THE STANDARD Economic Forum 2026: Future Thailand, Future Economy

วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธุรกิจ เทคโนโลยี พลังงาน และอนาคตประเทศไทยผ่าน 8 Future Pillars

AI Pass: เงิน 1,600 ล้านบาท กับคำถามว่าไทยจะเหลืออะไรหลังโครงการจบ

June 14, 2026
2 min read.
TH-AI Passport

AI Pass: เงิน 1,600 ล้านบาท กับคำถามว่าไทยจะเหลืออะไรหลังโครงการจบ

NEWSLETTER 14-20 มิถุนายน 2569

 

สวัสดีผู้ติดตาม THE STANDARD ทุกท่าน 

 

โครงการ TH-AI Passport หรือ AI Pass ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กำลังกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสาธารณะที่ควรถูกพิจารณาอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงเพราะตัวเลขงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท แต่เพราะโครงการนี้แตะคำถามใหญ่ของประเทศในยุค AI: ไทยกำลังสร้างความสามารถใหม่ให้ประชาชนและเศรษฐกิจ หรือเพียงซื้อสิทธิ์ใช้งานเทคโนโลยีจากต่างประเทศเป็นเวลา 1 ปี

 

 

ตามเป้าหมายของโครงการ รัฐต้องการให้คนไทย 5 ล้านคน หรือราว 10% ของประชากรในระบบเศรษฐกิจ เข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับ Pro หรือ Premium เป็นเวลา 1 ปี โดยระบุว่าจะมี AI จาก 14 ค่าย รวมกว่า 30 โมเดล เช่น ChatGPT, Claude และ Gemini พร้อมระบบการเรียนรู้ออนไลน์กว่า 130 หลักสูตร ซึ่งอ้างอิงกรอบทักษะของยูเนสโก เพื่อให้ผู้ใช้งานเรียนรู้และสะสมคะแนนเพื่อปลดล็อกการใช้งาน AI ในระดับที่สูงขึ้น

 

ในเชิงเจตนารมณ์ โครงการนี้ไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล AI กำลังกลายเป็นทักษะพื้นฐานของเศรษฐกิจยุคใหม่ หากปล่อยให้การใช้งาน AI กระจุกตัวอยู่เฉพาะคนที่มีกำลังจ่าย Subscription บริษัทขนาดใหญ่ หรือคนเมืองที่มีทักษะดิจิทัลสูง ช่องว่างทางเศรษฐกิจและทักษะของไทยอาจยิ่งกว้างขึ้น รัฐจึงมีเหตุผลที่จะเข้ามาลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี

 

แต่เจตนาที่ดีไม่พอสำหรับโครงการที่ใช้เงินสาธารณะจำนวนมาก สิ่งที่ต้องพิสูจน์คือวิธีการนี้ดีที่สุด โปร่งใสที่สุด และสร้างผลลัพธ์ให้ประเทศได้จริงหรือไม่

 

โครงการใหญ่ ต้องตอบคำถามใหญ่

 

ข้อวิจารณ์ต่อ AI Pass ไม่ได้แปลว่าสังคมไทยต่อต้าน AI ตรงกันข้าม หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าไทยต้องเร่งสร้างความสามารถด้าน AI อย่างจริงจัง เพียงแต่ตั้งคำถามว่า การใช้งบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนใช้ฟรีเป็นเวลา 1 ปี จะสร้างผลลัพธ์ระยะยาวให้ประเทศได้มากน้อยเพียงใด

 

ข้อกังขาแรกคือความโปร่งใสของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะเงื่อนไขใน TOR ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องกรอบเวลาที่รวดเร็ว ทั้งการเปิดลงทะเบียนภายใน 30 วัน และการให้บริการภายใน 90 วันหลังเซ็นสัญญา รวมถึงข้อสงสัยว่าเงื่อนไขบางอย่างอาจเอื้อให้เอกชนบางรายมีความพร้อมมากกว่ารายอื่น

 

ในโครงการที่มีข้อสงสัยเรื่องกระบวนการ สิ่งที่รัฐควรทำไม่ใช่เพียงยืนยันว่าโปร่งใส แต่ต้องเปิดข้อมูลให้สังคมตรวจสอบได้จริง เพราะความโปร่งใสไม่ได้เกิดจากคำอธิบายของรัฐฝ่ายเดียว แต่เกิดจากหลักฐาน เงื่อนไข สัญญา และตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้

 

ข้อกังขาที่สองคือความคุ้มค่า หากคำนวณหยาบ ๆ งบประมาณ 1,600 ล้านบาท สำหรับผู้ใช้ 5 ล้านคน เท่ากับต้นทุนราว 320 บาทต่อคน ตัวเลขนี้อาจดูต่ำเมื่อเทียบกับราคาตลาดของบริการ AI ระดับพรีเมียม แต่ราคาต่อหัวไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

 

เงิน 320 บาทต่อคนอาจดูไม่แพง แต่ของถูกก็ไม่คุ้ม หากซื้อแล้วไม่เปลี่ยนทักษะ ไม่เพิ่มผลิตภาพ และไม่เหลือสินทรัพย์ใดให้ประเทศ

 

คำถามจึงต้องลึกกว่าราคาต่อหัว คนไทยจะมีทักษะ AI เพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ SME จะลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย หรือเข้าถึงตลาดใหม่ได้หรือไม่ ภาครัฐจะใช้ AI เพื่อลดขั้นตอน ลดความล่าช้า และลดช่องว่างของคอร์รัปชันได้หรือไม่ ภาคการศึกษาจะใช้ AI เพื่อยกระดับการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นหรือไม่

 

หากยังไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน โครงการนี้ก็เสี่ยงถูกมองว่าเป็นเพียงการซื้อสิทธิ์ใช้งานชั่วคราว มากกว่าการลงทุนเพื่อสร้างความสามารถถาวรให้ประเทศ

 

Access ไม่เท่ากับ Capability

 

หัวใจของประเด็นนี้คือความแตกต่างระหว่าง ‘การเข้าถึงเทคโนโลยี’ กับ ‘ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีให้เกิดผล’

 

การแจกสิทธิ์ใช้ AI อาจทำให้คนจำนวนมากได้ทดลองใช้เครื่องมือใหม่ แต่นั่นยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ไทยกลายเป็นเศรษฐกิจ AI ได้โดยอัตโนมัติ ประเทศที่แข่งขันได้ในยุค AI ไม่ใช่ประเทศที่มีบัญชีผู้ใช้มากที่สุด แต่คือประเทศที่สามารถเปลี่ยน AI ให้เป็นผลิตภาพ ทักษะใหม่ นวัตกรรม บริการรัฐที่ดีขึ้น และอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้น

 

นี่เป็นโจทย์ที่ไทยต้องระวัง เพราะที่ผ่านมา ไทยมักนำเข้าเทคโนโลยีได้ ดึงดูดเงินลงทุนได้ และเปิดตัวโครงการดิจิทัลได้ แต่การแปลงสิ่งเหล่านั้นให้เป็นความสามารถภายในประเทศยังไม่สม่ำเสมอพอ

 

บทเรียนนี้เห็นได้ชัดในเรื่อง FDI ระลอกใหม่ เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกขยายตัว 2.8% สูงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ แรงขับสำคัญมาจากการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโต 10% โดยเฉพาะการลงทุนในเครื่องจักร สินค้าทุน และการก่อสร้างโรงงาน ขณะที่ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI แตะระดับ 1 ล้านล้านบาท และเม็ดเงินจำนวนมากกระจุกตัวในกลุ่มดิจิทัล ICT อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ไฟฟ้า

 

นี่เป็นข่าวดี แต่ไม่ใช่ชัยชนะโดยอัตโนมัติ หากไทยได้เพียงโรงงาน แต่ไม่ได้เทคโนโลยีหลัก ได้สายการประกอบ แต่ไม่ได้งานวิจัย ได้เงินลงทุน แต่ไม่ได้ขยับขึ้นสู่ห่วงโซ่มูลค่าที่สูงขึ้น ประเทศก็ยังเสี่ยงติดอยู่ในบทบาทฐานผลิตปลายน้ำ

 

AI Pass มีตรรกะคล้ายกัน หากไทยเพียงซื้อสิทธิ์ใช้งานโมเดลต่างชาติ แต่ไม่สร้างทักษะ ข้อมูล use case และระบบนิเวศของตัวเอง ไทยก็อาจเป็นเพียงผู้บริโภค AI รายใหญ่ ไม่ใช่ผู้สร้างมูลค่าจาก AI

 

ข้อมูลคือความไว้วางใจ

 

อีกประเด็นที่มองข้ามไม่ได้คือข้อมูลส่วนบุคคล ในยุค AI ข้อมูลไม่ใช่เพียงข้อมูล แต่เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ คำถามว่าข้อมูลของผู้ใช้จะถูกจัดเก็บอย่างไร ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด ส่งต่อให้ใคร หรือมีหลักประกันเพียงใดว่าจะไม่ถูกนำไปฝึกโมเดล AI โดยไม่ได้รับความยินยอม จึงเป็นคำถามที่รัฐต้องตอบให้ชัด

 

ความกังวลนี้ยิ่งมีน้ำหนักในบริบทที่ประชาชนจำนวนหนึ่งยังไม่เชื่อมั่นแพลตฟอร์มดิจิทัลของภาครัฐ หากประชาชนไม่เชื่อว่าข้อมูลของตนปลอดภัย ต่อให้เครื่องมือดีเพียงใด การใช้งานจริงก็อาจไม่เกิดในระดับที่คาดหวัง

 

ในเศรษฐกิจ AI ความไว้วางใจไม่ใช่เรื่องเสริม แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน หากไม่มีความไว้วางใจ นโยบายดิจิทัลก็จะเหลือเพียงแพลตฟอร์มที่คนไม่กล้าใช้

 

ทางออกคือปรับให้แม่นยำ ไม่ใช่ลดความทะเยอทะยาน

 

ข้อวิจารณ์ต่อ AI Pass ไม่ควรถูกตีความว่าไทยควรลดความทะเยอทะยานด้าน AI ตรงกันข้าม ไทยต้องจริงจังกับ AI มากขึ้น แต่ความจริงจังนั้นต้องมาพร้อมการออกแบบนโยบายที่แม่นยำ โปร่งใส และวัดผลได้

 

หากรัฐต้องการเดินหน้า โครงการควรตอบอย่างน้อย 5 เรื่อง

 

  1. กลุ่มเป้าหมายต้องชัด ไม่ใช่เพียงตั้งเป้าผู้ใช้ 5 ล้านคน แต่ต้องรู้ว่าใครควรได้รับก่อน เช่น SME แรงงาน ครู นักศึกษา ข้าราชการ หรือผู้ประกอบการรายย่อย

 

  1. การเข้าถึง AI ต้องผูกกับการเรียนรู้จริง ไม่ใช่เพียงแจกบัญชีผู้ใช้ ประเทศอื่นที่ให้สิทธิ์เข้าถึง AI มักผูกกับเงื่อนไข เช่น ต้องเรียนหลักสูตรก่อน หรือเจาะกลุ่มครู นักศึกษา สตาร์ทอัพ และภาคการศึกษา เพื่อให้การใช้งานเกิดประโยชน์จริง

 

  1. ต้องวัดผลจาก outcome ไม่ใช่ output ไม่ใช่นับจำนวนคนลงทะเบียน แต่ต้องวัดว่าทักษะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ผลิตภาพดีขึ้นหรือไม่ ธุรกิจนำไปใช้จริงหรือไม่

 

  1. ต้องมีหลักประกันด้าน data privacy และ data security ที่ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะการห้ามนำข้อมูลประชาชนไปใช้ฝึกโมเดลโดยไม่ชอบธรรม

 

  1. โครงการต้องเชื่อมกับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ไทยมีจุดแข็ง เช่น ท่องเที่ยว สุขภาพ เกษตร อาหาร โลจิสติกส์ การผลิต สื่อ และครีเอทีฟคอนเทนต์

 

บัตรผ่านไม่ใช่จุดหมาย

 

AI Pass อาจเป็นประตูให้คนไทยจำนวนมากเริ่มทำความรู้จัก AI นั่นไม่ใช่เรื่องเล็ก ในโลกที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนงานและโอกาส การเข้าถึงยังมีความสำคัญ

 

แต่ประตูไม่ใช่จุดหมาย

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าคนไทยจะได้ใช้ AI ฟรีหรือไม่ แต่คือหลังจากใช้งบกว่า 1,600 ล้านบาทแล้ว ประเทศไทยจะเหลืออะไร

 

หากสิ่งที่เหลือคือทักษะใหม่ SME ที่แข็งแรงขึ้น ภาครัฐที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และประชาชนที่เข้าใจ AI อย่างมีวิจารณญาณ โครงการนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่มีความหมาย

 

แต่หากสิ่งที่เหลือคือบัญชีผู้ใช้ที่หมดอายุ ข้อกังขาเรื่องความโปร่งใส และความไม่ไว้วางใจด้านข้อมูล AI Pass ก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งโครงการดิจิทัลที่ดูทันสมัย แต่ไม่สามารถยกระดับประเทศได้จริง

 

AI Pass จะไม่ถูกตัดสินจากจำนวนคนที่ได้ล็อกอิน แต่จะถูกตัดสินจากสิ่งที่ประเทศเหลืออยู่หลังจากล็อกเอาต์

 

ในยุค AI การเข้าถึงเทคโนโลยีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ความสามารถในการเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นอนาคตต่างหาก คือบททดสอบที่แท้จริงของประเทศไทย

 

กองบรรณาธิการ THE STANDARD 


Editor’s Pick

TH-AI Passport คุ้มค่าจริงหรือไม่? อะไรคือสิ่งที่รัฐบาลต้องตอบให้ชัด ก่อนใช้งบ 1.6 พันล้านบาท แลกกับ 5 ล้านคน ใช้ AI ฟรี TH-AI Passport คุ้มค่าจริงหรือไม่? อะไรคือสิ่งที่รัฐบาลต้องตอบให้ชัด ก่อนใช้งบ 1.6 พันล้านบาท แลกกับ 5 ล้านคน ใช้ AI ฟรี
11 มิ.ย. 2569 | 18:32
TH-AI Passport Forum ฝ่ายค้านถามตรง ปมคู่สัญญา ‘ไชยชนก’ รับรู้จัก แต่ไม่เกี่ยวประมูล TH-AI Passport Forum ฝ่ายค้านถามตรง ปมคู่สัญญา ‘ไชยชนก’ รับรู้จัก แต่ไม่เกี่ยวประมูล
11 มิ.ย. 2569 | 14:15
รักชนกชี้เวที TH-AI Passport ฟอกขาวมากกว่ารับฟังความเห็น แนะพับโครงการ-เสนอของบตามกระบวนการปกติ ให้สภาร่วมตรวจสอบ รักชนกชี้เวที TH-AI Passport ฟอกขาวมากกว่ารับฟังความเห็น แนะพับโครงการ-เสนอของบตามกระบวนการปกติ ให้สภาร่วมตรวจสอบ
12 มิ.ย. 2569 | 14:22
ธีระชาติวิจารณ์หลังร่วมเวที TH-AI Passport มองไม่ยั่งยืน-ส่อฮั้ว แนะรัฐใช้เงินให้คุ้มค่า ลงทุนสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล ธีระชาติวิจารณ์หลังร่วมเวที TH-AI Passport มองไม่ยั่งยืน-ส่อฮั้ว แนะรัฐใช้เงินให้คุ้มค่า ลงทุนสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล
11 มิ.ย. 2569 | 17:40
ประเทศไหนบ้างแจก AI ฟรีให้ประชาชน ทำอย่างไร คุ้มค่าแค่ไหน? ประเทศไหนบ้างแจก AI ฟรีให้ประชาชน ทำอย่างไร คุ้มค่าแค่ไหน?
11 มิ.ย. 2569 | 12:51
รายได้คนไทยลดครั้งแรกในรอบ 6 ปี ผลสำรวจ 57,600 ครัวเรือนสะท้อนความเปราะบางที่ลึกกว่าที่คิด รายได้คนไทยลดครั้งแรกในรอบ 6 ปี ผลสำรวจ 57,600 ครัวเรือนสะท้อนความเปราะบางที่ลึกกว่าที่คิด
11 มิ.ย. 2569 | 9:18
จับตา FDI ระลอกใหม่ ความหวังดันเศรษฐกิจไทย หมดยุคเน้นปริมาณ รัฐต้องเร่งอัปเกรดสู่ ‘คุณภาพ’ จับตา FDI ระลอกใหม่ ความหวังดันเศรษฐกิจไทย หมดยุคเน้นปริมาณ รัฐต้องเร่งอัปเกรดสู่ ‘คุณภาพ’
8 มิ.ย. 2569 | 14:50

 



Previous Issues