ท่าอากาศยานดอนเมือง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ท่าอากาศยานดอนเมือง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 03 Mar 2026 03:37:33 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สนามบินดอนเมืองเปิดช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ (ABC) ขาออกแล้ว 24 ชม. เริ่ม 5 มีนาคมนี้ ลดคิว-เพิ่มความสะดวกนักเดินทาง https://thestandard.co/don-mueang-abc-passport/ Tue, 03 Mar 2026 03:37:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1183753 ผู้โดยสารใช้ช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ (ABC) ขาออกที่สนามบินดอนเมือง

วันนี้ (3 มีนาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักน […]

The post สนามบินดอนเมืองเปิดช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ (ABC) ขาออกแล้ว 24 ชม. เริ่ม 5 มีนาคมนี้ ลดคิว-เพิ่มความสะดวกนักเดินทาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้โดยสารใช้ช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ (ABC) ขาออกที่สนามบินดอนเมือง

วันนี้ (3 มีนาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานดอนเมือง ได้เปิดให้บริการช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automated Border Control : ABC) สำหรับผู้โดยสารขาออกอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวก ลดระยะเวลารอคิว และยกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่ระบบดิจิทัล

 

ลลิดา กล่าวว่า ภายหลังการทดลองใช้งานในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะนี้ด่านตรวจคนเข้าเมืองดอนเมืองมีความพร้อมเต็มรูปแบบ โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 – 19.00 น. และจะขยายเป็นเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างติดตั้งเครื่องตรวจเพิ่มเติมให้ครบตามเป้าหมาย 31 เครื่องทั่วสนามบิน ภายในเดือนเมษายน 2569

 

เงื่อนไขการใช้ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automated Border Control : ABC) นั้น เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่น ผู้โดยสารควรตรวจสอบเงื่อนไขก่อนใช้บริการ ดังนี้

 

  • ต้องมีความสูงตั้งแต่ 120 เซนติเมตรขึ้นไป
  • หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  • ผู้ที่เพิ่งทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ต้องรออย่างน้อย 14 วัน ก่อนใช้งานระบบ
  • สัมภาระติดตัวหรือกระเป๋า (รวมคันชัก) ต้องมีความสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร

 

กลุ่มที่ควรใช้ช่องตรวจปกติ

 

  • สตรีมีครรภ์ เพื่อความปลอดภัยและความสะดวก
  • ผู้ที่ต้องการตราประทับในเล่มพาสปอร์ต (การใช้ระบบ ABC จะไม่มีการประทับตรา แต่ข้อมูลการเดินทางจะถูกบันทึกในระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย)

 

รองโฆษกฯ ระบุว่า การเปิดใช้ช่อง ABC เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางระหว่างประเทศ ช่วยลดความแออัดในช่วงเวลาเร่งด่วน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการผู้โดยสาร รัฐบาลมุ่งยกระดับการให้บริการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ทันสมัย ควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และมั่นใจมากยิ่งขึ้น

The post สนามบินดอนเมืองเปิดช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ (ABC) ขาออกแล้ว 24 ชม. เริ่ม 5 มีนาคมนี้ ลดคิว-เพิ่มความสะดวกนักเดินทาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
AOT ประกาศขึ้นค่าภาษีสนามบินขาออกต่างประเทศ 6 สนามบินหลัก เป็น 1,120 บาท เริ่ม 20 มิ.ย. 69 https://thestandard.co/airport-tax-international-aot-increase/ Sat, 21 Feb 2026 06:01:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1180570 ภาพกราฟิกประกาศ AOT ปรับขึ้นค่าภาษีสนามบินขาออกต่างประเทศ 6 สนามบินหลัก เป็น 1,120 บาท เริ่ม 20 มิ.ย. 69

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (20 กุมภาพันธ์) บริษัท ท่าอ […]

The post AOT ประกาศขึ้นค่าภาษีสนามบินขาออกต่างประเทศ 6 สนามบินหลัก เป็น 1,120 บาท เริ่ม 20 มิ.ย. 69 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกประกาศ AOT ปรับขึ้นค่าภาษีสนามบินขาออกต่างประเทศ 6 สนามบินหลัก เป็น 1,120 บาท เริ่ม 20 มิ.ย. 69

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (20 กุมภาพันธ์) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ประกาศปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศใหม่ เป็น 1,120 บาท มีผลตั้งแต่ วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานหาดใหญ่

 

ทั้งนี้ อัตราค่าบริการเดิมอยู่ที่ 730 บาท จะปรับขึ้นเป็น 1,120 บาท ส่วนอัตราค่าบริการผู้โดยสารภายในประเทศยังคงเดิมที่ 130 บาทต่อคน

The post AOT ประกาศขึ้นค่าภาษีสนามบินขาออกต่างประเทศ 6 สนามบินหลัก เป็น 1,120 บาท เริ่ม 20 มิ.ย. 69 appeared first on THE STANDARD.

]]>
การบินไทย-AOT ยืนยันมีมาตรการเข้ม สกัด ‘ไวรัสนิปาห์’ ระบุยังไม่มีผลกระทบต่อการเดินทาง-ไม่พบการติดเชื้อ https://thestandard.co/thai-aot-nipah-measures-no-impact/ Fri, 30 Jan 2026 11:33:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1171590 การบินไทยและ AOT แถลงมาตรการคัดกรอง ไวรัสนิปาห์ ยืนยันไม่พบผู้ติดเชื้อและไม่กระทบการเดินทาง

การบินไทย – AOT ออกโรงสร้างความเชื่อมั่น ยืนยันสถ […]

The post การบินไทย-AOT ยืนยันมีมาตรการเข้ม สกัด ‘ไวรัสนิปาห์’ ระบุยังไม่มีผลกระทบต่อการเดินทาง-ไม่พบการติดเชื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
การบินไทยและ AOT แถลงมาตรการคัดกรอง ไวรัสนิปาห์ ยืนยันไม่พบผู้ติดเชื้อและไม่กระทบการเดินทาง

การบินไทย – AOT ออกโรงสร้างความเชื่อมั่น ยืนยันสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสนิปาห์ ในบางพื้นที่ของอินเดียเท่านั้น ไม่กระทบต่อการเดินทาง ด้าน AOT งัดมาตรการรับมือเชิงรุก คัดกรองเข้มข้นมาเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว ไม่พบการติดเชื้อ

 

กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสในประเทศอินเดียที่เกิดขึ้นในพื้นที่เมืองโคษิโฆษ (Kozhikode) ว่า จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่า การระบาดเกิดขึ้นในจุดที่เป็นเมืองบางจุดและเมืองเล็กๆ รอบนอกเท่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นทั้งหมด

 

สำหรับในแง่ของผลกระทบต่อธุรกิจการบิน กิตติพงษ์ยืนยันชัดเจนว่า ไม่กระทบ โดยการปฏิบัติการบิน (Flight Operation) ยังคงเป็นปกติ และยังไม่เห็นผลกระทบทางด้านความต้องการเดินทาง แต่อย่างใด เนื่องจากพื้นที่ที่เกิดการระบาดอยู่ห่างไกลจากเมืองหลักที่การบินไทยทำการบิน

 

อย่างไรก็ตาม การบินไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยมี มาตรการคัดกรองและการป้องกันที่เข้มงวด ทั้งที่สนามบินและการปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยของทางการและหน่วยงานสาธารณสุข เช่น การสวมหน้ากากอนามัย เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร

 

รุกตลาดอินเดียต่อเนื่อง เพิ่มเป็น 91 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

 

แม้จะมีข่าวเรื่องไวรัส แต่แผนธุรกิจในตลาดอินเดียของการบินไทยยังคงเดินหน้าต่ออย่างแข็งแกร่ง กิตติพงษ์ เปิดเผยว่า ในตารางบินฤดูร้อน (Summer Schedule) ที่จะถึงนี้ การบินไทยจะเพิ่มจำนวนเที่ยวบินสู่อินเดียขึ้นไปแตะระดับ 91 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ครอบคลุม 7 เมืองหลัก สะท้อนให้เห็นว่าตลาดอินเดียยังคงมีศักยภาพและไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวในภาพรวม

 

กางแผนปี 69 เป้าโต 10% เน้น ‘รายได้ที่มีคุณภาพ’

 

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ กิตติพงษ์ระบุว่า หลังจากนำกระบวนการคิดและการทำการตลาดรูปแบบใหม่มาใช้ ส่งผลให้ผลประกอบการดีขึ้นตามลำดับ โดยเป้าหมายในปี 2569 นี้ คาดว่ารายได้จะเติบโตขึ้นประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และจำนวนผู้โดยสารก็น่าจะเติบโตในระดับใกล้เคียงกันที่ 10%

 

สิ่งที่การบินไทยให้ความสำคัญสูงสุดไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขรายได้ แต่คือ รายได้ที่มีคุณภาพ และการสร้างผลกำไร โดยเน้นที่ Contribution Margin ซึ่งการมีเครื่องบินและเที่ยวบินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการด้วยความรักในแบรนด์ ซึ่งจะส่งผลให้ Yield และกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBITDA) แข็งแรงตามมา

 

การบินไทยและ AOT แถลงมาตรการคัดกรอง ไวรัสนิปาห์ ยืนยันไม่พบผู้ติดเชื้อและไม่กระทบการเดินทาง 2

กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI

 

เตรียมรับเครื่องบินใหม่ ดัน Capacity เพิ่ม 5%

 

ในส่วนของฝูงบิน และความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร (Capacity) ในช่วงซัมเมอร์นี้ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5% โดยมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญดังนี้

 

  • เครื่องบินลำตัวกว้าง (Wide Body) จะทยอยปลดระวางออกไป 6 ลำ

 

  • เครื่องบินลำตัวแคบ (Narrow Body) จะเข้ามาเสริมฝูงบินประมาณ 15-16 ลำ

 

– เครื่องบินใหม่ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป จะเริ่มทยอยรับมอบเครื่องบิน Boeing 787-9 จำนวน 2 ลำ และตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม จะเริ่มมีเครื่องบินตระกูล 787 เข้ามาเสริมทัพอีก รวมเป็น 10 ลำ

 

จับตาตลาดจีนฟื้นตัว ช่วงตรุษจีนยอดจองพุ่ง

 

สำหรับตลาดจีนซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญ กิตติพงษ์ ระบุว่า สถานการณ์เริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน ยอดจองล่วงหน้า (Booking) ดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75-80% และคาดว่า Load Factor เฉลี่ยของเส้นทางจีนในช่วงตรุษจีนจะแตะระดับ 80% ได้ ทั้งนี้ การบินไทยยังได้เปิดเส้นทางบินสู่เมืองรองที่มีศักยภาพ เช่น ฉงชิ่ง และฉางซา

 

รวมถึงเมืองใหม่อย่าง เซินเจิ้น เพื่อจับตลาดกลุ่มใหม่ๆ ความแข็งแกร่งของแบรนด์ ในด้านภาพลักษณ์แบรนด์ (Brand Perception) จากการทำ Social Listening พบว่าชาวต่างชาติให้คุณค่าและความเชื่อมั่นต่อแบรนด์การบินไทยสูงมาก ในขณะที่คนไทยเริ่มกลับมารักและชื่นชมการบินไทยมากขึ้น

 

โดยเสียงตำหนิลดน้อยลง และมีความรู้สึกเป็นเจ้าของที่พร้อมจะปกป้องแบรนด์เมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่มีเหตุผล

 

AOT รับมือ ‘ไวรัสนิปาห์’ สั่งมาตรการแยกเกต-คัดกรองผู้โดยสารจากอินเดีย ย้ำยังไม่พบผู้ติดเชื้อ

 

ท่ามกลางกระแสข่าวการระบาดของ ‘ไวรัสนิปาห์’ ในประเทศอินเดีย ล่าสุด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้ออกมาเปิดเผยถึงมาตรการรับมือเชิงรุก โดยยืนยันว่าได้เริ่มดำเนินการคัดกรองเข้มข้นมาเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว พร้อมถอดบทเรียนจากโควิด-19 มาปรับใช้เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร

 

ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยถึงแผนการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า AOT ได้รับแจ้งข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและเริ่มดำเนินมาตรการเฝ้าระวังมาแล้วประมาณ 5-6 วัน หรือเกือบ 1 สัปดาห์ ซึ่งเป็นการดำเนินการก่อนที่จะเริ่มมีข่าวปรากฏตามหน้าสื่อ

 

โดยปัจจุบันมาตรการดังกล่าวครอบคลุมท่าอากาศยาน 3 แห่งหลักของ AOT ที่มีเที่ยวบินบินตรงจากแหล่งที่มีการระบาด ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานภูเก็ต

 

เจาะลึกมาตรการคุมเข้ม ‘แยก-ตรวจ-เคลียร์’

 

สำหรับรายละเอียดของมาตรการรับมือนั้น AOT ใช้วิธีการบริหารจัดการตั้งแต่เที่ยวบินลงจอด โดยเน้นไปที่เมืองที่มีการระบาดและเมืองใกล้เคียงในประเทศอินเดีย ไม่ได้เหมารวมทั้งประเทศ โดยมีขั้นตอนปฏิบัติที่ชัดเจน ดังนี้

 

1. แยกสะพานเทียบเครื่องบิน (Separate Gate) จัดการแยกสะพานเทียบเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะ ไม่ให้ปะปนกับเที่ยวบินปกติ

 

2. คัดกรองปลายทางเข้มข้น เนื่องจากไม่สามารถควบคุมการคัดกรองที่ต้นทางได้ เมื่อผู้โดยสารเดินทางมาถึงท่าอากาศยานในไทย จะถูกแยกเส้นทางเดินไม่ให้ปะปนกับผู้โดยสารกลุ่มอื่น เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง ตรวจวัดอาการ และซักประวัติอย่างละเอียดโดยทีมแพทย์ของ AOT ร่วมกับกรมควบคุมโรค

 

3. ทำความสะอาดทันที โดยเมื่อเที่ยวบินกลุ่มเสี่ยงใช้งานสะพานเทียบเสร็จสิ้น จะมีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อทันที ก่อนที่จะอนุญาตให้เที่ยวบินอื่นเข้ามาใช้งานต่อ เพื่อป้องกันการตกค้างของเชื้อโรค

 

 

การบินไทยและ AOT แถลงมาตรการคัดกรอง ไวรัสนิปาห์ ยืนยันไม่พบผู้ติดเชื้อและไม่กระทบการเดินทาง 1

ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT

 

ถอดบทเรียนโควิด-19 สู่มาตรฐานการควบคุมโรค

 

ปวีณา ระบุว่า แม้ข้อมูลเบื้องต้นจะชี้ว่าไวรัสนิปาห์มีการติดเชื้อยากกว่าโควิด-19 แต่ AOT ยังคงใช้มาตรฐานความระมัดระวังในระดับเดียวกับที่ใช้จัดการกับโควิด-19 โดยมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงคมนาคมและกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานของกรมควบคุมโรคและศูนย์แพทย์ตั้งอยู่ภายในท่าอากาศยานอยู่แล้ว ทำให้การประสานงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว

 

เปิดขั้นตอนปฏิบัติหากพบผู้ติดเชื้อ

 

ในกรณีที่ตรวจพบผู้โดยสารที่มีอาการเข้าข่ายหรือสงสัยว่าติดเชื้อ AOT มีแผนรองรับในการส่งตัวผู้ป่วยให้กับกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรคทันที โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคและด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศมีสำนักงานตั้งอยู่ในพื้นที่สนามบินอยู่แล้ว พร้อมเข้าดำเนินการตรวจสอบและคัดแยกผู้ป่วยตามกฎหมายและมาตรฐานสาธารณสุข

 

อย่างไรก็ตาม ปวีณา ยืนยันว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบการระบาดและยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ แต่ AOT จะยังคงเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ในอนาคตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ

The post การบินไทย-AOT ยืนยันมีมาตรการเข้ม สกัด ‘ไวรัสนิปาห์’ ระบุยังไม่มีผลกระทบต่อการเดินทาง-ไม่พบการติดเชื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ด่านควบคุมโรคสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง เริ่มคัดกรองผู้โดยสารจากอินเดีย https://thestandard.co/suvarnabhumi-don-mueang-india-screening/ Sun, 25 Jan 2026 03:45:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1169086 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตั้งด่านคัดกรองผู้โดยสารจากอินเดีย ที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง

วันนี้ (25 มกราคม) ด่านควบคุมโรคฯ ท่าอากาศยานสุววรณภูมิ […]

The post ด่านควบคุมโรคสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง เริ่มคัดกรองผู้โดยสารจากอินเดีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตั้งด่านคัดกรองผู้โดยสารจากอินเดีย ที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง

วันนี้ (25 มกราคม) ด่านควบคุมโรคฯ ท่าอากาศยานสุววรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง เริ่มดำเนินการคัดกรองผู้เดินทางจากเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย ตามมาตรการ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก ผู้โดยสารที่ผ่านช่องทางการตรวจคนเข้าเมือง การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำ บัตรเตือนสุขภาพ (Health Beware Card) สำหรับผู้ที่เดินทางมาจาก พื้นที่เสี่ยงการระบาดของไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) ระบุว่า

 

ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทย หากคุณเดินทางมาจากต่างประเทศและมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เช่น ไข้, ปวดศีรษะ, ปวดกล้ามเนื้อ, เจ็บคอ, ไอ, หายใจลำบาก, ง่วงซึม, สับสน หรือชัก และมีประวัติสัมผัสกับค้างคาว, สัตว์ป่วย หรือบุคคลที่มีเชื้อ ไวรัสนิปาห์ ภายใน 21 วันก่อนเดินทางถึงประเทศไทย

 

โปรดพบแพทย์โดยทันที และแจ้งประวัติการเดินทาง ประวัติการสัมผัสโรค รวมถึงวันที่เริ่มมีอาการให้บุคลากร ทางการแพทย์ทราบ หากคุณรู้สึกไม่สบาย โปรดติดต่อสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

The post ด่านควบคุมโรคสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง เริ่มคัดกรองผู้โดยสารจากอินเดีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ด AOT ไฟเขียวแนวทางแก้ไขสัญญา Duty Free ใน 5 สนามบิน กับ ‘คิง เพาเวอร์ เพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ-รายได้ที่มั่นคงกว่า https://thestandard.co/aot-duty-free-king-power/ Wed, 03 Dec 2025 08:31:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1151023 บอร์ด AOT ไฟเขียวแนวทางแก้ไขสัญญา Duty Free ใน 5 สนามบิน กับ คิง เพาเวอร์ เพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ-รายได้ที่มั่นคงกว่า

กฤช ภาคากิจ เลขานุการบริษัท ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ บร […]

The post บอร์ด AOT ไฟเขียวแนวทางแก้ไขสัญญา Duty Free ใน 5 สนามบิน กับ ‘คิง เพาเวอร์ เพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ-รายได้ที่มั่นคงกว่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ด AOT ไฟเขียวแนวทางแก้ไขสัญญา Duty Free ใน 5 สนามบิน กับ คิง เพาเวอร์ เพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ-รายได้ที่มั่นคงกว่า

กฤช ภาคากิจ เลขานุการบริษัท ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) หรือ AOT ส่งหนังสือชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไทย (ตลท.) เรื่อง การแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

 

ตามหนังสือที่อ้างถึง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้รายงานให้ทราบว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ทอท. ครั้งที่ 16/2568 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ประชุมได้มีมติให้ความเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ตามรายงานผลการศึกษาของที่ปรึกษา เพื่อใช้เป็นกรอบในการเจรจากับ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด (KPD) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ทอท. และเป็นธรรมกับคู่สัญญา

 

ในการประชุมคณะกรรมการ ทอท. ครั้งที่ 18/2568 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ประชุมได้มีมติ เห็นชอบผลการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงในการแก้ไขปัญหา และ อนุมัติให้ ทอท. แก้ไขสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานทั้ง 5 แห่ง (สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, ภูเก็ต, เชียงใหม่ และหาดใหญ่) ตามผลการเจรจาของคณะทำงาน โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

 

ทอท. ได้พิจารณาเปรียบเทียบระหว่างการแก้ไขสัญญากับการยกเลิกสัญญาแล้วเปิดประมูลใหม่ และสรุปว่า ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดคือการแก้ไขสัญญา โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังนี้

 

  • รักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ ทอท. สามารถให้บริการผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง (Level of Service) ไม่ต้องเสียเวลาหาผู้ประกอบการรายใหม่ซึ่งอาจใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 14 เดือน
  • รายได้ที่มั่นคงกว่า ทอท. ยังคงได้รับค่าผลประโยชน์ตอบแทนอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีช่วงขาดรายได้
  • ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่า การแก้ไขสัญญาให้ผลตอบแทนทางการเงินสูงกว่าผลตอบแทนขั้นต่ำในกรณีหาผู้ประกอบการรายใหม่ในสถานการณ์ปัจจุบัน
  • ลดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ช่วยรักษาการจ้างงานและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม

 

ในสัญญาฉบับแก้ไข ทอท. จะยังคงเงื่อนไขสำคัญคือ 1) การเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ (Minimum Guarantee: MG) ที่มีการเติบโตร้อยละ 5 ต่อปี, 2) ส่วนแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) ร้อยละ 20 และ 3) ค่าผลประโยชน์ตอบแทนส่วนเพิ่ม (Upside) โดยมีรายละเอียดเฉพาะของแต่ละท่าอากาศยาน ดังนี้

 

1. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.)

 

  • ค่าตอบแทน: เรียกเก็บ MG ตามจำนวนผู้โดยสาร (เทียบเท่า 232.90 บาทต่อคน เติบโต 5% ทุกปี) และได้เจรจาขอส่วนแบ่งรายได้เพิ่มอีกร้อยละ 35 ของมูลค่าซื้อต่อผู้โดยสาร (Spending per Head) ส่วนเกิน
  • ระยะเวลาสัญญา: ขยายออกไปอีก 2 ปี เพื่อให้ครอบคลุมช่วงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ (South Terminal) และการปิดซ่อมแซมพื้นที่อาคารปัจจุบันในช่วงปี 2575–2578

 

2. ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.)

 

  • ค่าตอบแทน: คงการเรียกเก็บ MG ต่อตารางเมตร (39,187.76 บาท/ตร.ม./เดือน) และ Revenue Sharing ที่ร้อยละ 20 หากผู้โดยสารฟื้นตัวเกิน 100% จะกลับไปใช้อัตราเดิมที่เคยตกลงไว้
  • ระยะเวลาสัญญา: ขยายระยะเวลาเพื่อให้สอดคล้องกับการย้ายไปอาคารผู้โดยสาร 3 (Terminal 3) ซึ่งต้องมีการลงทุนใหม่ โดยระยะเวลาที่เหมาะสมในการขยายคือ 2 ปี (เพื่อให้คุ้มทุน 5 ปีนับรวมสัญญาคงเหลือ) แต่หากการก่อสร้างล่าช้าจนสัญญาเหลือน้อยกว่า 1 ปี ทอท. ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกสัญญาเพื่อประมูลใหม่

 

3. ท่าอากาศยานภูมิภาค (ภูเก็ต, เชียงใหม่, หาดใหญ่)

 

  • ค่าตอบแทน: เรียกเก็บ MG ตามจำนวนผู้โดยสาร (เทียบเท่า 129.67 บาทต่อคน และเติบโต 5% ทุกปี ตั้งแต่ปี 2573) พร้อมส่วนแบ่งรายได้เพิ่มอีกร้อยละ 35 ของยอดใช้จ่ายส่วนเกินเช่นเดียวกับ ทสภ.
  • เงื่อนไขเพิ่มเติม: หากธุรกิจกลับมาดีเหมือนเดิมตามข้อเสนอ (Proposal) เดิมของ KPD ทอท. ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเรียกเก็บค่าตอบแทนตามที่ KPD เคยเสนอไว้

 

ภาพ: umitc/Shutterstock

The post บอร์ด AOT ไฟเขียวแนวทางแก้ไขสัญญา Duty Free ใน 5 สนามบิน กับ ‘คิง เพาเวอร์ เพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ-รายได้ที่มั่นคงกว่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว https://thestandard.co/cool-weather-airplanes-city-sighting/ Wed, 19 Nov 2025 13:14:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1145161 สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) ช่างภาพข่าว THE STANDARD เก็บภาพบ […]

The post สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) ช่างภาพข่าว THE STANDARD เก็บภาพบรรยากาศช่วงเย็นย่านดอนเมือง กรุงเทพมหานคร หลังจากที่อุณหภูมิเริ่มลดลง จนหลายคนสัมผัสได้ถึงอากาศที่เริ่มเย็นสบาย นอกจากนี้ยังสามารถเห็นเครื่องบินได้ชัดเจนคล้ายกับเครื่องบินเหล่านั้นลดระดับการบิน

 

อย่างไรก็ตามเครื่องบินไม่ได้บินต่ำเป็นประจำในฤดูหนาว แต่ที่เห็นเครื่องบินบินต่ำอาจเป็นเพราะมีลมหนาวพัดแรงขึ้น ทำให้สนามบินต้องปรับทิศทางรันเวย์ ซึ่งส่งผลให้เครื่องบินต้องบินต่ำลงมาเพื่อลงจอดในทิศทางที่ปลอดภัยกว่า

 

โดยบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เคยได้ชี้แจงถึงเหตุผลและความจำเป็นในการปรับทิศทางการวิ่งขึ้นและร่อนลงของเครื่องบิน ณ สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ว่าเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงลักษณะอากาศในฤดูหนาว ซึ่งกระแสลมจะเปลี่ยนทิศทางและมีความแรงมากขึ้น

 

โดย บวท. ได้ปรับเส้นทางบินให้เครื่องบินทำการวิ่งขึ้นและร่อนลงจากทาง ทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ เพื่อให้ทำการบินสวนกับทิศทางลมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะดำเนินการในลักษณะนี้เป็นระยะเวลาประมาณ 4 เดือนในช่วงฤดูหนาว

 

การปรับทิศทางดังกล่าวส่งผลให้เครื่องบินที่ทำการร่อนลงสู่สนามบินดอนเมืองจำเป็นต้องทำการบินผ่านเขตเมืองกรุงเทพมหานคร อาทิ ย่านบางเขน ลาดพร้าว ดินแดง เพชรบุรี สุขุมวิท คลองเตย ก่อนร่อนลงสู่สนามบิน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการให้บริการจราจรทางอากาศในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

 

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยมีผลกระทบจนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 19-20 พฤศจิกายน ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงและมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง ซึ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขณะที่ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส

 

สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว

 

อ้างอิง :

  • บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.)
  • กรมอุตุนิยมวิทยา

The post สัมผัสอากาศเย็น ชวนสังเกตเครื่องบินบินผ่านเขตเมือง รับลมหนาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนามบินดอนเมือง ประกาศขึ้นค่าจอดรถยนต์ 3 จุด เริ่ม 1 ธ.ค. https://thestandard.co/dmk-parking-rate-increase/ Wed, 27 Aug 2025 00:29:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1111490 สนามบินดอนเมือง

วานนี้ (26 สิงหาคม) ท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศ […]

The post สนามบินดอนเมือง ประกาศขึ้นค่าจอดรถยนต์ 3 จุด เริ่ม 1 ธ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนามบินดอนเมือง

วานนี้ (26 สิงหาคม) ท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ประกาศแจ้งอัตราค่าบริการจอดรถใหม่ บริเวณอาคารจอดรถ สนามบินดอนเมืองใหม่ เริ่มตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป สำหรับอาคารจอดรถยนต์ ชั้นใต้ดิน (อาคาร 1) , อาคารจอดรถยนต์ 7 ชั้น (ติดกับอาคาร 2) , อาคารจอดรถยนต์ 3 ชั้น (หลังเดิม)

 

สำหรับอัตราค่าจอดรถใหม่ เศษของนาที คิดเป็น 1 ชั่วโมง (Fraction hour will be charged as full hour.) โดยมีการปรับเพิ่ม จากเดิม 0-3 ชั่วโมง เดิมเก็บ 20 บาท อัตราใหม่ เป็น ฟรี 15 นาทีแรก

 

  • จอด 1 ชั่วโมง อัตรา 25 บาท
  • จอด 2 ชั่วโมง อัตรา 50 บาท
  • จอด 3 ชั่วโมง อัตรา 80 บาท
  • จอด 4 ชั่วโมง เดิม 40 บาท อัตราใหม่ เป็น 110 บาท
  • จอด 5 ชั่วโมง เดิม 60 บาท อัตราใหม่ เป็น 145 บาท
  • จอด 6 ชั่วโมง เดิม 80 บาท อัตราใหม่ เป็น 180 บาท
  • จอด 7 ชั่วโมง เดิม 110 บาท อัตราใหม่ เป็น 7 – 24 ชั่วโมง เป็น 250 บาท

 

อ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/19gsymCRTr/ 

The post สนามบินดอนเมือง ประกาศขึ้นค่าจอดรถยนต์ 3 จุด เริ่ม 1 ธ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตม. ดอนเมือง จับผู้ต้องหาคนสำคัญเครือข่ายเว็บพนัน HYDRA888 พบเงินหมุนเวียนกว่า 11,520 ล้านบาท https://thestandard.co/hydra888-arrest-donmuang/ Wed, 09 Jul 2025 04:33:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1094609 hydra888-arrest-donmuang

วันนี้ (9 กรกฎาคม) เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอาก […]

The post ตม. ดอนเมือง จับผู้ต้องหาคนสำคัญเครือข่ายเว็บพนัน HYDRA888 พบเงินหมุนเวียนกว่า 11,520 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
hydra888-arrest-donmuang

วันนี้ (9 กรกฎาคม) เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานดอนเมือง (ตม.ทอ.ดอนเมือง) จับกุม สตีเว่น ชุง เช็ง ล็อค (Steven Choong Seng Lok) อายุ 26 ปี สัญชาติมาเลเซีย ผู้ต้องหาคนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ HYDRA888 

 

การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อสตีเว่น เดินทางมาจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และกำลังผ่านโถงผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.สนามบินดอนเมือง ซึ่งได้รับทราบเบาะแสก่อนหน้านี้ ได้เข้าควบคุมตัวสตีเว่น บริเวณหน้าประตูทางออกเครื่องบินทันที

 

สตีเว่นฯ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 1300/2567 ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ในข้อหา ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน

 

จากการสืบสวนพบว่า สตีเว่น เป็นเจ้าของบริษัท สปอร์ต แพลนเน็ต แวร์เฮาส์ จำกัด ซึ่งถูกใช้เป็นช่องทางในการหมุนเวียนเงินที่ได้จากเว็บไซต์พนันออนไลน์ HYDRA888 โดยมีมูลค่าการเงินหมุนเวียนตลอดทั้งปีสูงกว่า 11,520 ล้านบาท

 

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวสตีเว่น ให้กับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (สอท.2) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

The post ตม. ดอนเมือง จับผู้ต้องหาคนสำคัญเครือข่ายเว็บพนัน HYDRA888 พบเงินหมุนเวียนกว่า 11,520 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไปกันต่อ! EEC ลุยแก้สัญญารถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ตั้งเขตเศรษฐกิจใหม่ ‘ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้’ ดึงลงทุน 1.5 แสนล้านบาท จ้างงาน 2 หมื่นคน https://thestandard.co/eec-highspeed-railway/ Thu, 09 Jan 2025 11:46:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1028677 eec-highspeed-railway

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณ […]

The post ไปกันต่อ! EEC ลุยแก้สัญญารถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ตั้งเขตเศรษฐกิจใหม่ ‘ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้’ ดึงลงทุน 1.5 แสนล้านบาท จ้างงาน 2 หมื่นคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
eec-highspeed-railway

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา) ถือเป็นหนึ่งในเมกะโปรเจกต์ ปลุกการลงทุนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มูลค่า 224,544 ล้านบาท นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่มีการประกาศเชิญชวนผู้ประมูล แต่ด้วยวิกฤตโควิด เศรษฐกิจชะลอ การแก้ไขสัญญาที่ล่าช้า เวลาจึงล่วงเลยมากว่า 7 ปี ถึงวันนี้ก็ยังไม่เกิดการลงทุน

 

ล่าสุดบอร์ด EEC ยืนยันว่าเดินหน้าแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนรถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน โดยสั่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และเอกชนคู่สัญญาเจรจาร่างสัญญาแก้ไข ก่อนชงเรื่องไปยังอัยการสูงสุด ตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างเดือนเมษายน 2568 พร้อมจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ‘นิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้’ รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การบินและโลจิสติกส์ ดิจิทัล การพัฒนาบุคลากรและการศึกษา คาดดึงเม็ดเงินลงทุน 156,000 ล้านบาท จ้างงาน 20,000 คน

 

EEC ลุยต่อ ยันยึดหลักการเดิม รัฐ-เอกชนร่วมลงทุน (PPP)

 

รายงานข่าวระบุว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เร่งรัดหารือเอกชนผู้ลงทุน นั่นคือบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ลงนามในสัญญารับหนังสือเริ่มงานก่อสร้าง (NTP) ให้ได้ภายในเดือนมกราคม 2568 ทว่าหากไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ มีอีกแนวทางคือให้ รฟท. ลงมือก่อสร้างระบบรางเอง โดยใช้งบประมาณ 120,000 ล้านบาท แล้วจึงหาเอกชนเข้ามาบริหาร

 

จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เปิดเผยล่าสุดหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มี พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าของการดำเนินการเพื่อแก้ไขสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

โดยได้หารือร่วมกันเพิ่มเติมระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และ รฟท. เพื่อยืนยันว่าการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟไฮสปีด ซึ่งยังคงเป็นไปตามหลักการเดิมของการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP)

 

และได้มอบหมายให้ รฟท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามข้อ 21 ของประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการในการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (EEC Track) ซึ่งเป็นไปตามที่ได้หารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติการเสนอเรื่องต่อ ครม. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว ดังนั้นการดำเนินการต่อไป รฟท. และเอกชนคู่สัญญาจะเจรจาร่างสัญญาแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริหารสัญญา คณะกรรมการกำกับดูแล และนำเสนอร่างสัญญาแก้ไขเสนอต่อสำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณา

 

หลังจากนั้น รฟท. จะเสนอร่างสัญญาแก้ไขที่ผ่านการตรวจพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดมายัง สกพอ. เพื่อเสนอ ครม. พิจารณาเห็นชอบในการแก้ไข โดย รฟท. และเอกชนคู่สัญญาจะลงนามร่างสัญญาฉบับแก้ไขที่ ครม. เห็นชอบ

 

และขั้นตอนสุดท้าย รฟท. จะสามารถออกหนังสือแจ้งให้เอกชนคู่สัญญาเริ่มงานก่อสร้างโครงการได้ภายในเดือนเมษายน 2568

 

ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่ ‘นิคมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้’ รับอุตสาหกรรมเป้าหมาย

 

จุฬากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเห็นชอบการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ นิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ ซึ่งใช้เนื้อที่ประมาณ 1,172 ไร่ บริเวณตำบลเขาดิน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับการขยายตัวและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การบินและโลจิสติกส์ ดิจิทัล การพัฒนาบุคลากรและการศึกษา โดยคาดว่าจะมีการลงทุนในพื้นที่ราว 156,000 ล้านบาท

 

รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศโดยการใช้ชิ้นส่วนและอุปกรณ์จากผู้ผลิตภายในประเทศ (Local Content) ในสัดส่วนถึง 90% สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตได้ภายในพื้นที่โครงการ สร้างโอกาสด้านอาชีพผ่านการจ้างงานอีกประมาณ 20,000 คน และสร้างโอกาสทางธุรกิจต่อเนื่องให้แก่ชุมชนในพื้นที่ เช่น ร้านค้า โรงแรม หอพัก ฯลฯ ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศ

 

ด้าน พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เปิดเผยว่า การแก้ไขสัญญาจะมีการสานต่อไปยังต้นสังกัด คือกระทรวงคมนาคม ในการทบทวนกฎหมาย อย่างไรก็ตาม รถไฟไฮสปีดเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของภาคตะวันออก ขณะเดียวกันนักลงทุนเก่าและใหม่จะมีการลงทุนในบริเวณดังกล่าวเยอะ ซึ่งแปลว่ารถไฟจะเป็นเรื่องหลักในการลงทุน ส่วนในเชิงเศรษฐศาสตร์รูปแบบการลงทุนจะยึดหลักเดิม

 

เมื่อถามถึงการขยายเขตโครงการ EEC ไปยังจังหวัดปราจีนบุรี พิชัยกล่าวว่า ในแง่ของคนในพื้นที่ บางส่วนเมื่อเห็นนักลงทุนมาเยอะก็อยากขยายพื้นที่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือ โดยภายหลัง ครม. อนุมัติกรอบงบปี 2569 จะให้หน่วยงานราชการเสนอคำของบประมาณให้คณะกรรมการพิจารณา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

 

ย้อนรอย ‘โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน’

 

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 มีการประกาศเชิญชวนผู้ประมูล แต่ด้วยวิกฤตโควิด เศรษฐกิจชะลอ การแก้ไขสัญญา จึงล่าช้ามากว่า 7 ปี ถึงวันนี้ก็ยังไม่เกิดการลงทุน โดยบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ถือเป็นบริษัทเอกชนผู้ร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา) รายแรก ที่ได้รับคัดเลือกจากรัฐบาลให้พัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงในรูปแบบสัญญาการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership: PPP) โดยมีระยะเวลาสัญญา 50 ปี มีมูลค่ากว่า 224,544 ล้านบาท

 

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นโครงการเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์คาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น โดยมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจประมาณ 650,000 ล้านบาท รวมถึงการจ้างงานตลอดช่วงระยะเวลาการก่อสร้างสูงถึง 16,000 อัตรา และการจ้างงานในธุรกิจที่เกี่ยวข้องมากกว่า 100,000 อัตรา ใน 5 ปี

 

ภาพ: Pat18241 / Getty Images

The post ไปกันต่อ! EEC ลุยแก้สัญญารถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ตั้งเขตเศรษฐกิจใหม่ ‘ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้’ ดึงลงทุน 1.5 แสนล้านบาท จ้างงาน 2 หมื่นคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุริยะรับ สนามบินดอนเมืองผู้โดยสารแออัด เหตุสายการบินย้ายฐานกลับจากสุวรรณภูมิ สั่งผู้อำนวยการ AOT เร่งแก้ปัญหา https://thestandard.co/suriya-don-muang-overcrowding/ Thu, 26 Dec 2024 10:15:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1024167 เทศกาลปีใหม่

วันนี้ (26 ธันวาคม) สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมน […]

The post สุริยะรับ สนามบินดอนเมืองผู้โดยสารแออัด เหตุสายการบินย้ายฐานกลับจากสุวรรณภูมิ สั่งผู้อำนวยการ AOT เร่งแก้ปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทศกาลปีใหม่

วันนี้ (26 ธันวาคม) สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีสนามบินดอนเมืองมีปัญหาเรื่องการรอคิวล่าช้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากมีผู้โดยสารใช้บริการเป็นจำนวนมากว่า เรื่องนี้ตนเองเห็นใจประชาชนที่ใช้บริการ เพราะที่ผ่านมามีสายการบินที่ย้ายกลับจากสุวรรณภูมิมาใช้ฐานที่ดอนเมือง จึงทำให้เกิดปัญหาความแออัดขึ้น จึงสั่งการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว ซึ่ง กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย รับปากจะลงไปดูปัญหาด้วยตัวเอง ซึ่งขณะนี้ระดมเจ้าหน้าที่ของ AOT ไปแก้ไขปัญหาตรงนี้แล้วเพื่อบรรเทาปัญหา และคิดว่าจะดีขึ้นอย่างแน่นอน 

 

ส่วนการเตรียมความพร้อมที่สนามบินสุวรรณภูมิ เท่าที่ทราบขณะนี้ไม่น่ามีปัญหา เนื่องจากมีระบบสแกนหน้าอัตโนมัติมาช่วยลดปัญหารอคิว

 

สนามบินดอนเมืองไม่ได้แออัดทั้งวัน

 

กีรติยอมรับว่าที่สนามบินดอนเมืองมีประชาชนเดินทางเป็นจำนวนมาก เช่น ในช่วงเช้าของวันนี้ (26 ธันวาคม) ในจุดตรวจค้นอาคารภายในประเทศ พบมีคิวผู้โดยสารยืนต่อแถวรอประมาณ 25 นาที ซึ่งถือว่าเกินกว่ามาตรฐานปกติ เพราะมีมาตรฐานปกติอยู่ที่ประมาณ 15 นาทีของกระบวนการตรวจค้น ซึ่งทาง AOT เพิ่มกำลังพลในการเข้ามาช่วยตรวจค้นและตรวจเอกสารการเดินทางของผู้โดยสารประมาณ 30% เพื่อพยายามเคลียร์ผู้โดยสาร 

 

กีรติกล่าวอีกว่า ความแออัดไม่ได้เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน แต่จะเป็นเฉพาะช่วงพีคของการเดินทางในช่วงเวลาประมาณ 05.30-07.00 น. ในแต่ละวัน และได้เพิ่มช่องทางพิเศษพร้อมจัดเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มอัตรากำลังเพื่อรองรับการเดินทาง 

 

ขณะที่สถานการณ์ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กีรติกล่าวอีกว่า การเปิดใช้ระบบ Auto Gate สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทำให้ลดความแออัดและแถวคอยของผู้โดยสารขาออกได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และ AOT พยายามเร่งนำเทคโนโลยีต่างๆ มาปรับใช้เพื่อให้การเดินทางของผู้โดยสารสะดวกรวดเร็วขึ้น 

 

ทั้งนี้ ฝากถึงผู้โดยสารที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ สำหรับผู้โดยสารเดินทางในประเทศขอให้เดินทางมาถึงสนามบินก่อนประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนเที่ยวบินระหว่างประเทศขอให้เดินทางถึงสนามบินก่อนประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารเดินทางได้ทันอย่างแน่นอน ซึ่งจะใช้โมเดลเดียวกันทุกสนามบิน

The post สุริยะรับ สนามบินดอนเมืองผู้โดยสารแออัด เหตุสายการบินย้ายฐานกลับจากสุวรรณภูมิ สั่งผู้อำนวยการ AOT เร่งแก้ปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลไทยจ่อทุ่มงบ 9.7 หมื่นล้านบาท ขยาย-สร้างรันเวย์ในสนามบิน 6 แห่งทั่วประเทศ ตั้งเป้ารับผู้โดยสารเพิ่ม 2 เท่าในปี 2032 https://thestandard.co/thailand-airport-runway-expansion-plan/ Fri, 01 Nov 2024 08:27:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1002591 รันเวย์ AOT

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวคึกคัก! รัฐบาลไทยเตรียมทุ่มงบ 9.7 ห […]

The post รัฐบาลไทยจ่อทุ่มงบ 9.7 หมื่นล้านบาท ขยาย-สร้างรันเวย์ในสนามบิน 6 แห่งทั่วประเทศ ตั้งเป้ารับผู้โดยสารเพิ่ม 2 เท่าในปี 2032 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รันเวย์ AOT

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวคึกคัก! รัฐบาลไทยเตรียมทุ่มงบ 9.7 หมื่นล้านบาท เร่งขยายสนามบินและสร้าง รันเวย์ ใหม่ในสนามบิน 6 แห่งทั่วประเทศ ตั้งเป้ารองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายในปี 2032

 

Nikkei Asia รายงานว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตขึ้นต่อเนื่อง สร้างเงินสะพัดหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปจนถึงปีหน้า เพื่อรองรับโอกาสดังกล่าวประเทศไทยได้เตรียมงบประมาณ 2.86 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 9.7 หมื่นล้านบาทแบ่งใช้หลายส่วน เริ่มตั้งแต่ขยายพื้นที่รองรับผู้โดยสารในสนามบินหลักทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

โดยประกอบไปด้วยสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง รวมถึงสนามบินในต่างจังหวัด ทั้งภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ และเชียงราย ส่วนงบที่เหลือจะแบ่งไปใช้สร้าง รันเวย์ ใหม่ ติดตั้งระบบจดจำใบหน้า และพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

 

เมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จคาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หรือเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 246.5 ล้านคนภายในปี 2032 ซึ่งจะเพิ่มขึ้นจาก 116 ล้านคนในเดือนกรกฎาคม 2024

 

ในส่วนแผนงานของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ล่าสุดเปิดใช้งานทางวิ่งเส้นที่ 3 หรือรันเวย์ 3 ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของสนามบิน มีความกว้าง 60 เมตร และความยาว 4,000 เมตร โดยจะรองรับเที่ยวบินเพิ่มจาก 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมงเป็น 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง

 

รวมถึงยังวางแผนติดตั้งระบบจดจำใบหน้าให้ผู้โดยสารสามารถลงทะเบียนข้อมูลหนังสือเดินทางและสแกนใบหน้าที่เคาน์เตอร์เช็กอินได้ หลังจากนั้นก็ไม่ต้องแสดงหนังสือเดินทางและบอร์ดดิ้งพาสอีกตั้งแต่จุดฝากสัมภาระไปจนถึงประตูขึ้นเครื่อง เรียกได้ว่าผู้โดยสารจะมีความสะดวกมากขึ้น

 

ทั้งหมดอยู่ในแผนงานของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และดูแลโครงการขยายสนามบิน โดยแผนการขยายสนามบินของ AOT ก็สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันการท่องเที่ยว โดยปี 2025 ประเทศไทยตั้งเป้าจะมีเที่ยวบินรวมถึง 1 ล้านเที่ยวต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้น 20% จากปีงบประมาณ 2024

 

ทั้งนี้ ในปี 2023 AOT สร้างรายได้รวมเพิ่มขึ้นราว 170% หรือ 4.8 หมื่นล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 8.8 พันล้านบาท ฟื้นตัวจากการขาดทุนที่ 1.1 หมื่นล้านบาทในปี 2022

 

ปัจจุบันรายได้จากการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักของเศรษฐกิจไทย โดยมีสัดส่วนถึง 20% ของ GDP ที่ผ่านมาประเทศไทยพยายามผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างหนัก และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยการยกเว้นวีซ่าให้กับหลายประเทศมากขึ้น

 

ด้านนักวิเคราะห์มองว่าการลงทุนที่มากเกินไปอาจเป็นความเสี่ยง เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2024 ยังอยู่ที่ 80% ขณะที่สถานการณ์ประเทศอยู่บนความไม่แน่นอน โดยเฉพาะประเด็นทางการเมืองที่ยังน่ากังวล

 

หลังจากเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยถอดถอน เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง ขณะที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีปัจจุบันก็ต้องเผชิญกับคดีความที่อาจนำไปสู่การถูกตัดสิทธิจากตำแหน่งด้วยเช่นกัน หากสังเกตจะเห็นว่าโครงการต่างๆ ของประเทศมักจะถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไปทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

 

อ้างอิง:

The post รัฐบาลไทยจ่อทุ่มงบ 9.7 หมื่นล้านบาท ขยาย-สร้างรันเวย์ในสนามบิน 6 แห่งทั่วประเทศ ตั้งเป้ารับผู้โดยสารเพิ่ม 2 เท่าในปี 2032 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุริยะ​ยัน ​แก้สัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม​ 3 สนามบิน​ไม่มีเอื้อประโยชน์​ แจง รัฐ​-​เอก​ชน ​ต่างผิดสัญญาจาก​โควิด https://thestandard.co/suriya-fix-high-speed-train-contract/ Tue, 22 Oct 2024 08:02:32 +0000 https://thestandard.co/?p=998866 สุริยะ

วันนี้ (22 ตุลาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล สุริยะ​ จึงรุ่งเรือ […]

The post สุริยะ​ยัน ​แก้สัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม​ 3 สนามบิน​ไม่มีเอื้อประโยชน์​ แจง รัฐ​-​เอก​ชน ​ต่างผิดสัญญาจาก​โควิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุริยะ

วันนี้ (22 ตุลาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล สุริยะ​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม​ กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขสัญญารถไฟความเร็วสูง​เชื่อม 3 สนามบิน​ (อู่ตะเภา-​สุวรรณ​ภูมิ​-ดอนเมือง​) ​ว่า​ วันนี้ยังไม่เข้าศูนย์ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา พร้อมยืนยันว่าการแก้ไขสัญญาเกิดจากภาคเอกชนและรัฐผิดสัญญาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด

 

ทั้งนี้ ทำให้โครงการเกิดความล่าช้า รัฐบาลไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้กับเอกชนได้ ขณะที่เอกชนก็ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงเป็นสถานการณ์ที่ต่างคนต่างผิดสัญญาและต้องพิจารณาใหม่​ เนื่องจากเป็นหนึ่งในโครงการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งหากเชื่อม 3 สนามบินได้จะทำให้ประชาชนเดินทางสะดวกและการค้าขายดีขึ้น จึงต้องเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป รวมทั้งต้องพิจารณาร่วมกันในการแก้ไขสัญญาเพื่อไม่ให้รัฐเสียประโยชน์ โดยสัญญาเดิมจะให้เอกชนสร้างจนเสร็จและหลังจากนั้น 10 ปี รัฐบาลจะค่อยชำระเงิน

 

ขณะที่สัญญาใหม่​จะให้เอกชนนำเงินมาวางค้ำประกันจากธนาคารเพื่อการันตี​ และเมื่อสร้างเสร็จรัฐบาลจะคืนหนังสือค้ำประกันโดยธนาคาร​การันตี​ให้​ ทั้งนี้ ในการก่อสร้าง​แล้วเสร็จแต่ละช่วง​จะแบ่งเป็นแต่ละสัญญา​ หากมีการทิ้งงาน รัฐจะนำเงินค้ำประกันจ้างผู้ประกอบการรายใหม่​

 

สุริยะ​กล่าวยืนยันว่า​ ไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใหญ่ โดยในส่วนของดอกเบี้ยเอกชนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมระบุว่าไม่สามารถเอื้อประโยชน์ให้ได้เนื่องจากให้อัยการตรวจสอบสัญญาทั้งหมดแล้ว โดยการนำเข้า ครม. จะผ่านโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC โดยมี พิชัย ชุณห​วชิร​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ เป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมทั้งเชื่อว่าจะสามารถทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเข้าใจการแก้ไขสัญญาโครงการดังกล่าวได้

The post สุริยะ​ยัน ​แก้สัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม​ 3 สนามบิน​ไม่มีเอื้อประโยชน์​ แจง รัฐ​-​เอก​ชน ​ต่างผิดสัญญาจาก​โควิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทอท. ลงพื้นที่สนามบินดอนเมืองตรวจระบบการเช็กอิน ยืนยันผู้โดยสารเดินทางได้ปกติ มั่นใจไม่เกิดเหตุระบบล่มซ้ำ https://thestandard.co/don-mueang-check-in-system-update/ Sat, 20 Jul 2024 06:22:45 +0000 https://thestandard.co/?p=960576

วันนี้ (20 กรกฎาคม) จากสถานการณ์กรณีระบบ Navitaire เกิด […]

The post ทอท. ลงพื้นที่สนามบินดอนเมืองตรวจระบบการเช็กอิน ยืนยันผู้โดยสารเดินทางได้ปกติ มั่นใจไม่เกิดเหตุระบบล่มซ้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 กรกฎาคม) จากสถานการณ์กรณีระบบ Navitaire เกิดเหตุขัดข้อง ทำให้ระบบเช็กอินของสายการบินล่าช้าทั่วประเทศ กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ลงพื้นท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อติดตามสถานการณ์กรณีระบบเช็กอินขัดข้องทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ (19 กรกฎาคม) พบสายการบินหลักที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ AirAsia, AirAsia X, สายการบิน Jetstar และสายการบิน Scoot รวมแล้วประมาณ 200 ไฟลต์ กระทบผู้โดยสารประมาณ 40,000 คน 

 

เนื่องจากระบบเช็กอินใช้งานไม่ได้และเที่ยวบินดีเลย์ทั่วประเทศ จึงต้องใช้ระบบแมนวล (ออกตั๋วด้วยมือ) ในการเช็กอินแทน ทำให้การเช็กอินจากเดิมที่ใช้เวลาเช็กอินประมาณ 1 ชั่วโมง ต้องล่าช้าไปประมาณ 3 ชั่วโมง ผู้โดยสารต้องเผื่อเวลาเดินทางมาที่สนามบินนานกว่าปกติ 

 

กีรติเปิดเผยว่า วันนี้ช่วงตั้งแต่เวลา 11.00 น. ระบบการเช็กอินทั้งหมดกลับสู่สภาวะปกติแล้ว และคิวผู้โดยสารเริ่มทยอยบางตาลงแล้ว ทั้งนี้ จากปัญหาที่เกิดขึ้นมีเพียง 1 สายการบินที่ถูกยกเลิกคือสายการบิน Airasia X ที่จะเดินทางจากประเทศไทยไปเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสายการบินที่ได้รับผลกระทบ ผู้โดยสามารถขอเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินหรือรับเงินคืนได้

 

กีรติยังกล่าวอีกว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งเดียวทั่วโลก กระทบไปทุกส่วน แต่คาดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นอีก เพราะในส่วนของระบบไอทีได้มีการประชุมติดตามและแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ พร้อมย้ำว่า ปัจจุบันสถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว ผู้โดยสารสามารถเดินทางมายังสนามบินได้ในเวลาปกติ และ ทอท. ก็จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

The post ทอท. ลงพื้นที่สนามบินดอนเมืองตรวจระบบการเช็กอิน ยืนยันผู้โดยสารเดินทางได้ปกติ มั่นใจไม่เกิดเหตุระบบล่มซ้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้โดยสารแน่นดอนเมือง หลังระบบซอฟต์แวร์ล่ม กระทบระบบบริการภาคพื้น https://thestandard.co/don-mueang-congested-software-outage/ Fri, 19 Jul 2024 13:39:57 +0000 https://thestandard.co/?p=960441

วันนี้ (19 กรกฎาคม) ที่ท่าอากาศยานอากาศดอนเมือง ช่างภาพ […]

The post ผู้โดยสารแน่นดอนเมือง หลังระบบซอฟต์แวร์ล่ม กระทบระบบบริการภาคพื้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (19 กรกฎาคม) ที่ท่าอากาศยานอากาศดอนเมือง ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่เพื่อเก็บภาพบรรยากาศประชาชนที่อยู่ท่ามกลางความวุ่นวายจากกรณีระบบ Microsoft Azure ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย เกิดเหตุขัดข้อง ซึ่งเป็นผลกระทบจากกรณีที่เกิดปรากฏการณ์ Microsoft Outage เกิดข้อผิดพลาดในระบบปฏิบัติการ และระบบไม่สามารถกู้คืนได้ ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อระบบการให้บริการภาคพื้น

 

ทั้งนี้ภายหลังจากเกิดกรณีดังกล่าวนั้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ชี้แจงว่า มีสายการบินหลักที่ได้รับผลกระทบแล้ว ได้แก่

 

  1. Thai AirAsia (FD)
  2. Scoot Tiger (TR) 

 

รวมถึงสายการบินที่อาจได้รับผลกระทบอีก 13 สายการบิน ได้แก่

 

  1. AirAsia Berhad (AK) 
  2. Philippines AirAsia (Z2) 
  3. Indonesia AirAsia (QZ)
  4. Firefly Airlines (FY)
  5. IndiGo Airlines (6E)
  6. Jetstar Asia (3K)
  7. Cebu Pacific Air (5J)
  8. Go Airlines (India) Private Limited (G8) 
  9. Hong Kong Express Airways (UO) 
  10. Jetstar Airways Pty Ltd (JQ) 
  11. SpiceJet Limited (SG)
  12. Thai AirAsia X (XJ) 
  13. Norse Atlantic Airways (NO)

 

จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้โดยสารใช้เวลาเช็กอินนานกว่าปกติ AOT จึงขอความร่วมมือผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางล่วงหน้า 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการพลาดเที่ยวบิน 

 

ทั้งนี้จากกรณีดังกล่าวส่งผลให้ระบบตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automatic Channel) ไม่สามารถใช้งานได้ AOT จึงได้ประสานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้จัดกำลังพลเต็มทุกช่องตรวจในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งที่ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 

 

ในส่วนของ AOT ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่สนามบินเข้าดำเนินการโดยให้ความสะดวกในเรื่องการดูแลผู้โดยสารผ่านการเช็กอินแบบแมนวล ส่วนผู้โดยสารที่เช็กอินล่วงหน้ามาก่อนแล้วและไม่มีกระเป๋าสัมภาระโหลด สามารถใช้ระบบ Biometric ผ่านเข้าสู่จุดตรวจค้นได้เลย สำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินแอร์เอเชีย ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ทางสายการบินแจ้งว่าจะไม่มีการยกเลิกเที่ยวบินในวันนี้ แต่อาจมีความล่าช้าในบางเที่ยวบิน ซึ่งผู้โดยสารสามารถเลื่อนเที่ยวบินได้ภายใน 7 วัน 

 

อย่างไรก็ตาม AOT ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและแจ้งให้ทราบต่อไป

 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

 

The post ผู้โดยสารแน่นดอนเมือง หลังระบบซอฟต์แวร์ล่ม กระทบระบบบริการภาคพื้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลยกฟ้องม็อบพันธมิตรฯ ชุด 2 ปิดสนามบินปี 51 ชี้ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่ผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย https://thestandard.co/court-dismisses-charges-against-mob-shut-down-airport/ Fri, 29 Mar 2024 06:59:12 +0000 https://thestandard.co/?p=917055

วันนี้ (29 มีนาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำ […]

The post ศาลยกฟ้องม็อบพันธมิตรฯ ชุด 2 ปิดสนามบินปี 51 ชี้ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่ผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 มีนาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีม็อบพันธมิตรฯ บุกสนามบินดอนเมือง หมายเลขดำ อ.1087/56 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง สุริยันต์ ทองหนูเอียด, ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, สโรชา พรอุดมศักดิ์, การุณ ใสงาม, วีระ สมความคิด, พล.อ. ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์, ศิริลักษณ์ ผ่องโชค หรือจอย อดีตนักแสดง ร่วมกับพวกรวม 67 คน เป็นจำเลย 

 

ในความผิดฐานร่วมกันชุมนุมปลุกปั่นยุยงก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง

 

กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2551 พวกจำเลยที่ 1-14 ได้ร่วมกันชักชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมใหญ่โดยกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ และปิดล้อมอาคารวีไอพี ท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งอยู่ในความครอบครองของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอยู่ในความดูแลของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. 

 

และนำจานรับสัญญาณโทรทัศน์ของจำเลยไปติดตั้งใกล้เครื่องรับสัญญาณเรดาร์ของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ปิดกั้นสะพานกลับรถ ตรวจค้นตัวเจ้าหน้าที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันขู่เข็ญใช้กำลังประทุษร้ายบุคคลและทรัพย์สิน ทำลายทรัพย์สินของบริษัท ของท่าอากาศยานไทย เสียหาย 627,080 บาท เพื่อกดดันให้ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ลาออกจากตำแหน่ง

 

ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ 

 

โดยก่อนฟังคำพิพากษา ปานเทพเปิดเผยว่า วันนี้ศาลนัดจำเลยในการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่สนามบินเมื่อปี 2551 ซึ่งใช้เวลาในการพิจารณาคดีตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุรวมแล้วเป็นปีที่ 15 การต่อสู้ในคดีรอบที่ผ่านมาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 ถูกพิพากษาไปแล้วในชั้นศาลอาญา แกนนำบางส่วนถูกปรับ 20,000 บาท ที่เหลือยกฟ้องในทุกข้อหา สำหรับชุดที่ 2 เป็นคดีที่ต่อเนื่องกัน แต่เนื่องจากมีจำเลยเป็นจำนวนมาก เป็นเหตุทำให้ศาลแบ่งออกเป็น 2 คดี 

 

ปานเทพกล่าวต่อว่า เราก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ในชั้นศาล ที่เราต่อสู้มาในรอบหลายปีเพื่อมาสู่จุดนี้ว่าพวกเราทั้งหมดไม่เคยหนี ไม่เคยขอร้องอภิสิทธิ์ใด และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ในชั้นพิจารณาคดีจนถึงในชั้นการพิพากษา แม้กระทั่งการอยู่ในเรือนจำ 

 

ส่วนคดีพันธมิตรฯ ไม่เคยได้รับอภิสิทธิ์ เพิ่งจะมีเมื่อวานนี้ (28 มีนาคม) ที่อัยการไม่ยื่นฎีกาเป็นครั้งแรก ในกรณีของการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา มีหลายคนต้องถูกโทษจำคุกไปแล้วในคดีการชุมนุมที่หน้าสถานีโทรทัศน์ NBT รวมไปถึงการชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล และทั้งหมดก็พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเราทั้งหมดไม่ได้รับอภิสิทธิ์ ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายทุกอย่าง 

 

ปานเทพกล่าวต่อว่า ตนไม่ได้ต้องการอภิสิทธิ์ให้กับใคร แม้กระทั่งกับพวกเราเอง แต่ตนอยากเรียกร้องให้คนที่รับอภิสิทธิ์ทั้งหลายได้รับโทษตามกฎหมาย ที่มาวันนี้ไม่เคยเรียกร้องอภิสิทธิ์ใด เพียงแต่เรียกร้องให้ทุกคนเท่าเทียมกันในกระบวนการยุติธรรม และชุดนี้เป็นชุดสุดท้ายในคดีของสนามบิน ซึ่งบางส่วนมีการฟ้องร้องกัน ยังไม่สิ้นสุดระหว่างการบินไทยที่มีการฟ้องร้องในคดีความแพ่งกับผู้ชุมนุมสนามบิน 

 

ส่วนคดีเรื่องของท่าอากาศยานฯ ฟ้องไปแล้ว สิ้นสุดไปแล้ว ยึดทรัพย์บางส่วน แต่คดีนี้รอผลลัพธ์ทางคดีอาญาให้จบสิ้นก่อนเพราะมีการเรียกร้องในคดี

 

ด้าน ไชยวัฒน์  สินสุวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในจำเลยที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแกนนำของกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวก่อนเข้ารับฟังคำพิพากษาในวันนี้ว่า จากคำตัดสินของชุดแรกก็รู้มีความมั่นใจว่าวันนี้ศาลจะตัดสินยกฟ้องเหมือนชุดแรก เพราะกลุ่มที่ 2 มีจำเลยทั้งหมด 67 คน ถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มแนวร่วม ไม่ใช่กลุ่มแกนนำหลัก คาดว่าศาลน่าจะพิจารณาไปในทิศทางเดียวกัน แต่ส่วนคดีทางอาญาก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเฉพาะบุคคล

 

ด้าน สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้เดินทางมาที่ศาลอาญาในวันนี้ด้วย เพื่อเป็นกำลังใจให้กับจำเลยชุดที่ 2 เนื่องจากสนธิเป็นจำเลยในชุดแรกที่ถูกพิจารณาคดีไปแล้ว

 

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า พวกจำเลยเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาจากหลายอาชีพ ทั้งศิลปิน นักร้อง ดารา สื่อมวลชน และอดีตเอกอัครราชทูต มาชุมนุมเพื่อคัดค้านการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นน้องเขยของ ทักษิณ ชินวัตร มีการทุจริตเชิงนโยบาย และศาลฎีกาแผนกอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้พิพากษาจำคุก ทักษิณ ชินวัตร หลายคดี 

 

โดยเป็นการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่เป็นความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย ฐานชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง มาตรา 116 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังและข่มขืนใจผู้อื่น จึงมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมดทุกข้อหา

The post ศาลยกฟ้องม็อบพันธมิตรฯ ชุด 2 ปิดสนามบินปี 51 ชี้ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่ผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
27 มีนาคม 2457 – ครบ 110 ปี ท่าอากาศยานดอนเมืองเปิดดำเนินการวันแรก https://thestandard.co/onthisday27032457-3/ Wed, 27 Mar 2024 01:26:46 +0000 https://thestandard.co/?p=915909 ท่าอากาศยานดอนเมือง

ท่าอากาศยานดอนเมือง หรือสนามบินดอนเมือง เปิดดำเนินการคร […]

The post 27 มีนาคม 2457 – ครบ 110 ปี ท่าอากาศยานดอนเมืองเปิดดำเนินการวันแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ท่าอากาศยานดอนเมือง

ท่าอากาศยานดอนเมือง หรือสนามบินดอนเมือง เปิดดำเนินการครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2457 โดยเป็นท่าอากาศยานพาณิชย์สากลที่สำคัญมากของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางและเป็นจุดเชื่อมต่อของเส้นทางการบินพาณิชย์ระหว่างประเทศในภูมิภาค

 

ภายหลังการเปิดใช้งานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 28 กันยายน 2549 ท่าอากาศยานดอนเมืองได้ปิดลง และเปลี่ยนเป็นสถานที่สำหรับซ่อมเครื่องบิน ฝึกบิน และจอดเครื่องบินส่วนตัวของบุคคลสำคัญ

 

กระทั่งวันที่ 25 มีนาคม 2550 ท่าอากาศยานดอนเมืองกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินแบบประจำ (Scheduled Flight) ในประเทศอีกครั้ง หลังพบปัญหาหลายอย่างที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และในวันที่ 1 ตุลาคม 2555 ท่าอากาศยานดอนเมืองได้กลับมาเปิดให้บริการในฐานะท่าอากาศยานนานาชาติแห่งที่ 2 เนื่องจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องการสานต่อนโยบายของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในการลดความแออัดของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่งผลให้ท่าอากาศยานดอนเมืองกลายเป็นท่าอากาศยานที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและเก่าแก่ที่สุดในเอเชียที่ยังคงดำเนินการอยู่

The post 27 มีนาคม 2457 – ครบ 110 ปี ท่าอากาศยานดอนเมืองเปิดดำเนินการวันแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
23 กุมภาพันธ์ 2457 – สนามบินดอนเมืองสร้างเสร็จสมบูรณ์ https://thestandard.co/onthisday23022547/ Fri, 23 Feb 2024 00:09:56 +0000 https://thestandard.co/?p=903281

ท่าอากาศยานดอนเมือง (ชื่อเดิมคือท่าอากาศยานกรุงเทพ) หรื […]

The post 23 กุมภาพันธ์ 2457 – สนามบินดอนเมืองสร้างเสร็จสมบูรณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ท่าอากาศยานดอนเมือง (ชื่อเดิมคือท่าอากาศยานกรุงเทพ) หรือสนามบินดอนเมือง ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์และเริ่มเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2457

 

จุดเริ่มต้นของสนามบินดอนเมืองเกิดขึ้นหลังการยกเลิกใช้สนามบินสระปทุม ส่วนหนึ่งของสนามม้าราชกรีฑาสโมสร ซึ่งถือเป็นสนามบินแห่งแรกของสยามประเทศ เนื่องจากสาเหตุคือ มีพื้นที่คับแคบ มีเนื้อที่จำกัด และมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ไม่เหมาะสม ทางราชการจึงได้มองหาสถานที่ใหม่ที่มีบริเวณกว้างขวาง เป็นพื้นที่ดอน น้ำไม่ท่วม ไม่ห่างไกลจากพระนคร และเป็นพื้นที่ที่สามารถพัฒนาเป็นสนามบินขนาดใหญ่ต่อไปได้ในอนาคต โดยมี พล.อ.ท. พระยาเฉลิมอากาศ (สุณี สุวรรณประทีป) หัวหน้านายทหารนักบินชุดแรกของประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นบุคคลสำคัญในการแสวงหาพื้นที่ที่เหมาะสมที่จะสร้างเป็นสนามบินถาวร

 

จากการบินสำรวจทางอากาศ พล.อ.ท. พระยาเฉลิมอากาศ ได้พบเห็นผืนนาซึ่งเป็นที่ดอน อยู่ทางตอนเหนือของอำเภอบางเขน เป็นพื้นที่ที่เหมาะสม จึงได้บินลงมาสำรวจทางพื้นดิน ได้ความว่า พื้นที่บริเวณนั้นชาวบ้านเรียกว่า ‘ดอนอีเหยี่ยว’ เพราะมีฝูงเหยี่ยวบินมารวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ในบริเวณที่ดอนแห่งนี้ อีกทั้งยังมีทางรถไฟสายเหนือวิ่งผ่าน 

 

บริเวณนี้เป็นที่นาที่มีหลายเจ้าของ เช่น หมื่นหาญใจอาจ (พู่ จามรมาน) ซึ่งมีที่นาจำนวนมาก และได้ยกที่ดินส่วนหนึ่งให้สร้างเป็นวัด สมัยนั้นยังไม่มีชื่อ ชาวบ้านจึงเรียกว่าวัดดอนอีเหยี่ยว ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งกองบินขึ้นที่บริเวณนี้และเรียกกันว่า ‘ดอนเมือง’ วัดนี้จึงถูกเรียกว่า ‘วัดดอนเมือง’ ตามชื่อสนามบินไปด้วย

 

พล.อ.ท. พระยาเฉลิมอากาศ ได้รายงานขึ้นตามลำดับชั้น เพื่อขอจัดสร้างสนามบินถาวรขึ้นที่บริเวณนี้ กระทรวงกลาโหมจึงได้จัดซื้อบ้าง ขอเวนคืนบ้าง และมีผู้บริจาคให้เป็นประโยชน์แก่ทางราชการบ้าง กรมเกียกกายทหารบกจึงได้เริ่มดำเนินการปรับพื้นที่ให้เป็นสนามหญ้าที่เครื่องบินสามารถวิ่งและบินขึ้น-ลงได้ พร้อมทั้งสร้างโรงเก็บเครื่องบินและอาคารสถานที่ทำการตามความจำเป็น

 

หลังก่อสร้างแล้วเสร็จ กรมเกียกกายทหารบกจึงส่งมอบให้กรมจเรการช่างทหารบกรับช่วงดูแลต่อ และเรียกชื่อสนามบินนี้ว่า ‘สนามบินดอนเมือง’ ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2457 นายทหารนักบินทั้ง 3 นาย นำเครื่องบินจากสนามบินสระปทุมมาลงที่สนามบินดอนเมืองเป็นปฐมฤกษ์ในตอนเช้า จนกระทั่งวันที่ 27 มีนาคม 2457 กระทรวงกลาโหมได้ออกคำสั่งตั้งกองบินทหารบกขึ้นและย้ายเข้าที่ตั้งถาวรที่สนามบินดอนเมือง นับเป็นรากฐานการเริ่มต้นของกิจการการบินของไทยที่มั่นคง

The post 23 กุมภาพันธ์ 2457 – สนามบินดอนเมืองสร้างเสร็จสมบูรณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนจีนแห่เที่ยวไทย โตทะลัก 200% รับเทศกาลตรุษจีน https://thestandard.co/tourist-chinese-new-year-festival/ Thu, 01 Feb 2024 10:33:42 +0000 https://thestandard.co/?p=894914 เทศกาลตรุษจีน

‘สุริยะ’ คาดว่าเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 5-14 กุมภาพัน […]

The post คนจีนแห่เที่ยวไทย โตทะลัก 200% รับเทศกาลตรุษจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทศกาลตรุษจีน

‘สุริยะ’ คาดว่าเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 5-14 กุมภาพันธ์นี้ จะมีผู้โดยสารเดินทางผ่านสนามบินทั้ง 6 แห่งของ AOT กว่า 3.52 ล้านคน 

 

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 5-14 กุมภาพันธ์ 2567 คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT กว่า 3.52 ล้านคน ปริมาณเที่ยวบินรวม 21,115 เที่ยวบิน จึงได้สั่งการให้ AOT เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยาน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ สอดรับกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของรัฐบาลและมาตรการวีซ่าฟรีให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

 

คาดผู้โดยสารเดินทางช่วงตรุษจีนกว่า 3.5 ล้านคน

ด้าน กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า AOT ได้เตรียมความพร้อมรองรับงานบริการผู้โดยสารทั้งด้านความปลอดภัย และการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทางจากทั่วโลก และสอดคล้องกับปริมาณการจราจรทางอากาศที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนผ่านท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.), ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.), ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.), ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.), ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.)  

 

โดย AOT คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารประมาณ 3,523,929 คน หรือเฉลี่ย 352,393 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 20% และมีเที่ยวบิน 21,115 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 2,112 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้น 16.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับท่าอากาศยานที่มีปริมาณการเดินทางมากที่สุดคือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จะมีปริมาณการจราจรทางอากาศมากที่สุด ซึ่งคาดว่ามีผู้โดยสาร 1,735,885 คน หรือเฉลี่ย 173,588 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 24.3% และมีเที่ยวบิน 9,439 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 944 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้น 15.6% 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

รองลงมาคือ ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) คาดว่ามีผู้โดยสาร 842,251 คน หรือเฉลี่ย 84,225 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 19.2% และมีเที่ยวบิน 6,104 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 610 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้น 24.7% ส่วนด้านท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) คาดว่ามีผู้โดยสาร 284,123 คน หรือเฉลี่ย 28,412 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 12.7% และมีเที่ยวบิน 1,679 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 168 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้น 5.3% 

 

ขณะที่ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร 523,988 คน หรือเฉลี่ย 52,399 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 21.7% และมีเที่ยวบิน 3,005 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 300 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้น 21.5% ส่วนท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร 78,974 คน หรือเฉลี่ย 7,897 คนต่อวัน ลดลง 9.2% และมีเที่ยวบิน 529 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 53 เที่ยวบินต่อวัน ลดลง 8.8% และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร 58,709 คน หรือเฉลี่ย 5,871 คนต่อวัน ลดลง 7% และมีเที่ยวบิน 360 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 36 เที่ยวบินต่อวัน ลดลง 8.6%

 

ผู้โดยสารคนจีนโตทะลุ 200%

 

ทั้งนี้ วันตรุษจีนเป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวจีน ตามปกติจะมีการหยุดงานติดต่อกันหลายวันเพื่อให้ชาวจีนบางส่วนเดินทางมาท่องเที่ยว สำหรับตรุษจีนในปีนี้ ระหว่างวันที่ 5-14 กุมภาพันธ์ 2567 มีสายการบินเฉพาะเส้นทางจีนแจ้งขอทำการบิน ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT รวมเที่ยวบินกว่า 3,086 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 202.6% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณผู้โดยสาร 458,813 คน เพิ่มขึ้น 220.2%

 

โดยท่าอากาศยานที่คาดว่าจะมีสายการบินแจ้งขอทำการบินมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 1,799 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 193.4% มีจำนวนผู้โดยสาร 282,982 คน เพิ่มขึ้น 224.6% รองลงมาคือ ท่าอากาศยานดอนเมือง มีปริมาณเที่ยวบินจำนวน 662 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 366.5% มีจำนวนผู้โดยสาร 88,074 คน เพิ่มขึ้น 328.5% และท่าอากาศยานภูเก็ต มีปริมาณเที่ยวบินจำนวน 497 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 167.3% มีจำนวนผู้โดยสาร 69,342 คน เพิ่มขึ้น 170.1% 

 

อย่างไรก็ตาม AOT ได้เตรียมพร้อมรองรับผู้โดยสารชาวจีนจากนโยบายยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยวให้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารเดินทางจีนและคาซัคสถาน (Visa Free) เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งในปี 2567 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 8 ล้านคน

 

The post คนจีนแห่เที่ยวไทย โตทะลัก 200% รับเทศกาลตรุษจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอาญายกฟ้องคดีพันธมิตรปิดสนามบิน ไม่ผิดกบฏ-ก่อการร้าย แต่ให้ลงโทษบางแกนนำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน https://thestandard.co/dismissal-of-case-against-protest-airport-closure/ Wed, 17 Jan 2024 07:13:04 +0000 https://thestandard.co/?p=888731

วันนี้ (17 มกราคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านค […]

The post ศาลอาญายกฟ้องคดีพันธมิตรปิดสนามบิน ไม่ผิดกบฏ-ก่อการร้าย แต่ให้ลงโทษบางแกนนำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 มกราคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.973/2556 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต. จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ กับพวกรวม 32 คน ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐานเป็นกบฏ-ก่อการร้ายฯ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดสนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ

 

กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2551 จำเลยได้ร่วมกันโฆษณาชักชวนให้ประชาชนมาร่วมกันชุมนุมใหญ่ กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ และปิดล้อมอาคารวีไอพีท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งอยู่ในความครอบครองของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ผู้เสียหายที่ 2 และทำลายทรัพย์สินเสียหายเป็นเงิน 627,080 บาท แล้วนำจานรับสัญญาณของพวกจำเลยไปติดตั้งใกล้เครื่องรับสัญญาณเรดาร์ของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ผู้เสียหายที่ 3 และปิดกั้นสะพานกลับรถของกรมทางหลวง ผู้เสียหายที่ 4 ตรวจค้นตัวเจ้าหน้าที่ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหายที่ 5 ปิดกั้นการบริการสื่อสารบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผู้เสียหายที่ 6 และร่วมกันขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายบุคคลและทรัพย์สิน รวมทั้งจำเลยกับพวกได้ชุมนุมปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อกดดันให้ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นลาออก

 

คดีนี้พวกจำเลยให้การปฏิเสธ โดยศาลอาญาได้นัดฟังคำพิพากษาครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2566 แต่จำเลย 4 คน มีอาการป่วย และ ประพันธ์ คูณมี ติดภารกิจเข้ารับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ศาลจึงเลื่อนนัดฟังคำพิพากษา

 

โดยในวันนี้จำเลยเดินทางมาศาล ยกเว้น พล.ต. จำลอง ศรีเมือง และ เทิดภูมิ ใจดี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ศรีสะเกษ ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยจะมีการเชื่อมสัญญาณอ่านคำพิพากษาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

 

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1-5 จำเลย 7-13 และจำเลยที่ 31 ประกอบด้วย พล.ต. จำลอง ศรีเมือง, สนธิ ลิ้มทองกุล, พิภพ ธงไชย, สมศักดิ์ โกศัยสุข, สุริยะใส กตะศิลา, ศิริชัย ไม้งาม, สำราญ รอดเพชร, มาลีรัตน์ แก้วก่า, สาวิทย์ แก้วหวาน, สันธนะ ประยูรรัตน์, ชนะ ผาสุกสกุล, รัชต์ชยุตม์ หรือ อมรเทพ หรือ อมร ศิริโยธินภักดี หรือ อมร รัตนานนท์ และบริษัท เอเอสทีวี (ประเทศไทย) จำกัด

 

กระทำความผิดฐานบุกรุกและฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดคือความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 พิพากษาให้ลงโทษปรับคนละ 20,000 บาท ส่วนข้อหาอื่น พยานและหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิด ยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่เหลือศาลได้ยกฟ้องทั้งหมด

 

ด้าน ประพันธ์ คูณมี ให้สัมภาษณ์ภายหลังฟังคำพิพากษา ระบุว่า น้อมรับในคำพิพากษาของศาลและยืนยันว่าการชุมนุมในครั้งนั้นเป็นการชุมนุมโดยสันติ สงบ ปราศจากอาวุธ

 

ในคดีนี้อัยการยื่นฟ้องหลายข้อหา เช่น ข้อหาบุกรุกฯ ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ข้อหาก่อการร้าย ชุมนุมโดยก่อการวุ่นวาย ข้อหาทำร้ายเจ้าพนักงาน ต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว เป็นต้น

 

สำหรับประเด็นที่ศาลวินิจฉัยคือการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยศาลเห็นว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรสืบเนื่องมาตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2551 โดยมีจุดมุ่งหมายคือการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะทำให้การกระทำผิดเรื่องคอร์รัปชันของนักการเมืองหายไป

 

ซึ่งการชุมนุมในครั้งนั้นแม้จะเป็นพื้นที่สนามบินดอนเมือง แต่เป็นการชุมนุมในพื้นที่สาธารณะภายนอก ไม่เกี่ยวข้องกับการบิน ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งร้านค้า ประชาชนสามารถเข้าใช้ได้ เป็นพื้นที่สาธารณะ ซึ่งการชุมนุมไม่มีการทำร้ายผู้โดยสาร พนักงานสายการบิน รวมถึงการชุมนุมดังกล่าวไม่มีการพกอาวุธ ก่อจลาจลวุ่นวาย ถึงแม้จะเกิดความไม่สะดวกแก่ประชาชนบ้างก็เป็นเรื่องปกติของการชุมนุม

 

ประพันธ์กล่าวต่อว่า ศาลจึงมองว่าการชุมนุมโดยรวมทั้งหมดเป็นไปด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ จึงไม่เป็นความผิดในฐานก่อการร้าย รวมถึงข้อหาอื่นๆ ซึ่งข้อหาก่อการร้ายที่ยกฟ้องนั้นเนื่องจากการชุมนุมนั้นไม่มีการใช้อาวุธทำลายระบบคมนาคมขนส่งหรืออากาศยาน จึงถือว่าไม่เข้าข่ายความผิด

 

ในส่วนข้อหาบุกรุกซึ่งสถานที่ดังกล่าวมีการใช้เป็นการประชุม ครม. เป็นการชั่วคราวของรัฐบาลขณะนั้น ซึ่งช่วงที่พันธมิตรเคลื่อนขบวนเข้าไปได้เข้าไปในห้องประชุมที่ใช้ในการประชุมจริง ศาลจึงมองว่าเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ จึงเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุก และขณะนั้นเป็นช่วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วย แต่เป็นการกระทำกรรมเดียวกัน ผิดกฎหมายหลายบท ศาลจึงลงโทษฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

The post ศาลอาญายกฟ้องคดีพันธมิตรปิดสนามบิน ไม่ผิดกบฏ-ก่อการร้าย แต่ให้ลงโทษบางแกนนำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอาญาเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดี 32 พันธมิตรฯ บุกสนามบินดอนเมืองเมื่อ 15 ปีก่อน เหตุ พล.ต. จำลอง กับพวกป่วย https://thestandard.co/pad-case-18122566/ Mon, 18 Dec 2023 05:10:33 +0000 https://thestandard.co/?p=877881

วันนี้ (18 ธันวาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่าน […]

The post ศาลอาญาเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดี 32 พันธมิตรฯ บุกสนามบินดอนเมืองเมื่อ 15 ปีก่อน เหตุ พล.ต. จำลอง กับพวกป่วย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 ธันวาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกสนามบินดอนเมือง หมายเลขดำ อ. 973/2556 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต. จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ กับพวกรวม 28 คน ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐานเป็นกบฏ ก่อการร้ายฯ 

 

กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2551 พวกจำเลยได้ร่วมกันโฆษณาชักชวนให้ประชาชนมาร่วมกันชุมนุมใหญ่ โดยกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ และปิดล้อมอาคารวีไอพี สนามบินดอนเมือง ซึ่งอยู่ในความครอบครองของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ผู้เสียหายที่ 2  

 

ทำลายทรัพย์สินเสียหายเป็นเงิน 627,080 บาท แล้วนำจานรับสัญญาณของพวกจำเลยไปติดตั้งใกล้เครื่องรับสัญญาณเรดาร์ของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ผู้เสียหายที่ 3, ปิดกั้นสะพานกลับรถของกรมทางหลวง ผู้เสียหายที่ 4, ตรวจค้นตัวเจ้าหน้าที่ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหายที่ 5, ปิดกั้นการบริการสื่อสารของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผู้เสียหายที่ 6 และร่วมกันขู่เข็ญใช้กำลังประทุษร้ายบุคคลและทรัพย์สิน เพื่อกดดันให้สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นลาออก 

 

เหตุเกิดที่แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กทม. โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษพวกจำเลยตามความผิดด้วย

 

พวกจำเลยให้การปฏิเสธ

 

โดยในวันนี้จำเลยที่เดินทางมาศาล ได้แก่ สนธิ ลิ้มทองกุล, สุริยะใส กตะศิลา, รัชต์ชยุตม์ หรืออมรเทพ หรืออมร ศิริโยธินภักดี หรืออมรรัตนานนท์, พิชิต ไชยมงคล, อัญชะลี ไพรีรัก, สันธนะ ประยูรรัตน์

 

โดยในช่วงเวลา 09.50 น. ยังไม่ปรากฏว่า พล.ต. จำลอง ศรีเมือง, ประพันธ์ คูณมี ซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และจำเลยอีกหลายคนมายังศาล

 

สันธนะกล่าวก่อนขึ้นห้องพิจารณาคดีว่า ไม่ได้มีความกังวลใจแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่ตนกับจำเลยคนอื่นได้ทำในเหตุการณ์ครั้งนั้นถือว่าเปลี่ยนประวัติศาสตร์ทางการเมืองออกไปอย่างสิ้นเชิง และก่อนหน้านี้ตนก็มีโอกาสได้พูดคุยกับจำเลยคนอื่นๆ ซึ่งแต่ละคนก็ไม่ได้มีความกังวลใจเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ไม่ว่าศาลจะมีคำพิพากษาออกมาอย่างไร ตนก็พร้อมน้อมรับคำตัดสินของศาล เพราะเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม 

 

โดยนอกจากกลุ่มจำเลยแล้ว ยังมีกลุ่มแฟนคลับกลุ่มพันธมิตรฯ ตามมาให้กำลังใจจำเลยแต่ละคน

 

ทั้งนี้ เมื่อถึงเวลานัด ทนายจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลว่า พล.ต. จำลอง ศรีเมือง จำเลยที่ 1, พิภพ ธงไชย จำเลยที่ 3, เทิดภูมิ หรือเทิดภูมิไท ใจดี จำเลยที่ 15 และ พล.ต.อ. ประทิน สันติประภพ จำเลยที่ 28 ป่วย ไม่สามารถมาศาลได้ในวันนี้

 

โดยเฉพาะจำเลยที่ 3 พิภพมีอาการป่วยระยะสุดท้าย โดยทุกคนมีใบรับรองแพทย์มายืนยัน ส่วนประพันธ์ คูณมี จำเลยที่ 14 ติดพิธีประดับเครื่องราชฯ 

 

ศาลพิจารณาแล้วกรณีมีเหตุจำเป็น จึงอนุญาตให้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 17 มกราคม 2567 เวลา 09.00 น.

 

สำหรับรายชื่อจำเลยทั้ง 32 รายประกอบด้วย

  1. พล.ต. จำลอง ศรีเมือง 
  2. สนธิ ลิ้มทองกุล 
  3. พิภพ ธงไชย 
  4. สมศักดิ์ โกศัยสุข 
  5. สุริยะใส กตะศิลา 
  6. สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ (เสียชีวิต)
  7. ศิริชัย ไม้งาม
  8. สำราญ รอดเพชร 
  9. มาลีรัตน์ แก้วก่า 
  10. สาวิทย์ แก้วหวาน
  11. สันธนะ ประยูรรัตน์
  12. ชนะ ผาสุกสกุล 
  13. รัชต์ชยุตม์ หรืออมรเทพ หรืออมร ศิริโยธินภักดี หรืออมรรัตนานนท์ 
  14. ประพันธ์ คูณมี 
  15. เทิดภูมิ หรือเทิดภูมิไท ใจดี 
  16. อัญชะลี ไพรีรัก 
  17. พิชิต ไชยมงคล 
  18. บรรจง นะแส 
  19. สุมิตร นวลมณี  
  20. พิเชฏฐ พัฒนโชติ 
  21. สมบูรณ์ ทองบุราณ 
  22. อธิวัฒน์ บุญชาติ 
  23. จำรูญ ณ ระนอง
  24. แสงธรรม หรืออาร์ท ชุนชฎาธาร 
  25. ไทกร พลสุวรรณ 
  26. สุชาติ ศรีสังข์ 
  27. อำนาจ พละมี 
  28. พล.ต.อ. ประทิน สันติประภพ
  29. กิตติชัย หรือจอร์ส ใสสะอาด
  30. เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา 
  31. บริษัทเอเอสทีวี (ประเทศไทย) จำกัด 
  32. ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์ (ร.น.)

The post ศาลอาญาเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดี 32 พันธมิตรฯ บุกสนามบินดอนเมืองเมื่อ 15 ปีก่อน เหตุ พล.ต. จำลอง กับพวกป่วย appeared first on THE STANDARD.

]]>