จาก Paint Point เล็กๆ สู่ ‘ชุดนอนโนบรา’ สองร้อยล้าน Sliptosleep ทำได้อย่างไร?
ประเด็นสำคัญ
Sliptosleep แบรนด์ชุดนอนสัญชาติไทยที่เริ่มจากความตั้งใจปั้นนิยาม ‘ชุดนอนโนบรา’ ให้เป็นที่รู้จัก จนวันนี้กลายเป็นแบรนด์ชุดนอน Top of Mind ของผู้หญิง ธุรกิจเติบโตแตะ 200 ล้านบาท และเตรียมก้าวสู่ 300 ล้านบาทในปีนี้
เบื้องหลังการเติบโตนี้คืออะไร? อมลานันท์ สังสิทธิวงศ์ กรรมการบริษัท สลิป ทู สลีป จำกัด และวรรณิต บุญเจริญทวีสุข ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท สลิป ทู สลีป จำกัด ร่วมถอด 4 วิธีคิดบนเวที Young Entrepreneur Stage
เปลี่ยน Pain Point ให้กลายเป็น Need
ในวันที่หลายคนคิดว่าใส่อะไรก็นอนได้ Sliptosleep เลือกหยิบ Pain Point เล็กๆ ของผู้หญิงมาสร้างเป็นจุดขาย ผ่านนิยาม ‘ชุดนอนโนบรา’ และดีไซน์กระเป๋าผ้า 3 ชั้นที่ช่วยให้สวมใส่ได้อย่างมั่นใจ โดยหัวใจสำคัญคือ Core Value ‘3 สบาย’ ได้แก่ สบายตา จากสีและลายที่เหมาะกับการพักผ่อน สบายกาย ด้วยเส้นใยธรรมชาติ 100% และสบายใจ ด้วยดีไซน์ที่ตอบโจทย์ผู้หญิง เมื่อ Pain Point ถูกสื่อสารออกมาอย่างชัดเจน ชุดนอนจึงเปลี่ยนจากสินค้าที่มีหรือไม่มีก็ได้ เป็นสินค้าที่ผู้หญิงรู้สึกว่าอยากมี
คิดใหญ่ตั้งแต่ธุรกิจยังเล็ก
แม้จะเริ่มต้นจากธุรกิจหลักหมื่น แต่เป้าหมายของ Sliptosleep ชัดเจนตั้งแต่วันแรก นั่นคือไม่ได้อยากหยุดแค่ตลาดไทย แต่อยากไปไกลทั่วโลก จึงเลือกเปิดขายช่องทางออนไลน์ก่อน แล้วทดลองเปิด Pop-up โดยเลือกสยามพารากอนเป็นสาขาแรก เพราะเป็นโลเคชันที่มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าต่างชาติได้ เมื่อกระแสตอบรับดีจึงเดินหน้าขยายแบรนด์แบบออฟไลน์สู่ห้างที่คนต่างชาติชอบ ไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัลเวิลด์ เทอร์มินอล 21 อโศก และอื่นๆ
ฟังเสียงลูกค้าเป็น Data ต่อยอดธุรกิจ
อีกหนึ่งเคล็ดลับของ Sliptosleep คือการเปลี่ยนหน้าร้านให้เป็นพื้นที่เก็บ Data โดยเทรนพนักงานให้พูดคุยและสังเกตพฤติกรรมของลูกค้า ตั้งแต่สี เนื้อผ้า ไปจนถึงลวดลายที่แต่ละคนชื่นชอบ ก่อนนำข้อมูลเหล่านี้กลับมาพัฒนาสินค้า จนแบรนด์สามารถออกแบบชุดนอนให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละประเทศได้อย่างเฉพาะเจาะจง
อย่าให้คำว่า ‘ชุดนอน’ จำกัดการเติบโต
แม้จะเติบโตมาจากชุดนอน แต่เป้าหมาย 500 ล้านบาทในปีหน้าทำให้แบรนด์มองว่า การขยายสาขาและรุกตลาดต่างประเทศเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอ จึงเตรียมต่อยอดสู่สินค้าใหม่ในกลุ่ม Wellness และ Lifestyle โดยยังรักษาแก่นสำคัญอย่างคำว่า ‘สบาย’ เอาไว้ โจทย์ต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการขายชุดนอนให้ได้มากขึ้น แต่คือการนำความเข้าใจเรื่องความสบายไปต่อยอดเป็นสินค้าและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
สุดท้าย ทั้งสองท่านมีความเห็นตรงกันว่า การทำธุรกิจต้องไม่ลืมความสนุกและกล้าเชื่อใน Gut Feeling ของตัวเอง เพราะบางครั้งสัญชาตญาณอาจพาธุรกิจไปพบโอกาสใหม่ๆ และเติบโตได้ไกลกว่าที่คิด