ในโลกของจินตนาการ ดิสนีย์คือดินแดนแห่งความฝัน แต่ในโลกของธุรกิจ เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าดิสนีย์แลนด์คือเครื่องจักรทำเงินมหาศาล และเป็นหนึ่งในเครื่องหมายการค้าที่ช่วยยกระดับให้ประเทศก้าวสู่ระดับโลก
หลายคนคงกำลังตื่นเต้นกับข่าวล่าสุด อย่างการเจรจาระหว่างไทยกับ Disney ซึ่งไม่ใช่แค่สีสันบนหน้าสื่อ แต่มันคือการ ‘เดิมพัน’ ครั้งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวระยะยาวของประเทศ
ข่าว ‘ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย’ คราวนี้เชื่อได้แค่ไหน
ที่ผ่านมา ข่าวดิสนีย์แลนด์มาเปิดที่ไทยมักถูกมองว่าเป็นเพียงพลุไฟที่จุดขึ้นแล้วก็ดับไป แต่รอบนี้พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ผู้คุมบังเหียน EEC ออกมายืนยันว่าโครงการนี้มีมูลความจริง ท่ามกลางกระแสการลงสมัครเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น จนเกิดเป็นคำถามว่าการประกาศครั้งนี้มีความเกี่ยวโยงกันกับการเลือกตั้งหรือไม่
ขณะที่เพจสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก็ร่วมเปิดไพ่ใบนี้ด้วยการเดินสายสื่อสารความพร้อมของไทยสู่สายตาโลก
อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามจากแฟนๆ หลายภาคส่วน เนื่องจากยังไม่มีประกาศการจัดตั้ง ‘ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย’ อย่างเป็นทางการจากทาง Disney
เปิดกติกาการลงทุน Disney จะมาขึ้นอยู่กับอะไร
แหล่งข่าวของ THE STANDARD ให้สัมภาษณ์ว่าการที่ Disney จะตัดสินใจมาเปิดดิสนีย์แลนด์เมืองไทยนั้น ขึ้นกับปัจจัยต่างๆ ดังนี้
1. รูปแบบการลงทุนใน Theme Park: ต้องใช้เงินลงทุนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งปกติ Disney จะไม่ลงทุนเอง แต่จะมี Partner เป็นผู้ลงทุน อาจเป็นรัฐหรือเอกชนก็ได้ เช่นกรณี Hong Kong และ Shanghai รัฐเป็นผู้ลงทุนเกือบทั้งหมด แต่ให้ Disney ถือหุ้น 43% – 48% และเป็นผู้บริหาร
ส่วนกรณีญี่ปุ่น เป็นเคสพิเศษ จะดำเนินการโดย The Oriental Land Company (Subsidiary of Keisei Electric Railway Company) และ Disney เก็บ License Fee
2. Location: จำเป็นต้องมีพื้นที่ใหญ่เพียงพอสำหรับ Ecosystem และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง และที่สำคัญคือ รัฐต้องจัดให้มีระบบขนส่งสาธารณะ (สถานีรถไฟฟ้า, ถนนกว้าง) เข้ามาถึงสวนสนุก
3. จำนวนนักท่องเที่ยว: ต้องมีสม่ำเสมอทั้งปี ทั้งต่างชาติและคน Local ซึ่งสำหรับประเทศไทยอาจต้องสร้างแรงจูงใจให้คนไทยมาเที่ยวในปริมาณมากด้วย เพราะราคาสูง และคนไทยที่มีฐานะดี มักนิยมไปเที่ยวต่างประเทศ มากกว่ามาเก็บ Landmark ในประเทศไทย
โดยสรุปคือ มีความเป็นไปได้ แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ Local Partner ที่จะเป็นผู้ลงทุน และการพัฒนา Ecosystem ที่สมบูรณ์
ไทยจะได้อะไรจากดีลดิสนีย์แลนด์
สิ่งที่จะเกิดขึ้นหาก Disney ปักธงใน EEC ไม่ใช่แค่เครื่องเล่นใหม่ๆ แต่คือการนำ ‘Disney Standard’ เข้ามาเขย่าวงการบริการไทย
ลองจินตนาการถึงระบบโลจิสติกส์ที่แม่นยำ การจัดการคิวระดับโลก และ Service Mind ที่ไม่มีวันหยุดพัก สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็น ‘ตำราเล่มใหม่’ ให้กับผู้ประกอบการไทยได้ศึกษาและยกระดับ Supply Chain ของตัวเอง ทั้งกลุ่มโรงแรม อาหาร และการจัดการสิ่งแวดล้อม นี่คือการ Transform ภาคบริการไทยให้กลายเป็น ‘High Value Tourism’ อย่างแท้จริง
ท้ายที่สุด ‘ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย’ จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำตอบจาก Disney เพียงอย่างเดียว แต่น่าจะขึ้นอยู่กับความพร้อมของไทยในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ตั้งแต่สิทธิประโยชน์ทางภาษีไปจนถึงความแข็งแกร่งของพาร์ทเนอร์ในท้องถิ่น
ความน่าสนใจของเรื่องนี้คือ ต่อให้ผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร การที่ไทยเริ่มอัปเกรดมาตรฐานตัวเองเพื่อรองรับแบรนด์ระดับโลก ก็นับเป็นก้าวที่ฉลาด เพราะในโลกธุรกิจ เมื่อบ้านสวยและได้มาตรฐานพอ ต่อให้ไม่ใช่ Disney ‘ปลาใหญ่’ ตัวอื่นย่อมอยากจะเข้ามาวางไข่ในบ้านหลังนี้อย่างแน่นอน


