สรุป ไฮไลต์ สัมภาษณ์ สัตยา นาเดลลา ซีอีโอ Microsoft ผู้นำยุค AI

The Secret Sauce: สื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการและผู้นำองค์กร

Insights ล่าสุด

Interview: บทสัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้ประกอบการ

Expertise Room: กลยุทธ์และเครื่องมือธุรกิจ

Personal Effectiveness: พัฒนาตัวเองและการทำงาน

Books: สรุปหนังสือธุรกิจน่าอ่าน

Editor's Note

สรุปไฮไลต์สัมภาษณ์ สัตยา นาเดลลา ซีอีโอ Microsoft ผู้นำยุค AI

สรุปไฮไลต์สัมภาษณ์ สัตยา นาเดลลา ซีอีโอ Microsoft ผู้นำยุค AI

โดย THE STANDARD TEAM
08.05.2024

The Secret Sauce ได้รับโอกาสพิเศษสัมภาษณ์ สัตยา นาเดลลา ซีอีโอ Microsoft ผู้นำทรงอิทธิพลของโลก โดยสรุปประเด็นสำคัญดังนี้

 

Microsoft เห็นโอกาสอะไรในไทย

 

  • สัตยาเล่าว่าตอนมาที่ประเทศไทยได้เห็นศักยภาพของสังคมไทยทุกด้าน ที่หลายองค์กรนำ Generative AI เข้ามาใช้แล้ว

 

  • โดยมองทุกประเทศต้องทำ 2 อย่างเหมือนกัน คือ ‘การจัดการการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ’ เทคโนโลยีเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญ และประเทศไทยมีศักยภาพพอที่จะคว้าโอกาสนั้นไว้ได้

 

  • เขาได้กล่าวถึงงานวิจัยของ Diego Comin นักเศรษฐศาสตร์วิทยาลัยดาร์ตมัธ โดยงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ประเทศที่สามารถนำเข้าเทคโนโลยีที่ดีที่สุดได้โดยมีอุปสรรคน้อยที่สุดไม่ต้องสร้างสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่นำเข้ามาใช้ และนำมาประยุกต์ใช้ต่อยอดสร้างเทคโนโลยีอย่างจริงจัง ประเทศเหล่านี้จะก้าวหน้าไปได้ไกลกว่าในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมยุโรป และประเทศไทยควรเป็นแบบนั้น

 

ถอดรหัสความเป็นผู้นำของสัตยา นาเดลลา

 

  • สัตยาได้พลิกโฉมบริษัทมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ ให้กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่มูลค่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ตั้งแต่ขึ้นมาเป็นผู้นำในปี 2014 โดยเคล็ดลับเบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้คือ

 

  • เขามองว่าการจะพาองค์กรเดินไปข้างหน้าไม่ได้เกี่ยวกับความสำเร็จในอดีต แต่เกี่ยวกับสิ่งที่เรากำลังจะทำในอนาคต

 

  • จะเห็นว่าคำขวัญขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Growth Mindset, Fixed Mindset หรือการเปลี่ยนกรอบคิดจาก ‘รู้ทุกอย่าง’ เป็น ‘เรียนรู้ทุกอย่าง’ (‘know-it-alls’ to ‘learn-it-alls’) ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเขา

 

  • ตอนนี้เราเข้าสู่ปีที่ 2 ของการเปลี่ยนเทคโนโลยีครั้งใหญ่ เขาได้ผ่านยุคเว็บไซต์ อินเทอร์เน็ต คลาวด์บนมือถือ และตอนนี้ก็มาถึงยุค AI

 

  • ดังนั้นแทนที่จะนั่งคิดถึงเมื่อ 50 ปีก่อน คุณต้องมีมุมมองที่สดใหม่กับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Microsoft ยังทันสมัย

 

  • สัตยายังย้ำอีกว่า “พระเจ้าไม่ได้ให้พรบริษัทใดก็ตามให้อยู่ต่อไปได้ บริษัทจะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม”

 

3 แนวคิดที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้นำ

 

  • เวลาที่เขาคิดถึงความเป็นผู้นำ เขาจะใช้เป็นกระจกเพื่อสะท้อนให้ตัวเองและคนรอบข้าง โดยมองว่ามี 3 ข้อที่สำคัญ และผู้นำสามารถนำไปใช้ได้กับทุกที่ ได้แก่

 

    1. “ผู้นำจะต้องไม่สร้างความสับสน แต่ต้องสร้างความกระจ่าง” ในสถานการณ์เต็มไปด้วยความคลุมเครือ
    2. ผู้นำควรจะสร้างพลังงานรอบตัวได้ ไม่ใช่เฉพาะแค่กับทีมหรือบริษัทเท่านั้น (Stakeholders, Family etc.) เพื่อขับเคลื่อนผู้คนและองค์กรทั้งหมดไปข้างหน้า
    3. ผู้นำจะต้องไม่รีรอจนสภาพแวดล้อมสมบูรณ์แบบก่อนแล้วค่อยลงมือทำ ต้องพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาสุดหินที่มีข้อจำกัดอยู่เสมอ หาทางปลดล็อกข้อจำกัดของทีมให้ได้

 

ผู้นำจะฝึกฝนและขัดเกลาตนเองอย่างไร 

 

  • สัตยาตอบว่า “เป็นคำถามที่เรียบง่ายมากๆ ว่าอะไรคือสิ่งที่มีแค่ผมหรือคุณเท่านั้นที่ทำได้ เราควรตระหนักในเรื่องนี้ เพราะบางครั้งผู้นำก็ต้องยอมเสี่ยง เพื่อที่ทีมจะไม่สะดุดหรือติดขัดจากปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าคุณไม่ยอมตัดสินใจ องค์กรของคุณจะกลายเป็นอัมพาต”

 

  • ดังนั้นผู้นำคือคนที่อยู่กับการตัดสินใจในเรื่องที่มีแต่พวกเขาเท่านั้นที่ทำได้ และต้องทำอย่างรวดเร็วด้วย

 

  • ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ซีอีโอหรือผู้บริหารสามารถทำได้ แต่บางทีช้าบ้างก็ได้ แทนที่จะรีบเร่งไปโดยไร้จุดหมาย เพราะคุณต้องเรียนรู้หรือรับฟังมุมมองที่แตกต่างบ้าง

 

ทักษะความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) ไม่ใช่ Soft Skill แต่เป็นทักษะ Hard Skill

 

  • สัตยาบอกว่า บริษัทไหนก็ตามที่บอกว่าอยากสร้างสรรค์สิ่งใหม่ นั่นหมายความว่าคุณตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเบื้องลึกที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน

 

  • แล้วเราจะทำได้อย่างไร หากไม่ใช้ความเข้าอกเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งมันคือการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)

 

  • ดังนั้นสัตยาจึงมองว่า ‘ความเข้าอกเข้าใจคือทักษะเบื้องหลังนวัตกรรม’ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาไม่คิดว่ามันจะเป็น Soft Skill

 

  • ทุกคนมีความสามารถที่จะพัฒนาทักษะความเข้าอกเข้าใจในสถานการณ์ ผู้คน และบริบทต่างๆ รอบตัวเราได้ ตราบเท่าที่เราเต็มใจจะเรียนรู้และรับฟัง

 

เราควรสอนลูกหลานของเราในยุคปัญญาประดิษฐ์อย่างไร

 

  • สัตยาตอบได้น่าสนใจว่า สิ่งที่การศึกษาแห่งอนาคตควรผลักดันคือ ‘ความไม่เกรงกลัว’

 

  • ตอนเด็กเรามักต่อต้านการเรียนรู้ว่าเป็นเรื่องยาก แต่ในโลกที่มี AI จะช่วยให้เราพัฒนาความเชี่ยวชาญทุกด้านได้เร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดย ‘การปรับเปลี่ยนวิธีการได้มาซึ่งความรู้และวิธีการเรียนรู้’

 

  • โดยสัตยาได้ยกตัวอย่างว่าเขาเห็น JavaScript อธิบายพื้นฐานสมการของแม็กซ์เวลล์ให้เห็นเป็นภาพได้ ทำให้เขาเข้าใจได้ทันที ซึ่งถ้าได้เรียนแบบนี้สมัยเรียนปริญญาตรีน่าจะดีกว่านี้มาก

 

  • ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่าปัญญาประดิษฐ์อาจทำให้เรากล้าแสวงหาความรู้และกล้าอยากรู้อยากเห็นโดยไม่กลัว

 

รับชมบทสัมภาษณ์เต็มๆ ได้ที่: