NEWSLETTER 12-18 กรกฎาคม 2569
โกงสอบท้องถิ่น: เมื่อรัฐเปิดประตูให้ซื้ออำนาจ
สวัสดีผู้ติดตาม THE STANDARD ทุกท่าน
คดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ไม่ใช่เพียงคดีแก้คะแนนสอบ หากเป็นคำถามต่อหัวใจของรัฐไทยว่า ‘ระบบคุณธรรม’ ยังมีความหมายเพียงใด เมื่อประตูเข้าสู่อำนาจสาธารณะอาจถูกตั้งราคาและซื้อขายได้
Key Point
จากผู้สอบผ่านและได้รับการเรียกบรรจุ 15,520 ราย มีการเปิดเผยว่าพบข้อมูลผิดปกติในกลุ่มผู้สอบผ่าน 5,959 ราย ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตั้งกระบวนการไต่สวนผู้ถูกกล่าวหารวม 6,014 ราย ครอบคลุมผู้บริหาร เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้แก้ไขข้อมูล นายหน้า และผู้สอบที่ถูกกล่าวหาว่าได้รับการแก้ไขคะแนน ตัวเลขเหล่านี้ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะ ‘ข้อมูลผิดปกติ’ และ ‘การถูกกล่าวหา’ ยังไม่เท่ากับความผิดที่พิสูจน์แล้ว ผู้เกี่ยวข้องทุกคนยังมีสิทธิชี้แจงและต้องได้รับการสันนิษฐานว่าบริสุทธิ์
แต่ความผิดปกติที่ครอบคลุมมากกว่าหนึ่งในสามของผู้สอบผ่าน ใหญ่เกินกว่าจะอธิบายว่าเป็นเพียงความคลาดเคลื่อนทางธุรการ
คำถามใหญ่: รายชื่อถูกกำหนดก่อนคะแนนหรือไม่
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรว่า กระบวนการสอบถูกแทรกแซงจากบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายผู้ว่าจ้าง และมีความพยายามเข้าไปจัดการกระดาษคำตอบให้สอดคล้องกับรายชื่อผู้สอบผ่านที่ประกาศออกไปแล้ว พร้อมยืนยันว่าได้ส่งหลักฐานต้นฉบับให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบแล้ว อย่างไรก็ตาม นี่เป็นคำชี้แจงของฝ่ายหนึ่งที่ยังต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานดิจิทัล เอกสารการส่งมอบข้อมูล และพยานบุคคล
หากหลักฐานยืนยันว่า มีการทำให้คะแนนหรือกระดาษคำตอบสอดคล้องกับรายชื่อที่กำหนดไว้ก่อน ความร้ายแรงจะไม่ใช่เพียงการเพิ่มคะแนนให้บางคน แต่คือการกลับลำดับของระบบคุณธรรม จากเดิมที่คะแนนต้องกำหนดรายชื่อ กลายเป็นรายชื่อกำหนดคะแนน
คำชี้แจงของ มศว ไม่ได้ทำให้มหาวิทยาลัยพ้นจากคำถามเรื่องความรับผิดชอบ หากผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดสอบ ประมวลผล รับรอง และรักษาข้อมูล มศว ต้องอธิบายว่าเหตุใดระบบควบคุมภายในจึงไม่สามารถหยุดหรือตรวจพบความผิดปกติได้เร็วกว่านี้
ด้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. เปิดเผยว่า พบไฟล์คะแนนจากภาพกระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผล และพบประวัติการเข้าถึงหรือแก้ไขไฟล์หลายครั้ง โดยชี้ว่าทั้งผู้รับจ้างและเจ้าหน้าที่ของกรมมีบทบาทอยู่ในห่วงโซ่ข้อมูล ข้อเท็จจริงจึงต้องตัดสินจากต้นฉบับ บันทึกการเข้าถึงระบบ และลำดับอำนาจอนุมัติ ไม่ใช่จากคำกล่าวอ้างของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
การซื้อคะแนนคือการซื้ออำนาจรัฐ
ข้อมูลที่ ป.ป.ช. และตำรวจสอบสวนกลางเปิดเผยต่อสาธารณะระบุว่า มีการเรียกรับเงินประมาณ 350,000–800,000 บาทต่อราย เพื่อแลกกับการช่วยให้สอบผ่าน ตัวเลขดังกล่าวยังต้องพิสูจน์เป็นรายกรณี แต่เพียงข้อกล่าวหาว่าเก้าอี้ราชการระดับเริ่มต้นมีราคาหลายแสนบาท ก็สะท้อนว่า สิ่งที่ถูกซื้อไม่ใช่เพียงเงินเดือนหรือความมั่นคง หากเป็นสิทธิในการใช้อำนาจ อนุมัติใบอนุญาต จัดซื้อจัดจ้าง และบริหารงบประมาณของประชาชน
เราไม่ควรด่วนสรุปว่าผู้ที่ซื้อคะแนนทุกคนจะต้องทุจริตต่อไป แต่ระบบที่ทำให้คนลงทุนจำนวนมากเพื่อเข้าสู่ราชการ ย่อมสร้างแรงกดดันให้ถอนทุน และทำให้วัฒนธรรมซื้อคะแนนเสี่ยงขยายไปสู่การซื้อการแต่งตั้ง โยกย้าย และเลื่อนตำแหน่ง
ไทยไม่ได้ขาดกฎ แต่ขาดการบังคับใช้
คดีนี้สอดคล้องกับข้อค้นพบที่ใหญ่กว่าคดีเฉพาะหน้า รายงาน Anti-Corruption and Integrity Outlook 2026 ของ OECD ระบุว่า ในด้านการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน ไทยผ่านเกณฑ์ความครบถ้วนของกฎระเบียบถึง 78% ใกล้ค่าเฉลี่ย OECD ที่ 80% แต่ผ่านเกณฑ์ด้านการนำไปปฏิบัติเพียง 11% เทียบกับค่าเฉลี่ย OECD ที่ 45%
ตัวเลขนี้อธิบายปัญหารัฐไทยได้ตรงจุด เรามีกฎหมาย ระเบียบ คณะกรรมการ และยุทธศาสตร์ต่อต้านการทุจริตจำนวนมาก แต่ยังมีช่องว่างกว้างระหว่างสิ่งที่เขียนไว้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง OECD ยังชี้ว่า หน้าที่ของหน่วยงานต่อต้านการทุจริตไทยบางส่วนทับซ้อนกัน และควรกำหนดเจ้าภาพ ความรับผิดชอบ และกลไกประสานงานให้ชัดเจนขึ้น
ประเทศไทยจึงไม่ได้ต้องการหน่วยงานเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง แต่ต้องการระบบที่เมื่อเกิดความล้มเหลวแล้ว ประชาชนสามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ใครต้องแก้ไข และจะเสร็จเมื่อใด
ดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI ประจำปี 2025 ของ Transparency International ยิ่งตอกย้ำวิกฤตความเชื่อมั่น ไทยได้ 33 คะแนนจาก 100 อยู่อันดับ 116 จาก 182 ประเทศ ลดลงจากปี 2024 ซึ่งได้ 34 คะแนนและอยู่อันดับ 107
CPI เป็นดัชนีการรับรู้ ไม่ใช่หลักฐานว่าผู้ใดกระทำผิด และไม่ควรถูกนำมาใช้แทนการสอบสวน แต่คะแนนที่ลดลงสะท้อนว่า สังคมและภาคธุรกิจยังไม่เชื่อว่ากลไกของรัฐสามารถป้องกัน ตรวจจับ และลงโทษการใช้อำนาจโดยมิชอบได้อย่างมีประสิทธิผล คดีสอบท้องถิ่นจึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า ความเชื่อนั้นผิดหรือถูก
4 มาตรวัดต่อ ป.ป.ช.
ความสำเร็จของ ป.ป.ช. ไม่ควรวัดจากจำนวนผู้ถูกกล่าวหา 6,014 ราย แต่ต้องวัดจากผลลัพธ์ 4 ประการ
- ต้องสาวถึงผู้ลงมือ ผู้สั่งการ และผู้สร้างช่องทาง โดยตามเส้นทางเงินควบคู่กับเส้นทางอำนาจ แม้บุคคลนั้นจะย้ายหรือพ้นจากตำแหน่งแล้ว การหยุดอยู่เพียงนายหน้า ผู้แก้คะแนน หรือผู้เข้าสอบบางส่วน ยังไม่ใช่การถอนรากถอนโคน
- ต้องเปิดเผยเหตุผลของกระบวนการ หากบุคคลใดถูกเพิ่มหรือตัดออกจากการไต่สวน สังคมควรได้รับคำอธิบายบนพื้นฐานของพยานหลักฐาน และผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อนต้องถอนตัว โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา
- ต้องแยกผู้ซื้อคะแนนออกจากผู้ที่ข้อมูลผิดปกติโดยไม่รู้เห็น ผู้สอบสุจริตที่ถูกแย่งโอกาสต้องได้รับการเยียวยา ส่วนผู้มีข้อมูลผิดปกติแต่ไม่มีส่วนร่วมต้องไม่ถูกลงโทษแบบเหมารวม
- ต้องปิดช่องเดิมอย่างถาวร ระบบใหม่ต้องแยกอำนาจระหว่างผู้ออกข้อสอบ ผู้ตรวจ ผู้เก็บข้อมูล ผู้รับรอง และผู้ประกาศผล ทุกการเข้าถึงข้อมูลต้องทิ้งร่องรอยที่ลบไม่ได้ และต้องเปิดให้ผู้ตรวจสอบอิสระเข้าถึงหลักฐานต้นทาง
การเปลี่ยนไปใช้ e-Exam ไม่ได้ทำให้การสอบโปร่งใสโดยอัตโนมัติ หากคนกลุ่มเดียวกันยังเข้าถึง แก้ไข ตรวจรับ และประกาศผลได้ เทคโนโลยีก็อาจเพียงเปลี่ยนจากการโกงบนกระดาษ เป็นการโกงที่รวดเร็วและตรวจพบยากกว่าเดิม
คดีนี้จึงไม่ใช่เพียงบททดสอบว่า ป.ป.ช. จะดำเนินคดีกับคนได้กี่ราย แต่เป็นบททดสอบว่า รัฐไทยจะกล้าตรวจสอบเครือข่ายอำนาจของตนเองไปถึงผู้บงการ คืนความเป็นธรรมแก่ผู้สุจริต และเปลี่ยนช่องว่างระหว่างกฎหมายกับการปฏิบัติให้แคบลงได้จริงหรือไม่
เพราะรัฐไม่ได้สูญเสียความน่าเชื่อถือเฉพาะเมื่อข้าราชการใช้อำนาจโดยมิชอบ แต่สูญเสียตั้งแต่วินาทีที่ประชาชนเริ่มเชื่อว่า สิทธิในการเข้าสู่อำนาจรัฐสามารถซื้อได้
กองบรรณาธิการ THE STANDARD
Editor’s Pick
| เมื่อระบบคุณธรรมถูกทำลาย คนไทยจะเหลือความหวังอะไร 9 ก.ค. 2569 | 16:21 |
| ป.ป.ช. ยกคดีทุจริตสอบท้องถิ่น 2568 เป็น ‘คดีพิเศษ’ ขยายผลตั้งแต่ระดับอธิบดีถึงผู้ซื้อคะแนน 8 ก.ค. 2569 | 15:37 |
| กมธ.ป.ป.ช. เรียก มศว – 3 หน่วยงานแจงทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น 9 ก.ค. อาสพลธ์ ย้ำดำเนินคดีทุกราย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย 8 ก.ค. 2569 | 14:55 |
| ปกรณ์ นั่งหัวโต๊ะ กก.สอบทุจริตท้องถิ่นนัดแรก ขอใช้โอกาสสำคัญในการล้างบ้าน หวังไม่ให้เกิดพฤติกรรมชั่วร้ายอีก 8 ก.ค. 2569 | 11:42 |
| ปกรณ์เร่งชง 5 มาตรการบอร์ดก.พ. ปิดช่องโกงสอบราชการเข้า ครม. รับไม่ได้เห็นชุดกากีแก้คะแนนสอบ เริ่มถก คกก.สอบข้อเท็จจริงฯ พรุ่งนี้ 7 ก.ค. 2569 | 11:36 |