ราชพัสตรา การค้า และเพื่อนบ้าน: ภาษาการทูตใหม่ของไทย
NEWSLETTER 31 พฤษภาคม – 6 มิถุนายน 2569
สวัสดีผู้ติดตาม THE STANDARD ทุกท่าน
จากปารีสถึงอาเซียน สัปดาห์ที่ไทยกำลังนิยามบทบาทใหม่ในโลกที่วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์เชื่อมโยงกันมากกว่าที่เคย
สัปดาห์นี้การต่างประเทศไทยไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องประชุมทางการทูต แต่เกิดขึ้นในพิพิธภัณฑ์กลางกรุงปารีสผ่านฉลองพระองค์ ผ้าไหมไทย และงานหัตถศิลป์ ในนิทรรศการ La Mode en Majesté – Royal Thai Dress: From Tradition to Modernity หรือ ‘ราชพัสตราสู่สากล’
Key Point
เกิดขึ้นอีกฟากหนึ่งของปารีส เมื่อผู้นำไทยและฝรั่งเศสหารือกันเรื่องการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป การลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ปัญญาประดิษฐ์ ดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงานทางเลือก อวกาศ การบิน และความมั่นคงไซเบอร์
และเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม เมื่อทั้งสองประเทศเดินหน้าผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน ห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยี และความมั่นคง ท่ามกลางการแข่งขันทางเศรษฐกิจในอาเซียนที่เข้มข้นขึ้น
3 เรื่องนี้ดูเหมือนอยู่คนละพื้นที่
- เรื่องหนึ่งคือผ้า
- เรื่องหนึ่งคือฝรั่งเศส
- อีกเรื่องหนึ่งคือเวียดนาม
แต่หากมองให้ลึกขึ้น ทั้งหมดกำลังเล่าเรื่องเดียวกันนั่นคือ ประเทศไทยกำลังพยายามนิยามบทบาทของตัวเองใหม่ในโลกที่วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์เชื่อมโยงกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ผ้าไทยในปารีส: วัฒนธรรมในฐานะภาษาทางการทูต
ค่ำคืนหนึ่งปลายเดือนพฤษภาคม กรุงปารีสกำลังเข้าสู่ต้นฤดูร้อน แสงสีอุ่นสะท้อนผิวหินสีครีมของ Musée des Arts Décoratifs พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับพระราชวังลูฟวร์ แขกจากแวดวงการเมือง การทูต ศิลปะ วัฒนธรรม และแฟชั่น ค่อยๆ ทยอยเดินขึ้นบันไดหินขนาดใหญ่เข้าสู่โถงหลัก เบื้องหน้าคือชื่อ La Mode en Majesté ที่ส่องแสงอยู่เหนือศีรษะ
ภายในห้องจัดแสดง ฉลองพระองค์ ผ้าไหมไทย และงานหัตถศิลป์ถูกจัดวางอย่างประณีต ราวกับไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะเครื่องแต่งกายเท่านั้น หากเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต
เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จขึ้นกล่าวเปิดนิทรรศการ ภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการเปิดนิทรรศการแฟชั่นไทยในต่างแดน แต่คือช่วงเวลาที่ราชพัสตราไทยเดินเข้าสู่หนึ่งในเวทีวัฒนธรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก
ความสำคัญของนิทรรศการนี้ไม่ได้อยู่ที่ความงามของเครื่องแต่งกายเท่านั้น แต่อยู่ที่ สถานที่ด้วย
Musée des Arts Décoratifs หรือ MAD เป็นหนึ่งในสถาบันด้านศิลปะประยุกต์ การออกแบบ และแฟชั่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดของฝรั่งเศส การได้พื้นที่ที่นี่จึงไม่ต่างจากการได้รับตรารับรองเชิงวัฒนธรรมจากโลกแฟชั่นเอง
แกนสำคัญของนิทรรศการคือฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่พระองค์ทรงร่วมงานกับ Pierre Balmain ดีไซเนอร์ชั้นสูงของฝรั่งเศส และ Maison Lesage โรงปักระดับตำนานของปารีส
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการพาผ้าไทยไปสู่สายตาชาวโลก แต่คือการทำให้โลกเห็นว่างานหัตถศิลป์ไทยไม่ใช่แค่ของสวยงามเชิงพื้นบ้าน หากเป็นองค์ความรู้ งานฝีมือ และทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถยกระดับจาก ‘ของที่ระลึก’ ไปสู่ ‘ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมระดับหรู’
โจทย์ของไทยจึงไม่ใช่เพียงการทำให้โลกชื่นชมความงามของผ้าไทย แต่คือการเปลี่ยนความงามให้เป็นมูลค่า เปลี่ยนงานฝีมือให้เป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และเปลี่ยนมรดกทางวัฒนธรรมให้เป็น soft power ที่มีระบบรองรับ
ไทย-ฝรั่งเศส: จากราชพัสตราสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคต
ในเวลาไล่เลี่ยกัน อีกฟากหนึ่งของปารีส ณ Palais de l’Élysée ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล หารือกับประธานาธิบดี Emmanuel Macron ในอีกชุดภาษาหนึ่ง
หากที่พิพิธภัณฑ์ MAD ไทยสื่อสารผ่านผ้าไหม ฉลองพระองค์ และประวัติศาสตร์ ที่ทำเนียบเอลิเซ่ ไทยกำลังสื่อสารผ่านภาษาเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และยุทธศาสตร์
การหารือระหว่างผู้นำไทยและฝรั่งเศสส่งสัญญาณว่า ความสัมพันธ์ในอนาคตไม่ได้จำกัดอยู่ที่วัฒนธรรม แต่กำลังขยายไปสู่อุตสาหกรรมขั้นสูง ห่วงโซ่อุปทานใหม่ พลังงานทางเลือก อวกาศและการบิน โครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ และความมั่นคงไซเบอร์
ในเวลาเดียวกัน ฝรั่งเศสยังแสดงการสนับสนุนต่อการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งหากสำเร็จ อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่บริษัทข้ามชาติกำลังปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน และมองหาฐานการลงทุนใหม่ในเอเชีย
จากราชพัสตราไทยในพิพิธภัณฑ์ฝรั่งเศส สู่การเจรจาเรื่อง AI ดาต้าเซ็นเตอร์ การบิน และความมั่นคงไซเบอร์ ไทยกำลังส่งสัญญาณว่า ประเทศนี้ต้องการเป็นมากกว่าประเทศที่มีอดีตงดงาม แต่ต้องการเป็นประเทศที่มีอนาคตทางเศรษฐกิจ และต้องการให้ยุโรปมองไทยไม่ใช่แค่ตลาด หากเป็นหุ้นส่วน
อย่างไรก็ตาม การได้พบผู้นำ การจัดนิทรรศการในปารีส หรือการดึงบริษัทใหญ่เข้าหารือ ยังไม่ใช่ความสำเร็จในตัวเอง
ทั้งหมดเป็นเพียงโมเมนตัม
โจทย์ที่ยากกว่าคือ ไทยจะเปลี่ยนโมเมนตัมนี้ให้เป็นการลงทุนจริง การถ่ายทอดเทคโนโลยีจริง การจ้างงานคุณภาพจริง และการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยได้อย่างไร
ไทย-เวียดนาม: เพื่อนบ้าน คู่แข่ง และกระจกสะท้อนศักยภาพของไทย
หากฝรั่งเศสคือประตูสู่ยุโรป เวียดนามคือกระจกที่สะท้อนสถานะของไทยในอาเซียนอย่างชัดเจนที่สุด
สัปดาห์นี้ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามเดินหน้าอีกครั้งผ่านการผลักดันความร่วมมือภายใต้กรอบหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน พร้อมขยายความร่วมมือด้านความมั่นคง การลงทุน เทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทาน และการพัฒนาภูมิภาค
ไทยและเวียดนามไม่ใช่แค่เพื่อนบ้าน
ทั้งสองประเทศเป็นทั้งหุ้นส่วน คู่ค้า คู่แข่ง และประเทศที่กำลังพยายามหาตำแหน่งของตัวเองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก
เวียดนามกำลังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของโลก โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยี และการผลิตเพื่อส่งออก ขณะที่ไทยยังมีจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมเดิม โครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ เกษตร อาหาร การท่องเที่ยว พลังงาน และฐานบริษัทขนาดใหญ่ในภูมิภาค
ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามจึงไม่ควรถูกมองเพียงผ่านภาษาของมิตรภาพ แต่ต้องมองผ่านภาษาของการจัดวางตำแหน่งทางเศรษฐกิจ
คำถามคือ ไทยกับเวียดนามจะเติบโตไปด้วยกัน หรือจะปล่อยให้การแข่งขันทำให้ต่างฝ่ายต่างดึงทรัพยากร นักลงทุน และความสนใจจากโลกไปคนละทิศ
หากไทยมองเวียดนามเพียงเป็นคู่แข่ง ไทยอาจพลาดโอกาสสร้างขนาดและอำนาจต่อรองร่วมกัน
แต่หากไทยมองเวียดนามเพียงเป็นมิตร โดยไม่เห็นแรงแข่งขันที่แท้จริง ไทยก็อาจประเมินความเร็วของภูมิภาคต่ำเกินไป
เวียดนามกำลังวิ่งเร็ว
ไทยยังมีทุนมาก
แต่ทุนเดิมจะไม่เพียงพอ หากไม่มีการจัดวางยุทธศาสตร์ใหม่
เส้นเรื่องเดียวกันของการต่างประเทศไทย
เมื่อนำ 3 เรื่องมาวางข้างกัน – ผ้าไทยในปารีส ไทย-ฝรั่งเศส และไทย-เวียดนาม – เราจะเห็นภาพที่ใหญ่กว่าเหตุการณ์รายวัน
นี่คือสัปดาห์ที่การต่างประเทศไทยถูกเล่าผ่านสามภาษา
ภาษาแรกคือ วัฒนธรรม ไทยใช้ผ้า ฉลองพระองค์ และหัตถศิลป์ เพื่อบอกโลกว่า ประเทศนี้มีราก มีรสนิยม และมีทุนทางประวัติศาสตร์ที่ลึกกว่าภาพจำแบบ Exotic
ภาษาที่สองคือ เศรษฐกิจและเทคโนโลยี ไทยใช้เวทีฝรั่งเศสเพื่อสื่อสารกับยุโรปว่า ประเทศนี้ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ใช่เพียงฐานผลิตแบบเดิมหรือปลายทางการท่องเที่ยว
ภาษาที่สามคือ ภูมิภาคนิยมเชิงยุทธศาสตร์ ไทยใช้ความสัมพันธ์กับเวียดนามเพื่อวางตัวเองในอาเซียนที่กำลังแข่งขันสูงขึ้น เชื่อมโยงกันมากขึ้น และถูกจับตามองจากมหาอำนาจมากขึ้น
ทั้งสามภาษาชี้ไปยังโจทย์เดียวกัน: ไทยจะสร้างบทบาทใหม่ของตัวเองอย่างไรในโลกที่ไม่แน่นอน
ในอดีต การต่างประเทศอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องของพิธีการ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำ หรือถ้อยแถลงร่วม แต่วันนี้ การต่างประเทศคือเรื่องของห่วงโซ่อุปทาน มาตรฐานสินค้า เทคโนโลยี พลังงาน ความมั่นคงไซเบอร์ ซอฟต์พาวเวอร์ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ดังนั้นนิทรรศการผ้าไทยในปารีสจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวจาก FTA ไทย-EU การหารือกับฝรั่งเศสเรื่อง AI และการบินจึงไม่ใช่เรื่องแยกขาดจากอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามจึงไม่ใช่แค่การทูตเพื่อนบ้าน แต่คือการกำหนดว่าไทยจะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค หรือเป็นเพียงหนึ่งในประเทศที่ถูกเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านที่วิ่งเร็วกว่า
คำถามหลังสัปดาห์นี้
ไทยมีเรื่องเล่า มีวัฒนธรรม มีทำเล มีประวัติศาสตร์ทางการทูต และมีความสัมพันธ์กับทั้งยุโรปและเพื่อนบ้าน
แต่ในโลกที่ห่วงโซ่อุปทานกำลังเปลี่ยนเส้นทาง ภูมิรัฐศาสตร์กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการค้าโลก และการแข่งขันดึงดูดเงินทุนรุนแรงขึ้นทุกวัน ความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า ไทยจัดนิทรรศการได้งดงามเพียงใด ได้พบผู้นำฝรั่งเศสหรือเวียดนามหรือไม่ หรือมีถ้อยแถลงร่วมกี่ฉบับ
แต่คำถามที่แท้จริงคือ ไทยจะเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างไร จะเปลี่ยนความสัมพันธ์กับฝรั่งเศสให้เป็นการลงทุนและเทคโนโลยีได้จริงหรือไม่ และจะเปลี่ยนความสัมพันธ์กับเวียดนามให้เป็นทั้งการแข่งขันที่สร้างสรรค์และความร่วมมือที่เพิ่มอำนาจต่อรองของอาเซียนได้อย่างไร
เพราะในที่สุดการต่างประเทศที่ดีไม่ควรจบที่ภาพถ่ายหรือพิธีการ แต่ต้องแปลกลับมาเป็นอนาคตของประเทศ เป็นงานคุณภาพ เป็นอุตสาหกรรมใหม่ เป็นขีดความสามารถของคนไทย และเป็นตำแหน่งใหม่ของไทยในโลกที่กำลังเปลี่ยนไป
กองบรรณาธิการ THE STANDARD
Editor’s Pick
| ราชพัสตราสู่สากล: แฟชั่น การทูต และความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส บทใหม่ 27 พ.ค. 2569 | 19:32 |
| ทำเนียบเอลีเซเปิดรับนายกฯ ไทย ถกประเด็นร้อนภูมิรัฐศาสตร์-ตั้งเป้าปิดดีลการค้าเสรียุโรปปี 69 26 พ.ค. 2569 | 9:04 |
| ปิดภารกิจนายกฯ เยือนฝรั่งเศส 5 วัน เดินหน้าปักหมุดไทยบนเวทียุโรป ดึงโอกาสสู่ประเทศ 26 พ.ค. 2569 | 18:54 |
| ‘50 ปี ความสัมพันธ์ ไทย-เวียดนาม’ ย้อนประวัติศาสตร์ อดีตผู้นำเวียดนามเยือนไทย 28 พ.ค. 2569 | 18:28 |
| รู้จัก ‘ความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ไทย-เวียดนาม’ โอกาสขยายความร่วมมือทุกมิติ สำคัญอย่างไร ครอบคลุมอะไรบ้าง? 28 พ.ค. 2569 | 10:48 |