×

ถอด 5 เทรนด์ธุรกิจที่ได้ไปต่อปี 2026 ใครบ้างที่จะอยู่รอดเมื่อเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง

11.01.2026
  • LOADING...

ถ้าการทำธุรกิจเหมือนการเดินทางไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงจุดหมาย ผู้ประกอบการทุกวันนี้ก็คงเหมือนกำลังขับรถฝ่าหมอกหนาฟุ้งจากพิษเศรษฐกิจ สงคราม เงินเฟ้อ ค่าเงินบาท และทุนต่างชาติ บดบังถนนจนแทบไม่เห็นปลายทาง

 

แต่ในอีกแง่ ไม่ได้มีแค่คนที่ล้มหายตายจาก หลายธุรกิจไม่ใช่แค่ไปต่อได้ แต่ทะลุขีดจำกัดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ‘สุกี้ตี๋น้อย’ ที่กำไรทะลุ 1,100 ล้านบาท, ‘ศรีจันทร์’ แบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำอางไทยที่โต 58% ในปีก่อน หรือ ‘KARUN’ ชาไทยพรีเมียมที่โต 60% โกยรายได้จาก 100 ล้านบาท เป็น 160 ล้านบาท ครองใจพนักงานออฟฟิศและคนรุ่นใหม่

 

แน่นอนว่าส่วนหนึ่งอาจเกิดเพราะโชคและจังหวะที่เป็นลมหนุนให้ธุรกิจเหล่านี้ แต่คำถามที่น่าคิดไม่แพ้กัน คืออะไรเป็น ‘จุดร่วม’ ที่ทำให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโตได้

 

นี่คือ 5 เทรนด์ธุรกิจแห่งปี 2026 ที่ไม่ว่าใครก็หยิบมาใช้เป็นอาวุธพลิกเกมในปี 2026 ได้เช่นกัน

 

1. คนรุ่นใหม่มองหาแบรนด์เล็กที่จริงใจ มากกว่าแบรนด์ใหญ่ที่แค่ดัง

 

Gen Z และ Millennials ไม่ได้รักแบรนด์ใหญ่เพราะชื่อเสียงอีกต่อไป พวกเขาตามหาแบรนด์ที่ตรงใจ มีสตอรี กล้าเล่า กล้าแตกต่าง มีข้อผิดพลาดบ้างมากกว่าแบรนด์ที่แค่ดังและสมบูรณ์แบบ

 

Nielsen ผู้นำด้านการวิจัยการตลาด บอกว่า กว่า 72% ของคนรุ่นใหม่ยอมจ่ายแพงขึ้น ถ้าแบรนด์นั้นมีคุณค่า และเกือบ 60% รู้สึกผูกพันกับแบรนด์เฉพาะทางมากกว่าแบรนด์ยักษ์ใหญ่อีกด้วย

 

กรณีของตลาดชาไทยและชาใต้ เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนว่าปัจจุบันมีผู้เล่นรายเล็กที่เข้ามาใหม่จนเริ่มกลายเป็นรายใหญ่ในตลาด เช่น KARUN, KIRIN, ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน, Chongdee Teahouse และแบรนด์อื่นๆ

 

นี่คือโอกาสของแบรนด์ที่ ‘ชัด กล้า เฉพาะ’ และเข้าใจคนแบบ Hyper-Focus ใครมีเรื่องราวที่จริง มีจุดยืนที่ชัด จะครองใจได้ยาวนานกว่าใคร

 

2. ธุรกิจ Wellness ยังไปต่อได้อีกยาว

 

ก้าวสู่ปี 2026 ยิ่งชัดเจนแล้วว่ากลุ่ม Wellness ที่ตื่นตัวกันในปีที่ผ่านมาจะยิ่งเข้มข้นขึ้น ทั้ง Gen Z ที่หันมาสนใจวิ่งกับ Community การเข้าฟิตเนส ทางฟาก Gen Y และ Millennials ก็อินกับกระแส Outdoor Economy อยากปล่อยใจไปกับความสงบ การพักใจกลางป่า ตัดขาดจาก Social Media ไปจนถึง Baby Boomer ทั้งในไทยและต่างประเทศ

 

หนึ่งในตัวอย่างคือ Chiva-Som รีสอร์ตสุขภาพของไทย ก็ฟื้นตัวแรงจากต่างชาติหลังโควิด รายได้ปี 2024 อยู่ที่ 1,800 ล้านบาท และที่น่าสนใจคือมีรายได้จากสาขาในกาตาร์คิดเป็น 28% ของรายได้รวม

 

ในโลกที่ทุกอย่างไม่แน่นอน การดูแลสุขภาพยังคงเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกยอมจ่ายเสมอ

 

3. ของดีจากธรรมชาติไทย ทรัพย์สินทางปัญญาที่ยูนีค

 

Natural IP ไม่ใช่แค่การเอาทรัพยากรมาใช้ แต่มันคือการสร้างมูลค่าจากสิ่งที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

 

แบรนด์ Thai Coco คือหลักฐานว่าถ้าเรารู้จักเล่าเรื่องให้เป็น ธุรกิจไทยจะโตได้แบบไม่ต้องแข่งด้วยราคา พิสูจน์ด้วยการพาน้ำมะพร้าวไทยไปบุกตลาดจีน กวาดรายได้มหาศาลถึง 6,619 ล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่องถึง 41.44% ทั้งที่จีนเป็นประเทศผลิตสินค้าเก่งที่สุดในโลก

 

จีนอาจสร้างโรงงานผลิตได้ สร้างตึกระฟ้าได้ แต่จีนไม่สามารถสร้างสภาพอากาศแบบเมืองไทยได้ ธุรกิจที่รู้จักดึงเอาความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์นี้มาเล่าเรื่องและสร้างมูลค่า จึงสามารถยืนหยัดและเติบโตได้โดยไม่ต้องลงไปเล่นสงครามราคากับใคร

 

4. ธุรกิจต้องรู้จักใช้ความยั่งยืน เป็นใบเบิกทางสู่เวทีโลก

 

Green Supply Chain คือบัตรผ่านด่านสำคัญ ไม่ว่าคุณจะส่งออกยาง หรือทำงานกับบริษัทระดับโลก ทุกอย่างต้องตอบโจทย์เรื่องคาร์บอนและสิ่งแวดล้อม

 

ล่าสุด แม้แต่คู่ค้าของ Apple ก็ต้องมีการจัดการเรื่องคาร์บอนเครดิตเพื่อให้สินค้าผ่านเกณฑ์ Net Zero หรือการส่งออกยางพาราไปยุโรปที่ต้องผ่านมาตรฐาน EUDR ห้ามการตัดไม้ทำลายป่า

 

ธุรกิจที่ปรับตัวเรื่องนี้ได้ก่อน ย่อมมีโอกาสเข้าถึงตลาดพรีเมียมได้ก่อน

 

5. ธุรกิจเล็กที่รู้จักใช้ AI ชนะรายใหญ่ได้ไม่ยาก

 

ท่องไว้ว่า AI ไม่ใช่ของเล่น แต่คืออาวุธลับสำหรับธุรกิจที่ฉลาดพอ

 

คนคนเดียวสามารถทำธุรกิจระดับยูนิคอร์นได้ ถ้าใช้ AI เป็น เพราะมันช่วยลดต้นทุน ขยายไอเดีย และเพิ่มประสิทธิภาพได้มหาศาล

 

นี่คือยุคของ One-Person Unicorn ที่เป็นจริงได้มากกว่าที่คิด

 

เทรนด์ไม่ใช่ทุกอย่าง แต่ทัศนคติและระบบ คือเครื่องยนต์ที่ทำให้ธุรกิจไปได้ไกล

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising