AI เก่งขึ้น คนรุ่นใหม่หางานยังไง ข้อคิดจาก Youth Dialogue

The Secret Sauce: สื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการและผู้นำองค์กร

Insights ล่าสุด

Interview: บทสัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้ประกอบการ

Expertise Room: กลยุทธ์และเครื่องมือธุรกิจ

Personal Effectiveness: พัฒนาตัวเองและการทำงาน

Books: สรุปหนังสือธุรกิจน่าอ่าน

Editor's Note

AI เก่งขึ้น คนรุ่นใหม่หางานได้อย่างไร? 13 ข้อคิดจากเวที Youth Dialogue with First Deputy Managing Director

AI เก่งขึ้น คนรุ่นใหม่หางานได้อย่างไร? 13 ข้อคิดจากเวที Youth Dialogue with First Deputy Managing Director

12.10.2026

บริษัทอยากได้คนมีประสบการณ์ แต่ถ้าไม่มีใครให้โอกาสเริ่มงาน คนรุ่นใหม่จะเอาประสบการณ์มาจากไหน? เวที Youth Dialogue with First Deputy Managing Director ในงาน IMF-World Bank 2026 ที่กรุงเทพฯ ชวนผู้ประกอบการ นักลงทุน และตัวแทนเยาวชนมาคุยถึงโจทย์นี้ ตั้งแต่ทักษะที่นายจ้างต้องการไปจนถึงการสร้างธุรกิจ เพราะเมื่อ AI ทำงานได้มากขึ้น เราต้องคิดด้วยว่าคนจะเรียนรู้จากตรงไหน และการเติบโตจะสร้างงานที่มีคุณภาพให้คนรุ่นใหม่ได้อย่างไร

 

🟡 1. คนรุ่นใหม่กังวลว่าจะพร้อมสำหรับงานใหม่หรือไม่

 

คนรุ่นใหม่ใช้ AI ค้นข้อมูล หาไอเดีย และวางแผนงานอยู่แล้ว ความกังวลจึงอยู่ที่ว่าทักษะที่มีจะทันกับงานที่เปลี่ยนไปหรือไม่ เมื่อบริษัทต้องการทั้งประสบการณ์และความคล่องในการใช้ AI เกรดกับกิจกรรมในมหาวิทยาลัยก็อาจไม่พอ ฝั่งธุรกิจที่พึ่งพาเงินลงทุนแบบ Venture Capital ยังเผชิญเงินทุนตึงตัวในบางภูมิภาค รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การพัฒนาทักษะจึงต้องเดินคู่กับการเปิดโอกาสให้คนได้ทำงานจริง

 

🟡 2. บริษัทมองหาคนที่เพิ่มคุณค่าจากสิ่งที่ AI ทำได้

 

เมื่อ AI ช่วยทำงานได้มากขึ้น การจ้างคนแต่ละคนต้องตอบให้ได้ว่าจะเพิ่มคุณค่าให้ธุรกิจอย่างไร มุมจากผู้ประกอบการและนักลงทุนบนเวทีให้น้ำหนักกับความคิดสร้างสรรค์ การคิดเชิงวิพากษ์ วิจารณญาณ และการสื่อสาร คนทำงานต้องตั้งโจทย์เป็น ตรวจสอบคำตอบได้ และตัดสินใจด้วยตัวเอง โดยเข้าใจบริบทของงานและทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดี

 

🟡 3. เข้าใจงานจริงก่อน จึงจะใช้ AI ได้ดี

 

คนที่ไม่ได้เป็นแพทย์อาจถาม AI ถึงวิธีผ่าตัดได้ แต่คำตอบละเอียดไม่ได้ทำให้พร้อมรักษาผู้ป่วย หลักเดียวกันใช้กับธุรกิจ หากยังไม่เข้าใจขั้นตอนและข้อจำกัดของงาน ก็ยากจะสั่ง AI ได้ตรงหรือจับข้อผิดพลาดได้ ข้อเสนอจากเวทีคือ ลองทำด้วยตัวเองให้เข้าใจกระบวนการก่อน แล้วค่อยใช้ AI ช่วย เพื่อให้ประเมินได้ว่าคำตอบบนหน้าจอใช้กับสถานการณ์จริงได้แค่ไหน

 

🟡 4. การศึกษาต้องปรับคุณภาพและเชื่อมกับโลกการทำงาน

 

การถกเรื่องชั่วโมงเรียนต้องมองความพร้อมของครู อุปกรณ์ และโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กัน บนเวทีมีตัวอย่างสถานศึกษาในอินโดนีเซียที่มีคอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอ และครูบางส่วนไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม การเตรียมคนเข้าสู่ตลาดแรงงานจึงต้องพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ พร้อมเปิดให้สัมผัสงานจริงผ่านการฝึกงาน การเยี่ยมชมธุรกิจ หรือกิจกรรมร่วมกับสถานประกอบการ

 

🟡 5. โอกาสเรียนรู้ AI ยังไม่เท่ากัน

 

ภาษา อุปกรณ์ และอินเทอร์เน็ตยังเป็นอุปสรรค โดยเฉพาะเยาวชนในชนบทและชุมชนที่ขาดโอกาส การมีเนื้อหาให้เรียนจึงต้องตามด้วยความพร้อมที่จะเข้าถึงและเข้าใจ กรณี AI Ready ASEAN ที่เล่าบนเวทีระบุว่าเข้าถึงเยาวชนมากกว่า 350,000 คน และสถานศึกษามากกว่า 500 แห่งในฟิลิปปินส์และไทย เป็นตัวอย่างความร่วมมือที่ช่วยขยายการเรียนรู้ โดยต้องคำนึงถึงข้อจำกัดของผู้เรียนแต่ละกลุ่มด้วย

 

🟡 6. AI เปิดโอกาสให้เกษตรกรเพิ่มผลิตภาพและเข้าถึงตลาดใหม่

 

กรณีแพลตฟอร์มเกษตรที่นำมาเล่าบนเวทีระบุว่ามีเกษตรกรในไทยใช้งานเกือบหนึ่งล้านราย พร้อมเสนอว่า AI อาจช่วยให้เกษตรกรดูแลพื้นที่ได้มากขึ้นในภาคเกษตรที่เผชิญแรงงานขาดแคลน อีกโอกาสคือการใช้ AI ช่วยงานเอกสารและทำความเข้าใจข้อกำหนดด้านคุณภาพกับการรับรองของผู้ซื้อในต่างประเทศ เพื่อเตรียมผลผลิตให้เข้าถึงตลาดที่เดิมมีอุปสรรค

 

🟡 7. ไทยควรนำ AI ไปเสริมสาขาที่มีจุดแข็ง

 

เกษตร อาหาร ท่องเที่ยว และสุขภาพกับเวลเนส คือสาขาที่ถูกเสนอให้ใช้ AI เพิ่มมูลค่า ตั้งแต่ยกระดับคุณภาพไปจนถึงเข้าถึงตลาดต่างประเทศ หากสร้างงานและรายได้ในพื้นที่ได้มากขึ้น คนก็อาจมีทางเลือกมากกว่าการย้ายเข้ากรุงเทพฯ ส่วนบริการพื้นฐานในชนบท เช่น การศึกษา สุขภาพ และการเงิน ยังเป็นพื้นที่สร้างธุรกิจที่ต้องพัฒนาควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

 

🟡 8. AI ช่วยให้ผู้ประกอบการเรียนรู้ข้ามศาสตร์

 

บนเวทีมีกรณีผู้ประกอบการที่มีพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ ใช้ AI ช่วยเรียนรู้ชีววิทยาและเคมี เพื่อต่อยอดธุรกิจแปรรูปเศษวัสดุเกษตรเป็นไบโอคาร์บอนสำหรับใช้ในซีเมนต์และคอนกรีต วัตถุดิบอย่างแกลบ ฟางข้าว และเศษไม้ ซึ่งบางส่วนถูกเผาจนก่อปัญหา PM2.5 จึงกลายเป็นโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ กรณีนี้แสดงให้เห็นการใช้ AI เรียนรู้เรื่องนอกความเชี่ยวชาญเดิม แล้วนำไปเชื่อมกับการลงมือทำธุรกิจ

 

🟡 9. กรณีข้าวคาร์บอนต่ำชี้ว่า เงินกู้ 0% ต้องมาพร้อมความรู้และตลาด

 

โครงการข้าวคาร์บอนต่ำที่เล่าบนเวทีมีสินเชื่อดอกเบี้ย 0% แต่ช่วงเริ่มต้นมีคนเข้าร่วมไม่มาก เกษตรกรยังต้องการรู้ว่าจะขายให้ใคร รายได้เพิ่มหรือไม่ และต้องรับความเสี่ยงอะไร ทีมจึงต้องให้ทั้งการฝึกทางเทคนิคและความรู้เรื่องตลาดควบคู่กับเงินทุน ลูกค้าต้องเห็นว่าการเปลี่ยนวิธีทำงานคุ้มอย่างไร ธุรกิจจึงควรอธิบายประโยชน์และความเสี่ยงให้ชัดพอๆ กับความสามารถของเครื่องมือ

 

🟡 10. คนรุ่นใหม่ควรได้เตรียมตัวเป็นผู้ประกอบการด้วย

 

การเตรียมเยาวชนเข้าสู่เศรษฐกิจควรเปิดทางให้สร้างธุรกิจเอง ตั้งแต่เรียนรู้การรับความเสี่ยง พัฒนาไอเดีย ไปจนถึงใช้ AI สร้างและทดสอบผลิตภัณฑ์ขั้นต่ำ หรือ MVP เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ทีมที่มีเงินและคนจำกัดทดลองได้เร็วขึ้น ส่วนธุรกิจที่มองตลาดต่างประเทศตั้งแต่ต้นก็มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนกว้างขึ้น โดยยังต้องเข้าใจวัฒนธรรม กฎระเบียบ และพันธมิตรในแต่ละพื้นที่

 

🟡 11. ระบบสนับสนุนธุรกิจต้องทันกับความเร็วของเทคโนโลยี

 

กรอบ Ecosystem 6 ที่นำเสนอบนเวทีประกอบด้วยภาครัฐและนโยบาย บุคลากร เงินทุน ระบบสนับสนุน การเข้าถึงตลาด และผลลัพธ์ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจพร้อมผลตอบแทนนักลงทุน ทุกส่วนต้องเชื่อมกัน มีการยกตัวอย่างว่าใบอนุญาตบางประเภทในไทยอาจใช้เวลา 6–12 เดือน ขณะที่บริษัทเล็กบางแห่งมีเงินสดพออยู่เพียงไม่กี่เดือน ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมแล้วจึงอาจไปไม่ถึงตลาด หากขั้นตอนอนุญาตกินเวลาจนเงินทุนหมด

 

🟡 12. งานแรกคือการลงทุนในกำลังคนของวันข้างหน้า

 

หนึ่งในข้อเสนอคือให้รัฐช่วยอุดหนุนต้นทุนการจ้างคนรุ่นใหม่บางส่วน เพื่อให้บริษัทเปิดโอกาสได้ในช่วงที่ต้องควบคุมค่าใช้จ่าย แนวคิดนี้ยังเป็นข้อเสนอจากเวที เหตุผลสำคัญคือ หากองค์กรไม่รับคนเริ่มต้นอาชีพ อีก 10–20 ปีจะหาคนจากไหนมาเติบโตเป็นผู้จัดการหรือผู้บริหาร การใช้ AI จึงต้องคิดคู่กับเส้นทางเรียนรู้ที่ช่วยให้คนใหม่พัฒนาความสามารถและรับผิดชอบงานได้มากขึ้น

 

🟡 13. คนรุ่นใหม่ต้องร่วมกำหนดนโยบายตั้งแต่ต้น

 

ข้อเสนอจากเวทีคือให้มีคณะที่ปรึกษาเยาวชนถาวร ร่วมตั้งแต่ออกแบบนโยบาย ดำเนินงาน จนถึงประเมินผล โดยคัดเลือกอย่างโปร่งใสและมีตัวแทนจากชนบท ชุมชนที่ขาดโอกาส และผู้พิการ หลักคิดคือสร้างนโยบายร่วมกับเยาวชน เพื่อให้คนที่ได้รับผลกระทบช่วยกำหนดโจทย์ตั้งแต่ต้น และติดตามได้ว่านโยบายตอบความต้องการในชีวิตจริงหรือไม่

 

สำหรับคนทำงาน จุดเริ่มต้นคือฝึกใช้ AI พร้อมเข้าใจงานและพัฒนาการตัดสินใจของตัวเอง สำหรับเจ้าของธุรกิจ ต้องคิดว่าการเพิ่มผลิตภาพจะเดินคู่กับโอกาสให้คนใหม่เติบโตได้อย่างไร การเติบโตทางเศรษฐกิจควรส่งต่อเป็นงานที่มีคุณภาพ เพราะโอกาสเรียนรู้ที่เราเปิดให้คนรุ่นใหม่วันนี้ คือส่วนหนึ่งของกำลังคนที่จะพาธุรกิจไปต่อในวันข้างหน้า