วันนี้ พื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีเพียงโต๊ะและเก้าอี้ไม่สามารถดึงดูดคนเก่งให้อยากตอกบัตรเข้าทำงานได้อีกต่อไป เมื่อเส้นแบ่งระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงานเลือนรางลง อสังหาริมทรัพย์จึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (AWC) จึงสร้างนิยามใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการพลิกโฉมตึกเอ็มไพร์ (The Empire) ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม สู่โมเดล Co-living Space ที่ผสานการใช้ชีวิต การทำงาน และสุขภาวะที่ดีเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงานอย่างแท้จริง
🟡 ทำไมออฟฟิศยุคใหม่ถึงต้องทำหน้าที่คล้ายบ้านมากขึ้น?
เส้นแบ่งระหว่างชีวิตส่วนตัวกับเวลางานของคนยุคนี้แทบจะกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน การมองอสังหาริมทรัพย์แยกส่วนว่าเป็นแค่ออฟฟิศ ห้างสรรพสินค้า หรือโรงแรม จึงเป็นวิธีคิดที่อาจไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อีกต่อไป คุณวัลลภาแชร์ Insight ว่าผู้คนกำลังมองหาความหมาย แรงบันดาลใจ และประสบการณ์ในการใช้ชีวิต โมเดลการพัฒนาตึกเอ็มไพร์จึงถูกปรับใหม่ให้เป็น Co-living Space ที่ครอบคลุมไปถึงการดูแลครอบครัวของพนักงาน
ตัวอย่างเช่น การสร้าง Kids Lounge ให้เด็กๆ ที่เลิกเรียนก่อนได้มานั่งรอพ่อแม่ทำงาน หรือการมีพื้นที่ส่วนกลางให้พาร์ตเนอร์มานั่งรอและจัดปาร์ตี้พูดคุยกันได้ การออกแบบสเปซลักษณะนี้ช่วยแบ่งเบาความกังวลในชีวิตประจำวัน ทำให้คนทำงานสามารถโฟกัสกับหน้าที่ตรงหน้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
🟡 อากาศดี สำคัญแค่ไหนกับชีวิตคนทำงาน
คนทำงานออฟฟิศส่วนใหญ่มักเจอกับอาการเหนื่อยล้าตื้อตัน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากสภาพแวดล้อมภายในอาคาร AWC จึงตั้งเป้าหมายการทำอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต้แนวคิด Better People สิ่งที่ถูกหยิบยกมาเป็นมาตรฐานขั้นแรกคือเรื่องของคุณภาพอากาศที่พนักงานต้องสูดดมอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน
หากวันไหนที่ฝุ่นภายนอกพุ่งสูงถึงระดับ 55 ระบบกรองอากาศและเซนเซอร์ที่ติดตั้งไว้ทั่วทั้งอาคารจะช่วยกดตัวเลขภายในให้เหลือเพียงประมาณ 6-11 เท่านั้น มีการติดตั้งระบบ UV ฆ่าเชื้อและควบคุมความชื้นทั้งตึกเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพ การดูแลเรื่องคุณภาพอากาศและการได้รับมาตรฐาน WELL Core Platinum ระดับสูงสุด จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้พนักงานมีสมองที่ปลอดโปร่งพร้อมลุยงาน
🟡 คนยุคใหม่อยากได้สวัสดิการอะไรมากที่สุด
ท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย พื้นที่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจนถูกผู้เช่าร้องขอให้ขยายเพิ่มคือ ‘Nap Lounge’
อินไซต์นี้สะท้อนความจริงที่ว่าคนทำงานยุคนี้ต้องแบกความเหนื่อยล้าจากการทำงานดึกดื่น การมีเตียงกว่า 88 เตียงที่คิวจองแทบจะไม่เคยว่าง สะท้อนภาพความต้องการการพักฟื้นร่างกายระหว่างวัน แนวคิดนี้ยังเชื่อมโยงกับเคล็ดลับการดูแลตัวเองของตัวคุณวัลลภาเอง ที่ให้ความสำคัญกับการนอนมาเป็นอันดับแรก ก่อนจะตามด้วยเรื่องการกินและการออกกำลังกาย
การยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงานผ่านการออกแบบพื้นที่ ยังสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกในอีกหลายมิติ:
🔸 ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพคนเมือง: การดึงพาร์ตเนอร์ด้าน Wellness เข้ามาดูแลปัญหาออฟฟิศซินโดรม ความเครียดสะสม และปัญหาการนอนหลับ ช่วยแก้ปัญหาคลาสสิกของคนวัยทำงานได้ลึกซึ้งขึ้น
🔸 ยกระดับสุขภาพองค์รวม: มีการวางแผนโปรแกรมโภชนาการแบบเฉพาะบุคคล ไปจนถึงการเจาะเลือดตรวจสุขภาพเพื่อออกแบบการใช้ชีวิตที่เหมาะสม
🔸 สร้างคอมมูนิตี้แบบออร์แกนิก: พื้นที่ส่วนกลางช่วยเชื่อมโยงผู้คนกว่า 20,000 คนที่หมุนเวียนเข้ามาใช้ตึกในแต่ละวัน เกิดเป็นเครือข่ายทางธุรกิจและสังคมที่แข็งแรงโดยธรรมชาติ
การลงทุนกับสภาพแวดล้อมที่ทำงานไม่ใช่แค่การสร้างตึกให้สวยงาม แต่คือการทำความเข้าใจความเหนื่อยล้าและข้อจำกัดในชีวิตของ “คน” ที่เป็นหัวใจหลักขององค์กร ธุรกิจที่พร้อมปรับพื้นที่ให้สอดรับกับความเป็นมนุษย์ จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ใครๆ ก็อยากเข้ามาร่วมงานและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน