Sea ประเทศไทย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/sea-ประเทศไทย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 22 Oct 2025 11:24:32 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 Sea (ประเทศไทย) จับมือ The Money Coach เปิดตัวหลักสูตรการเงิน ‘Money for Teen’ ปฏิวัติการศึกษาไทย เด็กม.ต้น เรียนฟรี ออมเงินได้ ใช้เงินเป็น https://thestandard.co/money-for-teen/ Wed, 22 Oct 2025 11:24:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1134193 Sea (ประเทศไทย) จับมือ The Money Coach เปิดตัวหลักสูตรการเงิน ‘Money for Teen’ ปฏิวัติการศึกษาไทย เด็กม.ต้น เรียนฟรี ออมเงินได้ ใช้เงินเป็น

The Money Coach นำโดย โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์ ร่วม […]

The post Sea (ประเทศไทย) จับมือ The Money Coach เปิดตัวหลักสูตรการเงิน ‘Money for Teen’ ปฏิวัติการศึกษาไทย เด็กม.ต้น เรียนฟรี ออมเงินได้ ใช้เงินเป็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sea (ประเทศไทย) จับมือ The Money Coach เปิดตัวหลักสูตรการเงิน ‘Money for Teen’ ปฏิวัติการศึกษาไทย เด็กม.ต้น เรียนฟรี ออมเงินได้ ใช้เงินเป็น

The Money Coach นำโดย โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์ ร่วมกับ Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มชั้นนำ ได้แก่ Garena, Shopee และ Monee เปิดตัวหลักสูตรการเงิน ‘Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น’ หลักสูตรออนไลน์ เรียนทักษะการเงินฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป

 

สำหรับแรงบันดาลใจเบื้องหลังการเปิดตัวหลักสูตรนี้ โค้ชหนุ่ม เปิดเผยว่า มาจากประสบการณ์ให้คำปรึกษาทางการเงินแก่คนไทยตลอดหลายปี โดย ปัญหาหลักของคนไทย ยังวนเวียนอยู่กับเรื่องสภาพคล่องและภาระหนี้สิน ซึ่งสะท้อนการแก้ปัญหาแบบ ‘งานซ่อม’ ที่เน้นแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาแล้ว แต่ไม่ช่วยให้ปัญหาจบสิ้น จึงตัดสินใจเปลี่ยนแนวทางมาเน้น ‘งานสร้าง’ หรือการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินที่ยั่งยืนให้คนไทยตั้งแต่ต้น จนออกมาเป็นหลักสูตร ‘Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น’

 

หัวใจการออกแบบหลักสูตร ถูกออกแบบให้เหมาะกับวัยรุ่นช่วงมัธยมต้น ที่พ่อแม่ เริ่มให้เงินค่าขนมลูกเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน โดยหลักสูตร จะโฟกัสไปที่การฝึกการเก็บออมและบริหารค่าใช้จ่าย เพื่อวางแผนการเงินในอนาคต เริ่มตั้งแต่การปลูกฝังมายด์เซ็ตการเงินที่ถูกต้อง โดยเนื้อหาครอบคลุม 8 หัวข้อ ได้แก่ การปรับมุมคิดเรื่องเงิน การใช้จ่ายอย่างมีสติ การวางแผนงบประมาณส่วนตัว การหารายได้ด้วยตนเอง การเก็บออมอย่างฉลาด การเริ่มต้นลงทุนง่าย ๆ ตั้งแต่วัยเรียน การรู้เท่าทันภัยทางการเงิน และการตั้งเป้าหมายชีวิต พิชิตเป้าหมายเงิน

 

ซึ่งจะทำให้นักเรียน ผู้ปกครอง และคุณครู สามารถเรียนรู้ และใช้เป็นเครื่องมือการเรียน การสอนเรื่องการเงินอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ในอนาคต จะมีการต่อยอดหลักสูตรขั้นสูง (Advanced) สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ครอบคลุม 5 หัวข้อเนื้อหาด้านการเงิน ได้แก่ เครดิตและสินเชื่อ พื้นฐานการลงทุน การเป็นผู้ประกอบการ ภาษีเงินได้ และการบริหารความเสี่ยง เพื่อยกระดับองค์ความรู้ทางการเงินให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

ข้อผิดพลาดของพ่อแม่ ที่ทำให้เด็กไม่เก่งเรื่องการเงิน

 

โค้ชหนุ่ม กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีผู้ปกครองหลายคน เข้ามาขอคำปรึกษา อยากให้โค้ชหนุ่มช่วยสอนการลงทุนให้กับเด็กที่อยู่ในชั้นมัธยมต้น โดยมองว่าจะช่วยให้เด็กเก่งเรื่องการเงินมากขึ้น ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องนัก ทักษะการเงินที่สำคัญที่สุด ซึ่งเป็นรากฐานของการมีชีวิตที่ดี ต้องเริ่มจากการรู้จัก ‘ออม’ และ ‘บริหารเงิน’ให้เป็น

 

ทั้งนี้หลายครอบครัวมีปัญหา สอนให้ลูกรู้จักเก็บออม แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นดั่งใจ เช่น ลูกเก็บออมเงินจากค่าขนม จนมีเงินก้อน แต่ก็นำไปจ่ายค่าบัตรคอนเสิร์ตหมด แทนที่จะเก็บไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน ตามคำแนะนำของพ่อแม่

 

การจะสอนให้เด็กรู้จักเก็บออม และบริหารเงินให้เป็น พ่อแม่ต้องเริ่มจากเคารพ เป้าหมายการออมลูก ไม่ใช่สอนให้ทำตามความต้องการของตัวเอง ปล่อยให้ลูกตัดสินใจใช้เงินเอง โดยคอยให้คำแนะนำ ชี้ให้เห็นถึงข้อดี ข้อเสีย ในทุกการตัดสินใจ เพราะการสอนให้เด็กเก็บเงินเพื่ออนาคต เป็นการโยนภาระให้เด็ก ร่วมแบกรับมากเกินไป ทั้งที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ว่าอะไรคือ สถานการณ์ฉุกเฉินที่เขาต้องเจอในอนาคต การสร้าง ‘วินัย’ ให้เด็ก เรียนรู้ผ่านการลงมือทำด้วยตัวเอง จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

 

บอร์ดเกมการเงิน สนามทดลองเตรียมความพร้อมเด็ก ก่อนลงสนามจริง

 

หัวใจสำคัญที่จะทำให้เด็กประยุกต์ใช้ความรู้การเงินได้จริง และสนุกไปกับการเรียนรู้ คือ การใช้บอร์ดเกม เข้ามาเป็นสื่อการสอน เปิดพื้นที่ให้เด็กได้ตัดสินใจบริหารเงิน ในสถานการณ์จำลอง ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้เด็กรู้จักบริหารความเสี่ยง ลดความเสียหาย ก่อนลงสนามในโลกจริง

 

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า การเรียนรู้เรื่องการเงินตั้งแต่วัยเยาว์คือรากฐานสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เพราะเด็กที่เข้าใจคุณค่าของเงินย่อมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักคิด วางแผน และใช้ชีวิตอย่างมีความรับผิดชอบ การส่งเสริมหลักสูตร ‘Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น’ จึงไม่ใช่แค่การสอนให้รู้จักออมและใช้จ่ายเท่านั้น แต่เป็นการปลูกฝังทักษะชีวิตที่เชื่อมโยงกับความฉลาดรู้ทางการเงิน เพื่อให้เยาวชนไทย พร้อมรับมือกับโลกยุคใหม่อย่างมั่นใจ และสามารถใช้ชีวิตบนพื้นฐานคุณธรรมอยู่ในสังคม อย่างมีความสุข

 

ด้านจรูญศรี แจบไธสง รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า “หลักสูตร ‘Money for Teen’ เปรียบเสมือนต้นกล้าแห่งความรู้ด้านการเงิน ที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องเงินได้ตั้งแต่วัยรุ่น มีแผนการใช้เงินในอนาคต ที่มั่นคงและยั่งยืน”

 

ในอนาคต สพฐ. มีแผนนำหลักสูตรนี้ขยายผล สู่โรงเรียนทั่วประเทศ ผ่านการส่งเสริมให้ครูบูรณาการกับรายวิชาหรือจัดเป็นกิจกรรมเสริมทักษะชีวิต ขึ้นอยู่กับความสมัครใจและจุดเน้นของสถานศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกคิด วิเคราะห์ และนำความรู้ไปใช้ได้จริง เราเชื่อว่าการปลูกฝังเรื่องการเงินตั้งแต่วัยเรียน คือการสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืน และวางรากฐานสู่สังคมไทยที่มีวินัยทางการเงินในอนาคต”

 

สำหรับผู้ที่สนใจหลักสูตร ‘Money for Teen’ สามารถเข้าเรียนได้ฟรี ผ่านทางเว็บไซต์ www.moneycoach.co.th ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน มีผู้เข้าเรียนแล้วมากกว่า 5,700 คน สะท้อนถึงความต้องการเรียนรู้เรื่องการเงิน ในหมู่เยาวชนไทย โดยในอนาคต หลักสูตรดังกล่าวยังจะสามารถเข้าถึงได้ผ่านแพลตฟอร์ม www.SeaAcademy.co ของ Sea (ประเทศไทย) เพื่อขยายการเข้าถึงในวงกว้างยิ่งขึ้น

The post Sea (ประเทศไทย) จับมือ The Money Coach เปิดตัวหลักสูตรการเงิน ‘Money for Teen’ ปฏิวัติการศึกษาไทย เด็กม.ต้น เรียนฟรี ออมเงินได้ ใช้เงินเป็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sea (ประเทศไทย) เปิดผลสำรวจแรงงานไทย 45% ขาดทักษะด้านดิจิทัล เสี่ยงถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ https://thestandard.co/survey-results-of-45-of-thai-workers-lack-digital-skills/ Tue, 26 Oct 2021 10:36:58 +0000 https://thestandard.co/?p=552483 แรงงานไทย

Sea (ประเทศไทย) เผยผลวิจัยด้านแรงงาน พบแรงงานไทยขาดทักษ […]

The post Sea (ประเทศไทย) เปิดผลสำรวจแรงงานไทย 45% ขาดทักษะด้านดิจิทัล เสี่ยงถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แรงงานไทย

Sea (ประเทศไทย) เผยผลวิจัยด้านแรงงาน พบแรงงานไทยขาดทักษะดิจิทัล 45% หรือราว 17 ล้านคน และมีความเสี่ยงถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ แนะไทยทุกภาคส่วนเร่งปรับตัวสอดรับเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อผลักดันภาพรวมเศรษฐกิจก่อนเผชิญความเสี่ยงสังคมสูงวัยสมบูรณ์ในปี 2030 

 

มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทยขยายตัวต่อเนื่อง และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet Penetration) ในประเทศไทยซึ่งอยู่ที่ 96.5% ในปัจจุบัน และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้บริการดิจิทัลยิ่งเป็นที่ต้องการในสังคมไทยมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการแพร่ระบาดของโควิด ที่ทำให้ผู้คนเริ่มคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น จนเกิดความคุ้นเคยมากพอสมควร และมีแนวโน้มที่จะใช้เครื่องมือดิจิทัลเหล่านี้ต่อไปในอนาคต 

 

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีมีอิทธิพลต่อโลกในปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด และทุกภาคส่วนต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลให้มีความครอบคลุม สะดวก และสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับเศรษฐกิจและสังคมในองค์รวม 

 

อ้างอิงรายงาน IMD World Digital Competitiveness Ranking 2021 พบว่า ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 38 จาก 64 ประเทศทั่วโลก โดยมีปัจจัยด้าน Technology (อันดับที่ 22) เป็นจุดแข็ง และมีปัจจัยด้าน Knowledge (อันดับที่ 42) และด้าน Future Readiness (อันดับที่ 44) เป็นจุดที่ต้องเร่งพัฒนา ดังนั้น Sea (ประเทศไทย) จึงให้ความสำคัญกับการเสริมทักษะสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับคนไทยหลากหลายกลุ่มในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัล นำไปสู่การริเริ่มโครงการมากมายที่มุ่งสร้างแรงงานดิจิทัลที่พร้อมด้วยทักษะในการประกอบอาชีพ และส่งเสริมให้ทุกคนสามารถใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลอย่างมีคุณภาพ 

 

“การเสริมสร้างทักษะเหล่านี้ไม่เพียงแต่จำเป็นต่อบุคคลทั่วไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตลาดแรงงานและอุตสาหกรรมโดยรวมที่มีแนวโน้มจะขาดแคลนในอนาคตจากการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นการพัฒนาแรงงานดิจิทัลจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ช่วยเตรียมพร้อมให้ประเทศเดินหน้าไปสู่อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 

มณีรัตน์กล่าวเพิ่มว่า เทรนด์ที่จะเกิดขึ้นจากนี้ไปมี 2 เทรนด์หลักคือ การเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ (Digital Adoption) โดยเทรนด์สังคมสูงวัยนั้นจัดเป็นความเสี่ยงที่สร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทยพอสมควร 

 

ทั้งนี้ ประเทศไทยถูกคาดหมายว่าจะเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์ในปี 2573 ซึ่งหมายความว่ากำลังซื้อในประเทศจะลดลงตามรายได้ต่อหัวประชากร และจะมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนจำนวนแรงงาน เพราะแรงงานจำนวนมากเกษียณออกจากระบบ อย่างไรก็ตาม เทรนด์นี้จะทำให้เกิดคลื่นความสนใจ และการจับจ่ายใช้สอยเพื่อดูแลสุขภาพมากขึ้น เช่น Healthtech, Medtech 

 

เทรนด์หลักถัดมาคือการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ (Digital Adoption) ซึ่งมองเป็นปัจจัยสนับสนุนทางภาคเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย โดยจากการสำรวจพบว่า 62% ของคนไทยต้องการใช้เครื่องมือทางดิจิทัล (Digital Tools) มากขึ้นเนื่องจากคุ้นชินต่อความสะดวกสบายที่เคยได้รับ ซึ่งถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจเองจะมีการปรับตัวด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น เช่น การเชื่อมออฟไลน์สู่ออนไลน์แบบไร้รอยต่อ (Seamless OTO) การสร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบ Hybrid Workplace  

 

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ผู้อำนวยการบริหาร FutureTales Lab by MQDC กล่าวเสริมในเรื่องการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตยุคดิจิทัลในมุมอนาคตศาสตร์ว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม อีกทั้งตัวเร่งจากโควิด ส่งผลให้มนุษย์ต้องเร่งปรับตัวทั้งด้านการเรียนรู้ การทํางาน และการใช้ชีวิต ซึ่งกลุ่มคนวัยทำงานรวมไปถึงกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานต้องปรับตัวให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะการเสริมทักษะด้านดิจิทัล และในสาขาที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งสำคัญในอันดับต้น 

 

“เราเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อาทิ การทำงานแบบ Hybrid ที่เน้นผลิตภาพและความยืดหยุ่น การทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีขั้นสูงให้ผลลัพธ์การทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จนไปถึงการเรียนรู้และการทำงานในโลกเสมือนจริง (Metaverse) จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอนาคตการทำงานในสาขาต่างๆ และวิชาชีพที่เน้นด้านความรู้แนวใหม่อย่างมาก”

 

จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อต้นปี 2563 ระบุว่า แรงงานไทยมีทักษะด้านดิจิทัล 55% ซึ่งหมายความว่า 45% ของจำนวนแรงงานไทย หรือคิดเป็น 17 ล้านคน ขาดทักษะในเรื่องดิจิทัล และมีความเสี่ยงที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งหากรวมกับการได้รับผลกระทบจากโควิดแล้ว ประเมินว่าอาจจะมีแรงงานจำนวนมากที่หลุดออกจากระบบ และขาดโอกาสในการเพิ่มทักษะด้านดิจิทัล ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมในที่สุด 

 

ดังนั้น รัฐและเอกชนควรหันมาร่วมมือกันผลักดันการเพิ่มทักษะนี้เป็นความรู้พื้นฐาน เพื่อให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เตรียมพร้อมและพัฒนาความรู้ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต

 

ดร.การดีกล่าวว่า การเดินหน้าสู่ Digital Nation จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการผลักดัน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หน่วยงานผู้กำหนดนโยบาย ภาคเอกชน หรือแม้แต่ผู้ประกอบการและผู้คนทั่วไป เพื่อร่วมกันสร้างการตระหนักรู้ถึงความจำเป็นในการปรับตัวและการเรียนรู้ทักษะดิจิทัล 

 

รวมทั้งร่วมกันสร้างโครงการเพื่อนำเสนอความรู้ด้านดิจิทัล และปรับระบบการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานให้มีความเหมาะสมและยืดหยุ่น สร้างความรู้และทักษะต่างๆ ที่ทันโลก นำไปสู่การขับเคลื่อนดุมล้อแห่งการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เริ่มต้นหมุนได้อย่างรวดเร็ว ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การสร้าง Digital Nation ในอุดมคติ ที่มี Digital Inclusion สูง สามารถกระจายโอกาสจากการเติบโตของสังคมและเศรษฐกิจดิจิทัล ให้คนทุกกลุ่มเก็บเกี่ยวประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงนั่นเอง


ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

Twitter: twitter.com/standard_wealth

Instagram: instagram.com/thestandardwealth

Official Line คลิก https://lin.ee/xfPbXUP

 

The post Sea (ประเทศไทย) เปิดผลสำรวจแรงงานไทย 45% ขาดทักษะด้านดิจิทัล เสี่ยงถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sea ส่งมอบออกซิเจน 2,000 ถังให้ไทย หวังกระจายไปยังโรงพยาบาลสนาม ช่วยผู้ป่วยโควิดทั่วประเทศ https://thestandard.co/sea-sent-2000-oxigen-tank-to-thailand-hope-to-spread-to-field-hospital/ Wed, 18 Aug 2021 08:17:48 +0000 https://thestandard.co/?p=526414 Sea

เนื่องด้วยประเทศไทยเป็นอีกประเทศที่กำลังเผชิญกับภาวะการ […]

The post Sea ส่งมอบออกซิเจน 2,000 ถังให้ไทย หวังกระจายไปยังโรงพยาบาลสนาม ช่วยผู้ป่วยโควิดทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sea

เนื่องด้วยประเทศไทยเป็นอีกประเทศที่กำลังเผชิญกับภาวะการขาดแคลนถังออกซิเจน ทำให้โรงพยาบาลที่กำลังให้การรักษาผู้ป่วยโควิด โรงพยาบาลสนาม และศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด ไม่สามารถทำการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ตามเป้าประสงค์ ดังนั้น Sea (Group) ผู้ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มชั้นนำและบริษัทในเครือ เช่น Garena และ Shopee จึงมุ่งสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยโควิดทั่วประเทศ โดยส่งมอบถังออกซิเจน 2,000 ถังให้แก่ประเทศไทย เพื่อกระจายไปยังโรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาล และศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิดทั่วประเทศไทย 

 

มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในฐานะที่ Sea เป็นองค์กรที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ในภาวะวิกฤตเช่นนี้เราจึงเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักในการการรักษาดูแลประชาชนทั่วไป รวมทั้งผู้ป่วยจากการติดเชื้อโควิด ซึ่งต้องการการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที ดังนั้น Sea จึงใช้ความเชี่ยวชาญของบริษัทในด้านการจัดหาสินค้าจากเครือข่ายซัพพลายเออร์ทั่วโลก เพื่อจัดหาและนำเข้าถังออกซิเจนจากต่างประเทศเข้ามาที่ประเทศไทยจำนวน 2,000 ถัง และได้ส่งมอบให้แก่กรมการแพทย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่กำกับดูแล สนับสนุน การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด 

 

โดย Sea คาดหวังว่าถังออกซิเจนทั้งหมดจะถูกกระจายต่อไปยังโรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาล และศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิดทั่วประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนถังออกซิเจนอย่างเร่งด่วน และมีส่วนช่วยให้การรักษาผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเป็นไปอย่างราบรื่นและสมบูรณ์

 

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการสีเหลืองและกำลังจะเข้าสู่อาการสีแดง ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงเข้าสู่ภาวะวิกฤต มีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ ทำให้มีความจำเป็นต้องใช้ออกซิเจน สถานพยาบาลหลายแห่งที่ให้การดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีความต้องการออกซิเจนเพื่อให้ผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการหายใจติดขัดสามารถได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ กรมการแพทย์เป็นองค์กรหนึ่งที่ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยทุกกลุ่มอาการ ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว เหลือง หรือแดง มีความยินดีที่จะรับบริจาคถังออกซิเจน เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยพ้นภาวะวิกฤต และช่วยให้ผู้ป่วยได้มีอาการที่ดีขึ้นได้ต่อไป

 

เนื่องจาก Sea (Group) เป็นบริษัทที่ก่อตั้งและเติบโตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราจึงมุ่งทำตามพันธกิจที่จะมุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภคทุกคน โดยนอกจากประเทศไทยแล้ว Sea ยังได้สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้แก่ประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซีย และเวียดนาม

 

แนวโน้มสถานการณ์ปัจจุบัน ศูนย์กักตัวชุมชน ศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด และโรงพยาบาลสนาม จะยิ่งทวีความสำคัญในการควบคุมการระบาดและการรักษาผู้ป่วยโควิด ดังนั้น Sea จึงหวังว่าการส่งมอบถังออกซิเจนครั้งนี้จะสามารถช่วยเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้ป่วยโควิดของโรงพยาบาลและสถานที่อื่นๆ ที่รับรักษาผู้ป่วยโควิดในประเทศไทยได้ และสามารถเร่งให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที ตลอดจนช่วยลดการแพร่เชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปด้วยกัน

The post Sea ส่งมอบออกซิเจน 2,000 ถังให้ไทย หวังกระจายไปยังโรงพยาบาลสนาม ช่วยผู้ป่วยโควิดทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sea ประกาศขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Digital Nation ผุด Garena Academy สร้างรายได้ให้วงการเกม https://thestandard.co/sea-digital-nation-by-garena-academy/ Sat, 26 Sep 2020 03:47:57 +0000 https://thestandard.co/?p=401246 Google and Temasek e-Conomy SEA

เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ป […]

The post Sea ประกาศขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Digital Nation ผุด Garena Academy สร้างรายได้ให้วงการเกม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Google and Temasek e-Conomy SEA

เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลและโลกออนไลน์เป็นปัจจัยที่ 5 ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก ซึ่งพบว่าประชากรราว 60% ของโลกได้เข้ามาอยู่บนโลกออนไลน์แล้ว ดังนั้นการสร้าง ‘Digital Nation’ ให้สอดรับกับ ‘Digitalization’ ที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ 

 

โดย Sea ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Digital Nation ผ่าน 2 แกนหลัก ได้แก่ 1. Digital Economy Acceleration และ 2. Digital Workforce and People Readiness Development 

 

เริ่มจากการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Digital Nation ด้วยแกนหลักแรกอย่าง ‘Digital Economy Acceleration’ เศรษฐกิจดิจิทัลจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศไทย 

 

มณีรัตน์ได้หยิบยกรายงาน Google and Temasek e-Conomy SEA (2019) ที่ระบุว่ามูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยจะมีมูลค่าถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 

 

ดังนั้น Sea จึงมุ่งใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มและบริการที่มีในการยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมหลักที่เป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย ได้แก่

 

  • การติดอาวุธเทคโนโลยีดิจิทัลและให้ความรู้ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกลุ่มคนที่ยังไม่มีความรู้และมีแนวโน้มถูกดิสรัปต์สูง เพื่อสนับสนุนให้เกิด Resilience และ Adaptability ในการดำเนินธุรกิจ 
  • การเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับโอกาสในตลาดใหม่ๆ โดยไม่มีข้อจำกัดด้านระยะทางและภูมิภาค
  • การใช้ Digital Platform เป็นศูนย์กลางในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการนำเสนอ ‘New Excitement’ ที่ตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลายและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

 

นอกจากนี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea ได้ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทยที่ Sea นำ Digital Platform และ Digital Services เข้าไปพัฒนา เช่น 

 

  • ภาคการเกษตร เช่น การร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดหลักสูตรอบรมยกระดับเกษตรกรไทยเป็นผู้ค้าออนไลน์ โดยตั้งเป้าอบรมเกษตรกร 1,000 รายตลอดปี 2563

 

  • ภาคธุรกิจ SMEs เช่น โปรแกรมช่วยเหลือผู้ขายรายใหม่ที่ขาดประสบการณ์ทางด้านอีคอมเมิร์ซ ให้สามารถขยายช่องทางการขายบนโลกออนไลน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมให้ความรู้ แนะนำทักษะพื้นฐาน และการสนับสนุนด้านเงินทุนที่จำเป็นในการทำธุรกิจออนไลน์

 

  • ภาคการท่องเที่ยว เช่น การร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่กว่า 30 ล้านคน 

 

ส่วนแกนที่สองคือการขับเคลื่อนคนไทยสู่ Digital Nation ด้วย ‘Digital Workforce and People Readiness Development’ เพื่อพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคลให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคดิจิทัล และพัฒนาคนในตลาด ภายใต้ยุทธศาสตร์ 10 in 10 Initiative เพื่อพัฒนาคนดิจิทัลผ่าน 2 แนวทางหลัก ประกอบด้วย

 

1. พัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับการประกอบอาชีพยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับศักยภาพและทักษะเฉพาะด้านที่เป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน

 

2. พัฒนาทักษะดิจิทัล ความรู้ความเข้าใจที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล โดยกระจายความรู้และการเข้าถึงทักษะดิจิทัลอย่างทั่วถึง เพื่อส่งเสริมให้คนไทยสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเหมาะสมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น 

 

อย่างไรก็ตาม ในงานประกาศวิสัยทัศน์ครั้งนี้ Sea ได้เปิดตัวโครงการใหม่ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์อย่าง ‘Garena Academy’ ที่จะมุ่งขับเคลื่อนวงการดิจิทัลคอนเทนต์ เนื่องจากในเดือนพฤษภาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน Sea ได้ฝึกอบรม Digital Talent แล้วกว่า 3.5 แสนคนในประเทศไทย 

 

โดยมณีรัตน์กล่าวอธิบายว่า ในปี 2563 นี้บริษัทได้มุ่งใช้ความเชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยในการนำรายได้เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ และเพิ่มโอกาสทางอาชีพให้แก่คนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน 

 

พร้อมชูโครงการ ‘Garena Academy’ โครงการที่เป็นดั่งเรือธงภายใต้คอนเซปต์ประจำปี 2563 ‘Level up your passion’ เพื่อส่งเสริมผู้ที่มีใจรักให้สามารถสร้างอาชีพและรายได้ผ่านโลกเกมและอีสปอร์ตได้ผ่านแพลตฟอร์ม www.GarenaAcademy.com ที่จะเข้ามาเป็นศูนย์กลางข้อมูลความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตสำหรับคนรุ่นใหม่ 

 

ทางด้าน กฤตย์ พัฒนเตชะ Head of Garena Online (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า “นับตั้งแต่เปิดแพลตฟอร์มเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ Garena Academy ได้รับความสนใจสูง โดยมีผู้เข้าชมเว็บไซต์กว่า 1 แสนคน และมีคนรุ่นใหม่เข้าไปทำแบบทดสอบ Career Assessment เพื่อค้นหาอาชีพในวงการเกมและอีสปอร์ตที่เหมาะกับตัวเองเป็นจำนวนราว 10,000 คน ซึ่งยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยทางการีนาหวังว่าข้อมูลและอินไซต์ในอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตจากการีนาจะเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์สำหรับคนรุ่นใหม่ โรงเรียน และอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของประเทศ”

 

ทั้งนี้ นอกจากแพลตฟอร์มอย่าง Garena Academy แล้ว การีนายังถือโอกาสนี้ปล่อยรายการ Talk Show ‘Garena Academy: Level up your passion’ ออกมาเพื่อพาทุกคนไปพูดคุยกับบุคคลที่ประสบความสำเร็จในแต่ละสายอาชีพของวงการเกม อีสปอร์ต ตลอดจนการสร้างคอนเทนต์ออนไลน์ ซึ่งสามารถติดตามชมแล้ววันนี้ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก SeaTH.Official 

 

“Garena Academy เป็นครั้งแรกของการรวบรวมข้อมูลอาชีพจากผู้นำอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตอย่างการีนาและพันธมิตรต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาชีพใหม่ๆ เป็นการขานรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตที่เติบโตขึ้นและตลาดแรงงานที่เปิดกว้างมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นอีกโครงการที่ตอกย้ำถึงความพยายามของการีนา (ประเทศไทย) และ Sea ที่มุ่งสนับสนุนการเติบโตของ Digital Workforce ในอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตมาโดยตลอด รวมถึงการขับเคลื่อน Digital Nation ของประเทศไทยให้เติบโต” มณีรัตน์กล่าวปิดท้าย

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Sea ประกาศขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Digital Nation ผุด Garena Academy สร้างรายได้ให้วงการเกม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sea (ประเทศไทย) จับมือกระทรวงดีอีเอส เปิด 3 แผนช่วย SMEs-ผู้บริโภคในวิกฤตโควิด-19 https://thestandard.co/sea-thailand-work-with-dees-ministry-open-3-plans-help-smes-and-consumer/ Wed, 15 Apr 2020 14:25:47 +0000 https://thestandard.co/?p=354446

จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับคนไทย โดยเฉพ […]

The post Sea (ประเทศไทย) จับมือกระทรวงดีอีเอส เปิด 3 แผนช่วย SMEs-ผู้บริโภคในวิกฤตโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับคนไทย โดยเฉพาะด้านความเป็นอยู่ของประชาชน และธุรกิจ SMEs ในประเทศ ที่ถือเป็นกระดูกสันหลังของระบบเศรษฐกิจ นำมาสู่การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน 

 

โดยล่าสุด Sea (ประเทศไทย) กลุ่มบริษัทที่ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์ม ซึ่งประกอบด้วย การีนา (Digital Entertainment), Shopee (e-Commerce) และ ซีมันนี่ (Digital Financial Services) ได้ประกาศจับมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมยกระดับการดูแล SMEs และผู้บริโภค เพื่อร่วมบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทุกฝ่ายอย่างเต็มความสามารถ

 

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า 

 

“กระทรวงดิจิทัลฯ ได้เร่งหารือกับภาคเอกชนที่ทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัลและมีเครือข่ายบริการที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย เช่น Shopee และการีนา ในการจัดแคมเปญเพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจ SMEs สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายสินค้าจากแบบมีหน้าร้านมาเป็นรูปแบบการขายสินค้าออนไลน์ เพื่อให้สามารถยังคงรักษายอดการขายสินค้าได้ในระหว่างภาวะไม่ปกตินี้ โดยต้องเร่งให้เรียนรู้และเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วที่สุดและสะดวกที่สุด เพราะเชื่อว่าหากธุรกิจยังสามารถดำเนินต่อไปได้ ผลกระทบต่ออัตราการว่างงาน รวมทั้งด้านอื่นๆ จะลดลงตามไปด้วย” 

 

ด้าน มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า 

 

“Sea (ประเทศไทย) ไม่นิ่งนอนใจกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเราได้หารือกับพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจและภาครัฐอย่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างใกล้ชิด เพื่อหาแนวทางใช้ศักยภาพของอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มภายในกลุ่ม Sea (ประเทศไทย) ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึงได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว มาเป็นตัวเร่งการฟื้นฟูความสามารถทางธุรกิจของร้านค้ารายย่อย ตลอดจนการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและแบ่งเบาภาระของผู้บริโภคในประเทศ เพื่อให้ทุกๆ ฝ่ายใน Ecosystem ก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปด้วยกัน”

 

ทั้งนี้แผนเร่งด่วนของการจับมือร่วมกันครั้งนี้ประกอบไปด้วย 3 ภารกิจหลักคือ

 

  1. การส่งเสริมให้ธุรกิจ SMEs สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างราบรื่นที่สุด โดยใช้ช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ โดยขยายผลโปรแกรมการสอน Shopee Bootcamp และ Shopee University ในรูปแบบ e-Learning โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 เมษายนนี้เป็นต้นไป เพื่อช่วยให้ความรู้และแนะนำทักษะพื้นฐานสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์กับผู้ขายรายใหม่

 

นอกจากนี้ยังจะมีการขยายผลโปรแกรม Shopee Bootcamp ให้กับตัวแทนจากชุมชนต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัย ศูนย์ผู้ประกอบการ SMEs และศูนย์ดิจิทัลชุมชนอีกด้วย

 

ในแผนนี้ยังรวมถึงการร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในการมอบส่วนลดให้แก่ผู้ขายบน Shopee ตั้งแต่ 10 เมษายน ถึง 10 พฤษภาคม 2563 เพื่อแบ่งเบาภาระค่าขนส่งสินค้าสำหรับรายการสินค้าอุปโภคบริโภคที่เป็นสินค้าจำเป็น เพื่อให้ผู้ขายมีความสามารถในการกระจายสินค้าจำเป็นได้มากขึ้น

 

นอกจากนี้ Shopee ยังจับมือกับพันธมิตรธุรกิจชั้นนำเพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการ เช่น สินเชื่อเพื่อธุรกิจออนไลน์จากธนาคารกสิกรไทย วงเงินอนุมัติสูงสุดถึง 600,000 บาท

 

  1. การเตรียมพร้อมให้ผู้บริโภคสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ตลอดจนการแบ่งเบาภาระผู้บริโภคในช่วง Social Distancing ด้วยการจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นให้อย่างเพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นในขณะนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับสินค้าที่ต้องการอย่างทั่วถึงในราคาและคุณภาพที่เหมาะสม โดย Shopee ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและคู่ค้าต่างๆ

 

พร้อมลดภาระด้านค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้บริโภค โดยส่งแคมเปญ #ShopeeFromHome Month #อยู่บ้านก็ช้อปปี้ได้ เพื่อเสนอสินค้าจำเป็นครอบคลุมทุกหมวดหมู่ในราคาพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ถึง 29 เมษายน 2563 โดยผู้ใช้ Shopee จะได้รับโค้ดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำทุกวันตลอดทั้งแคมเปญ นอกจากนี้ยังร่วมมือกับดีแทค (dtac) เพื่อมอบสิทธิ์ใช้งานอินเทอร์เน็ตฟรีไม่มีจำกัดให้กับลูกค้าเมื่อใช้งานบนแอปพลิเคชัน Shopee ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน ถึง 31 ธันวาคม 2563

 

  1. ส่งเสริมให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่ รวมทั้งประชาชนทั่วไปในวงกว้างได้รับทราบและมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 และการรับมือ รวมทั้งการดูแลรักษาสุขภาพ และการให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการทำ Social Distancing อย่างถูกต้อง โดยสื่อสารโดยตรงถึงคนรุ่นใหม่เป็นจำนวนมากด้วยช่องทางที่หลากหลายของการีนาในรูปแบบที่เข้าใจง่าย

 

พร้อมทั้งยังสนับสนุนการดำเนินงานของ Social Enterprise เช่น สบายดีบอต และ เทใจ ในการสื่อสารกับกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจและเข้าถึงได้ง่าย ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร

 

นอกจากนี้ยังรวมพลังเกมเมอร์เพื่อรณรงค์ให้คนรุ่นใหม่ร่วมทำความดีผ่านแคมเปญระดมทุนสนับสนุนการทำงานของแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

อีกทั้งยังเชื่อมต่อ AirPay ซึ่งเป็น e-Payment แอปพลิเคชันของซีมันนี่ กับช่องทางการเผยแพร่ข่าวสารของกรมควบคุมโรค เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถติดตามสถานการณ์และรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับพื้นที่เสี่ยงได้อย่างใกล้ชิด 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post Sea (ประเทศไทย) จับมือกระทรวงดีอีเอส เปิด 3 แผนช่วย SMEs-ผู้บริโภคในวิกฤตโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sea ประเทศไทย บริษัทแม่ Garena AirPay Shopee ชูกลยุทธ์เติบโต 3Es มั่นใจอนาคตอีคอมเมิร์ซยังสดใส https://thestandard.co/sea-thailand-3es-strategy/ Wed, 07 Aug 2019 12:41:00 +0000 https://thestandard.co/?p=277146 Garena AirPay Shopee

ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 7 ปี บริการของ Sea (ประเทศไทย) ได […]

The post Sea ประเทศไทย บริษัทแม่ Garena AirPay Shopee ชูกลยุทธ์เติบโต 3Es มั่นใจอนาคตอีคอมเมิร์ซยังสดใส appeared first on THE STANDARD.

]]>
Garena AirPay Shopee

ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 7 ปี บริการของ Sea (ประเทศไทย) ได้เข้ามามีบทบาทกับผู้ใช้งานคนไทยในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเกม (การีนา: Garena), เพย์เมนต์ (แอร์เพย์: AirPay) และอีคอมเมิร์ซ (ช้อปปี้: Shopee) จนวันนี้แต่ละบริการได้ทำให้สตาร์ทอัพยูนิคอร์นจากสิงคโปร์รายนี้ประสบความสำเร็จแบบติดลมบนไปแล้ว (ข้อสังเกตคือแม้ไทยจะเป็นตลาดสุดท้ายที่ Sea ขยายมาทำตลาดในภูมิภาคอาเซียน แต่ก็ถือเป็นประเทศแรกที่เข้ามาให้บริการครบทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์)

 

จุดเริ่มต้นของ Sea ในไทยต้องย้อนกลับไปในปี 2012 จากดิจิทัลเอ็นเตอร์เทนเมนต์ในชื่อ ‘Garena’ ทำธุรกิจเกมผ่านทั้งแพลตฟอร์มพีซีและสมาร์ทโฟน ก่อนที่ในปี 2014 จะต่อยอดไปสู่แพลตฟอร์มด้านการเงิน AirPay ซึ่งเปรียบเสมือนส่วนสำคัญในการเชื่อมต่อทุกธุรกิจในบริษัทเข้าด้วยกัน 

 

ในปี 2015 Garena ได้เริ่มให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซซื้อ-ขายของออนไลน์ Shopee ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก Garena เป็น Sea (ประเทศไทย) ในอีก 2 ปีให้หลัง สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่ไม่ได้เน้นแค่ธุรกิจความบันเทิงอีกต่อไป

 

สำหรับความสำเร็จในปัจจุบันของธุรกิจต่างๆ ในเครือ Sea (ประเทศไทย) สามารถจำแนกได้ดังนี้

 

1. Garena ยอดผู้ใช้งานลงทะเบียน Garena บนพีซีและสมาร์ทโฟนมากกว่า 35 ล้านรายและ 40 ล้านรายตามลำดับ (มีผู้ใช้งาน Active Users ในภูมิภาคอาเซียนมากกว่า 271.6 ล้านราย)

 

2. AirPay ยอดดาวน์โหลดมากกว่า 7.5 ล้านครั้ง, จุดให้บริการครอบคลุม 200,000 จุด

 

3. Shopee ยอดดาวน์โหลดมากกว่า 30 ล้านครั้ง

 

เมื่อมองถึงโอกาสในการขยายธุรกิจและการเติบโตต่อจากนี้ทั้งภูมิภาคอาเซียน มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) เชื่อว่าการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลยังดำเนินไปในทิศทางที่ดีมากๆ โดยรายงานจาก Google และ Temasek คาดว่ามูลค่ายอดขายบริการต่างๆ บนแพลตฟอร์มดิจิทัล (GMV) ในปี 2018 ที่ 72,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ น่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 240,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 โดยคิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 233%

 

ขณะที่ในตลาดประเทศไทย มณีรัตน์มองว่าเสน่ห์ที่ทำให้ผู้บริโภคคนไทยแตกต่างจากผู้บริโภคในประเทศอื่นๆ คือความพร้อมในการเปิดรับเทคโนโลยี บริการ และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สังเกตได้จากผลตอบรับธุรกิจเกมของ Garena ในไทยตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา 

 

จากเดิมที่ Garena เคยจัดการแข่งขันและถ่ายทอดสดอีสปอร์ตในปี 2012 แล้วมียอดผู้ชมที่ 750,000 ราย พร้อมเงินรางวัล 800,000 บาท ก็เพิ่มขึ้นเป็น 276 ล้านรายและ 67 ล้านบาทตามลำดับในปี 2018 โดยหนึ่งในบทบาทสำคัญของ Sea (ประเทศไทย) คือผลักดันให้ภาคอีสปอร์ตเติบโตอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ไทยเป็นหนึ่งในฮับด้านอีสปอร์ตของอาเซียน รวมถึงสร้างรายได้ให้ประเทศไทยจาก Sport Tourism

 

ส่วนกลยุทธ์ต่อจากนี้ของ Sea (ประเทศไทย) จะเน้นไปที่ 3Es ได้แก่

 

1. Enlarge ขยายขอบเขตบริการให้กว้างขึ้น เช่น ข้อจำกัดก่อนหน้านี้ของธุรกิจเกมคือเล่นได้เฉพาะบนพีซี คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แต่ปัจจุบันสมาร์ทโฟนทั่วไปก็สามารถเล่นได้แล้ว แถมเกม Free Fire ที่ทาง Sea พัฒนาขึ้นมาเองก็ยังประสบความสำเร็จจนได้รับความนิยมในแถบอเมริกาใต้อีกด้วย

 

2. Enable ทำให้คนเปิดรับใช้บริการใหม่ๆ ต่อเนื่อง เช่น กรณี Shopee ที่ Sea จะพยายามสร้างความมั่นใจในการใช้งานให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ยังแยกการบริหารงาน 7 ประเทศออกจากกันโดยสิ้นเชิง ทำให้สามารถปล่อยแคมเปญและ Localize ฟีเจอร์ต่างๆ ออกมาให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้มากที่สุด

 

3. Empower สร้างดิจิทัลสกิลให้กับคนในชุมชน เดินหน้าพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลเข้าสู่อุตสาหกรรมผ่านการร่วมมือกับสถาบันศึกษาในหลักสูตรการศึกษาต่างๆ

 

นอกจากนี้ Sea (ประเทศไทย) ยังจะให้ความสำคัญกับการสร้างเอ็นเกจเมนต์ระหว่างผู้บริโภคกับบริการของ Sea เช่น การเปิดให้แพลตฟอร์ม Shopee สามารถเล่นเกมหรือไลฟ์สดขายสินค้าเพื่อเพิ่มความหลากหลายในเชิงการใช้งาน ดึงคนเข้ามาใช้งานมากขึ้น รวมถึงอยู่ในระหว่างทดลองบริการส่งสินค้าภายในวันเดียวผ่าน Shopee Delivery เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อ-ผู้ขาย

 

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือแม้จะเปิดให้บริการมาแล้วกว่า 4 ปี แต่อย่างที่ทราบกันว่าผลประกอบการของ Shopee หรือแม้แต่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเจ้าอื่นๆ ก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก เนื่องจากต่างฝ่ายต่างก็ให้ความสำคัญกับการทำแคมเปญโปรโมชันกระตุ้นตลาดด้วยกันแทบทั้งนั้น

 

ข้อมูลผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาของ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

  • ปี 2559 รายได้ 56,606 บาท / ขาดทุน 528,606,947 บาท
  • ปี 2560 รายได้ 139,759,404 บาท / ขาดทุน 1,404,204,028 บาท
  • ปี 2561 รายได้ 165,296,143 บาท / ขาดทุน 4,113,962,832 บาท 

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลกับ THE STANDARD ว่า ปัจจุบัน Shopee ยังอยู่ในเฟสการกระตุ้นตลาดและผู้บริโภคให้เกิดการใช้งานเป็นหลัก เช่นเดียวกับผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซเจ้าอื่นๆ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับการซื้อขายสินค้าออนไลน์ก่อน ส่วนจะใช้ระยะเวลานานแค่ไหนอาจจะต้องตามดูเทรนด์กันอีกที ซึ่งในอนาคตก็มีความเป็นไปได้ว่า Shopee อาจจะมีการปรับโมเดลธุรกิจ รวมถึงเมื่อตลาดอยู่ตัวขึ้นมาเมื่อไรก็มีโอกาสที่ Shopee จะเติบโตได้เช่นกัน

 

“สิ่งที่เรากำลังทำในตอนนี้คือเพิ่มความยืดหยุ่นและเตรียมความพร้อมทั้งในด้านการดำเนินการและการทำงานของทีมเพื่อให้ Shopee พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้เราก็ยังให้ความสำคัญกับ Customer Journey มากๆ เพื่อให้ผู้ใช้บริการมีเอ็นเกจเมนต์กับเรา นึกถึงเราเสมอ (เมื่อต้องการซื้อ-ขายสินค้า) และเกิดประสบการณ์การใช้งาน Shopee ที่ดีที่สุด”

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Sea ประเทศไทย บริษัทแม่ Garena AirPay Shopee ชูกลยุทธ์เติบโต 3Es มั่นใจอนาคตอีคอมเมิร์ซยังสดใส appeared first on THE STANDARD.

]]>