Green Bond Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/green-bond/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 20 Oct 2025 04:31:57 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เซ็นทรัล รีเทล เสนอขาย Green Bond ครั้งแรกของค้าปลีก-ค้าส่งไทย พร้อมออกหุ้นกู้ปกติ รวม 7.5 พันล้านบาท https://thestandard.co/central-retail-first-green-bond/ Mon, 20 Oct 2025 04:31:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1132699 เซ็นทรัล รีเทล เสนอขาย Green Bond ครั้งแรกของค้าปลีก-ค้าส่งไทย พร้อมออก หุ้นกู้ปกติ รวม 7.5 พันล้านบาท

เซ็นทรัล รีเทล เสนอขาย Green Bond ครั้งแรกของค้าปลีก-ค้ […]

The post เซ็นทรัล รีเทล เสนอขาย Green Bond ครั้งแรกของค้าปลีก-ค้าส่งไทย พร้อมออกหุ้นกู้ปกติ รวม 7.5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซ็นทรัล รีเทล เสนอขาย Green Bond ครั้งแรกของค้าปลีก-ค้าส่งไทย พร้อมออก หุ้นกู้ปกติ รวม 7.5 พันล้านบาท

เซ็นทรัล รีเทล เสนอขาย Green Bond ครั้งแรกของค้าปลีก-ค้าส่งไทย พร้อมหุ้นกู้ทั่วไปอีก 2 ชุด ใช้ลงทุนโครงการพลังงานหมุนเวียน รวมมูลค่า 7,500 ล้านบาท ยอดจองทะลุกว่า 4 เท่า

 

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Green Bond เป็นครั้งแรกของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งไทย เพื่อลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) นอกจากนี้ยังเสนอขายหุ้นกู้ทั่วไปอีก 2 ชุด รวมมูลค่าหุ้นกู้ทั้ง 3 ชุด 7,500 ล้านบาท โดยเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน

 

หุ้นกู้ทั้ง 3 ชุด อายุ 3 – 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.63% – 1.93% มูลค่ารวมทั้งสิ้น 7,500 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Green Bond มูลค่า 1,000 ล้านบาท และหุ้นกู้ทั่วไปอีก 2 ชุด มูลค่ารวม 6,500 ล้านบาท โดยมีผู้ลงทุนสถาบันจองซื้อกว่า 30,000 ล้านบาท หรือมากกว่า 4 เท่า

 

การออกหุ้นกู้ของ CRC ในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายที่จะกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ด้วยการปรับโครงสร้างภาระหนี้สินจากระยะสั้นสู่ระยะยาว และสร้างสมดุลระหว่างอัตราดอกเบี้ยคงที่และลอยตัว ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถบริหารต้นทุนทางการเงินได้อย่างเหมาะสม เสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างเงินทุน และเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

สำหรับหุ้นกู้ที่เสนอขายประกอบด้วยหุ้นกู้ 3 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี อัตราคิดลด 1.63% ต่อปี, ชุดที่ 2 อายุ 4 ปี 11 เดือน (Green Bond) อัตราดอกเบี้ย 1.83% ต่อปี และชุดที่ 3 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.93% ต่อปี โดยบริษัทได้แต่งตั้งให้ ธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ โดยแต่งตั้งให้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาด้านโครงสร้างหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Structuring Advisor) ในครั้งนี้

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 CRC ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “AA-” แนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่” ต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน นอกจากนี้ CRC ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นบริษัทที่มีความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ DJSI (Dow Jones Sustainability Index) จัดทำโดย S&P Global โดยติด 3 อันดับแรก ในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีกจากการประเมินบริษัทค้าปลีก 466 แห่งทั่วโลก รวมถึงยังได้รับเลือกเป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีโลกต่อเนื่อง 2 ปีติดต่อกัน และได้รับเลือกเป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่ต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน และในระดับประเทศ CRC ยังอยู่ในดัชนี SET ESG Ratings เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน

 

ปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน CRC เปิดเผยว่า การออก Green Bond ครั้งแรกของเซ็นทรัล รีเทล รวมถึงหุ้นกู้ทั่วไปอีก 2 ชุด ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ลงทุน ซึ่งการเสนอขายครั้งนี้มียอดจองเข้ามามากกว่า 4 เท่าโดยมีวัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้จากการเสนอขาย Green Bond ไปใช้ทดแทนเงินลงทุน หรือค่าใช้จ่ายเดิมของบริษัทที่ได้ใช้ลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน (Renewable energy)

 

โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ผ่านการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, ท็อปส์, ไทวัสดุ และศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด โดยคาดว่าสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 90,000 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี เทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 45,000 ตันต่อปี และในส่วนของเงินอีก 6,500 ล้านบาท ที่ได้รับจากการออกหุ้นกู้ทั่วไปอีก 2 ชุด จะถูกนำไปใช้ชำระคืนเงินกู้บางส่วนแก่สถาบันการเงิน

The post เซ็นทรัล รีเทล เสนอขาย Green Bond ครั้งแรกของค้าปลีก-ค้าส่งไทย พร้อมออกหุ้นกู้ปกติ รวม 7.5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ขาย Green Bond วงเงิน 2 พันล้านบาท อายุ 10 ปี ใช้นับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 ได้ https://thestandard.co/cimb-thai-sold-green-bond/ Tue, 22 Oct 2024 07:50:23 +0000 https://thestandard.co/?p=998857 ซีไอเอ็มบี ไทย

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประกาศขาย Green Bond วงเงิน 2 พัน […]

The post ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ขาย Green Bond วงเงิน 2 พันล้านบาท อายุ 10 ปี ใช้นับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีไอเอ็มบี ไทย

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประกาศขาย Green Bond วงเงิน 2 พันล้านบาท เพื่อระดมเงินทุนสำหรับปล่อยกู้ให้โครงการเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว จ่ายดอกเบี้ยคงที่ 3.90% ต่อปี ขายต่อนักลงทุน PP-II&HNW

 

เจสัน ลีออง ก๊อก ยิว รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ การเงิน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เปิดเผยว่า ธนาคารเสนอขายตราสารด้อยสิทธิเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) วงเงิน 2 พันล้านบาท เพื่อระดมเงินทุนสำหรับปล่อยกู้ให้โครงการเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เป็นตราสารอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.90% ต่อปี และจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ (PP-II&HNW) หน่วยละ 1,000 บาท จองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท (สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่) เปิดจองซื้อและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 21-22 และ 24-25 ตุลาคม 2567 ภายในวันและเวลาทำการของธนาคาร

 

“Green Bond ล็อตนี้ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกลงทุนที่ให้ดอกเบี้ยสูง อีกจุดที่นักลงทุนน่าจะชอบคือจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน และตอบโจทย์นักลงทุนที่กำลังมองหาการลงทุนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะเงินที่ได้จากตราสารชุดนี้เราจะนำไปสนับสนุน Green Project นอกจากนี้ Green Bond ชุดนี้เป็น Bond Combination ระหว่างตราสารเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ถูกนับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 ครั้งแรกในประเทศไทย” 

 

อนึ่ง ตราสารที่นับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 ของธนาคารพาณิชย์ สามารถรองรับผลขาดทุนของผู้ออกตราสารได้เมื่อผู้ออกตราสารมีผลการดำเนินงานที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป โดยสามารถตัดหนี้ตามตราสารเป็นหนี้สูญ (ไม่ว่าทั้งจำนวนหรือบางส่วน) ได้ เมื่อทางการตัดสินใจจะเข้าช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ออกตราสาร ตามรายละเอียดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ภายใต้ข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกตราสารและผู้ถือตราสาร

 

อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน ซีไอเอ็มบี ไทยมีเงินกองทุนแข็งแกร่ง และสูงกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2567 มีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง 18.8% เป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่ระดับ 15.0% และเงินกองทุนชั้นที่ 2 ที่ระดับ 3.8%

 

ข้อมูลเพิ่มเติม: ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันหรือการค้ำประกัน มีผู้แทนผู้ถือตราสาร ซึ่งผู้ออกตราสารมีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด ความเสี่ยงของตราสารระดับ 7 อันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท ‘AA-(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิต ‘Stable’ อันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร ‘A(tha)’ โดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2567

The post ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ขาย Green Bond วงเงิน 2 พันล้านบาท อายุ 10 ปี ใช้นับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นฤมลตั้งเป้าภายในปี 2573 ไทยลดก๊าซเรือนกระจกได้ร้อยละ 30 เร่งศึกษาออกพันธบัตรหนุนตลาด ESG Bond https://thestandard.co/thailand-reduce-greenhouse-gases-by-30-percent-goal/ Wed, 25 Oct 2023 09:27:20 +0000 https://thestandard.co/?p=858417 นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กับ เซอร์โรเบิร์ต สเธแมน

วันนี้ (25 ตุลาคม) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้า […]

The post นฤมลตั้งเป้าภายในปี 2573 ไทยลดก๊าซเรือนกระจกได้ร้อยละ 30 เร่งศึกษาออกพันธบัตรหนุนตลาด ESG Bond appeared first on THE STANDARD.

]]>
นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กับ เซอร์โรเบิร์ต สเธแมน

วันนี้ (25 ตุลาคม) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยภายหลังการหารือแนวทางการออก Green Bond กับ เซอร์โรเบิร์ต สเธแมน ซีอีโอของ UK Debt Management Office และคณะ ณ สำนักงาน UK Debt Management Office กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรว่า ตามที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีดำริเรื่องนโยบายเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามแนวทาง UN SDGs 

 

นวัตกรรมด้านแหล่งเงินทุนที่สามารถนำมาดำเนินโครงการภายใต้นโยบายดังกล่าว ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยประเทศไทยตั้งเป้าหมายเป็นประเทศที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และเป็นประเทศปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2608 ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ประเทศไทยได้กำหนดเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศ (Nationally Determined Contribution: NDC) ให้สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ร้อยละ 30 ภายในปี 2573

 

ศ.ดร.นฤมลกล่าวว่า จากการหารือได้เรียนรู้รูปแบบโครงการที่ดำเนินงานได้อย่างสัมฤทธิ์ผลในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากสหราชอาณาจักรที่สอดคล้องกับแนวทางดำเนินโครงการตามนโยบายรัฐบาลไทยเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น โครงการสนับสนุนผู้ขับขี่ในการใช้รถ EV โครงการร่วมทุนกับภาคเอกชนในการติดตั้งสถานีชาร์จรถ EV โครงการร่วมทุนในการผลิตพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน และโครงการสนับสนุนการปลูกไม้มีค่าบนที่ดินเพื่อทำการเกษตร เป็นต้น 

 

รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้ดำเนินโครงการจนประสบความสำเร็จ มุ่งสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมและจะใช้การเงินสีเขียว (Green Financing) เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน โดยระดมทุนผ่านทางการออกพันธบัตรสีเขียว (Green Gilts) และพันธบัตรออมเงินสีเขียวสำหรับรายย่อย (Retail Green Savings Bonds) เพื่อใช้ในการรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความท้าทายอื่นๆ ด้านสิ่งแวดล้อม ใช้สำหรับการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Jobs) รวมถึงการพิจารณา การคัดเลือก การตรวจสอบ และการรายงานโครงการสีเขียวที่เข้าข่ายได้รับการสนับสนุนด้านการเงินดังกล่าว

 

ศ.ดร.นฤมลกล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาล โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ในฐานะผู้ระดมทุนสำหรับภาครัฐ อยู่ระหว่างการศึกษาการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond) ซึ่งเป็นพันธบัตรที่มีรูปแบบการกำหนด KPI เพื่อบรรลุเป้าหมายด้าน ESG แทนการระบุโครงการที่ออกภายใต้พันธบัตร เพื่อสนับสนุนให้ตลาด ESG Bond มีการเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 

 

โดยมีแผนจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาพัฒน์ เพื่อคัดเลือกวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ตลอดจน KPI ที่เหมาะสมสำหรับการออก Sustainability-Linked Bond และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมของสังคมและประเทศไทยต่อไป

The post นฤมลตั้งเป้าภายในปี 2573 ไทยลดก๊าซเรือนกระจกได้ร้อยละ 30 เร่งศึกษาออกพันธบัตรหนุนตลาด ESG Bond appeared first on THE STANDARD.

]]>
บริษัทเจ้าของ ‘โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี’ ออก Green Bond สกุลเงินบาท 3 ชุด ย้ำธุรกิจไม่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจของ สปป.ลาว https://thestandard.co/xpcl-green-bond-1-2566/ Thu, 12 Oct 2023 06:51:56 +0000 https://thestandard.co/?p=853900 Green Bond

บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด หรือ XPCL ซึ่งเป็นเจ้าขอ […]

The post บริษัทเจ้าของ ‘โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี’ ออก Green Bond สกุลเงินบาท 3 ชุด ย้ำธุรกิจไม่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจของ สปป.ลาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Green Bond

บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด หรือ XPCL ซึ่งเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี และเป็นบริษัทร่วมในเครือของบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower เตรียมที่จะออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสกุลเงินบาท (Green Bond) ครั้งที่ 1/2566 ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ 

 

Green Bond ดังกล่าวมี 3 ชุด อายุ 3-5 ปี มีอัตราดอกเบี้ย 5.15-5.55% ต่อปี โดย XPCL จะนำเงินที่ได้รับไปชำระคืนเงินกู้ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และช่วยลดต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย

 

“ทาง XPCL คาดว่า Green Bond ที่ออกในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่เป็นอย่างดีเช่นเดิม เพราะธุรกิจของ XPCL มีเสถียรภาพทางด้านรายได้ มีผลการดำเนินงานที่มั่นคง และที่สำคัญ XPCL ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เพื่อร่วมสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของประเทศไทยในปี 2593” วรพจน์ อุชุไพบูลย์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในขณะนี้ผู้ลงทุนอาจมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของ สปป.ลาว แต่วรพจน์ย้ำว่า XPCL จะไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยมองว่าธุรกิจผลิตไฟฟ้านั้นถือเป็นรายได้หลักที่สำคัญของ สปป.ลาว ในการเป็น Battery of Asia อีกทั้งบริษัทได้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรัดกุม โดยจัดการกระแสเงินสดที่เกี่ยวกับการดำเนินงานผ่านบัญชีของธนาคารพาณิชย์ไทยที่เปิดในประเทศไทย รวมถึงมีการสำรองเงินสดล่วงหน้าเพื่อให้มีความพร้อมในการชำระดอกเบี้ย จ่ายคืนเงินกู้ และไถ่ถอนหุ้นกู้ ซึ่งบัญชีทั้งหมดก็อยู่ในประเทศไทยเช่นเดียวกัน โดย XPCL มีรายได้เป็นสกุลเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐ และมีค่าใช้จ่ายที่เป็นสกุลเงินกีบในสัดส่วนที่น้อยมาก จึงไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินกีบอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด  

 

XPCL ได้รับสัมปทานจากรัฐบาล สปป.ลาว ให้ออกแบบ พัฒนา ก่อสร้าง และดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี กำลังผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์ ซึ่งไฟฟ้าที่ผลิตได้เกือบทั้งหมดจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีระยะเวลาสัมปทาน 31 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 

 

ทั้งนี้ XPCL ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำได้เฉลี่ยประมาณ 7,400 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี (GWh/Year) ซึ่งจัดเป็นพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เป็นพลังงานสะอาดที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 3.8 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี (tCO2e)

 

ผลการดำเนินงานของ XPCL ในปี 2565 มีรายได้ 16,230 ล้านบาท มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 14,730 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วน EBITDA Margin ร้อยละ 91 และในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 มีรายได้จำนวน 5,211 ล้านบาท มี EBITDA จำนวน 4,567 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วน EBITDA Margin ร้อยละ 88 ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 ของบริษัทอยู่ที่ระดับ 1.8 เท่า ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดหุ้นกู้ที่ให้ดำรงอัตราส่วนดังกล่าวไม่ให้สูงเกิน 3.0 เท่า

The post บริษัทเจ้าของ ‘โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี’ ออก Green Bond สกุลเงินบาท 3 ชุด ย้ำธุรกิจไม่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจของ สปป.ลาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
WHAUP ขายหุ้นกู้-กรีนบอนด์หมดเกลี้ยง 3.5 พันล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อบริษัทและกระแสการลงทุนสีเขียว https://thestandard.co/whaup-green-bond-sold-out/ Fri, 16 Jun 2023 06:08:29 +0000 https://thestandard.co/?p=804415 whaup green bond

บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ประ […]

The post WHAUP ขายหุ้นกู้-กรีนบอนด์หมดเกลี้ยง 3.5 พันล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อบริษัทและกระแสการลงทุนสีเขียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
whaup green bond

บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้วงเงินรวม 3,500 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) จำนวน 500 ล้านบาท ซึ่งได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนสถาบัน-นักลงทุนรายใหญ่เป็นอย่างดี ด้วยความมั่นใจในศักยภาพและปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ตอกย้ำความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำในธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

สมเกียรติ เมสันธสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า บริษัทประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการเสนอขายหุ้นกู้ ครั้งที่ 2/2566 มูลค่ารวม 3,500 ล้านบาท ให้แก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ หลังจากที่เปิดเสนอขายระหว่างวันที่ 12-14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ 2 ราย ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงศรีอยุธยา 

 

ทั้งนี้ บริษัทได้แบ่งการเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวออกเป็น 2 ชุด ประกอบด้วย หุ้นกู้ชุดที่ 1 ซึ่งเป็นหุ้นกู้ปกติ จำนวน 3,000 ล้านบาท มีอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.26% ต่อปี และหุ้นกู้ชุดที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) จำนวน 500 ล้านบาท อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.55% ต่อปี  

 

สำหรับเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ ในส่วนของเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจำนวน 500 ล้านบาท จะนำไปใช้เพื่อทดแทนเงินลงทุนของบริษัทสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้เปิดดำเนินการแล้ว ในขณะที่เงินที่ได้จากหุ้นกู้ปกติจะนำเงินไปชำระคืนหนี้เดิมที่ครบกำหนดและเป็นเงินทุนหมุนเวียน

 

ความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อพื้นฐานธุรกิจ ความแข็งแกร่งทางการเงิน ตลอดจนศักยภาพการเติบโตของบริษัท รวมทั้งยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะดำเนินธุรกิจด้วยการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและมุ่งมั่นสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

 

ทั้งนี้ หุ้นกู้ของบริษัทได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ A- แนวโน้ม ‘คงที่’ โดยอันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงผลการดำเนินงาน ภาพรวมธุรกิจ และสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง รวมถึงกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอของบริษัท 

 

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทยังคงเดินหน้าในการพัฒนาธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานในรูปแบบต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นการใช้นวัตกรรมโซลูชันต่างๆ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ทั้งในด้านสาธารณูปโภครูปแบบใหม่ๆ และด้านพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานสะอาดรูปแบบอื่นๆ 

 

ซึ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำในธุรกิจสาธารณูปโภคและธุรกิจพลังงานอย่างครบวงจร และยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจไปพร้อมๆ กับการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

The post WHAUP ขายหุ้นกู้-กรีนบอนด์หมดเกลี้ยง 3.5 พันล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อบริษัทและกระแสการลงทุนสีเขียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักลงทุนสถาบัน-รายใหญ่แห่ลงทุน SME Green Bond ของ EXIM BANK ดันยอดจองซื้อสูงกว่าวงเงินเสนอขายถึง 2.5 เท่า https://thestandard.co/exim-bank-sme-green-bond/ Tue, 06 Jun 2023 10:16:25 +0000 https://thestandard.co/?p=799961 EXIM BANK

นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่แห่ลงทุน SME Green Bond […]

The post นักลงทุนสถาบัน-รายใหญ่แห่ลงทุน SME Green Bond ของ EXIM BANK ดันยอดจองซื้อสูงกว่าวงเงินเสนอขายถึง 2.5 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
EXIM BANK

นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่แห่ลงทุน SME Green Bond ของ EXIM BANK ดันยอดการจองซื้อสูงกว่าวงเงินที่เสนอขายถึง 2.5 เท่า กรรมการผู้จัดการแบงก์เผย สนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจ BCG ไปแล้วประมาณ 30% ของพอร์ตสินเชื่อรวม หรือราว 50,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายจะขยายสินเชื่อ BCG เป็น 1 แสนล้านบาทภายในปี 2570

 

EXIM BANK ประสบความสำเร็จในการเสนอขายพันธบัตรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อ SME (SME Green Bond) ครั้งแรก ภายใต้กรอบการระดมทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance Framework) อายุ 3 ปี มูลค่ารวม 3,500 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้สนับสนุนสินเชื่อโครงการพลังงานสะอาดให้แก่ผู้ประกอบการกลุ่ม SME โดยมีธนาคารออมสินเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายพันธบัตร และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจำหน่ายพันธบัตร และนายทะเบียนพันธบัตร ซึ่งนักลงทุนชั้นนำในประเทศไทยตอบรับเป็นอย่างดีด้วยยอดการจองซื้อสูงกว่าวงเงินที่เสนอขายถึง 2.5 เท่า ทำให้ระดมทุนได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ดี ท่ามกลางตลาดการเงินที่มีความผันผวนและภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำด้านการเงินสีเขียว เติมเต็ม Green Financial Ecosystem ให้ครบวงจรมากขึ้น

 

ด้าน ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK ออก SME Green Bond เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 โดยเสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ในรูปแบบพันธบัตรประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2569 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.71% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือนตลอดอายุพันธบัตร มูลค่ารวม 3,500 ล้านบาท พันธบัตร SME Green Bond ที่เสนอขายในครั้งนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AAA โดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมั่นคงของ EXIM BANK ต่อเนื่องจากการเสนอขาย Green Bond ในปี 2565 และในปี 2566 ยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุนชั้นนำในประเทศไทย ด้วยยอดการจองซื้อสูงกว่าวงเงินที่เสนอขายถึง 2.5 เท่า ทำให้ EXIM BANK สามารถระดมทุนได้เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีในช่วงที่ตลาดการเงินมีความผันผวนและอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น

 

กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา EXIM BANK ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Economy) ไปแล้วประมาณ 30% ของพอร์ตสินเชื่อรวมของธนาคาร หรือประมาณ 50,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายจะขยายสินเชื่อ BCG ของธนาคารเป็น 1 แสนล้านบาทภายในปี 2570 สนับสนุนการนำพลังงานสะอาดมาใช้พัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการอุปโภคบริโภคและการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

การออกพันธบัตรในครั้งนี้จึงตอกย้ำความมุ่งมั่นของ EXIM BANK ในการบริหารจัดการการเงินอย่างมีความรับผิดชอบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ขยายผลความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนให้ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ นำไปสู่ความร่วมมือระดับชุมชน สังคม และนานาประเทศ เพื่อสร้างโลกที่สะอาดและเติบโตอย่างสมดุลในทุกมิติ

 

ทั้งนี้ EXIM BANK ได้รับรางวัล Best Green Bond ประเภทสถาบันการเงินจากเวทีระดับโลก The Asset Triple A Awards 2022 ที่จัดโดย The Asset นิตยสารการเงินชั้นนำแห่งเอเชีย และรางวัล State Owned Enterprise ESG Bond of the Year จากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (The Thai Bond Market Association: ThaiBMA) จากการออกพันธบัตรเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) จำนวน 2 รุ่น มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท ในปี 2565

 

“ด้วยเป้าหมายสู่การเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน EXIM BANK มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนให้แก่ทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน สร้างผลลัพธ์ที่เป็นเลิศให้แก่ลูกค้า ผู้ประกอบการ ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่ออนาคตที่ดีสู่คนรุ่นหลัง ธนาคารจึงพัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เป็นการลงทุนในระยะยาว เพื่อความยั่งยืนของภาคธุรกิจ เสริมสร้างการพัฒนาสังคม และแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และจุดแข็ง ตลอดจนเครือข่ายพันธมิตร ในการบริหารจัดการการเงินและดำเนินธุรกิจ ที่นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทยและโลกโดยรวม” ดร.รักษ์ กล่าว

The post นักลงทุนสถาบัน-รายใหญ่แห่ลงทุน SME Green Bond ของ EXIM BANK ดันยอดจองซื้อสูงกว่าวงเงินเสนอขายถึง 2.5 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘GULF’ ปิดดีลขายเกลี้ยงหุ้นกู้-Green Bond 2 หมื่นล้าน เผยสถาบัน-รายใหญ่จองล้น 2 เท่า เตรียมนำเงินใช้คืนหนี้-ขยายธุรกิจ https://thestandard.co/gulf-green-bond-deal/ Thu, 30 Mar 2023 09:06:53 +0000 https://thestandard.co/?p=770806 GULF

‘กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี’ แจ้งผลการขายหุ้น ควบ Green Bond วงเ […]

The post ‘GULF’ ปิดดีลขายเกลี้ยงหุ้นกู้-Green Bond 2 หมื่นล้าน เผยสถาบัน-รายใหญ่จองล้น 2 เท่า เตรียมนำเงินใช้คืนหนี้-ขยายธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF

‘กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี’ แจ้งผลการขายหุ้น ควบ Green Bond วงเงินรวม 2 หมื่นล้านบาท หมดทั้งจำนวนเสนอขายเฉพาะ ‘ผู้ลงทุนสถาบัน-ผู้ลงทุนรายใหญ่’ ให้ดอกเบี้ย 2.85-3.92% นำเงินลงทุนขยายธุรกิจ รวมถึงใช้หนี้สถาบันการเงิน

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 บริษัทได้ออกหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีประกัน มูลค่ารวมทั้งสิ้น 2 หมื่นล้านบาท โดยเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน (Institutional Investors) และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) ซึ่งการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ได้รับผลตอบรับจากผู้ลงทุนอย่างมาก 

 

โดยภายหลังจากการสำรวจความต้องการซื้อตราสารหนี้ (Book Building) มีผู้ลงทุนแสดงความสนใจลงทุนในหุ้นกู้มูลค่าเกินกว่า 2 เท่าของมูลค่าการเสนอขายทั้งหมด (Oversubscription)

 

สำหรับหุ้นกู้ที่บริษัทเสนอขายในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 5 ชุด ดังนี้

  • หุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.85% ต่อปี มูลค่า 4.1 พันล้านบาท
  • หุ้นกู้อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี มูลค่า 4.4 พันล้านบาท 
  • หุ้นกู้อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.20% ต่อปี มูลค่า 4.5 พันล้านบาท
  • หุ้นกู้อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.59% ต่อปี มูลค่า 3.5 พันล้านบาท
  • หุ้นกู้อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.92% ต่อปี มูลค่า 3.5 พันล้านบาท 

 

โดยเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ยคงที่ของหุ้นกู้ดังกล่าวเท่ากับ 3.28% และอายุเฉลี่ยหุ้นกู้เท่ากับ 5.6 ปี ซึ่งหุ้นกู้อายุ 5 ปี และ 7 ปี จำนวนรวม 8 พันล้านบาทได้เสนอขายเป็นหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ขณะที่บริษัทมีแผนที่จะนำเงินจากการเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวไปใช้ในการชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายธุรกิจของบริษัท

 

สำหรับครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ GULF ได้ออกเสนอขาย Green Bond โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ไปใช้ในการชำระคืนเงินลงทุนในโครงการ Borkum Riffgrund 2 ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเลในประเทศเยอรมนี โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก จนบริษัทต้องเพิ่มมูลค่าเสนอขายเป็น 8 พันล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 5 พันล้านบาท 

 

ทั้งนี้บริษัทได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ ‘A+’ แนวโน้ม ‘คงที่’ และหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับในระดับ ‘A’ จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด โดยบริษัทได้แต่งตั้งให้ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารทหารไทยธนชาต, ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั่วไป

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ‘GULF’ ปิดดีลขายเกลี้ยงหุ้นกู้-Green Bond 2 หมื่นล้าน เผยสถาบัน-รายใหญ่จองล้น 2 เท่า เตรียมนำเงินใช้คืนหนี้-ขยายธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
EXIM BANK เตรียมออก ‘กรีนบอนด์’ ชุดใหม่อีก 5 พันล้านบาทสำหรับ SMEs สอดรับแผนปั้นพอร์ต 50% เป็นสีเขียวภายใน 3 ปี https://thestandard.co/exim-bank-new-green-bond/ Mon, 30 Jan 2023 12:01:56 +0000 https://thestandard.co/?p=743794

วันนี้ (30 มกราคม) ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดกา […]

The post EXIM BANK เตรียมออก ‘กรีนบอนด์’ ชุดใหม่อีก 5 พันล้านบาทสำหรับ SMEs สอดรับแผนปั้นพอร์ต 50% เป็นสีเขียวภายใน 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 มกราคม) ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เผยเตรียมออกพันธบัตรเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Bond) สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ภายในปีนี้ พร้อมย้ำเป้าหมายทำให้ 50% ของพอร์ตโฟลิโอของ EXIM BANK เป็นสีเขียวภายในอีก 3 ปีข้างหน้า

 

“ก่อนหน้านี้การออกกรีนบอนด์ทำไปเพื่อคนตัวใหญ่ แต่ปีนี้เราจะออกกรีนด์บอนด์เพื่อคนตัวเล็ก เพราะคนตัวเล็กก็สะอาดได้ วันนี้ถ้าคุณอยากให้โลกสะอาด จะจับแต่ส่วนบนของพีระมิดไม่ได้ แต่ต้องจับพีระมิดฐานล่างด้วย” ดร.รักษ์กล่าว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

ในปี 2565 EXIM BANK ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเสนอขายกรีนบอนด์ 2 รุ่น มูลค่ารวม 5 พันล้านบาท โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุนชั้นนำ เพื่อระดมทุนไปใช้สนับสนุนสินเชื่อให้แก่โครงการพลังงานสะอาด

 

โดยสำหรับพันธบัตรรุ่นแรกที่ออกไปในปีก่อนคือ ‘พันธบัตรเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2565 ชุดที่ 1 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2568’ อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.25% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ตลอดอายุพันธบัตร จำนวน 3 ล้านหน่วย คิดเป็นมูลค่า 3 พันล้านบาท

 

ส่วนอีกรุ่นคือ ‘พันธบัตรเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2565 ชุดที่ 2 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2569’ อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยลอยตัว Compounded THOR +0.34% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ตลอดอายุพันธบัตร จำนวน 2 ล้านหน่วย คิดเป็นมูลค่า 2 พันล้านบาท

 

โดยตามข้อมูลเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา EXIM BANK ให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่ธุรกิจเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Economy) ไปแล้วประมาณ 30% ของพอร์ตสินเชื่อรวมของธนาคาร หรือประมาณ 5 หมื่นล้านบาท

 

The post EXIM BANK เตรียมออก ‘กรีนบอนด์’ ชุดใหม่อีก 5 พันล้านบาทสำหรับ SMEs สอดรับแผนปั้นพอร์ต 50% เป็นสีเขียวภายใน 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ออกตราสารหนี้ทั่วโลกเร่งออกบอนด์ในสัปดาห์แรกของปี ‘ฮ่องกง’ เสนอขายกรีนบอนด์สกุลต่างประเทศ ดักอานิสงส์ตลาดฟื้น https://thestandard.co/hong-kong-green-bond/ Wed, 04 Jan 2023 09:01:41 +0000 https://thestandard.co/?p=732731

ผู้ออกตราสารหนี้ทั่วโลกเร่งออกบอนด์ในสัปดาห์แรกของปี รว […]

The post ผู้ออกตราสารหนี้ทั่วโลกเร่งออกบอนด์ในสัปดาห์แรกของปี ‘ฮ่องกง’ เสนอขายกรีนบอนด์สกุลต่างประเทศ ดักอานิสงส์ตลาดฟื้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผู้ออกตราสารหนี้ทั่วโลกเร่งออกบอนด์ในสัปดาห์แรกของปี รวมไปถึง ‘ฮ่องกง’ ที่เสนอขายกรีนบอนด์สกุลเงินต่างประเทศ ทั้งดอลลาร์ ยูโร และหยวน หวังใช้ประโยชน์จากส่วนต่างอัตราผลตอบแทน (Spread) ที่ลดลงเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน นับเป็นสัญญาณว่าตลาดบอนด์กำลังฟื้น

 

วันนี้ (4 มกราคม) สำนักข่าว Bloomberg รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่าฮ่องกงได้เสนอขายพันธบัตรสีเขียวหรือกรีนบอนด์ (Green Bond) สกุลเงินต่างประเทศ ประกอบด้วยดอลลาร์ ยูโร และหยวนที่ซื้อขายนอกประเทศจีน (Offshore Yuan)

 

โดยฮ่องกงเสนอขายกรีนบอนด์สกุลเงินดอลลาร์ถึง 4 ประเภท ได้แก่ อายุ 3 ปี, 5 ปี, 10 ปี และ 30 ปี พร้อมทั้งเสนอขายกรีนบอนด์สกุลเงินหยวนที่ซื้อขายนอกประเทศจีน อายุ 2 ปี และ 5 ปีด้วย นอกจากนี้รัฐบาลฮ่องกงยังเลือกธนาคารที่จะเป็นผู้ขายกรีนบอนด์สกุลเงินยูโรภายในวันนี้ (4 มกราคม) ตามข้อมูลจากแหล่งข่าว

 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเช่นกันว่าฮ่องกงตั้งเป้าระดมทุน 5 พันล้านดอลลาร์ ผ่านการออกกรีนบอนด์ครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ขนาดและอายุสำหรับการออกกรีนบอนด์นี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยขึ้นอยู่กับความต้องการของนักลงทุน

 

การเสนอขายกรีนบอนด์ของฮ่องกงครั้งนี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสที่ผู้ออกตราสารหนี้ทั่วโลกเร่งการเสนอขายในช่วงสัปดาห์แรกของปี เพื่อหวังใช้ประโยชน์จากส่วนต่างอัตราผลตอบแทน (Spread) ที่ลดลง เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน นอกจากนี้สำหรับผู้ออกตราสารหนี้สกุลเงินต่างประเทศในเอเชีย ก็หวังใช้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของดอลลาร์ด้วย

 

ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้วตลาดตราสารหนี้ได้ขาดทุนอย่างหนัก เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้ผลตอบแทนของพันธบัตรมีความน่าสนใจลดลง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทน (Spread) ของพันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์ในเอเชีย ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น ลดลงแคบที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2022 แล้ว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post ผู้ออกตราสารหนี้ทั่วโลกเร่งออกบอนด์ในสัปดาห์แรกของปี ‘ฮ่องกง’ เสนอขายกรีนบอนด์สกุลต่างประเทศ ดักอานิสงส์ตลาดฟื้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยอดขาย กรีนบอนด์ ผงาดอีกครั้ง แตะระดับสูงสุดรอบ 4 เดือน ท่ามกลางความผันผวนในตลาดตราสารหนี้ https://thestandard.co/green-bonds-defy/ Thu, 06 Oct 2022 06:21:05 +0000 https://thestandard.co/?p=691896 Green Bond

ยอดขาย กรีนบอนด์ (Green Bond) ทั่วโลกในเดือนกันยายน เพิ […]

The post ยอดขาย กรีนบอนด์ ผงาดอีกครั้ง แตะระดับสูงสุดรอบ 4 เดือน ท่ามกลางความผันผวนในตลาดตราสารหนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Green Bond

ยอดขาย กรีนบอนด์ (Green Bond) ทั่วโลกในเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แม้ตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกกำลังเผชิญกับความผันผวนเพิ่มขึ้น

 

ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg แสดงให้เห็นว่า เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา บริษัทและรัฐบาลทั่วโลกสามารถระดมเงินได้มากกว่า 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ผ่านการออกกรีนบอนด์ หรือตราสารหนี้เพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นตราสารหนี้ที่มีการเสนอขายมากที่สุดในบรรดาตราสารหนี้ยั่งยืนทั้งหมด (ESG Bond) โดยตัวเลขดังกล่าวยังสูงกว่ายอดขายเมื่อเดือนสิงหาคมที่มากกว่า 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ แม้ว่าการออกกรีนบอนด์โดยรวมในสหรัฐอเมริกาและยุโรปจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือนกันยายน เนื่องจากธนาคารกลางทั่วโลกได้เพิ่มระดับการต่อสู้กับเงินเฟ้อ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ท่ามกลางความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคุมเข้มนโยบายการเงินมากเกินไป จนอาจทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยได้ ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงร่วงหนักในเดือนที่แล้ว และทำให้การขายพันธบัตรใหม่ทำได้ยากขึ้น โดยการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ระดับ Investment Grade ของสหรัฐฯ ก็พลาดเป้าประมาณการไป 47%

 

ข้อมูลเหล่านี้พิสูจน์ว่ากรีนบอนด์ไม่เพียงดึงดูดนักลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เท่านั้น แต่ยังดึงดูดนักลงทุนรายอื่นๆ ที่คุ้นเคยกับผู้ออกตราสารหนี้ด้วย

 

Andrew Karp หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้าน ESG ให้แก่องค์กรและวาณิชธนกิจระดับโลกจาก Bank of America ระบุว่า พันธบัตรที่ดึงดูดกลุ่มนักลงทุนในช่วงที่ตลาดผันผวนมักจะประสบความสำเร็จมากที่สุด

 

ขณะที่การออกกรีนบอนด์ในยุโรปก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนช่วยกระตุ้นยอดขายในเดือนที่แล้ว โดย Karp กล่าวว่า Citigroup ในอิตาลี และ European Investment Bank ก็เป็นหนึ่งในผู้ออกตราสารหนี้โดดเด่น ที่มียอดการเสนอขายตราสารหนี้มูลค่าเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน

 

อย่างไรก็ตาม ยอดขายตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสังคมและความยั่งยืน รวมถึงการปล่อยเงินกู้ และการออกพันธบัตรที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนกลับลดลงเมื่อเดือนที่แล้ว ขณะที่การออกสินเชื่อสีเขียวยังคงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

 

อ้างอิง:

The post ยอดขาย กรีนบอนด์ ผงาดอีกครั้ง แตะระดับสูงสุดรอบ 4 เดือน ท่ามกลางความผันผวนในตลาดตราสารหนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: นักลงทุนขานรับแนวคิด ESG แห่จอง Green Bond ดันยอดซื้อ ล้นจองในเดือนที่ผ่านมา https://thestandard.co/morning-wealth-22082022-3/ Mon, 22 Aug 2022 08:23:20 +0000 https://thestandard.co/?p=670186

การระดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นกู้ยั่งยืน หรือ Green Bond […]

The post ชมคลิป: นักลงทุนขานรับแนวคิด ESG แห่จอง Green Bond ดันยอดซื้อ ล้นจองในเดือนที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>

การระดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นกู้ยั่งยืน หรือ Green Bond ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มนักลงทุนทั่วไปและนักลงทุนสถาบัน โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัท SSE ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้าน Utility ของยุโรป เสนอขายหุ้นกู้ยั่งยืนอายุ 7 ปี ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีอย่างมาก เช่นเดียวกับ เจนเนอรัล มอเตอร์ส ที่เสนอขายหุ้นกู้ยั่งยืน มูลค่า 2.25 พันล้านดอลลาร์ แต่มียอดซื้อสูงกว่ามูลค่าเสนอขายถึง 3 เท่า

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: นักลงทุนขานรับแนวคิด ESG แห่จอง Green Bond ดันยอดซื้อ ล้นจองในเดือนที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระแสหุ้นกู้ยั่งยืนบูม! นักลงทุนขานรับแนวคิด ESG แห่จอง Green Bond ดันยอดซื้อ ‘ล้นจอง’ ในเดือนที่ผ่านมา https://thestandard.co/esg-green-bond/ Sun, 21 Aug 2022 03:24:26 +0000 https://thestandard.co/?p=669851 ESG

การะดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นกู้ยั่งยืน หรือ Green Bond ไ […]

The post กระแสหุ้นกู้ยั่งยืนบูม! นักลงทุนขานรับแนวคิด ESG แห่จอง Green Bond ดันยอดซื้อ ‘ล้นจอง’ ในเดือนที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ESG

การะดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นกู้ยั่งยืน หรือ Green Bond ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มนักลงทุนทั่วไปและนักลงทุนสถาบัน โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัท SSE ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้าน Utility ของยุโรป เสนอขายหุ้นกู้ยั่งยืนอายุ 7 ปี ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีอย่างมาก เช่นเดียวกับ เจนเนอรัล มอเตอร์ส ที่เสนอขายหุ้นกู้ยั่งยืน มูลค่า 2.25 พันล้านดอลลาร์ แต่มียอดซื้อสูงกว่ามูลค่าเสนอขายถึง 3 เท่า 

 

Bloomberg รายงานว่า การระดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นกู้ยั่งยืน หรือ Green Bond ได้รับการตอบรับที่ดีเมื่อเทียบกับหุ้นกู้ปกติ โดยมูลค่าระดมทุนลดลงเพียง 3% ขณะที่หุ้นกู้ปกติลดลง 19% 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ซูซาน บารอน หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนด้านความยั่งตลาดทุนโลกที่ บริษัท บาร์เคลยส์ (Barclays Plc) กล่าวว่า ตอนนี้ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับแนวคิด ESG มีแนวโน้มที่จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากกว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั่วไป ดูได้จากยอดจองซื้อที่มากกว่ามูลค่าเสนอขาย 

 

โดยล่าสุด บริษัท SSE ซึ่งเป็นบริษัทด้าน Utility ได้เสนอขายหุ้นกู้ยั่งยืน หรือ Green Bond อายุ 7 ปี และมียอดจองซื้อสูงสุดในตลาดตราสารหนี้ยุโรปในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และในเดือนเดียวกัน หุ้นกู้ของบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส มูลค่า 2.25 พันล้านดออลาร์ ก็มียอดจองซื้อเข้ามาสูงถึง 7 พันล้านดอลลาร์ 

 

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้ซื้อหรือนักลงทุนมีการพิจารณาและตัดสินใจลงทุนผ่านแนวคิดด้าน ESG มากขึ้น 

 

ทางด้าน Rong Ren Goh ผู้จัดการการลงทุนของ Eastspring Investments มีแผนลงทุนหุ้นยั่งยืนเพิ่มขึ้นในพอร์ตโฟลิโอในจังหวะที่หุ้นกู้ยั่งยืนมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยผู้เสนอขายหุ้นกู้จากประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และจีน มีความน่าสนใจระดับหนึ่ง 

 

“แม้ว่าความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงสภาวะทางการเงินที่ตึงตัว แต่ส่วนต่างอัตราตอบแทนของหุ้นกู้เหล่านี้ก็ไม่ได้กว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงเชื่อมั่นว่าหุ้นกู้ยั่งยืนเป็นตราสารที่ป้องกันความเสี่ยงได้” Rong Ren Goh กล่าว  

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เสนอขายหุ้นกู้ในสหรัฐฯ และยุโรปเลื่อนแผนการเสนอขายหุ้นกู้ในปีนี้ออกไปก่อน ทั้งหุ้นกู้ปกติและหุ้นกู้ยั่งยืน เนื่องจากยังมีความกังวลในเรื่องทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ 

 

โดยดัชนี Bloomberg Index of Green Bonds ปรับตัวลดลง 18.8% จากผลตอบแทนรวมปีนี้ ซึ่งปรับลดลงมากกว่าดัชนีหุ้นกู้ปกติที่ลดลง 13.2%

 

อ้างอิง: 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post กระแสหุ้นกู้ยั่งยืนบูม! นักลงทุนขานรับแนวคิด ESG แห่จอง Green Bond ดันยอดซื้อ ‘ล้นจอง’ ในเดือนที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: รัฐบาลสิงคโปร์ออก Green Bond อายุ 50 ปี มูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สู้ศึก Climate Change https://thestandard.co/morning-wealth-15082022-4/ Mon, 15 Aug 2022 08:00:42 +0000 https://thestandard.co/?p=667103 พันธบัตรเพื่อความยั่งยืน

สิงคโปร์เสนอขายพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน หรือ Green Bond […]

The post ชมคลิป: รัฐบาลสิงคโปร์ออก Green Bond อายุ 50 ปี มูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สู้ศึก Climate Change appeared first on THE STANDARD.

]]>
พันธบัตรเพื่อความยั่งยืน

สิงคโปร์เสนอขายพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน หรือ Green Bond ที่มีอายุ 50 ปีเป็นครั้งแรก มูลค่าระดมทุน 2.4 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อนำเงินระดมทุนมาใช้ต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ติดตามรายละเอียดได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: รัฐบาลสิงคโปร์ออก Green Bond อายุ 50 ปี มูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สู้ศึก Climate Change appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลสิงคโปร์ ออก ‘Green Bond’ อายุ 50 ปี มูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หวังสู้ศึก Climate Change https://thestandard.co/singapore-green-bond/ Sun, 14 Aug 2022 03:30:20 +0000 https://thestandard.co/?p=666747 Green Bond

สิงคโปร์ เสนอขายพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน หรือ Green Bon […]

The post รัฐบาลสิงคโปร์ ออก ‘Green Bond’ อายุ 50 ปี มูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หวังสู้ศึก Climate Change appeared first on THE STANDARD.

]]>
Green Bond

สิงคโปร์ เสนอขายพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน หรือ Green Bond ที่มีอายุ 50 ปี เป็นครั้งแรก มูลค่าระดมทุน 2.4 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อนำเงินระดมทุนมาใช้ต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศล่าสุดในอาเซียนที่ให้ความสำคัญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change โดยล่าสุดรัฐบาลสิงคโปร์ได้ระดมทุนครั้งใหญ่ด้วยการเปิดเสนอขายพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน หรือ Green Bond อายุ 50 ปี มูลค่าระดมทุน 2.4 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) 

 

โดยเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า Green Bond มูลค่า 2.4 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์นี้ กำหนดอัตราผลตอบแทนเริ่มต้นที่ 3.04% โดยเสนอขายแก่นักลงทุนสถาบัน มูลค่า 2.35 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และอีก 50 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เสนอขายแก่นักลงทุนทั่วไป โดยได้เริ่มเปิดขายไปตั้งแต่วันที่ 5-10 สิงหาคมที่ผ่านมา และได้รับความสนใจจองซื้อมากกว่า 5.3 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์

 

ทั้งนี้ Bloomberg รายงานว่า ก่อนหน้านี้สิงคโปร์ไม่มีพันธบัตรรัฐบาลอายุ 50 ปี จึงไม่สามารถมีตราสารหนี้มาเปรียบเทียบได้ แต่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี อยู่ที่ 2.8% 

 

Winson Phoon หัวหน้าฝ่ายวิจัยตราสารหนี้ของ Maybank Securities กล่าวว่า นี่เป็นโอกาสดีในการเข้าลงทุน แม้ว่าส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 30 ปี และ 50 ปี จะไม่มากนัก และแม้ว่าธนบัตรที่มีอายุยาวได้รับผลกระทบเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ตลาดก็จะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นเพราะดอกเบี้ยน่าจะปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะมีปัจจัยกังวลเรื่องภาวะถดถอยของสหรัฐฯ 

 

Leong Sing Chiong รองกรรมการผู้จัดการ MAS กล่าวในแถลงการณ์ว่า การเสนอขายพันธบัตรระยะยาวถึง 50 ปี จะช่วยพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของสิงคโปร์ และสนับสนุนการออกหุ้นกู้ในองค์กรที่มีอายุยาว 

 

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ค่อนข้างล้าหลังในตลาดตราสารหนี้เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ตลาดตราสารหนี้เฟื่องฟูไปมากแล้ว โดยยุโรปเป็นภูมิภาคที่ตลาดตราสารหนี้มีขนาดใหญ่ ส่วนในภูมิภาคเอเชียนั้น ฮ่องกงจัดเป็นศูนย์กลางทางการเงิน และเพิ่งเสนอขายพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน (Green Bond) ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าระดมทุน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) 

 

โดย Green Bond ของสิงคโปร์ครั้งนี้เป็นการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการขยายเครือข่ายรางไฟฟ้า และเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานรัฐบาลด้านการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม ประมาณ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ภายในปี 2030 

 

ตามรายงานของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ตลาดพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนในอาเซียนและเอเชียตะวันออกมีมูลค่าถึง 478.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนมีนาคม ซึ่งมีการขยายตัว 51.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี และคิดเป็น 18.1% ของตลาดพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนทั่วโลก เท่ากับมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากยุโรปเท่านั้น 

 

โดยประเทศจีนมีตลาดพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนใหญ่ที่สุดในภูมิภาค มูลค่า Green Bond ของจีนคิดเป็น 66% ของภูมิภาค ณ สิ้นไตรมาสแรก และมีมูลค่าคงค้าง 2.388 แสนล้านดอลลาร์ 

 

ทั้งนี้ แม้ส่วนแบ่งของอาเซียนอาจน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบ แต่ ADB ตั้งข้อสังเกตว่าภูมิภาคนี้ยังมีแนวโน้มในการเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางแนวโน้มทั่วโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่ Low Carbon

 

อ้างอิง:

The post รัฐบาลสิงคโปร์ ออก ‘Green Bond’ อายุ 50 ปี มูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หวังสู้ศึก Climate Change appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple นำเงิน 1.44 แสนล้านบาท จาก Green Bond ทุ่มพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด พบเทียบเท่าลดการใช้รถยนต์บนถนน 2 แสนคัน https://thestandard.co/apple-take-money-from-green-bond/ Wed, 17 Mar 2021 11:32:37 +0000 https://thestandard.co/?p=466061 Apple นำเงิน 1.44 แสนล้านบาท จาก Green Bond ทุ่มพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด พบเทียบเท่าลดการใช้รถยนต์บนถนน 2 แสนคัน

เป้าหมายการทำธุรกิจเพื่อ ‘ความยั่งยืน’ และคำนึงถึงสิ่งแ […]

The post Apple นำเงิน 1.44 แสนล้านบาท จาก Green Bond ทุ่มพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด พบเทียบเท่าลดการใช้รถยนต์บนถนน 2 แสนคัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple นำเงิน 1.44 แสนล้านบาท จาก Green Bond ทุ่มพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด พบเทียบเท่าลดการใช้รถยนต์บนถนน 2 แสนคัน

เป้าหมายการทำธุรกิจเพื่อ ‘ความยั่งยืน’ และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม กลายเป็นโรดแมปที่ถนนทุกสายขององค์กร บริษัทต่างๆ จำนวนมากทั่วโลก ต่างก็ต้องการมุ่งทะยานไปให้ได้ ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่สอดคล้องกับแนวทางการบริหารของหลายๆ ประเทศทั่วโลกที่เริ่มหันมาให้ความสำคัญต่อพันธกิจนี้ ทั้งข้อตกลงปารีส ไปจนถึงแนวทางการบริหารงานของ โจ ไบเดน ที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสีเขียว

 

ล่าสุด Apple บริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีชั้นนำจากซิลิคอนวัลเลย์ ได้ประกาศแผนการดำเนินงานที่น่าสนใจของพวกเขาในการนำเงินมูลค่ากว่า 4.7 พันดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.44 แสนล้านบาท จาก Green Bond หรือตราสารหนี้ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปใช้กับการสร้างพลังงานสะอาดรวมกว่า 1.2 กิกะวัตต์

 

โดยโครงการพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่นานมานี้ของ Apple เป็นส่วนหนึ่งของการใช้จ่ายเงินมูลค่า 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก Green Bond ของ Apple เพื่อนำพลังงานสะอาดมาสู่ชุมชนท้องถิ่น พร้อมกับลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน 

 

สำหรับในปี 2020 Apple ได้ลงทุนในโครงการ Green Bond 17 โครงการ เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนโดยเฉลี่ย 921,000 เมตริกตันต่อปี เทียบเท่ากับการนำรถยนต์เกือบ 200,000 คันออกจากท้องถนน โดยที่โครงการนี้จะช่วยผลิตพลังงานหมุนเวียน 1.2 กิกะวัตต์ทั่วโลก และ Apple ยังเพิ่มพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่งติดตั้งใหม่อีกกว่า 350 เมกะวัตต์เมื่อปีที่แล้วในเนวาดา อิลลินอยส์ เวอร์จิเนีย และเดนมาร์ก โดยการออก Green Bond ของ Apple ถือเป็นการออกตราสารหนี้ที่ใหญ่ที่สุดของภาคเอกชน

 

ลิซ่า แจ็คสัน รองประธานฝ่าย Environment, Policy และ Social Initiatives ของ Apple กล่าวว่า “Apple มุ่งมั่นที่จะปกป้องโลกของเราด้วยโซลูชันที่สนับสนุนชุมชนที่เราทำงานอยู่ เราทุกคนมีหน้าที่ในการทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการลงทุนมูลค่า 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้รับจาก Green Bond ก็เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญในความพยายามของเรา สุดท้ายแล้วพลังงานสะอาดถือเป็นธุรกิจที่ดี”

 

นอกเหนือจากรายละเอียดในรายงาน Green Bond Impact ของ Apple แล้ว Apple ยังให้การสนับสนุนโครงการใหม่ๆ ที่สนับสนุนการออกแบบและวิศวกรรมแบบคาร์บอนต่ำ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานหมุนเวียน การลดคาร์บอน และการกักเก็บคาร์บอน อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post Apple นำเงิน 1.44 แสนล้านบาท จาก Green Bond ทุ่มพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด พบเทียบเท่าลดการใช้รถยนต์บนถนน 2 แสนคัน appeared first on THE STANDARD.

]]>