THE STANDARD WEALTH FORUM Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/the-standard-wealth-forum/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 10 Nov 2022 09:57:06 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ชมคลิป: มองอนาคตเศรษฐกิจไทยนับจากนี้อย่างไร? | THE STANDARD WEALTH FORUM https://thestandard.co/video-the-standard-wealth-forum-catch-the-next-curve/ Tue, 23 Mar 2021 11:00:09 +0000 https://thestandard.co/?p=467853 ชมคลิป: มองอนาคตเศรษฐกิจไทยนับจากนี้อย่างไร? | THE STANDARD WEALTH FORUM

จบลงไปแล้วสำหรับงานเสวนา THE STANDARD WEALTH FORUM: Cat […]

The post ชมคลิป: มองอนาคตเศรษฐกิจไทยนับจากนี้อย่างไร? | THE STANDARD WEALTH FORUM appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: มองอนาคตเศรษฐกิจไทยนับจากนี้อย่างไร? | THE STANDARD WEALTH FORUM

จบลงไปแล้วสำหรับงานเสวนา THE STANDARD WEALTH FORUM: Catch the Next Curve คว้าโอกาสที่ยังไม่มีใครเห็น กับผู้นำ นักธุรกิจ และนักลงทุนระดับโลก มาตามต่อกันว่าวิทยากรแต่ละท่านมองอนาคตเศรษฐกิจไทยนับจากนี้อย่างไร?

The post ชมคลิป: มองอนาคตเศรษฐกิจไทยนับจากนี้อย่างไร? | THE STANDARD WEALTH FORUM appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ไทยตกขบวนฟื้นตัว! | THE STANDARD WEALTH FORUM HIGHLIGHT https://thestandard.co/economic-outlook-2021/ Fri, 12 Mar 2021 03:33:04 +0000 https://thestandard.co/?p=464135

นักเศรษฐศาสตร์ระดับแถวหน้าเมืองไทย ดร.ยรรยง ไทยเจริญ จา […]

The post ชมคลิป: ไทยตกขบวนฟื้นตัว! | THE STANDARD WEALTH FORUM HIGHLIGHT appeared first on THE STANDARD.

]]>

นักเศรษฐศาสตร์ระดับแถวหน้าเมืองไทย ดร.ยรรยง ไทยเจริญ จากธนาคารไทยพาณิชย์ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และ ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาร่วมกันตอบคำถามและฉายภาพเศรษฐกิจบนเวทีเสวนาหัวข้อ ‘Economic Outlook 2021 โอกาสของโลกอยู่ตรงไหน ไทยตกขบวนการฟื้นตัวแล้วหรือยัง’ ติดตามได้ใน Highlight นี้

The post ชมคลิป: ไทยตกขบวนฟื้นตัว! | THE STANDARD WEALTH FORUM HIGHLIGHT appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ส่องมุมมองกองทุนระดับโลก | THE STANDARD WEALTH FORUM HIGHLIGHT https://thestandard.co/fund-spotlight/ Fri, 12 Mar 2021 02:51:33 +0000 https://thestandard.co/?p=464120

สรุปประเด็นสำคัญจากเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘Fund Spotlight ปร […]

The post ชมคลิป: ส่องมุมมองกองทุนระดับโลก | THE STANDARD WEALTH FORUM HIGHLIGHT appeared first on THE STANDARD.

]]>

สรุปประเด็นสำคัญจากเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘Fund Spotlight ปรับพอร์ตลงทุนอย่างไรให้เติบโตท่ามกลางความตกต่ำ’ ผ่านมุมมองของผู้บริหารกองทุนระดับโลกและผู้แนะนำการลงทุนชั้นนำของไทย กับ ธณาพล อิทธินิธิภัค จาก BlackRock และ ศรชัย สุเนต์ตา จาก SCBS-CIO รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน Highlight นี้

The post ชมคลิป: ส่องมุมมองกองทุนระดับโลก | THE STANDARD WEALTH FORUM HIGHLIGHT appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: มองข้ามโควิด-19 ผ่านมุมมองผู้บริหาร | THE STANDARD WEALTH FORUM HIGHLIGHT https://thestandard.co/manager-view-through-coronavirus/ Fri, 12 Mar 2021 02:48:53 +0000 https://thestandard.co/?p=464117

วิกฤตโควิด-19 กระทบต่อหลากหลายธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ไ […]

The post ชมคลิป: มองข้ามโควิด-19 ผ่านมุมมองผู้บริหาร | THE STANDARD WEALTH FORUM HIGHLIGHT appeared first on THE STANDARD.

]]>

วิกฤตโควิด-19 กระทบต่อหลากหลายธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำอย่างไรจึงจะบริหารองค์กรให้รับมือกับวิกฤตและนำพาองค์กรให้เติบโตต่อไปได้ จึงเป็นคำถามสำคัญบนเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘ก้าวต่อไปของบริษัทยักษ์ใหญ่ เมื่อวิกฤตคือโอกาส (The Upside of the K-Shaped Recovery)’ ที่ได้โอกาสจากผู้บริหารสูงสุดของ 3 องค์กรยักษ์ใหญ่ ใน 3 อุตสาหกรรมมาร่วมตอบคำถาม

 

  • จิราพร ขาวสวัสดิ์ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก หรือ OR
  • จรีพร จารุกรสกุล บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA
  • ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช (SVH) และโรงพยาบาล
    บีเอ็นเอช

 

ติดตามได้ใน Highlight นี้

The post ชมคลิป: มองข้ามโควิด-19 ผ่านมุมมองผู้บริหาร | THE STANDARD WEALTH FORUM HIGHLIGHT appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: บิตคอยน์คือทองคำดิจิทัล | THE STANDARD WEALTH FORUM HIGHLIGHT https://thestandard.co/bitcoin-as-a-virtual-gold/ Fri, 12 Mar 2021 02:44:19 +0000 https://thestandard.co/?p=464114

บนเวทีเสวนาหัวข้อ ‘Bitcoin as a Virtual Gold? คริปโตเคอ […]

The post ชมคลิป: บิตคอยน์คือทองคำดิจิทัล | THE STANDARD WEALTH FORUM HIGHLIGHT appeared first on THE STANDARD.

]]>

บนเวทีเสวนาหัวข้อ ‘Bitcoin as a Virtual Gold? คริปโตเคอร์เรนซี-บิตคอยน์… สินทรัพย์ทางเลือก ทองคำดิจิทัล หรือฟองสบู่รอวันแตก’ ได้พูดคุยถึงกระแสความนิยมของบิตคอยน์ สินทรัพย์ดิจิทัล และอนาคตต่อจากนี้ โดยมีผู้คร่ำหวอดในวงการอย่าง สรวิศ ศรีนวกุล จาก Band Protocol, เอกลาภ ยิ้มวิไล จาก Zipmex และกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร จาก SCB 10X มาร่วมแสดงความคิดเห็นในหลากหลายแง่มุม ติดตามได้ใน Highlight นี้

The post ชมคลิป: บิตคอยน์คือทองคำดิจิทัล | THE STANDARD WEALTH FORUM HIGHLIGHT appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: บทสรุปจาก THE STANDARD WEALTH FORUM | Morning Wealth 8 มีนาคม 2564 https://thestandard.co/morning-wealth-08032021/ Mon, 08 Mar 2021 01:48:07 +0000 https://thestandard.co/?p=462388

บทสรุปจาก THE STANDARD WEALTH FORUM ‘โอกาสของโลกอยู่ตรง […]

The post ชมคลิป: บทสรุปจาก THE STANDARD WEALTH FORUM | Morning Wealth 8 มีนาคม 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
  • บทสรุปจาก THE STANDARD WEALTH FORUM
  • ‘โอกาสของโลกอยู่ตรงไหน ไทยตกขบวนการฟื้นตัวแล้วหรือยัง’ หนึ่งในหัวข้อเสวนาจากเวที THE STANDARD WEALTH FORUM: Catch the Next Curve ค้นหาโอกาสที่ยังไม่มีใครเห็น และบทสรุปจากเสวนาในทุก Session รวบรวมมาไว้ ณ ที่นี้แล้ว
  • บทสัมภาษณ์พิเศษจาก SCB Private Banking ชู 3 ธีมลงทุนต่างประเทศในปีนี้
  • ค้นหาธีมลงทุนแห่งอนาคต และเทรนด์นวัตกรรมระดับโลกยังมีความน่าสนใจหรือไม่ กับ พงศ์สรร ยอดเมืองเจริญ ผู้อำนวยการส่วนบริหารผลิตภัณฑ์ TMBAM Eastspring

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: บทสรุปจาก THE STANDARD WEALTH FORUM | Morning Wealth 8 มีนาคม 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมบทสรุปจากเวที THE STANDARD WEALTH FORUM: Catch the Next Curve ค้นหาโอกาสที่ยังไม่มีใครเห็น https://thestandard.co/the-standard-wealth-forum-catch-the-next-curve-stage-summary/ Sat, 06 Mar 2021 08:55:06 +0000 https://thestandard.co/?p=462081 รวมบทสรุปจากเวที THE STANDARD WEALTH FORUM: Catch the Next Curve ค้นหาโอกาสที่ยังไม่มีใครเห็น

ผ่านไปแล้วสำหรับงาน THE STANDARD WEALTH FORUM ครั้งแรกข […]

The post รวมบทสรุปจากเวที THE STANDARD WEALTH FORUM: Catch the Next Curve ค้นหาโอกาสที่ยังไม่มีใครเห็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมบทสรุปจากเวที THE STANDARD WEALTH FORUM: Catch the Next Curve ค้นหาโอกาสที่ยังไม่มีใครเห็น

ผ่านไปแล้วสำหรับงาน THE STANDARD WEALTH FORUM ครั้งแรกของ THE STANDARD WEALTH ที่จัดขึ้นมาเพื่อให้ผู้ฟังได้มองเห็น ‘โอกาส’ ซึ่งกำลังรอเราอยู่ข้างหน้า หลังวิกฤตโควิด-19 ผ่านพ้นไป อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นและเตรียมความพร้อมรับกับโอกาสใหม่เหล่านี้อย่างไร

 

เวทีแรกคือการเสวนาในหัวข้อ ‘Economic Outlook 2021 โอกาสของโลกอยู่ตรงไหน ไทยตกขบวนการฟื้นตัวแล้วหรือยัง’ โดยบทสรุปจากเวทีนี้ สปีกเกอร์ทุกท่านมีความเห็นตรงกันว่าไทยกำลัง ‘ตกขบวน’ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เพราะหลายประเทศมีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจจะกลับขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนวิกฤตโควิด-19 ได้ในปีนี้ 

 

 

แต่ของไทยอาจต้องรอถึงปลายปีหน้า ส่วนหนึ่งเพราะ ‘ภาคการท่องเที่ยว’ ซึ่งมีสัดส่วนต่อ GDP ไม่น้อยกว่า 10% ยังคงเผชิญปัญหาจากการที่เราไม่สามารถเปิดประเทศได้และอาจต้องรอถึงช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ประกอบกับการทำนโยบายเพื่อดูแลเศรษฐกิจ ทั้งนโยบายการเงิน และโดยเฉพาะนโยบายการคลัง ซึ่งน่าจะเป็น ‘พระเอก’ ที่มาดูแลเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังออกมาค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ 

 

 

เวทีที่สอง เสวนาในหัวข้อ ‘Bitcoin as a Virtual Gold? คริปโตเคอร์เรนซี-บิตคอยน์…สินทรัพย์ทางเลือก ทองคำดิจิทัล หรือฟองสบู่รอวันแตก’ ซึ่งผู้เข้าร่วมเสวนาบนเวทีนี้มีความเห็นที่สอดคล้องกันคือคริปโตเคอร์เรนซีกำลังจะกลายเป็นทางเลือกใหม่การลงทุนเพื่อใช้ป้องกันความเสี่ยงของเงินเฟ้อหรือการเสื่อมของค่าเงินในอนาคต โดยเฉพาะ ‘บิตคอยน์’ ที่หลายคนเริ่มมองว่านี่คือ Digital Gold เพราะมีคุณสมบัติในการรักษามูลค่า(Store Value) ได้ดี

 

 

บนเวทีนี้ยังมีความเห็นตรงกันว่าการเข้ามากำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ถือเป็นเรื่องดี เพราะมีส่วนช่วยให้ตลาดเติบโตได้มั่นคง เพียงแต่การกำกับต้องไม่เข้มงวดเกินจำเป็น ไม่เช่นนั้นอาจส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และทำให้นักลงทุนหันไปพี่งทางเลือก เช่น ตลาดใต้ดิน ที่มีความเสี่ยงมากกว่าได้

 

 

เวทีที่สาม เสวนาในหัวข้อ ‘The Upside of the K-Shaped Recovery ก้าวต่อไปของบริษัทยักษ์ใหญ่ เมื่อวิกฤตคือโอกาส’ โดยเวทีนี้ผู้บริหารแต่ละท่านมาเล่าถึง ‘ปัญหา’ และ ‘อุปสรรค’ ที่เผชิญจากวิกฤตโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา พร้อมกับแชร์ประสบการณ์การฝ่าฟันวิกฤตเหล่านี้ว่าแต่ละบริษัทมีวิธีการในการเอาตัวรอดหรือเอาชนะจากปัญหาดังกล่าวมาได้อย่างไร

 

 

นอกจากนี้ยังมาเล่าถึงมุมมองที่มีต่อ ‘โอกาส’ ในระยะข้างหน้าว่าแต่ละท่านมีความเห็นอย่างไร มีการปรับเปลี่ยนแผนงานหรือกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่แตกต่างไปจากเดิมมากน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะคว้าโอกาสจากวิกฤตในครั้งนี้ให้อยู่หมัด โดยสิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารทั้ง 3 ท่านมีความเห็นตรงกันคือต้องนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจมากที่สุด

 

 

เวทีที่สี่ เสวนาในหัวข้อ ‘Fund Spotlight ปรับพอร์ตลงทุนอย่างไรให้เติบโตท่ามกลางความตกต่ำ’ ซึ่งเวทีนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญการลงทุนระดับโลกทั้ง Morgan Stanley, UBS และ ARK Investment มาเล่าถึงมุมมองที่มีต่อภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะข้างหน้า ขณะเดียวกันยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจากประเทศไทยที่มาช่วยให้คำแนะนำและจัดกระบวนยุทธ์การลงทุน เพื่อช่วยให้พอร์ตการลงทุนของผู้รับฟังในงานเสวนาเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางตลาดการลงทุนที่เต็มไปด้วยความผันผวน

 

 

และที่ขาดไม่ได้เลยคือเวทีสุดท้ายของวัน ซึ่ง THE STANDARD WEALTH ได้รับเกียรติจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ มาร่วมพูดคุยกับ เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการและบรรณาธิการบริหารของ THE STANDARD ในหัวข้อ ‘Where is the New S-Curve โอกาสสุดท้ายของประเทศไทย เราจะดึงดูดนักลงทุนอย่างไร’  

 

 

โดยสุพัฒนพงษ์ได้ร่วมตอบคำถามจากทุกๆ ประเด็นที่เกิดขึ้นบนเวที THE STANDARD WEALTH FORUM ในครั้งนี้ ซึ่งมั่นใจว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยกำลังจะดีขึ้น และรัฐบาลก็ตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตได้อย่างน้อย 4% พร้อมกับเตรียมแผนปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาวด้วยการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ จากต่างประเทศเข้ามา เพราะบุญเก่าของประเทศกำลังจะหมดไป ต้องสร้างบุญใหม่เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยพัฒนาและเติบโตได้อย่างยั่งยืนผ่าน 4D ที่จะเป็นยุทธศาสตร์ใหม่คือ Digitalization, Decarbonization, Derisk และ Decentralization 

 

ทั้งหมดนี้คือบทสรุปที่ได้จากเวที THE STANDARD WEALTH FORUM: Catch the Next Curve ค้นหาโอกาสที่ยังไม่มีใครเห็น ซึ่งทีมงานทุกคนตั้งใจให้เวทีนี้ช่วยจุดประกายความคิด ช่วยเตรียมความพร้อมในการรับมือกับโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า เพราะต้องไม่ลืมว่าผู้ที่พร้อมคือผู้ที่จะคว้าโอกาสได้ก่อนใคร 

 

ทีมงาน THE STANDARD WEALTH ขอขอบคุณวิทยากรผู้ร่วมเสวนาและผู้เข้าร่วมฟังการเสวนาทุกท่าน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเวทีนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ฟังทุกท่าน แล้วพบกันใหม่ใน THE STANDARD WEALTH FORUM ครั้งหน้า 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post รวมบทสรุปจากเวที THE STANDARD WEALTH FORUM: Catch the Next Curve ค้นหาโอกาสที่ยังไม่มีใครเห็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: โอกาสสุดท้ายของประเทศไทยจะดึงดูดนักลงทุนอย่างไร | WEALTH FORUM HIGHLIGHT https://thestandard.co/wealth-forum-highlight/ Sat, 06 Mar 2021 03:00:39 +0000 https://thestandard.co/?p=461967

Thailand: Where is the New S-Curve โอกาสสุดท้ายของประเท […]

The post ชมคลิป: โอกาสสุดท้ายของประเทศไทยจะดึงดูดนักลงทุนอย่างไร | WEALTH FORUM HIGHLIGHT appeared first on THE STANDARD.

]]>

Thailand: Where is the New S-Curve โอกาสสุดท้ายของประเทศไทย เราจะดึงดูดนักลงทุนอย่างไร กับ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

 

แนวโน้มของเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นแล้ว เห็นได้จากความมั่นใจใน 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวดีขึ้น และยังมองว่า GDP ไทยยังควรเติบโตที่ 4%

 

อย่างไรก็ตาม ในด้านการเปิดประเทศยังขึ้นอยู่กับการกระจายวัคซีนทั่วโลก รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน Highlight นี้

 

THE STANDARD WEALTH FORUM: Catch the Next Curve

The post ชมคลิป: โอกาสสุดท้ายของประเทศไทยจะดึงดูดนักลงทุนอย่างไร | WEALTH FORUM HIGHLIGHT appeared first on THE STANDARD.

]]>
มองข้ามโควิด-19 ผ่านมุมมองผู้บริหาร 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ ใน 3 อุตสาหกรรม ‘OR – WHA – SVH’ https://thestandard.co/or-wha-svh-executive-perspectives/ Fri, 05 Mar 2021 13:14:18 +0000 https://thestandard.co/?p=461964 มองข้ามโควิด-19 ผ่านมุมมองผู้บริหาร 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ ใน 3 อุตสาหกรรม ‘OR - WHA - SVH’

อีกหนึ่งช่วงที่น่าสนใจจากงาน THE STANDARD WEALTH FORUM […]

The post มองข้ามโควิด-19 ผ่านมุมมองผู้บริหาร 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ ใน 3 อุตสาหกรรม ‘OR – WHA – SVH’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มองข้ามโควิด-19 ผ่านมุมมองผู้บริหาร 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ ใน 3 อุตสาหกรรม ‘OR - WHA - SVH’

อีกหนึ่งช่วงที่น่าสนใจจากงาน THE STANDARD WEALTH FORUM ในหัวข้อ ‘ก้าวต่อไปของบริษัทยักษ์ใหญ่ เมื่อวิกฤตคือโอกาส’ (The Upside of the K-Shaped Recovory) ซึ่งเรามีโอกาสได้ร่วมรับฟังมุมจากผู้บริหารสูงสุดของ 3 องค์กรยักษ์ใหญ่ ได้แก่ จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR, จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA และชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช (SVH) และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช 

 

ก่อนที่ผู้บริหารแต่ละท่านจะฉายภาพอนาคตของบริษัท รวมถึงโอกาสในแต่ละอุตสาหกรรมให้เราได้ฟัง สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือวิกฤตโควิด-19 ที่ดำเนินมาต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2563 กระทบกับบริษัทอย่างไรบ้าง 

 

ในมุมของ OR จิราพรเล่าว่าวิกฤตโควิด-19 กระทบต่อบริษัทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนและมีนาคม 2563 ซึ่งประเทศไทยเริ่มต้นล็อกดาวน์ ทำให้การเคลื่อนที่ของผู้บริโภคหยุดชะงัก แต่หลังจากนั้นก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในธุรกิจค้าปลีก ซึ่งหากมองในช่วงหลังจากคลายล็อกดาวน์แล้วสามารถทำได้ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า แต่ในส่วนที่ฟื้นตัวช้าสุดคือน้ำมันเชื้อเพลิงที่จำหน่ายให้กับสายการบิน 

 

ในมุมของการบริหารเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น OR เน้นดูแลพนักงานให้ได้รับความปลอดภัยเป็นลำดับแรก ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือคนอื่นๆ ในซัพพลายเชน อย่างกรณีของ PTT Station ซึ่ง 80% ดำเนินการโดยเอสเอ็มอี หากเราไม่ช่วยเหลือ ผลกระทบอาจจะไม่เพียงแค่เกิดขึ้นกับเอสเอ็มอี แต่จะชิ่งต่อไปยังลูกจ้างของเอสเอ็มอีเหล่านี้ด้วย 

 

ขณะเดียวกันบริษัทได้เริ่มหันกลับมามองตัวเองหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง พบว่าโควิด-19 เป็นเหมือนปัจจัยกระตุ้นและทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาของเทคโนโลยี ทำให้บริษัทต้องปรับโมเดลธุรกิจเพื่อให้สอดรับกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป 

 

“ช่วงที่ผ่านมา OR เปลี่ยนหน่วยธุรกิจจาก Oil มาเป็น Mobility ขณะที่ Non-oil ก็หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของไลฟ์สไตล์มากขึ้น อย่างเช่นในเรื่องของ EV ซึ่งเดิมทีเรามองกันว่าอาจจะใช้เวลาถึง 40 ปี แต่วันนี้ก็ดูเหมือนว่าจะเร็วกว่านั้นมาก และบริษัทก็ต้องเตรียมพร้อมในการติดตั้ง EV Charger แล้ว ในอนาคตการใช้บริการ EV Charger ก็จะส่งผลดีต่อธุรกิจไลฟ์สไตล์ เพราะผู้บริโภคจะใช้เวลาในสถานีนานขึ้น” 

 

ขณะที่จรีพรกล่าวว่า โดยภาพรวม WHA ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่นกัน แต่ผลกระทบค่อนข้างจำกัด คือกำไรสุทธิของบริษัทลดลงเพียง 8% ขณะเดียวกันบางหน่วยธุรกิจก็ได้รับปัจจัยบวก อาทิ ธุรกิจโลจิสติกส์ ตามการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือสาธารณูปโภค ซึ่งความต้องการใช้ลดลง 

 

จริงๆ แล้วโควิด-19 เป็นสิ่งที่เราแทบไม่ได้สนใจ เพราะก็เหมือนกับอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านมาซึ่งควบคุมไม่ได้ สิ่งสำคัญคือการเตรียมพร้อมองค์กรอยู่ตลอดเวลา สำหรับ WHA จะเน้น 2 เรื่องคือ 1. Digital Innovation ซึ่งเป็นการใส่นวัตกรรมให้กับแต่ละหน่วยธุรกิจ 2. Digital Transformation โดยเริ่มจากการให้ความรู้กับคนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดย WHA มีข้อได้เปรียบคือการเป็นธุรกิจต้นน้ำ ซึ่งสามารถเห็นเทรนด์การเปลี่ยนแปลงได้ก่อนจากนักลงทุนที่เข้ามาอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม

 

ด้านชัยรัตน์เปิดเผยว่าโควิด-19 กระทบไปทั้งอุตสาหกรรม ทำให้รายได้หดตัวไป 14% กำไรลดลง 15% ในส่วนของบริษัทจึงได้นำกลยุทธ์ ‘4 ป้อง 1 ฉวย’ เข้ามาใช้ โดยเริ่มจาก ‘ป้องคน’ คือทำให้พนักงานของเราปลอดภัย 100% ‘ป้องคู่ค้า’ คือการช่วยให้คู่ค้าปลอดภัยและยังอยู่ได้เช่นกัน ‘ป้องเงิน’ เน้นการลดต้นทุน แต่ต้องไม่ตัดอนาคตของบริษัท และสุดท้ายคือ ‘ป้องงาน’ เป็นการมองหาแนวทางการทำงานใหม่ๆ ภายในบริษัทเอง เช่น การรวมแผนก รวมถึงการมองหางานใหม่ๆ ที่อาจจะไม่เคยทำ 

 

ขณะที่ ‘1 ฉวย’ เป็นการมองหาโอกาสที่เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤต เพราะการตั้งรับเพียงอย่างเดียวจะไม่เป็นผลดีกับธุรกิจ เช่น การให้งานกับพนักงานเพื่อสร้างเงินเพิ่ม แทนที่จะให้เงินเพียงอย่างเดียว 

 

หลังจากย้อนมองกลับไปในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา ผู้บริหารแต่ละท่านได้ฉายภาพของโอกาสในอนาคต 

 

สำหรับ OR นั้น จิราพรเชื่อว่าหากคนยังคงเคลื่อนไหว OR จะยังคงมีโอกาส ซึ่งจุดแข็งของบริษัทที่ผ่านมาคือเรื่องของ Physical Platform ที่มีสาขาของสถานีบริการน้ำมันและร้าน Cafe Amazon รวมกันกว่า 5,000 แห่ง และมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยกว่า 3 ล้านคนต่อวัน 

 

หลังจากนี้ Digital Platform จะเข้ามาเชื่อมระหว่างออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน ทำให้บริษัทจะสามารถทำการตลาดแบบ Direct ซึ่งสื่อสารกับลูกค้าได้ตรงจุดมากขึ้น และยังช่วยประหยัดต้นทุนของการสื่อสารแบบกระจายวงกว้าง ขณะเดียวกัน OR จะมุ่งเน้นการเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรมากขึ้น อย่างล่าสุดที่บริษัทเข้าไปถือหุ้นใน ‘โอ้กะจู๋’ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการร้านอาหารเพื่อสุขภาพ 

 

“การลงทุนในโอ้กะจู๋เพราะเราเห็นว่าคอนเซปต์ของร้านตรงกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ และยังสามารถ Synergy กับ Cafe Amazon ได้ทันทีผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมและขายผ่านช่องทางของบริษัท นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดทั้งในส่วนของอีคอมเมิร์ซ และมีโอกาสในการขยายไปยังตลาดต่างประเทศ”

 

สำหรับตลาดต่างประเทศเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่บริษัทจะเติบโตต่อไป หลังจากที่ได้เริ่มขยายออกไปตั้งแต่ 26 ปีก่อน โดยเริ่มจากกัมพูชา ลาว และฟิลิปปินส์ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับไทย แต่การจะขยายต่อไปได้จำเป็นจะต้องมีพันธมิตรท้องถิ่น และมีการปรับสินค้าให้เข้ากับวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ

 

อย่างการบุกตลาดจีนซึ่งมีประชากร 100 ล้านคน วิธีที่จะไปที่นั่นคือการปรับสินค้าให้เข้ากับวัฒนธรรม เช่น Cafe Amazon จะมีกาแฟที่โรยด้วยผงทุเรียน หรือกาแฟที่ผสมเนื้อและน้ำมะพร้าว ส่วนที่ฟิลิปปินส์ วัฒนธรรมที่นั่นต้องกินกาแฟกับเมนูอาหารหนัก เราก็ต้องปรับให้เข้ากับลูกค้าในท้องถิ่น

 

ด้านอนาคตของ WHA ถัดจากนี้ จรีพรเล่าว่าปีที่ผ่านมาถือเป็นจุดต่ำสุดแล้ว และหากไม่มีโควิด-19 เมื่อปีก่อน เชื่อว่าผลประกอบการของ WHA จะทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ ทั้งนี้ WHA ตั้งเป้าที่จะเติบโตไปกับการหาพันธมิตรในหลายๆ อุตสาหกรรม โดยในช่วง 5 ปีจากนี้วางงบลงทุนกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท และต้องการก้าวไปเป็น Tech Company 

 

“หลายคนอาจจะงงว่า WHA จะกลายเป็น Tech Company ไปได้อย่างไร ซึ่งทุกวันนี้บริษัทได้หยิบเอาเทคโนโลยีมาใช้ในทุกกลุ่มธุรกิจอยู่แล้ว และอนาคตจะมีการรับคนเพื่อสร้างทีมที่ดูแลด้านนี้โดยเฉพาะ รวมทั้งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม” 

 

ขณะเดียวกัน WHA พยายามรวมหลายอุตสาหกรรมให้มาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน ซึ่ง 2 ปีก่อนเราเริ่มมองธุรกิจเฮลท์แคร์ จนออกมาเป็น Healthcare E-commerce Platform ที่ไทยมีจุดเด่นจากแพทยสภาที่แข็งแกร่งมาก 

 

ทั้งนี้ ธุรกิจใหม่อย่างเฮลท์แคร์เริ่มจากจุดใกล้ตัวคือเรามีนิคมอุตสาหกรรมและระบบนิเวศของพนักงานรอบๆ จำนวนหลายแสนครอบครัว เราจะสามารถลดต้นทุนให้ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมผ่านการให้บริการเฮลท์แคร์ เช่น การส่งรถบริการด้านเฮลท์แคร์ 

 

ส่วนภาพของอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ในมุมมองของชัยรัตน์ มองว่าการจะเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด บริษัทจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้า 4-5 ปี หรือทำมาตั้งแต่ก่อนจะเกิดโควิด-19 ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทยังคงแข็งแรงและมีความสุขที่สุด ซึ่งขณะนั้นเราควรจะค้นหาความทุกข์เพื่อให้เราพัฒนาต่อไปได้ แต่เมื่อเรามีความทุกข์แล้วก็ต้องมองหาความสุขให้เดินต่อไปได้เช่นกัน 

 

สำหรับการเปลี่ยนแปลงองค์กรเพื่อเตรียมความพร้อม เรื่องของคนยากที่สุด สำหรับคนที่พร้อมเปลี่ยนก็ให้ทำสิ่งที่เปลี่ยน แต่ต้องปรับสกิลใหม่เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ส่วนคนที่ไม่พร้อมเปลี่ยนก็ให้ทำแบบเดิมเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ยังไม่เปลี่ยน แต่ก็ต้องทำแบบเดิมให้ดีขึ้น ซึ่งเราต้องเคลียร์สิ่งเหล่านี้ให้ได้ก่อน หากเราจัดการไม่ได้ก็ยากที่จะเกิดนวัตกรรมในองค์กร

 

“สำหรับธุรกิจเฮลท์แคร์ หากเรายังใช้วิธีดึงดูดแบบเดิมๆ เราจะยังดึงดูดได้ตอนนี้ แต่อนาคตอาจจะไม่ได้อีกแล้ว เราจำเป็นต้องพัฒนาในด้านเทคโนโลยี การดึงคนที่มีความสามารถเข้ามาช่วยสำคัญมาก ซึ่งการดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติก็ควรจะมาพร้อมเทคโนโลยี มาพร้อมนวัตกรรม จึงจะช่วยสร้างความแตกต่างได้มากกว่าแค่นำเงินมาลงทุน”

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post มองข้ามโควิด-19 ผ่านมุมมองผู้บริหาร 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ ใน 3 อุตสาหกรรม ‘OR – WHA – SVH’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยตกขบวนฟื้นตัว! 3 นักเศรษฐศาสตร์เร่งรัฐอัดฉีด-ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ https://thestandard.co/thailand-fall-out-recovery-timeline/ Fri, 05 Mar 2021 08:14:36 +0000 https://thestandard.co/?p=461668 ไทยตกขบวนฟื้นตัว! 3 นักเศรษฐศาสตร์เร่งรัฐอัดฉีด-ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

ในงาน THE STANDARD WEALTH FORUM: Catch the Next Curve บ […]

The post ไทยตกขบวนฟื้นตัว! 3 นักเศรษฐศาสตร์เร่งรัฐอัดฉีด-ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยตกขบวนฟื้นตัว! 3 นักเศรษฐศาสตร์เร่งรัฐอัดฉีด-ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

ในงาน THE STANDARD WEALTH FORUM: Catch the Next Curve บนเวทีเสวนาหัวข้อ ‘Economic Outlook 2021 โอกาสของโลกอยู่ตรงไหน ไทยตกขบวนการฟื้นตัวแล้วหรือยัง’ 

 

ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงิน KKP กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยตกขบวนการฟื้นตัวของโลกแล้ว เพราะเมื่อดูการเบิกจ่ายเม็ดเงินการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ตั้งวงเงินราว 1.9 ล้านล้านบาท แต่ยังเบิกจ่ายในส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพียง 2 แสนล้านบาท ส่วนเงินเยียวยาและอื่นๆ เบิกจ่ายเพียง 5-6 แสนล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 4-5% ของจีดีพี และเมื่อเทียบกับจีดีพีไทยปี 2563 ที่ติดลบ 6% ถือว่าไม่ช่วยการฟื้นตัวของประเทศนัก

 

“ปัญหาหลักคือ (รัฐ) จะเอาเงินไปใช้ทำอะไรมากกว่า จากที่ตั้งงบ 4 แสนล้านกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังใช้ไปน้อยมาก และไทยยังไม่รู้ว่าจะปรับตัวพาทิศทางเศรษฐกิจไปทางไหนดี เราขาดความมั่นใจตรงนี้”

 

ดังนั้นไทยต้องตั้งคำถามว่า การพึ่งจุดแข็งในอดีต เช่น การเติบโตในอุตสาหกรรมเคมี รถยนต์ ฯลฯ ยังเป็นยุทธศาตร์หรือไม่ หรือไทยจะขยับสู่ธุรกิจภาคบริการ อย่างการท่องเที่ยว เพื่อให้เอกชนสามารถเลือกเดินหน้าไปพร้อมๆ กับภาครัฐได้ในแนวทางเดียวกันอย่างไร

 

อย่างไรก็ตามต้องติดตามสถานการณ์โลก ทั้งเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนในการผลักดันด้านเทคโนโลยี เช่น AI, IOT และ 5G เพื่อเป็นมหาอำนาจของโลก และต้องติดตามเงินเฟ้อโลกที่จะเร่งตัวขึ้น จากเม็ดเงินอัดฉีดของธนาคารกลางทั่วโลก

 

ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกมีทิศทางการฟื้นตัวจากข่าวดีเรื่องการกระจายวัคซีนที่มีประสิทธิผล และทยอยเปิดประเทศ เช่น กลางปี 2564 นี้คาดว่าจะกระจายในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และเริ่มทั่วถึงในสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนไทยและจีนคาดว่าจะเริ่มทั่วถึงในต้นปี 2565

 

ทั้งนี้ ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความเสี่ยงโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ที่อาจทำให้การเปิดการท่องเที่ยวชะลอ นโยบายการเงินและการคลังที่ทั่วโลกมีการอัดฉีด QE กว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนมาตรการคลังของสหรัฐฯ หากรวมแพ็กเกจในปีก่อน 9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐที่จะออกในปีนี้ จะคิดเป็น 25% ของจีดีพีสหรัฐฯ 

 

ในส่วนของไทยรัฐบาลที่ผ่านมาใช้เงินกับการเยียวยาเยอะ ดังนั้นหลังจากนี้ต้องอัดฉีดเม็ดเงินมาตรการให้ตรงจุดกว่าปัจจุบัน เพื่อจะช่วยลดปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นแผลเป็นของเศรษฐกิจไทยที่มีมาตั้งแต่ก่อนโควิด-19 เช่น โครงสร้างการพึ่งพิงการท่องเที่ยวของไทยอยู่ที่ 12% ของจีดีพี ฯลฯ และไทยต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในโลกที่เปลี่ยนแปลงและต้องเจอความท้าทายใหม่ๆ

โดย 3 เรื่องที่เศรษฐกิจไทยต้องปรับ ได้แก่ 1) SMEs เข้มแข็งต้องเป็นวาระแห่งชาติ 2) Reskill ในทุกธุรกิจ ซึ่งรายใหญ่ของไทยเริ่มทำแล้ว แต่รายกลาง-เล็กยังไม่เห็น และต้องปรับตัวในเรื่อง Digital Adoptions และ 3) Global Mindset ที่ไทยยังไม่ได้มีมากนัก เห็นได้จากเครื่องชี้ทั้งมิติการลงทุนในต่างประเทศ ทั้ง FDI และการลงทุนรายบุคคลไม่สูงมาก รวมถึงการมองซัพพลายเชนทั้งภูมิภาคให้มากขึ้น 

 

อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยต้องหาจุดยืนท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไป ทั้งเรื่องสงครามเทคโนโลยีที่กลายเป็นเรื่องหลักของโลก ทุกฝ่ายต่างลงทุนเรื่องเทคโนโลยีมากขึ้น ทั้งเทรนด์ 5.0 พลังงานสะอาด ที่จะกลายเป็นหัวใจในการต่อสู้ระหว่างจีนและสหรัฐฯ  ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งโลก ต้องยอมรับว่าโลกหลังการเปลี่ยนแปลงยังไม่มีความชัดเจนว่าเทรนด์ต่างๆ เช่น AI, EV ฯลฯ ที่จะต้องวิจัยและพัฒนาจะเปลี่ยนไปอย่างไร และใครจะเป็นผู้ชนะในอุตสาหกรรมใด

 

ขณะที่แผนฉบับใหม่ 5 ปีของจีนที่กำลังจะออกในเดือนมีนาคม 2564 ที่เรียกว่า Dual Circulation เน้นเรื่อง ‘การหมุนเวียน’ โดยจีนจะมุ่งเน้นการพัฒนาจากเศรษฐกิจในประเทศ เพื่ออาศัยความต้องการซื้อจากผู้ซื้อ 1,400 ล้านคนในประเทศ และต่อยอดสู่เศรษฐกิจภายนอก ซึ่งทำให้สงครามการค้าหลังจากนี้จะเปลี่ยนไปในรูปแบบใหม่เป็น Semi Decoupling ที่ประเทศใหญ่อย่างจีน-สหรัฐฯ จะมุ่งเน้นเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น จากก่อนหน้าที่มองออกไปสู่ตลาดโลก 

 

“จีนเศรษฐกิจเก่าก็ตายไป แต่เขาสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ เรื่องในอนาคตมาสร้างการเติบโต แต่ไทยยังตั้งคำถามเรื่องนี้น้อยไป อย่างเรื่องท่องเที่ยวไม่กลับมา (ฟื้นตัว) เร็วเพราะความไม่แน่นอนสูง” 

 

ในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง ไทยต้องติดตามและเจาะลึกในระดับอุตสาหกรรมว่าไทยมีกลยุทธ์หลัก และอยู่จุดใดในห่วงโซ่อุตสาหกรรม และคำถามสำคัญคือโจทย์การสร้างดีมานด์ ผ่านการสร้างชนชั้นกลางใหม่ เช่น สร้างเมืองยกระดับชนชั้นกลาง การยกระดับรายได้ เรื่องความยากจน และเครื่องยนต์ใหม่ของภาคเศรษฐกิจจะทำให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ไทยตกขบวนฟื้นตัว! 3 นักเศรษฐศาสตร์เร่งรัฐอัดฉีด-ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘บิตคอยน์’ คือ ‘ทองคำดิจิทัล’ เชื่อ ก.ล.ต. คุมเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องระวัง ‘ผลเสีย’ หากเข้มงวดเกิน สรุปประเด็นจาก THE STANDARD WEALTH FORUM https://thestandard.co/bitcoin-is-digital-gold/ Fri, 05 Mar 2021 08:06:53 +0000 https://thestandard.co/?p=461826 ‘บิตคอยน์’ คือ ‘ทองคำดิจิทัล’ เชื่อ ก.ล.ต. คุมเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องระวัง ‘ผลเสีย’ หากเข้มงวดเกิน สรุปประเด็นจาก THE STANDARD WEALTH FORUM

กระแสความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะ ‘บิตคอยน์’ ได้ […]

The post ‘บิตคอยน์’ คือ ‘ทองคำดิจิทัล’ เชื่อ ก.ล.ต. คุมเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องระวัง ‘ผลเสีย’ หากเข้มงวดเกิน สรุปประเด็นจาก THE STANDARD WEALTH FORUM appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘บิตคอยน์’ คือ ‘ทองคำดิจิทัล’ เชื่อ ก.ล.ต. คุมเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องระวัง ‘ผลเสีย’ หากเข้มงวดเกิน สรุปประเด็นจาก THE STANDARD WEALTH FORUM

กระแสความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะ ‘บิตคอยน์’ ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก นับตั้งแต่ที่แพลตฟอร์มการซื้อขายสินทรัพย์รูปแบบนี้เปิดกว้างให้คนเข้าถึงได้อย่างไร้ข้อจำกัด (เห็นได้ชัดจากในประเทศไทย) การที่มันได้รับการพูดถึงโดยคนดังในหลากหลายอุตสาหกรรม ปรากฏบนหน้าสื่ออยู่เป็นประจำ และเป็นที่ยอมรับจากบริษัทเอกชนซึ่งตบเท้าทยอยเข้ามาลงทุนเพื่อเพิ่มความหลากหลาย กระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตรายได้ของตัวเองกันอย่างคึกคัก

 

บนเวทีเสวนา THE STANDARD: WEALTH FORUM 2021 ในเซกชัน ‘Bitcoin as a Virtual Gold? คริปโตเคอร์เรนซี-บิตคอยน์…สินทรัพย์ทางเลือก ทองคำดิจิทัล หรือฟองสบู่รอวันแตก’ ที่จัดขึ้นในวันนี้ (5 มีนาคม) ได้มีการพูดคุยถึงประเด็นกระแสความนิยมของบิตคอยน์ สินทรัพย์ดิจิทัลและอนาคตของมันต่อจากนี้ โดยมีผู้คร่ำหวอดในวงการอย่าง สรวิศ ศรีนวกุล ผู้ก่อตั้ง Band Protocol, เอกลาภ ยิ้มวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Zipmex และกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Head of Venture Builder SCB 10X ร่วมแสดงทัศนะในหลากหลายแง่มุม

 

เริ่มต้นที่สรวิศ เขาเชื่อว่าหลักการของบิตคอยน์หรือคริปโตเคอร์เรนซีทำหน้าที่ไม่ต่างอะไรจาก ‘ทองคำ’ แต่เป็นทองคำในลักษณะดิจิทัล ช่วยให้ผู้ที่เข้ามาลงทุนสามารถเก็บมูลค่า (Store of Value) ได้ดี ไม่เสื่อมสลายไปไหน ลดความกังวลในประเด็นเงินเฟ้อ เพราะมีจำนวนจำกัดแค่ 21 ล้านเหรียญ ไม่เหมือนธนบัตรที่สามารถพิมพ์เพิ่มได้ทีละมากๆ 

 

รวมถึงยังมีข้อดีมากกว่าในแง่การส่งข้ามหลายๆ ประเทศทั่วโลกได้ในระยะเวลาไม่กี่นาที ไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาหรือเวลาทำการ มีค่าธรรมเนียมต่ำมากๆ ช่วยให้คนที่อยากเข้ามาลงทุนเริ่มต้นลงทุนได้ง่ายๆ ต่างจากสินทรัพย์รูปแบบอื่นๆ (บิตคอยน์สามารถแบ่งส่วนเข้าถือได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งหมดเหมือนการลงทุนรูปแบบอื่นๆ)

 

“ราคาบิตคอยน์ขึ้นอยู่กับดีมานด์และซัพพลายล้วนๆ มีจำกัดแค่ 21 ล้านเหรียญ ปัจจุบันออกมาแล้ว 18-19 ล้านเหรียญ ซึ่งถ้าคนเริ่มเชื่อและเข้าใจมันมากขึ้นเรื่อยๆ หายากมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นบิตคอยน์จะกลายเป็น Snowball Effect และเข้ามาแทนที่ทองคำได้มากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง

 

“ผมไม่เชื่อว่ากรณีของบิตคอยน์จะเหมือนปรากฏการณ์ของทิวลิป เนื่องจากมันมีพื้นฐาน Fundamental ที่ชัดเจน ในระยาวยังเชื่อว่ามันจะยังไปต่อได้”

 

ด้านเอกลาภ ในฐานะตัวแทนผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอย่าง Zipmex ระบุว่าแนวคิดของผู้คนที่มีต่อสินทรัพย์ดิจิทัลและบิตคอยน์เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนและมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ลากยาวมาจนถึงการที่ Tesla เข้าลงทุน ซึ่งเปลี่ยนมุมมองคนที่มีต่อบิตคอยน์ว่ามันไม่ใช่สินทรัพย์ในโลกมืดอีกต่อไปแล้ว โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้

 

1. เมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ก.ล.ต. เปิดเผยว่ามีผู้สมัครเปิดบัญชีเพื่อเข้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรวมทั้งสิ้น 6 แสนราย เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด และเติบโตเร็วกว่าอัตราการขอเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ทั่วไปด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่ในช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวเพิ่งจะอยู่ที่ 1.5 แสนรายเท่านั้น

 

2. ในมุมมองทั่วโลก มีการเปิดบัญชีสำหรับซื้อบิตคอยน์เพิ่มเป็น 33 ล้านในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เทียบเท่าอัตราการเติบโตราว 10%

 

อย่างไรก็ดี ด้วยกระแสความสนใจที่เกิดขึ้น นักลงทุนหน้าใหม่ต่างตบเท้าเข้ามาสู่โลกการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล จึงทำให้ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ไทยอดเป็นห่วงและแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดไม่ได้ ในช่วงที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นกระแสข่าวที่ว่าทาง ก.ล.ต. อาจจะดำเนินการออกมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของนักลงทุนในไทย

 

โดยในมุมมองของเอกลาภ เขาเชื่อว่าเป็นเรื่องดีที่ทาง ก.ล.ต. แสดงความเป็นห่วงในประเด็นการลงทุนผ่านคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนและกระบวนการของการรับฟังความคิดเห็นต่างๆ เท่านั้น ยังไม่ผ่านเป็นร่างกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ ออกมา 

 

“ผมมองว่าการรับฟังความคิดเห็นที่ทาง ก.ล.ต. จัดทำขึ้นมาเป็นเรื่องที่ดี เพราะถือเป็นกระบวนการทางประชาธิปไตย ซึ่งเขาก็เปิดการรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนจำนวนมาก แล้วก็ต้องไม่ลืมว่าที่ทาง ก.ล.ต. พยายามจะเข้ามาออกกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องก็เป็นเพราะว่าพวกเขาหวังดี มีเจตนารมณ์ที่ดี เนื่องจากคริปโตเคอร์เรนซีเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง เป็นเรื่องที่ใหม่

 

“แต่ถึงอย่างนั้นก็ดี ในบางมุม ก.ล.ต. อาจจะต้องคำนึงถึงประเด็นการออกมาตรการกำกับที่เข้มงวดเกินจำเป็น ไม่เช่นนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทำให้นักลงทุนไทยบางรายเลือกหันไปใช้วิธีการใต้ดิน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่า ต้องพิจารณาในหลายๆ มุม เพราะอาจเกิดผลกระทบเชิงลบกับทั้งประเทศได้”

 

ต่อประเด็นนี้ กวีวุฒิก็แสดงความคิดเห็นเช่นกัน โดยเขาเชื่อว่าการ Regulate ออกกฎหมายมาตรการควบคุมถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ในมุมหนึ่งก็ต้องดูด้วยว่า Regulator เข้าใจตัวผู้ใช้งานจริงๆ หรือเปล่า เพราะหากมีการควบคุมแล้วสามารถทำได้ดีก็จะสร้างความเชื่อถือและส่งผลให้ตลาดโตได้ต่อเนื่องในระยะยาว แต่หากทำไม่ดี สุดท้ายแล้วตลาดก็จะกลับกลายไปสู่ตลาดมืด และเกิดผลกระทบทางลบแทน ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังประเด็นนี้ให้ดี

 

หัวเรือใหญ่ของ SCB 10X ยังกล่าวเสริมอีกด้วยว่าการเข้ามามีอิทธิพลในด้านการลงทุนของทองคำดิจิทัลอย่างบิตคอยน์ ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการพลิกค่าสมการที่ว่า คนอายุน้อยที่มีความชำนาญด้านเทคโนโลยีและมีประสบการณ์ก็กลายเป็นผู้ที่มีความสามารถและความรู้ด้านการลงทุนได้เช่นกัน ซึ่งอาจจะต่างจากในอดีตที่โลกของการลงทุนเคยถูกจำกัดแค่คนกลุ่มหนึ่ง

 

ที่สำคัญ การทำความเข้าใจและมีความรู้ในสินทรัพย์ประเภทดิจิทัลนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก ก่อนที่นักลงทุนหน้าใหม่แต่ละรายจะตัดสินใจเข้ามาลงทุนในบิตคอยน์

 

โดยกวีวุฒิยังแย้มเป็นนัยอีกด้วยว่าปัจจุบันธนาคารไทยพาณิชย์อยู่ในระหว่างการศึกษารายละเอียดและความเป็นไปได้ของการเข้ารับใบอนุญาตต่างๆ หรือแม้กระทั่งการขอไลเซนส์ Exchange Platform โดยทำงานใกล้ชิดกับ ก.ล.ต. เนื่องจากพวกเขาเป็นผู้ให้บริการธนาคาร และมีสินค้าบริการในกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์อยู่แล้ว จึงไม่ปฏิเสธความสนใจในส่วนนี้ ส่วนจะทำออกมาได้จริงหรือได้เห็นเมื่อไรก็คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดอีกที เนื่องจากการสร้างความน่าเชื่อถือ (Trust) เป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการธนาคารต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้

 

สำหรับภาพรวมในอนาคตของบิตคอยน์และคริปโตเคอร์เรนซี ทั้งสามคนได้แสดงทัศนะร่วมกันว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งความผันผวนของมันจะเริ่มลดลง โดยเราน่าจะได้เห็นการประยุกต์ใช้ประโยชน์จากมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ปัจจุบันโลกบิตคอยน์เริ่มหันมาใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบนี้อย่างหลากหลาย รวมทั้งการปล่อยกู้เพื่อรับผลตอบแทนมากขึ้น 

 

นั่นหมายความว่าในอนาคตบิตคอยน์และคริปโตเคอร์เรนซีอาจจะพัฒนาต่อยอดไปสู่โมเดลของการเป็น Digital Banking ได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการเป็นช่องทางทางเลือกของบริษัท หน่วยงานเอกชน ในการระดมทุนในรูปแบบ Tokenization ที่ไม่ใช่แค่ ICO ซึ่งจะเปิดกว้างให้คนเข้ามาลงทุนได้หลากหลายมากขึ้น 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ‘บิตคอยน์’ คือ ‘ทองคำดิจิทัล’ เชื่อ ก.ล.ต. คุมเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องระวัง ‘ผลเสีย’ หากเข้มงวดเกิน สรุปประเด็นจาก THE STANDARD WEALTH FORUM appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เปิดตัวฟอรัมครั้งแรกของ THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/video-launched-the-standard-wealth-forum-catch-the-next-curve/ Thu, 04 Mar 2021 12:00:37 +0000 https://thestandard.co/?p=461460 เปิดตัวฟอรัมครั้งแรกของ THE STANDARD WEALTH

นับถอยหลัง 15 ชั่วโมง! สู่งาน THE STANDARD WEALTH FORUM […]

The post ชมคลิป: เปิดตัวฟอรัมครั้งแรกของ THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดตัวฟอรัมครั้งแรกของ THE STANDARD WEALTH

นับถอยหลัง 15 ชั่วโมง! สู่งาน THE STANDARD WEALTH FORUM: Catch the Next Curve 

 

โค้งสุดท้ายของการลงทะเบียนเพื่อรับโค้ดเข้าชมงาน (จำนวนจำกัด) ได้แล้วที่ thestandard.co/events

 

จัดเต็ม 5 เวทีเสวนา ร่วมกันค้นหาโอกาสที่ยังไม่มีใครเห็นกับผู้นำ นักธุรกิจ และนักลงทุนระดับโลก 


ยรรยง ไทยเจริญ

รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

กลุ่มงาน Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์

 

ศุภวุฒิ สายเชื้อ

ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงิน KKP และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ

 

อาร์ม ตั้งนิรันดร

ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

สรวิศ ศรีนวกุล

ผู้ก่อตั้ง Band Protocol

 

เอกลาภ ยิ้มวิไล   

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Zipmex

 

กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร

Head of Venture Builder, SCB 10X

 

จิราพร ขาวสวัสดิ์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR)

 

จรีพร จารุกรสกุล

ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

 

ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวชและโรงพยาบาลบีเอ็นเอช

 

ศรชัย สุเนต์ตา

กรรมการผู้จัดการ SCBS-Chief Investment Office บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด

 

ธณาพล อิทธินิธิภัค

ผู้อำนวยการกลุ่มลูกค้าบุคคลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ BlackRock

 

Cathie Wood

CEO of ARK Investment Management LLC

Bin Shi

UBS Asset Management

 

Andrew Harmstone

Managing Director, Morgan Stanley

 

ถ่ายทอดสด 5 มี.ค. 2564 นี้ เวลา 10.00-18.00 น.

The post ชมคลิป: เปิดตัวฟอรัมครั้งแรกของ THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ชวนชมฟอรัมครั้งแรกของ THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/video-promote-the-standard-wealth-forum-catch-the-next-curve/ Wed, 03 Mar 2021 10:22:12 +0000 https://thestandard.co/?p=461189 ชมคลิป: ชวนชมฟอรัมครั้งแรกของ THE STANDARD WEALTH

สิทธิพิเศษ! ลงทะเบียนรับรหัสจำนวนจำกัด เพื่อเข้าชมถ่ายท […]

The post ชมคลิป: ชวนชมฟอรัมครั้งแรกของ THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ชวนชมฟอรัมครั้งแรกของ THE STANDARD WEALTH

สิทธิพิเศษ! ลงทะเบียนรับรหัสจำนวนจำกัด เพื่อเข้าชมถ่ายทอดสดงาน

 

THE STANDARD WEALTH FORUM: Catch the Next Curve

 

ได้ที่ thestandard.co/events หรือ สแกน QR Code จากคลิปนี้

 

โอกาสของเศรษฐกิจโลกอยู่ตรงไหน ไทยตกขบวนการฟื้นตัวหรือไม่? บิตคอยน์คือ สินทรัพย์ทางเลือกหรือฟองสบู่ที่รอวันแตก? เราควรปรับพอร์ตอย่างไรเพื่อเติบโตท่ามกลางความตกต่ำ

 

ร่วมกันค้นหาคำตอบใน THE STANDARD WEALTH FORUM:
Catch the Next Curve

 

คว้าโอกาสที่ยังไม่มีใครเห็น กับผู้นำ นักธุรกิจ และนักลงทุนระดับโลกโดย

 

สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

 

ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงิน KKP และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ

 

ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์

 

อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

 

จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

 

ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวชและโรงพยาบาลบีเอ็นเอช

 

ศรชัย สุเนต์ตา กรรมการผู้จัดการ SCBS-Chief Investment Office บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด

 

สรวิศ ศรีนวกุล ผู้ก่อตั้ง Band Protocol

 

เอกลาภ ยิ้มวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Zipmex

 

กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Head of Venture Builder, SCB 10X

 

พร้อมต่อสายตรงกับ Morgan Stanley และ UBS

 

จัดเต็ม 5 เวทีเสวนา ถ่ายทอดสดวันที่ 5 มีนาคม 2564 เวลา 10.00-18.00 น.

The post ชมคลิป: ชวนชมฟอรัมครั้งแรกของ THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>