ยุพาพิน วังวิวัฒน์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ยุพาพิน-วังวิวัฒน์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 13 May 2026 10:30:32 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 อ่านเกมธุรกิจกลุ่ม ‘กัลฟ์’ เพิ่มหุ้น ‘ไมเนอร์’ เข้าพอร์ต ปูทางสู่บริษัทโกบอล? ผู้บริหารแจงเป็นเพียงการลงทุนส่วนของ ‘สารัชถ์’ https://thestandard.co/gulf-mint-sarath-personal-investment/ Wed, 13 May 2026 10:30:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1206822 ภาพปกแสดงโลโก้ GULF และ MINT พร้อมข้อความ ‘อ่านเกมกลุ่ม กัลฟ์ เพิ่มหุ้น ไมเนอร์ เข้าพอร์ต ปูทางสู่บริษัทโกลบอล?’ และภาพยุพาพิน วังวิวัฒน์

ธุรกิจในกลุ่มเดียวกันกับ กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) หุ้ […]

The post อ่านเกมธุรกิจกลุ่ม ‘กัลฟ์’ เพิ่มหุ้น ‘ไมเนอร์’ เข้าพอร์ต ปูทางสู่บริษัทโกบอล? ผู้บริหารแจงเป็นเพียงการลงทุนส่วนของ ‘สารัชถ์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพปกแสดงโลโก้ GULF และ MINT พร้อมข้อความ ‘อ่านเกมกลุ่ม กัลฟ์ เพิ่มหุ้น ไมเนอร์ เข้าพอร์ต ปูทางสู่บริษัทโกลบอล?’ และภาพยุพาพิน วังวิวัฒน์

ธุรกิจในกลุ่มเดียวกันกับ กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) หุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปมากที่สุดอันดับ 4 ของไทย ด้วยมูลค่ากว่า 8.8 แสนล้านบาท มีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอีกครั้ง หลังปรากฎชื่อบริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) เข้าไปถือหุ้นไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT)

 

 
 

แม้ครั้งนี้จะไม่ใช่การเข้าไปถือหุ้นของ GULF โดยตรง อีกทั้งผู้บริหารก็ออกมายืนยันหนักแน่นว่า การเข้าไปถือหุ้น MINT ของ กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ ในครั้งนี้ เป็นพอร์ตลงทุนส่วนตัวของ สารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งของ GULF แต่นี่อาจจะกลายเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ที่ปูทางให้ GULF ขยายอาณาจักรธุรกิจออกไปสู่ระดับโลกอย่างที่เคยบริษัทตั้งความหวังไว้ก่อนหน้านี้

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน GULF อยู่ในธุรกิจโรงไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ปัจจุบันอาณาจักรของ GULF ขยายออกไปหลากหลายธุรกิจ ทั้งสื่อสารผ่านการเข้าไปถือหุ้น INTUCH ก่อนจะควบรวมเข้ามาอยู่ใน GULF เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งการลงทุนใน INTUCH ก็พ่วงมาด้วยการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน ADVANC เจ้าของแบรนด์ AIS ในสัดส่วน 40%

 

นอกจากนี้ GULF ยังเข้าไปลงทุนในธนาคารพาณิชย์ ไมว่าจะเป็นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ในสัดส่วน 9.99% ขณะที่ตัวของสารัชถ์เองก็เคยเข้าไปถือหุ้นธนาคารกรุงไทย (KTB)

 

อีกหนึ่งธุรกิจใหม่ที่ GULF กำลังมุ่งไปคือ Virtual Bank ในอุตสาหกรรมการเงิน ก่อนจะมาถึงการลงทุนใน MINT ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าท้ายที่สุดแล้วจะเป็นเพียงการลงทุนในชั่วระยะเวลาหนึ่งเหมือนกับ KTB หรือจะเห็นการทยอยถือหุ้นเพิ่มขึ้นแบบกรณีของ INTUCH และ ADVANC

 

GULF แจง ‘กัลฟ์ โฮลดิ้งส์’ เข้าถือหุ้น MINT เป็นพอร์ตลงทุนส่วนตัวของ ‘สารัชถ์’

 

จากข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 พบว่า บริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีรายชื่อเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 16 ในหุ้น MINT จำนวน 39.3 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 0.69% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของ GULF ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ว่า ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ว่า การเข้าลงทุนดังกล่าว เป็นพอร์ตการลงทุนส่วนตัวของ สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ถือหุ้นใหญ่ของ GULF ไม่ใช่การลงทุนของตัวบริษัท GULF แต่อย่างใด

 

ยุพาพิน อธิบายเพิ่มเติมว่า “กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ เป็นบริษัทส่วนตัวของคุณสารัชถ์ที่ตั้งขึ้นมาโดยถือหุ้นเองสัดส่วน 100% ซึ่งบริษัทดังกล่าวก็เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของ GULF ด้วยเช่นกัน การซื้อหุ้น MINT ในครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการทยอยซื้อสะสมเข้าพอร์ตส่วนตัว และขอยืนยันว่า ปัจจุบันทางบริษัทแม่ (GULF) ยังไม่มีแผนที่จะเข้าไปลงทุนหรือซื้อหุ้น MINT ในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มเติม”

 

วิเคราะห์ดีลลงทุนหุ้น MINT อาจปูทางธุรกิจสู่ระดับโลก

 

สุวัฒน์ สินสาฎก กรรมการผู้จัดการ บล. โกลเบล็ก เปิดเผยผ่านรายการ Morning Wealth ว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมากลุ่มของ GULF เข้าไปถือหุ้นในหลายบริษัท ไม่ว่าจะเป็น KBANK, KTB, ADVANC และล่าสุดคือ MINT

 

ถ้ามองในมุม synergy ทางธุรกิจโดยตรง อาจจะไม่ชัดเท่ากับการเข้าไปถือหุ้น ADVANC หรือ KBANK แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง โดยธุรกิจหลักของ MINT คือโรงแรมและร้านอาหาร กระจายอยู่ใน 57 ประเทศทั่วโลก คำถามคือส่วนนี้จะช่วยเสริมธุรกิจ GULF อย่างไร

 

ตอนนี้ GULF ควบคุม 2 ใน 4 ปัจจัยหลัก คือ พลังงานไฟฟ้าและการสื่อสาร ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของยุคเทคโนโลยี ขณะที่ MINT มี 2 ใน 4 ปัจจัยหลักของยุคเก่า คือ อาหารและที่อยู่อาศัย

 

“เมื่อมองไปข้างหน้าปัจจัยหลักไม่ว่าจะของยุคใหม่หรือยุคเก่าก็ยังคงเติบโตไปด้วยกัน ซึ่ง GULF จะสามารถใช้ MINT ในการขยายธุรกิจในระดับโลกได้ง่ายขึ้น แปลว่าสิ่งที่ GULF มีจะสามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจของ MINT ได้อย่างสมบูรณ์ และเปิดทางให้ GULF เติบโตออกจากประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ” สุวัฒน์กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม อีกมิติหน่ึงที่น่าสนใจคือ ถ้าดูกำไรของ GULF และ ADVANC จะค่อนข้างเติบโตแบบมีเสถียรภาพ แตกต่างจากแนวโน้มกำไรของ MINT จะแกว่งไปตามฤดูกาลและสถานการณ์โลก เพราะโรงแรมเป็นอุตสาหกรรมที่มีวัฏจักรและอ่อนไหวสูง ธุรกิจอาหารก็เช่นกัน ผันผวนสูง และการแข่งขันสูง แต่ก็แลกมาด้วยโอกาสเติบโตที่สูงกว่า ถ้าบริหารจัดการได้ดี

 

สมมติฐานที่ว่า GULF จะ synergy ธุรกิจกับ MINT จริงหรือไม่นั้น อาจยังไม่แน่นอน แต่เป็นการเข้าไปถือหุ้นเพื่อเรียนรู้โอกาสใหม่ในธุรกิจใหม่

 

ถือหุ้น KBANK รับปันผล – ลุ้นต่อยอดลูกค้า SME

 

สำหรับประเด็นการถือหุ้นใน KBANK นั้น ยุพาพินระบุว่า ปัจจุบันเป็นการถือเพื่อรับเงินปันผล (Dividend) ในระดับที่เหมาะสม และบริษัทไม่ได้มีแผนที่จะเข้าไปซื้อหุ้น KBANK เพิ่มเติม เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวมีข้อจำกัดและต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

 

ส่วนความคืบหน้าเรื่องการขอใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ที่ร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง KTB นั้น ยุพาพินระบุว่า ขณะนี้เป็นไปตามแผนที่วางไว้และน่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งสอดคล้องกับกรอบเวลาที่ ธปท. และกระทรวงการคลังกำหนด

 

นอกจากนี้ ในอนาคตอาจมีโอกาสเห็นการต่อยอดความร่วมมือ (Synergy) กับ KBANK ในการเป็นช่องทางแนะนำฐานลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ให้กับบริการสินเชื่อของ Virtual Bank ได้ เนื่องจาก KBANK มีฐานลูกค้า SME จำนวนมาก แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่ได้เข้าไปหารือพูดคุยในรายละเอียดเชิงลึกก็ตาม

 

โฟกัสธุรกิจพลังงานหมุนเวียนต่างประเทศ – ลุยขยาย Data Center

 

เมื่อสอบถามถึงทิศทางธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยุพาพิน เปิดเผยว่า GULF จะยังคงให้น้ำหนักและมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจพลังงานเป็นหลัก โดยเฉพาะ กลุ่มพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ทั้งโปรเจกต์ในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดบริษัทได้เดินหน้าจัดตั้งสำนักงานในกรุงลอนดอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมมองหาโอกาสการลงทุนโครงการใหม่ๆ ในประเทศอังกฤษและภูมิภาคยุโรป

 

ในขณะเดียวกัน บริษัทยังให้ความสำคัญกับการขยาย ธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศแบบขนานใหญ่ โดยได้มีการตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาเพื่อรองรับและขยายธุรกิจด้านนี้โดยเฉพาะ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเดินหน้าหาสถานที่ จัดเตรียมที่ดิน แหล่งน้ำ ระบบไฟฟ้า และเริ่มดำเนินการเซ็นสัญญาเพื่อหาลูกค้าแล้ว

The post อ่านเกมธุรกิจกลุ่ม ‘กัลฟ์’ เพิ่มหุ้น ‘ไมเนอร์’ เข้าพอร์ต ปูทางสู่บริษัทโกบอล? ผู้บริหารแจงเป็นเพียงการลงทุนส่วนของ ‘สารัชถ์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัลฟ์ฯ ประกาศกำไรจากการดำเนินงาน Q1/69 ‘สูงสุดเป็นประวัติการณ์’ ที่ 9,326 ล้านบาท พร้อมลุย โครงการพลังงานสะอาด Direct PPA-โซลาร์ฟาร์มชุมชน https://thestandard.co/gulf-energy-development-public-company-limited-glp-announced/ Fri, 08 May 2026 02:51:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1204970 กัลฟ์ฯ ประกาศกำไรจากการดำเนินงาน Q1/69 ‘สูงสุดเป็นประวัติการณ์’ ที่ 9,326 ล้านบาท พร้อมลุย โครงการพลังงานสะอาด Direct PPA-โซลาร์ฟาร์มชุมชน

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายง […]

The post กัลฟ์ฯ ประกาศกำไรจากการดำเนินงาน Q1/69 ‘สูงสุดเป็นประวัติการณ์’ ที่ 9,326 ล้านบาท พร้อมลุย โครงการพลังงานสะอาด Direct PPA-โซลาร์ฟาร์มชุมชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัลฟ์ฯ ประกาศกำไรจากการดำเนินงาน Q1/69 ‘สูงสุดเป็นประวัติการณ์’ ที่ 9,326 ล้านบาท พร้อมลุย โครงการพลังงานสะอาด Direct PPA-โซลาร์ฟาร์มชุมชน

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีรายได้รวม (Total Revenue) อยู่ที่ 39,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 9,326 ล้านบาท เติบโตถึง 43% แรงหนุนหลักจากธุรกิจพลังงานเติบโตแกร่ง

 

ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของกลุ่มบริษัทฯ มีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจพลังงาน ทั้งกลุ่มโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน มีรายละเอียด ดังนี้

 

  • ธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร Core Profit จากกลุ่ม GJP จำนวน 614 ล้านบาท เติบโต 251% เนื่องจากโครงการ IPP มีปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ โดยเฉพาะ GNS ที่มี Load Factor เฉลี่ยเพิ่มจาก 4% เป็น 32% ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP มีปริมาณการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ด้านโครงการ IPD (GSRC และ GPD) มีกำไรเพิ่มขึ้นจากปริมาณขายไฟฟ้าให้ กฟผ. เช่นกัน นอกจากนี้ โครงการ Jackson Generation ในสหรัฐอเมริกา รับรู้กำไร 208 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากค่า Capacity Payment ที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 270 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน
  • ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน มีการรับรู้ผลกำไรเต็มไตรมาสจากโครงการ Solar Farms และ Solar BESS ในประเทศที่เปิดดำเนินการเพิ่มเติม 7 โครงการ ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมแม่โขงในเวียดนาม ได้บรรลุข้อตกลงอัตราค่าไฟใหม่และบันทึกรายได้ย้อนหลัง 636 ล้านบาท ส่วนโครงการพลังงานลม BKR2 ในเยอรมนี รับรู้กำไรเพิ่มขึ้น 79% เป็น 381 ล้านบาท จากความเร็วลมที่เพิ่มขึ้น และโรงไฟฟ้าชีวมวล GCG พลิกกลับมามีกำไร 50 ล้านบาท แม้จะถูกชดเชยด้วยส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงจากกลุ่ม Gulf Gunkul ก็ตาม
  • ธุรกิจทรัพยากร ซึ่งธุรกิจจัดหาและขนส่งก๊าซธรรมชาติภายใต้ GLNG และ HKH มีผลกำไร 204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140% จากปริมาณการนำเข้า LNG ที่เพิ่มขึ้นและการดำเนินกลยุทธ์ LNG Optimization แม้โครงการ PTT NGD จะมีกำไรลดลงจากผลขาดทุนสัญญาอนุพันธ์ก็ตาม

 

ในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร Core Profit จาก AIS จำนวน 4,461 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% โดยมีสาเหตุหลักจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของ AIS จากการเพิ่มขึ้นของ ARPU ทั้งจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือและ Fixed Broadband ประกอบกับต้นทุนโครงข่ายที่ลดลง

 

อีกทั้งไตรมาส 1/2569 นี้ GULF มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 16,134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 9,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% ทางด้านฐานะการเงิน บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 820,652 ล้านบาท หนี้สินรวม 442,532 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 378,120 ล้านบาท โดยอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.91 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการออกหุ้นกู้

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน GULF เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงเป้าการเติบโตของรายได้ปี 2569 ที่ประมาณ 10-15% จากการทยอยรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตใหม่รวมประมาณ 700 เมกะวัตต์

 

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อน และค่า Capacity Payment ของ Jackson Generation ที่จะปรับขึ้นเป็น 329 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน นอกจากนี้ จะมีการรับรู้ผลกำไรจากการจำหน่ายหุ้นโครงการปากลายให้ J-Power ประมาณ 1,900 ล้านบาท และรายได้เงินปันผลจาก KBANK อีกประมาณ 2,800 ล้านบาท

 

ในระยะยาว GULF มีแผนพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด ทั้ง Direct PPA และโซลาร์ฟาร์มชุมชน รวมถึงขยายฐานการลงทุนในยุโรปผ่านการตั้งสำนักงาน ณ กรุงลอนดอน

 

กัลฟ์ฯ ประกาศกำไรจากการดำเนินงาน Q1/69 ‘สูงสุดเป็นประวัติการณ์’ ที่ 9,326 ล้านบาท พร้อมลุย โครงการพลังงานสะอาด Direct PPA-โซลาร์ฟาร์มชุมชน 1

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน GULF

 

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ มุ่งต่อยอดธุรกิจดิจิทัล โดยตั้งเป้าพัฒนา Data Center ระดับ Hyperscale มากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ภายใน 3-5 ปี ควบคู่กับการให้บริการระบบคลาวด์และเทคโนโลยี AI ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก ทั้ง Oracle, Google, Microsoft, Kore.ai และ Agibot เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล

The post กัลฟ์ฯ ประกาศกำไรจากการดำเนินงาน Q1/69 ‘สูงสุดเป็นประวัติการณ์’ ที่ 9,326 ล้านบาท พร้อมลุย โครงการพลังงานสะอาด Direct PPA-โซลาร์ฟาร์มชุมชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF จับมือ ปตท. ทุ่ม 6 หมื่นล้านบาท เดินหน้าลงทุนโครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 พร้อมสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติ คาดเสร็จใน 1Q72 https://thestandard.co/gulf-ptt-invest-60000m-map-ta-phut-phase3/ Wed, 25 Jun 2025 06:13:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1088915 ยุพาพิน วังวิวัฒน์ CFO GULF ประกาศร่วมลงทุนพัฒนาโครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ร่วมกับ ปตท.

วานนี้ (24 มิถุนายน) ยุพาพิน วังวิวัฒน์  ประธานเจ้ […]

The post GULF จับมือ ปตท. ทุ่ม 6 หมื่นล้านบาท เดินหน้าลงทุนโครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 พร้อมสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติ คาดเสร็จใน 1Q72 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุพาพิน วังวิวัฒน์ CFO GULF ประกาศร่วมลงทุนพัฒนาโครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ร่วมกับ ปตท.

วานนี้ (24 มิถุนายน) ยุพาพิน วังวิวัฒน์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกได้วางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) 

 

โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก (อีสเทิร์นซีบอร์ด) ให้มีโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยมีโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่(เฟส) 3 (โครงการมาบตาพุด) เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของแผนพัฒนา EEC ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและความจุในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ 

 

ทั้งนี้ บริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินัล จำกัด (GMTP) ได้จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงการมาบตาพุดดังกล่าว โดยเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง  และบริษัทในเครือ บมจ.ปตท.หรือ PTT คือ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด  ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 70 และ 30 ตามลำดับ โดย GMTP ได้ลงนามในสัญญาร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership) กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เป็นระยะเวลา 35 ปี เพื่อดำเนินโครงการมาบตาพุด 

 

โดยโครงการดังกล่าวประกอบไปด้วยงานถมทะเลในพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ และงานพัฒนาท่าเทียบเรือก๊าซและสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Terminal) บนพื้นที่ถมทะเลประมาณ 200 ไร่ โดยในส่วนของงานถมทะเลนั้น GMTP ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 และถมทะเลแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยในเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา 

 

 

ภาพ: ยุพาพิน วังวิวัฒน์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF

 

บริษัทฯ ขอแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ GMTP ได้มีมติอนุมัติให้โครงการเริ่มดำเนินการพัฒนาท่าเทียบเรือก๊าซและสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว ภายใต้วงเงินลงทุนประมาณไม่เกิน 60,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 และเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาสที่ 1/2572 โดยสถานีดังกล่าวถือเป็นสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวแห่งที่ 3 ของประเทศไทย ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ และช่วยรองรับความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นในภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิตไฟฟ้า 

 

นอกจากนี้ การลงทุนในโครงการมาบตาพุดยังเป็นการต่อยอดธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ให้เชื่อมโยงอย่างครบวงจรระหว่างธุรกิจผลิตไฟฟ้าและธุรกิจนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักคือผู้ได้รับใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติในประเทศ ซึ่งรวมถึงบริษัทในกลุ่ม ได้แก่ บริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (HKH) และบริษัท กัลฟ์ แอลเอ็นจี จำกัด (GLNG) ที่มีแนวโน้มการนำเข้า LNG ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าภายใต้กลุ่มบริษัทฯ

 

ทั้งนี้ ธุรกิจสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเป็นธุรกิจที่ได้รับการควบคุมโดยภาครัฐ (Regulated Business) เพื่อให้ ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกิจการ และได้รับรายได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับแผนการพัฒนาของภาครัฐ โดยรายได้ของโครงการจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 

 

1.ค่าบริการส่วนของต้นทุนคงที่ (Demand Charge) ซึ่งจะสะท้อนเงินลงทุน ค่าใช้จ่าย และผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปต้นทุน 

 

และ 2.ค่าบริการส่วนของต้นทุนแปรผัน (Commodity Charge) ซึ่งคำนวณจากค่าใช้จ่ายในส่วนที่เป็นต้นทุนแปรผันในการให้บริการ (Variable Cost) ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่แปรผันโดยตรงตามปริมาณการแปรสภาพก๊าซธรรมชาติเหลวเป็นก๊าซ ซึ่งต้นทุนทั้งหมดจะถูกส่งผ่าน (Passed Through) ไปยังลูกค้าที่มาใช้บริการโครงการ ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการดังกล่าว บริษัทฯ จะแจ้งรายละเอียดให้ทราบต่อไป

The post GULF จับมือ ปตท. ทุ่ม 6 หมื่นล้านบาท เดินหน้าลงทุนโครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 พร้อมสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติ คาดเสร็จใน 1Q72 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สารัชถ์’ ประกาศรับซื้อหุ้น GULF ที่ราคา 56.50 บาท ระหว่างวันที่ 17-30 ต.ค. นี้ ต่ำกว่าราคากระดาน จากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านดีลควบรวมกับ INTUCH https://thestandard.co/sarath-gulf-intuch-merger-opposition/ Thu, 10 Oct 2024 02:19:52 +0000 https://thestandard.co/?p=994069 สารัชถ์

ราคาหุ้น บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ วานนี้ (9 […]

The post ‘สารัชถ์’ ประกาศรับซื้อหุ้น GULF ที่ราคา 56.50 บาท ระหว่างวันที่ 17-30 ต.ค. นี้ ต่ำกว่าราคากระดาน จากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านดีลควบรวมกับ INTUCH appeared first on THE STANDARD.

]]>
สารัชถ์

ราคาหุ้น บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ วานนี้ (9 ตุลาคม) เปิดการซื้อ-ขายที่ระดับ 58.50 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาต่ำสุดของวัน โดยช่วงระหว่างการซื้อ-ขายของวันราคาบวกขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 62.25 บาท ก่อนจะมาปิดการซื้อ-ขายที่ 61.75 บาท บวก 3.25 บาท หรือ 5.56% จากราคาปิดวันก่อนหน้า หลังจาก สารัชถ์ รัตนาวะดี ประกาศรับซื้อหุ้น GULF จากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านดีลควบรวมกับ INTUCH 

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตามที่ GULF ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 เกี่ยวกับการจัดให้มีผู้รับซื้อหุ้นของบริษัท จากผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนคัดค้านธุรกรรมการควบบริษัทระหว่าง บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ และ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ หรือ INTUCH ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2567 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 


 

บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ถือหุ้นใหญ่ของ GULF ได้แสดงความประสงค์ที่จะเป็นผู้รับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้าน และจะดำเนินการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านในระหว่างวันที่ 17-30 ตุลาคม 2567 จากเดิมที่กำหนดไว้ในเบื้องต้นว่า จะดำเนินการในช่วงไตรมาส 1/68 เนื่องจากผู้รับซื้อหุ้นมีความพร้อมในการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้าน และการเปลี่ยนแปลงกำหนดการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านในครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกรรมการควบบริษัทตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

 

โดยผู้รับซื้อหุ้นจะรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านในราคา 56.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาปิดหุ้นของบริษัทที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 2 ตุลาคม 2567

 

ทั้งนี้ ราคาหุ้น GULF ที่สารัชถ์ประกาศรับซื้อดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าราคาซื้อ-ขายบนกระดานที่ปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 61.75 บาท

 

โดยภายหลังการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF ระบุว่า หากการควบรวมกับ INTUCH แล้วเสร็จ จะทำให้บริษัทใหม่ (NewCo) เป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Company) ที่แข็งแกร่ง ประกอบด้วยธุรกิจพลังงาน, สื่อสาร, Data Center และท่าเรือ

 

อย่างไรก็ดี สัดส่วนรายได้หลักของ NewCo จะยังคงเป็นพลังงานประมาณ 80% แต่สัดส่วนรายได้ดังกล่าวจะค่อยๆ ลดลงมาเหลือประมาณ 50-60% จากการเพิ่มขึ้นของธุรกิจสื่อสารที่เข้ามาผ่าน AIS

 

โดยการลงทุนในช่วง 3 ปีข้างหน้า GULF จะยังต้องลงทุนต่อเนื่องในระดับแสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะยังเป็นธุรกิจพลังงาน จากปัจจุบันที่บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วกว่า 1.4 หมื่นเมกะวัตต์

 

ทั้งนี้ การควบรวมคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/68 และคาดว่าหุ้นใหม่ที่เกิดจากการควบรวมน่าจะเข้าซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงต้นเดือนเมษายน 2568

The post ‘สารัชถ์’ ประกาศรับซื้อหุ้น GULF ที่ราคา 56.50 บาท ระหว่างวันที่ 17-30 ต.ค. นี้ ต่ำกว่าราคากระดาน จากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านดีลควบรวมกับ INTUCH appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น EA ดิ่งแรงกว่า 7% หลัง BTS ชี้แจง ไม่มีแผนลงทุนใน ‘ไทย สมายล์ บัส’ ส่วน GULF ไร้แผนเทกโอเวอร์ EA https://thestandard.co/ea-stocks-fell-bts-thai-smile-bus/ Fri, 26 Jul 2024 08:41:52 +0000 https://thestandard.co/?p=963308

ราคาหุ้น EA วันนี้ (26 กรกฎาคม) เปิดการซื้อ-ขาย ที่ระดั […]

The post หุ้น EA ดิ่งแรงกว่า 7% หลัง BTS ชี้แจง ไม่มีแผนลงทุนใน ‘ไทย สมายล์ บัส’ ส่วน GULF ไร้แผนเทกโอเวอร์ EA appeared first on THE STANDARD.

]]>

ราคาหุ้น EA วันนี้ (26 กรกฎาคม) เปิดการซื้อ-ขาย ที่ระดับ 4.20 บาท ติดลบ 0.94% โดยระหว่างการซื้อ-ขายร่วงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 3.94 บาท ติดลบกว่า 7% ส่วนราคาสูงสุดอยู่ที่ 4.32 บาท บวก 1.89% จากราคาปิดวันก่อนหน้า หลังจากที่ทั้ง GULF กับ BTS ออกมาปฏิเสธข่าวลือว่าไม่มีแผนจะลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ EA

 

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากรณีก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลืออย่างต่อเนื่องในตลาดทุนว่า บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF มีแผนจะเข้าซื้อหุ้นเทกโอเวอร์ บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA เนื่องจาก EA กำลังประสบปัญหาสภาพคล่อง

 

อีกทั้งยังมีกระแสข่าวลือว่า บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ หรือ BTS จะซื้อหุ้นบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ EA 

 

ก่อนหน้านี้ กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ออกมาชี้แจงว่า กระแสข่าวที่ EA อยู่ระหว่างเจรจาขายหุ้น บริษัท ไทย สมายล์ บัส ให้กับกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ว่า ข่าวดังกล่าวไม่น่าเป็นไปได้ เพราะตนเองในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TSB ซึ่งถืออยู่ 51% ยังไม่ได้รับข้อมูลเรื่องนี้ ร่วมกับ บล.บียอนด์ (BYD) ซึ่งถือหุ้นอยู่ 49% ก็ไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าวเช่นกัน

 

GULF ไร้แผนลงทุนใน บจ.อื่น ขอเดินหน้าควบ INTUCH ให้เสร็จตามแผน

 

ล่าสุดวันนี้ (26 กรกฎาคม) ยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของ GULF แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ชี้แจงจากกระแสข่าวว่า GULF พิจารณาเข้าลงทุนในบริษัทจดทะเบียน (บจ.) อื่น นอกเหนือจากที่ได้แจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบถึงธุรกรรมควบรวมกิจการระหว่างบริษัทและ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ หรือ INTUCH เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 ไปแล้วนั้น

 

ขอชี้แจงว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการควบรวมเพื่อให้สำเร็จตามแผน ซึ่งมีหลายขั้นตอนตามที่บริษัทต้องดำเนินการ ดังนั้นบริษัทจึงไม่มีการพิจารณาการลงทุนในบริษัทอื่นใดเพิ่มเติมตามที่ปรากฏในข่าว

 

ทั้งนี้ บริษัทมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาลงทุนที่รอบคอบและระมัดระวัง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทและผู้ถือหุ้นของบริษัททั้งหมดเป็นสำคัญ

 

BTS ยันไม่มีแผนลงทุน ‘ไทย สมายล์ บัส’ 

 

ด้าน คงชิเคือง กรรมการบริหารและรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BTS แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเกี่ยวกับความสนใจเข้าลงทุนในธุรกิจรถโดยสารประจำทางพลังงานไฟฟ้าไทย สมายล์ บัสนั้น บริษัทขอเรียนชี้แจงว่า กลุ่มบริษัทไม่มีแผนหรือความสนใจในการเข้าลงทุนในธุรกิจดังกล่าวแต่อย่างใด

The post หุ้น EA ดิ่งแรงกว่า 7% หลัง BTS ชี้แจง ไม่มีแผนลงทุนใน ‘ไทย สมายล์ บัส’ ส่วน GULF ไร้แผนเทกโอเวอร์ EA appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ล้วงแผน GULF ควบรวม INTUCH ปูทางสู่ธุรกิจ Tech | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-23072024-3/ Tue, 23 Jul 2024 06:00:21 +0000 https://thestandard.co/?p=961465 GULF INTUCH

ล้วงแผน GULF ควบรวม INTUCH ปูทางสู่ธุรกิจเทค พูดคุยกับ […]

The post ชมคลิป: ล้วงแผน GULF ควบรวม INTUCH ปูทางสู่ธุรกิจ Tech | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF INTUCH

ล้วงแผน GULF ควบรวม INTUCH ปูทางสู่ธุรกิจเทค พูดคุยกับ ยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ล้วงแผน GULF ควบรวม INTUCH ปูทางสู่ธุรกิจ Tech | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เดโมแครตผลัดใบ ‘ไบเดน’ ส่งไม้ต่อ ‘แฮร์ริส’ ชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ | Morning Wealth 23 ก.ค. 2567 https://thestandard.co/morning-wealth-23072024/ Tue, 23 Jul 2024 02:37:39 +0000 https://thestandard.co/?p=961325

ตามติดสถานการณ์พรรคเดโมแครตผลัดใบ หลัง โจ ไบเดน ยกธงขาว […]

The post ชมคลิป: เดโมแครตผลัดใบ ‘ไบเดน’ ส่งไม้ต่อ ‘แฮร์ริส’ ชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ | Morning Wealth 23 ก.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตามติดสถานการณ์พรรคเดโมแครตผลัดใบ หลัง โจ ไบเดน ยกธงขาวถอนตัว และส่งไม้ต่อให้ คามาลา แฮร์ริส ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะส่งผลต่อนโยบายเศรษฐกิจและภาพการลงทุนอย่างไร

 

ล้วงแผน GULF ควบรวม INTUCH ปูทางสู่ธุรกิจ Tech พูดคุยกับ ยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF

 

อัปเดตการลงทุน พูดคุยกับ สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: เดโมแครตผลัดใบ ‘ไบเดน’ ส่งไม้ต่อ ‘แฮร์ริส’ ชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ | Morning Wealth 23 ก.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘กัลฟ์’ ลุยโรงไฟฟ้าขยะ ร่วมทุนทำ 10 โครงการ มูลค่ารวม 1.5 หมื่นล้านบาท พร้อมคว้าสัญญาขายไฟให้ กฟภ. ยาว 20 ปี https://thestandard.co/gulf-waste-to-energy-power-plant/ Tue, 12 Mar 2024 08:51:59 +0000 https://thestandard.co/?p=910149

GULF ร่วมทุน BWG-ETC รุกลงทุนโรงไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรมจำ […]

The post ‘กัลฟ์’ ลุยโรงไฟฟ้าขยะ ร่วมทุนทำ 10 โครงการ มูลค่ารวม 1.5 หมื่นล้านบาท พร้อมคว้าสัญญาขายไฟให้ กฟภ. ยาว 20 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

GULF ร่วมทุน BWG-ETC รุกลงทุนโรงไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรมจำนวน 10 โครงการ มูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2569 พร้อมให้ BWG จัดหาเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรม 3 โครงการ มูลค่ารวม 2,600 ล้านบาท

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่าบริษัทตระหนักถึงความสำคัญตามนโยบายที่รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายของประเทศในการเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2593 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2608 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) จึงได้มีมติเห็นชอบหลักการการรับซื้อไฟฟ้าและอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรมในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ตามแผนการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยปี 2561-2580

 

โดยได้ร่วมมือกับบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ซึ่งมีประสบการณ์มามากกว่า 20 ปี ในด้านการจัดการคัดแยกและฝังกลบขยะอุตสาหกรรม รวมถึงการแปรรูปขยะอุตสาหกรรมที่ไม่เป็นของเสียอันตรายเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตไฟฟ้า (SRF) และบริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC ซึ่งเป็นผู้มีความชำนาญในการผลิตไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรมและขยะชุมชนที่มีมาตรฐานสูง

 

ทั้ง 3 ฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม และโครงการโรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ซึ่งเป็นการต่อยอดทั้งในด้านพลังงาน อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจอย่างครบถ้วน

 

โดยเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา บริษัท กัลฟ์ เวสท์ ทูเอ็นเนอร์จี โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือ GWTE ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ GULF ถือหุ้น 100% ได้ลงนามในสัญญาผู้ถือหุ้นกับ ETC เพื่อร่วมพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม นอกจากนี้ GWTE ยังได้ลงนามในสัญญาผู้ถือหุ้นกับ BWG เพื่อร่วมพัฒนาโครงการโรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรม โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

1. GWTE ได้ร่วมลงนามสัญญาผู้ถือหุ้นกับ ETC เพื่อเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 50% ของบริษัท เก็ท กรีนพาวเวอร์ จำกัด หรือ GGP ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมจำนวน 10 โครงการ และได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นระยะเวลา 20 ปีไปเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 8 เมกะวัตต์ต่อโครงการ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาทั้งสิ้นจำนวน 80 เมกะวัตต์ และมีมูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้นประมาณ 15,000 ล้านบาท โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2569

 

นอกจากนี้ GWTE ETC และบริษัท เวสท์เทค เอ็กซ์โพเนนเชียล จำกัด หรือ WTX ซึ่งเป็นบริษัทย่อยภายใต้กลุ่มบริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MILL ได้ลงนามสัญญาผู้ถือหุ้นเพื่อให้ ETC เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม 2 โครงการ ภายใต้บริษัท ซันเทค อินโนเวชั่น พาวเวอร์ จำกัด หรือ SIP ด้วยการซื้อหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งปัจจุบัน GWTE และ WTX ถือหุ้นอยู่ 51% และ 49% ตามลำดับ

 

โดยภายหลังจากการเพิ่มทุนดังกล่าวแล้ว จะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นใน SIP ของ GWTE WTX และ ETC อยู่ที่ 34% และ 33% ตามลำดับ ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมทั้ง 2 โครงการภายใต้ SIP มีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 16 เมกะวัตต์ ซึ่งได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟภ. เป็นระยะเวลา 20 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566

 

2. สัญญาระหว่าง GWTE และ BWG ได้ลงนามสัญญาผู้ถือหุ้นเพื่อเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 50% ของบริษัท เซอร์คูล่าร์ แคมป์ จำกัด หรือ CC ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการโรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรมจำนวน 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้นประมาณ 2,600 ล้านบาท และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2568 โดย CC จะเป็นผู้จัดหาเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรมเพื่อส่งให้โรงไฟฟ้าในกลุ่ม GWTE ใช้ในการผลิตไฟฟ้าต่อไป

 

ทั้งนี้ ภายหลังจากการดำเนินธุรกรรมดังกล่าวข้างต้น กลุ่มบริษัทจะมีโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟภ. ภายใต้รูปแบบ Feed-in-Tariff (FiT) เป็นจำนวนทั้งสิ้น 12 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 96 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2569 และมีโครงการโรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรม (SRF) จำนวน 3 โครงการ ซึ่งมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2568 ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมในการพัฒนาโครงการ บริษัทจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบต่อไป

The post ‘กัลฟ์’ ลุยโรงไฟฟ้าขยะ ร่วมทุนทำ 10 โครงการ มูลค่ารวม 1.5 หมื่นล้านบาท พร้อมคว้าสัญญาขายไฟให้ กฟภ. ยาว 20 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF คว้าสัญญาขายไฟฟ้า Solar Farms จำนวน 12 โครงการ ขนาดกำลังผลิตรวม 649.31 เมกะวัตต์ ให้ กฟผ. ยาว 25 ปี https://thestandard.co/gulf-solar-farms/ Wed, 18 Oct 2023 10:19:23 +0000 https://thestandard.co/?p=856085 GULF

กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ เซ็นสัญญาขายไฟฟ้า Solar Farms พร้อมร […]

The post GULF คว้าสัญญาขายไฟฟ้า Solar Farms จำนวน 12 โครงการ ขนาดกำลังผลิตรวม 649.31 เมกะวัตต์ ให้ กฟผ. ยาว 25 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF

กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ เซ็นสัญญาขายไฟฟ้า Solar Farms พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน รวม 12 โครงการ ขายไฟฟ้าให้ กฟผ. สัญญาระยะยาว 25 ปี กำลังผลิตไฟฟ้ารวม 649.31 เมกะวัตต์ ได้กำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ปี 2567-2568 พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพอร์ตโรงไฟฟ้า มีพลังงานหมุนเวียนให้ไม่ต่ำกว่าสัดส่วน 40% ภายในปี 2578

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเพื่อลดอัตราค่าไฟฟ้าและมุ่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ดำเนินการประกาศรับซื้อไฟฟ้าตามระเบียบว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565-2573

 

สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง ซึ่งกลุ่มบริษัท GULF ได้ยื่นข้อเสนอตามระเบียบว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนดังกล่าว และได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนนั้น

 

โดยเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 กลุ่มบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมผ่านบริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด ในสัดส่วน 100% ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นระยะเวลา 25 ปี เพื่อพัฒนาและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farms) และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Solar Farms with Battery Energy Storage Systems) จำนวนรวม 12 โครงการ มีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 649.31 เมกะวัตต์ และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2567-2568 ซึ่งโครงการทั้งหมดดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้

 

GULF

 

สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farms) และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Solar Farms with Battery Energy Storage Systems) มีอัตราจำหน่ายไฟฟ้าในรูปแบบ FiT ที่ 2.1679 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง และ 2.8331 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ตามลำดับ ตลอดอายุสัญญา ซึ่งการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการฯ จะช่วยลดความผันผวนจากราคาเชื้อเพลิง และช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมให้ได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่ต่ำตลอดอายุสัญญา เนื่องจากโครงการฯ มีต้นทุนผลิตไฟฟ้าที่ต่ำกว่าราคาค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในปัจจุบัน

 

ทั้งนี้ การพัฒนาโครงการดังกล่าวข้างต้นเป็นไปตามแผนของบริษัทฯ ที่จะมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้ไม่ต่ำกว่า 40% ภายในปี 2578 โดยในอนาคตจะทยอยลงนามสัญญาเพิ่มเติม สำหรับโครงการที่มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2569-2573 ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมในการพัฒนาโครงการฯ บริษัทฯ จะแจ้งรายละเอียดให้ทราบต่อไป

The post GULF คว้าสัญญาขายไฟฟ้า Solar Farms จำนวน 12 โครงการ ขนาดกำลังผลิตรวม 649.31 เมกะวัตต์ ให้ กฟผ. ยาว 25 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF เดินเครื่อง ‘โรงไฟฟ้ากัลฟ์ พีดี’ หน่วยที่ 2 กำลังผลิต 662.5 เมกะวัตต์ เริ่มจ่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. วันที่ 1 ต.ค. นี้ ยาวต่อเนื่อง 25 ปี https://thestandard.co/gulf-power-plant-662-5-mw/ Mon, 02 Oct 2023 06:44:33 +0000 https://thestandard.co/?p=849286 โรงไฟฟ้า กัลฟ์ พีดี

‘กัลฟ์’ แจ้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ‘กัลฟ์ พีดี’ เริ่ม […]

The post GULF เดินเครื่อง ‘โรงไฟฟ้ากัลฟ์ พีดี’ หน่วยที่ 2 กำลังผลิต 662.5 เมกะวัตต์ เริ่มจ่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. วันที่ 1 ต.ค. นี้ ยาวต่อเนื่อง 25 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงไฟฟ้า กัลฟ์ พีดี

‘กัลฟ์’ แจ้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ‘กัลฟ์ พีดี’ เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์หน่วยผลิตที่ 2 แล้ว กำลังผลิต 662.5 เมกะวัตต์ และจ่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. แล้ว ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 25 ปี

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2566 บริษัท กัลฟ์ พีดี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย และเป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ พีดี (GPD) ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์หน่วยผลิตที่ 2 ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 662.5 เมกะวัตต์ โดยจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นที่เรียบร้อยตามกำหนด

 

สำหรับโครงการ GPD เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined-Cycle Gas Turbine) ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง มีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 2,650.0 เมกะวัตต์ (แบ่งเป็น 4 หน่วยผลิต หน่วยผลิตละ 662.5 เมกะวัตต์) ตั้งอยู่ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ปลวกแดง) อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. เป็นระยะเวลา 25 ปี

 

ทั้งนี้ หน่วยผลิตที่ 1 ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2566 ในขณะที่หน่วยผลิตที่ 3-4 มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมีนาคม 2567 และตุลาคม 2567 ตามลำดับ

The post GULF เดินเครื่อง ‘โรงไฟฟ้ากัลฟ์ พีดี’ หน่วยที่ 2 กำลังผลิต 662.5 เมกะวัตต์ เริ่มจ่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. วันที่ 1 ต.ค. นี้ ยาวต่อเนื่อง 25 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF เทขายหุ้น Binance.US ผู้ทำธุรกิจศูนย์ซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ให้บริษัทของ สารัชถ์ รัตนาวะดี ราคา 20 ล้านดอลลาร์ https://thestandard.co/gulf-sells-binance-us-shares/ Thu, 08 Jun 2023 04:39:04 +0000 https://thestandard.co/?p=800622

GULF แจ้งขายหุ้น Binance.US ผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อ-ขา […]

The post GULF เทขายหุ้น Binance.US ผู้ทำธุรกิจศูนย์ซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ให้บริษัทของ สารัชถ์ รัตนาวะดี ราคา 20 ล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

GULF แจ้งขายหุ้น Binance.US ผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ให้ GIIL นิติบุคคลของ สารัชถ์ รัตนาวะดี ในราคาต้นทุนที่ 20 ล้านดอลลาร์ ยืนยันไม่กระทบต่อการดำเนินงานและงบการเงินบริษัท

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF แจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้ Gulf International Investment (Hong Kong) Limited (Gulf HK) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย จำหน่ายหุ้นบุริมสิทธิทั้งหมดที่ถือใน BAM Management US Holdings Inc. (Binance US) ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อ-ขายสินทรัพย์ ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) ในสหรัฐอเมริกา ภายใต้ชื่อ Binance.US ให้แก่ Gulf International Investment Limited (GIIL) ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ สารัชถ์ รัตนาวะดี ซึ่งเป็นผู้บริหาร กรรมการ และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ถือหุ้นทางอ้อม ในสัดส่วน 100% โดยมีมูลค่าการซื้อ-ขายรวมทั้งสิ้นประมาณ 20 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเท่ากับต้นทุนที่ Gulf HK ได้เข้าลงทุนใน Binance.US

 

ดังนั้นการทำธุรกรรมดังกล่าวจึงไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและงบการเงินของบริษัท

The post GULF เทขายหุ้น Binance.US ผู้ทำธุรกิจศูนย์ซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ให้บริษัทของ สารัชถ์ รัตนาวะดี ราคา 20 ล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘GULF’ ปิดดีลขายเกลี้ยงหุ้นกู้-Green Bond 2 หมื่นล้าน เผยสถาบัน-รายใหญ่จองล้น 2 เท่า เตรียมนำเงินใช้คืนหนี้-ขยายธุรกิจ https://thestandard.co/gulf-green-bond-deal/ Thu, 30 Mar 2023 09:06:53 +0000 https://thestandard.co/?p=770806 GULF

‘กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี’ แจ้งผลการขายหุ้น ควบ Green Bond วงเ […]

The post ‘GULF’ ปิดดีลขายเกลี้ยงหุ้นกู้-Green Bond 2 หมื่นล้าน เผยสถาบัน-รายใหญ่จองล้น 2 เท่า เตรียมนำเงินใช้คืนหนี้-ขยายธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF

‘กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี’ แจ้งผลการขายหุ้น ควบ Green Bond วงเงินรวม 2 หมื่นล้านบาท หมดทั้งจำนวนเสนอขายเฉพาะ ‘ผู้ลงทุนสถาบัน-ผู้ลงทุนรายใหญ่’ ให้ดอกเบี้ย 2.85-3.92% นำเงินลงทุนขยายธุรกิจ รวมถึงใช้หนี้สถาบันการเงิน

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 บริษัทได้ออกหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีประกัน มูลค่ารวมทั้งสิ้น 2 หมื่นล้านบาท โดยเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน (Institutional Investors) และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) ซึ่งการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ได้รับผลตอบรับจากผู้ลงทุนอย่างมาก 

 

โดยภายหลังจากการสำรวจความต้องการซื้อตราสารหนี้ (Book Building) มีผู้ลงทุนแสดงความสนใจลงทุนในหุ้นกู้มูลค่าเกินกว่า 2 เท่าของมูลค่าการเสนอขายทั้งหมด (Oversubscription)

 

สำหรับหุ้นกู้ที่บริษัทเสนอขายในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 5 ชุด ดังนี้

  • หุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.85% ต่อปี มูลค่า 4.1 พันล้านบาท
  • หุ้นกู้อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี มูลค่า 4.4 พันล้านบาท 
  • หุ้นกู้อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.20% ต่อปี มูลค่า 4.5 พันล้านบาท
  • หุ้นกู้อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.59% ต่อปี มูลค่า 3.5 พันล้านบาท
  • หุ้นกู้อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.92% ต่อปี มูลค่า 3.5 พันล้านบาท 

 

โดยเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ยคงที่ของหุ้นกู้ดังกล่าวเท่ากับ 3.28% และอายุเฉลี่ยหุ้นกู้เท่ากับ 5.6 ปี ซึ่งหุ้นกู้อายุ 5 ปี และ 7 ปี จำนวนรวม 8 พันล้านบาทได้เสนอขายเป็นหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ขณะที่บริษัทมีแผนที่จะนำเงินจากการเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวไปใช้ในการชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายธุรกิจของบริษัท

 

สำหรับครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ GULF ได้ออกเสนอขาย Green Bond โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ไปใช้ในการชำระคืนเงินลงทุนในโครงการ Borkum Riffgrund 2 ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเลในประเทศเยอรมนี โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก จนบริษัทต้องเพิ่มมูลค่าเสนอขายเป็น 8 พันล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 5 พันล้านบาท 

 

ทั้งนี้บริษัทได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ ‘A+’ แนวโน้ม ‘คงที่’ และหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับในระดับ ‘A’ จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด โดยบริษัทได้แต่งตั้งให้ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารทหารไทยธนชาต, ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั่วไป

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ‘GULF’ ปิดดีลขายเกลี้ยงหุ้นกู้-Green Bond 2 หมื่นล้าน เผยสถาบัน-รายใหญ่จองล้น 2 เท่า เตรียมนำเงินใช้คืนหนี้-ขยายธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘GULF’ แจ้งโรงไฟฟ้าร่วมทุนพลังน้ำ Pak Lay ในลาว เซ็นสัญญาขายไฟฟ้าระยะยาว 29 ปีให้ กฟผ. ดันราคาหุ้นบวก 1% สวนตลาดหุ้น https://thestandard.co/gulf-hydroelectric-power-plant-laos/ Mon, 20 Mar 2023 04:22:57 +0000 https://thestandard.co/?p=765496 กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ

‘กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ’ ประกาศเซ็นสัญญาขายไฟฟ้าโครงการร่วม […]

The post ‘GULF’ แจ้งโรงไฟฟ้าร่วมทุนพลังน้ำ Pak Lay ในลาว เซ็นสัญญาขายไฟฟ้าระยะยาว 29 ปีให้ กฟผ. ดันราคาหุ้นบวก 1% สวนตลาดหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ

‘กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ’ ประกาศเซ็นสัญญาขายไฟฟ้าโครงการร่วมทุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay กำลังผลิต 770 เมกะวัตต์ กับ กฟผ. ได้สัญญาระยะยาว 29 ปี คาดโครงการเสร็จสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ปี 2575 หนุนราคาหุ้น GULF บวก 1% สวน SET

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) แจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2565 บริษัทและ Sinohydro (Hong Kong) Holding Ltd. (SHK) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Power Construction Corporation of China Ltd. (POWERCHINA) ซึ่งมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจการรับซื้อไฟฟ้า (Tariff MOU) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 

 

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay มีขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 770 เมกะวัตต์ (MW) ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขง เมืองปากลาย แขวงไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และจะขายไฟฟ้าทั้งหมดที่ผลิตได้ให้แก่ กฟผ. ในอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 2.6989 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง

 

ทั้งนี้ บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2566 Pak Lay Power Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่บริษัทฯ และ SHK จัดตั้งขึ้น เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 40% และ SHK ถือหุ้น 60% ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement) กับ กฟผ. โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีระยะเวลา 29 ปีนับจากวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ ซึ่งโครงการมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 1 มกราคม 2575

 

โดยโครงการโรงไฟฟ้า Pak Lay เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบน้ำไหลผ่านตลอดปี (Run-of-the-River) ที่ไม่มีการกักเก็บน้ำในรูปแบบของเขื่อนประเภทอ่างเก็บน้ำ (Reservoir) และไม่มีการเบี่ยงน้ำออกจากแม่น้ำโขง แต่ใช้การไหลของน้ำตามธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าโดยที่ปริมาณน้ำไหลเข้าเท่ากับปริมาณน้ำไหลออก ดังนั้น จึงไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง

 

การเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัทฯ ในการเข้าสู่ตลาดพลังน้ำใน สปป.ลาว และสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)

 

ขณะการเคลื่อนของราคาหุ้น GULF วันนี้ (20 มีนาคม) เปิดการซื้อขายที่ 50.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาปิดเมื่อวันศุกร์ (17 มีนาคม) โดยช่วงระหว่างการซื้อขายวันนี้บวกขึ้นสวนกับทิศทาง SET Index โดยไปทำจุดสูงสุดที่ 51.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1%

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ‘GULF’ แจ้งโรงไฟฟ้าร่วมทุนพลังน้ำ Pak Lay ในลาว เซ็นสัญญาขายไฟฟ้าระยะยาว 29 ปีให้ กฟผ. ดันราคาหุ้นบวก 1% สวนตลาดหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัลฟ์ ทุ่มเงิน 409.6 ล้านดอลลาร์ ปิดดีลซื้อหุ้น 49% โรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ ขนาด 1,200 เมกะวัตต์ พร้อมรับรู้กำไรทันที https://thestandard.co/gulf-share-in-jackson-power-plant/ Tue, 28 Feb 2023 08:42:11 +0000 https://thestandard.co/?p=756719

บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ ประกาศทุ่มงบลงทุน 409.6 ล้านดอล […]

The post กัลฟ์ ทุ่มเงิน 409.6 ล้านดอลลาร์ ปิดดีลซื้อหุ้น 49% โรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ ขนาด 1,200 เมกะวัตต์ พร้อมรับรู้กำไรทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>

บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ ประกาศทุ่มงบลงทุน 409.6 ล้านดอลลาร์ หรือราว 14,490 ล้านบาท ใช้ปิดดีลซื้อหุ้น 49% โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม Jackson ในสหรัฐฯ ขนาด 1,200 เมกะวัตต์ ระบุเป็นโครงการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์สามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้ามาในงบการเงินได้ทันที

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ตามที่บริษัทฯ ได้แจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2565 เรื่องที่บริษัทได้จัดตั้ง Gulf Energy USA, LLC (Gulf USA) ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา และเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 100% โดย Gulf USA ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น (Purchase and Sale Agreement) กับ J-POWER Jackson Partners, LLC (Jackson Partners) เพื่อเข้าซื้อหุ้นใน Jackson Generation, LLC (โครงการ Jackson) ในสัดส่วน 49% หรือคิดเป็นมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้นจำนวน 409.6 ล้านดอลลาร์ หรือราว 14,490 ล้านบาท โดย Gulf USA จะดำเนินการชำระค่าหุ้นและโอนหุ้นภายหลังการดำเนินการตามเงื่อนไขในสัญญาเสร็จสิ้นนั้น 

 

ทั้งนี้ บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 Gulf USA ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขต่างๆ ในสัญญาซื้อขายหุ้นข้างต้นเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้ดำเนินการรับโอนหุ้นตามสัญญาซื้อขายหุ้นข้างต้นเสร็จสมบูรณ์ และได้เป็นผู้ถือหุ้นในโครงการ Jackson อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้บริษัทสามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้ามาในงบการเงินได้ทันที เนื่องจากโครงการ Jackson ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 

 

สำหรับโครงการ Jackson เป็นโครงการโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง มีขนาดกำลังการผลิต 1,200 เมกะวัตต์ (MW) ตั้งอยู่ในเขตวิลล์ รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2565 โดยโครงการ Jackson เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined-Cycle Gas Turbine) ที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพสูงที่สุด และเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจำหน่ายไฟฟ้าให้กับโครงข่ายระหว่างเพนซิลเวเนีย-นิวเจอร์ซีย์-แมริแลนด์ (Pennsylvania-New Jersey-Maryland Interconnection: PJM) ภายใต้ตลาดซื้อขายไฟฟ้าแบบเสรี (Merchant Market) 

 

ทั้งนี้ PJM เป็นตลาดซื้อขายไฟฟ้าแบบเสรีที่มีความมั่นคง และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 13 รัฐ และเขตปกครองพิเศษโคลัมเบีย (District of Columbia)


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

 

The post กัลฟ์ ทุ่มเงิน 409.6 ล้านดอลลาร์ ปิดดีลซื้อหุ้น 49% โรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ ขนาด 1,200 เมกะวัตต์ พร้อมรับรู้กำไรทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘GULF’ ทุ่มเงินกว่า 1 หมื่นล้าน ฮุบหุ้น THCOM เหมาจาก INTUCH 41.13% พร้อมลุยเทนเดอร์ต่อ คาดทำครบเงื่อนไขไตรมาส 1 ปีหน้า https://thestandard.co/gulf-thcom-intuch/ Tue, 08 Nov 2022 06:25:11 +0000 https://thestandard.co/?p=705746 GULF

บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ บริษัทพลังงานไฟฟ้าข […]

The post ‘GULF’ ทุ่มเงินกว่า 1 หมื่นล้าน ฮุบหุ้น THCOM เหมาจาก INTUCH 41.13% พร้อมลุยเทนเดอร์ต่อ คาดทำครบเงื่อนไขไตรมาส 1 ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF

บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ บริษัทพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ ประเทศจะใช้เงินลงทุนมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซื้อหุ้น บมจ.ไทยคม สัดส่วน 41.13% จาก บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ ด้วยราคา 9.92 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่า 4,472.64 ล้านบาท พร้อมทุ่มอีก 6,400.69 ล้านบาท ทำเทนเดอร์หุ้นที่เหลือ

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ (บอร์ด) ครั้งที่ 12/2565 ประชุมเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 อนุมัติให้บริษัท และหรือ บริษัท กัลฟ์ เวนเชอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่มบริษัทฯ 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


โดยให้เข้าซื้อหุ้นใน บมจ.ไทยคม (THCOM) จาก บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) ทั้งหมดที่ถืออยู่จำนวนทั้งสิ้น 450.87 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 41.13% ของหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ THCOM ในราคาหุ้นละ 9.92 บาท มูลค่ารวมประมาณ 4,472.64 ล้านบาท โดย GULF จะชำระค่าหุ้น THCOM ให้กับ INTUCH เป็นเงินสด

 

ทั้งนี้ การเข้าซื้อหุ้น THCOM จาก INTUCH จะเกิดขึ้นต่อเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนที่สำคัญได้สำเร็จเสร็จสิ้น หรือได้รับการยกเว้นไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนโดยกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งในเบื้องต้น บริษัทคาดว่าเงื่อนไขบังคับก่อนทั้งหมดน่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1 ของปี 2566

 

โดยภายหลังจากการเข้าซื้อหุ้นสามัญ THCOM 41.13% จาก INTUCH ดังกล่าวข้างต้นเสร็จสิ้น กลุ่มบริษัทจะดำเนินการซื้อหุ้นส่วนที่เหลือทั้งหมดของ THCOM โดยการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (เทนเดอร์) ทั้งหมดของ THCOM จำนวนทั้งสิ้น 645.23 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดดส่วน 58.87% ของหุ้นทั้งหมดของ THCOM

 

โดยจะเป็นการซื้อในราคาเดียวกันกับราคาซื้อหุ้น THCOM จาก INTUCH คือราคาหุ้นละ 9.92 บาท คิดเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 6,400.69 ล้านบาท และ/หรือการซื้อหุ้นสามัญ THCOM ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ในราคาที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ และ/หรือราคาอื่นใด และ/หรือวิธีอื่นใด

 

ขณะที่มูลค่าการลงทุนรวมจะอยู่ภายใต้วงเงินลงทุนสูงสุดที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัทฯ โดยกลุ่มบริษัทฯ อาจทำการซื้อขายหุ้นสามัญ THCOM ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ และ/หรือวิธีอื่นใดดังกล่าวในช่วงเวลาหลังการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ THCOM เสร็จสิ้น 

 

สำหรับการซื้อหุ้น THCOM รวมการทำเทนเดอร์ จะใช้เงินลงทุนมูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 10,873.33 ล้านบาท

 

ผลประโยชน์ที่ GULF คาดว่าจะได้รับจากการซื้อหุ้น THCOM

สำหรับการลงทุนดังกล่าวมีความน่าสนใจและเหมาะสมกับบริษัทในหลายมิติ ทั้งด้านยุทธศาสตร์ การเติบโต และเพิ่มศักยภาพการต่อยอดไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนี้

 

  • เป็นการลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี ซึ่งมีโอกาสในการพัฒนาธุรกิจได้หลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง
  • เป็นบริษัทไทยที่ประกอบธุรกิจในหลากหลายประเทศ ไม่ได้อิงรายได้จากภายในประเทศ (Local Based) เพียงอย่างเดียว
  • มีโอกาสในการต่อยอดไปสู่ธุรกิจ New Space ที่มีศักยภาพการเติบโตในอนาคต

 

สำหรับโครงสร้างธุรกิจหลัก GULF แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  1. ธุรกิจพลังงาน (Energy Business) ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวข้องของกลุ่มบริษัทฯ ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และธุรกิจก๊าซ
  2. ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค (Infrastructure & Utilities Business)
  3. ธุรกิจดิจิทัล (Digital Business)

 

โดยปัจจุบันเป็นหนึ่งในผู้ผลิตพลังงานชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งบริหารจัดการโครงการโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซและพลังงานหมุนเวียน โดยให้บริการทั้งภาครัฐ (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.) และกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรม นอกจากนี้เรายังบริหารจัดการโครงการโรงไฟฟ้าตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาและการก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารหลังจากเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์

 

ด้าน THCOM เป็นผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับดาวเทียมและการโทรคมนาคม โดยมีธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ดังนี้

 

1. ธุรกิจดาวเทียมและบริการต่อเนื่อง

บริการสื่อสารดาวเทียมและบริการที่เกี่ยวเนื่องดำเนินการโดยบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีซี บรอดคาสติ้ง จำกัด (ทีซีบี) และบริษัทกลุ่มไอพีสตาร์โดยดาวเทียมไทยคม แบ่งกลุ่มออกเป็น 2 ประเภท คือดาวเทียมแบบทั่วไป (Conventional Satellite) และดาวเทียมบรอดแบนด์ (High Throughput Satellite: HTS) 

 

2. ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อ

บริการอินเทอร์เน็ตและบริการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการโดย บริษัท ไทย แอดวานซ์ อินโนเวชั่น จำกัด (ไทยเอไอ) โดยมีลักษณะผลิตภัณฑ์หรือบริการ ดังนี้

  • บริการแพลตฟอร์ม
  • การบริการหลังการขายของกล่องสัญญาณดาวเทียมดีทีวี
  • บริการให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบสำหรับเครือข่ายบรอดแบนด์แบบครบวงจร และเครือข่ายทีวีภายในอาคาร (System Integration)

 

3. ธุรกิจโทรศัพท์ในต่างประเทศ

ให้บริการด้านโทรคมนาคมในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ผ่านการลงทุนใน บริษัท เชนนิงตัน อินเวสเม้นท์ส พีทีอี ลิมิเต็ด (เชน) ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ โดยบริษัทภายใต้การลงทุนของเชนมีดังต่อไปนี้

  • บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ มหาชน (แอลทีซี)
  • บริษัท ทีพลัส ดิจิทัล จำกัด (ทีพลัส) 
  • บริษัท ลาว โมบายมันนี่ โซล จำกัด

 

นอกจากธุรกิจหลัก THCOM ยังมีการดำเนินการธุรกิจร่วมทุนอื่น โดยบริษัทย่อย 2 บริษัทคือ บริษัท เนชั่น สเปซ แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด และ บริษัท เอทีไอ เทคโนโลยีส์ จำกัด 

 

ราคา THCOM ร่วงสวนตลาด

ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้นวันนี้ (8 พฤศจิกายน) ในช่วงการซื้อขายภาคเช้า หุ้น GULF ปิดที่ 52 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 2.97%, หุ้น INTUCH ปิดที่ 73.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 4.26% และหุ้น THCOM ปิดที่ 12 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 2.44% 

The post ‘GULF’ ทุ่มเงินกว่า 1 หมื่นล้าน ฮุบหุ้น THCOM เหมาจาก INTUCH 41.13% พร้อมลุยเทนเดอร์ต่อ คาดทำครบเงื่อนไขไตรมาส 1 ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘GULF’ ควัก 2.73 พันล้านบาท เข้าลงทุนใน LCI Fund เสริมแกร่งธุรกิจพลังงาน ตอบโจทย์การเติบโตยั่งยืน https://thestandard.co/gulf-lci-fund/ Mon, 08 Aug 2022 07:07:23 +0000 https://thestandard.co/?p=664378 GULF

บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF ส่งบริษัท […]

The post ‘GULF’ ควัก 2.73 พันล้านบาท เข้าลงทุนใน LCI Fund เสริมแกร่งธุรกิจพลังงาน ตอบโจทย์การเติบโตยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF

บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF ส่งบริษัทย่อยเข้าลงทุน LCI Fund วงเงิน 75 ล้านยูโร (ประมาณ 2,735.25 ล้านบาท) สอดคล้องกับวัตถุประสงค์บริษัทที่มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนและการจัดการสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของประเทศทั่วโลกในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน GULF แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า Gulf International Investment (Hong Kong) Limited (Gulf HK) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ได้ลงนามในสัญญาลงทุน (Subscription Agreement) เพื่อเข้าลงทุนในวงเงิน 75 ล้านยูโร (ประมาณ 2,735.25 ล้านบาท) ในกองทุน Lightrock Climate Impact Fund SCSp (LCI Fund) โดยกองทุนดังกล่าวมีกำหนดอายุกองทุนประมาณ 10 ปี และมีระยะเวลาลงทุน 5 ปี ซึ่งจะทยอยเรียกชำระทุนภายในระยะเวลาลงทุนดังกล่าว

 

LCI Fund ถือเป็นกองทุน Private Equity ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท Lightrock ที่ถูกก่อตั้งขึ้นโดยราชวงศ์แห่งลิกเตนสไตน์ และ LGT ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจธนาคารและการจัดการสินทรัพย์ชั้นนำของโลกในด้านธนบดีธนกิจ (Private Banking) และการจัดการสินทรัพย์ (Asset Management)

 

โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่เน้นการแก้ปัญหาโลกร้อน ภายใต้บริบทของการดำเนินธุรกิจตามหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG: Environmental, Social, Governance) เช่น

 

  1. การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เช่น ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

 

  1. การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคอุตสาหกรรม (Decarbonizing Industries) เช่น การดักจับ และกักเก็บคาร์บอน และกระบวนการอุตสาหกรรมสีเขียว

 

  1. การขนส่งที่ยั่งยืน (Sustainable Transportation)

 

  1. อาหารและการเกษตรที่ยั่งยืน (Sustainable Food and Agriculture)

 

  1. การนำเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ (Enabling Technologies and Solutions) เช่น บริการที่ปรึกษาสำหรับการพัฒนาโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

 

การลงทุนใน LCI Fund สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของบริษัทที่มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนและการจัดการสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของประเทศทั่วโลกในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ภายในปี 2050

 

ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าวยังเป็นการแสดงเจตนารมณ์ในการสนับสนุนความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการให้ผลตอบแทนที่ดีอีกด้วย รายการดังกล่าวมีขนาดรายการไม่ถึงเกณฑ์ตามข้อกำหนดที่ต้องดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 20/2551 เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน และไม่เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน แต่บริษัทฯ มีหน้าที่รายงานสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการเปิดเผยสารสนเทศ และการปฏิบัติการใดๆ ของบริษัทจดทะเบียน

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ‘GULF’ ควัก 2.73 พันล้านบาท เข้าลงทุนใน LCI Fund เสริมแกร่งธุรกิจพลังงาน ตอบโจทย์การเติบโตยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF ประกาศตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้น INTUCH ที่ราคาหุ้นละ 65 บาท พร้อมเล็งรับซื้อหุ้น ADVANC ด้วย https://thestandard.co/gulf-buying-intuch-share-for-65-baht/ Mon, 19 Apr 2021 02:41:32 +0000 https://thestandard.co/?p=477043 GULF ประกาศตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้น INTUCH ที่ราคาหุ้นละ 65 บาท พร้อมเล็งรับซื้อหุ้น ADVANC ด้วย

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริ […]

The post GULF ประกาศตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้น INTUCH ที่ราคาหุ้นละ 65 บาท พร้อมเล็งรับซื้อหุ้น ADVANC ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF ประกาศตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้น INTUCH ที่ราคาหุ้นละ 65 บาท พร้อมเล็งรับซื้อหุ้น ADVANC ด้วย

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2564 และวันที่ 18 มีนาคม 2564 มีมติเพิ่มการลงทุนในหุ้นสามัญของ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) จากจำนวนไม่เกิน 15% เป็นไม่เกิน 19% 

 

ล่าสุด GULF รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของ INTUCH เพิ่มอีกจำนวน 606.87 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนราว 18.93% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของ INTUCH

 

นอกจากนี้ GULF ได้จัดประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีมติสำคัญคือ อนุมัติให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564 ในวันที่ 25 มิถุนายน 2564 เวลา 14.00 น. อนุมัติกำหนดให้วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 เป็นวันกำหนดสิทธิผู้ถือหุ้นที่จะเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/256 และอนุมัติให้บริษัทฯ ลงทุนในหุ้นสามัญทั้งหมดของ INTUCH โดยการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไขก่อนการทำคำเสนอซื้อ (Conditional Voluntary Tender Offer) ในราคาเสนอซื้อหุ้นละ 65.00 บาท และ/หรือโดยการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในราคาที่มีการซื้อขายในตลาด

 

ที่ประชุมยังอนุมัติการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ ADVANC ในกรณีที่บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ ADVANC ตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่ก่อนแล้ว

 

ยุพาพินระบุด้วยว่า บริษัทฯ มีความประสงค์ที่จะลงทุนในหุ้นสามัญทั้งหมดของ INTUCH โดย 

 

  1. ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไขก่อนการทำคำเสนอซื้อ (Conditional Voluntary Tender Offer) ในราคาเสนอซื้อหุ้นละ 65.00 บาท ซึ่งไม่รวมหุ้นสามัญ INTUCH ที่ปัจจุบันบริษัทฯ ถืออยู่เป็นจำนวน 606.87 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 18.93% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ INTUCH และหุ้นสามัญ INTUCH ที่บริษัทฯ อาจได้มาจากการลงทุนเพิ่มเติมก่อนการทำ คำซื้อหลักทรัพย์ INTUCH หากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ลงทุนในหุ้นสามัญ INTUCH   

 

  1. การซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ในราคาที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือวิธีอื่นใด ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนรวมจะอยู่ภายใต้วงเงินลงทุนสูงสุดที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น โดยภายหลังจากบริษัทฯ ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น บริษัทฯ อาจทำการซื้อขายหุ้นสามัญ INTUCH ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือวิธีอื่นใดดังกล่าวในช่วงเวลาก่อนและหลังการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ INTUCH ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

ทั้งนี้ การทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ INTUCH ตามข้อ 1. ข้างต้น จะเกิดขึ้นต่อเมื่อเงื่อนไขก่อนการทำคำเสนอซื้อตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้สำเร็จครบถ้วนทุกข้อ หรือได้รับการยกเว้นไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนโดยบริษัทฯ  

 

สำหรับจำนวนหุ้นสามัญ INTUCH ที่บริษัทฯ จะลงทุนโดยการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ INTUCH และ/หรือโดยการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือวิธีอื่นใด จะมีจำนวนนทั้งหมดไม่เกิน 2,599.63 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 81.07% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ INTUCH และในกรณีที่มีการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิคงเหลือทั้งหมดเป็นหุ้นสามัญ บริษัทฯ จะต้องซื้อหุ้นสามัญ INTUCH เพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนไม่เกิน 1.26 ล้านหุ้น

 

นอกจากนี้ตามหลักเกณฑ์ Chain Principle ในกรณีที่ผลของการทำคำเสนอเสนอซื้อหลักทรัพย์ INTUCH ดังกล่าวข้างต้น ทำให้บริษัทฯ ได้มาซึ่งหุ้น INTUCH เพิ่มขึ้นจนถึงสัดส่วนตั้งแต่ 50% ขึ้นไปของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ INTUCH จะถือว่าบริษัทฯ เข้ามามีอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญใน INTUCH ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นใน ADVANC และบริษัทไทยคมอยู่ก่อนแล้วในสัดส่วน 40.45%  ของ ADVANC และ 41.13% ไทยคม ซึ่งมีผลทำให้บริษัทฯ มีหน้าที่ในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดใน ADVANC และ THCOM ตามหลักเกณฑ์ Chain Principle

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ไม่มีความประสงค์ที่จะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดใน THCOM และอยู่ระหว่างเตรียมการหารือกับ ก.ล.ต. ในการขอผ่อนผันหน้าที่ในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดใน THCOM ตามหลักเกณฑ์ Chain Principle และข้อผ่อนผันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  

 

ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ไม่ได้รับการผ่อนผันหน้าที่ในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ THCOM ตามหลักเกณฑ์ Chain Principle ดังกล่าวแล้ว บริษัทฯ จะไม่เข้าทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ INTUCH ในครั้งนี้ซึ่งบริษัทฯ ได้ระบุเหตุดังกล่าวไว้ในเงื่อนไขก่อนการทำคำเสนอซื้อ ตามรายละเอียดที่จะได้กล่าวต่อไป 

 

โดยในกรณีของ ADVANC บริษัทฯ จะเริ่มทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ ADVANC ภายหลังจากที่บริษัทฯ ได้มาซึ่งหุ้น INTUCH เพิ่มขึ้นจนถึงสัดส่วนตั้งแต่ 50% ขึ้นไปของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ INTUCH และเมื่อการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ INTUCH เสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างเตรียมการหารือกับสำนักงาน ก.ล.ต. ในการขอผ่อนผันระยะเวลาการเริ่มทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ ADVANC ตามหลักเกณฑ์ Chain Principle ดังกล่าว และข้อผ่อนผันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ราคาเสนอซื้อหุ้นสามัญ ADVANC จะเป็นไปตามวิธีการคำนวณ ‘ต้นทุนการได้มาซึ่งอำนาจครอบงำกิจการผ่านนิติบุคคลอื่น’ ตามหลักเกณฑ์ของประกาศที่ ทจ.12/2554 โดยในที่นี้คือการได้มาซึ่งหุ้น INTUCH

The post GULF ประกาศตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้น INTUCH ที่ราคาหุ้นละ 65 บาท พร้อมเล็งรับซื้อหุ้น ADVANC ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF เข้าซื้อหุ้น INTUCH เพิ่มแตะ 14.39% หลังบอร์ดอนุมัติเงินลงทุนให้อีก 8.9 พันล้าน https://thestandard.co/gulf-acquires-intuch/ Wed, 30 Dec 2020 02:55:49 +0000 https://thestandard.co/?p=437583 หุ้น GULF

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริ […]

The post GULF เข้าซื้อหุ้น INTUCH เพิ่มแตะ 14.39% หลังบอร์ดอนุมัติเงินลงทุนให้อีก 8.9 พันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น GULF

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์ว่า ตามที่บริษัทได้รายงานความคืบหน้าการลงทุนในหุ้นสามัญ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ หรือ INTUCH เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2563 โดยบริษัทได้เข้าถือหุ้นสามัญ INTUCH คิดเป็นสัดส่วน 10% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ INTUCH ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการแล้วนั้น

 

บริษัทขอแจ้งว่า คณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2563 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 และวันที่ 29 ธันวาคม 2563 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทลงทุนในหุ้นสามัญ INTUCH เพิ่ม จำนวนรวมไม่เกิน 5% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ INTUCH ในวงเงินลงทุน รวมไม่เกิน 8,920 ล้านบาท โดยการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือโดยวิธีอื่นใดตามที่เห็นสมควร ภายใต้กฎหมายและหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง 

 

โดย ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2563 บริษัทถือหุ้นสามัญใน INTUCH คิดเป็นสัดส่วน 14.39% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ INTUCH 

 

ทั้งนี้ มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติมอบอำนาจให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ/หรือบุคคลที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมอบหมาย มีอำนาจในการ (1) เจรจา ทำความตกลง กำหนด แก้ไข เปลี่ยนแปลง รายละเอียดเงื่อนไข รวมถึงวิธีการลงทุน ราคา การซื้อและ/หรือขายหุ้นสามัญ INTUCH และการดำเนินการใดๆ ที่จำเป็นในการลงทุนในหุ้นสามัญ INTUCH การจัดหาแหล่งเงินทุน การลงนามในสัญญา บันทึกข้อตกลง และเอกสารต่างๆ (2) ลงนามในแบบฟอร์ม คำขอ และหลักฐานต่างๆ ที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการลงทุนในหุ้นสามัญ INTUCH และ (3) ติดต่อ แจ้ง ขออนุญาต การขอผ่อนผันกับหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนดำเนินการต่างๆ ที่จำเป็นและสมควรเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทตามกรอบที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

 

ธุรกรรมการลงทุนในหุ้นสามัญ INTUCH ข้างต้นเข้าข่ายเป็นการได้มาซึ่งทรัพย์สินของบริษัทจดทะเบียนตามที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.20/2551 เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ พ.ศ. 2547 (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) (ประกาศรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์) โดยเมื่อคำนวณขนาดรายการ มีขนาดรายการสูงสุดรวมเท่ากับ 15.6532% ตามเกณฑ์กำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามงบการเงินรวมบริษัท 

 

สำหรับงวดสิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 และงวดสิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 ทั้งนี้ เมื่อบริษัทได้พิจารณานับรวมรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์อื่นของบริษัทที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมาก่อนเข้าทำรายการในครั้งนี้ ทำให้รายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทมีขนาดรายการสูงสุดเท่ากับ 15.6532% ตามเกณฑ์กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน ซึ่งเข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ประเภทที่ 2 และจะส่งผลให้บริษัทมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับรายการได้มาซึ่ง สินทรัพย์ของบริษัทต่อตลาดหลักทรัพย์ และจัดส่งสารสนเทศซึ่งมีรายละเอียดตามที่กำหนดให้แก่ผู้ถือหุ้นภายใน 21 วัน นับแต่วันที่เปิดเผยรายการดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ 

 

รายการดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.21/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2551 (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ. 2546 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post GULF เข้าซื้อหุ้น INTUCH เพิ่มแตะ 14.39% หลังบอร์ดอนุมัติเงินลงทุนให้อีก 8.9 พันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘กัลฟ์’ ทุ่ม 2.7 พันล้านบาท ซื้อหุ้น ‘ปตท. จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ’ ถือสัดส่วน 40% https://thestandard.co/gulf-buy-ptt-shares-hold-with-40-percents-stake/ Thu, 24 Dec 2020 02:42:10 +0000 https://thestandard.co/?p=435337 ‘กัลฟ์’ ทุ่ม 2.7 พันล้านบาท ซื้อหุ้น ‘ปตท. จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ’ ถือสัดส่วน 40%

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริ […]

The post ‘กัลฟ์’ ทุ่ม 2.7 พันล้านบาท ซื้อหุ้น ‘ปตท. จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ’ ถือสัดส่วน 40% appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘กัลฟ์’ ทุ่ม 2.7 พันล้านบาท ซื้อหุ้น ‘ปตท. จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ’ ถือสัดส่วน 40%

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท ปตท.จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ จำกัด (PTT NGD) ในสัดส่วน 40% จาก International Power S.A. ด้วยมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 90 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2,700 ล้านบาท 

 

โดยเข้าลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นกับ International Power S.A. พร้อมทั้งดำเนินการโอนหุ้นในวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นใน PTT NGD ภายหลังจากการซื้อขายหุ้น ประกอบด้วย บมจ.ปตท.(PTT) ถือหุ้น 58% และบริษัทถือหุ้น 40% ที่เหลืออีก 2% ถือโดย บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด 

 

สำหรับ PTT NGD จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2539 ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติโดยลงทุนสร้างระบบท่อจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ (Distribution Pipeline) ไปยังลูกค้าในพื้นที่อุตสาหกรรม 13 แห่ง รอบกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่ ระยอง 

 

โดยมีลูกค้าอุตสาหกรรมมากกว่า 250 ราย การลงทุนดังกล่าวจึงถือเป็นการขยายธุรกิจด้านพลังงานของบริษัทฯ และเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ร่วมทุนกับ PTT นอกเหนือไปจากโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ที่ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้

 

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะสามารถรับรู้ผลประกอบการได้ทันทีหลังจากการโอนหุ้นดังกล่าว รายการดังกล่าวมีขนาดรายการไม่ถึงเกณฑ์ตามข้อกำหนดที่ต้องดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการกำกับ ตลาดทุนที่ ทจ. 20/2551 เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน และไม่เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ‘กัลฟ์’ ทุ่ม 2.7 พันล้านบาท ซื้อหุ้น ‘ปตท. จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ’ ถือสัดส่วน 40% appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF จับมือ KIZ ขายไฟฟ้าให้ลูกค้าเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี เริ่มไตรมาส 4 ปีหน้า https://thestandard.co/gulf-work-with-kiz-selling-electricity/ Wed, 16 Dec 2020 01:24:06 +0000 https://thestandard.co/?p=431936 GULF จับมือ KIZ ขายไฟฟ้าให้ลูกค้าเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี เริ่มไตรมาส 4 ปีหน้า

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บร […]

The post GULF จับมือ KIZ ขายไฟฟ้าให้ลูกค้าเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี เริ่มไตรมาส 4 ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF จับมือ KIZ ขายไฟฟ้าให้ลูกค้าเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี เริ่มไตรมาส 4 ปีหน้า

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา บริษัท กัลฟ์ เอ็นซี จำกัด (GNC) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทย่อยของบริษัท และเป็นผู้ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ได้เข้าลงนามสัญญาความร่วมมือในการพัฒนาโครงการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี ร่วมกับ บริษัท เขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี จำกัด (KIZ) เป็นระยะเวลา 22 ปี 

 

โดย กัลฟ์ เอ็นซี จะเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างสายส่งขนาด 22 กิโลโวลต์จากโรงไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อและจำหน่ายไฟฟ้าไปยังกลุ่มลูกค้าในเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรีรวมทั้งสิ้นประมาณ 35 เมกะวัตต์สัญญา และคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าให้กับกลุ่มลูกค้าได้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2564 

 

สำหรับ KIZ ดำเนินธุรกิจพัฒนาและบริหารจัดการเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี ซึ่งมีเนื้อที่รวมประมาณ 4,000 ไร่ ตั้งอยู่ในตำบลหนองกี่ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ห่างจากโรงไฟฟ้า GNC ประมาณ 17 กิโลเมตร ปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมมากกว่า 80 ราย โดยกลุ่มลูกค้ามีความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยรวมมากกว่า 70 เมกะวัตต์

 

ส่วน  กัลฟ์ เอ็นซี เป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นทางอ้อม 70% ผ่านบริษัท กัลฟ์ เอ็มพี จำกัด ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้านนทรี ที่มีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งจำนวน 126.5 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำติดตั้งจำนวน 20 ตันต่อชั่วโมง ตั้งอยู่ใกล้กับสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ สาขากบินทร์บุรี ตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2561

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post GULF จับมือ KIZ ขายไฟฟ้าให้ลูกค้าเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี เริ่มไตรมาส 4 ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>