สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สมาคมสถาบันการเงินของร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 30 Mar 2025 05:30:38 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สถาบันการเงินรัฐเร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบแผ่นดินไหว พร้อมช่วยทุกกลุ่ม https://thestandard.co/financial-institutions-support-earthquake-victims/ Sun, 30 Mar 2025 05:30:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1058287 สถาบันการเงินรัฐ

วันนี้ (30 มีนาคม) อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำน […]

The post สถาบันการเงินรัฐเร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบแผ่นดินไหว พร้อมช่วยทุกกลุ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถาบันการเงินรัฐ

วันนี้ (30 มีนาคม) อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถาบันการเงินรัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แผ่นดินไหว โดยมีรายละเอียดของมาตรการดังนี้

 

  1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ประกาศ 7 มาตรการช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแผ่นดินไหวพักหนี้ ลดดอกเบี้ย ให้กู้ซ่อม-สร้าง และจ่ายสินไหม รายละเอียดมีดังนี้

 

  • สำหรับลูกค้าปัจจุบัน : ลดเงินงวดและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยพักชำระหนี้นาน 3 เดือน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% ต่อปี 3 เดือนแรก และเดือนที่ 4-12 คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2.00% ต่อปี พร้อมลดเงินงวดลง 50%ของเงินงวดที่ชำระในปัจจุบัน โดยเมื่อครบระยะเวลาให้ความช่วยเหลือ ลูกค้าสามารถกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เดิมต่อไป
  • สำหรับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ : กู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างทดแทนหลังเดิม วงเงินกู้สูงสุดต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 1-3 เท่ากับ 0% ต่อปี พร้อมปลอดชำระเงินงวด
  • สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย ให้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก และไม่ต้องชำระเงินงวด จากนั้นเดือนที่ 7-18 อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้
  • สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ให้ประนอมหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก และผ่อนชำระเงินงวดเพียง 1,000 บาท (ตัดเงินต้นทั้งหมด) จากนั้น เดือนที่ 7-12 อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน บวกอีก 100 บาท และเมื่อผ่อนชำระครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้ลูกค้ากลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้
  • สำหรับลูกค้าสถานะบัญชีปกติและสถานะ NPL ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ให้ผ่อนชำระ โดยใช้อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ตลอดระยะเวลาที่คงเหลือ (พิจารณาเป็นรายกรณี)
  • สำหรับลูกค้าสถานะบัญชีปกติและสถานะ NPL หากที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง และไม่สามารถซ่อมแซมได้ ให้ปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะในส่วนของที่ดินที่คงเหลือเท่านั้น (พิจารณาเป็นรายกรณี)
  • พิจารณาสินไหมเร่งด่วน (Fast Track) สำหรับลูกค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย ซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติกับบริษัทประกันภัยที่ธนาคารจัดให้ พิจารณาจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าที่ประสบภัยทุกราย อย่างเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ โดยผู้เอาประกันสามารถแจ้งความเสียหายโดยใช้ภาพถ่าย จ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกิน 20,000 บาท

 

ทั้งนี้ สามารถติดต่อขอรับสินเชื่อได้ที่สาขาของ ธอส. ได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 และลูกค้าที่ประสงค์ขอรับบริการ ‘มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติปี 2568’ ในมาตรการที่ 1-4 สามารถติดต่อได้ที่สาขาของ ธอส. ได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 และมาตรการที่ 5 ติดต่อได้ที่สาขาของ ธอส. ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป

 

รวมถึงผู้ที่สนใจเข้าร่วมมาตรการสินเชื่อซ่อม-แต่ง สามารถยื่นคำขอกู้ได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ G H Bank Call Center โทร. 0 2645 9000 Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ Application : GHB ALL GEN หรือ www.ghbank.co.th

 

  1. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ออกมาตรการ พักชำระหนี้เงินต้น-ดอกเบี้ย 12 เดือน และเพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ รายละเอียดมีดังนี้

 

  • มาตรการ ‘พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย’ สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามที่ราชการกำหนด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับกลุ่มเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟคตอริ่ง ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้
  • มาตรการ ‘เติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ’ สำหรับลูกค้าเดิมได้รับผลกระทบทางตรง ที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ภัยพิบัติตามที่ราชการกำหนด เพื่อให้มีวงเงินกู้ฉุกเฉิน นำไปฟื้นฟูธุรกิจเฉพาะหน้า วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท สูงสุด 200,000 บาท (บุคคลธรรมดา สูงสุด 100,000 บาท และนิติบุคคล สูงสุด 200,000 บาท) อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ยกเว้นค่าธรรมเนียม ลดกระบวนการนำส่งเอกสารในการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรงเป็นการเร่งด่วน

 

ผู้ประกอบการ SME สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น สาขาของ SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ LINE Official Account : SME Development Bank เว็บไซต์ www.smebank.co.th และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ Call Center โทร. 1357

 

  1. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ออกมาตรการ พักชำระค่าธรรมเนียม 6 เดือนสำหรับลูกค้า และพักชำระค่างวดจ่ายหนี้ 3 งวดสำหรับลูกหนี้ รายละเอียดมีดังนี้

 

  • มาตรการช่วยลูกค้า บสย. พักชำระค่าธรรมเนียมและค่าจัดการค้ำประกัน 6 เดือน สำหรับ SMEs ลูกค้า บสย. ที่ถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกัน และค่าจัดการค้ำประกัน ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 30 เมษายน 2568
  • มาตรการช่วยลูกหนี้ บสย. พักชำระค่างวด 3 งวด สำหรับลูกหนี้ บสย. (ผู้ประกอบการ SMEs ที่ บสย. จ่ายค่าประกันชดเชย) ที่อยู่ในระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ และไม่ผิดนัดชำระหนี้ โดยสามารถยื่นคำขอพักชำระหนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม-30 เมษายน 2568 และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ช่องทาง LINE OA TCG First: @tcgfirst หรือ บสย. Call Center โทร. 0 2890 9999

 

  1. ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ออกมาตรการเติมสภาพคล่อง-ผ่อนปรนดอกเบี้ย-พักหนี้ รายละเอียดมีดังนี้

 

  • มาตรการช่วยเหลือสำหรับวงเงินกู้ระยะสั้น ได้แก่ ขยายระยะเวลาตั๋วสัญญาใช้เงิน สูงสุด 180 วัน เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว สูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม ทั้งนี้ ไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยใช้อัตราดอกเบี้ยเดิม เปลี่ยนแปลงภาระหนี้ระยะสั้นเป็นภาระหนี้ระยะยาว ผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี
  • มาตรการช่วยเหลือสำหรับวงเงินกู้ระยะยาว ได้แก่ ขยายระยะเวลาวงเงินกู้ สูงสุด 7 ปี ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ปีแรกลง 0.5% หรือจ่ายดอกเบี้ยเพียง 50% ในช่วง 6 เดือนแรก พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 1 ปี Top up วงเงินสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น

 

โดยช่องทางเข้าร่วมมาตรการ ลงทะเบียนผ่าน www.exim.go.th และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ EXIM Contact Center โทร. 0 2169 9999 และ Facebook EXIM Bank of Thailand

 

  1. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดสินเชื่อฉุกเฉิน-ฟื้นฟู วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท รายละเอียดมีดังนี้

 

  • โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 คิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.725%)
  • โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR ลบ 2 % ต่อปี

 

สำหรับช่องทางขอรับสินเชื่อ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึง 30 กันยายน 2568 ที่ ธ.ก.ส. ใกล้บ้านท่านทุกสาขาทั่วประเทศ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ผ่าน Call Center โทร. 0 2555 0555 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

  1. ธนาคารออมสิน

 

  • มาตรการแบ่งเบาภาระลูกหนี้ปัจจุบัน สำหรับสินเชื่อบ้าน สินเชื่อธนาคารประชาชน และสินเชื่อ SMEs โดยพักชำระเงินต้นทั้งหมด และลดดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 0 สูงสุดเป็นระยะเวลา 3 เดือน
  • มาตรการสินเชื่อเพื่อกู้ซ่อมแซมบ้าน กู้ฟื้นฟูกิจการ สำหรับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ได้แก่ สินเชื่อฉุกเฉิน วงเงินกู้สูงสุด 20,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 สูงสุดเป็นระยะเวลา 3 เดือน และสินเชื่อกู้ซ่อมแซมบ้าน และสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 สูงสุดเป็นระยะเวลา 3 เดือน

 

  1. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)

 

  • มาตรการไอแบงก์ไม่ทิ้งกัน

ลูกค้าเดิม : พักชำระเงินต้นและกำไรสูงสุด 6 เดือน ลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ : สามารถขอสินเชื่อ เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือฟื้นฟูกิจการ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท อัตรากำไรต่ำสุดร้อยละ 1.99 ในปีแรก และระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 20 ปี

 

  1. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

 

  • มาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้าสินเชื่อปัจจุบัน ลดค่างวดร้อยละ 75 ของค่างวดปัจจุบัน (ชำระเพียงร้อยละ 25) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยลูกหนี้บ้านและ SMEs คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.5 ต่อปี เป็นระยะเวลา 33 เดือน และ ลูกหนี้บุคคล คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.5 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี
  • มาตรการสินเชื่อเพื่อกู้ ซ่อมบ้าน/กู้ ฟื้นฟูกิจการ : ลูกค้าบ้าน และ SMEs คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0 เป็นระยะเวลา 3 เดือน หลังจากนั้น คิดดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.5 ต่อปี เป็นระยะเวลา 33 เดือน และ 2) ลูกค้าบุคคล คิดดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.5 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี

 

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัยและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ธนาคารของรัฐเร่งออกมาตรการเยียวยาให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อธนาคารที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับความช่วยเหลือตามสิทธิที่กำหนด” นายอนุกูล ระบุ

The post สถาบันการเงินรัฐเร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบแผ่นดินไหว พร้อมช่วยทุกกลุ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐ พร้อมอัปเกรดระบบความปลอดภัยตามเกณฑ์ใหม่แบงก์ชาติ เล็งตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัยและบัญชีม้า https://thestandard.co/tba-gfa-security-upgrade/ Fri, 10 Mar 2023 06:02:39 +0000 https://thestandard.co/?p=760966 แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐ

สมาคมธนาคารไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ พร้อมอัปเกรด […]

The post แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐ พร้อมอัปเกรดระบบความปลอดภัยตามเกณฑ์ใหม่แบงก์ชาติ เล็งตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัยและบัญชีม้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐ

สมาคมธนาคารไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ พร้อมอัปเกรดมาตรฐานความปลอดภัยด้านไซเบอร์ตามเกณฑ์ใหม่แบงก์ชาติ มั่นใจระบบยืนยันตัวตนแบบ Biometrics พร้อมใช้งานตามไทม์ไลน์ เล็งพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทุจริตในภาคธนาคารเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชี ธุรกรรมต้องสงสัย และบัญชีม้า

 

ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงิน เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2566 เพื่อเป็นแนวปฏิบัติขั้นต่ำให้สถาบันการเงินทุกแห่งปฏิบัติตามเป็นมาตรฐานเดียวกันในการดูแลการทำธุรกรรมทางการเงินตลอดเส้นทาง ทั้งการป้องกัน การตรวจจับ และการตอบสนองและรับมือ ซึ่งจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาให้ประชาชนทำได้รวดเร็วและครอบคลุมมากขึ้น 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. กล่าวว่า ธปท. ในฐานะผู้กำกับดูแล ให้ความสำคัญและไม่นิ่งนอนใจกับปัญหาภัยทางการเงินที่ประชาชนถูกหลอกลวง จึงได้ยกระดับให้เรื่องนี้เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ทุกสถาบันการเงินจะต้องดูแลและบริหารจัดการอย่างจริงจัง โดย ธปท. ได้ออกชุดมาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงิน เพื่อช่วยให้ระบบการเงินมีความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการทางการเงิน และเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติโดยเร็ว 

 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ธปท. ได้เชิญผู้บริหารของสถาบันการเงินเข้าร่วมประชุมหารือและกำชับให้สถาบันการเงินทุกแห่งเร่งดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว และเตรียมความพร้อมรองรับการดำเนินงานตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสถาบันการเงินทุกแห่ง

 

ผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก ตระหนักถึงผลกระทบของภัยคุกคามทางการเงินที่ทวีความรุนแรง พร้อมยกระดับความปลอดภัยของภาคธนาคาร เพื่อรับมือและจัดการภัยทางการเงินออนไลน์ ตามแนวทางการจัดการภัยทุจริตทางการเงินที่ได้มีการหารือร่วมกับทาง ธปท. ให้ดียิ่งขึ้น ได้แก่ 

 

1. การป้องกัน ภาคธนาคารได้ร่วมมือกันงดการส่งข้อความ SMS ที่แนบลิงก์ในการติดต่อกับลูกค้าในระยะนี้ และเร่งพัฒนาระบบป้องกันการทำธุรกรรมทุจริตอย่างต่อเนื่อง 

 

2. การตรวจจับ ธนาคารสมาชิกอยู่ระหว่างนำเทคโนโลยีมาช่วยตรวจจับธุรกรรมต้องสงสัยให้ได้โดยเร็ว โดยร่วมกันออกแบบและพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทุจริตในภาคธนาคาร (Central Fraud Registry) เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชี ธุรกรรมต้องสงสัย และบัญชีม้า ระหว่างธนาคารเพื่อดำเนินการติดตามป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น 

 

3. การตอบสนองและรับมือ ได้จัดให้มีช่องทางติดต่อเร่งด่วน (Hotline) 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน ลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อสามารถแจ้งเหตุได้โดยตรง ปัจจุบันมีธนาคารสมาชิกหลายแห่งเริ่มดำเนินการแล้ว

 

สำหรับมาตรการอื่นที่ระบบมีความซับซ้อนต้องใช้เวลาพัฒนา สมาคมฯ และธนาคารสมาชิก จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จทันตามกรอบเวลา นอกจากนี้ยังพร้อมร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ให้บริการ E-Wallet ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาทุจริตภัยการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทั้งระบบนิเวศแบบ End to End ที่มิจฉาชีพชอบใช้หลอกลวง

 

“ความปลอดภัยและความมั่นใจเป็นหัวใจของธุรกิจธนาคาร การลงทุนเพื่อพัฒนาเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับธนาคาร แม้จะต้องใช้เม็ดเงินเพิ่มขึ้นแต่ก็คุ้มค่ากับความเสียหายที่ลดลง ปัจจุบันทุกธนาคารได้เร่งลงทุนเรื่องนี้อยู่เพื่อให้ทันตามกรอบเวลาของ ธปท.” ผยงกล่าว

 

เข้มแนวทางปกป้องลูกค้ารายย่อย

ฉัตรชัย ศิริไล ประธานสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ กล่าวว่า เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของสถาบันการเงินของรัฐส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายย่อย ซึ่งมีความเสี่ยงถูกหลอกลวง การดูแลความปลอดภัยในการใช้บริการทางการเงินให้กับลูกค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ สมาคมฯ และสถาบันการเงินสมาชิกพร้อมให้ความร่วมมือกับ ธปท. และสมาคมธนาคารไทยในการจัดการเรื่องดังกล่าว

 

ที่ผ่านมาสถาบันการเงินสมาชิกหลายแห่งได้มีแนวทางการป้องกันภัยทุจริตทางการเงินต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และให้ความรู้ประชาชน โดยเฉพาะการออกประกาศเตือนการไม่ส่งลิงก์ต่างๆ ให้กับลูกค้าและประชาชน และการเปิดศูนย์รับแจ้งเหตุภัยทางการเงิน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงแล้ว ยังสามารถนำข้อมูลที่ได้รับจากการร้องเรียนมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางและพัฒนาระบบการป้องกันภัยทุจริตทางการเงินที่จะเกิดในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

ในครั้งนี้ สมาคมฯ และสถาบันการเงินสมาชิกจะร่วมมือเร่งยกระดับการดำเนินการตามมาตรการของ ธปท. ให้ได้ตามกำหนดเวลา เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างเท่าทัน เพราะภัยทุจริตมีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงเร็ว ขณะเดียวกันยังคงเดินหน้าให้ความรู้ความเข้าใจ และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องให้กับประชาชน ให้รู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ และยังพร้อมร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

 

ทั้งนี้ ธปท. สมาคมธนาคารไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ มุ่งหวังว่ามาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการร่วมกัน ทั้งที่มีผลแล้วและที่อยู่ระหว่างดำเนินการ จะช่วยยกระดับการจัดการภัยทางการเงินของสถาบันการเงินได้อย่างเท่าทัน มีประสิทธิภาพ และครบวงจร เพื่อป้องกันความเสียหายและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน นอกจากนี้ ภาคธนาคารและสถาบันการเงินของรัฐยังอยู่ระหว่างการเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ครอบคลุมขึ้น ซึ่งจะต้องอาศัยบทบาทของหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างบูรณาการ 

The post แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐ พร้อมอัปเกรดระบบความปลอดภัยตามเกณฑ์ใหม่แบงก์ชาติ เล็งตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัยและบัญชีม้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธปท. จับมือสองสมาคมแบงก์เปิดตัวบริการ dStatement รับส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากข้ามธนาคารในรูปแบบดิจิทัล คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 75 บาทต่อครั้งต่อบัญชี https://thestandard.co/bank-of-thailand-work-with-2-bankers-association-for-dstatement-service/ Mon, 24 Jan 2022 06:01:02 +0000 https://thestandard.co/?p=585894 ธปท. จับมือสองสมาคมแบงก์เปิดตัวบริการ dStatement

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทยและสมาคมสถาบัน […]

The post ธปท. จับมือสองสมาคมแบงก์เปิดตัวบริการ dStatement รับส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากข้ามธนาคารในรูปแบบดิจิทัล คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 75 บาทต่อครั้งต่อบัญชี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธปท. จับมือสองสมาคมแบงก์เปิดตัวบริการ dStatement

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทยและสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ร่วมเปิดตัวการให้บริการ dStatement (Digital Bank Statement) เพื่อรับส่งข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก (Bank Statement) ในรูปแบบดิจิทัลโดยตรงระหว่างสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนที่ต้องการใช้ข้อมูล Bank Statement เป็นหลักฐานประกอบการสมัครขอใช้บริการทางการเงิน สามารถขอให้ธนาคารที่ตนเองมีบัญชีเงินฝากอยู่ ส่งข้อมูล Bank Statement ไปยังธนาคารแห่งอื่นได้โดยตรง ผ่านช่องทาง Mobile Banking Application หรือช่องทางอื่นตามที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งกำหนด ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกในการใช้บริการทางการเงินยิ่งขึ้นจากเดิมที่ต้องขอข้อมูลดังกล่าวในรูปเอกสารกระดาษ

โดยในระยะแรกของการให้บริการ dStatement จะเริ่มใช้สำหรับการสมัครขอสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัลและมีธนาคารที่เปิดให้บริการ dStatement ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2565 เป็นต้นไป จำนวน 6 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ และจะทยอยเปิดให้บริการเพิ่มเติมอีก 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 

 

สำหรับการคิดค่าธรรมเนียมมีการกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมเอาไว้ที่ไม่เกิน 75 บาทต่อครั้งต่อบัญชี ลดลงจากการขอ Statement ในรูปแบบเดิมที่คิดค่าธรรมเนียมโดยเฉลี่ย 100-200 บาทต่อครั้งต่อบัญชี โดยตั้งเป้าหมายว่าในช่วงปีแรกนี้จะมีผู้ขอใช้บริการ dStatement ราว 5 แสนถึง 1 ล้านครั้ง หรือคิดเป็น 5-10% ของคำขอสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ที่ 10 ล้านคำขอต่อปี ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการรับส่งเอกสารของธนาคารได้ราว 250-500 บาท และในอนาคตหากปริมาณการใช้บริการ dStatement เพิ่มขึ้นเป็น 50% ของคำขอสินเชื่อในระบบก็จะช่วยให้ธนาคารประหยัดต้นทุนได้ราว 2.5-3 พันล้านบาท

 

 

โดยบริการ dStatement นี้จะใช้ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม National Digital ID (NDID) ซึ่งมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลและได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เป็นการรับส่งข้อมูลด้วยการเข้ารหัสและข้อมูลจะถูกส่งโดยตรงระหว่างธนาคาร โดยแพลตฟอร์ม NDID จะไม่เก็บข้อมูลลูกค้าไว้ และการรับส่งข้อมูลจะเกิดเมื่อมีการยืนยันตัวตนจากลูกค้าแล้วเท่านั้น

 

การให้บริการ dStatement นี้ถือเป็นโครงการนำร่องโครงการแรกภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ ‘การพัฒนามาตรฐานและใช้มาตรฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่อส่งเสริมบริการทางการเงิน’ ซึ่งธนาคารสมาชิกของสมาคมธนาคารไทย สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และสมาคมธนาคารนานาชาติ ได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการทางการเงินสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองที่มีอยู่กับสถาบันการเงินแต่ละแห่ง เพื่อเพิ่มโอกาสในการเลือกใช้บริการทางการเงินที่หลากหลายจากสถาบันการเงินแห่งอื่น ๆ ได้โดยสะดวก รวดเร็ว และตรงตามความต้องการของตนเองยิ่งขึ้น และเปรียบเสมือนเป็นถนนเส้นแรกที่จะช่วยสนับสนุนการยกระดับบริการทางการเงินสู่บริการทางการเงินดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

 

รณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. ให้ความเห็นว่า พัฒนาการด้านเทคโนโลยีในช่วงที่ผ่านมาเป็นปัจจัยสำคัญในการเร่งให้ระบบการเงินของประเทศก้าวสู่โลกการเงินดิจิทัล ดังนั้นการสร้างระบบนิเวศที่เปิดกว้างให้ทั้งผู้ใช้บริการทางการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินสามารถใช้เทคโนโลยีและข้อมูลที่มีให้เกิดประโยชน์ เพื่อต่อยอดพัฒนานวัตกรรมในการให้บริการและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ได้หลากหลายอย่างเสรีจึงเป็นสิ่งสำคัญ และการเปิดตัวบริการ dStatement ในวันนี้ ถือเป็นการปักหมุดจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศที่เปิดกว้างในการแบ่งปันข้อมูล (Open Data Ecosystem) เพื่อวางรากฐานที่จำเป็นให้ภาคการเงินไทยพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งระบบนิเวศนี้จะช่วยปลดล็อกให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองเพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากขึ้น

 

“ในอนาคตเรามีแผนจะขยายบริการให้ครอบคลุมกลุ่มนันแบงก์ด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างหารือความเป็นไปได้ เพราะต้องดูเรื่องความเสี่ยงของระบบให้มั่นใจว่าการรับส่งข้อมูลจะปลอดภัย มีระบบป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลตามสิทธิของกฎหมายและการแลกเปลี่ยนข้อมูลต้องเป็นประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย” รณดลกล่าว

 

ผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก สนับสนุนการพัฒนาบริการ dStatement มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์การเข้าถึงสินเชื่อของลูกค้าได้อย่างทั่วถึง สะดวก และเป็นธรรม โดยบริการ dStatement เป็นตัวอย่างการสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลของภาคการเงิน เอื้อให้เกิดนวัตกรรมบริการทางการเงินบนช่องทางดิจิทัลเพิ่มเติม ส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุดขึ้น มีความสะดวกรวดเร็ว และช่วยยกระดับการให้บริการของธนาคารแต่ละแห่งให้ สอดคล้องกับกับแผนยุทธศาสตร์ 3 ปีของสมาคมธนาคารไทย ในการนำระบบเทคโนโลยีมาสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมธนาคาร (Enable Country Competitiveness) ผ่านการสร้างแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลและการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ลดต้นทุนจากกิจกรรมที่ซ้ำซ้อนกันโดยไม่จำเป็น สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม และรองรับการเปลี่ยนแปลงของภาคธนาคารในอนาคต เป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

 

 

ฉัตรชัย ศิริไล ประธานสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ กล่าวว่า สถาบันการเงินของรัฐมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านบริการทางการเงินแก่ประชาชนด้วยฐานลูกค้าที่ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มกว่า 20 ล้านราย และเชื่อมั่นว่าการเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองได้มากยิ่งขึ้น จะทำให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มคนตัวเล็กสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบได้สะดวกขึ้น โดยมีภาระต้นทุนทางการเงินที่ลดลงเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งสมาคมสถาบันการเงินของรัฐและสมาชิกได้ให้การสนับสนุนความร่วมมือของโครงการนี้มาโดยตลอด

 

ธปท. สมาคมธนาคารไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ เชื่อว่าบริการ dStatement นี้ จะช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์และประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นในการใช้บริการการเงินดิจิทัล โดยในระยะ 2-3 ปีข้างหน้าจะยังมีความร่วมมือในการขยายขอบเขตการให้บริการเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงบริการทางการเงินที่หลากหลายผ่านช่องทางดิจิทัลที่สะดวกและรวดเร็ว ขณะที่ผู้ให้บริการสามารถพัฒนาบริการทางการเงินที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้ดียิ่งขึ้น

 

ทั้งนี้ รายละเอียดและเงื่อนไขการใช้บริการ dStatement ของแต่ละธนาคาร สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์หรือช่องทางการประชาสัมพันธ์อื่นๆ ของแต่ละธนาคารที่ร่วมให้บริการ

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ธปท. จับมือสองสมาคมแบงก์เปิดตัวบริการ dStatement รับส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากข้ามธนาคารในรูปแบบดิจิทัล คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 75 บาทต่อครั้งต่อบัญชี appeared first on THE STANDARD.

]]>
คลัง-ธปท.-SFIs เปิดโครงการช่วยลูกหนี้เปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและโควิด เน้นปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว เริ่ม 1 ม.ค. 65 https://thestandard.co/mof-bot-sfis-debtor-assistance-project/ Fri, 24 Dec 2021 06:17:20 +0000 https://thestandard.co/?p=575253 โครงการช่วยลูกหนี้

กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมสถาบ […]

The post คลัง-ธปท.-SFIs เปิดโครงการช่วยลูกหนี้เปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและโควิด เน้นปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว เริ่ม 1 ม.ค. 65 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โครงการช่วยลูกหนี้

กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (GFA) ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ให้ร่วมกันเร่งให้ความช่วยเหลือและปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) ที่มีฐานะการเงินเปราะบางและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ภัยธรรมชาติ โรคระบาด รวมถึงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน

 

โดยให้เหตุผลว่า การให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ของ SFIs ในช่วงที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นการชะลอการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้แบบชั่วคราว เช่น การพักชำระหนี้ การขยายระยะเวลา ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาลูกหนี้ที่เสื่อมคุณภาพ ซึ่งเป็นปัญหาระยะยาวที่สะสมมาได้อย่างแท้จริง

 

ด้วยเหตุผลข้างต้น ทั้ง 3 หน่วยงานจึงเห็นร่วมกันให้ ธปท. กำหนดกรอบดำเนินการและสร้างกลไกผลักดันให้ SFIs เร่งให้ความช่วยเหลือและปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เป็นการแก้ไขปัญหาของลูกหนี้ได้อย่างตรงจุดในระยะยาว โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ยังต้องเผชิญกับภาวะการระบาดของโควิด เพื่อให้ลูกหนี้สามารถดำเนินธุรกิจหรือใช้ชีวิตประจำวันต่อไปได้ อันจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม โดยมาตรการดังกล่าวประกอบด้วยแนวทางและมาตรการดำเนินการในการช่วยเหลือและแก้ไขหนี้ในระยะยาว ดังนี้

 

  1. แนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว ที่เป็นการยกระดับแนวนโยบายให้ SFIs ปฏิบัติเดิม เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อรองรับการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติของการจัดทำนโยบาย การกำกับดูแล และกระบวนการพิจารณาการปรับโครงสร้างหนี้ ตลอดจนมีการควบคุมภายในที่รัดกุม ซึ่งจะเอื้อให้ SFIs สามารถใช้ดุลยพินิจอย่างระมัดระวังและรอบคอบในการดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้อย่างแท้จริง

 

  1. มาตรการสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้ SFIs เร่งแก้ไขปัญหาหนี้เดิม ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้แบบระยะยาวอย่างตรงจุดและเหมาะสมกับปัญหาของลูกหนี้แต่ละราย โดยกำหนดงวดการจ่ายชำระหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลงมากของลูกหนี้ และให้ลูกหนี้ทยอยจ่ายชำระหนี้เพิ่มขึ้นเมื่อรายได้เริ่มกลับมา รวมทั้งต้องเร่งช่วยลูกหนี้ให้ได้จำนวนมากและรวดเร็ว ซึ่ง ธปท. ได้ผ่อนคลายหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองตามความเข้มข้นของการให้ความช่วยเหลือ โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2565 – 31 ธันวาคม 2566 ซึ่งจะสอดคล้องกับมาตรการแก้หนี้ระยะยาว 3 กันยายน 2564 ของธนาคารพาณิชย์ที่ดำเนินการอยู่

 

พรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์วิกฤตต่างๆ SFIs ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งช่วงวิกฤตโควิดใน 2 ปีที่ผ่านมา SFIs ได้ร่วมกันช่วยเหลือลูกหนี้มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพักชำระหนี้และการให้สินเชื่อเพื่อเติมสภาพคล่องให้กับลูกหนี้ สำหรับปีหน้า จากกรอบหลักเกณฑ์และมาตรการที่ ธปท. ได้กำหนดขึ้น จะเป็นแนวทางให้ SFIs ได้นำไปปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ โดยการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และลดภาระหนี้ให้กับลูกหนี้อย่างแท้จริง ให้สอดคล้องกับรายได้ของลูกหนี้ที่ลดลง ซึ่งการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ระยะยาวนี้ นอกจากจะช่วยให้ลูกหนี้สามารถก้าวพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ยังก่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาวกับ SFIs และเน้นย้ำบทบาทของ SFIs ในการเป็นสถาบันการเงินเพื่อประชาชน

 

รณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า แนวทางการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และมาตรการแก้ไขหนี้เดิมข้างต้น มีวัตถุประสงค์ให้ SFIs มีความมั่นใจและเร่งดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ตามความสามารถในการชำระหนี้อย่างแท้จริง สอดคล้องกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นและสถานการณ์ที่ยืดเยื้อ เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังได้รับผลกระทบหนักสามารถบริหารจัดการสภาพคล่องผ่านช่วงที่ยากลำบากนี้ไปได้ ซึ่งมาตรการนี้จะทำให้การช่วยเหลือลูกหนี้ของ SFIs มีความครอบคลุมและเข้าถึงลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับความเดือดร้อนได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ธปท. จะร่วมกับกระทรวงการคลัง และ GFA ในการเร่งรัดและติดตามการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด

 

ฉัตรชัย ศิริไล ประธานสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา SFIs ได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ตามกรอบมาตรการของ ธปท. และตามแนวทางการให้ความช่วยเหลือตามมาตรการของแต่ละ SFIs มาเป็นระยะ ซึ่งสามารถช่วยเหลือลูกหนี้ได้เป็นจำนวนมาก โดยมาตรการต่างๆ จะสิ้นสุดระยะเวลาในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เป็นส่วนใหญ่ สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้โดยการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามประกาศ ธปท. ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2565 นี้ 

 

โดยนอกจากการดำเนินการตามมาตรการและแนวทางในการปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 7 แห่ง ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนการดำเนินการตามมาตรการและแนวทางดังกล่าวให้สอดคล้องกับคุณลักษณะลูกหนี้ของแต่ละ SFIs เพื่อให้ความช่วยเหลือและดูแลลูกหนี้ให้สามารถดำเนินธุรกิจหรือใช้ชีวิตประจำวันต่อไปได้ตามศักยภาพ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยรวมด้วย

 

ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ต้องการความช่วยเหลือหรือแก้ไขหนี้เดิม สามารถติดต่อ SFIs ที่ใช้บริการอยู่เพื่อขอรับความช่วยเหลือได้แล้ว และหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อผ่าน SFIs ที่ท่านใช้บริการ หรือศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) โทร. 1213

The post คลัง-ธปท.-SFIs เปิดโครงการช่วยลูกหนี้เปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและโควิด เน้นปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว เริ่ม 1 ม.ค. 65 appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐใน 29 จังหวัดสีแดงเข้ม ขานรับมาตรการ ศบค. กลับมาให้บริการสาขาในห้างถึง 5 โมงเย็น ตั้งแต่วันนี้ https://thestandard.co/commercial-and-government-banks-in-29-provinces-accept-reopen-measure-from-crc/ Wed, 18 Aug 2021 09:35:02 +0000 https://thestandard.co/?p=526453 แบงก์

สมาคมธนาคารไทยและสมาคมสถาบันการเงินของรัฐขานรับมาตรการผ […]

The post แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐใน 29 จังหวัดสีแดงเข้ม ขานรับมาตรการ ศบค. กลับมาให้บริการสาขาในห้างถึง 5 โมงเย็น ตั้งแต่วันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบงก์

สมาคมธนาคารไทยและสมาคมสถาบันการเงินของรัฐขานรับมาตรการผ่อนคลายของ ศบค. ที่เปิดให้ธุรกิจธนาคารในห้างสรรพสินค้าในพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด พิจารณาการกลับมาดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป โดยพิจารณาข้อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค 26 ข้อของสมาคมศูนย์การค้าไทย

 

ทั้งนี้ สมาคมธนาคารไทยและสมาคมสถาบันการเงินของรัฐได้ประสานกับธนาคารสมาชิกเพื่อเตรียมพร้อมในการให้บริการของสาขา โดยคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งของลูกค้าที่มาใช้บริการและพนักงานที่ปฏิบัติงาน ภายใต้การบริหารจัดการภายในสาขาและมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด จำกัดจำนวนลูกค้าและช่องให้บริการเพื่อลดความแออัด 

 

อย่างไรก็ตาม ธนาคารสมาชิกแต่ละธนาคารจะพิจารณาการเปิดสาขาตามความเหมาะสมและความเสี่ยงของแต่ละธนาคาร รวมถึงประกาศของเจ้าของพื้นที่และการประกาศของจังหวัด โดยมีแนวทางในการเปิดให้บริการ ดังนี้ 

 

  1. สาขาในห้างสรรพสินค้า สาขาในศูนย์การค้า และสาขาในคอมมูนิตี้มอลล์ ในพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด จะพิจารณากลับมาเปิดให้บริการ โดยให้บริการไม่เกินเวลา 17.00 น.

 

  1. สาขาในห้างสรรพสินค้า สาขาในศูนย์การค้า และสาขาในคอมมูนิตี้มอลล์ ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนอกเขตพื้นที่สีแดงเข้มหรือพื้นที่ควบคุมอื่นๆ ยังคงเปิดให้บริการ แต่ไม่เกินเวลา 17.00 น.

 

  1. สาขาทั่วไปที่เป็นสาขา Stand Alone สามารถเปิดให้บริการตามปกติ 5 วัน หรือ 7 วันทำการ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละธนาคาร แต่จะเปิดให้บริการไม่เกินเวลา 15.30 น.

 

  1. สาขาใน 3 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เปิดให้บริการไม่เกินเวลา 15.00 น.

 

สำหรับการเปิดสาขาและจำนวนวันทำการของแต่ละสาขาจะเป็นไปตามการพิจารณาของแต่ละธนาคารสมาชิก โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อสาขาที่เปิดให้บริการได้ทางเว็บไซต์หรือช่องทาง Call Center 

 

อย่างไรก็ตาม สมาคมธนาคารไทยและสมาคมสถาบันการเงินของรัฐขอแนะนำให้ลูกค้าทำธุรกรรมผ่านช่องทาง Mobile Banking หรือตู้ ATM และติดต่อธนาคารที่ใช้บริการผ่านช่องทางต่างๆ ทาง Call Center, LINE, Facebook และเว็บไซต์ เพื่อความสะดวกและลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาด ทั้งนี้ ภาคธนาคารขอแจ้งงดให้บริการแลกเหรียญและธนบัตรย่อย เพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัส

The post แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐใน 29 จังหวัดสีแดงเข้ม ขานรับมาตรการ ศบค. กลับมาให้บริการสาขาในห้างถึง 5 โมงเย็น ตั้งแต่วันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องมาตรการช่วยลูกหนี้ของสถาบันการเงิน นอกเหนือจากการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 2 เดือน https://thestandard.co/debt-helping-measure-from-financial-institution/ Tue, 27 Jul 2021 09:45:03 +0000 https://thestandard.co/?p=518110 ส่องมาตรการช่วยลูกหนี้

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่วมกับสมาคมธน […]

The post ส่องมาตรการช่วยลูกหนี้ของสถาบันการเงิน นอกเหนือจากการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 2 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องมาตรการช่วยลูกหนี้

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย, สมาคมธนาคารนานาชาติ, สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ออกมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 2 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือนกรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ ทั้งที่ถูกสั่งปิดกิจการ รวมถึงผู้ประกอบการที่ยังเปิดกิจการแต่ได้รับผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงในช่วงวิกฤตโรคโควิด 

 

อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากมาตรการดังกล่าว สถาบันการเงินหลายแห่งยังได้ออกมาตรการอื่นๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ของตัวเองเพิ่มเติมอีก เราลองไปดูกันว่ามาตรการเหล่านี้มีอะไรบ้าง

 

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post ส่องมาตรการช่วยลูกหนี้ของสถาบันการเงิน นอกเหนือจากการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 2 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘แบงก์รัฐ’ ประกาศปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าชั่วคราวใน 13 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง ยกระดับป้องกันโควิด https://thestandard.co/banks-temporarily-closed-branches-in-department-stores-in-13-provinces/ Mon, 19 Jul 2021 04:33:21 +0000 https://thestandard.co/?p=514300 ธนาคาร

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (สงร.) ประกาศปิดสาขาในห้างสรรพ […]

The post ‘แบงก์รัฐ’ ประกาศปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าชั่วคราวใน 13 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง ยกระดับป้องกันโควิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาคาร

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (สงร.) ประกาศปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าพื้นที่ 13 จังหวัด

รองรับการยกระดับมาตรการป้องกันโควิด โดยตามที่ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 28) เพื่อกำหนดมาตรการที่จำเป็นและเร่งด่วน เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิดในพื้นที่ 13 จังหวัด ประกอบด้วยกรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี นราธิวาส ปทุมธานี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา ยะลา สงขลา สมุทรปราการ และสมุทรสาคร โดยกำหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งให้มีผลบังคับใช้วันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไปนั้น 

 

ล่าสุด สงร. และสถาบันการเงินสมาชิกทุกแห่ง ประกอบด้วยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.), ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.), ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จึงขอประกาศแนวทางในการให้บริการลูกค้าเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการของภาครัฐ ดังนี้   

 

  1. ธนาคารของรัฐจะปิดให้บริการสาขาในห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดทั้ง 13 จังหวัดเป็นการชั่วคราว ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี นราธิวาส ปทุมธานี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา ยะลา สงขลา สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป และจะพิจารณาปิดให้บริการสาขาบางแห่งเพิ่มเติมตามความจำเป็น โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบสาขาใกล้เคียงที่เปิดให้บริการได้ตามประกาศที่ทางเว็บไซต์ของแต่ละธนาคาร

 

  1. กำหนดเวลาเปิดทำการสาขา ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2564 ดังนี้  

 

    • สาขาในห้าง/สาขาที่เปิดให้บริการไม่เกิน 17.00 น. ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนอกเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จะยังคงเปิดให้บริการเวลาไม่เกิน 17.00 น. 
    • สาขาทั่วไป ที่ไม่ใช่สาขาธนาคารในห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ เปิดให้บริการไม่เกินเวลา 15.30 น.
    • สาขาใน 3 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วยยะลา นราธิวาส และปัตตานี เปิดให้บริการเวลาไม่เกินเวลา 15.00 น.

 

  1. จำกัดช่องให้บริการและจำนวนลูกค้าในสาขา เพื่อเว้นระยะห่างทางสังคมและลดความแออัด 

 

  1. กรณีสาขามีพนักงานหรือลูกค้าติดเชื้อ ให้ปฏิบัติดังนี้ 

 

    • ให้แต่ละธนาคารปิดบริการสาขาที่มีผู้ติดเชื้อเป็นการชั่วคราว เพื่อทำความสะอาด/ฆ่าเชื้อ และกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น
    • พนักงานที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ให้ตรวจหาเชื้อ/และกักตัวเองในที่พักทันที ตามระยะเวลาที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
    • จัดให้มีพนักงานปฏิบัติงานทดแทน และต้องเป็นพนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องหรือสัมผัสเชื้อ  

 

ทั้งนี้ สถาบันการเงินของรัฐและธนาคารสมาชิกทุกแห่งพร้อมให้บริการลูกค้าในที่ทำการสาขาด้วยมาตรการข้างต้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน และลูกค้ายังสามารถใช้บริการสำคัญของธนาคารได้ทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ตู้ ATM ซึ่งธนาคารทุกแห่งได้เตรียมสำรองธนบัตรไว้อย่างเพียงพอ รวมถึง Application Mobile Banking ของแต่ละธนาคาร เพื่อลดการเดินทาง ลดความเสี่ยง และการสัมผัสธนบัตร เพื่อให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิดต่อไป โดยสถาบันการเงินของรัฐและสถาบันการเงินสมาชิกทุกแห่งพร้อมจะมีมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น เพื่อดูแลให้ลูกค้าประชาชนได้รับความปลอดภัยในการใช้บริการทางการเงินกับธนาคารมากที่สุดต่อไป

The post ‘แบงก์รัฐ’ ประกาศปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าชั่วคราวใน 13 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง ยกระดับป้องกันโควิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘7 สถาบันการเงินรัฐ’ ออกมาตรการพักชำระหนี้อย่างน้อย 2 เดือน ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากล็อกดาวน์ https://thestandard.co/gfa-issue-a-moratorium-on-debt-payments-for-at-least-2-months/ Thu, 15 Jul 2021 06:12:27 +0000 https://thestandard.co/?p=512918 สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (สงร.) และธนาคารสมาชิกทุกแห่ง […]

The post ‘7 สถาบันการเงินรัฐ’ ออกมาตรการพักชำระหนี้อย่างน้อย 2 เดือน ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากล็อกดาวน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (สงร.) และธนาคารสมาชิกทุกแห่ง ประกอบด้วย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ออกมาตรการช่วยเหลือพักชำระเงินต้นและพักชำระดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมให้แก่ลูกหนี้ SMEs และรายย่อย เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 เดือน

 

ทั้งนี้ลูกหนี้ที่เข้าเกณฑ์รับความช่วยเหลือดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือลูกหนี้ทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการทั้งในพื้นที่ควบคุมและนอกพื้นที่ควบคุมที่ต้องปิดกิจการจากมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุด 10 จังหวัด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิดของภาครัฐ

 

โดยมาตรการจะเริ่มตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือนกรกฎาคม 2564 หรือเริ่มตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือนสิงหาคม 2564 เป็นต้นไป แล้วแต่กรณี ทั้งนี้เมื่อหมดระยะเวลาพักชำระหนี้แล้ว สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะไม่เรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ย หรือค่าธรรมเนียมที่ค้างอยู่ในทันที เพื่อไม่ให้เป็นภาระหนักกับลูกหนี้

 

สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยอ้อม คือ ลูกหนี้ที่ยังเปิดกิจการได้ แต่รายได้ลดลงจากมาตรการควบคุมการระบาดของภาครัฐ สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ตามความจำเป็นและสอดคล้องกับสถานการณ์ของลูกหนี้

 

สงร. ระบุว่า ลูกหนี้สามารถติดต่อกับสถาบันการเงินเจ้าหนี้เพื่อแสดงความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 ทั้งนี้หากลูกหนี้สามารถให้ข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนถึงผลกระทบของกิจการหรือการจ้างงาน จะทำให้การพิจารณาให้ความช่วยโดยเจ้าหนี้สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว

The post ‘7 สถาบันการเงินรัฐ’ ออกมาตรการพักชำระหนี้อย่างน้อย 2 เดือน ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากล็อกดาวน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 แบงก์รัฐ-บสย. ปรับเวลาเปิด-ปิดสาขา ในห้างปิด 17.00 น. นอกห้าง 15.30 น. จำกัดจำนวนลูกค้า https://thestandard.co/5-state-banks-adjust-opening-closing-time/ Thu, 15 Apr 2021 07:47:01 +0000 https://thestandard.co/?p=476086 5 แบงก์รัฐ-บสย. ปรับเวลาเปิด-ปิดสาขา ในห้างปิด 17.00 น. นอกห้าง 15.30 น. จำกัดจำนวนลูกค้า

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐและธนาคารสมาชิก ได้แก่ ธนาคารอา […]

The post 5 แบงก์รัฐ-บสย. ปรับเวลาเปิด-ปิดสาขา ในห้างปิด 17.00 น. นอกห้าง 15.30 น. จำกัดจำนวนลูกค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 แบงก์รัฐ-บสย. ปรับเวลาเปิด-ปิดสาขา ในห้างปิด 17.00 น. นอกห้าง 15.30 น. จำกัดจำนวนลูกค้า

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐและธนาคารสมาชิก ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.), ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) ออกมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ระลอกใหม่สำหรับงานบริการสาขา ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

 

1. ธนาคารอาจพิจารณาปิดสาขาบางแห่งชั่วคราวสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดตามประกาศของจังหวัดหรือรัฐบาล ซึ่งลูกค้ายังคงสามารถใช้บริการที่ตู้ ATM หรือทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์ได้ตามปกติ ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อสาขาที่ปิดการบริการทางเว็บไซต์ของแต่ละธนาคาร

 

2. ปรับเวลาปิดสาขาทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 16 เมษายน 2564  

 

  • สาขาในห้าง/สาขาที่เปิดให้บริการ 7 วัน ปิดไม่เกินเวลา 17.00 น.
  • สาขาภายนอกปิดไม่เกินเวลา 15.30 น.

 

3. จำกัดช่องให้บริการและจำกัดจำนวนลูกค้าในสาขา เพื่อเว้นระยะห่างที่เหมาะสม

 

4. กรณีสาขาใดมีพนักงานหรือลูกค้าติดเชื้อเข้าใช้บริการ

 

  • ให้แต่ละธนาคารปิดเพื่อพ่นฆ่าเชื้อทันที และเปิดทำการเมื่อเสร็จสิ้น
  • พนักงานที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ให้ตรวจเชื้อและกักตัวเองในที่พักทันที (Self-Quarantine at Home) ในระยะเวลาตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข
  • จัดให้มีพนักงานปฏิบัติงานทดแทน ซึ่งเป็นพนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสเชื้อเข้าปฏิบัติหน้าที่แทน

 

มาตรการดังกล่าวเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าเป็นสำคัญ รวมทั้งเป็นการร่วมมือกับภาครัฐในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย โดยธนาคารจะกลับมาให้บริการตามปกติโดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง

 

ขณะที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ลูกค้า คู่ค้า และผู้เกี่ยวข้อง สามารถติดต่อ บสย. สำนักงานเขตต่างๆ และศูนย์ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. FA Center) ให้บริการในช่วงเวลา 08.30-16.30 น.

The post 5 แบงก์รัฐ-บสย. ปรับเวลาเปิด-ปิดสาขา ในห้างปิด 17.00 น. นอกห้าง 15.30 น. จำกัดจำนวนลูกค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมแบงก์ประกาศปรับเวลาเปิด-ปิดสาขาธนาคารทั่วประเทศ ในห้างปิด 17.00 น. นอกห้างปิด 15.30 น. หวังเลี่ยงโควิด-19 https://thestandard.co/thai-bankers-association-announcement-to-adjust-the-opening-closing-time-nationwide/ Thu, 15 Apr 2021 06:07:05 +0000 https://thestandard.co/?p=476066 สมาคมแบงก์ประกาศปรับเวลาเปิด-ปิดสาขาธนาคารทั่วประเทศ ในห้างปิด 17.00 น. นอกห้างปิด 15.30 น. หวังเลี่ยงโควิด-19

สมาคมธนาคารไทยและสมาคมสถาบันการเงินของรัฐได้ออกประกาศกา […]

The post สมาคมแบงก์ประกาศปรับเวลาเปิด-ปิดสาขาธนาคารทั่วประเทศ ในห้างปิด 17.00 น. นอกห้างปิด 15.30 น. หวังเลี่ยงโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมแบงก์ประกาศปรับเวลาเปิด-ปิดสาขาธนาคารทั่วประเทศ ในห้างปิด 17.00 น. นอกห้างปิด 15.30 น. หวังเลี่ยงโควิด-19

สมาคมธนาคารไทยและสมาคมสถาบันการเงินของรัฐได้ออกประกาศการเปิด-ปิดสาขาธนาคารพาณิชย์ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายโรคโควิด-19 ระลอกใหม่

 

โดยประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า เพื่อความต่อเนื่องของการให้บริการสาขา และลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายโรคโควิด-19 ระลอกใหม่นั้น ทางสมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกได้มีมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับงานบริการสาขา ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

 

1. ธนาคารอาจพิจารณาปิดสาขาบางแห่งชั่วคราวสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดตามประกาศของจังหวัดหรือรัฐบาล ซึ่งลูกค้ายังคงสามารถใช้บริการที่ตู้ ATM หรือทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์ได้ตามปกติ ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อสาขาที่ปิดการบริการทางเว็บไซต์ของแต่ละธนาคาร

 

2. ปรับเวลาปิดสาขาทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 16 เมษายน 2564  

 

  • สาขาในห้าง/สาขาที่เปิดให้บริการ 7 วัน ปิดไม่เกินเวลา 17.00 น.
  • สาขาภายนอกปิดไม่เกินเวลา 15.30 น.

 

3. จำกัดช่องให้บริการและจำกัดจำนวนลูกค้าในสาขา เพื่อเว้นระยะห่างที่เหมาะสม 

 

4. กรณีสาขาใดมีพนักงานหรือลูกค้าติดเชื้อเข้าใช้บริการ

 

  • ให้แต่ละธนาคารปิดเพื่อพ่นฆ่าเชื้อทันที และเปิดทำการเมื่อเสร็จสิ้น
  • พนักงานที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ให้ตรวจเชื้อและกักตัวเองในที่พักทันที (Self-Quarantine at Home) ในระยะเวลาตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข
  • จัดให้มีพนักงานปฏิบัติงานทดแทน ซึ่งเป็นพนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสเชื้อเข้าปฏิบัติหน้าที่แทน

 

มาตรการดังกล่าวเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าเป็นสำคัญ รวมทั้งเป็นการร่วมมือกับภาครัฐในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย โดยธนาคารจะกลับมาให้บริการตามปกติโดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง

The post สมาคมแบงก์ประกาศปรับเวลาเปิด-ปิดสาขาธนาคารทั่วประเทศ ในห้างปิด 17.00 น. นอกห้างปิด 15.30 น. หวังเลี่ยงโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาคารกรุงไทย แจ้งเวลาปิดทุกสาขาทั่วประเทศ ไม่เกิน 18.00 น. เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 https://thestandard.co/ktb-all-branches-nationwide-close-6-pm-due-to-covid-19/ Mon, 11 Jan 2021 04:16:12 +0000 https://thestandard.co/?p=441472 ธนาคารกรุงไทย แจ้งเวลาปิดทุกสาขาทั่วประเทศ ไม่เกิน 18.00 น. เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

วันนี้ (11 มกราคม) ธนาคารกรุงไทยได้ประกาศขอแจ้งเปลี่ยนแ […]

The post ธนาคารกรุงไทย แจ้งเวลาปิดทุกสาขาทั่วประเทศ ไม่เกิน 18.00 น. เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาคารกรุงไทย แจ้งเวลาปิดทุกสาขาทั่วประเทศ ไม่เกิน 18.00 น. เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

วันนี้ (11 มกราคม) ธนาคารกรุงไทยได้ประกาศขอแจ้งเปลี่ยนแปลงเวลาปิดทำการสาขาทั่วประเทศ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม โดยปิดทำการไม่เกิน 18.00 น. จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ตามที่ประชุมกับสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ได้มีมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19

 

อ้างอิง: https://www.facebook.com/178373518915/posts/10160752459108916/?d=n

 

The post ธนาคารกรุงไทย แจ้งเวลาปิดทุกสาขาทั่วประเทศ ไม่เกิน 18.00 น. เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>