10 เรื่องที่ธุรกิจต้องเช็กตอนนี้ ก่อนน้ำเหนือมา

The Secret Sauce: สื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการและผู้นำองค์กร

Insights ล่าสุด

Interview: บทสัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้ประกอบการ

Expertise Room: กลยุทธ์และเครื่องมือธุรกิจ

Personal Effectiveness: พัฒนาตัวเองและการทำงาน

Books: สรุปหนังสือธุรกิจน่าอ่าน

Editor's Note

น้ำท่วม ‘ไข่แดง’ ธุรกิจ SME หยุดทั้งระบบ

น้ำท่วม ‘ไข่แดง’ ธุรกิจ SME หยุดทั้งระบบ

02.10.2026

ก่อนน้ำเหนือมา 10 เรื่องที่ธุรกิจต้องเช็กตอนนี้

 

น้ำไม่จำเป็นต้องท่วมทุกสาขา เพื่อทำให้ธุรกิจทั้งระบบหยุดได้

 

นี่คือหนึ่งในภาพที่ชัดที่สุดจากน้ำท่วมกรุงเทพฯ รอบล่าสุด

 

THE SECRET SAUCE พูดคุยกับผู้ประกอบการหลายรายที่ได้รับผลกระทบ ทั้ง KARUN, EMILY, หอมมันข้าวมันไก่, Comfy Homies และ SOAK พบว่า ความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับร้านหรือสำนักงานที่น้ำเข้าโดยตรง แต่กระจายต่อไปตาม Supply Chain

 

ร้านไม่ท่วม แต่สินค้าไปไม่ถึง

 

โรงงานไม่ท่วม แต่พนักงานเดินทางไม่ได้

 

หน้าร้านพร้อมเปิด แต่ครัวกลางผลิตไม่ได้

 

KARUN มีมากกว่า 20 โลเคชัน แต่เมื่อครัวกลางและคลังสินค้านวมินทร์ 55 ได้รับผลกระทบ การกระจายสินค้าไปยังหลายสาขาต้องหยุดชะงัก รายได้หายไปเกือบ 2 ล้านบาทเฉพาะช่วงเสาร์-อาทิตย์

 

EMILY มี 10 สาขา แต่เมื่อพื้นที่รอบครัวกลางแห่งเดียวที่หัวหมากถูกน้ำล้อม Supplier เข้าไม่ได้ สินค้าออกไม่ได้ วันแรกต้องปิดทั้ง 10 สาขาและทุก Pop-up

 

หอมมันข้าวมันไก่เจอพร้อมกันทั้งสาขา Store และครัวกลาง วัตถุดิบเสียหาย ขณะที่พนักงานประมาณ 45 คนจากทั้งหมด 80 คนไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้

 

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่า สำหรับธุรกิจที่มีหลายสาขา จุดสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่หน้าร้าน แต่เป็น ‘ไข่แดง’ ที่อยู่ด้านหลัง ไม่ว่าจะเป็นครัวกลาง คลังสินค้า โรงงาน ระบบขนส่ง หรือคน

 

และสถานการณ์ยังมีอีกเหตุผลที่ผู้ประกอบการควรติดตามอย่างใกล้ชิด

 

น้ำยังไม่จบแค่ฝนที่ตกลงมา

 

ในช่วงถัดไป กรุงเทพฯ และพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยายังต้องติดตามทั้งปริมาณน้ำเหนือ การบริหารเขื่อน ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำทะเลหนุน รวมถึงฝนที่จะตกเพิ่มเติม

 

ดังนั้นแทนที่จะรอให้รู้ว่าน้ำจะมาถึงธุรกิจหรือไม่ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือใช้ประสบการณ์จากผู้ประกอบการที่เจอสถานการณ์จริง มาตรวจสอบ Operation ของตัวเองก่อน

 

นี่คือ 10 Checklist ที่ธุรกิจควรเช็กตอนนี้ ก่อนสถานการณ์น้ำรอบถัดไป

 

🟡 1. หา ‘ไข่แดง’ ของธุรกิจให้เจอ

 

ลองถามคำถามง่ายที่สุดก่อนว่า

 

ถ้าพรุ่งนี้มีจุดหนึ่งในธุรกิจเข้าไม่ได้เป็นเวลา 7 วัน จุดไหนจะทำให้ทั้งบริษัทได้รับผลกระทบมากที่สุด?

 

อาจเป็นครัวกลาง คลังสินค้า โรงงาน Data Center ระบบ IT Supplier รายใหญ่ หรือแม้แต่ถนนเส้นเดียวที่รถขนส่งจำเป็นต้องใช้

 

กรณีของ EMILY เห็นภาพชัด ครัวกลางไม่ได้เสียหายหนักจากน้ำโดยตรง แต่เมื่อพื้นที่รอบข้างเข้าออกไม่ได้ ผลกระทบก็เดินทางไปถึง 10 สาขาได้ทันที

 

🟡 2. ดูแผนที่ Operation ไม่ใช่แค่ดูว่าสาขาไหนน้ำท่วม

 

ธุรกิจควรวางจุดทั้งหมดลงบนแผนที่

 

หน้าร้านอยู่ที่ไหน

 

ครัวกลางอยู่ที่ไหน

 

คลังสินค้าอยู่ที่ไหน

 

โรงงานอยู่ที่ไหน

 

พนักงานส่วนใหญ่อยู่บริเวณไหน

 

รถขนส่งต้องผ่านเส้นทางใด

 

เพราะบางครั้งร้านอยู่คนละเขต แต่ใช้ครัวกลางหรือเส้นทาง Logistics เดียวกัน

 

น้ำท่วมเพียงจุดเดียวจึงสามารถกระทบหลายพื้นที่พร้อมกันได้

 

🟡 3. เช็ก Stock ที่ต้องย้ายก่อน

 

ไม่ใช่สินค้าทุกชนิดจะมีเวลาในการรับมือเท่ากัน

 

ร้านอาหารมีของสดและสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ ธุรกิจค้าปลีกอาจมี Stock มูลค่าสูง ส่วนสำนักงานอาจมี Server เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเอกสารสำคัญ

 

หอมมันมีไก่สดที่เตรียมไว้สำหรับช่วงสุดสัปดาห์ประมาณ 200-300 กิโลกรัม รวมถึงข้าวและ Packaging ขณะที่ KARUN มีสินค้าจำนวนหนึ่งที่ต้องเก็บในระบบควบคุมอุณหภูมิ

 

หากสถานการณ์มีความเสี่ยงสูงขึ้น สิ่งสำคัญคือรู้ล่วงหน้าว่า อะไรต้องย้ายก่อน และต้องใช้เวลากี่ชั่วโมงในการย้าย

 

🟡 4. ถ้าคลังหรือครัวกลางเข้าไม่ได้ Plan B อยู่ที่ไหน

 

คำถามต่อจากข้อแรกคือ หากไข่แดงหยุดแล้ว มีทางเลือกอื่นหรือไม่

 

หอมมันย้ายการผลิตบางส่วนไปยังสาขาเอกมัย และใช้เอกมัยกับกรุงเทพกรีฑาเป็นฐานสร้างรายได้

 

ขณะที่ Comfy Homies แม้ Showroom และ Office จะได้รับผลกระทบ แต่โรงงานและคลังสินค้าบางส่วนอยู่คนละพื้นที่ ทำให้ยังสามารถรับ Order และผลิตสินค้าต่อได้

 

สำหรับแต่ละธุรกิจ Plan B ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน แต่ควรรู้ว่า ถ้า Location A ใช้ไม่ได้ จะย้ายอะไรไป Location B ได้บ้าง

 

🟡 5. เช็ก Cash Flow ถ้ารายได้หยุด 3 วัน 7 วัน หรือ 30 วัน

 

ความเสียหายจากน้ำไม่ได้มีเพียงทรัพย์สินที่พัง

 

อีกด้านคือรายได้ที่ควรเข้ามาแต่หายไป ขณะที่เงินเดือน ค่าเช่า Supplier ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายประจำยังคงเดินต่อ

 

หอมมันเจอน้ำท่วมช่วงวันที่ 28-29 กันยายน ก่อนวันจ่ายเงินเดือนวันที่ 30 กันยายน ขณะที่ KARUN สูญเสียรายได้เกือบ 2 ล้านบาทในช่วงสุดสัปดาห์

 

ธุรกิจจึงควรรู้ตัวเลขง่ายๆ ของตัวเองว่า

 

ถ้ารายได้เป็นศูนย์ตั้งแต่พรุ่งนี้ เงินสดที่มีอยู่สามารถรองรับค่าใช้จ่ายได้นานเท่าไร

 

🟡 6. เช็ก ‘คน’ ไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน

 

ธุรกิจอาจไม่มีน้ำเข้าร้านเลย แต่เปิดไม่ได้หากพนักงานเดินทางมาทำงานไม่ได้

 

กรณีหอมมัน พนักงานประมาณ 45 คนจากทั้งหมด 80 คนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

 

EMILY เจอทั้งพนักงานที่ออกจากบ้านไม่ได้และ Rider ที่ไม่สามารถให้บริการตามปกติ

 

สิ่งที่ธุรกิจควรรู้ก่อนเกิดเหตุจึงรวมถึง พนักงานอยู่พื้นที่ใด ใครสามารถ Work from Home ได้ ใครจำเป็นต้องอยู่หน้างาน และหากการเดินทางหยุดชะงัก จะจัดกำลังคนอย่างไร

 

🟡 7. กำหนดว่าใครเป็นคนตัดสินใจเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนเร็ว

 

วิกฤตน้ำอาจเปลี่ยนภายในไม่กี่ชั่วโมง

 

ธุรกิจจึงต้องรู้ว่าใครสามารถสั่งย้าย Stock หยุด Production ปิดสาขา อนุมัติค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือประกาศให้พนักงานไม่ต้องเดินทางเข้าทำงาน

 

EMILY ใช้วิธีตั้ง War Room และประชุมเช้า-เย็น เพื่อรวบรวมข้อมูลและตัดสินใจจากจุดเดียว

 

ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าทุกบริษัทต้องตั้ง War Room แต่คือ เมื่อข้อมูลเปลี่ยนเร็ว ต้องรู้ว่าใครมีอำนาจตัดสินใจ

 

🟡 8. เปิดกรมธรรม์ดูวันนี้ว่า ‘น้ำท่วม’ คุ้มครองอะไรจริง

 

SOAK กำลังเตรียมเปิด Social Wellness Club แต่กลับเจอน้ำเข้าพื้นที่ก่อสร้างก่อนเปิด กระทบทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า งานไม้ และอุปกรณ์ Gym

 

หลังเกิดเหตุ ธุรกิจจึงเริ่มศึกษาเรื่องประกันเพิ่มเติม

 

สำหรับผู้ประกอบการที่มีประกันอยู่แล้ว สิ่งที่ควรเช็กไม่ใช่เพียงว่า “มีประกันหรือไม่” แต่คือความคุ้มครองครอบคลุมน้ำท่วม Stock เครื่องจักร อาคาร รถ และการหยุดชะงักของธุรกิจหรือไม่ รวมถึงวงเงินและข้อยกเว้น

 

🟡 9. โทรคุยกับ Partner ก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่หลังเกิดเหตุอย่างเดียว

 

อีกภาพหนึ่งจากน้ำท่วมครั้งนี้คือบทบาทของคู่ค้า

 

Siam Piwat ช่วย KARUN เปิดพื้นที่สำหรับถ่ายสินค้า ICONSIAM ซื้อ Voucher เพื่อช่วยสร้างรายได้ Supplier บางรายช่วย Hold สินค้า

 

ด้านหอมมัน LINE MAN Wongnai ช่วยชะลอการจ่ายค่าโฆษณาเครดิต ขณะที่ Landlord บางส่วนผ่อนผันค่าใช้จ่าย

 

ก่อนสถานการณ์รอบต่อไป ธุรกิจจึงสามารถคุยล่วงหน้ากับ Supplier, Logistics, Landlord, ธนาคาร และ Partner สำคัญว่า หาก Operation สะดุด มีทางเลือกอะไรบ้าง

 

🟡 10. อย่าดูแค่ ‘ฝนจะตกไหม’ ต้องดูข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจธุรกิจ

 

นี่คือประเด็นที่ผู้ประกอบการหลายรายพูดตรงกัน

 

คำเตือนว่า “พรุ่งนี้ฝนตกหนัก” อาจยังไม่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจว่าจะย้ายสินค้าหรือหยุด Operation

 

สิ่งที่ธุรกิจต้องติดตามคือภาพที่กว้างกว่า

 

น้ำเหนือกำลังลงมาเท่าไร

 

เขื่อนระบายเท่าไร

 

ระดับเจ้าพระยาเป็นอย่างไร

 

น้ำทะเลหนุนช่วงไหน

 

ฝนจะเติมเข้าระบบอีกหรือไม่

 

คลองและระบบระบายน้ำในพื้นที่เป็นอย่างไร

 

ถนนและ Logistics Route ใดยังใช้งานได้

 

เพราะคำถามของธุรกิจไม่ใช่เพียง “น้ำจะท่วมไหม” แต่คือ “ถ้าจะท่วม เราเหลือเวลาอีกเท่าไรในการตัดสินใจ”

 

ก่อนน้ำมา ลองใช้เวลา 30 นาทีเช็ก 10 ข้อนี้กับทีม

 

✅ ไข่แดงของธุรกิจเราอยู่ตรงไหน

 

✅ ถ้าจุดนั้นหยุด 7 วัน อะไรหยุดตามบ้าง

 

✅ Stock หรือทรัพย์สินอะไรต้องย้ายก่อน

 

✅ Location หรือเส้นทางสำรองคืออะไร

 

✅ ถ้ารายได้เป็นศูนย์ 7-30 วัน Cash Flow รับไหวแค่ไหน

 

✅ พนักงานกลุ่มไหนอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

 

✅ ใครมีอำนาจตัดสินใจในสถานการณ์ฉุกเฉิน

 

✅ ประกันครอบคลุมน้ำท่วมและความเสียหายอะไรบ้าง

 

✅ Supplier, Logistics, Landlord และธนาคาร มีแผนสำรองร่วมกันหรือไม่

 

✅ ใครเป็นคนติดตามข้อมูลน้ำ และอะไรคือ Trigger ที่จะทำให้เราเริ่มย้ายของหรือหยุด Operation

 

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ