LIFE | BODY & MIND – THE STANDARD https://thestandard.co/category/life/life-body-mind/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 19 Jun 2026 00:58:07 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รู้จัก Sleepmaxxing เทรนด์ดังจาก TikTok ที่ยกระดับการนอนหลับให้ถึงขีดสุด https://thestandard.co/life/sleepmaxxing-tiktok-sleep-optimization/ Fri, 19 Jun 2026 00:57:02 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1220317 ภาพประกอบแสดงการนอนหลับอย่างมีคุณภาพตามเทรนด์ Sleepmaxxing

ถ้าอยากเข้าวงการนี้ แค่เตียงกับหมอนธรรมดาอาจยังไม่พอ เพ […]

The post รู้จัก Sleepmaxxing เทรนด์ดังจาก TikTok ที่ยกระดับการนอนหลับให้ถึงขีดสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงการนอนหลับอย่างมีคุณภาพตามเทรนด์ Sleepmaxxing

ถ้าอยากเข้าวงการนี้ แค่เตียงกับหมอนธรรมดาอาจยังไม่พอ เพราะชาว TikTok เขายกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยไอเท็มเหล่านี้

 

  • Sleep Trackers สุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทวอทช์ หรือแหวนอัจฉริยะ เพื่อตรวจเช็ก Deep Sleep และ REM Sleep แบบละเอียดทุกค่ำคืน
  • ปลอกหมอนและผ้าปิดตาผ้าไหมแท้ 100% ถือเป็นไอเท็ม Must-have ของสายบิวตี้ เพราะผ้าไหมช่วยลดแรงเสียดทานบนใบหน้า ไม่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย และไม่แย่งความชุ่มชื้นไปจากสกินแคร์ แถมผ้าปิดตาเนื้อนุ่มยังช่วยบล็อกแสงได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • หมอนเพื่อสุขภาพ (Ergonomic Pillows) หมอนที่รองรับสรีระ คอ บ่า ไหล่ ได้อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการตื่นมาพร้อมอาการปวดเมื่อย
  • เทปแปะปาก (Mouth Taping) หนึ่งในเทรนด์ย่อยที่ฮิตมาก เพื่อบังคับให้ตัวเองหายใจทางจมูกขณะหลับ ซึ่งช่วยลดอาการปากแห้งและส่งเสริมระบบทางเดินหายใจที่ดีขึ้น (แต่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยสำหรับการแปะปากโดยเฉพาะนะ)

 

ทำไม Sleepmaxxing ถึงเป็นที่สุดของการดูแลผิวพรรณ (Beauty Sleep ที่แท้จริง)

 

เพราะการนอนหลับที่มีคุณภาพคือ Natural Skincare ที่ดีที่สุดและแพงที่สุด เพราะในช่วงที่เราหลับลึก ร่างกายจะหลั่ง Growth Hormone ออกมาซ่อมแซมเซลล์ผิวที่สึกหรอ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนที่ควบคุมความอยากอาหารอีกด้วย

 

การทำ Sleepmaxxing ควบคู่ไปกับ Nighttime Skincare Routine ที่เข้มข้น จึงเป็นการล็อกความอ่อนเยาว์และตื่นมาพร้อมกับผิวที่โกลวใส ร่างกายฟื้นฟูเต็มร้อย พร้อมลุยวันใหม่อย่างสดชื่น ถ้าคืนนี้ยังไม่มีแพลน ลองปิดหน้าจอสมาร์ตโฟน งด Doomscrolling แล้วหันมาจัดห้องนอนให้มืดสนิท ปรับอุณหภูมิให้เย็นสบาย แล้วมาเริ่มต้นทำ Sleepmaxxing ไปพร้อมๆ กันเลย!

The post รู้จัก Sleepmaxxing เทรนด์ดังจาก TikTok ที่ยกระดับการนอนหลับให้ถึงขีดสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 ไฮไลต์กิจกรรมห้ามพลาดในงาน The Architecture of Balance ออกแบบชีวิตที่ดี ด้วยการฟื้นฟูใจกายสู่สมดุล 4 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/life/architecture-balance-wellness-event/ Thu, 18 Jun 2026 09:43:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1220192 ภาพจำลองบรรยากาศกิจกรรมฟื้นฟูใจกายสู่สมดุลในงาน The Architecture of Balance

พาร่างกายและจิตใจที่เหนื่อยล้า กลับมาหาความสมดุล ที่งาน […]

The post 3 ไฮไลต์กิจกรรมห้ามพลาดในงาน The Architecture of Balance ออกแบบชีวิตที่ดี ด้วยการฟื้นฟูใจกายสู่สมดุล 4 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจำลองบรรยากาศกิจกรรมฟื้นฟูใจกายสู่สมดุลในงาน The Architecture of Balance

พาร่างกายและจิตใจที่เหนื่อยล้า กลับมาหาความสมดุล ที่งาน Longevity Curated Presented by The Standard Life x AP – The Architecture of Balance: The Balance between Strength and Serenity

 

พบกับกิจกรรมฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ที่ไม่ได้อยู่ในจังหวะอันเร่งรีบเหมือนยิมทั่วไป แต่อยู่กับความสงบ ภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่นเปี่ยมมนต์ขลังของห้องสมุด เนียลสัน เฮส์ เพื่อพากายกับใจที่เคยวุ่นวาย กลับมาสู่ความสมดุลอย่างแท้จริง

 

ภายในงานประกอบด้วยไฮไลต์กิจกรรมต่างๆ ได้แก่

 

BARRE MOVEMENT

 

ภาพจำลองบรรยากาศกิจกรรมฟื้นฟูใจกายสู่สมดุลในงาน The Architecture of Balance 1

 

เริ่มต้นด้วย Barre Exercise นำโดย Juju (Juyoung Yoon) ครูพิลาทิสชาวเกาหลีใต้ที่ผ่านการรับรองจาก Pilates Academy International (PAI) และมีประสบการณ์การสอนมากกว่าทศวรรษ

 

Barre Exercise คือการออกกำลังกายที่เน้นการเคลื่อนไหวช้าๆ ภายใต้ท่วงท่าที่แข็งแกร่ง สง่างาม โดยมีราวบาร์ หรือ Barre เป็นอุปกรณ์หลัก แต่ละท่าอาศัยการหดเกร็งค้าง (Isometric Movements) และการทำซ้ำต่อเนื่องเพื่อเข้าถึงกล้ามเนื้อมัดเล็กและแกนกลางลำตัว ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ร่างกายที่กระชับขึ้น แต่คือการเคลื่อนไหวที่สง่างามและทรงพลังในเวลาเดียวกัน

 

ตลอดเซสชัน DJ rhunrun จะอยู่เคียงข้างด้วยเสียง Live DJ ในซาวด์พิเศษ ‘Lofi Neoclassical’ ที่หยิบความประณีตของดนตรีคลาสสิกมาหลอมรวมกับดนตรี Lo-fi และบีทฮิปฮอปช้าๆ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ผ่อนคลาย และกลมกลืนกับมนต์ขลังของสถาปัตยกรรมห้องสมุด

 

ภาพจำลองบรรยากาศกิจกรรมฟื้นฟูใจกายสู่สมดุลในงาน The Architecture of Balance 2

 

BREATHWORK with Handpan

 

ภาพจำลองบรรยากาศกิจกรรมฟื้นฟูใจกายสู่สมดุลในงาน The Architecture of Balance 3

 

นอนหลับตา ฝึกลมหายใจ และปล่อยให้เสียง Handpan จาก Ruk Handpan ค่อยๆ พาจิตใจเข้าสู่ความสงบ เครื่องดนตรีชิ้นนี้ถูกจูนภายใต้คลื่นความถี่ 432 Hz ที่สอดคล้องกับธรรมชาติ เสียงที่ได้จึงช่วยลดความเครียด คลายความวิตกกังวล ปรับคลื่นสมองให้นิ่งขึ้น และเติมพลังให้ร่างกายอย่างนุ่มนวลจากข้างใน

 

Longevity Curated Dialogue

 

ภาพจำลองบรรยากาศกิจกรรมฟื้นฟูใจกายสู่สมดุลในงาน The Architecture of Balance 4

 

หลังออกกำลังกาย เติมความสดชื่นด้วยชา Cold-Brew สูตรพิเศษจาก Mariage Frères ที่รังสรรค์มาให้เลือกตามสภาวะของร่างกายและจิตใจ ทั้ง De-Stress สำหรับวันที่ต้องการผ่อนคลาย Rouge in Love เพื่อเติมพลังและความสดใส และ Happy Ending สำหรับวันที่อยากปิดท้ายด้วยความอบอุ่น แล้วนั่งพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลด้วยกลิ่นไม้และหนังสือเก่า

 

พบกันวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องสมุด เนียลสัน เฮส์

 

 

The post 3 ไฮไลต์กิจกรรมห้ามพลาดในงาน The Architecture of Balance ออกแบบชีวิตที่ดี ด้วยการฟื้นฟูใจกายสู่สมดุล 4 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พักจากความเร่งรีบ แล้วกลับมาฟังเสียงตัวเองที่ Well-Fest x Dusit Thani Bangkok https://thestandard.co/life/well-fest-dusit-thani-bangkok/ Thu, 18 Jun 2026 06:17:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1220003 ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี

ครั้งสุดท้ายที่คุณได้ปล่อยให้ตัวเองหยุดพักจริงๆ คือเมื่ […]

The post พักจากความเร่งรีบ แล้วกลับมาฟังเสียงตัวเองที่ Well-Fest x Dusit Thani Bangkok appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี

ครั้งสุดท้ายที่คุณได้ปล่อยให้ตัวเองหยุดพักจริงๆ คือเมื่อไร? ชีวิตคนเมืองอย่างเราที่อยู่กับความเร่งรีบและความวุ่นวายจนชิน ทำให้หลายครั้งเราลืมหันกลับมาฟังเสียงร่างกายและจิตใจของตัวเอง

 

และบางที… ‘การพัก’ ก็อาจไม่จำเป็นต้องเป็นการพาตัวเองออกเดินทางไกล แต่แค่เริ่มจากการทำให้ร่างกายและจิตใจได้สัมผัสความสงบและเชื่อมต่อกับธรรมชาติแทนหน้าจอบ้าง ดังเช่นช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไป Weekend Getaway กับกิจกรรม Well-Fest 2 วัน 1 คืน ที่ Dusit Thani Bangkok คัดสรรมาเพื่อฮีลใจเหล่าคนเมืองในโอกาสร่วมฉลองวันสุขภาพโลก (Global Wellness Day)

 

เริ่มต้นด้วยการ Check-in ห้อง Deluxe พร้อมมุมพักผ่อนที่เสิร์ฟวิวสวนลุมพินีอันเขียวชอุ่ม ให้ความสบายตาและเย็นใจไปพร้อมๆ กัน

 

ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี 1

 

จากนั้นจึงเริ่มเปิดประสบการณ์ดูแลตัวเองด้วยการฟังบรรยายจากพญ. สุรีรัตน์ จาก BDMS Wellness Clinic ในหัวข้อ Impact of Mindful Sleep ที่มาแชร์เคล็ดลับการนอนหลับอย่างมีคุณภาพเพื่อชาร์จพลังชีวิต 

 

ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี 2

 

คุณหมอได้แชร์อินไซต์ที่น่าสนใจว่า หลายคนยอมทุ่มเทเงินทองมากมายไปกับสกินแคร์ราคาแพงหรือวิตามินสูตรต่างๆ แต่กลับมองข้ามสิ่งสำคัญที่ได้มาฟรีและมีประสิทธิภาพที่สุดอย่าง ‘การนอน’ เพราะในช่วงที่เราหลับลึก สมองจะทำหน้าที่มหัศจรรย์ด้วยการล้างสารพิษและเคลียร์ของเสียที่สะสมมาทั้งวันออกไป ซึ่งหากเรานอนหลับไม่ดีในระยะยาว ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ รวมถึงส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนความหิวที่จะทำให้เราอยากกินของหวานและของมันมากขึ้นในวันรุ่งขึ้นด้วย

 

ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี 3

 

คุณหมอจึงฝากประโยคชวนคิดไว้ว่า “การนอนคือการลงทุนที่ดีที่สุด ทั้งทางด้านสุขภาพและความงาม” และหัวใจสำคัญไม่ใช่แค่จำนวนชั่วโมง แต่มันคือการนอนหลับอย่างมีสติและมีคุณภาพเพื่อรีเซ็ตชีวิตในทุกๆ วัน

 

หลังจากเก็บเกี่ยวเกร็ดความรู้เรื่องการนอนไปแบบเต็มอิ่ม เราก็พาตัวเองไปขยับร่างกายกันต่อกับเซสชัน Detox Yoga ยืดเหยียดกายใจเพื่อขับสารพิษที่ตกค้าง บริเวณระเบียงของห้องสวีทที่ทำให้เราได้โยคะพร้อมเสพวิวเมืองและพื้นที่สีเขียวแบบตระการตา 

 

ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี 4

 

ต้องบอกเลยว่านี่คือโยคะที่ ‘ทำถึง’ ของจริง เพราะไม่ใช่แค่การมายืดเหยียดรับลมชิลๆ แต่เป็นเซสชันที่ชวนให้แอบซี๊ดซ๊าดไปกับความตึงร้าวจากการถูกยืดกล้ามเนื้อแบบเน้นๆ ได้ทั้งเหงื่อและล้างความเมื่อยล้าที่สะสมมาทั้งสัปดาห์ออกไปจนเบาสบายตัว

 

ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี 5

 

ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนแรกด้วยกิจกรรม Sound Healing อาบใจด้วยพลังเสียงคลื่นความถี่บำบัดโดยแจน ศรียุกต์สิริ ที่ช่วยปรับโหมดให้สมองได้พักผ่อนอย่างล้ำลึกก่อนนอน 

 

ความพิเศษของเซสชันนี้ที่ต่างไปจากเดิม คือการเปิดโอกาสให้เราได้เปล่งเสียงของตัวเองเพื่อร่วมบำบัดไปด้วย มอบสัมผัสที่แปลกใหม่และสร้างแรงสั่นสะเทือนที่เชื่อมโยงร่างกายกับจิตใจเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง

 

ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี 6

 

เมื่อตื่นเช้ามาต้อนรับวันใหม่ เราออกไปรับลมเย็นๆ ด้วยการ วิ่งในสวนลุมพินี ปล่อยให้หัวใจและปอดได้ทำงาน ก่อนจะกลับมายืดเหยียดผ่อนคลายน่องกันที่ D-garden ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายชวนนอน

 

ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี 7ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี 8

 

หลังจากเรียกเหงื่อจนกระปรี้กระเปร่า ก็ได้เวลามาเติมพลังกับมื้อเช้าดีๆ ที่ห้องอาหาร Pavilion ซึ่งเราต้องขอยืนปรบมือให้กับไลน์อาหารของที่นี่จริงๆ เพราะจัดเต็มทั้งเมนู Buffet และ A la Carte ที่ละลานตาจนเลือกไม่ถูก 

 

แต่ไฮไลต์เด็ดที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาดและต้องขอยกนิ้วให้เลยก็คือ ไลน์พาสทรีของที่นี่ โดยเฉพาะ Kouign Amann พาสทรีสัญชาติฝรั่งเศสที่อบใหม่แป้งกรอบหอมฟุ้ง เคลือบชั้นคาราเมลบางๆ ด้านนอก กัดแล้วได้เท็กซ์เจอร์ความอร่อยแบบ ASMR และกรีกโยเกิร์ตเนื้อเนียนนุ่มเข้มข้น เรียกว่าเป็นมื้อเช้าที่เติมเต็มพลังงานดีๆ ให้กับร่างกายได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี 9

 

แล้วเข้าสู่เซสชันฮีลใจกับกิจกรรม Mandala Art โดยครูเต้อจาก Ratha Healing ที่ชวนเรามาสร้างสรรค์งานศิลปะแมนดาลา ผ่านการเลือกจัดวางดอกไม้หลากสีสันได้อย่างอิสระตามใจชอบ 

 

ซึ่งเวิร์กช็อปนี้จะช่วยสะท้อนให้เราเข้าใจสภาวะอารมณ์ของตัวเอง ณ ขณะนั้น พร้อมปลดปล่อยความรู้สึกที่คั่งค้างเพื่อให้ได้กลับมาทบทวนและรู้จักตัวเองมากขึ้

 

ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี 10ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี 11

 

โดยความพิเศษคือระหว่างที่สมาธิเราอยู่กับดอกไม้ เรายังได้ฟังเสียงคลื่นพลังงานจาก Gong โดยเต้จาก The Sound of Ahosi ขับกล่อมคลอไปด้วย เป็นบรรยากาศที่ทั้งสงบ อบอุ่น และเบาสบายใจ 

 

ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี 12

 

ก่อนจะปิดท้ายวันอย่างสวยงามจากภายในสู่ภายนอกด้วยกิจกรรมโยคะพร้อมการบำบัดด้วยพลังคลื่นเสียง และเบิร์นแคลอรีกับการเต้นแอโรบิกจากยอดตึกของโรงแรม

 

ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี 13ภาพบรรยากาศกิจกรรม Well-Fest ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok พร้อมมุมพักผ่อนและวิวสวนลุมพินี 14

 

ถือเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ใจกลางกรุงที่ช่วยรีเซ็ตพลังงานชีวิตได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับใครที่อยากมาร่วมค้นหาความสุขสงบจากภายในในกิจกรรมครั้งต่อไป สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok

 

ภาพ: วริศรา ลิ้มอนันตระกูล, Dusit Thani Bangkok

 

The post พักจากความเร่งรีบ แล้วกลับมาฟังเสียงตัวเองที่ Well-Fest x Dusit Thani Bangkok appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทรนด์แต่งหน้าปรุงจืด เราไม่ได้อยากสวยน้อยลง แต่แค่อยากเหนื่อยน้อยลง https://thestandard.co/life/makeup-trend-less-stress/ Wed, 17 Jun 2026 12:50:08 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1219730 ภาพผู้หญิงแต่งหน้าสไตล์ปรุงจืดที่ดูเป็นธรรมชาติ

หากมีเทรนด์ความงามไหนที่สะท้อนความรู้สึกของคนยุคนี้ได้ด […]

The post เทรนด์แต่งหน้าปรุงจืด เราไม่ได้อยากสวยน้อยลง แต่แค่อยากเหนื่อยน้อยลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้หญิงแต่งหน้าสไตล์ปรุงจืดที่ดูเป็นธรรมชาติ

หากมีเทรนด์ความงามไหนที่สะท้อนความรู้สึกของคนยุคนี้ได้ดีที่สุด หนึ่งในนั้นคงเป็น ‘เมกอัพปรุงจืด’ เทรนด์แต่งหน้าที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในโลกโซเชียล ทั้งในเกาหลี จีน และไทย ด้วยลุคที่ดูสบายละมุนตา เป็นธรรมชาติ แต่หากมองให้ลึกลงไป เทรนด์นี้อาจไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความงาม หากยังสะท้อนแนวคิดเรื่อง Wellness และสุขภาพใจของคนยุคใหม่ได้อย่างน่าสนใจ

 

สิ่งที่โดดเด่นของเมกอัพปรุงจืดคือการใช้สีแบบ Muted Tone ไม่ว่าจะเป็น Milk Tea Beige, Nude Pink, Dusty Rose, Soft Brown หรือ Apricot Beige สีเหล่านี้ไม่ใช่สีที่ดึงดูดสายตาในทันที แต่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล สงบ และผ่อนคลาย คล้ายกับโทนสีที่นิยมใช้ในคาเฟ่ โรงแรมเวลเนส หรือสปาสมัยใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดสิ่งกระตุ้นและสร้างความสบายใจให้กับผู้คน

 

ในเชิงเทคนิค การแต่งหน้าปรุงจืดไม่ได้หมายถึงการแต่งหน้าน้อยที่สุด แต่คือการลด Contrast บนใบหน้าให้ทุกอย่างดูกลมกลืนกันมากขึ้น ผิวจะไม่ถูกปกปิดจนไร้ที่ติ แต่ยังเห็นความเป็นผิวจริง แก้มเลือกใช้สีที่เหมือนเลือดฝาดตามธรรมชาติ ดวงตาใช้โทนน้ำตาลอ่อนหรือเบจเพื่อเพิ่มมิติแบบนุ่มนวล ส่วนริมฝีปากเน้นสีที่ใกล้เคียงกับสีปากจริงในวันที่สุขภาพดี ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบให้ดูสบายตา ไม่เรียกร้องความสนใจ และไม่สร้างความรู้สึกว่าต้องพยายามมากเกินไป

 

น่าสนใจว่าแนวคิดนี้กำลังเกิดขึ้นพร้อมกับกระแส Wellness ทั่วโลก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการพักผ่อน การดูแลสุขภาพจิต และการลดความเครียดมากขึ้น จากเดิมที่การดูแลตัวเองมักหมายถึงการเติม ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์หลายขั้นตอน วิตามินจำนวนมาก หรือกิจกรรมพัฒนาตัวเองที่แน่นเต็มตาราง แต่ปัจจุบันผู้คนจำนวนไม่น้อยกลับค้นพบว่าการดูแลตัวเองอาจเริ่มต้นจากการ “ลด” ลดภาระ ลดความคาดหวัง และลดแรงกดดันที่ไม่จำเป็น

 

เมกอัพปรุงจืดจึงเป็นเหมือนภาษาหนึ่งของคนยุคนี้ เพราะแทนที่จะพยายามสร้างใบหน้าที่สมบูรณ์แบบที่สุด หลายคนกลับเลือกใบหน้าที่ดูสบายใจที่สุด เราเริ่มให้คุณค่ากับผิวที่ดูพักผ่อนเพียงพอมากกว่าผิวที่ปกปิดจนไร้ที่ติ เราอยากดูสดชื่นมากกว่าดูเป๊ะ และอยากรู้สึกเป็นตัวเองมากกว่าพยายามเป็นใครอีกคน

 

หากสังเกตเทรนด์ความงามในช่วงหลังจะพบว่า Quiet Luxury, Soft Life, Slow Living และ Makeup Minimalism ล้วนกำลังเดินไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือการลดสิ่งที่เกินจำเป็นออกจากชีวิต ไม่ใช่เพราะเราเลิกใส่ใจตัวเอง แต่เพราะเราเริ่มเลือกใช้พลังงานกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ มากขึ้น

 

LIFE อยากแสดงความเห็นว่าเมกอัพปรุงจืดอาจไม่ได้กำลังบอกว่าคนรุ่นใหม่อยากสวยน้อยลงเลย ตรงกันข้าม ทุกคนยังอยากดูดีเหมือนเดิม เพียงแต่เราไม่อยากเหนื่อยกับการต้องสมบูรณ์แบบตลอดเวลา ในวันที่ชีวิตเต็มไปด้วยการแข่งขัน ความคาดหวัง และข้อมูลมหาศาลจากหน้าจอ การได้มองเห็นใบหน้าที่ดูผ่อนคลาย เป็นธรรมชาติ และไม่พยายามมากเกินไป อาจกลายเป็นความงามรูปแบบใหม่ที่ผู้คนโหยหามากที่สุด

 

บางทีนิยามของความสวยในปี 2026 อาจไม่ใช่การแต่งหน้าให้มากขึ้น แต่คือการใช้ชีวิตให้เบาขึ้น และเราไม่ได้อยากสวยน้อยลง เราแค่อยากเหนื่อยน้อยลงต่างหาก

 

ภาพ: Courtesy of 3CE

The post เทรนด์แต่งหน้าปรุงจืด เราไม่ได้อยากสวยน้อยลง แต่แค่อยากเหนื่อยน้อยลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
LOVE, LESSONS, LEAVING บางคนเข้ามาในชีวิตเพื่อให้บทเรียน ไม่ใช่อยู่ตลอดไป https://thestandard.co/life/love-lessons-relationship-growth/ Wed, 17 Jun 2026 00:49:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1219277 ภาพเชิงสัญลักษณ์ของการเรียนรู้และเติบโตจากความสัมพันธ์ที่จบลง

เคยถามตัวเองไหมว่า “ทำไมคนที่เรารักถึงต้องจากไป?” บางคร […]

The post LOVE, LESSONS, LEAVING บางคนเข้ามาในชีวิตเพื่อให้บทเรียน ไม่ใช่อยู่ตลอดไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเชิงสัญลักษณ์ของการเรียนรู้และเติบโตจากความสัมพันธ์ที่จบลง

เคยถามตัวเองไหมว่า “ทำไมคนที่เรารักถึงต้องจากไป?”
บางครั้งคำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่าใครถูกใครผิด หรือความรักครั้งนั้นล้มเหลว แต่อาจเป็นเพราะคนบางคนไม่ได้เข้ามาในชีวิตของเราเพื่ออยู่ด้วยตลอดไป เขาอาจเข้ามาเพื่อสอนบางอย่างให้เราเรียนรู้ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

 

อย่างทฤษฎี Attachment ของ John Bowlby อธิบายว่า ความสัมพันธ์ที่เราสร้างกับผู้คน มักสะท้อนความต้องการ ความกลัว หรือบาดแผลบางอย่างที่อยู่ลึกในตัวเรา คนที่เราเลือกรักจึงไม่ได้เป็นเพียงคนคนหนึ่ง แต่เป็นกระจกที่สะท้อนให้เราเห็นตัวเองในอีกมุมหนึ่ง และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมการสูญเสียถึงเจ็บปวดมาก

 

มีงานวิจัยบางชิ้นระบุว่า ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธหรือการสูญเสียความสัมพันธ์ กระตุ้นสมองส่วนเดียวกับความเจ็บปวดทางกาย นั่นหมายความว่าถ้าคุณเคยรู้สึกเหมือนหัวใจแตกสลาย ร่างกายของคุณกำลังรับรู้ความเจ็บปวดนั้นจริงๆ

 

แต่เรื่องราวไม่ได้จบแค่นั้น

 

แนวคิด Post-Traumatic Growth หรือการเติบโตหลังเผชิญความสูญเสีย ชี้ให้เห็นว่า หลายคนค้นพบความเข้มแข็งในตัวเองมากขึ้นหลังการเลิกรา พวกเขาเข้าใจตัวเองชัดขึ้น มองเห็นคุณค่าของชีวิตมากขึ้น และรู้ว่าตัวเองต้องการความสัมพันธ์แบบไหนจริงๆ บางครั้งการจากลาไม่ได้พรากตัวตนของเราไป แต่มันพาเรากลับมาหาตัวเองอีกครั้ง

 

คนที่ทำให้เราเสียใจที่สุด อาจเป็นคนที่สอนให้เรารู้จักขอบเขตของตัวเอง คนที่จากไปโดยไม่มีคำอธิบาย อาจทำให้เราเรียนรู้ว่าความชัดเจนสำคัญแค่ไหน และคนที่รักเราไม่ถูกวิธี อาจทำให้เราเข้าใจว่าเราควรรักตัวเองอย่างไร

 

สิ่งสำคัญไม่ใช่การรีบลืม แต่คือการค่อยๆ ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะงานวิจัยพบว่า คนที่มองความสูญเสียในมุมของการเรียนรู้และเติบโต มักฟื้นตัวได้ดีกว่าคนที่พยายามกดเก็บความรู้สึกเอาไว้

 

บางทีวิธีที่ดีที่สุดในการเคารพความสัมพันธ์ที่จบลง ไม่ใช่การลบมันออกจากชีวิต แต่คือการเก็บบทเรียนที่ได้รับเอาไว้ เพราะแม้คนนั้นจะไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้ อาจยังช่วยให้เราเติบโตต่อไปได้

 

บางคนเข้ามาเพื่ออยู่กับเรา และบางคนเข้ามาเพื่อเปลี่ยนเรา ทั้งสองแบบล้วนมีคุณค่าเสมอ เราจึงไม่จำเป็นต้องลบใครออกจากความทรงจำ เพื่อจะก้าวต่อไปได้ บางครั้งแค่ยอมรับว่าสิ่งนั้นเคยเกิดขึ้น และเก็บบทเรียนที่ได้รับไว้กับตัวก็เพียงพอแล้ว

The post LOVE, LESSONS, LEAVING บางคนเข้ามาในชีวิตเพื่อให้บทเรียน ไม่ใช่อยู่ตลอดไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก REMINGTON AIRvive อุปกรณ์ทำผมสุดฉลาดที่เปลี่ยนการทำผมให้ง่ายขึ้นในทุกเช้า https://thestandard.co/life/remington-airvive-smart-hair-tool/ Tue, 16 Jun 2026 07:30:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1219033 ภาพอุปกรณ์จัดแต่งทรงผม REMINGTON AIRvive ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดฉลาด ช่วยจัดทรงผมง่ายและเร็วขึ้น

ได้เวลาทำความรู้จักกับ REMINGTON AIRvive อุปกรณ์จัดทรงผ […]

The post รู้จัก REMINGTON AIRvive อุปกรณ์ทำผมสุดฉลาดที่เปลี่ยนการทำผมให้ง่ายขึ้นในทุกเช้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอุปกรณ์จัดแต่งทรงผม REMINGTON AIRvive ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดฉลาด ช่วยจัดทรงผมง่ายและเร็วขึ้น

ได้เวลาทำความรู้จักกับ REMINGTON AIRvive อุปกรณ์จัดทรงผมใหม่ล่าสุดสัญชาติอเมริกาที่กำลังพูดถึงกันมากในวงการบิวตี้ เพราะไม่ได้แค่อัปเกรดเทคโนโลยีเดิม แต่เปลี่ยนวิธีที่เราทำผมทุกเช้าไปโดยสิ้นเชิง ทั้งไดร์เป่าผมดิจิทัล เครื่องหนีบ เครื่องม้วนลอน และสไตเลอร์ 2-in-1 ต่างมาพร้อมเทคโนโลยีชุดเดียวกันที่ทำงานร่วมกันอย่างฉลาด

 

เทคโนโลยีแรกที่ต้องพูดถึงคือ Ionic Air ระบบปล่อยประจุไอออนขณะจัดทรงที่ช่วยลดไฟฟ้าสถิต ทำให้เส้นผมเย็นลงทันทีหลังโดนความร้อน และล็อกทรงให้เรียบลื่นขึ้นถึง 80% เมื่อเทียบกับผมที่แห้งเองตามธรรมชาติ พร้อมช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในเส้นผมได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง

 

ถัดมาคือ Micro-conditioner สูตรป้องกันผมชี้ฟูที่ฝังอยู่ในรูพรุนระดับไมโครของแผ่นเซรามิก เมื่อแผ่นเซรามิกได้รับความร้อน สารบำรุงจะถูกกระตุ้นและปล่อยเคลือบลงบนเส้นผมทุกครั้งที่จัดทรง สร้างเกราะป้องกันความชื้นและมลภาวะภายนอกที่เป็นสาเหตุของผมฟูระหว่างวัน เหมือนได้ทำทรีตเมนต์ไปในขั้นตอนเดียวกันโดยไม่ต้องเพิ่มเวลา

 

นอกจากนี้แผ่นเซรามิกของ AIRvive ยังมีส่วนผสมของเซรามิกหนาแน่นขึ้นถึง 10 เท่า ช่วยให้รูดผ่านเส้นผมได้นุ่มนวลไร้สะดุด ไม่ดึงรั้งหรือทำเส้นผมขาด และด้วยระบบกระจายความร้อนขั้นสูงที่สม่ำเสมอทั่วแผ่นหนีบ ทำให้ผมสวยได้ในการหนีบเพียงครั้งเดียว ลดการสัมผัสความร้อนซ้ำซ้อนที่เป็นต้นเหตุของผมเสีย

 

ยุคที่ผมสวยต้องแลกด้วยเวลาและความเมื่อยล้าของข้อมือกำลังจะสิ้นสุดลง เรามองว่า AIRvive คือเครื่องมือที่ทำให้ทรง Beachy Wave ลอนคลายแบบสาวทะเล หรือ Glossy Straight ผมตรงเงางามมีชีวิต เป็นไปได้จริงในทุกเช้าที่ไม่มีเวลา แล้วชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะเลย

The post รู้จัก REMINGTON AIRvive อุปกรณ์ทำผมสุดฉลาดที่เปลี่ยนการทำผมให้ง่ายขึ้นในทุกเช้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ener-Qi Massage ทรีตเมนต์ปลดล็อกระบบประสาทที่คนนอนหลับแย่ควรลอง https://thestandard.co/life/ener-qi-massage-unlock-nervous-system/ Mon, 15 Jun 2026 00:41:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1218324 ภาพการทำทรีตเมนต์ Ener-Qi Massage เพื่อปลดล็อกระบบประสาทและปรับสมดุลร่างกาย

ครั้งสุดท้ายที่คุณหัวถึงหมอนแล้วสลบไสล หลับลึกต่อเนื่อง […]

The post Ener-Qi Massage ทรีตเมนต์ปลดล็อกระบบประสาทที่คนนอนหลับแย่ควรลอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการทำทรีตเมนต์ Ener-Qi Massage เพื่อปลดล็อกระบบประสาทและปรับสมดุลร่างกาย

ครั้งสุดท้ายที่คุณหัวถึงหมอนแล้วสลบไสล หลับลึกต่อเนื่องได้เป็นชั่วโมง แถมตื่นมาพร้อมความสดชื่นไม่เพลียคือเมื่อไร?

 

หากคุณเองก็จำไม่ได้… อยากบอกว่าเราคือเพื่อนกัน ทว่าล่าสุดเราได้ค้นพบว่า หนึ่งในตัวการสำคัญที่คอยขัดขวางคุณภาพการนอนหลับก็คือ ‘ความตึงเครียดของระบบประสาท’ ที่สะสมมาจากความกดดัน ความเครียด และสภาวะทางอารมณ์ในแต่ละวัน และหนึ่งในวิธีที่จะช่วยเยียวยาปัญหานี้ได้อย่างตรงจุดคือ ‘การนวดปรับสมดุลแบบชิ’ (Ener-Qi Massage)

 

ทรีตเมนต์สุดพิเศษนี้ได้รับการออกแบบโดยธนา จินดาโชตินันท์ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘Harmony Healer’ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเพื่อการจัดการบำบัดอาการบาดเจ็บ (Pain Management) ด้วยประสบการณ์กว่า 31 ปี รวมถึงศาสตร์ในการบำบัดด้านไทชิระดับมืออาชีพและศาสตร์การบำบัดแบบชี่กงกว่า 14 ปี ที่มามอบประสบการณ์การฟื้นฟูระดับลึก ณ Sindhorn Wellness by Resense โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้

 

ภาพการทำทรีตเมนต์ Ener-Qi Massage เพื่อปลดล็อกระบบประสาทและปรับสมดุลร่างกาย 1

 

ปลดล็อกระบบประสาท เชื่อมกาย-ใจให้เป็นหนึ่ง

 

จุดเด่นของ Ener-Qi Massage คือการผสมผสานศาสตร์การบำบัดด้วยการนวดกดจุดเพื่อคลายความตึงเครียดของระบบประสาทโดยเฉพาะ ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต พร้อมเชื่อมโยงร่างกายและจิตใจให้กลับคืนสู่ความสงบ 

 

ภาพการทำทรีตเมนต์ Ener-Qi Massage เพื่อปลดล็อกระบบประสาทและปรับสมดุลร่างกาย 2

 

“ร่างกายของเราเวลาที่มีความเครียด มันจะไปสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ อย่าง ‘ท้อง’ จะเป็นด่านแรกเลย เพราะเวลาเครียดเราจะกินข้าวไม่ลง ท้องบีบตัว แล้วบุคลิกภาพจะเสีย พอนั่งห่อตัว ท้องก็จะตึงไปหมด 

 

ภาพการทำทรีตเมนต์ Ener-Qi Massage เพื่อปลดล็อกระบบประสาทและปรับสมดุลร่างกาย 3

 

ทรีตเมนต์นี้จึงเข้าไปแตะที่จุดระบบประสาทอัตโนมัติ โดยเฉพาะจุดที่เกี่ยวกับระบบหายใจและการย่อยอาหารเพื่อทำให้ระบบประสาทผ่อนคลายลง

 

คีย์หลักคือช่วยให้หลับและพักผ่อนได้ลึกขึ้น คลายอาการปวดตามตัวทั้งที่หลังและคอ ทำให้หายใจโล่งขึ้น การย่อยดีขึ้น ไม่มีแก๊สสะสม เมื่อระบบประสาทสงบและร่างกายเกิดสเปซแล้ว ทุกอย่างก็จะกลับมารักษาตัวเองตามธรรมชาติ” – ธนา จินดาโชตินันท์

 

ในทรีตเมนต์ยังมีการเลือกใช้อุปกรณ์อย่าง ‘กัวซา’ ควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์นวดคลายกล้ามเนื้อสูตรร้อน-เย็น เพื่อบำบัดในบริเวณที่มีความปวดตึงสะสมได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น

 

ภาพการทำทรีตเมนต์ Ener-Qi Massage เพื่อปลดล็อกระบบประสาทและปรับสมดุลร่างกาย 4

 

“ความตึงเครียดของร่างกายที่มันค้างอยู่ตามมัดกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทจะถูกผ่อนคลายออกไป ทำให้เวลาที่เราต้องเจอความเครียดหรือภาวะกระทบกระเทือนใจหลังจากนี้ ร่างกายเราจะมีภูมิคุ้มกัน มีพื้นที่ในการหายใจได้มากขึ้น หัวใจไม่เต้นรัวเท่าเดิม” – ธนา จินดาโชตินันท์

 

ภาพการทำทรีตเมนต์ Ener-Qi Massage เพื่อปลดล็อกระบบประสาทและปรับสมดุลร่างกาย 5

 

สิ่งที่เราค่อนข้างประทับใจเป็นพิเศษคือ ความแม่นยำในการหาจุดที่ปวดตึงสะสมของเราได้อย่างรวดเร็วและนวดเคลียร์ออกได้อย่างถูกจุด รวมถึงความรู้สึกเบาสบายตัวอย่างเห็นได้ชัด โล่ง และหายใจได้เต็มปอดขึ้นหลังจบทรีตเมนต์ทันที 

 

*ที่สำคัญคือผลลัพธ์ที่วัดค่าได้จริง จากเดิมที่ลองเช็กผ่าน Sleep Tracker แล้วพบว่าในแต่ละคืนมีชั่วโมงการหลับลึก (Deep Sleep) เพียงไม่กี่นาที แต่ในคืนหลังจากที่ได้ทำ Ener-Qi Massage เราสามารถหลับลึกยาวนานได้เกินชั่วโมง โดยไม่ต้องพึ่งพาอาหารเสริมใดๆ ถือเป็นศาสตร์ทางเลือกที่น่าสนใจและเห็นผลลัพธ์ค่อนข้างเร็ว

 

อย่างไรก็ตาม การหมั่นบริหารความเครียดและทำจิตใจให้ผ่อนคลายในทุกๆ วัน ก็ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับที่ดีในระยะยาว

 

นอกจากโปรแกรม Ener-Qi Massage แล้ว ที่นี่ยังมีทรีตเมนต์อื่นๆ ที่เน้นการปรับสมดุลผ่านศาสตร์ไทชิ ชี่กง และการกดจุดบำบัดที่น่าสนใจอีกมากมาย 

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาทางออกให้ร่างกายและจิตใจที่เหนื่อยล้า สามารถแวะมาสัมผัสโปรแกรมการฟื้นฟูแบบองค์รวม Tai Chi in the City Retreat Programme ได้ที่ Sindhorn Wellness by Resense ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569  

 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคคล

The post Ener-Qi Massage ทรีตเมนต์ปลดล็อกระบบประสาทที่คนนอนหลับแย่ควรลอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Abbiocco ความรู้สึกของการยอมแพ้ให้กับความสบายเล็กๆ ในบางวัน https://thestandard.co/life/abbiocco-surrender-small-comforts/ Sun, 14 Jun 2026 03:56:20 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1218109 กลุ่มเพื่อนกำลังพักผ่อนสบายๆ หลังรับประทานอาหาร

ชาวอิตาเลียนมีคำหนึ่งที่เรียกว่า Abbiocco (อับบิออคโค) […]

The post Abbiocco ความรู้สึกของการยอมแพ้ให้กับความสบายเล็กๆ ในบางวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มเพื่อนกำลังพักผ่อนสบายๆ หลังรับประทานอาหาร

ชาวอิตาเลียนมีคำหนึ่งที่เรียกว่า Abbiocco (อับบิออคโค) เป็นคำที่ใช้บรรยายอาการง่วงสบายๆ หลังมื้ออาหารมื้อใหญ่ เป็นความง่วงที่ไม่ได้เกิดจากความเหนื่อยล้า แต่เกิดจากความอิ่มเอม ความพึงพอใจ และการปล่อยตัวเองให้พักอย่างเต็มใจ

 

แม้ในภาษาอังกฤษจะมีคำว่า Food Coma แต่ Abbiocco ให้ความรู้สึกแตกต่างออกไป เพราะไม่ได้สื่อถึงการกินจนแน่นหรือหนักเกินไป หากเป็นช่วงเวลาที่เรายอมจำนนต่อความสบายเล็กๆ ของชีวิตโดยไม่รู้สึกผิด เป็นการปล่อยให้ตัวเองหยุดพักหลังจากได้รับความสุขอย่างเต็มที่

 

น่าสนใจว่าในโลกยุคใหม่ เรามักถูกสอนให้ต้อง Active อยู่ตลอดเวลา กินเสร็จก็ต้องรีบกลับไปทำงาน รีบตอบข้อความ หรือรีบทำสิ่งต่อไปให้เสร็จ แต่ Abbiocco กลับเป็นแนวคิดที่เตือนเราว่า ชีวิตไม่ได้มีไว้เพื่อเร่งรีบเสมอไป

 

บางครั้งความสุขก็อาจเป็นเพียงการได้นั่งนิ่งๆ หลังอาหารจานโปรด จิบกาแฟช้าๆ มองแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่าง และปล่อยให้ความง่วงค่อยๆ เข้ามาเยือน บางทีการพัก ไม่ใช่การขี้เกียจแต่มันคือศิลปะของการใช้ชีวิตอย่างหนึ่ง และ Abbiocco คือคำที่บอกเราว่า การยอมแพ้ให้กับความสบายเล็กๆ ในบางวัน อาจเป็นหนึ่งในความสุขที่เรียบง่ายและงดงามที่สุดของชีวิต

The post Abbiocco ความรู้สึกของการยอมแพ้ให้กับความสบายเล็กๆ ในบางวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Feixue Pavilion ในจีน ที่มาของสถาปัตยกรรมที่แข็งแกร่ง แต่พลิ้วไหวและอ่อนโยน https://thestandard.co/life/feixue-pavilion-china-architecture-design/ Sun, 14 Jun 2026 03:20:07 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1218095 ภาพอาคาร Feixue Pavilion ในจีน แสดงสถาปัตยกรรมปูนเปลือยที่ดูแข็งแกร่งแต่มีเส้นสายโค้งมนอ่อนโยน

พลิ้วไหวดั่งสายลม แข็งแกร่งดุจหินผา เคลื่อนไหวดั่งสายน้ […]

The post Feixue Pavilion ในจีน ที่มาของสถาปัตยกรรมที่แข็งแกร่ง แต่พลิ้วไหวและอ่อนโยน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอาคาร Feixue Pavilion ในจีน แสดงสถาปัตยกรรมปูนเปลือยที่ดูแข็งแกร่งแต่มีเส้นสายโค้งมนอ่อนโยน

พลิ้วไหวดั่งสายลม แข็งแกร่งดุจหินผา เคลื่อนไหวดั่งสายน้ำ – นี่ไม่ใช่บทกวีเปรียบเทียบแต่เป็นการนิยามอารมณ์สถาปัตยกรรมหลากหลายมิติที่รวมไว้ในหนึ่งเดียว อาคารที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ก็คือ Feixue Pavilion ในเมืองลู่โจว มณฑลเสฉวน ประเทศจีน สถาปัตยกรรมปูนเปลือยดีไซน์เก๋กลิ่นอาย Minimalist Architecture ที่ดูแข็งกร้าวและแข็งแกร่งทว่าอ่อนโยนและนุ่มนวลในคราวเดียวกัน รายละเอียดของการดีไซน์นั้นล้วนแล้วแต่ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติโดยรอบที่โอบล้อม ทั้งยังเป็นผลงานสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างแท้จริง

 

 

เบ่งบานสร้างแรงบันดาลใจ

 

ชื่ออาคารหลังนี้ 飞雪 (Feixue) ในภาษาจีนแปลว่า ‘หิมะที่โปรยปราย’ มันสื่อความหมายถึงหุบเขาแห่งดอกแพร์ที่บริเวณนี้จะรายล้อมด้วยต้นแพร์เต็มไปหมด ยามที่มันออกดอกบานสะพรั่งจะขาวโพลนเต็มหุบเขานั้นเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามยิ่งนัก และเมื่อสายลมพัดผ่านกลีบดอกที่ปลิวสไวนั้นก็งดงามราวกับหิมะกำลังโปรยปรายเลยทีเดียว

 

ภาพอาคาร Feixue Pavilion ในจีน แสดงสถาปัตยกรรมปูนเปลือยที่ดูแข็งแกร่งแต่มีเส้นสายโค้งมนอ่อนโยน 1

 

สถาปนิกหยิบเอาอัตลักษณ์ของพืชพรรณท้องถิ่นนี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบอาคาร โครงอาคารตลอดจนรายละเอียดส่วนต่าง ๆ อาทิ หลังคา และแผ่นทางเดิน ออกแบบให้มีรูปทรงเหมือนกลีบดอกไม้ หากถอยมามองภาพรวมในระยะไกลก็จะเห็นภาพราวกับว่ากลีบดอกแพร์ที่ร่วงหล่นและปลิวสไวทั้งหลายต่างพัดพามารวมตัวซ้อนทับกันอย่างไม่เป็นระเบียบ (ตามธรรมชาติ) จนก่อเกิดเป็นอาคารหลังนี้นั่นเอง

 

ความแข็งแกร่งที่ดูอ่อนโยน

 

ถึงแม้แรงบันดาลใจในเรื่องดอกไม้จะดูอ่อนโยนพลิ้วไหวทว่าสถาปนิกกลับเลือกสร้างอาคารนี้ด้วยคอนกรีตเป็นหลักที่อาจดูขัดหูขัดตาและย้อนแยงกันไปสักหน่อย แต่ความจริงแล้วนั่นเป็นความตั้งใจสร้างสถาปัตยกรรมกลิ่นอายมินิมอลลิสต์ด้วยวัสดุที่แข็งและเรียบนิ่งเพื่อสื่อถึงความแข็งแกร่งของขุนเขาที่โอบล้อมอยู่ในคราวเดียวกัน

 

ภาพอาคาร Feixue Pavilion ในจีน แสดงสถาปัตยกรรมปูนเปลือยที่ดูแข็งแกร่งแต่มีเส้นสายโค้งมนอ่อนโยน 2

 

ทว่าความขัดแย้งที่ย้อนแยงนี้กลับผสมผสานกันได้ลงตัวอย่างน่าประหลาด คอนกรีตปูนเปลือยที่ดูแข็งแกร่งถูกทำให้ซอฟท์ลงด้วยลายเส้นโค้งมนวางสลับซับซ้อนอย่างไม่เป็นระเบียบนัก ประกอบกับการดีไซน์ให้ผนังอาคารล่นลึกเข้ามาด้านใน (พร้อมเน้นการใช้ประตูและหน้าต่างกระจกใส) เพื่อเว้นโซนด้านนอกให้เป็นระเบียงโปร่งก็ช่วยลดความอึดอัดและแข็งทื่อลงได้ดีทีเดียว ดูเป็นความแข็งแกร่งที่อ่อนโยนเหมือนดั่งธรรมชาติด้วยเช่นกัน

 

พลังแห่งสายน้ำ

 

ทว่าอีกไฮไลท์เด่นที่ทำให้อาคารหลังนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดดเด่นไม่ซ้ำใครก็คือการออกแบบหลังคารอาคารให้เป็นบ่อน้ำในตัว แล้วบ่อแต่ละบ่อยังเล่นระดับลดหลั่นกันลงไปสร้างมุมมองที่ทำให้อาคารหลังนี้ดูมีมิติที่น่าสนใจอีกด้วย จุดเด่นของดีไซน์นั้นอยู่บนหลังคาด้านบนสุดของอาคารและอีกอันที่ลดหลั่นลงมา

 

ภาพอาคาร Feixue Pavilion ในจีน แสดงสถาปัตยกรรมปูนเปลือยที่ดูแข็งแกร่งแต่มีเส้นสายโค้งมนอ่อนโยน 3

 

ซึ่งบริเวณนี้วางพื้นรูปกลีบดอกไม้ไซส์เล็กลงลดหลั่นกันไปในดีไซน์ที่ทำให้เข้ากันกับรูปทรงของหลังคาด้วย แล้วดีไซน์พื้นที่ให้กลายเป็นระเบียงจุดชมวิวหลากหลายพร้อมทางเดินลอยเหนือน้ำ ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ปาร์ตี้ส่วนตัวเล็ก ๆ ที่พิเศษไม่เหมือนใครได้อีกด้วย ซึ่งดีไซน์นี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากบรรดากลีบดอกแพร์ที่ร่วงหล่นลงมาลอยอยู่บนผิวน้ำนั่นเอง

 

ภาพอาคาร Feixue Pavilion ในจีน แสดงสถาปัตยกรรมปูนเปลือยที่ดูแข็งแกร่งแต่มีเส้นสายโค้งมนอ่อนโยน 4

 

นอกจากนี้หลังคาบ่อน้ำยังเปลี่ยนมู้ดได้หลากหลายอารมณ์ทำให้อาคารมีลูกเล่นหลากหลายมิติเพิ่มมากขึ้น ยามผิวน้ำนิ่งสะท้อนเงาธรรมชาติโดยรอบอย่างสวยงาม ยามผิวน้ำต้องแสงยามเช้าหรือยามเย็นสร้างก็สร้างวิวสุดแสนโรแมนติกน่าประทับใจ หรือยามลมพัดก็สร้างเกลียวคลื่นทำให้พื้นผิวดูเคลื่อนไหวไม่เรียบนิ่ง หรือแม้แต่ยามฝนตกกระทบผิวน้ำก็ทำให้เกิดมิติอารมณ์และวิชวลที่แปลกตาน่าหลงใหลได้ ยิ่งไปกว่านั้นอีกหนึ่งความตั้งใจที่ซ่อนไว้ในดีไซน์เล่นระดับก็คือการปล่อยให้น้ำสามรถไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำได้ ซึ่งหลังคาก็จะกลายเป็นเสมือนน้ำตกยุคโมเดิร์น ได้ยินเสียงน้ำไหลรินเย็นใจ สร้างบรรยากาศน่าสนใจและเปลี่ยนมู้ดอารมณ์ได้อีกรูปแบบเช่นกัน

 

ดีไซน์ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ

 

ถึงแม้จะวัสดุหลักโดยรวมจะดูแข็งแกร่งจนแข็งทื่อ แต่การออกแบบตกแต่งภายในนั้นก็พยามทำให้อาคารหลังนี้ดูอ่อนโยนและผ่อนคลายขึ้น เริ่มตั้งแต่ลดความทึบของอาคารลงด้วยการเน้นใช้กระจกใสในส่วนของผนังห้องไปจนถึงประตู-หน้าต่าง ตลอดจนปรับผนังหลายส่วนให้เป็นสไตล์ประตูบานหมุน (Pivot Door) หลาย ๆ บานเรียงรายกันเพื่อเปิดรับลมและไหลเวียนอากาศได้ดี

 

ภาพอาคาร Feixue Pavilion ในจีน แสดงสถาปัตยกรรมปูนเปลือยที่ดูแข็งแกร่งแต่มีเส้นสายโค้งมนอ่อนโยน 5

 

ขณะเดียวกันก็มุมมองไม่อึดอัด หรือปิดเพื่อปกป้องภายในให้อบอุ่นก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการใส่ดีเทลเส้นโค้งมนลงไปในรายละเอียดต่าง ๆ รวมถึงตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างเช่นหินหรือไม้ (กรอบประตูไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์) เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นและกลมกลืนกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

 

ภาพอาคาร Feixue Pavilion ในจีน แสดงสถาปัตยกรรมปูนเปลือยที่ดูแข็งแกร่งแต่มีเส้นสายโค้งมนอ่อนโยน 6

 

ภายในอาคารยังแบ่งพื้นที่ใช้สอยเป็นห้องต่าง ๆ น่าสนใจอีกมากมาย ที่สำคัญเขาออกแบบให้ทุกพื้นที่สามารถสัมผัสธรรมชาติตลอดจนชมความงดงามของทิวทัศน์ได้ทุกจุด และดูเหมือนว่าอาคารมีลูกเล่นสไตล์นี้จะเป็นสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่เหมาะสำหรับโซนเขตอากาศร้อนชื้นที่มีฝนตกบ่อยอย่างยิ่งด้วย สำหรับผู้ที่ออกแบบโปรเจกต์นี้ก็คือ Archermit บริษัทสถาปนิกสัญชาติจีนที่กำลังโด่งดังและสร้างผลงานน่าสนใจไว้มากมาย

 

ภาพ: Archermit

The post Feixue Pavilion ในจีน ที่มาของสถาปัตยกรรมที่แข็งแกร่ง แต่พลิ้วไหวและอ่อนโยน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Warrix Run Hub’ ยิมสาย Hybrid ที่รวมกายภาพบำบัดและ AI วิเคราะห์วิ่งไว้ในที่เดียว https://thestandard.co/life/warrix-run-hub-hybrid-training/ Fri, 12 Jun 2026 07:15:56 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1217614 ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง

หากคุณเป็นคนที่ชอบทั้งความอึดตอนวิ่งและรักความสะใจเวลาไ […]

The post ‘Warrix Run Hub’ ยิมสาย Hybrid ที่รวมกายภาพบำบัดและ AI วิเคราะห์วิ่งไว้ในที่เดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง

หากคุณเป็นคนที่ชอบทั้งความอึดตอนวิ่งและรักความสะใจเวลาได้ยกเวตหนักๆ และกำลังมองหาที่ฝึกแบบ Hybrid ที่ทั้งไพรเวต เสิร์ฟอุปกรณ์ครบครัน มีสเปซให้ใช้แบบไม่ต้องแย่งใคร ล่าสุดเราไปเจอพื้นที่แห่งใหม่ที่จะมาตอบโจทย์ทุกข้อกับ Warrix Run Hub Performance Training Studio ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 1

 

ความพิเศษของที่นี่ไม่ใช่มีแค่เรื่องของการเทรนเพื่อเค้นสมรรถภาพร่างกายของเราให้สุดเท่านั้น แต่ยังรวบตึงศาสตร์กายภาพบำบัดและเวชกรรมมาดูแลแบบองค์รวม ชนิดที่ว่าฟิตได้เต็มที่โดยไม่ต้องกลัวบาดเจ็บ

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 2

 

What is it?

 

Performance Training Studio แห่งนี้ขยายความสำเร็จมาจาก Warrix Health (สาขาสเตเดียมวัน) พร้อมไฮไลต์อย่างโซน Hybrid Training ที่จัดเต็มอุปกรณ์สาย Functional ครบครันทุกสเตชัน ไม่ว่าจะเป็น Wall Ball, SkiErg, RowErg ไปจนถึง Sled Push/Pull จะไว้ฝึกสำหรับลงแข่ง HYROX หรือ CrossFit ก็ตอบโจทย์

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 3ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 4

 

ในส่วนของ Facility และอุปกรณ์ในโซน Performance Training ก็จัดเตรียมไว้ให้แบบครบจบในที่เดียว และด้วยความเป็นไพรเวตยิมสำหรับการเทรนนิ่งส่วนตัวโดยเฉพาะ จึงหมดห่วงเรื่องการยืนรอหรือต้องแย่งใช้อุปกรณ์กับใครเหมือนยิมระบบสมาชิกทั่วไป

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 5

 

ส่วนสายวิ่งที่นี่ก็มีไม้เด็ดอย่าง Motion Metrix เทคโนโลยี AI วิเคราะห์ฟอร์มการวิ่งแบบเจาะลึก เพื่อช่วยปรับท่าวิ่งให้มีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บระยะยาว

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 6

 

และยังมีโซนคลินิกกายภาพบำบัดและเวชกรรมที่ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการและนักกายภาพบำบัดคอยให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การรักษา Office Syndrome ของคนเมือง, การฟื้นฟูเอ็นไขว้หน้าเข่า (ACL) ทั้งก่อนและหลังผ่าตัดเพื่อให้พร้อมกลับมาลงสนาม, กายภาพบำบัดผู้สูงอายุเพื่อฝึกความสมดุลและลดความเสี่ยงในการล้ม ไปจนถึงโปรแกรมเพิ่มความสูงสำหรับเด็กและโปรแกรมจัดการน้ำหนักเฉพาะบุคคลแบบปลอดภัย

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 7ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 8

 

Try

 

ด่านแรกที่คุณจะได้เจอไม่ใช่เครื่องเล่นเวตหนาๆ แต่เป็นการเข้าเช็กสภาพร่างกายโดยรวมกับนักกายภาพบำบัดเป็นเวลา 30 นาที เพื่อประเมินโครงสร้างและข้อจำกัดต่างๆ โดยเริ่มต้นตั้งแต่วิเคราะห์บาลานซ์ของร่างกายในท่าทางพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นท่ายืน การทำสควอต เพื่อดูว่ากล้ามเนื้อและข้อต่อส่วนไหนกำลังทำงานผิดเพี้ยนไปบ้าง

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 9ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 10

 

เมื่อตรวจเช็กจนครบและเห็นภาพรวมแล้ว นักกายภาพก็จะมาช่วยไกด์ท่า Mobility Exercise เฉพาะบุคคลให้เราได้ลองฝึก เพื่อแกะปมลดความตึงสะสมตามจุดต่างๆ และเรายังสามารถเก็บเทคนิคเหล่านี้ไปฝึกต่อเองที่บ้านได้อีกด้วย

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 11ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 12

 

เมื่อเคลียร์ร่างกายให้มั่นใจแล้วก็ไปต่อกับไฮไลต์สำคัญอย่างการทดสอบวิ่งกับ Motion Metrix ซึ่งมีทริกเล็กๆ ในการเตรียมตัวคือ แนะนำให้สวมกางเกงขาสั้นสีดำ และหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีสะท้อนแสง เพื่อป้องกันไม่ให้รบกวนระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวของกล้องและตัวเครื่อง

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 13ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 14

 

สำหรับการทดสอบจะเริ่มต้นด้วยการวิ่งบนลู่วิ่งที่ความเร็วระดับ 9 เป็นเวลาเกือบ 10 นาที จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการแปลผลอย่างละเอียดร่วมชั่วโมง ซึ่งตัวระบบ AI จะช่วยถอดรหัสการเคลื่อนไหวออกมาได้แม่นยำและเห็นภาพชัดเจน

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 15

 

อย่างตัวนักเขียนเองพบว่ามีอาการ Overstride (ก้าวยาวเกินไป) ทำให้ขาตึงตอนลงเท้าจนเกิดแรงกระแทกสะท้อนกลับย้อนเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งเสี่ยงต่อการตึงและบาดเจ็บที่หน้าแข้งได้ง่าย

 

วิธีแก้เบื้องต้นคือต้องซอยเท้าให้เร็วขึ้นและลงเท้าให้ใกล้ตัวมากขึ้น รวมถึงเสริมท่า Squat หรือ Deadlift เพื่อเพิ่มแรงสปริงตัว และลดเวลาที่เท้าแช่บนพื้นให้น้อยลง

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 16ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 17

 

หลังจากเห็น Data ร่างกายชัดเจนทุกมิติแล้ว ผลวิเคราะห์ทั้งหมดจะถูกส่งไม้ต่อให้ทีม Personal Training ทว่าจุดเริ่มต้นที่ดีของการเทรนนิ่งที่นี่คือการ ‘พูดคุย’ เพื่อทำความเข้าใจ ทั้งเรื่องเป้าหมาย ไลฟ์สไตล์ที่ทำอยู่เป็นประจำ ตลอดจน Pain Point ที่เจอ เพื่อร่วมกันวางแผนและออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับร่างกายเราที่สุดในระยะยาว

 

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 18

 

เมื่อมีความเข้าใจตรงกัน เทรนเนอร์จะเริ่มจากการประเมินฟอร์มและเช็กความยืดหยุ่นพื้นฐานของเราก่อน เพื่อดูว่าร่างกายในขณะเคลื่อนไหวจริงเป็นอย่างไร ก่อนจะนำพาสิ่งที่คุยกันเข้าสู่พาร์ตการเทรน

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 19

 

 

ข้อดีของการมีเทรนเนอร์ประกบที่นี่ คือการช่วยให้เราโฟกัสกล้ามเนื้อได้ถูกจุดกว่าเดิมมาก บางท่าเราคิดว่าทำถูกต้องแล้ว แต่พอเทรนเนอร์เข้ามาช่วยปรับมุมกระดูก จัดฟอร์มนิดเดียว หรือบอกให้เกร็งเพิ่มอีกเล็กน้อย ความรู้สึกตอนกล้ามเนื้อทำงานคือต่างกันลิบลับ แถมยังมีคนคอยเซฟและคอยพุช (Push) ขีดจำกัดให้เราก้าวข้ามเซฟโซนไปในจุดที่ไม่คิดว่าตัวเองจะไหว ซึ่งถ้าเล่นเองคนเดียวอาจทำได้ยาก

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 21

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 22

 

หากใครที่อยากเน้นฝึกโปรแกรม Hybrid แบบเข้มข้นจัดเต็มตลอดหนึ่งชั่วโมง ที่นี่ก็มีดีไซน์โปรแกรมสำหรับสาย Hybrid โดยเฉพาะรองรับเช่นกัน เรียกว่าได้ปลดปล่อยพลังและท้าทายความแข็งแรงอย่างสาแก่ใจแน่นอน

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 23

 

Result

 

จากเดิมที่ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว การได้มาเจอ Process ที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบตั้งแต่นักกายภาพ เทรนเนอร์ ไปจนถึง AI สแกนฟอร์มวิ่ง ทำให้เราได้รู้จักร่างกายตัวเองในมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อน และช่วยให้วางแผนพัฒนาตัวเองได้ถูกจุดทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 24

 

Good For

 

Warrix Run Hub เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยิมสาย Performance ที่ตอบโจทย์มากสำหรับใครที่อยากเทรนแบบเข้มข้น ได้ความเป็นส่วนตัว และเซฟร่างกายไปพร้อมๆ กันผ่านการตรวจเช็กเชิงลึกเพื่อป้องกันโอกาสเจ็บในระยะยาว

 

ที่สำคัญคือที่นี่รองรับคนได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่คนทำงานที่อยากฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ไปจนถึงคนที่ต้องการดูแลรูปร่างและสุขภาพแบบจริงจัง

 


Open: ทุกวัน 8.00-21.00 น.

Address: ชั้น G, Queen Sirikit National Convention Center

Tel: 08 3031 7742

Budget:

  • Physiotherapy (ตรวจร่างกายเบื้องต้น): 700 บาท/ 30 นาที
  • Performance Training: เริ่มต้นที่ 1,800 บาท/ 60 นาที
  • Hybrid Training: เริ่มต้นที่ 2,000 บาท/ 60 นาที
  • Motion Metrix 3,500 บาท/ 60 นาที

Facebook: https://www.facebook.com/warrixhealth/?locale=th_TH

Instagram: https://www.instagram.com/warrixhealth/

Map: https://maps.app.goo.gl/dMMx7yvoghLat83N9

The post ‘Warrix Run Hub’ ยิมสาย Hybrid ที่รวมกายภาพบำบัดและ AI วิเคราะห์วิ่งไว้ในที่เดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 แนวคิดโอบกอดตัวเองจากแอนชิลี สก๊อต-เคมมิส ในวันที่โลกใจร้าย https://thestandard.co/life/anchilee-scott-kemmis-self-care/ Fri, 12 Jun 2026 01:27:28 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1217425 ภาพถ่ายบุคคลของแอนชิลี สก๊อต-เคมมิส

เคยไหม…กับวันที่เราพยายามดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด แต่โลก […]

The post 5 แนวคิดโอบกอดตัวเองจากแอนชิลี สก๊อต-เคมมิส ในวันที่โลกใจร้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพถ่ายบุคคลของแอนชิลี สก๊อต-เคมมิส

เคยไหม…กับวันที่เราพยายามดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด แต่โลกกลับใจร้ายกับเรา หรือบางทีก็ต้องโดนตัดสินจากภายนอก ทั้งที่เขาไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเราเลยด้วยซ้ำ

 

ที่จริงแล้ว การมีสุขภาพที่ดีหรือการมี Longevity ที่ยั่งยืน มันไม่ได้วัดกันแค่ว่าคุณมีรูปร่างที่ฟิตแอนด์เฟิร์มตามมาตรฐานของใคร จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดต่างหาก คือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเอง และไม่ยอมปล่อยให้เสียงใจร้ายของโลกภายนอกมาทำลายเนื้อแท้ข้างในของเรา

 

Longevity Lab EP.18 นี้ แอนชิลี สก็อต-เคมมิส หญิงสาวที่เคยผ่านมรสุม Body Shaming และคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงในสังคม จะมาชวนทุกคนก้าวสู่ ‘The Best Version’ ในแบบของตัวเอง ผ่าน 5 แนวคิดโอบกอดตัวเองในวันที่โลกใจร้าย ที่จะช่วยเปลี่ยนคุณให้แข็งแกร่งและแฮปปี้จากภายในสู่ภายนอก

 

ภาพถ่ายบุคคลของแอนชิลี สก๊อต-เคมมิส 1

 

1.พลังของการเลือกที่จะไม่ตอบโต้

 

“หนูมีความสุขและภูมิใจในการที่หนูไม่เคยออกมาตอบโต้ใคร ที่ไม่เคยมาทะเลาะกับใครและด่าใครในโลกโซเชียล การที่เรารับมือกับสถานการณ์อะไรก็ตามที่เกิดขึ้น ถ้าเรารับมือมันด้วยจิตใจที่ดี ในที่สุดเราก็จะเป็นผู้ชนะ”

 

2.มองหามาตรฐานความสวยที่ไม่เกี่ยวกับภายนอก

 

“Beauty Standard จริงๆ มันจะต้องเป็นมาตรฐานความงามที่ไม่เกี่ยวกับภายนอก ผู้หญิงที่สวยเป็นอย่างไร? ผู้หญิงที่อบอุ่น ผู้หญิงที่ฉลาด ผู้หญิงที่มีความฉลาดทางอารมณ์สูง ผู้หญิงที่มีความเฟมินีน หนูเชื่อจริงๆ ว่าผู้หญิงหลายคนอยากเป็นอย่างนั้น”

 

ภาพถ่ายบุคคลของแอนชิลี สก๊อต-เคมมิส 2

 

3.เข้มแข็งเพื่อตัวเอง อ่อนโยนและจริงใจต่อผู้อื่น

 

“สุขภาพดีคือ รักตัวเองพอที่คุณยอมทำสิ่งยากๆ เพื่อร่างกายและจิตใจ จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ นิยามความสวยของหนูคือ ประกายความอบอุ่นที่เราส่งต่อให้คนอื่น เราจริงใจกับทุกคนที่เราเจอหรือเปล่า เราให้เวลาของเรา ทำให้เขารู้สึกว่า เขากำลังถูกมองเห็นหรือเปล่า”

 

4.เมตตาต่อคนที่บูลลี่เรา

 

“เสียงข้างนอก เข้าใจว่าบางทีมันจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของเรา ให้เมตตาต่อคนที่บูลลี่เรา เพราะคนที่ชีวิตมีความสุข ไม่มีทางจะมา ด่า ว่า หรือด้อยค่าเรา ถ้าเขาไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นกับตัวเอง ให้เข้าใจว่า ลึกๆ แล้วพวกเขากำลังเจ็บปวดในแบบของเขาเองเหมือนกัน”

 

ภาพถ่ายบุคคลของแอนชิลี สก๊อต-เคมมิส 3

 

5.เซฟโซน…เริ่มต้นที่ใจเราเอง

 

“พูดกับตัวเองดีๆ มันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ใจดีกับตัวเอง เราต้องอยู่ในร่างกายเราตลอดไปนะ ทำร่างกายเราให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ให้เป็นบ้านที่น่าอยู่”

 

 

The post 5 แนวคิดโอบกอดตัวเองจากแอนชิลี สก๊อต-เคมมิส ในวันที่โลกใจร้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลีกตัวจากความเร่งรีบ มาสัมผัสสุนทรียภาพแห่ง Longevity ผ่าน Barre Movement ของห้องสมุดเก่าแก่ ในงาน https://thestandard.co/life/longevity-barre-movement-library-wellness/ Thu, 11 Jun 2026 12:08:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1217359 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมออกกำลังกายแบบ Barre Movement ในบรรยากาศห้องสมุดเก่าแก่

Longevity Curated Presented by The Standard Life x AP & […]

The post ปลีกตัวจากความเร่งรีบ มาสัมผัสสุนทรียภาพแห่ง Longevity ผ่าน Barre Movement ของห้องสมุดเก่าแก่ ในงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมออกกำลังกายแบบ Barre Movement ในบรรยากาศห้องสมุดเก่าแก่

Longevity Curated Presented by The Standard Life x AP

 

The Architecture of Balance: The Balance between Strength and Serenity ฟื้นฟูสมดุลร่างกายและจิตใจภายใต้กลิ่นหนังสือและไม้เก่าของห้องสมุดเนียลสัน เฮส์

กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมแรก จาก 4 กิจกรรมในซีรีส์ Longevity Curated Presented by The Standard Life x AP ภายในงานพบกับไฮไลท์ได้แก่

 

BARRE MOVEMENT 

 

ฟิตร่างกายกับ Barre Exercise ที่ผสานศาสตร์ของบัลเลต์ โยคะ และพิลาทิสเข้าด้วยกัน นำโดย Juju – Juyoung / Joyoung Yoon ครูสอนพิลาทิสชาวเกาหลีใต้มากประสบการณ์ และไฮไลท์การใช้หนังสือเป็นส่วนหนึ่งของการออกกำลังกาย พร้อมปล่อยตัวกับเสียงอันผ่อนคลายจาก Live DJ โดย DJ rhunrun ที่มาพร้อมซาวด์ ‘Lofi Neoclassical’ ผสมผสานดนตรีคลาสสิกเข้ากับบีทฮิปฮอปช้าๆ สบายๆ

 

BREATHWORK with Handpan 

 

ฝึกลมหายใจกับกิจกรรม Breathwork เพื่อสร้างสมดุลระหว่างหัวใจและสมอง พร้อมฟังเสียงคลอจาก Handpan โดย Ruk Handpan ที่ปล่อยคลื่นเสียงความถี่ต่ำอันอ่อนโยน ปลดปล่อยความเครียดสะสม ปรับคลื่นสมองให้สงบนิ่ง

 

 

Longevity Curated Dialogue 

 

บูสต์ความสดชื่นให้ร่างกายอีกครั้งกับชา Cold-Brew สูตรพิเศษจาก Mariage Frères ที่มาพร้อมสูตรหลากหลายให้เลือกตามสภาวะร่างกายจิตใจ ไม่ว่าจะเป็น De-Stress สำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลาย Rouge in Love เพื่อเติมพลังและความสดใส หรือ Happy Ending สำหรับวันที่อยากปิดท้ายด้วยความอบอุ่น ก่อนนั่งพูดคุยอย่างเป็นกันเองในบรรยากาศห้องสมุดที่เปี่ยมมนต์ขลัง

 

พบกันวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องสมุด เนียลสัน เฮส์

 

The post ปลีกตัวจากความเร่งรีบ มาสัมผัสสุนทรียภาพแห่ง Longevity ผ่าน Barre Movement ของห้องสมุดเก่าแก่ ในงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยกช่วงบ่ายให้กายได้ขยับ และใจได้พัก กับ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก ALO [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/life/mental-health-awareness-workshop-alo/ Thu, 11 Jun 2026 09:50:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1216196 ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ

ในเดือนที่ชวนให้เรากลับมาใส่ใจสุขภาพใจของตัวเอง ALO เปล […]

The post ยกช่วงบ่ายให้กายได้ขยับ และใจได้พัก กับ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก ALO [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ

ในเดือนที่ชวนให้เรากลับมาใส่ใจสุขภาพใจของตัวเอง ALO เปลี่ยนช่วงบ่ายของวันธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาสำหรับพักร่าง พักใจ ผ่านกิจกรรม MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ปิดทั้งสตูดิโอ Namu Pilates ชวนทุกคนวางความเร่งรีบไว้ข้างนอก แล้วค่อยๆ กลับมาอยู่กับร่างกาย ลมหายใจ และความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง ในไวบ์ของเวิร์กชอปที่ดูสดใสด้วยชุด ALO ธีม Paradise Pink ที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้รีเฟรชพลังงานใหม่ๆ เหมาะกับช่วงเวลาที่เราอยากพักร่างกายจากความเหนื่อยล้า และเติมพลังงานดีๆ ให้ตัวเอง

 

ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ 1ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ 2

 

The Experience

 

บ่ายนี้เริ่มต้นด้วยคลาสพิลาทิสที่นำโดย จูจู้ ยุน-จูยอง จาก Namu Pilates พาทุกคนเข้าสู่ประสบการณ์ของการเคลื่อนไหวอย่างมีสติ หรือที่หลายคนเรียกว่า Moving Meditation ผ่านการยืดเหยียด การจัดแนวร่างกาย และการควบคุมลมหายใจ ที่ไม่ได้ตอบโจทย์แค่เรื่องความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหรือบุคลิกภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราได้กลับมาโฟกัสกับตัวเองมากขึ้น ทุกจังหวะของการหายใจและการเคลื่อนไหวช่วยดึงใจออกจากความคิดวนซ้ำ ความกังวล และเสียงรบกวนในหัว ทำให้ร่างกายค่อยๆ คลายตัว และใจรู้สึกเบาลงอย่างเป็นธรรมชาติ

 

ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ 3

 

โดยคลาสนี้ยังมี ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์, แจสซี-กิระนา จัสมิน ชูว์เทอร์, พิตต้า ณ พัทลุง, ดาว-พิมพ์ทอง วชิราคม และแครอท-ปภาดา ตัณฑสถิตยานนท์ และอินฟลูเอนเซอร์สายดูแลตัวเอง มาร่วมขยับร่างกายไปพร้อมกัน 

 

ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ 4

 

หลังจากร่างกายได้ยืดเหยียดและลมหายใจเริ่มสงบ กิจกรรมต่อมาคือ Matcha Workshop จาก SUPER MATCHA แบรนด์มัทฉะพรีเมียมจากเกาหลี ที่ครั้งนี้มาต่อยอดมู้ดของความสงบได้อย่างพอดี ด้วยการสอนชงมัทฉะเองที่มีจังหวะอ่อนโยนไม่ต่างจากพิลาทิส ตั้งแต่การตักผงมัทฉะ เติมน้ำ ไปจนถึงการตีให้เนียนละเอียด ทุกขั้นตอนต้องอาศัยความใจเย็นและสมาธิ จบด้วยการที่ทุกคนได้นั่งจิบมัทฉะ คุยกับเพื่อนร่วมคลาส เป็นโมเมนต์ดีๆ ในช่วงบ่ายที่ทำให้รู้สึกได้พักใจจริงๆ

 

ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ 5ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ 6

 

เพราะสุขภาพใจสำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย ALO จึงอยากชวนทุกคนกลับมาดูแลตัวเองในวิธีที่เรียบง่ายขึ้น เริ่มจากการขยับร่างกายเบาๆ หายใจให้ลึกขึ้น และพาตัวเองไปอยู่ในพื้นที่ที่รู้สึกดี เพราะบางครั้งการได้อยู่กับร่างกาย ลมหายใจ และบรรยากาศที่สบายใจ ก็เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ช่วยให้ใจค่อยๆ แข็งแรงขึ้นอีกครั้ง

 

พบกับไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเองแบบองค์รวมได้ที่ร้าน ALO สาขา EmQuartier, ICONSIAM และ Central Phuket Floresta

The post ยกช่วงบ่ายให้กายได้ขยับ และใจได้พัก กับ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก ALO [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sweat & Scent เลือกน้ำหอมให้เข้ากับ Workout แบบที่คุณชอบ https://thestandard.co/life/sweat-scent-workout-perfume/ Thu, 11 Jun 2026 09:17:20 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1217262 ภาพน้ำหอมหลากหลายแบรนด์ที่เหมาะกับการออกกำลังกายแต่ละประเภท

หลายคนคิดว่าออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องใช้น้ำหอม แต่จริงๆ […]

The post Sweat & Scent เลือกน้ำหอมให้เข้ากับ Workout แบบที่คุณชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพน้ำหอมหลากหลายแบรนด์ที่เหมาะกับการออกกำลังกายแต่ละประเภท

หลายคนคิดว่าออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องใช้น้ำหอม แต่จริงๆ แล้ว ‘กลิ่น’ มีผลต่ออารมณ์และพลังงานมากกว่าที่คิด งานวิจัยหลายชิ้นพบว่ากลิ่นบางประเภทสามารถช่วยเพิ่มความรู้สึกสดชื่น กระตุ้นสมาธิ และทำให้การออกกำลังกายรู้สึกสนุกขึ้นได้

 

สำหรับการออกกำลังกายช่วงเช้า ลองเลือกกลิ่นแนว Citrus อย่างเลมอน เกรปฟรุต หรือเบอร์กามอต เพราะให้ความรู้สึกตื่นตัว สดใส และมีพลัง

 

สายวิ่งหรือคาร์ดิโอเหมาะกับกลิ่น Green, Aquatic หรือ Fresh Musk ที่ให้ความรู้สึกสะอาด เบาสบาย ไม่หนักจนเกินไปเมื่อร่างกายเริ่มมีเหงื่อ

 

ส่วนโยคะ พิลาทิส หรือกิจกรรมที่เน้นความสงบ อาจเลือกกลิ่น Lavender, White Tea หรือ Soft Woody ที่ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายและโฟกัสกับลมหายใจได้ดีขึ้น

 

สิ่งสำคัญคือควรฉีดในปริมาณพอดี เลือกแนว Skin Scent หรือ Body Mist ที่ไม่รบกวนคนรอบข้าง เพราะในฟิตเนสหรือคลาสออกกำลังกาย พื้นที่ส่วนใหญ่ค่อนข้างใกล้ชิดกัน

The post Sweat & Scent เลือกน้ำหอมให้เข้ากับ Workout แบบที่คุณชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Small Joy ความสุขเล็กๆ สำคัญต่อใจมากกว่าที่คิด https://thestandard.co/life/small-joy-daily-happiness/ Wed, 10 Jun 2026 06:34:43 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1216762 เด็กชายตัวเล็กกำลังจูงสุนัขเดินเล่นในทุ่งหญ้าสีเขียว

เราอาจเคยเชื่อว่าความสุขต้องเป็นเรื่องใหญ่ เช่น การได้เ […]

The post Small Joy ความสุขเล็กๆ สำคัญต่อใจมากกว่าที่คิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เด็กชายตัวเล็กกำลังจูงสุนัขเดินเล่นในทุ่งหญ้าสีเขียว

เราอาจเคยเชื่อว่าความสุขต้องเป็นเรื่องใหญ่ เช่น การได้เลื่อนตำแหน่ง การเดินทางในฝัน หรือการประสบความสำเร็จครั้งสำคัญ แต่ผลการวิจัยเรื่อง Small but Certain Happiness in Daily Life (2025) และงานวิจัยด้าน Savoring ในจิตวิทยาเชิงบวกพบว่า ความสุขที่เกิดขึ้นบ่อยๆ จากเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน อาจส่งผลต่อความพึงพอใจในชีวิตได้มากกว่าที่เราคิด

 

จากผลวิจัย Small but Certain Happiness หรือความสุขเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน พบว่า การได้อยู่ใกล้ธรรมชาติ การใช้เวลากับคนที่รัก การพักผ่อนเงียบๆ หรือแม้แต่การดื่มกาแฟแก้วโปรด ล้วนมีความสัมพันธ์กับความสุขและความพึงพอใจในชีวิตอย่างชัดเจน บางครั้งมากกว่าการรอคอยเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

 

นักจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า Savoring หรือการรับรู้และซึมซับช่วงเวลาดีๆ อย่างตั้งใจ เพราะเมื่อเราให้ความสนใจกับความสุขเล็กๆ สมองจะจดจำอารมณ์บวกเหล่านั้นได้ดีขึ้น ช่วยสร้างความยืดหยุ่นทางใจ และลดผลกระทบจากความเครียดในแต่ละวัน

 

จริงๆ แล้วความสุขอาจไม่ได้อยู่ในเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไป แต่อาจอยู่ในลมเย็นๆ ที่เราสัมผัสได้ระหว่างทาง อาจอยู่ในกลิ่นกาแฟยามเช้า หรืออยู่ในข้อความของคนที่เราคิดถึง นั่นทำให้เราค้นพบว่าชีวิตไม่ได้ประกอบขึ้นจากช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่เพียงไม่กี่ครั้ง แต่ประกอบขึ้นจากความสุขเล็กๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในทุกวัน

The post Small Joy ความสุขเล็กๆ สำคัญต่อใจมากกว่าที่คิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จักไอเท็มใหม่จาก Fenty Beauty ที่ Rihanna นิยามว่าให้ความรู้สึกของการใช้ชีวิตแบบ Soft Life https://thestandard.co/life/fenty-beauty-rihanna-soft-life/ Tue, 09 Jun 2026 09:55:52 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1216354 ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Fenty Skin Butta Drop Whipped Oil Body Cream และ Butta Drop Hydrating Body Milk

ดูเหมือนว่า Rihanna จะยังไม่หยุดขยายอาณาจักรความหอมของ […]

The post รู้จักไอเท็มใหม่จาก Fenty Beauty ที่ Rihanna นิยามว่าให้ความรู้สึกของการใช้ชีวิตแบบ Soft Life appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Fenty Skin Butta Drop Whipped Oil Body Cream และ Butta Drop Hydrating Body Milk

ดูเหมือนว่า Rihanna จะยังไม่หยุดขยายอาณาจักรความหอมของ FENTY เพราะล่าสุด FENTY SKIN ได้หยิบเอากลิ่นไวรัลอย่าง ‘Amber Bouquet’ มาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายเป็นครั้งแรก ผ่าน 2 ไอเท็มขายดีของแบรนด์อย่าง Butta Drop Whipped Oil Body Cream และ Butta Drop Hydrating Body Milk

 

Amber Bouquet เคยเปิดตัวครั้งแรกในไลน์ FENTY HAIR และกลายเป็นหนึ่งในกลิ่นซิกเนเจอร์ที่แฟนแบรนด์ทั่วโลกพูดถึงมากที่สุด ด้วยคาแรกเตอร์กลิ่นฟลอรัลอบอุ่นที่ให้ความรู้สึกหรูหรา นุ่มละมุน และดูแพงแบบไม่พยายาม ซึ่ง Rihanna บอกว่า “Amber Bouquet Butta Drop ให้ความรู้สึกหรูหรา แพงอย่างมีระดับ เต็มไปด้วยความมั่นใจในแบบของตัวเอง มอบความอบอุ่นละมุนราวกับการใช้ชีวิตแบบ Soft Life ที่คุณสร้างขึ้นได้ด้วยตัวเอง”

 

สำหรับไอเท็มไฮไลต์คือ Butta Drop Whipped Oil Body Cream บอดี้ครีมเนื้อวิปเข้มข้นที่อัดแน่นด้วย Shea Butter, Mango Butter และน้ำมันบำรุงผิว 7 ชนิด ช่วยเติมความชุ่มชื้นพร้อมมอบผิวโกลวสุขภาพดีแบบฉบับ FENTY ส่วนใครชอบเนื้อสัมผัสบางเบากว่า Butta Drop Hydrating Body Milk ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยเนื้อโลชั่นซึมไว ฟินิชผิวแบบซาติน และยังคงเอกลักษณ์ความหอมของ Amber Bouquet ไว้อย่างครบถ้วน วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Sephora ทุกสาขา และ Sephora.co.th

 

@Fentybeauty @Fentyskin @thaisephora #FentyBeauty #FentySkin

 

 

The post รู้จักไอเท็มใหม่จาก Fenty Beauty ที่ Rihanna นิยามว่าให้ความรู้สึกของการใช้ชีวิตแบบ Soft Life appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตรียมพร้อมสู่ HYROX กับโค้ชโค้ก แชมป์ประเทศไทยที่ Engine Lab https://thestandard.co/life/hyrox-training-coach-coke-engine-lab/ Mon, 08 Jun 2026 05:29:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1215757 โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab

อีกสองเดือนเศษก็จะถึงวาระของ HYROX การแข่งขันที่เหล่าสา […]

The post เตรียมพร้อมสู่ HYROX กับโค้ชโค้ก แชมป์ประเทศไทยที่ Engine Lab appeared first on THE STANDARD.

]]>
โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab

อีกสองเดือนเศษก็จะถึงวาระของ HYROX การแข่งขันที่เหล่าสายฟิตเต็มใจควักเงินมาทรมานตัวเองกันแล้ว! ใครที่เป็นมือใหม่ป้ายแดง แต่อาจยังไม่มั่นใจในพละกำลัง หรือยังกังวลเรื่องฟอร์มท่าที่ถูกต้องและเซฟ ลองแวะมาปรับพื้นฐานให้แน่นปึ๊ก พร้อมเก็บเทคนิคแบบเน้นๆ กับคลาส HYROX Foundation ที่ Engine Lab เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่ยิมสำหรับฝึกซ้อม แต่คุณจะได้เทรนแบบใกล้ชิดกับ ‘โค้ชโค้ก’ แชมป์อันดับ 1 และ Brand Ambassador ของ HYROX Thailand ตัวจริง!

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 1โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 2

 

What is it?

 

Engine Lab เป็นยิมใหม่ย่านสาทรในสไตล์ Performance-Based ที่ถูกออกแบบให้เป็น ‘ห้องแล็บ’ สำหรับปรับจูนร่างกายและจิตใจให้สตรองพร้อมลุย เรียกว่าเป็นที่ที่เราจะได้ มา Re-engine ศักยภาพในตัวเองออกมาให้ถึงขีดสุด

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 3โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 4

 

สำหรับใครที่เล็งสนามแข่งไว้ คลาส HYROX Foundation ของที่นี่คือจุดเริ่มต้นที่ตอบโจทย์มาก เพราะตัวคลาสจัดเต็มตั้งแต่พื้นฐาน ทั้งการจัดฟอร์มและเทคนิคที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความทนทาน (Endurance) ลดโอกาสบาดเจ็บ และปูรากฐานให้แน่นที่สุดก่อนลงสนามจริง  

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 5โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 6

 

ที่สำคัญคือ Facility ของยิมยังครบครันและเอื้อให้เราได้ฝึกซ้อมอย่างเต็มรูปแบบด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 7โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 8

 

Try

 

เริ่มแรกโค้ชโค้กให้เรา Warm up กันเล็กน้อย ก่อนจะเลือกคาร์ดิโอกับสเตชันที่ตัวเองชอบ (ต่อให้ไม่มีที่ชอบก็ต้องทำอยู่ดี) 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 9โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 10โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 11

 

หลังจากได้เหงื่อกันไปบ้างแล้ว ก็ถึงเวลาของ 8 สเตชันที่เรารอคอย ท่าที่เราจะได้ฝึกวันนี้ไม่ใช่การจำลอง HYROX ทั้งหมด แต่เป็นการผสมผสานท่า Strength Training พื้นฐานที่จำเป็นในการเพิ่มความอึดและการใช้พละกำลัง 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 12

 

Challenge ของวันนี้คือ Workout Session 40 นาทีเต็ม โดยจะแบ่งเป็นสเตชันละ 2 นาที และพักหายใจ 30 วินาที

 

ปลดล็อกสเตชันแรกด้วย Run (@RPE 8) การวิ่งในระดับความเหนื่อยที่เริ่มหอบแต่ยังคงควบคุมลมหายใจให้ไปต่อได้ หรือใช้กำลังประมาณ 80% ของทั้งหมด 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 13

 

การวิ่งถือเป็นหัวใจสำคัญและเป็นตัวตัดสินเกมของ HYROX เลยก็ว่าได้ หากคุณคุมจังหวะการวิ่งได้ดีก็เท่ากับมีชัยไปกว่าครึ่งแล้วในสนามนี้

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 14

 

เขยิบมา Arms Only Sled Pull หรือการลากเลื่อนด้วยเชือก ซึ่งโจทย์ที่โค้ชโค้กให้คือ การล็อกแกนกลางลำตัวให้แน่น แล้วใช้เฉพาะแรงแขนในการดึงเท่านั้นเพื่อฝึกความแข็งแกร่งของท่อนบนแบบเน้นๆ ถือเป็นการเช็กระดับความฟิตของ Core และ Upper ได้เป็นอย่างดี 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 15

 

ส่วนเรื่องน้ำหนักไม่ต้องกังวลไป เพราะโค้ชจะมีช้อยส์ให้เลือกตั้งแต่น้ำหนักที่เบากว่าเกณฑ์แข่งขันจริงสำหรับมือใหม่ หรือถ้าใครฟิตจัดอยากจะเทสต์ระบบเดียวกับวันแข่งก็ย่อมได้

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 16

 

และเพื่อให้การ ‘ดึง’ ทรงพลังขึ้น รวมถึง ‘แบก’ น้ำหนักได้อึดขึ้น การฝึกกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรงจึงเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม สเตชันถัดมาเราจึงมาลุยกันต่อที่ท่า Dumbbell Bent Over Rows ที่จะช่วยสร้างแผ่นหลังให้แกร่งพอที่จะซัพพอร์ตเราไปจนจบการแข่งขัน

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 17

 

หันไปข้างๆ จะเห็นเพื่อนๆ เดินสวนสนามกันในท่า Kettlebell Farmer’s Carry ท่านี้ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องการฝึกความมั่นคงของแกนกลางลำตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นท่าที่ช่วยให้เราฝึก Grip Strength ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งปัจจุบัน Grip Strength ถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของดัชนีความอายุยืน (Longevity) อีกด้วย 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 18โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 19

 

ลุยกันต่อที่ RowErg (@RPE 8) สเตชันกรรเชียงบก โดยรอบนี้โค้ชโค้กใส่เงื่อนไขสุดท้าทายเพิ่มเข้ามา ด้วยการบังคับให้ควบคุมความเร็ว Strokes Per Minute ให้ต่ำกว่า 35 ครั้งต่อนาที 

 

โจทย์นี้ทำเพื่อบีบให้เราต้องฝึกระเบิดพลังด้วยการออกแรงถีบขาและดึงแขนในแต่ละครั้งให้หนักหน่วงขึ้น ควบคู่ไปกับการฝึกคุมจังหวะตัวเอง (Pacing) เพื่อไม่ให้เร่งความเร็วจนหลุดโฟกัส หรือกินแรงจนเกินไป

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 20โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 21โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 22โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 23

 

มาถึงสเตชันที่ไม่คิดว่าจะเจออย่าง Arm Push Up ที่รอบนี้โค้ชโค้กคุมเข้ม บังคับให้อกต้องลงไปแตะพื้นทุกครั้งเพื่อสร้างฐานกำลังท่อนบนให้แข็งแรง และเตรียมความพร้อมล่วงหน้าสำหรับสเตชันปราบเซียนอย่าง Burpee Broad Jumps  

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 24โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 25

 

จากนั้นมาบริหารช่วงล่างกันบ้างกับ Kettlebell Goblet Squats  ท่านี้จะช่วยเค้นและสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อขา หน้าขา และสะโพก ทำงานร่วมกันได้อย่างทรงพลัง ซึ่งเป็นอีกพื้นฐานสำคัญสำหรับสเตชันสุดท้ายอย่าง Wall Ball

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 26โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 27

 

ด่านวัดใจที่เหล่าผู้เข้าแข่งขันในสนามจริงต้องกัดฟันสู้เฮือกสุดท้าย หลักการคือการส่งแรงจากล่างสู่บนด้วยการสควอทแล้วระเบิดพลังโยนบอลอัดกำแพง 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 28

 

สเตชันนี้คือบททดสอบขั้นสุดในการโฟกัสลมหายใจและควบคุมจิตใจ ในภาวะที่ร่างกายล้าจนแทบจะสิ้นใจของแท้

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 29

 

Result

 

มองเห็นชะตากรรมตัวเองก่อนแข่งจริง! การเหนื่อย หอบ แทบสิ้นใจในคลาสนี้เหมือนเป็นการเตือนสติให้รู้ซึ้งว่า สนามจริงต้องเจอกับอะไร และต้องเตรียมตัววางแผนรับมืออย่างไรบ้าง หากไม่อยากขิตกลางคัน

 

ข้อดีคือมันช่วยให้เราเห็นจุดเด่นที่ทำได้ดีอยู่แล้ว และรู้ชัดเจนเลยว่ามีตรงไหนที่ต้องกลับไปซ้อมเพิ่มเติม

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 30

 

Good for

 

HYROX Foundation คือคลาสที่เราค่อนข้างแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจกีฬานี้ รวมถึงคนที่ชอบการฝึกสาย Hybrid เพราะโปรแกรมออกแบบมาให้ได้ฝึกอย่างรอบด้าน และไฮไลต์สำคัญคือความครบครันของยิม ที่มีอุปกรณ์มาตรฐานเหมือนในสนามแข่ง Official ช่วยให้เราได้ฝึกจนคุ้นมือ และเพิ่มความมั่นใจก่อนลงแข่งจริงได้อย่างแน่นอน

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 31

 

Engine Lab

Open: จันทร์-พฤหัส 6.30-21.00 น., ศุกร์-อาทิตย์ 7.00-18.00 น.

Address: ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 3 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ

Budget: 600-650 บาท ต่อคลาส 

Instagram: https://www.instagram.com/enginelab.bkk/ 

 

 

 

The post เตรียมพร้อมสู่ HYROX กับโค้ชโค้ก แชมป์ประเทศไทยที่ Engine Lab appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hologram Beige Nails เทรนด์เล็บโทนสุภาพที่ซ่อนประกายไว้ทุกมุมแสง https://thestandard.co/life/hologram-beige-nails-korean-trend/ Mon, 08 Jun 2026 04:40:18 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1215672 ภาพเล็บมือที่ทาด้วยสี Hologram Beige Nails ซึ่งมีประกายระยิบระยับ

เทรนด์เล็บสไตล์พี่สาวชาวเกาอัปเดตใหม่ ตอนนี้ที่กำลังฮิต […]

The post Hologram Beige Nails เทรนด์เล็บโทนสุภาพที่ซ่อนประกายไว้ทุกมุมแสง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเล็บมือที่ทาด้วยสี Hologram Beige Nails ซึ่งมีประกายระยิบระยับ

เทรนด์เล็บสไตล์พี่สาวชาวเกาอัปเดตใหม่ ตอนนี้ที่กำลังฮิตในร้านเล็บเกาหลีคือ Hologram Beige Magnet Nails เล็บเจลแม่เหล็กโทนเบจประกายโฮโลแกรมที่ให้ฟินิชละมุนราวกับแสงสะท้อนบนผิวน้ำ ผสมความแวววาวของไข่มุกและประกายรุ้งแบบบางเบา

 

ลุคนี้ถูกแชร์โดยร้านเล็บเกาหลี Nail à la Mode ซึ่งเลือกใช้ Magnet Gel สี Hologram Beige ทาทับบนสีพื้นอ่อน เพื่อเพิ่มมิติของแสงและความนุ่มละมุนของสี ทำให้เล็บดูสะอาดตา แต่ยังมีความพิเศษซ่อนอยู่ในทุกการเคลื่อนไหว

 

ความน่าสนใจอยู่ที่ประกายละเอียดระดับไมโครชิมเมอร์ที่ไม่ดูวิบวับจนเกินไป เมื่อโดนแสงธรรมชาติจะสะท้อนเฉดไข่มุก ชมพู ม่วง และเงินอย่างนุ่มนวล คล้ายผิวน้ำหรือแก้วใสที่กำลังรับแสงแดด

 

ต่างจากเทรนด์ Cat Eye Nails ที่เน้นเส้นแม่เหล็กชัดเจน ลุคนี้จะกระจายประกายให้ฟุ้งทั่วเล็บ ดูบางเบา เป็นธรรมชาติ และสวมใส่ง่ายกว่า จึงเข้ากับทั้งลุคทำงาน ลุคมินิมัล หรือวันสบายๆ ที่ยังอยากให้มือดูสวยแบบมีรายละเอียด

 

สำหรับใครที่เริ่มเบื่อเล็บนู้ดแบบเดิมๆ แต่ยังไม่อยากไปทางสีสันจัดจ้าน Hologram Beige Magnet Nails อาจเป็นหนึ่งในเทรนด์เล็บเกาหลีที่น่าจับตาที่สุดในช่วงนี้ เพราะเป็นความสวยที่ดูแพง เรียบง่าย และมีเสน่ห์แบบไม่ต้องพยายามมากเกินไป

The post Hologram Beige Nails เทรนด์เล็บโทนสุภาพที่ซ่อนประกายไว้ทุกมุมแสง appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘NOVA’ รีคัฟเวอรีสเปซแห่งใหม่ในตึก 100 ปี ชาร์จพลังลึกระดับเซลล์ด้วย Contrast & Red Light Therapy https://thestandard.co/life/nova-recovery-space/ Sun, 07 Jun 2026 08:48:49 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1215485 ภาพบรรยากาศภายใน NOVA รีคัฟเวอรีสเปซที่ Royal Bangkok Sports Club

ใครที่นอนหลับเต็มอิ่มแต่ยังรู้สึกเพลีย หรือปวดคอบ่าไหล่ […]

The post ‘NOVA’ รีคัฟเวอรีสเปซแห่งใหม่ในตึก 100 ปี ชาร์จพลังลึกระดับเซลล์ด้วย Contrast & Red Light Therapy appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศภายใน NOVA รีคัฟเวอรีสเปซที่ Royal Bangkok Sports Club

ใครที่นอนหลับเต็มอิ่มแต่ยังรู้สึกเพลีย หรือปวดคอบ่าไหล่แต่ไม่หายสักที เราเชื่อว่าสาเหตุหลักๆ ของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะนั่งทำงานท่าเดิมนานๆ หรือออกกำลังกายหนักจนกล้ามเนื้อล้าสะสม ปัจจุบันเทรนด์ Biohacking จึงเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในหมู่คนรักสุขภาพยุคใหม่

 

เราเลยขออาสาพาไปรู้จักกับ ‘NOVA’ รีคัฟเวอรีสเปซใหม่ ณ Royal Bangkok Sports Club (RBSC) ที่ชุบชีวิตอดีตบ้านพักผู้จัดการทั่วไปอายุกว่า 100 ปี ซึ่งเคยถูกเปลี่ยนเป็นไนต์คลับ ก่อนจะถูกปิดตายและทิ้งร้างไว้นานถึง 13 ปี

 

ทว่าล่าสุด ตำนานบทใหม่ได้ถูกปลุกขึ้นอีกครั้งภายใต้โปรเจ็กต์ ‘Baan 100’ สู่ พื้นที่ฟื้นฟูร่างกายที่ผสานนวัตกรรม วิทยาศาสตร์การกีฬา และเทคโนโลยี AI ขั้นสูง เพื่อคืนสมดุลและชาร์จพลังลึกถึงระดับเซลล์อย่างตรงจุด

 

ภาพบรรยากาศภายใน NOVA รีคัฟเวอรีสเปซที่ Royal Bangkok Sports Club 1

 

ไฮไลต์ของที่นี่คือ ‘NOVA Flow’ และ ‘NOVA Flex’ สองโปรแกรมฟื้นฟูที่จะมาช่วยรีเซ็ตความเหนื่อยล้าสะสม โดยเป็นการผสมผสานศาสตร์แห่งความร้อน ความเย็น และการบำบัดขั้นสูงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

 

ภาพบรรยากาศภายใน NOVA รีคัฟเวอรีสเปซที่ Royal Bangkok Sports Club 2ภาพบรรยากาศภายใน NOVA รีคัฟเวอรีสเปซที่ Royal Bangkok Sports Club 3ภาพบรรยากาศภายใน NOVA รีคัฟเวอรีสเปซที่ Royal Bangkok Sports Club 4

 

เริ่มต้นด้วย NOVA Flow โปรแกรมสำหรับสายแอ็กทีฟที่ใช้ร่างกายหนัก ด้วยศาสตร์ Contrast Therapy (บำบัดร้อนสลับเย็น) ที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทและหลอดเลือดให้ฟื้นตัวไวขึ้น โดยเริ่มจากการอบซาวน่าเพื่อขยายหลอดเลือดและซ่อมแซมลึกถึงระดับเซลล์ ก่อนสลับไปแช่บ่อน้ำเย็นจัด (Cold Plunge) ในระยะเวลาสั้นๆ

 

ภาพบรรยากาศภายใน NOVA รีคัฟเวอรีสเปซที่ Royal Bangkok Sports Club 5ภาพบรรยากาศภายใน NOVA รีคัฟเวอรีสเปซที่ Royal Bangkok Sports Club 6ภาพบรรยากาศภายใน NOVA รีคัฟเวอรีสเปซที่ Royal Bangkok Sports Club 7

 

ในขณะที่ NOVA Flex มุ่งเน้นการฟื้นฟูร่างกายเฉพาะจุด ด้วย 3 ศาสตร์บำบัด ไม่ว่าจะเป็น Fascia Release เพื่อคลายปมพังผืด เพิ่มความยืดหยุ่น และลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ควบคู่ไปกับ Lymphatic Compression และ Red-light Therapy ที่ช่วยลดการอักเสบ และบรรเทาอาการปวดเมื่อยสะสม แถมยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูสดใสไปพร้อมกัน

 

ภาพบรรยากาศภายใน NOVA รีคัฟเวอรีสเปซที่ Royal Bangkok Sports Club 8ภาพบรรยากาศภายใน NOVA รีคัฟเวอรีสเปซที่ Royal Bangkok Sports Club 9

 

ใครอยากไปสัมผัสประสบการณ์ฟื้นฟูร่างกายล้ำๆ ในบรรยากาศสุดคลาสสิกของอาคารประวัติศาสตร์อายุกว่าร้อยปี ก็สามารถแวะมาได้ที่ NOVA ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

 

ภาพ: ภาพ: NOVA

The post ‘NOVA’ รีคัฟเวอรีสเปซแห่งใหม่ในตึก 100 ปี ชาร์จพลังลึกระดับเซลล์ด้วย Contrast & Red Light Therapy appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Koi no yokan ความรู้สึกที่เชื่อในสัญชาตญาณว่ากำลังจะตกหลุมรักใครสักคน https://thestandard.co/life/koi-no-yokan-love-intuition/ Sun, 07 Jun 2026 03:25:51 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1215360 ภาพประกอบแนวคิด Koi no Yokan ความรู้สึกพิเศษก่อนตกหลุมรัก

Koi no Yokan (โคอิ โนะ โยคัง) คือคำภาษาญี่ปุ่นที่อธิบาย […]

The post รู้จัก Koi no yokan ความรู้สึกที่เชื่อในสัญชาตญาณว่ากำลังจะตกหลุมรักใครสักคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแนวคิด Koi no Yokan ความรู้สึกพิเศษก่อนตกหลุมรัก

Koi no Yokan (โคอิ โนะ โยคัง) คือคำภาษาญี่ปุ่นที่อธิบายความรู้สึกพิเศษบางอย่างเมื่อเราได้พบใครสักคน แล้วเกิดสัญชาตญาณลึกๆ ว่า “วันหนึ่งฉันจะต้องตกหลุมรักคนๆ นี้แน่เลย”

 

ความน่าสนใจของคำนี้ยังเคยสร้างปรากฏการณ์ในระดับสากล เมื่อวงร็อกระดับโลก Deftones นำไปตั้งเป็นชื่ออัลบั้มในปี 2012 จนทำให้คนทั่วโลกหันมาสนใจความหมายอันลึกซึ้งของคำนี้

 

แต่สิ่งสำคัญคือ Koi no Yokan ไม่ใช่ฟีลแบบ Love at First Sight หรือรักแรกพบ เพราะรักแรกพบคือการตกหลุมรักทันทีตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอ ขณะที่ Koi no Yokan คือความรู้สึกว่า “เรื่องราวระหว่างเรายังไม่จบแค่นี้” แม้ในตอนนั้นจะยังไม่ได้รัก หรืออาจยังไม่ได้ชอบอีกฝ่ายด้วยซ้ำ

 

คำว่า Koi หมายถึงความรักเชิงโรแมนติก ส่วน Yokan หมายถึงลางสังหรณ์ เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึง “ลางสังหรณ์ว่าความรักกำลังจะเกิดขึ้น” หลายคนอธิบายความรู้สึกนี้ว่า “ฉันยังไม่ได้รักเขา แต่ฉันรู้สึกว่าถ้าเรายังเดินไปในเส้นทางเดียวกัน อีกไม่นานฉันคงรักเขาจริงๆ”

 

ในมุมจิตวิทยา Koi no Yokan อาจเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า Thin Slicing หรือความสามารถของสมองในการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว จนเราสัมผัสได้ถึงความเข้ากันบางอย่าง ก่อนที่เหตุผลจะอธิบายได้ทั้งหมด

 

บางที Koi no Yokan อาจเป็นเครื่องเตือนใจว่า ความสัมพันธ์ที่มีความหมายที่สุด ไม่ได้เริ่มต้นจากความหวือหวาเสมอไป แต่อาจเริ่มจากความรู้สึกเงียบๆ ที่บอกเราว่า คนๆ นี้จะมีความสำคัญกับชีวิตเราในสักวันหนึ่งก็ได้นะ ใครเคยมีความรู้สึกแบบนี้มาแล้วบ้างคอมเมนต์บอกเราหน่อย

The post รู้จัก Koi no yokan ความรู้สึกที่เชื่อในสัญชาตญาณว่ากำลังจะตกหลุมรักใครสักคน appeared first on THE STANDARD.

]]>