Fed ประกาศมติดอกเบี้ยแล้ว ขณะที่ Google และ Microsoft เปิดผลประกอบการพร้อมการตอบรับของราคาหุ้นที่ต่างกัน ส่วนปลายสัปดาห์นี้ถึงสัปดาห์หน้ายังมีทั้งตัวเลขเศรษฐกิจ งบบริษัทใหญ่ และการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐให้ติดตาม The Secret Sauce รวบรวมเหตุการณ์สำคัญในช่วงสัปดาห์นี้ ถึงสิ่งที่อาจจะและกำลังจะเกิดในสัปดาห์ถัดไป ว่ามีเรื่องไหนรออยู่ข้างหน้าบ้าง
🟡 สัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เกิดอะไรขึ้นบ้าง?
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบวันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม โดย Nasdaq Composite ลดลงประมาณ 1.4% ส่วน S&P 500 และ Dow Jones ลดลงประมาณ 0.3% หลังหุ้น Alphabet ร่วงหนักจากผลประกอบการ ถึงอย่างนั้น เมื่อเทียบกับปลายสัปดาห์ก่อน ดัชนีทั้งสามยังบวกสะสมประมาณ 0.9%, 1.3% และ 0.2% ตามลำดับ
🔶 1. Fed คงดอกเบี้ย 3.75–4.00% เงินเฟ้อยังสูง
วันที่ 28 ตุลาคม ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.75–4.00% ด้วยคะแนนเสียง 10 ต่อ 2 ส่วนกรรมการอีก 2 คนต้องการขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ แถลงการณ์ระบุว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวแข็งแรง การใช้จ่ายในประเทศยังทนทาน แต่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง
🔶 2. Alphabet รายได้โต 25% แต่โฆษณาต่ำกว่าคาด หุ้นปิดร่วง 12.6%
Alphabet บริษัทแม่ของ Google รายงานรายได้ไตรมาส 3 ประมาณ 127,600 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน โดย Google Cloud มีรายได้เพิ่มขึ้น 103% แต่รายได้รวมยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด โดยเฉพาะธุรกิจโฆษณาที่ทำรายได้ประมาณ 82,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับที่คาดไว้ 83,400 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรสำหรับผู้ถือหุ้นสามัญลดลง 25% เหลือประมาณ 26,170 ล้านดอลลาร์
อีกตัวเลขที่ตลาดจับตาคือกระแสเงินสดอิสระในไตรมาสนี้ติดลบประมาณ 9,100 ล้านดอลลาร์ หมายถึงเงินสดจากการดำเนินธุรกิจยังไม่พอครอบคลุมรายจ่ายลงทุนในทรัพย์สิน เช่น ศูนย์ข้อมูลและอุปกรณ์ บริษัทกำลังเร่งลงทุนรองรับ AI และระบุว่าจะเพิ่มรายจ่ายลงทุนในปี 2027 อย่างมีนัยสำคัญ หลังประกาศงบ หุ้น Alphabet ปิดตลาดวันที่ 29 ตุลาคมลดลงประมาณ 12.6% ท่ามกลางความกังวลเรื่องการเติบโตของธุรกิจโฆษณาค้นหาและต้นทุนลงทุน AI ที่สูงขึ้น
🔶 3. Microsoft รายได้โต 19% ธุรกิจ Azure โต 48%
Microsoft รายงานผลประกอบการไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนกันยายน มีรายได้ประมาณ 92,300 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน และกำไรจากการดำเนินงานประมาณ 45,900 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21% บริษัทระบุว่ารายได้ กำไรจากการดำเนินงาน และกำไรต่อหุ้นออกมาสูงกว่าที่คาด
รายได้ Microsoft Cloud เพิ่มขึ้น 30% ส่วน Azure ซึ่งให้บริการระบบประมวลผลและโครงสร้างพื้นฐานผ่านอินเทอร์เน็ต มีรายได้เพิ่มขึ้น 48% แม้หุ้นจะปรับขึ้นในการซื้อขายนอกเวลาหลังประกาศงบ แต่เมื่อปิดการซื้อขายปกติวันที่ 29 ตุลาคม ราคาหุ้นอยู่ที่ 530.14 ดอลลาร์ ลดลงเล็กน้อยประมาณ 0.16% จากวันก่อน
🔶 4. ผู้บริโภคมั่นใจขึ้น แต่ยังระมัดระวังการใช้เงิน
ข้อมูลวันที่ 27 ตุลาคมจาก The Conference Board ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนตุลาคมเพิ่มจาก 84.2 เป็น 91.7 จุด หลังคนมองสถานการณ์ธุรกิจและอนาคตดีขึ้น แต่ผู้ตอบแบบสำรวจยังวางแผนใช้จ่ายด้านบริการและสินค้าคงทนน้อยลงในช่วง 6 เดือนข้างหน้า โดยระดับราคาที่สูงและเงินเฟ้อยังกระทบกำลังซื้อ
ด้านยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนกันยายน เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง เพิ่มขึ้น 1.8% จากเดือนก่อน โดยมีหมวดขนส่งเป็นแรงหนุนหลัก หากหักหมวดนี้ออก ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 0.5%
🟡 ปลายสัปดาห์นี้ถึงสัปดาห์หน้า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีอะไรต้องจับตาต่อ?
🔶 5. เศรษฐกิจสหรัฐโต 3.4% เงินเฟ้อ PCE อยู่ที่ 3.6%
วันที่ 29 ตุลาคม สหรัฐประกาศประมาณการครั้งแรกว่า GDP ที่ปรับผลของเงินเฟ้อแล้วในไตรมาส 3 ขยายตัว 3.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและคำนวณเป็นอัตรารายปี เร่งขึ้นจาก 2.2% ในไตรมาส 2 โดยมีการลงทุน การบริโภค และการใช้จ่ายภาครัฐเป็นแรงหนุน ตัวเลขนี้ยังเป็นประมาณการเบื้องต้นและอาจปรับแก้ได้
ส่วนเงินเฟ้อ PCE เดือนกันยายน ซึ่งวัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ครัวเรือนซื้อ เพิ่มขึ้น 3.6% จากเดือนเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.5% จากเดือนก่อน หากไม่รวมอาหารและพลังงาน หรือ Core PCE เพิ่มขึ้น 3.1% จากปีก่อน และ 0.3% จากเดือนก่อน
🔶 6. Amazon–Intel–Sandisk เปิดงบ ผลออกมาต่างกันอย่างไร?
Amazon มีรายได้ไตรมาส 3 ประมาณ 201,900 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน โดย AWS ซึ่งเป็นธุรกิจ Cloud มีรายได้เพิ่มขึ้น 39% ส่วนกำไรสุทธิลดลงเหลือประมาณ 20,700 ล้านดอลลาร์ จาก 21,200 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ซึ่งเคยมีกำไรจากเงินลงทุนใน Anthropic ก้อนใหญ่ ขณะที่กระแสเงินสดอิสระย้อนหลัง 12 เดือนติดลบประมาณ 42,400 ล้านดอลลาร์ โดยบริษัทระบุว่ารายจ่ายลงทุนที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ AI
Intel รายงานรายได้ประมาณ 16,500 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อน แต่กำไรสุทธิส่วนของ Intel ลดลง 18% เหลือประมาณ 3,300 ล้านดอลลาร์ บริษัทคาดว่ารายได้ไตรมาส 4 จะอยู่ที่ 15,000–16,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมระบุว่าตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอาจชะลอตัวต่อเนื่องอย่างน้อยถึงครึ่งแรกของปีหน้า
Sandisk รายงานรายได้ไตรมาสแรกของปีบัญชี 2027 ประมาณ 11,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 23% จากไตรมาสก่อน และมีกำไรสุทธิประมาณ 8,100 ล้านดอลลาร์ พร้อมประกาศแตกหุ้น 1 หุ้นเดิมเป็น 8 หุ้น โดยคาดว่าจะเริ่มซื้อขายด้วยราคาที่ปรับหลังแตกหุ้นวันที่ 20 พฤศจิกายน การแตกหุ้นเพิ่มจำนวนหุ้นและลดราคาต่อหุ้นตามสัดส่วน โดยไม่ได้เพิ่มมูลค่ารวมของบริษัทด้วยตัวมันเอง
🔶 7. BOJ คงดอกเบี้ย 1.25% พร้อมเร่งขาย ETF ตั้งแต่ปีหน้า
วันที่ 30 ตุลาคม ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BOJ มีมติ 8 ต่อ 1 คงดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ประมาณ 1.25% ส่วนกรรมการที่เห็นต่างเสนอให้ปรับขึ้นเป็น 1.50%
BOJ ยังมีมติเร่งขายกองทุน ETF ที่ถืออยู่ จากประมาณ 330,000 ล้านเยนต่อปี เป็น 860,000 ล้านเยนต่อปี โดยเป็นมูลค่าตามบัญชี และจะเริ่มใช้อัตราใหม่นี้ในเดือนมกราคม 2027 ส่วน ETF คือกองทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้คล้ายหุ้น
🔶 8. ต้นสัปดาห์หน้า: งบ Apple และ AMD
Apple มีกำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ของปีบัญชี 2026 วันที่ 2 พฤศจิกายนตามเวลาสหรัฐ หรือช่วงเช้ามืดวันที่ 3 พฤศจิกายนในไทย ตามรายงาน MacRumors ที่อ้างอิงกำหนดการจากฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท
ส่วน AMD ประกาศว่าจะรายงานผลไตรมาส 3 หลังตลาดปิดวันที่ 3 พฤศจิกายนตามเวลาสหรัฐ ตรงกับช่วงเช้ามืดวันที่ 4 พฤศจิกายนในไทย เป็นอีกคิวข่าวของบริษัทเทคโนโลยีต่อจากงบชุดใหญ่ปลายเดือนตุลาคม
🔶 9. วันที่ 3 พฤศจิกายน: เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ
สหรัฐมีกำหนดเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นการเลือกตั้งกลางเทอม โดยมีการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบทั้ง 435 ที่นั่ง และสมาชิกวุฒิสภาประมาณหนึ่งในสาม ผลเลือกตั้งจะกำหนดว่าพรรคใดครองเสียงข้างมากในแต่ละสภาในช่วงสองปีถัดไป
สำหรับการติดตามข่าวธุรกิจ ประเด็นอยู่ที่องค์ประกอบของสภาคองเกรสหลังเลือกตั้ง ซึ่งมีบทบาทต่อการพิจารณากฎหมาย ภาษี และงบประมาณ ส่วนผลต่อตลาดหุ้นต้องติดตามจากสถานการณ์จริง โดยไม่สามารถสรุปล่วงหน้าได้ว่าผลเลือกตั้งแบบใดจะทำให้ตลาดขึ้นหรือลง
🔶 10. วันที่ 3 และ 6 พฤศจิกายน: ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐ
วันที่ 3 พฤศจิกายน สหรัฐมีกำหนดเผยแพร่รายงานตำแหน่งงานว่างและการเคลื่อนย้ายแรงงาน หรือ JOLTS ประจำเดือนกันยายน ก่อนตามด้วยรายงานสถานการณ์การจ้างงานเดือนตุลาคมในวันที่ 6 พฤศจิกายน ซึ่งรวมข้อมูลการจ้างงานและอัตราว่างงาน
ข้อมูลสองชุดนี้ช่วยให้เห็นคนละด้านของตลาดแรงงาน ทั้งความต้องการรับคนของนายจ้างและสถานการณ์การจ้างงานที่เกิดขึ้น โดยรายงานวันที่ 6 พฤศจิกายนมีกำหนดออกเวลา 20.30 น. ตามเวลาไทย หลังสหรัฐเปลี่ยนกลับมาใช้เวลามาตรฐาน
ข่าวชุดใหญ่ของสัปดาห์นี้ทยอยประกาศแล้ว ทั้งมติดอกเบี้ย ตัวเลขเศรษฐกิจ และงบบริษัทเทคโนโลยี ส่วนสัปดาห์หน้ายังมีผลประกอบการ Apple และ AMD การเลือกตั้งกลางเทอม และรายงานแรงงานให้ติดตามต่อ