การเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ AN […]
The post อนันดาฯ ปิดดีลขายหุ้นบริษัทย่อยเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 5 แห่ง ให้มิตซุย ฟุโดซังฯ รับเงิน 2.54 พันล้านบาท หลังใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน-เตรียมใช้ลงทุนในอนาคต appeared first on THE STANDARD.
]]>
การเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN วันนี้ (1 กรกฎาคม) เปิดการซื้อ-ขายภาคเช้าที่ 0.69 บาท เพิ่มขึ้น 0.01 บาท หรือ 1.47% และเป็นราคาสูงสุดของวัน โดยระหว่างการซื้อ-ขาย ราคาลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 0.64 บาท ลดลง 0.04 บาท หรือ 5.88% จากนั้นราคาหุ้น ANAN ปิดการซื้อ-ขายภาคเช้าที่ระดับ 0.66 บาท ลดลง 0.02 บาท หรือ 2.94% จากวันทำการก่อนหน้า
ชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2567 มีมติอนุมัติให้ขายหุ้นในกิจการร่วมค้าของบริษัทย่อยจำนวน 5 บริษัท ได้แก่
ทั้งนี้ บริษัทถือหุ้น 51% ของทุนจดทะเบียนของแต่ละบริษัท คิดเป็นจำนวนเงินรวม 2.54 พันล้านบาท ให้กับบริษัท มิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด (MFADT) โดยบริษัทย่อยทั้งห้าดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการที่บริษัทจำหน่ายเงินลงทุนประเภทหุ้นสามัญของบริษัทย่อยทั้ง 5 บริษัทดังกล่าวให้กับ บริษัท มิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด จะช่วยให้บริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ และเพื่อใช้เป็นเงินลงทุนตามแผนธุรกิจของบริษัทในอนาคต ซึ่งจะเป็นผลดีและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นของบริษัท
อย่างไรก็ดี วัตถุประสงค์การนำเงินไปใช้ดังกล่าวเป็นแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ณ ปัจจุบัน ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ณ ขณะนั้น
สำหรับภาพรวมธุรกิจยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีแผนในการเสริมศักยภาพของบริษัทให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นคงของเงินทุน และสามารถดำเนินงานตามแผนธุรกิจที่วางไว้ โดยการจำหน่ายเงินลงทุนในกิจการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ของบริษัทย่อยจำนวน 5 บริษัทดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในแผนการลงทุนของบริษัทฯ และยังคงลงทุนในธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์อย่างต่อเนื่อง
โดยในปี 2567 บริษัทมีสินค้าพร้อมโอนมูลค่า 28,284 ล้านบาท และโครงการพร้อมส่งมอบในปี 2568 มูลค่า 11,929 ล้านบาท รวมทั้งหมดมูลค่า 40,213 ล้านบาท ทั้งนี้ยังมีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจ เป็นการส่งสัญญาณดีขึ้น ยืนยันได้จากผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2567 โดยสามารถพลิกทำกำไรในรอบ 3 ปี สร้างกำไรสุทธิ 195 ล้านบาท เติบโตขึ้น 425% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
“อนันดาฯ ยืนยันในความแข็งแกร่งของศักยภาพการดำเนินธุรกิจ ยังคงวางเป้าหมายในการพัฒนาโครงการตอบรับความต้องการลูกค้าคนเมืองในทุกเซกเมนต์ แม้ที่ผ่านมาจะอยู่ในสถานการณ์ที่ผันผวนแต่ก็ยังคงมีดีมานด์หรือความต้องการที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่และพร้อมโอนอยู่อย่างต่อเนื่อง อนันดาฯ จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาที่อยู่อาศัยของคนเมืองให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตให้ลงตัวมากที่สุด และมุ่งเน้นสร้างการเติบโตให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้” ชานนท์กล่าว
The post อนันดาฯ ปิดดีลขายหุ้นบริษัทย่อยเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 5 แห่ง ให้มิตซุย ฟุโดซังฯ รับเงิน 2.54 พันล้านบาท หลังใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน-เตรียมใช้ลงทุนในอนาคต appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากให้พูดถึงหนึ่งในความสำเร็จของบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเ […]
The post รู้จัก ‘บ้านเพื่อทุกความเป็นตัวเอง’ ผ่าน ‘AIRI SUKHUMVIT-BANGNA KM.5’ บ้านระดับลักชัวรีโครงการใหม่จากอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ บนบางนา กม.5 ทำเลที่หาไม่ได้อีกแล้ว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากให้พูดถึงหนึ่งในความสำเร็จของบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมืองในช่วงที่ผ่านมา ต้องยกให้กับความสำเร็จจากการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของโครงการ ‘ARTALE ASOKE-RAMA 9’ กลายเป็น Success Case ในการรุกตลาดบ้านแนวราบระดับลักชัวรีโดยไม่ทิ้งคอนเซปต์หลักของอนันดา แบรนด์ที่อยู่อาศัยของคนเมืองที่ไม่หยุดสร้างสรรค์ไอเดียและพัฒนาสิ่งใหม่ๆ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาคนเมืองอย่างไม่หยุดนิ่ง และตอบรับการเติบโตตลาดบ้านระดับลักชัวรี
อนันดาต่อยอดความสำเร็จด้วยการพลิกโฉมแบรนด์ AIRI (แอริ) รุกตลาดลักชัวรีระดับ 20 ล้านบาทอย่างเต็มตัว พร้อมเปิดตัวโครงการแรก ‘AIRI SUKHUMVIT-BANGNA KM.5’ (แอริ สุขุมวิท-บางนา กม.5) บ้านระดับลักชัวรีที่สุดของทำเล New CBD กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ภายใต้คอนเซปต์ ‘My Place, My Attitude บ้านเพื่อทุกความเป็นตัวเอง’

แบรนด์ AIRI โฉมใหม่ไม่เพียงพลิกโฉมดีไซน์การออกแบบให้มีความลักชัวรี แต่ยังมาพร้อม AIRI BRAND DNA ทั้ง 4 แกน ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

กลายมาเป็น My Place, My Attitude บ้านเพื่อทุกความเป็นตัวเอง บ้านหรูที่สะท้อนตัวตนด้วยความประณีตทุกรายละเอียดที่แตกต่างและเป็นตัวเองอย่างลงตัว บนที่สุดของทำเล CBD ฝั่งตะวันออก บางนา กม.5
เอกสิทธิ์เพียง 40 ครอบครัว
พร้อมความเป็นส่วนตัวกว่าที่เคย พร้อมคอนเซปต์และฟังก์ชันที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร
การถ่ายทอดการเป็น ‘บ้านเพื่อทุกความเป็นตัวเอง’ ถูกตีความผ่านทุกมิติของโครงการ AIRI SUKHUMVIT-BANGNA KM.5 ภายใต้ 4 องค์ประกอบ ได้แก่
อีกจุดเด่นคือ ‘ทำเล’ เพราะเป็นเรื่องที่อนันดาให้ความสำคัญอย่างมาก ซึ่ง AIRI SUKHUMVIT-BANGNA KM.5 สามารถคว้าทำเลที่เป็นเหมือน ‘GEM OF BANGNA’ ทำเลที่หาไม่ได้อีกแล้วบนถนนบางนา กม.5 ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพที่คนรุ่นใหม่เข้ามาอยู่อาศัยกันมากขึ้น และกลายเป็น New CBD กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกที่น่าจับตา และยังใกล้ทุกความต้องการที่คุณและครอบครัวมองหา

ด้วยโลเคชันที่ตั้งอยู่ใจกลางบางนา กม.5 สามารถเชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิทและถนนศรีนครินทร์ ใกล้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร วิ่งตรงสู่ใจกลาง CBD ได้อย่างสะดวกสบาย ขณะเดียวกันยังได้เปรียบด้านการเดินทางด้วยรถสาธารณะ เพราะใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีบางนา ที่สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างอโศกและทองหล่อได้อย่างสะดวกสบายเพียงไม่กี่สถานี และรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่สามารถเดินทางไปยังศรีนครินทร์และลาดพร้าวได้อีกด้วย จึงช่วยย่นเวลาการเดินทางเพื่อให้คุณได้มีเวลาใช้ชีวิตในแบบของตัวเองได้อย่างเต็มที่
อย่างที่บอก โลเคชันนี้กำลังเข้าสู่การเป็น New CBD กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้เมกะโปรเจกต์ต่างๆ เกิดขึ้นมามากมาย รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์ชีวิตที่คนรุ่นใหม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นออฟฟิศ สำนักงาน โรงเรียนนานาชาติอย่าง โรงเรียนประชาคมนานาชาติ (ICS), โรงเรียนบางกอกพัฒนา, โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน, โรงเรียนนานาชาติเซนต์ แอนดรูว์ส, โรงเรียนนานาชาติราฟเฟิลส์ อเมริกัน กรุงเทพฯ หรือโรงพยาบาลชั้นนำอย่าง โรงพยาบาลวัทธนเชฏฐ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (WIH), โรงพยาบาลบางนา, โรงพยาบาลศรีนครินทร์, โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ รวมไปถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ต่างๆ เช่น เซ็นทรัล บางนา, เซ็นทรัล วิลเลจ, เมกาบางนา
ดีไซน์ที่ถ่ายทอดผ่านการออกแบบที่คิดมาแล้วทุกรายละเอียดภายใต้คอนเซปต์ Timeless Design ดีไซน์ที่โดดเด่นเหนือกาลเวลา ผสมผสานจุดเด่นของสองยุคสมัยอย่างลงตัว สะท้อนรสนิยมเหนือระดับของผู้อยู่อาศัยผ่าน Distinctive Color ซึ่งจะเห็นได้จาก ‘AIRI PRESTIGE CLUB’ คลับเฮาส์ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมสระว่ายน้ำขนาด Half Size Olympic ยาว 25 เมตร ภายใต้เฉดสี Jade Green อัญมณีสีเขียวที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มีชีวิตชีวา
รวมไปถึงแบบบ้าน LAPIS ความหรูหราเหนือระดับจากอัญมณีสีน้ำเงินเข้ม Sapphire blue สะท้อนความมั่นคง สุขุมลุ่มลึก และการใช้ชีวิตอย่างมีเอกลักษณ์ และแบบบ้าน MAROON การออกแบบเหนือกาลเวลาจากอัญมณีสีแดง Red Ruby ที่เต็มไปด้วยพลังและแรงบันดาลใจ
ทุกดีเทลถูกออกแบบให้มีความ Uniqueness ผ่าน UNIQUE FACADE จึงสะท้อน Attitude ที่ไม่ซ้ำใคร เป็นตัวเองยิ่งกว่าที่เคย

‘LAPIS’
‘LAPIS’ บ้านที่สะท้อนความงามเหนือระดับจากอัญมณีสีน้ำเงินเข้ม สู่ชื่อที่สร้างแรงบันดาลใจ มอบวิสัยทัศน์และความหรูหรา รวมไปถึงเชื่อมต่อการใช้ชีวิตที่มีเอกลักษณ์ให้กับผู้ที่ได้ครอบครอง
บนพื้นที่ 369 ตารางเมตร ถูกดีไซน์ให้เป็นพื้นที่สำหรับชีวิตที่หรูหราเหนือระดับ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ 360° Courtyard ให้คุณได้สัมผัสพื้นที่สีเขียวจากทุกมุมในบ้าน และการออกแบบ Semi Outdoor เชื่อมต่อตัวบ้านกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว ทำให้พื้นที่ Living & Dining มีความโปร่งโล่ง

จุดเด่นที่ลืมไม่ได้คือ Grand Master Bedroom ห้องนอนขนาดใหญ่ที่แบ่งโซน Walk-in Closet ให้เชื่อมต่อห้องน้ำแบบ His & Her พร้อมอ่างอาบน้ำ และยังเพิ่มพื้นที่ Double Family Area ให้ตอบโจทย์ทุกกิจกรรมภายในบ้าน และ Grand Dining & Pantry ที่สามารถเชื่อมต่อครัวไทยได้ รวมไปถึงห้องนอนล่างพร้อมห้องน้ำในตัวที่รองรับการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุด้วยการใช้พื้น Soft Floor เพื่อลดแรงกระแทก และ Terrace Area มองเห็นวิวสวนได้ทันทีตั้งแต่เดินออกจากห้องนอน

‘MAROON’
‘MAROON’ เสน่ห์เหนือกาลเวลาจากอัญมณีสีแดง สะท้อนเอกลักษณ์ผู้อยู่อาศัยและมอบชีวิตที่เต็มไปด้วยพลังและแรงบันดาลใจ
บ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนพื้นที่ 332 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ พร้อม Service Area จุดเด่นของ MAROON คือการออกแบบพื้นที่ภายในบ้านเพื่อสอดรับกับฟังก์ชันการใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น Master Bedroom ห้องนอนใหญ่แบบ L Shape มาพร้อม Living Space, Walk-in Closet และ Terrace Area ระเบียงเปิดกว้าง เปิดรับสวนสีเขียวแบบพาโนรามา
หรือพื้นที่ Living & Dining ออกแบบให้เป็นพื้นที่เปิดโล่งแบบ Semi Outdoor เชื่อมต่อระหว่างบ้านกับพื้นที่สวน พร้อมกระจกบานใหญ่ เปิดรับแสงเงาจากภายนอกยามเช้าและให้ร่มเงาภายในบ้านยามเย็น นอกจากนี้ ห้องน้ำชั้นล่างยังออกแบบเพื่อรองรับผู้สูงอายุ ครัวไทยขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับพื้นที่ซักล้าง และห้องแม่บ้านที่ออกแบบให้เป็นสัดส่วนแยกออกจากตัวบ้านหลัก

‘AIRI PRESTIGE CLUB’

AIRI SUKHUMVIT-BANGNA KM.5 จะมอบความเป็นส่วนตัวกว่าที่เคยด้วยเอกสิทธิ์เพียง 40 ครอบครัว ที่จะได้ครอบครองความเป็นส่วนตัวขั้นสุด กับบ้านที่ให้คุณได้มีชีวิตอิสระอย่างเต็มที่ จะใช้เวลาส่วนตัวก็เงียบสงบ หรือใช้เวลากับครอบครัวในวันหยุดก็ลงตัว
บ้านทุกหลังมาพร้อม Facing Park มุมมองบ้านล้อมสวนที่คุณจะได้เห็นสวนสวยหน้าบ้านแบบเต็มตา อีกทั้งระยะหน้าบ้านของทั้ง 2 ฝั่งที่ดีไซน์ให้กว้างขึ้นราวกับมีสวนหน้าบ้านเป็นของตัวเองแบบไม่ชนใคร


มากไปกว่าการออกแบบที่เหนือระดับ ความเป็นส่วนตัวกว่าที่เคย ที่นี่ยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่รองรับกับทุก Attitude ของทุกคนในครอบครัว ไปจนถึงพื้นที่ที่ออกแบบเพื่อเด็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘KIDSPIRE & FIT KIDS’
พร้อมดูแลคุณด้วยระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานขั้นสูงสุด 6 ระดับ ตลอด 24 ชั่วโมง ได้แก่
ไม่ว่าจะมองในมุมของการซื้อเพื่ออยู่อาศัย เพื่อส่งต่อให้ลูกหลาน หรือเพื่อการลงทุน โครงการ AIRI SUKHUMVIT-BANGNA KM.5 คือคำตอบเดียวที่สามารถตอบได้ทุกโจทย์ ในราคาเริ่มต้น 19-35 ล้านบาท

เปิดจองครั้งแรก 29-30 มิถุนายนนี้
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ 300,000 บาท* คลิก https://anan.ly/3UaKAeA
หรือสอบถาม โทร. 0 2316 2222
The post รู้จัก ‘บ้านเพื่อทุกความเป็นตัวเอง’ ผ่าน ‘AIRI SUKHUMVIT-BANGNA KM.5’ บ้านระดับลักชัวรีโครงการใหม่จากอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ บนบางนา กม.5 ทำเลที่หาไม่ได้อีกแล้ว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ราคาหุ้น บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN วันนี้ (10 […]
The post ระทึก หุ้นกู้ ‘อนันดา’ 5 รุ่น มูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดนขึ้นเครื่องหมายเตือน Request Information ด้านทริสจับตา ‘โครงการแอชตัน อโศก’ เสี่ยงฉุดฐานะการเงิน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ราคาหุ้น บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN วันนี้ (10 มิถุนายน) เปิดการซื้อขายที่ 0.68 บาท ลดลง 0.05 บาท หรือ 6.85% โดยระหว่างวันราคาหุ้น ANAN ร่วงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 0.58 บาท ลดลง 0.15 บาท หรือ 20.55% ขณะที่ราคาสูงสุดขึ้นไปแตะที่ระดับ 0.70 บาท ลดลง 0.03 บาท หรือ 4.11%
หลังจากเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ประกาศขึ้นเครื่องหมาย Request Information (RI) หุ้นกู้ของ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2567 จำนวนรวม 5 รุ่น โดยมีมูลค่าคงค้างรวมกันทั้งสิ้น 11,318 ล้านบาท โดยมีรายชื่อดังนี้
โดย ThaiBMA ชี้แจงเหตุผลว่า ขึ้นเครื่องหมาย RI ของหุ้นกู้ของ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ดังกล่าว เนื่องจากอยู่ระหว่างการขอข้อมูลเพิ่มเติมจาก Issuers เนื่องจากมีการปิดสมุดทะเบียนเพื่อจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้
ก่อนหน้านี้ทริสเรทติ้งประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ของ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ระดับ ‘BB+’ และคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน ไม่มีประกัน และไถ่ถอนเมื่อเลิกกิจการ (Hybrid Debentures) ของบริษัทที่ระดับ ‘B+’ ในขณะเดียวกันทริสเรทติ้งได้ปลด ‘เครดิตพินิจ’ แนวโน้ม ‘Negative’ หรือ ‘ลบ’ สำหรับอันดับเครดิตองค์กรและอันดับเครดิตหุ้นกู้ของบริษัทและแทนที่ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต ‘Negative’ หรือ ‘ลบ’
สำหรับแนวโน้มอันดับเครดิต ‘Negative’ สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่อ่อนแอกว่าที่คาด เนื่องจากความสามารถในการทำกำไรที่อ่อนแอลงและความเสี่ยงทางการเงินที่สูง บริษัทประสบกับการขาดทุนและมีเงินทุนจากการดำเนินงานสุทธิ (FFO) ติดลบอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา สถานะทางการเงินที่ด้อยลงของบริษัทได้สร้างความกังวลให้กับทริสเรทติ้งต่อความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
อย่างไรก็ดีอันดับเครดิตยังสะท้อนสภาพคล่องที่ตึงตัวแต่ยังสามารถบริหารจัดการได้ของบริษัท กอปรกับสภาพการณ์ของตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งได้รับผลกระทบมาจากการกลับมากำหนดเพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan-to-Value หรือ LTV) อีกครั้งในช่วงปี 2566 อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงอย่างยาวนานและหนี้ครัวเรือนที่สูง
แม้ว่าตัวเลขยอดขายสุทธิและยอดโอนของบริษัทจากทั้งโครงการที่บริษัทพัฒนาเองและโครงการที่พัฒนาผ่านการลงทุนในกิจการร่วมค้า (Joint Venture: JV) ในปี 2566 จะออกมาตามเป้าหมายของทริสเรทติ้งที่ประมาณ 1.32 หมื่นล้านบาท แต่สถานะทางการเงินของบริษัทโดยรวมก็ได้รับผลกระทบจากอัตรากำไรที่ลดลงอย่างมาก ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงและภาระของดอกเบี้ยที่มากขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 17% ในปี 2566 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของทริสเรทติ้งที่ 30% ค่อนข้างมาก บริษัทต้องลดอัตรากำไรในเกือบทุกโครงการให้น้อยลง โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมเข้าพักอาศัย (Ready-to-Move Condominium) เพื่อเพิ่มกระแสเงินสดและลดความตึงตัวของสภาพคล่องของบริษัท จากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นและต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิจำนวน 887 ล้านบาทในปี 2566 ซึ่งต่ำกว่าประมาณครั้งที่แล้วของทริสเรทติ้งที่ประมาณ 40%
มองไปข้างหน้า ทริสเรทติ้งมองว่าบริษัทจะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากลูกค้าต่างชาติ ณ เดือนธันวาคม 2566 บริษัทมีคอนโดมิเนียมพร้อมเข้าพักอาศัยทั้งโครงการที่บริษัทพัฒนาเองและโครงการที่พัฒนาผ่านกิจการร่วมค้ามีมูลค่ากว่า 2.02 หมื่นล้านบาท ซึ่งสามารถขายและรับรู้รายได้ได้ทันที อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการระบายคอนโดมิเนียมพร้อมเข้าพักอาศัยด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่น่าพอใจยังคงเป็นประเด็นท้าทายสำคัญของบริษัท
ทริสเรทติ้งมองว่ายังคงมีความไม่แน่นอนระดับหนึ่งเกี่ยวกับรายได้และการทำกำไรในอนาคตของบริษัท บริษัทยังคงมีความท้าทายที่จะมีผลการดำเนินงานสอดคล้องกับประมาณการขั้นพื้นฐานของทริสเรทติ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยและการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงสูง นอกจากนี้ประเด็นปัญหาใน ‘โครงการแอชตัน อโศก’ (Ashton Asoke) ที่ยังคงรอการแก้ไขและความล่าช้าในการขายทรัพย์สินบางส่วนออกไปอาจทำให้สถานะทางการเงินของบริษัทเบี่ยงเบนออกไปจากเป้าหมายของทริสเรทติ้งได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่ออันดับเครดิตของบริษัท
ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้จากการดำเนินงานของบริษัทจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาทในปี 2567 และเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 8-10 พันล้านบาทต่อปีในช่วง 2568-2569 จาก 3.4 พันบาทล้านบาทในปี 2566 โดยได้รับอานิสงส์มาจากการโอนคอนโดมิเนียมหลายโครงการตามที่กำหนดไว้ในช่วงปลายปี 2568 ทริสเรทติ้งยังคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 22% ในช่วงปี 2567-2569 โดยได้รับแรงขับเคลื่อนมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ค่อนข้างดีของโครงการใหม่ที่สร้างแล้วเสร็จ
นอกจากนี้ยังคาดว่าจะมีส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในโครงการร่วมทุนที่ระดับประมาณ 100-200 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2567-2569 และมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของบริษัท (รวมกำไรจากการขายเงินลงทุนบางส่วน) อยู่ที่ประมาณ 1.4 พันล้านบาทในปี 2567 และปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2-3 พันล้านบาทต่อปีในช่วง 2568-2569
ทั้งนี้ จากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงและภาระดอกเบี้ยจ่าย บริษัทจะยังคงรายงานผลขาดทุนสุทธิในปี 2567-2568 ก่อนกลับมาเป็นบวกในปี 2569
ผลการดำเนินงานโดยรวมที่ถดถอยและการมีผลขาดทุนสุทธิต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทมีความเสี่ยงทางการเงินสูง อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนของบริษัทอยู่ที่ระดับ 65-68% ในช่วงปี 2563-2566 บริษัทประสบกับการมีเงินทุนจากการดำเนินงานที่ติดลบต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งคาดว่า ผลประกอบการทางการเงินของบริษัทจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมากในช่วงปี 2568 เป็นต้นไป ซึ่งอิงจากประมาณการรายได้และกำไรของทริสเรทติ้ง ทริสเรทติ้งประมาณการว่า อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ของบริษัทจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 8 เท่าในปี 2568 และอยู่ที่ระดับ 5 เท่าในปี 2569 จาก 24 เท่าในปี 2566 ทริสเรทติ้งมองว่า อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนของบริษัทในช่วงปี 2567-2568 น่าจะอยู่ในช่วงเดียวกับในปี 2566 ก่อนที่จะปรับมาอยู่ที่ประมาณ 65% ในปี 2569 อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินน่าจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ระดับ 2-5% ในปี 2568
ทั้งนี้ภายใต้สมมติฐานพื้นฐานของทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่มูลค่า 2-2.4 หมื่นล้านบาทต่อปีในช่วงระหว่างปี 2567-2568 และ 4 พันล้านบาทในปี 2569 โดยทริสเรทติ้งมองว่าโครงการที่เปิดตัวส่วนใหญ่จะเป็นโครงการร่วมทุน ส่งผลให้บริษัทต้องเพิ่มเงินทุนและให้เงินกู้ยืมแก่บริษัทลูกรวมทั้งสิ้นประมาณ 3 พันล้านบาทในช่วง 3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้งบซื้อที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการใหม่ของบริษัทจะอยู่ที่ระดับ 1 พันล้านบาทในปี 2569
บริษัทจำเป็นจะต้องดำรงอัตราส่วนทางการเงินให้สอดคล้องตามเงื่อนไขทางการเงินของวงเงินกู้ยืมจากธนาคารและหุ้นกู้ โดยบริษัทจะต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนให้ต่ำกว่า 2 เท่า และ 2.5 เท่า ตามลำดับ ทั้งนี้ ณ เดือนธันวาคม 2566 อัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 1.4 เท่าสำหรับเงื่อนไขทางการเงินของวงเงินกู้ยืมจากธนาคาร และ 1.7 เท่าสำหรับเงื่อนไขทางการเงินของหุ้นกู้ (โดยมีความแตกต่างกันในวิธีการคำนวณ) ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะสามารถบริหารโครงสร้างทางการเงินอย่างระมัดระวังให้สอดคล้องกับเงื่อนไขดังกล่าวได้
ทริสเรทติ้งประเมินว่า สภาพคล่องทางการเงินของบริษัทค่อนข้างตึงตัว แต่สามารถบริหารจัดการได้ในอีก 12 เดือนข้างหน้า แหล่งเงินทุนของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 ประกอบด้วยเงินสดจำนวน 4.7 พันล้านบาท และวงเงินกู้ยืมระยะสั้นและเงินกู้โครงการจากธนาคารที่ยังไม่ได้เบิกใช้และไม่สามารถยกเลิกได้อีกจำนวนประมาณ 3 พันล้านบาท ทริสเรทติ้งยังประมาณการเงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาทในปี 2567
นอกจากนี้บริษัทยังมีที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จเหลือขายในโครงการที่ปลอดภาระหนี้ของบริษัท ซึ่งมีมูลค่าขายรวมทั้งสิ้นอีกประมาณ 4.2 พันล้านบาท และที่ดินเปล่าปลอดภาระหนี้ของบริษัทราคาทุนประมาณ 3.8 พันล้านบาท ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันเพื่อขอเงินกู้จากธนาคารในกรณีที่จำเป็นได้อีกด้วย
ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทมีภาระหนี้ที่จะครบกำหนดชำระในอีก 12 เดือนข้างหน้าจำนวน 1.08 หมื่นล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันจำนวน 7.1 พันล้านบาท เงินกู้ระยะสั้นจำนวน 2.6 พันล้านบาท เงินกู้ระยะยาวจำนวน 1.1 พันล้านบาท และสัญญาเช่าทางการเงินจำนวน 84 ล้านบาท บริษัทชำระหุ้นกู้จำนวน 3.8 พันล้านบาทในเดือนมกราคม 2567 ด้วยกระแสเงินสดจากการโอนที่อยู่อาศัยในโครงการ บริษัทตั้งใจจะขายเงินลงทุนบางส่วนในช่วงกลางปี 2567 เพื่อจ่ายคืนหนี้หุ้นกู้บางส่วนที่จะครบกำหนดชำระในเดือนกรกฎาคม 2567 ทั้งนี้ เงินกู้ระยะสั้นส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ชั่วคราวเพื่อใช้ในการซื้อที่ดิน ซึ่งจะถูกทดแทนด้วยเงินกู้โครงการระยะยาวในภายหลัง ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทจะจ่ายชำระคืนเงินกู้โครงการด้วยกระแสเงินสดจากการโอนที่อยู่อาศัยในโครงการ
ณ เดือนธันวาคม 2566 บริษัทมีหนี้สินทางการเงินรวม (ตามการพิจารณาลำดับชั้นในการได้รับคืน) อยู่ที่จำนวน 2.37 หมื่นล้านบาท ซึ่งรวมถึงหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนที่จำนวน 5.6 พันล้านบาทด้วย หนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนเป็นหนี้ที่มีหลักประกันของบริษัทแม่และหนี้สินรวมของบริษัทย่อยต่างๆ ดังนั้นอัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนต่อหนี้สินทางการเงินรวมของบริษัทจึงอยู่ที่ระดับ 23%
The post ระทึก หุ้นกู้ ‘อนันดา’ 5 รุ่น มูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดนขึ้นเครื่องหมายเตือน Request Information ด้านทริสจับตา ‘โครงการแอชตัน อโศก’ เสี่ยงฉุดฐานะการเงิน appeared first on THE STANDARD.
]]>จากความสำเร็จและการตอบรับอย่างดีเยี่ยมในปีที่ผ่านมาของบ […]
The post ‘ทุกวินาทีการใช้ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาล’ สัมผัสด้วยตัวเองในงาน ‘THE ICONIC OF TIME’ ที่ ‘ARTALE ASOKE-RAMA 9’ 18-19 พ.ค. นี้ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.
]]>จากความสำเร็จและการตอบรับอย่างดีเยี่ยมในปีที่ผ่านมาของบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จนทำยอดขายกว่า 2 พันล้านบาท และในปีนี้บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี ‘ARTALE ASOKE-RAMA 9’ กลับมาอีกครั้งกับการเปิดประสบการณ์การเยี่ยมชมโครงการภายใต้คอนเซปต์ใหม่ ‘Own Your Own Time’ ที่ที่คุณจะได้ครอบครองทุกช่วงเวลาการใช้ชีวิตบนโลเคชันใจกลางพระราม 9 ซึ่งเป็นทำเลบ้านที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ใกล้ทางด่วน ใกล้ทุกสิ่งที่คุณและครอบครัวต้องการ
‘ARTALE ASOKE-RAMA 9’ บ้านเดี่ยวสไตล์ลักชัวรีพูลวิลล่า ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ ‘THE INFINITE FLOW OF LIFE’ เพื่อให้การเชื่อมต่อทุกฟังก์ชันการอยู่อาศัยของครอบครัวที่อยู่รวมกันหลายเจเนอเรชันลงตัวที่สุด พร้อมกับคำนึงถึงเรื่องอากาศที่หมุนเวียนภายในบ้าน ด้วยการออกแบบช่องแสงและช่องเปิดเพิ่มความโปร่งโล่ง ทำให้บ้านเย็นสบาย ลดการใช้พลังงาน และด้วยแนวคิด ‘PENTHOUSE on GROUND’ จึงเหมือนยกเอาเพนต์เฮาส์หรูมาไว้ในบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 335-546 ตารางเมตร มอบพื้นที่อเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ พร้อมสระว่ายน้ำระบบจากุซซีส่วนตัวทุกหลัง
![]()
มาสัมผัสหลากหลายประสบการณ์การเยี่ยมชมโครงการแบบไพรเวตในเอ็กซ์คลูซีฟอีเวนต์ ‘THE ICONIC OF TIME’ ณ ARTALE ASOKE-RAMA 9 ตั้งแต่การต้อนรับสุดพิเศษด้วยคานาเป้สไตล์ไทยจาก Seasonal Ingredients ที่รังสรรค์โดย ‘R-HAAN’ ร้านไฟน์ไดนิ่งมิชลิน 2 ดาว 4 ปีซ้อน ให้คุณได้อรรถรสทางรสชาติระหว่างชมโครงการ พร้อมด้วยช่างภาพมืออาชีพที่จะเก็บทุกโมเมนต์ความประทับใจของคุณและครอบครัวระหว่างเยี่ยมชม Iconic Design ในแต่ละมุมของ ARTALE
![]()
วันที่ 18-19 พฤษภาคมนี้ มาพบประสบการณ์สุดพิเศษด้วยตัวคุณเองที่ ARTALE ASOKE-RAMA 9 ในงาน ‘THE ICONIC OF TIME’ พร้อมรับ EXQUISITE PRIVILEGE สูงสุด 5 ล้านบาท*
ลงทะเบียนรับสิทธิ์ก่อนใคร https://anan.ly/3xDEVF1
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2316 2222
The post ‘ทุกวินาทีการใช้ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาล’ สัมผัสด้วยตัวเองในงาน ‘THE ICONIC OF TIME’ ที่ ‘ARTALE ASOKE-RAMA 9’ 18-19 พ.ค. นี้ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ประเด็นร้อนแรงที่ได้รับความสนใจอย […]
The post 2 อสังหาใหญ่ย้ำฐานะการเงินแกร่ง เตรียมจ่ายคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด หวังฟื้นความเชื่อมั่น appeared first on THE STANDARD.
]]>
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ประเด็นร้อนแรงที่ได้รับความสนใจอย่างมากก็คือหุ้นกู้ที่ผิดนัดชำระ ซึ่งเป็นความกังวลที่ต่อเนื่องจากมาจากปี 2566 โดยในช่วงต้นปีประเดิมด้วยกรณีของ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือ ITD ผู้รับเหมาก่อสร้างของไทยที่มีมูลค่างานสูงสุดเป็นอันดับ 1 ซึ่งมี ‘เจ้าสัวเปรมชัย กรรณสูต’ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และยังนั่งเก้าอี้ประธานบริหาร แจ้งขอเลื่อนจ่ายหนี้หุ้นกู้ 2 ปีทั้ง 5 รุ่น วงเงินรวม 1.45 หมื่นล้านบาท แลกกับการจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มอีก 0.25-0.50% โดยจะมีการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ทุกชุดในวันที่ 17 มกราคมนี้ เพื่อขอมติผู้ถือหุ้นกู้ให้โหวตรับในเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะการผิดนัดชำระหนี้
การขอเลื่อนชำระหนี้หุ้นกู้ทำให้ความกังวลลุกลามไปยังภาคส่วนอื่นที่มีความเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาคธนาคาร ภาครับเหมาก่อสร้าง ภาคแรงงาน และภาคเอกชนที่เป็นผู้เสนอขายหุ้นกู้ด้วย โดยเฉพาะผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งส่วนใหญ่เลือกใช้แหล่งเงินทุน (Source of Fund) ในตลาดตราสารหนี้
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ 2 รายใหญ่ได้ตอกย้ำถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยการประกาศว่าพร้อมจ่ายคืนหุ้นกู้ที่กำลังจะครบกำหนด
วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ยืนยันว่า บริษัทได้จัดเตรียมเงินสดเพื่อชำระหุ้นกู้ตามกำหนดชำระให้กับผู้ถือหุ้นกู้ ที่จะครบกำหนดในเดือนมกราคม 2567 โดยจะครบกำหนดในวันที่ 22 มกราคม 2567 เป็นจำนวน 4,100 ล้านบาท และวันที่ 29 มกราคม 2567 เป็นจำนวน 5,604 ล้านบาท ไว้เรียบร้อยแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
บริษัทขอยืนยันว่า บริษัทยังคงดำเนินกิจการเป็นอย่างดี โดยโครงการที่เป็นโครงการใหญ่และเป็นโครงการแฟลกชิปของ MQDC อย่าง The Forestias นั้น จะเสร็จสิ้นในปี 2567 นี้ และจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ต้นปีอย่างต่อเนื่อง
บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN เรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและผู้ถือหุ้นโดยการชำระคืนหุ้นกู้ตามกำหนด 100% ในวันที่ 15 มกราคม 2567 มูลค่า 3,826 ล้านบาท และพร้อมชำระหุ้นกู้รอบถัดไปตามกำหนดในเดือนกรกฎาคม 2567 มูลค่า 3,231 ล้านบาท
ชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN กล่าวว่า ตามที่บริษัทได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ และบริษัทได้ดำเนินการชำระหุ้นกู้คืนตามกำหนด 100% ให้กับนักลงทุนทุกท่านในวันที่ 15 มกราคม 2567 มูลค่า 3,826 ล้านบาท และพร้อมชำระคืนหุ้นกู้รอบถัดไปตามกำหนดในเดือนกรกฎาคม 2567 มูลค่า 3,231 ล้านบาท
ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินงานภายใต้จุดยืน URBAN LIVING SOLUTIONS เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย ทั้งช่วยในการแก้ปัญหาของคนเมือง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ดีขึ้น โดยสามารถบรรลุเป้าหมายตามแผนงานที่วางไว้ทั้งในเรื่องยอดขาย (Pre-Sales) ที่เติบโตขึ้น 11% หรือ 19,535 ล้านบาท ยอดโอนที่สามารถเติบโตขึ้น 10% หรือ 13,186 ล้านบาท และยอดขายตลาดต่างประเทศ (Inter Market) เติบโตขึ้น 102% หรือ 6,989 ล้านบาท
รวมถึงการส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการพัฒนามาตรฐานของสินค้าและการบริการหลังการขาย เพื่อตอบโจทย์ความพึงพอใจในการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคนเมืองให้มากที่สุดตามมาตรฐาน ANANDA SURE
สำหรับปี 2567 บริษัทยังคงเดินหน้าลุยตามแผนธุรกิจใหม่ที่วางไว้ ทั้ง New Projects, New Businesses และ New Global Partners และยังคงยึดมั่นที่จะส่งมอบที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุดให้กับคนเมือง และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับลูกค้าอย่างเต็มที่ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการและการใช้ชีวิตของคนเมืองทุกคน เตรียมพบกับสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้
The post 2 อสังหาใหญ่ย้ำฐานะการเงินแกร่ง เตรียมจ่ายคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด หวังฟื้นความเชื่อมั่น appeared first on THE STANDARD.
]]>
บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN เผยแพร่เอกสารทางการ […]
The post ANAN เปิด 5 แนวทางแก้ไขปัญหาโครงการแอชตัน อโศก พร้อมประสานแบงก์ หวังช่วยบรรเทาค่างวดเจ้าของร่วม appeared first on THE STANDARD.
]]>
บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN เผยแพร่เอกสารทางการระบุว่า สืบเนื่องจากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดโครงการแอชตัน อโศก เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 นั้น บริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด (บริษัทฯ) ขอเรียนแจ้งความคืบหน้าแนวทางการแก้ไขปัญหาที่อยู่ระหว่างการดำเนินการสำหรับท่านเจ้าของร่วม ดังนี้
1.5 แนวทางแก้ไขปัญหาที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ มีดังนี้
1.1 การยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างใหม่ โดยการซื้อหรือหาที่ดินเพิ่มเติม
บริษัทฯ ได้หารือแนวทางการแก้ไขร่วมกับสำนักการโยธากรุงเทพมหานคร (สนย.) เพื่อดำเนินการให้เข้าหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 ซึ่งระบุว่า ที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารขนาดใหญ่พิเศษจะต้องมีด้านใดด้านหนึ่งยาวไม่น้อยกว่า 12 เมตร ติดถนนสาธารณะ ปัจจุบันบริษัทฯ มีแนวทางในการจัดหาที่ดิน โดยได้พิจารณาทั้งการซื้อหรือหาที่ดิน และ/หรือ การได้รับสิทธิตามกฎหมายในที่ดิน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในการหาที่ดินใหม่โดยเร็วที่สุด
ภายหลังการหารือ บริษัทฯ ได้ประเมินขั้นตอนการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงระยะเวลาในการแก้ไข / ขอใบรับแจ้งก่อสร้างอาคารฯ ใหม่ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ประมาณการระยะเวลาในการดำเนินงาน ซึ่งรวมการแก้ไข และ/หรือ ขอใบรับแจ้งก่อสร้างอาคารฯ ใหม่ และอื่นๆ ทั้งหมดประมาณ 6 เดือนนับจากวันที่หาที่ดินใหม่เรียบร้อย
1.2 การยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้พิจารณาพิพากษาคดีใหม่
การยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้พิจารณาพิพากษาคดีใหม่ อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 75 ที่กำหนดเหตุในการขอพิจารณาพิพากษาคดีใหม่ ดังต่อไปนี้
โดยขณะนี้บริษัทฯ กำลังพิจารณาเหตุในการยื่นคำร้องเพื่อพิจารณาคดีใหม่ข้างต้น ซึ่งมีอยู่หลายกรณี เช่น กรณีมีความคลาดเคลื่อนในการแสวงหาข้อเท็จจริง การรับฟังพยานหลักฐานในกระบวนพิจารณาของศาล และกรณีที่ในอนาคตกฎหมายที่ใช้ในการพิจารณาพิพากษามีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น
สำหรับแนวทางดังกล่าวข้างต้นต้องดำเนินการภายใน 90 วันนับแต่วันที่ทราบเหตุดังกล่าว แต่ต้องไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าจะยื่นคำร้องต่อศาลปกครองภายใน 90 วันนับแต่วันที่ศาลปกครองมีคำพิพากษา (วันที่ 27 กรกฎาคม 2566)
1.3 ประสานเจ้าของเดิมให้ขอคืนที่ดินที่ถูกเวนคืนจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
บริษัทฯ อยู่ระหว่างการประสานเจ้าของที่ดินเดิม เพื่อขอคืนที่ดินที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ไม่ได้ใช้ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืน โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดินฯ พ.ศ. 2562 มาตรา 53 และกฎกระทรวงการขอคืนที่ดินที่ถูกเวนคืน พ.ศ. 2564
1.4 เสนอให้หน่วยงานภาครัฐแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องผ่านการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เสนอผ่านกระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เพื่อเสนอเรื่องให้รัฐสภาอนุมัติ
โดยบริษัทฯ จะเสนอให้หน่วยงานภาครัฐแก้ไขพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเวนคืน เพื่อขยายขอบเขตให้หน่วยงานภาครัฐใช้ที่ดินที่เวนคืนภายใต้วัตถุประสงค์ และสามารถใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์อื่นอย่างเหมาะสมด้วย
ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวต้องเสนอแก้ไขโดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ผ่านกระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เพื่อเสนอเรื่องให้รัฐสภาอนุมัติ โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 1 ปีนับจากวันที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องข้างต้นยกร่างเสนอแก้ไขกฎหมาย
1.5 เสนอให้หน่วยงานภาครัฐแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องผ่านสำนักการโยธากรุงเทพมหานคร (สนย.) ไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ไปยังคณะรัฐมนตรี
โดยบริษัทฯ จะเสนอให้หน่วยงานภาครัฐแก้ไขกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 เพื่อแก้ไขให้เกิดความชัดเจนให้ที่ดินที่ไม่มีด้านใดด้านหนึ่งติดถนนสาธารณะ แต่มีที่ดินอื่นที่สามารถใช้ประโยชน์เป็นทางเข้า-ออกของรถดับเพลิงได้ไม่น้อยกว่า 12 เมตร ให้สามารถใช้ที่ดินนั้นเป็นที่ตั้งของอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษได้
ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวต้องเสนอแก้ไขโดยสำนักการโยธากรุงเทพมหานครไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อเสนอกระทรวงมหาดไทยไปยังคณะรัฐมนตรี โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 3 เดือนนับจากวันที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องข้างต้นยกร่างเสนอแก้ไขกฎหมาย
2. แนวทางช่วยเหลือเรื่องการผ่อนชำระสินเชื่อของท่านเจ้าของร่วมที่มีภาระผูกพันกับสถาบันการเงิน
บริษัทฯ ได้ประสานงานกับสถาบันการเงินหลักหลายแห่งเป็นที่เรียบร้อย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการผ่อนชำระสินเชื่อของท่านเจ้าของร่วมที่ยังมีภาระผูกพันกับสถาบันการเงิน โดยท่านเจ้าของร่วมสามารถยื่นขออัตราดอกเบี้ยพิเศษ (Retention) ไปยังสาขาของสถาบันการเงินที่ท่านขอสินเชื่อ หรือหากมีข้อขัดข้องประการใดสามารถติดต่อได้ที่ อุมาภรณ์ แพรสมบูรณ์ (เจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลลูกค้า โครงการแอชตัน อโศก) [email protected] โทร. 08 7550 3952 เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ผลการพิจารณาจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง
บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะร่วมเคียงข้างท่านเจ้าของร่วมทุกท่าน ในการเร่งดำเนินการแสวงหาทางออกอย่างสุดความสามารถ ซึ่งในบางแนวทางนั้นจะสำเร็จตามที่คาดหวังได้ ก็จะต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างท่านเจ้าของร่วมและบริษัทฯ ควบคู่กันไป
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการแก้ไขที่ต้นเหตุของปัญหา และหากได้รับความร่วมมือร่วมใจกันจากท่านเจ้าของร่วมทุกท่าน บริษัทฯ มั่นใจว่าการแก้ไขตามแนวทางข้างต้นจะสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ บริษัทฯ จะแจ้งความคืบหน้าอันเป็นสาระสำคัญให้ท่านเจ้าของร่วมทุกท่านรับทราบอย่างต่อเนื่อง
The post ANAN เปิด 5 แนวทางแก้ไขปัญหาโครงการแอชตัน อโศก พร้อมประสานแบงก์ หวังช่วยบรรเทาค่างวดเจ้าของร่วม appeared first on THE STANDARD.
]]>
โบรกเกอร์คาดผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ […]
The post คาด ‘กลุ่มอสังหา’ โกยกำไรไตรมาส 2 ปีนี้รวม 6.7 พันล้านบาท ยอดขายทะลุ 8.12 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.
]]>
โบรกเกอร์คาดผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์งวดไตรมาส 2/66 จะมีกำไรจากการดำเนินงาน 6.7 พันล้านบาท ยอดขายทะลุ 8.12 หมื่นล้านบาท เติบโตจากไตรมาสก่อน แต่แย่ลงจากงวดปีก่อน ด้านผู้ประกอบการยังเดินหน้าธุรกิจตามแผนงานที่วางไว้ แม้ภาพรวมยังเสียงแตก ไม่มั่นใจการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผลกระทบจากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า
บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เริ่มทยอยประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 2 ปี 2566 นำร่องโดย บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) พบว่ามีกำไรสุทธิ 87.10 ล้านบาท ลดลง 40.92% ส่วน 6 เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 232 ล้านบาท ลดลง 31.48% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากยอดขายที่ลดลง
ทั้งนี้ โบรกเกอร์ประเมินว่า โดยภาพรวมผลประกอบการของ บจ. กลุ่มนี้ ทั้งยอดขายและกำไรหลักจากการดำเนินงาน จะเติบโตขึ้นเมื่อเปรียบเทียบแบบไตรมาสต่อไตรมาส แต่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
โดยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส คาดการณ์ว่า ยอดขาย (Presale) ของผู้ประกอบการจำนวน 15 ราย จะอยู่ที่ 8.12 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงเล็กน้อย 1.6% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
สินค้าในกลุ่มคอนโดมิเนียมเติบโตได้ดีเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาสและงวดปี คิดเป็นอัตรา 2% และ 14% ตามลำดับ อยู่ที่ 3.86 หมื่นล้านบาท หรือสัดส่วน 48% ของภาพรวม ขณะที่แนวราบมียอดขาย 4.25 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 12% จากงวดเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 52% ของตลาด
ขณะที่ครึ่งปีแรกมียอดขายสะสมอยู่ที่ 1.57 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 44% ของทั้งปีนี้ที่ 3.55 แสนล้านบาท และมีการเปิดโครงการใหม่ทั้งสิ้น 104 โครงการ มีมูลค่ารวม 1.38 แสนล้านบาท คิดเป็น 30% ของแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งปี 2566
ส่วนครึ่งหลังของปีนี้ ประเมินว่ายอดขายจะสูงกว่าครึ่งปีแรกตามแผนเปิดโครงการใหม่ และการส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมใหม่
ด้านบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง ประเมินภาพรวมกำไรหลักไตรมาส 2 ไว้ที่ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 9% จากงวดปีก่อน
กำไรหลักที่ลดลงจากปีก่อนเป็นผลมาจากยอดโอนโครงการที่อยู่อาศัยลดลง และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น ส่วนการเติบโตของกำไรหลักเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ได้รับแรงหนุนจากยอดโอนโครงการที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ คาดการณ์รายได้ที่อยู่อาศัยโดยรวมจะอยู่ที่ 4.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 5% จากปีก่อน และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่อยู่อาศัยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 33.3% ลดลงจาก 33.9% ในไตรมาส 2 ปี 2565 และ 34.2% ในไตรมาส 1 ปีนี้
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 นั้น ผู้ประกอบการยังมีมุมมองที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่ายังเติบโตได้ ขณะที่บางส่วนคาดว่าจะทรงตัว ทำให้ทั้งปีนี้เติบโตต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งทั้งหมดจะอ้างอิงการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ GDP และการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
โดย อภิชาติ จูตระกูล ประธานกรรมการ รักษาการประธานอำนวยการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ (SIRI) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ระบุว่า ภาคอสังหาจะอ้างอิง GDP ปัจจุบัน แม้จะมีปัญหาด้านการส่งออก แต่การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวก็เข้ามาช่วยสนับสนุน จึงเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะยังเติบโตได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ราคาพืชผลทางการเกษตรโลกมีปัญหา และภาวะเอลนีโญ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยบ้าง
ส่วน ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) มองว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์น่าจะเติบโตไม่มาก สะท้อนจากครึ่งแรกของปีนี้ที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เติบโตได้เพียง 2-3% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ในระดับ 5% โดยความไม่ชัดเจนทางการเมือง การจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้า ส่งผลให้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกิดจากการลงทุนสะดุด กำลังซื้อลดลงเพราะขาดความเชื่อมั่น ขณะที่ต่างชาติชะลอทั้งการซื้อและการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยลง
อภิชาติกล่าวว่า SIRI ยังคงเป้าหมายแผนงานทั้งปี 2566 นี้ โดยจะเปิดตัว 52 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 75,000 ล้านบาท ทุบสถิติเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าจะมียอดขายที่ 55,000 ล้านบาท รับรู้รายได้ราว 40,000 ล้านบาท ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะเป็นการสร้างผลงาน All Time High ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ เนื่องจากสินค้าของบริษัทกระจายอยู่ในทุกเซกเมนต์ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม
ส่วนตลาดลูกค้าต่างชาติยังไม่ได้รับผลกระทบหรือมีการชะลอการซื้อ ดังนั้น ทั้งปีนี้ยังคงเป้ายอดขายตลาดต่างชาติที่ 12,000 ล้านบาท
เช่นเดียวกับประเสริฐที่ยืนยันว่า ANAN จะรับรู้รายได้ทั้งปี 1.3-1.4 หมื่นล้านบาท ตามแผนเติบโต 20% จากปีก่อน เนื่องจากยอดโอนเติบโตต่อเนื่อง และคาดว่ายอดโอนในเดือนสิงหาคมจะดีกว่าเดือนกรกฎาคม เพราะเพียง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมามีการทยอยโอนอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโครงการแอชตัน อโศก ลูกค้าส่วนใหญ่เชื่อมั่นและเข้าใจสถานการณ์ดีว่าเป็นเพียงปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการเดียว ซึ่งบริษัทคาดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้
อย่างไรก็ตาม ภายในไตรมาส 2 และ 3 นี้ อาจมีการทยอยตั้งสำรองฯ จากโครงการดังกล่าว ดังนั้น หากไม่รวมผลการตั้งสำรองฯ ภาพโดยรวมของ ANAN ถือว่ามีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มอสังหา ‘เท่าตลาด’ เลือกหุ้นเด่นที่มีพื้นฐานดี แนวโน้มกําไรปกติทั้งปีทำนิวไฮ (New High) และจ่ายปันผลจูงใจ ประกอบด้วย บมจ.แสนสิริ (SIRI), บมจ.ออริจิ้น (ORI) และ บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC)
ด้านบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงมอง SIRI, บมจ.พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH) และ บมจ.เอพี ไทยแลนด์ (AP) จะเป็นผู้นำการเติบโตของกำไร เมื่อมองไปยังไตรมาส 3 ปีนี้มีแนวโน้มที่ดี โดยมีการเปิดตัวโครงการ มียอดจองซื้อและยอดโอนโครงการที่เพิ่มขึ้น
The post คาด ‘กลุ่มอสังหา’ โกยกำไรไตรมาส 2 ปีนี้รวม 6.7 พันล้านบาท ยอดขายทะลุ 8.12 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (3 สิงหาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุง […]
The post กทม. แจง ไม่เอื้อประโยชน์ ‘แอชตัน อโศก’ เพราะศาลเพิกถอนใบรับแจ้งก่อสร้างอาคาร ไม่ใช่ให้รื้อถอน ต้องให้โอกาสเอกชนปรับปรุงตามคำสั่งศาล appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (3 สิงหาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวถึงแนวทางการดำเนินการกับอาคารชุดหรือคอนโดแอชตัน อโศก
วิศณุกล่าวว่า โครงการแอชตัน อโศก แบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ เรื่องการยื่นแจ้งเพื่อขออนุญาตก่อสร้าง กับเรื่องการขอใบรับรองดัดแปลงอาคาร โดยบริษัทอนันดา เจ้าของโครงการแอชตัน ยื่นแจ้งครั้งแรกเมื่อปี 2558 ซึ่ง กทม. มีหนังสือทักท้วงไป และมีการยื่นต่อมาอีกรวม 3 ครั้ง กทม. ก็มีหนังสือทักท้วงไปตลอด จนกระทั่งมีการฟ้องเป็นคดีกันในปี 2558 และหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จจะต้องมีการยื่นขอเปิดอาคาร ทางบริษัทฯ ได้ยื่นขอมาในปี 2560 ซึ่ง กทม. ก็ทักท้วงไปเนื่องจากยังมีคดีเรื่องทางเข้า-ออก ซึ่งไม่ได้ตามที่กฎหมายกำหนดอยู่
โดยแอชตันได้ยื่นอุทธรณ์ไปที่กรมการควบคุมอาคาร จนกรรมการอุทธรณ์พิจารณาเห็นว่า กทม. ควรออกใบรับแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างอาคารฯ ให้ทางสำนักการโยธา กทม. จึงออกใบรับแจ้งฯ ให้แบบมีเงื่อนไข โดยระบุว่า เรื่องที่ดินที่ตั้งโครงการซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาลปกครองกลาง ที่มีผู้ฟ้องคดีกรณีโครงการใช้ที่ดินของ รฟม. ผ่านเข้า-ออกนั้น หากศาลมีคำพิพากษาสิ้นสุดแล้ว ผลพิจารณาทำให้อาคารดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย ผู้ได้ใบรับรองจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตนเองและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งต้องดำเนินการแก้ไขอาคารให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารต่อไป
ชัชชาติกล่าวว่า กฎหมายมาตรา 41 ระบุชัดถึงเจตนารมณ์ว่า สามารถแก้ไขปรับเปลี่ยนอาคารให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ โดยให้ระยะเวลา 30 วัน ซึ่ง กทม. จะต้องเชิญบริษัทอนันดา เจ้าของโครงการแอชตัน และผู้เกี่ยวข้อง มาร่วมหารือว่าสามารถปรับปรุงและแก้ไขตามที่กฎหมายกำหนดได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ กทม. อาจจะขยายระยะเวลาให้ได้ตามเหตุอันสมควร
และขอยืนยันว่า กทม. ไม่ได้เอื้อประโยชน์แก่ผู้ใดทั้งสิ้น แต่คำพิพากษาของศาลตัดสินให้เพิกถอนใบรับแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างอาคารฯ ไม่ใช่การรื้อถอน ดังนั้น กทม. จึงต้องให้โอกาสในการยื่นขอใบรับแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างอาคารฯ ใหม่ เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย
ชัชชาติกล่าวอีกว่า ในขณะนี้ทางเข้า-ออกอาคารที่เป็นปัญหาดังกล่าวยังเปิดใช้การได้ตามปกติ ซึ่ง กทม. จะเร่งดำเนินการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด แต่เรื่องดังกล่าวไม่ใช่กรณีที่เร่งด่วนในเรื่องความปลอดภัยของตัวอาคาร เช่น เรื่องโครงสร้างอาคารไม่ถูกต้องจนอาจมีความเสี่ยงเกิดการถล่ม หรือรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปที่อาคารดังกล่าวได้ ซึ่งนั่นเป็นกรณีเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการ
เพราะฉะนั้นอาคารดังกล่าวยังปลอดภัยดีอยู่ทุกประการ แต่ปัญหาเป็นเรื่องของทางเข้า-ออกอาคาร ที่ต้องดำเนินการตีความตามเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างรอบคอบ เนื่องจากมีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 500 ราย และเป็นความรับผิดชอบของผู้ขออนุญาตก่อสร้างอาคารที่ต้องแก้ไขปัญหา ซึ่งภายในสัปดาห์นี้จะทำหนังสือถึงเจ้าของโครงการเพื่อรับทราบแนวทางในการแก้ปัญหา แล้วจึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลจาก รฟม. เพื่อถอดบทเรียนถึงปัญหา และกระบวนการในการแก้ปัญหาหากพบกรณีดังกล่าวในอนาคต ซึ่ง กทม. จะนำข้อมูลไปพิจารณา ปรับปรุงแนวทางในการอนุญาตก่อสร้างอาคารต่อไป ซึ่งส่วนใหญ่คอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ไม่ได้มีปัญหาในกรณีดังกล่าว
วิศณุกล่าวเพิ่มเติมว่า กทม. จะออกหนังสือถึงบริษัทอนันดา เจ้าของโครงการแอชตัน อโศก ให้ปรับปรุงแก้ไขตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด เบื้องต้นจะให้เวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่หากไม่สามารถแก้ไขได้ภายในกรอบระยะเวลา บริษัทฯ สามารถยื่นขอขยายเวลาได้ โดย กทม. จะพิจารณาประเมินเหตุผลว่าสมควรขยายเวลาให้หรือไม่ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ระบุไว้ว่า หากไม่สามารถทำตามกำหนดระยะเวลาได้ ก็สามารถขยายเวลาออกไปได้ แต่ต้องสมเหตุสมผล
ในส่วนของการตรวจสอบการขออนุญาตก่อสร้างอาคารในกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน เพิ่มเติมได้มอบหมายให้สำนักงานควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เป็นผู้รวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบปัญหาของอาคารอื่นๆ ที่อาจจะพบปัญหาคล้ายกรณีดังกล่าว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาในอนาคตต่อไป
The post กทม. แจง ไม่เอื้อประโยชน์ ‘แอชตัน อโศก’ เพราะศาลเพิกถอนใบรับแจ้งก่อสร้างอาคาร ไม่ใช่ให้รื้อถอน ต้องให้โอกาสเอกชนปรับปรุงตามคำสั่งศาล appeared first on THE STANDARD.
]]>
ทริสเรทติ้งลดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิแล […]
The post Tris Rating หั่นอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ ANAN พร้อมประกาศเครดิตพินิจ ‘เป็นลบ’ เซ่นปมแอชตัน อโศก appeared first on THE STANDARD.
]]>
ทริสเรทติ้งลดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN เป็น BB+ จาก BBB- หุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้านทุนเป็น B+ จาก BB และประกาศเครดิตพินิจ Negative
ทริสเรทติ้ง (Tris Rating) ลดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มาอยู่ที่ระดับ BB+ จากระดับ BBB- และลดอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน ไม่มีประกันและไถ่ถอนเมื่อเลิกกิจการ (Hybrid Debentures) ของบริษัทมาอยู่ที่ระดับ B+ จากระดับ BB
ทั้งนี้ ในส่วนอันดับเครดิต Hybrid Debentures ของบริษัทนั้น ทริสเรทติ้งจัดให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าอันดับเครดิตองค์กรของบริษัท 3 ขั้น ซึ่งสะท้อนถึงสถานะด้อยสิทธิอย่างมากของตราสาร รวมถึงความเสี่ยงในการขอเลื่อนการชำระดอกเบี้ยที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับ Hybrid Debentures ที่ออกโดยบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรในระดับ Non-Investment Grade
ในขณะเดียวกันทริสเรทติ้งยังออกประกาศเครดิตพินิจแนวโน้ม ‘Negative’ หรือ ‘ลบ’ สำหรับอันดับเครดิตองค์กรและอันดับเครดิตหุ้นกู้ของบริษัทอีกด้วย
การลดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้รวมทั้งการประกาศเครดิตพินิจดังกล่าวนี้ สืบเนื่องมาจากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 ซึ่งให้ใบอนุญาตการก่อสร้างของโครงการแอชตัน อโศก (Ashton Asoke) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ในการนี้การลดอันดับเครดิตจึงสะท้อนถึงผลกระทบที่อาจเกิดจากคำพิพากษาของศาลฯ ที่จะมีต่อสถานะทางเครดิตของบริษัท โดยมีแนวโน้มที่สถานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทที่อ่อนแออยู่แล้วจะถดถอยลงไปอีก รวมถึงจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการกู้ยืมใหม่ (รีไฟแนนซ์) อีกด้วย
ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาก่อนหน้าของศาลปกครองกลาง โดยที่ดินที่เป็นทางเข้าของโครงการแอชตัน อโศก ซึ่งเป็นที่ดินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นั้นไม่อาจนำมาให้เอกชนใช้ในการพัฒนาโครงการได้ ดังนั้นใบอนุญาตการก่อสร้างที่ออกโดยหน่วยงานใดๆ ของรัฐนั้นจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากโครงการไม่มีสิทธิในทางเข้า-ออกอาคารของโครงการที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ทริสเรทติ้งมองเห็นถึงแนวโน้มผลกระทบในด้านลบ จากคำพิพากษาดังกล่าวที่จะมีต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่จะมีต่อโครงการที่พัฒนาโดยบริษัท โดยกรณีดังกล่าวอาจเพิ่มความยากลำบากต่อบริษัทในการขายและโอนโครงการที่แล้วเสร็จต่อไปในอนาคต
นอกจากนี้การรับรู้ในเชิงลบของตลาดทุนก็อาจส่งผลต่อความสามารถในการออกหุ้นกู้ใหม่ของบริษัทด้วยเช่นกัน
ในปัจจุบันโครงการแอชตัน อโศก มีห้องชุดที่ยังขายไม่ได้มูลค่ารวมทั้งสิ้น 828 ล้านบาทจากมูลค่าโครงการทั้งสิ้นที่จำนวน 6.5 พันล้านบาท บริษัทถือหุ้น 51% ในโครงการแอชตัน อโศก ในขณะที่ SEA Investment 5 Pte. Ltd. (บริษัทลูกของ Mitsui Fudosan Co., Ltd.) ถือหุ้นในส่วนที่เหลือ ทริสเรทติ้งคาดว่า บริษัทอาจต้องบันทึกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขาดทุนจากสินค้าคงเหลือที่ประมาณ 300-400 ล้านบาทสำหรับงบการเงินในไตรมาสที่ 2 ของปี 2566
นอกจากนี้บริษัทอาจต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนมาก เพื่อใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว โดยในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนั้นบริษัทอาจต้องชดใช้ความเสียหายให้แก่ลูกบ้านหากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข
ในกรณีนี้ทริสเรทติ้งเชื่อว่า บริษัทจะฟ้องร้องต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากโครงการดังกล่าวต่อไป ซึ่งโดยปกตินั้นจะใช้เวลานานหลายปีกว่าที่จะมีข้อสรุป
ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2566 บริษัทมียอดภาระหนี้ที่จะครบกำหนดชำระในอีก 18 เดือนข้างหน้าจำนวน 1.34 หมื่นล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยเงินกู้โครงการจำนวน 4.6 พันล้านบาท และหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันอีกจำนวน 7.8 พันล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังมีสิทธิที่จะไถ่ถอนหุ้นกู้ Hybrid Debentures ที่จำนวน 1 พันล้านบาทในช่วงเดือนมีนาคม 2567 อีกด้วย
บริษัทมีวงเงินกู้ที่ยังไม่ได้เบิกใช้และไม่สามารถยกเลิกได้จำนวนประมาณ 2.7 พันล้านบาท และเงินสดในมือจำนวน 4.8 พันล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังมีที่อยู่อาศัยที่สร้างแล้วเสร็จเหลือขายในโครงการที่ปลอดภาระหนี้ ซึ่งมีมูลค่าขายรวมทั้งสิ้นอีกประมาณ 2.1 พันล้านบาท โดยสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันสำหรับวงเงินกู้ใหม่ได้หากมีความจำเป็น อีกทั้งบริษัทยังมีแผนการจะขายเงินลงทุน ซึ่งคาดว่าจะได้รับเงินสดสุทธิเข้ามาที่ประมาณ 3 พันล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่บริษัทอีกด้วย
ทริสเรทติ้งจะทบทวนเครดิตพินิจของบริษัทอีกครั้งเมื่อปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไข และทริสเรทติ้งได้ประเมินอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับผลกระทบที่จะมีต่อสถานะเครดิตของบริษัทแล้ว ในระหว่างนี้ทริสเรทติ้งจะคอยติดตามพัฒนาการเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และจะพิจารณาดำเนินการทบทวนอันดับเครดิตที่เหมาะสมต่อไป
สำหรับรายละเอียดอันดับเครดิตองค์กรและอันดับเครดิตตราสารหนี้ มีดังนี้
– ANAN23OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 746.6 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BB+
– ANAN241A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,412.8 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BB+
– ANAN241B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,188.3 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BB+
– ANAN241C: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,224.2 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BB+
– ANAN247A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,231.2 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BB+
– ANAN251A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,811.7 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568 BB+
– ANAN251B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,176.6 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568 BB+
– ANAN256A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,275.8 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568 BB+
– ANAN261A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,823.4 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569 BB+
– ANAN19PA: หุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน 1,000 ล้านบาท (Hybrid Debentures) B+
– ANAN20PA: หุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน 1,000 ล้านบาท (Hybrid Debentures) B+
– ANAN21PA: หุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน 1,000 ล้านบาท (Hybrid Debentures) B+
The post Tris Rating หั่นอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ ANAN พร้อมประกาศเครดิตพินิจ ‘เป็นลบ’ เซ่นปมแอชตัน อโศก appeared first on THE STANDARD.
]]>
เคส ‘แอชตัน อโศก’ ที่ยังหาทางออกไม่ได้ในขณะนี้ ฉุดมูลค่ […]
The post ชมคลิป: จับตาวิกฤต ‘แอชตัน อโศก’ ฉุดตลาดคอนโด หุ้นอสังหากระทบแค่ไหน? | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.
]]>
เคส ‘แอชตัน อโศก’ ที่ยังหาทางออกไม่ได้ในขณะนี้ ฉุดมูลค่าหุ้น บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN ลดลง จะกระทบตลาดคอนโดและหุ้นกลุ่มอสังหาแค่ไหน พูดคุยกับ กิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย)
ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH
อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/
The post ชมคลิป: จับตาวิกฤต ‘แอชตัน อโศก’ ฉุดตลาดคอนโด หุ้นอสังหากระทบแค่ไหน? | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.
]]>
จับตาวิกฤต ‘แอชตัน อโศก’ มูลค่าหุ้น ANAN ลดฮวบ จะฉุดตลา […]
The post ชมคลิป: เซ่นพิษ ‘แอชตัน อโศก’ มูลค่าหุ้น ANAN ลดฮวบ กลุ่มอสังหาส่อแววกระทบ | Morning Wealth 2 ส.ค. 2566 appeared first on THE STANDARD.
]]>
จับตาวิกฤต ‘แอชตัน อโศก’ มูลค่าหุ้น ANAN ลดฮวบ จะฉุดตลาดคอนโดและหุ้นกลุ่มอสังหา โดนกระทบแค่ไหน พูดคุยกับ กิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย)
ทุนต่างชาติกำลังไหลเข้าตลาดหุ้นกลุ่มประเทศ EM ในเอเชียแซงหน้าจีน เหตุกังวลความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และการฟื้นตัวที่ล่าช้า รายละเอียดเป็นอย่างไร
ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH
อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/
The post ชมคลิป: เซ่นพิษ ‘แอชตัน อโศก’ มูลค่าหุ้น ANAN ลดฮวบ กลุ่มอสังหาส่อแววกระทบ | Morning Wealth 2 ส.ค. 2566 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ผู้ถือหุ้น ANAN สูญเสียความมั่งคั่งกว่า 1.2 พันล้านบาท […]
The post หุ้น ANAN สูญความมั่งคั่ง 1.2 พันล้านบาท เซ่นปม ‘แอชตัน อโศก’ กรณีเลวร้ายสุดอาจเหลือเงินสดเพียง 2 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.
]]>
ผู้ถือหุ้น ANAN สูญเสียความมั่งคั่งกว่า 1.2 พันล้านบาท ราคาหุ้นดิ่ง 2 วันติด หลังศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการแอชตัน อโศก ด้านโบรกเกอร์หวั่นอาจนำไปสู่ปัญหาสภาพคล่อง เผยกรณีเลวร้ายสุด ANAN จะเหลือเงินสดราว 2 พันล้านบาท ขณะที่มีหนี้มีภาระดอกเบี้ยจ่าย 2.67 หมื่นล้านบาท อีกทั้งยังกระทบภาพรวมภาคอสังหาริมทรัพย์
ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN ในช่วง 2 วันทำการสุดท้ายของเดือนกรกฎาคม 2566 ผันผวนหนัก หลังจากเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ศาลปกครองสูงสุด แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ได้มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ในคดีที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนยื่นฟ้องให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการแอชตัน อโศก (Ashton Asoke)
โดยมีประเด็นสำคัญคือ ที่ดินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งโครงการดังกล่าวทำสัญญาเช่าเป็นทางเข้า-ออกของโครงการนั้น ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่าไม่อาจนำมาให้บริษัทหรือเอกชนใช้ในการทำโครงการได้ ทำให้หน่วยงานของรัฐไม่อาจขอใบอนุญาตในการก่อสร้าง จึงมีผลให้ใบอนุญาตไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โครงการแอชตัน อโศก เป็นโครงการคอนโดมิเนียมสูง 51 ชั้น มีจำนวน 783 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าโครงการกว่า 6,480 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุน (Joint Venture) ในสัดส่วน 51% ต่อ 49% ระหว่าง ANAN กับกลุ่มบริษัทในเครือมิตซุย ฟูโดซัง จำกัด พันธมิตรญี่ปุ่น ปัจจุบันได้ส่งมอบกรรมสิทธิ์ห้องชุดแล้ว 87% มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 580 ครัวเรือน เป็นคนไทย 438 ราย และต่างชาติจาก 20 ประเทศอีก 142 ราย
นับตั้งแต่รับทราบคำพิพากษา หุ้น ANAN ผันผวนหนัก 2 วันทำการติดต่อกัน เริ่มจากการซื้อขายในช่วงบ่ายของวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 ราคาหุ้นร่วงติดฟลอร์ที่ 0.80 บาท ลดลง 0.34 บาท หรือ -29.82% ก่อนจะมาปิดที่ราคา 0.84 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ -26.32% จากราคาวันก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายราว 160.34 ล้านบาท โดยราคาเคลื่อนไหวระหว่างวันสูงสุดอยู่ที่ 1.14 บาท และต่ำสุด 0.80 บาท
ส่วนวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 หุ้นเปิดตลาดที่ 0.80 บาท เคลื่อนไหวสูงสุด 0.92 บาท ต่ำสุด 0.71 บาท และปิดซื้อขายที่ระดับ 0.84 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มีมูลค่าการซื้อขาย 671.19 ล้านบาท
ภายในระยะเวลาอันสั้น ความมั่งคั่งของหุ้น ANAN หายไปมากกว่าพันล้านบาท โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ลดลง 1,249.88 ล้านบาท จากมูลค่า 4,749.53 ล้านบาท (26 กรกฎาคม 2566) เหลือ 3,499.65 ล้านบาท และลดลง 42.07% จากสิ้นปี 2565 ที่มี Market Cap 6,041.06 ล้านบาท
Market Cap ที่หายไปสะท้อนว่าความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้นย่อมหายไปด้วย โดยหากพิจารณาผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 รายแรก (ณ วันที่ 15 มีนาคม 2566) ประกอบด้วย
ขณะที่มีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้นอยู่จำนวน 12,082 ราย คิดเป็นสัดส่วน 52.40% นักลงทุนต่างชาติ 2.00% (27 กรกฎาคม 2566)
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายอื่นที่กำลังก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมบนที่ดินที่ไม่มีทางเข้าออกที่เหมาะสม
นอกจากนี้ยังอาจทำให้การขายคอนโดมิเนียมในอนาคตล่าช้าลง เนื่องจากผู้ซื้อมีแนวโน้มจะขอศึกษาโครงการโดยละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีปัญหาที่คล้ายกัน และประเด็นนี้อาจส่งผลเสียต่อแนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในอนาคตในสายตานักลงทุนต่างชาติ เพราะประมาณ 20% ของยูนิตของโครงการ มีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติ
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น บมจ.ศุภาลัย (SPALI) และ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) แม้จะมีประเด็นเกี่ยวกับการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIAs) แต่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างโครงการเหล่านั้น ดังนั้นจึงไม่ประสบปัญหา
สำหรับผลกระทบต่อ ANAN นั้นประเมินว่ากรณีเลวร้ายสุดคือลูกบ้านฟ้องร้อง ANAN และพันธมิตร เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย ซึ่งในกรณีนี้หากต้องการรักษาพันธมิตร ANAN อาจเป็นผู้แบกรับเพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากส่วนผู้ถือหุ้น ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 ที่ 1.24 หมื่นล้านบาท หากหักด้วยผลขาดทุนตามมูลค่าโครงการดังกล่าวราว 6 พันล้านบาท จะมีผลต่อราคาหุ้นให้สามารถปรับตัวลงได้อีก 30% สะท้อนมาที่ราคาระดับ 0.60 บาท
มี 2 ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปในอนาคต คือ
ในช่วง 3 ปี (2563-2565) ที่ผ่านมา ANAN มีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิต่อเนื่อง ที่ 206.58 ล้านบาท 457.34 ล้านบาท และ 295.78 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ไตรมาส 1 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 59.56 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ ANAN วางแผนงานในปี 2566 เปิดโครงการใหม่ 2 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการในระดับแฟลกชิป มูลค่ากว่า 14,600 ล้านบาท คือ
โดย ANAN ตั้งเป้ายอดขาย 18,000 ล้านบาท รับรู้รายได้ 14,500 ล้านบาท เติบโต 20% จากปี 2565 ที่ผ่านมา และคาดอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) แตะ 30.6% จากเดิมที่ 25% จากการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น และตั้งงบซื้อที่ดินทั้งปีประมาณ 7,120 ล้านบาท เพื่อการลงทุน 10 โครงการ มูลค่ารวม 21,200 ล้านบาท เพื่อเปิดขายในปีถัดไป
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร ANAN อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยขอเวลา 14 วันประสานงานกับ 8 หน่วยงานภาครัฐที่ออกใบอนุญาตในการก่อสร้าง เพื่อให้ต้องรับผิดชอบและทำการเยียวยาในความเดือดร้อนเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมและโดยไม่ชักช้า
ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า เจ้าของอาคารบริเวณด้านหลังโครงการแอชตัน อโศก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกคาดการณ์ว่าทาง ANAN จะเจรจาซื้อเพื่อแก้ไขให้พื้นที่โครงการเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดนั้น ปฏิเสธการขายอาคารแล้ว จึงต้องติดตามต่อว่า ANAN จะดำเนินการแก้ไขอย่างไรต่อไป
The post หุ้น ANAN สูญความมั่งคั่ง 1.2 พันล้านบาท เซ่นปม ‘แอชตัน อโศก’ กรณีเลวร้ายสุดอาจเหลือเงินสดเพียง 2 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.
]]>
หุ้น บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) ดิ่ง หลังศาลปกครอ […]
The post ชมคลิป: ANAN หวัง 14 วัน หาทางออกคอนโด ‘แอชตัน อโศก’ โบรกฯ จ่อหั่นเป้ากำไร | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.
]]>
หุ้น บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) ดิ่ง หลังศาลปกครองสูงสุดสั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง ‘แอชตัน อโศก’ ด้านผู้บริหารแถลงข่าวด่วนขอความเป็นธรรม เล็งเสนอทางออก กทม.-รฟม. ร่วมซื้อที่ดินทำทางออกใหม่ คาดตั้งสำรองเพิ่ม 250-300 ล้านบาท ยืนยันผู้ถือหุ้นกู้ไม่ได้รับผลกระทบ โบรกฯ เล็งปรับลดประมาณการกำไร แนะหลีกเลี่ยง ติดตามรายละเอียดได้ในไฮไลต์นี้
ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH
อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/
The post ชมคลิป: ANAN หวัง 14 วัน หาทางออกคอนโด ‘แอชตัน อโศก’ โบรกฯ จ่อหั่นเป้ากำไร | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.
]]>
หุ้น อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN ดิ่ง 26% หลังศาลปก […]
The post ชมคลิป: วิกฤต ‘แอชตัน อโศก’ เสี่ยงลามตลาดคอนโด ทำลูกค้าผวาไม่กล้าซื้อ | Morning Wealth 31 ก.ค. 2566 appeared first on THE STANDARD.
]]>
หุ้น อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN ดิ่ง 26% หลังศาลปกครองสูงสุดสั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง ‘แอชตัน อโศก’ ด้านผู้บริหารแถลงหวัง 14 วันสร้างปาฏิหาริย์ เปิดทาง ‘แอชตัน อโศก’ รอดถูกทุบ พร้อมตั้งสำรองเพิ่ม 250 ล้านบาท รายละเอียดเป็นอย่างไร
เจาะโอกาสการเติบโตของตลาดโซลาร์รูฟครัวเรือน พูดคุยกับ นพมาศ ฮวบเจริญ นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC)
ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH
อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/
The post ชมคลิป: วิกฤต ‘แอชตัน อโศก’ เสี่ยงลามตลาดคอนโด ทำลูกค้าผวาไม่กล้าซื้อ | Morning Wealth 31 ก.ค. 2566 appeared first on THE STANDARD.
]]>
อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN เตรียมพบผู้ว่า กทม.-รฟม […]
The post อนันดาฯ จ่อร้องรัฐรับผิดชอบ หลังศาลเพิกถอน ‘แอชตัน อโศก’ เตรียมพบผู้ว่า กทม.-รฟม. ใน 14 วัน หวังทุเลาความเสียหายลูกบ้าน appeared first on THE STANDARD.
]]>
อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN เตรียมพบผู้ว่า กทม.-รฟม. ใน 14 วัน เรียกร้องเยียวยาความเสียหายโดยเร็ว หลังศาลปกครองสูงสุดสั่งเพิกถอนใบอนุญาตโครงการแอชตัน อโศก ยันดำเนินการขออนุญาตถูกต้อง
บริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) ชี้แจงว่า วันนี้ (27 กรกฎาคม) ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาในคดีที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวก (ผู้ฟ้องคดี) ได้ยื่นฟ้อง 1. ผู้อำนวยการเขตวัฒนา 2. ผู้อำนวยการสำนักการโยธา 3. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 4. ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 5. คณะกรรมการผู้ชำนาญการ พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคาร การจัดสรรที่ดิน และบริการชุมชน ในฐานะผู้ถูกฟ้องคดี รวมทั้งบริษัท ซึ่งไม่ใช่ผู้ถูกฟ้องคดีโดยตรง แต่ถูกเรียกเข้ามาในฐานะเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากผลแห่งคดี ในฐานะผู้ร้องสอด ในคดีหมายเลขดำที่ อส.67/2564 หมายเลขแดงที่ อส.188/2566 โดยศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลปกครองกลาง
บริษัทขอน้อมรับและเคารพในคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดตามที่ได้วินิจฉัยไว้ว่า ที่ดินของ รฟม. ไม่อาจนำมาให้บริษัทหรือเอกชนใช้ในการทำโครงการได้ จึงทำให้หน่วยงานของรัฐไม่อาจออกใบอนุญาตในการก่อสร้าง จึงมีผลให้ใบอนุญาตไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ดังนั้น ผลแห่งคำพิพากษาที่เกิดขึ้นดังกล่าว หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ต่อเจ้าของร่วมอาคารชุดและบริษัท เพราะหากหน่วยงานราชการผู้มีอำนาจหน้าที่ไม่เห็นชอบและอนุมัติแล้ว โครงการนี้จะไม่สามารถก่อสร้างได้ตั้งแต่แรก ซึ่งจะไม่เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงอย่างที่เป็นอยู่
ทั้งนี้ บริษัทฯจะเร่งรีบดำเนินการในการเรียกร้องค่าเสียหายกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเยียวยาความเสียหายแก่เจ้าของร่วมอาคารชุดและบริษัทโดยเร็ว รวมทั้งจะดำเนินการประสานงานคณะกรรมการนิติบุคคล แอชตัน อโศก และท่านเจ้าของร่วม เพื่อขอเข้าพบผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เพื่อทวงถามความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น ภายใน 14 วันนับแต่วันนี้
บริษัทขอยืนยันว่า การทำโครงการแอชตัน อโศก ได้มีการตรวจสอบประเด็นทางกฎหมาย รวมทั้งข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตต่างๆ รวมทั้งสภาพที่ดินของโครงการอย่างรอบคอบรัดกุม อีกทั้งการพิจารณาอนุมัติในการทำโครงการต่างๆ ยังได้ผ่านการพิจารณาอนุมัติและภายใต้การกำกับควบคุมจากหน่วยงานของรัฐไม่ต่ำกว่า 8 หน่วยงาน จึงเป็นที่เห็นประจักษ์และยืนยันได้ว่าบริษัทได้ดำเนินการไปด้วยความสุจริตและชอบด้วยกฎหมายอย่างชัดแจ้งแล้วทุกประการเท่าที่บริษัทจะทำได้ ด้วยความเชื่อถือโดยสุจริตว่าการอนุมัติของหน่วยงานราชการทุกฝ่ายนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว
บริษัทจึงใคร่ขอความเป็นธรรมจากทุกภาคส่วนที่จะร่วมกันแก้ไขป้องกันมิให้ปัญหาที่เกิดขึ้นดังเช่นคดีนี้ได้เกิดขึ้นอีก และเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐได้เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเร็วด้วย
โดยราคาหุ้นล่าสุดวันนี้ (27 กรกฎาคม) ปิดการซื้อขายที่ 0.84 บาท ลดลง -0.30 บาท หรือลดลง 26.32%
ทั้งนี้ ผู้บริหารบริษัทประกอบด้วย ชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้พบสื่อมวลชนผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าวรวมถึงตอบข้อซักถาม
โดยผู้บริหารยืนยันว่า จากนี้บริษัทจะเร่งรีบดำเนินการในการเรียกร้องค่าเสียหายกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเยียวยาความเสียหายแก่เจ้าของร่วมอาคารชุดและบริษัทโดยเร็ว และจะเข้าพบผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เพื่อทวงถามความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น ภายใน 14 วัน
ต่อคำถามที่ว่า ลูกค้าของโครงการแอชตัน อโศก จะยังคงสามารถอยู่ในโครงการได้หรือไม่ ผู้บริหารยืนยันตามหลักแล้วยังคงอยู่อาศัยในโครงการได้ แต่ในอนาคตก็จะขึ้นอยู่กับภาครัฐว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งยืนยันว่ายังอยู่ในจุดที่ต้องหารือกัน
“นอกจากนี้ยังมีแนวทางที่ดำเนินการผ่านสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็น่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการหาทางออกให้กับเรา และยังจะสามารถให้เป็นแนวทางปฏิบัติทั้งอุตสาหกรรมได้ด้วย” ประเสริฐกล่าว
The post อนันดาฯ จ่อร้องรัฐรับผิดชอบ หลังศาลเพิกถอน ‘แอชตัน อโศก’ เตรียมพบผู้ว่า กทม.-รฟม. ใน 14 วัน หวังทุเลาความเสียหายลูกบ้าน appeared first on THE STANDARD.
]]>
บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แ […]
The post ‘อนันดาฯ’ จ่อรับกำไร 506 ล้าน หลังบอร์ดอนุมัติให้ขายกิจการของบริษัทย่อย ‘เอดีซี – เจวี 28’ มูลค่ารวม 2.6 พันล้าน คาดปิดดีลเสร็จสิ้นเดือนนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า การประชุมของคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 มีมติอนุมัติให้บริษัทขายกิจการของ บริษัท เอดีซี – เจวี 28 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ประกอบไปด้วย หุ้น ทรัพย์สิน และหนี้สินทั้งหมด ให้แก่ GREEN ZONE DEVELOPMENT LIMITED โดยมีมูลค่ากิจการที่ขายทั้งสิ้น 2,611 ล้านบาท
ชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า ธุรกรรมการซื้อขายกิจการของบริษัท เอดีซี – เจวี 28 ในครั้งนี้จะได้มีการเข้าทำสัญญาระหว่างกันในวันที่ 23 ธันวาคม 2565 และจะดำเนินการโอนหุ้นและทรัพย์สินต่างๆ ระหว่างกันในวันที่ 30 ธันวาคม 2565 โดยคาดว่าบริษัทจะได้รับกำไรจากการขายกิจการของบริษัท เอดีซี – เจวี 28 จำนวน 506 ล้านบาท โดยเงินที่ได้รับจะใช้เป็นทุนหมุนเวียนภายในของบริษัท
โดยทางผู้ซื้อคือ GREEN ZONE DEVELOPMENT LIMITED จะชำระเป็นเงินสด โดยแบ่งชำระให้แก่อนันดาฯ เป็นจำนวน 2 งวด คือ งวดแรกชำระในสัดส่วน 60.57% ของมูลค่ารวมทั้งหมด และงวดที่สอง ชำระในสัดส่วน
39.33% ของมูลค่ารวมทั้งหมด ภายในระยะเวลา 18 เดือนหลังการเข้าทำรายการ ซึ่งภายหลังจากการขายกิจการทั้งหมดของบริษัท เอดีซี – เจวี 28 ไปให้แก่ GREEN ZONE DEVELOPMENT LIMITED นั้น จะทำให้บริษัท เอดีซี – เจวี 28 สิ้นสภาพการเป็นบริษัทย่อยของบริษัท
บทความที่เกี่ยวข้อง
The post ‘อนันดาฯ’ จ่อรับกำไร 506 ล้าน หลังบอร์ดอนุมัติให้ขายกิจการของบริษัทย่อย ‘เอดีซี – เจวี 28’ มูลค่ารวม 2.6 พันล้าน คาดปิดดีลเสร็จสิ้นเดือนนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
แม้แบรนด์เดิมไม่หายไปไหน แต่ล่าสุดอนันดาฯ ประกาศปั้น 2 […]
The post หลังเจอวิบากกรรมแอชตัน อโศก! อนันดาฯ ปั้น 2 แบรนด์คอนโดใหม่ พร้อมเปิดโครงการสร้างเสร็จก่อนขายเป็นครั้งแรก หวังสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า appeared first on THE STANDARD.
]]>
แม้แบรนด์เดิมไม่หายไปไหน แต่ล่าสุดอนันดาฯ ประกาศปั้น 2 แบรนด์คอนโดมิเนียมใหม่ พร้อมเปิดโครงการสร้างเสร็จก่อนขายเป็นครั้งแรก หลังเจอวิบากกรรมแอชตัน อโศก มั่นใจเรื่องคดี ชี้แนวโน้มเป็นบวกต่อโครงการ
ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 6 โครงการ มูลค่ารวม 21,627 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ซึ่งเป็นการเปิดตัวโครงการใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีหลังจากเกิดวิกฤตโควิด โดยใน 6 โครงการใหม่จะเปิดภายใต้แบรนด์ใหม่ 3 แบรนด์ ได้แก่ ANDA สำหรับโครงการทาวเฮาส์และบ้านแฝด COCO และ CULTURE สำหรับโครงการคอนโดมิเนียม
ช่าวที่เกี่ยวข้อง:
“หนึ่งในโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่กำลังจะเปิดขายเป็นโครงการที่สร้างเสร็จก่อนขาย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่บริษัทเปิดขายโครงการหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า หลังจากเราเจอวิบากกรรมแอชตัน อโศก” ประเสริฐกล่าว
โครงการดังกล่าวคือ COCO PARC หรือเดิมคือโครงการ Ideo Mobi Rama 4 (ไอดีโอ โมบิ พระราม 4) บนถนนพระราม 4 ใกล้กับ MRT สถานีคลองเตย ที่เคยมีประเด็นข้อพิพาทเรื่องการก่อสร้างอาคารสูงใกล้กับอาคารเก่าที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ นั่นคือ พิพิธภัณฑ์พระตำหนักบ้านปลายเนิน หรือวังคลองเตย ที่สร้างในปี 2457 ซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่โครงการ
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายปี 2560 อนันดาฯ ได้เปิดขายโครงการไอดีโอ โมบิ พระราม 4 ที่ยังไม่ได้เริ่มการก่อสร้าง แต่มีเสียงคัดค้านจากแวดวงอนุรักษ์อาคารเก่าโบราณสถานถึงการก่อสร้างอาคารสูงใกล้กับพิพิธภัณฑ์ เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อตัวอาคารเก่าที่มีอายุกว่า 100 ปี ซึ่งมีการเจรจาระหว่างบริษัทและพิพิธภัณฑ์อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งอนันดาฯ ยอมปรับความสูงจากเดิม 39 ชั้น เหลือ 36 ชั้น และหยุดการขายโครงการไอดีโอ โมบิ พระราม 4 พร้อมคืนเงินให้กับลูกค้าที่จองยูนิต
การกลับมาเปิดขายโครงการอีกครั้งในแบรนด์ใหม่ พร้อมรอจนกว่าการก่อสร้างแล้วเสร็จจึงเริ่มเปิดการขาย สะท้อนถึงการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า หลังเกิดกรณีคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่สั่งเพิกถอนใบอนุญาตการก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียม แอชตัน อโศก โดยให้มีผลย้อนหลัง แม้การก่อสร้างแล้วเสร็จและโอนยูนิตให้กับลูกค้าไปแล้วก็ตาม
ในแง่การตลาด พงศ์อนันต์ สุขเกษม ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด อนันดาฯ กล่าวว่า การเปิดแบรนด์ใหม่ต้องใช้เวลาและทรัพยากรอย่างมากในการสร้างแบรนด์ ซึ่งบริษัทไม่ต้องการที่จะเปิดแบรนด์ใหม่ แต่หลังจากที่บริษัทไม่ได้เปิดโครงการใหม่มา 2 ปี จึงต้องมีแบรนด์ใหม่เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาด และแบรนด์ใหม่ก็เกิดจากส่วนผสมใหม่ๆ ที่เข้ามาประกอบ ที่ดีเอ็นเอของแบรนด์เดิมที่มีอยู่อาจไม่ตอบโจทย์
อย่างไรก็ตาม แบรนด์เดิมของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นแอชตัน (Ashton), ไอดีโอ (Ideo), ยูนิโอ (UNiO) และเอลลิโอ (Elio) ยังคงไม่หายไปไหน แม้แบรนด์แอชตัน ซึ่งโครงการแอชตัน อโศกมีคดีที่ศาลปกครองกลางพิพากษาสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการก่อสร้างก็ตาม โดยคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด
สำหรับเรื่องนี้นั้น ชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อนันดาฯ กล่าวถึงคดีแอชตัน อโศกว่ามีแนวโน้มค่อนข้างดี แต่ยังคงต้องรอคำพิพากษา ซึ่งจะออกมาในอีก 1-2 เดือนข้างหน้านี้
The post หลังเจอวิบากกรรมแอชตัน อโศก! อนันดาฯ ปั้น 2 แบรนด์คอนโดใหม่ พร้อมเปิดโครงการสร้างเสร็จก่อนขายเป็นครั้งแรก หวังสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า appeared first on THE STANDARD.
]]>
นักวิเคราะห์ของ บล.กรุงศรี มองกรณี Ashton Asoke จะได้ข้ […]
The post นักวิเคราะห์มองศาลปกครองสูงสุด อาจจะพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นกรณี ‘Ashton Asoke’ ทำให้ ‘อนันดาฯ’ ต้องสำรอง 5-6 พันล้านบาท เพื่อจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกค้า appeared first on THE STANDARD.
]]>
นักวิเคราะห์ของ บล.กรุงศรี มองกรณี Ashton Asoke จะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ คาดศาลปกครองสูงสุดอาจจะยืนตามคำตัดสินของศาลชั้นต้น ทำให้กรณีเลวร้ายที่สุด ‘อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์’ ต้องสำรอง 5-6 พันล้านบาท เพื่อจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกค้า
พรุ่งนี้ (20 กันยายน) ศาลปกครองสูงสุดมีกำหนดพิจารณาคดีครั้งแรก ซึ่งคดีนี้เป็นคดีความเดิมที่ทางสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวกรวม 16 คนยื่นฟ้อง รฟม. และ กทม. ตั้งแต่ปี 2016 โดยศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีนี้ไปเมื่อปีที่แล้ว
คำพิพากษาของศาลปกครองส่งผลให้ต้องเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างของโครงการ Ashton Asoke ซึ่งส่งผลกระทบกับ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN และลูกค้าอีกกว่า 600 ราย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ดังนั้น ANAN และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจึงยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว ทั้งนี้ หลังจากกรณีพิพาทที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน บล.กรุงศรีคาดว่าคดีนี้จะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้
บทวิเคราะห์คาดว่าศาลปกครองสูงสุดจะยืนตามคำตัดสินของศาลชั้นต้นว่า รฟม. ไม่มีสิทธิ์อนุญาตให้ ANAN นำพื้นที่สาธารณะไปใช้ประโยชน์ ดังนั้น ใบอนุญาตก่อสร้างของโครงการ Ashton จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทำให้เชื่อว่า ANAN น่าจะยื่นฟ้อง รฟม. และ กทม. เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากคดีของ Ashton
อย่างไรก็ตาม คิดว่าการดำเนินการดังกล่าวยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะได้ข้อสรุป โดยในกรณีเลวร้ายที่สุด ANAN อาจจะต้องตั้งสำรอง 5-6 พันล้านบาทสำหรับการฟ้องร้องของโครงการ Ashton Asoke (มูลค่าโครงการ 6.5 พันล้านบาท) เพื่อจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกค้า ซึ่งจะทำให้สถานะทางการเงินของบริษัทอ่อนแอลงอย่างมาก
ทั้งนี้ ANAN มีผลขาดทุนต่อเนื่องมา 4 ไตรมาสติดต่อกันแล้ว เพราะไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่พร้อมโอน โดย ANAN มีกำหนดจะโอน 3 โครงการใหม่ในปีนี้ แต่ผลประกอบการจะยังเปราะบางอยู่ นอกจากนี้ บริษัทยังมีความเสี่ยงที่อาจจะต้องตั้งสำรองก้อนใหญ่จากคำพิพากษาศาลในคดี Ashton Asoke อีกด้วย
เว็บไซต์ Tyssen Global Management ระบุว่า โครงการ Ashton Asoke นั้น ANAN ได้พัฒนาร่วมกับ Mitsui Fudosan จากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวครั้งแรกในปี 2557 ขณะนั้นราคาเฉลี่ยเริ่มต้นคือ 1 แสนบาทต่อตารางเมตร ซึ่งการขายต่อสามารถขยับราคาเป็น 3 แสนบาทต่อตารางเมตร โดยขายหมด 100% ภายในหนึ่งเดือนหลังจากเปิดตัว
กระนั้นแม้จะยังไม่รู้ผลการตัดสิน แต่ที่แน่ๆ การฟ้องร้องจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์และบริษัท ตลอดจนความเชื่อมั่นจากนักลงทุน รวมทั้งลูกค้ารายใหม่ในอนาคต
ราคาหุ้นปิดตลาดในวันนี้ (19 กันยายน) ของ ANAN ลดลง 2.29% อยู่ที่ 1.28 บาท โดยมีมาร์เก็ตแคป ณ วันที่ 16 กันยายน อยู่ที่ 5,457 ล้านบาท ส่วนผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 2/65 มีรายได้ 1,029.7 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 159.6 ล้านบาท และขาดทุน 7.4 ล้านบาท ลดลง 44.1 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้จากการบริหารโครงการ และค่านายหน้าที่หดตัว และรายได้อื่นๆ ที่ลดลง
อ้างอิง:
ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH
Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP
The post นักวิเคราะห์มองศาลปกครองสูงสุด อาจจะพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นกรณี ‘Ashton Asoke’ ทำให้ ‘อนันดาฯ’ ต้องสำรอง 5-6 พันล้านบาท เพื่อจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกค้า appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันที่ 20 กันยายน 2565 เวลา 09.30 น. ศาลปกครองสูงสุดนัด […]
The post ศาลปกครองสูงสุดเตรียมพิจารณาคดีครั้งแรก กรณีฟ้องขอเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ‘โครงการแอชตัน อโศก’ 20 ก.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันที่ 20 กันยายน 2565 เวลา 09.30 น. ศาลปกครองสูงสุดนัดพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นฟ้องขอเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคารโครงการแอชตัน อโศก และขอเพิกถอนใบอนุญาตให้โครงการดังกล่าวใช้ที่ดินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยเป็นทางเข้า-ออกสู่ถนนอโศกมนตรี
ศาลปกครองสูงสุดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกในคดีหมายเลขดำที่ อส. 67/2564 ระหว่างสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวกรวม 16 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับผู้อำนวยการเขตวัฒนา กับพวกรวม 5 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) และบริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด หรือบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ทู จำกัด (ผู้ร้องสอด) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร
รายละเอียดนั้นผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้อำนวยการเขตวัฒนา กับพวกรวม 5 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ กรณีร่วมกันออกคำสั่งอนุมัติหรืออนุญาตให้ผู้ประกอบการเอกชนก่อสร้างอาคารชุดที่พักอาศัยขนาดใหญ่พิเศษ ชื่อโครงการแอชตัน อโศก ในซอยสุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
โดยขัดต่อกฎหมาย ละเมิดสิทธิชุมชนและละเมิดสิทธิความเป็นอยู่ส่วนบุคคลของชาวบ้านโดยรอบพื้นที่โครงการดังกล่าว ด้วยการปล่อยให้มีการปิดกั้นหรือใช้ประโยชน์ถนนสาธารณะนอกขอบวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ทำให้ผู้ฟ้องคดีเดือดร้อนเสียหาย
คดีดังกล่าวศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาเพิกถอนใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคาร หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร โดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตที่ออกให้แก่ผู้ร้องสอด โดยให้มีผลย้อนหลังถึงวันที่ออกหนังสือทุกฉบับในกรณีดังกล่าว
สำหรับกำหนดนัดพิจารณาคดีของศาลปกครองสูงจะเกิดขึ้นที่ห้องพิจารณาคดี 12 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH
Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP
The post ศาลปกครองสูงสุดเตรียมพิจารณาคดีครั้งแรก กรณีฟ้องขอเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ‘โครงการแอชตัน อโศก’ 20 ก.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
‘อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์’ เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ 2 รุ […]
The post ‘อนันดา’ เตรียมออกหุ้นกู้ 2 รุ่น ดอกเบี้ยระหว่าง 4.70-5.60% คาดเปิดจองวันแรก 10 มิถุนายนนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
‘อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์’ เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ 2 รุ่น แก่ผู้ลงทุนทั่วไป อายุ 1 ปี 7 เดือน อัตราดอกเบี้ย 4.70% ต่อปี และอายุ 2 ปี 7 เดือน อัตราดอกเบี้ย 5.60% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน คาดเปิดจองช่วงวันที่ 10 และ 13-14 มิถุนายน 2565
ชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN เปิดเผยว่า บริษัทได้ยื่นข้อมูลเพื่อเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้จำนวน 2 รุ่น ประกอบด้วย รุ่นอายุ 1 ปี 7 เดือน อัตราดอกเบี้ย 4.70% ต่อปี และรุ่นอายุ 2 ปี 7 เดือน อัตราดอกเบี้ย 5.60% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน
ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 ที่ระดับ ‘BBB-’ เช่นเดียวกับอันดับเครดิตองค์กร และมีแนวโน้ม ‘คงที่’ (Stable)
พร้อมกันนี้ บริษัทได้แต่งตั้งสถาบันการเงิน 7 แห่ง เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ประกอบด้วย
โดยคาดว่าจะเสนอขายในช่วงวันที่ 10 และ 13-14 มิถุนายน 2565
The post ‘อนันดา’ เตรียมออกหุ้นกู้ 2 รุ่น ดอกเบี้ยระหว่าง 4.70-5.60% คาดเปิดจองวันแรก 10 มิถุนายนนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>