อย่าเพิ่ง Cut Cost ถ้ายังไม่รู้ว่าเงินรั่วตรงไหน Lean to Grow เริ่มจากอุด ‘Silent Killer’ ไม่ใช่ลดคน ลดคุณภาพ เสียโอกาสเติบโต

The Secret Sauce: สื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการและผู้นำองค์กร

Insights ล่าสุด

Interview: บทสัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้ประกอบการ

Expertise Room: กลยุทธ์และเครื่องมือธุรกิจ

Personal Effectiveness: พัฒนาตัวเองและการทำงาน

Books: สรุปหนังสือธุรกิจน่าอ่าน

Editor's Note

อย่าเพิ่ง Cut Cost ถ้ายังไม่รู้ว่าเงินรั่วตรงไหน Lean to Grow เริ่มจากอุด ‘Silent Killer’ ไม่ใช่ลดคน ลดคุณภาพ เสียโอกาสเติบโต

อย่าเพิ่ง Cut Cost ถ้ายังไม่รู้ว่าเงินรั่วตรงไหน Lean to Grow เริ่มจากอุด ‘Silent Killer’ ไม่ใช่ลดคน ลดคุณภาพ เสียโอกาสเติบโต

โดย THE STANDARD TEAM
11.09.2026

เวลายอดขายเพิ่มแต่กำไรกลับบางลง ปฏิกิริยาแรกของผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยคือ ‘ต้องลดต้นทุน’ ตั้งแต่เปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบราคาถูกลง ลดคน ไปจนถึงตัดงบการตลาด เพราะเป็นสิ่งที่ทำได้เร็วและเห็นผลทันทีในตัวเลข

 

ประเด็นสำคัญ

 

 
 

แต่ สยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ SME Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ชวนมองให้ไกลกว่า Cost Cutting เพราะต้นทุนที่ทำให้กำไรหายไปอาจอยู่ในรอยรั่วเล็กๆ ตลอดกระบวนการ ตั้งแต่กำไรต่อหน่วยที่ลดลง สินค้าคงคลังที่กลายเป็นเงินจม กระบวนการทำงานที่เป็นคอขวด งานที่ต้องแก้ใหม่ ไปจนถึงเงินทุนหมุนเวียนที่หายไป

 

โจทย์จึงไม่ใช่แค่ ‘จะตัดอะไรออกอีกดี’ แต่คือจะทำอย่างไรให้ทรัพยากรทุกอย่างที่มีสร้างคุณค่าได้มากขึ้น เปลี่ยนจาก Cost Cutting ไปสู่ ‘Lean to Grow’ ทำธุรกิจให้คล่องตัว แข็งแรง และพร้อมเติบโตในระยะยาว

 

📌ก่อน Cut Cost ต้องหา ‘Silent Killer’ ให้เจอ

 

ยอดขายเพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นตามเสมอไป เพราะระหว่างทางอาจมีต้นทุนแฝงที่ค่อยๆ กินกำไรของธุรกิจโดยเจ้าของไม่ทันเห็น

 

สยุมรัตน์ยกตัวอย่างร้านอาหารที่ขายดี ลูกค้าเต็มร้าน แต่กำไรกลับบางลง สาเหตุอาจเริ่มตั้งแต่การตักอาหารต่อจานมากขึ้นจนกำไรต่อหน่วยลดลง เมนูมีมากเกินไปจนต้องสต็อกวัตถุดิบที่ขายไม่ออก สินค้าคงคลังกลายเป็น Dead Stock กระบวนการในครัวติดขัดจนหมุนเวียนโต๊ะได้น้อยลง หรือการจดออเดอร์ผิดทำให้อาหารต้องทำใหม่ ทั้งหมดนี้คือ Waste ที่ค่อยๆ เปลี่ยนกำไรให้กลายเป็นต้นทุน

 

เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดพร้อมกัน เงินทุนหมุนเวียนก็ลดลงตาม ดังนั้นก่อนจะถามว่า ‘ลดต้นทุนอะไรได้อีกบ้าง’ ธุรกิจควรกลับมาสำรวจก่อนว่า เงินกำลังรั่วออกจากตรงไหน เพราะสิ่งเล็กๆ ที่ปล่อยทิ้งไว้อาจกลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่โดยไม่รู้ตัว

 

📌จาก Cost Cutting สู่ Lean to Grow ไม่ใช่ตัดให้เหลือน้อยที่สุด แต่ใช้ทุกอย่างให้คุ้มที่สุด

 

การลดต้นทุนแบบตรงไปตรงมาอาจช่วยตัวเลขระยะสั้นแต่สร้างปัญหาระยะยาวได้ เช่น ลดคุณภาพวัตถุดิบจนลูกค้าประจำรู้สึกได้ ลดคนจนพนักงาน Burnout หรือตัดงบการตลาดจนลูกค้าใหม่หายไป

 

แนวคิด Lean to Grow เปลี่ยนวิธีคิดจาก ‘ตัด’ เป็น ‘เพิ่มประสิทธิภาพ’ เช่น แทนที่จะซื้อวัตถุดิบที่ถูกลง อาจเปลี่ยนไปหา Supplier ท้องถิ่นที่ส่งของสดได้เร็วและตรงกับความต้องการมากกว่า แทนที่จะลดคน อาจจัดงานใหม่ให้เหมาะกับทักษะของพนักงาน และใช้ Digital หรือ AI ลดงานซ้ำซ้อน หรือแทนที่จะตัดงบทั้งหมด ให้ลดเฉพาะขั้นตอนที่ไม่ได้สร้างคุณค่าให้ลูกค้า

 

เพราะเป้าหมายของ Lean ไม่ใช่การทำให้ธุรกิจเล็กลง แต่คือทำให้ธุรกิจคล่องตัวขึ้น ต้นทุนลดลงโดยคุณภาพไม่ลด และสร้างความแข็งแรงสำหรับการเติบโตในระยะยาว

 

📌Audit ตัวเองผ่าน 6 จุด ก่อนคิดว่าปัญหาอยู่ที่ยอดขาย

 

สยุมรัตน์ชวนผู้ประกอบการคิดต่อว่า “อย่ากลัวคำว่า Audit” เพราะนอกจาก Audit ทางการเงินแล้ว ธุรกิจควร Audit ตัวเอง เพื่อรู้ว่าจุดไหนแข็งแรงและจุดไหนยังเป็นรอยรั่ว ผ่าน 6 ด้านสำคัญ

 

ด้านที่ 1 Competitive Advantage ต้องรู้ว่าลูกค้ามาหาเราเพราะอะไร และอะไรคือ Signature ที่คู่แข่งแทนที่ไม่ได้

 

ด้านที่ 2 คือ Cost Structure ต้องรู้ว่าทำไมยอดขายเพิ่มแต่กำไรไม่เพิ่ม

 

ด้านที่ 3 คือระบบและกระบวนการ ต้องดูว่ามี Bottleneck หรือขั้นตอนใดสร้างต้นทุนโดยไม่จำเป็น

 

ด้านที่ 4 คือ Supply Chain และ Partner เพราะ Supplier ที่ดีไม่ใช่คนที่เสนอของราคาถูกที่สุด แต่ต้องส่งมอบของได้ตามที่ตกลง คุณภาพสม่ำเสมอ และไม่ผลัก Stock ส่วนเกินมาเป็นภาระของธุรกิจ

 

ด้านที่ 5 คือทีมงาน ต้องมีทักษะและทำงานแบบ One Team One Goal

 

ด้านที่ 6 คือ Technology และ AI ต้องถามว่าเทคโนโลยีที่มีช่วยแก้ปัญหาอะไรจริง ไม่ใช่ซื้อเพียงเพราะธุรกิจอื่นก็มี

 

นั่นเพราะการเพิ่มประสิทธิภาพจึงไม่ได้เริ่มจากซื้อระบบใหม่ แต่เริ่มจากเห็นปัญหาของตัวเองให้ชัดก่อน

 

📌Data จะช่วยบอกว่า ปัญหาแท้จริงอาจไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของธุรกิจคิด

 

สยุมรัตน์ ยกกรณีศึกษาร้านอาหาร SME ไทยแห่งหนึ่งขายดีจนขยายหลายสาขา แต่เมื่อยอดขายโตกลับพบว่ากำไรน้อยลง เจ้าของร้านคิดว่าสาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น

 

เมื่อใช้ Data เข้าไปตรวจสอบ กลับพบว่าปัญหาที่แท้จริงคือ ‘สั่งมาทิ้ง’ เพราะร้านมีเมนูจำนวนมาก แต่ลูกค้าไม่ได้สั่งทุกเมนู ขณะที่ครัวยังต้องสำรองวัตถุดิบไว้ครบ โดยเฉพาะอาหารสดที่เก็บได้ไม่นาน

 

ธุรกิจจึงนำระบบ POS (ระบบขายหน้าร้าน) และ Inventory Tracking มาเชื่อมข้อมูลหน้าร้านกับหลังร้าน เพื่อเห็นว่าวัตถุดิบอะไรถูกใช้จริง และปรับการสั่งซื้อเป็นแบบ Just-in-Time พร้อมหา Supplier ท้องถิ่นที่ส่งวัตถุดิบสดได้เร็วขึ้น ผลคือสามารถลด Food Waste ได้มากกว่า 50% พร้อมลดเวลาที่พนักงานต้องใช้ในการตรวจนับ Stock และลดงานที่เกิดจากการกระทบยอดแบบ Manual

 

กรณีนี้สะท้อนว่า Data ไม่ได้มีไว้เพียงทำ Dashboard แต่มีไว้ท้าทายความเชื่อของเจ้าของธุรกิจว่า ‘ปัญหาคืออะไร’ ก่อนลงมือแก้ผิดจุด

 

📌อย่าเอา AI เข้ามาเพราะ ‘ต้องมี’ เทคโนโลยีต้องลดรอยรั่วได้จริง

 

ปัญหาหนึ่งของ SME คือเมื่อเห็นกระแส Digital และ AI ก็รู้สึกว่าธุรกิจตัวเอง ‘ต้องมี’ เช่นเดียวกับคนอื่น แต่การลงทุนในเทคโนโลยีที่ไม่ตอบโจทย์อาจกลายเป็น Cost แฝงอีกก้อนหนึ่ง ดังนั้น ก่อนลงทุนในเทคโนโลยี ธุรกิจควรถามตัวเองให้ชัดเจนก่อนว่า ปัญหาที่ต้องการแก้คืออะไร และเทคโนโลยีนั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพตรงไหนได้บ้าง

 

ในร้านอาหาร ระบบ Digital Ordering สามารถลดความผิดพลาดจากการจดออเดอร์ เชื่อมข้อมูลหน้าร้านกับหลังบ้าน และตัด Stock ได้ชัดเจนขึ้น ขณะที่ Inventory Tracking ช่วยให้รู้ว่าควรสั่งวัตถุดิบเท่าไร ส่วน AI สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและแนะนำปริมาณการสั่งซื้อ แต่ผู้บริหารยังต้องเป็นคนตัดสินใจ ไม่ใช่ปล่อยให้ AI ตัดสินใจแทนทั้งหมด

 

และสำหรับ SME ที่มีขนาดไม่ใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อระบบราคาแพง เพียงเลือกระบบที่เหมาะกับขนาดและโจทย์ของธุรกิจ ก็สามารถสร้างประสิทธิภาพได้โดยไม่ต้องลงทุนเกินความจำเป็น

 

📌TAKE 5 Business Strategy Canvas เริ่มจากหนึ่งปัญหา หนึ่งคอขวด และหนึ่งผลลัพธ์ที่วัดได้

 

แทนที่จะพยายามแก้ทุกอย่างพร้อมกัน UOB เสนอ TAKE 5 Business Strategy Canvas เพื่อให้ SME เปลี่ยนปัญหาที่ดูยุ่งเหยิงให้กลายเป็นแผนที่ลงมือทำได้จริง

 

เริ่มจากกำหนด Desired Business Outcome ว่าต้องการเห็นอะไรเกิดขึ้น กำหนด Planning Horizon ว่าจะเห็นผลภายในกี่วัน ตั้ง Proof of Success ให้มี KPI ที่วัดได้ และตอบให้ได้ว่า Why This Matters หรือเหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญต่อธุรกิจ

 

จากนั้นจึงผ่าน 5 ขั้น ได้แก่ วิเคราะห์ Pain Point และ Root Cause ให้ชัด, คิดเหตุผลและสมมติฐานว่าจะแก้อย่างไร, ออกแบบระบบหรือวิธีทำงานใหม่ให้ Scale ได้, เตรียมทีมและทดลอง Pilot และสุดท้ายคือสร้าง Competitive Advantage ให้สิ่งที่ปรับปรุงกลายเป็นความได้เปรียบของธุรกิจ

 

หัวใจคือไม่ต้องทำทุกสาขาหรือเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน สามารถเริ่มจากสาขาหรือจุดที่มีปัญหามากที่สุด จากนั้นทดลอง วัดผล สร้างความมั่นใจให้ทีม แล้วค่อยขยายไปใช้ในส่วนอื่นเมื่อเห็นแล้วว่าวิธีนั้นได้ผลจริง

 

📌ธุรกิจที่รอดไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุด แต่ต้องคล่องตัวที่สุด

 

สยุมรัตน์ทิ้งท้ายว่า โลกธุรกิจเคยเชื่อว่า ‘ปลาใหญ่กินปลาเล็ก’ ก่อนจะกลายเป็น ‘ปลาเร็วกินปลาช้า’ แต่ในวันที่โลกซับซ้อนและผันผวนมากขึ้น สิ่งที่สำคัญกว่าขนาดหรือความเร็วคือ ‘ความคล่องตัว’

 

SME จึงไม่จำเป็นต้องกลัวว่าตัวเองเล็กกว่าคู่แข่งรายใหญ่ แต่ต้องกลับมาดูว่าธุรกิจมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือยัง อุดรอยรั่วได้แค่ไหน กระบวนการทำงานดีหรือไม่ เทคโนโลยีที่ใช้เหมาะสมหรือเปล่า และมี Partner ที่พร้อมเดินไปด้วยกันหรือไม่

 

เพราะการ Lean ไม่ได้หมายถึงทำให้ธุรกิจเล็กลง แต่คือทำให้ทรัพยากรที่มีสร้างคุณค่าได้มากขึ้น เมื่อฐานธุรกิจแข็งแรงและคล่องตัวพอ ทางรอดก็สามารถกลายเป็นทางรุ่งและพาธุรกิจเติบโตผ่านความไม่แน่นอนได้อย่างยั่งยืน

 

เวลายอดขายเพิ่มแต่กำไรกลับบางลง ปฏิกิริยาแรกของผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยคือ ‘ต้องลดต้นทุน’ ตั้งแต่เปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบราคาถูกลง ลดคน ไปจนถึงตัดงบการตลาด เพราะเป็นสิ่งที่ทำได้เร็วและเห็นผลทันทีในตัวเลข

 

แต่ สยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ SME Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ชวนมองให้ไกลกว่า Cost Cutting เพราะต้นทุนที่ทำให้กำไรหายไปอาจอยู่ในรอยรั่วเล็กๆ ตลอดกระบวนการ ตั้งแต่กำไรต่อหน่วยที่ลดลง สินค้าคงคลังที่กลายเป็นเงินจม กระบวนการทำงานที่เป็นคอขวด งานที่ต้องแก้ใหม่ ไปจนถึงเงินทุนหมุนเวียนที่หายไป

 

โจทย์จึงไม่ใช่แค่ ‘จะตัดอะไรออกอีกดี’ แต่คือจะทำอย่างไรให้ทรัพยากรทุกอย่างที่มีสร้างคุณค่าได้มากขึ้น เปลี่ยนจาก Cost Cutting ไปสู่ ‘Lean to Grow’ ทำธุรกิจให้คล่องตัว แข็งแรง และพร้อมเติบโตในระยะยาว

 

 


EDITOR’S PICK


1

2

3

4

5

6

7