ่งที่มัดใจเชฟของกาแฟที่นี่คือความอร่อยและคุ้มค่าด้วยราคาแก้วละ 50 บาท ที่เท่ากับกาแฟทั่วไปตามตลาด แต่ได้คุณภาพเมล็ดกาแฟไปเต็มๆ

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-17.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น.
Address: Silom Connect ถนนนราธิวาสราชนครินทร์
Budget: เริ่มต้นที่ 50 บาท
Tel.: 09 8403 7303
Map: https://goo.gl/maps/g8cMQNfEmnVQCani6

ถ้าข้ามสะพานบีทีเอสไปจากฤดูก็จะเจอกับร้านน้ำเต้าหู้หย่งเหอ ร้านอาหารจีนต้นตำรับแท้ ช่วงเย็นๆ ก่อนเริ่มงานในฤดู เชฟก็จะต้องแวะไปสั่งน้ำเต้าหู้ เมื่อถามเชฟว่าน้ำเต้าหู้สไตล์เชฟเป็นแบบไหน “เขาทำเองจริงๆ มันเลยได้กลิ่นถั่วจริงๆ น้ำเต้าหู้บางที่กินไปมันไม่รู้สึกเหมือนกินอะไรเลย เหมือนกินนมมากกว่า แต่ที่นี่กินน้ำเต้าหู้ยังรู้สึกเหมือนได้กินน้ำเต้าหู้จริงๆ”

อีกเมนูที่เชฟแนะนำคือเสี่ยวหลงเปา “เป็นเสี่ยวหลงเปาแบบบ้านๆ ไม่ได้เป็นเสี่ยวหลงเปาเพอร์เฟกต์ขนาดมีซุปทุกอัน บางอันก็มี บางอันก็ไม่มี แป้งจะหนาๆ แต่อร่อยดี มันเป็นความคอมฟอร์ตของเราเช่นกัน กินบางวันก็ไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไร แต่อร่อย”

Open: ทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น.
Address: 68 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก
Budget: น้ำเต้าหู้ 20 บาท
Tel.: 0 2635 0003
Map: https://goo.gl/maps/f4n1ExqSb7qepjjGA

เลยจากย่านสีลมไปหน่อยก็จะมีย่านลุมพินี วิทยุ ที่เชฟไปบ่อยด้วยการเข้า-ออกร้าน Baan Restaurant “Thai Family Recipes” ร้านในละแวกร้านที่เจ้าตัวไปกินบ่อยคือก๋วยเตี๋ยวเฮียบ้วยในซอยโปโลที่เปิดมากว่า 23 ปี และเป็นที่ถูกใจของเหล่าคนดังอีกด้วย

“เป็นร้านที่อร่อยมาก เกี๊ยวและก๋วยเตี๋ยวอร่อย เวลาไปกินก็สั่งเหมือนเดิมแต่ไม่เหมือนเดิมตรงไม่สั่งเส้นใหญ่ กินเป็นบะหมี่แทนเพราะต้องกินกับเกี๊ยว” บะหมี่ในเวอร์ชันของเชฟยังคงเป็นแบบแห้งเพื่อลิ้มรสเครื่องแบบเต็มๆ


ทางเฮียบ้วยเจ้าของร้านเองก็ยังเล่าว่าบะหมี่แห้งเป็นเมนูที่ขายดีที่สุด “เดี๋ยวคอยดูเฟอร์นิเจอร์นะ” เฮียบ้วยใช้คำว่า ‘เฟอร์นิเจอร์’ แทนเครื่องต่างๆ ที่อัดแน่นมาบนบะหมี่

Open: ทุกวัน เวลา 06.30-16.00 น.
Address: 10/2 ซอยโปโล ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน
Budget: เริ่มต้นที่ 50 บาท
Tel.: 0 2252 0801
Map: https://goo.gl/maps/DrFUcxENskyTtwVPA

หากผ่านมาแถวสวนลุมฯ เชฟก็จะแวะกินเกาเหลาเลือดหมูตรงประตู 8 ที่ย่างเข้าสู่ปีที่ 26 เข้าแล้ว “จุดเด่นของเขาคือหมูสับ เขาจะสับใส่กระดูกอ่อนไปด้วย เวลาเคี้ยวก็จะกรุบๆ อร่อยมาก” เกาเหลาของที่นี่จะมีทั้งเลือดหมู หมูสับใส่กระดูกอ่อน และเครื่องใน ซึ่งคุณพ่อเจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่าจุดเด่นที่ทำให้ร้านมัดใจลูกค้าได้คือหมูสับและเซี่ยงจี๊เลยล่ะ


นอกจากนี้เชฟยังได้เผยสูตรลับเพิ่มความอร่อยกับเราอีกว่า เราสามารถให้ทางร้านปรุงน้ำจิ้มไว้กินกับเครื่องในได้ โดยสูตรของทางร้านจะเป็นพริกป่น น้ำส้มสายชู พริกน้ำส้ม น้ำปลา “อร่อยแซ่บ” เชฟกล่าว

Open: วันอังคาร-เสาร์ เวลา 05.45-13.00 น.
Address: หน้าสวนลุมพินีประตู 8
Budget: เริ่มต้นที่ 50 บาท
Tel.: 08 6662 6830
Map: https://goo.gl/maps/KsMhyUhRHLhJ9tVq6

ร้านอาหารเก่าแก่บนถนนเส้นวิทยุที่เชฟเผยว่ากลับไปทุกครั้งก็ให้ความคอมฟอร์ตเพราะกินมานาน “ส่วนใหญ่เราจะไปกินอาหารไทยรสชาติโบราณๆ บางทีมันก็หากินยากนะ มันเป็นรสชาติที่ร้านอาหารไทยหลายๆ ร้านไม่ได้ทำแล้ว แต่เราสามารถหากินได้ที่นั่น มันเป็นความเก่าในรสชาติ ไม่รู้จะอธิบายยังไงแต่พอกินเข้าไปแล้วรู้เลย

อย่างแกงเขียวหวานของเขามันจะรสชาติเก่าๆ อย่างพะโล้มันก็จะมีรสชาติอีกรสชาติหนึ่ง ที่มันจะหวานๆ จีนๆ ไทยๆ เครื่องเทศเขาเยอะ ไม่เหมือนร้านข้าวแกงทั่วไป เหมือนเป็นอีกเลเวลหนึ่ง”

ความเก่าในรสชาติที่กินแล้วชวนให้นึกถึงวันวานน่าจะเป็นเอกลักษณ์ของสงวนศรี ร้านอาหารที่เปิดมานานกว่า 53 ปี จานที่เชฟชอบสั่งคือทอดมันปลากราย ด้วยความที่เป็นคนชื่นชอบทอดมันเป็นพิเศษ

Open: เปิดทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ เวลา 10.00-15.00 น.
Address: ริมถนนวิทยุ ติดกับโรงแรม The Athenee Hotel (ไม่มีที่จอดรถ)
Budget: เริ่มต้นที่ 60 บาท
Tel.: 0 2251 9378
Map: https://goo.gl/maps/h3pcvrC5rSYyBLTN6
ภาพ: ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์
The post 4 HOURS LIFE with ‘Chef Ton’ เชฟมิชลินสตาร์แนะนำ 10 ร้านสตรีทฟู้ดในดวงใจ appeared first on THE STANDARD.
]]>
SAMLOR x Robert Mondavi เสิร์ฟสตรีทฟู้ดคู่ไวน์ดังวันที่ […]
The post SAMLOR x Robert Mondavi เสิร์ฟสตรีทฟู้ดคู่ไวน์ดัง 23 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
SAMLOR x Robert Mondavi เสิร์ฟสตรีทฟู้ดคู่ไวน์ดังวันที่ 23 พฤษภาคมนี้
เมื่อโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท ร่วมกับร้านสามล้อ (SAMLOR) ร้านอาหารไทยรางวัลมิชลินย่านเจริญกรุง และ Robert Mondavi ผู้ผลิตไวน์ชื่อดังแห่ง Napa Valley สหรัฐอเมริกา จัดมื้อพิเศษในวันอังคารที่ 23 พฤษภาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

งานนี้เชฟโจและเชฟซากิครีเอตเซ็ตเมนูอาหารไทยที่เน้นไปที่อาหารทะเลจากตอนใต้ของไทย ไม่ว่าจะเป็น ซีฟู้ดแพลตเตอร์ เซวิเชกุ้ง และมันแกว หอยนางรมและพริกดอง ขนมเบื้องหน้าปูม้าและคาเวียร์จากหัวหิน รวมถึงไข่เจียวสูตรเฉพาะของ SAMLOR ที่เป็นเอกลักษณ์

โดยเมนูอาหารแต่ละคอร์สจะถูกจัดเสิร์ฟคู่กับไวน์จาก Robert Mondavi เช่น โซวิญง บลองก์, ชาร์ดอนเนย์, ปิโนต์ นัวร์ และกาแบร์เนต์ โซวิญง เพื่อเพิ่มรสชาติและอรรถรสในอาหารแต่จานที่ถูกยกมาเสิร์ฟ
โดยอีเวนต์ The Culinary Journey จะถูกจัดขึ้น ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท ในราคา 3,999 บาทสุทธิต่อท่าน และจำกัดจำนวนเฉพาะท่านที่สำรองล่วงหน้าเท่านั้น สำรองที่นั่ง โทร. 0 2098 1234 หรืออีเมล [email protected]
The post SAMLOR x Robert Mondavi เสิร์ฟสตรีทฟู้ดคู่ไวน์ดัง 23 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
กินต่อไปอย่าได้หยุด! เพราะเทศกาลอาหารสุดจี๊ด ‘Mad Face […]
The post Mad Face Food Week 2023 สตรีทฟู้ดกินสนุกแค่ไหน ไปพิสูจน์กันได้ 28-30 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
กินต่อไปอย่าได้หยุด! เพราะเทศกาลอาหารสุดจี๊ด ‘Mad Face Food Week’ ประจำปี 2023 จะเริ่มขึ้นแล้ว โดยครั้งนี้มาในธีม Street Food & Culture ชวนยกมือหยิบอาหารสตรีทฟู้ดเข้าปากแบบมีวัฒนธรรมสไตล์คนรุ่นใหม่
Mad Face Food Week จัดขึ้นปีละครั้ง เป็นงานรวมตัวทั้งร้านอาหาร เชฟ และคนชอบกินดื่มให้มาเจอกันในบรรยากาศสนุกๆ ซึ่งในครั้งนี้งานจะจัดขึ้นที่เดียวกับครั้งก่อน ณ แสนสิริ แบคยาร์ด ทุกคนจะได้เดินเล่นท่ามกลางสวนร่มรื่น ฟังเพลงจากศิลปินและดีเจ พร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆ กินอาหารอร่อยๆ ไปด้วยกัน
ในงานจะมีตั้งแต่ร้านอาหารที่ยกมาให้เลือกละลานตากว่า 100 เมนู ทั้งสตรีทฟู้ด อาหารโฮมเมด ไปจนถึงเมนูต่างประเทศที่หากินไม่ได้ตามร้านทั่วไป แล้วยังมีกิจกรรมสนุกๆ และบรรยากาศชวนพักผ่อนเสิร์ฟให้อีกถึงที่
งานนี้มีค่าเข้า 150 บาท (ได้รับเครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว) จัดตั้งแต่วันที่ 28-30 เมษายน 2566 เวลา 15.00-23.00 น. ที่แสนสิริ แบคยาร์ด (T77 Community) ในย่านพระโขนง โดยงานมีที่จอดรถ นำสัตว์เลี้ยงมาได้ และเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี เข้างานฟรี
เริ่มหิวขึ้นมาหรือยัง?
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Mad Face Food Week
The post Mad Face Food Week 2023 สตรีทฟู้ดกินสนุกแค่ไหน ไปพิสูจน์กันได้ 28-30 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
Add to Cart นิทรรศการที่ถ่ายทอดสตรีทฟู้ดไทยออกมาเป็นงาน […]
The post Add to Cart นิทรรศการที่ถ่ายทอดสตรีทฟู้ดไทยออกมาเป็นงานศิลปะ appeared first on THE STANDARD.
]]>
Add to Cart นิทรรศการที่ถ่ายทอดสตรีทฟู้ดไทยออกมาเป็นงานศิลปะ
ใกล้จะวันหยุดยาวแล้ว ถ้าใครยังไม่รู้จะไปไหน ลองไปเดินเล่นที่งาน ‘Add to Cart’ ดูสิ

งานนี้เป็นความร่วมมือกันของโรงแรม The Standard, Bangkok Mahanakhon กับ Lucy Sparrow ศิลปินชาวอังกฤษ ที่จะพาเรากลับไปนึกถึงรถเข็นสตรีทฟู้ดในความทรงจำ ที่มีทั้งอาหาร ขนม และผลไม้ ภายในงานเราจะได้เจอกับการจำลองอาหารต่างๆ ทั้งหมูปิ้ง ไส้กรอกอีสาน ขนมครก ไปจนถึงรถเข็นผลไม้ในสเกลเทียบเท่ากับของจริง แต่มาในรูปแบบของงานศิลปะ แต่ละชิ้นงานส่วนใหญ่จะใช้ผ้าเป็นวัสดุหลัก และงานแต่ละชิ้นจะผ่านการเย็บด้วยมือที่ละเอียดมากๆ

ใครที่สนใจอยากจะเข้าชมงานสามารถไปได้ที่โรงแรม The Standard, Bangkok Mahanakhon ตัวชิ้นงานจะถูกจัดแสดงขึ้นภายในพื้นที่ของโรงแรมตั้งแต่ล็อบบี้ The Parlor และ Tease เปิดให้เข้าชมวันที่ 5 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2566 ลองแวะไปเที่ยวกันดู อาจจะมีของโปรดของคุณในรูปแบบงานศิลปะก็ได้
Open: วันที่ 5 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2566
Address: The Standard, Bangkok Mahanakhon
Facebook: The Standard, Bangkok Mahanakhon (แท็ก:https://www.facebook.com/thestandardbangkok?mibextid=LQQJ4d)
Map:
The post Add to Cart นิทรรศการที่ถ่ายทอดสตรีทฟู้ดไทยออกมาเป็นงานศิลปะ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (2 มีนาคม) จากกรณีที่เว็บไซต์ TasteAtlas จัดอับด […]
The post กรมอนามัยแนะ ควรสั่ง ‘ชาไทย’ หวานน้อยเพื่อสุขภาพ กินหวานมากเสี่ยงเบาหวาน หลอดเลือดสมองและหัวใจ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (2 มีนาคม) จากกรณีที่เว็บไซต์ TasteAtlas จัดอับดับอาหารท้องถิ่นทั่วโลก และประกาศให้ปาท่องโก๋เป็นอันดับ 5 ของหวานสตรีทฟู้ดที่ดีที่สุดของโลก รวมถึงจัดอันดับเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์อย่างชาไทย ชาเย็น หรือชาสีส้ม ติดอันดับ 7 เครื่องดื่มที่อร่อยที่สุดในโลก
ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ชาไทยหรือชาเย็น 1 แก้ว ปริมาณ 200 มิลลิลิตร ให้พลังงานประมาณ 430 กิโลแคลอรี ขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละร้าน มีคาร์โบไฮเดรต 69 กรัม ไขมัน 15 กรัม น้ำตาล 53 กรัม หรือประมาณ 13 ช้อนชา
เสน่ห์ของชาไทยจะใส่นมข้นหวาน น้ำตาลหรือนมสด เพื่อให้มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม จากการสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากร ปี 2564 พบว่า ประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไป บริโภคเครื่องดื่มชงประเภทชา กาแฟ น้ำหวาน ชานม สูงถึงร้อยละ 26.3 และกลุ่มอายุ 45-59 ปี ดื่มเครื่องดื่มชงมากที่สุดถึงร้อยละ 34.8
นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ในแต่ละวันร่างกายไม่ควรได้รับน้ำตาลที่มากเกิน 6 ช้อนชา ดังนั้นหากดื่มบ่อยหรือเป็นประจำทุกวันจะทำให้เกิดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หลอดเลือดสมองและหัวใจ มะเร็ง ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคอ้วนลงพุงได้ วิธีดื่มชาไทยแบบใส่ใจสุขภาพคือควรสั่งแบบหวานน้อย ใส่น้ำตาลไม่เกิน 2 ช้อนชา รวมทั้งความหวานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นนมข้น น้ำผึ้ง น้ำเชื่อม หรือไซรัปในเครื่องดื่มชงเย็นทุกประเภทไม่เกิน 2 ช้อนชาเช่นเดียวกัน
ส่วนปาท่องโก๋นอกจากจะติดอันดับของหวานสตรีทฟู้ดแล้ว จากข้อมูลของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ปี 2559 ยังระบุว่า ปาท่องโก๋เป็นอาหารยอดนิยมของคนไทยในหมวดกลุ่มเบเกอรีและอาหารว่างอีกด้วย แต่สำหรับคุณค่าทางโภชนาการ โดยสำนักโภชนาการ กรมอนามัย พบว่า ปาท่องโก๋ 100 กรัม ให้พลังงานถึง 441 กิโลแคลอรี มีคาร์โบไฮเดรต 40.56 กรัม ไขมัน 27.79 กรัม
นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า ปาท่องโก๋ 1 คู่ขนาดกลาง จะมีน้ำหนักประมาณ 30 กรัม จึงให้พลังงานประมาณ 132 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 12 กรัม ไขมัน 8 กรัม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดว่าตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ปาท่องโก๋เป็นขนมที่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันอิ่มตัว รวมทั้งให้พลังงานสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มพลังงาน แต่ก็มีโซเดียมจากผงฟูหรือเกลือปรุงรสสูงด้วย จึงไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษและโรคความดันโลหิตสูง
“ปาท่องโก๋ส่วนใหญ่จะนิยมใช้น้ำมันทอดซ้ำ ซึ่งก่อให้เกิดสารโพลาร์ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง ดังนั้นวิธีกินปาท่องโก๋แบบไม่อ้วนและครบถ้วนคุณค่าจึงควรเลือกปาท่องโก๋ที่ใช้น้ำมันใหม่ในการทอด สังเกตได้จากสีที่เป็นน้ำตาลอ่อน และไม่ควรกินเกิน 2 คู่ต่อวัน อาจกินพร้อมโจ๊ก ไข่ต้ม เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนหรือกินกับผลไม้ไม่หวานจัด น้ำเต้าหู้ชนิดไม่หวานเพิ่มธัญพืช เช่น ถั่วแดง เม็ดแมงลัก ข้าวบาร์เลย์ หรือลูกเดือย เพื่อเพิ่มใยอาหารช่วยดักจับไขมัน และเลี่ยงการกินปาท่องโก๋แบบจิ้มกับดิปปิ้งอื่นๆ” นพ.สุวรรณชัยกล่าว
นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่ออีกว่า การกินมื้อเช้าที่ดีต่อสุขภาพควรหลีกเลี่ยงอาหารเช้าแบบเร่งด่วนที่ให้พลังงานสูงเกินไป หรือผ่านการทอดซ้ำๆ เช่น การกินปาท่องโก๋จิ้มนมข้นหวานกับเครื่องดื่มชาเย็น ควรรับประทานมื้อเช้าให้ครบ 5 หมู่ เน้นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน หรืออาหารประเภทแป้งที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสี ที่ยังคงคุณค่าของสารอาหารไว้ เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต เพราะมีใยอาหารสูง ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดทำให้รู้สึกอิ่มนาน กินคู่กับไข่ต้มหรือเนื้อไก่ที่ไม่ใช้น้ำมันในการปรุงมากเกินไปก็จะได้รับโปรตีนเพิ่มเติม รวมถึงผักผลไม้ เช่น มะเขือต่างๆ หอมหัวใหญ่ กระเทียม ถั่วเหลือง แอปเปิ้ล ฝรั่ง ส้ม มะละกอ เพื่อเพิ่มใยอาหารและวิตามิน ที่สำคัญอย่าลืมออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานควบคู่กันไปด้วย
The post กรมอนามัยแนะ ควรสั่ง ‘ชาไทย’ หวานน้อยเพื่อสุขภาพ กินหวานมากเสี่ยงเบาหวาน หลอดเลือดสมองและหัวใจ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังยกร้านจากเชียงใหม่มาเปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯ อยู่ที่สะ […]
The post MHAN ร้านอาหารเอเชียนสตรีทฟู้ดอัปเกรดใหม่ และแวะไปชิมง่ายขึ้นกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังยกร้านจากเชียงใหม่มาเปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯ อยู่ที่สะพานควาย ‘MHAN – หมาน’ ร้านอาหารเอเชียนสตรีทฟู้ดก็ขยับเข้าเมืองมาเปิดอยู่ใจกลางสยามแล้ว เพื่อให้ทุกคนเดินทางสะดวกและแวะมากินได้บ่อยขึ้น แถมมาพร้อมคอนเซปต์ใหม่ หลายเมนูใหม่ แต่กินสนุกสไตล์หมานเหมือนเดิม
ร้านย้ายมาเปิดอยู่ในสยามเซ็นเตอร์ ชั้น 2 ตรงโซนรวมร้านอาหารที่ให้บรรยากาศสตรีทหน่อยๆ เข้ากับร้าน โดยเอกลักษณ์ที่ใช้กระเบื้องสีขาวตัดตัวหนังสือสีแดงและไฟนีออนยังคงเห็นอยู่เช่นเดิม

ที่บอกว่าสาขานี้มาพร้อมคอนเซปต์ใหม่ก็เพราะร้านบอกว่าจะเน้นเมนูเส้นมากขึ้น และจะปรุงด้วยการใช้กระทะ Wok สไตล์จีนที่เหมาะกับการผัดเช่นเดิม หมานสาขานี้จึงมาพร้อมทั้งเมนูใหม่และเมนูเก่าที่เป็นซิกเนเจอร์
เริ่มจาก หมี่หมาน (ราคาเริ่มต้น 149 บาท) ผัดหมี่ต้นตำรับที่ร้านใช้เส้นราเมนสไตล์ญี่ปุ่นแทนบะหมี่ไข่ จึงมีความนุ่มหนึบมากกว่า ผัดคลุกเคล้ากับซอสที่มีส่วนผสมจากเครื่องเทศจีนอย่างฮวาเจียว ทำให้มีรสเผ็ดและกลิ่นหอมถูกใจคนชิม

ทุกคนเลือกเนื้อสัตว์สำหรับเมนูนี้เองได้ มีทั้งซีฟู้ด หมูสามชั้น เนื้อเสือร้องไห้ ไก่ทอด และไข่หมึก หรือจะลอง หมี่หมานเกี๊ยวกุ้ง (189 บาท) เมนูใหม่ที่เพิ่มเข้ามาเฉพาะสาขานี้ก็น่าสนใจดีเช่นกัน
ร้านแนะนำให้สั่ง หมานฟรายส์ (119 บาท) มากินเล่นคู่กันด้วย พิเศษตรงที่เป็นเฟรนช์ฟรายส์มะเขือยาว ด้านนอกเคลือบซอสรสเค็มๆ หวานๆ ช่วยตัดรสกับหมี่รสจัดจ้านได้ดี



ถ้าวันไหนอยากกินข้าว ร้านก็มีเมนูข้าวหน้าที่ใช้ซอสหมานผัดกับเนื้อ เสิร์ฟพร้อมไข่ออนเซนให้สั่งเหมือนเดิม แต่หากเป็นเมนูใหม่ล่าสุดก็คือ ข้าวหน้าหมูซอสเกาหลี (159 บาท) ที่ใช้หมูสามชั้นสไลซ์ผัดซอสสไตล์เกาหลี และกินคู่กับกิมจิ

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน ไอศกรีมมะพร้าวคั่ว (79 บาท) ร้านท็อปไอศกรีมกะทิด้วยมะพร้าวและถั่วลิสงคั่วกรอบ พร้อมราดซอสช็อกโกแลต หรือใครอยากลองดื่มชานมปิดท้ายก็น่าสนใจ เป็นเมนูชาชักสไตล์มาเลเซีย หมานเต (55 บาท) หรือ เต๊ะ ตาลิก ชิมแล้วมีความเข้มและหอมแตกต่างจากชานมที่เราคุ้นเคย

หมาน สาขาสยามเซ็นเตอร์ จะยังคงนำเสนอเมนูสตรีทฟู้ดหลายสัญชาติในแถบเอเชียอย่างมีเอกลักษณ์ ตั้งแต่ไทย ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ถ้าใครอยากลองรสชาติสตรีทฟู้ดใหม่ๆ สไตล์หมาน ลองแวะไปชิมกันได้ใจกลางสยาม
MHAN – หมาน
Open: เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
Address: ชั้น 2 Siam Center
Budget: 200-500 บาท
Facebook: MHAN – หมาน
Instagram: mhan.thailand
Map:
The post MHAN ร้านอาหารเอเชียนสตรีทฟู้ดอัปเกรดใหม่ และแวะไปชิมง่ายขึ้นกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.
]]>
Mother แคชวลไฟน์ไดนิ่งย่านตลาดน้อย ชวนชิมสตรีทฟู้ด […]
The post ชวนชิมสตรีทฟู้ดตีความใหม่และร้อยเรียงเป็นเทสติ้งเมนูเข้าใจง่ายที่ Mother appeared first on THE STANDARD.
]]>
Mother แคชวลไฟน์ไดนิ่งย่านตลาดน้อย ชวนชิมสตรีทฟู้ดแบบเอเชียที่ผ่านการตีความใหม่และร้อยเรียงเป็น ‘STREET FOOD / STREET HOOD’ เทสติ้งเมนู 9 คอร์สที่ชวนให้คาดเดาถึงท่ีมาและรสชาติ พร้อมเดินทางสู่ถนนสายอาหารยามค่ำคืนที่รายล้อมไปด้วยร้านสองฝั่งข้างทาง

เริ่มต้นด้วยอะมูสบุช 3 คำในเข่งติ่มซำที่เชฟเลือกใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ ณ ขณะนั้นมานำเสนอ ก่อนที่จะขยับไปที่เครปกุยช่าย ซึ่งทวิสต์จากขนมกุยช่าย แต่เปลี่ยนไส้เป็นเนื้อปูผัดพริกแกงคั่วที่เคยเสิร์ฟในเทสติ้งเมนูรุ่นแรก จากนั้นค่อยไปต่อที่ส้มตำ เวเฟอร์หนังไก่ และปลาดุกย่างทาซอสน้ำปลาคาราเมลผสมพริก


นี่ยังไม่รวมถึงสำรับไต้หวันที่มีเต้าหู้เวอร์ชันใหม่หอมฉุยกว่าเดิม หรืออาหารเวียดนามขึ้นชื่ออย่างเฝอรสอูมามิ และสะเต๊ะแกะซอสกะหรี่กับถั่วลิสงที่เป็นเมนคอร์ส ก่อนจะตบท้ายด้วยเยาวราชกรานิต้า หรือเช็งซิมอี๊ที่เชฟทวิสต์ให้มีลูกเล่นและน่ากินกว่าเดิม

เทสติ้งเมนู ‘STREET FOOD / STREET HOOD’ ให้บริการทุกมื้อเย็น ราคา 2,890++ บาท หรือ 4,390++ บาท พร้อมไวน์แพริ่ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร. 09 8205 6383 หรือ LINE OA @motherbkk
The post ชวนชิมสตรีทฟู้ดตีความใหม่และร้อยเรียงเป็นเทสติ้งเมนูเข้าใจง่ายที่ Mother appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมืองหลวงของไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องแผงขายอาหารข้างทางและกล […]
The post พ่อค้าแม่ค้าหวั่น การจัดระเบียบ ‘สตรีทฟู้ด’ ของผู้ว่าฯ กทม. อาจ ‘ขโมยแหล่งรายได้อันมีค่า’ ไป appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมืองหลวงของไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องแผงขายอาหารข้างทางและกลิ่นหอมที่ยั่วยวนให้ทุกคนที่เดินผ่านเกิดอาการหิว แต่ในอีกทางหนึ่งนี้ก็เป็นปัญหามาอย่างยาวนานและหลากหลายเรื่องราว จนผู้ว่าฯ คนล่าสุดอย่าง ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ต้องการลุกขึ้นมาจัดระเบียบ
รายงานของ Nikkei Asia ระบุว่า ชัชชาติไม่ต้องการให้มีผู้ค้าที่ไร้มารยาทบนทางเท้า และเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นโอเอซิสกลางเมืองที่นักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลเข้ามา แต่กระนั้นเขาก็ถูกกดดันให้เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังเช่นกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ก้อย เจ้าของร้านราเมนวัย 52 ปีในย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ ที่พลุกพล่าน กล่าวว่าเขากังวลว่าตัวเองอาจสูญเสียลูกค้าประจำ ซึ่งเขาเปิดร้านมาเป็นเวลากว่า 5 ปี ดึงดูดพนักงานออฟฟิศจำนวนมากในช่วงพักกลางวัน แต่กฎใหม่ทำให้เขาอาจต้องย้ายร้านหนีจากลูกค้าไป
ตามแผนของชัชชาติ ซึ่งเปิดเผยเมื่อเดือนกรกฎาคม คือการตั้งแผงขายอาหารในหลายโซนที่กรุงเทพมหานครเป็นผู้กำหนด และเรียกเก็บค่าเช่าราคาต่ำ ตลอดจนตั้งใจที่จะรวบรวมพวกเขาในตลาดกลางแจ้งเหมือน ‘ศูนย์หาบเร่’ ที่มีชื่อเสียงของสิงคโปร์ โดยชัชชาติกล่าวว่าเขาต้องการให้พ่อค้าแม่ค้าจัดหาอาหารราคาถูกให้กับคนกรุงเทพฯ ต่อไป แต่เขาตั้งใจที่จะ ‘ทำความสะอาด’ เมืองหลวงด้วย
ในประเทศไทย สามารถซื้อข้าว ก๋วยเตี๋ยว ต้มเลือดหมู หมูตุ๋น และอาหารไทยอื่นๆ ได้ในราคาประมาณ 50 บาท ซึ่งการหาร้านอาหารที่ให้บริการอาหารในราคาใกล้เคียงกันนั้นเป็นเรื่องยากในเมืองหลวง ดังนั้นแผงลอยริมถนนจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับชาวกรุงเทพฯ จำนวนมาก
เหล่านี้เองทำให้สตรีทฟู้ดหรืออาหารริมทางเมืองไทยมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก จนสื่อหลายสำนักไม่ว่าจะเป็น Forbes, Telegraph, CNN หรือแม้แต่ Time Out จัดอันดับยกให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีอาหารริมทางที่ดีที่สุด เนื่องจากรสชาติอร่อยมีให้เลือกรับประทานหลายชนิด กระจายอยู่ตามแหล่งชุมชนต่างๆ ทำให้หาซื้อได้ง่าย มีขายตลอดเวลา
การหาซื้อได้ง่ายทำให้ Euromonitor ประเมินว่า มูลค่าตลาดอาหารสตรีทฟู้ดโดยรวมในประเทศไทยปี 2562 มีมูลค่าราว 2.76 แสนล้านบาท และเพิ่มเป็น 3.4 แสนล้านบาท ขึ้นเฉลี่ย 5.3% ต่อปี จากร้านค้ามากกว่า 1 แสนร้านทั่วประเทศ
แต่ในขณะที่หลายคนมองว่าแผงขายอาหารมีเสน่ห์และจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต แต่มีอีกหลายคนที่ไม่ได้ชื่นชอบ เพราะการตั้งร้านบนทางเท้าได้เข้ามากีดขวางการเดิน สร้างปัญหาขยะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะการเทเศษอาหารลงในท่อระบายน้ำทำให้อุดจน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ว่าฯ กทม. ต้องการแก้ไขปัญหาโดยด่วน
กระนั้นเรื่องนี้ก็อาจไม่ง่ายนักพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากมาจากจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ยากจน อย่างเจ้าของร้านวัย 43 ปีที่ขายหมูปิ้งบอกว่า สามีของเธอยังทำงานอยู่ที่บ้าน แต่ตัวเองมาขายของในกรุงเทพฯ ซึ่งทำรายได้กว่า 2 แสนบาท ครึ่งหนึ่งของรายได้ต่อปีของทั้งคู่ ดังนั้นทำให้เธอมองว่าการจัดระเบียบนั้นอาจ ‘ขโมยแหล่งรายได้อันมีค่า’ ไปจากเธอ
ด้านเจ้าของรถเข็นผัดไทยบนถนนข้าวสารบอกว่า ไม่ต้องการให้รถเข็นถูกจัดระเบียบด้วย เพราะ “สิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังมองหาคืออาหารข้างทาง” เธอกล่าว “ไม่มีอะไรอื่นอีกแล้ว”
ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชัชชาติกล่าวว่า กทม. กำลังจะจัดกลุ่มสตรีทฟู้ดเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. ตลาดในชุมชนคือตลาดในชุมชนที่อยู่มานานหลายสิบปี, 2. ตลาดในเมืองสำหรับคนทำงานออฟฟิศ และ 3. ตลาดนักท่องเที่ยว
ช่วงแรกจะเน้นตลาดในเมืองและตลาดนักท่องเที่ยว อาจเป็นถนนสุขุมวิทหรือสีลม โดยเลือกพื้นที่นำร่อง 2-3 จุด เพื่อเป็นบทเรียน Sandbox ก่อนที่จะขยายไปจุดอื่นต่อไป
นอกจากนี้หนึ่งในแผนการจัดระเบียบคือการเข้มงวดเรื่องร้านค้าหาบเร่-แผงลอย ที่ทิ้งขยะ-น้ำมันลงท่อระบายน้ำ โดยทาง กทม. ปรับสูงสุด 10,000 บาท และให้ผู้ที่แจ้งจับรับเงินรางวัลครึ่งหนึ่ง
ภาพ: Anusak Laowilas / NurPhoto via Getty Images
อ้างอิง:
ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH
Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP
The post พ่อค้าแม่ค้าหวั่น การจัดระเบียบ ‘สตรีทฟู้ด’ ของผู้ว่าฯ กทม. อาจ ‘ขโมยแหล่งรายได้อันมีค่า’ ไป appeared first on THE STANDARD.
]]>