วันเลือกตั้ง

แกนนำพลังประชารัฐ หนุน 4 รัฐมนตรีอยู่ต่อไม่ต้องลาออก สุริยะ รับเอ่ยปากบอกเอง

11.12.2018
  • LOADING...

ความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) วันนี้ (11 ธ.ค.) มีการสัมมนาแนวทางการรับสมัครสมาชิกพรรคภาคเหนือ โดย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรค มีกำหนดการเป็นผู้ร่วมเสวนาในหัวข้อ ‘กลยุทธ์การเลือกตั้งเพื่อเอาชนะคู่แข่ง’ โดยไม่เปิดให้สื่อมวลชนร่วมรับฟัง

 

สุริยะ และสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการสัมมนาถึงกระแสข่าวว่า 4 รัฐมนตรีแกนนำพรรคพลังประชารัฐจะไม่ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีจนกว่าจะเสร็จสิ้นการเลือกตั้งและได้รัฐบาลใหม่

 

โดยสุริยะบอกว่า ข้อเรียกร้องนี้มีการเรียกร้องมาต่อเนื่อง ซึ่งชี้แจงไปแล้วว่าในอดีตรัฐมนตรีที่อยู่ในช่วงการเลือกตั้งก็ไม่มีคนไหนลาออก แต่จะทำงานต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นสุดรัฐบาลนั้น และจนถึงขณะนี้เองมีความจำเป็นทางด้านเศรษฐกิจซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทำให้ต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นถ้าลาออกในขณะนี้ก็จะเกิดการสะดุด พร้อมยอมรับว่าได้มีการพูดกับ 4 รัฐมนตรีว่าขอให้ไม่ลาออกจากตำแหน่ง

 

“ในตัวผมก็ได้พูดกับ 4 รัฐมนตรี และผมเองก็อยากให้เขาอยู่ต่อครับ เพราะว่าเป็นประโยชน์” สุริยะ กล่าว

 

ส่วนกรณีบัตรเลือกตั้งที่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะใช้ ‘แบบมีแต่หมายเลขและช่องลงคะแนน’ หรือ ‘แบบมีโลโก้-ชื่อพรรค’ นั้น สุริยะ กล่าวว่า กระแสเรื่องนี้เหมือนกับว่าพรรคพลังประชารัฐ ไปรู้กันกับ กกต. ว่าอย่าใส่ชื่อและโลโก้พรรค เหมือนกับว่าถ้าใส่ไปแล้วพรรคพลังประชารัฐจะเสียเปรียบ แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว จากการได้นัดทานข้าวพูดคุยกับอดีต ส.ส. อีสาน 30 กว่าคน รวมถึงได้พูดคุยกับอดีต ส.ส. ภาคเหนือและภาคกลาง โดยทุกคนเห็นตรงกันว่า จะต้องบอกให้ กกต. ใส่ชื่อพรรคและโลโก้พรรคได้จะเป็นประโยชน์ พี่น้องประชาชนก็ไม่สับสน ยืนยันว่าอยากให้ กกต. ใส่ชื่อพรรคและโลโก้พรรคลงในบัตรเลือกตั้ง ส่วนจะทำได้หรือไม่ได้อย่างไรก็เป็นเรื่องของ กกต.

 

นักข่าวถามว่า ไม่กลัวว่าประชาชนจะไปกาชื่อพรรคเพื่อไทยเมื่อเห็นรายชื่อ ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐที่ย้ายมาหรือ?

 

สุริยะ ตอบว่า “เชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐแข็งแกร่งพอสมควร”

 

 

ส่วนกรณีที่ ธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการชื่อดัง วิจารณ์ว่ารูปแบบพรรคพลังประชารัฐเหมือนกับพรรคไทยรักไทยในอดีตนั้น ไม่ขอตอบโต้เพราะถือเป็นความเห็นของธีรยุทธ

 

ทั้งนี้สมัยพรรคไทยรักไทยตนก็อยู่ด้วย ในเวลานั้นเราเอาความต้องการของประชาชนเป็นหลักมาทำนโยบายพรรค โดยช่วงนั้นเราไปศึกษามาทั้งหมด พรรคไทยรักไทยจึงได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างท่วมท้น

 

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐเองก็มีนโยบายที่ทำประโยชน์กับประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะอะไรที่เป็นประโยชน์ก็คิดว่าเราน่าจะเอามาใช้

 

สำหรับวันนี้ (11 ธ.ค.) เป็นวันแรกที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ และในวันเดียวกันนี้ คสช. ได้ยกเลิกประกาศ คำสั่ง คสช. 9 ฉบับ เปิดให้พรรคการเมืองเคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมืองหาเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนได้ และยกเลิกระงับการทำธุรกรรมการเงิน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่มีคำสั่งปลดล็อก ในบางพื้นที่ได้มีป้ายแนะนำตัวสมาชิกพรรคพลังประชารัฐปรากฏขึ้นทันที

 

 

โดยในเรื่องนี้ สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรค กล่าวว่า การขึ้นป้ายฝ่ายกฎหมายบอกว่าทำได้ อย่างไรก็ตาม การปลดล็อกคำสั่ง เข้าใจว่ากิจกรรมการเมืองอื่นใดทำได้ทั้งหมด เว้นแต่การหาเสียง เมื่อยังหาเสียงไม่ได้เราก็ต้องระมัดระวังในการทำงาน และต้องฟังฝ่ายกฎหมายในรายละเอียดต่อไปอีกครั้ง คงอย่าเพิ่งไปเดา เพราะกฎหมายค่อนข้างเข้มงวด

 

ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์โจมตีกรณีทุจริตฝ่ายแม้ว มูลค่า 770 ล้านบาทที่คดีผ่านไป 10 ปียังไม่มีความคืบหน้า พร้อมอ้างว่าผู้ถูกกล่าวหาบางคนรู้จักกับสมศักดิ์นั้น

 

สมศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ามีความเกี่ยวข้องกับผู้ใดบ้าง แต่ก็อยากให้มีการพิจารณาคดีแล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งในข้อเท็จจริงได้รู้จักกับบางท่านที่เกี่ยวข้องตรงนั้นซึ่งเชื่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้องก็อยากให้การพิจารณาคดีแล้วเสร็จเช่นกัน เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาเหล่านั้นบริสุทธิ์ ยอมรับว่าเรื่องนี้ค่อนข้างนาน ถ้าจบเร็วก็จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตน แล้วจะนำมาโจมตีทางการเมืองกันได้อย่างไร

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories