World Cup Diary Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/world-cup-diary/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 16 Jul 2018 03:49:30 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 World Cup Diary Final Day สปาซีบา รัสเซีย https://thestandard.co/world-cup-diary-final-day/ https://thestandard.co/world-cup-diary-final-day/#respond Mon, 16 Jul 2018 03:49:30 +0000 https://thestandard.co/?p=107733

“วูฮู้วววววววว” เสียงของผู้หญิงในธงชาติสีน้ำเงินขาวแดงว […]

The post World Cup Diary Final Day สปาซีบา รัสเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>

“วูฮู้วววววววว” เสียงของผู้หญิงในธงชาติสีน้ำเงินขาวแดงวิ่งฝ่าสายฝน หลังจากที่ทีมชาติฝรั่งเศสสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ได้สำเร็จด้วยการเอาชนะโครเอเชียไป 4-2

 

 

ระหว่างที่ทีมงานกำลังเดินทางออกจากสนามไม่นาน ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักเสมือนเป็นการปิดฉากทุกอย่างลงอย่างเป็นทางการด้วยการชำระล้างสีสันต่างๆ ที่ได้ถูกตกแต่งโดยเจ้าภาพและแฟนบอลที่เดินทางมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในครั้งนี้

 

แม้ว่าฝนจะเทตกลงมาอย่างหนักพร้อมกับเสียงฟ้าผ่า แต่เสียงเชียร์จากแฟนบอลก็ยังคงดังไปพร้อมๆ กับเสียงหัวเราะที่เกิดจากความประทับใจในความอบอุ่นของเจ้าภาพผู้จัดการแข่งขัน

 

เรายังคงจำวันแรกที่เดินทางมาถึงรัสเซียได้เป็นอย่างดี ที่สนามบินมีคนขับแท็กซี่ร่างยักษ์ที่สามารถยกกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ของทีมงานของ THE STANDARD ด้วยมือเดียวขึ้นรถของเขา และใช้เวลา 3 ชั่วโมงพาเราเข้าสู่ที่พัก

 

 

ก่อนเราจะเริ่มต้นรายงานบรรยากาศที่สนามลุซนีกี สเตเดียม เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน กับเกมแรกที่เจ้าภาพรัสเซียเปิดบ้านและเปิดการแข่งขันด้วยการเอาชนะซาอุดีอาระเบียไป 5-0

 

ตลอดการเดินทางของเราทั้งหมดเดือนกว่า ต้องบอกเลยว่าเราจะไม่มองฟุตบอลโลกเหมือนเดิมอีกต่อไป

 

ฟุตบอลโลกคือมหกรรมที่ต้องมีการลงทุนหลายพันล้านทุก 4 ปีเพื่อให้ผู้คนที่ชื่นชอบสิ่งเดียวกันจากทั่วโลกมาร่วมสัมผัสความสุขที่เกิดขึ้นในที่เดียวกัน

 

 

รัสเซียครั้งนี้ถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมจนทำให้เราได้พบเจอกับความรู้สึกที่ผู้คนมีต่อฟุตบอลได้อย่างเต็มที่ เราได้เห็นความสำเร็จของทีมที่นำพาผู้คนในประเทศเข้าด้วยกันเพื่อสนับสนุนนักเตะ 23 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการแสดงศักยภาพของประเทศบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับการแข่งขันฟุตบอล

 

เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าฟุตบอลคือสิ่งที่สามารถช่วยให้คนลืมความทุกข์หลายๆ อย่างในชีวิต แม้ว่าจะเป็นแค่เวลาเพียง 1 เดือน แต่ช่วงเวลานี้ช่วยให้หลายคนได้พบสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตที่พวกเขาอาจไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้พบเจอในฟุตบอลโลก

 

เช่นเดียวกัน ทีมงาน THE STANDARD ได้ค้นพบว่าคนแปลกหน้าชาวรัสเซียพร้อมให้ความช่วยเหลือเรา ทั้งที่เขาไม่สามารถสื่อการกับเราได้สักคำด้วยการพยักหน้าและชี้บอกทาง หรือแม้กระทั่งเดินไปส่งเราถึงที่ที่เราต้องการจะไป

 

 

สาวรัสเซียที่บอกทางเราผิดสถานีจนยอมกระโดดขึ้นรถไฟขบวนเดียวกันเพื่อมาบอกให้ไปสถานีที่เราต้องการจะไป

 

แฟนบอลรัสเซียที่มอบหมวกให้กับเราในวันที่ฝนกำลังจะตก เพราะเป็นห่วงสุขภาพของ ชาติกล้า สำเนียงแจ่ม ช่างภาพของเรา

 

รวมถึงคนแปลกหน้าที่กลายเป็นเพื่อนเมื่อเราได้ร่วมช่วยเหลือ ได้ร่วมผจญภัยในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ไปด้วยกัน

 

 

เสียงของฝนยังคงกระหน่ำตกลงมาอย่างหนัก ทีมงานของ THE STANDARD หนีมาหลบฝนด้านในสถานีรถไฟใต้ดิน และแล้วเสียงเชียร์ที่เราคุ้นเคยอย่าง Russi-Ya Russi-Ya Russi-Ya เพลงยอดฮิตติดชาร์ตอันดับหนึ่งก็กลับมาสู่สถานีนี้อีกครั้ง

 

แต่พอแฟนบอลเริ่มเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ท่วงทำนองก็ดังชัดขึ้นว่าพวกเขาไม่ได้ใช้คำว่า Russi-Ya แต่พวกเขากำลังร้องออกมาเป็นคำว่า สปาซีบา สปาซีบา สปาซีบา ซึ่งแปลว่า ขอบคุณ ในภาษารัสเซียนั้นเอง

 

 

ทีมงานก็ร่วมร้องไปกับพวกเขาและเดินขึ้นรถไฟขบวนเดียวกัน พร้อมกับสังเกตเห็นว่าประชาชนชาวรัสเซียเต็มไปด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ก่อนเราจะบอกสปาซีบาอีกครั้งกับพวกเขาและแยกย้ายกลับที่พักเพื่อแพ็กกระเป๋าเก็บของ และเริ่มต้นเขียนบันทึกการเดินทางครั้งสุดท้ายที่ประเทศรัสเซียในศึกฟุตบอลโลกนี้ขึ้นทันที

 

สปาซีบา รัสเซีย

 

 

The post World Cup Diary Final Day สปาซีบา รัสเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-final-day/feed/ 0
World Cup Diary Before Final Day: การฉลองความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก และของที่ระลึกจากรัสเซีย https://thestandard.co/world-cup-diary-before-final-day/ https://thestandard.co/world-cup-diary-before-final-day/#respond Sun, 15 Jul 2018 06:54:04 +0000 https://thestandard.co/?p=107510

เป็นช่วงเช้าอีกหนึ่งวันที่เงียบสงบสำหรับกรุงมอสโก หลังจ […]

The post World Cup Diary Before Final Day: การฉลองความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก และของที่ระลึกจากรัสเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นช่วงเช้าอีกหนึ่งวันที่เงียบสงบสำหรับกรุงมอสโก หลังจากที่ฟุตบอลโลก 2018 ได้เดินทางมาถึงสัปดาห์สุดท้าย โดยมีเพียงการแข่งขันชิงอันดับที่ 3 และรอบชิงชนะเลิศ ก่อนที่มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของปี 2018 จะปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ

 

ทีมงานเดินทางออกจากที่พักช่วงเช้าวันนี้เพื่อสำรวจบรรยากาศของเมือง ตั้งแต่ก้าวแรกจากที่พัก เราก็ค้นพบแก้ววอดก้าในสภาพที่แตกหักเหลือเพียงแค่ครึ่งเดียว ทำให้นึกขึ้นได้ว่าเสียงสุดท้ายที่ได้ยินก่อนนอนนั้นคือเสียงแฟนบอลเจ้าภาพรัสเซียตะโกนว่า “เป็นไง เราต้อนรับพวกคุณอย่างดีใช่ไหม เรารักพวกคุณ” เป็นเสียงสุดท้ายในเวลาประมาณ 03.00 น. ก่อนที่จะหลับตาลงนอน

 

 

สำหรับแฟนบอลเจ้าภาพแล้ว การแข่งขันฟุตบอลโลก แน่นอนว่าความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นทั้งในและนอกสนาม ทีมชาติของพวกเขามาไกลเกินความคาดหมายถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยพ่ายให้กับโครเอเชีย ทีมที่ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่สิ่งที่พวกเขาชนะคือหัวใจของคนทั้งประเทศ โดย The Moscow Times รายงานว่า ยอดฟอลโลเวอร์ของทีมชาติรัสเซียสูงขึ้นถึง 2.4 ล้านคน หลังจากพวกเขาตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย

 

 

ขณะเดียวกันฝ่ายจัดการแข่งขันก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก โดยแฟนบอลจากทั่วโลกให้คำชื่นชมเจ้าภาพในการดูแลจัดการการแข่งขัน รวมถึงให้การต้อนรับแฟนบอลจากทั่วโลกเป็นอย่างดี โดยหลายสำนักข่าวเช่น The Moscow Times และ RT News สำนักข่าวท้องถิ่นได้มีการรายงานตรงกันว่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของคนรัสเซียไปเป็นอย่างมาก

 

และทั้งหมดนั้นก็ได้รับการพิสูจน์อีกครั้งใน Fan Fest ณ กรุงมอสโก วันนี้แม้ว่าจะมีเพียงแค่อังกฤษและเบลเยียมลงสนามแข่งขัน แต่แฟนบอลที่ยังคงมาร่วมสนุกที่ Fan Fest แห่งนี้เต็มไปด้วยชาติหลากหลายที่ยังไม่เดินทางกลับ ทั้งบราซิล อาร์เจนตินา เม็กซิโก จีน และอิหร่าน ต่างก็ยังคงสนุกกับบรรยากาศที่มีหลายคนยกให้เป็นฟุตบอลโลกที่ยอดเยี่ยมที่สุดครั้งหนึ่งที่เคยจัดมา

 

 

ผลการแข่งขันในวันนี้คงไม่สำคัญเท่ากับปาร์ตี้หลังจบเกม แฟนบอลชาติต่างๆ ร่วมเต้นรำ ร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน “ผมอยากให้พวกคุณชูธงชาติของตัวเองให้สูงๆ เรามีความรักในสิ่งเดียวกัน นั่นคือความรักที่มีต่อมนุษย์ด้วยกัน” เสียงของดีเจดังขึ้นก่อนจะเริ่มเปิดเพลงดังขึ้นเรื่อยๆ

 

รอยยิ้มและเสียงหัวเราะบนใบหน้าที่ถูกตกแต่งด้วยธงชาติมากกว่าหนึ่งชาติ และการร่วมเต้นรำร้องเพลง เสมือนกับว่าโลกทั้งใบกำลังถูกย่อขนาดให้เหลือเพียงแค่ลานบริเวณกว้างหน้ามหาวิทยาลัยมอสโกแห่งนี้

 

 

ทุกคนไม่ได้สนใจว่าใครเป็นแฟนบอลชาติคู่อริที่เคยตะโกนร้องเพลงล้อเลียนกันในระหว่างการแข่งขัน แต่ทุกคนต้องการร่วมสนุกและซึมซับบรรยากาศฟุตบอลโลกให้ได้เต็มที่ ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงหลังวันที่ 15 กรกฎาคมนี้

 

นอกจากปาร์ตี้ แฟนบอลยังทะลักเข้าสู่ FIFA Fan Store ด้านหลัง ที่วันนี้ได้มีการนำเสื้อตัวพิเศษออกมาขาย นั่นคือเสื้อที่ทำขึ้นพิเศษสำหรับฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศระหว่างฝรั่งเศสกับโครเอเชียในปีนี้ ซึ่งขายดีเป็นพิเศษ เพราะอีกไม่กี่วัน สถานที่ Fan Fest ทั้งหมดนี้ก็จะถูกรื้อถอนและกลับคืนสู่สภาพเดิม

 

 

แน่นอนทุกปาร์ตี้ย่อมมีวันเลิกรา แต่สิ่งที่จะอยู่กับแฟนบอลหลายคนที่ได้เดินทางมาสัมผัสบรรยากาศฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเต็มไปด้วยแง่มุมใหม่ที่มีต่อเพื่อนร่วมโลกจากประเทศต่างๆ ที่เขาได้พบปะ พูดคุย และเต้นรำด้วยในวันนี้ และทุกครั้งที่พวกเขาหยิบเสื้อฟุตบอลโลกนัดชิงตัวนั้นมาใส่ แน่นอนความทรงจำที่นึกถึงคงจะมีมากกว่าราคาและสถานที่ที่พวกเขาจ่ายเงินซื้อมันมาอย่างแน่นอน ซึ่งคงเป็นเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมเราถึงเรียกสิ่งของเหล่านี้ว่า ‘ของที่ระลึก’

The post World Cup Diary Before Final Day: การฉลองความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก และของที่ระลึกจากรัสเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-before-final-day/feed/ 0
World Cup Diary Day 22: Don’t Look Back in Anger อังกฤษนายทำเต็มที่แล้ว https://thestandard.co/world-cup-diary-day-22-dont-look-back-in-anger/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-22-dont-look-back-in-anger/#respond Thu, 12 Jul 2018 03:51:14 +0000 https://thestandard.co/?p=106613

ธงชาติอังกฤษโบกสะบัดไปทั่วกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ใช่แล […]

The post World Cup Diary Day 22: Don’t Look Back in Anger อังกฤษนายทำเต็มที่แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

ธงชาติอังกฤษโบกสะบัดไปทั่วกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ใช่แล้ว นี่คือวันสำคัญของพวกเขา เพราะวันนี้คือการเดินทางเข้าสู่รอบรองชนะเลิศนัดสุดท้ายของฟุตบอลโลก

 

“จะเป็นครั้งแรกในรอบ 52 ปีของอังกฤษ และจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโครเอเชีย หากทีมใดผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศได้ในค่ำคืนนี้”

 

 

ผู้สื่อข่าวจากทั่วโลกเดินหน้าเข้าสู่สนาม Luzhniki Stadium เพื่อเก็บภาพบรรยากาศสำหรับเกมประวัติศาสตร์ของทั้งสองทีมที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

แต่ท่ามกลางแฟนบอลหลากหลายชาติที่เดินทางมาวันนี้ เราก็เห็นชุดประจำชาติที่คุ้นเคยที่สุดพร้อมกับธงชาติไทย ก่อนจะได้พบกับ พิมพรัตน์ คันธฐากูร และ ธิดา คชสาร แฟนบอลแมนฯ ยู ที่เดินทางมาชมการแข่งขันในเกมนี้

 

โดยเธอได้ให้เหตุผลกับ THE STANDARD ว่า บนไว้ว่าหากได้ตั๋วเข้าชมรอบรองชนะเลิศ และหากเป็นทีมชาติอังกฤษ พวกเธอจะสวมชุดไทยมาเชียร์ที่ประเทศรัสเซีย

 

นอกจากนี้เธอยังได้เผยอีกว่า สำนักข่าวต่างประเทศส่วนใหญ่ได้เรียกพวกเธอในชุดไทยไปสัมภาษณ์ถึงเรื่องทีมหมูป่าและถ้ำหลวง ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้น ณ จังหวัดเชียงราย เป็นประเด็นที่สำนักข่าวทั่วโลกให้ความสำคัญและสนใจเป็นอย่างมาก

 

It’s Coming Home!

 

 

เสียงแฟนบอลกลุ่มใหญ่ดังขึ้น เสียงของพวกเขาลากยาวเข้าไปจนถึงภายในสนาม แฟนบอลอังกฤษก้าวเข้าสนามพร้อมกับความมั่นใจว่าอีกเพียง 2 สถานีเท่านั้นก่อนที่ฟุตบอลอันเป็นที่รักจะเดินทางกลับถึงบ้าน

 

เกมผ่านไปเพียง 5 นาที รถไฟก็เริ่มเดินเครื่องออกจากชานชาลาไปสู่สถานีสุดท้ายก่อนถึงบ้าน จากลูกฟรีคิกของ คีแรน ทริปเปียร์ ส่งผลให้อังกฤษขึ้นนำ 1-0 พร้อมกับสถิติ 9 จาก 12 ลูกที่ได้จากลูก set piece

 

แต่แล้วรถไฟก็เกิดขัดข้อง เมื่อ อีวาน เปริซิช ยิงประตูตีเสมอได้สำเร็จในนาทีที่ 68 ชะลอการออกเดินทางไปสู่สถานีสุดท้ายของรัสเซียที่สนามแห่งนี้ออกไป และแล้วสถานการณ์ก็เปลี่ยนไปเมื่ออังกฤษต้องเข้าสู่การต่อเวลาอีกครั้ง  

 

 

“ประสบการณ์น้อย นักเตะไม่พร้อม โค้ชไม่มีชื่อชั้น” คำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง และเสียงเหล่านั้นก็ดังกระหึ่มกลบเพลง It’s Coming Home เมื่อ มาริโอ มานด์ซูคิช ยิงประตูชัยให้กับทีมโครเอเชีย ส่งพวกเขาเข้ารอบชิงชนะเลิศในศึกฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่อังกฤษตกรอบรองชนะเลิศ และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่พวกเขาไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันได้

 

น้ำตาของนักเตะที่ล้มทั้งยืนลงบนพื้นหญ้าที่เล่นตลกกับชีวิตพวกเขาในวันนี้ แม้ว่าความคาดหวังจะไม่สูงมากนัก แต่การเห็นโอกาสเข้าไปลุ้นคว้าแชมป์โลกหลุดลอยไปจากมือแบบนี้ คงมีน้อยคนที่จะสามารถรับความรู้สึกนี้ได้

 

 

แต่แล้วเสียงเพลงในสนามก็ดังขึ้นเหมือนราวกับว่าเจ้าภาพรัสเซียรู้ทันทีว่าทั้งแฟนบอลและทีมชาติอังกฤษต้องการเพลงใดที่จะพาพวกเขาผ่านค่ำคืนและความรู้สึกอันโหดร้ายนี้ไปได้

 

อังกฤษ ทีมขวัญใจมหาชน หลายคนมีหลายความรู้สึกเมื่อได้ยินคนพูดถึงทีมชาติอังกฤษ บางคนหมั่นไส้กับการอวยแบบไม่ลืมหูลืมตาจากสื่ออังกฤษในฟุตบอลโลกครั้งก่อนๆ

 

 

แต่ครั้งนี้พวกเขามาด้วยความคาดหวังที่ต่ำกว่าปกติ โดยเลือกที่จะให้โอกาสนักเตะหน้าใหม่ ซึ่งเป็นการเลือกลงทุนกับเวลามากกว่าความชัวร์ที่เลือกเอานักเตะมากประสบการณ์หน้าเดิมๆ มาทำในสิ่งที่พวกเขาเคยผ่านมาก่อน

 

ซึ่งการทดลองครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ เนื่องจากเยาวชนกลุ่มนี้ที่มีอายุเฉลี่ยน้อยที่สุดที่ 26 ปีเท่ากับฝรั่งเศส สร้างความตื่นเต้นและความรู้สึกที่ดีให้กับแฟนบอลอังกฤษในแบบที่ไม่มีมานานแล้ว

 

และเชื่อว่าสิ่งที่พวกเขาเลือกทำ ได้ส่งผลให้ตัวละครหลักในเวทีนี้อย่างเยอรมนี สเปน อาร์เจนตินา บราซิล หรือแม้กระทั่งอิตาลีกับเนเธอร์แลนด์เอง ก็ต้องหันมามองด้วยความสนใจไม่น้อยว่า โมเดลที่อังกฤษใช้คว้าแชมป์โลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี และ 17 ปี แชมป์ยูโรรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี รวมถึงพาทีมมาถึงรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปีนี้ จะสามารถนำมาปรับใช้กับชาติของพวกเขาได้อย่างไรบ้าง

 

 

ฉะนั้นอังกฤษอาจจะไม่เสียใจเท่าไรกับความสำเร็จที่มาไกลกว่าครั้งก่อนๆ แม้ว่าจะไม่ถึงที่สุด แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ต้องมองกลับไปด้วยความโกรธว่า ไม่ได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในวันนี้ (At least not today)

 

Don’t Look Back in Anger England

 

 

 

 

The post World Cup Diary Day 22: Don’t Look Back in Anger อังกฤษนายทำเต็มที่แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-22-dont-look-back-in-anger/feed/ 0
World Cup Diary Day 21 ความสำเร็จของฝรั่งเศส และกำลังใจจากแฟนบอลทั่วโลกสู่ทีมหมูป่า https://thestandard.co/world-cup-diary-day-21-france/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-21-france/#respond Wed, 11 Jul 2018 04:47:17 +0000 https://thestandard.co/?p=106216

การเดินทางของเราผ่านมาจนจะถึงปลายทางแล้ว วันนี้เป็นวันท […]

The post World Cup Diary Day 21 ความสำเร็จของฝรั่งเศส และกำลังใจจากแฟนบอลทั่วโลกสู่ทีมหมูป่า appeared first on THE STANDARD.

]]>

การเดินทางของเราผ่านมาจนจะถึงปลายทางแล้ว วันนี้เป็นวันที่เราตื่นมาพบกับข่าวดีจากประเทศไทย เมื่อภาพแห่งความสุข สำเร็จ เมื่อการเดินทางและภารกิจของทีมงาน ณ ถ้ำหลวง ได้จบลงด้วยชีวิตของสมาชิกทีมฟุตบอลหมูป่าทั้ง 13 คน และทีมงานทุกคนเดินทางออกมาจากถ้ำอย่างปลอดภัย

 

ทีมงานมุ่งหน้าสู่ Fan Fest เช่นเดิม พร้อมกับการใส่เสื้อทีมชาติไทยไปสัมผัสบรรยากาศแฟนบอลที่เดินทางมาชมการแข่งขันระหว่างฝรั่งเศสแชมป์โลกปี 1998 และเบลเยียม ในรอบรองชนะเลิศของศึกฟุตบอลโลก 2018

 

 

“อ้าว คุณมาจากประเทศไทยเหรอ เราได้ทราบข่าวเกี่ยวกับคนที่ติดอยู่ในถ้ำนะ หวังว่าพวกเขาจะโอเค” แฟนบอลอาร์เจนตินาเดินเข้ามาทักทายเราทันทีที่เราถึง Fan Fest “เด็กออกมาแล้ววันนี้เลย” ทีมงานได้แจ้งข่าวดีให้กับแฟนบอลทีมฟ้าขาวได้ทราบ

 

“จริงดิ ข่าวดีมาก เราขอให้เด็กๆ ทุกคนมีอนาคตที่ดีนะ ส่วนทีมงานทุกคนสุดยอดมาก” แฟนบอลอาร์เจนตินาได้ร่วมแสดงความยินดีกับสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

 

 

“ยินดีด้วย เราทราบข่าวดีเมื่อเช้าแล้วเช่นกัน ผมอยากแสดงความยินดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการช่วยเหลือ รัฐบาลไทยและทีมงานทุกคนสุดยอดมาก คนเม็กซิโกมีความสุขมาก”

 

“สำหรับเด็กทุกคน พวกคุณแข็งแกร่งมาก เรารู้ว่าพวกคุณต้องรอดอยู่แล้ว มีความสุขกับชีวิตของคุณ ใช้ชีวิตให้เต็มที่ละ”

 

 

แฟนบอลเม็กซิโกก็ได้เข้ามาแสดงความยินดีเช่นกัน ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มสนุกกับบรรยากาศของฟุตบอลโลกรอบรองชนะเลิศนัดแรกระหว่างฝรั่งเศส และ เบลเยียม

 

 

เกมนี้ดำเนินไปด้วยความสนุกสนาน แต่ดูเหมือนแฟนบอลเจ้าภาพรัสเซียที่ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายไปแล้ว จะตัดสินใจหันมาร่วมให้กำลังใจทีมชาติฝรั่งเศส ด้วยการเพนต์หน้าเป็นธงชาติฝรั่งเศส

 

และสุดท้ายทีมตราไก่ก็ไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวัง เมื่อเอาชนะเบลเยียมไป 1-0 ผ่านเข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่างอังกฤษกับโครเอเชีย ซึ่งจะลงสนามลุจนีกีในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้

 

 

 

The post World Cup Diary Day 21 ความสำเร็จของฝรั่งเศส และกำลังใจจากแฟนบอลทั่วโลกสู่ทีมหมูป่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-21-france/feed/ 0
World Cup Diary Day 20 “1,000 ไม่แพง ลดได้” THE STANDARD ลงพื้นที่ Izmaylovskiy ตลาดจตุจักรแห่งกรุงมอสโก https://thestandard.co/world-cup-diary-day-20-izmaylovskiy/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-20-izmaylovskiy/#respond Mon, 09 Jul 2018 03:48:40 +0000 https://thestandard.co/?p=105402

“เราคงอยู่กันถึงวันจันทร์นี้แหละ” เป็นคำสุดท้ายที่เราได […]

The post World Cup Diary Day 20 “1,000 ไม่แพง ลดได้” THE STANDARD ลงพื้นที่ Izmaylovskiy ตลาดจตุจักรแห่งกรุงมอสโก appeared first on THE STANDARD.

]]>

“เราคงอยู่กันถึงวันจันทร์นี้แหละ” เป็นคำสุดท้ายที่เราได้ยินจากปากของกลุ่มแฟนบอลเม็กซิโกที่เปิดใจกับทีมงาน THE STANDARD ก่อนที่ฟุตบอลโลกรอบ 8 ทีมสุดท้ายจะจบลงเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมด้วยความปราชัยของเจ้าภาพรัสเซียต่อโครเอเชีย

 

 

ทีมงานจึงตัดสินใจออกเดินทางสู่ Izmaylovskiy ตลาดจตุจักรแห่งกรุงมอสโก แหล่งศูนย์รวมของฝาก ด้วยความมั่นใจว่าวันนี้ภายในตลาดจะเต็มไปด้วยแฟนบอลที่มาเก็บเกี่ยวของที่ระลึกกลับไปเป็นสัญลักษณ์แห่งความทรงจำว่าครั้งหนึ่งพวกเขาได้เดินทางมาถึงประเทศรัสเซียในช่วงเวลาของฟุตบอลโลกเป็นที่เรียบร้อย

 

 

เราเดินทางมาถึงในช่วงบ่ายที่สถานี Partizanskaya บนรถไฟใต้ดินสายสีน้ำเงิน ก่อนจะเดินออกมาพบกับอาคารที่มีลักษณะคล้ายกับสวนสนุกขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสีสัน

 

 

เราเดินผ่านขอบประตูเข้าไปด้านในและพบกับของฝากที่ขึ้นชื่อหลายอย่างภายในตลาดเก่าแก่แห่งนี้ ตั้งแต่เสื้อผ้า อาหาร รองเท้า ของชำร่วยต่างๆ และแน่นอน สินค้าขึ้นชื่อที่สุดของรัสเซีย ตุ๊กตาแม่ลูกดก ที่มีตั้งแต่ลูก 3 คน 5 คน 7 คน 9 คน 11 คน 15 คน ซึ่งแน่นอนว่า 15 คนนั้น ตัวสุดท้ายมีขนาดที่เล็กจนแทบจะมองไม่เห็นอีกแล้ว

 

โดยราคามีตั้งแต่ตัวละ 500-6,000 รูเบิล (250-3,000 บาท) โดยมีการตกแต่งลวดลายทั้งแบบดั้งเดิมหรือลายผู้นำประเทศต่างๆ และการตกแต่งให้เข้ากับเทศกาลฟุตบอลโลกด้วยการนำนักเตะทีมชาติต่างๆ มาวาดบนตุ๊กตาแม่ลูกดกอีกด้วย

 

 

เสน่ห์ของร้านค้าในตลาดแห่งนี้อยู่ที่การต่อราคา เมื่อพ่อค้าและแม่ค้าเสนอราคามา เราสามารถต่อรองราคาได้สูงถึง 30-40%

 

 

“1,000 ไม่แพงๆ เท่ากับ 500 บาทไทยเอง” ใช่แล้ว นั่นคือคำพูดจากพ่อค้าที่กล่าวกับทีมงานหลังทราบว่าเรามาจากประเทศไทย ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำหรับชาวไทยที่เดินทางมาที่นี่ เพราะว่าคนขายของที่นี่สามารถสื่อสารเป็นภาษาไทยและทำได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย ทำให้การต่อรองราคาเป็นไปอย่างสนุกสนาน

 

นอกจากนี้ภายในตลาดยังมีสินค้ามือสองหรือของโบราณตั้งแต่ยุคสมัยของสหภาพโซเวียตที่น่าสนใจ ทั้งเข็มกลัดและของที่ระลึกต่างๆ ของสหภาพโซเวียตในช่วงเวลาที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนเมื่อปี 1980

 

 

ความประทับใจในที่แห่งนี้คือการได้เห็นพ่อค้าแม่ค้าที่เป็นกันเองทั้งการสื่อสารภาษาไทยได้และการต่อราคาที่สนุกสนาน แต่น่าเสียดายที่วันนี้ดูแฟนบอลจะเดินทางมาน้อยเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะว่าส่วนหนึ่งได้เดินทางกลับประเทศไปเรียบร้อยแล้ว

 

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเดินทางมาตลาด Izmaylovskiy คือวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. โดยทีมงานแนะนำให้มาในช่วงสายๆ ถึงเที่ยง เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ร้านเปิดครบเต็มที่ และยังไม่มีผู้คนเดินทางมาถึงตลาดมากนัก

 

 

The post World Cup Diary Day 20 “1,000 ไม่แพง ลดได้” THE STANDARD ลงพื้นที่ Izmaylovskiy ตลาดจตุจักรแห่งกรุงมอสโก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-20-izmaylovskiy/feed/ 0
World Cup Diary Day 19 it’s coming home อังกฤษเข้ารอบรองฯ ครั้งแรกในรอบ 28 ปี กับปาร์ตี้ที่จบลงของรัสเซีย https://thestandard.co/world-cup-diary-day-19-its-coming-home/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-19-its-coming-home/#respond Sun, 08 Jul 2018 05:22:29 +0000 https://thestandard.co/?p=105231

“ผมมาจากแคนาดา แต่ฟุตบอลกำลังจะกลับบ้านแล้ว” (it’s comi […]

The post World Cup Diary Day 19 it’s coming home อังกฤษเข้ารอบรองฯ ครั้งแรกในรอบ 28 ปี กับปาร์ตี้ที่จบลงของรัสเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>

“ผมมาจากแคนาดา แต่ฟุตบอลกำลังจะกลับบ้านแล้ว” (it’s comimg home) เป็นประโยคแรกท่ีเราได้ยินเมื่อแฟนบอลในเสื้อทีมชาติอังกฤษที่เดินทางมาร่วมเชียร์ทีมชาติอังกฤษในการลงสนามพบกับสวีเดนในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

 

 

ความมั่นใจกับการร้องเพลงเชียร์ it’s coming home ที่มีจุดเริ่มต้นจากการที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพฟุตบอลยูโรในปี 1996 มาในครั้งนี้ ความหมายของเพลงได้เปลี่ยนจากมหกรรมกีฬามาสู่การนำพาถ้วยแชมป์โลกกลับประเทศอีกครั้งหลังจากที่พวกเขาสามารถทำได้ในปี 1966 รวมถึงเป็นการนำกีฬาฟุตบอลที่ชาวอังกฤษเชื่อว่าเป็นผู้ริเริ่มกีฬาฟุตบอลด้วยการเป็นชาติที่ก่อตั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งแรกของโลก กลับมาบ้านอีกครั้ง

 

 

ฟุตบอลจะกลับหรือไม่กลับบ้านนั้นคงเป็นเรื่องที่บอกได้ยากในเวลานี้ แต่จากความรู้สึกที่เราได้สัมผัสตลอดการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซีย ต้องบอกเลยว่าหากฟุตบอลออกเดินทางมาจากประเทศอังกฤษนั้นพวกเขาได้เดินทางมาไกลมากแล้ว

 

 

วันนี้บรรยากาศที่ Fan Fest แม้ว่าจะมีแฟนบอลชาวอังกฤษจำนวนไม่มาก แต่เราได้เห็นแล้วว่ากีฬาฟุตบอลมีอิทธิพลต่อชีวิตของผู้คนทั่วโลกมากขนาดไหน

 

 

เราเห็นแฟนบอล โคลอมเบีย อาร์เจนตินา บราซิล เยอรมนี ที่แม้ว่าทีมชาติของพวกเขาต่างตกรอบไปหมดแล้ว แต่แฟนบอลเหล่านี้ยังคงร่วมสนุกกับมหกรรมกีฬาฟุตบอลภายใน Fan Fest แต่ชาติที่ดูจะสนุกกับมหกรรมกีฬาฟุตบอลครั้งนี้มากที่สุด ต้องยกให้กับแฟนบอลเจ้าภาพรัสเซีย

 

เรามีโอกาสได้พูดคุยกับแฟนบอลรัสเซียหลายครั้ง ซึ่งพวกเขามองว่าฟุตบอลโลก เหมือนกับมหกรรมที่เต็มไปด้วยความสนุก และสีสันที่ช่วยเข้ามาเติมเต็มความสุขในส่วนต่างๆ ของประเทศ โอกาสได้พบกับแฟนบอลจากทั่วโลก ไม่จำกัดแต่เฉพาะ 31 ชาติที่เข้าร่วมแข่งขัน

 

 

ขณะที่แหล่งข่าวชาวรัสเซียในพื้นที่ของ THE STANDARD ได้เผยกับเราว่า ปกติแล้วในช่วงเวลาฤดูร้อน มอสโกจะคึกคักมากกว่าปกติ แต่การที่มีฟุตบอลโลก ผู้คนมีความสนุกสนานมากขึ้นถึง 30% และนั่นมอบความทรงจำที่ดีไม่ใช่แค่เพียงแฟนบอลที่เดินทางมาสัมผัสบรรยากาศฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซีย แต่ยังมอบความทรงจำที่ดีไว้ให้กับเจ้าภาพผู้จัดการแข่งขันอีกด้วย แม้ว่าสุดท้ายทีมชาติของพวกเขาจะจบการแข่งขันที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย

 

 

แน่นอนหลายคนคงทราบผลการแข่งขันแล้วว่าอังกฤษสามารถผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี ด้วยการเอาชนะสวีเดนไป 2-0 ทำให้โอกาสการพาแชมป์กลับบ้านสูงขึ้นตามลำดับ

 

สุดท้ายแม้ว่าทีมใดจะเป็นผู้พาถ้วยรางวัลนี้กลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นนักเตะชุดที่เรียกว่า ‘Golden Generation’ ของเบลเยียม นักเตะดาวรุ่งของอังกฤษ ทัพตราไก่ฝรั่งเศสที่นำโดย คีเลียน เอ็มบัปเป้ แข้งทองวัย 19 ปีที่สร้างประวัติศาสตร์แทบจะทุกเกมที่เขาก้าวลงสนาม และโครเอเชียที่ผ่านสองรอบมาอย่างแสนสาหัส ด้วยการลงเล่นแบบต่อเวลาทั้งรอบ 16 ทีม และ 8 ทีมสุดท้าย

 

 

เราเชื่อว่าความทรงจำของผู้คนที่มีโอกาสได้เดินทางมาร่วมศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ จะไม่ใช่แค่เพียงความรู้สึกในสนามอย่างแน่นอน เพราะเสน่ห์ของการเดินทาง ไม่ใช่เป้าหมายที่ไปถึง แต่มันคือ ความเจ็บปวด ความเศร้า ความสุข และความประทับใจที่แฟนบอลทุกคนได้พบเจอระหว่างการเดินทาง ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดนี้ อาจจะไม่เกิดขึ้นหากฟุตบอลไม่เริ่มต้นออกเดินทางจากอังกฤษ

 

The post World Cup Diary Day 19 it’s coming home อังกฤษเข้ารอบรองฯ ครั้งแรกในรอบ 28 ปี กับปาร์ตี้ที่จบลงของรัสเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-19-its-coming-home/feed/ 0
World Cup Diary Day 18 ความพ่ายแพ้ของบราซิล ตัวแทนของความสุขในฟุตบอลโลก https://thestandard.co/world-cup-diary-day-18/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-18/#respond Sat, 07 Jul 2018 06:39:26 +0000 https://thestandard.co/?p=105119

เป็นอีกหนึ่งวันที่ท้องฟ้าสดใสในกรุงมอสโก แต่วันนี้ภายใน […]

The post World Cup Diary Day 18 ความพ่ายแพ้ของบราซิล ตัวแทนของความสุขในฟุตบอลโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นอีกหนึ่งวันที่ท้องฟ้าสดใสในกรุงมอสโก แต่วันนี้ภายในตัวเมืองเริ่มมีความเงียบเหงาเข้ามาปกคลุมแทน เพื่อนชาวรัสเซียของเราภายในมอสโก ส่งข้อความมาบอกเราว่าปาร์ตี้ใกล้จบลงแล้ว แฟนบอลทยอยเดินทางกลับ และมอสโกอาจกลับสู่สภาพเดิมในวันนี้

 

หลังจากการรับประทานอาหารกลางวัน เราเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินเช่นเคย มุ่งหน้าสู่ Fan Fest ด้วยความกังวลว่าวันนี้แฟนบอลจะเดินทางกลับประเทศหมดแล้วหรือเปล่า เพราะการแข่งขันเริ่มเข้าสู่รอบลึกๆ จาก 32 ชาติวันนี้เข้าสู่การแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นเกมแรก ระหว่างฝรั่งเศสพบกับอุรุกวัย

 

 

ผลปรากฏว่าเป็นฝรั่งเศสที่สามารถเอาชนะอุรุกวัยไปได้ถึง 2-0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสำเร็จ พร้อมกับการเขี่ยทีมจากอเมริกาใต้ตกรอบไปอีกหนึ่งทีม หลังจากที่พวกเขาส่งอาร์เจนตินาแพ็กกระเป๋ากลับบ้านไปเมื่อรอบ 16 ทีมสุดท้าย

 

“ตามมา” รู้ตัวอีกทีเราก็โดนแฟนบอลกลุ่มหนึ่งลากแขนเข้าไปร่วมวงการร้องเพลงของชาติต่างๆ ซึ่งแน่นอน หนึ่งในนั้นคือแฟนบอลบราซิลที่หลายทีมยกให้เป็นสีสันของฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทุกครั้งที่ทีมชาติของพวกเขาลงสนาม หรือแม้กระทั่งทุกคนที่แฟนบอลชาติอื่นเห็นเสื้อสีเหลืองของบราซิล ก็อดไม่ได้ที่จะหันมาทักทายพร้อมรอยยิ้ม

 

 

ขณะที่แฟนบอลบราซิลแม้ว่าจะร้องเพลงเยาะเย้ยอาร์เจนตินาขนาดไหน แฟนบอลทุกทีมก็จะเข้ามาร่วมร้องด้วย เพราะเห็นถึงบรรยากาศความสนุก และสีสันที่ชาติแซมบ้าได้ร่วมสร้างไว้ให้กับฟุตบอลโลกครั้งนี้

 

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น บราซิลแชมป์โลก 5 สมัย และทีมที่หลายคนยกให้เป็นเต็งแชมป์ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ พ่ายให้ทีมเบลเยียมไป 1-2 ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายไปอย่างน่าเสียดาย

 

 

บรรยากาศทุกอย่างเริ่มกลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง สีหน้าของแฟนบอลที่เพนต์หน้าเป็นสีเขียวเหลืองต่างเต็มไปด้วยความเศร้า เสียงเชียร์ที่เคยมีตามห้างสรรพสินค้า การเฉลิมฉลองบนถนน และรอยยิ้มของแฟนบอลที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสีสันของงานได้หายไปจากการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นที่เรียบร้อย

 

ไม่อยากจะเชื่อว่าข้อความจากเพื่อนชาวรัสเซียของเราในช่วงเช้าเป็นเหมือนสัญญาณที่บ่งบอกว่าปาร์ตี้จบแล้ว คือการบ่งบอกว่าในช่วงค่ำวันนี้ปาร์ตี้ของบราซิลในฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียได้จบลงอย่างเป็นทางการแล้ว

 

 

The post World Cup Diary Day 18 ความพ่ายแพ้ของบราซิล ตัวแทนของความสุขในฟุตบอลโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-18/feed/ 0
World Cup Diary Day 17: It’s coming home อังกฤษเอาชนะดวลจุดโทษครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก https://thestandard.co/world-cup-diary-day-17-its-coming-home/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-17-its-coming-home/#respond Wed, 04 Jul 2018 04:10:34 +0000 https://thestandard.co/?p=104059

คุณรู้ไหมว่าฟุตบอลมาจากไหน มาจากอังกฤษไง แล้วรู้ไหมว่าอ […]

The post World Cup Diary Day 17: It’s coming home อังกฤษเอาชนะดวลจุดโทษครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

คุณรู้ไหมว่าฟุตบอลมาจากไหน มาจากอังกฤษไง แล้วรู้ไหมว่าอะไรกำลังจะกลับบ้าน ถ้วยฟุตบอลโลกไง It’s coming home! แฟนบอลอังกฤษผู้หนึ่งเดินมากอดคอทีมงาน THE STANDARD ระหว่างที่เราเก็บภาพบรรยากาศหน้าสนามฟุตบอล Spartak Stadium ในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ซึ่งวันนี้รับหน้าที่เปิดบ้านให้อังกฤษกับโคลอมเบียได้ลงดวลฝีเท้ากันในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย

 

 

วันนี้เป็นการแข่งขันนัดสุดท้ายของรอบ 16 ทีมเมื่อเวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น แฟนบอลจำนวนมากเดินหน้าเข้าสู่สนาม รวมถึงแฟนบอลอีกจำนวนไม่น้อยที่รอหวังตั๋วฟรีหรือตั๋วเหลือเพื่อซื้อมาเข้าชมการแข่งขันเกมนี้ ซึ่งหลายคนคาดหวังว่าจะเป็นเกมที่สนุก

 

 

เนื่องจากโคลอมเบียเองก็ไม่ใช่ทีมที่จะผ่านไปได้ง่ายๆ พวกเขามีขุมกำลังที่แข็งแกร่งและผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่ม เช่นเดียวกัน แม้ว่าอังกฤษจะผ่านเข้ารอบมาในฐานะรองแชมป์ แต่ด้วยขุมกำลังที่มีอายุเฉลี่ย 26 ปี และยังสามารถทำผลงานได้เหนือความคาดหมายของสื่อหลายๆ สำนักที่วิพากษ์วิจารณ์ทีมชุดนี้ว่าไร้ประสบการณ์ในเวทีระดับโลก

 

 

เกมนี้ผ่านไปครบ 90 นาที แล้วก็เป็นไปอย่างที่คาดคิดคือทั้งสองทีมสู้กันอย่างสูสี มีหนึ่งจุดโทษเกิดขึ้น และประตูท้ายเกมจากโคลอมเบียช่วยเติมพริกแกงเพิ่มรสชาติเข้าไปในเกมที่อาจจบแบบจืดชืดหากมีเพียงจุดโทษเป็นประตูตัดสินว่าใครผ่านเข้ารอบ

 

 

แต่แล้วสุดท้ายช่วงต่อเวลาพิเศษผ่านไป กลายเป็นต้องกลับมาตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษอีกครั้ง และเป็นฝ่ายอังกฤษที่ยิงได้แม่นยำกว่า เอาชนะไปได้ 4-3 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2006 ที่เยอรมนี และเป็นการเอาชนะการดวลจุดโทษครั้งแรกของประวัติศาสตร์อังกฤษในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายตั้งแต่ปี 1990, 1998, 2006

 

 

ฟุตบอลโลกเดินทางมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายแล้ว วันนี้นอกจากน้ำตาแห่งความเสียใจของทีมที่ต้องแพ็กกระเป๋ากลับบ้าน เรายังได้เห็นความสำเร็จของคลื่นลูกใหม่ที่ซัดกระทบฝั่งอย่างรุนแรง และแยกเอาความสำเร็จในอดีตออกจากความสำเร็จในปัจจุบันที่กำลังนำพานักเตะบางกลุ่มไปสู่อนาคต

 

 

ต้องยอมรับว่าคลื่นลูกใหม่ที่มาแรงที่สุดในเวลานี้คงเป็นอังกฤษและฝรั่งเศสที่มีนักเตะที่น่าจับตามองในอนาคต โดยเฉพาะ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่เริ่มจับจองพื้นที่ในเวทีโลกอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่สุดของวงการอย่างคริสเตียโน โรนัลโด และลิโอเนล เมสซี ต้องตีตั๋วกลับบ้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

สุดท้ายแชมป์จะไปตกอยู่ที่ใคร ในเวลาอีกไม่กี่วันก่อนฟุตบอลโลกรอบ 8 ทีมสุดท้ายจะเริ่มต้นขึ้น คงเป็นเวลาสำหรับผู้เชี่ยวชาญที่ต้องนำหลักการและเหตุผลมาแก้สมการใหม่ทั้งหมด และมาสำรวจกันว่า It’s coming home ที่แฟนบอลอังกฤษว่านั้น สุดท้ายถ้วยแชมป์โลกและทีมชาติอังกฤษจะสามารถคัมโฮมพร้อมกันได้สำเร็จหรือไม่

 

The post World Cup Diary Day 17: It’s coming home อังกฤษเอาชนะดวลจุดโทษครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-17-its-coming-home/feed/ 0
World Cup Diary Day 14: “ไปกันเถอะ” THE STANDARD พาสำรวจพิพิธภัณฑ์อวกาศมอสโก https://thestandard.co/world-cup-diary-day-14-vdnkh/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-14-vdnkh/#respond Mon, 02 Jul 2018 02:15:10 +0000 https://thestandard.co/?p=103024

‘อวกาศ’ ได้ยินแล้วเรานึกถึงอะไรบ้าง ภาพยนตร์ Interstell […]

The post World Cup Diary Day 14: “ไปกันเถอะ” THE STANDARD พาสำรวจพิพิธภัณฑ์อวกาศมอสโก appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘อวกาศ’ ได้ยินแล้วเรานึกถึงอะไรบ้าง ภาพยนตร์ Interstellar, Star Wars หรือ Star Trek แต่แน่นอนหากพูดถึงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของอวกาศ ‘ยูริ กาการิน’ ต้องเป็นชื่อแรกๆ ที่เรานึกถึง เพราะเขาคือมนุษย์คนแรกที่ได้รับโอกาสขึ้นไปสำรวจอวกาศในปี 1961 แต่นอกเหนือจากนั้นล่ะ เขาเป็นใคร ชุดที่เขาใส่คล้ายกับในหนัง Armageddon หรือเปล่า เขากินอาหารจากหลอดลักษณะคล้ายยาสีฟัน? ข้าวของของพวกเขาอยู่ที่ไหนหลังจากกาลเวลาผ่านไปกว่า 50 ปี แล้วสหรัฐฯ เดินทางไปถึงดวงจันทร์เป็นคนแรกจริงๆ หรือ

 

วันนี้ เนื่องจากทีมข่าว THE STANDARD ได้รับโอกาสพิเศษในการมาชมฟุตบอลโลก 2018 ถึงประเทศบ้านเกิดของผู้ที่ก้าวข้ามชั้นบรรยากาศไปสัมผัสอวกาศเป็นคนแรก จึงอดไม่ได้ที่จะไปสำรวจสถานที่ที่เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ของการเดินทางไปสู่อวกาศภายในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

 

 

ทีมงานได้เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินสายสีส้มลงสถานี VDNKh มายังสถานที่ที่มีชื่อว่า Vystavka Dostizheniy Narodnogo Khozyaystva (VDNKh) ซึ่งมีความหมายว่า ศูนย์รวมการจัดแสดงความสำเร็จของเศรษฐกิจประเทศ (Exhibition of Achievements of National Economy)

 

VDNKh ก่อร่างสร้างฐานขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 1939 ในยุคสมัยของ โจเซฟ สตาลิน ผู้นำของสหภาพโซเวียต ตั้งแต่ ค.ศ. 1920-1953 เพื่อเป็นสถานที่สำหรับการจัดแสดงรูปแบบการดำเนินชีวิตและเศรษฐกิจของระบอบสังคมนิยม โดยในปัจจุบันยังเป็นสถานที่สำหรับการจัดแสดงนิทรรศการสำคัญต่างๆ ของประเทศ และยังทำหน้าที่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของกรุงมอสโก

 

 

แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดเมื่อก้าวขึ้นมาจากรถไฟใต้ดิน คงหนีไม่พ้นประติมากรรมไทเทเนียมสูง 100 เมตรที่ตั้งอยู่หน้า VDNKh โดยอนุสาวรีย์มีลักษณ์เป็นการจำลองการปล่อยจรวดสู่อวกาศ ซึ่งเรามาทราบภายหลังว่านี่คือประติมากรรม ‘แด่ผู้พิชิตอวกาศ’ (To the Conquerors of Space) ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1964 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของการปล่อยจรวด Sputnik ดาวเทียมดวงแรกของโลกที่ก้าวขึ้นสู่วงโคจรโลกเมื่อปี 1957

 

 

ซึ่งด้านล่างนี้เองที่เป็นพิพิธภัณฑ์อวกาศของมอสโก (Museum of Cosmonautics) ขนาดใหญ่ที่เก็บรวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของการเดินทางไปสู่อวกาศตั้งแต่จุดเริ่มต้นของสหภาพโซเวียตในอดีต จนถึงสหพันธรัฐรัสเซียในปัจจุบัน ค่าตั๋วเข้าชมคนละ 150 รูเบิล ซึ่งเป็นราคาพิเศษสำหรับแฟนบอลที่พก Fan ID มาเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในครั้งนี้ เทียบเป็นเงินไทย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 อยู่ที่ 78 บาท ซึ่งจากประสบการณ์ที่เราได้พบต้องบอกเลยว่าคุ้มค่า

 

 

ก้าวผ่านคนเก็บตั๋วเข้ามา สิ่งแรกที่จะได้พบเห็นคือการจัดแสดงยานในรูปแบบต่างๆ พร้อมคำอธิบาย และหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของการแข่งขันไปสู่จักรวาล เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างยานอวกาศ พัฒนาการของยานอวกาศในยุคต่างๆ พร้อมทั้งประวัติและของใช้ส่วนตัวของ ยูริ กาการิน

 

ชุดอวกาศของยูริ กาการิน น้ำหนักทั้งหมด 20 กิโลกรัม

 

เหรียญเกียรติยศชั้นเลนินของ ยูริ กาการิน

 

ภายในพิพิธภัณฑ์มีบริเวณกว้าง และต้องใช้เวลาสำรวจหลายชั่วโมงจึงจะสามารถพูดได้ว่าชมครบทุกชิ้น แต่ในช่วงเวลาที่เรามีไม่มาก บวกกับไกด์ภายในพิพิธภัณฑ์ได้ให้ความช่วยเหลือและแนะนำจุดที่น่าสนใจหลายจุด

 

นักบินอวกาศอยู่กินอย่างไร

 

 

นี่เป็นตัวอย่างของอาหารการกินภายในอวกาศมีทั้งอาหารกระป๋อง อาหารหลอดอย่างที่หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินกัน แต่ในด้านขวาสุดตามภาพคือไฮไลต์ที่ไกด์พิพิธภัณฑ์ได้อธิบายให้เราฟังว่า ภายในซองเล็กๆ นั้นคือขนมปังทั้งหมด 30 แถว โดยแบ่งเป็นซองละ 10 แถวย่อเป็นขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถกินได้ภายในคำเดียว สาเหตุที่ขนมปังต้องมีลักษณะนี้เนื่องจากเป็นการป้องกันการกระจายตัวของเศษขนมปังไม่ให้เข้าไปในตาของนักบินหรืออุปกรณ์ต่างๆ ภายในยาน

 

 

แน่นอนว่าภายในอวกาศไม่สามารถใช้น้ำได้ จึงจำเป็นต้องใช้ผ้าเปียกทำความสะอาดตัวแทน นอกจากนั้นอุปกรณ์อาบน้ำต่างๆ จะมีความคล้ายกับที่เราใช้ในโลก อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ ไกด์บอกเราว่ามนุษย์อวกาศจำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านทันตแพทย์ โดยจะมีอุปกรณ์พร้อมสำหรับการทำฟันตลอดภายในอวกาศ

 

 

สหรัฐฯ ไปดวงจันทร์ก่อนจริงๆ นะ

 

 

เป็นประโยคที่เราได้ยินแล้วค่อนข้างตกใจ เพราะไม่อยากเชื่อว่าการสำรวจพิพิธภัณฑ์ที่เก็บเรื่องราวการสำรวจอวกาศของประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่แข่ง Space Race หรือแข่งขันการเดินทางไปยังอวกาศกับสหรัฐฯ ในช่วงสงครามเย็น จะมีเรื่องราวแบบนี้อยู่

 

 

ไกด์ได้ชี้ให้เราดูหลักฐานที่ทางสหรัฐฯ ได้ส่งให้กับทางสหภาพโซเวียตหลังจากปฏิบัติการเหยียบดวงจันทร์ประสบความสำเร็จ นั่นคือชิ้นส่วนจากดวงจันทร์ทั้งหมด 4 ชิ้นเล็ก

 

“แล้วจะเชื่อได้ยังไงล่ะว่านี่คือของจริง” ไกด์ถามขึ้นก่อนจะพูดสั้นๆ ว่า “ตามมา”

 

 

นี่คือหลักฐานที่โซเวียตเคยได้รับชิ้นส่วนของดวงจันทร์เช่นกันเมื่อปี ค.ศ. 1970 แต่เป็นการเก็บชิ้นส่วนจากหุ่นยนต์ที่ส่งขึ้นไปบนดวงจันทร์ และเมื่อได้นำทั้งสองตัวอย่างมาเทียบกัน ปรากฏว่าเป็นความจริง สหรัฐฯ ​ได้เดินทางไปเหยียบดวงจันทร์จริงๆ ตามคำบอกเล่าและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เราได้พบเห็นในวันนี้

 

ภายในช่วงท้ายของพิพิธภัณฑ์เป็นพื้นที่รวบรวมศิลปะต่างๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจ หรือสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกของเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของการแข่งขันไปสู่อวกาศของสหภาพโซเวียต

 

 

ก่อนจะปิดท้ายพิพิธภัณฑ์ด้วยห้องรวมโปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อหรือ Soviet ‘We Vote for Space!’ Propaganda ที่รวมเอาโฆษณาเกี่ยวกับความสำเร็จในการเดินทางไปสำรวจอวกาศของสหภาพโซเวียตในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 มาไว้ในที่เดียวกันให้เห็นถึงผลกระทบทางการเมืองและสังคมของสหภาพโซเวียตในเวลานั้น

 

 

ตลอดเส้นทางของพิพิธภัณฑ์ เราได้เห็นพัฒนาการต่างๆ ของการแข่งขันเพื่อยกระดับขีดความสามารถของมวลมนุษยชาติ ไม่ต่างกับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลที่กำลังเดินหน้าไปอย่างเข้มข้น เป็นความรู้สึกที่ตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกที่ได้มีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับสำรวจประวัติศาสตร์ของการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับมวลมนุษยชาติ

 

เหมือนกับทีมฟุตบอลต่างๆ ที่กล้าทดลองสิ่งใหม่ๆ หรือไปในที่ที่ไม่มีใครเคยก้าวข้ามไป ซึ่งบทเรียนที่ได้จากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เราไม่ได้เพียงแค่เห็นความสำเร็จ แต่เราเห็นความพยายามหลังจากความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายกลายเป็นผู้ที่สามารถก้าวข้ามชั้นบรรยากาศไปสู่ความสำเร็จเป็นชาติแรกของโลก เหมือนกับประโยคดังที่ ยูริ กาการิน พูดไว้เมื่อวันที่ 12 เมษายน 1961 เมื่อเวลา 09.07 น. ตามเวลาท้องถิ่นของมอสโกว่า

 

‘Poyekhali!’ หรือที่แปลว่า “ไปกันเถอะ” ในช่วงเวลาที่ยานอวกาศของเขากำลังถูกยิงออกจากฐานขึ้นไปสู่วงโคจร

 

ก่อนจะกลายเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้สัมผัสโลกมนุษย์ทั้งดวงด้วยตาเปล่าพร้อมกับ ประโยคที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ว่า “The Earth is blue. How wonderful. It is amazing.” หรือ “โลกเป็นสีน้ำเงิน ช่างสวยงามจริงๆ มหัศจรรย์มาก”

The post World Cup Diary Day 14: “ไปกันเถอะ” THE STANDARD พาสำรวจพิพิธภัณฑ์อวกาศมอสโก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-14-vdnkh/feed/ 0
World Cup Diary Day 13: จุดสิ้นสุดของรอบแบ่งกลุ่ม https://thestandard.co/world-cup-diary-day-13/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-13/#respond Fri, 29 Jun 2018 02:53:06 +0000 https://thestandard.co/?p=102209

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้ายที่กรุงมอสโก ประเทศร […]

The post World Cup Diary Day 13: จุดสิ้นสุดของรอบแบ่งกลุ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้ายที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เป็นการลงสนามแข่งขันระหว่าง 32 ชาติที่ได้รับสิทธิ์ผ่านเข้ามาลงแข่งขันในครั้งนี้ โดยหลังจากผ่านครึ่งแรกของทัวร์นาเมนต์ เราก็ได้ 16 ทีมตัวจริงที่ผ่านเข้ามาสู่รอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ รอดจากการเดินทางกลับประเทศไปเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน 4 ปีข้างหน้า นี่คือจุดตัดที่แบ่งกลางระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ที่บ่งบอกว่าเราเดินทางมาถึงครึ่งทางแล้ว

 

 

THE STANDARD เดินทางออกจากที่พักเพื่อไป Fan Fest ในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย อีกครั้ง เพื่อสัมผัสบรรยากาศและความรู้สึกของแฟนบอลชาติต่างๆ ก่อนที่หลายๆ คนที่เรามีโอกาสได้พูดคุย และพบเจอในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ จะแยกย้ายเดินทางกลับประเทศ หลังแผนการท่องเที่ยวของพวกเขาได้จบลง

 

 

สิ่งที่เราพบเจอบนหน้าจอทีวีขนาดยักษ์ วันนี้เป็นการแข่งขันวันสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม โดยญี่ปุ่นลงสนามพ่ายให้กับโปแลนด์ไป 0-1 และโคลอมเบียเอาชนะเซเนกัล ไป 1-0 แต่สถิติที่เกิดขึ้นในระหว่างสองเกมนี้ คือญี่ปุ่นกลายเป็นชาติแรกที่ผ่านเข้ารอบด้วยกฎ Fair Play หรือการที่มีความประพฤติดีกว่าอีกทีม โดยนับคะแนนจากการเสียใบเหลือง-แดง ซึ่งญี่ปุ่นเสียไป 4 ขณะที่เซเนกัลเสียไป 6 ใบ ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นชาติแรกที่ผ่านเข้ารอบด้วยกฎกติกานี้ และกลายเป็นชาติเดียวจากเอเชียในทัวร์นาเมนต์นี้ที่ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

 

 

แน่นอนเกมที่ทุกคนรอคอยในวันนี้คือ อังกฤษ และ เบลเยียม ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนแชมป์กลุ่มไม่เข้าและคายรองแชมป์กลุ่มไม่ออก เพราะทั้งคู่นั้นผ่านเข้ารอบ 16 ทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ใครกันจะเป็นแชมป์กลุ่มที่จะต้องไปพบกับญี่ปุ่น

 

ก่อนจะมีโอกาสต่อด้วย บราซิล/เม็กซิโก ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ขณะที่อีกเส้นทางหนึ่งคือพบโคลอมเบียในรอบ 16 ทีม และไปพบผู้ชนะระหว่างสวีเดนกับสวิตเซอร์แลนด์ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย (ซึ่งมองได้ว่าอาจจะเป็นหนทางที่ง่ายกว่าในการผ่านเข้ารอบลึกๆ ให้สำเร็จ) สุดท้ายก็เป็นเบลเยียมที่เอาชนะไป 1-0 และเดินไปในเส้นทางที่ยากกว่า ตามชื่อชั้นของทีมที่รอพบพวกเขาอยู่ในช่วงต่อๆ ไป

 

 

แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของวันนี้ คงไม่ใช่ผลการแข่งขันสำหรับทีมงานที่ติดตามรายงานบรรยากาศมาตลอดสองสัปดาห์กว่า แต่มันคือความรู้สึกของแฟนบอลชาติต่างๆ ที่เดินทางมาร่วมศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ แฟนบอลคนแรกที่เราได้พบคือ เยอรมนี แชมป์เก่า ผู้กลับบ้านเก่าก่อนเวลาอันควร

 

 

แฟนอินทรีเหล็กผู้นี้บอกกับเราเพียงสั้นๆ ว่า “พวกเราเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป และนั่นคือบทเรียนที่เราได้รับในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ เราต้องการอะไรที่ใหม่ทั้งหมด นักเตะใน 4 ปีข้างหน้าไม่ควรเป็นนักเตะชุดนี้”

 

 

ขณะที่ Joshua Tasker แฟนบอลชาวออสเตรเลีย ที่เดินทางมาชมการแข่งขันทั้งหมด 3 เกมของออสเตรเลียในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ เขายอมรับว่าแม้ออสเตรเลียจะไม่สามารถผ่านเข้ารอบได้ แต่ความประทับใจสูงสุดของเขาคือการได้เปล่งเสียงร้องเพลงชาติของเขาในสนามทุกครั้งที่ทีมชาติออสเตรเลียลงเล่นในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ และยอมรับว่านั่นคือสิ่งที่ประทับใจที่สุดในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ของพวกเขา

 

 

ปิดท้ายที่แฟนบอลโคลอมเบีย Felipe, Natalia และ Alvaro กลุ่มกองเชียร์เสื้อเหลืองที่เปิดใจกับเราเช่นกันว่า ความประทับใจของพวกเขาคือสิ่งที่ได้เห็นนักเตะทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของพวกเขา สร้างผลงานในเวทีฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของแฟนบอลทั้ง 3 ที่มาจากโบโกตา โคลอมเบีย แต่ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ในประเทศชิลี และเดินทางมาร่วมสัมผัสบรรยากาศของฟุตบอลโลกครั้งนี้

 

‘ฟุตบอลคือศาสนา’ คือคำที่เราใช้นิยามความรู้สึกของแฟนบอลโซนอเมริกาใต้ที่มักตอบคำถามเราด้วยประโยคนี้ แต่จากที่เราได้สัมผัสตลอดการเดินทางครึ่งแรกของทัวร์นาเมนต์นี้ เปรียบเสมือนการเรียนรู้ฟุตบอลจากอีกมุมมองหนึ่งที่อยู่นอกสนามสี่เหลี่ยมผืนผ้า

 

เราได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความประทับใจของการแข่งขัน ทำให้รู้ว่าฟุตบอลคือภาษาสากลที่แท้จริง เพราะเมื่อเราเริ่มพูดชื่อนักเตะของชาตินั้นๆ ตาของพวกเขาจะลุกเป็นประกายด้วยความภาคภูมิใจและความหวัง ให้นักเตะเหล่านั้นเป็นตัวแทนแสดงศักยภาพของประเทศผ่านการวาดลวยลายและฝีเท้าในสนาม

 

แม้ว่าการเดินทางของเราจะมาถึงเพียงครึ่งทาง แต่ประสบการณ์ การได้เห็น ได้สัมผัสได้พูดคุย แม้ว่าจะไม่ได้เข้าสนาม แต่ความรู้สึกที่มีต่อฟุตบอลของเราได้เปลี่ยนแปลง จากฟุตบอลคือศาสนาที่นำพาผู้คนด้วยความเชื่อ ฟุตบอลคือภาษาสากลที่สื่อสารผ่านความหลงใหล ฟุตบอลคือความหวังในอีก 4 ปีข้างหน้า ฟุตบอลคือความภูมิใจของคนทั้งชาติ มาเป็นประโยคเดียวว่า ‘ฟุตบอลคือทุกอย่าง’

 

The post World Cup Diary Day 13: จุดสิ้นสุดของรอบแบ่งกลุ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-13/feed/ 0
World Cup Diary Day 12: ควันหลงหลังเกมฝรั่งเศส-เดนมาร์ก กับผลเสมอ 0-0 เกมแรกในรอบ 37 เกมของศึกฟุตบอลโลก https://thestandard.co/world-cup-diary-day-12-france/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-12-france/#respond Thu, 28 Jun 2018 12:24:22 +0000 https://thestandard.co/?p=102059

ฟุตบอลโลกเดินทางมาเกือบถึงครึ่งทางแล้วเมื่อรอบแบ่งกลุ่ม […]

The post World Cup Diary Day 12: ควันหลงหลังเกมฝรั่งเศส-เดนมาร์ก กับผลเสมอ 0-0 เกมแรกในรอบ 37 เกมของศึกฟุตบอลโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ฟุตบอลโลกเดินทางมาเกือบถึงครึ่งทางแล้วเมื่อรอบแบ่งกลุ่มกำลังจะจบลง สถานการณ์ของแต่ละกลุ่มมาถึงจุดที่ต้องใช้คณิตศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องมาเป็นพิเศษ โจทย์ต่างๆ มีทั้งคนนั้นต้องชนะ ในขณะที่คนนี้ต้องแพ้ไม่ต่ำกว่า 2 ลูก แต่สถานการณ์ของทีมที่ THE STANDARD ได้รับสิทธิเข้าถ่ายภาพบรรยากาศการแข่งขันภายในสนาม Luzhniki Stadium ภายในกรุงมอสโก กลับมีสิ่งที่น่ากังวลใจตั้งแต่ก่อนจะเริ่มการแข่งขัน

 

 

แชมป์โลกปี 1998 ฝรั่งเศสที่มาพร้อมกับขุมกำลังที่หากไล่รายชื่อจากหัวหอกจรดนายทวาร เรียกได้ว่าพวกเขาคือหนึ่งในเต็งแชมป์โลกในปีนี้ เกมนี้พวกเขาต้องลงสนามโดยมีแต้มตุนอยู่แล้วถึง 6 คะแนนเต็มจากการเอาชนะ ออสเตรเลียไป 2-1  และเปรูไป 1-0 ก่อนหน้านี้พบกับเดนมาร์ก ซึ่งเก็บชัยชนะจากเปรูและเสมอกับออสเตรเลีย ทำให้สถานการณ์ของทั้ง 2 ทีมนี้ หากสามารถแบ่งแต้มกันไปคนละแต้ม พวกเขาก็จะจับมือกันผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปแบบ Happy Ending

 

 

และสุดท้ายสิ่งที่ทุกคนคาดฝันก็ไว้ก็เกิดขึ้น ทั้งเกมแม้ว่า ฝรั่งเศสจะได้โอกาสบุกใส่ และต่อบอลอย่างสวยงามในหลายจังหวะ แต่สุดท้ายเกมก็จบลงด้วยสกอร์ 0-0 จับมือกันเข้ารอบ 16 สุดท้ายไปพร้อมกับการยุติสถิติการแข่งขันศึกฟุตบอลโลกที่มีประตูเกิดขึ้นไว้ที่ 37 เกมติดต่อกัน โดยทิ้งให้เปรูที่ปิดฉากฟุตบอลโลกอย่างสวยงามด้วยชัยชนะเหนือ ออสเตรเลียไป 2-0 กอดคอตกรอบปิดฉากฟุตบอลโลก 2018 เป็นที่เรียบร้อย

 

 

หลังจบการแข่งขันเรามีโอกาสได้พบกับกลุ่มกองเชียร์ทั้งสองฝ่ายยอมรับว่าเสียค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขัน ซึ่งด้านในตลอดเกมมีการตะโกนเสียงโห่ร้องไม่พอใจ ที่ทั้งสองทีมดูเหมือนจะชกไม่สมศักดิ์ศรีของเวทีฟุตบอลรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

 

แต่พวกเขาก็ยักไหล่แล้วบอกกับทีม THE STANDARD เพียงแค่ว่า “แต่เราก็ผ่านเข้ารอบต่อไปนะ มันสำคัญแค่นั้นแหละในวันนี้”

 

 

หลังจากที่บรรยากาศหน้าสนามจบลงหลังเกมการแข่งขัน และแสงสว่างถูกทดแทนด้วยความมืด ในเวลา 21.00 น. เสียงเฮของกลุ่มแฟนบอลที่ใส่เสื้อสีฟ้าขาวก็ดังสนั่นไปทั่วกรุงมอสโก ก่อนที่ทีมงานจะเดินออกไปพบกับอากาศหนาว พร้อมกับทราบข่าวว่าอาร์เจนตินา แชมป์โลก 2 สมัย ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับฝรั่งเศสในวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายนนี้

 

 

The post World Cup Diary Day 12: ควันหลงหลังเกมฝรั่งเศส-เดนมาร์ก กับผลเสมอ 0-0 เกมแรกในรอบ 37 เกมของศึกฟุตบอลโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-12-france/feed/ 0
World Cup Diary Day 11: จุดเริ่มต้นของจุดจบ (รอบแบ่งกลุ่ม) https://thestandard.co/world-cup-diary-day-11/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-11/#respond Tue, 26 Jun 2018 02:02:10 +0000 https://thestandard.co/?p=100898

วันนี้วันที่เท่าไร เราอยู่มอสโกกันมายาวนานขนาดไหนแล้ว ค […]

The post World Cup Diary Day 11: จุดเริ่มต้นของจุดจบ (รอบแบ่งกลุ่ม) appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้วันที่เท่าไร เราอยู่มอสโกกันมายาวนานขนาดไหนแล้ว คงไม่สำคัญเท่ากับตารางการแข่งขัน ซึ่งวันนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบในรอบแบ่งกลุ่มศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย และแน่นอนว่าเป็นการกลับมาสู่จุดเริ่มต้นที่เจ้าภาพลงสนามในเกมสุดท้ายของกลุ่ม A พบกับอุรุกวัย

 

วันนี้ไม่ต่างกับเกมนัดที่ 2 ของพวกเขากับอียิปต์ ที่มีแฟนบอลเจ้าถิ่นจำนวนมหาศาลมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ของ Fan Fest ใกล้กลับมหาวิทยาลัยมอสโกอีกครั้ง วันนี้พวกเขามาพร้อมกับความมุ่งมั่น เสียงเชียร์ Russia Russia Russia ดังกึกก้องไปทั่วพื้นที่ เสียงหัวเราะและรอยยิ้มบนใบหน้า เกมนี้พวกเขาเชื่อมั่นในตัวนักเตะอย่างเต็มที่ในการคว้าแชมป์กลุ่ม A และไปรอพบผู้แพ้ของกลุ่ม B ที่ยังไม่ได้ลงสนามในช่วงเวลาที่ทีมงานเดินทางถึง Fan Fest

 

 

เกมเริ่มต้นได้เพียงไม่นานผู้เล่นหมายเลข 9 ก็ทำประตูได้ในนาทีที่ 9 และก่อนครึ่งแรกจะจบลง แฟนบอลเจ้าภาพก็เริ่มเดินออกจากสนาม พวกเขาหมดความอดทนกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเจ้าภาพจากเกมแรกที่ถล่มซาอุดีอาระเบียไป 5-0 ตามด้วยการเอาชนะอียิปต์ไป 3-1 แต่มาถึงเกมนี้ยังไม่ทันครบ 45 นาทีแรก พวกเขาเสียไปถึง 2 ประตูพร้อมกับอีกหนึ่งใบแดง

 

สุดท้ายเสียงนกหวีดจบเจ้าภาพรัสเซียพ่ายให้กับอุรุกวัยไปถึง 0-3 จบอันดับที่ 2 ของกลุ่ม A และต้องไปพบกับสเปน ซึ่งเสมอกับโมร็อกโกไป 2-2 หลังเกมคู่รัสเซียจบลงแฟนบอลทยอยเดินทางออกจากพื้นที่เหลือเพียงแฟนบอลไม่กี่กลุ่มที่รอชมการแข่งขันคู่ต่อไป

 

 

ทีมงานได้มีโอกาสพูดคุยกับแฟนบอลเจ้าภาพเพียงแค่ในช่วงเวลาไลฟ์เท่านั้น แต่ขณะที่แฟนบอลของอีกคู่ที่ลงแข่งขันในเวลาเดียว มีแฟนบอลอียิปต์กลุ่มหนึ่งได้เปิดใจกับ THE STANDARD หลังจบการแข่งขันที่อียิปต์พ่ายให้กับซาอุดีอาระเบียไป 1-2 และแพ็กกระเป๋ากลับบ้านแบบไร้แต้ม

 

คำถามสำคัญที่เราสอบถามไป ไม่ใช่เรื่องของผลการแข่งขัน หรือประสบการณ์ในรัสเซีย แต่เป็นคำถามที่อยู่ในใจใครหลายคนในช่วงเวลาที่ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ นักฟุตบอลขวัญใจมหาชนของอียิปต์ กำลังตกเป็นข่าวถูกโยงเข้าประเด็นการเมืองและใช้ภาพลักษณ์หาผลประโยชน์ ซึ่งกลุ่มแฟนบอลอียิปต์ก็ยอมรับว่า สำหรับพวกเขาแล้ว ซาลาห์เป็นมากกว่านักฟุตบอล และเชื่อว่าซาลาห์ยังไม่รู้ว่าตัวเขาเองมีอิทธิพลต่อความคิดของคนในประเทศขนาดไหน

 

 

พวกเขาเห็นซาลาห์เป็นทั้งฮีโร่ ความหวังว่าประเทศอียิปต์จะมีอนาคตที่สดใส เมื่อพวกเขาเห็นว่าหนึ่งในนักเตะของพวกเขาประสบความสำเร็จในเวทีระดับสูงอย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษ​ แม้ว่าในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้จะจบลงด้วยประตูเพียง 2 ลูกจากซาลาห์เท่านั้น

 

เราได้สัมผัสถึงความหมายของฟุตบอลจากประเทศต่างๆ ตั้งแต่ฟุตบอลคือศาสนาจากชาติอเมริกาใต้อย่างแฟนบอลบราซิลและอาร์เจนตินา ฟุตบอลอยู่ในสายเลือดและเป็นความภาคภูมิใจของแฟนบอลอย่างอังกฤษที่เลือกใช้คำว่า พาถ้วยบอลโลกกลับบ้าน ด้วยความเชื่อว่าพวกเขาคือผู้ที่ช่วยทำให้กีฬาฟุตบอลเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก และเคยคว้าแชมป์มาแล้วในวันที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพในปี 1966

 

แต่สำหรับอียิปต์แล้ว ฟุตบอลคือความหวัง โดยมีนักเตะที่เป็นตัวอย่างในการพิสูจน์ความสำเร็จทั้งในและนอกสนามอย่างโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่การเดินทางของพวกเขาในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้จบลงเสียแล้ว  

 

The post World Cup Diary Day 11: จุดเริ่มต้นของจุดจบ (รอบแบ่งกลุ่ม) appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-11/feed/ 0
World Cup Diary Day 10: สัมผัสบรรยากาศฟุตบอลอังกฤษในมอสโก และเป้าหมายการเดินทางของแฟนบอลชาวอิหร่าน https://thestandard.co/world-cup-diary-day-10/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-10/#respond Mon, 25 Jun 2018 02:31:58 +0000 https://thestandard.co/?p=100541

อิฐแดงเรียงรายอยู่บนกำแพง เป็นการจำลองบรรยากาศภายในร้าน […]

The post World Cup Diary Day 10: สัมผัสบรรยากาศฟุตบอลอังกฤษในมอสโก และเป้าหมายการเดินทางของแฟนบอลชาวอิหร่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

อิฐแดงเรียงรายอยู่บนกำแพง เป็นการจำลองบรรยากาศภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งใจกลางกรุงมอสโกให้เหมือนต้นตำรับที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งกำลังจะลงสนามกับปานามาในเกมที่ 2 ของกลุ่ม G หลังจากที่พวกเขาเอาชนะตูนิเซียไป 2-1 ในเกมแรก

 

เกมเริ่มต้นได้ไม่นานเราก็สามารถแยกออกได้ทันทีว่าใครเป็นแฟนบอลของทีมสิงโตคำราม พวกเขารวมตัวกันกลุ่มใหญ่อยู่กลางร้าน พร้อมกับเสียงเชียร์ “มีแฮร์รี เคน เพียงหนึ่งเดียว และเคนคือคนของพวกเรา” ก่อนที่อังกฤษจะเอาชนะไปได้ 6-1 และ “แฮร์รี เคนของพวกเขา” ก็ได้ทำประตูสูงสุดในทัวร์นาเมนต์นี้สำเร็จที่ 5 ประตูจาก 2 เกม เหนือคริสเตียโน โรนัลโด จากโปรตุเกส และโรเมลู ลูกากู จากเบลเยียมที่ทำไว้ 4 ประตูเท่ากัน

 

 

ทีมงานได้เข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนนามบัตรจนทราบภายหลังว่าพวกเขาเป็นชาวเดนมาร์กที่ชื่นชอบทีมท็อตแนม ฮอตสเปอร์ จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จึงตัดสินใจเชียร์ทีมชาติอังกฤษ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าเกมการแข่งขันที่เราได้สัมผัสในวันนี้คือความรู้สึกของพวกเขาที่มีต่อเจ้าภาพรัสเซีย

 

หนึ่งในแฟนบอลชาวเดนมาร์กได้มีโอกาสเดินทางไปยังโอลิมปิก 2016 ที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล และพบว่าสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น สื่อตะวันตกต่างประโคมข่าวความโหดร้ายและความไม่พร้อมของเจ้าภาพผู้จัดการแข่งขันทั้งบราซิลและรัสเซียในครั้งนี้

 

 

แต่สุดท้ายเขาก็ได้รับประสบการณ์ที่ปลอดภัยและสนุกจากบราซิลในปีนั้น และนับจนถึงวันนี้ที่เขาเดินทางมายังรัสเซีย เขาก็พบแต่ความเป็นมิตรและความสนุกสนานที่ได้รับจากเจ้าภาพผู้จัดการแข่งขัน ซึ่งตรงกับความรู้สึกของทีมงานเรา

 

หลังจากที่แยกกันและกำลังเดินออกจากร้าน เราก็ได้พบกับแฟนบอลอีกคนที่น่าสนใจไม่แพ้กลุ่มกองเชียร์อังกฤษ แม้ว่าภาพบนจอในวันนี้จะไม่ใช่การถ่ายทอดสดทีมของพวกเขา

 

 

อาร์มิน เมอร์ซาซาเดห์ แฟนบอลชาวอิหร่านซึ่งมีเป้าหมายที่อาจจะต่างจากแฟนบอลคนอื่นทั่วไปที่เดินทางมาร่วมศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ อาร์มินเผยกับเราว่าเขาเริ่มต้นออกเดินทางจากประเทศอิหร่านเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2018 มุ่งหน้าสู่ประเทศรัสเซียในช่วงฟุตบอลโลก

 

“จริงๆ แล้วผมไม่ค่อยดูบอลนะ แต่ฟุตบอลโลกคือทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผมพลาดโอกาสนี้ไม่ได้ที่จะได้พบเจอผู้คนจากทั่วโลกที่เดินทางมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในประเทศเดียว”

 

อาร์มินได้เผยถึงเป้าหมายที่แท้จริงในการเดินทางมาร่วมฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยเขาใช้วิธีขอติดรถคนแปลกหน้าจากอิหร่าน อาร์เมเนีย จอร์เจีย และรัสเซีย ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน และเดินทางมาถึงมอสโกเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนนี้เอง

 

 

เขาใช้เงินทั้งหมด 200 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,600 บาทตลอดการเดินทางจากอิหร่านสู่รัสเซีย โดยเล่าว่าตอนที่เขาอยู่อาร์เมเนีย เขาต้องเดินขึ้นเขาไปโดยหวังว่าจะไปกางเต็นท์บนภูเขา แต่สุดท้ายก็มีอาสาสมัครและนักเดินทางชาวเยอรมนีต้อนรับเขา รวมทั้งให้ที่พักและอาหารฟรี ซึ่งนั่นคือความประทับใจที่สุดที่เขาพบระหว่างการเดินทาง

 

 

“เสน่ห์ของการเดินทางแบบนี้เหรอ ผมคิดว่ามันคือการที่เราไม่รู้เลยว่าต่อจากนี้เราจะทำอะไร คืนนี้จะนอนที่ไหน และจะได้พบเจอกับอะไรข้างหน้าบ้าง ผมชอบความรู้สึกแบบนี้มากที่สุดเลยล่ะ”

 

“จะได้พบเจอกับอะไรข้างหน้าบ้าง” อาร์มินได้ตอบโจทย์ความรู้สึกของทุกคนที่เดินทางมาฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้อย่างแท้จริง แม้ว่าเป้าหมายหลักของเขาจะไม่ใช่การรับชมฟุตบอลก็ตาม เพราะฟุตบอลโลกคือสัญลักษณ์ของการรวมตัวผู้คนจากหลายชาติและภาษามาอยู่ในที่เดียวกันเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่ถูกเชื่อมโยงโดยฟุตบอล

 

 

และนี่คือสาเหตุที่เราตัดสินใจบันทึกการเดินทางของพวกเราในแต่ละวัน เพราะการเดินทางตลอด 10 วันที่ผ่านมานี้ ต้องยอมรับว่าประสบการณ์ทุกอย่างที่ได้พบในแต่ละวันแทบเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เลยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผลงานในสนามของอาร์เจนตินา จนถึงโอกาสได้ถ่ายภาพสตาร์ดังระดับโลกแบบตัวเป็นๆ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางกับอาร์มินในวันนี้

The post World Cup Diary Day 10: สัมผัสบรรยากาศฟุตบอลอังกฤษในมอสโก และเป้าหมายการเดินทางของแฟนบอลชาวอิหร่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-10/feed/ 0
World Cup Diary Day 9: สัมผัสความยิ่งใหญ่ของเบลเยียม พร้อมความอบอุ่นจากไทย https://thestandard.co/world-cup-diary-day-9-belgium/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-9-belgium/#respond Sun, 24 Jun 2018 04:58:38 +0000 https://thestandard.co/?p=100392

รูปปั้นนักสู้สปาร์ตาคัสหน้าสนาม Spartak Stadium แห่งกรุ […]

The post World Cup Diary Day 9: สัมผัสความยิ่งใหญ่ของเบลเยียม พร้อมความอบอุ่นจากไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

รูปปั้นนักสู้สปาร์ตาคัสหน้าสนาม Spartak Stadium แห่งกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

 

ตั้งตระหง่านรอเหล่านักสู้ที่เปลี่ยนจากการแข่งขันเพื่อชีวิตในโคลอสเซียมแห่งกรุงโรม มาถึงการแข่งขันลูกหนังเพื่อสกอร์บนบอร์ดในศึกฟุตบอลโลก 2018 นัดที่สองของกลุ่ม G ในวันนี้

 

 

วันนี้ทีมงานเราได้รับเกียรติเข้าสัมผัสบรรยากาศของนักสู้ 22 ชีวิตจาก 2 ชาติ ปีศาจแดงแห่งยุโรป เบลเยียมตบเท้าลงสนามพบกับตูนีเซีย ด้วยรายชื่อและผลงานที่ทำให้วันนี้เราคาดหวังได้ว่าจะเห็นเกมที่สนุกสุดมันอีกครั้ง หลังจากที่เบลเยียมยิงมาแล้วถึง 3 ประตูในเกมแรกกับปานามา

 

 

ด้วยความตื่นเต้นที่ได้เห็นรายชื่อ 11 ตัวจริงที่มี 3 ยอดนักเตะจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เอเดน อาซาร์ (เชลซี), โรเมลู ลูกากู (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) และ เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) รวมถึงดาวดังคับทีมที่ทำให้เบลเยียมดูเหนือกว่าตั้งแต่เกมยังไม่เริ่ม

 

และทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด เบลเยียมถล่มตูนีเซียไปถึง 5-2 พร้อมกับลูกากูที่ทำสถิติประตูสูงสุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่ 4 ประตู เทียบเท่ากับคริสเตียโน โรนัลโด จากโปรตุเกส ที่เรามีโอกาสได้ถ่ายภาพวันก่อนที่สนาม Luzhniki Stadium

 

แต่นักเตะที่เล่นได้โดดเด่นมากที่สุดในเกมนี้ต้องยกให้ เอเดน อาซาร์ ที่นอกจากจะมีฝีเท้าที่ถูกการันตีอีกครั้งด้วย 2 ประตูในวันนี้ เขายังเป็นนักเตะที่มีความมุ่งมั่น ซึ่งเมื่อเรามองผ่านเลนส์ซูเปอร์เทเล จะเห็นได้ถึงแววตาที่มีความมุ่งมั่นตลอดช่วงเวลาที่เขาอยู่ในสนาม

 

อีกหนึ่งนักเตะที่มีความมุ่งมั่นไม่แพ้กันคือ มิชี บาตชูอายี ที่ลงมาสานต่อความมุ่งมั่นจากอาซาร์ในนาทีที่ 68 ด้วยความพยายามยัดชื่อตัวเองเข้าสกอร์บอร์ดให้ได้หลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้จนเข้านาทีที่ 90 บาตชูอายีก็ได้โอกาสสำคัญ และสามารถสะกิดบอลเปลี่ยนทิศเข้าตาข่ายได้สำเร็จ และจบการแข่งขันไปด้วยสกอร์ 5-2

 

จบเกม ทีมงานเดินทางออกจากสนามพร้อมกับความสงสัย ใครกันโยนน้ำแข็งมาใส่ สักพักน้ำแข็งก็เริ่มโปรยลงมาอย่างไม่หยุด ไม่ใช่ละ นี่มันพายุลูกเห็บ! ระหว่างที่ทุกคนเร่งเดินหนีไปที่รถไฟใต้ดิน ก็มีแฟนบอลรัสเซียตะโกนขึ้นอย่างภาคภูมิใจว่า “ขอต้อนรับสู่รัสเซีย”

 

แต่ระหว่างที่เรากำลังเดินไปสู่รถไฟใต้ดินนั้น พายุลูกเห็บก็หยุดลง และฟ้าสว่าง เปิดให้เรามองเห็นสีธงชาติของแฟนบอลต่างๆ ที่เดินทางมาร่วมเชียร์ และแล้วเราก็มองไปเห็นธงชาติสีหนึ่งที่คุ้นเคย เฮ้ย ธงชาติไทย! เราเจอแฟนบอลไทยกลุ่มใหญ่ที่กำลังรอหาทางกลับบ้านอยู่เช่นกัน

 

 

พวกเขาเดินทางมาเป็นกลุ่มใหญ่พร้อมกับตั๋วเข้าชมการแข่งขันทั้งหมด 3 เกมในกรุงมอสโกประเทศรัสเซีย ชายผู้ถือธงชาติไทยเผยว่า เป็นครั้งแรกที่เขาจากบ้านเกิดมาสัมผัสบรรยากาศฟุตบอลโลก ซึ่งพวกเขาประทับใจกับการเดินทางมาประเทศรัสเซียในครั้งนี้

 

 

ซึ่งหลังจากที่เราผ่านประสบการณ์ทำงานมาทั้งหมดสัปดาห์กว่าๆ วันนี้ถึงได้เข้าใจความรู้สึกครั้งแรกเมื่อเราเห็นคนไทยในต่างแดนด้วยกัน พวกเขารีบเชิญชวนพวกเราให้เดินทางกลับด้วยกัน และเชิญชวนไปทานข้าวต่อ บรรยากาศความเป็นกันเอง พร้อมกับการแบ่งปันคำแนะนำสำหรับการใช้ชีวิตในกรุงมอสโก ซึ่งแฟนบอลกลุ่มนี้ได้ให้กับทีมงานอย่างเต็มที่ ทำให้เข้าใจคำพูดที่ว่า ไม่มีที่ไหนอุ่นใจเท่าบ้านเรา  

 

ทีมงานของเราบอกลาแฟนบอลไทยกลุ่มนั้น พร้อมกับขอบคุณที่ช่วยเติมพลังและกำลังใจให้การเดินทางของเราที่ศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านไปแล้วทั้งหมด 1 ใน 3 ของการแข่งขัน

 

 

 

The post World Cup Diary Day 9: สัมผัสความยิ่งใหญ่ของเบลเยียม พร้อมความอบอุ่นจากไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-9-belgium/feed/ 0
World Cup Diary Day 8: Ola Brazil สวัสดีทีมชาติบราซิล ณ Fan Fest https://thestandard.co/world-cup-diary-day8-brazil/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day8-brazil/#respond Sat, 23 Jun 2018 05:04:52 +0000 https://thestandard.co/?p=100307

…ทำไมวันนี้มอสโกถึงเงียบจัง เสียงลมที่ผ่านเข้าหน้าต่างเ […]

The post World Cup Diary Day 8: Ola Brazil สวัสดีทีมชาติบราซิล ณ Fan Fest appeared first on THE STANDARD.

]]>

…ทำไมวันนี้มอสโกถึงเงียบจัง เสียงลมที่ผ่านเข้าหน้าต่างเบากว่าปกติ เสียงเพลงของแฟนบอลที่อยู่ในอากาศหายไปพร้อมกับความหวังการเป็นแชมป์โลกของอาร์เจนตินา เมื่อพวกเขาพลาดท่าพ่ายโครเอเชียไปถึง 0-3 ทำให้ความหวังตีตั๋วรอบ 16 ทีมสุดท้ายเหลือน้อยลงทุกที

 

 

ภาพแรกที่เราเห็นเมื่อก้าวเท้าออกจากที่พักคือกลุ่มกองเชียร์แฟนบอลอาร์เจนตินาที่รีบสับขาอย่างรวดเร็ว พวกเขากำลังเดินทางไปยังเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อช่วยลุ้นในเกมสุดท้ายกับไนจีเรียที่สนามเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ และจะเก็บ 3 คะแนนสถานเดียวถึงจะมีโอกาสผ่านเข้ารอบ

 

“เราต้องการปาฏิหาริย์” หนึ่งในแฟนบอลนักเดินทางที่ผูกธงฟ้าขาวไว้ตรงกระเป๋าบอก ก่อนปฏิเสธการให้สัมภาษณ์และเดินหนีขึ้นสถานีรถไฟไป

 

ทีมงานตัดสินใจเดินหน้าต่อไปยัง Fan Fest เพื่อรายงานบรรยากาศของอีกชาติมหาอำนาจลูกหนังแห่งอเมริกาใต้ ทีมชาติบราซิล โดยวันนี้ ‘เซเลเซา’ จะลงสนามเกมที่ 2 พบกับคอสตาริกา ในเวลา 15.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)

 

 

เราเดินทางมาถึง Fan Fest เวลา 14.00 น. พร้อมบรรยากาศที่วังเวงและเงียบเหงา “ทุกคนเดินทางออกนอกเมืองไปแล้วเหรอ” เราเริ่มตั้งคำถาม แต่เมื่อเวลาผ่านไป จากพื้นโล่งสีเทาก็เริ่มมีสีเหลืองแซมเขียวเข้ามาจับจองพื้นที่ในจุดต่างๆ และไม่ว่าแฟนบอลชาติบราซิลจะไปที่ไหน ที่แห่งนั้นย่อมมีสีสัน ระบำแซมบ้า และวัฒนธรรมการเชียร์ที่เป็นเอกลักษณ์ตามไปอยู่เสมอ

 

 

เกมการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ทีมงานหันหลังไปอีกทีก็พบกองเชียร์เข้ามาเต็มพื้นที่จนแน่นขนัด 45 นาทีผ่านไป เกมครึ่งแรกเสมอกันที่ 0-0 แฟนบอลยังคงรวมตัวกันโห่ร้องเชียร์กันด้วยความมั่นใจ แต่แล้วภาพที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

 

“เราขอต้อนรับแชมป์โลกปี 2010 อีเกร์ กาซิยัส ขึ้นมาบนเวที” ใช่แล้ว มองไปบนเวที นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นอดีตผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติสเปน และเรอัล มาดริด ตัวเป็นๆ บนเวทีต่อหน้าเรา

 

 

อิเกร์ทักทายแฟนบอลพร้อมกับบอกเล่าความรู้สึกประทับใจต่อฟุตบอลโลกครั้งนี้ และเมื่อถึงคำถามสำคัญว่าใครจะเป็นแชมป์โลก เขาก็ตอบแบบเอาใจมิตรรักแฟนเพลง “สเปนสิครับ” ก่อนจะเดินหายลับไปหลังเวที พร้อมคำประกาศของทีมงานว่าไม่ต้องตาม เพราะ “กาซิยัสได้มุ่งหน้าออกจากที่แห่งนี้ไปแล้ว”

 

เกมครึ่งหลังกลับมาเริ่มแข่งกันต่อ จากเสียงโห่ร้องดีใจเริ่มกลายเป็นแรงกดดัน เพราะเวลาในสนามปาเข้าไปนาทีที่ 90 แล้วก็ยังไม่มีประตูเกิดขึ้น การตะโกนเรียกเนย์มาร์เปลี่ยนจากนำเสียงเชียร์ เริ่มเป็นเสียงที่บ่งบอกว่า ‘ทำอะไรกันอยู่!’

 

 

แต่สุดท้ายผ่านไปเพียงไม่ถึงนาที ก็เป็นครั้งแรกที่เราได้สัมผัสบรรยากาศเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ แฟนบอลทุกคนในเสื้อสีเหลืองและแฟนบอลชาติอื่นผสมโรงเฮฮา ร่วมเฉลิมฉลองประตูแรกที่เกิดขึ้นจาก ฟิลิปป์ คูตินโญ ไม่นานหลังจากนั้น เนย์มาร์ ฮีโร่ของพวกเขาก็มาทำประตูทิ้งห่างลูกที่ 2 ได้สำเร็จ

 

เสียงโห่ร้องยาวต่อเนื่องจนกระทั่งดนตรีสดใน Fan Fest เริ่มดังขึ้น ก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นคอนเสิร์ตขนาดย่อมที่ทุกคนในพื้นที่ไม่ว่าจะสวมเสื้อสีอะไรก็ร่วมสนุกเต้นรำร้องเพลงตามกันได้อย่างคึกคัก

 

 

ที่อดสงสารไม่ได้คือกลุ่มคนที่ใส่เสื้อสีฟ้าขาว เพราะพวกเขาถูกแฟนบอลบราซิลเข้ามาทักทายด้วยการชูมือเป็นเลข 5 ที่ไม่ได้สื่อถึงการ Hi5 แต่จะบอกว่าพวกเขาคือแชม์โลก 5 สมัย และกำลังจะไปเป็นแชมป์สมัยที่ 6 แล้วนะ ซึ่งแฟนบอลอาร์เจนตินาก็ได้แต่ยิ้มเขินๆ และบอกเพียงแค่ว่า “วันนี้พวกคุณโชคดี”

 

 

โชคดีเพราะฟุตบอลโลกครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ช่องว่างระหว่างทีมเล็กและทีมใหญ่เริ่มแคบลงเรื่อยๆ อาร์เจนตินาแชมป์ 2 สมัยที่ยังไม่ชนะใคร เช่นเดียวกับแชมป์เก่าเยอรมนีก็พลาดท่าพ่ายให้กับเม็กซิโกในเกมแรก หรือแม้กระทั่งบราซิลเองก็เพิ่งมาคว้าชัยชนะได้ในเกมนี้

 

ความสูสีนี้เองที่ทำให้ฟุตบอลโลกครั้งนี้เริ่มสนุกสนานมากยิ่งขึ้น เพราะจากตอนแรกที่ทุกคนคาดหวังให้ทีมใดทีมหนึ่งเก็บถ้วยไปครองได้อย่างง่ายดายเหมือนกับปี 2010 ที่สเปนนอนมาตั้งแต่ยูโร 2008 แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้ทีมใหญ่อาจต้องอาศัย ‘โชค’ มากกว่าฝีมือเพื่อเก็บชัยชนะในแต่ละนัดให้ได้…

 

 

The post World Cup Diary Day 8: Ola Brazil สวัสดีทีมชาติบราซิล ณ Fan Fest appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day8-brazil/feed/ 0
World Cup Diary Day 7: วันที่ช่างภาพ THE STANDARD มองเห็นคริสเตียโน โรนัลโด ผ่าน Viewfinder https://thestandard.co/world-cup-diary-day-7-cristiano-ronaldo/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-7-cristiano-ronaldo/#respond Thu, 21 Jun 2018 09:46:47 +0000 https://thestandard.co/?p=99475

หลังจากผิดหวังจากการเข้าสนามครั้งที่แล้วในเกมอาร์เจนติน […]

The post World Cup Diary Day 7: วันที่ช่างภาพ THE STANDARD มองเห็นคริสเตียโน โรนัลโด ผ่าน Viewfinder appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากผิดหวังจากการเข้าสนามครั้งที่แล้วในเกมอาร์เจนตินา-ไอซ์แลนด์ ที่สนาม Spartak Stadium เหมือนฟ้าเป็นใจ เมื่อเราได้รับอีเมลจาก FIFA อนุญาตให้เข้าบันทึกภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกคู่โปรตุเกส-โมร็อกโก เราออกเดินทางจากที่พักไปยังสนาม Luzhniki Stadium

 

หลังจากเดินทางมาถึงที่ทำการสื่อ ก็ทำตามขั้นตอนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ รับบัตร และเลือกที่นั่งในการบันทึกภาพในสนาม ภาวนาในใจให้ได้ที่นั่งหลังประตู ขอแค่ฝั่งไหนก็ได้

 

 

แต่ที่นั่งบริเวณนั้นเป็นของช่างภาพและทีมข่าวจากประเทศที่เป็นผู้เข้าแข่งขันเท่านั้น

 

ไม่เป็นไร! เอาไว้รอทีมชาติไทยติดบอลโลกก่อน จะถ่ายให้หนำใจ ครั้งนี้เลือกที่นั่งข้างสนามก่อนก็ได้

 

พอถึงเวลาที่ก้าวแรกที่เหยียบลงไปในสนาม ก็แอบดีใจเล็กๆ เพราะจะได้เห็น ‘โด้’ ตัวเป็นๆ เสียที หลังจากที่ผ่านมาเคยเห็นแต่ในโทรทัศน์หรือยูทูบ

 

 

วันนี้คือครั้งแรกในชีวิตที่จะมีโอกาสได้มองเจ้าโด้ผ่าน Viewfinder!

 

หลังจากเฝ้ารอใจจดใจจ่ออยู่เกือบครึ่งชั่วโมง เสียงกองเชียร์ทั้งสองทีมดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ เป็นสิ่งบอกเหตุแรกถึงการปรากฏตัวของโด้ก่อนลงสนาม

 

 

และแล้วเขาก็ได้เดินนำทีมชาติโปรตุเกสออกมา คริสเตียโน โรนัลโด เป็นทุกอย่างเหมือนที่หลายคนคาดหวัง คนที่เกิดมาเพื่อความยิ่งใหญ่ มนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ และสิ่งหนึ่งที่บอกได้ชัดเจนคือมนุษย์ผู้นี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นคนธรรมดา โดยจากนักเตะทั้งหมด 22 คนในสนาม เขาคือคนที่โดดเด่นมากที่สุด

 

และเริ่มเกมได้เพียง 4 นาที เขาก็ได้ตอกย้ำว่าไม่ได้มีดีแค่ลักษณะภายนอก รูปร่าง หรือท่าทาง เพราะเขายังเป็นนักฟุตบอลที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยการกระโดดโหม่งประตูโทนของเกม ส่งทีมชาติโปรตุเกสให้ขยับเข้าใกล้รอบ 16 ทีมสุดท้าย และส่งทีมโมร็อกโกเก็บกระเป๋ากลับบ้านเป็นประเทศแรกในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียนี้

 

 

แต่หลังจากประตูแรก โรนัลโดก็เล่นไม่ออก ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่นักเตะในแดนรับของคู่แข่งประกบติดชนิดที่เรียกได้ว่าแทบจะตามกลับไปซ้อมด้วยในวันรุ่งขึ้น นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นและได้ปรึกษากับผู้สื่อข่าวที่ดูจากด้านบนคือ โรนัลโดโดนเข้าบอลอย่างหนักตลอดทั้งเกม แม้ว่ามุมมองจากหน้าจอหรือคนดูในสนามจะมองว่าเขาพุ่งล้มบ่อย แต่บอกเลยว่าภาพที่เห็นในระยะใกล้วันนี้คือ ช่วงจังหวะเข้าบอลมักจะโดนนักเตะ 2 ถึง 3 คนคอยประกบ และเสียงที่ได้ยินเป็นเหมือนการการันตีแรงกระแทกที่เขาได้รับในแต่ละจังหวะ

 

 

นี่ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกในเวทีระดับนี้ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เหนือความคาดหมายคือความช่วยเหลือที่ได้รับจากช่างภาพต่างประเทศ โปแลนด์และญี่ปุ่นคือชาติที่ช่วยเหลือให้คำแนะนำและพาไปในจุดต่างๆ เพื่อให้เราสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นขึ้น ทำให้สรุปได้ว่ามิตรภาพของกีฬาฟุตบอลนั้นไม่ได้เกิดขึ้นแต่เพียงในสนามแข่งขัน บนอัฒจันทร์คนดู แต่ยังเกิดขึ้นกับทีมข่าวที่เดินทางมาร่วมมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกชนิดหนึ่งอีกด้วย

 

The post World Cup Diary Day 7: วันที่ช่างภาพ THE STANDARD มองเห็นคริสเตียโน โรนัลโด ผ่าน Viewfinder appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-7-cristiano-ronaldo/feed/ 0
World Cup Diary Day 5: จัตุรัสแดงในฐานะเจ้าบ้านฟุตบอลโลก 2018 https://thestandard.co/world-cup-diary-day-5/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-5/#respond Tue, 19 Jun 2018 03:18:43 +0000 https://thestandard.co/?p=98954

เป็นอีกวันที่ทีมงาน THE STANDARD พยายามเข้าไปสัมผัสบรรย […]

The post World Cup Diary Day 5: จัตุรัสแดงในฐานะเจ้าบ้านฟุตบอลโลก 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นอีกวันที่ทีมงาน THE STANDARD พยายามเข้าไปสัมผัสบรรยากาศของสถานที่ท่องเที่ยวที่ดังที่สุดในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ทีมงานของเราเดินทางมาถึงช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ก่อนจะพบกับแฟนบอลจำนวนมหาศาลที่เดินทางมาร่วมสัมผัสบรรยากาศในวันนี้

 

 

แฟนบอลที่ต่อแถวยาวเพื่อรอเข้าช่องตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งการตรวจสอบเป็นไปอย่างเคร่งครัด ก่อนที่ทีมงานจะผ่านการตรวจเข้ามาพบกับหลักกิโลเมตรที่ 0 ของประเทศรัสเซียที่มีลักษณะเป็นวงกลมสีทอง

 

 

เสียงเชียร์ของแฟนบอลกลุ่มต่างๆ ดังลั่นไปทั่วจัตุรัสแดง ไม่ต่างกับที่ครั้งหนึ่งจัตุรัสแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ซึ่งกองทัพทหารโซเวียตใช้สำหรับการเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 มาถึงวันนี้ พื้นที่แห่งนี้เป็นตัวแทนของกรุงมอสโกที่ต้อนรับแฟนบอลมากหน้าหลายตา ต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา แต่ถูกเชื่อมโยงกันด้วยความหลงใหลในกีฬาฟุตบอลเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

 

 

สิ่งแรกที่ทุกสายตาต้องจับจ้องไปแน่นอนคือเอกลักษณ์ของจัตุรัส นั่นก็คือ St. Basil’s Cathedral หรือมหาวิหารนักบุญเบซิล โบสถ์โดมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ซึ่งนับว่าเป็นบุญตาที่มีโอกาสได้เห็น เพราะแม้กระทั่งผู้สร้างยังมีโอกาสได้สัมผัสด้วยตาของตัวได้ไม่นาน โดยตำนานได้เล่าว่าซาร์อีวานที่ 4 แห่งรัสเซีย หรือซาร์อีวานจอมโหด มีคำสั่งให้ปูนบำเหน็จแก่ปอสต์นิก ยาคอฟเลฟ สถาปนิกผู้ออกแบบที่ถูกควักดวงตาออกทั้งสองข้างเพื่อไม่ให้เขาสามารถออกแบบและสร้างสิ่งที่สวยงามกว่านี้ได้อีก

 

 

ตำนานเรื่องเล่าดังกล่าวจะเป็นจริงหรือไม่คงต้องรอการพิสูจน์กันต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นความจริงคือความสวยงามของมหาวิหารนั้นสมคำร่ำลือ ด้วยความตื่นเต้น ทีมงานจึงรีบมุ่งหน้าไปสู่ทางเข้า แต่เมื่อได้พบกับเจ้าหน้าที่ พวกเขาซึ่งไม่พูดภาษาอังกฤษก็ได้แต่ส่ายหน้าและส่งสัญญาณหมายเลข 10 ซึ่งแฟนบอลหลากหลายสัญชาติที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็เข้าใจตรงกันทันทีว่าให้มาใหม่พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า ซึ่งสุดท้ายทีมงานของเราจึงได้แต่เก็บบรรยากาศด้วยตาของตัวเองและกล้องถ่ายรูปอย่างเต็มที่ก่อนจะขยับออกจากพื้นที่

 

 

แต่ระหว่างทางที่เราเดินกลับที่พักก็ได้พบกับห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่มีชื่อว่า GUM ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1895 ทำให้เราเข้าใจถึงความเก่าแก่ แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือความใหญ่โตที่ไม่แพ้ห้างสรรพสินค้าบ้านเรา

 

 

GUM เป็นห้างที่ลักษณะยาว มีหลังคากระจกความสูง 3 ชั้นและเต็มไปด้วยสินค้าแบรนด์เนม แต่สิ่งที่เราเชื่อว่าแตกต่างไปจากเดิมคือการตกแต่งภายในห้าง ซึ่งครั้งนี้ทาง GUM ได้อิงกับความเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกด้วยการนำเอาลูกฟุตบอลมาจัดเรียงตามจุดต่างๆ ภายในห้าง และแน่นอน สิ่งที่แฟนบอลทุกคนทำคือการหยิบลูกฟุตบอลขึ้นมาถ่ายภาพเพื่อเก็บความทรงจำที่น่าประทับใจกับฟุตบอลโลกที่รัสเซีย ซึ่งต้องบอกว่าการเดินทางมาถึงวันนี้ เจ้าภาพทำได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว

 

The post World Cup Diary Day 5: จัตุรัสแดงในฐานะเจ้าบ้านฟุตบอลโลก 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-5/feed/ 0
World Cup Diary Day 2: Luzhniki Stadium กับบรรยากาศกองเชียร์จากหลายชาติที่อบอุ่นและเป็นกันเอง https://thestandard.co/world-cup-diary-day-2-luzhniki-stadium/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-2-luzhniki-stadium/#respond Fri, 15 Jun 2018 01:30:23 +0000 https://thestandard.co/?p=97987

สะพายกระเป๋าขึ้นบ่า ปิดสวิตช์ไฟแล้วล็อกประตูห้อง ทีมงาน […]

The post World Cup Diary Day 2: Luzhniki Stadium กับบรรยากาศกองเชียร์จากหลายชาติที่อบอุ่นและเป็นกันเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

สะพายกระเป๋าขึ้นบ่า ปิดสวิตช์ไฟแล้วล็อกประตูห้อง ทีมงาน THE STANDARD เดินทางออกจากที่พักตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อไปรับบัตร FAN ID และบัตรนักข่าว (Accreditation Card) สำหรับติดตามรายงานข่าวสารตลอดมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก

 

“เดินไปสุดทางแล้วเลี้ยวซ้ายตรงไป 200 เมตรเข้าตึกใหญ่ที่อยู่ซ้ายมือจะพบกับ Lubyanka Metro” เจ้าหน้าที่โรงแรมแจ้งกับทีม THE STANDARD ก่อนที่สองเท้าของเราจะก้าวเดินไปขึ้นรถไฟใต้ดินที่ขึ้นชื่อของมอสโก ประเทศรัสเซีย ซึ่งบรรยากาศสวยงามสมคำร่ำลือ

 

 

ภายในสถานีมีความเก่าแก่ ป้ายเหล็กด้านหลังระบุปีเกิดไว้ที่ 1957 แต่ยังรักษาความสวยงามและความสะอาดไว้เป็นอย่างดี แม้จะไม่มีป้ายภาษาอังกฤษมากนัก แต่เจ้าหน้าที่ภายในสถานีก็ช่วยให้เราเดินทางมาถึงสถานี Sportivnaya ได้อย่างไร้ปัญหา

 

หลังเดินพ้นสถานี เราได้พบกับอาคารสำหรับรับ FAN ID ด้านซ้ายมือทันที และหลังจากที่ต่อแถวเพียงไม่กี่นาที กระบวนการต่างๆ ก็เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว

 

 

เสียงกลองดังขึ้นเป็นระยะจากอาคารลักษณะโค้งที่สามารถจุผู้คนได้ 80,000 ชีวิต ซึ่งกำลังจะเต็มไปด้วยแฟนบอลที่เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกของประเทศรัสเซีย โดยเจ้าภาพจะลงสนามพบกับซาอุดีอาระเบีย

 

สิ่งที่เราพบกลับเหนือความคาดหมาย เพราะกลุ่มแฟนบอลที่เดินทางมาในครั้งนี้ มีทั้งเจ้าภาพรัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย โคลอมเบีย เม็กซิโก อาร์เจนตินา สเปน บราซิล และ อิหร่าน ที่ต่างเดินทางเข้ามาพร้อมกับเสียงเชียร์ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติของตนพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งที่แสดงความภาคภูมิใจที่ได้ผ่านเข้ามาแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้

 

 

“เราจะเป็นแชมป์โลก” เสียงที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงของแฟนบอลอาร์เจนตินา สเปน หรือ บราซิล ชาติทีมเต็งแชมป์ในปีนี้ แต่เป็นการกู่ร้องของแฟนบอลซาอุดีอาระเบียที่ดูจะคึกคักมากเป็นพิเศษ และใช้เวลาร้องเพลงเชียร์อยู่หน้าสนามเป็นเวลาหลายชั่วโมงติดต่อกัน

 

 

แต่เสียงเชียร์และบรรยากาศโดยรอบไม่ใช่การแสดงพลังแบบเย่อหยิ่งเหนือชาติอื่นๆ หรือชาติคู่แข่ง เพราะเมื่อใดก็ตามที่ชาติอื่นๆ เข้ามาขอถ่ายรูป พวกเขามักจะลงเอยด้วยการร้องเพลงเดียวกันเสมอ เป็นภาพน่าประทับใจที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตรของกลุ่มกองเชียร์ที่เดินทางมาในครั้งนี้เพื่อหวังให้ทีมประสบความสำเร็จ แต่ก็พร้อมจะร่วมสนุกไปกับบรรยากาศของมหกรรมฟุตบอลรายการที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

“ขอต้อนรับทุกคนตั้งแต่โคลอมเบีย เรารักพวกคุณ บราซิล พวกคุณสุดยอด อิหร่านพวกคุณสนุกมาก” เสียงของเจ้าหน้าในสนามดังขึ้นเชื้อเชิญแฟนบอลให้ทยอยเดินเข้าสนามตามประตูต่างๆ ก่อนที่เกมนัดแรกจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

 

 

ต้องยอมรับว่าบรรยากาศการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ รัสเซียสามารถทำได้อย่างดีเยี่ยม แม้จะมีกำแพงภาษาในบางครั้งอยู่บ้างก็ตาม เนื่องจากแฟนบอลทุกกลุ่มที่เราได้พูดคุยด้วยล้วนแล้วแต่ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ชอบความอบอุ่นจากเจ้าภาพในครั้งนี้ ที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี”

 

 

นับเป็นครั้งแรกที่เราได้สัมผัสบรรยากาศสนามการแข่งขันฟุตบอลที่เต็มไปด้วยแฟนบอลมากกว่า 2 ทีมที่ลงแข่งขัน และเชื่อว่านี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นตลอดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย เมื่อแฟนบอลจาก 32 ประเทศมารวมตัวกัน ณ ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

ก่อนจะจบบันทึกการเดินทางของ THE STANDARD ในวันที่ 2 พวกเราเก็บภาพบรรยากาศความประทับใจทั้งมิตรภาพของแฟนบอล และภาพแฟนบอลหน้าตาดีที่เดินทางมาร่วมมหกรรมครั้งนี้พร้อมกับพวกเรา หวังว่าจะช่วยสร้างความประทับใจให้กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย

 

 

The post World Cup Diary Day 2: Luzhniki Stadium กับบรรยากาศกองเชียร์จากหลายชาติที่อบอุ่นและเป็นกันเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-2-luzhniki-stadium/feed/ 0