LIFE | BODY & MIND – THE STANDARD https://thestandard.co/category/life/life-body-mind/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 08 Sep 2026 11:12:47 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 lomlom สาขาบางขุนพรหม ร้านนวดในบ้านหลังเก่า ที่มีบาร์น้ำชาให้นั่งพักต่อ https://thestandard.co/life/lomlom-massage-tea-bar-bangkhunphrom/ Tue, 08 Sep 2026 11:12:47 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1252317 ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า

ถ้าพูดถึง ‘ลมลม’ หลายคนน่าจะรู้จักในฐานะร้านนวดบรรยากาศ […]

The post lomlom สาขาบางขุนพรหม ร้านนวดในบ้านหลังเก่า ที่มีบาร์น้ำชาให้นั่งพักต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า

ถ้าพูดถึง ‘ลมลม’ หลายคนน่าจะรู้จักในฐานะร้านนวดบรรยากาศดีบนถนนไมตรีจิต แต่สำหรับสาขาที่สองในย่านบางขุนพรหม มาย-วรัญญา พงษ์เพ็ชร์ ผู้ก่อตั้ง อยากขยายความหมายของการมาร้านนวดให้ไปไกลกว่าชั่วโมงที่เราอยู่บนเตียง ด้วยการสร้างพื้นที่ที่สามารถใช้เวลาพักได้ตั้งแต่ก่อนนวดไปจนถึงหลังนวด

 

 

แนวคิดของลมลมจึงไม่ได้เริ่มจากการอยากทำสปาหรือคาเฟ่ แต่เป็นการสร้างที่พักใจของคนเมืองให้ได้มีเวลาชะลอความเร่งรีบลงชั่วคราว โดยมีการนวดเป็นหัวใจหลัก แล้วใช้เสียง กลิ่น และรสชาติของชาเข้ามาประกอบเป็นประสบการณ์เดียวกัน ซึ่งในสาขาบางขุนพรหม เรื่องของชาก็ถูกขยายให้ชัดขึ้นด้วยบาร์น้ำชาเต็มรูปแบบบริเวณชั้นล่าง ขณะที่พื้นที่นวดจะซ่อนตัวอยู่บนชั้นบนของบ้าน

 

ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า 1ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า 2

 

ส่วนชื่อ ‘ลมลม’ มีจุดเริ่มต้นมาจากชื่อของหมอนวดคนหนึ่งที่ชื่อ ‘ลม’ ก่อนจะนำมาต่อยอดเข้ากับความหมายของ ‘ลมปราณ’ และธรรมชาติ ซึ่งกลายมาเป็นภาษาหลักของแบรนด์ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงโปรแกรมนวดที่นำธาตุทั้ง 4 อย่าง ดิน น้ำ ลม และไฟ มาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ

 

ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า 3ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า 4ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า 5

 

The Vibe

 

ความแตกต่างจากลมลมสาขาแรกเห็นได้ชัดตั้งแต่เรื่องของพื้นที่ เพราะจากตึกแถวหน้าแคบและลึกบนถนนไมตรีจิตที่ให้บรรยากาศคล้ายถ้ำ สาขาบางขุนพรหมกลับได้อาคารเก่าที่มีคาแรกเตอร์คล้ายบ้านมาเป็นพื้นที่ใหม่ และใช้ความเป็นบ้านนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นในการออกแบบ

 

แทนที่จะปรับทุกอย่างให้ใหม่เอี่ยม ที่นี่ยังคงร่องรอยของอาคารเดิมเอาไว้ค่อนข้างมาก ทั้งผนังปูนเก่า อิฐมอญ โครงสร้างไม้ ไปจนถึงกรอบหน้าต่าง ก่อนเติมเฟอร์นิเจอร์ไม้ โทนสีธรรมชาติ และงานคราฟต์เข้าไป ทำให้พื้นที่มีทั้งความดิบและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะช่วงกลางวันที่แสงธรรมชาติส่องเข้ามาตามช่องหน้าต่าง ยิ่งทำให้รายละเอียดของบ้านเก่าดูมีเสน่ห์ขึ้น

 

พื้นที่ชั้นล่างเป็น ‘บาร์น้ำชา’ มีทั้งเคาน์เตอร์ยาว โต๊ะใหญ่ และมุมนั่งเล่นสำหรับคนที่อยากใช้เวลานานหน่อย ส่วนชั้นลอยเปลี่ยนบรรยากาศให้สบายขึ้นด้วยโต๊ะเตี้ยและที่นั่งกับพื้น ขณะที่พื้นที่นวดถูกแยกขึ้นไปด้านบน มีพื้นที่นวดรวม 5 เตียง และห้องส่วนตัวอีก 1 เตียง ทำให้จากความคึกคักเบาๆ ของบรรยากาศด้านล่างค่อยๆ เงียบและเป็นส่วนตัวขึ้นเมื่อเดินเข้าสู่พื้นที่นวดด้านบน

 

ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า 6ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า 7

 

The Experience

 

หัวใจของลมลมยังคงเป็นเรื่องของการนวด โดยโปรแกรมต่างๆ ถูกออกแบบและตั้งชื่อโดยอ้างอิงจากธรรมชาติและธาตุเจ้าเรือน ตั้งแต่ ปราณ ไปจนถึง วารี สำหรับการนวดน้ำมัน, อัคนี ที่ใช้หินร้อน และ ไพร สำหรับการประคบสมุนไพร พร้อมนำเรื่องเสียงและกลิ่นเข้ามาประกอบ เพื่อให้แต่ละโปรแกรมมีประสบการณ์แตกต่างกันออกไป

 

ก่อนเริ่มสามารถเลือก Essential Oil ที่ลมลมปรุงขึ้นเองได้ 3 กลิ่นตามมู้ดที่ชอบ ได้แก่ Rain ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนบรรยากาศหลังฝนตก, Sun ที่ออกไปทางอบอุ่น และ Earth ที่มีโทนของดินและพืชพรรณ ให้ความรู้สึกสงบกว่าอีกสองกลิ่น

 

ครั้งนี้เราเลือกลอง Waree (Hot Essential Oil) หรือนวดวารีน้ำมันอุ่น หนึ่งในโปรแกรมที่นำการนวดน้ำมันมาปรับด้วยการอุ่นน้ำมันก่อนสัมผัสลงบนผิว จุดนี้เป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่รู้สึกถึงความแตกต่างได้ตั้งแต่เริ่ม เพราะความอุ่นจะค่อยๆ ทำให้ร่างกายผ่อนคลายลง ก่อนที่หมอนวดจะไล่น้ำหนักไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

 

ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า 8

 

น้ำหนักของการนวดไม่ได้มาในทางจับเส้นหนักๆ แต่เน้นความผ่อนคลายและคลายความตึงของกล้ามเนื้อมากกว่า โดยเฉพาะวันที่ร่างกายล้าจากการทำงานหรือออกกำลังกาย ความอุ่นของน้ำมันช่วยให้ช่วงที่ลงน้ำหนักรู้สึกสบายขึ้น และทำให้โปรแกรมนี้มีคาแรกเตอร์ต่างจากการนวดอโรมาทั่วไปพอสมควร

 

แต่สิ่งที่เราว่าน่าสนใจของประสบการณ์ที่นี่ไม่ได้อยู่แค่ช่วงที่นอนอยู่บนเตียง เพราะหลังนวดเสร็จแล้วไม่จำเป็นต้องแต่งตัวและเดินออกจากร้านทันที เรายังสามารถลงมานั่งต่อที่ด้านล่าง สั่งชาสักกาแล้วปล่อยให้ร่างกายค่อยๆ กลับเข้าสู่จังหวะปกติ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ทำให้เราเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่า ทำไมลมลมถึงอยากนิยามตัวเองเป็น ‘ที่พักใจ’ มากกว่าเป็นเพียงร้านนวด

 

ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า 9ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า 10

 

The Taste

 

บาร์น้ำชาก็เป็นอีกส่วนที่สาขาบางขุนพรหมทำจริงจังขึ้น โดยมี แป้ง-ชัยณภัทร จันทร์นาค หนึ่งในผู้ก่อตั้งเป็นคนดูแลเรื่องชาและเครื่องดื่ม เมนูมีตั้งแต่ Loose Leaf Tea, Herbal Tea, Matcha, Assamica Milk Tea ไปจนถึง Pour Over Coffee แต่คาแรกเตอร์หลักยังคงเทไปทางชา โดยเฉพาะชาอู่หลงที่ปลูกในไทย ซึ่งตั้งใจเลือกโทนที่เบาและดื่มง่ายเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของร้าน

 

ครั้งนี้เราเริ่มด้วย ชาอู่หลงนางงามเย็น (140 บาท) ชาอู่หลงที่ปลูกในไทย มีกลิ่นน้ำผึ้ง เนกทาร์ ผลไม้ตุ๋น และเครื่องเทศบางๆ พอมาในแบบเย็น คาแรกเตอร์ของชาจะเบาและสดชื่นขึ้น แต่ยังทิ้งความหอมหวานตามธรรมชาติของชาไว้ เหมาะกับการค่อยๆ จิบระหว่างนั่งพักมากกว่าชาที่มีรสเข้มพุ่งขึ้นมาตั้งแต่คำแรก

 

อีกแก้วที่เราชอบคือ เก๊กฮวยโฟมหอมหมื่นลี้ (120 บาท) ด้านล่างเป็นชาเก๊กฮวยเย็นที่ค่อนข้างสดชื่น ก่อนท็อปด้วย Sweet Osmanthus Cold Foam ที่เพิ่มทั้งกลิ่นดอกไม้และเนื้อสัมผัสครีมมี่ มีรสเค็มนิดๆ มาตัด ทำให้จากเก๊กฮวยที่คุ้นเคยกลายเป็นแก้วที่มีลูกเล่นขึ้น แต่ยังดื่มง่ายอยู่

 

ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า 11ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า 12ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า 13

 

ส่วนใครอยากนั่งนานขึ้น เราว่าลองสั่ง ชาร้อน มาสักกาก็เข้ากับบรรยากาศของร้านดี เพราะ Loose Leaf Tea แบบร้อนสามารถเติมน้ำได้ประมาณ 2-4 ครั้ง และมี ‘ทองเสน่หา’ ขนมไทยชิ้นเล็กเสิร์ฟมาให้กินคู่กัน การดื่มจึงไม่ได้จบในแก้วเดียว แต่ค่อยๆ เติมน้ำและนั่งจิบไปเรื่อยๆ ซึ่งดูจะตรงกับความตั้งใจของลมลมที่อยากให้คนเข้ามาแล้วไม่ต้องรีบไปไหน

 

นอกจากชาแล้ว เมนูยังมีเครื่องดื่มที่นำสมุนไพรไทยมาทำให้ร่วมสมัยขึ้น ตั้งแต่น้ำบัวบก โซดาหมักขิงและสับปะรด ไปจนถึงน้ำผึ้งดำ รวมถึงกาแฟดริปสำหรับคนที่ไม่ใช่สายชา แต่โดยรวมแล้วบาร์น้ำชาแห่งนี้ไม่ได้รู้สึกเหมือนคาเฟ่ที่ถูกนำมาต่อกับร้านนวด หากเป็นอีกส่วนหนึ่งของประสบการณ์พักผ่อนที่ลมลมพยายามสร้างขึ้นมากกว่า

 

ภาพบรรยากาศร้านลมลม สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นร้านนวดและบาร์น้ำชาในบ้านเก่า 14

 

[Error: Image 15 not found]

 

Good for

 

คนที่อยากหาร้านนวดที่ไม่ได้จบประสบการณ์ทันทีเมื่อครบเวลา โดยเฉพาะสาย นวดน้ำมัน ที่ชอบน้ำหนักสบายๆ มากกว่าการจับเส้นหนัก รวมถึงคนที่อยากมีเวลานั่งพักต่อหลังนวด เพราะโซนบาร์น้ำชาด้านล่างทำให้เราไม่จำเป็นต้องรีบกลับเข้าสู่ความวุ่นวายข้างนอกทันที หรือถ้ามากับเพื่อนที่ไม่ได้อยากนวดเหมือนกันทุกคน ที่นี่ก็ยังน่าสนใจ เพราะคนหนึ่งสามารถขึ้นไปนวด ขณะที่อีกคนนั่งดื่มชาด้านล่างได้ รวมถึงคนที่อยากแวะมาดื่มชาอย่างเดียวก็ทำได้เหมือนกัน

 

แต่ถ้าอยากรู้จัก ลมลม บางขุนพรหม ให้ครบที่สุด เราว่าควรเผื่อเวลามากกว่าคอร์สนวดที่จองไว้สักหน่อย ลองขึ้นไปนวด แล้วลงมานั่งจิบชาต่อ เพราะช่วงเวลาที่ไม่ต้องรีบลุกไปไหนหลังจากนั้น น่าจะเป็นส่วนที่อธิบายคำว่า ‘พัก’ ในแบบของลมลมได้ชัดที่สุด

 

ลมลม | บางขุนพรหม

 

Location: ถนนสามเสน ย่านบางขุนพรหม

Open: เปิดทุกวัน เวลา 12.00-24.00 น. (ปิดวันพฤหัสบดี)

Contact: l o m l o m – ล ม ล ม

Parking: จอดรถได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และนำบัตรมาประทับตราที่ร้าน จอดฟรี 4 ชั่วโมง

Budget: ราคา 100-2,000 บาทต่อคน

Map: https://maps.app.goo.gl/ayysje54wjVBAeXv6

 

The post lomlom สาขาบางขุนพรหม ร้านนวดในบ้านหลังเก่า ที่มีบาร์น้ำชาให้นั่งพักต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจบิวตี้ไอเท็มยอดฮิตจาก SEPHORA x OLIVE YOUNG ที่เข้าไทยอย่างเป็นทางการ https://thestandard.co/life/sephora-olive-young-kbeauty-thailand/ Tue, 08 Sep 2026 00:54:23 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1251865 ภาพคอลลาจผลิตภัณฑ์บิวตี้จาก SEPHORA และ OLIVE YOUNG ที่เข้าไทย

SEPHORA x OLIVE YOUNG มาถึงประเทศไทยแล้ว เหล่าคนรักบิวต […]

The post สำรวจบิวตี้ไอเท็มยอดฮิตจาก SEPHORA x OLIVE YOUNG ที่เข้าไทยอย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคอลลาจผลิตภัณฑ์บิวตี้จาก SEPHORA และ OLIVE YOUNG ที่เข้าไทย

SEPHORA x OLIVE YOUNG มาถึงประเทศไทยแล้ว เหล่าคนรักบิวตี้ไอเท็มจากเกาหลีเตรียมตัวให้พร้อม ช้อปได้ทั้งหน้าร้านทุกสาขาและออนไลน์ พร้อมไลน์อัปไอเท็มสุดฮิต แบรนด์ดาวรุ่ง และนวัตกรรมความงามที่คัดสรรมาเพื่อสายบิวตี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความร่วมมือครั้งนี้นำความเชี่ยวชาญด้าน K-Beauty ของ OLIVE YOUNG มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านการคัดสรรผลิตภัณฑ์ของ SEPHORA นำเสนอคอลเล็กชัน K-Beauty กว่า 20 แบรนด์ อาทิแบรนด์ที่น่าสนใจและเป็นกระแสอย่างเช่น BEPLAIN โฟมล้างหน้าถั่วเขียว, Dr.Althea ครีมบำรุงสูตรอ่อนโยน, BIOHEAL BOH ครีมยกกระชับผิวยามค่ำคืน, Arencia คลีนเซอร์เนื้อโมจินุ่มๆ, HEVEBLUE บูสเตอร์เซรั่ม PDRN จากปลาแซลมอน, Torhop มาส์กโคลนคอลลาเจนตัวดัง, Ma:nyo คลีนซิ่งออยล์ถั่วเหลือง, LAGOM ครีมบำรุงเข้มข้นเพื่อผิวบอบบาง, numbuzin เอสเซนส์ยกกระชับด้วย NAD+ และปิดท้ายด้วย Wellage แอมพูลไฮยาลูโรนิกความบริสุทธิ์สูงที่กำลังมาแรง

 

ภาพคอลลาจผลิตภัณฑ์บิวตี้จาก SEPHORA และ OLIVE YOUNG ที่เข้าไทย 1

 

BEPLAIN แบรนด์คลีนบิวตี้จากเกาหลีที่เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวความงามแบบมินิมัลตั้งแต่ปี 2018 เปิดตัว Mung Bean pH-Balanced Cleansing Foam โฟมล้างหน้าประจำวันที่อ่อนโยนแต่มีประสิทธิภาพ ด้วยส่วนผสมภูมิปัญญาเกาหลีอย่างถั่วเขียว ทำความสะอาดเมกอัพ สิ่งสกปรก และฝุ่นละอองขนาดเล็กได้อย่างหมดจด พิสูจน์ทางคลินิกว่าช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนกระจ่างใสสุขภาพดี เนื้อฟองนุ่มสดชื่นไม่ทิ้งความตึงหรือคราบลื่น รักษาสมดุล pH ของผิว

 

ภาพคอลลาจผลิตภัณฑ์บิวตี้จาก SEPHORA และ OLIVE YOUNG ที่เข้าไทย 2

 

Dr.Althea แบรนด์สกินแคร์เกาหลีที่เน้นสูตรอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่าย เปิดตัว 345 Relief Cream ครีมบำรุงเนื้อบางเบาที่ช่วยปลอบประโลม ให้ความชุ่มชื้น และเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวสำหรับผิวแพ้ง่ายและผิวเป็นสิว ผสาน 3 ส่วนผสมดูแลสิว 4 ส่วนผสมบำรุง และ 5 ส่วนผสมปลอบประโลม ทดสอบทางคลินิกว่าไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน เหมาะสำหรับผิวเป็นสิว ซึมซาบสบายผิวไม่มัน ปราศจากน้ำหอมและสีสังเคราะห์ ไม่ทดลองในสัตว์ ราคา 765 บาท

 

ภาพคอลลาจผลิตภัณฑ์บิวตี้จาก SEPHORA และ OLIVE YOUNG ที่เข้าไทย 3

 

BIOHEAL BOH แบรนด์สกินแคร์เกาหลีที่เน้นนวัตกรรมด้านการยกกระชับผิว เปิดตัว Probioderm™ 3D Lifting Cream ครีมบำรุงกลางคืนผสาน 17-Peptide Complex และ Probioderm™ เนื้อครีมเข้มข้นเหมาะสำหรับการทำ Slugging เสริมความยืดหยุ่นให้แน่นกระชับขึ้นแบบ 3D Lifting ผ่านการทดสอบทางผิวหนัง ล็อกสารออกฤทธิ์ยกกระชับไว้ข้ามคืนเพื่อให้ผิวทำงานฟื้นฟูขณะหลับ ตื่นมาพร้อมผิวกระชับตั้งแต่หน้าผากยันกรามและลำคอ

 

 

ภาพคอลลาจผลิตภัณฑ์บิวตี้จาก SEPHORA และ OLIVE YOUNG ที่เข้าไทย 4

 

Arencia แบรนด์สกินแคร์เกาหลีที่เน้นดูแลผิวเป็นสิวและรูขุมขนอุดตัน เปิดตัว Fresh Green Rice Mochi Cleanser คลีนเซอร์โฟมประจำวันที่ทำความสะอาดรูขุมขนอย่างล้ำลึก ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน และดูดซับความมันส่วนเกินโดยไม่ทำร้ายผิวเป็นสิว เนื้อสัมผัสหนึบแบบโมจิที่นวดผสมกว่า 1,000 ครั้ง ช่วยจับและดึงสิ่งอุดตันออกจากรูขุมขน ผสาน Green Tea, Centella Asiatica และ Tea Tree Extract ควบคุมความมัน ลดรอยแดง และดูแลสิวที่กำลังอักเสบ

 

ภาพคอลลาจผลิตภัณฑ์บิวตี้จาก SEPHORA และ OLIVE YOUNG ที่เข้าไทย 5

 

HEVEBLUE แบรนด์สกินแคร์เกาหลีที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรม PDRN เปิดตัว Salmon Caring Newpair PDRN Booster เอสเซนส์บูสเตอร์เข้มข้นที่มุ่งเป้าจัดการสัญญาณวัย เร่งการผลัดเซลล์ผิวเพื่อผิวกระชับ เรียบเนียน และฟื้นฟูอย่างล้ำลึก ด้วย Salmon PDRN ระดับพรีเมียม 100,000 Shot กระตุ้นการฟื้นฟูผิวและคืนความเด้งอ่อนเยาว์ ทำงานเป็นบูสเตอร์ช่วยเพิ่มการดูดซึมของสกินแคร์ขั้นตอนถัดไป ปรับผิวไม่เรียบเนียนและลดริ้วรอยเล็กๆ ทดสอบทางผิวหนังสำหรับผิวแพ้ง่าย

 

ภาพคอลลาจผลิตภัณฑ์บิวตี้จาก SEPHORA และ OLIVE YOUNG ที่เข้าไทย 6

 

Torhop แบรนด์สกินแคร์เกาหลีที่เน้นมาส์กบำรุงเข้มข้น เปิดตัว Loyly Green Mud Collagen Mask มาส์กเนื้อครีม-โคลนที่ผสานคอลลาเจนจากการหมักยีสต์ ช่วยปรับผิวให้ดูยืดหยุ่นพร้อมให้ความชุ่มชื้นยาวนาน เนื้อสัมผัสเฉพาะตัวที่ทาง่ายสบายผิวไม่แห้งตึง กระชับรูขุมขนด้วยโคลนดูดซับความมันโดยไม่ทำให้ผิวแห้ง ปลอบประโลมและให้ความชุ่มชื้นล้ำลึก แนะนำใช้สัปดาห์ละครั้งหรือ 2 ครั้งสำหรับผิวมัน

 

ภาพคอลลาจผลิตภัณฑ์บิวตี้จาก SEPHORA และ OLIVE YOUNG ที่เข้าไทย 7

 

Ma:nyo แบรนด์สกินแคร์เกาหลีที่ขายดีทั่วโลกกว่า 20 ล้านขวด เปิดตัว Pure Soybean Cleansing Oil คลีนซิ่งออยล์บำรุงผสาน 14 น้ำมันจากพืชที่ช่วยขจัดเมกอัพ กันแดด ความมันส่วนเกิน และสิ่งสกปรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทิ้งความมันหรือความเหนียวเหนอะหนะ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ล้างเมกอัพกันน้ำได้หมดจด ทดสอบทางคลินิกด้านการระคายเคือง เป็นขั้นตอนแรกของการล้างหน้าแบบ Double Cleansing

 

ภาพคอลลาจผลิตภัณฑ์บิวตี้จาก SEPHORA และ OLIVE YOUNG ที่เข้าไทย 8

 

LAGOM แบรนด์สกินแคร์เกาหลีที่เน้นความสมดุลของผิว เปิดตัว Cellus Mild Moisture Cream ครีมบำรุงที่ช่วยปลอบประโลมผิวที่ระคายเคืองจากส่วนผสมเครื่องสำอางที่มากเกินไป ฟื้นฟูพื้นผิวให้กลับสู่สภาพธรรมชาติ ปลอบประโลมผิวแพ้ง่ายอย่างอ่อนโยนพร้อมเสริมความชุ่มชื้นและเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ครีมออลอินวันที่ช่วยปรับผิวหยาบกร้านและแห้งให้เรียบเนียนขึ้น อุดมด้วย Urea สารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (NMF) เสริมสร้างเกราะป้องกันผิว ผสาน Green Tea Callus Extract ซ่อมแซมเกราะผิวที่เสียหาย Panthenol และ Edelweiss Callus Extract ให้ความเย็นสบายและปลอบประโลมผิวที่เครียดระคายเคือง Macadamia Seed Oil และ Shea Butter บำรุงล้ำลึกโดยไม่หนักผิว พร้อมเทคโนโลยี Aqualicia® กระตุ้นช่องทางความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิว

 

ภาพคอลลาจผลิตภัณฑ์บิวตี้จาก SEPHORA และ OLIVE YOUNG ที่เข้าไทย 9

 

numbuzin แบรนด์สกินแคร์เกาหลีที่กำลังเป็นกระแสฮิตทั่วโลก เปิดตัว No.9 NAD+ Bio Lifting-Sil Essence เอสเซนส์ยกกระชับที่ขับเคลื่อนด้วย NAD+ และเปปไทด์ผสม 50 ชนิด ช่วยปรับปรุงความยืดหยุ่นของผิวให้ดูสุขภาพดีเปล่งประกาย และรู้สึกเรียบเนียนกระชับขึ้นเมื่อใช้เป็นประจำ โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัส Lifting-Sil ที่ยืดหยุ่นต้านแรงโน้มถ่วง ให้เอฟเฟกต์ยกกระชับที่มองเห็นได้ชัด ผสานพลังจาก NAD+ เปปไทด์ 50 ชนิด และส่วนผสมเสริมเกราะผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะสำหรับใช้ประจำวันและก่อนแต่งหน้า เป็นตัวเลือกโปรดของ Hailey Bieber พิสูจน์ผลลัพธ์ปรับปรุงริ้วรอย 11 ประเภทภายใน 4 สัปดาห์

 

ภาพคอลลาจผลิตภัณฑ์บิวตี้จาก SEPHORA และ OLIVE YOUNG ที่เข้าไทย 10

 

Wellage แบรนด์สกินแคร์เกาหลีที่หมกมุ่นกับความบริสุทธิ์ของส่วนผสม เกิดจากความเชี่ยวชาญทางคลินิกขั้นสูงของ Hugel ผู้นำระดับโลกด้าน Bio-Aesthetics เปิดตัว Real Hyaluronic Blue Ampoule 100 แอมพูลให้ความชุ่มชื้นล้ำลึกด้วยไฮยาลูโรนิกแอซิดบริสุทธิ์ 100% ที่ซึมซาบได้ลึกถึง 30 ชั้นผิว จัดการความแห้งกร้านจากภายในพร้อมมอบความชุ่มชื้นยาวนานถึง 100 ชั่วโมงเพื่อผิว Glass Skin เนื้อสัมผัสบางเบาซึมซาบเร็ว เพิ่มความชุ่มชื้นทั้งพื้นผิวและภายในโดยไม่ทิ้งความหนักหรือเหนียวเหนอะหนะ ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ 3 ขั้นตอนที่เข้มงวดของแบรนด์

The post สำรวจบิวตี้ไอเท็มยอดฮิตจาก SEPHORA x OLIVE YOUNG ที่เข้าไทยอย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ANALOG LIFE ชวนทำกิจกรรมออฟไลน์ที่พาเรากลับมาคอนเน็กต์กับตัวเอง https://thestandard.co/life/analog-life-offline-reconnect-self/ Mon, 07 Sep 2026 05:47:34 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1251621 ภาพบุคคลกำลังทำกิจกรรมออฟไลน์อย่างสงบ เช่น อ่านหนังสือ หรือเขียนบันทึก

หลายคนติดหน้าจอชนิดที่ว่ารู้ทุกความเป็นไปของโลก เลื่อนห […]

The post ANALOG LIFE ชวนทำกิจกรรมออฟไลน์ที่พาเรากลับมาคอนเน็กต์กับตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบุคคลกำลังทำกิจกรรมออฟไลน์อย่างสงบ เช่น อ่านหนังสือ หรือเขียนบันทึก

หลายคนติดหน้าจอชนิดที่ว่ารู้ทุกความเป็นไปของโลก เลื่อนหน้าจอจนรู้ว่าวันนี้ใครไปไหน กินอะไร หรือกำลังรู้สึกอย่างไร แต่พอถามตัวเองว่าแล้ววันนี้เราเป็นยังไงบ้าง กลับต้องใช้เวลาคิดอยู่พักใหญ่ เรามีพื้นที่ให้เรื่องราวของคนอื่นมากมาย จนแทบไม่ได้แวะฟังความรู้สึกของตัวเอง

 

Analog Life ในที่นี้คือการแบ่งเวลาให้ชีวิตนอกหน้าจอ กลับมาใช้มือ สายตา และความรู้สึกกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า อาจเป็นการเปิดหนังสือทีละหน้า รดน้ำต้นไม้ หรือเขียนอะไรลงในสมุด ช่วงเวลาธรรมดาที่เราได้เลือกเองว่าจะสนใจอะไร และอยากใช้เวลากับสิ่งนั้นนานแค่ไหน แล้วเราจะเติมช่วงเวลาแบบนั้นในวันธรรมดาได้อย่างไรบ้าง?

 

The post ANALOG LIFE ชวนทำกิจกรรมออฟไลน์ที่พาเรากลับมาคอนเน็กต์กับตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจตัวตนผ่านกลิ่นและการเป็นที่จดจำในแบบ ‘เกรท สพล – ไบร์ท รพีพงศ์’ https://thestandard.co/life/great-sapol-bright-rapheephong-montblanc-scent/ Sat, 05 Sep 2026 02:06:38 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1251141 ภาพ เกรท สพล และ ไบร์ท รพีพงศ์ ถ่ายคู่กับน้ำหอม Montblanc Legend Elixir

สัมผัสแรกของ ‘น้ำหอม’ สำหรับใครหลายคนอาจเป็นเพียงเรื่อง […]

The post สำรวจตัวตนผ่านกลิ่นและการเป็นที่จดจำในแบบ ‘เกรท สพล – ไบร์ท รพีพงศ์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ เกรท สพล และ ไบร์ท รพีพงศ์ ถ่ายคู่กับน้ำหอม Montblanc Legend Elixir

สัมผัสแรกของ ‘น้ำหอม’ สำหรับใครหลายคนอาจเป็นเพียงเรื่องของความมั่นใจหรือเสน่ห์ที่ชวนมอง แต่หากมองให้ลึกลงไป กลิ่นหอมเปรียบเสมือนการทิ้งร่องรอยในความทรงจำอย่างเงียบๆ ที่เชื่อมโยงเข้ากับไลฟ์สไตล์ วิธีคิด และตัวตนข้างในของผู้ใช้ได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

 
 

เมื่อเราชวนเกรท-สพล อัศวมั่นคง และไบร์ท-รพีพงศ์ ทับสุวรรณ มาเปิดบทสนทนาถึงกลิ่นหอมของ Montblanc Legend Elixir จุดเริ่มต้นของบทสนทนานี้ ได้ค่อยๆ พาเราก้าวเข้าไปทำความเข้าใจโลกส่วนตัว จังหวะชีวิต และมายด์เซ็ตเรื่องตัวตนของพวกเขาทีละเลเยอร์

 

ภาพ เกรท สพล และ ไบร์ท รพีพงศ์ ถ่ายคู่กับน้ำหอม Montblanc Legend Elixir 1

 

Introvert Space & Personal Style

 

เมื่อลองให้สองหนุ่มที่มีมิติความเป็น Introvert ในตัวเองอย่างไบร์ทและเกรท จินตนาการถึงภาพชีวิตจริงในการหยิบน้ำหอมขวดนี้มาใช้ สเปซส่วนตัวและสไตล์การแต่งตัวของพวกเขาก็ฉายชัดออกมาทันที

 

สำหรับไบร์ท กลิ่นนี้นำทางเขาไปสู่วันพักผ่อนที่มีรสนิยม “ภาพในหัวผมคือวันสบายๆ เที่ยวชิลๆ แต่แต่งตัวแมตช์ด้วยเสื้อเชิ้ตลินินเบาๆ คู่กับกางเกงสแล็กหรือยีนส์” ไบร์ทเล่าพร้อมรอยยิ้ม “เพราะกลิ่นมันมีความสุขุมนุ่มลึก แต่ยังคงความสบายๆ อยู่ มันเลยเข้ากันมากกับการออกไปเที่ยวในสถานที่ที่ดูแกลมขึ้นมานิดหนึ่ง”

 

ภาพ เกรท สพล และ ไบร์ท รพีพงศ์ ถ่ายคู่กับน้ำหอม Montblanc Legend Elixir 2

 

ในขณะที่เกรท สะท้อนตัวตนผ่านมุมมองของคนที่ให้ความสำคัญกับพลังงานและการก้าวออกจากสเปซส่วนตัว “ปกติผมไม่ค่อยออกไปไหนครับ เพราะฉะนั้น สถานที่ที่ผมอยากฉีดไปจริงๆ ก็คือ ‘ทุกๆ วัน’ ที่ผมได้ออกไปข้างนอก ทุกสถานที่ที่ผมได้ก้าวออกไปเจอผู้คน มันกลายเป็นสถานที่พิเศษสำหรับผมเสมอ การได้ออกไปเจอใครสักคนมันมีความหมายในตัวมันเองแล้ว ผมเลยอยากให้กลิ่นนี้อยู่กับผมในทุกๆ ก้าวที่ก้าวออกจากบ้าน”

 

ภาพ เกรท สพล และ ไบร์ท รพีพงศ์ ถ่ายคู่กับน้ำหอม Montblanc Legend Elixir 3

 

The Last Accessory

 

จากเรื่องราวของไลฟ์สไตล์ ทั้งคู่มองว่า ‘กลิ่นหอม’ ไม่ใช่เรื่องของการประโคมใส่เพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่คือองค์ประกอบสำคัญชิ้นสุดท้ายที่เข้ามาคอมพลีตความเป็นตัวเองก่อนออกจากบ้าน

 

“สำหรับผม น้ำหอมเหมือนเป็น Last Accessory ครับ” เกรทอธิบาย “มันเหมือนวันไหนที่เราลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน หรือลืมใส่นาฬิกา มันจะรู้สึกไม่ครบ น้ำหอมคือ Finishing Look ชิ้นสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ ถ้าวันไหนไม่ได้ฉีด ความมั่นใจของเราจะหายไปพอสมควร มันคือสิ่งที่ทำให้ลุคในวันนั้นสมบูรณ์”

 

ภาพ เกรท สพล และ ไบร์ท รพีพงศ์ ถ่ายคู่กับน้ำหอม Montblanc Legend Elixir 4

 

ด้านไบร์ทมองว่าน้ำหอมคือสิ่งที่ช่วยเสริมบุคลิกตามจังหวะชีวิต “นอกจากช่วยเพิ่มความมั่นใจแล้ว เวลาเราไปสถานที่ต่างๆ หรือต้องไปคุยงานที่เป็นทางการ น้ำหอมกลิ่นสุขุม นุ่มลึก จะช่วยเสริมให้เราดูเติบโต นิ่ง และน่าเชื่อถือขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ”

 

ภาพ เกรท สพล และ ไบร์ท รพีพงศ์ ถ่ายคู่กับน้ำหอม Montblanc Legend Elixir 5

 

What Makes a Legend?

 

เมื่อบทสนทนาลงลึกไปถึงนิยามคำว่า ‘Legend’ ทั้งสองคนไม่ได้มองมันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ไกลตัว แต่มันคือการสะท้อนความเป็นตัวเองผ่านความเชื่อ คาแร็กเตอร์ และผลงานที่ก้าวข้ามกาลเวลา โดยไม่ต้องส่งเสียงดัง

 

“คำว่า Legend ในมุมมองของผม น่าจะเป็นเรื่องของ ‘ความเชื่อ’ และ ‘การมีคาแร็กเตอร์ที่ชัดเจน’ ครับ” เกรทเผย “ท่ามกลางคนมากมาย คนที่มีตัวตนชัดเจน และมีความเชื่อที่ส่งต่อจนคนรอบข้างจดจำได้ ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน นั่นแหละคือ Legend

 

และถ้าถามว่าอยากให้คนจดจำผมแบบไหน ผมแค่อยากให้เขาจดจำในความเป็น ‘เกรท สพล’ ไม่ต้องดีที่สุดหรือแย่ที่สุด แต่จดจำว่าเรามีตัวตนของเราเอง ขอแค่มีชื่อเกรท สพล อยู่ในใจเขาก็พอแล้วครับ”

 

ขณะที่ไบร์ท สะท้อนมิตินี้ผ่านบทบาทการเป็นนักแสดง “คำว่า Legend มันอยู่ในทุกๆ วงการ ทุกอย่างมันบ่งบอกถึงคาแร็กเตอร์และเรื่องราวในตัวมันเอง สำหรับผม ในฐานะนักแสดง ผมแค่อยากให้คนจดจำผ่านผลงานครับ อย่างน้อยมีผลงานสักเรื่องในใจเขาที่จำเราได้ ไม่ต้องจดจำตัวจริงของเราเลยก็ได้ แต่จดจำเราผ่าน ‘ตัวละคร’ นั้นก็พอแล้ว”

 

ภาพ เกรท สพล และ ไบร์ท รพีพงศ์ ถ่ายคู่กับน้ำหอม Montblanc Legend Elixir 6

 

บทสรุปของกลิ่นหอมและคำว่า Legend สำหรับทั้งสองคน จึงไม่ได้วัดกันที่ความโดดเด่น แต่คือการเป็นตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวและชัดเจนในทุกบทบาท แล้วปล่อยให้รอยประทับในความทรงจำทำงานอย่างเงียบงันผ่านผลงาน ตัวตน และกลิ่นหอมที่ทิ้งไว้ให้ผู้คนระลึกถึง

 

ภาพ เกรท สพล และ ไบร์ท รพีพงศ์ ถ่ายคู่กับน้ำหอม Montblanc Legend Elixir 7

 

ภาพ: Lux Asia

 

The post สำรวจตัวตนผ่านกลิ่นและการเป็นที่จดจำในแบบ ‘เกรท สพล – ไบร์ท รพีพงศ์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sunday Reset เปลี่ยนวันอาทิตย์ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของจิตใจ https://thestandard.co/life/sunday-reset-mental-wellbeing/ Fri, 04 Sep 2026 07:38:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1250851 ภาพผู้หญิงกำลังจิบชาอุ่นๆ ในบรรยากาศผ่อนคลายที่บ้านในวันอาทิตย์

บ่อยครั้งที่วันอาทิตย์กลายเป็นช่วงเวลาที่หัวใจเริ่มหนัก […]

The post Sunday Reset เปลี่ยนวันอาทิตย์ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของจิตใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้หญิงกำลังจิบชาอุ่นๆ ในบรรยากาศผ่อนคลายที่บ้านในวันอาทิตย์

บ่อยครั้งที่วันอาทิตย์กลายเป็นช่วงเวลาที่หัวใจเริ่มหนักอึ้ง

บางคนเริ่มกังวลถึงลิสต์งานในวันพรุ่งนี้จนลืมใช้เวลาอยู่กับปัจจุบัน

นักจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า Sunday Scaries

แต่เราสามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นช่วงเวลาคืนพลังชีวิตได้นะ

 

ลองเริ่มต้นวันหยุดด้วย ‘กิจกรรมแบบช้าๆ’ ที่ไม่ซับซ้อน

ไม่ว่าจะเป็นการตื่นนอนโดยไม่ตั้งนาฬิกาปลุก การจัดมุมโปรดในบ้าน

รดน้ำต้นไม้ หรือปล่อยให้ตัวเองได้นั่งจิบชาอุ่นๆ แบบไม่ต้องรีบร้อน

สิ่งเหล่านี้ช่วยส่งสัญญาณให้ระบบประสาทรับรู้ว่าตอนนี้ไม่มีอะไรต้องกังวล
อยู่กับตัวเองอย่างสบายใจเถอะ

 

เพราะวันอาทิตย์ที่ควรจะเป็น
ไม่ได้มีไว้เพื่อเตรียมตัวไปเหนื่อยต่อในวันพรุ่งนี้

แต่มีไว้เพื่อให้เราได้โอบกอดตัวเอง
ขอบคุณที่ผ่านพ้นสัปดาห์มาได้อย่างกล้าหาญอดทน

จงชาร์จแบตหัวใจให้เต็ม แล้วค่อยๆ ก้าวเข้าสู่วันใหม่ด้วยพลังใจที่เบาสบาย

The post Sunday Reset เปลี่ยนวันอาทิตย์ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของจิตใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมช่องยูทูบ White Noise และ Deep Sleep Sounds ที่ช่วยให้สมองผ่อนคลายและหลับดีขึ้น https://thestandard.co/life/youtube-sleep-sounds-white-noise/ Fri, 04 Sep 2026 06:12:23 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1250722 ภาพคนกำลังนอนหลับอย่างสงบพร้อมหูฟัง แสดงถึงการใช้เสียงช่วยผ่อนคลาย

คืนไหนที่ร่างกายเหนื่อยมาก แต่สมองกลับไม่ยอมปิด ลองเปลี […]

The post รวมช่องยูทูบ White Noise และ Deep Sleep Sounds ที่ช่วยให้สมองผ่อนคลายและหลับดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคนกำลังนอนหลับอย่างสงบพร้อมหูฟัง แสดงถึงการใช้เสียงช่วยผ่อนคลาย

คืนไหนที่ร่างกายเหนื่อยมาก แต่สมองกลับไม่ยอมปิด ลองเปลี่ยนจากการไถหน้าจอมาเป็นการ “ฟัง” อะไรเบาๆ แทน เพราะเสียงที่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นดนตรีช้า เสียงฝน White Noise หรือ Pink Noise อาจช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักผ่อน และช่วยกลบเสียงรบกวนรอบตัวได้

 

เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ความรู้สึก งาน Cochrane Review ปี 2022 ที่รวบรวมการศึกษา 13 งาน ผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน พบว่า การฟังดนตรีอาจช่วยให้ผู้ใหญ่ที่มีอาการนอนไม่หลับรู้สึกว่าคุณภาพการนอนของตัวเองดีขึ้น แม้หลักฐานด้านตัวชี้วัดการนอนแบบ objective ยังไม่ชัดเจน และคุณภาพหลักฐานโดยรวมยังไม่สูงนัก

 

อีก Systematic Review ที่ศึกษาการใช้ White Noise และ Pink Noise พบผลลัพธ์ที่น่าสนใจ โดย 9 จาก 11 การศึกษาเกี่ยวกับ Pink Noise รายงานผลเชิงบวกต่อการนอน แต่ผู้วิจัยยังย้ำว่าหลักฐานโดยรวมยังไม่แข็งแรงพอที่จะสรุปว่าเสียงเหล่านี้รักษาปัญหาการนอนได้ แม้ว่า Deep Sleep Sounds ไม่ใช่ยานอนหลับในรูปของเสียง แต่สำหรับบางคน มันอาจทำหน้าที่ เหมือนม่านเสียงที่ค่อยๆ ลดสิ่งรบกวน ทำให้เราผ่อนคลาย และส่งสัญญาณให้สมองรู้ว่า “วันนี้พอแล้ว ได้เวลานอน”

 

รู้จัก 7 ช่องยูทูบที่อยากชวนเปิดฟังก่อนนอน

 

1. Yellow Brick Cinema เปิดยาวแล้ววางมือถือได้เลย
รุ่นใหญ่ของสาย Sleep Music มีทั้ง Ambient, Nature Sounds, Meditation Music และ Binaural Beats คลิป Deep Sleep Music รุ่นคลาสสิกมียอดชมมากกว่า 15 ล้านครั้ง เหมาะกับคนที่อยากได้ Background Sound ยาวๆ เปิดแล้วไม่ต้องคอยเปลี่ยนเพลงกลางคืน

 

2. Jason Stephenson สำหรับคนที่อยากให้หัวค่อยๆ เบาลง
หนึ่งในชื่อดังของสาย Sleep & Meditation เสียงจะออกแนวดนตรี Ambient นุ่มๆ มากกว่า Noise ล้วน เพลง Deep Sleep Music: Deeper Relaxation มียอดเล่นบน YouTube Music ราว 37 ล้านครั้ง เหมาะกับคืนที่ไม่ได้มีเสียงรบกวน แต่ “ความคิดในหัวดังเกินไป”

 

3. SleepTube – Hypnotic Relaxation สาย Binaural Beats
ถ้าอยากลองโลกของ Binaural Beats ช่องนี้น่าสนใจมาก เพราะผสม Ambient Music เข้ากับ Binaural Beats และ Isochronic Tones เช่นคลิป Back to Sleep ที่มียอดชมกว่า 11 ล้านครั้ง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเรื่อง brainwave entrainment และ Binaural Beats ยังให้ผลคละกัน จึงควรมองเป็นเสียงเพื่อการผ่อนคลายมากกว่า “เทคโนโลยีปรับคลื่นสมอง” ที่ได้รับการพิสูจน์แน่นอน

 

4. Soothing Relaxation เหมือนพาตัวเองไปนอนกลางธรรมชาติ
ถ้าชอบเสียง Piano, Flute, Harp ผสมบรรยากาศธรรมชาติ ช่องนี้ฟังง่ายมาก คลิป The Hidden Valley มียอดชมประมาณ 48 ล้านครั้ง ขณะที่เพลงบรรยากาศยาว 8 ชั่วโมงอีกคลิปมียอดชมกว่า 13 ล้านครั้ง เหมาะกับคนที่ White Noise แข็งเกินไปและอยากได้เสียงที่มี melody บางๆ

 

5. Meditation Relax Music สำหรับคืนที่อยากได้ Delta-Wave Mood
คลิป Relaxing Music for Deep Sleep. Delta Waves มียอดชมประมาณ 75 ล้านครั้ง เป็นแนว Ambient ยาวๆ ที่แทบไม่มีจังหวะมารบกวนความสนใจ แต่คำว่า “Delta Waves” ในชื่อคลิปไม่ควรตีความว่าเสียงจะสามารถบังคับให้สมองเข้าสู่ Deep Sleep ได้โดยอัตโนมัติ หลักฐานเรื่อง auditory entrainment ยังไม่ชัดเจน

 

6. Meditative Mind โลกของ Frequency Sounds
ใครเคยเห็นตัวเลข 432 Hz, 528 Hz, 639 Hz หรือ 741 Hz บน YouTube น่าจะเคยผ่านช่องนี้ มีคลิปหลายตัวที่ยอดชมหลักล้าน เช่น 741 Hz มากกว่า 7 ล้านวิว จุดนี้ต้องติดดาวไว้ว่า คำกล่าวอ้างประเภท “DNA repair”, “detox” หรือ frequency หนึ่งสามารถรักษาอวัยวะเฉพาะ ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่แข็งแรงรองรับ ถ้าชอบเสียงก็ฟังเพื่อ relaxation ได้ แต่อย่าใช้แทนการรักษา

 

7. Relaxing White Noise สำหรับคนแพ้เสียงรบกวน
ช่องสาย White Noise และ Nature Sounds โดยตรง มีตั้งแต่เสียงพัดลม ฝน เครื่องบิน ไปจนถึงเสียงธรรมชาติแบบยาว 10 ชั่วโมง คลิป Fall Asleep Fast! 10 Hours of White Noise Sleep Sounds มียอดชมมากกว่า 13 ล้านครั้ง จุดเด่นคือเสียงคงที่ ช่วย mask เสียงแวดล้อม เช่น รถวิ่ง เสียงห้องข้างๆ หรือเสียงแอร์กระตุกได้ดี

 

ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำถามว่า 432 Hz หรือ 528 Hz อันไหนดีที่สุด เพราะจากหลักฐานปัจจุบัน สิ่งที่สำคัญกว่าอาจเป็นว่าเสียงนั้นทำให้ คุณรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ดึงความสนใจ และกลบเสียงรบกวนได้หรือไม่ งาน meta-analysis พบว่าประโยชน์ของการฟังดนตรีต่อการนอนอาจชัดขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องประมาณ 3 สัปดาห์ขึ้นไป

 

ดังนั้นคืนนี้ลองเลือกเสียงที่สมองไม่ต้องพยายามฟัง ลดระดับเสียงให้เบาสบาย ตั้ง Sleep Timer แล้ววางโทรศัพท์ให้พ้นมือ บางทีสิ่งที่เราต้องการก่อนหลับอาจไม่ใช่ความเงียบสนิท แต่เป็นเสียงบางอย่างที่ทำให้โลกข้างนอกค่อยๆ เบาลง

The post รวมช่องยูทูบ White Noise และ Deep Sleep Sounds ที่ช่วยให้สมองผ่อนคลายและหลับดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
About Love: จงมองเห็นความรักที่ซ่อนอยู่ในเรื่องธรรมดา https://thestandard.co/life/find-love-everyday/ Thu, 03 Sep 2026 05:31:33 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1250267 ภาพคู่รักกำลังทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

เราอาจโตมากับภาพจำว่า ความรักต้องมีโมเมนต์พิเศษ ดอกไม้ช […]

The post About Love: จงมองเห็นความรักที่ซ่อนอยู่ในเรื่องธรรมดา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคู่รักกำลังทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

เราอาจโตมากับภาพจำว่า ความรักต้องมีโมเมนต์พิเศษ ดอกไม้ช่อใหญ่ ทริปแสนหวาน ดินเนอร์หรูๆ ในวันเกิด หรือคำบอกรักสวยๆ ที่ทำให้ใจเต้นแรง แต่พอใช้ชีวิตกับใครสักคนนานขึ้น เราอาจค้นพบว่า ความรักที่อยู่กับเราได้นานที่สุดมักไม่ได้แต่งตัวสวยขนาดนั้น มันอาจอยู่ในไข่ดาวที่อีกคนทอดเผื่อ อาจอยู่ในข้อความที่เตือนเราว่า “ฝนตก อย่าลืมเอาร่มไปด้วยนะ” คนที่จำได้ว่าเราไม่กินผักชี หรือประโยคธรรมดามากอย่าง “เดี๋ยวขับรถไปรับ” สิ่งเหล่านี้เล็กน้อยเสียจนบางครั้งเราไม่ได้นับมันเป็นโมเมนต์แห่งความรักด้วยซ้ำ

 

Bell Hooks นักเขียนเจ้าของหนังสือ All About Love เสนอแนวคิดที่น่าสนใจว่า เราไม่ควรมองความรักเป็นเพียง ‘ความรู้สึก’ แต่ความรักยังปรากฏผ่านการกระทำ ทั้งความใส่ใจ ความรับผิดชอบ ความเคารพ และการช่วยให้อีกฝ่ายเติบโต แม้หนังสือเล่มนี้จะตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 2000 แต่กลับมาได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักอ่านรุ่นใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นี่อาจอธิบายได้ว่า ทำไมเมื่อความสัมพันธ์เดินทางพ้นช่วงตกหลุมรัก ความรักจึงค่อยๆ เปลี่ยนจาก “ฉันรู้สึกอะไรกับเธอ” มาเป็น “ฉันทำอะไรเพื่อเธอบ้าง”

 

ในทางจิตวิทยา มนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่า Hedonic Adaptation หรือการที่เราค่อยๆ เคยชินกับสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ กาแฟที่วางรออยู่ทุกเช้าจึงอาจไม่ทำให้ใจเต้นเหมือนแก้วแรกที่เขาเคยซื้อให้ ข้อความ “ถึงแล้วบอกด้วย” ที่เคยน่ารัก อาจกลายเป็นข้อความที่เราอ่านผ่านๆ หรือมือที่ครั้งหนึ่งเคยอยากจับตลอดเวลา วันหนึ่งกลับกลายเป็นมือที่เราคุ้นเคยว่ามันจะอยู่ตรงนั้นเสมอ ปัญหาจึงอาจไม่ใช่ว่าความรักลดลง แต่อาจเป็นเพราะ เรามองเห็นมันน้อยลง

 

Ross Gay ผู้เขียน The Book of Delights ซึ่งเป็น New York Times Bestseller เคยเขียนไว้ว่า “My delight grows much like love and joy when I share it” หรือความรื่นรมย์ก็คล้ายกับความรักและความสุข มันเติบโตขึ้นเมื่อเราแบ่งปัน หนังสือของเขาชวนให้เราฝึกสังเกตความสุขเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในวันธรรมดา แทนที่จะรอคอยวันที่ดีที่สุดของชีวิต และบางทีเราก็อาจนำวิธีคิดแบบเดียวกันมาใช้กับความสัมพันธ์ได้ แทนที่จะถามว่า “ทำไมเขาไม่โรแมนติกเหมือนเมื่อก่อน?” ลองเปลี่ยนเป็น “วันนี้ความรักของเขาซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง?”

 

คำตอบอาจอยู่ในจานที่ถูกล้างไว้ให้ ที่นั่งข้างๆ ที่เว้นไว้เสมอ คนที่ยังยอมฟังเรื่องเดิมของเราเป็นครั้งที่สิบ คำถามสั้นๆ ว่า “กินข้าวหรือยัง” หรือใครบางคนที่ไม่เคยพูดเก่งเลย แต่ยังเลือกกลับมาหาเราทุกวัน ความรักแบบนี้อาจไม่เหมาะกับฉากในหนัง เพราะไม่มีเพลงประกอบ ไม่มี Slow Motion และบางวันก็ไม่มีแม้แต่คำว่า “รัก” แต่มันมีบางอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ ความสม่ำเสมอ

 

อย่าลืมว่าชีวิตของคนสองคนประกอบขึ้นจากวันธรรมดามากกว่าวันพิเศษ หากเรารอให้ความรักปรากฏตัวเฉพาะในวันครบรอบ วันเกิด ช่อดอกไม้ หรือทริปโรแมนติก เราอาจกำลังพลาดความรักอีกหลายร้อยครั้งที่เกิดขึ้นระหว่างทาง

 

คืนนี้ลองมองคนข้างๆ ใหม่อีกครั้ง บางทีความรักที่คุณกำลังตามหาอาจไม่ได้หายไปไหนเลย มันเพียงเปลี่ยนรูปร่างจากคำว่า “รักนะ” มาเป็นประโยคธรรมดาที่เราได้ยินจนชินอย่าง “กลับถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ” และบางที การมองเห็นความรัก อาจเป็นหนึ่งในวิธีรักษาความรักที่ง่ายที่สุดก็ได้

The post About Love: จงมองเห็นความรักที่ซ่อนอยู่ในเรื่องธรรมดา appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ แก้ภาวะดื้ออินซูลินให้ตรงจุดกับหมอป๊อบ DietDoctor Thailand (ว.17742) https://thestandard.co/life/reset-metabolism-insulin-resistance-2/ Wed, 02 Sep 2026 05:15:41 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1249679 ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ

เมื่อพูดถึง ‘ระบบเผาผลาญ’ สิ่งที่เรามักได้ยินกันจนชินหู […]

The post 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ แก้ภาวะดื้ออินซูลินให้ตรงจุดกับหมอป๊อบ DietDoctor Thailand (ว.17742) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ

เมื่อพูดถึง ‘ระบบเผาผลาญ’ สิ่งที่เรามักได้ยินกันจนชินหูคือ “คนนี้โชคดีจัง กินเท่าไรก็ไม่อ้วน” หรือ “ระบบเผาผลาญเราคงพังไปแล้ว กินนิดเดียวก็อ้วนขึ้น” แต่ในทางชีววิทยา ระบบเผาผลาญไม่ได้มีหน้าที่แค่การเผาผลาญแคลอรีเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการพลังงานทั้งหมดในร่างกาย โดยมีฮอร์โมนสำคัญอย่าง ‘อินซูลิน’ เป็นตัวบงการใหญ่

 

หากอินซูลินทำงานผิดปกติจนเกิดภาวะดื้ออินซูลิน ไม่เพียงแต่ทำให้น้ำหนักลงยาก แต่ยังส่งผลกระทบสะเทือนไปถึงเซลล์ทั่วร่างกาย และนำไปสู่โรคร้ายเรื้อรังแบบที่เราคาดไม่ถึง

 

Longevity Lab EP. นี้ หมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด (ว.17742) แพทย์อายุรกรรมผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ และเจ้าของเพจ ‘DietDoctor Thailand’ จะมาชวนทุกคนทำความเข้าใจกลไกของอินซูลินและระบบเผาผลาญในมุมมองใหม่ พร้อมเผย 5 วิธีที่จะช่วยปรับรีเซ็ตการทำงานของร่างกายเพื่อการมีสุขภาพดีและยืนยาวอย่างแท้จริง

 

ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ 1

 

1.เว้นช่วงมื้ออาหารให้ร่างกายดึงไขมันเก่ามาเผาผลาญ

 

“อินซูลินเป็นเหมือนสัญญาณหรือข้อบ่งชี้ว่าร่างกายเรามีการตอบสนองต่อรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างไร ถ้าอินซูลินสูง มันก็เก็บไขมันเอาไว้ ไม่ให้เผา ร่างกายเราต้องสลับสองด้าน เหมือนหยินหยาง ระหว่างโหมดสร้าง (Anabolic) กับโหมดสลาย (Catabolic)”

 

ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ 2

 

2.เลี่ยงการกินกระตุ้นอินซูลินบ่อย ป้องกันเซลล์อักเสบ

 

“ภาวะดื้ออินซูลินเกิดจากการที่เรากระตุ้นการหลั่งอินซูลินบ่อยเกินไปและสูงเกินไป เซลล์ไขมันเปรียบเหมือนลูกโป่ง ถ้าอัดพลังงานเข้าไปอย่างเดียวแต่ไม่เคยระบายออก เซลล์จะอักเสบ เซลล์จึงเริ่มต่อต้านอินซูลิน เพราะถ้าพลังงานเข้ามาอีกฉันจะตาย”

 

ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ 3

 

3.เลี่ยงแสงไฟสังเคราะห์และแสงสีฟ้ายามค่ำคืน “สมมุติว่าเราอยู่ในสภาพแสงแบบนี้ ห้าทุ่ม ร่างกายจะมองว่ายังเป็นช่วงเวลากลางวัน ขณะที่สมองเราตีความว่าเป็นเวลากลางวัน มันจะยังบูสต์ฮอร์โมนคอร์ติซอล แล้วทำให้ตับมีการสร้างน้ำตาลมากขึ้น ทำให้หิวในตอนดึกๆ

 

แต่เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายเราจะตีความว่ามันเป็นเวลาที่ควรจะพักแล้ว มันก็จะดื้ออินซูลิน ก็เลยทำให้น้ำตาลสูงขึ้น แล้วก็ค้างในเลือดในเวลากลางคืนโดยที่ไม่ควรจะเป็น”

 

ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ 4

 

4.ออกไปสัมผัสแสงแดดธรรมชาติช่วงเช้า-กลางวัน ช่วยกระตุ้นไมโตคอนเดรีย

 

“ไมโตคอนเดรียซึ่งเป็นโรงงานใช้พลังงาน มันสามารถนำพลังงานที่เราได้จากอาหารโฟลว์ผ่านได้อย่างสะดวกราบรื่นโดยจำเป็นต้องอาศัยแสงสีแดงกับอินฟราเรด ซึ่งแสงเหล่านี้มีอยู่ในแสงแดดธรรมชาติทั้งหมด”

 

ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ 5ภาพหมอป๊อบ-นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญ กำลังอธิบาย 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ 6

 

5.เน้น Real Food และโปรตีนเป็นหลักเพื่อตัดวงจรหิวบ่อย

 

“ร่างกายเรามีความต้องการโปรตีนมากกว่าพลังงาน ถ้าเราได้โปรตีนมากพอ ร่างกายจะอิ่มนาน ระดับพลังงานจะเสถียร สัญญาณอินซูลินก็จะยังดีอยู่เพราะเป็นการแตะสัญญาณแล้วปล่อย ไม่ได้แตะค้าง”

 

 

 

 

#TheStandardLife #LongevityLab #LongevityLabEP.23 #หมอป๊อปDietDoctorThailand #ภาวะดื้ออินซูลิน

The post 5 วิธีรีเซ็ตระบบเผาผลาญ แก้ภาวะดื้ออินซูลินให้ตรงจุดกับหมอป๊อบ DietDoctor Thailand (ว.17742) appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก I WILL น้ำหอมผู้ชายใหม่จาก Giorgio Armani ชูเสน่ห์ของกลิ่นหนังและวานิลลา https://thestandard.co/life/giorgio-armani-i-will-perfume/ Wed, 02 Sep 2026 03:56:32 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1249630 ภาพน้ำหอม I WILL จาก Giorgio Armani พร้อม Jonathan Bailey แบรนด์แอมบาสเดอร์

หนุ่มๆ ที่กำลังตั้งตารอคอยน้ำหอมกลิ่นใหม่จาก Giorgio Ar […]

The post รู้จัก I WILL น้ำหอมผู้ชายใหม่จาก Giorgio Armani ชูเสน่ห์ของกลิ่นหนังและวานิลลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพน้ำหอม I WILL จาก Giorgio Armani พร้อม Jonathan Bailey แบรนด์แอมบาสเดอร์

หนุ่มๆ ที่กำลังตั้งตารอคอยน้ำหอมกลิ่นใหม่จาก Giorgio Armani บอกเลยว่าการรอคอยครั้งนี้น่าตื่นเต้นทีเดียว เพราะล่าสุดมีการปล่อยน้ำหอมใหม่อย่าง I WILL จาก Giorgio Armani ที่บอกว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากโชคเสมอไปหรอกนะ แต่มาจากความตั้งใจแน่วแน่ของตัวเราเองต่างหาก แคมเปญนี้ถือโอกาสเปิดตัว Jonathan Bailey นักแสดงชาวอังกฤษในฐานะ Brand Ambassador ด้วย และกำกับโดย Todd Field ผู้กำกับที่เคยเข้าชิงออสการ์มาแล้วถึง 6 ครั้ง เล่าเรื่องศิลปินฮอลลีวูดที่ถอยห่างจากแสงไฟ กลับมาโฟกัสกับวินัยและความมุ่งมั่นภายในตัวเอง สะท้อนกับตัวกลิ่นที่เปิดมาสดชื่น ก่อนค่อยๆ ลึกลงไปสู่ความเข้มข้นชวนหลงใหล

 

HIGHLIGHT

 

หัวใจของกลิ่นนี้อยู่ที่วานิลลามาดากัสการ์แอบโซลูทที่จับคู่กับ Woodleather โมเลกุลใหม่ซึ่งให้กลิ่นหนังทรงพลังและติดทนนานเป็นพิเศษ เปิดตัวด้วยเบอร์กามอตอิตาลี ลาเวนเดอร์ และใบไวโอเล็ต ปิดท้ายด้วยแพตชูลีคู่จากอินโดนีเซียและกัวเตมาลาที่ให้ความหนักแน่นแบบผู้ชาย รังสรรค์โดย Nathalie Lorson และ Alberto Morillas ใช้เวลาคิดค้นนานถึง 4 ปี ทดลองมากกว่า 2,800 ครั้ง และเป็นน้ำหอมแรกที่ใช้เทคโนโลยีประเมินผล 4D จาก dsm firmenich เพื่อให้กลิ่นกระจายตัวดีขึ้นและติดทนนานขึ้นกว่าเดิมด้วย

 

GOOD FOR

 

เราคิดว่ากลิ่นนี้น่าจะเหมาะกับผู้ชายที่ชอบกลิ่นเข้มข้นมีมิติ ไม่หวานจนเกินไป และมองหาน้ำหอมที่ใส่แล้วรู้สึกมั่นใจ มีตัวตนชัดเจน คงความเท่มีสเน่ห์ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

The post รู้จัก I WILL น้ำหอมผู้ชายใหม่จาก Giorgio Armani ชูเสน่ห์ของกลิ่นหนังและวานิลลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จักแนวคิด MUJO เมื่อไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอดไป เราอาจรักสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าได้มากขึ้น https://thestandard.co/life/mujo-japanese-philosophy-impermanence/ Tue, 01 Sep 2026 07:40:00 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1249356 ภาพหญิงสาวผมบลอนด์กำลังเดินป่า

สิ่งที่ทำให้ช่วงเวลาหนึ่งของคนเรามีความหมาย อาจไม่ใช่เพ […]

The post รู้จักแนวคิด MUJO เมื่อไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอดไป เราอาจรักสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าได้มากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหญิงสาวผมบลอนด์กำลังเดินป่า

สิ่งที่ทำให้ช่วงเวลาหนึ่งของคนเรามีความหมาย อาจไม่ใช่เพราะสิ่งนั้นอยู่กับเราได้นานแค่ไหน แต่เพราะเรารู้ว่าวันหนึ่งมันจะผ่านไป Mujo เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่หมายถึง ความไม่เที่ยง มีรากฐานมาจากพุทธปรัชญา ซึ่งมองว่าทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง ทั้งฤดูกาล ร่างกาย ความสัมพันธ์ ความสุข ความเศร้า และชีวิตของเราเอง

 

เขียนแบบนี้แล้วอาจฟังดูเหมือนแนวคิดที่ชวนเศร้าหน่อยๆ นะ แต่ว่า Mujo กลับชวนให้เรามองอีกด้านว่า เพราะสิ่งต่างๆ ไม่ได้อยู่ตลอดไป จึงทำให้เราเห็นคุณค่าของมันมากขึ้น

 

อาจเปรียบได้ว่ามันก็เหมือนฤดูซากุระที่ผู้คนเฝ้ารอ ทั้งที่รู้ว่าดอกไม้จะบานเพียงช่วงสั้นๆ ความงามจึงไม่ได้อยู่แค่ตอนที่มันผลิบาน แต่อยู่ตรงการรู้ว่าอีกไม่นานมันจะร่วงโรยและหายไป ความรู้สึกอ่อนโยนปนเศร้านี้ ทำให้เราได้ตระหนักถึงความไม่จีรังของสิ่งต่างๆ บนโลก

 

ในเมื่อทุกอย่างค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติอยู่ดี เราจึงไม่จำเป็นต้องยึดทุกอย่างไว้ ไม่ว่าจะเป็นงานเปลี่ยน ความสัมพันธ์เปลี่ยน ร่างกายเปลี่ยน แม้แต่ตัวเราเองก็เปลี่ยน Mujo ไม่ได้สอนให้เราเฉยชากับชีวิต แต่กลับชวนให้ อยู่กับสิ่งที่มีให้เต็มที่ เพราะมันจะไม่เกิดขึ้นในรูปแบบเดิมอีก

 

เพราะวันที่ดีไม่ได้อยู่ตลอดไป วันที่แย่ก็เช่นกัน

The post รู้จักแนวคิด MUJO เมื่อไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอดไป เราอาจรักสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าได้มากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Standing Cardio ออกกำลังกายแบบยืนปั้นแกนกลางลำตัว แค่ 15 นาที https://thestandard.co/life/standing-cardio-core-workout-15-mins/ Mon, 31 Aug 2026 06:51:17 +0000 https://thestandard.co/life/standing-cardio-core-workout-15-mins/ ภาพผู้หญิงกำลังออกกำลังกายแบบ Standing Cardio Core ในท่ายืน

หัวใจสำคัญของ Standing Cardio ไม่ได้อยู่ที่การยืนบริหาร […]

The post Standing Cardio ออกกำลังกายแบบยืนปั้นแกนกลางลำตัว แค่ 15 นาที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้หญิงกำลังออกกำลังกายแบบ Standing Cardio Core ในท่ายืน

หัวใจสำคัญของ Standing Cardio ไม่ได้อยู่ที่การยืนบริหารหน้าท้องอย่างเดียว แต่คือการเคลื่อนไหวแขน ขา และลำตัวไปพร้อมกัน ขณะที่เราพยายามรักษาลำตัวให้มั่นคง เช่น ยกเข่าสลับ บิดลำตัว ชกสลับข้าง หรือก้าวไปด้านข้าง

 

 

การเคลื่อนไหวลักษณะนี้ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง หลังส่วนล่าง สะโพก และเชิงกรานต้องช่วยกันควบคุมลำตัว ขณะเดียวกันการทำต่อเนื่องในจังหวะที่เร็วขึ้นก็ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ จึงได้ทั้ง Cardio+Core Training ในเซสชันเดียว

 

Core ไม่ได้หมายถึงกล้ามท้อง Six-pack เท่านั้น แต่ครอบคลุมกล้ามเนื้อบริเวณเชิงกราน หลังส่วนล่าง สะโพก และหน้าท้อง ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความมั่นคงและการทรงตัวให้ร่างกาย

 

15 นาที ลองทำอะไรบ้าง?

 

เริ่มจากวอร์มร่างกายประมาณ 2 นาทีด้วยการ March in Place หรือเดินย่ำเท้าอยู่กับที่ จากนั้นทำท่าละประมาณ 40 วินาที พักหรือเดินเบาๆ 20 วินาที แล้ววน 2 รอบ

 

  • Standing Knee Drive ยกเข่าขึ้นหาหน้าอกสลับซ้าย-ขวา เกร็งหน้าท้องและพยายามไม่เอนหลัง
  • Cross-Body Knee Crunch ยกเข่าขวาเข้าหาศอกซ้ายแล้วสลับข้าง ช่วยเพิ่มการทำงานของลำตัวด้านข้างและการควบคุมการหมุน
  • Standing Oblique Crunch ยกเข่าออกด้านข้างพร้อมลดศอกเข้าหาเข่า เน้นควบคุมการเคลื่อนไหวมากกว่าทำเร็ว
  • Punch & Twist ชกแขนสลับซ้าย-ขวาพร้อมหมุนช่วงอกเล็กน้อย โดยให้สะโพกและเข่าขยับตามธรรมชาติ ไม่บิดเอวแรงๆ
  • High-Knee March/ High Knees ยกเข่าสลับต่อเนื่อง เลือกเดินเร็วสำหรับ Low Impact หรือเพิ่มเป็น High Knees หากร่างกายพร้อม
  • Side Step+Reach ก้าวออกด้านข้างพร้อมเหยียดแขนเหนือศีรษะ ช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวต่อเนื่องและเพิ่มอัตราการเต้นหัวใจ ปิดท้ายประมาณ 1 นาทีด้วยการเดินช้าๆ พร้อมหายใจลึกและคลายกล้ามเนื้อ

 

ทำไมการ “ยืน” ถึงน่าสนใจ?

 

เพราะหลายท่าต้องอาศัยการรักษาสมดุลขณะขยับแขนและขา กล้ามเนื้อ Core จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงงอลำตัวเหมือน Sit-up แต่ต้องช่วย Stabilize หรือรักษาความมั่นคงของลำตัวด้วย Mayo Clinic ระบุว่าการฝึก Core ที่ดีมีส่วนช่วยเรื่องสมดุล ความมั่นคง และทำให้การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันมีประสิทธิภาพขึ้น

 

นอกจากนี้ยังเป็นรูปแบบที่ปรับระดับได้ง่าย หากเพิ่งเริ่มออกกำลังกายสามารถลดความเร็ว ไม่กระโดด และใช้ High-Knee March แทน High Knees ได้

 

แต่ 15 นาทีไม่ได้แปลว่าไขมันหน้าท้องจะหาย นี่เป็นจุดที่ควรเข้าใจให้ถูกต้อง การบริหาร Core ช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณลำตัวแข็งแรงขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะเลือกเผาผลาญไขมันเฉพาะบริเวณหน้าท้อง

 

หากเป้าหมายคือการลดไขมัน การออกกำลังกายแบบนี้ควรเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ ทั้งการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน คาร์ดิโอ การฝึกกล้ามเนื้อ และโภชนาการที่เหมาะสม ขณะที่แนวทางการออกกำลังกายโดยรวมยังแนะนำให้มีทั้ง Aerobic Fitness, Strength Training, Core, Balance และ Flexibility อยู่ในกิจวัตร

 

อย่าดูถูกเวลาเพียง 15 นาที เพราะในวันที่ยุ่งมาก การได้ลุกจากเก้าอี้ เปิดเพลง แล้วขยับร่างกายอย่างตั้งใจ อาจมีค่ากว่าการรอวันที่เรามีเวลาว่างหนึ่งชั่วโมงซึ่งไม่เคยมาถึงเสียที

 

ทริกจาก LIFE: ระหว่างทำทุกท่า ลองคิดว่าเรากำลัง ‘รูดซิปหน้าท้องขึ้นเบาๆ’ เกร็ง Core พอประมาณ หายใจตามปกติ หลังอยู่ในแนวธรรมชาติ และเน้นคุณภาพของการเคลื่อนไหวก่อนความเร็ว เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่เหนื่อย แต่คือทำให้กล้ามเนื้อแกนกลางเรียนรู้ที่จะพยุงร่างกายได้ดีขึ้น

The post Standing Cardio ออกกำลังกายแบบยืนปั้นแกนกลางลำตัว แค่ 15 นาที appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอแทน – โค้ชกี้ – คุณมีนา บนเวที Longevity Lab On Stage! ถอดรหัสธุรกิจ Wellness ยั่งยืน https://thestandard.co/life/longevity-lab-on-stage-tss-summit-2026/ Sat, 29 Aug 2026 04:00:09 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1247648 หมอแทน - โค้ชกี้ - คุณมีนา บนเวที Longevity Lab On Stage! ถอดรหัสธุรกิจ Wellness ยั่งยืน

The Secret Sauce Summit 2026 ปีนี้ Longivity Lab ชวนคุย […]

The post หมอแทน – โค้ชกี้ – คุณมีนา บนเวที Longevity Lab On Stage! ถอดรหัสธุรกิจ Wellness ยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอแทน - โค้ชกี้ - คุณมีนา บนเวที Longevity Lab On Stage! ถอดรหัสธุรกิจ Wellness ยั่งยืน

The Secret Sauce Summit 2026 ปีนี้ Longivity Lab ชวนคุยในยุคที่เทรนด์การดูแลตัวเองขยับขยายจากแค่การออกกำลังกายไปสู่เรื่องของ Well-being และ Longevity เรามักจะเห็นสินค้ารวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆ พรั่งพรูเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ Red Light Therapy, Wearable Device ไปจนถึงการตรวจวัดค่าทางชีวภาพล้ำๆ แต่ท่ามกลางตัวเลือกนับล้าน คำถามสำคัญสำหรับผู้บริโภคและเหล่า Builders ผู้สร้างธุรกิจในยุคนี้ก็คือ “อะไรคือแก่นแท้ที่จะตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน?”

 

เพื่อร่วมถอดรหัสความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค งาน The Secret Sauce Summit 2026: THE AGE OF BUILDERS ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9-10 กันยายน 2026 ณ ชั้น 5-6 EMSPHERE จึงได้จัดเวทีไฮไลต์อย่าง LONGEVITY LAB ON STAGE โดยชวน 3 วิทยากรตัวจริงในวงการมาร่วมตั้งคำถามและแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเจาะลึก

 

3 เสียง 3 มิติ: การตกผลึกของคำว่า Well-being ยุคใหม่

 

  • หมอแทน-นพ. ธนีย์ ธนียวัน – แพทย์เฉพาะทางโรคปอด/วิกฤต อดีตอาจารย์แพทย์ Harvard Medical School

 

หมอแทน

 

  • กี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ – ACE Certified FItness Coach Company: BASE Bangkok และผู้ก่อตั้ง ‘RYA’ Activewear Multi-brand

 

โค้ชกี้

 

  • มีนา-ปิยรัตน์ ตัญจพัฒน์กุล รองกรรมการบริหารด้านการบริการสุขภาพ บริษัท RX Wellness  

 

คุณมีนา

 

เซสชันนี้จะพาคุณไปเปิดมุมมองและความเข้าใจต่อคำว่า Wellness ในมิติที่แตกต่าง พร้อมเจาะลึกกระบวนการคิดและอินไซต์จริงในการอ่านพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ 

 

มาร่วมแกะรอยเทรนด์ นวัตกรรม อาหารเสริม ไปจนถึงวงการแฟชั่น Activewear เพื่อให้เห็นชัดว่า อะไรคือ ‘ของจริงที่มีงานวิจัยรองรับ’ และอะไรคือ ‘กระแสขายฝัน’ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจหยิบจับมาทำเป็นธุรกิจ พร้อมถอดกลยุทธ์การปั้นธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตได้จริง 

 

ใครที่กำลังสร้างธุรกิจ Wellness หรือมองหาอินไซต์ใหม่ๆ ในการดูแลตัวเอง บอกเลยว่าเซสชันนี้ไม่ควรพลาด ปักหมุดแล้วมาเจอกันที่งาน The Secret Sauce Summit 2026

 

tss 2026 main stage

The post หมอแทน – โค้ชกี้ – คุณมีนา บนเวที Longevity Lab On Stage! ถอดรหัสธุรกิจ Wellness ยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
SKINCARE UPDATE: รู้จักสกินแคร์ใหม่ ดูแลผิวครบทุกปัญหา https://thestandard.co/life/new-skincare-products-review/ Fri, 28 Aug 2026 05:26:25 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1247612 ภาพรวมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ 5 แบรนด์ที่ช่วยดูแลผิว

รวมสกินแคร์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง ตั้งแต่จัดการปัญหาสิว […]

The post SKINCARE UPDATE: รู้จักสกินแคร์ใหม่ ดูแลผิวครบทุกปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ 5 แบรนด์ที่ช่วยดูแลผิว

รวมสกินแคร์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง ตั้งแต่จัดการปัญหาสิว ฝ้าแดด ไปจนถึงการฟื้นฟูเกราะผิวและบำรุงผิวกาย เริ่มจาก SMOOTHE Acne Babyface Foam โฟมล้างหน้าสูตรใหม่ที่ช่วยจบปัญหาสิววนลูปด้วย Triple Action, Clé de Peau Beauté Synactif Body Cream ครีมบำรุงผิวกายเพื่อความเฟิร์มกระชับ, Vaseline Pro Derma Melasma Repair นวัตกรรมสลายฝ้าแดดครั้งแรกของโลกจากวาสลีน, Dr. Olivia’s Concentrated Renewing Drops เซรั่มผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้ที่แม้แต่ผิวแพ้ง่ายก็ใช้แล้วรอด และปิดท้ายด้วย AESTURA ATOBARRIER365 Cream มอยส์เจอไรเซอร์ตัวไวรัลที่ช่วยเสริมเกราะผิวสำหรับผิวแห้งบอบบางอย่างได้ผล

 

SMOOTHE Acne Babyface Foam

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ 5 แบรนด์ที่ช่วยดูแลผิว 1

 

SMOOTHE แบรนด์สกินแคร์ที่เน้นการแก้ปัญหาสิวโดยเฉพาะ เปิดตัวโฟมล้างหน้า Acne Babyface สูตรใหม่ที่ช่วยฟื้นผิวแข็งแรงเพื่อจบปัญหาสิววนลูปได้จริง จัดการปัญหาสิวแบบเฟียสๆ ด้วย Triple Action ผสาน AHA, BHA และ PHA ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันทั้งภายในและภายนอก เผยผิวเรียบเนียนขึ้น พร้อมเสริมฟื้นเกราะผิวด้วย Skin Recovery System จาก Ceramide และ Postbiotic ช่วยเติมความชุ่มชื้น ปลอบประโลมผิว และเสริมให้ผิวแข็งแรงขึ้นไปพร้อมกัน

 

Clé de Peau Beauté Synactif Body Cream**

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ 5 แบรนด์ที่ช่วยดูแลผิว 2

 

Clé de Peau Beauté แบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์ระดับลักชูรีจากญี่ปุ่น เปิดตัว Synactif Body Cream ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายใหม่ในกลุ่ม Synactif ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวเรียบเนียน ดูเฟิร์มกระชับ และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดดเด่นด้วย Purifying Beautifier คอมเพล็กซ์เอกสิทธิ์ผสาน HA.B.P. Complex เติมความชุ่มชื้นและดูแลความยืดหยุ่นผิว พร้อมสารสกัดจาก Ginger Rhizome, Pinus Sylvestris Cone, Alpinia Speciosa Leaf และ Caffeine ดูแลผิวกายให้เรียบเนียนกระชับขึ้น ปิดท้ายด้วยกลิ่นหอม Rose Synactif ซิกเนเจอร์ของไลน์ที่เปลี่ยนการบำรุงผิวกายทุกวันให้เป็นช่วงเวลาแห่งการดูแลตัวเองที่หรูหราและผ่อนคลาย

 

Vaseline Pro Derma Melasma Repair

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ 5 แบรนด์ที่ช่วยดูแลผิว 3

 

Vaseline แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก เปิดตัว Pro Derma Melasma Repair กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าประสิทธิภาพสูงครั้งแรกของโลกจากวาสลีน พัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนังเพื่อผิวชาวเอเชียโดยเฉพาะ จัดการปัญหาฝ้าแดดในระดับเซลล์ผิวด้วยนวัตกรรมเอกสิทธิ์ GLYCOXOME™ ที่วิจัยร่วมกับแพทย์ผิวหนังกว่า 12 ปี ทำงานผ่าน 4 กลไก “ปลุก-ฟื้น-คืน-สลาย” ประกอบด้วย SPF50+ PA++++ Treatment Serum ผสาน GLYCOXOME™ 4% และ Nia-Glutamide ลดเลือนจุดด่างดำได้ภายใน 12 สัปดาห์ พิสูจน์ทางคลินิกสลายฝ้าแดดได้สูงสุด 85% และ Treatment Cream ผสาน GLYCOXOME™ 4% และ Pro-Retinol เร่งผลัดเซลล์ผิว ลดเลือนฝ้าแดดได้สูงสุด 83% ทั้งสองผลิตภัณฑ์เนื้อบางเบาซึมซาบเร็ว เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย

 

Dr.Olivia’s Concentrated Renewing Drops

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ 5 แบรนด์ที่ช่วยดูแลผิว 4

 

Dr.Olivia’s แบรนด์สกินแคร์ที่เน้นส่วนผสมทรงประสิทธิภาพที่สร้างมาเพื่อเป็นเพื่อนสนิทกับทุกสภาพผิว แม้แต่คนผิวแพ้ง่ายที่กลัวการเปลี่ยนสกินแคร์ก็ยังรอด โดยเฉพาะ Concentrated Renewing Drops เซรั่มผลัดเซลล์ผิวเข้มข้น ด้วย Glycolic Acid ผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำและแห้งกร้านอย่างอ่อนโยน กำจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวเก่า เผยผิวกระจ่างใสมีชีวิตชีวา Salicylic Acid ช่วยลดความมันส่วนเกินและกระชับรูขุมขนไปในตัว Glycereth-26 กักเก็บความชุ่มชื้นโดยไม่อุดตันรูขุมขน สารสกัดสมุนไพรช่วยซ่อมแซมเกราะผิว บรรเทาการระคายเคืองและอักเสบ และ Sodium PCA ให้ความชุ่มชื้นลึกพร้อมเสริมสร้างสมดุลผิว ยิ่งใช้ต่อเนื่องผิวยิ่งแข็งแรง

 

AESTURA ATOBARRIER365 Cream

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ 5 แบรนด์ที่ช่วยดูแลผิว 5

 

AESTURA แบรนด์สกินแคร์จากเกาหลีที่ออกแบบมาเพื่อผิวแห้งและผิวบอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ เปิดตัว ATOBARRIER365 Cream มอยส์เจอไรเซอร์ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี High-Density Ceramide Capsules เม็ดเซราไมด์ขนาดเล็กที่ละลายเมื่อเกลี่ยลงผิว เติมองค์ประกอบไขมันสำคัญของเกราะป้องกันผิว ทั้ง Ceramide, Cholesterol และ Fatty Acids เสริม Skin Barrier ให้แข็งแรงและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น พร้อม Squalane, Glycerin และ Betaine เติมและรักษาความชุ่มชื้น รวมถึง Allantoin และ Niacinamide ดูแลผิวให้เรียบเนียนสบายผิว คงความชุ่มชื้นได้ยาวนานถึง 120 ชั่วโมง ผลทดสอบในผู้หญิงผิวแห้งบอบบาง 32 คน พบว่าเกราะป้องกันผิวที่เสียหายดีขึ้น 2 เท่าภายใน 10 นาทีหลังใช้ เหมาะเป็นพิเศษสำหรับผิวแห้งขาดน้ำหรือ Skin Barrier อ่อนแอ ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของสกินแคร์ได้ทั้งเช้าและก่อนนอน

The post SKINCARE UPDATE: รู้จักสกินแคร์ใหม่ ดูแลผิวครบทุกปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 ท่า Kettlebell สำหรับมือใหม่เพื่อปั้นแกนกลางลำตัวและสลายพุง https://thestandard.co/life/kettlebell-beginner-core-workout/ Wed, 26 Aug 2026 06:13:14 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1246603 ภาพ Kettlebell และผู้หญิงกำลังออกกำลังกาย

ใครพยายามลดหน้าท้องด้วยการซิตอัพวันละหลายสิบครั้งแต่ก็ย […]

The post 5 ท่า Kettlebell สำหรับมือใหม่เพื่อปั้นแกนกลางลำตัวและสลายพุง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ Kettlebell และผู้หญิงกำลังออกกำลังกาย

ใครพยายามลดหน้าท้องด้วยการซิตอัพวันละหลายสิบครั้งแต่ก็ยังไม่เห็นผล หรือการวิ่งบนลู่วิ่งนานๆ จนน่าเบื่อ วันนี้ LIFE มีทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจมาฝาก นั่นคือการฝึกด้วย Kettlebell (เคตเทิลเบล) ที่จะช่วยให้คุณประหยัดเวลา แต่ได้ผลลัพธ์ในการสลายไขมันรอบเอวและสร้างแกนกลางลำตัวที่แข็งแกร่งไปพร้อมๆ กัน 

 

5 ท่า Kettlebell

 

 
 

จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการวิจัยล่าสุดพบว่า การออกกำลังกายด้วย Kettlebell อย่างถูกวิธีสามารถเผาผลาญพลังงานได้สูงถึง 20 แคลอรีต่อนาที (เทียบเท่ากับการวิ่งด้วยความเร็วสูง) และยังมีกลไกกระตุ้นสภาวะ Afterburn Effect (EPOC) ที่ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันต่อเนื่องไปอีกยาวนานหลังจากคุณออกกำลังกายเสร็จสิ้นแล้วด้วยนะ

 

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มหัดเล่น นี่คือ 5 ท่าฝึกพื้นฐานที่ปลอดภัย ทำตามง่าย และเห็นผลจริง ที่เราคัดสรรมาให้คุณทำตามได้ทันที

 

1. Kettlebell Sumo Deadlift ท่าเดดลิฟต์แบบซูโม่ ปูพื้นฐานการพับสะโพก

 

ทำไมถึงดี: ท่านี้คือจุดเริ่มต้นที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อฝึกการพับสะโพก (Hip Hinge) ช่วยยืดจัดกระดูกสันหลังให้ตรงและเริ่มหัดเกร็งหน้าท้องเพื่อปูพื้นฐานไปสู่ท่าอื่นๆ โดยไม่ทำให้เจ็บหลังส่วนล่าง

 

วิธีทำ

  1. ยืนกางเท้ากว้างกว่าหัวไหล่เล็กน้อย ปลายเท้าชี้เฉียงออก วาง Kettlebell ไว้ตรงกลางระหว่างเท้า
  2. ดันสะโพกไปด้านหลังพร้อมพับตัวลงจับหูหิ้วด้วยสองมือ (หลังตรง ไม่โก่งงอ)
  3. ออกแรงกดส้นเท้า เกร็งหน้าท้องและบั้นท้าย แล้วยืดตัวขึ้นตรง ผายไหล่ไปด้านหลัง
  4. ค่อยๆ ลดตัวลงกลับสู่ท่าเริ่มต้นโดยดันสะพโพกไปด้านหลังช้าๆ

 

2. Kettlebell Goblet Squat ท่าย่อตัวสควอตถือลูกเหล็กแนบอก เกร็งท้องอัตโนมัติ

 

ทำไมถึงดี: การจับ Kettlebell แนบอกจะช่วยถ่วงสมดุล บังคับให้หน้าท้องและแกนกลางลำตัวต้องเกร็งพยุงตัวเองโดยอัตโนมัติไม่ให้ตัวพับไปข้างหน้า จึงเซฟหลังส่วนล่างได้ดีมาก

 

วิธีทำ

  1. จับหูหิ้ว Kettlebell ด้วยสองมือยกขึ้นมาแนบชิดติดอก ยืนกางเท้ากว้างเท่าหัวไหล่
  2. ย่อตัวลงดันสะโพกไปข้างหลังคล้ายกำลังจะนั่งเก้าอี้ พยายามให้ข้อศอกอยู่ด้านในของเข่า
  3. เกร็งหน้าท้องและดันตัวกลับขึ้นมาสู่ท่าตั้งตรง บีบก้นตอนขึ้นสุด

 

3. Russian Kettlebell Swing ท่าเหวี่ยงระดับอก ราชาแห่งการเบิร์นไขมัน

 

ทำไมถึงดี ท่าไม้ตายที่กระตุ้นการเต้นของหัวใจและรีดไขมันได้ดีที่สุด ขณะที่ลูกเหล็กเหวี่ยงไปมา หน้าท้องและหลังส่วนล่างจะทำงานหนักมากเพื่อรักษาการทรงตัว

 

วิธีทำ

  1. ยืนกางเท้ากว้างกว่าไหล่เล็กน้อย วาง Kettlebell ไว้ข้างหน้าห่างจากตัวประมาณหนึ่งก้าว
  2. พับสะโพกไปด้านหลัง เอื้อมมือทั้งสองจับหูหิ้วแล้วเอนลูกเหล็กเข้าหาตัว
  3. เหวี่ยงลูกเหล็กย้อนไปใต้หว่างขา ดันสะโพกไปด้านหลัง
  4. ดันสะโพกกลับมาข้างหน้าอย่างรวดเร็วและทรงพลัง (ส่งแรงจากก้นและสะโพก ไม่ใช้แรงแขนยก) ให้ลูกเหล็กลอยขึ้นมาสูงระดับอก เกร็งหน้าท้องและก้นให้แน่นในจังหวะขึ้นสุด แล้วปล่อยให้ย้อนกลับลงมารับน้ำหนักด้วยการพับสะโพก

 

4. Kettlebell Halo (ท่าควงลูกเหล็กคล้ายมงกุฎ เกร็งแกนกลาง 360 องศา)

 

ทำไมถึงดี ท่านี้ไม่มีการเหวี่ยงกระแทก จึงปลอดภัยสูงมาก แต่จะบังคับให้หน้าท้องและเอวด้านข้างเกร็งต้านน้ำหนักที่เปลี่ยนทิศทางรอบหัวไหล่และศีรษะแบบรอบทิศทาง

 

วิธีทำ

  1. จับ Kettlebell กลับหัว (เอาส่วนฐานชี้ขึ้นฟ้า) โดยจับที่หูจับสองข้างในระดับอก ยืนตัวตรง
  2. เกร็งหน้าท้องและสะโพกให้แน่น (เพื่อไม่ให้ลำตัวบิดตามน้ำหนัก)
  3. ค่อยๆ หมุนควง Kettlebell รอบศีรษะช้าๆ เป็นวงกลมแคบๆ ผ่านหู อ้อมไปหลังคอ แล้ววนกลับมาที่อก
  4. หมุนสลับทิศทางซ้ายและขวาอย่างละเท่าๆ กัน

 

5. Kettlebell Plank Pull-Through (ท่าลากลูกเหล็กใต้ลำตัวในท่าแพลงก์ ท้าทายหน้าท้องชั้นลึก

 

ทำไมถึงดี: การเกร็งตัวนิ่งๆ ในท่าแพลนก์ในขณะที่ต้องใช้มือหนึ่งข้างเอื้อมไปดึงลูกเหล็ก จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องชั้นลึกและการต่อต้านการบิดหมุนของลำตัว (Anti-rotation) ได้ดีกว่าการแพลนก์ปกติหลายเท่า

 

วิธีทำ

  1. ตั้งท่าไฮแพลนก์ (ดันพื้นแขนตึง) ลำตัวตรง วาง Kettlebell ไว้ด้านนอกของอกฝั่งซ้าย
  2. เกร็งหน้าท้องและสะโพกให้ขนานกับพื้น (ห้ามเอียงสะโพกไปมา)
  3. ใช้มือขวาเอื้อมลอดใต้หน้าอกไปจับหูหิ้ว Kettlebell แล้วลากผ่านใต้ลำตัวไปวางไว้ที่ฝั่งขวา
  4. สลับใช้มือซ้ายเอื้อมไปลาก Kettlebell กลับมาฝั่งซ้าย ทำสลับไปมาอย่างช้าๆ และควบคุมลำตัวให้นิ่งที่สุด

The post 5 ท่า Kettlebell สำหรับมือใหม่เพื่อปั้นแกนกลางลำตัวและสลายพุง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จักเทรนด์ Nonna-Maxxing เมื่อ Gen Z อยากใช้ชีวิตช้าลงแบบคุณยาย https://thestandard.co/life/nonna-maxxing-gen-z-slow-living/ Tue, 25 Aug 2026 10:11:27 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1246302 ภาพประกอบเทรนด์ Nonna-Maxxing ที่ Gen Z หันมาใช้ชีวิตช้าลงแบบคุณยาย

ถ้าวันหนึ่งการใช้ชีวิตให้ “ดีขึ้น” ไม่ได้หมายถึงตื่นตีห […]

The post รู้จักเทรนด์ Nonna-Maxxing เมื่อ Gen Z อยากใช้ชีวิตช้าลงแบบคุณยาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบเทรนด์ Nonna-Maxxing ที่ Gen Z หันมาใช้ชีวิตช้าลงแบบคุณยาย

ถ้าวันหนึ่งการใช้ชีวิตให้ “ดีขึ้น” ไม่ได้หมายถึงตื่นตีห้า ทำงานให้ Productive หรือพยายาม Optimize ตัวเองทุกด้าน แต่อาจเป็นแค่การทำอาหารกินเอง เดินไปตลาด ปลูกต้นไม้ นั่งคุยกับคนในครอบครัว และยอมให้บางช่วงของวันผ่านไปอย่างไม่ต้องมีเป้าหมาย นี่คือเสน่ห์ของ Nonna-Maxxing เทรนด์ฮีลใจที่กำลังถูกพูดถึงในหมู่ Gen Z

 

คำว่า Nonna ในภาษาอิตาเลียนหมายถึง “คุณย่าหรือคุณยาย” ส่วน -maxxing เป็นศัพท์อินเทอร์เน็ตที่สื่อถึงการพยายามทำบางสิ่งให้สุดหรือ Optimize ให้ดีที่สุด เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึงการลองใช้ชีวิตแบบคุณยายอิตาเลียนให้มากขึ้น ตั้งแต่ทำอาหารจากวัตถุดิบสด กินมื้อยาวๆ กับคนที่รัก ทำสวน ถักนิตติ้ง เดินเล่น และลดการใช้โซเชียลลง

 

กระแสนี้เริ่มมีชื่อเรียกชัดเจนขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เมื่อบัญชี Instagram ของ Tallow Twins โพสต์คอนเทนต์ชวนเข้าสู่ “Nonna summer” ทั้งสูตรอาหารที่ส่งต่อกันในครอบครัว พาสต้าโฮมเมด วัตถุดิบสด และการใช้ชีวิตห่างจากโซเชียล ก่อนคำว่า Nonna-Maxxing จะกระจายต่อบน TikTok และ Instagram

 

แต่สิ่งที่ทำให้เทรนด์นี้น่าสนใจอาจไม่ใช่พาสต้า งานถัก หรือภาพคุณยายในครัว หากเป็นความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ คนรุ่นใหม่กำลังเหนื่อยกับชีวิตที่ต้องเร็ว ต้องดีขึ้น และต้องทำให้ทุกนาทีมีประโยชน์อยู่ตลอดเวลา นักวิจัยด้าน Gen Z มองว่าความนิยมนี้ไม่ใช่แค่ Nostalgia แต่สะท้อนความต้องการสิ่งที่ชีวิตดิจิทัลให้ไม่ได้ง่ายๆ ทั้งพิธีกรรมเล็กๆ ความสัมพันธ์ในโลกจริง และความสุขจากทักษะที่ไม่จำเป็นต้องวัดผลหรือเปลี่ยนเป็นคอนเทนต์

 

แน่นอนว่าเราไม่จำเป็นต้อง Romanticize ชีวิตของคนรุ่นก่อน หรือทิ้งเทคโนโลยีแล้วกลับไปใช้ชีวิตเหมือนปี 1962 สิ่งที่น่าหยิบมาจาก Nonna-Maxxing อาจเป็นเพียง “จังหวะชีวิต” กินข้าวโดยไม่ไถโทรศัพท์ ทำบางอย่างด้วยมือ ใช้เวลากับคนที่รัก และมีความสุขกับเรื่องธรรมดาโดยไม่ต้องโพสต์ให้ใครเห็น เพราะบางทีชีวิตที่ดีขึ้น อาจไม่ต้องเพิ่มอะไรเข้าไปอีก แค่ลองใช้ชีวิตให้ช้าพอที่จะรู้ว่า สิ่งดีๆ ที่มีอยู่แล้ว กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าเรา

The post รู้จักเทรนด์ Nonna-Maxxing เมื่อ Gen Z อยากใช้ชีวิตช้าลงแบบคุณยาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Pen Rose Haus คอมมูนิตี้ Nails และ Hair Bar เปิดใหม่ย่านนาคนิวาส https://thestandard.co/life/pen-rose-haus-nails-hair-nakniwat-2/ Mon, 24 Aug 2026 06:17:15 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1245720 บรรยากาศภายในร้าน Penrose Haus ที่ออกแบบสไตล์ Century ผสมผสานงานไม้และอะลูมิเนียม

ความสวยงามไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันสำคัญเสมอไป บางครั้งม […]

The post รู้จัก Pen Rose Haus คอมมูนิตี้ Nails และ Hair Bar เปิดใหม่ย่านนาคนิวาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศภายในร้าน Penrose Haus ที่ออกแบบสไตล์ Century ผสมผสานงานไม้และอะลูมิเนียม

ความสวยงามไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันสำคัญเสมอไป บางครั้งมันก็เริ่มต้นจากโมเมนต์เล็กๆ ในชีวิตประจำวันที่เราอยากดูแลตัวเองให้ดีขึ้นอีกนิด นี่คือแนวคิดตั้งต้นของ Penrose Haus พื้นที่ใหม่ล่าสุดย่านนาคนิวาสที่รวม Nails Bar และ Blow Dry Bar ไว้ในที่เดียว ภายใต้คอนเซ็ปต์ Beauty, reserved for special moments
จุดเริ่มต้นของร้านนี้เรียบง่ายกว่าที่คิด โฟร์-ญาวินดา ชายชีวินลิขิต ผู้ก่อตั้ง Penrose Haus เล่าให้ฟังว่าตัวเองเป็นคนชอบเรื่องความสวยความงามอยู่แล้ว เข้าร้านเสริมสวย ทำเล็บ สระผมเป็นกิจวัตร พอมีพื้นที่ในมือจึงอยากสร้างสิ่งที่มากกว่าร้านทำเล็บทั่วไป อยากให้เป็น Beauty Community Space ที่ตัวเอง เพื่อนๆ และคนรักสวยรักงามสามารถมาใช้บริการและแชร์เรื่องราวความงามร่วมกันได้จริงๆ

 

บรรยากาศภายในร้าน Penrose Haus ที่ออกแบบสไตล์ Century ผสมผสานงานไม้และอะลูมิเนียม 1

 

โฟร์-ญาวินดา ชายชีวินลิขิต ผู้ก่อตั้ง Penrose Haus เล่าถึงไอเดียของ Blow Dry Bar ชั้นบน ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากทริปลอนดอนตอนที่เธอได้ลองเข้าร้าน Blow Dry Bar ที่นั่นแล้วพบว่าตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบได้ดีมาก เดินเข้าไปสระ ไดร์ จัดทรงได้เลย ไม่ต้องเผชิญกลิ่นสารเคมีหรือกลิ่นสีแบบร้านทำผมทั่วไป ความประทับใจนั้นเองที่กลายมาเป็นต้นแบบของบริการชั้น 2 ที่ Penrose Haus

 

บรรยากาศภายในร้าน Penrose Haus ที่ออกแบบสไตล์ Century ผสมผสานงานไม้และอะลูมิเนียม 2

 

ร้านถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่คอมมิวนิตี้ที่ปลอดกลิ่นเคมีรบกวน แบ่งบริการออกเป็น 2 ชั้นอย่างชัดเจน ชั้น 1 คือ Nails & Café พื้นที่ทำเล็บที่มาพร้อมบริการคาเฟ่ ให้ลูกค้านั่งพูดคุย ชิทแชท และแลกเปลี่ยนไอเดียทำเล็บกันได้อย่างเป็นกันเอง ส่วนชั้น 2 คือ Blow Dry Bar ที่เน้นเฉพาะบริการสระ ไดร์ และสไตลิ่งจัดทรงเท่านั้น ไม่มีบริการตัด ทำสี หรือดัดใดๆ เพื่อหลีกเลี่ยงกลิ่นฉุนและรักษาสุขภาพเส้นผม พร้อมมีบริการแบบ Express สำหรับใครที่ต้องการความรวดเร็วในวันที่เวลาน้อย

 

บรรยากาศภายในร้าน Penrose Haus ที่ออกแบบสไตล์ Century ผสมผสานงานไม้และอะลูมิเนียม 3

 

ด้านผลิตภัณฑ์ก็ใส่ใจไม่แพ้กัน ผลิตภัณฑ์ดูแลผมเลือกใช้แบรนด์ Oway ที่เป็นออร์แกนิกเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผมไม่เสียและไม่มีกลิ่นเคมีรบกวน ส่วนผลิตภัณฑ์ทำเล็บก็มีทางเลือกสูตรออร์แกนิกที่ปลอดภัยสูง เป็นมิตรกับคุณแม่ตั้งครรภ์ รวมถึงเด็กๆ ก็สามารถมาทำเล็บได้อย่างสบายใจ

 

บรรยากาศภายในร้าน Penrose Haus ที่ออกแบบสไตล์ Century ผสมผสานงานไม้และอะลูมิเนียม 4

 

บรรยากาศภายในร้านเป็นอีกจุดที่ตั้งใจออกแบบ ด้วยสไตล์ Century ที่ผสมผสานงานไม้และงานอะลูมิเนียมอย่างลงตัว เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดคัดสรรโดยโฟร์เอง ซึ่งมีพื้นฐานด้าน Furniture and Equipment นำเฟอร์นิเจอร์วินเทจมาผสานกับชิ้นงานสั่งทำพิเศษ จนได้ภาพลักษณ์ที่เท่ คูล และแตกต่างจากร้านซาลอนทั่วไปอย่างชัดเจน

 

บรรยากาศภายในร้าน Penrose Haus ที่ออกแบบสไตล์ Century ผสมผสานงานไม้และอะลูมิเนียม 5

 

Penrose Haus มีทีมช่างทำเล็บ 3 คนและช่างทำผม 3 คน คอยดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด เปิดบริการทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 10:00 ถึง 19:00 น. แนะนำให้จองคิวล่วงหน้าก่อนเข้ามาใช้บริการ และในอนาคตทางร้านยังมีแผนจัดกิจกรรมร่วมกับพาร์ตเนอร์ต่างๆ เช่น เชิญดีเจมาเปิดเพลงสร้างบรรยากาศระหว่างทำเล็บ เพื่อให้ที่นี่เป็นพื้นที่คอมมิวนิตี้สำหรับการพักผ่อนและพบปะกันอย่างแท้จริง พบกับ Penrose Haus ได้แล้ววันนี้ที่สาขาแรกบนถนนนาคนิวาส และติดตามเทรนด์ ไอเดีย และข่าวสารต่างๆ ได้ทาง Instagram @penrose.haus

 

บรรยากาศภายในร้าน Penrose Haus ที่ออกแบบสไตล์ Century ผสมผสานงานไม้และอะลูมิเนียม 6

The post รู้จัก Pen Rose Haus คอมมูนิตี้ Nails และ Hair Bar เปิดใหม่ย่านนาคนิวาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
Green Pause ถ้าเหนื่อยกับผู้คน ลองกลับไปอยู่กับธรรมชาติสักครู่ https://thestandard.co/life/green-pause-mental-wellness/ Fri, 21 Aug 2026 12:20:56 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1244833 ภาพใบไม้สีเขียวพลิ้วไหวท่ามกลางแสงแดด สื่อถึงการพักผ่อนในธรรมชาติ

บางวันไม่ได้มีงานหนัก ไม่ได้เจอเรื่องร้ายแรงอะไร แต่พอก […]

The post Green Pause ถ้าเหนื่อยกับผู้คน ลองกลับไปอยู่กับธรรมชาติสักครู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพใบไม้สีเขียวพลิ้วไหวท่ามกลางแสงแดด สื่อถึงการพักผ่อนในธรรมชาติ

บางวันไม่ได้มีงานหนัก ไม่ได้เจอเรื่องร้ายแรงอะไร
แต่พอกลับถึงบ้านกลับรู้สึกว่า “วันนี้เหนื่อยกับคนจังเลย”
“ทำไมการอยู่กับคนเยอะๆ มันเปลืองพลังงานขนาดนี้”
นั่นเพราะตลอดทั้งวันเราต้องพูดคุย รับฟัง ตอบข้อความ อ่านบรรยากาศ สังเกตสีหน้าคนอื่น หรือพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ จนพลังงานทางใจค่อยๆ ลดลงโดยไม่รู้ตัว

 

โดยเฉพาะในวันที่ Social Battery เหลือน้อย การได้อยู่คนเดียวจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และบางครั้งพื้นที่ที่ช่วยให้เราได้พักจากสิ่งเร้ารอบตัวได้ดีที่สุด อาจไม่ใช่ห้องนอนหรือหน้าจออีกเครื่อง แต่คือการกลับไปหาธรรมชาติ

 

นี่คือสิ่งที่เราอยากเรียกว่า Green Pause การเว้นช่วงสั้นๆ จากโลกที่เต็มไปด้วยผู้คน การแจ้งเตือน และข้อมูล แล้วพาตัวเองกลับไปอยู่ใกล้ต้นไม้ ท้องฟ้า แสงแดด ลม หรือพื้นที่สีเขียว โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าป่าหรือไปเที่ยวไกลๆ

 

ทำไมธรรมชาติถึงช่วยให้ใจได้พัก?

 

แนวคิดหนึ่งที่ใช้อธิบายเรื่องนี้คือ Attention Restoration Theory (ART) ซึ่งเสนอโดยนักจิตวิทยา Rachel และ Stephen Kaplan แนวคิดนี้มองว่า ในชีวิตประจำวันเราต้องใช้ความสนใจแบบจดจ่ออยู่ตลอด ทั้งการทำงาน การประชุม การตอบข้อความ หรือแม้แต่การอยู่ร่วมกับคนอื่น เมื่อใช้ต่อเนื่องนานๆ เราจึงเกิดความล้าทางความสนใจได้ แต่ธรรมชาติมีสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเราอย่างนุ่มนวล เช่น การมองใบไม้ไหว เมฆเคลื่อน หรือแสงแดดลอดผ่านกิ่งไม้ เราไม่ต้องพยายามโฟกัสกับมันมากนัก จึงเปิดโอกาสให้ระบบความสนใจที่ถูกใช้งานมาตลอดวันได้พัก

 

หลักฐานยุคใหม่ก็สนับสนุนภาพกว้างนี้ งาน Systematic Review และ Meta-Analysis หลายชิ้นพบว่า การสัมผัสพื้นที่สีเขียวและธรรมชาติมีความสัมพันธ์กับสุขภาวะทางใจที่ดีขึ้น รวมถึงความเครียด ความวิตกกังวล และอารมณ์ด้านลบที่ลดลงในบางบริบท อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์แตกต่างกันตามรูปแบบกิจกรรม ระยะเวลา และกลุ่มคน จึงไม่ควรมองธรรมชาติเป็นวิธีรักษาที่ใช้แทนการดูแลสุขภาพจิตเมื่อจำเป็น

 

ไม่ต้องเข้าป่า แค่หา “สีเขียว” ใกล้ตัว

 

ข้อดีของ Green Pause คือเราไม่ต้องมีวันหยุด ไม่ต้องจองที่พัก และไม่ต้องขับรถออกนอกเมือง แค่ลองเดินเข้าสวนใกล้บ้าน นั่งใต้ต้นไม้ มองออกไปนอกหน้าต่าง เดินในพื้นที่สีเขียวระหว่างพักกลางวัน หรือแม้แต่เลือกเส้นทางกลับบ้านที่มีต้นไม้มากขึ้น ระหว่างนั้นลองเก็บโทรศัพท์ไว้สักครู่ ไม่ต้องเปิดเพลงหรือพอดแคสต์ตลอดเวลา แล้วปล่อยให้ประสาทสัมผัสกลับมารับรู้สิ่งธรรมดารอบตัว ลมที่สัมผัสผิว เสียงนก แสงแดด กลิ่นดิน หรือสีของท้องฟ้า เพราะบางครั้งสิ่งที่ทำให้เราเหนื่อย ไม่ได้เกิดจากการอยู่กับคนที่เราไม่ชอบ แต่เกิดจากการที่สมองแทบไม่มีช่วงเวลาที่ “ไม่ต้องตอบสนอง” ต่ออะไรเลย

 

ลองให้ตัวเองมี Green Pause 10 นาที

 

ครั้งต่อไปที่รู้สึกว่า Social Battery กำลังจะหมด ลองให้เวลาตัวเองประมาณ 10 นาที เดินออกไปหาพื้นที่สีเขียว วางโทรศัพท์ ไม่ต้องคุยกับใคร และไม่ต้องตั้งเป้าว่าจะต้องรู้สึกดีขึ้นทันที แค่เดินช้าลง หายใจตามปกติ มองต้นไม้ มองฟ้า และปล่อยให้ตัวเองอยู่ตรงนั้นธรรมชาติอาจไม่ได้แก้ทุกปัญหาที่เรากำลังเจอ แต่ข้อดีอย่างหนึ่งของมันคือ ธรรมชาติไม่เรียกร้องให้เราต้องเป็นอะไร

 

เราไม่ต้องตอบคำถามต้นไม้
ไม่ต้องอ่านใจท้องฟ้า
และไม่ต้องพยายามทำให้สายลมประทับใจ

 

บางวันการพักใจจึงไม่จำเป็นต้องหายไปจากโลกนานๆ แค่ขอออกจากความวุ่นวายชั่วครู่ แล้วกลับไปอยู่กับโลกสีเขียวที่ไม่ต้องการอะไรจากเรา

 

บางที 10 นาทีตรงนั้น อาจเพียงพอให้เรากลับมาหาผู้คนอีกครั้ง โดยมีพื้นที่ในใจมากกว่าเดิมเล็กน้อย

The post Green Pause ถ้าเหนื่อยกับผู้คน ลองกลับไปอยู่กับธรรมชาติสักครู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Infinity Medical Clinic ชูปรัชญาความงามไม่มีสูตรสำเร็จกับแนวคิด Design Your Own Beauty https://thestandard.co/life/infinity-medical-clinic-design-beauty-tle-firstone/ Thu, 20 Aug 2026 12:04:21 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1244281 เติ้ล-มติมันท์ และ เฟิร์สวัน-วรรณกร สองนักแสดงหนุ่มร่วมงานเปิดตัวแคมเปญของ Infinity Medical Clinic

ในยุคปัจจุบัน นิยามของความงามได้เปลี่ยนผ่านจากกรอบมาตรฐ […]

The post Infinity Medical Clinic ชูปรัชญาความงามไม่มีสูตรสำเร็จกับแนวคิด Design Your Own Beauty appeared first on THE STANDARD.

]]>
เติ้ล-มติมันท์ และ เฟิร์สวัน-วรรณกร สองนักแสดงหนุ่มร่วมงานเปิดตัวแคมเปญของ Infinity Medical Clinic

ในยุคปัจจุบัน นิยามของความงามได้เปลี่ยนผ่านจากกรอบมาตรฐานเดิมๆ สู่มิติใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด ผู้คนรุ่นใหม่ไม่ได้มองว่าการดูแลตัวเองเป็นเพียงแค่เรื่องรูปลักษณ์ภายนอกอีกต่อไป แต่คือนวัตกรรมแห่งการใช้ชีวิตและการเลือกที่จะลงทุนกับตนเองเพื่อสร้างความสุขจากภายใน สะท้อนผ่านปรัชญาอันเรียบง่ายแต่น่าสนใจอย่างการกล้าออกแบบตัวตนในแบบที่ฝันไว้ เช่นเดียวกับแนวคิด Design Your Own Beauty ที่เชื่อมั่นว่าความงามไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว

 

ซึ่งล่าสุด Infinity Medical Clinic สถาบันความงามชั้นนำที่มีกว่า 31 สาขาทั่วประเทศ ได้ร่วมจุดประกายพลังแห่งความมั่นใจครั้งใหม่ TleFirstone Defines และคว้าตัวสองนักแสดงหนุ่มสุดฮอต เติ้ล-มติมันท์ และเฟิร์สวัน-วรรณกร มาร่วมถ่ายทอดความมั่นใจ และการกล้าออกแบบชีวิตรวมถึงตัวตนในแบบของตัวเอง โดยผู้บริหารเผยว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่มองการดูแลตัวเองเป็นการลงทุนกับตัวเอง ทางคลินิกจึงมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็น Well-being Partner ที่ร่วมออกแบบดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ทุกคนดูดีอย่างเป็นธรรมชาติและเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด

 

ภายในงานยังสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวบิ๊กแคมเปญแห่งปีเพื่อส่งต่อความมั่นใจ อย่าง ‘Infinity Dream Journey with Tle & FirstOne’ ที่จะพาผู้โชคดีจำนวน 20 ท่าน บินลัดฟ้าท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟร่วมเดินทาง สัมผัสประสบการณ์ที่น่าประทับใจร่วมกัน ณ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ถือเป็นการสร้างโมเมนต์และความทรงจำที่มีความหมายร่วมกันระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ร่วมออกแบบตัวตนและติดตามความพิเศษนี้ได้ที่ Infinity Medical Clinic ทุกสาขา

The post Infinity Medical Clinic ชูปรัชญาความงามไม่มีสูตรสำเร็จกับแนวคิด Design Your Own Beauty appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถึงคิวผู้บริหารสายสปอร์ต! ลุย Men Doubles ส่งท้าย BYD HYROX Bangkok 2026 [PR NEWS] https://thestandard.co/life/hyrox-bangkok-men-doubles/ Thu, 20 Aug 2026 02:59:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1243698 ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี และโค้ชโค้ก ขจรศิลป์ วงษ์มา กำลังแข่งขัน HYROX Men Doubles โดยมี นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ร่วมเชียร์

ปิดฉาก BYD HYROX Bangkok 2026 อย่างคึกคัก หลังตลอด 4 วั […]

The post ถึงคิวผู้บริหารสายสปอร์ต! ลุย Men Doubles ส่งท้าย BYD HYROX Bangkok 2026 [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี และโค้ชโค้ก ขจรศิลป์ วงษ์มา กำลังแข่งขัน HYROX Men Doubles โดยมี นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ร่วมเชียร์

ปิดฉาก BYD HYROX Bangkok 2026 อย่างคึกคัก หลังตลอด 4 วันของการแข่งขัน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีนักกีฬาและผู้ชื่นชอบการออกกำลังกายทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมกว่า 20,000 คน

 

ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี และโค้ชโค้ก ขจรศิลป์ วงษ์มา กำลังแข่งขัน HYROX Men Doubles โดยมี นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ร่วมเชียร์ 1

 

หนึ่งในไฮไลต์ของวันสุดท้ายคือการลงสนามของ ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี ผู้บริหารสิงห์ ที่สลับโหมดจากห้องประชุมมาจับคู่กับ ‘โค้ชโค้ก’ ขจรศิลป์ วงษ์มา HYROX Thailand Ambassador เพื่อลุยศึก Men Doubles ไปด้วยกัน

 

ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี และโค้ชโค้ก ขจรศิลป์ วงษ์มา กำลังแข่งขัน HYROX Men Doubles โดยมี นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ร่วมเชียร์ 2

 

เรซนี้ทั้งคู่ต้องวิ่งรวมระยะทาง 8 กิโลเมตร สลับกับ Functional Fitness อีก 8 สถานี ที่ทดสอบทั้งพลัง ความอึด และจังหวะการทำงานเป็นทีม ก่อนช่วยกันพาไปถึงเส้นชัยด้วยเวลา 1:15:37 ชั่วโมง ท่ามกลางกำลังใจสำคัญจาก นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ที่มาเกาะขอบสนามส่งเสียงเชียร์ให้ต๊อดตลอดการแข่งขัน

 

ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี และโค้ชโค้ก ขจรศิลป์ วงษ์มา กำลังแข่งขัน HYROX Men Doubles โดยมี นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ร่วมเชียร์ 3

 

การลงสนามครั้งนี้ไม่เพียงเผยอีกมุมของผู้บริหารสายสปอร์ต แต่ยังสะท้อนเสน่ห์ของ HYROX ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนเลือกความท้าทายในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาอาชีพ นักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ ผู้บริหาร หรือคนรักการออกกำลังกายทั่วไป

 

ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี และโค้ชโค้ก ขจรศิลป์ วงษ์มา กำลังแข่งขัน HYROX Men Doubles โดยมี นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ร่วมเชียร์ 4

 

ตลอดการแข่งขันจึงได้เห็นทั้ง ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่กลับมาท้าทายชายเดี่ยวเป็นครั้งที่ 2, เฟย-ภัทร เอกแสงกุล ที่ลุยคู่กับ เก๊บ เฮค (Gabe Heck) รวมถึงต๊อดและโค้ชโค้กที่เลือกลงแข่ง Men Doubles เพื่อวัดผลจากการฝึกซ้อมและพาตัวเองก้าวข้ามขีดจำกัดในสนามจริง ตอกย้ำแนวคิด ‘Fitness Race for Everybody’ ได้อย่างชัดเจน

 

ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี และโค้ชโค้ก ขจรศิลป์ วงษ์มา กำลังแข่งขัน HYROX Men Doubles โดยมี นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ร่วมเชียร์ 5

 

ส่วนใครที่พลาดการแข่งขันครั้งนี้ เตรียมร่างกายและชวนคู่หูให้พร้อม แล้วกลับมาพบกันใหม่ในสนามครั้งถัดไป

 

 

The post ถึงคิวผู้บริหารสายสปอร์ต! ลุย Men Doubles ส่งท้าย BYD HYROX Bangkok 2026 [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
SOCIAL DETOX วิธีถอยห่างจากฟีดที่ทำร้ายใจแบบไม่ต้องเลิกเล่น https://thestandard.co/life/social-detox-without-quitting/ Wed, 19 Aug 2026 11:52:25 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1243811 ภาพประกอบแสดงแนวคิดการทำ Social Detox เพื่อสุขภาพจิตที่ดี

เคยเป็นไหม? ตั้งใจว่าจะหยิบมือถือขึ้นมาเช็กข้อความแค่ 5 […]

The post SOCIAL DETOX วิธีถอยห่างจากฟีดที่ทำร้ายใจแบบไม่ต้องเลิกเล่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงแนวคิดการทำ Social Detox เพื่อสุขภาพจิตที่ดี

เคยเป็นไหม? ตั้งใจว่าจะหยิบมือถือขึ้นมาเช็กข้อความแค่ 5 นาที แต่รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปแล้ว 2 ชั่วโมง พร้อมกับความรู้สึกเหนื่อยล้า หนักอึ้งในอก และแอบรู้สึกลึกๆ ว่า
“ชีวิตเราทำไมไม่ดีเหมือนคนอื่นเลย”

 

นี่อาจเรียกว่ามันเป็นโลกของ Technostress หรือภาวะเครียดสะสมจากการเชื่อมต่อกับโซเชียลและหน้าจอตลอดเวลา จนสมองแทบไม่ได้พัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อีกว่าเราติดอยู่ในโลกที่เคลื่อนด้วยออนไลน์เช่นกัน การจะให้เราหักดิบลบแอปทิ้ง หรือเลิกเล่นไปเลยคงเป็นเรื่องยาก และอาจทำให้เหงากว่าเดิมด้วยซ้ำ

 

LIFE จึงอยากชวนทุกคนมาทำ Social Detox ผ่านเทคนิคดีๆ ที่จะช่วยให้เราทวงคืนความสุขและสมาธิกลับคืนมา โดยที่ไม่ต้องลบแอปพลิเคชันทิ้งแม้แต่แอปเดียว

 

1. พลังแห่ง 10 นาที 

 

ไม่จำเป็นต้องตัดขาดจากโลกภายนอกเพื่อรักษาแผลใจ เพราะมีงานวิจัยที่น่าสนใจจาก University of Pennsylvania พบว่า กลุ่มทดลองที่จำกัดเวลาการเล่นโซเชียลมีเดียเหลือเพียง 10 นาทีต่อแพลตฟอร์มในแต่ละวัน มีระดับความรู้สึกโดดเดี่ยว (Loneliness) และอาการ FOMO (Fear of Missing Out หรือความกลัวตกกระแส) ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับกลุ่มที่เล่นตามปกติ

 

เคล็ดลับคือการเปลี่ยนจาก Mindless Scrolling หรือการไถฟีดไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย ให้เป็น Mindful Scrolling หรือการเล่นอย่างมีเป้าหมายและรู้ตัว ลองตั้งเวลาปลุกเตือนตัวเองเมื่อครบกำหนด เพื่อช่วยส่งสัญญาณให้สมองรู้ว่าถึงเวลาพักแล้ว

 

2. สร้างแรงเสียดทานด้วยการลบแอป แต่เก็บแอคเคานต์ไว้

 

หนึ่งในทริคที่ได้รับความนิยมในคอมมูนิตี้พัฒนาตัวเองอย่าง Reddit คือการลบแอปพลิเคชันออกจากมือถือ แต่ไม่ลบแอคเคานต์ อาจฟังดูขัดกัน แต่การทำแบบนี้จะสร้างสิ่งที่เรียกว่า Friction (แรงเสียดทาน) ให้กับพฤติกรรมของเรา เวลาที่อยากเช็กฟีด เราจะต้องเปิดเว็บเบราว์เซอร์ในมือถือ พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ และล็อกอินใหม่ ความยุ่งยากเล็กๆ น้อยๆ นี้ช่วยขัดจังหวะพฤติกรรมอัตโนมัติ ทำให้เรามีเวลาถามตัวเองอีกครั้งว่าตอนนี้เราอยากเข้าโซเชียลจริงๆ หรือแค่หยิบมือถือขึ้นมาตามความเคยชิน

 

3. รู้เท่าทัน Triggers ของตัวเอง

 

Harvard Summer School แนะนำให้เราหันกลับมาสังเกต Triggers หรือตัวจุดชนวนที่ทำให้เราคว้ามือถือขึ้นมาไถฟีด เช่น หยิบมือถือเพราะความเบื่อ ความเหงา ความเครียดจากการทำงาน หรือเพียงเพราะมันกลายเป็นสิ่งแรกที่ทำจนชินมือทันทีที่ตื่นนอน

 

เมื่อจับจุดได้แล้วว่าเราคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเพราะอะไร ลองหากิจกรรมอนาล็อก เล็กๆ เข้ามาแทนที่ เช่น ถ้าเบื่อ ลองเปลี่ยนเป็นการทำพัซเซิลสั้นๆ อ่านหนังสือสัก 2 หน้า หรือเดินออกไปสูดอากาศข้างนอกสัก 5 นาที การเตรียมกิจกรรมทดแทนไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้เราเบี่ยงความสนใจออกจากหน้าจอได้ง่ายขึ้น

 

4. กฎทองชั่วโมงแรก และชั่วโมงสุดท้าย

 

ช่วงหลังตื่นนอนและก่อนเข้านอนเป็นเวลาที่ควรระวังการใช้หน้าจอเป็นพิเศษ การเริ่มต้นวันด้วยการไถฟีดอาจทำให้เราเข้าสู่วงจรของการรับข้อมูลและสิ่งเร้าตั้งแต่ยังไม่ทันได้ตั้งหลัก ขณะที่การใช้หน้าจอในช่วงก่อนนอน โดยเฉพาะแสงจากอุปกรณ์และคอนเทนต์ที่กระตุ้นอารมณ์ อาจรบกวนการเตรียมตัวเข้าสู่การนอนหลับ ลองตั้งกฎง่ายๆ กับตัวเองว่า No Phone ในชั่วโมงแรกหลังตื่น และชั่วโมงสุดท้ายก่อนนอน แล้วเปลี่ยนช่วงเวลานั้นมาเป็นการยืดเส้นยืดสายเบาๆ อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมที่ช่วยให้สมองค่อยๆ เปลี่ยนโหมดแทน

 

การทำ Social Detox จึงไม่ใช่การปฏิเสธเทคโนโลยี แต่คือการสร้างเส้นแบ่ง (Boundary) ที่ดีต่อใจ เพื่อให้เราได้กลับมาจดจ่อและมีความสุขกับชีวิตจริงตรงหน้าอีกครั้ง ลองเลือกไปปรับใช้สัก 1 เทคนิคที่เหมาะกับตัวเอง แล้วค่อยๆ สังเกตว่าเมื่อฟีดกินพื้นที่ในชีวิตน้อยลง เราอาจได้ทั้งเวลา สมาธิ และพื้นที่ในใจกลับคืนมามากกว่าที่คิด

The post SOCIAL DETOX วิธีถอยห่างจากฟีดที่ทำร้ายใจแบบไม่ต้องเลิกเล่น appeared first on THE STANDARD.

]]>