News – THE STANDARD https://thestandard.co/category/news/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 01 Nov 2026 09:58:47 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 Tencent ขยายอาณาจักร จากจีนสู่ตลาดโลก จับมือ Visa ดึงโมเดล AI Agent เชื่อมบริการชำระเงินไร้พรมแดน https://thestandard.co/tencent-expands-its-empire-from-china-to-the/ Sun, 01 Nov 2026 09:58:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1274129 โลโก้ Tencent และ Visa บนพื้นหลังบริการดิจิทัล

Tencent เดินหน้าต่อยอดธุรกิจสู่ตลาดโลก จับมือ Visa ลงนา […]

The post Tencent ขยายอาณาจักร จากจีนสู่ตลาดโลก จับมือ Visa ดึงโมเดล AI Agent เชื่อมบริการชำระเงินไร้พรมแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ Tencent และ Visa บนพื้นหลังบริการดิจิทัล

Tencent เดินหน้าต่อยอดธุรกิจสู่ตลาดโลก จับมือ Visa ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อสำรวจความร่วมมือ 4 ด้าน ตั้งแต่การชำระเงินข้ามพรมแดน การค้า โดยใช้ AI รุกขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ

 

 

ผู้สื่อข่าว THE STANDARD WEALTH รายงานว่าบริษัท Tencent และ Visa ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MoU) ณ เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน เพื่อสำรวจแนวทางขยายความร่วมมือและยกระดับประสบการณ์ด้านการชำระเงินและการค้าระหว่างประเทศภายในระบบนิเวศของ Tencent โดยมุ่งเน้นการเชื่อมต่อบริการทางการเงินและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับเครือข่ายระดับโลกของ Visa

 

ความร่วมมือครั้งนี้ ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การชำระเงินข้ามพรมแดน (Cross-border Payments) การค้าโดยใช้ AI Agent (Agentic Commerce) การนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจ (Enterprise AI) และการสนับสนุนการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ

 

ทั้งสองบริษัทต้องการผสานโซลูชันการชำระเงิน แพลตฟอร์มดิจิทัล และเทคโนโลยีของ Tencent เข้ากับเครือข่ายการชำระเงินทั่วโลกและบริการโอนเงินระหว่างประเทศของ Visa เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและรองรับการเติบโตของการค้าในยุคดิจิทัล

 

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการต่อยอดความร่วมมือเดิมที่ทั้งสองบริษัทมีอยู่ในการให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศจีน โดยมีแผนพัฒนาประสบการณ์การชำระเงินข้ามพรมแดนให้สะดวกยิ่งขึ้น

 

ทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าจีนและชาวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศ ผ่าน TenPay Global แพลตฟอร์มการชำระเงินข้ามพรมแดนของ Tencent และ Visa Pay

 

นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังเตรียมสำรวจแนวทางพัฒนาบริการชำระเงินข้ามพรมแดนสำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมเครือข่าย Weixin Pay และเครือข่าย Visa ภายใต้ข้อกำหนดและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

 

อีกหนึ่งประเด็นคือการต่อยอดความร่วมมือด้านการโอนเงินระหว่างประเทศผ่าน Visa Direct เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งเงินจากต่างประเทศสามารถโอนเงินเข้าสู่ระบบนิเวศของ Weixin Pay ได้ง่ายขึ้น

 

ขยายสู่ยุค AI Agent เปิดประตูการค้าอัจฉริยะ

 

นอกเหนือจากการชำระเงิน Tencent และ Visa ยังเตรียมสำรวจการนำเทคโนโลยี AI และความสามารถของ AI Agent มาใช้พัฒนาประสบการณ์การค้าออนไลน์ให้ราบรื่นและปลอดภัยมากขึ้น

 

โดยให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย และการควบคุมของผู้บริโภค รวมถึงต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ การกำกับดูแลข้อมูล และความปลอดภัย

 

ความร่วมมือดังกล่าวยังต่อยอดจากความสัมพันธ์ระหว่าง Midas แพลตฟอร์มการชำระเงินระหว่างประเทศของ Tencent กับ Visa ซึ่งมีความร่วมมือในธุรกิจเกมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการทำตลาดร่วมกัน การชำระเงินและการโอนเงินทั่วโลก ตลอดจนการบริหารจัดการความเสี่ยง

 

ล่าสุด ทั้งสองบริษัทมีแผนขยายความร่วมมือไปยังธุรกิจ AI ในต่างประเทศของ Tencent เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์การชำระเงิน และสำรวจโอกาสในการพัฒนาระบบชำระเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agent

 

หนึ่งในแนวทางที่อยู่ระหว่างการสำรวจคือการนำ Visa Intelligent Commerce มาใช้สนับสนุนการชำระเงินยุคใหม่ โดยเปิดทางให้ AI Agent ช่วยผู้ใช้งานที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ค้นหา เลือก และซื้อสินค้าและบริการได้อย่างปลอดภัย ภายใต้การควบคุมของผู้บริโภค

 

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการพัฒนาประสบการณ์การชำระเงินสำหรับ AI Agent ของนักพัฒนา และการสำรวจรูปแบบธุรกิจการค้าที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ AI โดยเฉพาะ หรือ AI-native Commerce

 

Tencent ชี้โอกาสขยายธุรกิจในจีนและต่างประเทศ

 

Dowson Tong รองประธานบริหารอาวุโสของ Tencent และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ Cloud and Smart Industries กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ต่อยอดจากความพยายามของ Tencent ในการให้บริการผู้ใช้งานและภาคธุรกิจ

 

โดยมีเป้าหมายทำให้การชำระเงินข้ามพรมแดนสะดวกยิ่งขึ้น พร้อมผสานเทคโนโลยี AI และความสามารถของ AI Agent จาก Tencent Cloud เข้ากับเครือข่ายระดับโลกของ Visa เพื่อสร้างประสบการณ์การค้าแบบไร้รอยต่อ และเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ทั้งในจีนและตลาดต่างประเทศ

 

ด้าน Forest Lin รองประธานบริษัท Tencent และหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีการเงิน (Financial Technology) กล่าวว่า ในช่วงที่การเดินทางและการค้าระหว่างจีนกับประเทศต่างๆ เติบโตขึ้น ทั้งสองบริษัทต้องการยกระดับการเชื่อมต่อระบบชำระเงินข้ามพรมแดน พร้อมสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของการชำระเงินผ่าน AI Agent

 

ขณะที่ Elaine Chang ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาค Greater China ของ Visa กล่าวว่า รูปแบบการค้ากำลังเปลี่ยนแปลงไปตามการเชื่อมต่อของระบบนิเวศดิจิทัลและประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

 

โดย Visa ต้องการเชื่อมต่อระบบเหล่านี้เข้ากับเครือข่ายการชำระเงินทั่วโลก เพื่อเพิ่มทางเลือกในการชำระเงินให้ผู้บริโภค เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจเข้าถึงการค้าระดับโลกได้มากขึ้น พร้อมรักษาความเชื่อมั่นและอำนาจการควบคุมของผู้บริโภค

 

ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า Tencent และ Visa มีความร่วมมือกันมาตั้งแต่ปี 2562 โดยที่ผ่านมาได้ร่วมกันพัฒนาบริการด้านการชำระเงินและสนับสนุนการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ

 

นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวถึงความร่วมมือระหว่าง Tencent และ Mastercard ผ่าน Midas ในธุรกิจเกมและบริการชำระเงินระหว่างประเทศ รวมถึงความเคลื่อนไหวของ Visa และ Citi ในการขยายธุรกิจในประเทศจีน ซึ่งสะท้อนความสนใจของผู้ให้บริการทางการเงินระดับโลกต่อตลาดจีน

 

การลงนาม MoU ระหว่าง Tencent และ Visa ครั้งล่าสุด จึงเป็นอีกก้าวของการต่อยอดความร่วมมือระหว่างบริษัทเทคโนโลยีและผู้ให้บริการเครือข่ายการชำระเงินระดับโลก

 

โดยขยายขอบเขตจากบริการชำระเงินไปสู่การค้าและเทคโนโลยี AI ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญต่อรูปแบบการทำธุรกรรมและการค้าระหว่างประเทศในอนาคต

The post Tencent ขยายอาณาจักร จากจีนสู่ตลาดโลก จับมือ Visa ดึงโมเดล AI Agent เชื่อมบริการชำระเงินไร้พรมแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมช.เกษตรฯ ยืนยันไทยอุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ ชูศักยภาพฐานการผลิต-ส่งออกสำคัญของโลก https://thestandard.co/thailand-food-security-export-potential/ Sun, 01 Nov 2026 09:53:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1274125 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงยืนยันความมั่นคงทางอาหารของไทย

วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย […]

The post รมช.เกษตรฯ ยืนยันไทยอุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ ชูศักยภาพฐานการผลิต-ส่งออกสำคัญของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงยืนยันความมั่นคงทางอาหารของไทย

วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่มีความจำเป็นต้องกักตุนอาหารเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกตามที่หลายประเทศได้ออกประกาศเตือนประชาชน พร้อมชี้ว่าไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตและผู้ส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญของโลก

 

จากกรณีที่หลายประเทศได้ออกประกาศให้ประชาชนสำรองอาหารไว้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกนั้น วัชระพลกล่าวว่า ประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทั้งในกลุ่มพืช ผัก ผลไม้ สัตว์บก และสัตว์น้ำ ตรงตามคำกล่าวที่ว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” จึงมองว่ายังไม่มีความน่ากังวลเรื่องการขาดแคลนอาหารภายในประเทศ

 

ประกอบกับแนวนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับด้านการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ โดยมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานต้นน้ำในการสนับสนุนและส่งเสริมปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรอย่างเต็มกำลัง เพื่อรักษาฐานการผลิตอาหารเอาไว้

 

ชูศักยภาพการส่งออก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ความมั่นคงทางอาหาร

 

วัชระพลกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากความพร้อมในการบริโภคภายในประเทศแล้ว ประเทศไทยยังมีศักยภาพสูงในการส่งออกสินค้าเกษตรสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะการเป็นผู้ส่งออกพืชผลทางการเกษตรในระดับโลกรวมถึงสินค้าด้านประมง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นขุมพลังสำคัญในการสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงทางอาหาร

The post รมช.เกษตรฯ ยืนยันไทยอุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ ชูศักยภาพฐานการผลิต-ส่งออกสำคัญของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.อุตสาหกรรมปูพรมตรวจโรงงานกำจัดกากพิษ 3,049 แห่งทั่วประเทศ ย้ำบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด-มาตรฐานเดียว https://thestandard.co/industry-waste-factory-inspection/ Sun, 01 Nov 2026 09:48:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1274110 วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดปฏิบัติการตรวจโรงงานกำจัดกากพิษ 3,049 แห่ง

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตส […]

The post ก.อุตสาหกรรมปูพรมตรวจโรงงานกำจัดกากพิษ 3,049 แห่งทั่วประเทศ ย้ำบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด-มาตรฐานเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดปฏิบัติการตรวจโรงงานกำจัดกากพิษ 3,049 แห่ง

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดปฏิบัติการตรวจ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด สำหรับการประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 จำนวน 3,049 แห่งทั่วประเทศ

 

โดยมุ่งเป้าพื้นที่เสี่ยงและมีข้อร้องเรียนเป็นหลัก เพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม พร้อมประกาศจุดยืนว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมต้องเติบโตโดยไม่ผลักภาระความเสี่ยงและความเสียหายไปให้ประชาชนและสังคม

 

วราวุธพร้อมด้วย ภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และข้าราชการ เข้าร่วมพิธีเปิดปฏิบัติการก่อนปล่อยขบวนรถออกตรวจสอบโรงงานเป้าหมาย โดยวราวุธระบุว่า ความสำเร็จของการพัฒนาอุตสาหกรรมไม่อาจวัดจากมูลค่าการลงทุน จำนวนโรงงาน หรือการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตอบให้ได้ว่าประชาชนปลอดภัยหรือไม่ ชุมชนได้รับผลกระทบอย่างไร และทรัพยากรธรรมชาติได้รับการดูแลเพียงใด กระทรวงอุตสาหกรรมจึงต้องทำหน้าที่ทั้งสนับสนุนเศรษฐกิจและปกป้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

 

แม้กิจการคัดแยก จัดการ และนำวัสดุที่ไม่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์จะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจหมุนเวียน แต่ทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและมาตรฐาน หากมีการลักลอบทิ้ง ฝังกลบ หรือจัดการของเสียอันตรายไม่ถูกต้อง หน่วยงานกำกับดูแลต้องเร่งดำเนินการทันที เพราะความเสียหายอาจกระทบทั้งสุขภาพประชาชน ดิน น้ำ อากาศ และคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ

 

พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบอย่างรอบด้าน ตั้งแต่กระบวนการประกอบกิจการ การรับและส่งต่อของเสีย สถานที่จัดเก็บกากอุตสาหกรรม ไปจนถึงระบบป้องกันและบำบัดมลพิษ หากพบเหตุที่อาจเป็นอันตรายต่อประชาชน ต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมและแก้ไขทันที

 

สำหรับการตรวจสอบโรงงานเป้าหมาย 3,049 แห่ง วราวุธสั่งการให้จัดลำดับตามความเสี่ยง โดยเร่งตรวจสอบโรงงานที่มีข้อร้องเรียน มีประวัติฝ่าฝืนคำสั่ง หรือมีข้อมูลผิดปกติก่อน พร้อมย้ำว่าภารกิจต้องไม่จบเพียงการลงพื้นที่ หากพบข้อบกพร่องต้องติดตามจนได้รับการแก้ไขจริง และหากพบความผิดต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

 

กฎหมายต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายเล็กหรือรายใหญ่ หากพบการกระทำความผิดต้องดำเนินการอย่างจริงจังโดยไม่มีการละเว้นหรือเลือกปฏิบัติ

 

ทั้งนี้ การสั่งแก้ไข ระงับการกระทำ หยุดประกอบกิจการ หรือดำเนินคดี ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการถูกต้อง ขณะที่ผู้ฝ่าฝืนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน

 

การขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวมี ภาสกร ชัยรัตน์ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายข้าราชการประจำ เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างนโยบายของรัฐมนตรีกับการปฏิบัติของหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยประสานกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้บูรณาการข้อมูล บุคลากร และเครื่องมือร่วมกัน

 

ตลอดจนติดตามปัญหาอุปสรรคเพื่อให้การตรวจสอบเดินหน้าตามกรอบเวลา ทุกหน่วยงานต้องทำงานเป็นหนึ่งเดียว ไม่แยกส่วนหรือปล่อยให้ปัญหาค้างอยู่จากข้อจำกัดในการประสานงาน พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างสุจริต รอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้

 

สำหรับกรอบเวลาการดำเนินงาน กำหนดให้ตรวจสอบพื้นที่กลุ่ม A (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ) และพื้นที่กลุ่ม B (สมุทรสาคร นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี) ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ส่วนพื้นที่กลุ่ม C ซึ่งครอบคลุมจังหวัดที่เหลือและกรุงเทพมหานคร กำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 พร้อมรายงานความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

 

หากพบข้อจำกัดต้องเร่งเสนอแนวทางแก้ไขโดยไม่ปล่อยให้ล่าช้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่ากระทรวงอุตสาหกรรมไม่เพียงสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ แต่ยังบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและประชาชน

The post ก.อุตสาหกรรมปูพรมตรวจโรงงานกำจัดกากพิษ 3,049 แห่งทั่วประเทศ ย้ำบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด-มาตรฐานเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองโฆษกรัฐบาลเผย ครม.สัญจรอุดรฯ ชูยกระดับเกษตรกร-ปราบยาเสพติด ดันผ้าหมี่ขิดสู่ชุดรัฐมนตรี ชวนเที่ยวพืชสวนโลก คาดเงินสะพัด 2 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/cabinet-retreat-udon-thani-horticultural-expo/ Sun, 01 Nov 2026 08:35:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1274102 รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงข่าวการจัดประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดอุดรธานี

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) ที่บ้านโนนกอก ตำบลหนองนาคำ อำเภอเม […]

The post รองโฆษกรัฐบาลเผย ครม.สัญจรอุดรฯ ชูยกระดับเกษตรกร-ปราบยาเสพติด ดันผ้าหมี่ขิดสู่ชุดรัฐมนตรี ชวนเที่ยวพืชสวนโลก คาดเงินสะพัด 2 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงข่าวการจัดประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดอุดรธานี

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) ที่บ้านโนนกอก ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานีว่า ขึ้นชื่อเรื่องผ้าหมี่ขิด สถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ทะเลบัวแดง สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เช่น บ้านเชียง รวมถึงยังมีร้านอาหารมากมาย พร้อมด้วยวิถีชุมชนและวัฒนธรรม ซึ่งจะได้พบกับประสบการณ์ยอดเยี่ยม

 

อีกทั้งจังหวัดอุดรธานียังได้เป็นเจ้าภาพงานที่ยิ่งใหญ่ถึง 2 งาน คือ มหกรรมพืชสวนโลก และการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร โดยงานมหกรรมพืชสวนโลกจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน ภายในงานจะมีต้นไม้หลากหลายพันธุ์ สวนนานาชาติ 32 สวน พร้อมด้วยสวนจากภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 6 สวน นอกจากนี้ ยังมีพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับกว่า 1 ล้านต้น สลับสับเปลี่ยนให้ได้ชม

 

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ทั้งหมดสะท้อนถึงความหลากหลายทางชีวิต สายน้ำ ความสัมพันธ์ของผู้คนและพืชพรรณ รวมถึงการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน จึงอยากเชิญชวนทุกท่านให้มาท่องเที่ยวที่จังหวัดอุดรธานี และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นเศรษฐกิจวิถีชุมชน

 

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวต่อว่า สำหรับงานมหกรรมพืชสวนโลกจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้านบาท และจะมีนักท่องเที่ยวกว่า 3.6 ล้านคน โดยภายในงานจะมีการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมกว่า 200 รายการ เต็มอิ่มกว่า 134 วัน

 

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ยังฝากถึงผู้ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานีว่า ยังมีผ้าหมี่ขิด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด โดยมี 2 ลาย คือ ลายไหบ้านเชียง และลายดอกบัว ซึ่งจะนำมาตัดเป็นชุดสวมใส่ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งนี้ เพื่อสะท้อนถึงคุณค่าทางวัฒนธรรม และยังสะท้อนถึงวิถีภูมิปัญญาชาวบ้าน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดอุดรธานีครั้งนี้ด้วย โดยจะมุ่งประเด็นหลักทั้งเกษตรกร อาหาร และการปราบปรามยาเสพติด

 

ขณะที่ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับจังหวัดอุดรธานี นอกจากจะเป็นเมืองท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นเมืองเศรษฐกิจ เพราะเป็นเมืองที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.3 แสนล้านบาท และมีเสน่ห์จากการนำพืชผลทางการเกษตรมาแปรรูป และยังขึ้นชื่อเรื่องการบริการ เช่น ตำบลโนนกอก ที่เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านผ้า มีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งการเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ได้เกิดแค่จากของฝากเท่านั้น แต่เป็นการนำรายได้ทางเศรษฐกิจไปสู่ชาวบ้านและชุมชน เพราะการเป็นเจ้าภาพที่ดีไม่ได้วัดกันที่จำนวนคนที่เข้ามาในจังหวัดว่ามากน้อยแค่ไหน แต่เป็นการนำรายได้ไปสู่ชาวบ้านว่าได้มากน้อยแค่ไหน

 

ด้านพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกรัฐบาล ระบุว่า รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมมีการยกระดับการบริการขนส่งประชาชน ตั้งแต่ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ และจุดสำคัญในเมือง โดยมีรถ Shuttle Bus 45 คัน และจะขนส่งให้ได้ประมาณ 50 รอบต่อวัน โดยจะให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00-20.00 น. เพื่อให้การเดินทางของผู้ที่มาเยี่ยมชมมหกรรมพืชสวนโลกมีความสะดวกสบายและปลอดภัย

The post รองโฆษกรัฐบาลเผย ครม.สัญจรอุดรฯ ชูยกระดับเกษตรกร-ปราบยาเสพติด ดันผ้าหมี่ขิดสู่ชุดรัฐมนตรี ชวนเที่ยวพืชสวนโลก คาดเงินสะพัด 2 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
FBI ชี้เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังเหตุแฮ็ก Binance มูลค่ากว่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต https://thestandard.co/fbi-blames-north-korea-binance-hack/ Sun, 01 Nov 2026 07:35:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1274081 โลโก้ Binance บนหน้าจอสมาร์ทโฟน

สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร […]

The post FBI ชี้เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังเหตุแฮ็ก Binance มูลค่ากว่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ Binance บนหน้าจอสมาร์ทโฟน

สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ (31 ต.ค.) ระบุว่า เกาหลีเหนือเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีทางไซเบอร์ต่อ Binance กระดานซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีที่ใหญ่ที่สุดในโลก และขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลไปมากกว่า 6.3 พันล้านดอลลาร์

 

FBI ระบุว่าได้ทำงานร่วมกับหน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ (USSS) และฝ่ายสืบสวนคดีอาญาของกรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS-CI) และพบว่ากลุ่ม TraderTraitor แปลงสินทรัพย์ที่ขโมยไปเป็น Ethereum เป็นหลัก หน่วยงานคาดว่าขั้นต่อไปกลุ่มนี้จะนำเงินไปฟอกผ่านบริการ DeFi (Decentralized Finance หรือการเงินแบบกระจายศูนย์ที่ไม่มีตัวกลาง) และบริการแลกเปลี่ยนเหรียญแบบทันที (Instant Swap) ก่อนส่งต่อเข้าสู่กระบวนการฟอกเงินขั้นถัดไป

 

ฝั่ง Binance เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า บริษัทจัดหาเงินมาครอบคลุมความเสียหายได้แล้วราว 90% จากมูลค่ารวม 6.3 พันล้านดอลลาร์ และมีแผนเปิดให้ผู้ใช้ถอนเงินได้อีกครั้งภายในวันอาทิตย์ (1 พ.ย.) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำมั่นว่าจะชดใช้ลูกค้าเต็มจำนวน วันเสาร์ที่ผ่านมา Binance โพสต์บนโซเชียลมีเดียยืนยันอีกครั้งว่าบริษัทจะรับผลกระทบทั้งหมดไว้เอง ผู้ใช้จะไม่สูญเสียเงิน

 

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเหตุครั้งนี้เป็นการแฮ็กที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต และเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น เหตุการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้อุตสาหกรรมที่กำลังพยายามผลักดันคริปโตเข้าสู่กระแสหลัก

 

ประวัติการโจมตีของแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือ

 

แฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือมีประวัติโจมตีกระดานเทรดคริปโตมาแล้วหลายครั้ง FBI และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์เคยกล่าวหาว่ากลุ่มนี้อยู่เบื้องหลังการปล้นคริปโตครั้งใหญ่หลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่นเหตุโจมตี Bybit มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว และการขโมยคริปโตมูลค่าราว 620 ล้านดอลลาร์ในปี 2022

 

TraderTraitor เป็นหน่วยแฮ็กระดับหัวกะทิของเกาหลีเหนือ และเป็นกลุ่มเดียวกับที่ FBI เคยระบุว่าอยู่เบื้องหลังเหตุแฮ็ก Bybit

 

เมื่อวันศุกร์ (30 ต.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ กำลังตรวจสอบว่าเกาหลีเหนือเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตี Binance หรือไม่ ทรัมป์เปรียบเทียบกับสมัยก่อนที่คนใช้วิธีเซ็นเช็คแล้วถอนเงินแบบดั้งเดิม โดยบอกว่าแฮ็กเกอร์กลุ่มนี้ต่างออกไป และเมื่อถูกขโมยไปแล้วก็จะไม่ได้เห็นเงินนั้นอีก พร้อมยอมรับว่ารู้สึกมาตลอดว่าเรื่องนี้ค่อนข้างอันตราย

 

ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ อาจเปิดช่องทางเจรจากับเกาหลีเหนือรอบใหม่ และบอกว่าอาจได้พบกับคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือภายในปีนี้ อย่างไรก็ดี เมื่อต้นเดือนนี้เขากลับลดความคาดหวังลง โดยบอกว่า “ไม่แน่ใจว่ามีใครขอพบ”

 

อ้างอิง:

The post FBI ชี้เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังเหตุแฮ็ก Binance มูลค่ากว่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ร่วมพิธีเปิดสถูป 108 องค์ที่ภูฏาน ก่อนเข้าเฝ้าฯ กษัตริย์และพระราชินีภูฏาน https://thestandard.co/anutin-bhutan-project-108-stupas/ Sun, 01 Nov 2026 07:35:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1274083 อนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมภริยา ร่วมพิธีเปิดโครงการสถูป 108 องค์ ที่เมืองเกเลฟู ราชอาณาจักรภูฏาน

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) เวลา 09.00 น. (เวลาท้องถิ่นภูฏาน ซ […]

The post นายกฯ ร่วมพิธีเปิดสถูป 108 องค์ที่ภูฏาน ก่อนเข้าเฝ้าฯ กษัตริย์และพระราชินีภูฏาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมภริยา ร่วมพิธีเปิดโครงการสถูป 108 องค์ ที่เมืองเกเลฟู ราชอาณาจักรภูฏาน

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) เวลา 09.00 น. (เวลาท้องถิ่นภูฏาน ซึ่งช้ากว่าไทย 1 ชั่วโมง) ณ เมืองเกเลฟู ราชอาณาจักรภูฏาน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยภริยาและคณะ เดินทางมายังเมืองเกเลฟู เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการสถูป 108 องค์ (Project 108) ตามคำเชิญของรัฐบาลภูฏาน โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำต่างประเทศเพียงคนเดียวที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานสำคัญครั้งนี้

 

เมื่อเดินทางถึงสถานที่จัดพิธี นายกรัฐมนตรีได้รับการต้อนรับจากนายกรัฐมนตรีภูฏาน พร้อมด้วย Lyonpo Lungten Dorji รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยภูฏาน Lyonpo Tandin Wangchuk รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภูฏาน Lyonpo D.N. Dhungyel รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศภูฏาน และ Dasho Dr. Lotay Tshering ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษเกเลฟู สะท้อนถึงความสำคัญที่รัฐบาลภูฏานให้กับการเข้าร่วมงานของรัฐบาลไทย

 

จากนั้น สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน เสด็จฯ ถึงสถานที่จัดพิธีเฉลิมฉลองโครงการสถูป 108 องค์ ก่อนเข้าสู่ลำดับพิธี โดยมีการเป่าแตรยาวดุงเชน (Dungchen) เพื่อเฉลิมฉลองการก่อสร้างสถูป 108 องค์ และร่วมร้องเพลงชาติภูฏาน

 

โครงการ 108 (Project 108) เป็นโครงการริเริ่มตามพระราชดำริของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งภูฏาน มีเป้าหมายก่อสร้างและประดิษฐานสถูปจังชุบ (Jangchub Chortens) หรือสถูปแห่งการตรัสรู้ จำนวน 108 องค์ บริเวณริมแม่น้ำเมาชู (Mao Chhu) ใกล้เมืองเกเลฟู ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของ Gelephu Mindfulness City (GMC) โดยสถูปแต่ละองค์มีความสูงประมาณ 15 เมตร และตั้งห่างกัน 108 เมตร กำหนดให้การก่อสร้างสถูปทั้ง 108 องค์แล้วเสร็จพร้อมกันภายใน 24 ชั่วโมง ด้วยพลังความร่วมมือของจิตอาสากว่า 40,000 คน

 

การที่นายกรัฐมนตรีไทยได้รับเชิญให้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว นับเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงมิตรไมตรีและความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยกับภูฏาน โดยเฉพาะในวาระสำคัญของประเทศภูฏานที่ผสมผสานมิติทางศาสนา วัฒนธรรม และการพัฒนาประเทศเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกัน ยังเป็นโอกาสที่ไทยจะได้สัมผัสแนวคิดการพัฒนาเมืองเกเลฟู ซึ่งได้รับการกำหนดให้เป็นเขตบริหารพิเศษและอยู่ระหว่างการพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด Gelephu Mindfulness City ที่มุ่งสร้างเมืองต้นแบบซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ความยั่งยืน ธรรมชาติ และความผาสุกของประชาชนควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ

 

ทั้งนี้ โครงการสถูป 108 องค์ ยังสะท้อนแนวคิดการพัฒนาของภูฏานที่ให้ความสำคัญกับมิติทางจิตใจและคุณภาพชีวิตควบคู่กับความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ โดยในทางพระพุทธศาสนาวัชรยาน สถูปเป็นสัญลักษณ์แห่งการตรัสรู้และพระธรรม ขณะที่เลข 108 มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา การร่วมกันก่อสร้างสถูปทั้ง 108 องค์ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง จึงเป็นทั้งกิจกรรมทางศาสนาและการแสดงพลังความร่วมมือของประชาชนจากหลากหลายภาคส่วน

 

นอกจากนี้ การจัดพิธีในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งตรงกับวันลฮาบับ ดือเชน (Lhabab Düchen) วันสำคัญทางพระพุทธศาสนานิกายวัชรยาน และตรงกับวันราชาภิเษกของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน ยิ่งทำให้พิธีดังกล่าวมีความสำคัญทั้งในมิติทางศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์ของภูฏาน

 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเยือนเมืองเกเลฟู เป็นมากกว่าการเข้าร่วมพิธีสำคัญของภูฏาน แต่เป็นโอกาสที่ประเทศไทยได้เข้ามามีส่วนร่วมในวาระสำคัญของการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตของภูฏาน โดยเฉพาะพื้นที่ Gelephu Mindfulness City ซึ่งรัฐบาลภูฏานกำลังพัฒนาให้เป็นเขตบริหารพิเศษและเมืองต้นแบบรูปแบบใหม่ ตลอดจนเป็นโอกาสในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาเมืองที่ให้ความสำคัญกับประชาชนและการสร้างความยั่งยืนควบคู่กัน

 

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะขนาดเล็ก ยังได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน ณ เมืองเกเลฟู ก่อนออกเดินทางกลับมายังเมืองพาโร และเดินทางต่อมายังประเทศไทยในวันเดียวกัน โดยคาดว่าจะเดินทางถึงประเทศไทยในเวลาประมาณ 20.00 น.

 

อนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมภริยา ร่วมพิธีเปิดโครงการสถูป 108 องค์ ที่เมืองเกเลฟู ราชอาณาจักรภูฏาน 1อนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมภริยา ร่วมพิธีเปิดโครงการสถูป 108 องค์ ที่เมืองเกเลฟู ราชอาณาจักรภูฏาน 2อนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมภริยา ร่วมพิธีเปิดโครงการสถูป 108 องค์ ที่เมืองเกเลฟู ราชอาณาจักรภูฏาน 3อนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมภริยา ร่วมพิธีเปิดโครงการสถูป 108 องค์ ที่เมืองเกเลฟู ราชอาณาจักรภูฏาน 4อนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมภริยา ร่วมพิธีเปิดโครงการสถูป 108 องค์ ที่เมืองเกเลฟู ราชอาณาจักรภูฏาน 5

The post นายกฯ ร่วมพิธีเปิดสถูป 108 องค์ที่ภูฏาน ก่อนเข้าเฝ้าฯ กษัตริย์และพระราชินีภูฏาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ อนุมัติขายขีปนาวุธ Patriot 500 ลูก แก่ยูเครน ส่งผลต่อสงครามกับรัสเซียอย่างไร https://thestandard.co/us-approves-patriot-missiles-ukraine/ Sun, 01 Nov 2026 07:31:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1274060 ทหารยูเครนด้านหน้าระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน Patriot

เมื่อวานนี้ (31 ตุลาคม) สหรัฐฯ อนุมัติการขายขีปนาวุธสกั […]

The post สหรัฐฯ อนุมัติขายขีปนาวุธ Patriot 500 ลูก แก่ยูเครน ส่งผลต่อสงครามกับรัสเซียอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทหารยูเครนด้านหน้าระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน Patriot

เมื่อวานนี้ (31 ตุลาคม) สหรัฐฯ อนุมัติการขายขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot PAC-3 จำนวน 500 ลูก ให้แก่ยูเครน มูลค่าประมาณ 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีบริษัท Lockheed Martin เป็นผู้รับจ้างผลิตหลัก โดยเป็นสัญญาสั่งผลิตขึ้นใหม่ ไม่ใช่การนำขีปนาวุธออกจากคลังอาวุธเดิมของสหรัฐฯ

 

โครงการนี้ไม่ได้ใช้เงินงบประมาณของสหรัฐฯ แต่จัดหาเงินทุนทั้งหมดผ่านเงินบริจาคจากแคนาดา เยอรมนี และนอร์เวย์ ผ่านโครงการ JUMPSTART ร่วมกับเงินกู้ยืมสนับสนุนยูเครนจากสหภาพยุโรป (EU)

 

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การเสนอขายขีปนาวุธครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนเป้าหมายความมั่นคงและนโยบายการต่างประเทศของสหรัฐฯ โดยช่วยเพิ่มขีดความสามารถในระบบป้องกันทางอากาศและการต่อต้านขีปนาวุธของยูเครนทั้งในปัจจุบันและอนาคต

 

โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวชื่นชมการตัดสินใจนี้ว่าเป็นก้าวที่สำคัญ แต่เน้นย้ำว่า ยูเครนมีความจำเป็นต้องใช้งานขีปนาวุธสกัดกั้นอย่างเร่งด่วนในปัจจุบัน เพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและพลเรือนจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของรัสเซียที่เกิดขึ้นทุกวันก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว

 

ส่งผลกระทบต่อทิศทางและผลลัพธ์ของสงครามรัสเซีย-ยูเครนอย่างไร

 

การอนุมัติครั้งนี้อาจไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางสงครามในระยะสั้นได้ เนื่องจากเป็นคำสั่งผลิตใหม่ ซึ่งคาดว่า อาจเริ่มส่งมอบได้ในอีกหลายปีข้างหน้า หรืออาจล่วงเลยไปจนถึงช่วงทศวรรษ 2030

 

อีกทั้งยังมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตและภาวะขาดแคลน โดยขีปนาวุธ Patriot มีกำลังการผลิตจำกัด กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าผลิตได้ราว 600 ลูกต่อปีทั่วโลก ประกอบกับสหรัฐฯ นำอาวุธไปใช้ในปฏิบัติการทหารในอิหร่าน ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนทั่วโลก ยูเครนจึงยังคงต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนระบบสกัดกั้นอย่างหนักในช่วงที่รัสเซียเร่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานอยู่ในขณะนี้

 

อย่างไรก็ตาม ในเชิงยุทธศาสตร์ สัญญานี้จะช่วยยกระดับและปรับปรุงระบบป้องกันทางอากาศและขีปนาวุธแบบบูรณาการของยูเครนให้มีความเข้มแข็ง เพื่อรับมือกับภัยคุกคามในอนาคต

 

เซเลนสกียังเสนอให้สหรัฐฯ และพันธมิตรมอบขีปนาวุธ Patriot จากคลังอาวุธที่มีอยู่เดิมให้ยูเครนใช้งานทันที แล้วค่อยนำขีปนาวุธ 500 ลูกที่สั่งผลิตใหม่นี้ไปส่งมอบทดแทนคืนให้คลังอาวุธของพันธมิตรในภายหลัง ซึ่งยูเครนมองว่า สามารถทำได้จริงและเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยรับมือกับวิกฤตเฉพาะหน้าได้ทันเวลา

 

ภาพ: Jens Büttner / Picture Alliance via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ อนุมัติขายขีปนาวุธ Patriot 500 ลูก แก่ยูเครน ส่งผลต่อสงครามกับรัสเซียอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ปรับดอกเบี้ยพันธบัตร Series I ขึ้นเป็น 5.51% สำหรับ 6 เดือนข้างหน้า https://thestandard.co/us-treasury-series-i-bond-rate/ Sun, 01 Nov 2026 07:11:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1274057 พันธบัตรออมทรัพย์ของสหรัฐฯ Series I

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศอัตราดอกเบี้ยใหม่ของพันธบัตร […]

The post กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ปรับดอกเบี้ยพันธบัตร Series I ขึ้นเป็น 5.51% สำหรับ 6 เดือนข้างหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
พันธบัตรออมทรัพย์ของสหรัฐฯ Series I

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศอัตราดอกเบี้ยใหม่ของพันธบัตรออมทรัพย์ Series I (I Bond) โดยพันธบัตรที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 30 เมษายน จะได้รับผลตอบแทน 5.51% ต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 4.26% สำหรับพันธบัตรที่ซื้อจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม

 

อัตราใหม่นี้ประกอบด้วยส่วนแปรผันที่อิงเงินเฟ้อ 4.08% และส่วนคงที่ 1.40% ซึ่งส่วนคงที่เพิ่มขึ้นจาก 0.90% ที่ประกาศเมื่อเดือนเมษายน และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2006 เมื่อนำมาคำนวณรวมกันและปัดเศษแล้ว อัตราผลตอบแทนรวมจึงอยู่ที่ 5.51%

 

ย้อนไปช่วงเงินเฟ้อพุ่งสูงหลังโควิด อัตราดอกเบี้ย I Bond เคยทำสถิติสูงสุดที่ 9.62% ในเดือนพฤษภาคม 2022 ส่งผลให้เงินลงทุนจำนวนมากไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่รัฐบาลค้ำประกันและแทบไม่มีความเสี่ยงนี้ แต่เมื่อเงินเฟ้อชะลอตัวและผลตอบแทนลดลง

 

นักลงทุนระยะสั้นจำนวนมากก็ทยอยไถ่ถอนออกไป ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเมื่อเงินเฟ้อดันอัตราดอกเบี้ยกลับขึ้นมา นักลงทุนกลุ่มนี้อาจหวนกลับมาอีกครั้ง โดย David Enna ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Tipswatch.com ซึ่งติดตามพันธบัตรคุ้มครองเงินเฟ้อ (TIPS) และอัตรา I Bond ระบุว่า I Bond น่าสนใจขึ้นมากในตอนนี้

 

 

เงินเฟ้อสหรัฐฯ เร่งตัว

 

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) รายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกันยายน 2026 เพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน เร่งขึ้นจาก 3.4% ในเดือนสิงหาคม ส่วนหนึ่งมาจากสงครามอิหร่านที่ทำให้ราคาน้ำมันและพลังงานสูงขึ้น นอกจากนี้นักเศรษฐศาสตร์ยังชี้ว่ามาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล AI และความต้องการเดินทางท่องเที่ยว ล้วนมีส่วนผลักดันราคาสินค้า

 

ผู้บริโภคเองก็คาดว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้นต่อเนื่อง ผลสำรวจของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์กที่เผยแพร่ต้นเดือนตุลาคมพบว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อล่วงหน้า 1 ปีในเดือนกันยายนพุ่งขึ้นเป็น 3.9% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี

 

กลไกอัตราดอกเบี้ย I Bond

 

กระทรวงการคลังจะทบทวนอัตราดอกเบี้ยทุก 6 เดือนในเดือนพฤษภาคมและพฤศจิกายน ส่วนแปรผันจะอิงกับการเปลี่ยนแปลงของ CPI ในรอบ 6 เดือน และจะคงที่ไปอีก 6 เดือนนับจากวันที่ซื้อ ไม่ว่ากระทรวงการคลังจะประกาศอัตราใหม่อย่างไร

 

ส่วนอัตราคงที่จะไม่เปลี่ยนตลอดอายุการถือครอง ทั้งนี้กระทรวงการคลังไม่เปิดเผยวิธีคำนวณส่วนนี้ จึงคาดการณ์ได้ยาก แต่ Ken Tumin ผู้ก่อตั้ง DepositQuest.com ระบุว่าผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเชื่อว่าอาจอิงกับผลตอบแทนที่แท้จริง (หักเงินเฟ้อ) ของ TIPS อายุ 5 ปี แม้ยังมีความไม่แน่นอนอยู่

 

ผลต่อผู้ที่ถือ I Bond อยู่แล้ว

 

สำหรับผู้ที่ถือ I Bond อยู่ การปรับอัตราจะเป็นไปตามรอบ 6 เดือนนับจากวันที่ซื้อ เมื่อครบ 6 เดือน ส่วนแปรผันจะเปลี่ยนเป็นอัตราล่าสุดที่ประกาศ ขณะที่ส่วนคงที่จะเท่าเดิมตลอด ตัวอย่างเช่น หากซื้อในเดือนมีนาคม ขณะที่ส่วนแปรผันอยู่ที่ 3.12% และส่วนคงที่ 0.9% เมื่อครบ 6 เดือน ส่วนแปรผันจะเปลี่ยนเป็น 3.34% ตามที่ประกาศเมื่อเมษายน 2026 แต่ส่วนคงที่ยังคงอยู่ที่ 0.9%

 

I Bond ให้ดอกเบี้ยได้นานสูงสุด 30 ปี แต่ไม่สามารถไถ่ถอนได้ภายใน 1 ปีแรกหลังซื้อ และหากไถ่ถอนก่อนครบ 5 ปี จะถูกหักดอกเบี้ย 3 เดือนสุดท้าย

 

อ้างอิง:

The post กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ปรับดอกเบี้ยพันธบัตร Series I ขึ้นเป็น 5.51% สำหรับ 6 เดือนข้างหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยศชนันชูพืชสวนโลกอุดรฯ เป็นโอกาสสร้างเกษตรมูลค่าสูง วัชระพลยันสัปดาห์หน้าอากาศเย็นกำลังมา ด้านปลัดฯ คาดเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน https://thestandard.co/udon-thani-international-horticultural-expo/ Sun, 01 Nov 2026 07:03:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1274054 บรรยากาศการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) ที่จังหวัดอุดรธานี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ […]

The post ยศชนันชูพืชสวนโลกอุดรฯ เป็นโอกาสสร้างเกษตรมูลค่าสูง วัชระพลยันสัปดาห์หน้าอากาศเย็นกำลังมา ด้านปลัดฯ คาดเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) ที่จังหวัดอุดรธานี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ว่า การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องดอกไม้หรือสวน แต่เป็นเรื่องของอนาคตและโอกาส โดยนำนวัตกรรมทางการเกษตร เช่น Smart Farming และ Precision Farm มาต่อยอดสู่ต้นทางอุตสาหกรรม Wellness และสมุนไพร เพราะที่อุดรธานี และจังหวัดในภาคอีสานมีความได้เปรียบในส่วนนี้ โดยในส่วนของสวน จะเป็นอนาคตและโอกาสของลูกหลานชาวอุดรธานี

 

ศ.ดร.ยศชนันยังย้ำว่า การศึกษาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำมีความสำคัญ เช่น การนำเกษตรมาแปรรูป เรื่องเกี่ยวกับปุ๋ย การท่องเที่ยว จึงอยากเชิญชวนเยาวชน ผู้ปกครอง มาร่วมชมงานนี้ ที่ถือว่าเป็นงานแห่งโอกาสของทุกคน

 

ทั้งนี้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรอุดรธานี จะมีการพูดคุยเรื่องนี้ ว่าหลังจากจบงานพืชสวนโลกแล้ว เราจะทำอะไรบ้างแต่เบื้องต้นได้ระยะเวลา 4 เดือนที่จะเกิดขึ้น ชาวอุดรธานีและคนไทยจะต้องเป็นเจ้าภาพที่ดีทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ ให้เป็นเกษตรที่มีมูลค่าสูงขึ้นมา

 

ด้าน วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุถึงความพร้อมของพื้นที่จัดงาน 1,030 ไร่ ว่าอาคารสถานที่และพืชสวนมีความพร้อม 100% พร้อมจัดเตรียมระบบสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งรถกอล์ฟ Shuttle Bus บริการรับ-ส่งหมุนเวียนตลอดทั้งวันตามจุดไฮไลต์ 13 จุด เพื่อรองรับพี่น้องประชาชน

 

สำหรับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวในขณะนี้ โดยปกติในช่วงนี้จะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ซึ่งเราได้ดูพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ว่าในสัปดาห์หน้าจังหวัดอุดรธานีจะมีอากาศที่เย็นลง และเป็นอากาศที่ดีแน่นอน พร้อมย้ำว่าขณะนี้ได้เตรียมพร้อมทุกอย่างไว้หมดแล้ว

 

สำหรับเรื่องระบบรถ ประชาชนสามารถเดินทางโดยรถสาธารณะมาลงที่บริเวณด้านหน้างาน แล้วเดินเข้างานข้ามสะพานหรือใช้บริการรถกอล์ฟ Shuttle Bus ที่ให้บริการตามจุดต่างๆ มี 13 จุดหลักหมุนเวียนตลอดทั้งวันตั้งแต่เปิดบริการจนถึงปิดบริการ ไม่ต้องห่วงว่าจะดูแลไม่ดี ซึ่งวันนี้เป็นการเปิดให้บริการในวันแรกหากเราเห็นว่าตรงไหนที่ยังมีปัญหาทางทีมงานจะเร่งดำเนินการแก้ไข

 

ขณะที่ รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเสริมถึงความคุ้มค่าของงบประมาณที่ใช้ในการจัดพืชสวนโลก ว่า ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ประเมินเม็ดเงินที่จะสะพัดในช่วง 4 เดือนของการจัดงานไว้ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท สร้างรายได้หมุนเวียนในเมืองรองและจังหวัดอุดรธานี นอกจากนี้ยังมองข้ามช็อตไปถึงการใช้พื้นที่หลังจบงานให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เพื่อให้ชาวอุดรธานีและเกษตรกรได้ใช้เป็นพื้นที่ค้าขาย แสดงสินค้า และเป็นเวทีประกาศความอุดมสมบูรณ์ของเมืองไทยให้ชาวโลกได้รับรู้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทางคณะกรรมการ สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) มองว่าเป็นเรื่องที่มากกว่าการทำการเกษตร รวมถึงสวนต่างๆ เพราะสุดท้ายภายหลังการจัดงาน พื้นที่เหล่านี้จะกลายเป็นพื้นที่สาธารณะ ให้ชาวอุดรธานีเข้ามาใช้ประโยชน์ในทุกมิติ และสร้างรายได้นำสินค้าเกษตรมาขายและจัดแสดง

 

ด้าน กัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุช พัทยา หนึ่งในผู้ร่วมจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี เปิดเผยว่า พื้นที่แห่งนี้มีความท้าทายเนื่องจากเป็นดินที่ปลูกต้นไม้ได้ยาก ต้องอาศัยการยกดินขึ้นสูงเพื่อไม่ให้ต้นไม้เฉาตาย พร้อมมุ่งเน้นให้งานนี้เป็น “แหล่งเรียนรู้แห่งอนาคต” ที่ไม่ใช่แค่การจัดสวนสวยงามทั่วไปแบบเดิมๆ แต่เป็นการโชว์แฟชั่นต้นไม้และการจัดวางรูปแบบใหม่ เช่น ลายเส้นพญานาค เพื่อให้ประชาชนได้มาศึกษา เรียนรู้ และนำกลับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

 

กัมพลกล่าวต่อว่า การจัดงานครั้งนี้ยาวนานถึง 4 เดือนครึ่ง ซึ่งทางสวนนงนุชมีการวางแผนหมุนเวียนเปลี่ยนต้นไม้และไม้ดอกตลอด 18 สัปดาห์ เพื่อรักษาสภาพความสวยงามท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อน โดยคำนึงถึงความต้องการของประชาชนที่ชื่นชอบการถ่ายรูปกับความงามของธรรมชาติ นอกจากนี้ หลังเสร็จสิ้นการจัดงาน พื้นที่และอาคารต่างๆ จะถูกต่อยอดให้กลายเป็นเมืองใหม่และแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของอีสานตอนบน ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของชาวอุดรธานีและประเทศไทยในการประกาศให้ชาวโลกรู้จักเมืองอุดรธานีในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับสากล

The post ยศชนันชูพืชสวนโลกอุดรฯ เป็นโอกาสสร้างเกษตรมูลค่าสูง วัชระพลยันสัปดาห์หน้าอากาศเย็นกำลังมา ด้านปลัดฯ คาดเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บริษัทโรงกลั่นยักษ์ใหญ่โลกเผยกำไรเฉลี่ยไตรมาส 3 สูงสุดรอบเกือบ 4 ปี แม้ทรัมป์เคยบอกว่ากำลังทำเงินกำไรเกินไป https://thestandard.co/global-oil-refiners-q3-profits/ Sun, 01 Nov 2026 06:42:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1274051 อุปกรณ์และโครงสร้างโรงกลั่นน้ำมันและก๊าซในเขตอุตสาหกรรมพลังงาน

ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ […]

The post บริษัทโรงกลั่นยักษ์ใหญ่โลกเผยกำไรเฉลี่ยไตรมาส 3 สูงสุดรอบเกือบ 4 ปี แม้ทรัมป์เคยบอกว่ากำลังทำเงินกำไรเกินไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุปกรณ์และโครงสร้างโรงกลั่นน้ำมันและก๊าซในเขตอุตสาหกรรมพลังงาน

ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาว่ากลุ่มบริษัทน้ำมันรายใหญ่ อย่าง ExxonMobil และ Chevron กำลังทำกำไร “มากเกินไปจากภาวะขาดแคลน” หลังกำไรพุ่งขึ้นจากผลพวงสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน อย่างไรก็ดี ผลประกอบการไตรมาส 3 ของกลุ่มบริษัทน้ำมันและโรงกลั่นที่ทยอยประกาศออกมาสะท้อนว่า บริษัทน้ำมันยังคงได้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องจากภาวะอุปทานเชื้อเพลิงตึงตัวและค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง

 

Shell, BP, TotalEnergies และ Exxon ต่างรายงาน Refining Margin หรือค่าการกลั่น ซึ่งเป็นตัวชี้วัดรายได้จากการแปรรูปน้ำมันดิบเป็นน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันเครื่องบิน ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

ส่วน Chevron แม้จะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขค่าการกลั่นแยกออกมาในรูปแบบที่เทียบกันได้ แต่รายงานเมื่อ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ระบุว่า กำไรจากธุรกิจปลายน้ำ (Downstream) ทั้งการกลั่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าจากปีก่อน แตะ 4.9 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.6 แสนล้านบาท โดยบริษัทระบุว่ามาจากมาร์จินการขายผลิตภัณฑ์น้ำมันที่สูงขึ้น

 

ภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปที่ตึงตัวทั่วโลก แม้บริษัทน้ำมันจะระบุว่ากำลังเดินเครื่องโรงกลั่นใกล้เต็มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการแล้วก็ตาม

 

ทั้งนี้ กำไรของ 5 บริษัท ได้แก่ BP, Shell, ExxonMobil Chevron และ TotalEnergies มีกำไรเฉลี่ยรวมกัน 1.126 หมื่นล้านดอลลาร์ ในไตรมาส 3 สูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี

 

Shell รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) ว่า กำไรไตรมาส 3 ปี 2026 เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมทำสถิติค่าการกลั่นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อานิสงส์จากความปั่นป่วนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ดันราคาน้ำมันดิบให้สูงขึ้นและทำให้อุปทานเชื้อเพลิงตึงตัว

 

Adjusted Earnings หรือกำไรที่ปรับปรุงแล้ว ซึ่งเป็นตัวชี้วัดกำไรสุทธิหลักของบริษัท อยู่ที่ 1.081 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 5.43 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน ถือเป็นกำไรรายไตรมาสสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2022 ช่วงหลังรัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 9.92 พันล้านดอลลาร์ ตามค่าเฉลี่ยประมาณการที่รวบรวมโดย LSEG

 

ด้าน Indicative Refining Margin หรือค่าการกลั่นอ้างอิงของ Shell อยู่ที่ 42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำลายสถิติเดิมที่ 28.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อไตรมาส 2 ปี 2022 และเป็นไปตามที่บริษัทคาดการณ์ไว้เมื่อต้นเดือน

 

ทำไมอุปทานถึงตึงตัว

 

ปัจจัยหลักประกอบด้วย การที่ยูเครนยังคงใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทานในตะวันออกกลางจากสงครามอิหร่าน รวมถึงการโจมตีซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตี

 

ปัจจัยเหล่านี้ยิ่งซ้ำเติมปัญหาการปิดตัวของโรงกลั่นในยุโรปและอเมริกาเหนือ แม้จะมีกำลังการกลั่นใหม่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคอื่นก็ตาม โดย Dan Jørgensen กรรมาธิการด้านพลังงานและที่อยู่อาศัยของสหภาพยุโรป ระบุในสัปดาห์นี้ว่า โรงกลั่นในสหภาพยุโรปราว 1 ใน 4 ปิดตัวไปในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมเตือนว่ายุโรปกำลังเผชิญวิกฤตความมั่นคงทางพลังงาน

 

นอกจากค่าการกลั่นที่พุ่งสูง ราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นยังช่วยหนุนกำไรของ Integrated Oil Majors หรือบริษัทน้ำมันครบวงจรที่ทำทั้งธุรกิจต้นน้ำ (Upstream: สำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซ) และปลายน้ำ (Downstream: การกลั่น) ส่งผลให้กำไรของกลุ่มนี้ไต่กลับขึ้นไปใกล้ระดับช่วงวิกฤตพลังงานปี 2022 หลังรัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบ ซึ่งสวนทางกับผู้บริโภคที่ต้องแบกรับราคาพลังงานที่สูงขึ้น

 

มาตรการรัฐอาจช่วยได้จำกัด

 

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ความพยายามของภาครัฐในการกดราคา ทั้งการปล่อยน้ำมันดีเซลจากคลังสำรองฉุกเฉิน และข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียเพื่อเพิ่มอุปทานดีเซลสู่ตลาดโลก อาจส่งผลได้เพียงจำกัด หากไม่สามารถเพิ่มอุปทานได้จริงอย่างมีนัยสำคัญ ความต้องการไม่ชะลอตัวลง หรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่คลี่คลาย

 

Raphael Portela ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและการวิเคราะห์ของบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน Wood Mackenzie ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า น้ำมันดิบยังคงส่งออกจากภูมิภาคอ่าวได้แม้อยู่ในภาวะสงคราม แต่ต้องแบกต้นทุนค่าขนส่งที่สูงลิ่ว ขณะที่ดีเซลและน้ำมันเครื่องบินที่ควรผลิตได้จากน้ำมันดิบเหล่านั้นแทบไม่ได้ออกสู่ตลาด ขณะเดียวกัน การหยุดชะงักของโรงกลั่นรัสเซียและคำสั่งห้ามส่งออกก็ยิ่งดึงอุปทานออกจากตลาดโลกซ้ำอีกระลอก

 

Portela มองว่า ภาวะตึงตัวจะคลี่คลายได้ก็ต่อเมื่ออุปทานผลิตภัณฑ์น้ำมันกลับมา ผ่านการที่โรงกลั่นได้รับน้ำมันดิบมากขึ้น ทั้งจากโรงกลั่นในภูมิภาคอ่าวกลับมาเดินเครื่อง และการส่งออกของรัสเซียกลับมาเป็นปกติ เขาระบุว่า หากมีข้อยุติเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ ค่าการกลั่นน่าจะปรับลดลงอย่างรวดเร็วจากปัจจัยด้านความเชื่อมั่น แต่ด้วยสต๊อกน้ำมันที่ร่อยหรอลงมาก ภาวะตึงตัวทางกายภาพจะยังลากยาวไปถึงปี 2027

 

อ้างอิง:

The post บริษัทโรงกลั่นยักษ์ใหญ่โลกเผยกำไรเฉลี่ยไตรมาส 3 สูงสุดรอบเกือบ 4 ปี แม้ทรัมป์เคยบอกว่ากำลังทำเงินกำไรเกินไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตา ‘แผนการคลังระยะปานกลาง’ ฉบับใหม่ ถึงเวลาขึ้น VAT หรือยัง? https://thestandard.co/keep-an-eye-on-the-new-medium-term/ Sun, 01 Nov 2026 06:08:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1274045 ภาพจำลองรถเข็นซูเปอร์มาร์เก็ตและกราฟิกภาษีมูลค่าเพิ่มประกอบแผนการคลังระยะปานกลาง

กระทรวงการคลังกำลังจะมีการทบทวนแผนการคลังระยะปานกลาง (M […]

The post จับตา ‘แผนการคลังระยะปานกลาง’ ฉบับใหม่ ถึงเวลาขึ้น VAT หรือยัง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจำลองรถเข็นซูเปอร์มาร์เก็ตและกราฟิกภาษีมูลค่าเพิ่มประกอบแผนการคลังระยะปานกลาง

กระทรวงการคลังกำลังจะมีการทบทวนแผนการคลังระยะปานกลาง (Medium-Term Fiscal Framework: MTFF) ตามกระบวนการปกติในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ คำถามสำคัญที่น่าจับตาคือ กระทรวงการคลังจะวางแผนบริหารรายจ่ายงบประมาณ รวมถึงจัดเก็บรายรับภาษีอย่างไร เพื่อคุมสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ไม่ให้ทะลุเพดานที่ 70%

 

 

ทางด้าน ดร. ปิยศักดิ์ มานะสันต์ Head of Economic Research ทีมวิจัยเศรษฐกิจและฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Wealth ระบุว่า มีโอกาสที่สัดส่วนหนี้สาธารณะจะทะลุเพดาน ภายในสิ้นปี 2570 นี้ หากรัฐบาลไม่อาจลดภาวะขาดดุลทางการคลังให้ต่ำกว่าระดับที่เป็นอยู่ได้

 

ดังนั้น การจัดเก็บรายได้ให้เพิ่มขึ้นจึงเป็นทางออกสำคัญของภาครัฐ ซึ่งอาจดำเนินการผ่านการปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อย่างไรก็ตาม ภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นย่อมกดดันต่อภาคการบริโภคของครัวเรือน และอาจกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมได้

 

ขณะเดียวกัน รัฐบาลมีแผนปรับปรุงวิธีคำนวณดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ใหม่ เพื่อให้ตัวเลขเศรษฐกิจสะท้อนภาวะการผลิตจริงมากขึ้น ซึ่งนำมาสู่คำถามว่า ความพยายามยามดังกล่าว จะช่วยลดความจำเป็นในการปรับขึ้น VAT มากน้อยเพียงใด ร่วมหาคำตอบได้ที่นี่

 

ฐานะการคลังล่าสุด ไทยขาดดุลดีกว่าคาด

 

เมื่อพิจารณาในภาพรวม ฐานะการคลังของไทย ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 มีการปรับตัวดีกว่าที่แผนการคลังระยะปานกลางคาดการณ์ไว้ แต่ก็ยังมีบางจุดที่แย่กว่าคาด

 

สำหรับเรื่องที่ดีกว่าคาด คือการขาดดุลงบประมาณต่อ GDP ในปีงบประมาณ 2569 ที่ลดลงมาอยู่ที่ 3.4% ซึ่งต่ำกว่าระดับ 4.4% ตามประมาณการของแผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2570-2573) โดยเป็นผลจากรายได้การจัดเก็บ VAT ที่สูงขึ้น

 

ทั้งนี้ ดร.ปิยศักดิ์ชี้ว่า รายได้จากการเก็บ VAT ที่สูงขึ้น เป็นผลของภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่ม ตามต้นทุนราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังเกิดความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

 

ไทยเสี่ยงหนี้สาธารณะเลยเพดานในปี 2570

 

ส่วนเรื่องที่แย่กว่าคาดการณ์ คือการเติบโตทางเศรษฐกิจจริงของไทย ที่เติบโตเพียง 1.9% ในไตรมาส 2/2569 ซึ่งต่ำกว่าระดับ 2.6% ในปี 2569 และ 3% ในปี 2570 ตามคาดการณ์ของแผนการคลังระยะปานกลาง ขณะที่ทางอินโนเวสท์ เอกซ์ คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยจะเติบโตเพียง 2.0% ทั้งในปี 2569 และปี 2570

 

ขณะที่หนี้สาธารณะ ณ 30 กันยายน 2569 อยู่ที่ 13.36 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ GDP อยู่ที่ 68.61% ทำให้พื้นที่การคลัง (Fiscal Space) เหลือไม่ถึง 4 แสนล้านบาทก็จะชนเพดานหนี้ที่ระดับ 70% ซึ่งยากต่อการจัดสรรงบเพื่อการลงทุน

 

นอกจากงบประมาณจะเหลือไม่เพียงพอต่อการลงทุนแล้ว ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ยังมีการตัดลดงบลงทุนลงอีก 8.4% เมื่อเทียบจากมูลค่าในปีงบประมาณก่อน จนมีสัดส่วนต่อ GDP เหลือเพียง 20.8%

 

ขณะที่งบรายจ่ายประจำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับรายจ่ายด้านบุคลากร กลับมีสัดส่วนสูงถึง 73.6% และมีการเติบโตต่อเนื่องที่ 5% สะท้อนว่าภาครัฐมีการลงทุนน้อยลง แต่ใช้งบประจำมากขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการขาดแคลนโครงการขนาดใหญ่ที่จะเข้ามายกระดับเศรษฐกิจได้ในระยะยาวได้

 

เป้าขาดดุลต่ำกว่า 3% เป็นจริงได้ถ้าขึ้น VAT

 

สำหรับเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณให้ได้ต่ำกว่าระดับ 3% ของ GDP นั้น ดร.ปิยศักดิ์มองว่ามีความเป็นไปได้ หลังปีงบประมาณ 2569 มีการขาดดุลที่ 3.4% ของ GDP ทำให้ช่องว่างที่ต้องปิดเหลือเพียง 0.4% ของ GDP เท่านั้น หรือประมาณ 78,000 ล้านบาท

 

ขณะที่การปรับขึ้น VAT ในอัตรา 1.5% สามารถช่วยเพิ่มการจัดเก็บรายได้ราว 140,000 ล้านบาทต่อปี หรือราว 0.7% ของ GDP จึงพอช่วยปิดช่องว่างได้ โดยไม่ต้องขึ้นภาษีครั้งใหญ๋

 

อย่างไรก็ตาม การปรับ VAT ขึ้น อาจสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจได้ โดยการปรับขึ้น VAT จากระดับ 7% ไป 10% จะฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจลง 0.9% และฉุดการบริโภคลง 1.5% รวมถึงภาวะเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นประมาณ 1% เช่นกัน ซึ่งไม่ง่ายต่อการสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง

 

ดังนั้น การปรับขึ้น VAT อย่างเหมาะสม จึงควรผูกเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ และคืนรายได้ส่วนหนึ่งให้กลุ่มรายได้น้อยผ่านสวัสดิการแบบเจาะจงแทน

 

ปรับฐาน GDP ใหม่ช่วยลดขาดดุลได้ชั่วคราว

 

นอกจากการปรับ VAT แล้ว การปรับฐาน GDP ใหม่ ยังเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดการขาดดุลทางการคลังได้ เนื่องจากฐาน GDP ที่สูงขึ้นจะช่วยตัวหารของหนี้ต่อ GDP จริง โดยทุก 1% ที่ GDP สูงขึ้น ภาระหนี้ต่อ GDP จะลดลงราว 0.67 pp เช่น จาก 68.61% เหลือ 67.94%

 

อย่างไรก็ตาม การขยายฐานของ GDP ช่วยลดการขาดดุลได้เพียงชั่วคราว หรือเพียงปีเดียวเท่านั้น และไม่สามารถทดแทนการขึ้น VAT ได้ นอกจากนี้ ตัวหารที่ใหญ่ขึ้นก็ทำให้รายได้ต่อ GDP ต่ำลงด้วยเช่นกัน

 

สุดท้ายแล้ว ทั้งหมดนี้จะสะท้อนว่าไทยมีการจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าที่คาดไว้ และยิ่งตอกย้ำความจำเป็นในการปฏิรูปภาษี แม้ว่าแผนปรับปรุงวิธีคำนวณดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ใหม่ จะช่วยเพิ่ม GDP ได้อีก 0.5% จากฐานเดิมก็ตาม

 

เสนอทางออกใช้ Growth ช่วยแก้หนี้

 

ดร.ปิยศักดิ์ เสนอให้รัฐบาลยอมฝ่าเพดานหนี้สาธารณะ และกู้เงินเพื่อการลงทุน ภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน ในลักษณะเดียวกับรัฐบาลอังกฤษภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ (Tony Blair) โดยมีเงื่อนไขดังนี้

 

  1. กู้เพิ่มเฉพาะงบลงทุน ไม่ใช่เงินโอน
  2. คัดโครงการด้วยผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และเปิดเผยต่อสาธารณะ
  3. แก้คอขวดการเบิกจ่ายงบประมาณ
  4. ใช้กลไก Public-Private Partnership ดึงภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนกับรัฐ
  5. มีกรอบเวลาและแผนลดหนี้ที่ชัดเจน ควบคู่การปฏิรูปรายได้

 

“ประเ่ทศจะน่าอยู่ได้ ควรมีการลงทุน อยากฝากให้ภาครัฐคิดต่อ” ดร.ปิยศักดิ์กล่าว

 

พร้อมปิดท้ายว่า “ทุกตัวเลือกล้วน ได้อย่างเสียอย่าง ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของภาควิชาการ ที่จะต้องเลือกผลดีที่สุดต่อประชาชนและประเทศชาติ”

 

วิธีจัดพอร์ตลงทุน หากการคลังตึงตัว

 

ถ้างบประมาณมีแนวโน้มขาดดุลทางการคลังมากขึ้น จะส่งผลให้อัตราผลตอบแทน (Yield) ของตราสารหนี้ มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับเพิ่มขึ้น และภาคเอกชนมีต้นทุนทางการเงินที่สูงตามไปด้วย

 

หากรัฐสามารถคุมเพดานหนี้ได้ผ่านการขึ้น VAT ก็จะช่วยคุมอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ แต่การบริโภคภาคเอกชนจะหดตัว ซึ่งจะกระทบต่อหุ้นกลุ่มบริโภคและกลุ่มค้าปลีก

 

ขณะที่การเร่งการลงทุน จะช่วยให้หุ้นกลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้างได้ประโยชน์ ส่วนหุ้นกลุ่มส่งออกและ AI supply chain มีการพึ่งพาการคลังค่อนข้างน้อย

 

ดร.ปิยศักดิ์แนะนำให้จัดพอร์ตแบบ Barbell หรือลงทุนเป็นสองฝั่ง โดยฝั่งหนึ่งเน้นลงทุนหุ้นปันผลคุณภาพ และตราสารหนี้อายุสั้น-กลาง ส่วนอีกฝั่งหนุ่งให้กระจายการลงทุนธีมเติบโตในต่างประเทศ และกระจายลงทุนต่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยงในไทย

 

ภาพ: Pierre Desrosiers, Power pow / Shutter Stock

The post จับตา ‘แผนการคลังระยะปานกลาง’ ฉบับใหม่ ถึงเวลาขึ้น VAT หรือยัง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยศชนัน-จุลพันธ์-วัชระพล เปิดมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ชู 3 ภารกิจ ‘ปลูกชีวิต ปลูกเศรษฐกิจ ปลูกอนาคต’ https://thestandard.co/udon-thani-international-horticultural-expo-2026/ Sun, 01 Nov 2026 05:58:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1274042 บรรยากาศพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) ที่จังหวัดอุดรธานี บรรยากาศวันแรกข […]

The post ยศชนัน-จุลพันธ์-วัชระพล เปิดมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ชู 3 ภารกิจ ‘ปลูกชีวิต ปลูกเศรษฐกิจ ปลูกอนาคต’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) ที่จังหวัดอุดรธานี บรรยากาศวันแรกของงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 หรือ Udon Thani International Horticultural Expo 2026 เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทยอยเดินทางเข้าชมความสวยงามของสวนพรรณไม้จากทั่วโลก ซึ่งถูกนำมาจัดแสดงภายใต้แนวคิด ‘ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน’

 

งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร จังหวัดอุดรธานี และภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายในการนำเสนอความหลากหลายทางชีวภาพ เชื่อมโยงธรรมชาติ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และเทคโนโลยีด้านการเกษตร เข้ากับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

สำหรับพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ มี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เดินทางมาร่วมเป็นประธานในพิธี โดยเดินทางด้วยรถไฟมายังพื้นที่จัดงาน พร้อมด้วย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ผู้แทนจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

 

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้ ต่อยอดมาจากงานพืชสวนโลกจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นไปตามแนวคิดและมาตรฐานสากล ซึ่งต่อยอดไปสู่การเป็นมรดกอันทรงคุณค่า สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวอุดรธานี และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยเฉพาะการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีในการเป็นพื้นที่แห่งความหวังและการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมกล่าวชื่นชมหน่วยงานทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันเตรียมความพร้อมและจัดงานครั้งนี้

 

ศ.ดร.ยศชนัน ยังระบุว่า การจัดงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปลูกต้นไม้หรือปลูกดอกไม้ แต่เป็นการร่วมกันปลูก 3 สิ่งสำคัญให้กับชาวอุดรธานี ได้แก่ การปลูกชีวิตให้กับธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูความสมบูรณ์และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของจังหวัดอุดรธานีในเวทีโลก การปลูกเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับเกษตรกรและชุมชน และ การปลูกอนาคตให้กับลูกหลาน ผ่านเทคโนโลยี นวัตกรรม และวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการเรียนรู้นอกห้องเรียนและมหาวิทยาลัย ผ่านพื้นที่เรียนรู้จริง หรือ Living Lab

 

ทั้งนี้ ในนามตัวแทนรัฐบาล นายยศชนันได้เชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาเยี่ยมชมและเรียนรู้ความก้าวหน้าด้านพืชสวน พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดอุดรธานี รวมถึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนช่วยเผยแพร่เรื่องราวและความยิ่งใหญ่ของมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

 

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิด ประธานในพิธีพร้อมคณะได้ขึ้นรถรางพลังงานไฟฟ้า (EV) เยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนที่สะท้อนแนวคิดการจัดงานที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยภายในพื้นที่มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ตามจุดต่างๆ เพื่อนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน สะท้อนการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับการจัดงานขนาดใหญ่ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

 

มหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้จัดขึ้นบนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ โดยมีจุดเด่นคือการจัดงานบนพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งถือเป็นแห่งแรกของโลก ภายในรวบรวมสวนนานาชาติ 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ รวมถึงสวนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไทยอีก 16 สวน ตลอดจนสวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสความหลากหลายของพืชพรรณจากทั่วโลก ทั้งต้นไม้หายากและพรรณไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

 

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคืออาคารจำลองวัดป่าภูก้อน สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาของจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ ‘กำเนิดอุดรธานี 134 ปี’ ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และพัฒนาการของจังหวัด โดยตัวเลข 134 ปียังเป็นที่มาของระยะเวลาการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกในครั้งนี้ ซึ่งจัดต่อเนื่องรวมทั้งสิ้น 134 วัน

 

ขณะที่การนำเสนออัตลักษณ์ท้องถิ่นเป็นอีกส่วนที่สร้างสีสันให้กับงาน ผ่านพื้นที่อีสานเนทีฟที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรม อาหาร และภูมิปัญญาของชาวอีสาน โดยผสมผสานเรื่องราวดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร

 

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นเมนูอาหารสร้างสรรค์ อาทิ ข้าวเม่า พัฟเฟิลโยเกิร์ตไข่ผำ และเมี่ยงบัวแดง สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของพืชพรรณและทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์อาหารรูปแบบใหม่ ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดอาหารแห่งอนาคต

 

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 รวมระยะเวลาการจัดงาน 134 วัน บัตรเข้าชมราคาคนละ 199 บาท ส่วนประชาชนที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดอุดรธานี เมื่อซื้อบัตรแล้วสามารถเข้าชมได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตลอดระยะเวลาการจัดงาน

 

ผู้เข้าชมสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือโดยสารรถไฟมายังบริเวณพื้นที่จัดงานได้ โดยมหกรรมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงความงดงามของพรรณไม้จากทั่วโลก แต่ยังเป็นเวทีที่เชื่อมโยงธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อสะท้อนศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีในการก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

บรรยากาศพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 1บรรยากาศพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 2บรรยากาศพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 3บรรยากาศพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 4บรรยากาศพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 5บรรยากาศพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 6บรรยากาศพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 7บรรยากาศพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 8บรรยากาศพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 9บรรยากาศพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 10บรรยากาศพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 11

The post ยศชนัน-จุลพันธ์-วัชระพล เปิดมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ชู 3 ภารกิจ ‘ปลูกชีวิต ปลูกเศรษฐกิจ ปลูกอนาคต’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์ยันไร้ดีลลับทักษิณแลกโหวต บอกพรรคร่วมยังแน่น ยังไร้สัญญาณจากนายกฯ เปลี่ยนพรรคร่วม มอง รมต.คุม ก.เกษตร ทำงานดี https://thestandard.co/julapun-denies-secret-deal-thaksin/ Sun, 01 Nov 2026 05:55:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1274028 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธกระแสข่าวดีลลับแลกเสียงโหวต

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) ที่มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 จุ […]

The post จุลพันธ์ยันไร้ดีลลับทักษิณแลกโหวต บอกพรรคร่วมยังแน่น ยังไร้สัญญาณจากนายกฯ เปลี่ยนพรรคร่วม มอง รมต.คุม ก.เกษตร ทำงานดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธกระแสข่าวดีลลับแลกเสียงโหวต

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) ที่มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวดีลลับระหว่างทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับเงื่อนไขการนิรโทษกรรมเพื่อแลกกับการยกมือโหวตไว้วางใจให้กับรัฐบาล ว่า “ไม่มีดีลครับ แล้วก็ไม่มีดีลลับ ไม่มีดีลในที่แจ้งอะไรทั้งสิ้น ข้อตกลงระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย เราเป็นรัฐบาลร่วมกัน ทำงานร่วมกันเป็นรัฐบาลเต็มที่ ไม่มีความกังวลและไม่มีข้อเท็จจริงใดที่จะต้องทำข้อตกลงเพิ่มเติม เพราะขนาดนี้เราก็ร่วมรัฐบาลกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีเรื่องดีลอะไรใดๆ ซึ่งรัฐบาลมีพรรคหลักอยู่ 2 พรรค ยืนยันว่าไม่มีความหวั่นไหว และตนกับนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันในประเด็นนี้ เราพูดคุยเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น

 

ส่วนกรณี ทักษิณ กับ พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 นั้น จุลพันธ์มองว่า เป็นสิทธิ์ตามกฎหมายของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองและการรัฐประหาร ส่วนจะเข้าข่าย พ.ร.บ.ดังกล่าวหรือไม่ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่จะวินิจฉัย รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในเรื่องนี้

 

จุลพันธ์กล่าวถึงเสถียรภาพของรัฐบาลว่า ความสัมพันธ์ของพรรคร่วมยังคงแน่นแฟ้นและไม่เคยมีการพูดคุยเรื่องปรับเปลี่ยนโครงสร้าง สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ มั่นใจว่า ครม. สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็นเพราะรับรู้ความเคลื่อนไหวร่วมกันมาตลอด และตามมารยาทพรรคร่วมรัฐบาลก็แทบจะเดาทิศทางการลงมติได้อยู่แล้ว ทำให้เสถียรภาพรัฐบาลชุดนี้เต็มเปี่ยม พร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

 

สำหรับกระแสข่าวการดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมเป็นรัฐบาล รวมถึงกระแสการปรับเปลี่ยนในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จุลพันธ์ย้ำว่า มี 2 ประเด็น ประเด็นแรก เป็นสิทธิ์ขาดของนายกรัฐมนตรีในการตัดสินใจ และในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลก็คงไม่ไปก้าวก่าย ส่วนประเด็นที่ 2 การทำงานของรัฐมนตรีแต่ละคนก็ต้องทบทวนตัวเองอยู่ตลอดเวลา โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การขับเคลื่อนที่ผ่านมาก็เรียบร้อยดี เชื่อว่าไม่มีประเด็นใดที่จะกระทบ หรือสั่นไหวการทำงานของรัฐมนตรีที่ทำงานดีอยู่แล้ว

 

“ผมเชื่อว่าไม่มีประเด็นใดๆที่จะมากระทบกระทั่งหรือสั่นไหวการทำงานของรัฐมนตรี ที่ทำงานดีอยู่แล้ว ผมเองก็มีความเชื่อมั่นเช่นนี้ ส่วนการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ของการร่วมรัฐบาล เป็นสิทธิ์ขาดของท่านนายกรัฐมนตรี หากจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น แน่นอนว่าต้องมีการพูดคุยกัน เราเป็นพรรคร่วม ฉะนั้นต้องมีสัญญาณจากท่านนายกรัฐมนตรี แต่เรียนเลยว่าในขณะนี้ ยังไม่มีการพูดคุย” จุลพันธ์กล่าว

 

ส่วนการทำงานของ 3 ของกระทรวงเกษตรฯ นั้น จุลพันธ์กล่าวว่า ทำงานได้ดี ทุกคนมีความพยายามตั้งใจ เรามีรัฐมนตรีว่าการที่มากประสบการณ์ ดูกระทรวงใหญ่มาหลายกระทรวง ขณะที่รัฐมนตรีช่วยทั้งสองคน เป็นรัฐมนตรีใหม่ แต่มีความตั้งใจขับเคลื่อนงานที่เป็นรูปธรรม ฉะนั้นพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มองถึงเหตุจำเป็นใดๆที่จะมีการขยับขยาย

 

เมื่อถามถึงที่ในช่วงปลายปีจะมีประเด็นเรื่องของการเลิกจ้างแรงงานและเรียกร้องโบนัส ส่วนตัวมองเรื่องนี้อย่างไร จุลพันธ์ระบุว่า ตัวเลขการว่างงานของไทยอยู่ในระดับที่ต่ำมาก โดยกระทรวงแรงงานมุ่งเน้นนโยบาย Up-skill และ Re-skill เพื่อพัฒนาทุนมนุษย์และเพิ่มผลิตภาพแรงงานให้สอดรับกับเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ส่วนการรับรองบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ ทาง กกต. โดยปลัดกระทรวงแรงงาน ได้นัดประชุมช่วงต้นเดือนนี้ และหลังประชุมจะมีความชัดเจนแน่นอน โดยยืนยันว่าการประชุมบอร์ดครั้งถัดไปจะเป็นชุดใหม่อย่างแน่นอน

The post จุลพันธ์ยันไร้ดีลลับทักษิณแลกโหวต บอกพรรคร่วมยังแน่น ยังไร้สัญญาณจากนายกฯ เปลี่ยนพรรคร่วม มอง รมต.คุม ก.เกษตร ทำงานดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส.พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกต ครม. รับทุนจีนพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิล กังวลเปิดช่องไทยเป็นปลายทางขยะพิษ https://thestandard.co/peoples-party-concerns-china-recycling-fund/ Sun, 01 Nov 2026 05:50:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1274025 นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรคประชาชน แถลงตั้งข้อสังเกตมติ ครม. รับทุนจีนพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิล

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรคป […]

The post สส.พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกต ครม. รับทุนจีนพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิล กังวลเปิดช่องไทยเป็นปลายทางขยะพิษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรคประชาชน แถลงตั้งข้อสังเกตมติ ครม. รับทุนจีนพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิล

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมรับเงินสนับสนุนจากกองทุนพิเศษกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิล โดยแสดงความกังวลว่าโครงการดังกล่าวอาจเป็นช่องโหว่ให้ประเทศไทยกลายเป็นพื้นที่รองรับขยะอันตรายจากต่างประเทศ

 

สืบเนื่องจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเห็นชอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมลงนามความตกลงกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อรับเงินสนับสนุนจำนวน 375,900 ดอลลาร์สหรัฐ ในการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรีไซเคิลในอนุภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง มุ่งเน้นการจัดการและรีไซเคิลแบตเตอรี่รถยนต์ แผงโซลาร์เซลล์ และขยะอิเล็กทรอนิกส์

 

นฤมาศระบุว่า แม้รัฐบาลจะนำเสนอโครงการนี้ในฐานะก้าวสำคัญสู่อุตสาหกรรมสีเขียว แต่ในฐานะผู้แทนราษฎรในพื้นที่อำเภอศรีราชาและเกาะสีชัง ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือแหลมฉบังอันเป็นประตูหลักในการขนถ่ายสินค้า จึงมีข้อกังวลและคำถามต่อทิศทางนโยบายดังกล่าว

 

ย้อนแย้งนโยบายจีนปิดประตูรับขยะต่างชาติ

 

นฤมาศเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบนโยบายของประเทศผู้ให้ทุนอย่างจีน พบว่าจีนได้บังคับใช้นโยบาย ‘ดาบแห่งชาติ’ (National Sword) มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 และยกระดับเป็นการห้ามนำเข้าขยะและของเสียทุกประเภทโดยเด็ดขาด ครอบคลุมขยะอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจร เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า และแบตเตอรี่ โดยผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึงราว 24 ล้านบาท และอาจมีโทษจำคุกตลอดชีวิตหากลักลอบนำเข้าขยะอันตรายร้ายแรง

 

นโยบายนี้สะท้อนว่าจีนเลือกจัดการขยะของตนเองภายในประเทศและปิดรับขยะจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง แต่ภูมิภาคอาเซียนกลับถูกชักชวนผ่านกองทุนนี้ให้ยกระดับอุตสาหกรรมดังกล่าวขึ้นมารองรับแทน

 

นฤมาศกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ประเทศไทยจะมีความจำเป็นต้องพัฒนาระบบรีไซเคิลเพื่อรองรับขยะจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและแผงโซลาร์เซลล์ที่เพิ่มขึ้นภายในประเทศ แต่การพัฒนาอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาคโดยปราศจากหลักประกันว่าต้องใช้วัตถุดิบในประเทศเท่านั้น อาจทำให้ไทยซ้ำรอยปัญหาการลักลอบนำเข้าขยะพิษปะปนกับเศษโลหะ ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่มีการอนุญาตให้เปิดโรงงานรีไซเคิลและหลอมโลหะในปี 2559

 

ตั้งคำถามระบบตรวจสอบ-ขยะตกค้าง 5 ล้านกิโลกรัม

 

นอกจากนี้ นฤมาศยังตั้งคำถามถึงความพร้อมของระบบตรวจสอบภาครัฐ โดยอ้างอิงสถิติในปีงบประมาณ 2569 ว่า กรมศุลกากรสามารถจับกุมของเสียอันตรายและขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้รวม 10.29 ล้านกิโลกรัม แต่สามารถผลักดันกลับประเทศต้นทางได้เพียง 5.29 ล้านกิโลกรัม ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์อีกประมาณ 5 ล้านกิโลกรัมถูกจัดเก็บหรือกำจัดที่ใด ซึ่งยังคงไม่มีความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ขณะเดียวกัน ประชาชนในจังหวัดระยองและปราจีนบุรียังคงได้รับผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากโรงงานและโกดังเก็บกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย การเร่งขยายอุตสาหกรรมรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ซึ่งมีโลหะหนักและสารเคมีอันตราย ในภาวะที่กรมศุลกากรยอมรับว่าไม่สามารถตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ได้ครบทุกตู้ จึงเปรียบเสมือนการสร้างความเสี่ยงใหม่บนระบบที่ยังไม่รัดกุมเพียงพอ

 

จากข้อกังวลทั้งหมด นฤมาศได้เรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงและดำเนินการใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่

 

  1. ชี้แจงให้ชัดเจนว่าโครงการที่ได้รับทุนนี้จะนำไปสู่การอนุญาตให้นำเข้าแบตเตอรี่ใช้แล้ว แผงโซลาร์เซลล์เก่า หรือขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศเข้าไทยหรือไม่ และหากไม่มีนโยบายดังกล่าว จะมีการกำหนดหลักประกันทางกฎหมายในกรอบนโยบายอย่างไร
  2. เปิดเผยผลการศึกษาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นจากโครงการนี้ต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส
  3. เร่งแก้ไขและปฏิรูประบบการกำกับดูแลขยะพิษที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการติดตามขยะพิษ 5 ล้านกิโลกรัมที่ตกค้าง การเก็บกู้กากสารพิษจากโรงงานผิดกฎหมาย และการตรวจสุขภาพประชาชนรอบพื้นที่อุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ
  4. เร่งตัดสินใจต่อข้อเสนอมาตรการห้ามนำเข้าเศษโลหะและเศษยางจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันยังรอการดำเนินการจากกระทรวงพาณิชย์

 

“ความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องเป็นความร่วมมือที่ทำให้ประเทศไทยจัดการขยะของตัวเองได้ดีขึ้น ไม่ใช่ความร่วมมือที่เปิดทางให้ประเทศไทยกลายเป็นที่รองรับขยะในสิ่งที่ประเทศผู้ให้ทุนเองยังไม่ยอมรับเข้าประเทศ” นฤมาศกล่าว

The post สส.พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกต ครม. รับทุนจีนพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิล กังวลเปิดช่องไทยเป็นปลายทางขยะพิษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ฟีฟ่า’ พงศภัค สร้างประวัติศาสตร์ นักกอล์ฟไทยคนแรกป้องกันแชมป์ AAC คว้าตั๋วลุย The Masters & The Open 2027 https://thestandard.co/fifa-laopakdee-wins-aac-championship/ Sun, 01 Nov 2026 05:43:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1274019 ฟีฟ่า พงศภัค เหล่าภักดี ชูถ้วยแชมป์ Asia-Pacific Amateur Championship

‘ฟีฟ่า’ พงศภัค สร้างประวัติศาสตร์ นักกอล์ฟไทยคนแรกป้องก […]

The post ‘ฟีฟ่า’ พงศภัค สร้างประวัติศาสตร์ นักกอล์ฟไทยคนแรกป้องกันแชมป์ AAC คว้าตั๋วลุย The Masters & The Open 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟีฟ่า พงศภัค เหล่าภักดี ชูถ้วยแชมป์ Asia-Pacific Amateur Championship

‘ฟีฟ่า’ พงศภัค สร้างประวัติศาสตร์ นักกอล์ฟไทยคนแรกป้องกันแชมป์ AAC คว้าตั๋วลุย The Masters & The Open 2027

 

‘ฟีฟ่า’ พงศภัค เหล่าภักดี นักกอล์ฟสมัครเล่นชาวไทยวัย 21 ปี สร้างผลงานยอดเยี่ยมด้วยการคว้าแชมป์ Asia-Pacific Amateur Championship 2026 ที่สนาม Te Arai Links ประเทศนิวซีแลนด์ หลังทำสกอร์รวม 4 วัน 6 อันเดอร์พาร์ 278 จากผลงาน 63, 72, 73 และ 70 สโตรก

 

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ฟีฟ่าป้องกันแชมป์จากปี 2025 ได้สำเร็จ พร้อมกลายเป็นนักกอล์ฟคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์รายการนี้ 2 ปีติดต่อกัน ต่อจาก ฮิเดกิ มัตสึยามะ นักกอล์ฟชาวญี่ปุ่นที่เคยทำไว้ในปี 2010 และ 2011

 

นอกจากนี้ การคว้าแชมป์ยังทำให้ฟีฟ่าได้รับสิทธิ์ลงแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์ 2 รายการในปี 2027 ได้แก่ The Masters ที่สนาม Augusta National สหรัฐอเมริกา และ The Open Championship ที่สนาม St Andrews ประเทศสกอตแลนด์ โดยจะเป็นการกลับไปสัมผัสเวทีเมเจอร์ทั้งสองรายการเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

 

ภาพ: aac_golf

The post ‘ฟีฟ่า’ พงศภัค สร้างประวัติศาสตร์ นักกอล์ฟไทยคนแรกป้องกันแชมป์ AAC คว้าตั๋วลุย The Masters & The Open 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมญี่ปุ่นผลักดันให้ปลด ‘เมียนมา’ ออกจากแบล็กลิสต์การเงินโลก https://thestandard.co/japan-pushes-fatf-remove-myanmar-blacklist/ Sun, 01 Nov 2026 05:37:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1274016 ภาพประกอบความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นและเมียนมากับการผลักดันทางการเงิน

ญี่ปุ่นกำลังผลักดันให้คณะทำงานดำเนินมาตรการทางการเงิน ( […]

The post ทำไมญี่ปุ่นผลักดันให้ปลด ‘เมียนมา’ ออกจากแบล็กลิสต์การเงินโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นและเมียนมากับการผลักดันทางการเงิน

ญี่ปุ่นกำลังผลักดันให้คณะทำงานดำเนินมาตรการทางการเงิน (Financial Action Task Force: FATF) ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลอาชญากรรมทางการเงินระดับโลก ถอดเมียนมาออกจากบัญชีดำ (Blacklist) เพื่อยกเลิกข้อกำหนดที่บังคับให้ประเทศสมาชิกต้องใช้มาตรการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินกับเมียนมาอย่างเข้มงวด (Enhanced Due Diligence)

 

เมียนมาถูกจัดอยู่ในบัญชีดำของ FATF มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022 หลังเหตุการณ์รัฐประหารและสงครามกลางเมือง ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการค้ายาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Scam Centers) ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยปัจจุบันประเทศที่ติดบัญชีดำมีเพียงเมียนมา อิหร่าน และเกาหลีเหนือเท่านั้น

 

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า บางประเทศเริ่มกลับมาปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมาและฟื้นสัมพันธ์ทางการทูต (Re-Engagement) หลังจากโดดเดี่ยวมานาน โดยมีรายงานว่า ชาติมหาอำนาจในเอเชียอีกแห่งก็ร่วมผลักดันเรื่องนี้ ขณะที่สหรัฐฯ เองก็เพิ่งเปิดการเจรจาตรงระดับสูงกับเมียนมา ซึ่งตามมาด้วยการหารือลับที่โตเกียวเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

 

ทำไมญี่ปุ่นถึงพยายามเอา ‘เมียนมา’ ออกจากแบล็กลิสต์?

 

สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า เหตุผลสำคัญที่รัฐบาลญี่ปุ่นผลักดันประเด็นนี้ เนื่องมาจากต้องการคุ้มครองและอำนวยความสะดวกแก่ภาคเอกชนญี่ปุ่น ขณะนี้บริษัทเอกชนของญี่ปุ่นยังคงมีฐานธุรกิจและการลงทุนขนาดใหญ่ในเมียนมา แม้บริษัทชาติตะวันตกจำนวนมากจะถอนตัวออกไปหลังการรัฐประหารปี 2021 การถอดออกจากบัญชีดำจะช่วยลดอุปสรรคและขั้นตอนการตรวจสอบทางการเงินที่ยุ่งยาก ทำให้ภาคธุรกิจญี่ปุ่นดำเนินธุรกรรมได้สะดวกยิ่งขึ้น

 

อีกทั้งยังเป็นการช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของเมียนมา ทางการญี่ปุ่นเชื่อว่าการผ่อนคลายมาตรการทางการเงินของ FATF จะช่วยเปิดทางให้ประเทศต่างๆ กลับมาทำธุรกิจกับเมียนมาได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเมียนมา

 

นอกจากนี้ยังเป็นการดึงเมียนมากลับเข้าสู่ความสัมพันธ์สากล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทางการทูตของญี่ปุ่นและบางประเทศ ที่ต้องการลดการโดดเดี่ยวและดึงรัฐบาลทหารเมียนมากลับเข้าสู่ระบบการค้าและความร่วมมือทางการทูตระดับสากลอีกครั้ง ภายหลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นเผชิญกับคำถามและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ เนื่องจากเมียนมาภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารยังคงมีปัญหาด้านการฟอกเงิน เครือข่ายการเงินผิดกฎหมาย ศูนย์คอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติตามแนวชายแดน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า เมียนมายังไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินอย่างเพียงพอ

 

ภาพ: Rie Kikuchi / Pool / Reuters, Thinh Tien Nguyen / File Photo

 

อ้างอิง:

The post ทำไมญี่ปุ่นผลักดันให้ปลด ‘เมียนมา’ ออกจากแบล็กลิสต์การเงินโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปอศ. รับสอบสวน ‘มูลนิธิองค์กรทำดี’ ชี้เบื้องต้นอาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน https://thestandard.co/ecod-probes-good-deed-foundation/ Sun, 01 Nov 2026 05:35:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1274013 ภาพแฟ้ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปร […]

The post ปอศ. รับสอบสวน ‘มูลนิธิองค์กรทำดี’ ชี้เบื้องต้นอาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแฟ้ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีรับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการดำเนินงานและเส้นทางการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี

 

โดยระบุว่าได้รับคดีไว้ดำเนินการสอบสวนแล้ว ซึ่งเบื้องต้นพบว่าพฤติการณ์อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงินตามที่มีการร้องเรียน

 

รายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. ระบุว่า พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้ร้องทุกข์เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีนี้มีรายละเอียดและข้อมูลเชิงลึกเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนอื่นๆ เพิ่มเติม ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการเรียกตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมาพบ

 

ทั้งนี้ คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าคดีจะมีความคืบหน้าและมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยขณะนี้ชุดพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนกำลังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกัน เพื่อวางกรอบและกำหนดแนวทางในการสอบสวนคดีนี้อย่างรอบคอบต่อไป

 

สำหรับการตรวจสอบดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก บุญยนุช แสงศรี หรือ ออยศรี พร้อมด้วย ภูวกร ศรีเนียน ตัวแทนผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าให้ปากคำและยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ บก.ปอศ. เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานและเส้นทางการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมี ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ดำรงตำแหน่งเป็นประธานมูลนิธิฯ

The post ปอศ. รับสอบสวน ‘มูลนิธิองค์กรทำดี’ ชี้เบื้องต้นอาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจนนี่ BLACKPINK ฉลองฮาโลวีนในลุค เดวอน อาโอกิ จาก 2 Fast 2 Furious https://thestandard.co/jennie-blackpink-halloween-devon-aoki/ Sun, 01 Nov 2026 05:33:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1274010 เจนนี่ BLACKPINK ในชุดคอสตูมวันฮาโลวีนตามลุคของ เดวอน อาโอกิ จากภาพยนตร์ 2 Fast 2 Furious

เจนนี่ สมาชิกวง BLACKPINK สร้างกระแสบนโลกออนไลน์อีกครั้ […]

The post เจนนี่ BLACKPINK ฉลองฮาโลวีนในลุค เดวอน อาโอกิ จาก 2 Fast 2 Furious appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจนนี่ BLACKPINK ในชุดคอสตูมวันฮาโลวีนตามลุคของ เดวอน อาโอกิ จากภาพยนตร์ 2 Fast 2 Furious

เจนนี่ สมาชิกวง BLACKPINK สร้างกระแสบนโลกออนไลน์อีกครั้ง หลังเผยภาพคอสตูมในวันฮาโลวีนในลุคสุดไอคอนิกของ เดวอน อาโอกิ จากภาพยนตร์แฟรนไชส์ Fast & Furious!

 

เดวอน อาโอกิ นางแบบและนักแสดงในช่วงยุค 2000s เป็นน้องสาวของสตีฟ อาโอกิ ดีเจชื่อดัง เธอเริ่มเดินแบบบนรันเวย์ครั้งแรกในปี 1997 ก่อนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในใบหน้าของแบรนด์ Versace ในปีถัดมา ขณะมีอายุเพียง 16 ปี

 

นอกจากผลงานในวงการแฟชั่น เดวอนยังมีผลงานการแสดงในภาพยนตร์หลายเรื่อง โดยบทบาทที่เป็นที่จดจำ ได้แก่ Sin City และ 2 Fast 2 Furious

 

เจนนี่ BLACKPINK ในชุดคอสตูมวันฮาโลวีนตามลุคของ เดวอน อาโอกิ จากภาพยนตร์ 2 Fast 2 Furious 1เจนนี่ BLACKPINK ในชุดคอสตูมวันฮาโลวีนตามลุคของ เดวอน อาโอกิ จากภาพยนตร์ 2 Fast 2 Furious 2เจนนี่ BLACKPINK ในชุดคอสตูมวันฮาโลวีนตามลุคของ เดวอน อาโอกิ จากภาพยนตร์ 2 Fast 2 Furious 3เจนนี่ BLACKPINK ในชุดคอสตูมวันฮาโลวีนตามลุคของ เดวอน อาโอกิ จากภาพยนตร์ 2 Fast 2 Furious 4เจนนี่ BLACKPINK ในชุดคอสตูมวันฮาโลวีนตามลุคของ เดวอน อาโอกิ จากภาพยนตร์ 2 Fast 2 Furious 5เจนนี่ BLACKPINK ในชุดคอสตูมวันฮาโลวีนตามลุคของ เดวอน อาโอกิ จากภาพยนตร์ 2 Fast 2 Furious 6เจนนี่ BLACKPINK ในชุดคอสตูมวันฮาโลวีนตามลุคของ เดวอน อาโอกิ จากภาพยนตร์ 2 Fast 2 Furious 7เจนนี่ BLACKPINK ในชุดคอสตูมวันฮาโลวีนตามลุคของ เดวอน อาโอกิ จากภาพยนตร์ 2 Fast 2 Furious 8เจนนี่ BLACKPINK ในชุดคอสตูมวันฮาโลวีนตามลุคของ เดวอน อาโอกิ จากภาพยนตร์ 2 Fast 2 Furious 9เจนนี่ BLACKPINK ในชุดคอสตูมวันฮาโลวีนตามลุคของ เดวอน อาโอกิ จากภาพยนตร์ 2 Fast 2 Furious 10

 

ภาพ: jennierubyjane / Instagram

The post เจนนี่ BLACKPINK ฉลองฮาโลวีนในลุค เดวอน อาโอกิ จาก 2 Fast 2 Furious appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝรั่งเศสประท้วงระลอกใหม่ จี้แก้วิกฤตค่าครองชีพ-การศึกษา ปะทะเดือดรวบผู้ชุมนุมเกือบ 300 คน https://thestandard.co/france-protests-clashes-cost-of-living/ Sun, 01 Nov 2026 05:27:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1273997 การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมจลาจลและกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสชุมนุมประท้วงระลอกใหม่เมื่อวานนี้ (31 ตุลาคม) โ […]

The post ฝรั่งเศสประท้วงระลอกใหม่ จี้แก้วิกฤตค่าครองชีพ-การศึกษา ปะทะเดือดรวบผู้ชุมนุมเกือบ 300 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมจลาจลและกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสชุมนุมประท้วงระลอกใหม่เมื่อวานนี้ (31 ตุลาคม) โดยมีกลุ่มเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และสหภาพแรงงานเข้าร่วมเดินขบวน โดยมีชนวนเหตุจากกลุ่มนักเรียนมัธยมที่ประท้วงเรื่องสภาพอาคารเรียนที่ถูกละเลย การขาดแคลนครู และระบบการรับเข้ามหาวิทยาลัยที่ไม่เป็นธรรม ก่อนจะขยายวงกว้างไปสู่ประเด็นปัญหาค่าครองชีพ เบื้องต้น ทางการฝรั่งเศสประเมินว่ามีผู้เข้าร่วมทั่วประเทศราว 3.2 แสนคน

 

การเดินขบวนเริ่มขึ้นอย่างสงบ แต่ต่อมาบานปลายเกิดเป็นการปะทะ มีการเผาทำลายถังขยะ ขว้างปาหินและวัตถุเผาไหม้ใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้ตำรวจควบคุมจลาจลต้องใช้แก๊สน้ำตาและกระบองเข้ายับยั้งเหตุ

 

กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสรายงานว่า มีการจับกุมผู้ประท้วงทั่วประเทศอย่างน้อย 290 คน พร้อมวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและสารวัตรทหารราว 70,000 คน และสั่งเคอร์ฟิวห้ามผู้เยาว์เดินทางลำพังบนถนนช็องเซลีเซ หลังเวลา 21.00 น.

 

โดยผู้ประท้วงบางส่วนระบุว่า หมดความเชื่อมั่นในรัฐบาล ขณะที่ เซบาสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสได้เข้าหารือกับสหภาพนักเรียน เพื่อพิจารณามาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพและปัญหาด้านการศึกษา

 

ก่อนที่กระแสการชุมนุมประท้วงจะแพร่กระจายไปยังหลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะที่เยอรมนี สเปนและอิตาลี

 

การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมจลาจลและกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในฝรั่งเศส 1การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมจลาจลและกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในฝรั่งเศส 2การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมจลาจลและกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในฝรั่งเศส 3การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมจลาจลและกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในฝรั่งเศส 4การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมจลาจลและกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในฝรั่งเศส 5

 

ภาพ: Pedro Nunes / Reuters, Abdul Saboor / Reuters

 

อ้างอิง:

The post ฝรั่งเศสประท้วงระลอกใหม่ จี้แก้วิกฤตค่าครองชีพ-การศึกษา ปะทะเดือดรวบผู้ชุมนุมเกือบ 300 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กาก้าหลั่งน้ำตา หลังกลับซานซิโรรับเกียรติเข้าหอเกียรติยศมิลาน https://thestandard.co/kaka-inducted-ac-milan-hall-fame/ Sun, 01 Nov 2026 05:23:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1273989 ริคาร์โด กาก้า ขณะลงสู่สนามซานซิโรเพื่อรับเกียรติเข้าสู่หอเกียรติยศสโมสรเอซี มิลาน

แฟนบอลเอซี มิลาน ได้ฉลองค่ำคืนพิเศษในศึกดาร์บี เดลลา มา […]

The post กาก้าหลั่งน้ำตา หลังกลับซานซิโรรับเกียรติเข้าหอเกียรติยศมิลาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ริคาร์โด กาก้า ขณะลงสู่สนามซานซิโรเพื่อรับเกียรติเข้าสู่หอเกียรติยศสโมสรเอซี มิลาน

แฟนบอลเอซี มิลาน ได้ฉลองค่ำคืนพิเศษในศึกดาร์บี เดลลา มาดอนนินา เมื่อคืนที่ผ่านมา (เสาร์ที่ 31 ตุลาคม) หลัง ริคาร์โด กาก้า ตำนานแนวรุกชาวบราซิล ได้รับเกียรติเข้าสู่หอเกียรติยศของสโมสรก่อนเกมดวลกับอินเตอร์ มิลาน ก่อนที่ทัพปีศาจแดงดำจะคว้าชัยเหนือคู่ปรับร่วมเมือง 3-1 พร้อมหยุดสถิติไร้พ่ายของอินเตอร์ในเซเรีย อา ฤดูกาลนี้

 

กาก้า ซึ่งย้ายจากเซาเปาโลมาร่วมทีมมิลานเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2003 ด้วยวัยเพียง 21 ปี ลงสนามให้สโมสรทั้งหมด 307 นัด ทำได้ 104 ประตู และ 81 แอสซิสต์ จากการค้าแข้งสองช่วงเวลา โดยมีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปี 2007 หลังผิดหวังจากการแพ้ลิเวอร์พูลในนัดชิงชนะเลิศเมื่อปี 2005

 

ปี 2007 ยังเป็นปีทองของกาก้า เมื่อเขาคว้าทั้งรางวัลบัลลงดอร์และนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า โดยยังเป็นนักเตะมิลานคนสุดท้ายที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ก่อนย้ายไปร่วมทีมเรอัล มาดริดในปี 2009 ด้วยค่าตัว 67 ล้านยูโร และกลับมามิลานอีกครั้งแบบไม่มีค่าตัวในฤดูกาล 2013/14

 

ส่วนเกมดาร์บีครั้งนี้ ดิเอโก โมเรรา สวมเสื้อหมายเลข 22 ซึ่งเป็นหมายเลขอันโด่งดังของกาก้า และทำผลงานโดดเด่นด้วยการแอสซิสต์ให้ คริสเตียน พูลิซิช ยิงประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 4 ก่อนจ่ายให้ อาเดรียง ราบิโอต์ ทำประตูที่สองในนาทีที่ 10 แม้อเลสซานโดร บาสโตนี จะยิงตีไข่แตกให้อินเตอร์ในนาทีที่ 22 แต่โมเรรายังทำประตูด้วยฟรีคิกสุดสวยในนาทีที่ 43 ช่วยให้มิลานคว้าชัย 3-1 ด้วย

 

ริคาร์โด กาก้า ขณะลงสู่สนามซานซิโรเพื่อรับเกียรติเข้าสู่หอเกียรติยศสโมสรเอซี มิลาน 1ริคาร์โด กาก้า ขณะลงสู่สนามซานซิโรเพื่อรับเกียรติเข้าสู่หอเกียรติยศสโมสรเอซี มิลาน 2ริคาร์โด กาก้า ขณะลงสู่สนามซานซิโรเพื่อรับเกียรติเข้าสู่หอเกียรติยศสโมสรเอซี มิลาน 3ริคาร์โด กาก้า ขณะลงสู่สนามซานซิโรเพื่อรับเกียรติเข้าสู่หอเกียรติยศสโมสรเอซี มิลาน 4ริคาร์โด กาก้า ขณะลงสู่สนามซานซิโรเพื่อรับเกียรติเข้าสู่หอเกียรติยศสโมสรเอซี มิลาน 5ริคาร์โด กาก้า ขณะลงสู่สนามซานซิโรเพื่อรับเกียรติเข้าสู่หอเกียรติยศสโมสรเอซี มิลาน 6

 

ภาพ: Lega Serie A / X, AC Milan / IG, Marco Luzzani, Claudio Villa / Instagram

The post กาก้าหลั่งน้ำตา หลังกลับซานซิโรรับเกียรติเข้าหอเกียรติยศมิลาน appeared first on THE STANDARD.

]]>