กลยุทธ์เปลี่ยนกลิ่นให้เป็นยอดขายและการซื้อซ้ำ จาก Scent & Sense

The Secret Sauce: สื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการและผู้นำองค์กร

Insights ล่าสุด

Interview: บทสัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้ประกอบการ

Expertise Room: กลยุทธ์และเครื่องมือธุรกิจ

Personal Effectiveness: พัฒนาตัวเองและการทำงาน

Books: สรุปหนังสือธุรกิจน่าอ่าน

Editor's Note

กลยุทธ์เปลี่ยนกลิ่นให้เป็นยอดขายและการซื้อซ้ำ จาก Scent & Sense

กลยุทธ์เปลี่ยนกลิ่นให้เป็นยอดขายและการซื้อซ้ำ จาก Scent & Sense

07.09.2026

เวลาเดินเข้าโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์หรู โรงแรม 5 ดาว หรือซาลอนไฮเอนด์ เราอาจคิดว่ากลิ่นหอมๆ ที่ลอยมาเตะจมูกเป็นแค่เรื่องธรรมดาทั่วไป แต่จริงๆ แล้วมันคือกลยุทธ์จิตวิทยาที่ถูกคำนวณมาอย่างดี

 

คุณเจ-รุจิรา ตระกูลยิ่งเจริญ Perfumer Director จาก Scent & Sense ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ประสบการณ์กลิ่น B2B มากว่า 13 ปี ได้แชร์กับ The Secret Sauce ว่าการนำศาสตร์ Neuroscience และ Aromachology มาสร้าง Sensory Marketing เปลี่ยนกลิ่นหอมให้กลายเป็นอาวุธลับกระตุ้นสมอง เพิ่มเวลาการเดินชมสินค้า เสกการซื้อซ้ำ และขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ปั๊มยอดขายได้จริงสำหรับธุรกิจทุกสเกล

 

กลิ่นมองไม่เห็น แต่ทำไมแบรนด์ใหญ่ถึงคิดว่ามันสำคัญ

 

ในวันที่หน้าจอโซเชียลมีเดียคลาคล่ำไปด้วยโฆษณา ภาพและเสียงเริ่มสร้างความเหนื่อยล้าให้ผู้บริโภค สงครามราคาและค่าการตลาดในการหาลูกค้าใหม่ก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แบรนด์ระดับท็อปจึงหันมาให้ความสำคัญกับจมูก ซึ่งเป็นสัมผัสเดียวที่เชื่อมตรงสู่สมองส่วนอารมณ์และความทรงจำ

 

“กลิ่นมันเป็น sensory ที่คนลืมอยู่แล้ว แต่ในทางกลับกัน มันเป็น sensory ที่มีบทบาทกับความทรงจำและอารมณ์ของคนมากที่สุด มันเลยเกี่ยวข้องกับการทำแบรนดิ้งสูงสุด” คุณเจกล่าว

 

ยิ่งไปกว่านั้น แบรนด์จำนวนมากมักมองข้ามรายละเอียดเล็กๆ อย่างการส่งมอบสินค้า คุณเจชี้ให้เห็นว่า “การไม่ใส่กลิ่นแล้วเข้าใจว่าปล่อยให้สภาวะนั้น Neutral จริงๆ มันไม่ได้ Neutral จริง เพราะเมื่อเปิดออกมา จมูกเราจะได้กลิ่นอะไรบางอย่างจากตรงนั้นเสมอ ถึงแม้ว่าแบรนด์จะตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม” การดีไซน์กลิ่นตั้งแต่จุดแรกสัมผัสไปจนถึงกล่องพัสดุจึงกลายเป็นการสร้าง Brand Identity ที่ทรงพลัง

 

กลิ่นช่วยกระตุ้นยอดขายและการซื้อซ้ำได้จริงหรือ

 

เมื่อเปลี่ยนความคิดจากการแต่งร้านธรรมดามาเป็นกลยุทธ์ธุรกิจ ผลลัพธ์จะสะท้อนออกมาเป็นตัวเลขที่จับต้องได้ เช่น ร้านรีเทลอย่าง Tops ใช้กลิ่นผ่อนคลายในพื้นที่ค้าปลีกเพื่อลดความรีบร้อนของผู้ซื้อ การเพิ่มเวลาเดินชมสินค้า (Dwell Time) ส่งผลโดยตรงต่อยอดซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน

 

ฝั่งแบรนด์แฟชั่นไทยระดับสากลอย่าง Jim Thompson ออกแบบ Signature Scent ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทยแบบไฮเอนด์ สร้างภาพจำประทับใจให้นักท่องเที่ยว พร้อมต่อยอดกลิ่นนั้นเป็นไลน์สินค้าไลฟ์สไตล์วางขายเพิ่มเติม

 

ทางด้าน คอนเสิร์ต Potato มีการดีไซน์กลิ่นให้ปล่อยออกมาพร้อมจังหวะเพลงและแสงสี แล้วนำกลิ่นนั้นไปผลิตเป็น Merchandise อย่างเทียนหอมขายหลังจบงาน เปลี่ยนอารมณ์ร่วมชั่วคราวให้เกิดการซื้อซ้ำ

 

คุณเจกล่าวว่า อีกหนึ่งกลุ่มที่เติบโตสูงถึง 100-200% คือ ซาลอนระดับบน ที่เปลี่ยนร้านทำผมให้เป็น Sanctuary Space คลายเครียดสำหรับผู้บริหาร

 

“คนรู้สึกว่าตอนนี้เศรษฐกิจมันหดตัวใช่ไหมคะ แต่จริงๆ คนยังถือเงินอยู่ในกระเป๋า มันอยู่ที่ว่าเขาจะเอาเงินนั้นไปให้ใคร… ภาพที่คนข้างนอกเห็นจะรู้สึกว่าเขาสวยงาม ประสบความสำเร็จมาก แต่ทุกคนเวลาก้าวขาเข้าซาลอน หน้าตาเหมือนเพิ่งผ่านมหาสงครามมา เขาเหนื่อย เขาพร้อมจ่ายก้อนใหญ่ให้กับใครก็ได้ที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เขาได้”

 

Key Takeaway เรื่องของกลิ่น จากคุณเจ-รุจิรา

 

🔸 เพิ่ม Dwell Time: กลิ่นช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ดึงดูดให้ลูกค้าใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้นและตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น

 

🔸 กระตุ้น Repeat Purchase: จมูกเชื่อมตรงกับสมองส่วนความทรงจำ เมื่อได้กลิ่นเดิม ภาพจำและอารมณ์บวกที่มีต่อแบรนด์จะถูกดึงกลับมาทันที

 

🔸 เปิดไลน์ Revenue ใหม่: ต่อยอดความประทับใจในสถานที่ไปสู่การผลิต Merchandise หรือสินค้าเครื่องหอมจำหน่ายเพิ่ม

 

🔸 สร้างความยั่งยืนสู่ชุมชน: การเลือกใช้วัตถุดิบพืชท้องถิ่นช่วยกระจายรายได้และส่งต่อคุณค่ากลับคืนสู่เกษตรกรฐานราก

 

การทำธุรกิจยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการแย่งสายตาคนบนหน้าจอ แต่คือการเข้าไปสร้างพื้นที่ในความจำผ่านประสาทสัมผัส มาร่วมเจาะลึกทางลัดการเปลี่ยน ‘กลิ่น’ ให้เป็นยอดขาย เสกการซื้อซ้ำ และปั้นการเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับคุณเจ-รุจิรา ตระกูลยิ่งเจริญ Perfumer Director จาก Scent & Sense ตัวจริงเสียงจริงบนเวที The Secret Sauce Summit 2026

 

ดูรายละเอียดและซื้อบัตรคลิก