ผมเข้าใจโลกผิด
ในปีที่ผ่านมา ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสเดินทางและเห็นโลก ผมไป World Economic Forum ที่ดาวอส ไปงาน IMF ที่สหรัฐอเมริกา ได้คุยพูดคุยกับซีอีโอ นักเศรษฐศาสตร์ นักลงทุน นักวิทยาศาสตร์ ผู้กำหนดนโยบาย ในขณะเดียวกันผมก็ได้กลับมาใกล้ชิดกับผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ทั้งหมดทำให้ผมได้กลับมาทบทวนกับตัวเองว่า “โลกเรากำลังเกิดอะไรขึ้น”
คนจากสองโลกที่ผมได้เจอมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
ทุกท่านครับ แล้วผมก็ถึงบางอ้อว่า สิ่งที่ผมเห็นและสิ่งทุกคนกำลังเจอ มันไม่ใช่แค่เรื่อง AI, เศรษฐกิจ, สงครามการค้า, สังคมสูงวัยหรือเทรนด์ใหม่ๆ
แต่เรากำลังดำดิ่งไปสู่ ‘โลกใบใหม่’
โลกที่ไม่ได้ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละเรื่อง
แต่ทุกเรื่องกำลังเปลี่ยนแปลงและจัดเรียงตัวเองใหม่
ตรงกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษว่า ‘Rearrange’ ซึ่งแตกต่างกับคำที่ผมเคยใช้บ่อยอย่าง ‘Disruption’ ที่หมายถึงการหักจากสิ่งเก่าไปสู่สิ่งใหม่ โลกไม่ได้เป็นแบบนั้นไปซะทั้งหมด เพียงแต่มันกำลังจัดเรียงใหม่ เหมือนการยกจิ๊กซอว์ทั้งกระดานขึ้นมาสลับตำแหน่ง ชิ้นเดิมอาจยังอยู่ แต่ตำแหน่งของมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ถามต่อว่าแล้วเรื่องนี้สำคัญอย่างไรครับ
ผมว่าการเรียงตัวใหม่นี้กำลังนำมาซึ่ง ‘ข้อได้เปรียบใหม่’
ข้อได้เปรียบที่เราเคยเชื่อว่าเป็นเรื่องของธุรกิจใหญ่ที่มีต้นทุนพร้อม คนพร้อม
แต่วันนี้เราเริ่มเห็นภาพที่แตกต่าง เมื่อผู้ประกอบการตัวเล็กเติบโตขึ้นอย่างน่าประหลาด โดยเฉพาะหลังโควิด มีธุรกิจพันล้านเกิดขึ้นในระยะอันสั้นแบบที่ธุรกิจใหญ่อาจไม่เคยทำได้มาก่อน และสิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือ ‘มองเห็นกติกาใหม่เร็วกว่า’
กติกาใหม่มีด้วยกัน 4 เรื่องครับ
1 AI ทำให้ต้นทุนการสร้างธุรกิจต่ำลง
ผู้ประกอบการใช้ AI เป็นทั้งผู้ช่วย นักวางแผน และคู่คิด แทนการจ้างคนหลายตำแหน่ง หากรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ก็สามารถสร้างธุรกิจได้ด้วยคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว
2 ไม่กลัวจีน แต่เรียนรู้จากจีน
แทนที่จะมองจีนเป็นคู่แข่ง หลายคนเลือกเข้าใจซัพพลายเชนของจีน แล้วหาจุดยืนของตัวเอง ไม่ว่าจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบ หรือแข่งขันในสิ่งที่จีนทำไม่ได้
3 มองเห็นเทรนด์ Longevity ก่อนคนอื่น
Health Span, Wellness, Hyrox และ Supplement กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ คุณนาม ผู้ก่อตั้งโทฟุซังน้ำเต้าหู้ที่ขยับสู่ตลาดเครื่องดื่มโปรตีนสูง แชร์ในรายการ The Secret Sauce ว่าตลาดนี้เติบโตกว่า 30% ต่อเนื่องหลายปี
4 สร้าง Community ไม่ใช่แค่แบรนด์
ผู้คนไม่ได้ซื้อแค่สินค้า แต่ซื้อรสนิยม ความหมาย และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่ง หากเจ้าของแบรนด์สร้างโลกที่ผู้คนอยากเข้าไปอยู่ได้ ธุรกิจก็เติบโตได้ แม้จะไม่ได้เริ่มจากการเป็นบริษัทใหญ่
อีกจุดที่น่าสนใจ ผมว่าคนที่คว้าข้อได้เปรียบเหล่านี้ได้ พวกเขาไม่จำเป็นต้องเป็นแค่ผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจอีกต่อไป
บางทีพวกเขาอาจเป็นศิลปิน สถาปนิก เชฟ นักออกแบบ ผู้กำกับ นักวิทยาศาสตร์ และคนอีกหลายอาชีพ
แต่จุดร่วมที่พวกเขามีคือ เป็นคนที่ไม่รอโอกาส ไม่ตั้งคำถามว่าโลกจะเป็นยังไง แต่กล้าคิด กล้าฝัน กล้าลงมือ โดยไม่กลัวความผิดพลาด ไม่กลัวอาย ไม่กลัวล้มเหลว และยินดีถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้นไปสู่ Community
เราจึงได้เห็น Dr.PONG, Mizumi และ La Glace แบรนด์รุ่นใหม่ที่ช่วยกันผลักดัน T-Beauty ให้ก้าวขึ้นมาแข่งขันกับแบรนด์ระดับโลก
YOUNGOHM และ MILLI ที่ไม่ได้สร้างแค่เพลง แต่สร้างวัฒนธรรม คอมมูนิตี้ และอิทธิพลที่ข้ามประเทศ
พี่ไก่–ณฐพล บุญประกอบ ผู้บุกเบิกเส้นทางใหม่ให้ซีรีส์ไทยบนเวทีโลก
Merge, Maison Keeps, Jian Cha และ KARUN แบรนด์แฟชันและเครื่องดื่มที่ลูกค้าไม่ได้ซื้อแค่สินค้า แต่ซื้อรสนิยมและตัวตนที่อยากเป็น
นี่แหละครับคือสิ่งที่ AI ไม่มีวันแทนมนุษย์ได้
ตราบใดที่ AI ไม่มีรสนิยม ไม่มีความรู้สึก ไม่รู้จัก Human Connection แบรนด์รุ่นใหม่ที่เข้าใจเรื่องนี้ยังได้เปรียบเสมอ
ท้ายที่สุด ผมใช้เวลาหาคำตอบอยู่นานว่า เราจะนิยามคนกลุ่มนี้ว่าอย่างไร พวกเขาไม่ใช่แค่ SMEs ไม่ใช่แค่ Startup ไม่ใช่แค่คนใน Creative Economy
จนผมได้เจอคำธรรมคำหนึ่งที่แทนความหมายได้อย่างลึกซึ้ง
นั่นคือคำว่า ‘Builder’ หรือ ‘ผู้ประกอบสร้างอนาคต’
เพราะไม่ว่าพวกเขาจะสร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์ สร้างผลงาน สร้างชุมชน หรือสร้างวัฒนธรรม สิ่งที่เหมือนกันคือ พวกเขากำลังสร้างอนาคตของประเทศไทยในแบบของตัวเอง
ดังนั้นผมเชื่อว่าถ้า Builder คือคนที่จะสร้างอนาคต ประเทศไทยก็ต้องมีพื้นที่ที่ทำให้คนเหล่านี้ได้มาเจอกัน ได้เรียนรู้จากกัน และได้สร้างโอกาสใหม่ร่วมกัน
นั่นคือเหตุผลที่เราเลือกธีม The Age of Builders ให้กับ The Secret Sauce Summit 2026
เราไม่ได้ตั้งใจสร้างเพียงงานสัมมนา แต่ตั้งใจสร้างพื้นที่ที่ผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ นักวิทยาศาสตร์ นักออกแบบ เชฟ ศิลปิน นักลงทุน และคนที่กำลังลงมือสร้างอะไรบางอย่าง ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มองเห็นกติกาใหม่ของโลก และกลับไปสร้างอนาคตในแบบของตัวเอง
เพราะท้ายที่สุด สิ่งที่เปลี่ยนโลก ไม่ใช่คนที่ทำนายอนาคตได้แม่นที่สุด แต่คือคนที่ลงมือสร้างมัน


