×

หา Connection ยังไงให้จริงใจ? รู้จักศาสตร์แห่งการให้ ที่พาคุณไปไกลกว่าการแลกนามบัตร จากหนังสือ Give & Take by Adam Grant

09.01.2026
  • LOADING...
how-to-be-a-successful-giver-networking-2026

เบื่อไหมที่ต้องฝืนยิ้มในงาน Networking ดื่มดริ๊งก์เดินแจกนามบัตรไปทั่ว หรือต้องทนอ่านข้อความใน LinkedIn ที่ดูสุภาพแต่แฝงเจตนาหวังบางสิ่ง

 

ไม่แปลกที่จะเบื่อ เพราะความจริงใจคือสิ่งที่คนกำลังต้องการมากกว่าเคย คุณไม่อยากให้ใครมาทำตัวเสแสร้งใส่ เช่นเดียวกับผู้อื่นที่ไม่อยากได้ยินคำพูดหรือเผชิญหน้ากับพฤติกรรมที่เหมือน AI หรือทำตัวเป็น ‘นักล่าแต้ม’ ที่คาดหวังแต่ผลประโยชน์

 

วันนี้ เราอยากชวนคุณวางตำรา Networking แบบโบราณ หันมาดูงานวิจัยในหนังสือ Give & Take ของ Adam Grant ศาสตราจารย์จาก Wharton School ที่จะเปลี่ยนมุมมองว่าการเป็นคนดีที่มีน้ำใจไม่ใช่เรื่องโลกสวย แต่การวางตัวเป็น ‘The Giver’ คือแนวคิดที่เฉียบคมที่สุดในการสร้าง Networking เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน

 

ทำไมความเรียล ถึงมีมูลค่าสูงในยุค AI?

 

ยิ่ง AI พยายามทำตัวสมบูรณ์แบบมากเท่าไหร่ มนุษย์เรากลับยิ่งโหยหาความไม่สมบูรณ์แบบ และความเปราะบางมากขึ้นเท่านั้น

 

เมื่อ AI และ Automation ทำให้ต้นทุนการขออย่างจริงใจลดลงจนเหลือศูนย์ มนุษย์ส่งข้อความแสนไพเราะแต่ไร้วิญญาณหาคนนับร้อยนับพันได้ในคลิกเดียว ผลลัพธ์คือเราทุกคนต่างสร้าง ‘กำแพง’ ขึ้นมาป้องกันตัวโดยอัตโนมัติ เราเริ่มแยกแยะได้เก่งขึ้นว่าใครเข้ามาเพื่อสร้างสัมพันธ์ และใครเข้ามาเพื่อปิดการขาย

 

ก่อนอื่นต้องไม่ลืมว่า AI อาจช่วยคุณเข้าหาคนได้เป็นล้าน แต่มีเพียงหัวใจของคุณเท่านั้นที่เข้าไปนั่งในใจคนได้จริงๆ

 

รู้จักคน 3 ประเภท ก่อน Networking

 

“คนแบบไหนประสบความสำเร็จที่สุด?” คำถามที่ในหนังสือพัฒนาตนเอง Town-Hall อบรมพนักงาน หรืองานสัมนาผู้บริหารระดับสูงก็ตอบแตกต่างกันไป

 

Adam Grant แบ่งคนทำงานออกเป็น 3 ประเภท

  • Takers (ผู้รับ) ที่จ้องจะตักตวง
  • Matchers (ผู้แลกเปลี่ยน) ที่ยึดคติหมูไปไก่มา
  • Givers (ผู้ให้) ที่ชอบถามว่า “มีอะไรให้ฉันช่วยไหม”

 

เมื่อ Grant กางข้อมูลวิจัยจากหลากหลายวงการ ทั้งนักเรียนแพทย์ วิศวกร และพนักงานขาย เขากลับพบกลุ่มคนที่รั้งท้าย ผลงานแย่ที่สุด และโดนเอาเปรียบมากที่สุด คือ Givers 

 

ทว่าเมื่อมองขึ้นไปที่ยอดพีระมิดของกลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ร่ำรวยที่สุด และมีเครือข่ายแข็งแกร่งที่สุด กลับไม่ใช่ Takers ที่เก่งกาจ หรือ Matchers ที่ยุติธรรม แต่กลายเป็น Givers อีกเช่นกัน

 

ทำอย่างไรถึงเป็น Givers ที่ไม่ถูกเอาเปรียบ และอยู่ยอดของพีรามิด

 

ความแตกต่างระหว่าง Giver ที่อยู่ก้นเหว กับ Giver ที่อยู่ยอดพีระมิด คือ Giver ที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เป็นผู้เสียสละ แต่เป็นผู้ให้ที่ชาญฉลาด ซึ่งมีกลยุทธ์ 3 ข้อที่น่าสนใจ

 

1. Expanding the Pie แจกไปก่อนจนทุกคนรู้สึกได้ประโยชน์

 

ในวงการเขียนบทตลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันเอาหน้า ชิงเครดิต George Meyer ผู้เขียนบทในตำนานเบื้องหลังอนิเมชัน The Simpsons กลับใช้วิธีที่ตรงกันข้าม 

 

Meyer วางเป็นตัวเป็นผู้แจกมุกตัวจริง ยอมให้คนอื่นเอาโจ๊กที่ตัวเองคิดไปใช้ได้ฟรีๆ โดยไม่ขอเครดิต หรือใครมีไอเดียดี เขาก็ยินดีช่วยเกลาให้คมขึ้น 

 

สิ่งที่เขาได้กลับมาไม่ใช่ชื่อเสียงแบบดาราหน้ากล้อง แต่คือความปลอดภัยทางจิตวิทยาของทีมที่รู้สึกว่าไม่มีใครต้องขโมยซีน ทุกคนกล้าปล่อยของเต็มที่ ทำให้ The Simpsons กลายเป็นโชว์คุณภาพระดับโลกมานานหลายทศวรรษ

 

2. The 5-Minute Favor ให้ 5 นาทีกับสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด

 

Adam Rifkin ฉายา ‘Panda’ สุดยอดนักสร้างเครือข่ายระดับโลกแห่งซิลิคอนวัลเลย์ ไม่ได้สร้าง Connection ด้วยการจัดปาร์ตี้หรู แต่เขาใช้กฎเหล็กคือ ‘จงช่วยเหลือใครก็ได้ หากสิ่งนั้นสร้างคุณค่ามหาศาลให้เขา แต่ใช้เวลาเราไม่เกิน 5 นาที’ 

 

เช่น การเขียนอีเมลแนะนำคนสองคนให้รู้จักกัน เขียนรีวิวงานให้เพื่อน หรือส่งบทความที่ตรงใจไปให้ แม้ดูเล็กน้อย แต่เมื่อทำทุกวัน ทุกปี ทุกทศวรรษ มันกลายเป็นเครือข่ายที่อบอวลด้วยความรู้สึกดี 

 

การให้เล็กๆ ซ้ำๆ อาจไม่ได้เห็นผลในวันนี้ แต่ในระยะยาว มันกลายเป็นทุนมนุษย์ที่ดอกเบี้ยทบต้น

 

3. Dormant Ties คนเคยสนิทคือคนที่มีค่าไม่แพ้ใคร 

 

เรามักเสียเวลาวิ่งไล่ตามคนแปลกหน้าเพื่อสร้างคอนเนกชันใหม่ ซึ่งต้องใช้พลังงานมหาศาลเพื่อสร้างความไว้ใจ แต่เรากลับมองข้ามคนกลุ่ม Dormant Ties หรือคนที่เคยสนิทแต่ไม่ได้คุยกันนานเกิน 3 ปีไปอย่างน่าเสียดาย

 

คนเหล่านี้มีความไว้เนื้อเชื่อใจเดิมอยู่แล้ว คุณไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหา ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ ลองทักไปถามไถ่สารทุกข์สุกดิบด้วยความจริงใจ อย่าเพิ่งนึกเรื่องผลประโยชน์ จะเป็นการ Networking ที่ทรงพลังและดูเป็นธรรมชาติที่สุด 

ถ้ายังรู้สึกว่า Networking น่าเบื่อเกินไป ให้ลองเปลี่ยนเสียงในหัวที่ถามว่า “โลกนี้ให้อะไรฉันบ้าง?” เป็น “ฉันจะให้อะไรแก่โลกนี้บ้าง?” เพราะเครือข่ายที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ได้เกิดจากการแลกนามบัตร แต่อาจเกิดจากการที่คุณเป็นคนแรกที่ยื่นมือออกไปโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนต่างหาก

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising