น้ำท่วม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/น้ำท่วม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 31 Oct 2026 05:04:43 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 รัฐบาลเผย จ.ภูเก็ตแจ้งเคลมประกันภัยพิบัติแล้ว 236 เคส ทั่วประเทศอนุมัติสินไหมแล้วกว่า 20 ล้านบาท พร้อมเตือน 4 จังหวัดใต้เฝ้าระวังฝนตกหนัก https://thestandard.co/phuket-disaster-insurance-claims-payout/ Sat, 31 Oct 2026 05:04:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1273730 พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ แถลงความคืบหน้าการเคลมประกันภัยพิบัติ

วันนี้ (31 ตุลาคม) พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจ […]

The post รัฐบาลเผย จ.ภูเก็ตแจ้งเคลมประกันภัยพิบัติแล้ว 236 เคส ทั่วประเทศอนุมัติสินไหมแล้วกว่า 20 ล้านบาท พร้อมเตือน 4 จังหวัดใต้เฝ้าระวังฝนตกหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ แถลงความคืบหน้าการเคลมประกันภัยพิบัติ

วันนี้ (31 ตุลาคม) พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงทะเบียนแจ้งเคลมประกันภัยพิบัติภายใต้โครงการภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน โดยจังหวัดภูเก็ตมีการแจ้งเคลมประกันแล้ว 236 เคส ส่วนภาพรวมทั่วประเทศ บริษัทประกันภัยได้อนุมัติวงเงินสินไหมทดแทนแล้ว 20,035,000 บาท

 

พลอยทะเลกล่าวว่า รัฐบาลบูรณาความร่วมมืออำนวยความสะดวกให้ผู้ประสบอุทกภัยเข้าถึงการเยียวยาตามโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เน้นย้ำให้ผู้ประสบอุทกภัยทุกคนเข้าถึงสิทธิได้รับการเยียวยาอย่างครอบคลุม

 

ทั้งนี้ จากข้อมูล ณ (30 ตุลาคม 69) จังหวัดภูเก็ตมีประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิแจ้งเคลมตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จำนวน 236 เคส แยกเป็น อำเภอกะทู้ 178 เคส อำเภอเมืองภูเก็ต 50 เคส และอำเภอถลาง 8 เคส

 

สำหรับภาพรวมทั้งประเทศ โครงการภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน (ข้อมูล 30 ตุลาคม 69) บริษัทประกันภัยอนุมัติวงเงินสินไหมทดแทนแล้ว 20,035,000 บาท แยกเป็น

 

  1. กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม โอนเงินแล้ว 2 ราย จำนวน 4,000,000 บาท อนุมัติแล้ว 7 รายการ จำนวน 14,000,000 บาท
  2. กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม เหตุอุทกภัย (หลังคาเรือนละ 10,000 บาท) อนุมัติและโอนเงินแล้ว 198 ราย วงเงิน 1,980,000 บาท และเหตุวาตภัย (หลังคาเรือนละ 5,000 บาท) อนุมัติและโอนเงินแล้ว 11 ราย วงเงิน 55,000 บาท

 

พลอยทะเลกล่าวว่า รัฐบาลกำชับสมาคมประกันวินาศภัยไทย เร่งดำเนินการตามกระบวนการเพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิอย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยทุกสิทธิจะต้องไม่ตกหล่น ตามข้อสั่งการของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมกันนี้ รัฐบาลแจ้งเตือนประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี จากการคาดการณ์มีฝนตกร้อยละ 60 ของพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

The post รัฐบาลเผย จ.ภูเก็ตแจ้งเคลมประกันภัยพิบัติแล้ว 236 เคส ทั่วประเทศอนุมัติสินไหมแล้วกว่า 20 ล้านบาท พร้อมเตือน 4 จังหวัดใต้เฝ้าระวังฝนตกหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ปชป. ขออย่าด่าความเดือดร้อนคือหิวแสง แนะรัฐบาลเร่งเยียวยาประกันภัยพิบัติน้ำท่วมใต้ https://thestandard.co/democrat-party-flood-insurance-south/ Sat, 31 Oct 2026 02:53:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1273684 พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณีน้ำท่วมภาคใต้และการเยียวยาประกันภัยพิบัติ

วันนี้ (31 ตุลาคม) ที่พรรคประชาธิปัตย์ พงศกร ขวัญเมือง […]

The post โฆษก ปชป. ขออย่าด่าความเดือดร้อนคือหิวแสง แนะรัฐบาลเร่งเยียวยาประกันภัยพิบัติน้ำท่วมใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณีน้ำท่วมภาคใต้และการเยียวยาประกันภัยพิบัติ

วันนี้ (31 ตุลาคม) ที่พรรคประชาธิปัตย์ พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่ภาคใต้ โดยระบุว่า สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ดวงฤทัย บัวแก้ว รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงแสดงความกังวลและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดตรังและภูเก็ต พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำแผนรับมือและมาตรการเยียวยาฉุกเฉิน แต่กลับถูกรองโฆษกรัฐบาลออกมาตอบโต้ในลักษณะตัดรอนว่า พรรคประชาธิปัตย์ออกมาเคลื่อนไหวเพราะหิวแสง

 

พงศกรระบุว่า สถานการณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในขณะนี้ โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นบ้านของตัวรองโฆษกรัฐบาลเอง เป็นประจักษ์พยานชัดเจนแล้วว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์สะท้อนไม่ใช่เรื่องการหิวแสง แต่เป็นเสียงเตือนด้วยความห่วงใยจากความเดือดร้อนจริงของประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมารองโฆษกรัฐบาลอาจปฏิบัติงานอยู่แต่ในกรุงเทพฯ จึงไม่ได้ยินเสียงความทุกข์ร้อนของพี่น้องชาวใต้ จึงขอให้รัฐบาลเปลี่ยนท่าที หันมารับฟังด้วยความเห็นอกเห็นใจ และเร่งลงมือแก้ไขปัญหาโดยด่วน

 

เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤติน้ำท่วมภาคใต้บานปลายซ้ำรอยเหตุการณ์ในอดีตอย่างที่อำเภอหาดใหญ่หรือในกรุงเทพมหานคร โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ จึงเสนอ 2 ประเด็น ได้แก่

 

1.ความชัดเจนของศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย แม้ทราบว่ามีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานในพื้นที่ภูเก็ตแล้ว แต่รัฐบาลต้องสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึงว่า ศูนย์ดังกล่าวมีขอบเขตอำนาจหน้าที่อย่างไร ประชาชนสามารถเข้ามาขอความช่วยเหลือเรื่องใดได้บ้าง และปัจจุบันยังมีสิ่งของหรือการสนับสนุนด้านใดที่ขาดแคลนอยู่ เพื่อให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพตรงจุด

 

2. การเยียวยาและสิทธิประโยชน์จากประกันภัยพิบัติ: ที่ผ่านมาผู้ประสบภัยในกรุงเทพฯ เสียโอกาสในการเยียวยาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจากติดขัดข้อกฎหมายเดิมที่กำหนดเกณฑ์ตายตัว เช่น น้ำล้อมรอบบ้านได้ 5,000 บาท น้ำเข้าท่วมในบ้านได้ 9,000 บาท ทั้งยังไม่ครอบคลุมโครงการประกันภัยพิบัติเพราะเกิดเหตุในช่วงรอยต่อก่อนวันที่ 1 ตุลาคม

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุอุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่ภูเก็ตและจังหวัดภาคใต้ในขณะนี้ เกิดขึ้นหลังวันที่ 1 ตุลาคมอย่างชัดเจน จึงมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่สามารถเข้าถึงระบบประกันภัยพิบัติวงเงินของรัฐบาลได้ พรรคประชาธิปัตย์จึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารเร่งรัดขั้นตอนการสำรวจความเสียหาย ชดเชยเยียวยาอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม พร้อมกล่าวย้ำว่า เม็ดเงินของโครงการประกันภัยพิบัตินี้ ต้องมุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ตกเป็นผลประโยชน์แก่กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการจัดการค่าเบี้ยประกัน

 

“พี่น้องชาวภูเก็ต พี่น้องชาวใต้ และพี่น้องในหลายๆ พื้นที่ กำลังประสบอุทกภัย ณ ขณะนี้ เกิดหลัง 1 ตุลาคม ดังนั้นอยากให้รัฐบาลพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ดูแลพี่น้องชาวใต้ พี่น้องชาวภูเก็ต รวมถึงพี่น้องพื้นที่อื่นๆ อย่างรวดเร็ว เยียวยาให้ถึง ให้เขาได้รับประกันภัยพิบัตินี้ ขอให้เป็นประกันภัยพิบัติที่ส่งถึงมือพี่น้องที่ประสบอุทกภัยอย่างแท้จริง” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

The post โฆษก ปชป. ขออย่าด่าความเดือดร้อนคือหิวแสง แนะรัฐบาลเร่งเยียวยาประกันภัยพิบัติน้ำท่วมใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ภัทรพงศ์’ ลงพื้นที่กาญจนบุรี เร่งซ่อมถนนหลังน้ำท่วม กระทบทางหลวง 85 จุด เตรียมรับท่องเที่ยวไฮซีซั่น https://thestandard.co/pattarapong-inspects-kanchanaburi-roads-flood-recovery/ Fri, 30 Oct 2026 13:07:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1273639 ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามการซ่อมแซมถนนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดกาญจนบุรี

วันนี้ (30 ตุลาคม) ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว […]

The post ‘ภัทรพงศ์’ ลงพื้นที่กาญจนบุรี เร่งซ่อมถนนหลังน้ำท่วม กระทบทางหลวง 85 จุด เตรียมรับท่องเที่ยวไฮซีซั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามการซ่อมแซมถนนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดกาญจนบุรี

วันนี้ (30 ตุลาคม) ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ติดตามการฟื้นฟูโครงข่ายถนนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมเร่งแก้ปัญหาการระบายน้ำและเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น

ดูภาพข่าว 

ภัทรพงศ์เป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ณ แขวงทางหลวงกาญจนบุรี โดยมี ภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม วริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และผู้บริหารหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วม

 

ภัทรพงศ์กล่าวว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ลงพื้นที่ติดตามและเร่งรัดการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สอดคล้องกับนโยบายของพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ให้ความสำคัญกับการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากภัยพิบัติ

 

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดกาญจนบุรีระหว่างเดือนกันยายน–ตุลาคม 2569 พบจุดเกิดเหตุบนโครงข่ายทางหลวงรวม 85 จุด ครอบคลุมทางหลวง 14 สายทาง ขณะที่ทางหลวงชนบทได้รับความเสียหาย 22 สายทาง ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ อำเภอบ่อพลอย และอำเภอด่านมะขามเตี้ย

 

ระหว่างเกิดเหตุ กรมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงกาญจนบุรีและแขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่ 2 (อู่ทอง) ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่ออำนวยการจราจร ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย รวมถึงสนับสนุนเครื่องมือ เครื่องจักร และการขนส่งถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชน

 

ภัทรพงศ์ได้กำชับให้จังหวัดกาญจนบุรีประสานกับแขวงทางหลวงกาญจนบุรี เร่งซ่อมแซมและฟื้นฟูเส้นทางที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ควบคู่กับการวางแผนแก้ปัญหาการระบายน้ำในระยะยาว พร้อมขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน

 

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้จังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว โดยระบุว่าสถานการณ์ในจังหวัดกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในช่วงไฮซีซั่น

 

จากนั้น ภัทรพงศ์ลงพื้นที่บริเวณแยกท่าล้อ บนทางหลวงหมายเลข 367 ซึ่งเป็นจุดรวมน้ำและช่องทางระบายน้ำ โดยแขวงทางหลวงกาญจนบุรีอยู่ระหว่างจัดทำโครงการปรับปรุงและขยายท่อลอด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในบริเวณดังกล่าว

 

ภัทรพงศ์มอบหมายให้กรมทางหลวงเร่งดำเนินงานส่วนที่สามารถทำได้ภายในเขตทาง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยย้ำให้ดำเนินการโดยเร็วและลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

 

 

ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามการซ่อมแซมถนนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดกาญจนบุรี 1ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามการซ่อมแซมถนนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดกาญจนบุรี 2ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามการซ่อมแซมถนนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดกาญจนบุรี 3ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามการซ่อมแซมถนนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดกาญจนบุรี 4

The post ‘ภัทรพงศ์’ ลงพื้นที่กาญจนบุรี เร่งซ่อมถนนหลังน้ำท่วม กระทบทางหลวง 85 จุด เตรียมรับท่องเที่ยวไฮซีซั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูเก็ตประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ‘กะรน’ เฝ้าระวังน้ำท่วม-ดินถล่ม หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง https://thestandard.co/phuket-karon-disaster-zone-flood-landslide/ Fri, 30 Oct 2026 01:30:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1273357 ภาพสถานการณ์น้ำท่วมและดินถล่มในพื้นที่ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ตออกประกาศฉบับที่ 23/2569 กำหนดให้พื้นที่หม […]

The post ภูเก็ตประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ‘กะรน’ เฝ้าระวังน้ำท่วม-ดินถล่ม หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสถานการณ์น้ำท่วมและดินถล่มในพื้นที่ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ตออกประกาศฉบับที่ 23/2569 กำหนดให้พื้นที่หมู่ที่ 1-4 ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (กรณีอุทกภัย) อย่างเป็นทางการ เพื่อเร่งระดมความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

 

การประกาศดังกล่าวสืบเนื่องจากสถานการณ์สภาพอากาศที่มีร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่างและเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง ส่งผลให้จังหวัดภูเก็ตเผชิญกับฝนตกหนักและลมกระโชกแรงอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายชั่วโมง จนทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

 

เหตุการณ์อุทกภัยรุนแรงได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งสร้างผลกระทบต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนรวมถึงของรัฐในพื้นที่ตำบลกะรน การประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยในครั้งนี้ จึงเป็นไปเพื่อให้ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน สามารถบูรณาการความร่วมมือและเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้อย่างรวดเร็วและเต็มศักยภาพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงที

The post ภูเก็ตประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ‘กะรน’ เฝ้าระวังน้ำท่วม-ดินถล่ม หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ชัชชาติ’ ชงสภา กทม. อนุมัติงบ 1.1 พันล้าน เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ด้าน ส.ก. รุมจี้แก้เกณฑ์ประเมินล้าหลัง หวั่นเหลื่อมล้ำ-สูบเงินสะสม https://thestandard.co/chadchart-bma-council-flood-relief-budget/ Thu, 29 Oct 2026 05:14:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1273013 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมสภากรุงเทพมหานคร

วานนี้ (28 ตุลาคม) ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคาร […]

The post ‘ชัชชาติ’ ชงสภา กทม. อนุมัติงบ 1.1 พันล้าน เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ด้าน ส.ก. รุมจี้แก้เกณฑ์ประเมินล้าหลัง หวั่นเหลื่อมล้ำ-สูบเงินสะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมสภากรุงเทพมหานคร

วานนี้ (28 ตุลาคม) ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 3) ประจำปี พ.ศ. 2569

 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เสนอญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พ.ศ. …. เพื่อตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมจำนวน 1,139,273,100 บาท เป็นรายจ่ายพิเศษจากเงินสะสมจ่ายขาดของกรุงเทพมหานคร

 

วัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและฟื้นฟูบ้านเรือน จากเหตุการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เกิดอุทกภัยและสร้างความเสียหายในวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ 50 เขต โดยตั้งเป้าให้มีงบประมาณสำหรับภารกิจเยียวยาและฟื้นฟูรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,500 ล้านบาท

 

ในการพิจารณาร่างข้อบัญญัติดังกล่าว สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) หลายเขตได้ร่วมกันอภิปราย โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

 

  • เกณฑ์ประเมินค่าซ่อมแซมล้าหลัง: อัครชัย กันธมาลา ส.ก.เขตดุสิต และ ดร.จอห์น สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ชี้ตรงกันว่า ราคาประเมินวัสดุและค่าแรงในการซ่อมแซมบ้านของ กทม. ค่อนข้างต่ำ ไม่สอดคล้องกับราคาตลาดในปัจจุบัน ทำให้ผู้ประสบภัยไม่สามารถหาช่างมารับเหมางานได้จริง
  • ช่องโหว่ความช่วยเหลือผู้เช่า: พบปัญหาการแย่งสิทธิรับเงินเยียวยาระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่า โดยเฉพาะกรณีลักลอบเปิดบ้านเช่าโดยไม่แจ้งภาษี ทำให้ผู้เช่าตัวจริงที่ทรัพย์สินและเครื่องมือทำมาหากินเสียหาย กลับไม่ได้รับสิทธิเยียวยา
  • เสนอปรับเกณฑ์จ่ายเงินเป็นระบบ SML: อนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ ส.ก.เขตวังทองหลาง เสนอให้ กทม. ปรับหลักเกณฑ์จ่ายเงินเป็นแบบ SML (เล็ก-กลาง-ใหญ่) แทนการประเมินแบบละเอียดรายตารางเมตร ซึ่งทำได้ยากและสร้างภาระหนักให้แก่เจ้าหน้าที่เขต
  • ห่วงสถานะเงินสะสม กทม.: วิรัตน์ มีรชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี และ ฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา แสดงความกังวลว่า การดึงเงินสะสมมาใช้มากเกินไปอาจทำให้เกิดความไม่เสถียรทางการเงิน เสนอให้ กทม. เร่งขอรับเงินชดเชยคืนจากส่วนกลาง และเตรียมแผนรับมือภัยพิบัติในกรณีที่รัฐบาลไม่ให้การสนับสนุน

 

ด้านชัชชาติได้ชี้แจงว่า ปัจจุบันงบกลางกรณีฉุกเฉินของ กทม. (เดิม 400 ล้านบาท) ถูกนำไปใช้แล้ว 372 ล้านบาท (จัดทำถุงยังชีพ 162 ล้านบาท และสมทบรัฐบาล 210 ล้านบาท) ทำให้เหลือเพียง 28 ล้านบาท การขออนุมัติใช้เงินสะสมจ่ายขาดจึงเป็นแนวทางที่จำเป็น เพื่อให้ กทม. ยังสามารถจัดการภารกิจอื่นของเมืองได้อย่างต่อเนื่อง

 

ข้อมูล ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569 กทม. ได้รับงบประมาณช่วยเหลือรวม 3,768.085 ล้านบาท ครอบคลุม 518,039 ครัวเรือน โดยปัจจุบันสามารถดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือสำเร็จแล้วถึงร้อยละ 95.25 ขณะที่ยังเหลือครัวเรือนที่รอรับเงินอีก 23,346 ครัวเรือน

 

ในระยะยาว กทม. จะเร่งพัฒนาแบบจำลองคาดการณ์น้ำท่วมในระดับพื้นที่ เพื่อยกระดับการแจ้งเตือนและเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำ หวังลดความเสียหายและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่คนกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน

The post ‘ชัชชาติ’ ชงสภา กทม. อนุมัติงบ 1.1 พันล้าน เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ด้าน ส.ก. รุมจี้แก้เกณฑ์ประเมินล้าหลัง หวั่นเหลื่อมล้ำ-สูบเงินสะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. กางแผนรับมือน้ำท่วมเขตทุ่งครุ ทุ่มงบ 353 ล้านบาท เดินหน้า 5 โครงการยกระดับระบบระบายน้ำ-เคลียร์ 14 จุดเสี่ยงถนนประชาอุทิศ https://thestandard.co/bma-funds-thung-khru-flood-projects/ Thu, 29 Oct 2026 05:13:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1273017 การประชุมสภากรุงเทพมหานครพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเขตทุ่งครุ

วานนี้ (28 ตุลาคม) ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคาร […]

The post กทม. กางแผนรับมือน้ำท่วมเขตทุ่งครุ ทุ่มงบ 353 ล้านบาท เดินหน้า 5 โครงการยกระดับระบบระบายน้ำ-เคลียร์ 14 จุดเสี่ยงถนนประชาอุทิศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
การประชุมสภากรุงเทพมหานครพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเขตทุ่งครุ

วานนี้ (28 ตุลาคม) ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 3) ประจำปี 2569

 

ในที่ประชุม กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตทุ่งครุ ได้ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขตทุ่งครุ เพื่อสอบถามถึงแผนการบริหารจัดการน้ำ การแก้ไขจุดอ่อนของระบบระบายน้ำเดิม และการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนัก

 

กิตติพงศ์ได้เน้นย้ำให้ กทม. วิเคราะห์สาเหตุและสภาพปัญหาให้ตรงจุด โดยชี้ให้เห็นว่าในอดีตปัญหาน้ำท่วมมักเกิดจากระดับน้ำภายนอก แต่ปัจจุบันมีปัจจัยหลักจากฝนตกหนักและปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่ จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาอย่างครอบคลุม ทั้งในพื้นที่ชุมชนเก่าและจุดที่มีน้ำท่วมซ้ำซาก ไม่ควรมุ่งแก้ไขเพียงปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น

 

ด้าน วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า กทม. ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งเชิงรุกและแผนระยะยาว โดยเขตทุ่งครุมีพื้นที่ประมาณ 26.84 ตารางกิโลเมตร มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำ ได้แก่ คลองสายหลัก 5 สาย (คลองรางจาก คลองรางตรง คลองหนองรี คลองตากิ่ง และคลองบางมด) มีประตูระบายน้ำ 3 แห่ง บ่อสูบน้ำ 4 แห่ง และเครื่องสูบน้ำ 15 เครื่อง ที่มีกำลังสูบรวม 14.5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 

ที่ผ่านมา กทม. ได้เข้าดำเนินการแก้ไขจุดเสี่ยงแล้ว 14 จุด บริเวณซอยแยกต่างๆ ของถนนประชาอุทิศ (ซอย 33, 54, 75, 76, 79, 127 และหมู่บ้านเพชรพลอย 2) ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการไม่มีท่อระบายน้ำหรือท่อมีขนาดเล็กเกินไป จึงได้แก้ไขด้วยการวางท่อระบายน้ำเพิ่มเติมและยกระดับผิวจราจร เพื่อช่วยให้น้ำระบายได้สะดวกยิ่งขึ้น

 

รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กรุงเทพมหานครได้บรรจุโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขตทุ่งครุไว้ในแผนงานแล้วจำนวน 5 โครงการ ด้วยงบประมาณรวม 353 ล้านบาท ประกอบด้วย

 

  1. โครงการก่อสร้างบ่อสูบน้ำถนนประชาอุทิศ ตอนลงคลองบางจาก (วงเงิน 45 ล้านบาท / ระยะเวลา 240 วัน)
  2. โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำช่วงบริเวณซอยประชาอุทิศ 60/1 ถึงคลองรางจาก (วงเงิน 60 ล้านบาท / ระยะเวลา 270 วัน)
  3. โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำถนนพุทธบูชา จากถนนพระราม 2 ถึงแยกนาหลวง (วงเงิน 60 ล้านบาท / ระยะเวลา 360 วัน)
  4. โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำคลองสะพานควาย (วงเงิน 98 ล้านบาท / ระยะเวลา 210 วัน)
  5. โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำคลองรางจาก (วงเงิน 90 ล้านบาท / ระยะเวลา 210 วัน)

 

โครงการทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอย่างเป็นรูปธรรม ลดปัญหาน้ำท่วมขัง และเสริมศักยภาพของระบบระบายน้ำในพื้นที่เขตทุ่งครุ โดยกิตติพงศ์ ส.ก.พื้นที่ ได้เสนอแนะทิ้งท้ายให้ กทม. เร่งผลักดันและดำเนินงานตามแผนดังกล่าวอย่างเป็นระบบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป

The post กทม. กางแผนรับมือน้ำท่วมเขตทุ่งครุ ทุ่มงบ 353 ล้านบาท เดินหน้า 5 โครงการยกระดับระบบระบายน้ำ-เคลียร์ 14 จุดเสี่ยงถนนประชาอุทิศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถามว่าปลอดภัยไหม ก่อนขอรูปยืนยันน้ำท่วม บทเรียนบริหารคนในวันที่หัวหน้ากำลังถูกทดสอบ https://thestandard.co/leadership-empathy-crisis-people-management/ Thu, 29 Oct 2026 03:27:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1272939 กราฟิกข้อความสะท้อนคำถามของหัวหน้างานต่อพนักงานช่วงสถานการณ์น้ำท่วม

ในสถานการณ์น้ำท่วมช่วงที่ผ่านมา พนักงานบางคนเดินทางมาทำ […]

The post ถามว่าปลอดภัยไหม ก่อนขอรูปยืนยันน้ำท่วม บทเรียนบริหารคนในวันที่หัวหน้ากำลังถูกทดสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กราฟิกข้อความสะท้อนคำถามของหัวหน้างานต่อพนักงานช่วงสถานการณ์น้ำท่วม

ในสถานการณ์น้ำท่วมช่วงที่ผ่านมา พนักงานบางคนเดินทางมาทำงานไม่ได้ บางคนบ้านจมน้ำ บางคนต้องอยู่ดูแลครอบครัว ขณะที่องค์กรยังต้องดูแลลูกค้าและทำให้ธุรกิจเดินต่อ

 

 

บนโซเชียลมีเดียเริ่มมีการพูดถึงการเรียกพนักงานกลับเข้าออฟฟิศ ตั้งแต่หัวหน้าที่ตั้งคำถามว่าคนอื่นกลับมาได้แล้ว ทำไมบางคนยังไม่กลับ ไปจนถึงกรณีที่พนักงานถูกขอให้ส่งภาพมายืนยันว่าน้ำท่วมจริง

 

ดร.ธิดารัตน์ อริยะประเสริฐ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท บีทีเอส คอนซัลติ้ง จำกัด มองว่าเหตุการณ์แบบนี้กำลังทดสอบความสามารถของผู้นำในการสร้างสมดุลระหว่างการทำให้ธุรกิจเดินต่อ กับการบริหารคนด้วยความเข้าใจและเห็นใจ หรือ ‘Empathy’ เพราะในวันที่เกิดวิกฤต โจทย์ขององค์กรมีทั้งเรื่อง Business Continuity และ People Management ไปพร้อมกัน

 

คนต้องปลอดภัยก่อน และต้องอยู่ในแผนรับมือวิกฤต

 

ไทยเคยผ่านวิกฤตที่กระทบการทำงานวงกว้างมาแล้ว ทั้งน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และโควิด หลายองค์กรจึงมีประสบการณ์และระบบรับมือมากขึ้น แต่บริบทของคนทำงานวันนี้เปลี่ยนไปมาก องค์กรเดียวกันมีพนักงานหลายเจเนอเรชันที่คาดหวังจากหัวหน้าต่างกัน ทุกคนสื่อสารและแสดงความเห็นได้ทันที และความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจ, ภัยธรรมชาติ, เทคโนโลยี และเหตุการณ์ระดับโลกก็เกิดถี่ขึ้น

 

ในภาวะปกติ องค์กรมักพูดถึงความผูกพันของพนักงาน, ประสบการณ์ที่ดีในการทำงาน หรือการรักษาคนเก่ง แต่เมื่อเกิดเหตุที่กระทบชีวิตโดยตรง คำถามที่มาก่อนคือคนของเราปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งตรงกับแนวคิดของมาสโลว์ที่วางความต้องการพื้นฐานและความปลอดภัยไว้ก่อนความต้องการระดับอื่น

 

ถ้าพนักงานบ้านไม่ปลอดภัยหรือเดินทางไม่ได้ แล้วยังรู้สึกว่าต้องพิสูจน์ความเดือดร้อนก่อนจะได้รับความเข้าใจ สิ่งที่องค์กรเสียไปจะมากกว่าขวัญกำลังใจ เพราะรวมถึงความไว้วางใจที่พนักงานมีต่อหัวหน้าและองค์กรด้วย

 

ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่าภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลทำให้โลกสูญเสียวันทำงานจำนวนมหาศาลในแต่ละปี และมีต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงมาก สุขภาวะทางจิตใจของคนทำงานจึงควรถูกมองเป็นเรื่องการบริหารคน มากกว่าเป็นเพียงสวัสดิการ

 

เวลาพูดถึงแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ BCP หลายองค์กรให้น้ำหนักกับคำถามว่าระบบจะทำงานต่ออย่างไร, อาคารได้รับผลกระทบไหม หรือซัพพลายเชนจะหยุดหรือเปล่า แต่มักไม่มีคำตอบว่าจะดูแลพนักงานที่เดินทางไม่ได้หรือกำลังสูญเสียอย่างไร

 

ธิดารัตน์จึงเสนอให้ BCP มีทั้ง Business Continuity และ ‘People Continuity’ อยู่ในแผนเดียวกัน โดยยกบทเรียนจากน้ำท่วมปี 2554 ที่หลายองค์กรช่วยพนักงานทั้งเรื่องที่พัก, อาหาร และปัจจัยพื้นฐาน ควบคู่กับการทำให้ธุรกิจเดินต่อ เพราะการพาธุรกิจผ่านวิกฤตกับการพาคนผ่านวิกฤตควรเป็นเรื่องเดียวกัน

 

ระบบวางไว้แล้ว แต่ประสบการณ์จริงอยู่ที่หัวหน้า

 

ต่อให้องค์กรมีระบบดีแค่ไหน ประสบการณ์ของพนักงานในวันที่เกิดวิกฤตมักถูกกำหนดโดยหัวหน้าที่เขาคุยด้วยโดยตรง งานนี้จึงต้องทำทั้งระดับองค์กรและระดับหัวหน้างาน

 

ฝั่งผู้บริหารและ HR ควรวางหลักเกณฑ์ไว้ตั้งแต่ต้น เช่น ในเหตุฉุกเฉินพนักงานหยุดงานหรือทำงานจากบ้านได้ในกรณีใด, ต้องแจ้งใคร และบริษัทจะช่วยอย่างไร เมื่อหลักเกณฑ์วางไว้แล้ว หัวหน้างานก็ไม่ต้องตัดสินใจทุกเรื่องเอง แต่มีหน้าที่ทำให้นโยบายเหล่านั้นเกิดขึ้นจริงกับพนักงานแต่ละคน

 

ในบทสนทนาระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง ธิดารัตน์แนะให้เปลี่ยนจากการเริ่มด้วยคำถามว่า “คนอื่นกลับมาได้ ทำไมคุณยังกลับไม่ได้” ไปเป็นคำถามง่ายๆ ว่า “ตอนนี้คุณปลอดภัยไหม แล้วมีอะไรที่บริษัทพอจะช่วยได้บ้าง”

 

Empathy ในความหมายนี้ไม่ได้แปลว่าไม่มี ‘Accountability’ องค์กรยังตรวจสอบสถานการณ์, วางแผนงาน และกำหนดความรับผิดชอบได้ตามปกติ เพียงทำโดยไม่ให้พนักงานรู้สึกว่าต้องพิสูจน์ความเดือดร้อนก่อน บางครั้งความต่างอาจอยู่แค่ลำดับของบทสนทนา คือเข้าใจกันก่อน แล้วจึงช่วยกันหาทางให้งานเดินต่อ

 

วันที่คำว่า Employee Experience ถูกทดสอบจริง

 

น้ำท่วมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสให้องค์กรได้เห็นว่าระบบที่วางไว้และวัฒนธรรมที่พูดถึงทุกวันทำงานได้จริงหรือไม่ เพราะคำอย่าง Employee Engagement หรือ Employee Experience พูดได้ง่ายในวันปกติ แต่จะถูกทดสอบจริงในวันที่คนขององค์กรเดือดร้อน

 

ข้อแนะนำที่ธิดารัตน์ฝากถึงผู้นำมีสามข้อ คือเชื่อใจพนักงานก่อน, ตรวจสอบอย่างเป็นธรรม และช่วยกันหาทางให้งานเดินต่อ

 

ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับพนักงานถูกสร้างขึ้นจากวิธีที่ปฏิบัติต่อกันในวันที่สถานการณ์ไม่เป็นใจ และสิ่งที่พนักงานจะจำเกี่ยวกับองค์กรไปอีกนาน อาจเป็นสิ่งที่บริษัททำกับเขาในวันที่ลำบากที่สุด มากกว่าสิ่งที่บริษัทพูดในวันที่ทุกอย่างปกติ

 

ภาพ: ฐานิส สุดโต / THE STANDARD WEALTH

The post ถามว่าปลอดภัยไหม ก่อนขอรูปยืนยันน้ำท่วม บทเรียนบริหารคนในวันที่หัวหน้ากำลังถูกทดสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘วรศิษฎ์’ แจงงบเยียวยาน้ำท่วม กทม. 4 พันล้าน เคลียร์เรียบร้อย กทม. รับผิดชอบ 300 ล้าน รัฐบาลสนับสนุนอีก 3.7 พันล้าน https://thestandard.co/worasit-bangkok-flood-relief-budget/ Tue, 27 Oct 2026 05:18:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1272192

วันนี้ (27 ตุลาคม) เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล วรศิษ […]

The post ‘วรศิษฎ์’ แจงงบเยียวยาน้ำท่วม กทม. 4 พันล้าน เคลียร์เรียบร้อย กทม. รับผิดชอบ 300 ล้าน รัฐบาลสนับสนุนอีก 3.7 พันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 ตุลาคม) เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีข้อถกเถียงเรื่องงบประมาณเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า เป็นเพียงเรื่องขั้นตอนการทำงาน ซึ่งขณะนี้ กทม. และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้หารือกันเรียบร้อยแล้ว โดยมองว่าอาจมีบางคนนำประเด็นดังกล่าวไปบิดเบือนให้กลายเป็นเรื่องทางการเมือง ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ใช่เช่นนั้น

 

วรศิษฎ์กล่าวว่า ตามปกติเมื่อเกิดภัยพิบัติ กทม. ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการสถานการณ์ โดยมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ แต่หากการดำเนินงานมีข้อจำกัดหรือเกินขีดความสามารถของ กทม. ก็สามารถประสานขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลได้

 

เช่นเดียวกับสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงแรก กทม. เป็นผู้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ก่อนที่รัฐบาลจะเข้ามาช่วยเหลือและสนับสนุนในส่วนที่เกินขีดความสามารถ โดยยืนยันว่าการหารือเรื่องงบประมาณไม่ได้เป็นเงื่อนไขในการจ่ายเงินเยียวยา เพราะก่อนหน้านี้ ปภ. ได้ดำเนินการช่วยเหลือ กทม. ไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท และขณะนี้เป็นเพียงการรอการดำเนินการในรอบใหม่ ซึ่งทราบว่าจะมีความคืบหน้าต่อไป

 

เมื่อถามว่า กทม. ต้องร่วมลงขันกับรัฐบาลเป็นเงินเท่าใด หลังมีการระบุว่า กทม. จะสนับสนุนงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท วรศิษฎ์กล่าวว่า ไม่อยากให้เรียกว่าเป็นการลงขัน เพราะ กทม. มีหน้าที่ดำเนินการตามกรอบอำนาจและงบประมาณที่มีอยู่ ส่วนใดที่เกินขีดความสามารถ รัฐบาลก็จะเข้าไปสนับสนุน เนื่องจากประชาชนทุกคนเป็นคนไทยที่รัฐบาลมีหน้าที่ต้องดูแล

 

เมื่อถามย้ำว่า กทม. จะร่วมจ่ายเงินเยียวยากว่า 200 ล้านบาทใช่หรือไม่ วรศิษฎ์ยอมรับว่าเป็นเช่นนั้น โดยเมื่อวานนี้ กทม. ได้สนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมอีก 100 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้ กทม. มีวงเงินสำหรับดำเนินการรวม 300 ล้านบาท จากวงเงินเยียวยาเบื้องต้นที่ต้องใช้ประมาณ 4,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือรัฐบาลจะเป็นผู้สนับสนุน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จากวงเงินทั้งหมด 4,000 ล้านบาท เป็นงบประมาณของ กทม. 300 ล้านบาท และรัฐบาลสนับสนุนอีกประมาณ 3,700 ล้านบาทใช่หรือไม่ วรศิษฎ์ยืนยันว่า ขณะนี้ กทม. ดำเนินการในส่วนของตนแล้ว 300 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะเข้ามาสนับสนุน

 

“ไม่ใช่การลงขัน อย่าไปมองแบบนั้น เพราะถ้าเป็นการลงขันต้องแบ่งจ่ายกันคนละส่วน แต่นี่ไม่ใช่ แต่เป็นการดำเนินงานตามกรอบหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานที่จะสามารถดำเนินการได้” วรศิษฎ์กล่าว

The post ‘วรศิษฎ์’ แจงงบเยียวยาน้ำท่วม กทม. 4 พันล้าน เคลียร์เรียบร้อย กทม. รับผิดชอบ 300 ล้าน รัฐบาลสนับสนุนอีก 3.7 พันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ชูโมเดล ‘พัฒนารายบล็อก’ จัดระเบียบโครงสร้างพื้นฐาน นำร่อง 8 พื้นที่แก้ปัญหาน้ำท่วม-จราจร ตั้งเป้าคลุม 425 ย่านใน 4 ปี https://thestandard.co/bma-infrastructure-development-block-model/ Tue, 27 Oct 2026 01:38:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1272087 ภาพผังเมืองแสดงการแบ่งพื้นที่รายบล็อกเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพมหานคร

วานนี้ (26 ตุลาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุง […]

The post กทม. ชูโมเดล ‘พัฒนารายบล็อก’ จัดระเบียบโครงสร้างพื้นฐาน นำร่อง 8 พื้นที่แก้ปัญหาน้ำท่วม-จราจร ตั้งเป้าคลุม 425 ย่านใน 4 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผังเมืองแสดงการแบ่งพื้นที่รายบล็อกเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพมหานคร

วานนี้ (26 ตุลาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามความคืบหน้าแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพมหานครในรูปแบบรายบล็อก (Block) ซึ่งเป็นแนวคิดการวางแผนพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการเฉพาะย่าน โดยมีสำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ สำนักการจราจรและขนส่ง และสำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมให้การสนับสนุน

 

กทม. ตั้งเป้าหมายพัฒนาพื้นที่นำร่อง 50 บล็อก ให้ครอบคลุมทุกเขตภายใน 2 ปี และขยายผลให้ครบ 425 บล็อกภายใน 4 ปี (พ.ศ. 2574) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวนยุทธศาสตร์และจัด Workshop ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อจัดทำโครงการเสนอขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2571

 

ปัจจุบัน กทม. ได้แบ่งพื้นที่กรุงเทพฯ ออกเป็น 626 บล็อกย่อย โดยพิจารณาจากขอบเขตการปกครอง โครงข่ายถนน ผังเมืองรวม และลักษณะเฉพาะของพื้นที่ พร้อมจำแนกตามศักยภาพเป็น 5 ประเภท ได้แก่ 1. ย่านอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว 2. ย่านศูนย์กลางธุรกิจและพาณิชยกรรม 3. ย่านที่อยู่อาศัย 4. ย่านที่อยู่อาศัยชานเมืองและเกษตรกรรมฝั่งตะวันออก และ 5. ย่านที่อยู่อาศัยชานเมืองและเกษตรกรรมฝั่งตะวันตก

 

จากพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งหมด 35 แห่ง กทม. ได้คัดเลือก 8 พื้นที่นำร่องเพื่อเร่งพัฒนาให้สอดคล้องกับบทบาทของย่าน ประกอบด้วย

 

  • บล็อกกรุงรัตนโกสินทร์: (เขตพระนคร, ป้อมปราบศัตรูพ่าย, สัมพันธวงศ์) เน้นอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม
  • กลุ่มศูนย์กลางธุรกิจและพาณิชยกรรม: บล็อกปทุมวัน, บล็อกศูนย์ราชการ กทม. (ดินแดง) แนวถนนจตุรทิศ และบล็อกรอบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (เขตจตุจักร)
  • กลุ่มย่านที่อยู่อาศัย: บล็อกสะพานสูง และบล็อกสุขุมวิทใต้
  • กลุ่มย่านชานเมือง: บล็อกลาดกระบัง (ฝั่งตะวันออก) และบล็อกทุ่งครุ (ฝั่งตะวันตก)

 

แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรายบล็อกประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. แผนแม่บท (กำหนดขอบเขตและเอกลักษณ์) 2. ผังยุทธศาสตร์ 3 ด้าน (สาธารณูปโภคและการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม, การจราจรและโครงสร้างพื้นฐาน, เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต) และ 3. แผนปฏิบัติการพร้อมกรอบเวลา

 

ด้านวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เน้นย้ำว่า การพัฒนารายบล็อกจะไม่จำกัดเพียง 8 พื้นที่นำร่อง แต่ต้องการให้ทั้ง 50 เขตนำแนวทางนี้ไปใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการจัดทำแผนและเสนอของบประมาณปี 2571 โดยแต่ละเขตต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานส่วนกลางอย่างใกล้ชิด

 

โดยเฉพาะประเด็นสาธารณูปโภค สำนักงานเขตต้องร่วมกับสำนักการระบายน้ำวางแผนจัดการน้ำอย่างเป็นระบบโดยนำบทเรียนน้ำท่วมฝั่งตะวันออกมาประยุกต์ใช้ พร้อมประสาน กสทช. และผู้ให้บริการผลักดันนโยบาย Single Last Mile เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารให้ใช้เส้นทางร่วมกัน และประสานการประปานครหลวงเพื่อเพิ่มแรงดันน้ำให้เหมาะสม

 

ขณะที่ด้านการเดินทาง สำนักการจราจรและขนส่งจะเร่งออกแบบเส้นทางเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะจากบ้านพักอาศัยไปยังรถไฟฟ้า ควบคู่กับการนำข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมมาซ้อนทับกับแผนพัฒนาเพื่อระบุจุดเปราะบางที่ต้องเร่งแก้ไข โดย กทม. เตรียมจัด Workshop ด้านการวางแผนในช่วงสิ้นปีนี้ เพื่อขับเคลื่อนโครงการในระยะต่อไป

The post กทม. ชูโมเดล ‘พัฒนารายบล็อก’ จัดระเบียบโครงสร้างพื้นฐาน นำร่อง 8 พื้นที่แก้ปัญหาน้ำท่วม-จราจร ตั้งเป้าคลุม 425 ย่านใน 4 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูเก็ตเร่งฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วม-ดินสไลด์ ผู้ว่าฯ สั่งเคลียร์ซากหินป่าตอง ย้ำเป้าหมายภารกิจสูงสุดต้องไม่มีผู้เสียชีวิตเด็ดขาด https://thestandard.co/phuket-flood-landslide-recovery-patong/ Mon, 26 Oct 2026 04:38:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1271801 เจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเร่งฟื้นฟูพื้นที่และตักเศษหินดินสไลด์ในป่าตอง จังหวัดภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ตเร่งบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนเ […]

The post ภูเก็ตเร่งฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วม-ดินสไลด์ ผู้ว่าฯ สั่งเคลียร์ซากหินป่าตอง ย้ำเป้าหมายภารกิจสูงสุดต้องไม่มีผู้เสียชีวิตเด็ดขาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเร่งฟื้นฟูพื้นที่และตักเศษหินดินสไลด์ในป่าตอง จังหวัดภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ตเร่งบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนเข้าช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูพื้นที่ ภายหลังเกิดเหตุดินสไลด์และน้ำท่วมขังเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย ตำบลสาคู ตำบลเทพกระษัตรี ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง และตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ ซึ่งล่าสุดจากการเร่งดำเนินการระบายน้ำและแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำได้ลดลงจนแห้งและฝนหยุดตกแล้ว

 

วันนี้ (26 ตุลาคม) เมื่อเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา โชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด พร้อมด้วย เรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการจังหวัด ได้ออกข้อสั่งการเร่งด่วนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ดังนี้

 

  1. เร่งขนย้ายหินและซากดินสไลด์: ให้ดำเนินการเคลื่อนย้ายหินและเศษดินจากเหตุดินสไลด์ในเขตเทศบาลเมืองป่าตองออกจากพื้นที่ทั้งหมดโดยเร็ว เพื่อป้องกันการไหลลื่นลงสู่คูคลองและท่อระบายน้ำ ซึ่งอาจกีดขวางทางน้ำและส่งผลกระทบซ้ำเติมประชาชน
  2. จัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุ: ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกแห่งในพื้นที่ประสบภัย จัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุและให้ความช่วยเหลือ เพื่อเป็นช่องทางรับแจ้งความเดือดร้อน ประสานงาน และกระจายความช่วยเหลือถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

 

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้กำชับให้ทุกหน่วยงานและประชาชนเพิ่มความระมัดระวังต่อเหตุอันตรายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด โดยให้การปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิตคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดเป็นหลัก พร้อมประกาศเป้าหมายสำคัญของการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ว่าจะต้องไม่มีผู้เสียชีวิตเด็ดขาด

 

ขณะนี้ จังหวัดภูเก็ตได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องจักรกล และสิ่งของจำเป็นจากทุกหน่วยงาน เข้าฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มกำลัง พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด โดยยึดถือความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด

 

อ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/1DmsN1EWbq/

The post ภูเก็ตเร่งฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วม-ดินสไลด์ ผู้ว่าฯ สั่งเคลียร์ซากหินป่าตอง ย้ำเป้าหมายภารกิจสูงสุดต้องไม่มีผู้เสียชีวิตเด็ดขาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูเก็ตเร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม-ดินสไลด์ป่าตอง ระดมเจ้าหน้าที่ดูแลประชาชน พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ https://thestandard.co/phuket-flood-landslide-patong-relief/ Mon, 26 Oct 2026 02:39:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1271741 เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แจกจ่ายอาหารแก่ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมและดินสไลด์ในพื้นที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต

วันนี้ (26 ตุลาคม) จังหวัดภูเก็ตเร่งระดมความช่วยเหลือปร […]

The post ภูเก็ตเร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม-ดินสไลด์ป่าตอง ระดมเจ้าหน้าที่ดูแลประชาชน พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แจกจ่ายอาหารแก่ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมและดินสไลด์ในพื้นที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต

วันนี้ (26 ตุลาคม) จังหวัดภูเก็ตเร่งระดมความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยและดินสไลด์ในพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ โดยโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมอาหารแจกจ่ายแก่ประชาชนผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมเร่งดูแลความปลอดภัยและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

 

สุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่ว่าการอำเภอกะทู้ ลงพื้นที่แจกจ่ายข้าวเหนียวไก่ทอดแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยบริเวณซอย 7 บ้านกาญจนะ ถนนนาใน ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ขณะเดียวกัน เหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ตและชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันจัดเตรียมอาหารจำนวน 300 ชุด สำหรับมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและดินสไลด์ในพื้นที่เทศบาลเมืองป่าตอง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัย

 

ด้านพลตำรวจตรี ดร. สุรชัย สุกใส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต สั่งการให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในเขตเทศบาลเมืองป่าตอง โดยเฉพาะบริเวณซอยนาใน 5 และซอยนาใน 7 พร้อมกำหนดสำนักงานเทศบาลเมืองป่าตองเป็นจุดรวมพล เพื่อกระจายกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน ตลอดจนอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยในบริเวณประสบภัย

 

ขณะเดียวกัน ประชาชนและผู้ประกอบการบางส่วนในพื้นที่ป่าตองเริ่มทยอยเก็บกวาดและฉีดล้างทำความสะอาดร้านค้า รวมถึงพื้นที่โดยรอบ เพื่อฟื้นฟูสถานประกอบการและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว

 

ทั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงบูรณาการความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามสถานการณ์และเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย โดยให้ความสำคัญกับการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและดินสไลด์

The post ภูเก็ตเร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม-ดินสไลด์ป่าตอง ระดมเจ้าหน้าที่ดูแลประชาชน พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. 2.9 พันล้าน โอนถึงมือใคร ขอรับสิทธิอะไร และเขตไหนยื่นเรื่องเยอะสุด? https://thestandard.co/bangkok-flood-relief-fund-summary/ Thu, 22 Oct 2026 12:46:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1271049 อินโฟกราฟิกสรุปภาพรวมเงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. 2.9 พันล้านบาท และสถิติคำร้อง 5 เขตสูงสุด

ภาพรวมเงินเยียวยา ยอดเงินอนุมัติรวม: 2,902,775,000 บาท […]

The post เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. 2.9 พันล้าน โอนถึงมือใคร ขอรับสิทธิอะไร และเขตไหนยื่นเรื่องเยอะสุด? appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินโฟกราฟิกสรุปภาพรวมเงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. 2.9 พันล้านบาท และสถิติคำร้อง 5 เขตสูงสุด

ภาพรวมเงินเยียวยา

ยอดเงินอนุมัติรวม: 2,902,775,000 บาท

จำนวนครัวเรือนที่ได้รับการอนุมัติ (แอปฯ ทางรัฐ): 408,427 ครัวเรือน

 

แบ่งตามเกณฑ์ชดเชย:

  • รับ 9,000 บาท จำนวน 215,160 ครัวเรือน
  • รับ 5,000 บาท จำนวน 193,267 ครัวเรือน

 

โอนเงินสำเร็จแล้ว: 248,643 ครัวเรือน

 

สถิติการลงทะเบียน 5 เขตสูงสุด (Claim Bangkok)

  1. ลาดกระบัง: 20,045 คำร้อง
  2. บางกะปิ: 14,251 คำร้อง
  3. สายไหม: 11,145 คำร้อง
  4. คลองสามวา: 8,291 คำร้อง
  5. มีนบุรี: 7,269 คำร้อง

 

สิทธิที่ขอรับการช่วยเหลือสูงสุด(จาก 134,752 คำร้อง)

  • ค่าดำรงชีพ: 96,041 คำร้อง
  • ค่าซ่อมบ้าน: 72,848 คำร้อง
  • ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ: 37,737 คำร้อง
  • ค่าที่พักชั่วคราว: 21,718 คำร้อง
  • ค่ารักษาพยาบาล: 1,679 คำร้อง

 

สัดส่วนสถานะคำร้อง (แอปฯ ทางรัฐ)

  • สถานะสีเหลือง (ต้องตรวจสอบหลักฐานเพิ่ม): คิดเป็น 60%
  • สถานะสีแดง (ไม่เข้าเงื่อนไข): คิดเป็นราว 10%

 

อินโฟกราฟิกสรุปภาพรวมเงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. 2.9 พันล้านบาท และสถิติคำร้อง 5 เขตสูงสุด 1

 

ภาพประกอบ: สุภาวิดา สุขวัฒน์

ข้อมูล: กรุงเทพมหานคร 21 ตุลาคม 2569

The post เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. 2.9 พันล้าน โอนถึงมือใคร ขอรับสิทธิอะไร และเขตไหนยื่นเรื่องเยอะสุด? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.เกษตรฯ เร่งเค้นงบปี 70-71 เยียวยาเกษตรกรน้ำท่วม อุดหนุนปัจจัยการผลิต-พักหนี้ ธ.ก.ส. พร้อมชงของบกลางเพิ่ม https://thestandard.co/agriculture-ministry-flood-relief-budget/ Thu, 22 Oct 2026 05:11:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1270820 สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ประชุมติดตามการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

วันนี้ (22 ตุลาคม) ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สรวุฒิ เนื่ […]

The post ก.เกษตรฯ เร่งเค้นงบปี 70-71 เยียวยาเกษตรกรน้ำท่วม อุดหนุนปัจจัยการผลิต-พักหนี้ ธ.ก.ส. พร้อมชงของบกลางเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ประชุมติดตามการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

วันนี้ (22 ตุลาคม) ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมี รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

 

สรวุฒิ กล่าวว่า สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนและเกษตรกร โดยกำหนด 5 มาตรการสำคัญ ได้แก่

 

  1. ช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและโปร่งใส โดยใช้ฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรเพื่อลดขั้นตอน
  2. ประสาน ธ.ก.ส. หรือสถาบันการเงิน เพื่อพักชำระหนี้ จัดสินเชื่อฟื้นฟู และสินเชื่อชะลอการขาย ป้องกันหนี้นอกระบบ
  3. เร่งฟื้นฟูปัจจัยการผลิตให้เร็วและดีกว่าเดิม ทั้งปรับปรุงดิน สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ พันธุ์สัตว์ และพันธุ์สัตว์น้ำ
  4. เฝ้าระวังโรคระบาดหลังน้ำลดด้วยทีมเชิงรุกพร้อมวัคซีนและเวชภัณฑ์
  5. วางแผนการเพาะปลูก โดยเฉพาะการทำนาปรังให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำ

 

สำหรับการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ได้สั่งการสนับสนุนเงินทุนแก่เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน และเกษตรกรชาวสวนยาง วงเงินรวม 232 ล้านบาท ได้แก่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิก (วงเงิน 200 ล้านบาท), สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (วงเงิน 20 ล้านบาท) และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มอบเงินช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนรายละไม่เกิน 3,000 บาท และกรณีเสียชีวิตรายละไม่เกิน 30,000 บาท (วงเงิน 12 ล้านบาท)

 

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนปัจจัยการผลิตและสิ่งของจำเป็น วงเงินรวม 112.49 ล้านบาท ประกอบด้วย กรมพัฒนาที่ดิน สนับสนุนผลิตภัณฑ์ พด.6 บำบัดน้ำเสีย (8.33 ล้านบาท), กรมส่งเสริมสหกรณ์ ชดเชยความเสียหายทรัพย์สินสหกรณ์ (10 ล้านบาท), กรมประมง ผลิตพันธุ์สัตว์น้ำ 800 ล้านตัว ปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ (90 ล้านบาท), กรมปศุสัตว์ จัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่และมอบอาหารหยาบ (3.71 ล้านบาท) และ กยท. สนับสนุนปัจจัยยังชีพแก่เกษตรกรประสบภัย (4.51 แสนบาท)

 

ส่วนการฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด วงเงินรวมกว่า 171 ล้านบาท แต่ละหน่วยงานเร่งจัดเตรียมปัจจัยการผลิตและองค์ความรู้ เช่น กรมปศุสัตว์ สนับสนุนหญ้าแห้งและเมล็ดพันธุ์หญ้า (5.25 ล้านบาท), กรมประมง ส่งเสริมการเลี้ยงปลานิลแปลงเพศ (กว่า 11 ล้านบาท), กรมหม่อนไหม อบรมและแจกพันธุ์หม่อน-ไข่ไหม (2.17 ล้านบาท), กรมส่งเสริมการเกษตร สนับสนุนชีวภัณฑ์ พืชพันธุ์ดี และเมล็ดพันธุ์ผัก (13.94 ล้านบาท), กรมวิชาการเกษตร สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยชีวภาพ และชีวภัณฑ์ (4.54 ล้านบาท) และกรมพัฒนาที่ดิน ดำเนินโครงการป้องกันฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรอย่างยั่งยืน (133.63 ล้านบาท)

 

สรวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานไปพิจารณางบประมาณเพิ่มเติมเพื่อการเยียวยา เบื้องต้นมีการพิจารณาจากมาตรการเยียวยาเดิม รวมถึงดึงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 และ 2571 จากทุกกรมในกระทรวงฯ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการฯ พร้อมมอบหมายหน่วยงานในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย และจัดทำเอกสารเสนอ คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) และ คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.)

 

ทั้งนี้ จากข้อมูลมีเกษตรกรได้รับความเสียหายรวม 52,832 ราย กระทรวงฯ จะเสนอขออนุมัติงบกลางล็อตแรกวงเงิน 1,575.79 ล้านบาท และจะขออนุมัติงบกลางหลังน้ำลดอีกครั้งประมาณสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น 3,000 บาทต่อครัวเรือนให้ครอบคลุมที่สุด

 

“ขอให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำงานเชิงรุก เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายอย่างละเอียดครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร โดยใช้ฐานข้อมูลเกษตรกรที่มีอยู่เป็นจุดเริ่มต้น ควบคู่กับการลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริง ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญที่นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบาย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ หัวใจสำคัญของการช่วยเหลือครั้งนี้ คือต้องไม่ให้เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจริงตกหล่นจากระบบการช่วยเหลือของภาครัฐ เพียงเพราะไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร ต้องทำให้มั่นใจว่าประชาชนและเกษตรกรทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนจริง จะได้รับการพิจารณาช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” สรวุฒิกล่าว

The post ก.เกษตรฯ เร่งเค้นงบปี 70-71 เยียวยาเกษตรกรน้ำท่วม อุดหนุนปัจจัยการผลิต-พักหนี้ ธ.ก.ส. พร้อมชงของบกลางเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุริยะสั่งกรมชลฯ รับมือฝนตกหนักภาคใต้ 24-26 ต.ค. เร่งซ่อมคลอง ร.1 เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ https://thestandard.co/suriya-orders-rid-southern-flood-prep/ Wed, 21 Oct 2026 10:37:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1270615 ภาพสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และการดำเนินงานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำของกรมชลประทาน

วันนี้ (21 ตุลาคม) สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่ากา […]

The post สุริยะสั่งกรมชลฯ รับมือฝนตกหนักภาคใต้ 24-26 ต.ค. เร่งซ่อมคลอง ร.1 เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และการดำเนินงานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำของกรมชลประทาน

วันนี้ (21 ตุลาคม) สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้สั่งการกรมชลประทานเตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ช่วงวันที่ 24-26 ตุลาคม โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เช่น จังหวัดเพชรบุรีและนครศรีธรรมราช ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และตรวจสอบความพร้อมของอ่างเก็บน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชน

 

สำหรับความคืบหน้าการซ่อมแซมคลองภูมินาถดำริ (คลอง ร.1) จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นคลองระบายน้ำสำคัญ ได้รับรายงานจากกรมชลประทานว่าการดำเนินงานใกล้แล้วเสร็จ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยคลองดังกล่าวสามารถรองรับการระบายน้ำได้ถึง 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแผนลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าด้วยตนเองในเร็วๆ นี้

 

ส่วนสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา วานนี้ (20 ตุลาคม 69) ส่งผลให้บางพื้นที่มีน้ำหลากเล็กน้อย กรมชลประทานรายงานว่าสถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่สามารถรับมือได้ โดยได้กำชับหน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์ พร้อมแจ้งเตือนและเตรียมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

 

ด้าน วิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้กำชับสำนักงานชลประทานและโครงการชลประทานในพื้นที่ภาคใต้ตรวจสอบจุดเสี่ยงอุทกภัยตามแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัยปี 2569 พร้อมเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงาน รวมถึงติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับแผนระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์

 

สำหรับการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ สำนักงานชลประทานที่ 15 ได้ติดตั้งและเตรียมเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะบริเวณทุ่งท่าลาด อำเภอเมือง และพื้นที่อำเภอปากพนัง พร้อมเร่งกำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำในพื้นที่อำเภอท่าศาลา ชะอวด และเชียรใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดปัญหาน้ำท่วมขัง

 

ส่วนสำนักงานชลประทานที่ 16 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสงขลา ได้ติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย รวมถึงตรวจสอบและทดสอบเครื่องกว้านบานระบายน้ำ ตลอดจนหารือแนวทางซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 เพื่อให้ระบบระบายน้ำมีความพร้อมรองรับฝนตกหนักในระยะต่อไป

 

ขณะที่ สำนักงานชลประทานที่ 17 ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่จังหวัดปัตตานี โดยเฉพาะบริเวณโรงพยาบาลหนองจิก โรงพยาบาลโคกโพธิ์ และโรงพยาบาลยะหริ่ง เพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วมสถานพยาบาลและชุมชนโดยรอบ พร้อมเร่งกำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำในพื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ทั้งบริเวณบ้านกัวลอต๊ะ บ้านชุมบก บ้านสันติสุข และบ้านเกาะสะท้อน รวมถึงคลองส่งน้ำและคลองระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

 

ทั้งนี้​ กรมชลประทานได้กำชับทุกหน่วยงานในพื้นที่ให้เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างทั่วถึง โดยประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรือต้องการความช่วยเหลือด้านน้ำ สามารถแจ้งผ่านสายด่วนกรมชลประทาน 1460 เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการช่วยเหลือ

The post สุริยะสั่งกรมชลฯ รับมือฝนตกหนักภาคใต้ 24-26 ต.ค. เร่งซ่อมคลอง ร.1 เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยศชนันรับมอบไม้เท้าเตือนไฟฟ้ารั่วในน้ำ 500 ชุด เตรียมส่งต่อผู้ประสบอุทกภัย-อาสาสมัครกู้ภัยตั้งเป้ากลับบ้านต้องปลอดภัย https://thestandard.co/yodchanan-water-electric-leak-detector-canes/ Tue, 20 Oct 2026 11:44:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1270298 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รับมอบนวัตกรรมไม้เท้าเตือนไฟฟ้ารั่วในน้ำ 500 ชุด จากทีมวิจัย

วันนี้ (20 ตุลาคม) ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐม […]

The post ยศชนันรับมอบไม้เท้าเตือนไฟฟ้ารั่วในน้ำ 500 ชุด เตรียมส่งต่อผู้ประสบอุทกภัย-อาสาสมัครกู้ภัยตั้งเป้ากลับบ้านต้องปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รับมอบนวัตกรรมไม้เท้าเตือนไฟฟ้ารั่วในน้ำ 500 ชุด จากทีมวิจัย

วันนี้ (20 ตุลาคม) ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รับมอบ นวัตกรรมอุปกรณ์ตรวจจับไฟฟ้ารั่วในน้ำ ได้แก่ ไม้เท้าระวังภัย และไม้เท้าพลิกชีวิต รวมทั้งสิ้น 500 ชุด จากสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) พร้อมตัวแทนทีมวิจัยเจ้าของนวัตกรรมประกอบด้วย รศ.วิเชษฐ์ ทิพย์ประเสริฐ รักษาราชการแทนอธิการบดี มทร.ล้านนา รศ.ดร.วันไชย คำเสน นักวิจัย และ ผศ.ดร.กิตติ เมืองตุ้ม จาก มรภ.อุตรดิตถ์ เพื่อนำไปกระจายช่วยเหลือและเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย

 

จากสถิติอุทกภัยในปี 2569 พบว่า ไฟฟ้ารั่วในน้ำเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้ประสบภัยสูงเป็นอันดับ 2 รองจากการจมน้ำ (คิดเป็น 1 ใน 3 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด) เนื่องจากน้ำท่วมขังเป็นสื่อนำกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทำให้ประชาชนที่สัญจรลุยน้ำและเผลอไปสัมผัสจุดที่มีไฟรั่ว รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือ เสี่ยงต่อการถูกไฟฟ้าดูดจนเสียชีวิตได้ง่าย และเพื่อป้องกันการสูญเสียดังกล่าว รวพ. โดย บพท. จึงได้สนับสนุนทุนพัฒนานวัตกรรมไม้เท้าเตือนไฟฟ้ารั่วในน้ำ จำนวน 2 ผลงาน ได้แก่ ไม้เท้าระวังภัย (มรภ.อุตรดิตถ์) และ ไม้เท้าพลิกชีวิต (มทร.ล้านนา) ซึ่งเป็นอุปกรณ์สแกนหากระแสไฟฟ้ารั่วแบบไม่สัมผัส พร้อมส่งสัญญาณเตือนด้วยแสงไฟ LED และเสียง

 

สำหรับนวัตกรรมนี้ผ่านการทดสอบใช้งานจริงจนเห็นผล และได้ส่งมอบให้รัฐบาลเพื่อนำไปใช้ปกป้องชีวิตประชาชนและเจ้าหน้าที่ ทั้งในช่วงลุยน้ำท่วมและตอนสำรวจความปลอดภัยก่อนกลับเข้าบ้านหลังน้ำลด

 

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า กระทรวง อว. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการนำวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม มาใช้แก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต โดยเฉพาะจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมาซึ่งพบความสูญเสียจากกระแสไฟฟ้ารั่วเป็นจำนวนมาก นวัตกรรมไม้เท้าระวังภัย และ ไม้เท้าพลิกชีวิต ถือเป็นผลงานที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและศักยภาพของนักวิจัยไทย ในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงและสามารถปกป้องชีวิตของพี่น้องประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

“ไม้เท้าที่ได้รับมอบทั้ง 500 ชุดนี้ จะถูกส่งต่อไปยังผู้ประสบอุทกภัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่เสี่ยง เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเตือนภัย ป้องกันอันตรายจากภัยเงียบอย่างกระแสไฟฟ้ารั่วจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตให้แก่ประชาชน ตอบรับนโยบายเป้าหมายของภาครัฐที่ต้องการให้ประชาชนสามารถกลับเข้าบ้านได้อย่างมั่นใจ ภายใต้แนวคิดกลับบ้านแล้วต้องปลอดภัย” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว

The post ยศชนันรับมอบไม้เท้าเตือนไฟฟ้ารั่วในน้ำ 500 ชุด เตรียมส่งต่อผู้ประสบอุทกภัย-อาสาสมัครกู้ภัยตั้งเป้ากลับบ้านต้องปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินบอก สส.ปชน. กล่าวหาไร้แผนเยียวยา-งบช่วยน้ำท่วมเกลี้ยง จงใจให้ร้าย ยืนยันงบไม่หมด ครม. ไฟเขียวเพิ่มแล้ว 10,500 ล้านบาท https://thestandard.co/anutin-denies-flood-relief-budget-depleted/ Tue, 20 Oct 2026 07:45:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1270142 อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์ชี้แจงประเด็นงบประมาณเยียวยาน้ำท่วม

วันนี้ (20 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐม […]

The post อนุทินบอก สส.ปชน. กล่าวหาไร้แผนเยียวยา-งบช่วยน้ำท่วมเกลี้ยง จงใจให้ร้าย ยืนยันงบไม่หมด ครม. ไฟเขียวเพิ่มแล้ว 10,500 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์ชี้แจงประเด็นงบประมาณเยียวยาน้ำท่วม

วันนี้ (20 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สส.พรรคประชาชน กล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ได้มีแผนรับมือเยียวยาน้ำท่วมและงบประมาณหมดแล้ว ว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการพูดของคนที่ไม่รู้ความ เนื่องจากตามหลักการต้องเกิดภัยพิบัติก่อนจึงจะเข้าสำรวจและตรวจสอบเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเงินก้อนนี้มาจากงบกลางหากเกิน 100 ล้านบาท ต้องเสนอ ครม. อนุมัติ ดังนั้น ยืนยันว่างบประมาณไม่ได้หมดแน่นอน

 

“ไม่ใช่ โอ้โห เงินหมดแล้ว ไม่ใช่เลย เพราะฉะนั้นการให้ข่าวแบบนี้กับพี่น้องประชาชนถือว่าเป็นการให้ร้าย ผมคิดว่าเขารู้ แต่เขาตั้งใจจะให้ร้าย” อนุทินกล่าว

 

อนุทินกล่าวต่อว่า งบก้อนแรก 4,700 ล้านบาทที่ใช้หมดไปนั้น เป็นงบกลางที่เหลือจากปี 2569 ซึ่งเดิมต้องส่งคืนกระทรวงการคลัง แต่เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน ตนเห็นว่าต้องเยียวยาจึงนำมาตั้งเรื่อง ทำให้จ่ายเงินเยียวยาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่วนวันนี้สำนักงบประมาณได้ตั้งงบกลางอีก 10,500 ล้านบาท เสนอเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อสำรองไว้ใช้เยียวยาครัวเรือนที่เข้าข่ายเพิ่มเติม การให้ข่าวว่าเงินหมดถือเป็นการให้ร้ายประชาชนอย่างตั้งใจ

 

ส่วนกรณีประชาชนไปรอรับเงินเยียวยาหน้าเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อนุทินระบุว่า ไม่ทราบว่ามาจากสาเหตุใด แต่ทุกรัฐบาลต้องใช้เวลาสำรวจ ซึ่งเดิมมีการตั้งคณะกรรมการหลายชุดซ้ำซ้อนและล่าช้า ตนจึงปรับลดขั้นตอนให้ตรวจสอบผ่านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้เร่งจ่ายได้ทันทีแบบ First come first served (มาก่อนได้ก่อน) โดยไม่ต้องรอให้ภัยพิบัติจบลงก่อน ขอเพียงตรวจสอบให้แม่นยำ ไม่ผิดพลาด ไม่ซ้ำซ้อน ก็สามารถทยอยโอนจ่ายได้ทันที ซึ่งขณะนี้โอนจ่ายไปแล้ว 600,000 ครัวเรือน

 

สำหรับความเพียงพอของงบประมาณ อนุทินกล่าวว่า การประกันภัยพิบัติจะครอบคลุมเหตุการณ์ตั้งแต่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ส่วนสิ่งที่จ่ายในปัจจุบันเป็นการเยียวยาเหตุก่อนหน้านั้น ซึ่งจะจบในตัวเอง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องทำต่อคือการสร้างระบบป้องกันและรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในปีหน้าให้มากที่สุด เช่น ลงทุนประตูระบายน้ำและเครื่องมือระบายน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้รับประกันภัยพิบัติ ไม่ให้เกิดปัญหาบริษัทประกันปฏิเสธการรับประกันหรือขึ้นเบี้ยประกันในอนาคต

The post อนุทินบอก สส.ปชน. กล่าวหาไร้แผนเยียวยา-งบช่วยน้ำท่วมเกลี้ยง จงใจให้ร้าย ยืนยันงบไม่หมด ครม. ไฟเขียวเพิ่มแล้ว 10,500 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดรเผย ปภ. ชงงบ 10,500 ล้านบาท เข้า ครม. แจกเงินเยียวยาอุทกภัย ชี้ยันหากพบทุจริตหรือสวมสิทธิ คนยืนยันสิทธิต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย https://thestandard.co/parit-flood-relief-budget-approval/ Tue, 20 Oct 2026 03:13:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1270010 ภราดร ปริศนานันทกุล แถลงเรื่องการเสนองบประมาณเยียวยาอุทกภัยเข้า ครม.

วันนี้ (20 ตุลาคม) ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำน […]

The post ภราดรเผย ปภ. ชงงบ 10,500 ล้านบาท เข้า ครม. แจกเงินเยียวยาอุทกภัย ชี้ยันหากพบทุจริตหรือสวมสิทธิ คนยืนยันสิทธิต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดร ปริศนานันทกุล แถลงเรื่องการเสนองบประมาณเยียวยาอุทกภัยเข้า ครม.

วันนี้ (20 ตุลาคม) ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เสนอของบกลางปี 2570 จำนวน 10,500 ล้านบาท เพื่อเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยเพิ่มเติม ซึ่งน่าจะครอบคลุมพื้นที่ที่เหลือทั้งหมด โดยยืนยันว่าเรื่องจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. วันนี้แน่นอน และเชื่อว่าการจ่ายเงินจะไม่สะดุด หากอนุมัติแล้วก็พร้อมดำเนินการจ่ายต่อในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ได้ทันที

 

ภราดรระบุว่า ปัญหาความล่าช้าไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่อยู่ที่กระบวนการตรวจสอบ โดยในพื้นที่ กทม. เจอปัญหาคอขวด ไม่เหมือนต่างจังหวัด จึงได้หารือกับ วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ไปพูดคุยกับทางเขตเพื่อตรวจสอบให้รวดเร็วขึ้น แต่ความรวดเร็วจะต้องถูกต้องและแม่นยำด้วย เพราะเกรงว่าจะเกิดการร้องเรียนตามหลังมาอีกมากมาย

 

ส่วนกรณีการจ่ายเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท ที่บางส่วนถูกเรียกคืนนั้น ภราดรชี้แจงว่า ต้องยึดหลักการที่รัฐจะจ่ายให้เฉพาะผู้ได้รับผลกระทบตามเงื่อนไข คือเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัยที่น้ำท่วมบ้านเสียหายได้ 9,000 บาท และผู้ถูกน้ำล้อม 7 วัน ได้ 5,000 บาท หากใครไม่อยู่ในเงื่อนไขแต่ทดลองลงทะเบียน สุดท้ายกระบวนการตรวจสอบเป็นเรื่องของท้องถิ่น โดยใน กทม. ทางเขตจะเป็นผู้ยืนยันสิทธิ์

 

สำหรับการเรียกเงินคืนนั้น ภราดรกล่าวว่า ต้องไปถามทางเขต แต่เงินนี้คือเงินของรัฐ คนที่จะได้รับคือคนที่เข้าเงื่อนไขความเดือดร้อนเท่านั้น ส่วนใครที่ไม่เข้าเงื่อนไขก็ไม่มีสิทธิ์ หากทำด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จนได้เงินที่ไม่สมควรจะได้ ก็เป็นเรื่องของทางเขตที่จะไปติดตามคืน หรืออาจมีการดำเนินคดีหากมีผู้ร้องเรียน โดยคนที่ต้องรับผิดชอบคือคนที่ไปยืนยันสิทธิ์ให้กับคนที่ไม่สมควรได้รับ

 

นอกจากนี้ กรณีการสวมสิทธิ์รับเงินเยียวยานั้น ภราดรกล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถลงไปรู้ลึกในรายละเอียดกระบวนการตรวจสอบของท้องถิ่นได้ แต่ตามหลักการ หากมีผู้ร้องเรียนเข้ามาและพบว่ามีการทุจริต คนที่ยืนยันสิทธิ์ให้กับผู้ที่ไม่สมควรได้รับแน่นอนว่าจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงบประมาณ เมื่อหน่วยงานขอเงินขึ้นมาเท่าใดก็มีหน้าที่นำเข้า ครม. ตามขั้นตอน ส่วนรายละเอียดเป็นเรื่องของท้องถิ่นที่จะนำเสนอขึ้นมา พร้อมย้ำทิ้งท้ายว่าคนที่ต้องรับผิดชอบคือคนที่ยืนยันสิทธิ์ให้กับบุคคลเหล่านั้น

The post ภราดรเผย ปภ. ชงงบ 10,500 ล้านบาท เข้า ครม. แจกเงินเยียวยาอุทกภัย ชี้ยันหากพบทุจริตหรือสวมสิทธิ คนยืนยันสิทธิต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ นำถก ครม. ชงเพิ่มงบเยียวยาน้ำท่วม 1.05 หมื่นล้าน ด้านพาณิชย์เสนออุ้มราคาข้าวเปลือก-ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ https://thestandard.co/cabinet-flood-relief-budget-crop-measures/ Tue, 20 Oct 2026 01:31:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1270001 อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี

วันนี้ (20 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐ […]

The post นายกฯ นำถก ครม. ชงเพิ่มงบเยียวยาน้ำท่วม 1.05 หมื่นล้าน ด้านพาณิชย์เสนออุ้มราคาข้าวเปลือก-ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี

วันนี้ (20 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีวาระสำคัญที่ต้องจับตา ได้แก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ขออนุมัติงบกลางฉุกเฉิน ปี 2570 เพิ่มเติม วงเงิน 10,508.876 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเยียวยาน้ำท่วมที่ยังตกค้างประมาณ 1.4 – 1.7 ล้านครัวเรือน (1,481,401 ครัวเรือน) พร้อมกันนี้กระทรวงมหาดไทยยังเสนอขอผ่อนผันการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1A เพื่อดำเนินโครงการขยายเขตระบบจำหน่ายไฟฟ้า บ้านผาผึ้ง หมู่ที่ 6 และบ้านศรีคีรีรักษ์ หมู่ที่ 11 ตำบลเชียงทอง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก

 

ด้านมาตรการทางการเกษตร กระทรวงพาณิชย์เสนอมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 ขณะที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เสนอมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และส่งเสริมการผลิต ปี 2569/70 หลังผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้น เพื่อป้องกันราคาข้าวโพดตกต่ำ

 

สำหรับวาระทางการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอเรื่องขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่ง ครม. อาจมีมติแจ้งสภาฯ ถึงความพร้อมของรัฐบาลเกี่ยวกับกำหนดวันที่จะสู้ศึกอภิปรายดังกล่าว

 

ด้านการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศเสนอการลงนามความตกลงระหว่างไทยกับโปรตุเกส ว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราแก่ผู้ถือหนังสือเดินทางทูต ราชการ หรือหนังสือเดินทางพิเศษ และความตกลงระหว่างไทยกับสเปน ว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางราชการ รวมถึงรายงานเอกสารผลลัพธ์การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (JC) ครั้งที่ 16 และการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดน (JDS) ครั้งที่ 7 ระดับรัฐมนตรี ระหว่างไทยกับมาเลเซีย ซึ่งมีกำหนดประชุมวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ

 

ส่วนวาระอื่นๆ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอร่างความตกลงการจัดตั้งสำนักงานการท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง, สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอการขยายระยะเวลาบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการต่ออายุโครงการ Country Programme ระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

 

กระทรวงคมนาคมเสนอการออกกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568, กระทรวงการคลังเสนอรายงานประจำปี 2568 ของกองทุนการออมแห่งชาติ รายงานผลการดำเนินงานของระบบประกันภัยและพัฒนาการที่สำคัญ รอบ 12 เดือน ปี 2567 และปี 2568 รวมถึงอาจมีการเสนอมาตรการด้านภาษีหรือธุรกรรมการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี

The post นายกฯ นำถก ครม. ชงเพิ่มงบเยียวยาน้ำท่วม 1.05 หมื่นล้าน ด้านพาณิชย์เสนออุ้มราคาข้าวเปลือก-ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมโรคลงพื้นที่ปราจีนบุรี คัดกรองสุขภาพ 250 ประชาชนเสี่ยงสัมผัสสารปิโตรเคมีช่วงน้ำท่วม ยันคุณภาพอากาศปลอดภัย https://thestandard.co/prachinburi-flood-petrochemical-health-screening/ Tue, 20 Oct 2026 01:24:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1269997 เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคลงพื้นที่คัดกรองสุขภาพประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมปราจีนบุรี

วานนี้ (19 ตุลาคม) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรม […]

The post กรมควบคุมโรคลงพื้นที่ปราจีนบุรี คัดกรองสุขภาพ 250 ประชาชนเสี่ยงสัมผัสสารปิโตรเคมีช่วงน้ำท่วม ยันคุณภาพอากาศปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคลงพื้นที่คัดกรองสุขภาพประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมปราจีนบุรี

วานนี้ (19 ตุลาคม) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อุทกภัย จังหวัดปราจีนบุรี ที่อาจสัมผัสสารปิโตรเคมีจากน้ำและคราบน้ำมัน โดยกรมควบคุมโรคได้ให้ความสำคัญกับการประเมินผลกระทบจากประวัติการสัมผัส ระยะเวลา และอาการผิดปกติ เพื่อจำแนกระดับความเสี่ยงและกำหนดแนวทางดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม

 

จากการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ทีมปฏิบัติงานได้คัดกรองสุขภาพประชาชนในรัศมี 2-7 กิโลเมตรจากจุดทิ้งขยะอันตรายและแนวคราบน้ำมัน ในพื้นที่ตำบลคู้ลำพัน ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ และตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ รวมทั้งสิ้น 250 ราย ผลการคัดกรองพบกลุ่มเสี่ยงสูง 52 ราย กลุ่มเสี่ยงปานกลาง 145 ราย และกลุ่มเสี่ยงต่ำ 53 ราย โดยยังไม่พบผู้ที่มีอาการเข้าข่ายอันตราย

 

ทั้งนี้ ทีมปฏิบัติงานได้เก็บตัวอย่างปัสสาวะจากกลุ่มเสี่ยงสูงจำนวน 50 ราย เพื่อตรวจหาสารปิโตรเคมี ได้แก่ โทลูอีน (Toluene), สไตรีน (Styrene), เบนซีน (Benzene) และสารหนู (Arsenic) เพื่อนำมาประเมินความเสี่ยงร่วมกับประวัติการสัมผัส

 

นอกจากนี้ ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศด้วยเครื่อง GC portable จำนวน 2 จุด ในตำบลโคกปีบ พบว่าปริมาณสารระเหย (BTEXS), ก๊าซไข่เน่า (H2S) และ 1,3-Butadiene ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าขีดจำกัดความสามารถในการตรวจวัด (LOD) ซึ่งถือว่าปลอดภัย

 

ด้าน นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ออกคำเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและตะกอนที่สงสัยว่าปนเปื้อน หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรแต่งกายมิดชิด สวมรองเท้าบูต และปิดแผลให้สนิท เมื่อสัมผัสน้ำแล้วต้องรีบล้างตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที

 

นอกจากนี้ ขอความร่วมมือประชาชนงดบริโภคสัตว์น้ำและผลผลิตทางการเกษตรจากพื้นที่ที่อาจปนเปื้อน จนกว่าจะได้รับการยืนยันความปลอดภัยจากหน่วยงานราชการ หากพบอาการผิดปกติ เช่น ผื่นคัน แสบตา ไอ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือแน่นหน้าอก ให้ออกจากพื้นที่เสี่ยงทันทีและรีบพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสสารเคมี เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

The post กรมควบคุมโรคลงพื้นที่ปราจีนบุรี คัดกรองสุขภาพ 250 ประชาชนเสี่ยงสัมผัสสารปิโตรเคมีช่วงน้ำท่วม ยันคุณภาพอากาศปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลายปีเสี่ยงท่วม ต้นปีเสี่ยงแล้ง ไทยพร้อมแค่ไหนเมื่อเอลนีโญรุนแรงมาก? https://thestandard.co/el-nino-thailand-flood-drought-risks/ Mon, 19 Oct 2026 11:00:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1269760 กราฟิกสภาพอากาศแสดงความเสี่ยงน้ำท่วมและภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญในไทย

ภาคใต้ยังต้องระวังฝนหนักปลายปี ขณะที่ต้นปี 2570 หลายพื้ […]

The post ปลายปีเสี่ยงท่วม ต้นปีเสี่ยงแล้ง ไทยพร้อมแค่ไหนเมื่อเอลนีโญรุนแรงมาก? appeared first on THE STANDARD.

]]>
กราฟิกสภาพอากาศแสดงความเสี่ยงน้ำท่วมและภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญในไทย

ภาคใต้ยังต้องระวังฝนหนักปลายปี ขณะที่ต้นปี 2570 หลายพื้นที่อาจเผชิญฝนน้อยและอากาศร้อนกว่าปกติ การบริหารน้ำจึงต้องตอบให้ได้ทั้งสองโจทย์ จะระบายน้ำอย่างไรให้ทัน และเก็บน้ำอย่างไรให้พอ

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์เกษตรและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิเคราะห์แนวโน้มจากข้อมูลพยากรณ์ระหว่างประเทศ พร้อมเสนอแนวทางรับมือ ตั้งแต่น้ำท่วมภาคใต้ไปจนถึงภัยแล้ง ความร้อน และความเสี่ยงฝุ่น PM2.5 ในปีหน้า

 

เอลนีโญรุนแรงมาก ไทยจะเจออะไร?

 

ข้อมูลพยากรณ์เดือนตุลาคม 2569 ของศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศ ภายใต้องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NOAA ระบุโอกาสเกิดเอลนีโญระดับรุนแรงมากที่ 100% ในช่วงตุลาคม–ธันวาคม 2569 ตามเกณฑ์ดัชนี Relative Oceanic Niño Index หรือ RONI อย่างไรก็ตาม ระดับความแรงของเอลนีโญไม่ได้หมายความว่าผลกระทบต่อไทยจะรุนแรงตามไปด้วยทุกพื้นที่

 

เอลนีโญเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลและการไหลเวียนของบรรยากาศในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบฝนและอุณหภูมิในหลายภูมิภาค สำหรับประเทศไทยยังต้องพิจารณามรสุม พายุ และสภาพอากาศรายพื้นที่ประกอบ เพราะการเกิดเอลนีโญไม่ได้ทำให้ฝนน้อยลงทุกแห่งตลอดเวลา

 

แม้ความรุนแรงมีแนวโน้มลดลงในปีหน้า แต่ NOAA ยังให้โอกาสคงอยู่ของเอลนีโญที่ 100% ในช่วงมกราคม–มีนาคม 2570 ก่อนลดเหลือ 98% ในช่วงกุมภาพันธ์–เมษายน และ 85% ในช่วงมีนาคม–พฤษภาคม จึงยังต้องเตรียมรับความเสี่ยงต่อเนื่องถึงฤดูร้อน

 

อีกปัจจัยที่วิษณุชวนติดตามคือ ความต่างของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลระหว่างฝั่งตะวันตกกับตะวันออกของมหาสมุทรอินเดีย หรือ IOD หากเกิดภาวะ IOD ระยะบวกร่วมกับเอลนีโญ อาจเสริมความเสี่ยงฝนน้อยในบางส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลีย หรือ BoM รายงานเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ว่า ดัชนี IOD สูงกว่าเกณฑ์บวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 แล้ว แต่ยังต้องติดตามความต่อเนื่องก่อนยืนยันการเกิด IOD ระยะบวกอย่างชัดเจน

 

ทำไมภาคใต้ยังเสี่ยงน้ำท่วม แม้อยู่ในช่วงเอลนีโญ?

 

วิษณุอธิบายว่า ค่าเฉลี่ยผลพยากรณ์จาก 12 สำนักอุตุนิยมวิทยาบ่งชี้ว่า ช่วงพฤศจิกายน–ธันวาคม 2569 ไทยตอนบนส่วนใหญ่มีแนวโน้มฝนใกล้เคียงค่าปกติ ขณะที่ภาคใต้หลายพื้นที่ โดยเฉพาะตอนกลางและตอนล่าง อาจมีฝนมากกว่าปกติเล็กน้อย จึงยังต้องเตรียมรับฝนหนัก น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันในช่วงฤดูฝนของภาคใต้

 

อย่างไรก็ตาม แบบจำลองยังให้ภาพแตกต่างกัน โดยพยากรณ์ของสถาบันวิจัยภูมิอากาศและสังคมระหว่างประเทศ หรือ IRI มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ให้สัญญาณว่าภาคใต้หลายพื้นที่อาจมีฝนต่ำกว่าปกติในช่วงพฤศจิกายน 2569–มกราคม 2570

 

ความแตกต่างนี้ทำให้ต้องติดตามพยากรณ์ระยะสั้นควบคู่กัน เพราะปริมาณฝนรวมตลอดช่วงกับฝนหนักเฉพาะวันเป็นคนละประเด็น แม้ฝนรวมต่ำกว่าปกติ ก็ยังอาจมีฝนตกหนักบางช่วงจนเกิดน้ำท่วมได้

 

การเตรียมรับมือจึงควรเริ่มก่อนฝนหนัก ทั้งตรวจทางระบายน้ำ คันกั้นน้ำ เครื่องสูบ และพื้นที่หน่วงน้ำ เฝ้าระวังน้ำป่าและดินถล่ม พร้อมกำหนดเส้นทางอพยพและจุดพักพิงที่มีน้ำสะอาดและสุขาภิบาลเพียงพอ รวมถึงเตรียมเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง ปศุสัตว์ ผลผลิต เครื่องจักร และสารเคมีออกจากพื้นที่เสี่ยง

 

ต้นปี 2570 ฝนน้อยจะเริ่มจากพื้นที่ไหน?

 

เมื่อเข้าสู่มกราคม–กุมภาพันธ์ 2570 ค่าเฉลี่ยพยากรณ์จาก 12 สำนักเริ่มให้สัญญาณฝนต่ำกว่าปกติในภาคใต้หลายพื้นที่ และขยายกว้างขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ จึงควรเตรียมน้ำสำหรับการเกษตรและการอุปโภคบริโภคล่วงหน้า

 

ส่วนไทยตอนบน แม้ฝนอาจใกล้เคียงค่าปกติ แต่เป็นช่วงที่มีฝนน้อยตามฤดูกาลอยู่แล้ว จึงไม่ได้หมายความว่าจะมีน้ำเพียงพอต่อความต้องการ การใช้น้ำยังต้องพึ่งน้ำที่สะสมไว้จากฤดูฝนเป็นหลัก

 

ช่วงที่ต้องจับตาต่อคือมีนาคม–เมษายน 2570 เมื่อสัญญาณฝนน้อยมีแนวโน้มขยายจากภาคใต้ไปยังไทยตอนบนหลายพื้นที่ และอาจครอบคลุมเกือบทั่วประเทศในเดือนเมษายน หากน้ำสะสมไม่เพียงพอ ความเสี่ยงขาดแคลนน้ำจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะชุมชนและพื้นที่เกษตรที่พึ่งน้ำฝนหรือแหล่งน้ำขนาดเล็ก

 

ด้านพยากรณ์ของ IRI ให้สัญญาณฝนน้อยขยายกว้างขึ้นในช่วงกุมภาพันธ์–เมษายน 2570 โดยเฉพาะภาคเหนือ ตะวันตก และใต้ แม้รายละเอียดรายพื้นที่จะแตกต่างกัน แต่เป็นข้อมูลที่ควรนำมาประกอบการวางแผนน้ำฤดูแล้งและติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

 

ร้อนกว่าปกติ 1–2.5 องศาฯ กระทบน้ำและชีวิตอย่างไร?

 

ข้อมูลพยากรณ์จาก 12 สำนักที่วิษณุนำมาวิเคราะห์ ประเมินว่า ช่วงพฤศจิกายน 2569–เมษายน 2570 ไทยมีแนวโน้มอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าปกติประมาณ 1–2.5 องศาเซลเซียส

 

ตัวเลขนี้เป็นแนวโน้มอุณหภูมิเฉลี่ยเมื่อเทียบกับค่าปกติ ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะร้อนขึ้นเท่ากันทุกวัน แต่เป็นสัญญาณให้เตรียมรับความต้องการใช้น้ำและผลกระทบจากความร้อนที่อาจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากเกิดร่วมกับฝนน้อยและน้ำสะสมไม่เพียงพอ

 

วิษณุเสนอให้จัดระบบดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ที่อยู่ลำพัง ขณะที่แรงงานกลางแจ้งควรได้รับการปรับเวลาทำงานและช่วงพักตามความเสี่ยง มีน้ำดื่มและจุดพักคลายร้อน พร้อมสำรองน้ำ ไฟฟ้า ยา และระบบส่งต่อผู้ป่วย

 

สำหรับภาคเกษตร ควรประเมินว่ามีน้ำเพียงพอตลอดรอบการผลิตก่อนเริ่มปลูก ปรับปฏิทินและพื้นที่เพาะปลูกให้สอดคล้องกับน้ำที่เข้าถึงได้จริง รวมถึงเตรียมน้ำสำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้น และปศุสัตว์ ส่วนฟาร์มประมงควรเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ พร้อมเตรียมเครื่องเติมอากาศและไฟฟ้าสำรอง

 

หากจำเป็นต้องลดพื้นที่หรือชะลอการเพาะปลูก ควรมีมาตรการรายได้ทดแทน และส่งเสริมพืชใช้น้ำน้อยที่เหมาะกับดินและมีตลาดรองรับ เพื่อให้เกษตรกรปรับตัวได้โดยไม่ต้องแบกรับความเสียหายเพียงลำพัง

 

เขื่อนมีน้ำมาก ทำไมบางชุมชนยังเสี่ยงขาดน้ำ?

 

ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความมั่นคงด้านน้ำ เพราะเกษตรกรและชุมชนที่อยู่นอกเขตชลประทานอาจไม่สามารถเข้าถึงน้ำเหล่านั้นได้ และยังต้องพึ่งน้ำฝน สระ บ่อ หรือแหล่งน้ำท้องถิ่น

 

วิษณุจึงเสนอให้ประเมินน้ำในระดับพื้นที่ ทั้งฝนสะสม ฝนทิ้งช่วง ความชื้นดิน และปริมาณน้ำที่ใช้ได้จริงในแหล่งน้ำ รวมถึงแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตประปาระดับหมู่บ้าน

 

คำถามที่แต่ละพื้นที่ควรตอบให้ได้คือ น้ำสำรองที่มีอยู่ใช้ได้อีกกี่วัน และหากฝนไม่มาตามคาด จะมีน้ำจากที่ใดมาทดแทน

 

การเตรียมพร้อมต้องครอบคลุมการซ่อมระบบ ลดการสูญเสียน้ำ จัดหาแหล่งน้ำสำรอง และวางแผนกระจายน้ำสะอาดก่อนแหล่งน้ำแห้ง พร้อมจัดสรรน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่เข้าถึงน้ำจำกัดและครัวเรือนเปราะบาง

 

แล้งและร้อน เพิ่มความเสี่ยงไฟป่า–PM2.5 อย่างไร?

 

หากเกิดสภาพแห้งแล้งต่อเนื่อง การป้องกันไฟป่าและลดการเผาจะเป็นอีกภารกิจที่ต้องเตรียมล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของฝุ่น PM2.5 ยังขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดฝุ่น การเผา และสภาพอากาศที่มีผลต่อการสะสมและระบายมลพิษ จึงไม่อาจใช้ความแรงของเอลนีโญตัดสินสถานการณ์ฝุ่นโดยตรง

 

ข้อเสนอของวิษณุคือ เตรียมแผนพื้นที่เสี่ยง การลาดตระเวน ระบบตรวจจับไฟ กำลังคน และอุปกรณ์ก่อนเข้าสู่ฤดูไฟ พร้อมจัดการเชื้อเพลิงให้เหมาะกับระบบนิเวศ

 

ภาคเกษตรควรได้รับการสนับสนุนบริการเก็บ ขน และใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุ เพื่อลดความจำเป็นในการเผา ขณะที่ชุมชนควรมีพื้นที่ปลอดฝุ่นซึ่งดูแลทั้งความเย็นและการระบายอากาศอย่างเหมาะสม พร้อมปรับกิจกรรมกลางแจ้งตามค่าฝุ่นและคำเตือน

 

นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังน้ำเสีย น้ำเค็มรุก และรักษาน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่ชุ่มน้ำและถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในช่วงน้ำจำกัด

 

จากรับมือน้ำท่วมสู่เตรียมรับแล้ง รัฐต้องทำอะไรตั้งแต่วันนี้?

 

การเตรียมรับมือจำเป็นต้องเชื่อมโยงทั้งระดับจังหวัด ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดผู้รับผิดชอบ เกณฑ์เริ่มปฏิบัติ งบประมาณ และอุปกรณ์ให้พร้อม พร้อมปรับแผนตามพยากรณ์ระยะสั้นและสถานการณ์จริง

 

ภาคอุตสาหกรรมควรตรวจสอบความต้องการและปริมาณน้ำที่มี ส่งเสริมการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำตามคุณภาพที่เหมาะสม เตรียมน้ำและไฟฟ้าสำรองสำหรับระบบสำคัญ รวมถึงป้องกันสารเคมีและน้ำเสียรั่วไหล พร้อมซ้อมแผนรับน้ำท่วม น้ำขาด ไฟดับ และการขนส่งหยุดชะงัก โดยประสานการใช้น้ำกับชุมชนล่วงหน้า

 

ด้านการท่องเที่ยวควรกำหนดเกณฑ์ปิดพื้นที่เสี่ยง เตรียมเส้นทางอพยพและการสื่อสารหลายภาษา รวมถึงกิจกรรมทดแทนเมื่อร้อนจัดหรือฝุ่นสูง ขณะที่โรงแรมและสถานบริการควรลดการสูญเสียน้ำ ดูแลความสะอาดของอาหารและน้ำ และตรวจความปลอดภัยก่อนกลับมาเปิดบริการหลังน้ำลด

 

สำหรับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม การบริหารน้ำหลากควรทำควบคู่กับการเก็บน้ำไว้ใช้เมื่อปลอดภัย ส่วนพื้นที่เสี่ยงแล้งต้องมีแผนช่วยเหลือก่อนน้ำหมด โดยเฉพาะระบบประปาชุมชน พื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทาน และครัวเรือนที่มีทางเลือกเข้าถึงน้ำจำกัด

 

ช่วงเปลี่ยนผ่านจากปลายปี 2569 สู่ต้นปี 2570 จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญของการเตรียมพร้อม เพราะน้ำที่ต้องเร่งระบายในวันนี้ อาจเป็นน้ำที่หลายพื้นที่ต้องการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

The post ปลายปีเสี่ยงท่วม ต้นปีเสี่ยงแล้ง ไทยพร้อมแค่ไหนเมื่อเอลนีโญรุนแรงมาก? appeared first on THE STANDARD.

]]>