วันเลือกตั้ง

เลือกตั้งไปแล้วได้อะไร ถ้าไม่ไป มีอะไรต้องเสีย

โดย THE STANDARD TEAM
18.03.2019

หากถามว่า ‘ทำไมต้องไปเลือกตั้ง’ ต้องเกริ่นก่อนว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24 มีนาคมนี้ คือการใช้สิทธิเลือกผู้แทนฯ (ส.ส.) ไปทำหน้าที่แทนเรา

 

หน้าที่ตามหลักการขั้นพื้นฐานของ ส.ส. คือ คนที่ต้องไปออกกฎหมาย ไปตั้งรัฐบาล และไปตรวจสอบรัฐบาลแทนเรา

 

หากถามว่าเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตของเรา ต้องบอกว่า นโยบายทุกอย่างต้องออกมาในรูปของกฎหมาย ซึ่งครอบคลุมชีวิตของเราในทุกมิติ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายอะไร ก็ล้วนผูกพันกับผู้แทนฯ ของเราที่ถูกเลือกเข้าไปทำหน้าที่ในรัฐสภา

 

ข้อควรรู้ที่น่าจะเพิ่มแรงจูงใจให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งก็คือ การเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมนี้ มีความพิเศษแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา

 

มีเวลาไปลงคะแนนมากขึ้นคือ 9 ชั่วโมง

กฎหมายขยายเวลาการลงคะแนนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน โดยคนไทยมีเวลา 9 ชั่วโมง ในการเดินทางไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

 

โดยเมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนในเวลา 17.00 น. แล้ว จะนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้ง โดยเปิดเผยจนเสร็จสิ้นในรวดเดียว

 

เลือกตั้งครั้งเดียว แต่คนไทยได้ 3 อย่าง

การเลือกตั้งครั้งนี้มี ‘บัตรเลือกตั้งใบเดียว’ ย้ำว่า บัตรใบเดียว กาได้เบอร์เดียว แต่คะแนนจะถูกไปนับคำนวณ เพื่อได้ทั้งคนที่รัก พรรคที่ใช่ และนายกฯ ที่ชอบ

 

หมายความว่า การกากบาทครั้งเดียว คะแนนของเราจะไม่ตกน้ำ แต่จะถูกนับในระบบ ส.ส. แบบแบ่งเขต (คนที่รัก) และคะแนนที่เลือกไปนั้นจะถูกนำไปคิดรวมเป็นคะแนนของพรรค เพื่อคำนวณหา ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ (พรรคที่ใช่) ในคราวเดียวกัน

 

ขณะที่พรรคที่ได้ ส.ส. ไม่น้อยกว่า 25 คน มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลตามบัญชีของพรรค ให้รัฐสภาลงมติแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีได้

 

สรุปอีกครั้ง เลือกตั้งบัตรใบเดียว กาได้เบอร์เดียว แต่ได้ 3 อย่าง

  1. ได้ ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
  2. ได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ โดยนำคะแนนของผู้สมัครทุกคน ทุกเขต ทุกพรรคมาคำนวณหาจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค
  3. ‘นายกรัฐมนตรี’ โดยพรรคที่ได้ ส.ส. ไม่น้อยกว่า 25 คน มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลให้รัฐสภาลงมติแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี

 

ราคาที่ต้องจ่าย ถ้าไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

หากเราไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง กฎหมายกำหนดให้เราเสียสิทธิบางประการดังต่อไปนี้

  1. สิทธิในการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส.
  2. สิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น ส.ว.
  3. สิทธิในการสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
  4. ต้องห้ามดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
  5. ต้องห้ามดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

การจำกัดสิทธิทั้ง 5 ข้อ กำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้เริ่มนับเวลาการจำกัดสิทธิ 2 ปีใหม่ จากวันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิครั้งล่าสุด

 

ถ้าไปใช้สิทธิไม่ได้จริงๆ แต่ไม่อยากเสียสิทธิ ต้องทำอย่างไร

สำหรับใครที่ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมนี้ ได้จริงๆ ให้จำง่ายๆ ว่า หน้า 7 หลัง 7

 

กฎหมายเปิดโอกาสให้เราไปแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิได้ ใครอยู่กรุงเทพฯ ให้ไปสำนักงานเขต ใครอยู่ต่างจังหวัดให้ไปที่ว่าการอำเภอภายใน 7 วันก่อนหรือหลังวันเลือกตั้ง คือระหว่างวันที่ 17-23 และ 25-31 มีนาคมนี้

 

ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะพิจารณาจากธุระเร่งด่วน เจ็บป่วย พิการ ทุพพลภาพ ผู้ที่อยู่ต่างประเทศที่เดินทางมาไม่ได้ หรือเหตุสุดวิสัยอื่นๆ

 

การเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 คือโอกาสครั้งสำคัญของคนไทยในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย ซึ่งจะได้ใช้อำนาจนั้น ณ คูหาเลือกตั้ง เพื่อเลือกผู้แทนของเราไปทำหน้าที่แทนเราในระบบการเมืองผ่านรัฐสภา

 

วันที่ 24 มีนาฯ เข้าคูหา กากบาทบนบัตรเลือกตั้ง ใช้อำนาจของเรา แต่อย่าลืมพกบัตรประชาชนไปนะ บัตรหมดอายุก็ใช้ได้ หรือบัตรที่หน่วยงานของรัฐออกให้ โดยต้องมีรูปถ่ายและหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบขับขี่ หรือหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ก็ได้เช่นกัน

 

ภาพประกอบ: Chatchai C.

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล


READ MORE





Latest Stories