Etude House Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/etude-house/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 26 Apr 2023 07:35:45 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Tone Up Cream คืออะไร นี่คือเทรนด์ K-Beauty ใหม่ที่สาวไทยต้องรู้ https://thestandard.co/k-beauty-tone-up-cream/ Tue, 22 Oct 2019 11:02:27 +0000 https://thestandard.co/?p=297591 K-Beauty

เทรนด์สกินแคร์ส่วนใหญ่ที่สาวไทยตอบรับมักจะมีกระแสความนิ […]

The post Tone Up Cream คืออะไร นี่คือเทรนด์ K-Beauty ใหม่ที่สาวไทยต้องรู้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
K-Beauty

เทรนด์สกินแคร์ส่วนใหญ่ที่สาวไทยตอบรับมักจะมีกระแสความนิยมมาจากตะวันตกหรือแดนกิมจิเป็นหลัก เช่น เทรนด์ผิวขาวใส เทรนด์ผิวดิวอี้หรือผิวโกลว เทรนด์ผิวใสดั่งกระจกหรือ Glass Skin ซึ่งเทรนด์เหล่านี้มาพร้อมกับนวัตกรรมด้านความงามของสกินแคร์ที่พัฒนาสูตรบำรุงผิวมาเป็นจุดขายสำคัญที่ชวนให้คล้อยตามจนกลายเป็นไอเท็มขายดีในช่วงเวลาหนึ่งๆ เช่นเดียวกับเทรนด์โทนอัพผิว ที่ว่ากันว่านี่คือ K-Beauty เทรนด์ใหม่มาแรงที่มุ่งจุดขายไปที่การสร้างผิวให้ดูสุขภาพดีแบบเร่งด่วนที่ทั้งง่ายและเร็ว และเราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโทนอัพให้มากกว่าเดิม 

 

Tone Up คืออะไร  

ผลิตภัณฑ์โทนอัพที่เริ่มต้นความฮิตมาจากประเทศเกาหลี (ตอนนี้มีแบรนด์ฝั่งยุโรปอย่าง Sephora และ Lancôme ที่ผลิตไลน์โทนอัพออกมาสู้) คือผลิตภัณฑ์ที่สร้างมาเพื่อการเตรียมผิวให้แลดูสุขภาพดีแบบเร่งด่วน ซึ่งสามารถพบเจอได้ทั้งในโลชั่น ครีมบำรุง อายครีม ครีมกันแดด เบสเมกอัพ รวมถึงคุชชันบางยี่ห้อ ซึ่งหากโฟกัสไปที่โทนอัพครีมที่ใช้บำรุงผิวหน้านั้นจะมีคุณสมบัติอันโดดเด่นที่ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ กลมกลืน (ไม่ว่าคุณจะมีผิวโทนสีใดก็ตาม) และอาจพบผลิตภัณฑ์โทนอัพได้ในไลน์ของกลุ่มไวท์เทนนิ่งและกลุ่มครีมบำรุงเพื่อผิวกระจ่างใสด้วยเช่นกัน 

 

ผลลัพธ์ของผิวเป็นอย่างไรเมื่อใช้โทนอัพ

ผลิตภัณฑ์โทนอัพมักจะใช้ในขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงผิว นั่นหมายความว่าใช้ทาผิวปิดท้ายก่อนการลงรองพื้นในลำดับถัดไป จุดเด่นที่น่าสนใจของโทนอัพคือนอกจากการบำรุงผิวแล้ว ยังมีการรวมเอาหน้าที่ของไพรเมอร์หรือเบสเมกอัพมารวมไว้ในผลิตภัณฑ์โทนอัพผิวในบางสูตร ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับผู้ที่ไม่ชอบการใช้สกินแคร์ที่มีหลายสเตปเกินไป และมีผลทันทีในการช่วยปรับแก้ไขสีผิว ความหมองคล้ำ หรือริ้วรอยให้ดูดีขึ้น เพราะนอกจากเนื้อครีมที่จะปรับโทนผิวไปในตัวแล้ว บางแบรนด์ยังผลิตสูตรโทนอัพที่ช่วยเบลอรูขุมขนด้วย 

 

ความแตกต่างระหว่างโทนอัพและครีมบำรุงผิวทั่วไป 

จุดเด่นที่แตกต่างและเห็นชัดเจนคือครีมบำรุงหรือมอยส์เจอไรเซอร์ทั่วไปมักจะไม่สร้างเอฟเฟกต์กับผิวในแง่ของการปรับโทนสีผิวให้แลดูสว่างหรือเปล่งประกายขึ้นได้ทันทีเหมือนกับโทนอัพครีม ทำให้การใช้โทนอัพครีมมีข้อได้เปรียบมากกว่าสกินแคร์ทั่วไปตรงที่มอบทั้งการบำรุงผิวและปรับสีผิวในเวลาเดียวกัน ขณะที่ครีมบำรุงทั่วไปให้ผลลัพธ์ในการบำรุงผิวเพียงอย่างเดียว และกว่าจะเห็นผลลัพธ์ต้องอาศัยเวลานาน ส่วนโทนอัพครีมสามารถสร้างผิวที่แลดูขาวและสว่างขึ้นตั้งแต่ใช้ครั้งแรก (แต่ต้องยอมรับว่าความขาวใสที่สังเกตเห็นตั้งแต่ครั้งแรกเป็นเพียงการปรับและอำพรางโทนสีผิวให้ดูสม่ำเสมอชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้อยู่กับผิวตลอดไป การใช้ครีมบำรุงอย่างต่อเนื่องต่างหากที่จะสร้างผิวแข็งแรงและสุขภาพดีอย่างยั่งยืน) 

 

และนี่คือผลิตภัณฑ์โทนอัพยอดฮิตในท้องตลาดที่น่าสนใจจากการคัดเลือกของเรา

 

K-Beauty

 

1. Skin ‘N Seed Tone Up Cream จาก Sephora Collection (790 บาท) 

 

K-Beauty

 

2. UV Expert Tone Up Milk Rosy Bloom SPF 50 PA++++ จาก Lancôme (2,200 บาท) 

 

K-Beauty

 

3. White Dew Tone Up Fluid SPF35 PA++ จาก Laneige (1,400 บาท) 

 

K-Beauty

 

4. House Fix & Fix Tone Up Primer จาก Etude House (530 บาท) 

 

K-Beauty

 

5. Lighting Tone Up Base SPF30 PA++ จาก Missha (ประมาณ 270 บาท)

 

ภาพ: Shutterstock

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Tone Up Cream คืออะไร นี่คือเทรนด์ K-Beauty ใหม่ที่สาวไทยต้องรู้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อมอร์แปซิฟิค ตั้งเป้าธุรกิจ K-Beauty ฟันรายได้ 5 แสนล้านวอนในตลาดอาเซียน https://thestandard.co/amorepacific-k-beauty-asean-market/ Fri, 18 Oct 2019 01:36:43 +0000 https://thestandard.co/?p=296449 Amorepacific K-Beauty

อุตสาหกรรมความงามทั่วโลกไม่เคยย่ำอยู่กับที่ โดยเฉพาะธุร […]

The post อมอร์แปซิฟิค ตั้งเป้าธุรกิจ K-Beauty ฟันรายได้ 5 แสนล้านวอนในตลาดอาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Amorepacific K-Beauty

อุตสาหกรรมความงามทั่วโลกไม่เคยย่ำอยู่กับที่ โดยเฉพาะธุรกิจ K-Beauty ที่สร้างเม็ดเงินมหาศาลในตลาดความงาม ล่าสุดอมอร์แปซิฟิคซึ่งเปรียบเป็นบ้านหลังใหญ่ของแบรนด์ K-Beauty ชื่อดังอย่าง Innisfree, Etude House, Laneige, Mamonde, Sulwhasoo (และแบรนด์อื่นๆ รวมกว่า 30 แบรนด์) เดินหน้าขยายธุรกิจสู่อาเซียน โดยตั้งเป้าสร้างรายได้ทะลุ 5 แสนล้านวอน หรือราวๆ 12,836,895,000 บาทให้ได้ภายในปี 2023 

 

อมอร์แปซิฟิค

อมอร์แปซิฟิค

 

เปิดกลยุทธ์เด็ดลุยตลาดอาเซียน

โดยการเปิดเผยกลยุทธ์บุกตลาดอาเซียนในครั้งนี้ โรบิน นา หัวหน้าฝ่ายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บินตรงมาพบสื่อมวลชนและบิวตี้เอดิเตอร์ในงาน Exciting AmorePacific, Exciting Asian ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยเขาเผยว่าจากประสบการณ์ที่ทำธุรกิจในอาเซียนมานาน ทำให้สามารถเข้าถึงและเข้าใจผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่มากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับสภาพผิวและความต้องการของผู้บริโภคในอาเซียน และมีแผนจะขยายแบรนด์และผลิตภัณฑ์ความงามไปยังประเทศและเมืองใหม่ๆ ในอาเซียน (ในไทยเล็งไปที่พัทยา, มาเลเซียเล็งเมืองปีนัง, อินโดนีเซียเล็งเมืองสุราบายาและเมดัน) รวมถึงการปรับกลยุทธ์ที่ทันโลกยุคปัจจุบันด้วยการบุกช่องทางดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

 

Amorepacific K-Beauty

 

ตั้งเป้าสร้างรายได้ทะลุ 5 แสนล้านวอนให้ได้ภายในปี 2023 

การจะไปให้ถึงเป้าหมายนั้นไม่ง่าย เพราะปัจจุบันมีธุรกิจความงามเกิดใหม่ราวกับดอกเห็ดมากมาย แม้อมอร์แปซิฟิคจะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้นำที่สามารถครองตลาดครึ่งหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ และเคยเป็นบริษัทเกาหลีใต้แห่งแรกที่ได้รับการจัดอันดับให้ติดอันดับที่ 7 ใน 10 บริษัทความงามชั้นนำของโลกที่จัดโดยวารสาร Women’s Wear Daily (WWD) แต่ก็ต้องยอมรับว่าคู่แข่งด้านการค้าก็ไม่หยุดนิ่งและพร้อมจู่โจมตลาดเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งเช่นกัน ทำให้ต้องมี 3 กลยุทธ์เด็ดเพื่อนำทางไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ ได้แก่ 

 

  • วางแผนขยายธุรกิจออกไปให้ไกลกว่าใจกลางเมือง เมียนมาและกัมพูชาคือประเทศใหม่ๆ ที่เล็งจะขยายธุรกิจออกไปนอกเหนือจากประเทศที่ประสบความสำเร็จแล้วอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม 
  • วางแผนเปิดตัวแบรนด์ใหม่ เพราะนอกจากสกินแคร์จะฮิตติดลมบนในตลาดแล้วก็เล็งเห็นโอกาสในการชิงตลาดแฮร์แคร์ โดยเฉพาะแบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม Ryo และ Mise-en-scene ก็มีแผนจะเปิดตัวในภูมิภาคอาเซียน
  • มอบประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค โดยเน้นกลุ่มมิลเลนเนียลที่มีความคุ้นเคยกับยุคดิจิทัล เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาก็มีการจับมือกับพันธมิตรใหม่

 

Amorepacific K-Beauty

Amorepacific K-Beauty

Amorepacific K-Beauty

 

เช่น Lazada Group และร้านค้าปลีก Eveandboy ในไทย เพื่อเพิ่มช่องทางการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์และง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน นับเป็นการเข้าสู่กลยุทธ์แบบ Omni Channel Marketing แบบเต็มตัว คือบุกทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์เข้าไว้ด้วยกัน

 

ส่วนเรื่องราวการค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ซิกเนเจอร์ที่เชื่อว่าเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีประสิทธิภาพนั้นมาจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เป็นดั่งรากฐานของความสำเร็จในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ ซึ่งอมอร์แปซิฟิคมีนักวิจัยกว่า 550 คนทั้งในเกาหลีและทั่วโลก ผลงานชิ้นเด็ดที่ประสบความสำเร็จที่ผ่านมา เช่น การผลิตเครื่องสำอางสมุนไพรโสมรายแรกของโลก (ABC Ginseng Cream) ซึ่งต่อมารู้จักกันในนามของแบรนด์ Sulwhasoo นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีการเก็บกักน้ำให้ผิว ซึ่งทำการวิจัยมาตั้งแต่ปี 1994 จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ Water Bank ของ Laneige ที่คนรักผิวต่างชื่นชอบเช่นทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังมีผลผลิตแห่งงานวิจัยในสารสกัดจากดอกไม้ต่างๆ ทำให้แบรนด์ Mamonde เป็นแบรนด์ที่เด่นเรื่องสารอาหารที่ได้จากดอกไม้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ธรรมชาติของแบรนด์ Innisfree ที่ยึดมั่นในส่วนผสมจากธรรมชาติที่มาจากเกาะเชจูอีกด้วย

 

จากจำนวนประชากรโลกที่คาดว่าจะสูงถึง 7.6 พันล้านคนในปี 2563 และผู้บริโภคใหม่ๆ ทั่วโลกที่มาจากภูมิภาคอาเซียน ทำให้วันนี้อมอร์แปซิฟิคมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่ความสำเร็จที่มุ่งหวังในการเป็นแบรนด์ระดับภูมิภาคที่แข็งแกร่ง และทะยานสู่ตลาดระดับโลกมากขึ้นในอนาคต 

 

ทั้งนี้เรายังต้องจับตาดูว่าท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจความงามที่ดุเดือดทั้งในประเทศไทยและในระดับอาเซียนจะทำให้อมอร์แปซิฟิคทำตามเป้าได้หรือไม่ 

 

ภาพ: Courtesy of AmorePacific, Courtesy of Brands 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post อมอร์แปซิฟิค ตั้งเป้าธุรกิจ K-Beauty ฟันรายได้ 5 แสนล้านวอนในตลาดอาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Etude House X Disney Daisy Duck Makeup Collection เอาใจสาวกดิสนีย์เข้าไทยแล้ว https://thestandard.co/etude-house-x-disney-daisy-duck-makeup-collection/ Tue, 08 Oct 2019 03:03:26 +0000 https://thestandard.co/?p=293567 Etude House

ไม่แปลก…ถ้าหากคุณเห็นเมกอัพ Etude House X Disney […]

The post Etude House X Disney Daisy Duck Makeup Collection เอาใจสาวกดิสนีย์เข้าไทยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Etude House

ไม่แปลก…ถ้าหากคุณเห็นเมกอัพ Etude House X Disney Daisy Duck Makeup Collection แล้วจะรู้สึกตกหลุมรัก เพราะคาแรกเตอร์ Daisy Duck น่าจะเป็นหนึ่งในตัวการ์ตูนอันเป็นที่รักสำหรับใครหลายคนที่เติบโตมาพร้อมกับความทรงจำที่ดีร่วมกับตัวการ์ตูนตัวนี้ ทั้งความฉลาด มั่นใจ และความทุ่มเทที่น่าเอาแบบอย่าง เมื่อแบรนด์เครื่องสำอาง Etude House ร่วมมือกับดิสนีย์นำเอาคาแรกเตอร์สุดน่ารักของ Daisy Duck มาอวดโฉมบนแพ็กเกจจิ้งของเครื่องสำอางที่หลากหลาย ทำให้เมกอัพคอลเล็กชันนี้กลายเป็นหนึ่งในไอเท็มที่น่าสะสมมากที่สุดในเวลานี้

 

Etude House X Disney Daisy Duck Makeup Collection มีไอเท็มน่าสนใจเยอะมาก แต่เราเลือกชิ้นฮอตมาแนะนำดังนี้ 

 

  1. Daisy Duck Play Color Eyes Mini มินิพาเลตต์อายแชโดว์สำหรับแต่งตา มี 6 เฉดสีที่ผสมผสานไปด้วยเนื้อแมตต์ กลิตเตอร์ และชิมเมอร์
  2. Daisy Duck Shimmer Loose Powder แป้งฝุ่นสำหรับใช้เป็นฟินิชพาวเดอร์ ช่วยเรื่องความวาวให้ผิวแลดูกระจ่างใส พร้อมควบคุมความมันส่วนเกิน หรือจะใช้เป็นไฮไลต์บางส่วนก็ได้เหมือนกัน
  3. Daisy Duck Powder Blusher บลัชออนสำหรับแต่งพวงแก้มให้ดูน่ารักสดใส มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวล ทาแล้วสบายผิวไม่แห้งกร้าน
  4. Daisy Duck Liquid Lips Melting Mousse ลิปสติกเนื้อมูส ให้สัมผัสที่เบาและเนียนไปกับริมฝีปาก มาพร้อมสูตรให้ความชุ่มชื้นไปในตัว

 

ภาพ: Courtesy of Etude House

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post Etude House X Disney Daisy Duck Makeup Collection เอาใจสาวกดิสนีย์เข้าไทยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
นี่คือเมกอัพคอลเล็กชันใหม่สำหรับสายปิกนิก อย่าง ‘Blossom Picnic’ https://thestandard.co/etude-house-blossom-picnic/ https://thestandard.co/etude-house-blossom-picnic/#respond Mon, 11 Mar 2019 08:04:19 +0000 https://thestandard.co/?p=219836

ก่อนหน้านี้ Etude House ขโมยหัวใจของเหล่าบิวตี้เลิฟเวอร […]

The post นี่คือเมกอัพคอลเล็กชันใหม่สำหรับสายปิกนิก อย่าง ‘Blossom Picnic’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก่อนหน้านี้ Etude House ขโมยหัวใจของเหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์ด้วยการ Collab กับบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Disney โดยดึงเอาคาแรกเตอร์อันน่าหมั่นเขี้ยวแกมเอ็นดูอย่างเจ้าพิกเลต มาผลิตเป็นคอลเล็กชันเมกอัพที่น่าสะสมมากสำหรับแฟนๆ ของพิกเลต ทิ้งช่วงไปไม่นาน เราก็ได้เห็นการ Collab ที่สร้างความฮือฮาอีกครั้งในการร่วมมือกับแบรนด์ขนมขบเคี้ยวชื่อดัง ที่ทุกคนคุ้นเคยอย่าง KitKat ซึ่งมีพาเลตต์อายแชโดว์ 2 โทนสี ที่มียอดสั่งซื้อออนไลน์ถล่มทลายจนกลายเป็นไอเท็ม Best Seller อย่างรวดเร็ว

 

ล่าสุด Etude House ประเทศไทย นำเข้าคอลเล็กชันใหม่มาดึงดูดสาวไทยอีกครั้ง คราวนี้เปลี่ยนแนวมาจับเอาเทรนด์ของฤดูกาลมานำเสนอผ่านเครื่องสำอางคอลเล็กชั่น Blossom Picnic แค่เห็นชื่อก็พอนึกออกแล้วว่าคอนเซปต์ของเมกอัพในคอลเล็กชันนี้จะต้องน่ารักสดใส มีชีวิตชีวา เหมาะกับหน้าร้อนที่ควรค่าแก่การหยิบมาแต่งหน้า แล้วออกไปปิกนิกที่ไหนสักแห่ง จุดเด่นของคอลเล็กชัน Blossom Picnic คือการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ได้ฟีลปิกนิกอย่างครบถ้วน ทั้งโทนสีหวานละมุน แพ็กเกจจิ้งที่เต็มไปด้วยลวดลายของกลีบดอกเชอร์รีที่กำลังร่วงหล่นลงบนสนามหญ้า รวมถึงลายนูนสุดพิเศษในเนื้อของบลัชออน ล้วนทำให้รู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่เห็น

 

ในคอลเล็กชัน Blossom Picnic นี้ ประกอบไปด้วยเมกอัพชิ้นเด็ดดังต่อไปนี้

 

1. Etude House Glow On Base Hydra (Blossom Picnic) (680 บาท)

มอยส์เจอร์เบสที่ช่วยให้ผิวเปล่งประกายเป็นธรรมชาติ พร้อมมอบมอยส์เจอร์ไรเซอร์เติมความชุ่มชื้นให้ผิว

 

 

2. Etude House Matte Chic Lip Lacquer (Blossom Picnic) (540 บาท)

ลิปสติกเนื้อแมตต์เม็ดสีแน่นและคมชัด ล็อกริมฝีปากได้อย่างรวดเร็ว จึงติดแน่นทนนาน ไม่เลอะ ไม่หลุดลอก

 

 

3. Etude House Blossom Cheek (Blossom Picnic) (350 บาท)

บลัชออนเนื้อแป้งประกายไข่มุก ให้แก้มของคุณเปล่งประกายสดใสราวกับดอก Cherry Blossom ที่กำลังผลิบาน

 

 

4. Etude House Air Mousse Eyes (Blossom Picnic) มีทั้งเนื้อ Metal, Shimmer และ Matte (290 บาท) อายแชโดว์เนื้อสัมผัสใหม่ที่ผสานข้อดีของอายแชโดว์เนื้อแป้งและเนื้อลิควิดเอาไว้ได้อย่างลงตัว ให้สัมผัสที่เนียนนุ่ม เผยดวงตาสวยมีเสน่ห์ยิ่งกว่าเดิม

 

We Say: สิ่งที่เราชอบเกี่ยวกับอายแชโดว์ในคอลเล็กชันนี้คือ การที่ผลิตภัณฑ์ออกแบบมาให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง แม้จะเจอกับเรื่องไม่คาดฝัน เช่น เผลอทำอายแชโดว์ตกแตก จนเนื้อผลิตภัณฑ์กลายเป็นผง ก็ยังใช้ต่อได้! เพราะเป็นเนื้อสัมผัสแบบใหม่ที่ไม่ต้องกลัวเสียดายถ้าจะตกแตก แค่เอามือแตะๆ แล้วมาทาเปลือกตา ก็ได้สีสันที่สวยเป๊ะเหมือนเดิม

 

ภาพ: Courtesy of ETUDE HOUSE

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post นี่คือเมกอัพคอลเล็กชันใหม่สำหรับสายปิกนิก อย่าง ‘Blossom Picnic’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/etude-house-blossom-picnic/feed/ 0
อย่าเผลอกินเข้าไปล่ะ เพราะนี่คือ KitKat เวอร์ชันอายแชโดว์ที่กินไม่ได้ แต่ใช้แต่งหน้าได้ https://thestandard.co/kitkat-x-etude-house-eyeshadow-palette/ https://thestandard.co/kitkat-x-etude-house-eyeshadow-palette/#respond Sun, 03 Feb 2019 17:01:55 +0000 https://thestandard.co/?p=190324

ความน่ารักของเครื่องสำอางถูกใช้เป็นจุดขายในการดึงความสน […]

The post อย่าเผลอกินเข้าไปล่ะ เพราะนี่คือ KitKat เวอร์ชันอายแชโดว์ที่กินไม่ได้ แต่ใช้แต่งหน้าได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความน่ารักของเครื่องสำอางถูกใช้เป็นจุดขายในการดึงความสนใจของบรรดานักช้อปเครื่องสำอางอย่างได้ผลเสมอ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมความงาม K-Beauty ที่นิยม Collab กับแบรนด์หรือคาแรกเตอร์ที่อยู่ในใจของผู้คน เพื่อให้เข้าถึงง่าย และสร้างแนวโน้มในการจับจ่าย เพื่อครอบครองสิ่งที่ตัวเองรู้สึกผูกพันและคุ้นเคย

 

Etude House เป็นหนึ่งในเครื่องสำอางที่ขยัน Collab กับแบรนด์ต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง ล่าสุด Etude House เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ร่วมมือกับแบรนด์ขนมชื่อดังอย่าง KitKat ผลิตอายแชโดว์พาเลตต์ที่ทำให้เราเกือบนึกว่าเป็นขนมเวเฟอร์ช็อกโกแลตจริงๆ เสียแล้ว เพราะแพ็กเกจจิ้งถอดแบบมาจากซองขนม KitKat เลย โดยพาเลตต์นี้เริ่มวางจำหน่ายในประเทศเกาหลีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

คอลเล็กชันประกอบด้วยอายแชโดว์ 2 แบบ คือ ตลับสีแดงดีไซน์เป็นอายแชโดว์ฉบับดั้งเดิมคือ รสช็อกโกแลตนม โดยจะรวมอายแชโดว์ 6 เฉดสีในโทนน้ำตาล ซึ่งไล่ไปตั้งแต่สีเบจ สีน้ำตาลอ่อน สีน้ำตาลเข้ม ส่วนพาเลตต์สีชมพูจะมี 6 ดีไซน์ตามรสช็อกโกแลต นม สตรอว์เบอร์รี เฉดสีภายในพาเลตต์จึงเหมาะกับการแต่งตาหวานๆ ในโทนชมพู ซึ่งมีทั้งสีครีม สีพีชผสมชิมเมอร์ ไปจนถึงสีน้ำตาลทองที่สามารถใช้แต่งตาสำหรับลุคประจำวันได้อย่างง่ายดาย

 

สาวไทยคงต้องรอลุ้นว่าต่อจากคอลเล็กชันพิกเลตต์ที่เพิ่งแลนดิ้งเข้าช็อปไทยไปหมาดๆ จะตามมาด้วยคอลเล็กชัน KitKat X Etude House Eyeshadow Palette หรือไม่ แต่ถ้าใครอดใจรอไม่ไหวจะแวะซื้อขนม KitKat มากินเพลินๆ ก่อนก็ได้นะ

 

Photo: Courtesy of Etude House

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

The post อย่าเผลอกินเข้าไปล่ะ เพราะนี่คือ KitKat เวอร์ชันอายแชโดว์ที่กินไม่ได้ แต่ใช้แต่งหน้าได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/kitkat-x-etude-house-eyeshadow-palette/feed/ 0
10 เซตของขวัญดีต่อใจ จาก 10 แบรนด์ดังที่สาวไทยห้ามพลาด https://thestandard.co/beauty-list-10-gift-set/ https://thestandard.co/beauty-list-10-gift-set/#respond Fri, 16 Nov 2018 13:20:58 +0000 https://thestandard.co/?p=149141

ช่วงเฟสทีฟใกล้เข้ามาทั้งที สาวบิวตี้ทั้งหลายคงเริ่มสอดส […]

The post 10 เซตของขวัญดีต่อใจ จาก 10 แบรนด์ดังที่สาวไทยห้ามพลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>

ช่วงเฟสทีฟใกล้เข้ามาทั้งที สาวบิวตี้ทั้งหลายคงเริ่มสอดส่องมองหาของขวัญชิ้นสำคัญ เพื่อมอบให้กับคนที่คุณรัก THE STANDARD ทราบดีว่าคงไม่มีของขวัญชิ้นไหนจะดีต่อใจสาวๆ มากไปกว่าไอเท็มความงามที่จัดเซตสุดคุ้มมาเพียงปีละครั้ง

สำหรับคนที่งานยุ่งจนไม่มีเวลาไปเซอร์เวย์ไอเท็มชิ้นเด็ดที่ไหน เราได้รวบรวมมาให้คุณถึงที่ด้วย 10 เซตของขวัญดีต่อใจ จาก 10 แบรนด์ดังที่สาวไทยห้ามพลาด

 

 

1. Shiseido Modern Matte Powder Lipstick Expressive Deluxe Mini Set Ribbonesia Limited Edition (2,350 บาท) 

เพราะลิปสติกเป็นไอเท็มที่อยู่คู่ผู้หญิงได้ตลอดทั้งวัน ใครที่ชอบให้เรียวปากมีสีสัน คุณเหมาะกับลิปสติกเซตขนาดมินิเซตนี้อย่างที่สุด เพราะรวมเฉดสีตั้งแต่สีสวยอ่อนโยนไปจนถึงสีแดงเฉิดฉาย สำหรับทารับปีใหม่ให้สวยปัง ที่สำคัญยังเป็นคอลเล็กชันที่ร่วมมือกับ 2 ศิลปิน บากุ มาเอดะ (Baku Maeda) และ โทรุ โยชิกาวะ (Toru Yoshikawa) ที่ร่วมกันสร้างผลงานอันโด่งดังในชื่อ Ribbonesia ที่ใช้การม้วนหักงอ และพับเพื่อสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้ริบบิ้นเป็นสื่อ

 

 

2. Innisfree Green Christmas/ Holidays Wool Deco Ball Diffuser (900 บาท)

ดิฟฟิวเซอร์กลายเป็นไอเท็มที่ถูกเลือกเป็นของขวัญมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะสามารถมอบให้เป็นของขวัญทั้งเพื่อน คนรัก และญาติสนิท จากประโยชน์การใช้งานจริงที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้บ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเทศกาลคริสต์มาส ดิฟฟิวเซอร์หอมๆ สักเซตจึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดี เราแนะนำดิฟฟิวเซอร์จาก Innisfree เพราะมีกลิ่นหอมที่อบอุ่น ชวนให้นึกถึงผ้าทอขนสัตว์ในฤดูหนาว แถมขวดยังน่ารักน่าใช้

 

 

3. SK-ll Pitera Originals Set (11,390 บาท)

สาวกของ SK-ll น่าจะเห็นดีไซน์ใหม่ล่าสุดกันบ้างแล้ว ลวดลายที่เห็นบนขวดเอสเซนส์เป็นฝีมือของศิลปิน คาราน ซิงห์ ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในผลงานสไตล์ป๊อปอาร์ต ยิ่งเมื่อมาอยู่บนขวดของ SK-ll ยิ่งกลายเป็นการเปลี่ยนลุคครั้งสำคัญ ที่ทำให้แบรนด์ดูเด็กลงและมีความสนุกสนานเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น สำหรับเซตนี้แนะนำเลยว่าคุ้มค่า เพราะนอกจากเอสเซนส์และโลชั่นแล้ว สิ่งที่แถมมาในเซตคือ Facial Treatment Clear Lotion กับแผ่นมาสก์หน้า ซึ่งเป็น Talk of the Town ว่าใช้ดี เพิ่มให้อีก 2 ชิ้น

 

 

4. Si Passione Set (6,100 บาท)

หากคุณเป็นผู้หญิงที่รักและรู้ซึ้งถึงคุณค่าในตัวเอง คุณคือผู้หญิงในแบบของ Si ซึ่งเหมาะเหลือเกินกับเซตน้ำหอมสุดหรูหรานี้ ที่มีการออกแบบและจัดเซตมาเพื่อผู้หญิงที่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง ความรัก ความหลงใหล และความเร่าร้อน ภายในเซตประกอบด้วยน้ำหอม Si Passione 100 ml. น้ำหอม Si Passione 15 ml. และพวงกุญแจ ไม่ว่าเซตนี้จะถูกเลือกให้กับใคร ตัวคุณเองหรือคนที่คุณรัก รับรองว่าดีต่อใจทั้งผู้ให้และผู้รับอย่างแน่นอน

 

 

5. Jurlique Rose Favorites (3,300 บาท)

เซตของขวัญเซตนี้ แม้จะไม่ใช่ดอกกุหลาบสดๆ แต่กลับทดแทนความหอมได้ราวกับยืนอยู่กลางสวนกุหลาบเลยทีเดียว เพราะเป็นเซตรวมดาวผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นในเรื่องสารสกัดจากดอกกุหลาบบริสุทธิ์ สำหรับผิวหน้าและผิวกาย ประกอบด้วย เจลอาบน้ำ บอดี้โลชั่น Rosewater Balancing Mist และหากคนใกล้ตัวเป็นสาวที่คลั่งไคล้ความหอมกลิ่นกุหลาบ ควรจัดเซตนี้ไปเซอร์ไพรส์ด่วน

 

 

6. Dior Diorific Lipstick (1,550 บาท) และ Dior Blush #001 (2,000 บาท)

คอลเล็กชันรับฮอลิเดย์จาก Dior ปีนี้ว้าวมาก! มาในคอนเซปต์แรงอธิษฐาน หรือ Midnight Wish ที่ให้สัญญากับสาวๆ ผ่านสีสันและดีไซน์อันหรูหรา เพื่อจะบอกว่าคริสต์มาสปีนี้จะต้องระยิบระยับไปด้วยความสุข ทั้งจากสีสันของเนื้อสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นบลัชออนประกายสว่างเหมือนละอองดาว หรือลิปสติกในปลอกสีทอง ที่ช่วยยกระดับให้กับผู้หญิงทุกคนรู้สึกสวยอย่างมีคุณค่าในทุกโอกาส

 

 

7. THREE Balancing Essential Set (3,300 บาท)

แบรนด์ THREE จากประเทศญี่ปุ่น มีไอเท็มดังหลายชิ้นที่ครองใจสาวไทย เราจึงแนะนำ Balancing Essential Set เพื่อปรับผิวให้สมดุล เหมาะกับคนที่เริ่มต้นอยากใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ THREE ภายในเซตประกอบด้วยคลีนซิ่งออยล์สุดฮอตที่ทำความสะอาดผิวหน้าได้สะอาดหมดจด โฟมล้างหน้าเนื้ออ่อนโยน แผ่นเคลย์มาสก์ โลชั่นมาสก์ บาลานซิ่งโลชั่น และแผ่นสำลีเช็ดหน้าออร์แกนิก ทั้งหมดนี้ถ้าซื้อราคาปกติจะอยู่ที่ 5,200 บาท พอเป็นเซตพิเศษครั้งนี้สามารถเซฟเงินในกระเป๋าได้ถึง 1,900 บาททีเดียว

 

 

8. Aesop A Curious Connection (2,100 บาท)

Aesop เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างความประทับใจในการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ ผ่านงานดีไซน์ของศิลปินจากหลายแขนงที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ครั้งนี้ Aesop ดึงดูดเราด้วยดีไซน์ชุดคิตของขวัญคอลเล็กชันใหม่ในธีม Atlas of Attraction (แผนที่แห่งแรงจูงใจ) บนกล่องของขวัญมีลวดลายจากเสื้อผ้าชั้นสูงของดีไซเนอร์หญิงนาม ไอริส วาน เฮอร์เพน ที่มาร่วมออกแบบ และตกแต่งชุดคิตแต่ละชุดผ่านเทคนิคเฉพาะตัวของไอริส จนกลายเป็นเซตสุดพิเศษที่ทั้งแปลกตาและน่าสะสม สำหรับเซตนี้ประกอบด้วยไอเท็มยอดนิยมอย่าง Geranium Leaf Body Cleanser และ Rind Concentrate Body Balm

 

 

9. The Body Shop Tea Tree 123 Kit (720 บาท)

เซตของขวัญนี้เหมาะกับสาวๆ ที่มีปัญหาสิวโดยเฉพาะ เป็นการรวมเซตของผลิตภัณฑ์ดาวเด่นที่ช่วยดูแลผิวเป็นสิวอย่างเป็นสเตป ประกอบด้วย Tea Tree Skin Clearing Facial Wash ล้างหน้าได้สะอาดหมดจด ตามด้วย Tea Tree Skin Clearing Mattifying Toner โทนเนอร์เช็ดผิวหน้า และ Tea Tree Oil สำหรับแต้มสิวให้แห้งไว ใครมีน้องสาว น้องชาย หรือคนที่ห่วงใยกำลังเป็นสิวอยู่ ไม่ควรพลาดฮีโร่พิชิตสิวเซตนี้

 

10. Etude House Tiny Twinkle Color Eyes (920 บาท)
สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่กำลังมองหาสีสันใหม่ๆ เพื่อใช้เฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญ ทั้งวันเกิด วันรับปริญญา หรือใช้แต่งหน้าเปลี่ยนลุคในช่วงเทศกาลแห่งความสุข พาเลตต์แต่งตาวิ้งวับจากแบรนด์เกาหลีอย่าง Etude House คือสิ่งที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ คุณภาพ และราคาที่จับต้องได้ มาเป็นพาเลตต์ 3 โทนคือ Rose Gold Ornament, Gold Bronze Ornament และ Silver Crystal Ornament แต่ละพาเลตต์จะรวม 9 เฉดสีสำหรับแต่งตาในสไตล์ของตัวเอง

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post 10 เซตของขวัญดีต่อใจ จาก 10 แบรนด์ดังที่สาวไทยห้ามพลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/beauty-list-10-gift-set/feed/ 0
แชร์ 10 ขั้นตอนการบำรุงผิวให้สวยใสตามวิธีของสาวเกาหลี https://thestandard.co/10-step-korean-skin-care/ https://thestandard.co/10-step-korean-skin-care/#respond Fri, 09 Nov 2018 06:50:39 +0000 https://thestandard.co/?p=144314

แม้จะไม่ใช่ไอดอล ศิลปิน ดารา หรือนางแบบ แต่สังเกตไหมว่า […]

The post แชร์ 10 ขั้นตอนการบำรุงผิวให้สวยใสตามวิธีของสาวเกาหลี appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม้จะไม่ใช่ไอดอล ศิลปิน ดารา หรือนางแบบ แต่สังเกตไหมว่าใบหน้าของสาวเกาหลีนั้นสวยใสไม่แพ้คนดังในวงการ นั่นเป็นเพราะสาวเกาหลีให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองเป็นอันดับหนึ่ง ต่อไปนี้คือ 10 ขั้นตอนการบำรุงผิวให้สวยใสตามวิธีของสาวเกาหลีที่ THE STANDARD รวบรวมมาฝาก จะลองทำตามดูก็ไม่เสียหาย เพราะถึงอย่างไรการใส่ใจดูแลตัวเองเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยแม้แต่วันเดียว

1. ใช้ออยล์ทำความสะอาดผิวหน้า

ผลิตภัณฑ์ที่สาวเกาหลีนิยมใช้ในการทำความสะอาดผิวหน้าคือผลิตภัณฑ์ประเภทออยล์ ไม่ว่าจะเป็นออยล์บาล์มหรือออยล์คลีนเซอร์ ข้อดีคือช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจด สิ่งสกปรกที่ตกค้างเมื่อถูกนวดด้วยออยล์จะทำให้หลุดออกมาง่ายขึ้น นอกจากนี้ออยล์ยังมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวไปในตัว ผิวจึงไม่แห้งกร้านหลังการล้างหน้า

2. ใช้โฟมล้างหน้าอีกครั้งหลังการใช้ออยล์

เมื่อล้างหน้าด้วยออยล์เสร็จแล้วควรใช้โฟมล้างหน้าอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าผิวหน้าไม่มีสิ่งสกปรกและความมันใดๆ ตกค้างอยู่บนผิว โดยโฟมที่ใช้ก็จะไม่เหมือนกัน เพราะสภาพผิวต่างกัน บางคนมีปัญหารูขุมขนก็จะเลือกใช้โฟมที่ช่วยเรื่องกระชับรูขุมขน บางคนมีปัญหาผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส ก็จะเลือกสูตรที่เพิ่มความขาวใส แต่หากผิวไม่มีปัญหาใดๆ ก็เลือกใช้สูตรที่มีสารสกัดจากธรรมชาติเป็นหลัก ระยะเวลาในการนวดโฟมบนผิวหน้าไม่ควรน้อยกว่า 15 วินาที และไม่ควรเกิน 2 นาที

3. สครับผิว

ถ้าเป็นสาวไทย ส่วนใหญ่อาจมองข้ามขั้นตอนการสครับผิวไป แต่สำหรับสาวเกาหลีนั้นให้ความสำคัญกับการสครับผิวมาก ซึ่งสครับที่นิยมใช้ เช่น Black Sugar ที่อุดมด้วยสารบำรุงเข้มข้นจากแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ บางสูตรเพิ่มการยกกระชับและช่วยเรื่องรูขุมขนด้วย

4. ใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้าทุกครั้ง

สิ่งที่สาวเกาหลีขาดไม่ได้เลยคือการใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้าทุกครั้ง วิธีการใช้โทนเนอร์ที่ถูกต้องคือควรเทโทนเนอร์ให้ชุ่มเต็มแผ่นสำลี ไม่ควรปล่อยส่วนขอบสำลีให้แห้ง เพราะขอบสำลีอาจสร้างการระคายเคืองและบาดผิวระหว่างเช็ด โดยควรวางสำลีลงบนผิวและเช็ดเบาๆ ไปตามแนวรูขุมขน

5. บำรุงผิวด้วยเอสเซนส์

หลังจากใช้โทนเนอร์ก็มาถึงขั้นตอนการบำรุงผิวด้วยเอสเซนส์ โดยเลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองเป็นหลัก ทำได้ง่ายๆ ด้วยการเทเอสเซนส์ลงบนฝ่ามือและกดฝ่ามือบนผิวหน้าเบาๆ จนเนื้อเอสเซนส์ซึมทั่วผิวหน้า

6. ทาเซรั่มบำรุงผิว

สังเกตว่าระดับความเข้มข้นของการใช้สกินแคร์แบบสาวเกาหลีนั้นจะเริ่มจากระดับเบาๆ ก่อน จากนั้นค่อยเพิ่มเท็กซ์เจอร์ที่เข้มข้นขึ้น การใช้เซรั่มบำรุงผิวหลังจากผ่านการเช็ดด้วยโทนเนอร์และเอสเซนส์แล้วจะช่วยให้ผิวได้รับสารบำรุงที่คงความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างยอดเยี่ยม ผิวจะนุ่มชุ่มชื้นและอิ่มน้ำ

7. มาสก์ผิวหน้า

หลังทาครีมบำรุงเสร็จแล้ว สาวเกาหลีจะเริ่มทำการมาสก์หน้าทันที โดยส่วนใหญ่จะเลือกใช้แผ่นมาสก์ซึ่งเป็นที่นิยมมาก เนื่องจากใช้งานสะดวกและราคาไม่แพง การมาสก์หน้าจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวในทันที ผิวของสาวเกาหลีจึงดูเปล่งปลั่งและใสแบบ Glass Skin เพราะผิวชุ่มชื้นจากภายในเปล่งประกายสู่ภายนอก

8. ทาอายครีม

แม้จะเป็นตอนกลางวันหรือกลางคืน สาวเกาหลีก็จะทาอายครีมหลังจากขั้นตอนมาสก์หน้าเสร็จเสมอ เมื่ออายุมากขึ้น ริ้วรอยต่างๆ จะตามมาอย่างรวดเร็ว การป้องกันริ้วรอยรอบดวงตาด้วยการทาอายครีมจึงเป็นขั้นตอนที่ห้ามลืมและต้องทำทุกวัน

9. ทามอยส์เจอไรเซอร์

การทามอยส์เจอไรเซอร์มีประโยชน์ต่อผิวอย่างมาก เพราะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวแข็งแรงและสุขภาพดี โดยควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ให้ตรงกับสภาพผิวของตัวเอง และควรทาเป็นประจำทุกวัน

10. ทาครีมกันแดด

ปิดท้ายขั้นตอนการดูแลผิวแบบสาวเกาหลีด้วยการทาครีมกันแดด ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำทุกวันเช่นเดียวกัน ส่วนในเวลากลางคืนอาจตัดขั้นตอนการสครับผิวออกไป แล้วเปลี่ยนจากการทาครีมกันแดดมาเป็นการใช้โอเวอร์ไนต์มาสก์หรือสลีปปิ้งมาสก์ ซึ่งจะช่วยดูแลผิวตลอดทั้งคืน

 

Products

  1. Innisfree Green Tea Pure Cleansing Oil (720 บาท)
  2. Etude House Baking Powder BB Deep Cleansing Foam (350 บาท)
  3. Skinfood Black Sugar Wash Off Mask (สอบถามราคาได้ที่ร้าน)
  4. Laneige Fresh Calming Toner (1,050 บาท)
  5. Dr.Jart+ Water Fuse Hydro Dew Drop (1,570 บาท)
  6. Mamonde First Energy Serum (990 บาท)
  7. A’Pieu Icing Sweet Bar Sheet Mask (สอบถามราคาได้ที่ร้าน)
  8. Benefit Puff Off (1,320 บาท)
  9. Saturday Skin Waterfall Glacier Water Cream (1,260 บาท)
  10. Origins GinZing™ Hydrating Prettifying Finisher SPF 35 PA+++ (1,600 บาท)

 

ภาพ: Courtesy of Brand

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post แชร์ 10 ขั้นตอนการบำรุงผิวให้สวยใสตามวิธีของสาวเกาหลี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/10-step-korean-skin-care/feed/ 0
5 ไอเท็มเด็ดกู้ผิวโทรม พิทักษ์ขอบตาคล้ำ สำหรับหนุ่มๆ คอบอลโลก https://thestandard.co/eye-care-products/ https://thestandard.co/eye-care-products/#respond Fri, 22 Jun 2018 13:47:12 +0000 https://thestandard.co/?p=100217

คนไทยโชคดีที่ได้ชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครบทุกนัด (64 นั […]

The post 5 ไอเท็มเด็ดกู้ผิวโทรม พิทักษ์ขอบตาคล้ำ สำหรับหนุ่มๆ คอบอลโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

คนไทยโชคดีที่ได้ชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครบทุกนัด (64 นัด) ตลอด 4 สัปดาห์ตั้งแต่เริ่มจนจบการแข่งขัน (นัดชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันที่ 15 กรกฎาคม 2561) แต่ในความโชคดีกลับพ่วงมาด้วยความโชคร้ายต่อสุขภาพและผิวพรรณของหนุ่มๆ (รวมถึงสาวๆ ที่ชอบดูบอล) เพราะทุกความมันสะใจในการอดหลับอดนอนเพื่อดูบอลคู่โปรดนั้นต้องแลกมาด้วยขอบตาโบ๋และดำคล้ำ ผิวพรรณร่วงโรยแห้งกร้าน เผลอๆ มีสิวแถมมาอีกเพียบ THE STANDARD จึงรวบรวมไอเท็มกู้ผิวโทรมที่มีคุณสมบัติดีเลิศมาฝากคอบอลทุกคน จะได้ดูบอลอย่างสบายใจ ผิวพรรณสดใสและห่างไกลความโทรมกันถ้วนหน้า

 

 

Lab Series Daily Moisture Defense Eye Balm (1,500 บาท)
อดหลับอดนอนเพียง 2-3 วันอย่างต่อเนื่อง ขอบตาดำคล้ำก็เริ่มเผยให้สังเกตอย่างง่ายดาย ใครไม่อยากโดนเพื่อนเรียกแพนด้าตาโบ๋ ต้องมีตัวช่วยดีๆ อย่างอายบาล์ม ที่เราแนะนำตัวนี้เพราะเหมาะกับหนุ่มๆ โดยตรง ใช้ทาบางๆ บริเวณรอบดวงตา อายครีมจะช่วยปกป้องผิวให้คงความชุ่มชื่นอยู่ตลอด เมื่อใช้ต่อเนื่องจะช่วยลดรอยคล้ำที่มีอยู่แล้วให้ดูลดเลือนลง ยิ่งคนที่นอนดึกๆ แล้วต้องงัดร่างขึ้นมาทำงานเช้าๆ จะเจอกับอาการตาบวม อายครีมตัวนี้ช่วยลดอาการบวมได้ด้วย

 

Tips: บีบครีมปริมาณเท่าหัวไม้ขีด แต้มใต้ตาแล้วใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเบาๆ แล้วค่อยๆ กดด้วยน้ำหนักมือสม่ำเสมอ ควรทาทุกวัน ไม่ว่าคุณจะนอนเร็วหรือนอนเช้า ก็ต้องทา เพื่อปกป้องดวงตาให้ห่างไกลจากความดำคล้ำ

 

 

Nars Radiant Creamy Concealer (1,390 บาท)
ความจริงคือการทาอายครีมไม่ได้เห็นผลเร็วในวันสองวัน หนุ่มๆ จึงยังต้องเจอกับความคล้ำใต้ตาที่สังเกตเห็นได้ง่าย ตัวช่วยดีๆ ที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเห็นผลทันที คือการอำพรางรอยดำคล้ำใต้ตาด้วยคอนซีลเลอร์นั่นเอง จริงๆ แล้วคอนซีลเลอร์เป็นสิ่งที่หนุ่มๆ ควรจะมีติดบ้าน 1 แท่ง เพราะช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย เช่น รอยคล้ำและรอยสิว ที่เราแนะนำ Nars Radiant Creamy Concealer เพราะเป็นคอนซีลเลอร์ที่ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีโทนสีที่เข้าได้กับผิวคนไทย เนื้อครีมสามารถปกปิดได้ตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงการปกปิดขั้นสูง เหมาะจะใช้ปกปิดรอยสิว จุดด่างดำ รูขุมขนกว้าง วันไหนอยากเพิ่มความสดใสให้ใบหน้าดูไบรท์ขึ้น ก็ต้องพึ่งคอนซีลเลอร์นี่แหละ

 

Tips: แต้มคอนซีลเลอร์บริเวณที่ต้องการปกปิดในปริมาณเล็กน้อย ใช้นิ้วเกลี่ยและกดเบาๆ ให้เนื้อครีมเนียนเรียบ สร้างความกระจ่างใสให้ใต้ตาดูดีขึ้นราวกับนอนหลับเต็มอิ่มครบ 8 ชั่วโมง

 

 

CosRX One Step Pimple Clear Pad (690 บาท)
อยากหน้าใสไร้สิว ผิวสะอาดต้องมาก่อน แต่เข้าใจว่าหนุ่มๆ มักจะขี้เกียจ ไม่ชอบอะไรที่มีหลายสเตป โทนเนอร์แบบแผ่น CosRX One Step Pimple Clear Pad จึงเหมาะมากกับคอบอลทุกคน เพราะใช้เช็ดทำความสะอาดผิวได้ทันที แบรนด์นี้โดดเด่นมากที่เกาหลี เพราะคว้ารางวัลสายบิวตี้มาแล้วมากมาย (รางวัล 2016 Beauty Sure Award, Ceci’ Creator’s Award 2016, 2016 Watsons HWB Award ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นวิจัยมาเพื่อปกป้องและรักษาสิวโดยเฉพาะ ช่วยลดผดผื่นที่ขึ้นบริเวณใบหน้าและลดสิวได้ดี โดยเฉพาะสิวหัวดำที่หนุ่มๆ ชอบเป็นกัน


Tips: ใช้แผ่นสำลีด้านที่มีรอยนูนเช็ดผิวหน้าให้ทั่วก่อน เพื่อช่วยทำความสะอาดและขัดผิวอย่างอ่อนโยนไปในตัว จากนั้นพลิกมาใช้ด้านผิวเรียบเช็ดซ้ำอีกที จะช่วยให้เก็บสิ่งสกปรกที่อาจหลงเหลืออยู่ให้สะอาดหมดจดยิ่งขึ้น ในหนึ่งกระปุกมี 70 แผ่น ในหนึ่งวันใช้ได้ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น

 

 

Biotherm Force Supreme Life Essence (2,550 บาท)

เป็นผู้ชายก็ต้องการผิวดีไม่ต่างจากผู้หญิง ยอมลงทุนครอบครองสกินแคร์ดีๆ ไว้คู่กายอย่างเอสเซนส์ตัวดังของ Biotherm ถือเป็นไอเท็มเด็ดที่หนุ่มๆ ยูทูเบอร์ทั่วโลกรีวิวในความดีงามเอาไว้อย่างล้นหลาม คุณสมบัติที่ทำให้หนุ่มส่วนใหญ่หลงรักในเอสเซนส์ขวดนี้ เพราะเป็นเอสเซนส์ที่ไม่เหนียวเหนอะหนะ เนื้อสัมผัสจะเป็นแบบลิควิด (แต่เข้มข้น) มีส่วนผสมพิเศษของ Life Plankton™ ถึง 5% ซึ่งจะช่วยฟื้นบำรุงผิวให้เนียนเรียบและค่อยๆ กระชับรูขุมขนให้เรียบเนียน

 

Tips: ใช้เป็นขั้นตอนแรกสุดในขั้นตอนการดูแลผิวของผู้ชาย โดยใช้หลังล้างหน้าหรือโกนหนวด หยดเอสเซนส์เพียง 2-3 หยด ลงในฝ่ามือ แล้วกดเบาๆ ทั่วใบหน้า จากนั้นเสริมความชุ่มชื้นผิวตามปกติ

 

หา Face Mask ดีๆ มาใช้

วิธีนี้เป็นสิ่งที่หนุ่มเกาหลีทำกันเป็นปกติ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมพวกเขาหน้าใส และดูดีสุดๆ แม้จะอดหลับอดนอนหรือปาร์ตี้ดึกแค่ไหนก็ตาม เราแนะให้หนุ่มไทยใส่ใจเรื่องมาสก์หน้ากันให้มากขึ้น จะเป็นมาสก์ยี่ห้อไหน แบรนด์อะไรก็แล้วแต่ความชอบเลย ลองเลือกสูตรที่ตัวเองอยากให้เพิ่มการบำรุงหรือแก้ไขปัญหาเฉพาะของแต่ละคน เช่น ถ้ามีสิวอยู่แล้ว ก็เลือกสูตรสำหรับมาสก์ผิวที่เป็นสิว หากต้องการกำจัดความโทรมก็เลือกสูตรที่เพิ่มความขาวกระจ่างใสให้ผิว เป็นต้น

 

Tips: ขอแนะนำมาสก์หน้าราคาน่ารัก เช่น

 

 

1. Etude House AC T.A.P.A Gauze Mask Calamine (110 บาท) เป็นแผ่นมาสก์แบบผ้าก๊อซ มีส่วนผสมของคาลาไมน์ที่มีประสิทธิภาพในการปลอบประโลมผิว

 

 

2. Ariul 7 Days Mask Aloe Calming & Soothing (69 บาท) เป็นมาสก์จากประเทศเกาหลี สูตรว่านหางจระเข้ ช่วยปลอบผิวโทรมๆ ให้ชุ่มชื่นเหมือนผิวได้รับการพักผ่อนเต็มที่

 

Photo: Courtesy of Brands

The post 5 ไอเท็มเด็ดกู้ผิวโทรม พิทักษ์ขอบตาคล้ำ สำหรับหนุ่มๆ คอบอลโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/eye-care-products/feed/ 0
Beauty List: เก่าไปใหม่มา ได้เวลาเช็กลิสต์ลิปสติกและบลัชเชอร์รุ่นใหม่ https://thestandard.co/beauty-list-lipsticks-blushers/ https://thestandard.co/beauty-list-lipsticks-blushers/#respond Tue, 19 Jun 2018 06:09:50 +0000 https://thestandard.co/?p=99008

มีงานวิจัยที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยเอดิธโควาน (Edith Cow […]

The post Beauty List: เก่าไปใหม่มา ได้เวลาเช็กลิสต์ลิปสติกและบลัชเชอร์รุ่นใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

มีงานวิจัยที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยเอดิธโควาน (Edith Cowan University) ในรัฐเวสเทิร์น ประเทศออสเตรเลีย รายงานว่าสำหรับผู้หญิงแล้ว ของขวัญที่ถูกใจมากที่สุดคือลิปสติก (วัดจากการสอบถามผู้หญิง 200 คน คิดเป็น 72% ที่ตอบว่าลิปสติกคือของขวัญที่พวกเธอตื่นเต้นและถูกใจเมื่อได้รับ) นั่นเป็นเหตุผลที่บ่งบอกได้ว่าทำไมลิปสติกถึงเป็นไอเท็มสุดฮอตที่ผู้หญิงมีแล้ว สามารถมีอีกได้ และเราเชื่อว่าสาวไทยก็อินกับการมีลิปสติกหลายแท่งไม่ต่างกัน ต่อไปนี้คือลิปสติกและบลัชเชอร์รุ่นใหม่ที่น่าสนใจจนอยากชวนสาวๆ มาอัปเดตไอเท็มใหม่ล่าสุดนี้ไปด้วยกัน

 

 

Mamonde Creamy Tint Squeeze Lip

 

What: ลิปสติกรุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Mamonde ต่อยอดความฮอตจากรุ่นเก่าที่เคยออกลิปรุ่น Creamy Tint Color Balm Intense (มี 22 เฉดสี) และ Creamy Tint Color Balm Light (มี 10 เฉดสี) เมื่อปีที่แล้ว สูตร Intense สีจะเข้มข้นสดชัด ส่วนสูตร Light จะคล้ายลิปบาล์มที่มีสีอ่อนๆ มีหลายคนที่ชื่นชอบทั้งสองสูตร เพราะเป็นรุ่น Bestseller ทั้งคู่ Mamonde จึงไม่รีรอ นำความต้องการของสาวๆ ไปต่อยอดจนได้ลิปสูตรใหม่ในแท่งหลอดบีบ ผลิตด้วยเทคโนโลยีหลอมเย็นละลายเท็กซ์เจอร์ลิปสติกแบบแท่งมาเป็นเนื้อลิควิดด้วยวิธีหลอมเย็นในอุณหภูมิต่ำสุด

 

We Say: สิ่งที่เราชอบเป็นพิเศษคือ การนำเอาโทนเนอร์น้ำกุหลาบตัวดังของแบรนด์ Mamonde ผสมเข้าไปในเนื้อลิปถึง 28% เวลาทาลิป จึงรู้สึกเนียนนุ่มและหอมกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ ด้วย ลิปรุ่นใหม่มีทั้งหมด 10 เฉดสี โดยสีฮอตฮิตสุดมี 3 สีคือ No.03 Chic Red, No.7 Better than Coral และ No.10 Retro Red (ราคา 450 บาท)

 

 

Red Earth Shameless Velvet Liquid Lipstick

 

What: Red Earth เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่อยู่คู่กับสาวๆ มาตั้งแต่ยุค 90’s ในไทยเองก็มีการต้อนรับการกลับมาเมื่อกลางปีที่แล้ว ตอนนั้นนำสกินแคร์บำรุงผิวเข้ามาก่อนในช่วงแรก จากนั้นก็ตามมาด้วยขบวนเมกอัปสำหรับใช้แต่งหน้าอีกมากมาย ที่มีจุดเด่นในเรื่องส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ ล่าสุดได้เปิดตัวลิปสติกใหม่ Red Earth Shameless Velvet Liquid Lipstick เป็นเนื้อแบบกำมะหยี่ผสมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ นอกจากจะได้สีที่สวยชัดแล้ว ยังบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นไปในตัว

 

We Say: ทุกเฉดสีเลือกมาเหมาะกับคนไทย เพื่อใช้เติมลุคในแต่ละวันให้แตกต่าง มีทั้งโทนสีเบาๆ สีหวาน และสีแซ่บจัดจ้านสำหรับสาวมั่น สีที่เราแนะนำมี 5 เฉดสีด้วยกัน คือ ลาเต้ (Latte) เบอร์รี (Berry) เรดบีน (Red Bean) แดนเชีย (Danxia) และเมเปิล (Maple) (ราคา 690 บาท)

 

 

Etude House Mini Two Match Tin Set

 

What: ลิปสติกสุดน่ารักแบบนี้ สมกับเป็นแบรนด์ Etude House สุดๆ ออกแบบแท่งลิปมาให้มิกซ์แอนด์แมตช์ เลือกสีโปรดของตัวเองมาใส่ได้ทั้ง 2 ด้าน ความสนุกอยู่ที่เวลามิกซ์สีที่ชอบ แค่ติดแท่งลิปลงไปในปลอกลิปแม่เหล็ก มันจะดูดแท่งลิปให้ติดหนึบอย่างง่ายดาย เวลาจะดึงออกเพื่อเปลี่ยนก็แค่ดึงออกจากปลอกแม่เหล็กเบาๆ ก็สลับสับเปลี่ยนสีใหม่ๆ ได้ไม่ยาก ความว้าวอยู่ที่ตัวเลือกเฉดสีมีมากถึง 31 เฉดใน 5 เนื้อสัมผัส ตั้งแต่ Highly Matte, Semi-Matte, Glossy, Creamy และ Pearl Glitter

 

We Say: ลิปคอลเล็กชันนี้เหมาะกับสาวน้อยหัวใจมุ้งมิ้ง ผู้แพ้ภัยลวดลายสุดน่ารักที่มีให้เลือกจนตาลาย ทั้งลายตาราง ลายจุด ลายการ์ตูน และฟอนต์ตัวหนังสือน่ารักๆ ในหนึ่งแท่งสามารถมิกซ์สีโปรดได้ 2 สีในแท่งเดียว (ราคา 1,400 บาท)

 

 

Soap & Glory Outstanding Double-Ended Lip Contouring Crayon

 

What: ผลิตภัณฑ์แต่งหน้าจากแบรนด์ Soap & Glory โดดเด่นไม่แพ้แบรนด์ดังอื่นๆ เลย โดยเฉพาะที่เขียนคิ้วที่กูรูความงามทั้งไทยและต่างประเทศยกนิ้วให้ว่าดีจริง แต่คราวนี้ Soap & Glory อัปเดตผลิตภัณฑ์ใหม่ในไลน์ของลิปเครยอนแบบแท่ง ที่มีหัว 2 ด้าน ด้านหนึ่งเป็นหัวเรียวเล็ก อีกด้านเป็นหัวใหญ่ สำหรับใช้ครีเอตเรียวปากให้คมเฉียบเพอร์เฟกต์ มีส่วนประกอบของมอยส์เจอร์ไรเซอร์จากเชียบัตเตอร์และน้ำมันมะพร้าว ลิปมีทั้งเนื้อแมตต์และเนื้อแวววาว

 

We Say: เพื่อให้ได้ริมฝีปากที่สวยสดชัดเนียนเรียบ ให้ใช้ด้านหัวเล็กวาดขอบปากก่อน จากนั้นค่อยใช้ด้านหัวใหญ่ระบายริมฝีปากที่เหลือให้เต็ม เท่านี้ก็จะได้มีริมฝีปากสีสวย แถมยังคมเป๊ะราวกับมืออาชีพ (ราคา 450 บาท)

 

 

Innisfree Smart Drawing Blusher

 

What: นี่คืออุปกรณ์แต่งหน้าสำหรับสาวยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกรวดเร็ว Innisfree Smart Drawing Blusher จึงตอบโจทย์ในแง่การใช้งานที่ทั้งง่ายและเร็ว เป็นบลัชเชอร์เนื้อครีมมาในสามเฉดสีแสนสวย ช่วยเนรมิตพวงแก้มให้ดูโดดเด่น เนื้อสัมผัสเป็นเนื้อแบบซาติน ทำให้เกลี่ยลื่น เกลี่ยง่าย เนื้อไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่เม็ดสีที่ได้มีความติดทน และดูมีชีวิตชีวาราวกับเป็นสีพวงแก้มที่อมชมพูเป็นธรรมชาติ

 

We Say: ควรใช้หลังการใช้เบสเมกอัปลงผิวเรียบร้อย จากนั้นใช้บลัชเชอร์ค่อยๆ ทาลงบนผิว ค่อยๆ บีบหลอดเบาๆ เนื้อบลัชเชอร์จะค่อยๆ ซึมออกมา ให้เกลี่ยแล้วใช้นิ้วกดเบาๆ ให้เนียนกลืนไปกับผิว อีกหนึ่งทีเด็ดของบลัชเชอร์รุ่นนี้คือสามารถใช้ทาริมฝีปากได้ด้วยนะ (ราคา 340 บาท)

The post Beauty List: เก่าไปใหม่มา ได้เวลาเช็กลิสต์ลิปสติกและบลัชเชอร์รุ่นใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/beauty-list-lipsticks-blushers/feed/ 0
ชวนมาเคลียร์ปัญหา ทำไมทาครีมแล้วไม่เห็นผล? https://thestandard.co/how-cream-works/ https://thestandard.co/how-cream-works/#respond Fri, 25 May 2018 16:02:31 +0000 https://thestandard.co/?p=93453

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่นั่งหัวเสียอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งท […]

The post ชวนมาเคลียร์ปัญหา ทำไมทาครีมแล้วไม่เห็นผล? appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่นั่งหัวเสียอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งทุกครั้งที่ส่องกระจก เพราะหงุดหงิดที่อุตส่าห์ทาครีมดังๆ ยี่ห้อดีๆ แต่กลับไม่เห็นผล แทนที่จะหัวเสียกับกระปุกครีมในมือ THE STANDARD ชวนมาเคลียร์ปัญหานี้ไปพร้อมกัน โดยถอยกลับไปที่จุดเริ่มต้น จะพบว่าต้นตอของปัญหานี้มันไม่ใช่ความผิดของสกินแคร์เลย แต่กลับเป็นตัวเราต่างหาก เนื่องจากถ้ามีการวิเคราะห์และรู้จักผิวของตัวเองแต่แรก ก็สามารถช่วยให้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวถูกต้องและเห็นผลได้มากขึ้น นี่คือเทคนิควิเคราะห์แต่ละสภาพผิว เพื่อที่จะได้เลือกใช้สกินแคร์เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและน่าพอใจมากขึ้น

 

ผิวธรรมดา

จุดสังเกต: ผิวมีความเรียบเนียน สม่ำเสมอ รูขุมขนมีขนาดเล็ก บริเวณแก้มมักจะเป็นส่วนที่แห้งที่สุดบนใบหน้า แต่ไม่แห้งจนเกินไป ซึ่งบางครั้งคนผิวธรรมดาจะรู้สึกว่าผิวมีความมัน และรูขุมขนแลดูกว้างโดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง แต่ความสมดุลระหว่างน้ำและน้ำมันในผิวมีความสมดุลที่พอดี ทำให้นี่เป็นชนิดผิวที่ง่ายต่อการดูแล รวมทั้งง่ายต่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวด้วย

 

การดูแลผิวธรรมดา
ควรทำความสะอาดผิวธรรมดาด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแบบมีฟอง เช่น โฟม วิปโฟม สบู่ก้อนออร์แกนิกสำหรับทำความสะอาดผิวหน้า ส่วนขั้นตอนบำรุง ควรเลือกเติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยสกินแคร์เนื้อโลชันบางเบา หากเป็นครีมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ต้องไม่ใช่เนื้อครีมที่เข้มข้นเกินไป ควรเลือกเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ซึมเข้าผิวง่าย และใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน

 

วิธีอื่นๆ

เลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี และอี เพื่อรักษาผิวให้มีความนุ่มนวลเรียบเนียน และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ การรักษาระดับความชุ่มชื้นในผิวและช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ด้วยวิธีง่ายๆ คือการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวันร่วมด้วย และหาเวลาสครับผิวเดือนละ 2 ครั้ง

 

Editor’s Picks  

 

 

1. Laneige Moist Cream Cleanser (850 บาท)

 

 

2. Fresh Lotus Youth Preserve Rescue & Recover Face Mask (2,700 บาท)

 

 

3. Philosophy Take A Deep Breath Oil-Free Oxygenating Gel Cream (1,490 บาท)

 

ผิวแห้ง

จุดสังเกต: คนผิวแห้งเมื่อล้างหน้าเสร็จจะรู้สึกตึงๆ ที่ผิว บางครั้งจะเห็นว่าผิวลอกเป็นขุยชัดเจน ใบหน้าดูแห้ง และเมื่อลองเอามือจับหรือสัมผัสใบหน้าดู จะรู้สึกว่าหยาบและไม่เรียบเนียน เนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้นอย่างมาก และเสี่ยงต่อการเป็นผิวแพ้ง่าย ข้อดีคือคนผิวแห้งจะมีรูขุมขนที่เล็กจนแทบจะมองไม่เห็น แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อเสียที่ใหญ่หลวงคือเป็นผิวที่มักเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่นๆ

 

การดูแลผิวแห้ง

ควรเพิ่มความใส่ใจเป็นพิเศษในการดูแลผิว โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ช่วยไม่ให้ผิวแห้งตึง ส่วนขั้นตอนการบำรุงควรบำรุงผิวอย่างดี โดยเริ่มจากน้ำมันบำรุงผิวหน้าเนื้อเบา แล้วค่อยตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เข้มข้นกว่าทาทับลงไป เลือกจากสูตรที่สามารถเติมความชุ่มชื้น เติมน้ำให้ผิวได้

 

วิธีอื่นๆ ควรปรับไลฟ์สไตล์เกี่ยวกับการกิน โดยเลือกกินอาหารดีมีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ เช่น ผัก ผลไม้ต่างๆ คนผิวแห้งที่อยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานานจะยิ่งทำให้ผิวแห้งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นควรหาเครื่องทำความชื้นมาไว้ในบ้านหรือที่ทำงานก็สามารถช่วยได้ ที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอทุกวัน งดกาเฟอีนและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อีกหนึ่งสาเหตุของผิวขาดน้ำที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

 

Editor’s Picks  

 

 

1. Clinique Moisture Surge Extended Replenishing Hydrator (1,900 บาท)

 

 

2. Tarte Travel Maracuja Oil (540 บาท)

 

 

3. Origins Checks and Balances™ Frothy Face Wash (1,000 บาท)

 

ผิวมัน
จุดสังเกต: มีความมันเงาบริเวณทีโซน (หน้าผาก จมูก และคาง) มีสาเหตุมาจากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ทำให้รูขุมขนใหญ่และมองเห็นได้ชัดเจน คนผิวมันมักจะเป็นสิวอักเสบบ่อยๆ แต่ก็มีข้อดีตรงที่เกิดริ้วรอยยากกว่าคนผิวแห้ง

 

การดูแลผิวมัน

วิธีการดูแลผิวมัน เริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาด 2 ครั้งต่อวัน เช้าและเย็น เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นละอองที่เกาะติดอยู่บนผิวหน้า การล้างหน้าจะช่วยทำความสะอาดรูขุมขนไม่ให้เกิดการอุดตัน หลังล้างหน้านั้นคนผิวมันเหมาะกับโทนเนอร์ที่ใช้เช็ดผิวเพื่อปรับสมดุลผิวและกำจัดน้ำมันส่วนเกิน ส่วนมอยส์เจอร์ไรเซอร์ให้เล็งชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อรักษาระดับความชุ่มชื้นของผิวเอาไว้ไม่ให้ผิวแห้งหรือมันเกินไป

 

วิธีอื่นๆ

รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และหมั่นดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ หากเป็นสิวอยู่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แต้มสิวหรือยารักษาสิว ทารักษาควบคู่ไปกับการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จะช่วยให้การทาครีมเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น

 

Editor’s Picks

 

 

1. Mario Badescu Silver Powder (495 บาท)

 

 

2. Etude House AC Clean Up Toner (550 บาท)

 

 

3. Boscia Detoxifying Black Cleanser (1,360 บาท)

 

ผิวผสม

จุดสังเกต: มีความมันบริเวณทีโซน (หน้าผาก จมูก และคาง) แต่ข้างแก้มทั้งสองข้างจะค่อนข้างแห้ง หรือมีบางจุดที่ขาดความชุ่มชื้น บางคนอาจมีรูขุมขนกว้างบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง

 

การดูแลผิวผสม

ผิวผสมจำเป็นต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอโดยเลือกใช้สกินแคร์แยกส่วนกัน เช่น ผิวบริเวณที่มีความมันนั้นควรปรับสภาพผิวด้วยโทนเนอร์เป็นประจำ และบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเข้มข้น ส่วนบริเวณที่ผิวแห้งนั้น คนผิวผสมเหมาะกับการเลือกใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของ AHA (Alpha Hydroxy Acids) เป็นส่วนประกอบซึ่งจะมีประโยชน์ต่อผิวผสม ทั้งช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวด้วย

 

วิธีอื่นๆ

อย่าลืมทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน และสามารถมาสก์หน้าเดือนละ 2-3 ครั้ง ปัจจุบันมีมาสก์ที่ตอบโจทย์ผิวผสมที่เลือกมาสก์เฉพาะจุดได้

 

Editor’s Picks

 

 

1. Aesop In Two Minds Facial Cleanser (สอบถามราคาได้ที่เคาน์เตอร์)

 

 

2. Mamonde Floral Hydro Ampoule Toner (990 บาท)

 

 

3. Fresh Rose Deep Hydration Face Serum (2,000 บาท)

 

ผิวบอบบางแพ้ง่าย

จุดสังเกต: ผิวบอบบางแพ้ง่ายเกิดขึ้นได้ทั้งในผิวแห้งและผิวมัน จะมีลักษณะของผิวที่ระคายเคืองง่าย เวลาใช้เครื่องสำอางจะพบปัญหามากกว่าผิวประเภทอื่นๆ เพราะแพ้ง่ายและไวต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้มองเห็นเป็นรอยแดง เป็นจ้ำๆ และมีอาการคัน

 

การดูแลผิวบอบบางแพ้ง่าย

ผิวแพ้ง่าย ไม่ว่าจะล้างหน้าหรือบำรุง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ คือ ความอ่อนโยนของผลิตภัณฑ์ ต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม พาราเบน และแอลกอฮอล์ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ประเภทที่เสี่ยงต่อการระคายเคืองผิว ทางรอดเดียวคือมองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าผลิตมาสำหรับผิวที่บอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ซึ่งจะเข้าดูแลผิวได้ตรงสภาพผิว และปลอดภัยมากกว่า

 

วิธีอื่นๆ

เลือกใช้ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย อาจมองหาแบรนด์ที่เป็น Vegan 100% หรือแบรนด์ออร์แกนิก ที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี เพื่อไม่ให้สร้างความระคายเคืองแก่ผิว ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกในตลาดในไทยเยอะขึ้นมาก เช่นร้าน All About You ที่รวมผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจากทั่วโลกมารวมไว้ที่เดียว ทำให้ง่ายต่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับผิวทุกประเภท

 

Editor’s Picks

 

 

1. Dr Jart+ Cicapair Serum (1,910 บาท)

 

 

2. Eucerin Aquaporin Active Cream (680 บาท)

 

 

3. Clarins Extra-Comfort Toning Lotion (สอบถามราคาได้ที่เคาน์เตอร์)  

The post ชวนมาเคลียร์ปัญหา ทำไมทาครีมแล้วไม่เห็นผล? appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/how-cream-works/feed/ 0
8 ลิปคู่ใจเติมความสวยแซ่บรับซัมเมอร์นี้ https://thestandard.co/lipsticks-for-summer-2018/ https://thestandard.co/lipsticks-for-summer-2018/#respond Tue, 27 Mar 2018 02:12:17 +0000 https://thestandard.co/?p=79924

ไม่ว่าแพลนของทริปลำดับถัดไปจะเป็นที่ไหน THE STANDARD แน […]

The post 8 ลิปคู่ใจเติมความสวยแซ่บรับซัมเมอร์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไม่ว่าแพลนของทริปลำดับถัดไปจะเป็นที่ไหน THE STANDARD แนะนำให้พกพาลิปสติกคู่ใจติดกระเป๋าไปด้วยสักแท่ง ใช้ครีเอตทั้งเดย์ลุคไปจนถึงไนต์ลุคที่บ่งบอกสไตล์ของตัวเอง หากไม่รู้ว่าไอเท็มลิปสติกออกใหม่มีแบรนด์ไหนเด็ดและน่าสนใจบ้าง เราคัดสรรมาฝากแล้ว มีตั้งแต่ลิปกลอสใสๆ ทาง่าย ไปจนถึงเฉดสีชมพูหวาน และสีแดงสุดฮอตที่จะทำให้ซัมเมอร์นี้สดใสถึงขีดสุด

 

 

The Face Shop Flat Velvet & Glossy Lipstick (299 บาท)
แฟลตลิปใหม่ล่าสุดจากแบรนด์เกาหลี The Face Shop ออกแบบมาเป็นแท่งให้หยิบจับใช้งานแสนง่าย ที่เก๋คือหัวลิปสติกเป็นทรงหัวแบน หรือเรียกว่าแฟลตลิปสติก ความดีงามของทรงหัวแบนคือง่ายต่อการทาลงไปบนริมฝีปาก มีให้เลือกตามชอบใจ 2 แบบ คือแบบเนื้อกำมะหยี่ The Face Shop Flat Velvet และ The Face Shop Glossy Lipstick ที่เป็นเนื้อกลอส

 

 

We Say: หากใครกลัวว่าลิปจะทำให้ปากแห้ง ขอให้มั่นใจได้ เราลองแล้วทั้ง 2 แบบ พบว่าไม่ทำให้ริมฝีปากแห้ง เพราะมีส่วนผสมของน้ำมันเริ่ดๆ ถึง 4 ชนิด น้ำมันโรสฮิป น้ำมันโจโจ้บา น้ำมันมะกอก และน้ำมันจากคาเลนดูลา

 

 

Givenchy Le Rouge Mat (1,700 บาท)
การได้เป็นเจ้าของลิปสติกหรูหราสักแท่ง นอกจากจะเหมือนให้รางวัลตัวเองแล้ว เวลาหยิบออกมาใช้ก็จะรู้สึกมีความสุขทุกครั้ง ยิ่งถ้าเป็นลิปสติกแท่งใหม่ของ Givenchy ที่เพิ่งออกลิปเนื้อแมตต์ 6 เฉดสีใหม่ ยิ่งห้ามพลาด เพราะเอ็กซ์คลูซีฟทั้งสีสันและดีไซน์ของลิปสติก ความดีงามเรื่องคุณภาพอยู่ที่ความสดชัดของสี ทาแล้วลิปติดทนนาน ริมฝีปากชุ่มชื่นดี แม้จะเป็นสูตรเนื้อแมตต์

 

 

We Say: หากใครเป็นแฟนแบรนด์นี้ จะรู้ดีว่าเครื่องหนังจะถูกนำมาใช้สร้างเอกลักษณ์ให้กับแท่งลิปสติก คอลเล็กชันก็มีการนำหนังแท้สไตล์ Givenchy เข้ามาเป็นส่วนประกอบให้กับแท่งลิปสติกเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับแฟนๆ ในการสะสม

 

 

L’Oreal Paris Color Riche Metallic สี 631 Rose Champagne (399 บาท)
อยากครีเอตลุคแต่งหน้าซัมเมอร์นี้ให้สดใสสไตล์สาวหวานปารีเซียง แนะนำลิปสติกคอลเล็กชันใหม่จาก L’Oreal Paris กับ Color Riche Metallic สี 629 Pure Gold ซึ่งเป็นสีชมพูหวาน เหมาะจะแมตช์กับเทรนด์เสื้อผ้าโทนสีชมพูสดใส ไม่ว่าจะมีไลฟ์สไตล์แบบสาวในเมือง หรือจะตีตั๋วไปอาบแดดที่ชายหาดแสนสงบ ลิปสติกสีนี้ก็ตอบโจทย์ จะทาเดี่ยวๆ ให้ริมฝีปากเด่นด้วยสีชมพูสีเดียวก็ดูสุขภาพดี หรือจะจับคู่กับการปัดมาสคาร่า เพิ่มเสน่ห์ให้ดวงตาดูสวยชิค มินิมัลแต่มีสไตล์ก็เก๋ไม่เบา

 

We Say: เนื้อลิปแบบครีมทำให้ทาง่าย โดดเด่นด้วยโทนสีนู้ดชมพูเมทัลลิก สามารถใช้เนรมิตลุคหวานแต่ยังอมความชิคได้แบบแฟชั่นนิสต้า

 

 

Maybelline Super Stay Matte Ink (249 บาท)

วันเปิดตัวลิปสติก Maybelline Super Stay Matte Ink ในไทย นี่คือสีที่เติมความแซ่บและร้อนแรงสุดๆ ลิปสติกเนื้อแมตต์รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ยังเด่นเรื่องติดทนแบบจูบไม่มีหลุดนานถึง 16 ชั่วโมง จนแฮชแท็ก #Kissproof กลายเป็นไวรัลดัง หลายคนอาจสงสัยว่าติดทนจริงหรือ เราชวนให้ไปหาคำตอบ! คอลเล็กชันนี้มี 10 เฉดสีด้วยกันเพื่อลุคแตกต่างให้สาวไทยได้เลือกกันจุใจ (แอบบอกนิดหนึ่งว่าเฉดสีที่ญาญ่า พรีเซนเตอร์ของแบรนด์ชอบใช้คือ สี Voyager)

 

We Say: ทิปส์ง่ายๆ ในการทาลิปสติกแมตต์ให้ปัง เริ่มจากวาดขอบปากให้ได้รูป แล้วค่อยทาให้ทั่วริมฝีปาก ทิ้งไว้ให้แห้งสักพัก แล้วลิปแมตต์ก็จะติดทนตลอดวัน คนที่มีริมฝีปากบางสามารถวาดเลยขอบปากเพื่อสร้างความเรียวให้ปาก ให้ดูอวบอิ่มได้ด้วย

 

 

Fresh Sugar Dream Lip Treatment Advanced Therapy (1,080 บาท)

หากคุณกำลังมองหาลิปบำรุงดีๆ แนะนำลิปจากแบรนด์ Fresh ที่หลายคนชมอุบเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์บำรุงริมฝีปากได้อย่างดีเยี่ยม การันตีได้จากรางวัลมากมายที่ได้รับ โดยเฉพาะลิปบำรุงในตระกูล Sugar และล่าสุด Fresh เปิดตัวลิปบำรุงตัวใหม่ ที่เพิ่มเฉดสีชมพูระเรื่อเข้าไป ทำให้ทาออกมาแล้วนอกจากให้ความชุ่มชื้น ยังเนรมิตริมฝีปากในเฉดสีชมพูแบบธรรมชาติ เหมาะจะเติมหน้าสดให้มีสีสันตลอดหน้าร้อนนี้

 

 

We Say: สิ่งที่เราปลื้มในลิปบำรุงรุ่นใหม่นี้ อยู่ที่ส่วนผสมเด็ดอย่างสารสกัดจากพืชที่พบตามชายฝั่งทะเล สารสกัดจากส้มอ่อน ไฮยาลูรอนิกฟิลลิงสเฟีย รวมถึงสารสกัดที่ช่วยบำรุงริมฝีปากมากมายที่เมื่อรวมกันแล้วกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ริมฝีปากยิ่งทายิ่งนุ่มชุ่มชื่น

 

 

Clarins Instant Light Lip Comfort Oil สี 06 Mint (950 บาท)

ลองนึกภาพนั่งอ่านหนังสืออาบแดดอยู่ริมทะเล ข้างตัวมีลิปออยล์เนื้อดีที่หยิบมาทาบำรุงริมฝีปากอยู่เป็นระยะ คงจะฟินไม่น้อย หากคุณเป็นมนุษย์ที่ไม่ชอบแต่งหน้าเยอะ แต่เน้นใส่ใจบำรุงผิวและทาครีมกันแดด ทาลิปบำรุงของ Clarins Instant Light Lip Comfort Oil นี้น่าจะเหมาะไม่เบา เพราะนี่คือลิปออยล์สำหรับบำรุงริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มสุขภาพดีโดยไม่เหนียวเหนอะหนะอีกด้วย

 

We Say: สีเบอร์ 06 Mint เป็นลิปออยล์เนื้อใสอมสีมินต์เบาๆ แค่มองก็รู้สึกผ่อนคลาย ผลลัพธ์ของการทาลงบนริมฝีปากคือความรู้สึกที่เบาสบาย ปากดูเงาสุขภาพดี แถมยังนุ่มชุ่มชื่นด้วย

 

 

2018 Three Triple Three Treat (เซตละ 2,500 บาท)

แฟนๆ ของแบรนด์ Three มักตั้งตาคอยการเปิดตัวลิปสติกรุ่นใหม่เสมอ เพราะมักจะมีเซอร์ไพรส์อยู่ทุกครา (คราวที่แล้วออกลิปสติกลิมิเต็ดเอดิชันโดยตั้งชื่อตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของไทยอีกด้วย!) และการเปิดตัวครั้งนี้มาเป็นเซต โดยมีคอนเซปต์ว่า Makeup Kit 3 ให้ได้แต่งลุคซัมเมอร์สไตล์ตัวเอง เซตที่เราเลือกมาแนะนำคือ 2018 Three Triple Three Treat 01 Bliss Beatbox ซึ่งเป็นเซตสำหรับครีเอตลุคที่ร่าเริงสดใส ประกอบด้วย Three Whisper Gloss For Eye T01 สี Misty Rose ใช้ทาเปลือกตาให้ดูสวยสดใส ไร้เดียงสา Three Epic Mini Dash 01 Na-Star Child เป็นได้ทั้งลิปและทาแก้มในโทนสี Light Peach ส่วน Three Lyrical Bloom 05 Voice Ascending เป็นลิปบลูมสี Carmine Red สำหรับทาริมฝีปากให้ดูสวยมั่นใจ มีเสน่ห์แบบเด็กสาวผู้ร่าเริง

 

 

We Say: นอกจากเซต Bliss Beatbox ที่เหมาะกับคนที่อยากเติมความสดใสเริงร่าแล้ว ยังมีอีก 2 เซตที่น่าสนใจคือ 2018 Three Triple Three Treat 02 Ella Beatbox มอบลุคที่ดูอ่อนหวานสบายๆ และ 2018 Three Triple Three Treat 03 Blossom Beatbox อันเป็นเซตสำหรับคนที่ต้องการแต่งหน้าในลุคที่ดูหรูหราขึ้นมาหน่อยผ่านสีโทนชมพูอมน้ำตาล แก้มสีชมพูกุหลาบ และลิปบลูมสีแดงสดเปล่งปลั่งแลดูสุขภาพดี

 

 

Etude House Colorful Drawing Dear Darling Water Gel Tint (200 บาท)

ผู้หญิงไทยคุ้นเคยกับลิปทินต์ของ Etude House มาตลอด 10 ปี และนี่คือไอเท็มชิ้น เด็ดที่เหมาะกับหน้าร้อนของทุกยุคสมัยแถมยังติดทนทาน อย่าพลาดรุ่น Colorful Drawing Dear Darling Water Gel Tint ซึ่งออกมา 2 เฉดใหม่ คือ Cool Tone สี PK007 จะเป็นลิปทินต์เนื้อเจลสีแดงสด และอีกเฉดคือ Warm Tone สี PR206 ที่ออกโทนสีส้ม

 

 

We Say: เพราะมีส่วนผสมของสารสกัดจากทับทิมที่มีทั้งแร่ธาตุและวิตามิน รวมกับสารสกัดจากโซปเบอร์รี ทำให้ทาแล้วริมฝีปากนุ่มชุ่มชื่น ไม่แห้งผากเมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงเหมือนลิปทินต์ส่วนใหญ่ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ไอเท็มนี้เหมาะพกพาเป็นลิปคู่ใจตลอดซัมเมอร์นี้

 

Photo: Courtesy of Brands

The post 8 ลิปคู่ใจเติมความสวยแซ่บรับซัมเมอร์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/lipsticks-for-summer-2018/feed/ 0
5 ลิสต์เครื่องสำอางใหม่ดีต่อใจที่จะพาคุณสวยก่อนใครตั้งแต่ต้นปี https://thestandard.co/5-cosmetics-list/ https://thestandard.co/5-cosmetics-list/#respond Mon, 01 Jan 2018 17:00:02 +0000 https://thestandard.co/?p=59106

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความงามของศักราชใหม่ที่น่าตื่ […]

The post 5 ลิสต์เครื่องสำอางใหม่ดีต่อใจที่จะพาคุณสวยก่อนใครตั้งแต่ต้นปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความงามของศักราชใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่าเดิม เมื่อเหล่าแบรนด์ดังงัดคอลเล็กชันเด็ดมาประชันกันจนกระเป๋าสตางค์สั่นสะเทือน ไปดูกันว่าลิสต์เมกอัพเด็ดๆ โดนๆ จาก 5 แบรนด์ที่ THE STANDARD แนะนำนั้นจะตรงกับ Wishlist ของใครอยู่หรือเปล่า?

 

 

Urban Decay Heavy Metals Glitter Liner
What: กลิตเตอร์อายแชโดว์มีมาเป็นกองทัพ เป็นการรับปีใหม่ที่เปรี้ยวเกินเพื่อน กับความกะพริบระยิบระยับที่เป็นซิกเนเจอร์ของช่วงเทศกาลที่กลิ่นอายยังไม่จางไป กลิตเตอร์เหล่านี้อยู่ในรูปของลิควิดไลเนอร์เนื้อน้ำ มีทั้งหมด 11 เฉดสี ช่วยให้การแต่งหน้าลุคแกลมร็อกของสาวๆ ง่ายขึ้น

 

We Say: เป็นกลิตเตอร์ไลเนอร์ที่แค่ทาเดี่ยวๆ ก็สวย แต่ถ้าอยากอัพเลเวลความเปรี้ยวให้จี๊ดขึ้นกว่าเดิม แนะนำให้กรีดอายไลเนอร์ 2 เฉดสีที่ชอบแมตช์กัน จะได้ลุคดูโอไลเนอร์ที่แซ่บเกินใคร

Price: 850 บาท

 

 

Becca Cosmetics Shimmering Skin Perfector® Pressed Highlighter in Gradient Glow (Limited Edition)
What: ไฮไลต์จากแบรนด์ Becca มาพร้อมการรวมดาว 5 เฉดสีของไฮไลต์ยอดนิยมของสาวๆ ทั่วโลก มารวมไว้ในตลับเดียว จึงไม่ต้องบรรยายความดีงามอะไรมาก เพราะคนที่หลงรักความเจิดจรัสบนใบหน้ารู้ดีว่าไฮไลต์แบรนด์นี้คือชิ้น must have  ต้องมีอย่างน้อย 1 เฉดสีบนโต๊ะเครื่องแป้ง แต่นี่ยิ่งรวมสีฮิตมาไว้ด้วยกันแล้วยิ่งฟินไปกันใหญ่

 

We Say: ในตลับประกอบด้วยเฉด Bronzed Amber, Moonstone, Opal, Rose Gold และ Topaz เป็นประกายชิมเมอร์เนื้อละเอียด ใช้แต่งแต้มใบหน้า สร้างประกายสะท้อนล้อกับแสงเพื่อผิวสวยโกลว์

Price: 1,650 บาท

 



Etude House Be My Universe Multi Palette
What: โดดเด่นเรื่องแพ็กเกจจิ้งหวานน่ารักต้องยกให้แบรนด์ Etude House ส่งพาเลตต์สุดน่ารักมาเรียกเงินให้คนรักความหวานทั้งหลายกับเมกอัพพาเลตต์ที่มีอายแชโดว์สวยๆ มากถึง 6 เฉดสี ไล่ตั้งแต่สีอ่อนไปจนถึงสีเข้ม

 

We Say: คอลเล็กชันนี้มีพาเลตต์อายแชโดว์ 2 โทนให้เลือก คือ Golden Galaxy และ Pink Galaxy แนะให้คนผิวแทน ผิวสองสี เลือกโทน Golden Galaxy จะเพิ่มความโดดเด่นผ่านโทนสีประกายทองน้ำตาลได้สวย เหมาะกับโทนสีผิว

Price: 820 บาท

 

 

Zoeva Sweet Glamour Blush Palette
What: พาเลตต์นี้ดีงามด้วยการจับเอาปัดแก้มเนื้อแมตต์โทนสีชมพูหวาน มาคู่กับไฮไลต์ประกายมุกสไตล์คุณหนู พร้อมคุณค่าของวิตามินอี ช่วยบำรุงผิวไปในตัว ไม่มีสารกันเสีย มิเนอรัลออยล์ และน้ำหอม

 

We Say: ไอเท็มนี้มีเฉพาะ Sephora ออนไลน์เท่านั้น อยากได้ต้องเปิดคอมฯ หรือสมาร์ทโฟน เข้าเว็บ Sephora

Price: 693 บาท

 

 

Too Faced Peach Glow Kit
What: พาเลตต์นี้มาพร้อมไฮไลต์ บลัชออน และบรอนเซอร์ จุดเด่นคือเฉดสีที่สวยหวาน ใช้ครีเอตลุคแต่งหน้าให้ได้ลุคฉ่ำและสวยเปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติ ตลับมีความน่ารัก น่าใช้ เหมาะกับทุกโทนสีผิวที่หลงใหลในสีสันหวานๆ แบบพีช

 

We Say: สิ่งที่เราชอบที่สุดคือกลิ่นพีชที่จะโชยกลิ่นบางๆ ยิ่งปัดแปรงบนใบหน้ายิ่งฟิน เป็นกิมมิกที่ทำให้การแต่งหน้ามีความสุขขึ้น  

Price: 2,150 บาท

The post 5 ลิสต์เครื่องสำอางใหม่ดีต่อใจที่จะพาคุณสวยก่อนใครตั้งแต่ต้นปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/5-cosmetics-list/feed/ 0
ใครไม่ปัง เราจะปัง! นี่คือ 10 บิวตี้ไอเท็มโทนสีม่วงสำหรับแต่งหน้ารับปี 2018 https://thestandard.co/10-purple-beauty-items/ https://thestandard.co/10-purple-beauty-items/#respond Tue, 12 Dec 2017 09:49:11 +0000 https://thestandard.co/?p=54499

มีกันหรือยัง เมกอัพโทนสีม่วงที่แว่วว่าจะเป็นเฉดสีที่ปัง […]

The post ใครไม่ปัง เราจะปัง! นี่คือ 10 บิวตี้ไอเท็มโทนสีม่วงสำหรับแต่งหน้ารับปี 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

มีกันหรือยัง เมกอัพโทนสีม่วงที่แว่วว่าจะเป็นเฉดสีที่ปังเกินร้อย บอกเลยว่าปีหน้าเราจะได้เห็นเทรนด์ล้ำๆ ควบคู่ไปกับนวัตกรรมแห่งสีสันโทนม่วงในรูปแบบใหม่ๆ อย่างสนุกสนานแน่นอน ก่อนจะข้ามผ่านปีนี้ไปถึงปีหน้า THE STANDARD ขอแนะนำเมกอัพไอเท็มโทนสีม่วงเริ่ดๆ สำหรับใช้แต่งหน้าให้สวยปังรับปี 2018 ก่อนใคร

 

 

Nudestix Gel Color Lip + Cheek Balm (902 บาท)

ลงทุนกับเฉดสีใหม่ๆ ทั้งทีก็ไม่อยากสิ้นเปลืองจนเกินงบ คัลเลอร์ลิปสี Wicked Bad Blood แท่งนี้จึงตอบโจทย์มากที่สุด แม้จะมาเป็นดินสอเนื้อเจลสีม่วงแท่งเดียว แต่ก็ใช้งานได้สารพัดประโยชน์ เป็นได้ทั้งบลัชออน ลิปสติก หรือจะแอบเอามาทาเปลือกตาเป็นสีเดี่ยวๆ อิงกับเทรนด์ Spring/Summer 2018 ก็ไม่ผิด เรื่องเม็ดสีและความติดทนนานไม่ผิดหวัง เพราะ Nudestix เด่นเรื่องสีแน่นและติดทนไว้ใจได้ แถมยังไม่มีสารกันเสียด้วย (มีจำหน่ายเฉพาะช่องทางออนไลน์ของ Sephora เท่านั้น)

 

 

Hourglass Ambient Lighting Blush (1,550 บาท)
ไลท์ติ้งบลัชสี Radiant Magenta จาก Hourglass ควรค่าแก่การมีไว้บนโต๊ะเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี การได้ปัดแก้มหรือเพิ่มเฉดไลท์ติ้งบนใบหน้าด้วยสีม่วงอมแดงเหลือบประกายทองก็ช่วยสร้างลุคผิวระเรื่อสุขภาพดีได้อย่างน่าทึ่ง จะใช้ปัดแก้มเดี่ยวๆ หรือจะหมุนแปรงวนแล้วปัดเบาๆ ทั่วผิวหน้าก็สร้างลุคออร่าให้กับผิวได้เป็นอย่างดี แม้ราคาจะแอบแรงไปนิด แต่หนึ่งตลับสามารถใช้นานคุ้มค่า

 

 

Etude House Lovely Cookie Blusher (260 บาท)

ไม่มีบลัชออนสีไหนจะหวานละมุนใจต่อผู้พบเห็นได้เท่ากับบลัชออนสีลาเวนเดอร์ชิฟฟ์ตลับนี้ ความน่ารักของโทนสีม่วงพาสเทล เมื่อแตะลงบนแก้มก็ได้ลุคที่ดูน่ารัก ช่วยให้แลดูอ่อนกว่าวัย หากต้องการความน่ารักสดใสเมื่อไรก็แค่หยิบออกมาตบๆ แตะๆ ก็ได้อินเทรนด์กับเมกอัพลุคโทนสีม่วงของปีหน้าแล้ว

 

 

Sephora Collection Colorful Shadow & Liner (360 บาท)

จะซื้ออะไรทั้งที ยุคนี้ต้องนึกถึงความคุ้มค่าเป็นหลัก นี่คือไอเท็มความงามสำหรับแต่งตาที่ตอบโจทย์ เพราะเป็นอายแชโดว์แบบแท่งก็ได้ ใช้เป็นไลเนอร์ก็ได้อีก เฉดสีที่เราแนะนำว่าดีคือ Violet ด้วยคุณสมบัติการติดทนนานถึง 10 ชั่วโมง ใช้งานไม่ยาก เพราะเนื้อนุ่มมาก แค่ป้ายๆ แล้วเกลี่ยก็ช่วยเนรมิตเปลือกตาให้สวยแซบขึ้นทันที เป็นมิตรต่อเปลือกตาด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากชาขาว ช่วยปกป้องผิวจากริ้วรอยแห่งวัยไปในตัว และมีสารต้านอนุมูลอิสระด้วย

 

 

Marc Jacobs Beauty Highliner Matte Gel Eye Crayon (990 บาท)

อยากได้อายไลเนอร์สีม่วงแซ่บๆ ทาแล้วเห็นชัด แถมยังติดทนนาน ห้ามมองข้ามอายไลเนอร์จาก Marc Jacobs Beauty แท่งนี้ เลือกสีม่วง Mist Me แล้วบรรจงวาดเส้นไลเนอร์ชิดขอบตาได้ทุกเมื่อที่ต้องการเพื่อสร้างความโดดเด่นให้ดวงตา บอกเลยว่าไม่ผิดหวัง เพราะเส้นคมแน่น สีชัด เนี้ยบ เป็นสูตรกันน้ำที่เริ่ดและไม่มีสารกันเสีย ปลอดภัยต่อผิวรอบดวงตาแน่นอน

 

 

M.A.C Liptensity Lipstick สี Hellebore (1,100 บาท)

ไม่ชอบสีลิปสติกที่ผสมความวาว แต่อยากได้เนื้อสีชัดๆ พิกเมนต์แน่นสะใจ ทาแค่ไม่กี่อีดใจ ริมฝีปากก็เด่นชัด สวยอวบอิ่ม นี่เป็นลิปสติกรุ่นใหม่ของ M.A.C ที่มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูง เนื้อลิปพัฒนาให้เนื้อแน่น สีชัดกว่ารุ่นเดิมๆ เรียกได้ว่าเป็นลิปสติกที่เข้มข้นที่สุดของแบรนด์ในเวลานี้ จะใช้ครีเอตลุคกรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวๆ หรือแมตช์กับการทาอายแชโดว์สีเดี่ยวๆ ก็เริ่ด

 

 

Kat Von D Shade + Light Eye Contour Quad (1,100 บาท)

ตัวแม่เรื่องสีฮิปๆ ต้องยกให้ Kat Von D โดยเฉพาะพาเลตต์อายแชโดว์โทนม่วงที่มีสีเผื่อเลือกให้กับลุคเบาๆ เช่น เฉดสีเบจละมุน หรือเฉดสีเทาสำหรับลุคมั่นๆ ในวันที่ต้องเข้าประชุม แต่สีตัวแม่ที่ทาครั้งเดียวรู้เรื่องคือสีม่วงช่องที่ 2 ที่อาจหมดไวกว่าช่องอื่น เพราะใช้เพลินด้วยเม็ดสีที่เกลี่ยง่าย สามารถใช้แต่งตาได้หลากหลายโอกาส เนื้อสัมผัสมีความอ่อนโยนต่อดวงตา ไม่มีส่วนผสมของสารกันเสีย

 

 

NYX Professional Makeup Color Mascara สี Purple (395 บาท)

มาสคาร่าสีม่วงนี้ปัดแล้วขนตาเด้งงอน อวดสีสันโทนม่วงได้อย่างสนุก เหมาะกับสาวๆ ที่ต้องการก้าวข้ามความธรรมดาไปสู่มิติใหม่ของการปัดมาสคาร่า ลาก่อนสีดำ ลาก่อนสีน้ำตาลเหงาๆ ขอเปลี่ยนแนวมาปัดขนตาโทนม่วงดูสักครั้ง นี่เป็นวิธีเปลี่ยนลุคธรรมดาให้ดูซ่าและขี้เล่นขึ้นอีกเท่าตัว

 

 

Chanel Le Vernis Nail Colour in Lavanda (สอบถามราคาได้ที่ร้าน)

งานเล็บมือเริ่ดๆ ก็ต้องมา! อย่ามัวแต่เขียนตา กรีดอายไลเนอร์อย่างเดียว เล็บมือก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่สะท้อนบุคลิกและนิยามตัวตนของคุณสาวๆ ได้เช่นกัน เราแนะนำยาทาเล็บสีม่วงที่หรูหราดูแพงจาก Chanel เป็นยาทาเล็บคุณภาพดีที่แค่ทาทับลงไปบนเล็บของหญิงสาวก็จะมอบความสง่าให้มือของเธอแลดูสวยปัง น่าทะนุถนอม

 

 

Urban Decay Vice Lipstick Comfort Matte (850 บาท)

ลิปสติกสีม่วงจาก Urban Decay เป็นไอเท็มที่ได้รับการยอมรับในแง่ของคุณภาพที่กลายเป็นซิกเนเจอร์อันแข็งแรงของแบรนด์ หากจะมองหาลิปสติกที่ทาครั้งเดียวก็ สามารถสร้างลุคเด่นเวอร์ให้หญิงสาวได้ง่ายๆ ก็ต้องนึกถึงลิปสติก Comfort Matte จาก Vice Collection แท่งนี้ เราแนะนำสี Notorious โทนม่วงสง่าที่ทาแล้วริมฝีปากปังสุด

 

 

Hair Color Recommended  

ส่วนใครที่อยากเปลี่ยนสีผมเป็นโทนม่วงที่โดดเด่นจนต้องเหลียวหลัง จะยึดแบบสีผมโทนม่วงของไอรีน คิม นางแบบสาวชาวเกาหลีเป็นแรงบันดาลใจก็ปังสุดๆ แต่เราแนะนำให้เข้าซาลอนที่สามารถเนรมิตเฉดสีผมที่คุณต้องการได้อย่างมืออาชีพ เช่นร้าน Hive Salon เซ็นทรัล เอ็มบาสซี, Moga Hair Salon เซ็นทรัลเวิลด์ หรือร้าน Phoenix Siam Salon สยามสแควร์ ซอย 7

The post ใครไม่ปัง เราจะปัง! นี่คือ 10 บิวตี้ไอเท็มโทนสีม่วงสำหรับแต่งหน้ารับปี 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/10-purple-beauty-items/feed/ 0
ถอดความสำเร็จที่ไม่หยุดนิ่งของอุตสาหกรรมความงามเกาหลีที่งาน ‘Journey To Beauty Innovation’ https://thestandard.co/journey-to-beauty-innovation/ https://thestandard.co/journey-to-beauty-innovation/#respond Tue, 12 Dec 2017 07:43:45 +0000 https://thestandard.co/?p=54510

เราอยู่ในยุคที่อุตสาหกรรมด้านความงามเจริญเติบโตอย่างรวด […]

The post ถอดความสำเร็จที่ไม่หยุดนิ่งของอุตสาหกรรมความงามเกาหลีที่งาน ‘Journey To Beauty Innovation’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เราอยู่ในยุคที่อุตสาหกรรมด้านความงามเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว การเติบโตดังกล่าวไม่เพียงจะสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับเจ้าของกิจการเท่านั้น แต่เม็ดเงินจากธุรกิจของผลิตภัณฑ์ความงามยังเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนอันทรงพลังต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ อีกด้วย

 

 

หากจะจับจ้องมองหาผู้นำด้านอุตสาหกรรมความงามที่น่าสนใจในภูมิภาคนี้ เห็นทีจะต้องจับตาดูความสำเร็จของเจ้าพ่ออุตสาหกรรมความงามจากประเทศเกาหลีอย่าง Amorepacific ซึ่ง THE STANDARD มีโอกาสได้เดินทางไปร่วมงาน ‘Journey To Beauty Innovation’ ซึ่งจัดขึ้นบนเกาะโคตาคินาบาลู ประเทศมาเลเซีย ร่วมด้วยสื่อมวลชน บรรณาธิการความงาม และผู้ทรงอิทธิพลด้านความงามจากประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย รวมถึงประเทศไทย

 

 

 

ภายในงานมีการเปิดเผยผลงานวิจัยที่สำคัญหลายอย่างเกี่ยวกับการคิดค้นผลิตภัณฑ์ในเครือ Amorepacific ซึ่งมั่นใจเหลือเกินว่าคนไทยรู้จักแบรนด์เหล่านี้ดี เพราะเป็น 5 แบรนด์ที่โดดเด่นทั้งผลตอบรับและความสำเร็จด้านยอดขายในอาเซียน เช่น Sulwhasoo, Laneige, Innisfree, Etude House และ Mamonde ซึ่งกว่าที่จะสร้างสรรค์และงัดเอาจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ออกมามัดใจผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ได้ก็จำเป็นต้องลงทุนลงแรง พัฒนา ค้นคว้า และวิจัยอย่างต่อเนื่องแบบไม่หยุดนิ่ง นับตั้งแต่ปี 1932 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแท้จริงของ Amorepacific จนถึงปัจจุบัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ความงามแรกเริ่มเดิมทีนั้นเริ่มจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่สกัดจากน้ำมันดอกคามิลเลียเท่านั้น

 

 

การรีเสิร์ชคือหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์ยอดฮิตอย่างคุชชัน

การที่ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดจะฮิตหรือไม่ฮิตนั้น คุณภาพจะเป็นตัวชี้วัดด้วยตัวมันเอง เราปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสของคุชชันนั้นกลายเป็นคลื่นที่ถาโถมเข้าสู่ตลาดความงามไปทั่วทุกหนแห่ง แม้แต่แบรนด์จากฝั่งยุโรปยังต้องขอโหนกระแสผลิตคุชชันของตัวเองออกมาสู้

 

 

Amorepacific คือเจ้าแรกที่เปิดวาร์ปโลกของคุชชันให้หญิงสาวเริ่มเชิดใส่รองพื้น แม้ครั้งแรกที่เปิดตัวคุชชันของแบรนด์ Laneige จะมีเฉดสีเพียงน้อยนิด แต่จากการอัพเดตผลวิจัยในงาน Journey To Beauty Innovation ครั้งนี้ จางฮาจิน นักวิจัยคุชชันของ Amorepacific บอกว่ามีการพัฒนาสูตรเพื่อให้ตรงกับความต้องการที่แตกต่างมากขึ้น

 

 

“จากการวิจัยทำให้เราค้นพบว่าผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน โดยเฉพาะลูกค้าของประเทศในแถบอาเซียนที่ทั้งอุณหภูมิและความชื้นมากกว่าลูกค้าชาวเกาหลีใต้ ทำให้เรามีการพัฒนารองพื้นเนื้อคุชชันที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งในเรื่องการควบคุมความมันและรูขุมขนที่กว้างสำหรับลูกค้าในประเทศอาเซียนโดยเฉพาะ เป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ Laneige BB Cushion Pore Control และล่าสุดเราจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Laneige Powder Fit Cushion ออกมาด้วย อีกหนึ่งความสำคัญอันเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์คุณภาพคือการค้นคว้าส่วนผสมหลักแบบดั้งเดิมของเกาหลีอย่างโสม ถั่ว และชาเขียว”

 

 

การค้นพบปัญหาของลูกค้า คือจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย

อียุนฮา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแห่ง Amorepacific เผยเกี่ยวกับงานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาที่ลูกค้าส่วนใหญ่วิตกกังวลว่า “เมื่อเปรียบเทียบระหว่างลูกค้าชาวเกาหลีกับลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน พบว่ามีปัญหาผิวที่แตกต่างกันตามสภาพภูมิประเทศ แต่ก็จะมีเรื่องหลักที่เป็นปัญหาที่อยู่ในความวิตกกังวลของลูกค้าเหมือนๆ กัน นั่นคือความกังวลเกี่ยวกับความชุ่มชื้นและความมันส่วนเกิน ทำให้เราศึกษาพฤติกรรมและหาวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เช่น ทำการรีเสิร์ชพฤติกรรมการใช้คุชชันในแต่ละช่วงเวลา ศึกษาเรื่องสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่จะตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากที่สุด”

 

 

ภารกิจที่ไม่เคยหยุดนิ่งเพื่อเป้าหมายการเป็นหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน

กว่า 7 ทศวรรษที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จำนวนมาก รวมถึงการขยายฐานผลิตและค้นคว้าวิจัยกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วอาเซียน อาจพูดได้ว่า Amorepacific กลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่น่าจับตามองสำหรับบรรดาคู่แข่งด้านอุตสาหกรรมความงาม ทั้งกับบริษัทของคนไทยเอง รวมถึงบริษัทเครื่องสำอางจากฝั่งตะวันตกที่นับวันจะต้องแข่งขันในสภาวะ Red Ocean กันเหนื่อยกว่านี้แน่

 

 

โรบิน นา ผู้บริหารระดับภูมิภาคอาเซียนของ Amorepacific กล่าวถึงภารกิจหลักของการดำเนินธุรกิจนี้ว่า มีการตั้งเป้าจะเป็นบริษัทด้านความงามอันดับ 1 ในตลาดอาเซียนให้ได้ภายในปี 2020 และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น จึงมีแผนจะขยายการเปิดตัวแบรนด์เพื่อเจาะตลาดใหม่ในภูมิภาคนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าตลาดความงามในอาเซียนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เป้าหมายในอนาคตของเราคือการสร้างเม็ดเงินถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐให้ได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า”

 

 

ปิดท้ายด้วยการเผยเมกอัพเทรนด์สำหรับปี 2018 โดยเจสัน อี

ภายในงานดังกล่าว เจสัน อี Chief Makeup Artist ของ Hera ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีพร้อมกับเรียกฮือฮาให้กับสาวๆ ที่มาร่วมงานอย่างคึกคัก เขาคือหัวหน้าเมกอัพอาร์ติสท์จากแบรนด์ Hera (หนึ่งในแบรนด์ดังระดับพรีเมียมในเครือ Amorepacific) ผู้ที่แต่งหน้ากับดาราตัวท็อปของเกาหลีอย่างจอนจีฮยอน มาแชร์ทิปส์และโชว์เทคนิคแต่งหน้า โดยเทรนด์ฮอตที่จะมาแรงแน่ๆ ปีหน้าคือลุคเผยผิวสวยฉบับคลีนๆ เน้นผิวสุขภาพดีสไตล์​ Glow clean skin และปัดแก้มด้วยสีโทนพันช์ ซึ่งเป็นลุคที่แต่งใน Seoul Fashion Week มาสดๆ ร้อนๆ งานคิ้วปังๆ ที่อินสไปร์มาจากยุค 80s จะกลับมาฮิตอีกครั้ง พร้อมกับเทรนด์แต่งตาด้วยโทนสีเดี่ยวๆ ที่สดใส โดยเฉพาะสีชมพู-ม่วงที่จะมาแน่ๆ ในปี 2018 นี้

The post ถอดความสำเร็จที่ไม่หยุดนิ่งของอุตสาหกรรมความงามเกาหลีที่งาน ‘Journey To Beauty Innovation’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/journey-to-beauty-innovation/feed/ 0
อุ่นใจเมื่อมีเธอ… 6 ไอเท็มช่วยชีวิตที่ต้องพกติดกระเป๋าเมกอัพขณะเดินทาง https://thestandard.co/6-items-makeup-on-the-go/ https://thestandard.co/6-items-makeup-on-the-go/#respond Thu, 23 Nov 2017 03:56:36 +0000 https://thestandard.co/?p=49479

  เชื่อว่าช่วงปลายปีแบบนี้ แต่ละคนย่อมมีทริปท่องเท […]

The post อุ่นใจเมื่อมีเธอ… 6 ไอเท็มช่วยชีวิตที่ต้องพกติดกระเป๋าเมกอัพขณะเดินทาง appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

เชื่อว่าช่วงปลายปีแบบนี้ แต่ละคนย่อมมีทริปท่องเที่ยวน่าสนุกรอคอยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะจองตั๋วไปเมืองหนาว ปีนเขา หรือแพลนไปทริปทะเลชิลล์ๆ การเตรียมตัวเดินทางไม่ใช่แค่เรื่องพร็อพ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าเท่านั้น แต่ยังมี 6 ไอเท็มสำคัญที่จะทำให้ทริปนั้นกลายเป็นทริปที่ผิวดี หน้าไม่พัง แถมยังนอนเต็มอิ่มอีกด้วย

 

 

  1. ถึงเวลาสวมหน้ากาก

     ไม่ใช่ทุกคนที่จะหลับได้ทุกที่หรือทุกไฟลต์ที่เดินทาง หากเป็นคนที่หลับยาก ตัวช่วยที่เหมาะกับคุณคือผ้าปิดตาดีๆ สักอัน พกติดกระเป๋าไปด้วย รับรองว่าได้ใช้แน่นอน การปกป้องดวงตาไม่ให้มีแสงเล็ดลอดเข้ามาช่วยให้คนเราหลับได้ง่ายกว่าการหลับตาท่ามกลางแสงไฟที่ส่องอยู่ตลอดเวลา

 

We Say: Slip Silk Sleepmask (99 เหรียญสหรัฐ) คือผ้าปิดตาซึ่งเป็นตัวช่วยอันดับหนึ่งที่เหล่าเซเลบเมืองนอกยังหลงรัก (ในไทยยังไม่นำเข้า) เป็นผ้าปิดตาที่ทำมาจากผ้าไหมใบหม่อนชั้นดี มีความหนาและความอ่อนนุ่มที่เข้ากับดวงตาได้ดีที่สุด ทำให้ระหว่างการหลับตารู้สึกทั้งสบายและนุ่มนวล ถ้าใครอยากได้ วิธีที่ง่ายที่สุดคือสั่งออนไลน์ แต่ถ้าคิดว่าราคาโหดเกินไป แนะนำให้เดินเข้าร้าน Zara Home ซึ่งมีหลายสาขาในไทย ที่นั่นมีผ้าปิดตาคุณภาพดีที่สัมผัสเนียนนุ่มไม่แพ้กัน แต่มาในราคาเบาๆ เพียง 300 บาท ซึ่งนั่นอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

 

 

  1. คิ้วต้องมา

     หากไม่ใช่คนติดแว่นตาดำ (ที่ช่วยอำพรางความโทรมรอบดวงตาได้ดี) ขอเพียงมีคิ้วแล้วทุกอย่างจะราบรื่น แม้คุณจะสวมผ้าปิดตาและนอนหลับเต็มอิ่ม แต่เมื่อถอดผ้าปิดตาออกในสภาพที่ไม่มีคิ้ว บางคนอาจกลัวใบหน้าโล้นจนคนข้างๆ ตกใจ ดังนั้นแนะให้พกไอเท็มเขียนคิ้วแท่งโปรดติดตัวไปสักอัน มีคิ้วเมื่อไร ใบหน้าโดยรวมจะดูดีทันตาเห็น

 

We Say: ไอเท็มงานคิ้วที่เราแนะนำคือ Etude House Eyebrow Contouring Multi Pencil (430 บาท) เป็นดินสอเขียนคิ้วที่มีฟังก์ชันครบครัน รวมเอาไว้ทั้งดินสอเขียนคิ้ว มาสคาร่าสำหรับคิ้ว และไฮไลต์ เพื่อการครีเอตให้คิ้วดูคมชัดยิ่งขึ้นในแท่งเดียว

 

 

 

  1. มันก็จะสดชื่นๆ หน่อย

     หากการเดินทางตะลอนๆ ท่ามกลางอากาศร้อนระอุในบ้านเราสร้างความหงุดหงิดให้ผิวไม่น้อย ซึ่งผิวที่แห้งเป็นต้นเหตุของปัญหาผิวอื่นๆ ตามมาอีกมาก การเติมน้ำให้ผิวแบบเร่งด่วนทำได้ง่ายๆ ด้วยการฉีดสเปรย์น้ำแร่ลงบนผิวหน้า เพราะช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิว สามารถใช้ได้บ่อยครั้งตามที่ต้องการ แม้แต่บนเครื่องบินที่อากาศแห้งกว่าปกติก็ใช้ได้ผลดีเช่นกัน

 

We Say: แนะนำสเปรย์น้ำแร่ที่คุณภาพดีและฮอตมากในหมู่เซเลบริตี้ทั้งไทยและต่างประเทศ นั่นคือ Caudalie Beauty Elixir (30 ml. 730 บาท) มาแบบไซส์เล็กในราคาที่ไม่แพงเกินไป มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติอย่างองุ่น ดอกส้ม กุหลาบ มินต์ และโรสแมรี่ ได้ฉีดพรมใบหน้าแต่ละทีก็หอมฟินสุดๆ

 

 

  1. สดใสทันใดด้วยลิปบาล์ม

     ไม่ใช่แค่ผิวที่มักจะแห้งกว่าปกติเมื่อต้องเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ยิ่งทริปลาพักร้อนไปพบปะความหนาวเย็นของประเทศที่อุณหภูมิต่ำ ยิ่งห้ามขาดลิปบำรุงริมฝีปากเด็ดขาด เพราะริมฝีปากที่ชุ่มชื้นจะทำให้แลดูสดใสขึ้นมาทันใด ไม่ต้องอารมณ์เสียกับริมฝีปากแห้ง ลอกเป็นขุย

 

We Say: หากคุณมีลิปมันหรือลิปบาล์มแท่งโปรดอยู่แล้วใช้อันเดิมได้เลย แต่ถ้าคุณต้องการลิปบำรุงแท่งใหม่ เราแนะนำ Nivea Original Care กับดีไซน์มินนี่เมาส์กุ๊กกิ๊กสุดน่ารักที่จะช่วยปกป้องริมฝีปากจากการแห้งเสีย มอบความชุ่มชื้นยาวนาน 12 ชั่วโมง พร้อมมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น

 

 

  1. ลิปสติกสีสันสดใส

     มีหญิงสาวจำนวนมากบอกว่าถ้าต้องเลือกพกเครื่องสำอางได้เพียงแค่หนึ่งชิ้น พวกเธอจะเลือกหยิบลิปสติกสีโปรดติดตัวไปด้วย ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ใช่และได้ผลสุดๆ กับการเปลี่ยนลุคที่เหน็ดเหนื่อยให้ดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้น เพียงแค่หยิบลิปสติกขึ้นมาทา

 

We Say: ตอนนี้มีลิปสติกคอลเล็กชันใหม่ออกมาต้อนรับช่วงเทศกาลมากมาย แนะนำให้เลือกสีลิปที่ขับผิวของคุณให้โดดเด่นขึ้น เช่น สาวผิวแทนให้เลือกลิปโทนสีน้ำตาลอมส้ม สีไวน์แดง หรือสีส้มอิฐจะสวยมาก คนผิวขาวที่มีผมตรงสีดำสนิทให้ทาปากสีแดงสด จะสวยคลาสสิกเป็นที่สุด ลอง Zoeva Luxe Matte Lipstick (460 บาท)

 

 

  1. ความสะอาดต้องมาก่อน

     มือไม้ที่ต้องหยิบจับ ล้วง แคะ แกะ เการะหว่างการเดินทางอาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคโดยที่เราไม่รู้ตัว สิ่งที่ควรมีติดกระเป๋าคือแผ่นเช็ดทำความสะอาด ไม่ว่าจะยี่ห้อไหน ขอแค่มีใกล้ตัวไว้สักซอง ช่วยรักษาอนามัยของร่างกายได้ดี

 

We Say: ควรเลือกไปสองแบบคือแบบที่ใช้เช็ดใบหน้าโดยเฉพาะ และแบบทิชชู่เปียกทั่วไปที่ใช้เช็ดส่วนอื่นของร่างกาย เช่น แขนและมือ แนะนำ Sephora Collection Colorful Cleansing Wipes – Rose (265 บาท) ตัวนี้ใช้เช็ดเมกอัพได้สะอาด และมีกลิ่นหอมของดอกกุหลาบอ่อนๆ ด้วยนะ

The post อุ่นใจเมื่อมีเธอ… 6 ไอเท็มช่วยชีวิตที่ต้องพกติดกระเป๋าเมกอัพขณะเดินทาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/6-items-makeup-on-the-go/feed/ 0
นกฮูกก็ไม่หวั่น นี่คือ 5 ตัวช่วยดีๆ สำหรับคนนอนดึก https://thestandard.co/eye-care-5-products/ https://thestandard.co/eye-care-5-products/#respond Wed, 18 Oct 2017 04:56:32 +0000 https://thestandard.co/?p=35273

     เราอยู่ในยุคที่ใครๆ ต่างก็คร่ำเคร่ง […]

The post นกฮูกก็ไม่หวั่น นี่คือ 5 ตัวช่วยดีๆ สำหรับคนนอนดึก appeared first on THE STANDARD.

]]>

     เราอยู่ในยุคที่ใครๆ ต่างก็คร่ำเคร่งกับภาระหน้าที่ทั้งการเรียนและการงาน เป็นเหตุให้พักผ่อนไม่เพียงพอ สิ่งที่ตามมาคือ ใต้ตาหมองคล้ำ ผิวรอบดวงตาอิดโรยไม่ต่างกับซอมบี้ จะดีกว่าไหมถ้าเรามีไอเท็มเริ่ดๆ มาเป็นตัวช่วยในการจัดการปัญหาผิวใต้ตาคล้ำโทรมสำหรับคนนอนดึก THE STANDARD เข้าใจว่าบางครั้งคนเราก็หลีกเลี่ยงการนอนดึกไม่ได้ แต่เราเลือกใช้ตัวช่วยดีๆ ในการบำรุงได้นะ

 

 

Tarte Rainforest of the Sea™ Pack Your Bags 911 Undereye Rescue Patches

     ไอเท็มใหม่ในร้าน Sephora แผ่นแปะใต้ตาจากแบรนด์ Tarte ที่น่าลองด้วยคุณสมบัติรีเฟรชผิวที่หมองคล้ำบริเวณใต้ตา อันเนื่องมาจากการนอนดึก รอบดวงตาดูเหนื่อยล้า ให้กลับมามีความชุ่มชื่นและดูสดใส จุดเด่นอยู่ที่คุณค่าของสาหร่ายและน้ำมันมะพร้าว ลดเลือนริ้วรอย ช่วยสภาพผิวรอบดวงตาให้เรียบเนียน และลดความหมองคล้ำได้ นอกจากนี้ยังปราศจากสารกันเสีย

วิธีใช้: แปะแผ่นลงบนบริเวณใต้ตา กดเบาๆ ให้แนบสนิทกับผิว ทิ้งไว้ 10-15 จากนั้นลอกออก

ราคา: 820 บาท

 

 

Peter Thomas Roth Cucumber Detox Depuff Eye Cubes  

     ไม่ต้องหั่นแตงกวาด้วยตัวเอง ก็ได้ความรู้สึกเหมือนมีแผ่นแตงกวาสดๆ มาแปะรอยคล้ำใต้ตา เพราะนี่คือ Eye Cubes แผ่นแปะลดเลือนริ้วรอยและรอยคล้ำใต้ตาที่มีส่วนผสมเด่นๆ ของแตงกวา (ตอนได้กลิ่นหอมแตงกวายิ่งฟิน) และยังมีส่วนผสมของชาเขียว คาโมมายล์ อโลเวรา และไฮยาลูรอนิก แอซิด จุดเด่นคือช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณใต้ดวงตาให้แลดูสดใสเรียบเนียน และยังปราศจากสารกันเสียด้วย

วิธีใช้: นำ Eye Cubes ไปแช่ตู้เย็นจนกลายเป็นก้อนแข็ง นำก้อน Eye Cubes ใส่ในถุงผ้า จากนั้นนำมานวดเบาๆ บริเวณใต้ตาข้างละ 3 นาที

ราคา: 1,920 บาท

 

 

Etude House Heating Eye Mask
     บางคนนอนดึก แต่มีภาระหน้าที่ทำให้ต้องตื่นเช้า แถมชีวิตประจำวันยังต้องจดจ้องโทรศัพท์มือถือ จ้องคอมพิวเตอร์ตอนทำงาน บางคนทำการบ้านจนดวงตาอิดโรย การทาครีมเห็นผลช้า แต่ถ้าอยากสัมผัสความผ่อนคลาย ใช้แล้วสบายตาทันที ก็ต้องพึ่งแผ่นฮีตติ้งอายมาสก์แล้วล่ะ ใครที่ตาแห้งและเหนื่อยล้าเป็นประจำ ความอุ่นสบายจะทำให้ดวงตาของเราสบายขึ้น สดใสขึ้น

วิธีใช้: เปิดซองและดึงแผ่นมาสก์ออกมา ที่แผ่นมาสก์จะมีรอยประด้านหลังให้ดึงออกจากกัน แล้ววางด้านสีขาวที่ไม่มีลายการ์ตูนลงบนรอบดวงตา และเกี่ยวแผ่นมาสก์ไว้กับใบหู ความอุ่นจะทำงานประมาณ 20 นาที ระหว่างนั้นก็หลับตาพักผ่อนและดื่มด่ำไปกับความรู้สึกสบายได้เลย

ราคา: 90 บาท

 

 

Estée Lauder Advanced Night Repair Eye Concentrate Matrix
     ที่สุดของอายครีม ที่กล้าคอนเฟิร์มว่าผลลัพธ์เริ่ด เพราะจัดการปัญหาผิวคล้ำโทรมรอบดวงตา รวมถึงเส้นริ้วรอยและร่องลึกต่างๆ แม้แต่ผิวใต้ตาที่ไม่กระชับ ครีมบำรุงสูตรนี้จาก Estée Lauder ก็พร้อมรับมือทุกปัญหา มาพร้อมกับแอปพลิเคเตอร์ที่ใช้งานง่าย ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ซึมเข้าผิวได้อย่างอ่อนโยน เมื่อใช้ต่อเนื่องจะเห็นผลลัพธ์ว่าผิวรอบดวงตาอิ่มน้ำ ชุ่มชื่นและดูสดใสมากขึ้น

วิธีใช้: ใช้แอปพลิเคเตอร์ป้ายเนื้อผลิตภัณฑ์ลงบนผิวรอบดวงตา เนื่องจากแอปพลิเคเตอร์ 360 องศาถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ สาวๆ จึงใช้นวดเบาๆ บริเวณผิวใต้ดวงตาได้เลย เทคนิคคือนวดเป็นวงกลม 360 องศาที่ใต้ดวงตา จากนั้นขึ้นไปนวดเหนือเปลือกตา จบด้วยการใช้นิ้วนางแตะเบาๆ จนเนื้อผลิตภัณฑ์ซึมเข้าผิวจนหมด

ราคา: 3,000 บาท

 

 

Fresh Rose Hydrating Eye Gel Cream

     ใครชอบกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกกุหลาบ แนะนำเจลครีมเริ่ดๆ จาก Fresh นี่คือเจลครีมบำรุงผิวรอบดวงตาที่ใครได้ใช้เป็นต้องปลื้มกับความฟีลกู๊ดทั้งกลิ่นและสัมผัส เป็นเจลครีมที่มอบความชุ่มชื่นและเข้าบำรุงผิวรอบดวงตาได้อย่างล้ำลึก ยาวนานเป็นพิเศษกว่า 30 ชั่วโมงเลยทีเดียว จุดเด่นอยู่ที่สารสกัด Golden Root ช่วยให้ผิวมีชีวิตชีวา ต่อต้านอนุมูลอิสระ และมีความหอมของกุหลาบที่จะทำให้สาวๆ ฟินจนลืมความโทรมใต้ตาไปเลย เมื่อใช้ต่อเนื่องผิวรอบดวงตาจะค่อยๆ กระจ่างใสขึ้น

วิธีใช้: หลังล้างหน้า ใช้เจลครีมทาบริเวณผิวใต้ตาเป็นประจำ โดยสามารถใช้ได้ทุกวันทั้งตอนเช้าและตอนเย็น
ราคา: 1,720 บาท

The post นกฮูกก็ไม่หวั่น นี่คือ 5 ตัวช่วยดีๆ สำหรับคนนอนดึก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/eye-care-5-products/feed/ 0
โบกมือลาปัญหากลิ่นเต่าด้วย 5 ไอเท็มระงับกลิ่นที่ใช้แล้วเวิร์ก https://thestandard.co/5deodorant/ https://thestandard.co/5deodorant/#respond Tue, 10 Oct 2017 08:20:30 +0000 https://thestandard.co/?p=33662

     เมืองไทยเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่อง […]

The post โบกมือลาปัญหากลิ่นเต่าด้วย 5 ไอเท็มระงับกลิ่นที่ใช้แล้วเวิร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>

     เมืองไทยเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องอากาศร้อนแบบหฤโหด เมื่อแท็กทีมกับสภาพการจราจรที่โหดยิ่งกว่า ทำให้หลายคนเหนื่อยหน่ายกับปัญหามีกลิ่นกายที่ไม่เป็นมิตรกับคนรอบข้าง ด้วยเหตุนี้ THE STANDARD จึงรวบรวมไอเท็มระงับกลิ่นกายที่ใช้แล้วเวิร์ก ไม่ว่าแดดจะออก หรือเหงื่อจะไหลย้อยแค่ไหน ก็ยังชูแขนได้มั่นใจทุกสถานการณ์ จะมีไอเท็มไหนน่าสนใจบ้าง ไปเช็กกันเลย

 

 

1. Kiehl’s Superbly Efficient Anti-Perspirant & Deodorant Cream

     ครีมระงับกลิ่นกายของแบรนด์ Kiehl’s ถือเป็นไอเท็มลูกรักที่ครองใจทั้งผู้ชายและผู้หญิงมานาน มีคุณสมบัติลดเหงื่อใต้วงแขนได้ยาวนานตลอดวัน ลักษณะจะเป็นเนื้อครีมสีขาว บีบออกมาจากหลอดปริมาณเท่าเม็ดถั่ว แล้วทาบริเวณใต้วงแขนได้เลย ใครมีปัญหาทาโรลออนแบบอื่นๆ แล้วระหว่างวันเป็นคราบ มีเหงื่อออกใต้วงแขน ลองเปลี่ยนมาใช้ครีมตัวนี้ได้ ความดีงามคือนอกจากจะลดเหงื่อได้เยี่ยมจริง ตัวครีมยังทำหน้าที่ปรับสภาพผิวใต้วงแขนให้นุ่มเนียน ใต้วงแขนจึงแห้งสบายตลอดวัน เป็นสูตรที่ไร้กลิ่น และไม่ทิ้งสารตกค้างใดๆ ผิวพรรณใต้วงแขนจึงเนียนและรู้สึกสบาย ไร้กลิ่นตลอดวัน
Price: ขนาด 75 ml. 850 บาท
Shop: ร้าน Kiehl’s ทุกสาขา

 

 

2. Focal Deodorant
     ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ของแบรนด์ดังราคาปังเท่านั้นถึงระงับกลิ่นใต้วงแขนได้อยู่หมัด เพราะแบรนด์ Focal คือหนึ่งแบรนด์ที่อยากแนะนำให้ทุกคนรู้จัก นี่คือแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่ใช้แล้วประทับใจเว่อร์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Focal จัดมาครบ มีทั้งแบบโรลออน สเปรย์ สติ๊ก และผงแป้ง จุดเด่นของ Focal คือเป็นผลิตภัณฑ์สารส้มธรรมชาติ มีคุณสมบัติช่วยระงับกลิ่นกายใต้วงแขนได้ดีเลิศ ใครที่เคยใช้ยี่ห้ออื่นแล้วเกิดอาการแพ้ อาจจะเปลี่ยนมาลอง Focal ก็ได้ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยต่อผิวใต้วงแขน ปราศจากแอลกอฮอล์ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เมื่อใช้งานจึงไม่เกิดอาการระคายเคือง เหมาะกับคนที่แพ้ง่าย โดยเฉพาะในวัยเยาว์ที่วิ่งซุกซนจนมีกลิ่นเหงื่อเปรี้ยวอมหวาน ลองแบรนด์นี้ดู อาจเปลี่ยนชีวิตเปรี้ยวๆ ให้ดีขึ้นได้ ข้อดีอีกอย่างคือไม่ทำให้วงแขนดำคล้ำ เสื้อใต้วงแขนไม่เป็นคราบเหลืองกวนใจด้วย
Price: โรลออน 60 ml. 65 บาท, สเปรย์ 120 ml. 95 บาท, สติ๊ก 60 g. 65 บาท และผงแป้ง 50 g. 80 บาท
Shop: เทสโก้ โลตัส, บู๊ทส์, วิลล่า มาร์เก็ต, เดอะมอลล์, สยามพารากอน, เอ็มโพเรียม (อยู่ในแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต) และตั้งฮั่วเส็งทุกสาขา (อยู่ในแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต)

 

 

3. Fic Purifying Deodorant Powder
     เป็นลักษณะผงแป้งระงับกลิ่นกาย เวลาใช้ก็เทแป้งลงฝ่ามือแล้วทาบริเวณใต้วงแขน แป้ง Fic จุดเด่นอยู่ที่สูตรลับจากธรรมชาติ ใช้ทาใต้วงแขนแล้วหมดปัญหากลิ่นกายใต้วงแขน รู้สึกแห้งสบายตลอดวัน แถมกลิ่นยังหอมอ่อนๆ เหมือนกลิ่นแป้งเด็ก ความเวิร์กที่เห็น 100 เปอร์เซ็นต์คือลดเหงื่อ ลดกลิ่น และมาในราคาที่ไม่แพงเลย ใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่กำจัดกลิ่นเหงื่อ และไม่อยากเผชิญกับคราบสีเหลืองบนเสื้อเหมือนที่ผ่านมา แนะนำว่าต้องลอง!
Price: 55 บาท
Shop: ร้านวัตสัน, ท็อป ซูเปอร์มาร์เก็ต, แฟมิลี่มาร์ท, เทอร์มินอล 21, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, ร้านใบเมี่ยง และตั้งฮั่วเส็ง

 

 

4. Etude House Hands Up Collection

     ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายของแบรนด์เกาหลี Etude House มีให้เลือกหลายสูตร มีทั้ง Hands Up Cottony Deo Stick เป็นแท่งสติ๊กระงับกลิ่นใต้วงแขน เวลาใช้ก็ป้ายเบาๆ มีกลิ่นหอมละมุนอ่อนๆ สำหรับคนที่ชอบแนวกลิ่นอ่อนหวาน นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชันกระดาษทิชชู่เปียก Hands Up Cottony Deo Tissue เป็นแผ่นในซองที่ดึงออกมาใช้งานได้สะดวก ใช้พกติดตัวระหว่างเดินทางได้ง่าย ช่วยลดความเหนียวเหนอะหนะระหว่างวันได้ดี ใครที่มีกลิ่นเหงื่อออกมาเยอะๆ ใช้ทิชชู่เช็ดแป๊บเดียวก็เรียกคืนความสดชื่นได้อย่างรวดเร็ว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เช่นเดียวกับแบบสติ๊ก ให้ความรู้สึกแห้งสบายทั้งวัน และมีแบบสเปรย์ Hands Up Cottony Deo Mist คุณสมบัติช่วยระงับกลิ่นเช่นเดียวกัน ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้วงแขน และแห้งสบายไม่มีคราบเหงื่อกวนใจระหว่างวัน นอกจากนี้ยังใช้ระงับกลิ่นเท้าได้ด้วย

Price: แบบสติ๊ก 340 บาท, ทิชชู่ 130 บาท และแบบมิสต์ 320 บาท

Shop: ร้าน Etude House สาขาสยามเซ็นเตอร์ ชั้น 2, สาขาเซ็นเตอร์พอยต์ ออฟ สยามสแควร์ และสาขาเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 ชั้น 1 และเร็วๆ นี้กำลังจะมีสาขาใหม่ที่แฟชั่นไอส์แลนด์

 

 

5. Taoyeablok Deodorant Powder
     จะว่าไปแป้งเต่าเหยียบโลก อยู่คู่กับใต้วงแขนคนไทยมายาวนาน เป็นของดีที่ต้องมีติดบ้าน คุณภาพที่ดีเลิศของพี่เต่า เขาไม่แพ้แบรนด์ใด ด้วยคุณสมบัติที่จัดการกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อยู่หมัด เนื้อแป้งทาง่าย ทาปุ๊บผิวหนังใต้วงแขนก็แห้งสบายทันที แถมยังคงความแห้งสบายไปตลอดทั้งวัน ต่อให้อากาศร้อนอบอ้าว เหงื่อออก ก็จัดการกลิ่นแบบเอาอยู่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนประกอบของสารอะลูมิเนียม คลอโรไฮเดรต (ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง) จึงปลอดภัยหายห่วง พี่เต่าเขารับประกัน ผลิตภัณฑ์ตราเต่าเหยียบโลก มีทั้งแบบโรลออน ผงแป้ง สเปรย์ และเนื้อครีม ให้ทุกคนสามารถเลือกใช้ได้ตามความชอบส่วนตัว กลิ่นฮิตของแป้งทารักแร้ตราเต่าเหยียบโลกคือกลิ่นซากุระ ใครยังไม่เคยลอง ต้องลอง

Price: แบบแป้ง 30 บาท  

Shop: ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต, เทสโก้ โลตัส, ร้าน Eveandboy, ร้านสบายใจ และ 7-Eleven

 

The post โบกมือลาปัญหากลิ่นเต่าด้วย 5 ไอเท็มระงับกลิ่นที่ใช้แล้วเวิร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/5deodorant/feed/ 0
ตบเบาๆ ก็ได้ผิวเนียนเรียบสนิท! 5 ไอเท็มทำสวยสุดฮอต ที่เราอยากให้คุณลอง https://thestandard.co/amore-pacific-k-beauty/ https://thestandard.co/amore-pacific-k-beauty/#respond Tue, 19 Sep 2017 02:58:00 +0000 https://thestandard.co/?p=28217

     ช่วงนี้แบรนด์เครื่องสำอางที่ผู้หญิง […]

The post ตบเบาๆ ก็ได้ผิวเนียนเรียบสนิท! 5 ไอเท็มทำสวยสุดฮอต ที่เราอยากให้คุณลอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ช่วงนี้แบรนด์เครื่องสำอางที่ผู้หญิงไทยคุ้นเคย มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์คอลเล็กชันใหม่ๆ ออกมามากมาย และเต็มไปด้วยไอเท็มที่น่าสนใจ ทั้งจากแบรนด์ Sulwhasoo, Innisfree, Mamonde, Etude House และ Laneige ซึ่งทั้งหมดเป็นแบรนด์ในเครือบริษัทอมอร์แปซิฟิค (Amore Pacific)  ซึ่งเปรียบเหมือนบ้านหลังใหญ่ของกว่า 30 แบรนด์ความงามจากประเทศเกาหลี

     THE STANDARD จะพาไปอัพเดตพร้อมกันว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีเมกอัพและสกินแคร์ใหม่ๆ ตัวไหนน่าใช้บ้าง ไปดูกันเลย!

 

 

     สัปดาห์ที่ผ่านมา Innisfree เปิดตัวผลิตภัณฑ์ความงามสุดเว่อร์วังอลังการด้วย 7 ผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมการแต่งหน้า มากกว่า 140 เฉดสี มีทั้งอายแชโดว์ 100 สี มีครบทุกเนื้อผลิตภัณฑ์ ทั้งแมตต์, ชิมเมอร์, กลิตเตอร์ และอายไพรเมอร์ อายบราวน์สำหรับเขียนคิ้วมี 5 เฉดสี บลัชออน 22 เฉดสีมีทั้งเนื้อครีมและเนื้อฝุ่น คอนทัวริ่ง 4 เฉดสีสำหรับใช้แต่งรูปหน้าให้ดูมีมิติและเรียวเล็ก คัลเลอร์คอร์เร็กเตอร์มี 3 เฉดสี ใช้ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและกลบสี หรือริ้วรอยผิวที่มีปัญหา คอนซีลเลอร์มี 3 เฉดสี

 

 

     โดยทั้งหมดนี้สาวๆ สามารถเลือกช้อปสีโปรดในสไตล์ของตัวเองมาบรรจุในเคสสุดน่ารัก 3 ขนาด เคสขนาดเล็กมี 4 ช่อง เคสขนาดกลางมี 8 ช่อง และเคสขนาดใหญ่สุดมี 18 ช่อง ซึ่งสะดวกกับการพกพาสุดๆ ความสนุกอยู่ที่การเลือกเปลี่ยนเมกอัพในแต่ละวัน หยิบเข้าหยิบออก จัดพาเลตต์แต่ละวันให้สนุก และได้สีสันที่เป็นตัวตนที่เหมาะกับการใช้งานของเราจริงๆ

ราคา: อายแชโดว์ 210 บาท, อายบราวน์ 210 บาท, บลัชออน 290 บาท, คอร์เร็กเตอร์ 210 บาท, ไฮไลต์เตอร์ 290 บาท, คอนทัวริ่ง 290  บาท, คอนซีลเลอร์ 210  บาท

ราคาเคส My Palette: ขนาดเล็ก 280 บาท, ขนาดกลาง 360 บาท และขนาดใหญ่ 470 บาท

 

 

Sulwhasoo Concentrated Ginseng Renewing Creamy Mask

     ครีมมีมาสก์สูตรใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Sulwhasoo เพิ่งเปิดตัวไปไม่ถึงเดือนแต่ก็เป็นที่ฮือฮามากกับสูตรแผ่นมาสก์ที่แบรนด์ฟันธงมาว่า ‘เข้มข้นกว่าเดิม’ โดยมาสก์ 1 แผ่น ให้ความเข้มข้นเท่ากับการทาครีม Concentrated Ginseng Renewing Cream EX ถึง 8 เท่า ด้วยนวัตกรรมที่เรียกว่า Double Wrapping Sheet™ ไม่ต้องอธิบายเจาะลึกในดีเทลของนวัตกรรมและวิทยาศาสตร์ให้จำยากและปวดสมอง แต่แค่รู้ว่านวัตกรรมในแผ่นมาสก์เหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บคุณค่าสารบำรุงผิวได้อย่างดีเยี่ยมก็พอ นี่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะที่ Sulwhasoo ค้นคว้าร่วมกับมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สหรัฐอเมริกา ยิ่งใครที่ชอบกลิ่นแนวสมุนไพรจากโสมแท้ๆ จะต้องฟินไม่หยุดกับช่วงเวลาที่ได้แปะแผ่นมาสก์เนื้อครีมจากโสมลงบนใบหน้า ใครอยากมีผิวอิ่มน้ำ สวยฉ่ำ สวยแพง สไตล์สาวเกาหลีต้องจัด เริ่มวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป
ราคา: 3,650 บาท (บรรจุกล่อง 5 แผ่น)

 

 

Laneige Meets Fashion 2017: Laneige x YCH
     Laneige เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สาวไทยเทใจให้อย่างล้นหลาม ด้วยคุณภาพที่ใช้แล้วประทับใจชอบเว่อร์ สกินแคร์และเมกอัพของแบรนด์นี้จึงครองใจคนไทยได้ไม่ยาก ทุกปี Laneige ร่วมกับวงการแฟชั่นแบรนด์เด็ดๆ ของดีไซเนอร์เกาหลีโดยตลอด หากจำกันได้ Laneige เคยออกคอลเล็กชันสุดน่ารักกับแบรนด์ Lucky Chouette ซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นนกฮูก จนมีคนสูญเสียเงินไปกับความน่ารักนี้โดยถ้วนหน้า มาปีนี้ดูเหมือน Laneige มีพลังทำลายล้างเงินในกระเป๋าของสาวๆ มากกว่าเดิม เพราะมาพร้อมคอลเล็กชันที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำ K-Beauty ด้วยลิมิเต็ดเอดิชัน Laneige x YCH ร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นแนวสตรีทแวร์ระดับพรีเมียมที่ฮิตมากในประเทศเกาหลี มาดีไซน์แพ็กเกจจิ้งให้กับคอลเล็กชันเครื่องสำอางใหม่ทั้งตลับคุชชัน แท่งลิปสติกทูโทน ที่สะท้อนสไตล์พังก์และเฟมินีนได้อย่างสวยงาม ชิ้นเด็ดที่ห้ามพลาดก็จะมี Two Tone Matte Lip Bar เป็นลิปบาร์สองสีในแท่งเดียว ครั้งแรกกับสูตรเนื้อแมตต์ แต่ละเฉดบอกเลยว่ากรี๊ดมาก ต่อไปเป็น Eyebrow Cushion-Cara มาในตลับลายจุดเวรีคิวต์ มี 2 เฉดคือโทนสีเทา (No.1 Two-Tone Grey) และโทนน้ำตาล (No.2 Two-Tone Brown) สุดท้ายเป็น Skin Veil Base Dot Cushion เบสคุชชันที่ใช้ปรับสีผิวของสาวๆ เป็นลาย Polka dot น่ารักมาก หยิบออกมาใช้เมื่อไหร่ก็รู้สึกดี

ราคา: Laneige x YCH Laneige x YCH Two Tone Matte Lip Bar 950 บาท, Laneige x YCH Eyebrow Cushion-Cara 900 บาท และ Laneige x YCH Skin Veil Base Dot Cushion 1,200 บาท + รีฟีล 1 อัน

 

 

Mamonde Brightening Cover Cushion

     แบรนด์ Mamonde เพิ่งเปิดตัวคุชชันสูตรใหม่เพื่อผิวสวยสมบูรณ์แบบสไตล์สาวเกาหลี คราวนี้มาพร้อมกับ 2 สูตรเด็ด ที่พัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จของผลิตภัณฑ์รองพื้นในรูปแบบคุชชันมามอนด์ที่เป็นแบรนด์แรกๆ ในการปฏิวัติรูปแบบของคุชชันที่ช่วยคุมความมัน ใครเคยทาคุชชันแล้วรู้สึกหน้ามันเหมือนกระทะเจียวไข่ ใช้ Mamonde จะไม่เป็นแบบนั้น เพราะถ้าไม่เจ๋งจริง คงไม่ทำยอดขายทะลุ 2 พันล้านตลับในปี 2016 ด้วยเหตุนี้เราจึงสนใจคุชชันตัวใหม่สุดๆ เพราะเป็นการพัฒนาคุชชันรูปแบบแมตต์ฟินิชได้ล้ำมาก

 

 

     ไปดูกันที่สูตรแรก Mamonde Brightening Cover Powder Cushion SPF 50+ PA+++ สูตรคุมมันสุดพลังสำหรับสาวผิวมัน เวลาทาลงไปสัมผัสได้ถึงความเป็นเนื้อแมตต์ มี Sebum-Controlling เป็นส่วนผสมในแป้ง ทำหน้าที่คุมความมันด้วยสารสกัดจากหน่อดอกพีชบลอสซัม ตบเบาๆ ก็ได้ผิวที่เนียนเรียบสนิท ส่วนอีกตลับเป็น Mamonde Brightening Cover Watery Cushion SPF 50 PA+++ ใครที่ไม่เน้นคุมมัน เช่น สาวผิวแห้ง อยากได้ผิวที่แลดูฉ่ำน้ำมากกว่า เหมาะกับสูตรนี้เลย  มีคุณค่าจากสารสกัดจากกระเปาะรากดอกนาร์ซิสซัส (Narcissus) เติมความสดชื่นให้ผิวเวลาใช้ ผิวจะเย็นๆ ฉ่ำๆ และมีความชุ่มชื่นมากๆ อีกจุดเด่นของคุชชันทั้งสองตลับคือมีฟองน้ำที่นุ่มมาก พัฟฟ์มีอณูละเอียดพิเศษ มอบลุคผิวเนียนได้เต็มที่
ราคา: 800 บาท ทั้งสูตร Mamonde Brightening Cover Powder Cushion SPF 50+ PA+++ และ Mamonde Brightening Cover Watery Cushion SPF 50 PA+++

 

 

Etude House Two Tone Treatment Hair Color

     ความโดดเด่นของแบรนด์ Etude House อยู่ที่ความสดใส น่ารัก ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของแบรนด์นี้มีความเทรนดี้และเข้าใจความต้องการของสาวๆ ราวกับเป็นเพื่อนสนิท ยิ่งยุคนี้เป็นยุคที่ใครๆ ก็ฮิตทำสีผมให้โดดเด่น Etude เลยออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ สำหรับผู้รักการเปลี่ยนสีผมจะต้องชอบ นั่นคือครีมเปลี่ยนสีผมแบบล้างออก Two Tone Treatment Hair Color ประกอบด้วย 5 เฉดสี ได้แก่ 01 Mystery Purple สีม่วง, 02 Spicy Red สีแดง, 03 Pale Pink สีชมพู, 04 Forest Green สีเขียว และ 05 Fantasy Blue สีน้ำเงิน

 

 

     วิธีใช้งาน เริ่มจากสระผมให้สะอาดโดยไม่ต้องใช้ทรีตเมนต์ จากนั้นเช็ดผมให้แห้ง นำผลิตภัณฑ์ครีมเปลี่ยนสีผมที่จะใช้ทำสีมาเตรียมไว้ ใส่ถุงมือพลาสติก แล้วค่อยๆ ทาสีทรีตเมนต์ลงบนผมให้ทั่ว เสร็จแล้วทิ้งไว้ 5-10 นาที เมื่อครบเวลาให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นเป่าผมและไดร์ผมตามปกติ ก็จะได้ผมที่มีสีสวยโดนใจได้ไม่ยาก

ราคา: 350 บาท

 

The post ตบเบาๆ ก็ได้ผิวเนียนเรียบสนิท! 5 ไอเท็มทำสวยสุดฮอต ที่เราอยากให้คุณลอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/amore-pacific-k-beauty/feed/ 0
ไอเท็มที่ขายดี และเรามองว่าเป็น ‘ที่สุด’ ของ Etude House https://thestandard.co/best-seller-items-of-etude-house/ https://thestandard.co/best-seller-items-of-etude-house/#respond Fri, 18 Aug 2017 09:53:51 +0000 https://thestandard.co/?p=21006

     มีใครไม่รู้จักแบรนด์ Etude House บ้ […]

The post ไอเท็มที่ขายดี และเรามองว่าเป็น ‘ที่สุด’ ของ Etude House appeared first on THE STANDARD.

]]>

     มีใครไม่รู้จักแบรนด์ Etude House บ้าง? น่าจะเกิน 10 ปีที่คนไทยคุ้นเคยกับบ้านหลังคาสีชมพูที่ตั้งตระหง่านอยู่ตามย่านช้อปปิ้งในประเทศเกาหลี ความฮอตฮิตโดนใจคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยเสื่อมความนิยมเลยแม้แต่น้อย หากใครไปเกาหลีทุกๆ ปีจะรู้ดีว่า Etude House เอาใจคนไทยสุดๆ ตั้งแต่มีป้ายเป็นภาษาไทยตามจุดต่างๆ ในร้าน จนหลังๆ เริ่มมีพนักงานคนไทยเพื่อคอยต้อนรับลูกค้าชาวไทยโดยเฉพาะ ที่เมืองไทยเองก็มี Etude House อยู่ถึง 3 สาขา (ดิจิตอลเกตเวย์, สยามเซ็นเตอร์ และเซ็นทรัล พระราม 2) ในเมื่อเป็นร้านที่ฮอตฮิตติดลมบนขนาดนี้ THE STANDARD เลยไปสำรวจดูว่าอะไรคือที่สุดของไอเท็มขายดีแห่งบ้านเกาหลีหลังนี้ นี่คือคำตอบ

 

 

     1. Moistfull Collagen Cream (790 บาท)
     เป็นครีมที่ขายดีต่อเนื่องตั้งแต่เปิดตัว ความโดดเด่นอันดับหนึ่งที่โดนใจสาวไทยคือส่วนประกอบของซูเปอร์คอลลาเจน™ เนื้อครีมที่มีความเข้มข้น แต่ทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ รู้สึกได้เลยว่าผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้นทันที หลายคนที่ใช้อย่างต่อเนื่อง คอนเฟิร์มว่ามันเริ่ด เพราะผิวแข็งแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญ กลิ่นครีมกระปุกนี้หอมฟินมาก หากใครไม่ชอบเท็กซ์เจอร์ของครีมก็มีแบบเนื้อเอสเซนส์ให้เลือกซื้อเช่นกัน

 

 

     2. Any Cushion All Day Perfect (790 บาท)

     คุชชันสูตร All Day Perfect เน้นการปกปิดที่ให้ผลลัพธ์ของผิวเรียบเนียน ปกปิดริ้วรอย ความหมองคล้ำ และจุดด่างดำต่างๆ ได้สนิท ติดผิวตลอดวันแบบเอาอยู่ โดยมี 6 เฉดสีให้สาวไทยได้เลือกกันแบบจุใจ เฉดสว่างๆ สำหรับสาวผิวขาวคือ สี Pure, Vanilla และ Petal สาวที่มีผิวโทนเหลืองหรือสีผิวกลางๆ แนะนำเฉดสี Beige และ Sand ส่วนผิวเข้มมีสี Tan ไว้รองรับ ลองไปเทสต์สีที่ช็อปได้เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้เฉดสีที่เหมาะกับผิวจริงๆ  

 

 

     3. Beauty Shot Face Blur (650 บาท)
     จะเรียกว่าเป็นเบสเมกอัพก็ได้ สำหรับ Beauty Shot Face Blur ขวดนี้ มันโด่งดังจากการที่ยูทูเบอร์เกาหลีหลายคนรีวิวว่าใช้ผลิตภัณฑ์นี้แล้วได้ผิวที่เนียนเวอร์ พอเซลฟีออกมาก็ได้รูปที่สวยเป๊ะราวกับใช้แอปฯ แต่งภาพยังไงยังงั้น เคล็ดลับคือใช้ตัวนี้ลงผิวก่อนแต่งหน้า มันจะช่วยเบลอรูขุมขนให้เนียนสนิท เพิ่มความไบรต์ให้ผิวอีกสเต็ป ทำให้ผิวหน้าโดยรวมดูมีออร่า สุขภาพดี เมื่อลงคุชชันหรือรองพื้นที่ใช้อยู่ตามลงไป ผิวจะแลดูเด้งขึ้นมาเลย แต่ตัวนี้อาจจะไม่เหมาะกับคนผิวมันมาก เพราะความฉ่ำแบบออร่าอาจจะทำให้ผิวมันอยู่แล้วยิ่งมันขึ้นไปอีก แต่ไม่ว่ายังไง ตัวนี้ก็เป็นไอเท็มติดอันดับขายดีที่น่าลอง

 

 

     4. Dear Darling Tint Sweet Lasting Collection (240 บาท)
     สิ่งนี้เรียกว่ามอยส์เจอร์ทินต์ มาพร้อมสีสันที่หวานน่ากินเหมือนไอศกรีม สาวไทยชอบกันมาก เพราะเวลาพกพาแล้วหยิบออกมาใช้แล้วดูน่ารักชิคๆ แถมเมื่อทาลงบนริมฝีปากก็ได้พิกเมนต์ของสีที่สดใสมาก ริมฝีปากสวย เท็กซ์เจอร์ทาง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ถ้าอยากได้สีเบาบางก็ทาบางๆ แต่ถ้าต้องการเพิ่มความเข้มก็สามารถบิลด์สีให้เข้มขึ้นด้วยการทาซ้ำลงไปจนกว่าจะพอใจได้เลย มี 6 เฉดสีสวยให้เลือกตั้งแต่สีอ่อนไปจนถึงสีเข้ม  

 

 

     5. Dear Darling Water Gel Tint (200 บาท)
     เรียกว่าเป็นทินต์ในตำนาน เพราะ Etude House ทำออกมาเป็นเจ้าแรกๆ เลย ซึ่งยังคงขายดีมาถึงทุกวันนี้และได้รับความนิยมจากทั้งสาวเกาหลีและสาวไทยมาโดยตลอด แรกเริ่มจะมีแค่ไม่กี่เฉดสี แต่ตอนนี้มีเฉดใหม่ๆ เพียบถึง 8 เฉด มาพร้อมกับราคาที่น่ารักเหมือนเดิมเพียงแท่งละ 200 บาท ไม่แปลกใจที่เด็กสาววัยมัธยมและสาวมหาวิทยาลัยชอบใช้กันมาก เพราะทาง่าย ติดทนนาน และเป็นธรรมชาติ  

 

 

     6. Dear My Glass Tinting Lips-Talk Case (170 บาท)​
     เคสลิปสติก Lips-Talk ตอนนี้เป็นอะไรที่ฮิตมาก สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์เลือกเคสที่ชอบได้ด้วยตัวเอง เอาไปแมตช์ใส่กับ Lips-Talk สีโปรดได้ แถมยังมีลายให้เลือกเยอะมากๆ เวลาหยิบลิปสติกออกมาใช้ พอเห็นเคสน่ารักๆ แบบนี้ก็ชวนให้แฮปปี้อย่างบอกไม่ถูก นี่เป็นเพียง 2 ลายที่เราชอบ ใครอยากได้ลายอื่นๆ นอกจากนี้ แวะไปดูที่ช็อปได้เลย

 

 

     7. Mascara Remover (180 บาท) และ Curl Fix Mascara Remover (220 บาท)
     ผลิตภัณฑ์สำหรับเช็ดเครื่องสำอางที่ดังและติดอันดับขายดีของ Etude House มาตลอดคือรีมูฟเวอร์สองสูตรนี้เลย สูตรแรกขวดสีชมพูชื่อ Mascara Remover หลายคนติดใจในคอนเซปต์ที่เช็ดมาสคาร่าออกได้ภายในการเช็ดแค่ครั้งเดียว ด้วยเหตุนี้ถึงได้ชื่อว่าเป็นน้ำยาล้างมาสคาร่าวันช็อตอันโด่งดัง ส่วนอีกสูตรเป็นขวดที่มีน้ำยาสีเขียวชื่อ Curl Fix Mascara Remover ใครที่ใช้มาสคาร่าแบบกันน้ำโคตรๆ อย่าง Lash Perm Curl Fix Mascara แนะนำสูตรนี้เลย ใช้เช็ดมาสคาร่าหรืออายไลเนอร์แบบกันน้ำแน่นๆ ได้ดีมาก เราลองแล้วเวิร์กจริง

 

The post ไอเท็มที่ขายดี และเรามองว่าเป็น ‘ที่สุด’ ของ Etude House appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/best-seller-items-of-etude-house/feed/ 0
แอบดูเครื่องสำอางชิ้นโปรดที่บิวตี้บล็อกเกอร์ต้องพกติดตัว https://thestandard.co/lifestyle-beauty-mossster-beauty-blogger/ https://thestandard.co/lifestyle-beauty-mossster-beauty-blogger/#respond Fri, 21 Jul 2017 06:48:53 +0000 https://thestandard.co/?p=15465

     ใครที่ติดตามและเป็นแฟนคลับของ มอสเต […]

The post แอบดูเครื่องสำอางชิ้นโปรดที่บิวตี้บล็อกเกอร์ต้องพกติดตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ใครที่ติดตามและเป็นแฟนคลับของ มอสเตอร์ (Mossster) คงรู้ถึงฝีมือการแต่งหน้าที่มีสไตล์โดดเด่นแบบไม่ตามใคร และมันได้ลามไปถึงสไตล์การจัดกระเป๋าเครื่องสำอางที่แปลกแหวกแนวสุดๆ เช่น เทรองพื้นใส่ตลับคอนแท็กเลนส์ ใช้แผ่นมาสก์บำรุงผิวแทนการพกกระปุกมอยส์เจอไรเซอร์ แถมยังมาเปิดเผยเครื่องสำอางชิ้น must-have ที่เธอพกไปด้วยทุกทริป มาดูกันว่าเธอพกอะไรบ้าง ถึงเนรมิตความสวยปังได้ทุกทริป!

 

 

กระปุกครีมมันหนักไป พกมาสก์ไปแทนดีกว่า
     มอสเป็นคนที่ชอบใช้สกินแคร์มาก แต่พอจะเดินทางกลับขี้เกียจขนกระปุกครีมไปด้วย เลยใช้วิธีพกมาสก์ชีตไปใช้แทน เลือกสูตรที่เข้าบำรุงผิวแบบไม่ต้องล้างออก มันจะเข้มข้นมากๆ เวลาเราเดินทางโดยเครื่องบินไปในที่ที่อากาศเปลี่ยนแปลง ผิวเราจะต้องการการบำรุงมากกว่าทุกวัน มาสก์ชีตเลยเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ เพราะได้ทั้งความเข้มข้น พกพาสะดวก เพราะมันเป็นซองๆ ฉีกซองมาสก์ใช้แล้วทิ้งไปเลย เหมาะกับการเดินทางสุดๆ ไม่ต้องกลัวแพ็กเกจจะแตกเสียหายตอนโหลดกระเป๋าด้วยค่ะ มาสก์ที่ชอบพกไปทุกครั้งคือ SK-II เพราะมาสก์แล้วหน้านุ่มมาก ใช้เฉพาะช่วงก่อนนอน ตื่นมาตอนเช้าผิวหน้าจะสดชื่น นุ่มใสสุดๆ

 

 

โฟมล้างหน้าต้อง Egg Mousse Pack
     ตอนนี้ชอบใช้โฟมล้างหน้าของแบรนด์ Too Cool for School ซึ่งเป็นแบรนด์เกาหลี โฟมตัวนี้ชื่อ Egg Mousse Pack พอบีบออกมาจะมีลักษณะเป็นเนื้อโฟม แล้วใช้โปะลงไปที่หน้าได้เลย นวดๆ วนๆ แล้วล้างน้ำออก ผิวหน้าจะสะอาด รู้สึกดี

 

 

เทรองพื้นใส่ตลับคอนแท็กเลนส์   

     ไม่รู้มีใครเคยทำไหมนะ แต่มอสจะชอบเทรองพื้นใส่ตลับคอนแท็กเลนส์เวลาไปเที่ยว เคยพกแบบขวดไปแล้วมันกินพื้นที่กระเป๋า คือเราไม่ได้ใช้เยอะขนาดนั้น มอสเลยใช้วิธีนี้มาตลอด และพบว่ามันเวิร์กมาก ตลับคอนแท็กเลนส์ 2 ช่องจะพอดีกับทริป 3-4 วันได้สบายๆ สะดวกดีค่ะ ส่วนรองพื้นที่ติดใจและใช้ทุกทริปคือ Estee Lauder Double Wear Foundation เป็นสูตรฮิตเลย เนื้อรองพื้นจะกลมกลืนไปกับสีผิวจริง แล้วมอสเป็นคนผิวมัน เลยพยายามมองหารองพื้นสูตรที่ใช้แล้วหน้าดูสวยปัง ติดทน เลยมาถูกใจกับรองพื้นตัวนี้ เพราะใช้ดี ถ้าใช้ระหว่างทริปที่ไปเที่ยว หน้าจะไม่ค่อยมัน ไม่ต้องคอยซับหรือเติมหน้าบ่อยๆ ทำให้เรามีเวลาสนุกกับชีวิตตอนนั้นอย่างเต็มที่

 

 

งานคิ้วปัง ตาคม ต้องแบรนด์ญี่ปุ่นเท่านั้น

     สำหรับงานคิ้วกับตา มอสจะเชื่อมั่นในแบรนด์ญี่ปุ่น เพราะประเทศนี้ผลิตเครื่องสำอางสำหรับงานคิ้ว งานตาได้ดีมาก ใครที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์เขียนคิ้วหรือมาสคาร่าของฝรั่งที่เคลมว่ากันน้ำมันก็คุณภาพไม่เทียบเท่าผลิตภัณฑ์กันน้ำของแบรนด์จากญี่ปุ่น อย่างที่เขียนคิ้ว มอสชอบ Kiss Me Heavy Rotation Coloring Eyebrow สี 03 สีประจำตัวเลย เป็นสีออกน้ำตาลอมเทานิดๆ เขียนคิ้วแล้วดูเป็นธรรมชาติ ใช้มาหลายปี ติดใจยี่ห้อนี้ ส่วนมาสคาร่า มอสชอบสองแบรนด์คือ Fairydrops Scandal Queen Waterproof Mascara ใช้ในวันที่อยากได้ขนตาแบบมีวอลุ่มสุดๆ และกันน้ำด้วย แต่ถ้าวันไหนอยากปัดขนตาให้ดูเป็นธรรมชาติจะชอบใช้ Kiss Me Heroine Make Long & Curl Super Waterproof Mascara แบรนด์นี้ปัดขนตาแล้วสวยมาก มันจะยังมีความพลิ้วของเส้นขนตาอยู่ และดูเป็นธรรมชาติ ต่อให้น้ำสาดก็ไม่เลอะ เพราะกันน้ำได้เริ่ดมาก

 

 

รีมูฟเวอร์สุดเลิฟ
     รีมูฟเวอร์ที่ชอบสุดคือ Etude House Mascara Remover ใช้เช็ดมาสคาร่าออกดีมาก หลุดเร็ว หลุดง่าย อย่างที่บอกว่าใช้ผลิตภัณฑ์กับตานี่เน้น waterproof ทั้งนั้น พอมาเจอรีมูฟเวอร์ตัวนี้เลิฟเลย ทำความสะอาดตาได้เร่ิดจริง

 

 

ลิปสติกสีโปรด

     ผู้หญิงเราล้วนมีลิปสติกเยอะมากทุกคน มอสก็เป็นคนหนึ่งที่มีเยอะและเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่จะมีลิปสติกอยู่สีหนึ่งที่รักไม่เปลี่ยนแปลง หมดแล้วก็ต้องซื้อซ้ำ แล้วเป็นลิปสติกที่ใช้มาตั้งแต่สมัยมัธยม นั่นคือ M.A.C Lipstick สี Honeylove เป็นสีนู้ดที่แมตช์กับลุคแต่งตาสโมกกี้อายได้สวยมาก มอสใช้สีนี้เอาไว้เบรกลิปสติกสีอื่นๆ ด้วยนะ เพราะคนผิวสองสีแบบเรา บางครั้งทาสีส้มหรือสีชมพูเดี่ยวๆ มากไปจะดูไม่เกิด แต่ถ้าใช้สีนู้ดแท่งนี้มาเบลนด์สักนิด สีจะดูซอฟต์ลงและสวยขึ้น เราโชคดีที่เป็นคนผิวสองสี เพราะถ้าเป็นคนขาวมากๆ ทาสีนี้อาจดูป่วยได้ มอสจะชอบพกไว้ในกระเป๋ามีไว้อุ่นใจค่ะ อยากฝากแบรนด์ว่าห้ามเลิกขายสีนี้เด็ดขาด ไม่งั้นเราอาจร้องไห้

 

 

คอนแท็กเลนส์ + ขนตาปลอม ขาดไม่ได้
     วันไหนที่ไม่ได้ใส่คอนแท็กเลนส์จะรู้สึกว่าไม่สวย ไม่เกิด ไม่ปัง ที่ใส่อยู่ทุกวันนี้คือยี่ห้อ Kitty Kawaii มีคอนแท็กเลนส์สวยๆ เช่น สี Mini Sheer Brown เป็นโทนน้ำตาลที่ใส่บ่อย ให้ความรู้สึกสบายตา แต่วันไหนต้องไปออกงาน อยากเน้นตาให้สวยปังสไตล์มอสก็จะชอบ Sweetie Lens

     ส่วนงานขนตาเป็นอะไรที่ชอบมาก มอสชอบติดขนตาปลอมสุดๆ โดยเฉพาะขนตาปลอมแบบขนมิงก์ ติดแล้วมันจะช่วยให้ขนตาเราดูฟูฟ่องมากๆ ยี่ห้อ Nessychoice Mink 3D Eyelashes เบอร์โปรดคือ 3D03 กับ 3D05

 

 

Hate myself

A post shared by MOSSSTER (@mossster_) on

The post แอบดูเครื่องสำอางชิ้นโปรดที่บิวตี้บล็อกเกอร์ต้องพกติดตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/lifestyle-beauty-mossster-beauty-blogger/feed/ 0