WHA Group Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/wha-group/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 08 Oct 2025 04:57:21 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Playbook ผู้ประกอบการ เล่นเกมธุรกิจในโลกที่เปลี่ยนเร็ว จาก WHA https://thestandard.co/wha-playbook-entrepreneur-fast-changing-world/ Wed, 08 Oct 2025 04:55:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1127982 WHA ผู้ประกอบการ

โลกธุรกิจไม่ได้หมุนช้าลงให้เราไล่ทัน แต่เราต่างหากที่ต้ […]

The post Playbook ผู้ประกอบการ เล่นเกมธุรกิจในโลกที่เปลี่ยนเร็ว จาก WHA appeared first on THE STANDARD.

]]>
WHA ผู้ประกอบการ

โลกธุรกิจไม่ได้หมุนช้าลงให้เราไล่ทัน แต่เราต่างหากที่ต้องหมุนให้เร็วขึ้นเพื่ออยู่รอด

 

จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของ WHA Group ได้มอบ Playbook ที่ไม่ได้สอนแค่จะชนะยังไง แต่สอนให้มองเกมให้ออกตั้งแต่ก่อนเริ่ม ที่สำคัญคือการวางแผนให้พร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่จะเข้ามาในระยะยาว เพราะไม่มีบริษัทใดอยู่รอดได้จากการวางแผนล่วงหน้าแค่ 1-2 ปี

 

“หากอยากเป็นผู้ประกอบการปีศาจ ต้องมองไกลถึง Global และต้องมองอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป จึงจะวางเกมระยะยาวได้”

 

🟡 โลกที่แตกออกเป็นหลายขั้ว

 

จรีพรชี้ว่า ภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้เป็นเพียงฉากหลัง แต่คือพลังขับเคลื่อนใหม่ของเศรษฐกิจโลก 

 

เราเคยใช้คำว่า Decoupling หมายถึงการแยกขั้วระหว่างสหรัฐฯ กับจีน แต่วันนี้โลกกำลังเข้าสู่ภาวะ Fragmentation หรือการแตกเป็นหลายขั้ว หลายกลุ่มอำนาจ ไม่ใช่แค่การแข่งระหว่างสองประเทศยักษ์ใหญ่อีกต่อไป

 

การกลับมาของโดนัลด์ ทรัมป์จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะนโยบายที่เขาผลักดัน โดยเฉพาะเรื่องภาษีนำเข้า อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก และบังคับให้ธุรกิจทุกแห่งต้องปรับตัวตาม

 

🟡 เทคโนโลยีที่พลิกเกม

 

นอกจากภูมิรัฐศาสตร์แล้ว คลื่นลูกใหญ่ถัดมาคือเทคโนโลยี AI และ Quantum Computing ที่จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจ 

 

หากเปรียบ AI เป็นรถซูเปอร์คาร์ Data Center ก็คือถนนซูเปอร์ไฮเวย์ที่ทำให้มันวิ่งได้เต็มสปีด ประเทศไทยจึงมีโอกาสสำคัญที่จะก้าวขึ้นเป็น AI Hub หรือ Digital Hub ของภูมิภาค หากเราสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ

 

🟡 ความยั่งยืนที่ต้อง ‘กินได้’

 

“Green แล้วกินไม่ได้ ไม่มีใครทำ”

 

จรีพรย้ำว่า ความยั่งยืนไม่ใช่คำสวยหรูที่ทำเพียงเพื่อภาพลักษณ์ แต่ต้องเป็นสิ่งที่สร้างรายได้จริง 

 

WHA จึงลงทุนอย่างจริงจังในธุรกิจสีเขียว ทั้งระบบรถเช่าและสถานีชาร์จ EV พลังงานสะอาดจากโซลาร์ ไปจนถึงระบบนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ ผลลัพธ์ไม่ใช่เพียงการช่วยโลก แต่ยังสร้างรายได้ให้บริษัทและลดต้นทุนให้ลูกค้า ตัวเลขชี้ชัดว่าเพียงปี 2024 ธุรกิจเหล่านี้สร้างรายได้เกือบพันล้านบาท และลดคาร์บอนได้เทียบเท่าการปลูกต้นไม้หลายแสนต้น

 

🟡 มุ่งสู่ Singularity World

 

จรีพรคาดการณ์ว่า โลกกำลังมุ่งหน้าไปสู่สิ่งที่เรียกว่า Singularity World หรือวันที่คอมพิวเตอร์ฉลาดกว่าสมองมนุษย์รวมกัน แต่แทนที่จะเกิดขึ้นในปี 2045 อย่างที่เคยคาดการณ์ เธอเชื่อว่ามันจะมาเร็วกว่าเดิม ภายในปี 2035

 

ในโลกแบบนั้น การแข่งขันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป องค์กรที่จะอยู่รอดได้ ต้องสร้าง Mindset ใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ Growth Mindset ที่มองบวกและเรียนรู้ตลอดเวลา ไปจนถึงการทำองค์กรให้ ‘ตัวเบา เช่น ลด Fixed-Cost เพื่อยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง

 

🟡 3 สร้าง: สูตรพาประเทศและธุรกิจไปข้างหน้า

 

ท้ายที่สุด เธอสรุปบทเรียนใหญ่ออกมาเป็นสามคำที่เรียบง่าย แต่ทรงพลัง ได้แก่

 

🔸 สร้างคน: พัฒนาทักษะใหม่ให้กับแรงงานทุกระดับ

🔸 สร้างสู้: การสร้างเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ธุรกิจแข่งขันได้

🔸สร้างโอกาส: ไม่ยึดติดกับสิ่งเดิม แต่มองหา New Economy และเชื่อมโยงกับโลกใหม่อยู่เสมอ

The post Playbook ผู้ประกอบการ เล่นเกมธุรกิจในโลกที่เปลี่ยนเร็ว จาก WHA appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดมุมมอง ‘จรีพร WHA’ ต่อรัฐบาลอนุทิน ดึงคนนอก เสริมทีมเศรษฐกิจ หนุนบรรยากาศลงทุน ย้ำคลื่นทุนต่างชาติยังไหลเข้าไทย https://thestandard.co/jareeporn-wha-fdi-thailand/ Fri, 12 Sep 2025 06:34:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1118524 จรีพร จารุกรสกุล ซีอีโอ WHA Group ให้สัมภาษณ์เรื่องเศรษฐกิจไทย

แม้บรรยากาศการลงทุน เผชิญความไม่แน่นอนทั้งเศรษฐกิจโลกแล […]

The post เปิดมุมมอง ‘จรีพร WHA’ ต่อรัฐบาลอนุทิน ดึงคนนอก เสริมทีมเศรษฐกิจ หนุนบรรยากาศลงทุน ย้ำคลื่นทุนต่างชาติยังไหลเข้าไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จรีพร จารุกรสกุล ซีอีโอ WHA Group ให้สัมภาษณ์เรื่องเศรษฐกิจไทย

แม้บรรยากาศการลงทุน เผชิญความไม่แน่นอนทั้งเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ‘จรีพร จารุกรสกุล’ ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ระบุว่า 

 

“นี่คือปีที่ท้าทาย และเชื่อว่า ประเทศไทยยังมีความหวัง ยังเชื่อว่าสถานการณ์ไทยยังดี และ WHA Group ขอทำหน้าที่ ดึงอนาคตธุรกิจใหม่ๆเข้ามาในประเทศไทย สร้างความยั่งยืน”

 

จรีพร ให้สัมภาษณ์ต่อกระแสข่าวที่ว่า ถูกทาบทามให้ร่วมทีมเศรษฐกิจในรัฐบาลอนุทิน นั้น “ไม่ได้ไปไหน พี่ไม่ถนัดเรื่องการเมือง ถ้าจะทำคงไปทำตั้งนานแล้ว ยืนยันว่ายังบริหารกลุ่มดับบลิวเอชเอเช่นเดิม”

 

 

ขณะที่ คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว หนึ่งในคณะกรรมการ WHA ถือเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เป็นนักการเมืองและนักการทูตชาวไทย ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นเรื่องที่น่ายินดีโอกาสดึงลงทุน ครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย – จีน 

 

โดยเฉพาะการขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจช่วงครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย – จีน ที่จะเป็นจังหวะสำคัญดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ผู้ประกอบการต่างชาติยังคงให้ความสนใจในการเข้ามาลงทุนยังประเทศไทยต่อเนื่อง

 

จรีพร ระบุอีกว่า ภายใต้การบริหารของรัฐบาลใหม่ในช่วง 4 เดือนนี้ ซึ่งไทยเองก็ต้องเผชิญความท้าทาย ทั้งค่าเงินบาทแข็ง ที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน โดยเฉพาะช่วงไตรมาสสุดท้าย ครึ่งปีหลัง 2568 นี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่า เศรษฐกิจไทยปีหน้า 2569 จะก้าวไปได้ไกลกว่าปีนี้หรือไม่ 

 

“ค่าเงินบาท การท่องเที่ยว และการส่งออก จะเป็นโอกาสมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะผลักดันได้เท่าไร ส่วนการลงทุนของต่างชาติในไทยยังคงมีอยู่ ซึ่งเคยบอกไปแล้วว่า การลงทุนของภาคธุรกิจ นักลงทุน เรามักจะมองกันยาวๆ”

 

เชื่อมั่นว่า บริษัท พร้อมรับแรงหนุนจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่คาดว่าจะหลั่งไหลเข้ามาลงทุนอาเซียน อย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเทศไทย ที่จะเป็นฮับหลายๆด้าน

 

“การที่ประเทศไทยมีทีมเศรษฐกิจ ดึงผู้มีความสามารถคนเก่งๆ จากคนนอก มาร่วมรัฐบาลใหม่ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและบรรยากาศการลงทุน ที่เอื้อต่อการเติบโตของประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะรมว.ต่างประเทศ ดังนั้น ย้ำว่าไทยยังเป็นเป้าหมายของทุน FDI”

 

ย้ำเป้ารายได้โต 2 หมื่นล้าน ทุบ All time high

 

ภาพรวมธุรกิจของบริษัทในช่วงที่เหลือของปีนี้ มั่นใจว่ายังเดินหน้าสร้างสถิติรายได้สูงสุด (All time high) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโตแตะ 20,000 ล้านบาท หรือโต 35% และรักษา EBITDA Margin มากกว่า 45% 

 

โดยธุรกิจ ‘นิคมอุตสาหกรรม’ ยังคงเป็นธุรกิจดาวเด่น ซึ่งในช่วง 3 ปี ลูกค้ากลุ่ม Data Center ขยายตัว 16% ด้วยดีมานด์ที่สูงต่อเนื่อง จึงตั้งเป้ายอดขายที่ดิน 2,350 ไร่ ทั้งในไทยและเวียดนาม หลังครึ่งปีแรกกวาดยอดขายแล้วกว่า 1,105 ไร่ และยังมี Backlog รอโอนเกือบ 1,467 ไร่ รวมมูลค่า 7,695 ล้านบาท

 

อีกทั้ง ปัจจุบัน บริษัทยังมีสัญญา ทั้งแบบ LOI และ MOU อยู่ในมือมูลค่ามากกว่า 8,000 ล้านบาท จากลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และ Data Center  และอยู่ระหว่างรอลุ้นปิดดีลใหญ่ กับลูกค้ารายสำคัญช่วงปลายปีนี้ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้

 

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ 6 แห่ง รวมกว่า 10,190 ไร่ โดยมีไฮไลต์คือ ‘WHA ESIE ‘” บนพื้นที่กว่า 6,370 ไร่ ที่เตรียมโอนแปลงแรกต้นปี 2569 3-4 ปี ลุยเพิ่มนิคมฯในเวียดนามอีก 5 แห่ง รับดีมานด์อุตสาหกรรมใหม่ ปัจจุบัน WHA มีนิคมอุตสาหกรรม ในมือแล้วกว่า 16 แห่ง ครอบคลุมทั้งไทยและเวียดนาม แบ่งเป็น ประเทศไทย 15 แห่ง และเวียดนาม 1 แห่ง โดยลูกค้าหลักคือ จีน 28% ญี่ปุ่น 19% ไทย 17% อเมริกา 13% และยุโรป 10% สัดส่วนอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ 40% เพื่อการบริโภค 14% และอิเล็กทรอนิกส์ 12% 

 

“นิคมอุตสาหกรรมเวียดนามยังเป็น Second home ที่น่าสนใจ เราจะตกขบวนไม่ได้ และยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง โดยในอีก 3-4 ปีข้างหน้า เราจะมีนิคมฯในเวียดนามอีก 5 แห่ง รวมเป็น 6 แห่ง ขณะเดียวกัน จากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ก็ต้องรอดูว่า ประเด็นทรานชิปเม้นท์ ไทยและเวียดนาม จะอยู่ที่ระดับใด ซึ่งที่ผ่านมาเวียดนามมีสัดส่วน Local content ต่ำกว่าไทย ทั้งนี้เชื่อว่าไทยและเวียดนามไม่มีใครเป็นรองใคร”

 

ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์ บริษัท ตั้งเป้าปล่อยเช่าใหม่ 200,000 ตารางเมตร หลังครึ่งปีแรก เซ็นสัญญาแล้วกว่า 123,000 ตารางเมตร โดยมีลูกค้ารายใหม่อย่าง MR.DIY และเตรียมขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ WHART มูลค่า 1,500 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนขยายตลาดโมบิลิตี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร และธุรกิจดิจิทัล บริษัทวางแผนที่จะมุ่งเน้นการลงทนุในโครงการ AI Transformation กว่า 12 โครงการ เพื่อยกระดับการบริหารงานทั้งกลุ่ม

 

 

สำหรับ งบลงทุนปี 2568 นี้ บริษัทปรับลดจาก 20,000 ล้านบาท เหลือ 17,000 – 18,000 ล้านบาท  ซึ่งกลุ่มนิคมฯต้องของบเพิ่ม เนื่องจากบางโครงการล่าช้า แต่ธุรกิจนิคมฯ ที่ใช้เงินลงทุนสูงสุดที่ 12,000 ล้านบาท เนื่องจากการขายที่ดินเร็วขึ้นก็อาจจะเพิ่มงบธุรกิจนิคมฯ มากขึ้นในปลายปีนี้

 

จรีพร ทิ้งท้ายว่า “ทุกความเสี่ยงคือโอกาส ไม่กังวลปัจจัย เพียงแต่ต้องดูจังหวะและย้ำว่าไทยมีศักยภาพ มีหวัง” เพราะหากดู ครึ่งปีแรก WHA Group มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 9,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากปีก่อน ก็ มั่นใจจะสร้างสถิติสูงสุดต่อเนื่องปีที่ 4 ได้สำเร็จ ตามเป้าแน่นอน” ซีอีโอ WHA Group กล่าว

The post เปิดมุมมอง ‘จรีพร WHA’ ต่อรัฐบาลอนุทิน ดึงคนนอก เสริมทีมเศรษฐกิจ หนุนบรรยากาศลงทุน ย้ำคลื่นทุนต่างชาติยังไหลเข้าไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดรหัสสมการ ‘กรีนที่กินได้’ ของ WHA Group เมื่อน้ำเสียอุตสาหกรรม + เทคโนโลยี = น้ำดีให้ระบบอุตสาหกรรมและต่อยอดไปยังชุมชน [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/wha-group-sustainability-plan/ Tue, 19 Aug 2025 10:00:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1108551 wha-group-sustainability-plan

ท่ามกลางความท้าทายของโลกที่ทวีความซับซ้อนขึ้นทุกวัน ทั้ […]

The post ถอดรหัสสมการ ‘กรีนที่กินได้’ ของ WHA Group เมื่อน้ำเสียอุตสาหกรรม + เทคโนโลยี = น้ำดีให้ระบบอุตสาหกรรมและต่อยอดไปยังชุมชน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
wha-group-sustainability-plan

ท่ามกลางความท้าทายของโลกที่ทวีความซับซ้อนขึ้นทุกวัน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและความจำเป็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า คำถามที่ว่า ‘การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมจะสามารถเดินคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร’ ได้กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันหาคำตอบอย่างจริงจัง

 

จากโจทย์ดังกล่าว ได้นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่แนวคิดการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่คำนึงถึงผลกระทบในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งนับเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคง และเป็นหัวใจหลักในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว

 

WHA Group ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภคและพลังงาน รวมถึงดิจิทัลโซลูชันและโมบิลิตี้ โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจร คือหนึ่งในองค์กรที่ลุกขึ้นมาตอบโจทย์ความท้าทายนี้อย่าง

 

เป็นรูปธรรม ด้วยการวางรากฐานการดำเนินงานที่มุ่งสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นจริง ผ่านพิมพ์เขียวที่ชัดเจนและจับต้องได้ เพื่อพิสูจน์ว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนไม่ใช่เพียงอุดมการณ์ แต่คือสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นได้จริง ในทุกตารางนิ้วของการดำเนินธุรกิจ

 

พิมพ์เขียว 5 มิติ: สู่ระบบนิเวศอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

 

พิมพ์เขียวสู่ความยั่งยืนของ WHA Group ประกอบด้วย 5 ภารกิจสำคัญที่ทำงานเชื่อมโยงกัน โดยมีภารกิจที่เป็นดั่งรากฐานและหัวใจหลักคือ ‘Water Conservation Program’ หรือการบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจร ซึ่งเป็นที่มาของโครงการ ‘WHA Clean Water For Planet’ ที่มุ่งสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรน้ำ ควบคู่ไปกับภารกิจด้าน Green Mobility’ ที่มุ่งปฏิวัติการขนส่งด้วยบริการยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร‘ 

 

นอกจากนี้ยังมีภารกิจ ‘Decarbonization Solutions’ ที่เน้นการลดคาร์บอนผ่านนวัตกรรมโซลูชันพลังงานสะอาดและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ ‘Green Construction’ ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบ ก่อสร้าง และพัฒนาอาคารอย่างยั่งยืน โดยเน้นการใช้วัสดุคาร์บอนต่ำและวัสดุรีไซเคิล เพื่อสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

 

และปิดท้ายด้วยภารกิจ ‘Waste Reduction by 3R’ ที่นำนโยบาย Reduce Reuse Recycle มาปรับใช้เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดปริมาณขยะฝังกลบให้เป็นศูนย์ โดยในบรรดาภารกิจทั้งหมด เรื่องราวของการจัดการน้ำนั้นสะท้อนภาพความมุ่งมั่นของ WHA Group ได้อย่างชัดเจนที่สุด และนี่คือเบื้องหลังความพยายามในการพลิกโฉมทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของโลก

 

WHA Group พิมพ์เขียวความยั่งยืน

 

‘WHA Clean Water for Planet’ ปฏิวัติการจัดการน้ำในภาคอุตสาหกรรม

 

ในบริบทของประเทศไทยที่ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านน้ำอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาวะน้ำท่วม ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล หรือวิกฤตภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี ซึ่งเคยทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักในเขต EEC (เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) ลดลงเหลือเพียงเฉลี่ย 20-30 % ของความจุของอ่างเท่านั้น 

 

ทำให้ความมั่นคงทางทรัพยากรน้ำกลายเป็นวาระแห่งชาติ ในขณะที่ความต้องการของการใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทุกปี WHA Group ได้นำความท้าทายนี้มาเป็นโจทย์ในการพัฒนาการบริหารจัดการน้ำภายใต้โครงการ ‘WHA Clean Water for Planet’

 

ภายใต้โครงการดังกล่าว WHA Group ได้สร้างระบบนิเวศน้ำที่ยั่งยืนผ่านการดำเนินงานของ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ WHAUP ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เริ่มจากการจัดหาและพัฒนา

แหล่งน้ำดิบ เพื่อบริหารความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ การผลิตและจำหน่ายน้ำเพื่ออุตสาหกรรมหลากหลายประเภท 

 

ตั้งแต่ น้ำประปาเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตภาคอุตสาหกรรม  ไปจนถึงการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ (Water Reclamation) เพื่อผลิตน้ำคุณภาพสูงและน้ำปราศจากแร่ธาตุ (Premium Clarified Water, Demineralized Water ) สำหรับอุตสาหกรรม

 

WHA Group พิมพ์เขียวความยั่งยืน

 

หัวใจสำคัญของการจัดการน้ำของ WHAUP คือการผสานองค์ความรู้เข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะ ตั้งแต่ระบบบำบัดน้ำเสียที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น “บึงประดิษฐ์” (Constructed Wetland)  ซึ่งใช้กระบวนการธรรมชาติ ในการฟื้นฟูคุณภาพน้ำ ไปจนถึงระบบบริหารจัดการน้ำแบบเรียลไทม์ผ่านศูนย์ควบคุมกลาง UOC (Unified Operation Center)  และการใช้เทคโนโลยี AI, IoT และ SCADA ในการควบคุมกระบวนการทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพ 

 

ลดการสูญเสียน้ำในระบบผลิตและจำหน่าย ลดการใช้พลังงานได้อย่างยั่งยืน ปัจจุบัน WHAUP มีศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำมากกว่า 170 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามความต้องการของลูกค้า

 

WHA Group พิมพ์เขียวความยั่งยืน

 

ผลลัพธ์ที่ได้จริงๆ คือ การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการใช้น้ำจากธรรมชาติ และ การเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับน้ำ ได้แก่ ‘น้ำคุณภาพสูง’ ที่สามารถส่งต่อไปยังกระบวนการผลิตอย่าง ‘น้ำปราศจากแร่ธาตุ’ (Demineralized Water) ซึ่งเป็นน้ำบริสุทธิ์พิเศษที่มีค่าการนำไฟฟ้าต่ำกว่า 0.2 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร (<0.2 μs/cm) เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการความจำเพาะสูงอย่าง อิเล็กทรอนิกส์  ปิโตรเคมี เป็นต้น 

 

ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ จากโรงงานสู่หัวใจชุมชน

 

ความมุ่งมั่นของ WHA Group  ได้สร้างผลกระทบเชิงบวกที่วัดผลเป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน ด้วยเป้าหมาย ที่จะลดการใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติให้ได้ 25 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ภายในปี พ.ศ. 2572 ซึ่งเป็นปริมาณที่เทียบเท่ากับ การใช้น้ำของประชากรกว่า 685,000 คน

 

โครงการบึงประดิษฐ์วังตโนดที่ใช้เป็นพื้นที่บำบัดน้ำเสียจากชุมชน ที่ WHA ส่งมอบให้ชุมชนหนองคล้า จังหวัดจันทบุรี

โครงการบึงประดิษฐ์วังตโนดที่ใช้เป็นพื้นที่บำบัดน้ำเสียจากชุมชน ที่ WHA ส่งมอบให้ชุมชนหนองคล้า จังหวัดจันทบุรี

 

ผลกระทบเชิงบวกที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการต่อยอดการบริหารจัดการน้ำจากในอุตสาหกรรมไปสู่ชุมชนและสังคม ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือ โครงการบึงประดิษฐ์ ชุมชนปลวกแดง ในจังหวัดระยองที่เป็นพื้นที่ที่ติดกับนิคมอุตสาหกรรมของ WHA  Group ซึ่งมีความสามารถในการบำบัดน้ำเสียถึงปีละ 146,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี 

 

และขยายโครงการไปยัง  ‘โครงการบึงประดิษฐ์ วังโตนด’ ในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งสร้างบนพื้นที่ 15 ไร่ สามารถบำบัดน้ำเสียจากชุมชนหนองคล้า จังหวัดจันทบุรีได้ถึง 292,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี นอกจากนั้นพื้นที่นี้ยังถูกพัฒนานำไปใช้เป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อการสันทนาการสำหรับชุมชนโดยรอบ แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาอย่างกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมและส่งมอบโซลูชันที่ชุมชนสามารถดูแลรักษา ได้ง่ายในระยะยาว 

 

นอกจากนี้ WHA Group ยังได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งการอนุรักษ์ลงในใจของคนรุ่นใหม่ ผ่าน ‘โครงการสายสืบสิ่งแวดล้อม’ ซึ่งทำต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จนถึงปัจจุบัน ได้จัดการอบรมให้ความรู้ในด้านของสิ่งแวดล้อม การเห็นคุณค่าของ ทรัพยากรน้ำแก่นักเรียนจำนวนกว่า 3,500 คน จาก 40 โรงเรียนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรม

 

เป้าหมายของโครงการดังกล่าวคือการสร้างผลกระทบเชิงบวกแบบทวีคูณ (Multiplier Effect) ให้เยาวชนเหล่านี้เป็นเสมือนทูตสิ่งแวดล้อม ที่จะนำความรู้ความเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์น้ำ กลับไปสู่ครอบครัวและชุมชนของตนเอง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านโครงการแปรรูปผักตบชวาจากบึงประดิษฐ์ของ WHA Group เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้ชาวบ้านมากกว่า 1 ล้านบาทต่อปี

 

WHA Group พิมพ์เขียวความยั่งยืน

 

การเดินทางของ WHA Group คือบทพิสูจน์ว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมและการดูแลสิ่งแวดล้อมสามารถเดินไปในทิศทางเดียวกันได้ และเป็นคำตอบของสมการที่ว่า เราจะสร้างอนาคตที่เติบโต แข็งแกร่ง และยั่งยืนสำหรับทุกคนได้อย่างไร ด้วยวิสัยทัศน์ ‘WHA: WE Shape The Future’ องค์กรมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่อนาคตที่ดีกว่า ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ผสานการเติบโตทางเศรษฐกิจเข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

The post ถอดรหัสสมการ ‘กรีนที่กินได้’ ของ WHA Group เมื่อน้ำเสียอุตสาหกรรม + เทคโนโลยี = น้ำดีให้ระบบอุตสาหกรรมและต่อยอดไปยังชุมชน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
จรีพร แม่ทัพ WHA เผย 1Q68 กำไรพุ่ง 61% ชี้ปีทองนิคมไทย ลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐฯ จีน ยุโรป ย้ายฐานลงทุน https://thestandard.co/wha-industrial-estate-expansion-2025/ Mon, 12 May 2025 06:05:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1073393 wha-industrial-estate-expansion-2025

WHA Group โชว์งบไตรมาส 1/68 สุดพีค กำไรปกติพุ่งแตะ 2,06 […]

The post จรีพร แม่ทัพ WHA เผย 1Q68 กำไรพุ่ง 61% ชี้ปีทองนิคมไทย ลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐฯ จีน ยุโรป ย้ายฐานลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
wha-industrial-estate-expansion-2025

WHA Group โชว์งบไตรมาส 1/68 สุดพีค กำไรปกติพุ่งแตะ 2,065 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% (Y-Y) รายได้รวม และส่วนแบ่งกำไรปกติ 5,181 ล้านบาท แม่ทัพ จรีพร จารุกรสกุล ประกาศย้ำนิคมอุตสาหกรรมของไทยยังน่าลงทุน ความต้องการใช้พื้นที่คลังสินค้าเพิ่มสูงต่อเนื่อง

 

ล่าสุดปิดดีลขายที่ดินลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ พื้นที่ 450 ไร่ และเซ็น MOU กับบริษัทอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ สำหรับการซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่ พร้อมส่งสัญญาณรอเจรจากับลูกค้ากลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์จากอเมริกา จีน และยุโรป รวมถึงลูกค้ารายใหญ่จากภาคอุตสาหกรรมอีกเพียบ

 

จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)(WHA Group) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 ว่า บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 5,193 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,075 ล้านบาท โดยเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 5,181 ล้านบาท และกำไรปกติ 2,065ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% (Y-Y) เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปัจจัยที่ทำให้กำไรปกติมาจากการเติบโตของ 5 กลุ่มธุรกิจ

 

​ธุรกิจโลจิสติกส์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การถือครองและบริหารรวม 3,092,621 ตร.ม. สามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ และส่วนแบ่งกำไรฯ และธุรกิจโมบิลิตี้ทั้งสิ้น 533 ล้านบาท 

 

โดยไฮไลต์สำคัญในไตรมาสแรกมีโครงการที่ได้รับการคัดเลือก (Award) จากบริษัทค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านชั้นนำ ที่มีความต้องการเช่าคลังสินค้าคุณภาพสูงประเภท Built-to-Suit พื้นที่ราว 40,000 ตร.ม. เป็นมูลค่าสัญญากว่า 1,600 ล้านบาท 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ขณะเดียวกันยังมีสัญญาเช่าระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูง บนพื้นที่ประมาณ 35,000 ตร.ม. โดยเป็นการเซ็นสัญญากับลูกค้ารายใหญ่ เช่น ผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิต/จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์เป็นต้น และจากกรณีการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลให้ลูกค้ามีความต้องการใช้พื้นที่คลังสินค้าสำรอง (Overflow) เพิ่มขึ้น ตอกย้ำความต้องการใช้พื้นที่คลังสินค้าที่ยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง

 

“บริษัทมุ่งขยายโครงการใหม่ในทำเลที่มีศักยภาพในประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการใช้พื้นที่คลังสินค้าเพิ่ม ได้แก่ WHA Mega Logistics Center ชลหารพิจิตร กม.4 โครงการ 2 WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม. 21 เฟส 3 และ WHA Mega Logistics Center บางนาตราด กม. 23 Inbound รวมพื้นที่กว่า 380,000 ตร.ม. “

 

ส่วนประเทศเวียดนาม บริษัทเปิดตัวศูนย์โลจิสติกส์เซ็นเตอร์ แห่งแรกของ WHA ภายในนิคมอุตสาหกรรมมินห์กวาง จังหวัดฮึงเอียน พื้นที่ 37,500 ตร.ม. และลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับรัฐบาลท้องถิ่นประจำจังหวัดทัญฮว้า เพื่อศึกษาการพัฒนาโครงการโลจิสติกส์ในพื้นที่ 300 ไร่ ซึ่งแผนการขยายดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตธุรกิจโลจิสติกส์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

 

ขณะที่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) ในปีนี้ บริษัทมีแผนการขายทรัพย์สินและ/หรือสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHART รวมประมาณ 70,000 ตร.ม. มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยล่าสุดบอร์ดได้อนุมัติการขายสิทธิการเช่าและสิทธิการเช่าช่วงอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้องของทรัพย์สินที่จะลงทุนเพิ่มเติมให้กับกองทรัสต์ WHART เป็นพื้นที่รวม 32,524 ตร.ม. คิดเป็นมูลค่ารวม 808 ล้านบาท

 

ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ไตรมาส 1/68 มียอดขายที่ดิน จำนวน 876 ไร่ และยอด MOU อยู่ที่ 1,311 ไร่ และสามารถรับรู้รายได้และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจที่ดินและการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในไตรมาส 1/68 รวม 3,606 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 69% มีสาเหตุหลักจากยอดโอนที่ดินที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการปรับราคาขายที่ดินในช่วงที่ผ่านมา สอดคล้องกับการย้ายฐานการลงทุน/การผลิต (Relocation) มายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

 

แง้มดีลใหญ่อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ ตั้งฐานการผลิตในไทย

 

โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/68 มียอดขายที่รอการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ให้กับลูกค้าที่สูงถึง 1,538 ไร่ สะท้อนถึงยอดขายที่ดินอุตสาหกรรมใหม่ที่มีเข้ามาต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้มีการลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินกับลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ เพิ่มอีก 1 โครงการ พื้นที่ราว 450 ไร่ และยังอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ากลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์จากประเทศอเมริกา จีน และยุโรป รวมถึงกลุ่มลูกค้าชั้นนำรายใหญ่จากภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ 

 

“โดยเฉพาะบริษัทอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ ที่มีแผนการตั้งฐานการผลิตในไทย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ มีการลงนาม MOU สำหรับการซื้อที่ดิน รวมกว่า 500 ไร่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ดังนั้น ไตรมาส 1/68 WHA Group มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 16 แห่ง ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม โดยพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่กำลังก่อสร้างและรอการพัฒนารวม 7 โครงการ บนพื้นที่ 9,681 ไร่ ล่าสุด มีการพัฒนาพื้นที่โครงการนิคมอุตสาหกรรม WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE 5) เฟส1พื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ภายใต้แนวคิดนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ “Smart Eco Industrial Estate” ที่มุ่งเน้นการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการพัฒนาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 

 

ขณะที่ประเทศเวียดนาม มี 2 โครงการ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง พื้นที่รวม 2,297 ไร่ และอีก 1 โครงการ มีขนาดพื้นที่ 1,094 ไร่ อยู่ระหว่างการขออนุมัติใบอนุญาตลงทุน โดยช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับรัฐบาลท้องถิ่นประจำจังหวัด Thanh Hoa เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อพัฒนาเขตอุตสาหกรรม พื้นที่รวม 4,000 ไร่

 

นอกจากนี้ยังมี ธุรกิจสาธารณูปโภค(น้ำ) ไตรมาส 1/68 ผลประกอบการธุรกิจน้ำยังมีแนวโน้มที่เติบโตต่อเนื่อง และ ธุรกิจไฟฟ้า ไตรมาส 1/68 บริษัทรับรู้รายได้จากธุรกิจพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์เท่ากับ 132 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรปกติจากธุรกิจไฟฟ้าจากการดำเนินงานเท่ากับ 176 ล้านบาท รวมถึง ธุรกิจดิจิทัล บริษัทมุ่งยกระดับสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology-driven Organization) 

 

“ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้ WHA Group จ่ายเงินปันผลประจำปี 2567 เพิ่มเติมอีก 0.1237 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ได้มีการขึ้นเครื่องหมาย XD ไปแล้ว ขณะเดียวกัน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ A- แนวโน้ม “คงที่” 

ภาพ: Fahroni / Getty Images

The post จรีพร แม่ทัพ WHA เผย 1Q68 กำไรพุ่ง 61% ชี้ปีทองนิคมไทย ลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐฯ จีน ยุโรป ย้ายฐานลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกิดอะไรขึ้นกับ ‘WHA’ วันเดียวหุ้นร่วง 20% หลังตัดสินใจสปินออฟ ส่ง WHAID เข้าตลาด ลั่น “ถ้าไม่ดี เราไม่ทำ” https://thestandard.co/wha-stock-drops-20-percent-spin-off-whaid-market/ Mon, 24 Feb 2025 11:49:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1045314 WHA

หลังจากที่ WHA ให้เหตุผลในการสปินออฟบริษัทลูก WHAID เข้ […]

The post เกิดอะไรขึ้นกับ ‘WHA’ วันเดียวหุ้นร่วง 20% หลังตัดสินใจสปินออฟ ส่ง WHAID เข้าตลาด ลั่น “ถ้าไม่ดี เราไม่ทำ” appeared first on THE STANDARD.

]]>
WHA

หลังจากที่ WHA ให้เหตุผลในการสปินออฟบริษัทลูก WHAID เข้าตลาดหุ้น ในวันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ว่า เพื่อช่วยให้ WHAID นำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นมาใช้ลงทุนในการขยายธุรกิจและรับอานิสงส์ทุนต่างชาติย้ายฐานผลิตมาไทย 

 

ประกอบกับใช้ในการปรับโครงสร้างทางการเงิน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการของ WHAID ช่วยเพิ่มช่องทางการระดมทุนให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ด้วยตนเอง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันนั้น

 

ส่งผลให้ราคาหุ้น WHA ร่วงลงกว่า 20%!

 

เมื่อเวลา 15.30 น. จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA ระบุว่า “การที่ WHA ตัดสินใจสปินออฟ นำบริษัทลูก WHAID เข้าตลาดหุ้นในวันนี้ ขอย้ำว่า ถ้าไม่ดี เราไม่ทำ เพราะเรามองเห็นการเติบโตระยะยาวทั้งในและต่างประเทศ ไม่แน่ใจว่านักลงทุนอาจจะกังวลหรือตกใจกับบทวิเคราะห์มากไปหรือไม่ ซึ่งอยากให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่า WHA Group ตัดสินใจมาอย่างดี มองระยะยาว อีกทั้งก่อนหน้านี้เรามีแผนธุรกิจระยะยาว 5 ปี มูลค่า 1.19 แสนล้านบาท

 

“การที่จะดูผลประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นรายได้หรือกำไร เราไม่อยากให้มองเพียงรายไตรมาส แต่เราอยากให้มองภาพรวมทั้งปีมากกว่า โดยเฉพาะแผนธุรกิจที่เราได้ประกาศไปแล้วก็ยังคงเดินหน้าตามแผน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

“ดังนั้นราคาหุ้นที่ร่วงลงกว่า 20% ในวันนี้ เป็นแรง Panic Sell ไม่ทราบเช่นกันว่า สาเหตุที่แน่ชัดว่าจะเป็นเพราะกระแสข่าวความผิดหวังงบไตรมาส 4/67 แต่เราขอยืนยันว่า การนำบริษัท IPO ควรจะเป็นข่าวดีของประเทศไทยไม่ใช่หรือ

 

“ทั้งนี้ บริษัทมีการวางแผน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประเมินว่าแนวโน้มธุรกิจนิคมฯ จะเติบโตได้ดีทั้งในประเทศและต่างประเทศในอีกหลายปี ซึ่งบริษัทมีการลงทุนทั้งไทยและเวียดนาม และยังมองหาโอกาสลงทุนในประเทศอื่นๆ อีก และด้วยอานิสงส์เทรดวอร์ ภูมิรัฐศาสตร์ บริษัทจึงเห็นว่าถึงเวลาที่เหมาะสมที่ควรเข้าจดทะเบียนเพื่อระดมทุนด้วยตัวเอง 

 

“WHA Group ไม่ใช่บริษัท Holding แต่เป็นบริษัทหลักที่จะสร้างธุรกิจใหม่”

 

จรีพรกล่าวอีกว่า บริษัทยังมีดีลใหญ่ 2 ดีล ขายที่ไปกว่า 400 ไร่ ซึ่งส่วนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเซนสิทีฟ ซึ่งเป็นการลงทุนมูลค่าสูง ต้องให้ลูกค้าเป็นผู้เปิดเผย ดังนั้น ไม่เข้าใจว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น อย่าเอาแต่ละเรื่อง เอารายไตรมาส มาเทียบ มาปะปนกัน

 

ขณะเดียวกัน หากย้อนดูผลประกอบการทั้งปี 2567 บริษัทมีกำไรปกติ 4,526 ล้านบาท ทุบสถิติใหม่ (New Record High) แม้ช่วงกลางปีบริษัทตัดสินใจชะลอการขายสินทรัพย์เข้ากอง WHART เนื่องจาก Sentiment (ภาวะตลาด) ไม่ค่อยดี แต่ในช่วงท้ายปีมีการขายสินทรัพย์เข้ากอง WHAIR ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในปี 67 ปรับสูงขึ้นเป็น 61.9%

 

“หุ้น WHA ที่ลงไปกว่า 20% ไม่ต้องกังวล พี่ไม่ได้เล่นหุ้น พี่ไม่มีมาร์จิ้น ถ้าทำแล้วไม่โต ทำแล้วฉุดบริษัทแม่ลง เราก็จะไม่ทำ” จรีพรกล่าวย้ำ

The post เกิดอะไรขึ้นกับ ‘WHA’ วันเดียวหุ้นร่วง 20% หลังตัดสินใจสปินออฟ ส่ง WHAID เข้าตลาด ลั่น “ถ้าไม่ดี เราไม่ทำ” appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทรดวอร์-ทรัมป์มา ‘โรงงานจีน’ ย้ายฐานผลิตมาไทย WHA ตั้งเป้าโกย 1.5 แสนล้าน ใน 5 ปี เล็งศึกษานิวเคลียร์จิ๋ว SMR คาร์บอน CCUS https://thestandard.co/trump-trade-war-china-factory-shift/ Wed, 29 Jan 2025 09:14:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1035776

WHA เผย อานิสงส์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ทรัมป์ 2. […]

The post เทรดวอร์-ทรัมป์มา ‘โรงงานจีน’ ย้ายฐานผลิตมาไทย WHA ตั้งเป้าโกย 1.5 แสนล้าน ใน 5 ปี เล็งศึกษานิวเคลียร์จิ๋ว SMR คาร์บอน CCUS appeared first on THE STANDARD.

]]>

WHA เผย อานิสงส์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ทรัมป์ 2.0 หนุน ‘โรงงานจีน’ ย้ายฐานผลิตมาไทย! “จรีพร” ทุ่มลงทุนระยะยาว 5 ปี (2568-2572) 1.19 แสนล้านบาท ตั้งเป้า 5 ปี โกยรายได้ 1.5 แสนล้าน พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ระบบกักเก็บคาร์บอน (CCUS) รับ New S-Curve

 

จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA กล่าวว่า ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) สงครามการค้า (Trade War) สหรัฐฯ-จีน ส่งผลให้โรงงานและผู้ผลิตหลายรายจากจีนมีแนวโน้มย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี จะเห็นได้ว่ามีการทยอยประกาศนโยบายออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เห็นแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมายังประเทศไทยชัดเจนขึ้น

 

ทำเลไทยและภูมิภาคอาเซียนคือจุดยุทธศาสตร์ที่ดี

 

จรีพรระบุว่า ปัจจุบัน WHA Group อยู่ระหว่างพูดคุยกับผู้ประกอบการกว่า 100 ราย ซึ่งแต่ละรายมีความต้องการที่ดินประมาณ 400-600 ไร่ และต่างเป็นบริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แบตเตอรี่ ซัพพลายเชน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า 

 

“ปี 2568 นโยบายทรัมป์ 2.0 จะยิ่งส่งผลให้กลุ่มอุตสาหกรรมหลั่งไหลจากจีนเข้ามาตั้งฐานผลิตในไทยเพิ่มมากขึ้น เรามองเป็นผลดีต่อบริษัทที่อาจจะช่วยสร้างโอกาสในการเข้ามาลงทุนให้เกิดขึ้นในภูมิภาคอาเซียนรวมถึงไทยมากขึ้น ซึ่งถือว่ามีที่ตั้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ มีศูนย์รวม Supply Chain ที่ครบวงจร โดยที่ผ่านมาเห็นนักลงทุนจีนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้จากตัวเลขคำขอส่งเสริมลงทุนจาก BOI สูงถึง 1.1 แสนล้านบาท” จรีพรย้ำ

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ทั้งนี้ บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ที่ 2 หมื่นล้านบาท โดยเน้นการลงทุนในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และสาธารณูปโภคและพลังงานเป็นหลัก รวมถึงมีการเตรียมงบสำหรับซื้อที่ดินเพิ่มเติม พร้อมตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวม 2,350 ไร่ ทั้งในไทยและเวียดนาม ซึ่งจะเน้นการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเชื่อว่าจะผลักดันให้ปีนี้สร้างรายได้และส่วนแบ่งกำไรที่ระดับ 2 หมื่นล้านบาท และคงอัตรากำไร EBITDA Margin มากกว่า 45%

 

เป้า 5 ปี แตะ 1.5 แสนล้าน

 

จรีพรกล่าวอีกว่า WHA Group ตั้งเป้าหมายรายได้รวม 5 ปีที่ 1.5 แสนล้านบาท โดยวางกลยุทธ์หลักในการขยายความเป็นผู้นำในการพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจร นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิทัลโซลูชัน นำศักยภาพขององค์กรไปสร้างการเติบโตในภูมิภาคอาเซียน

 

ดังนั้นด้วยการอัดงบลงทุนกว่า 1.19 แสนล้านบาท วางแผนสร้างรายได้ให้เติบโตประมาณ 2.9 เท่าจากปี 2567 และมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนน้อยกว่า 1.2 เท่า แบ่งตามประเภทธุรกิจหลัก ดังนี้

 

  • ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม – ปัจจุบันมีพื้นที่นิคมในไทยที่กำลังก่อสร้างและรอการพัฒนารวม 7 โครงการ บนพื้นที่ 8,810 ไร่ ส่วนเวียดนามยังคงขยายตัวต่อเนื่อง 2 โครงการ และ 1 โครงการ ขนาด 1,094 ไร่ อยู่ระหว่างการขออนุมัติใบอนุญาตลงทุน และยังได้ลงนามกับรัฐบาลท้องถิ่นทัญฮว้า (Thanh Hoa) พัฒนาเขตอุตสาหกรรม 2 แห่ง 4,000 ไร่

 

  • ธุรกิจโลจิสติกส์ – ปี 2568 จะเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเป็นประมาณ 3,309,000 ตารางเมตร

 

  • ธุรกิจโมบิลิตี้ – โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจรภายใต้แบรนด์ Mobilix ตั้งเป้าให้บริการเช่ารถ EV 20,000 คันในอีก 5 ปี ปีนี้คาดว่าจะมีรถ EV ให้เช่ารถมากกว่า 1,700 คัน

 

  • ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) – ขยายทั้งในและพื้นที่นอกนิคม ส่วนเวียดนาม ตั้งเป้ายอดขายและบริหารจัดการน้ำ 173 ล้านลูกบาศก์เมตร รุกธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม 10 ล้านลูกบาศก์เมตร

 

  • ธุรกิจไฟฟ้า – เดินหน้าขยายการลงทุนพลังงานหมุนเวียนทั้งในไทยและนอกประเทศ โดยในประเทศเน้นโซลาร์รูฟท็อป และพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in-Tariff และโครงการ Direct PPA ส่วนเวียดนามกำลังศึกษาและพัฒนาโครงการไมโครกริด ที่ WHA Smart Technology Zone 1 ซึ่งคาดว่าจะพร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์ในปี 2569

 

  • ศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจ New S-Curve เช่น เทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และเทคโนโลยีการดักจับ กักเก็บคาร์บอน (CCUS) พร้อมตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 1,185 เมกะวัตต์ จากพลังงานหมุนเวียน 657 เมกะวัตต์

 

  • ธุรกิจดิจิทัล – ปัจจุบันมีโครงการ AI Transformation ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจำนวน 12 โครงการ

 

อีกทั้งหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ จากการพัฒนาแพลตฟอร์ม ได้แก่ Mobilix ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดการรถ EV และแบตเตอรี่ 

 

โดยตั้งเป้าหมายสำหรับยอดการใช้ 6,000 คัน ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังตั้งเป้าหมายในการพัฒนา 5 แอปพลิเคชันใหม่ พร้อมให้บริการภายใน WHA Group ในปี 2568 ด้วย

The post เทรดวอร์-ทรัมป์มา ‘โรงงานจีน’ ย้ายฐานผลิตมาไทย WHA ตั้งเป้าโกย 1.5 แสนล้าน ใน 5 ปี เล็งศึกษานิวเคลียร์จิ๋ว SMR คาร์บอน CCUS appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธาน WHA มอง ทรัมป์ดิสรัปต์เศรษฐกิจโลก แนะธุรกิจไทยเร่งปรับตัว ใช้ AI เพื่อความอยู่รอดท่ามกลางความไม่แน่นอน https://thestandard.co/wha-president-trump-disrupts-global-economy/ Thu, 21 Nov 2024 09:45:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1011196

สมคิด ประธาน WHA มอง ทรัมป์ดิสรัปต์เขย่าเศรษฐกิจโลก แนะ […]

The post ประธาน WHA มอง ทรัมป์ดิสรัปต์เศรษฐกิจโลก แนะธุรกิจไทยเร่งปรับตัว ใช้ AI เพื่อความอยู่รอดท่ามกลางความไม่แน่นอน appeared first on THE STANDARD.

]]>

สมคิด ประธาน WHA มอง ทรัมป์ดิสรัปต์เขย่าเศรษฐกิจโลก แนะภาคธุรกิจไทยเร่งปรับตัว เตรียมรับมือความไม่แน่นอน ใช้ AI เพื่อความอยู่รอด ด้าน ‘จรีพร’ พร้อมพาองค์กร Tech-Driven Organization สู่เป้าหมาย Global Brand ชี้อีก 6 ปีจะเห็นความเปลี่ยนแปลง ย้ำหากมาถูกทางจะโตมากกว่า 2 เท่า พร้อมเปิดบ้าน WHA จัดงาน WHA Open House 2024: Explore – Discover – Shape the Future

 

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานกรรมการบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า WHA จัดงาน Open House เป็นครั้งแรก ต้องบอกว่าไม่มีช่วงเวลาไหนที่จำเป็นเท่าช่วงเวลานี้อีกแล้ว เนื่องจากระยะหลังหลายปีที่ผ่านมาโลกเปลี่ยนไปเยอะ ทั้งวิกฤตโควิดที่ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งสงครามและภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้เกิดความตึงเครียด ความหวาดระแวง ผลที่ตามมาชัดเจนคือเกิดภาวะที่ไร้ประสิทธิภาพทั้งภาวะทางเศรษฐกิจและการเมือง

 

นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนชนิดสุดโต่ง ซึ่งไม่เคยปรากฏและสร้างความเสียหายมหาศาล สิ่งเหล่านี้สร้างความตระหนักให้กับคนในโลกว่า ถึงเวลาที่ทุกคนต้องร่วมมือช่วยกันดูแลสภาพแวดล้อมไม่ใช่เพียงแต่ผลกำไรทางธุรกิจ ที่สำคัญคือไม่มีอะไรที่จะรุนแรงและรวดเร็วเหมือนเรื่องเทคโนโลยีที่ก้าวเข้ามาและขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิทยาการทางด้านไอที ดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจโดยสิ้นเชิง และก่อให้เกิดการดิสรัปต์

 

“โดยอะไรที่คิดว่าแน่นอนและมั่นคงในวันนี้ ในไม่ช้าจะสามารถสลายไปในพริบตา จะเห็นได้ว่ามีธุรกิจหลายรายแล้วที่ถูกดิสรัปต์จากดิจิทัลและ AI” สมคิดกล่าว

 

โดยเฉพาะนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจส่งผลดีหรือร้ายในคราวเดียวกัน และเกิดความไม่แน่นอนของโลกสูงภายใต้ความเป็นจริงที่ว่าสิ่งที่ไม่แน่นอนกำลังจะกลายเป็นสิ่งที่แน่นอน ดังนั้นหากจะทำธุรกิจความเร็วและความแม่นยำย่อมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง สมคิดกล่าวอีกว่า “ถ้าใครไม่เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ดิจิทัล, Big Data และ AI ความเชื่องช้าและความไร้ความแม่นยำจะทำให้อยู่ไม่ได้”

 

ดังนั้นรูปแบบของการดำเนินธุรกิจ จุดมุ่งหมายในการทำธุรกิจ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ต่อไปจุดมุ่งหมายของเราไม่ใช่ผลกำไรและรายได้ ซึ่ง WHA Group โดยซีอีโอให้ความสำคัญและเตรียมตัวมาพอสมควรในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในปัจจุบันและอนาคตข้างหน้า จุดมุ่งหมายพันธกิจของเราจะไม่มุ่งเน้นกำไรและรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เราเน้นเรื่องของความยั่งยืน การสร้างความมั่นคง รวมถึงความรวดเร็วและแม่นยำกับการอยู่ร่วมกับสังคมและชุมชน

 

“การสร้างความสมบูรณ์ให้กับชุมชนที่เราอยู่คือจุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดของเรา เราต้องการสื่อความในสิ่งนี้ สื่อความในสิ่งที่เราทำ อธิบาย หาแนวร่วม และแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ ทั้งภาคเอกชนในทุกวงการเพื่อให้มีความเข้าใจ และสร้างพันธมิตรร่วมกันในการสร้างสิ่งที่ดีกว่าให้กับภาคเอกชนและสังคมไทยในอนาคตข้างหน้า” สมคิดกล่าว

 

สมคิด

 

จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า WHA Open House 2024: Explore – Discover – Shape the Future เป็นการเปิดบ้านครั้งแรกเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ WHA Group ในฐานะต้นแบบของธุรกิจที่นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อสร้างและพัฒนาการเติบโตของอุตสาหกรรมระดับโลกจาก 4 กลุ่มธุรกิจหลักที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างสมดุล สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ WHA: WE SHAPE THE FUTURE และความมุ่งมั่นในการเป็น Tech-Driven Organization ด้วยวิสัยทัศน์สู่การเป็น Tech and Sustainable Company ขับเคลื่อนอนาคตอย่างยั่งยืน

 

จรีพรกล่าวอีกว่า ปีนี้ทิศทางการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ในไทยยังมีเข้ามาต่อเนื่อง เนื่องจากไทยมีจุดเด่นในหลายด้าน ทั้งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ซึ่งจะเห็นว่ามีบริษัทเทครายใหญ่อย่าง Google เข้ามาตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) อีกทั้งรัฐบาลให้สิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุนที่ดีและบุคลากรหรือแรงงานไทยที่มีทักษะพร้อม

 

ดังนั้นนิคมอุตสาหกรรม WHA มีนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาซื้อที่ดินเพื่อตั้งโรงงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม 13 แห่ง แบ่งเป็นประเทศไทย 12 แห่ง และเวียดนาม 1 แห่ง อีกทั้งอยู่ระหว่างการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอีก 5 แห่ง สามารถสร้างตำแหน่งงานและดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้าประเทศมากถึง 1.6 ล้านล้านบาท

 

“การเปิดบ้านครั้งนี้จะโชว์ต้นแบบของธุรกิจที่นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อสร้างและพัฒนาการเติบโตของอุตสาหกรรมระดับโลกจาก 4 กลุ่มธุรกิจหลัก และเผยทุกแง่มุมธุรกิจในระบบนิเวศของ WHA จากนิทรรศการและเวทีเสวนาพิเศษโดยผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ในการทดลองใช้งาน Mobilix โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจรรายแรกของไทย WHA พร้อมจะเป็น Global Brand และอีก 6 ปีจะเห็นความเปลี่ยนแปลง ถ้ามาถูกทางจะโตมากกว่า 2 เท่า” จรีพรกล่าว

The post ประธาน WHA มอง ทรัมป์ดิสรัปต์เศรษฐกิจโลก แนะธุรกิจไทยเร่งปรับตัว ใช้ AI เพื่อความอยู่รอดท่ามกลางความไม่แน่นอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองรีทอุตสาหกรรมฟอร์มเด่น WHAIR เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่ 4! พร้อมลุยลงทุนทรัพย์สินหลักเพิ่มเติมมูลค่าประมาณ 1,064.75 ล้านบาท https://thestandard.co/whair-reit-4th-capital-raise/ Tue, 12 Nov 2024 02:05:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1005829

ตลาดกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสั […]

The post กองรีทอุตสาหกรรมฟอร์มเด่น WHAIR เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่ 4! พร้อมลุยลงทุนทรัพย์สินหลักเพิ่มเติมมูลค่าประมาณ 1,064.75 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) กำลังคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นผ่านพ้นไป ล่าสุดทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล (WHAIR) เตรียมเปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมสำหรับการเพิ่มทุนครั้งที่ 4

 

สำหรับผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมสามารถจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2567 และประชาชนทั่วไปสามารถจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2567 เพื่อระดมทุนสำหรับการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมมูลค่าประมาณ 1,064.75 ล้านบาท พร้อมเสนออัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในปี 2568 ที่น่าดึงดูดใจที่ 8.33%

 

WHAIR: กองรีทกลุ่มอุตสาหกรรมฟอร์มเด่น เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group

 

WHAIR เป็นกองทรัสต์ที่ลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดิน อาคารโรงงาน รวมถึงคลังสินค้าสำเร็จรูป ในนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบอุตสาหกรรมของ WHA Group ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจด้านโลจิสติกส์, นิคมอุตสาหกรรม, ระบบสาธารณูปโภคและพลังงาน รวมถึงการบริการดิจิทัลอย่างครบวงจรของประเทศไทย

 

ปัจจุบัน WHAIR มีพื้นที่ให้เช่ารวม 428,818 ตารางเมตร มูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 13,122 ล้านบาท โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่สูงถึง 93.5% (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567)

 

จุดเด่นสำคัญของ WHAIR คือการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับ WHA Group ซึ่งมียอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2566 และคาดว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่องในปี 2567 จากกระแสการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังบูมสุดขีด

 

นอกจากนี้ ทำเลที่ตั้งของทรัพย์สินที่ WHAIR ลงทุนกว่า 90% อยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่รัฐบาลให้การสนับสนุนด้านการลงทุนอย่างเต็มที่ทั้งในแง่โครงสร้างพื้นฐานและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ส่งผลให้มีความต้องการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ผลงานโดดเด่น รายได้เติบโตต่อเนื่อง พร้อมปันผลสูง

 

ด้วยศักยภาพของทรัพย์สินและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ WHAIR มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยรายได้รวมในช่วงปี 2564-2566 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึงประมาณ 7% ต่อปี สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับการเพิ่มทุนครั้งนี้ WHAIR มีแผนที่จะลงทุนเพิ่มเติมในสิทธิการเช่าที่ดิน อาคารโรงงาน รวมถึงคลังสินค้าสำเร็จรูป ระยะเวลา 30+30 ปี ในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group โดยมีพื้นที่เช่ารวม 40,172 ตารางเมตร มูลค่าการลงทุนประมาณ 1,064.75 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์สินที่จะลงทุนเพิ่มเติมนี้มีอัตราการเช่าเต็ม 100%

 

ที่น่าสนใจคือ WHAIR เสนออัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่โดดเด่นในกลุ่ม Industrial REIT โดยประมาณการอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2568 อยู่ที่ 8.33% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่มองหารายได้จากเงินปันผลสม่ำเสมอ

 

จังหวะทองของการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และ REIT

 

การเพิ่มทุนของ WHAIR ในครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ตลาดกำลังส่งสัญญาณบวกชัดเจน โดยเฉพาะแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Fed) ที่เริ่มต้นในปี 2567 และคาดว่าจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงปี 2568 ซึ่งจะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของดัชนีราคาของกลุ่ม Property Fund & REIT

 

นอกจากนี้ ปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมในประเทศไทยยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ที่ยังคงดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการพื้นที่เช่าโรงงานและคลังสินค้าในระยะยาว

 

ถือเป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังทรัพย์สินที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและให้ผลตอบแทนที่โดดเด่น สำหรับนักลงทุนที่สนใจ WHAIR จะเปิดให้จองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมสำหรับการเพิ่มทุนครั้งที่ 4 ในเดือนพฤศจิกายนนี้

 

ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมของ WHAIR ที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยทรัสต์ ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 (XR วันที่ 4 พฤศจิกายน 2567) สามารถจองซื้อได้ในวันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2567 โดยจองซื้อที่ราคาเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมสูงสุดที่ 6.60 บาท และกรณีที่ราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุด ผู้จองซื้อจะได้รับเงินส่วนต่างคืน และสำหรับประชาชนทั่วไปสามารถจองซื้อได้ในวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2567 โดยจองซื้อที่ราคาเสนอขายสุดท้าย และสามารถจองซื้อผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ผ่านทุกสาขาทั่วประเทศ, เว็บไซต์ www.kasikornbank.com/kmyinvest หรือ โทร. 0 2888 8888 กด 869

 

ด้วยจุดแข็งทั้งในแง่คุณภาพทรัพย์สิน ทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ และการสนับสนุนจาก WHA Group กองรีท WHAIR จึงเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสรับผลตอบแทนที่มั่นคงและโอกาสการเติบโตในระยะยาว พร้อมไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย

 

The post กองรีทอุตสาหกรรมฟอร์มเด่น WHAIR เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่ 4! พร้อมลุยลงทุนทรัพย์สินหลักเพิ่มเติมมูลค่าประมาณ 1,064.75 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
WHA มอง ปีแห่งยุคทองนิคมไทย นักลงทุนแห่ย้ายฐานผลิตชิป, EV, PCB และ Data Center มายังอาเซียน พร้อมจับตาเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนโยบาย America First https://thestandard.co/the-golden-age-of-thai-industrial-estates/ Thu, 12 Sep 2024 06:57:39 +0000 https://thestandard.co/?p=982659

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาเซียนกลายเป็นแหล่งดึงดูดการลง […]

The post WHA มอง ปีแห่งยุคทองนิคมไทย นักลงทุนแห่ย้ายฐานผลิตชิป, EV, PCB และ Data Center มายังอาเซียน พร้อมจับตาเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนโยบาย America First appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาเซียนกลายเป็นแหล่งดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศอย่างเห็นได้ชัด หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ซึ่งอาเซียนรวมถึงไทยเป็นหนึ่งในหมุดหมายที่บริษัทต่างๆ จะเข้าไปลงทุนมากขึ้น 

 

โดย จรีพร จารุกรสกุล แม่ทัพหญิงแห่ง WHA มองว่า ก่อนไปถึงปลายปี ปีนี้ถือเป็นยุคทองของนิคมไทยที่นักลงทุนย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่อย่างเซมิคอนดักเตอร์, EV, PCB และ Data Center

 

จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจภาพรวมในช่วงไตรมาส 4 และภาพรวมครึ่งหลังของปี 2567 ‘มีแนวโน้มที่แข็งแกร่ง’ เนื่องจากธุรกิจสอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก โดยเฉพาะการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ซึ่งปีนี้ WHA Group ก้าวสู่การเป็น Tech & Sustainable Company เต็มรูปแบบ 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

แง้มดีลใหญ่ปลายปี

 

ปัจจัยสำคัญคือ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายฐานการผลิต (Relocation) มายังภูมิภาคอาเซียน โดยเริ่มเห็นสัญญาณที่แข็งแกร่งมากขึ้นในช่วงต้นปีนี้ 

 

“ต้องบอกว่าขณะนี้ถือเป็นยุคทองของนิคมอุตสาหกรรมไทยและอาเซียน ซึ่งจะต่อเนื่องไปอีก 1-2 ปี ที่สำคัญไทยจะได้รับอานิสงส์คลื่นการลงทุน ทั้งไม่ใช่แค่จีน แต่ยังมีไต้หวันและสหรัฐฯ ด้วย โดยส่วนใหญ่สนใจลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV), เซมิคอนดักเตอร์, PCB, Data Center และอุตสาหกรรมซัพพลายเชน ส่งผลให้ขณะนี้บริษัทต้องปรับเป้ายอดขายที่ดินในปีนี้เพิ่มขึ้นจากเดิม 2,275 ไร่ เป็น 2,500 ไร่”

 

นอกจากนี้ เร็วๆ นี้จะมีข่าวดี ซึ่งบริษัทได้เซ็นสัญญาดีลใหญ่ไปแล้ว โดยเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ซื้อที่ดินราว 400 ไร่ และยังมีการเจรจาเพิ่มพื้นที่อีกกว่า 600 ไร่ ซึ่งขณะนี้ยังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในเดือนตุลาคมนี้ รวมไปถึงค่ายรถ EV ที่ไม่ใช่เพียงค่าย EV จีนที่ยังอยู่ระหว่างตัดสินใจขั้นตอนสุดท้าย

 

ขณะเดียวกันการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน จรีพรบอกกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ยอมรับว่าในบางธุรกิจนักลงทุนบางรายอาจจะต้องรอผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนตัดสินใจลงทุน แต่ไม่ว่าตัวแทนพรรคจะเป็นเดโมแครตหรือรีพับลิกัน โดนัล ทรัมป์ จะกลับมา หรือ คามาลา แฮร์ริส จะขึ้นมาเป็นผู้นำของสหรัฐฯ “การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านนโยบายสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ ก็ยังมองแบบคนอเมริกันคือ ยึดความเป็น America First อเมริกาต้องมาก่อน และไม่ยอมให้เบอร์ 2 ขึ้นมาแทนที่ การหาเสียงของพรรคการเมืองจะยังมองจีนเป็นผู้ร้ายเสมอ ถ้ายังจำได้ 4 ปีที่แล้วตอนไบเดนหาเสียงก็เป็นเช่นนี้ 

 

ดังนั้นสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ จะยังเกิดขึ้นต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจคือ อาเซียนและไทยจะได้รับประโยชน์จากการเคลื่อนย้ายฐานการผลิต 

 

เตรียมเพิ่มที่ดินอีกหมื่นไร่ ลุ้นทำสถิติ All Time High ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 เล็งเป้าใหม่ ‘อินโดนีเซีย’

 

จรีพรย้ำว่า จากปัจจัยทั้งหมดมั่นใจว่าในช่วงครึ่งหลังภาพรวมรายได้และส่วนแบ่งกำไรของกลุ่มบริษัทฯ ปีนี้จะทะลุ 15,000 ล้านบาท มีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจัดหน่าย (EBITDA) สูงกว่า 50% ลุ้นทำสถิติ All Time High ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 

 

“ยอดขายที่ดินในไทยยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ขณะที่เวียดนามก็เติบโตและกำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ปี 2568 อีกทั้งบริษัทยังคงเดินหน้าเพิ่มที่ดินนิคมอุตสาหกรรมเกือบ 10,000 ไร่ในไทยให้เข้าสู่พอร์ตโฟลิโอในอีก 4 ปีข้างหน้า และมองประเทศอื่นๆ ที่น่าสนใจไปลงทุนนั่นคืออินโดนีเซีย” จรีพรกล่าว

 

จากปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมใหม่ 6 โครงการ เป็นการพัฒนาโครงการใหม่ 4 แห่ง และขยายพื้นที่โครงการเดิมอีก 2 แห่ง พร้อมอยู่ระหว่างหารือกับพันธมิตร สร้างคอนโดมิเนียม และรองรับนักลงทุนในพื้นที่ใกล้นิคมอุตสาหกรรมอีกด้วย

 

มองมุมต่าง ‘จีนทำ EV ศูนย์เหรียญ’

 

จรีพรระบุอีกว่า กรณีที่หลายบทความกล่าวถึงการเข้ามาตั้งโรงงานรถยนต์ไฟฟ้าในไทยทำให้เกิด EV ศูนย์เหรียญนั้น มองว่า เหตุผลที่นักลงทุนเลือกเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เป็นเพราะไทยมีความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ซัพพลายเชน และอีโคซิสเต็มของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งมีแรงงานทักษะสูง ดังนั้นเมื่อมาลงทุนที่ไทยก็จะสามารถผลิตได้ทันทีโดยไม่ต้องสร้างใหม่ทั้งหมด และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ ควบคู่กับ Local Content 

 

อีกทั้งไทยยังมีนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สิทธิประโยชน์การลงทุนจาก BOI และการตอบรับของตลาดภายในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีนที่เริ่มประกาศใช้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยซ้ายเพิ่มเติมจากการเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา เพื่อให้ต้นทุนการผลิตและเทคโนโลยีการผลิตสามารถแข่งขันได้ 

 

ฝากการบ้านรัฐบาลอุ๊งอิ๊ง 1

 

ขณะเดียวกันนโยบายการลงทุนที่อยากเสนอต่อรัฐบาลใหม่คือ การเดินหน้าออกไปโรดโชว์ต่างประเทศเพื่อดึงดูดการลงทุน รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่การลงทุนเพิ่มเติมในภูมิภาคอื่นๆ นอกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นโครงการที่ดี และเชื่อว่ารัฐบาลต้องเดินหน้าต่อไปอยู่แล้ว ทั้งยังจะเป็นเรื่องดียิ่งขึ้นหากจะมีการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) เพื่อเชื่อมต่อไปถึงโครงการแลนด์บริดจ์ให้เกิดเป็นรูปธรรม จะเกิดประโยชน์อย่างมากในอนาคต

 

นอกจากนี้ในฐานะภาคเอกชน ก็มีความกังวลเรื่องปัญหาเศรษฐกิจในหลายประเด็น ทั้งปัญหาการขยายตัวด้านเศรษฐกิจของประเทศ (GDP) ในระดับต่ำ และปัญหาสถานการณ์หนี้ในประเทศที่สูง

 

โดยเฉพาะหนี้ภาคครัวเรือนและหนี้ SMEs ที่อยู่ในภาวะน่ากังวล อีกทั้งสถาบันการเงินยังมีความเข้มงวดในการปล่อยกู้เพิ่มมากขึ้น และยังมีปัญหาความเชื่อมั่นในภาคตลาดทุน ส่งผลให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีอันดับเครดิตเรตติ้งไม่ดีระดมทุนผ่านตลาดหุ้นและหุ้นกู้ เพื่อนำไปขยายธุรกิจได้ยากขึ้น

 

ส่วนมุมมองนโยบาย Entertainment Complex นั้นไม่ถนัดเรื่องของสถานบันเทิง และประเด็นการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในเดือนหน้านั้น จรีพรระบุว่า อุตสาหกรรมในนิคม WHA ล้วนเป็นแรงงานที่มีทักษะสูง ซึ่งให้ค่าแรงมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว ประเด็นนี้จึงไม่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนหรือลูกค้า WHA

 

จรีพรทิ้งท้ายถึงมุมมองกองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง บริษัทจะได้รับอานิสงส์จากการตั้งกองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง เนื่องจากหุ้น WHA และ WHART ติดอยู่ในลิสต์ที่กองทุนลงทุนได้ เพราะมี SET ESG Ratings ระดับ AA ขึ้นไป

The post WHA มอง ปีแห่งยุคทองนิคมไทย นักลงทุนแห่ย้ายฐานผลิตชิป, EV, PCB และ Data Center มายังอาเซียน พร้อมจับตาเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนโยบาย America First appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘WHAUP’ เดินเกมอย่างไรถึงทำกำไรปี 2566 พุ่ง 259% และทำไมต้องเร่งเครื่องลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/whaup-strategies-259-percent/ Tue, 11 Jun 2024 02:42:22 +0000 https://thestandard.co/?p=941160

หากคลี่ผลประกอบการของ บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรื […]

The post ‘WHAUP’ เดินเกมอย่างไรถึงทำกำไรปี 2566 พุ่ง 259% และทำไมต้องเร่งเครื่องลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากคลี่ผลประกอบการของ บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA Group ที่ทำ All Time High 2 ปีซ้อน (ปี 2565 และ 2566) จาก 4 กลุ่มธุรกิจของบริษัท ได้แก่ ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน และธุรกิจบริการดิจิทัล จะพบว่าธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานภายใต้การดำเนินงานของ บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ หรือ WHAUP คือหนึ่งในแกนสำคัญที่ขับเคลื่อนเป้าหมายของ WHA Group ให้ประสบความสำเร็จ

 

ตัวเลขรายได้และส่วนแบ่งกำไรปี 2566 ที่ 4,228 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% และกำไรสุทธิซึ่งรวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน 1,631 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 259% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือบทพิสูจน์ที่ชี้ชัดถึงศักยภาพและกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพของ WHAUP

 

 

ภาพรวมความสำเร็จปี 2566

 

สมเกียรติ เมสันธสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ เผยว่า “ปี 2566 ถือว่าเป็นปีที่ดีที่สุดปีหนึ่งของ WHAUP” พร้อมทั้งฉายภาพความสำเร็จของกลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) ปีที่ผ่านมามีปริมาณยอดจำหน่ายและบริหารน้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมกัน 155 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปี 2565 ปัจจัยหลักในประเทศมาจากปริมาณยอดจำหน่ายน้ำดิบ (Raw Water) 32 ล้านลูกบาศก์เมตร และผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม (Value Added Product) 6 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน

 

“ธุรกิจน้ำเป็นเหมือน Cash Cow ที่แข็งแกร่ง เนื่องจากลูกค้าใช้น้ำสม่ำเสมอและผลจากการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรม โดยปีที่ผ่านมา WHA มียอดขายที่ดินรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2,767 ไร่ แบ่งเป็นประเทศไทย 1,986 ไร่ และเวียดนาม 781 ไร่ เมื่อขายที่ดินได้ก็มียอดขายการเซ็นสัญญาซื้อน้ำเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นเรายังต่อยอดธุรกิจรีไซเคิลน้ำ นำน้ำเสียไปปรับปรุงคุณภาพให้เป็นผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม (Reclaimed Water) (Value Added Product) ทั้งน้ำปราศจากแร่ธาตุ (Demineralized Water) และน้ำอุตสาหกรรมคุณภาพสูง (Premium Clarified Water) เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ใช้น้ำอุตสาหกรรมได้ใช้น้ำที่มีคุณภาพ”

 

สำหรับธุรกิจน้ำในเวียดนาม สมเกียรติเผยว่า ยอดจำหน่ายน้ำรวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 34 ล้านลูกบาศก์เมตร เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 18% ปัจจัยหลักมาจากปริมาณยอดจำหน่ายน้ำของโครงการ Duong River ที่เพิ่มขึ้นตามการขยายพื้นที่การให้บริการ และปริมาณความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นจากทั้งกลุ่มลูกค้าเดิมและกลุ่มลูกค้าใหม่

 

“การลงทุนที่เวียดนามเป็นการลงทุนตามการขยายนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนเป็นการลงทุนกับโรงงานน้ำประปา 2 บริษัท คือ Duong River Surface Water Plant Joint Stock Company ที่ฮานอย และ Cua Lo Water Supply Joint Stock Company ที่เหงะอาน”

 

ด้านภาพรวมความสำเร็จของธุรกิจไฟฟ้าปี 2566 มีส่วนแบ่งกำไรปกติจากธุรกิจไฟฟ้า จำนวน 1,424 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 200% สมเกียรติย้ำว่า นอกจากกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP และธุรกิจโรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) ปีที่ผ่านมายังโฟกัสเรื่อง Renewable Energy เป็นหลัก ทั้งการซัพพอร์ตลูกค้านิคมอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้พลังงานหมุนมากขึ้น รวมถึงลูกค้านอกนิคมอุตสาหกรรม

 

 

“เราทำระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ (Solar Floating) บนพื้นที่บ่อน้ำในนิคมอุตสาหกรรมให้กับลูกค้า อีกทั้งขยายโครงการ Solar Rooftop ทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรมของ WHA อย่างต่อเนื่อง เราเพิ่งได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโครงการ Private PPA เพิ่มจำนวน 42 สัญญา จำนวนรวม 50 เมกะวัตต์ ทำให้ตอนนี้มีจำนวนสัญญาโครงการ Private PPA สะสมทั้งสิ้น 183 เมกะวัตต์

 

“นอกจากนั้นยังได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้สิทธิ์เป็นผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) เฟส 1 สำหรับโครงการระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) จำนวน 5 โครงการ โดยมีกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น 125 เมกะวัตต์”

 

เดือนมีนาคมที่ผ่านมา WHAUP เซ็นสัญญากับ สหฟาร์ม และโกลเด้น ไลน์ บิสซิเนส เพื่อผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ Solar Floating, Solar Farm และ Solar Rooftop รวม 14 โครงการ กำลังผลิตไฟฟ้ารวม 46.36 เมกะวัตต์ จะทำให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าสะสมเข้าใกล้เป้า 1,000 เมกะวัตต์จากโรงไฟฟ้าทุกประเภทมากขึ้น

 

เปิดกลยุทธ์ธุรกิจปี 2567

 

เมื่อถามถึงเป้าหมายและแผนการเติบโตในอนาคต สมเกียรติบอกว่า ธุรกิจสาธารณูปโภคน้ำต้องบูรณาการทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม และขยายการให้บริการน้ำทุกประเภทในโครงการนิคมอุตสาหกรรมใหม่ๆ ของ WHA และนอกนิคมอุตสาหกรรมของ WHA ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

 

“หน้าที่หลักของเราคือบริหารจัดการน้ำ ตั้งแต่จัดหาและจำหน่ายน้ำดิบ ผลิตและจำหน่ายน้ำเพื่ออุตสาหกรรม ไปจนถึงบริหารจัดการน้ำเสีย อนาคตตั้งใจที่จะขยับขึ้นไปอยู่ต้นน้ำมากขึ้น เช่น หาแหล่งน้ำของเราเองบางส่วน เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าจะมีความหลากหลายของแหล่งน้ำและมีน้ำใช้เพียงพอ ส่วนของปลายน้ำเราไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม และขยายการให้บริการน้ำทุกประเภททั้งในนิคมอุตสาหกรรมและนอกนิคมอุตสาหกรรม รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เช่น การพัฒนา Smart Water Platform ด้วยการนำ Artificial Intelligence (AI) เข้ามาประยุกต์ใช้”

 

สมเกียรติบอกว่า นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผน เพราะนอกเหนือจากเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สิ่งที่ WHAUP มองคือเรื่องการส่งต่อองค์ความรู้

 

“ในฐานะที่ WHAUP เป็นบริษัทที่มีการบริหารจัดการน้ำอันดับต้นๆ ของประเทศ เรามี Know-How และ Core Knowledge เรื่องของระบบน้ำที่จะนำไปพัฒนาต่อยอดได้ หรือการออกไปร่วมลงทุนในเวียดนาม ไม่ได้มองแค่เรื่องการขยายธุรกิจ แต่ไปเพื่อพัฒนา นำหลักคิดและแนวทางปฏิบัติไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการน้ำเสีย เพื่อให้เห็นว่า WHAUP เป็นองค์กรที่มีศักยภาพ”

 

ในส่วนของธุรกิจไฟฟ้า สมเกียรติมองเห็นโอกาสมากมาย โดยเฉพาะ Renewable Energy “กลยุทธ์ด้านธุรกิจพลังงานไฟฟ้าคงเปิดโอกาสด้านการลงทุนไปยังต่างประเทศ โดยมองที่เอเชีย-แปซิฟิก ในลักษณะของการร่วมทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจ การต่อยอด โดยมีหลากหลายปัจจัยในการพิจารณา นอกจากนี้แน่นอนว่า ‘เทคโนโลยีและนวัตกรรม’ จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่อยู่ในแผนอนาคตของธุรกิจพลังงานไฟฟ้าด้วยเช่นกัน

 

“ศูนย์ควบคุมส่วนกลาง (Unified Operation Center: UOC) เป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ตอนนี้เราสามารถดึงข้อมูลของทุกโรงไฟฟ้าที่เป็น Solar Rooftop กว่า 100 โครงการ มาดูได้ว่าที่ไหนมีประสิทธิภาพการทำงานอย่างไร เพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุง นอกจากนี้เรากำลังพัฒนาแพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าแบบ Peer-to-Peer Energy Trading ของผู้ใช้ในอุตสาหกรรม และการซื้อขายใบรับรองเครดิตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (I-REC)

 

“ธุรกิจ New S-Curve อื่นๆ ที่น่าสนใจแต่ก็ต้องดูจังหวะเวลาที่เหมาะสม อย่างเช่นระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS), ไฮโดรเจน, การซื้อขายคาร์บอนและการใช้และกักเก็บคาร์บอน (CCUS) และ New S-Curve ที่เรากำลังมุ่งเน้นในตอนนี้ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ WHA Group คือ Green Logistics ซึ่งในส่วนของ WHAUP เราก็มุ่งเน้นการพัฒนา Charging Station เพื่อรองรับนโยบายดังกล่าว ซึ่งธุรกิจนี้มีศักยภาพในการเจริญเติบโตมาก”

 

 

มุมมองของ WHAUP ต่อสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

 

“ตอนนี้เราอยู่ในจุดที่โลกเดือดไม่ใช่แค่โลกร้อน ทุกคนต้องตระหนักและตื่นตัว โดยเฉพาะคนทำธุรกิจต้องเข้าใจว่าโมเดลธุรกิจถ้าไม่ปรับตัวก็อาจจะแข่งขันไม่ได้ ความยั่งยืนไม่ได้มีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเสมอไปหากมีการบริหารจัดการที่ดี เช่น การบริหารจัดการน้ำ การใช้พลังงานทดแทน นั่นเป็นเหตุผลที่เราสนใจที่จะต่อยอดจากการบริหารจัดการน้ำเสียมาเป็น Premium Clarified Water รวมถึง Renewable Energy และจะนำเรื่องนี้มาเป็นกลยุทธ์หลักในการทำธุรกิจของเรา ซึ่งจะมีผลดีต่อธุรกิจในระยะยาวและตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืน นอกจากแนวทางการทำธุรกิจแล้ว เรายังมีโครงการต่างๆ ที่สนับสนุนดูแลทั้งสิ่งแวดล้อมและสังคม ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Clean Water for Planet ที่ใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบบึงประดิษฐ์ ที่น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ ซึ่งเป็นระบบบำบัดน้ำเสียที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหมาะกับการดำเนินงานในนิคมอุตสาหกรรม อาศัยกระบวนการทางธรรมชาติ โดยใช้พืชและแบคทีเรียที่มีความสามารถในการดูดซับของเสียที่ออกจากโรงงานและน้ำที่ผ่านกระบวนบำบัดแล้วนำกลับมาใช้ภายในโรงงานได้อีก”

 

สำหรับการดูแลสังคม WHAUP ร่วมส่งมอบองค์ความรู้ที่มีไปต่อยอดให้กับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นความรู้เรื่องการจัดการน้ำ การบำบัดน้ำ การใช้พลังงานสะอาด และร่วมส่งมอบ Solar Rooftop ให้แก่โรงเรียนนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง 9 ภายใต้โครงการ Shine Brighter with WHA เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคของโรงเรียน เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณกับการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

วิธีสร้างคน เพื่อรับการเป็น ‘Technology Company’ แบบ WHAUP

 

นอกจากเป้ากำไรและแผนการลงทุนข้างต้น อีกหนึ่งภารกิจที่น่าสนใจคือการบรรลุเป้าหมายที่จะเป็น ‘Technology Company’ เต็มตัว สมเกียรติเล่าว่า 4 ปีก่อนหน้า คำว่า Digitization เป็นเรื่องแปลกใหม่และดูไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมเลย

 

“ต้องยอมรับว่าผู้นำของเรา (จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA Group) ท่านมีวิสัยทัศน์อย่างมาก เพราะ WHA Group ทำเรื่อง Digitization มา 3-4 ปีแล้ว นอกจากวิชั่นของผู้นำที่ชัดเจนแล้ว สิ่งที่จะขับเคลื่อนวิชั่นได้คือ ‘บุคลากร’ ที่สำคัญคือเราทำกันเอง คิดกันเอง ทำให้พนักงานทุกคนเข้าใจและรู้สึกมีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงในทุกช่วงเวลา มันจึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนระบบหรือนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ แต่มันเปลี่ยน Mindset คนในองค์กร

 

“นวัตกรรมหรือธุรกิจใหม่ๆ มันเกิดจากความต้องการของตลาดที่เกิดใหม่ ทำให้เราต้องหาโซลูชันใหม่เสมอ ซึ่งโซลูชันมันก็คือนวัตกรรม สิ่งที่ทำให้ WHAUP เข้าใกล้การเป็น Technology Company เต็มตัว ก็เพราะพนักงานทุกคนมี Mindset ที่ไม่หยุดมองหานวัตกรรมใหม่ๆ มีคอมฟอร์ตโซนที่กว้างขึ้น และปรับตัวเร็ว ทุกอย่างต้องเร็วให้ทันยุค ‘ปลาเร็วกินปลาช้า’”

 

สมเกียรติยังบอกด้วยว่าหนึ่งในเป้าของการเป็น Technology Company ก็เพื่อ ‘ทำให้ลูกค้ามีความสุข’

 

“ปลายทางคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และมอบบริการที่สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า นี่คือวัตถุประสงค์ของการเริ่มต้นทั้งหมด อย่างการนำเรื่อง Digital Transformation เข้ามาใช้ภายในองค์กร ก็เพื่อให้การทำงานรวดเร็วขึ้น สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้เร็วขึ้นและดียิ่งขึ้น”

 

 

วันนี้ WHAUP พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตลอดระยะเวลา 6 ปีของการดำเนินธุรกิจบริการด้านสาธารณูปโภคน้ำและพลังงาน สร้างความสุขและความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้จริง การันตีด้วย 2 รางวัลใหญ่ ได้แก่ Best Innovative Company Awards ด้านนวัตกรรม: Peer-to-Peer Energy Trading: Future of Energy Market จากเวที SET Awards 2022 และรางวัล Commended Sustainability Awards จากเวที SET Awards 2023

 

“รางวัล Best Innovative Company Awards เป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่สะท้อน DNA ของ WHAUP ถึงความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม ในขณะที่รางวัล Commended Sustainability Awards มันตอกย้ำตัวตนของเรา เป็นภาพสะท้อนแนวทางการทำงานที่จัดเจนขององค์กรว่าเราเป็นองค์กรที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง เพราะนี่คือการทำงานจริง ทุกอย่างเกิดขึ้นจากทุกคนในองค์กรที่มีเป้าหมายเดียวกัน ถ้าให้เปรียบก็เหมือนการวิ่งมาราธอนที่ค่อยๆ สะสมความสำเร็จทุกระยะ ผมว่านี่แหละความยั่งยืนที่ถูกต้อง สุดท้ายแล้วเมื่อเราทำองค์กรให้ยั่งยืนได้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะส่งมอบความยั่งยืนเช่นนี้ไปสู่ลูกค้า พันธมิตร พาร์ตเนอร์ รวมถึงโลกของเรา ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของบริษัท WHA : WE SHAPE THE FUTURE” สมเกียรติกล่าวทิ้งท้าย

 

The post ‘WHAUP’ เดินเกมอย่างไรถึงทำกำไรปี 2566 พุ่ง 259% และทำไมต้องเร่งเครื่องลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: รับกระแสย้ายฐานผลิต ไทยขอท้าชิงฐานผลิต ‘ชิป’ โลก | Morning Wealth 29 มี.ค. 2567 https://thestandard.co/morning-wealth-29032024/ Fri, 29 Mar 2024 02:20:58 +0000 https://thestandard.co/?p=916831

BOI ไฟเขียวให้ปรับปรุงบัญชี ‘กิจการอิเล็กทรอนิกส์’ ได้เ […]

The post ชมคลิป: รับกระแสย้ายฐานผลิต ไทยขอท้าชิงฐานผลิต ‘ชิป’ โลก | Morning Wealth 29 มี.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
  • BOI ไฟเขียวให้ปรับปรุงบัญชี ‘กิจการอิเล็กทรอนิกส์’ ได้เว้นภาษี 8 ปี หวังขึ้นฐานผลิตชั้นนำตลาดโลกในอนาคต รายละเอียดเป็นอย่างไร
  • ส่องไทยพร้อมจริงแค่ไหน ท้าชิงฐานผลิต ‘ชิป’ พูดคุยกับ จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA Group

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: รับกระแสย้ายฐานผลิต ไทยขอท้าชิงฐานผลิต ‘ชิป’ โลก | Morning Wealth 29 มี.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดชื่อแบรนด์รถยนต์ EV จีน ที่เข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทย เริ่มเดินสายพานปี 2567-2568 กำลังผลิตเท่าไร ตั้งอยู่ที่ไหนบ้าง https://thestandard.co/chinese-evs-production-in-thailand/ Thu, 26 Oct 2023 12:36:53 +0000 https://thestandard.co/?p=859121

กระแสยานยนต์ไฟฟ้าในไทยไม่เคยแผ่ว เรียกได้ว่าปีนี้เป็นปี […]

The post เปิดชื่อแบรนด์รถยนต์ EV จีน ที่เข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทย เริ่มเดินสายพานปี 2567-2568 กำลังผลิตเท่าไร ตั้งอยู่ที่ไหนบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>

กระแสยานยนต์ไฟฟ้าในไทยไม่เคยแผ่ว เรียกได้ว่าปีนี้เป็นปีทองของ EV ไทยเลยก็ว่าได้ เพราะบรรดาแบรนด์ EV จีนต่างหลั่งไหลเข้ามาปักหมุด ตั้งฐานผลิตพวงมาลัยขวาในไทย 

 

คงไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝันที่ไทยจะกลายเป็นฮับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน วันนี้ (26 ตุลาคม) ChangAn 1 ใน 4 ค่ายยักษ์ใหญ่จากจีน ซื้อที่ดินนิคม WHA เฟสแรก 250 ไร่ ตั้งโรงงานผลิต EV ส่งออกทั่วโลก 

 

ขณะที่ WHA เองก็ถือว่าดีลนี้เป็นการปิดดีล FDI ครั้งใหญ่แห่งปี ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาที่ขายที่ดินให้กับ BYD 600 ไร่ 

 

THE STANDARD WEALTH ชวนอัปเดตว่า ณ วันนี้ มีแบรนด์จีนเจ้าไหนพร้อมเดินสายพานผลิตในไทยในปี 2567 อีกบ้าง

 

รายชื่อแบรนด์รถยนต์ EV จีน ที่เข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทย

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post เปิดชื่อแบรนด์รถยนต์ EV จีน ที่เข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทย เริ่มเดินสายพานปี 2567-2568 กำลังผลิตเท่าไร ตั้งอยู่ที่ไหนบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
WHA ปิดดีล FDI ใหญ่แห่งปี! ขายที่ดินให้กับ ‘ฉางอานฯ’ 250 ไร่ ตั้งโรงงานผลิต EV เฟสแรก 8,862 ล้านบาท 1 แสนคัน/ปี https://thestandard.co/wha-closes-biggest-fdi-deal-of-the-year/ Thu, 26 Oct 2023 10:29:25 +0000 https://thestandard.co/?p=859036 WHA ลงนามกับ ฉางอาน

WHA เซ็นสัญญาซื้อขายที่ดิน 250 ไร่ ให้กับฉางอาน ออโต้ เ […]

The post WHA ปิดดีล FDI ใหญ่แห่งปี! ขายที่ดินให้กับ ‘ฉางอานฯ’ 250 ไร่ ตั้งโรงงานผลิต EV เฟสแรก 8,862 ล้านบาท 1 แสนคัน/ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
WHA ลงนามกับ ฉางอาน

WHA เซ็นสัญญาซื้อขายที่ดิน 250 ไร่ ให้กับฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย ลุยตั้งฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังผลิต 1 แสนคันต่อปี เฟสแรก 8,862 ล้านบาท คาดเริ่มผลิตปี 2568 พร้อมเผยเร็วๆ นี้ ฉางอานฯ มีลุ้นอานิสงส์จาก FTA ไทย – EU เพิ่มแต้มต่อส่งออกนอกเหนือจากตลาดเอเชีย แง้ม 1 พฤศจิกายน นายกรัฐมนตรีนั่งประธานบอร์ด EV อาจช่วยผลักดันแพ็กเกจ EV 3.5 เร็วขึ้น 

 

วันนี้ (26 ตุลาคม) บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในเครือดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ประกาศลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินครั้งใหญ่กับบริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด ซึ่งเป็น 1 ใน 4 บริษัทยานยนต์ชั้นนำจากจีน ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 จ.ระยอง ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อสร้างโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้า นับเป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ครั้งสำคัญในปี 2566

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

โดยในพิธีลงนามในสัญญาครั้งนี้ประกอบด้วย จางเซียวเซียว อัครราชทูตจีน ประจำแผนกพาณิชย์ สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมี จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ เซินซิงหัว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด และกรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ลงนามในสัญญา 

 

ฉางอานฯ ก่อตั้งมานาน 153 ปี และเป็นผู้ริเริ่มอุตสาหกรรมยานยนต์จีน โดยภาษาจีน ฉาง แปลว่า ยาวนาน และ อาน แปลว่า ความปลอดภัย เมื่อนำคำมาต่อกัน ฉางอานจึงมีความหมายว่า ความปลอดภัยอย่างยาวนาน ปัจจุบันเป็น 1 ใน 4 ยักษ์ใหญ่ในกลุ่มยานยนต์ EV จีน

 

เซินซิงหัวกล่าวว่า บริษัทมีความยินดีที่ได้ลงนามซื้อขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 ภายใต้การสนับสนุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการลงทุนจัดตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทย 

 

โดยมูลค่าการลงทุนเฟสแรก 8,862 ล้านบาท กำลังผลิต 1 แสนคันต่อปี บนพื้นที่ 250 ไร่ ส่วนเฟสที่ 2 คาดการณ์ว่า 2 แสนคันต่อปี บนพื้นที่ 300 ไร่ โดยจะผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา ทั้งประเภท BEV, PHEV, REEV (Range Extended EV) สำหรับจำหน่ายในไทย และส่งออกสู่ภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ และแอฟริกาใต้ 

 

หนุนรัฐบาลไทยผลักดัน EV 3.5 สร้าง Ecosystem

 

ทั้งนี้ บริษัทพร้อมจัดตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและมีแผนจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนารถยนต์ในไทยในอนาคตอีกด้วย เบื้องต้นจะเปิดตัวและพร้อมจำหน่าย 29 พฤศจิกายน 2566 ในงานมอเตอร์โชว์ส่งท้ายปี ก่อนที่คาดว่าโรงงานจะแล้วเสร็จและเริ่มผลิตรถยนต์ได้อย่างเป็นทางการในปี 2568 

 

“เหตุผลสำคัญในการตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่นี้ เนื่องจากไทยเป็นตัวเลือกที่ครบ ด้วยทำเลที่ตั้งและชื่อเสียงของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ปในฐานะผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมชั้นนำของภูมิภาค ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 มีสิ่งที่เรามองหา ทั้งทำเลที่ตั้งอันโดดเด่นบนพื้นที่เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายของ EEC ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ระบบสาธารณูปโภคและบริการระดับเวิลด์คลาส รวมไปถึงการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูง”

 

ขณะเดียวกันมองว่าหากรัฐบาลเดินหน้ามาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.5 จะทำให้เกิด Ecosystem ในอุตสาหกรรมไทยได้เร็วนี้ โดยดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป จะช่วยขยายคลัสเตอร์ยานยนต์ใน EEC ได้เป็นอย่างดี  สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการลงทุนของฉางอานฯ 

 

ดีล WHA กับฉางอานฯ เหมือนการปลูกต้นรักมานาน 3 ปี 

 

ทางด้านจรีพรกล่าวว่า บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด ให้ความเชื่อมั่นและเลือกดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดตั้งฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ในไทย  

 

“ต้องบอกเลยว่าดีล WHA กับฉางอานฯ เหมือนเราได้ปลูกต้นรักมานาน 3 ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตโควิด วันนี้การลงนามเหมือนการแต่งงานกัน จะเลิกกันคงไม่ได้ และฉางอานฯ ขอจองพื้นที่เพิ่มไปอีกในเฟส 2”

 

 

สำหรับการลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แห่งปีของความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน ในการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต และการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ตลอดจนเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าไทยคือจุดหมายด้านการลงทุนอุตสาหกรรมไฮเทคจากต่างประเทศที่สำคัญของเอเชีย 

 

FTA ไทย – EU เพิ่มแต้มต่อส่งออกให้กับฉางอานฯ

 

“เร็วๆ นี้จะมีอีกข่าวดีสำหรับฉางอานฯ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีกำลังเร่งเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป (EU) ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ฉางอานฯ สร้างโรงงานเสร็จพอดี ทำให้จะมีโอกาสขยายตลาดส่งออกจากเอเชียไปยังตลาด EU ได้อีกด้วย”

 

นอกจากนี้ ล่าสุดนายกฯ ยังได้ตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) โดยเป็นประธานเอง และมีเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นเลขาธิการ ฉะนั้นการผลักดันแพ็กเกจ EV 3.5 จะได้รับการพิจารณาเร็วขึ้น โดยคาดว่าบอร์ด EV จะประชุมนัดแรกในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566

 

ทำเลทองนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 

 

สำหรับนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 เป็นนิคมอุตสาหกรรมลำดับที่ 9 ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ในไทย มีพื้นที่ทั้งหมด 2,443 ไร่ (รวมพื้นที่ส่วนขยาย) ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ของ EEC ที่เอื้อต่อการส่งออกสู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ได้รับการออกแบบให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ (Smart ECO Industrial Estate) โดยมีโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่ได้มาตรฐานระดับโลกทั้งเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมล่าสุด 

 

ไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง การรักษาความปลอดภัย การควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการผลิตและการบำบัดน้ำเสีย และมีการเชื่อมต่อกับศูนย์ควบคุมส่วนกลางของดับบลิวเอชเอ (Unified Operation Center: UOC)  

 

ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนได้เข้ามาลงทุนไทยแล้ว 1.44 พันล้านดอลลาร์ 

 

“การเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลกจำนวนมากส่งผลให้เกิดการขยายคลัสเตอร์ยานยนต์ใน EEC ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนได้เข้ามาลงทุนในไทยต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าการลงทุนกว่า 1.44 พันล้านดอลลาร์ ช่วยผลักดันให้ไทยกลายเป็นศูนย์การผลิตภูมิภาค” 

 

ดังนั้นการตัดสินใจลงทุนในไทยของฉางอานฯ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมบทบาทของไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าบนเวทีโลก 

 

อีกทั้งช่วยผลักดันให้ไทยมุ่งสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก เกิดระบบนิเวศครบวงจร บรรลุเป้าหมายการใช้ยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero-Emission Vehicle) ภายในปี 2573 ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป

The post WHA ปิดดีล FDI ใหญ่แห่งปี! ขายที่ดินให้กับ ‘ฉางอานฯ’ 250 ไร่ ตั้งโรงงานผลิต EV เฟสแรก 8,862 ล้านบาท 1 แสนคัน/ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดเบื้องลึก ‘WHA Group’ หนึ่งในบริษัทไทยที่ได้เดินทางพบบริษัทระดับโลกร่วมกับนายกรัฐมนตรี ‘เศรษฐา’ งานนี้อาจมีลุ้นดีล Big Tech? https://thestandard.co/wha-group/ Wed, 27 Sep 2023 01:25:42 +0000 https://thestandard.co/?p=846728 WHA Group

การเดินทางของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมประชุ […]

The post เปิดเบื้องลึก ‘WHA Group’ หนึ่งในบริษัทไทยที่ได้เดินทางพบบริษัทระดับโลกร่วมกับนายกรัฐมนตรี ‘เศรษฐา’ งานนี้อาจมีลุ้นดีล Big Tech? appeared first on THE STANDARD.

]]>
WHA Group

การเดินทางของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 78 (UNGA78) ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คาดว่ามูลค่าของตัวเลขที่ต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในไทยไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.7 แสนล้านบาท โดยยังไม่รวมบริษัทด้านการเงินนั้น

 

หากย้อนไปก่อนหน้านี้ เศรษฐาย้ำ 2 รายชื่อบริษัท Tech อย่าง Microsoft และ Google ซึ่งกำลังมองหาโอกาสในการจัดตั้ง Data Center ในไทย หรือการเดินทางครั้งนี้อาจมีลุ้นดีลใหญ่?

 

คงต้องถามซีอีโอ WHA Group หนึ่งในบริษัทของไทยที่ได้ร่วมเดินทางไปกับคณะของนายกรัฐมนตรี

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

 

จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group กล่าวว่า WHA ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยการลงทุนกับวงการธุรกิจสหรัฐฯ หลายราย และมีโอกาสได้เข้าพบนักธุรกิจด้านเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อเชิญชวนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นตามที่ปรากฏบนหน้าสื่ออย่าง Tesla, Google, Microsoft, Citibank, JP Morgan, Estée Lauder และ BlackRock

 

“และต้องบอกข่าวดีว่าการพบบริษัทสหรัฐฯ จากงานนี้ มีบางบริษัท Tech ที่ WHA กำลังเจรจาอยู่ด้วย แต่เนื่องจากว่ามีการเซ็นสัญญาไว้แล้วว่าห้ามเอ่ยนาม จึงยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้” จรีพรเผยถึงบรรยากาศการเดินทางไปเยือนสหรัฐฯ ในครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรี

 

“ถือเป็นการส่งสัญญาณและเปิดประตูบานใหญ่แห่งการลงทุน ที่ไทยพร้อมส่งข้อความออกไปยังนักลงทุนอย่างชัดเจนว่าไทยพร้อมและยินดีต้อนรับนักลงทุนจากต่างชาติ”

 

โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมใหม่ที่ไทยมีความพร้อมในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งบริษัทใหญ่ๆ ก็ให้การตอบรับและมีแนวโน้มขยายการลงทุนมาไทย เพื่อใช้เป็นฐานหลักของภูมิภาคเพื่อเสริมศักยภาพการส่งออกของสินค้า

 

เนื่องจากอย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าช่วงเวลานี้ปัญหา Geopolitics หรือภูมิรัฐศาสตร์ เริ่มส่งสัญญาณที่เด่นชัดต่อการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตและการลงทุน ดังนั้น “อาจเป็นโอกาสที่รัฐบาลไทยจะต้องเร่งวางแนวทางการดึงดูดการลงทุนต่อจากนี้ในเชิงรุก คือการเดินเข้าไปถามความต้องการของนักลงทุน โดยก่อนอื่นต้องออกแบบกลยุทธ์และกำหนดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่ต้องการ แล้วไปเจรจากับบริษัทที่เป็นแม็กเน็ต ซึ่งจะดึงให้กลุ่มซัพพลายเชนทยอยตามเข้ามาลงทุนด้วย”

 

ส่วนขั้นต่อไปมองว่ารัฐบาลต้องวางกลยุทธ์ว่าการลงทุนจากต่างชาตินั้นจะส่งเสริมและต่อยอด รวมทั้งสร้างโอกาสให้คนไทยและธุรกิจไทยอย่างไร เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนให้มากขึ้น

 

WHA Group

 

 

ไทยคือ The World’s Best Investment Destination

แน่นอนว่า WHA พร้อมที่จะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันและผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็น The World’s Best Investment Destination สำหรับนักลงทุนจากต่างประเทศทั่วโลก เพราะด้วยศักยภาพของระบบอีโคซิสเต็มที่ครบวงจรและแข็งแกร่งของทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ ที่จะสนับสนุนให้เกิดการต่อยอดพัฒนาโซลูชันทางธุรกิจและอุตสาหกรรมตามพันธกิจ WE SHAPE THE FUTURE ที่เป็นผู้สร้าง สร้างทั้งความเจริญ สร้างอาชีพ และรายได้ให้กับผู้คนและสังคม เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สู่เป้าหมายสูงสุด คือสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจของประเทศไทย

 

“เพราะการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จะเป็นส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน” จรีพรกล่าว

 

มองเศรษฐายกเวียดนามมีแต้มต่อ FTA

เมื่อ THE STANDARD WEALTH ถามว่าคิดเห็นอย่างไรกับบทสัมภาษณ์จาก Bloomberg ของนายกรัฐมนตรีต่อศักยภาพการลงทุนระหว่างไทยและเวียดนาม จรีพรย้ำว่า 

 

“ต้องยอมรับว่าขณะนี้หากดูสัญญาณการลงทุน ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในเวียดนามมีการเติบโตดี เพราะได้รับอานิสงส์จากภูมิรัฐศาสตร์ ผู้ประกอบการจีนย้ายฐานการผลิตมาลงทุนในเวียดนามต่อเนื่อง

 

“แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดถึงเวียดนามนั้นเข้าใจว่าท่านให้น้ำหนักไปที่เรื่องแต้มต่อเกี่ยวกับกฎระเบียบด้านการค้าเสรี หรือ FTA ที่เวียดนามหยิบมาใช้ประโยชน์ได้ดีมากกว่า ขณะที่ไทยเองก็มีระบบและโครงสร้างพื้นฐานครบ ทั้งพลังงานและสาธารณูปโภค ซึ่งตรงนี้ก็เป็นจุดแข็งของไทยเช่นกัน”

 

ทุบกำไร All Time High

สะท้อนชัดเจนจากผลการดำเนินงานของ WHA Group ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 เติบโตต่อเนื่องและโดดเด่น โดยมีรายได้รวมและมีส่วนแบ่งกำไรกว่า 5,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% และมีกำไรสุทธิ 1,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

 

บริษัทจึงมั่นใจว่ารายได้และกำไรตลอดทั้งปีนี้จะเติบโต 10% จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 15,800 ล้านบาท ทำ All Time High อีกครั้งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจทั้ง 4 กลุ่ม

 

นอกจากนี้จรีพรยังบอกอีกว่า “กลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมมีผลประกอบการดีเหนือความคาดหมาย ส่งผลให้บริษัทต้องปรับเพิ่มเป้าหมายการดำเนินงานของสิ้นปี 2566 ให้สูงขึ้นจากที่กำหนดไว้ก่อนหน้าในช่วงต้นปี”

 

ไทยและเวียดนามรับอานิสงส์ทุนนอกย้ายฐานการผลิต

ปัจจัยรายได้ที่เพิ่มขึ้นหลักๆ ของปีนี้คือการย้ายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติ ทำให้บริษัทได้ปรับเป้ายอดขายที่ดินรวมทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม สำหรับปี 2566 จาก 1,750 ไร่ ที่เคยประกาศไว้เมื่อต้นปี เป็น 2,750 ไร่

 

โดยในช่วงครึ่งปีหลังมีการเจรจากับบริษัทลูก Foxconn ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากไต้หวัน ซึ่งได้ลงนามซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เวียดนามไปแล้ว 300 ไร่ รวมทั้งมีลูกค้าจีนรายใหญ่สนใจจะซื้ออีก 200-300 ไร่

 

“ส่วนในไทยก็ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับค่ายรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่จากจีนอีกหนึ่งราย ซึ่งน่าจะเป็นดีลใหญ่สุดในปีนี้ที่สนใจซื้อที่ดินแปลงใหญ่ 200 กว่าไร่ และยังมีดีลใหญ่อีก 600 ไร่ ที่จะคาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ภายในสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า” จรีพรกล่าว

 

มองทิศทางลงทุนโค้งท้ายปี

อย่างไรก็ตาม กลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังคงขยายตัวโดดเด่นยังคงเป็นกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า คอนซูมเมอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากจีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น ที่เริ่มกลับมาขยายการลงทุนอีกครั้ง

 

ปัจจุบันมีนิคมอุตสาหกรรม 13 แห่งในประเทศไทยและเวียดนาม คิดเป็นพื้นที่รวม 71,300 ไร่ โดยยังอยู่ระหว่างการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่อีก 1 แห่ง และส่วนขยายโครงการนิคมอุตสาหกรรมอีก 3 แห่งในประเทศไทย รวมพื้นที่ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา 5,700 ไร่

 

สำหรับในประเทศเวียดนาม เร่งการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเหงะอานเฟส 2 ที่มีพื้นที่รวมกว่า 2,215 ไร่ ให้ทันกับความต้องการของลูกค้า ส่วนนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่อีก 2 แห่ง ที่เมืองถั่นหัวและดานัง อยู่ในกระบวนการขอใบอนุญาตลงทุน

 

มุ่งสู่ Technology Company ในปี 2567

จรีพรกล่าวทิ้งท้ายว่า WHA Group ยังคงเดินหน้าภารกิจ ‘Mission to the Sun’ ซึ่งมี 9 โครงการ สู่การยกระดับการพัฒนาองค์กรและบุคลากรของบริษัท มุ่งสู่ Technology Company ในปี 2567 โดยขณะนี้มี 3 โครงการที่คืบหน้าอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม นั่นคือ Green Logistics, Digital Health Tech และ Circular รวมทั้งวางแผนรุกพลังงานไฮโดรเจนภายใน 5 ปี

 

อย่างไรก็ตาม การลงทุนทั้งหมดในไทยยังคงมุ่งรองรับความต้องการของลูกค้าที่อยู่ในระดับสูง เน้นการบริหารพื้นที่ในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) หลังปีนี้ตั้งงบลงทุนรวมไว้ 1.33 หมื่นล้านบาท

 

“สำหรับมุมมองต่อนโยบายของรัฐบาลใหม่ถือว่าวางปัญหาเพื่อแก้ไขระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวได้ดี เห็นถึงความตั้งใจที่รัฐบาลต่างก็ทำงานอย่างมุ่งมั่น และการเปิดประตูการลงทุนเองก็เดินหน้าอย่างรวดเร็ว ถือว่ามาถูกทาง” จรีพรกล่าวย้ำ

The post เปิดเบื้องลึก ‘WHA Group’ หนึ่งในบริษัทไทยที่ได้เดินทางพบบริษัทระดับโลกร่วมกับนายกรัฐมนตรี ‘เศรษฐา’ งานนี้อาจมีลุ้นดีล Big Tech? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะลึก WHAIR กองรีทผลตอบแทนดีที่เติบโตไปพร้อมกับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group พร้อมคว้าโอกาสจากการพัฒนาพื้นที่ EEC [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/whair-reit/ Thu, 01 Dec 2022 08:00:49 +0000 https://thestandard.co/?p=711653 WHAIR

การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ของโครงการเขตพัฒนาพิ […]

The post เจาะลึก WHAIR กองรีทผลตอบแทนดีที่เติบโตไปพร้อมกับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group พร้อมคว้าโอกาสจากการพัฒนาพื้นที่ EEC [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
WHAIR

การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจำนวน 2.2 ล้านล้านบาท สำหรับช่วง 5 ปีข้างหน้า (ปี 2566-2570)

 

จากเป้าหมายดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจภายในพื้นที่ EEC มีแนวโน้มจะขยายตัวได้ราว 7-9% ต่อปี หนุนจากเม็ดเงินลงทุนที่จะไหลเข้ามาประมาณ 4-5 แสนล้านบาทต่อปี ด้วยแนวโน้มเชิงบวกดังกล่าวทำให้ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล (WHAIR) ซึ่งลงทุนในทรัพย์สินโรงงานและคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่าในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group มีโอกาสที่จะได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาดังกล่าว

 

ปัจจุบันทรัพย์สินภายใต้การบริหารของ WHAIR ทั้งโรงงานและคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่า ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ EEC ราว 90% ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ภาครัฐได้กำหนดสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุน ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนชาวไทยหรือต่างชาติ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่จะเป็น New S-Curve ของประเทศไทย

 

เพื่อคว้าโอกาสและเตรียมพร้อมรับการขยายตัวของพื้นที่ EEC ทำให้ WHAIR ตัดสินใจที่จะระดมทุนรอบใหม่ ซึ่งเป็นการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 ของกองทรัสต์ ผ่านการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมไม่เกิน 109.5 ล้านหน่วย [CC3] 

 

เงินลงทุนที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปลงทุนในสิทธิการเช่าในอาคารโรงงานสำเร็จรูป (Ready Built Factory) และคลังสินค้าสำเร็จรูป (Ready Built Warehouse) ระยะเวลา 30 ปี และสิทธิ์ในการต่ออายุสัญญาเช่าทรัพย์สินอีก 30 ปี จำนวนทั้งหมด 14 หลัง จาก 7 โครงการ พื้นที่รวม 48,186 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่ารวมไม่เกิน 1,345.89 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้กองทรัสต์มีมูลค่าทรัพย์สินรวมเพิ่มเป็น 1.3 หมื่นล้านบาท และมีพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 428,818 ตารางเมตร

 

สำหรับโครงการใหม่ที่จะเข้าลงทุนเพิ่มในครั้งนี้ ได้แก่

 

  • โครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1
  • โครงการนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง)
  • โครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 1
  • โครงการนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค กบินทร์
  • โครงการดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์พาร์ค 1
  • โครงการดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์พาร์ค 2
  • โครงการดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์พาร์ค 4

 

ภายหลังการเพิ่มทุนครั้งนี้ WHAIR ประมาณการว่า ผลตอบแทนต่อหน่วยจะเพิ่มขึ้นเป็น 0.64 บาท อ้างอิงจากงบกำไรขาดทุนและการจ่ายประโยชน์ตอบแทนตามสถานการณ์สมมติ สำหรับปีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2566 สอบทานโดยผู้สอบบัญชี หากคิดบนราคาสูงสุดที่เสนอขายหน่วยทรัสต์เท่ากับ 7.20 บาทต่อหน่วย คิดเป็นประมาณการผลตอบแทนถึง 8.9% 

 

สำหรับการระดมทุนเพื่อลงทุนในทรัพย์สินในปีนี้ กอง WHAIR จะเปิดให้นักลงทุนรายย่อย/1,2 ที่สนใจได้ร่วมลงทุน โดยมีกำหนดการดังนี้

 

  1. สำหรับผู้ถือหน่วยเดิมมีสิทธิ์สามารถจองซื้อได้ในช่วงวันที่ 2 และ 6-9 ธันวาคม 2565
  2. สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถจองซื้อได้ในช่วงวันที่ 14-16 ธันวาคม 2565

 

หมายเหตุ:

  1. การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่าย เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน
  2. ผู้จัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ขอสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมในกรณีที่ผู้จองซื้อเป็นสัญชาติอื่นใดที่มิใช่สัญชาติไทย อย่างไรก็ดี รายชื่อสัญชาติของผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่ไม่ได้รับการเสนอขายหน่วยทรัสต์ จะถูกประกาศผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก่อนวันจองซื้อหน่วยทรัสต์

 

สำหรับช่องทางการจองซื้อ นักลงทุนสามารถจองซื้อผ่านทางเว็บไซต์ K-My Invest (www.kasikornbank.com/kmyinvest) และสาขาของธนาคารกสิกรไทย สำหรับผู้ที่สนใจเข้าลงทุนใน WHAIR สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารกสิกรไทย โทร 0 2888 8888 กด 819 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ sec.or.th หรือ wha-ir.com

 

คำเตือน: ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

 

The post เจาะลึก WHAIR กองรีทผลตอบแทนดีที่เติบโตไปพร้อมกับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group พร้อมคว้าโอกาสจากการพัฒนาพื้นที่ EEC [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
WHA ปิดดีลขายที่ดิน 600 ไร่ให้ BYD ตั้งโรงงานผลิตรถ EV เผย Top 5 ผู้ผลิตรถ EV จีนสนลงทุนไทยทุกราย https://thestandard.co/wha-byd-ev-factory/ Thu, 08 Sep 2022 08:32:10 +0000 https://thestandard.co/?p=678277

WHA ปิดดีลใหญ่สุดในรอบ 20 ปี เซ็นสัญญาซื้อขายที่ดิน 600 […]

The post WHA ปิดดีลขายที่ดิน 600 ไร่ให้ BYD ตั้งโรงงานผลิตรถ EV เผย Top 5 ผู้ผลิตรถ EV จีนสนลงทุนไทยทุกราย appeared first on THE STANDARD.

]]>

WHA ปิดดีลใหญ่สุดในรอบ 20 ปี เซ็นสัญญาซื้อขายที่ดิน 600 ไร่ให้ BYD ตั้งโรงงานผลิตรถ EV พวงมาลัยขวา เพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียนและยุโรป เผย Top 5 ผู้ผลิตรถ EV จีนสนตั้งฐานในไทยทั้งหมด เตรียมลุยหาที่ดินเพิ่มเพื่อรองรับซัพพลายเชน

 

จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินครั้งใหญ่ให้กับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า บีวายดี (BYD) จากประเทศจีน จำนวน 600 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) บริษัท บีวายดี (ประเทศไทย) จำกัด จะสร้างโรงงานผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าพวงมาลัยขวาที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ถือเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ EV นอกประเทศจีนแห่งแรกของ BYD โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในปี 2567 ด้วยกำลังการผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าจำนวน 150,000 คันต่อปี เพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียนและยุโรป

 

โดยการลงทุนในครั้งนี้ บริษัท บีวายดี (ประเทศไทย) ได้รับการสนับสนุนการลงทุนจาก BOI ซึ่งได้อนุมัติการลงทุนเป็นมูลค่า 17,891 ล้านบาท สำหรับซื้อที่ดินและสร้างโรงงาน

 

BYD ก่อตั้งในประเทศจีน โดยมีประสบการณ์ด้านการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่มานานกว่า 20 ปี โดยเมื่อเดือนเมษายน 2565 บริษัทได้หยุดผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในมาเน้นผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) แทน และเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา BYD แต่งตั้งบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ให้เป็นผู้แทนจำหน่าย BYD แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย และตั้งเป้ายอดขายปีแรกกว่า 10,000 คัน

 

จรีพรกล่าวว่า การซื้อขายที่ดินกับ BYD ครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี ของ WHA และถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ในประเทศไทยด้วย เป็นการตอกย้ำจุดแข็งของประเทศไทยที่ยังดึงดูดนักลงทุนอุตสาหกรรมรายใหญ่จากประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ให้เข้ามาลงทุนได้

 

“ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นฮับของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าได้ ไม่เฉพาะในระดับภูมิภาคแต่เป็นระดับโลก โดยปัจจุบัน WHA มีค่ายรถยนต์ที่ผลิตรถ EV รายใหญ่เป็นลูกค้าอยู่ในนิคมฯ ทั้งเกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) เซี่ยงไฮ้ มอเตอร์ ที่ผลิต MG และรายล่าสุดคือ BYD โดยเชื่อว่าในอนาคต Top 5 ของผู้ผลิตรถยนต์ EV ในประเทศจีน จะเข้ามาลงทุนในไทยทั้งหมดเพราะเราได้มีการพูดคุยไปแล้ว” จรีพรกล่าว

 

จรีพรกล่าวอีกว่า การเข้ามาลงทุนในไทยของกลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจะส่งผลดีต่อประเทศอย่างมาก เพราะไทยจะกลายเป็นคลัสเตอร์การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่จะมีซัพพลายเชนของแต่ละเจ้าตามเข้ามาลงทุนอีกเป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าเฉพาะอุตสาหกรรม EV อย่างเดียวจะสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท

 

“การเข้ามาของกลุ่ม EV เป็นสิ่งที่เราคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้ว ทำให้ในปีที่ผ่านมา WHA เร่งพัฒนานิคมฯ ของเราเอาไว้รองรับ โดยล่าสุดเรายังได้เตรียมที่ดินเพิ่มเติมไว้อีก 500 ไร่ สำหรับรองรับซัพพลายเชนของ BYD และถ้ายังไม่พอเราก็จะขยายเพิ่มอีก” จรีพรกล่าว

 

จรีพรกล่าวอีกว่า นอกจากบริษัทจากจีนแล้ว ปัจจุบันยังมีบริษัททั้งจากสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น จำนวนมากที่แสดงความสนใจจะเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยเช่นกัน โดยส่วนใหญ่อยู่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ คอนซูมเมอร์ และอิเล็กทรอนิกส์

 

เมื่อถามถึงความน่าดึงดูดของไทยเทียบกับเวียดนามในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ จรีพรระบุว่า ทั้งไทยและเวียดนามต่างมีจุดแข็งที่อีกฝ่ายไม่มี เช่น ไทยมีจุดเด่นเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่เวียดนามมีเรื่องแรงงานราคาถูก ดังนั้นการตัดสินใจของนักลงทุนจึงขึ้นอยู่กับว่าเขามองหาเรื่องอะไรเพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจ

 

“หากคุณเป็นบริษัทยานยนต์ก็จะมองว่าไทยมีความพร้อมมากกว่าในแง่ซัพพลายเชนและแรงงานฝีมือ ที่สำคัญปัจจุบันสิทธิประโยชน์ทางภาษีของไทยยังดีที่สุดในภูมิภาค แต่ถ้าต้องการแรงงานถูกการไปเวียดนามก็จะตอบโจทย์มากกว่า” จรีพรกล่าว

 

ด้าน หลิวเสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด (BYD) กล่าวว่า การเปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ในต่างประเทศที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ครั้งนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการขยายบริษัทของเราอย่างแท้จริง หลังจากที่ได้ทำการค้นหาและคัดเลือกอย่างละเอียด ประเทศไทยและนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ได้กลายเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากทำเลที่ตั้งและชื่อเสียงของบริษัทในฐานะผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมชั้นนำของภูมิภาค

 

“โครงการ EEC และนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 มีสิ่งที่เรามองหา ทั้งทำเลที่ตั้งอันโดดเด่น ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ระบบสาธารณูปโภคและบริการระดับเวิลด์คลาส รวมไปถึงการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูง นอกจากนั้นแล้ว WHA Group ยังมีบทบาทสำคัญในการขยายคลัสเตอร์ยานยนต์ใน EEC ด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการลงทุนของ BYD และเราหวังว่าจะมีความสัมพันธ์ระยะยาวอันดีร่วมกับ WHA Group ต่อไปในอนาคต” หลิวกล่าว

 

นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 เป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ล่าสุดของ WHA Group ในประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 1,281 ไร่ ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ใกล้ทางหลวงหมายเลข 36 และ 3375 ในจังหวัดระยอง และห่างจากท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดเพียง 25 กิโลเมตร ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง 31 กิโลเมตร และสนามบินอู่ตะเภา 23 กิโลเมตร

 

ทั้งนี้ ข้อตกลงการซื้อขายที่ดินระหว่าง WHA Group และบริษัท บีวายดี (ประเทศไทย) ยังถือเป็นก้าวสำคัญของการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย โดยปัจจุบัน BOI ได้อนุมัติโครงการยานยนต์ไฟฟ้าไปแล้ว 26 โครงการ จาก 17 บริษัท คิดเป็นยอดกำลังการผลิตรถไฟฟ้า 830,000 คัน และคาดการณ์ว่าภายในต้นปี 2566 ประเทศไทยจะบรรลุเป้าหมายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนหนึ่งล้านคัน และภายในปี 2573 รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะมีสัดส่วน 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดของประเทศไทย หรือ 700,000 คันต่อปี

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post WHA ปิดดีลขายที่ดิน 600 ไร่ให้ BYD ตั้งโรงงานผลิตรถ EV เผย Top 5 ผู้ผลิตรถ EV จีนสนลงทุนไทยทุกราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF จับมือ WHA ตั้งบริษัทร่วมทุนลุย โซลาร์รูฟ 100 เมกะวัตต์ ในนิคมฯ ดับบลิวเอชเอ https://thestandard.co/gulf-wha-gulf-mp-wha1/ Tue, 26 Jul 2022 02:43:30 +0000 https://thestandard.co/?p=658890 GULF WHA

GULF จับมือ WHA ตั้งบริษัทร่วมทุน ‘กัลฟ์ เอ็มพี ดับบลิว […]

The post GULF จับมือ WHA ตั้งบริษัทร่วมทุนลุย โซลาร์รูฟ 100 เมกะวัตต์ ในนิคมฯ ดับบลิวเอชเอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
GULF WHA

GULF จับมือ WHA ตั้งบริษัทร่วมทุน ‘กัลฟ์ เอ็มพี ดับบลิวเอชเอ1 (Gulf MP WHA1)’ เสริมรายได้จากธุรกิจขายไฟฟ้าจาก โซลาร์รูฟ (Solar Rooftop) ให้ลูกค้าอุตสาหกรรม ในนิคมฯ WHA ประมาณ 100 เมกะวัตต์

 

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัท กัลฟ์ เอ็มพี1 จำกัด (GMP1) บริษัทย่อยที่ GULF ถือหุ้น 70% ผ่านบริษัท กัลฟ์1 จำกัด (GULF1) ได้จัดตั้งบริษัท กัลฟ์ เอ็มพี ดับบลิวเอชเอ1 จำกัด (Gulf MP WHA1) ด้วยทุนจดทะเบียน 10,000,000 บาท 

 

ทั้งนี้ เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ให้แก่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมของโรงไฟฟ้า 12SPP ภายใต้บริษัท กัลฟ์ เอ็มพี จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ซึ่งลูกค้ากลุ่มดังกล่าวมีความต้องการที่จะติดตั้ง Solar Rooftop ประมาณ 100 เมกะวัตต์ 

 

โดย GMP1 มีแผนที่จะเข้าลงทุนใน Gulf MP WHA1 ร่วมกับบริษัท ดับบลิวเอชเอ โซล่าร์ จำกัด (WHA Solar) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม WHA ในสัดส่วน 74.99% และ 25.01% ตามลำดับ

 

การจัดตั้ง Gulf MP WHA1 เป็นไปตามนโยบายของบริษัท ที่มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ และทิศทางพลังงานโลกที่มีเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อต่อต้านผลกระทบเชิงลบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post GULF จับมือ WHA ตั้งบริษัทร่วมทุนลุย โซลาร์รูฟ 100 เมกะวัตต์ ในนิคมฯ ดับบลิวเอชเอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘บัวหลวงเวนเจอร์ส’ จับมือ ‘WHA Group’ ร่วมลงทุนรอบ Series B ใน ‘GIZTIX’ สตาร์ทอัพด้านอีโลจิสติกส์สัญชาติไทย วงเงินระดมทุนรวมกว่า 260 ล้านบาท https://thestandard.co/bualuang-ventures-work-with-wha-group-giztix-series-b-investment/ Wed, 17 Nov 2021 04:15:31 +0000 https://thestandard.co/?p=560626 WHA Group

บัวหลวงเวนเจอร์ส (BV) บริษัทร่วมลงทุนของธนาคารกรุงเทพ ผ […]

The post ‘บัวหลวงเวนเจอร์ส’ จับมือ ‘WHA Group’ ร่วมลงทุนรอบ Series B ใน ‘GIZTIX’ สตาร์ทอัพด้านอีโลจิสติกส์สัญชาติไทย วงเงินระดมทุนรวมกว่า 260 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
WHA Group

บัวหลวงเวนเจอร์ส (BV) บริษัทร่วมลงทุนของธนาคารกรุงเทพ ผนึกกำลัง ดับบลิวเอชเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง ในเครือ WHA Group ร่วมเป็นผู้ลงทุนหลักรอบ Series B ให้กับบริษัท จิซทิกซ์ (GIZTIX) สตาร์ทอัพสัญชาติไทยด้านอีโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ประกอบการด้านขนส่งและโลจิสติกส์กับผู้ใช้บริการจากทั่วประเทศ 

 

โดยการระดมทุนในรอบนี้มีมูลค่ารวม 7.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 260 ล้านบาท ซึ่งบัวหลวงเวนเจอร์ส และ WHA Group จะร่วมลงทุนฝ่ายละ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 100 ล้านบาท การระดมทุนรอบ Series B ยังมีนักลงทุนสถาบันชั้นนำในวงการสตาร์ทอัพร่วมลงทุนด้วย ได้แก่ AddVentures by SCG, KK Fund และ CAC Capital โดย GIZTIX มีแผนนำเงินดังกล่าวไปพัฒนาบริการและเทคโนโลยีสำหรับการขนส่งเพื่อธุรกิจให้ครบวงจร รวมถึงขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และลดต้นทุนการขนส่งให้ได้มากที่สุด 

 

กฤษณ์ พันธ์รัตนมาลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัวหลวงเวนเจอร์ส กล่าวว่า การลงทุนในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการร่วมลงทุนในบริษัท GIZTIX ที่มีศักยภาพและความเชี่ยวชาญในโลจิสติกส์แล้ว ยังเป็นความร่วมมือด้านการลงทุนจากบัวหลวงเวนเจอร์ส ในฐานะ Financial Partner และ WHA Group ในฐานะ Strategic Partner ที่จะมาช่วยผลักดันให้สตาร์ทอัพไทยสามารถเติบโตและแข่งขันในอุตสาหกรรมทั้งในไทยและต่างประเทศ 

 

โดยบัวหลวงเวนเจอร์ส ในฐานะบริษัทในเครือของธนาคารกรุงเทพ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน จะนำเสนอเทคโนโลยีด้านการเงิน หรือ FinTech เข้ามาเติมเต็มให้ระบบการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มของ GIZTIX มีความครบถ้วนมากยิ่งขึ้น เช่น บริการสินเชื่อส่วนบุคคลสำหรับพนักงานขับรถขนส่งที่อยู่ในระบบบริษัท บริการสินเชื่อหมุนเวียนสำหรับผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิก รวมถึงการนำข้อมูลด้านการชำระเงินมาวิเคราะห์และพัฒนาเป็นโซลูชันเพิ่มเติมในอนาคต ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินให้กับผู้ใช้บริการแพลตฟอร์ม และเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ให้บริการขนส่งรายย่อย รวมถึงเพิ่มความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดอีคอมเมิร์ซต่อไปในอนาคต

 

“เราเล็งเห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่ดีของกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคมีความต้องการเลือกใช้งานจากผู้ให้บริการขนส่งต่างๆ อย่างแพร่หลาย เราจึงมั่นใจว่าการลงทุนครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของห่วงโซ่อุปทานได้ทั้งระบบ ตั้งแต่ผู้ประกอบการขายสินค้า ผู้ให้บริการขนส่ง รวมถึงลูกค้าที่ซื้อสินค้า ซึ่งทุกคนจะได้รับบริการด้านขนส่งที่มีประสิทธิภาพจากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารจัดการ ควบคุมต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งได้เป็นอย่างดี ภายใต้ระบบงานของ GIZTIX ที่กำลังจะถูกพัฒนาให้มีศักยภาพการบริการเพิ่มขึ้นจากเงินลงทุนในครั้งนี้” กฤษณ์กล่าว

 

จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การจับมือเป็นพันธมิตรกับบัวหลวงเวนเจอร์ส และ GIZTIX ครั้งนี้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Digital Innovation and Transformation ของ WHA Group ที่มุ่งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการแบบครบวงจรร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจและบริษัทสตาร์ทอัพ เพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของเมกะเทรนด์ 

 

ตลอดจนการสร้างมูลค่าและคุณภาพที่มากยิ่งขึ้นให้แก่ผลิตภัณฑ์และการให้บริการของ WHA Group ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา Smart Warehouse ที่ทันสมัยและได้มาตรฐานเหมือนต่างประเทศ โดยการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้ามาปรับใช้ร่วมกับเทคโนโลยี 5G หรือ Smart Logistics ที่มุ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดเก็บและนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์เชิงลึก เพื่อใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ พร้อมทั้งต่อยอดผ่าน AI และ Machine Learning ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว

 

“ในฐานะผู้นำการให้บริการแบบครบวงจรด้านโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม และสาธารณูปโภคของประเทศไทย WHA Group พร้อมจะนำความเชี่ยวชาญ และ Ecosystem ของ 4 ธุรกิจหลัก ตลอดจนความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าและผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติ มาผนึกกำลังร่วมกับบัวหลวงเวนเจอร์ส และ GIZTIX เพื่อสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการชาวไทย ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยในอีก 2-3 ปีข้างหน้า WHA Group ยังคงมองหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ เพื่อขยายธุรกิจ และสร้างการเติบโตทั้งภายในประเทศและก้าวไปสู่ระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน” จรีพรกล่าว

 

ด้านสิทธิศักดิ์ วงศ์สมนึก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง GIZTIX กล่าวว่า เงินลงทุนที่ได้รับจากการระดมทุน Series B ดังกล่าว จะนำไปใช้พัฒนาธุรกิจ 4 ด้าน คือ 1. พัฒนาบริการและเทคโนโลยีสำหรับการขนส่งเพื่อธุรกิจให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการก้าวสู่การใช้เทคโนโลยีระดับสูงที่มีความซับซ้อน 2. ขยายเครือข่ายและพื้นที่บริการขนส่งให้ครอบคลุมทั้งประเทศด้วยระบบอีโลจิสติกส์ โดยเฉพาะในจุดยุทธศาสตร์สำหรับการขนส่งทางถนน 3. ลงทุนด้านการตลาดและการขาย ช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการขนส่งในทุกจังหวัด และ 4. ลงทุนด้านการบริหารและเทคโนโลยี เพื่อรักษาความสามารถทำกำไรควบคู่กับการขยายธุรกิจ และเตรียมพร้อมเข้าสู่การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2568 หรือใน 4 ปีข้างหน้า

 

แม้ปัจจุบันอุตสาหกรรมโลจิสติกส์กำลังอยู่ในภาวะแข่งขันสูง เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายใหญ่จากต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก แต่ด้วยจุดแข็งของ GIZTIX ที่เลือกโฟกัสกลุ่มลูกค้าธุรกิจและสินค้าขนาดใหญ่เป็นหลัก ซึ่งมีการแข่งขันน้อยกว่า รวมถึงบริการแบบครบวงจรที่ออกแบบมาสำหรับลูกค้าธุรกิจโดยเฉพาะ มีเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนในทุกกระบวนการทำงาน จึงยังคงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2563-2564 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดได้กระตุ้นให้ภาคธุรกิจหันมาใช้บริการผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น จนมีจำนวนเที่ยวขนส่งที่บริหารผ่านแพลตฟอร์ม GIZTIX มากกว่า 500,000 เที่ยวต่อปี กำไรเติบโตขึ้นกว่า 420%

 

“ธุรกิจการขนส่งทางถนนในประเทศไทยที่มีมูลค่ากว่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี มีโอกาสเติบโตขึ้นได้อีกมหาศาล รวมถึงประเทศไทยยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ของภูมิภาค ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจขนส่งส่วนใหญ่ยังขาดระบบดิจิทัล ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมต่อข้อมูลและสื่อสารแบบเรียลไทม์ นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญของ GIZTIX ที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจในไทย ที่จะสอดคล้องไปกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ของไทยในอนาคต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง GIZTIX กล่าว

The post ‘บัวหลวงเวนเจอร์ส’ จับมือ ‘WHA Group’ ร่วมลงทุนรอบ Series B ใน ‘GIZTIX’ สตาร์ทอัพด้านอีโลจิสติกส์สัญชาติไทย วงเงินระดมทุนรวมกว่า 260 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>