Jamie Dimon Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/jamie-dimon/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 04 Mar 2026 12:43:36 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เมื่อสงครามกระทบช่องแคบฮอร์มุซ ทองคำจะผันผวนสูงขึ้น https://thestandard.co/war-hormuz-strait-gold-volatility/ Wed, 04 Mar 2026 12:43:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1184339 ทองคำแท่งวางซ้อนกัน สื่อถึงความผันผวนของราคาทองคำจากสถานการณ์ความขัดแย้ง

ทองคำที่นับว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย อาจถึงคราวต้องเจอบทท […]

The post เมื่อสงครามกระทบช่องแคบฮอร์มุซ ทองคำจะผันผวนสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทองคำแท่งวางซ้อนกัน สื่อถึงความผันผวนของราคาทองคำจากสถานการณ์ความขัดแย้ง

ทองคำที่นับว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย อาจถึงคราวต้องเจอบททดสอบว่าจะทำผลงานได้ดีเพียงใด ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่าง ‘สหรัฐ-อิสราเอล’ กับ ‘อิหร่าน’ โดยหลังจากสงครามเต็มรูปแบบเริ่มต้นขึ้นในวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ราคาทองคำตอบสนองในเชิงบวก เมื่อกลับมาเปิดทำการในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม โดยปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุด 5,419 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (+2.68%) อย่างไรก็ดี ราคาไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ และปรับตัวลงในวันอังคารที่ 3 มีนาคม กลับมาทดสอบ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (-4.40%)

 

คำถามคือสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ แต่ทำไมทองคำถึงเริ่มถูกเทขายทำกำไรสลับออกมา คำตอบคือไม่ใช่ว่าความเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยของทองคำนั้นหมดไป แต่แท้จริงแล้วถูกกดดันจากความกังวลที่สลับเข้ามาคือ ‘การดีดตัวของราคาน้ำมัน’ เนื่องจากอิหร่านพุ่งเป้าโจมตีตอบโต้ไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอ่าวเปอร์เซีย อาทิ โรงกลั่นน้ำมัน ‘Ras Tanura’ ของซาอุดีอาระเบีย ที่นอกจากจะมีกำลังการผลิตถึง 550,000 บาร์เรลต่อวัน ยังเป็นท่าเรือส่งออกที่สำคัญ นอกจากนี้ยังลุกลามไปยัง อาบูดาบี, ดูไบ, โดฮา และโอมาน

 

และที่สำคัญคือการที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) นั้นยิ่งไปเพิ่มความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันมากถึง 15-20% ของน้ำมันทั่วโลก ดังนั้น การปิดช่องแคบฮอร์มุซจึงทำให้มีเรือติดค้างอยู่กว่า 3,000 ลำ ซึ่งเป็นเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูป (Product Tankers) 195 ลำ และเป็นเรือบรรทุกน้ำมันดิบ (Crude Tankers) อีก 112 ลำ (ในจำนวนนี้เป็นเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษ (VLCC) มากกว่า 70 ลำ คิดเป็น 8% ของ VLCC ทั่วโลก) อ้างอิงข้อมูลจาก Clarksons Research

 

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 10% และก๊าซธรรมชาติในยุโรปพุ่งเกือบ 50% ภายในเวลาสั้นๆ เพียง 2-3 วัน ซึ่งนับว่ามีนัยสำคัญมากพอที่จะไปกระตุ้นความกังวลในภาวะเงินเฟ้อ จนอาจเป็นปัจจัยสกัดการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของ Fed

 

Jamie Dimon CEO ของ JPMorgan ได้นิยามความเสี่ยงของเงินเฟ้อครั้งนี้ว่า ‘Skunk at a party’ (สำนวนใช้กับสิ่งที่มาทำลายบรรยากาศ) โดยกล่าวว่า ภาวะสงครามตอนนี้กระทบราคาพลังงานเพียงเล็กน้อย แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะกลายเป็นผลกระทบด้านเงินเฟ้อที่รุนแรง (Major inflationary hit) ขณะที่ David Solomon CEO ของ Goldman Sachs กล่าวว่า ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อวิเคราะห์และซึมซับผลกระทบที่แท้จริงในระยะสั้น-กลาง

 

นอกจากนี้ หากสังเกตการเปลี่ยนแปลงของ CME Fedwatch Tool จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า นักลงทุนเริ่มลดโอกาสที่ Fed จะปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้ จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 2 ครั้ง (50 bps) ลดลงเหลือเพียง 1 ครั้ง (25 bps) พร้อมผลักโอกาสการเริ่มปรับลดดอกเบี้ยออกไป จากเดิมคาดการณ์ไว้ช่วงการประชุมเดือนมิถุนายน เลื่อนไปเป็นช่วงการประชุมเดือนกันยายนแทน

 

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว เราจึงเห็น Dollar Index และ US Bond Yield ดีดตัวขึ้นพร้อมกันหลังราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น จนกลับมาเป็นปัจจัยกดดันต่อทองคำ

 

ดังนั้น ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกลาง ทองคำจะกลับไปทำผลงานได้ดีในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ก็ต่อเมื่อราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวลดลง หรือแกว่งตัวในกรอบที่แคบลง อย่างมีนัยสำคัญมากพอที่จะทำให้ตลาดหายกังวลความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่หากราคาน้ำมันยังแกว่งตัวขึ้นด้วยกรอบที่ผันผวน ราคาทองคำก็จะยิ่งผันผวนมากขึ้น ด้วยแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่ต่อสู้กับแรงขายจากกลุ่มที่กังวลว่า Fed อาจชะลอการปรับอัตราดอกเบี้ย

 

ภาพ: miss.cabul , Jade ThaiCatwalk / Shutterstock

The post เมื่อสงครามกระทบช่องแคบฮอร์มุซ ทองคำจะผันผวนสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
อย่าชะล่าใจ! เจมี ไดมอน เตือนสหรัฐฯ มีโอกาสเข้าสู่ภาวะ Stagflation ขณะที่ความเสี่ยง Hard Landing ยังไม่หมดไป https://thestandard.co/us-has-a-chance-of-entering-stagflation/ Fri, 24 May 2024 03:59:06 +0000 https://thestandard.co/?p=937076

เจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JPMorgan แสดงความเห็ […]

The post อย่าชะล่าใจ! เจมี ไดมอน เตือนสหรัฐฯ มีโอกาสเข้าสู่ภาวะ Stagflation ขณะที่ความเสี่ยง Hard Landing ยังไม่หมดไป appeared first on THE STANDARD.

]]>

เจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JPMorgan แสดงความเห็นเตือนบรรดานักวิเคราะห์และนักลงทุนในตลาดโดยระบุว่า แม้เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาในเวลานี้จะมีปัจจัยบวกที่หนุนให้การเติบโตแข็งแกร่ง แต่ในท้ายที่สุดแล้วก็ยังไม่สามารถระวังและมองข้ามโอกาสที่จะลงจอดอย่างรุนแรง (Hard Landing)

 

ทั้งนี้การลงจอดอย่างรุนแรงอาจหมายถึงภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวอย่างรุนแรง หลังธนาคารกลางใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวเพื่อกำราบเงินเฟ้อ

 

ขณะเดียวกันไดมอนยังแสดงความเห็นว่า ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับสหรัฐฯ คือความเป็นไปได้ที่จะเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจชะงักงันที่มาพร้อมกับเงินเฟ้อสูง

 

โดยไดมอนกล่าวอีกว่า ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเป็นสถานการณ์ Stagflation ซึ่งอัตราเงินเฟ้อยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การเติบโตจะชะลอตัว ท่ามกลางการว่างงานสูง ซึ่งภาวะนี้หมายความว่ากำไรของบริษัทต่างๆ จะลดลง และแม้ว่าในท้ายที่สุดเศรษฐกิจโลกจะสามารถปรับตัวอยู่รอดได้ แต่ความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะ Stagflation ก็สูงกว่าที่ใครหลายคนคิด

 

อย่างไรก็ตาม ไดมอนชี้ว่า ต่อให้สถานการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในเวลานี้จะค่อนข้างน่ากังวล แต่กำลังการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงอยู่ในสภาพที่ดี แม้ว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยก็ตาม ก่อนชี้ไปที่ตัวเลขอัตราการว่างงานล่าสุดซึ่งอยู่ต่ำกว่า 4% ในขณะที่ค่าจ้าง ราคาบ้าน และราคาหุ้นกำลังปรับตัวสูงขึ้น

 

ไดมอนกล่าวอีกว่า เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอยู่ในระดับต่ำ โดยในรายงานสรุปการประชุม Fed เมื่อเดือนพฤษภาคมที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ (22 พฤษภาคม) แสดงให้เห็นว่า Fed มีความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อมากขึ้น โดยสมาชิกของคณะกรรมการนโยบายการเงินระบุว่า พวกเขาขาดความมั่นใจในการผ่อนปรนนโยบายการเงินและลดอัตราดอกเบี้ย

 

จากข้อมูลของ CME FedWatch พบว่า ครึ่งหนึ่งของเหล่าเทรดเดอร์ที่ตอบแบบสอบถามต่างให้น้ำหนักว่า Fed จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนกันยายน ซึ่งแรกเริ่มเดิมที Fed คาดการณ์ว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 ครั้งในปีนี้

 

ทั้งนี้ภายใต้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ไดมอนประเมินว่า Fed มีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเล็กน้อย และโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแทนที่จะปรับลดก็มีค่อนข้างสูงกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดคิด โดยเหตุผลหลักเป็นเพราะมาตรการกระตุ้นทางการเงินทางการคลังจำนวนมหาศาลยังอยู่ในระบบ และอาจยังคงผลักดันสภาพคล่องบางส่วน

 

ขณะเดียวกันสิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าก็คือ โลกในขณะนี้ยังไม่มีการเตรียมพร้อมสำหรับภาวะเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้นแต่อย่างใด อีกทั้งสิ่งที่ต้องพึงตระหนักให้มากก็คือ สิ่งที่คาดการณ์ต่อให้ดีแค่ไหนก็อาจไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเสมอไป

 

อ้างอิง:

The post อย่าชะล่าใจ! เจมี ไดมอน เตือนสหรัฐฯ มีโอกาสเข้าสู่ภาวะ Stagflation ขณะที่ความเสี่ยง Hard Landing ยังไม่หมดไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
JPMorgan เตือนอย่ารีบกระโจนสู่ ‘ตลาดหุ้นจีน’ เหตุมีเงื่อนไขซับซ้อน-นโยบายรัฐยังไม่นิ่ง https://thestandard.co/jpmorgan-warns-china-stock-market/ Thu, 18 Jan 2024 02:33:22 +0000 https://thestandard.co/?p=889019 ตลาดหุ้นจีน

เจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JPMorgan Chase สถาบั […]

The post JPMorgan เตือนอย่ารีบกระโจนสู่ ‘ตลาดหุ้นจีน’ เหตุมีเงื่อนไขซับซ้อน-นโยบายรัฐยังไม่นิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดหุ้นจีน

เจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JPMorgan Chase สถาบันการเงินชั้นนำในสหรัฐอเมริกา เตือนบรรดาภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคการเงินที่กำลังพิจารณาเข้าไปลงทุนในจีนว่า แม้จีนซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกจะยังคงมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่รัฐบาลจีนเร่งออกมาตรการสนับสนุนและเปิดกว้างกับบรรดาบริษัทต่างชาติในหลากหลายด้าน รวมถึงบริษัทที่ให้บริการทางการเงินให้เข้าไปดำเนินการในตลาดจีน แต่ในท้ายที่สุดแล้วการเข้าไปดำเนินธุรกิจหรือลงทุนในจีนก็ยังจำเป็นต้องคิดพิจารณาเงื่อนไขปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เนื่องจากสมการด้านความเสี่ยงกับผลตอบแทน (Risk-Reward Equation) มี ‘การเปลี่ยนแปลงอย่างมาก’

 

ทั้งนี้ ไดมอนอธิบายว่า เงื่อนไขยิบย่อยและความไม่สม่ำเสมอในการดำเนินนโยบาย ทำให้บริษัทต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในจีนต้องคิดเผื่อให้มากๆ เพราะ “ผลตอบแทนจากความเสี่ยงเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากและมีความซับซ้อนมากขึ้น” 

 

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร JPMorgan รายนี้ยังได้กล่าวชื่นชมรัฐบาลจีนที่พยายามเปิดกว้างสำหรับธุรกิจสำหรับทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม โดยความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เจ้าตัวได้พบปะพูดคุยกับหลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน 

 

ขณะเดียวกันไดมอนยังได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีอย่าง Bitcoin โดยระบุว่า Bitcoin ไม่ได้ส่งผลใดๆ เลย (Bitcoin does nothing) พร้อมให้นิยามว่า Bitcoin เป็นเหมือนกับ Pet Rock ซึ่งหมายถึงธุรกิจที่นำหินมาขายเป็นสัตว์เลี้ยง ซึ่งไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อตลาดเลย 

 

ทั้งนี้ เป็นที่รู้กันดีว่าไดมอนคือหนึ่งในบรรดาผู้บริหารชั้นนำระดับโลกที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การมีอยู่ของ Bitcoin อยู่เสมอ โดยมองว่า Bitcoin ไม่ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใดๆ และเมื่อปีที่แล้วเขาถึงกับบอกว่าสกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง 

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีของเทคโนโลยีเบื้องหลังคริปโตเป็นคนละเรื่องกัน โดยไดมอนอธิบายว่า แม้จะไม่เห็นด้วยกับ Bitcoin แต่ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นของจริงที่มีประโยชน์ต่อการเคลื่อนย้ายข้อมูลและเคลื่อนย้ายเงินทุน ดังนั้นเงื่อนไขของคริปโตที่ขับเคลื่อนด้วยบล็อกเชนภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดอย่างชัดเจนจึงเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ในแง่ของการ Decentralized หรือ Tokenize เพื่อซื้อและขายอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนเคลื่อนย้ายข้อมูล 

 

สำหรับในกรณีล่าสุดที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ออกมาอนุมัติการซื้อขาย Spot Bitcoin ETF ซีอีโอ JPMorgan กล่าวว่า ตนเองไม่ได้สนใจ เพราะฉะนั้นจะดีมากหากว่านักข่าวจะหยุดถามประเด็นนี้เสียที และย้ำว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับ Bitcoin ก่อนชี้ว่าตราบใดที่ความเชื่อของผู้คนคือสิ่งที่ขับเคลื่อนตลาด Bitcoin ย่อมยังคงมีบทบาทต่อตลาดต่อไป 

 

อ้างอิง: 

The post JPMorgan เตือนอย่ารีบกระโจนสู่ ‘ตลาดหุ้นจีน’ เหตุมีเงื่อนไขซับซ้อน-นโยบายรัฐยังไม่นิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
JP Morgan ขยายทีมคริปโตใหญ่ขึ้น 200% แม้ซีอีโอจะต่อต้านบิทคอยน์ก็ตาม https://thestandard.co/jp-morgan-crypto-team-200-percent/ Sun, 17 Dec 2023 02:43:42 +0000 https://thestandard.co/?p=877595

สกุลเงินดิจิทัลได้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงหลายปี […]

The post JP Morgan ขยายทีมคริปโตใหญ่ขึ้น 200% แม้ซีอีโอจะต่อต้านบิทคอยน์ก็ตาม appeared first on THE STANDARD.

]]>

สกุลเงินดิจิทัลได้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกเริ่มยอมรับและเข้าสู่อุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัลและสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง JP Morgan ยักษ์ใหญ่ทางการเงินได้ขยายทีมงานคริปโตมากถึง 3 เท่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าซีอีโออย่าง Jamie Dimon มักจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์บิทคอยน์อยู่เสมอ

 

JP Morgan ขยายทีมคริปโตใหญ่ขึ้น แม้ว่าซีอีโอจะวิจารณ์บิทคอยน์ก็ตาม รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นว่า Onyx ทีมบล็อกเชนของ JP Morgan ปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 300 คน ซึ่งทีมงานใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อ 3 ปีก่อนที่มีพนักงานเพียง 100 คน นอกจากนี้ Onyx ยังดำเนินธุรกรรมคริปโตมูลค่ามากถึง 1 พันล้านดอลลาร์ต่อวันผ่านบล็อกเชนเลยทีเดียว ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับ JPM Coin ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin ของ JP Morgan

 

การเติบโตนี้เกิดขึ้นได้ แม้ว่า Jamie Dimon ซีอีโอของ JP Morgan จะวิพากษ์วิจารณ์บิทคอยน์ (BTC) ต่อสาธารณะอยู่เสมอ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Dimon ยังแสดงความคิดเห็นต่อสภาคองเกรสว่า หากเขาเป็นรัฐบาล เขาจะปราบปรามคริปโตทั้งหมดซะ ในอดีตเขายังเคยเปรียบเทียบคริปโตว่าเป็นแชร์ลูกโซ่และการฉ้อโกงอีกด้วย

 

แม้ว่า Dimon จะวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล แต่ในขณะเดียวกัน เขาชื่นชอบบล็อกกเชนขององค์กรและยังรู้สึกทึ่งกับ DeFi อีกด้วย ยักษ์ใหญ่ทางการเงินเปิดประตูสู่สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และความต้องการในการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลในหมู่ลูกค้าก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน

 

มุมมองของ JP Morgan ที่มีต่อคริปโตในปี 2024 Nikolaos Panigirtzoglou นักวิเคราะห์ของ JP Morgan ระบุในรายงานที่เผยแพร่ล่าสุดว่า เหตุการณ์ ‘Bitcoin Halving’ นั้นถูกรับรู้ในตลาดไปแล้ว และผลกระทบต่ออุปทาน BTC นั้นสามารถคาดเดาได้ แม้ว่าในความเห็นของเขา เหตุการณ์นี้จะเป็นปัจจัยที่ดีต่อราคาบิทคอยน์ในปัจจุบันก็ตาม

 

รายงานดังกล่าวระบุเพิ่มเติมว่า Ethereum อาจเป็นสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนเหนือกว่าบิทคอยน์ในปี 2024 โดยเขาชี้ไปที่การอัปเกรด ‘Protodanksharding’ EIP-4844 ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เขายังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการรวมศูนย์ (Centralized) ของระบบ Stake บนเครือข่าย Ethereum

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น 

 

อ้างอิง:

The post JP Morgan ขยายทีมคริปโตใหญ่ขึ้น 200% แม้ซีอีโอจะต่อต้านบิทคอยน์ก็ตาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจอเบรกเสียแล้ว! Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan ประกาศว่า หากเขาเป็นรัฐบาลจะสั่งแบนคริปโตทั้งหมด https://thestandard.co/jamie-dimon-ceo-close-down-crypto/ Fri, 08 Dec 2023 05:17:12 +0000 https://thestandard.co/?p=874718 Jamie Dimon

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (6 ธันวาคม) ระหว่างการหารือของคณะก […]

The post เจอเบรกเสียแล้ว! Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan ประกาศว่า หากเขาเป็นรัฐบาลจะสั่งแบนคริปโตทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jamie Dimon

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (6 ธันวาคม) ระหว่างการหารือของคณะกรรมการด้านการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯ ต่อการกำกับและดูแลบริษัทในวอลล์สตรีท Jamie Dimon ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JPMorgan ธนาคารเบอร์ต้นของโลก ได้ตอบกลับเหล่าวุฒิสมาชิกถึงประเด็นที่เกาหลีเหนือใช้การแฮ็กผ่านคริปโตเพื่อนำไปสนับสนุนโครงการอาวุธสงครามว่า “ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับคริปโตมาโดยตลอด เพราะมันสัมพันธ์กับทั้งกลุ่มอาชญากรและการค้ายา ถ้าหากผมเป็นรัฐบาล ผมคงจะแบนคริปโตทั้งหมด”

 

ซึ่งในการหารือครั้งนี้ก็มีประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารชั้นนำต่างๆ ของโลกมาเข้าร่วมมากมาย ทั้งของ Wells Fargo, Bank of America, Citigroup, BNY Mellon, Goldman Sachs, State Street และ Morgan Stanley

 

โดย Jamie ยังมีการเรียกคริปโตในระหว่างการหารือครั้งนี้ว่าเป็น ‘Decentralized Ponzi Schemes’ หรือแชร์ลูกโซ่แบบปราศจากศูนย์กลาง รวมทั้งยังเรียก Bitcoin ว่าเป็นเหรียญหลอกลวงอีกเช่นกัน

 

ไม่เพียงเท่านั้น Elizabeth Warren วุฒิสมาชิกของรัฐแมสซาชูเซตส์ ยังตั้งคำถามต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารชั้นนำต่างๆ ว่า บริษัทคริปโตควรดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมาย Anti-Money Laundering (การต่อต้านการฟอกเงิน) เช่นเดียวกับธนาคารหรือไม่ ซึ่งทุกฝ่ายก็เห็นด้วยกับประเด็นดังกล่าว

 

แต่ทาง CEDAR Innovation Foundation องค์กรด้านการให้ความรู้เกี่ยวกับคริปโต ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นกับสำนักข่าว Cointelegraph ว่า การตั้งคำถามเหล่านี้ของ Elizabeth แสดงให้เห็นถึงการขาดความเข้าใจในเทคโนโลยีบล็อกเชน

 

CEDAR ชี้ว่า มันเป็นการชี้นำในทางที่แย่มากๆ หากจะบอกว่าคริปโตทำให้เกิดการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายมากกว่าระบบการเงินแบบเก่า (Fiat Currency) หากแต่เหล่าซีอีโอธนาคาร และ Elizabeth กลัวว่าระบบการเงินแบบบล็อกเชน คริปโต หรือ DeFi จะเข้ามาเป็นภัยคุกคามต่อระบบการเงินดั้งเดิมต่างหาก

 

ทั้งนี้ Elizabeth เป็นหนึ่งในวุฒิสมาชิกที่ออกมาต่อต้านคริปโตมาโดยตลอด และมักจะชูประเด็นที่คริปโตเอื้อให้เกิดการทำธุรกรรมในกลุ่มผู้ก่อการร้าย อย่างที่เคยออกมาเรียกร้องเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในช่วงระหว่างสงครามของฮามาสและอิสราเอลที่มีการใช้คริปโตเพื่อสนับสนุนกลุ่มฮามาส

 

ด้านราคา Bitcoin ปีนี้ปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่น โดยล่าสุดปรับตัวขึ้นราว 7% มาเคลื่อนไหวที่บริเวณ 43,000 ดอลลาร์ หลังทะลุ 40,000 ดอลลาร์ในเวลาเพียงแค่ 4 วัน และ

ในช่วงเช้าของวันนี้ (8 ธันวาคม) Bitcoin ย่อตัวลงเล็กน้อย มาอยู่ที่ระดับ 43,390 ดอลลาร์ 

 

ทั้งนี้ หลังจากที่ Bitcoin สามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 38,000 ดอลลาร์ จากข่าวการออกกองทุน Bitcoin Spot ETF ที่มีแนวโน้มจะอนุมัติในเดือนมกราคม 2024 ซึ่งกระแสข่าวดีนี้ทำให้มีการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญว่า Bitcoin จะสามารถไปแตะที่ 100,000 ดอลลาร์ หรือ 500,000 ดอลลาร์ได้ 

 

โดยในช่วงสัปดาห์ก่อนก็มีข่าวว่า Standard Chartered ประเมินว่า Bitcoin อาจพุ่งแตะ 100,000 ดอลลาร์ โดยอิงปัจจัยของการอนุมัติ Bitcoin Spot ETF เช่นกัน และเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (6 ธันวาคม) Bloomberg ก็ประเมินว่า Bitcoin มีโอกาสพุ่งไปแตะ 50,000-530,000 ดอลลาร์ในอนาคต จึงทำให้มีกระแสการเก็งกำไรเข้ามาใน Bitcoin อย่างต่อเนื่องจนแตะ 44,000 ดอลลาร์ได้ ก่อนที่จะมีการขายทำกำไรจากนักลงทุนบางส่วน ทำให้ปรับตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 43,000 ดอลลาร์ 

 

ทั้งนี้ ยังเป็นเหตุให้มีสัญญาการโดนบังคับชำระบัญชี (Liquidate) ของนักลงทุนสายชอร์ตมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ ที่ตามมาจากการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของ Bitcoin ด้วย

 

อ้างอิง: 

The post เจอเบรกเสียแล้ว! Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan ประกาศว่า หากเขาเป็นรัฐบาลจะสั่งแบนคริปโตทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอ JPMorgan ออกโรงเตือนภาคธุรกิจ-นักลงทุน เตรียมความพร้อมรับมือภาวะเศรษฐกิจถดถอย https://thestandard.co/jpmorgan-ceo-issues-warning/ Thu, 30 Nov 2023 02:48:11 +0000 https://thestandard.co/?p=871695

Jamie Dimon ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ JPMorg […]

The post ซีอีโอ JPMorgan ออกโรงเตือนภาคธุรกิจ-นักลงทุน เตรียมความพร้อมรับมือภาวะเศรษฐกิจถดถอย appeared first on THE STANDARD.

]]>

Jamie Dimon ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ JPMorgan Chase ออกโรงเตือนนักลงทุนในตลาด Wall Street เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (29 พฤศจิกายน) ว่าอัตราเงินเฟ้ออาจสูงขึ้นอีก และภาวะเศรษฐกิจถดถอยกลายเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ 

 

โดย Dimon ชี้ว่า ขณะนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อันตรายและเกินจริง ดังนั้นนักลงทุนจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม

 

คำเตือนของ Dimon มีขึ้นระหว่างการประชุมสุดยอด DealBook ของ New York Times ปี 2023 ที่นิวยอร์ก ซึ่งหากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ อาจปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ก้าวเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) 

 

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังระบุว่า รัฐบาลทั่วโลกต้องการเงินมากขึ้นเพื่อใช้สนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียว เสริมกำลังทหาร และแก้ไขวิกฤตพลังงาน และทั้งหมดนี้จะกลายเป็นภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในสหรัฐฯ

 

ทั้งนี้ Dimon อธิบายว่า ที่ผ่านมาเงินอัดฉีดที่แจกจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงที่โควิดระบาด บวกกับการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ทำให้ระบบเศรษฐกิจมีเงินล้นตลาด แต่สถานการณ์ดังกล่าวกำลังจะพลิกเปลี่ยนมาปรับใช้นโยบายที่เข้มงวดรัดกุมมากขึ้น บวกกับปัญหาความเสี่ยงจากความตึงเครียดในเชิงภูมิรัฐศาสตร์

 

ก่อนหน้านี้ Dimon ได้ให้สัมภาษณ์ว่า Fed อาจยังห่างไกลจากการสิ้นสุดการใช้มาตรการเชิงรุกในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1.5% เป็น 7% 

 

นอกจากนี้ Dimon เน้นย้ำว่า ขณะนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดในโลกในรอบหลายทศวรรษ และสงครามในยูเครน อิสราเอล และฉนวนกาซา อาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อพลังงานและซัพพลายอาหาร การค้า และความสัมพันธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจนำไปสู่กรณี ‘การแบล็กเมลนิวเคลียร์’ (Nuclear Blackmail) ทำให้มนุษยชาติเผชิญกับความเสี่ยงครั้งใหญ่

 

นอกเหนือจากนั้น Dimon เตือนว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีสรรพกำลังที่ดีและพร้อมที่จะเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งการเตรียมความพร้อมนี้เป็นงานที่มีราคาแพง พร้อมชี้ว่าสหรัฐฯ ขณะนี้ต้องการผู้นำที่ทำให้แน่ใจว่าสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรจะยังคงอยู่ร่วมกัน

 

ส่วนของคู่ค้าและคู่แข่งของสหรัฐฯ อย่างจีน Dimon กล่าวสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลสหรัฐฯ ในปัจจุบันที่เน้นความร่วมมือทางการค้าการลงทุนกับจีนด้วยความระมัดระวังรอบคอบ ซึ่งหมายรวมถึงการป้องกันความเสี่ยงจากภัยที่จะคุกคามความมั่นคงของสหรัฐฯ 

 

อ้างอิง: 

The post ซีอีโอ JPMorgan ออกโรงเตือนภาคธุรกิจ-นักลงทุน เตรียมความพร้อมรับมือภาวะเศรษฐกิจถดถอย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jamie Dimon สับแบงก์ชาติหลายประเทศที่คาดการณ์เศรษฐกิจผิดอย่างสิ้นเชิง เตือนนักลงทุนเตรียมพร้อมรับมือความไม่แน่นอนในปีหน้า https://thestandard.co/jamie-dimon-national-bank-prediction/ Wed, 25 Oct 2023 07:46:14 +0000 https://thestandard.co/?p=858311 Jamie Dimon

เจมี ไดมอน (Jamie Dimon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JPM […]

The post Jamie Dimon สับแบงก์ชาติหลายประเทศที่คาดการณ์เศรษฐกิจผิดอย่างสิ้นเชิง เตือนนักลงทุนเตรียมพร้อมรับมือความไม่แน่นอนในปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jamie Dimon

เจมี ไดมอน (Jamie Dimon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JPMorgan Chase สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ออกมาเตือนนักลงทุนทั่วโลกว่า อย่ามั่นใจกับประมาณการเศรษฐกิจของรัฐบาลและธนาคารกลางต่างๆ มากจนเกินไป เพราะย้อนกลับไปเมื่อ 18 เดือนก่อนธนาคารกลางหลายแห่ง รวมถึงธนาคารกลางของสหรัฐฯ หรือ Fed ล้วนคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจผิดไปจากข้อเท็จจริงในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง

 

ไดมอนระบุว่า ย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 2022 บรรดาเจ้าหน้าที่ Fed ต่างคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นจะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว ดอกเบี้ยนโยบายและเงินเฟ้อพื้นฐานจะอยู่ที่ระดับ 2.8% ในช่วงสิ้นปี 2023 แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในปัจจุบันคือเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังค้างอยู่ในระดับสูงและดอกเบี้ยนโยบายถูกปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 5.25% 

 

“เราควรเตรียมพร้อมรับมือกับความเป็นไปได้และความน่าจะเป็นต่างๆ แทนที่จะคาดการณ์แบบเฉพาะเจาะจงว่าเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าจะออกมาในรูปแบบใด ถ้าดูจากสถิติการคาดการณ์ของแบงก์ชาติในหลายประเทศที่ผิดแบบ 100% ผมคงค่อนข้างระมัดระวังความไม่แน่นอนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในปีหน้า” ซีอีโอ JPMorgan Chase กล่าว

 

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ไดมอนได้เคยออกมาเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่ Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปจนถึงระดับ 7% เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ ซึ่งจะถือเป็นสถานการณ์เลวร้ายทางเศรษฐกิจของโลกที่ในรอบหลายสิบปี นอกจากนี้ เขายังวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในหลายประเทศที่พยายามปลุกกระแส ESG แต่กลับขาดกลยุทธ์ในการจัดการกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม 

 

อ้างอิง: 

The post Jamie Dimon สับแบงก์ชาติหลายประเทศที่คาดการณ์เศรษฐกิจผิดอย่างสิ้นเชิง เตือนนักลงทุนเตรียมพร้อมรับมือความไม่แน่นอนในปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอของ JPMorgan ธนาคารที่ใหญ่สุดของอเมริกา ได้ออกมาเตือนว่า “นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดเท่าที่โลกเคยเห็นมาในรอบหลายทศวรรษ” https://thestandard.co/jpmorgan-ceo-warns-about-wars/ Sun, 15 Oct 2023 07:15:16 +0000 https://thestandard.co/?p=854857

สงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในยูเครนตลอดจนการโจมตีของกลุ่มฮ […]

The post ซีอีโอของ JPMorgan ธนาคารที่ใหญ่สุดของอเมริกา ได้ออกมาเตือนว่า “นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดเท่าที่โลกเคยเห็นมาในรอบหลายทศวรรษ” appeared first on THE STANDARD.

]]>

สงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในยูเครนตลอดจนการโจมตีของกลุ่มฮามาสที่โจมตีอิสราเอลเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “อาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อตลาดพลังงานและอาหาร การค้าโลก และความสัมพันธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดเท่าที่โลกเคยเห็นมาในรอบหลายทศวรรษ” นี่เป็นคำเตือนที่ออกมาจากปากของ Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan  ธนาคารที่ใหญ่สุดของอเมริกา

 

ในประเด็นของเขา ผู้เชี่ยวชาญได้เตือนว่าความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮามาสอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอิหร่านหรือซัพพลายเออร์น้ำมันรายใหญ่รายอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง และธนาคาร Deutsche กล่าวเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่าความขัดแย้งได้เพิ่มโอกาสในการเกิดภาวะเงินฝืดแบบปี 1970 ซึ่งเกิดจากการเติบโตของเศรษฐกิจที่ต่ำและอัตราเงินเฟ้อที่สูง

 

Dimon เตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอด 18 เดือนที่ผ่านมาว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับ ‘พายุเมฆ’ ตั้งแต่อัตราดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ไปจนถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานที่มีค่าใช้จ่ายสูง แต่เขามักจะละเว้นจากการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจถดถอยโดยเฉพาะเสมอ และอีกครั้งในวันศุกร์ (13 ตุลาคม) เขาได้หลีกเลี่ยงการประกาศการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรงใดๆ

 

อย่างไรก็ตาม Dimon ไม่อายที่จะแสดงความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ซีอีโอกล่าวว่า แม้ว่าผู้บริโภคจะยังคง ‘มีสุขภาพดี’ อยู่ในขณะนี้ แต่พวกเขาก็ยังใช้จ่ายเงินออมส่วนเกินที่สะสมไว้ในช่วงการระบาดอย่างรวดเร็ว และเขาแย้งว่า ‘ตลาดแรงงานที่ตึงตัวอย่างต่อเนื่อง’ ควบคู่ไปกับ ‘การขาดดุลทางการคลังครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา’ ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อถาวรและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

 

แม้จะอยู่ท่ามกลางพายุเมฆเศรษฐกิจ JPMorgan ก็สามารถเพิ่มรายรับได้ 22% เมื่อเทียบเป็นรายปีเป็น 3.99 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สาม ในขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 35% เป็น 1.32 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลขทั้งสองสูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์วอลล์สตรีท เนื่องจากธนาคารได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและการเข้าซื้อสินทรัพย์ของ First Republic

 

ธนาคารรายใหญ่อื่นๆ ของสหรัฐฯ เช่น Wells Fargo และ Citi ก็มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งเช่นกัน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นส่งผลให้ NII เพิ่มขึ้น

 

หุ้นของ Wells Fargo พุ่งขึ้นมากกว่า 3% ในช่วงเที่ยงวันศุกร์หลังจากที่ NII เพิ่มขึ้น 8.3% จากปีที่แล้วเป็น 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สาม และฝ่ายบริหารได้เพิ่มการคาดการณ์ NII ทั้งปี 2023 ตอนนี้พวกเขาเชื่อว่าตัวเลขที่สำคัญทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น 16% จากปีที่แล้วในปี 2

 

หุ้นของ Citi เพิ่มขึ้นมากกว่า 2.5% ภายในเที่ยงวันศุกร์หลังจากที่ธนาคารรายงานว่ารายรับเพิ่มขึ้น 9% เป็น 2.01 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สาม การเพิ่มขึ้นดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการเติบโต 17% ของรายได้ดอกเบี้ยท่ามกลาง ‘อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและการเติบโตของปริมาณเงินฝาก’ พร้อมด้วยค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจที่เพิ่มขึ้น

 

ภาพ : Scott Olson / Getty Images

อ้างอิง:

The post ซีอีโอของ JPMorgan ธนาคารที่ใหญ่สุดของอเมริกา ได้ออกมาเตือนว่า “นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดเท่าที่โลกเคยเห็นมาในรอบหลายทศวรรษ” appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เศรษฐา’ ชวน JPMorgan ลุยธุรกิจครอบคลุม หวังเร่งการเติบโตเศรษฐกิจไทย ปลายปีเตรียมคุยนักธุรกิจเพิ่มที่งาน APEC https://thestandard.co/srettha-invite-jpmorgan-thai-business-economy/ Sun, 24 Sep 2023 08:26:52 +0000 https://thestandard.co/?p=845491 เศรษฐา ทวีสิน JPMorgan

รายงานข่าวระบุว่า วันนี้ (24 กันยายน) เศรษฐา ทวีสิน นาย […]

The post ‘เศรษฐา’ ชวน JPMorgan ลุยธุรกิจครอบคลุม หวังเร่งการเติบโตเศรษฐกิจไทย ปลายปีเตรียมคุยนักธุรกิจเพิ่มที่งาน APEC appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐา ทวีสิน JPMorgan

รายงานข่าวระบุว่า วันนี้ (24 กันยายน) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางถึงประเทศไทย หลังจากเข้าร่วมการประชุม UNGA78 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา 

 

โดยได้พบปะกับผู้นำต่างประเทศ พร้อมทั้งเข้าร่วมการประชุมและได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมทั้งสิ้น 5 ครั้ง พบผู้นำองค์กรระหว่างประเทศสำคัญ 2 องค์กร และได้พบผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ระหว่างประเทศหลายบริษัท เช่น Tesla, Google, Microsoft, Citibank, Estee Lauder และ JPMorgan 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 


 

เศรษฐาระบุว่า บริษัทเหล่านี้สนใจการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งตนพร้อมให้การสนับสนุนการลงทุนในไทยมากขึ้น โดยหลักๆ แบ่งเป็น 2 ภาคส่วนคือ บริษัทเทคโนโลยี และบริษัทการเงิน และได้หารือกับผู้นำตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กที่มีศักยภาพมาก และจะพยายามผลักดันให้ภายในปีนี้มีอย่างน้อย 1 บริษัทของไทยที่ได้ไปลงทุน

 

และก่อนเดินทางกลับประเทศไทย นายกฯ ได้เข้าพบและหารือกับ Mr.Jamie Dimon ซีอีโอของบริษัท JPMorgan Chase & Co. โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการสนับสนุนการทำธุรกิจและโอกาสในการทำธุรกิจในประเทศไทย

 

เศรษฐาเปิดเผยว่า JPMorgan ซึ่งมีสาขาและทำธุรกิจในประเทศไทยเกือบ 60 ปี เป็นธนาคารที่มีความเชี่ยวชาญด้านการควบรวมธุรกิจ “เป็นหนึ่งในไม่กี่ธนาคารที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการ (License) ในการดำเนินการอย่างครบถ้วนในประเทศไทย แต่ยังอาจใช้ประโยชน์อย่างไม่ครอบคลุม จึงเชิญชวนให้ขยายการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เกิดการต่อยอดการดำเนินธุรกิจอื่นๆ ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น”

 

อย่างไรก็ตาม ในการเดินทางยังสหรัฐฯ ครั้งต่อไปของนายกฯ จะเป็นการเข้าร่วมการประชุม APEC ที่นครซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย ระหว่างวันที่ 12-18 พฤศจิกายน ซึ่งจะมีหลายบริษัทที่เข้าร่วมด้วย โดยจะจัดเป็นเวทีร่วมกันเพื่อสนับสนุนการค้าการลงทุน พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศร่วมกันต่อไป

 

อ้างอิง: 

The post ‘เศรษฐา’ ชวน JPMorgan ลุยธุรกิจครอบคลุม หวังเร่งการเติบโตเศรษฐกิจไทย ปลายปีเตรียมคุยนักธุรกิจเพิ่มที่งาน APEC appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jamie Dimon ออกโรงเตือนภาคธุรกิจ อย่าด่วนดีใจเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้น เหตุยังมีปัจจัยเสี่ยงรอบด้านที่รออยู่ในระยะข้างหน้า https://thestandard.co/jamie-dimon-warned-business-sector/ Tue, 12 Sep 2023 03:01:00 +0000 https://thestandard.co/?p=840551 Jamie Dimon

เจมี ไดมอน (Jamie Dimon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JPM […]

The post Jamie Dimon ออกโรงเตือนภาคธุรกิจ อย่าด่วนดีใจเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้น เหตุยังมีปัจจัยเสี่ยงรอบด้านที่รออยู่ในระยะข้างหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jamie Dimon

เจมี ไดมอน (Jamie Dimon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JPMorgan Chase สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ออกมาส่งคำเตือนส่งตรงถึงบรรดานักลงทุนว่า อย่าเพิ่งรีบดีใจกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดูเหมือนจะไปได้ดีในเวลานี้ เพราะมันอาจกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ เมื่อพิจารณาจากปัจจัยเสี่ยงที่คอยขวางการเติบโตอยู่มากมายในเวลานี้

 

ทั้งนี้ ซีอีโอคนดังระบุว่า แม้อัตราการบริโภคและค่าจ้างที่ปรับตัวดีขึ้นจะเป็นแรงสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในขณะนี้ แต่สถานการณ์เศรษฐกิจในภาพรวมขณะนี้ยังมีความเสี่ยงหลายประการที่รออยู่ข้างหน้า โดยสิ่งที่เขากังวลมากที่สุดคือ ทิศทางนโยบายของธนาคารกลางที่ยังคงยึดมั่นกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ สงครามยูเครนที่ยืดเยื้อ และลักษณะการใช้จ่ายของรัฐบาลทั่วโลกที่ไม่ต่างอะไรกับกะลาสีขี้เมา (Spending Like Drunken Sailors) ซึ่งมักมือเติบใช้จ่ายเงินก้อนโตไปกับเรื่องไร้สาระ

 

ไดมอนกล่าวอีกว่า ผู้ที่มองว่าการบริโภคของสหรัฐฯ จะอยู่ในสภาวะที่แข็งแกร่งและเฟื่องฟูต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีกำลังทำความผิดพลาดครั้งใหญ่ เนื่องจากบทเรียนที่ผ่านมาทำให้เขาตระหนักว่า การเติบโตของสหรัฐฯ ในฐานะประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก มักไม่เป็นไปตามที่ใครหลายคนคาดหวัง แม้มีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐฯ จะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ก็ตาม

 

ไดมอนอธิบายว่า ธุรกิจต่างๆ ในสหรัฐฯ กำลังมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจจากการดูผลลัพธ์ในปัจจุบัน แต่เมื่อมองดูปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ในขณะนี้ เขามองว่าภาคธุรกิจต้องเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากยังไม่มีใครสรุปได้ว่า ผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงทั้งหมดนี้จะเป็นไปในทิศทางใด และให้ผลลัพธ์ที่รุนแรงมากน้อยแค่ไหนในอีก 12 หรือ 18 เดือนนับจากนี้

 

ในส่วนของภาคการเงิน ไดมอนเตือนว่า ธนาคารและสถาบันการเงินทั้งหลายมีแนวโน้มจะเผชิญกับความตึงเครียดในส่วนของสินเชื่อเพื่ออสังหาริมทรัพย์กับสินเชื่อรถยนต์ซับไพรม์ (Subprime Auto) หลังจากมีการปล่อยสินเชื่อมานานหลายปี เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยต่ำ ที่ทำให้อัตราการผิดนัดชำระหนี้ต่ำเป็นประวัติการณ์

 

อ้างอิง 

The post Jamie Dimon ออกโรงเตือนภาคธุรกิจ อย่าด่วนดีใจเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้น เหตุยังมีปัจจัยเสี่ยงรอบด้านที่รออยู่ในระยะข้างหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอ JPMorgan Chase สั่งตั้งวอร์รูมเกาะวิกฤตเพดานหนี้สหรัฐฯ คาดตลาดผันผวนรุนแรงหากสถานการณ์ยังไม่สามารถคลี่คลายได้โดยเร็ว https://thestandard.co/jpms-warns-of-market-panic/ Fri, 12 May 2023 03:16:52 +0000 https://thestandard.co/?p=788789 JPMorgan Chase

เจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase สถาบันการเงินยักษ์ใ […]

The post ซีอีโอ JPMorgan Chase สั่งตั้งวอร์รูมเกาะวิกฤตเพดานหนี้สหรัฐฯ คาดตลาดผันผวนรุนแรงหากสถานการณ์ยังไม่สามารถคลี่คลายได้โดยเร็ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
JPMorgan Chase

เจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาที่มีสินทรัพย์สูงถึง 3.7 ล้านล้านดอลลาร์ เปิดเผยกับ Bloomberg ว่า เขาได้สั่งตั้งวอร์รูมขึ้นภายในองค์กร เพื่อเกาะติดสถานการณ์เพดานหนี้ของสหรัฐฯ และเตรียมแผนรับมือในกรณีที่สหรัฐฯ ต้องผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

ไดมอนระบุว่า ในเบื้องต้นวอร์รูมของเขาจะมีการประชุมกันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แต่หากสถานการณ์เพดานหนี้ยังไม่สามารถคลี่คลายได้ภายในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ การประชุมจะเพิ่มความถี่ขึ้นเป็นวันละ 1 ครั้ง ก่อนจะขยับเป็นวันละ 3 ครั้งในที่สุด

 

“การผิดนัดชำระหนี้ (ในกรณีที่เกิดขึ้น) จะสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลกการเงิน ส่งผลกระทบต่อสัญญากู้ยืม หลักประกัน และระบบการหักชำระหนี้ จะส่งผลกระทบต่อลูกค้าของเราทั่วโลกอย่างแน่นอน ผมจึงอยากเรียกร้องให้ทั้งฝ่าย (เดโมแครตและรีพับลิกัน) เจรจาหาข้อตกลงกันให้ได้โดยเร็ว” ไดมอนกล่าว

 

ซีอีโอของ JPMorgan Chase ยังเตือนด้วยว่า ยิ่งสหรัฐฯ เข้าใกล้ความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ ตลาดก็จะตื่นตระหนกและมีความผันผวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดหุ้น ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรก็จะยิ่งปรับตัวสูงขึ้น

 

“ถ้าเราปล่อยให้สถานการณ์ล่วงเลยไปถึงจุดที่จะสร้างความตื่นตระหนก (Panic Point) ตลาดจะเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีแน่ ตลาดทั่วโลกจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย” เขากล่าว

 

ไดมอนเปิดเผยด้วยว่า เขาได้พูดคุยกับผู้บริหารของธนาคารท้องถิ่นหลายแห่งหลังจากที่ธนาคารของเขาเข้าซื้อกิจการ First Republic Bank โดยเขาพบว่า ธนาคารส่วนใหญ่ยังมีเสถียรภาพและมีแนวโน้มที่จะทำผลประกอบการได้ดี อย่างไรก็ตาม โอกาสที่จะเกิดแบงก์รันและมีธนาคารขนาดเล็กปิดตัวเพิ่มเติมอีกก็ยังมีอยู่เช่นกัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

อ้างอิง:

The post ซีอีโอ JPMorgan Chase สั่งตั้งวอร์รูมเกาะวิกฤตเพดานหนี้สหรัฐฯ คาดตลาดผันผวนรุนแรงหากสถานการณ์ยังไม่สามารถคลี่คลายได้โดยเร็ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
IMF เตือน! ปัญหาภาคธนาคารอาจลามสู่กองทุน แนะแบงก์ชาติทั่วโลกใช้เครื่องมือหลากหลาย-เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด https://thestandard.co/imf-warns-banking-crisis-may-spread-fund/ Wed, 05 Apr 2023 04:36:36 +0000 https://thestandard.co/?p=773164 IMF วิกฤตธนาคาร

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ออกมาเตือนว่า ความว […]

The post IMF เตือน! ปัญหาภาคธนาคารอาจลามสู่กองทุน แนะแบงก์ชาติทั่วโลกใช้เครื่องมือหลากหลาย-เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
IMF วิกฤตธนาคาร

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ออกมาเตือนว่า ความวุ่นวายด้านการธนาคารในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเมื่อเร็วๆ นี้อาจลุกลามไปยังสถาบันที่สำคัญที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญ ทำให้การต่อสู้ของธนาคารกลางต่ออัตราเงินเฟ้อสูงซับซ้อนยิ่งขึ้น

 

ทั้งนี้ ทีมนักเศรษฐศาสตร์ของ IMF ได้เขียนลงบนบล็อกโพสต์ ระบุว่า ความเสี่ยงด้านการธนาคาร ‘อาจทวีความรุนแรงขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ท่ามกลางความเข้มงวดอย่างต่อเนื่องของนโยบายการเงินทั่วโลก’ กระทั่งมีสิทธิ์ลุกลามไปยังภาคส่วนที่ไม่ใช่ธนาคาร เนื่องจากมีการเชื่อมโยงถึงกัน ยกตัวอย่างเช่น ในขณะนี้ภาคส่วนที่ไม่ใช่ธนาคารมีการถือครองสินทรัพย์ทางการเงินเกือบครึ่งหนึ่งทั่วโลก

 

รายงานระบุว่า ความเห็นของทีมนักเศรษฐศาสตร์ IMF ยังเกิดขึ้นควบคู่กับที่ IMF มีการเผยแพร่รายงานรายครึ่งปีเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินทั่วโลก

 

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน IMF มองว่าธนาคารกลางทั้งสหรัฐฯ และยุโรปกำลังเดินอยู่บนเส้นแบ่งที่ดี โดยธนาคารเหล่านี้พยายามที่จะจัดการกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงโดยการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยโดยไม่เพิ่มความวุ่นวายในภาคการธนาคาร ซึ่งกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ Silicon Valley Bank ล่มสลาย

 

ขณะเดียวกัน IMF ยังชี้ว่า ตัวกลางทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (NBFI) เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญและกองทุนรวมการลงทุนได้เติบโตขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2008 เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลขยับตัวเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในกฎระเบียบของธนาคาร โดย IMF ชี้ว่า NBFIs มีความเชื่อมโยงอย่างมากกับธนาคารแบบดั้งเดิม และสามารถกลายเป็นช่องทางที่สำคัญที่ทำให้เกิดภาวะตึงเครียดทางการเงินได้

 

นอกจากนี้เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง ทาง IMF กล่าวว่า ผู้กำหนดนโยบายต้องใช้เครื่องมือต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังและกฎระเบียบที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงบังคับให้บริษัทต่างๆ แบ่งปันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสี่ยงที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่

 

ด้านธนาคารกลางก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน โดย IMF แนะว่า ควรมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนชั่วคราวแบบกำหนดเป้าหมายสำหรับ NBFIs ที่มีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน และสำหรับผู้ที่ถือได้ว่ามีความสำคัญเชิงระบบ

 

ในวันเดียวกัน เจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JPMorgan ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ออกโรงเตือนว่า วิกฤตในภาคธนาคารสหรัฐฯ ยังคงมีอยู่ และต่อให้เมื่อถึงเวลาสิ้นสุดลง มันก็จะยังคงส่งผลกระทบเป็นเวลาอีกหลายปี

 

ทั้งนี้ ไดมอนกล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังคงมีเมฆหมอกทะมึนคุกคามเศรษฐกิจเหมือนเมื่อ 1 ปีก่อน โดยระบบธนาคารในเวลานี้กำลังเผชิญกับแรงกดดันระลอกใหม่ หลังเกิดการล่มสลายของ Silicon Valley Bank และ Credit Suisse ในเดือนที่แล้ว ทำให้มีแนวโน้มมากขึ้นที่จะภาวะเกิดเศรษฐกิจถดถอย

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้จะไม่เหมือนกับวิกฤตการเงินที่เคยเกิดขึ้นในปี 2008 แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าวิกฤตการณ์จะสิ้นสุดลงเมื่อใด ขณะที่ตลาดการเงินเองก็อยู่ในสภาวะตึงตัวมากขึ้น เนื่องจากธนาคารและสถาบันการเงินจะใช้นโยบายที่รัดกุมมากขึ้น

 

ก่อนหน้านี้ไดมอนรั้งตำแหน่งผู้นำในการเจรจาร่วมกับผู้บริหารของธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับมาตรการสร้างเสถียรภาพต่อ First Republic Bank ด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินในรูปเงินฝากจำนวน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการเสริมสภาพคล่องของทางธนาคารเพื่อสกัดวิกฤตธนาคารไม่ให้ลุกลามออกไปหลังการล้มละลายของ Silicon Valley Bank

 

ไดมอนย้ำว่า ความเสี่ยงหลายอย่าง รวมทั้งการเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในปีที่แล้ว จะส่งผลกระทบต่อมูลค่าของสินทรัพย์บางประเภทที่ปกติจะถือครองโดยธนาคารนั้นๆ พร้อมแนะให้มีการพิจารณาการเพิ่มขึ้นของอัตราการทดสอบที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบเสถียรภาพของธนาคาร (Stress Test)

 

ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และคนอื่นๆ เรียกร้องให้มีกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับธนาคาร ทางด้านไดมอนเตือนว่า อย่าตอบโต้หรือเคลื่อนไหวต่อสถานการณ์มากจนเกินไปจนกลายเป็นการเพิ่มภาระต่อภาคการเงินการธนาคารเกินความจำเป็น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post IMF เตือน! ปัญหาภาคธนาคารอาจลามสู่กองทุน แนะแบงก์ชาติทั่วโลกใช้เครื่องมือหลากหลาย-เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอ ‘J.P. Morgan’ เตือนยังเร็วเกินไปที่สหรัฐฯ จะประกาศชัยชนะเหนือเงินเฟ้อ คาด Fed ขึ้นดอกเบี้ยทะลุ 5% หากเงินเฟ้อยังหนืด https://thestandard.co/dimon-jp-morgan-warns-usa/ Thu, 09 Feb 2023 08:12:54 +0000 https://thestandard.co/?p=748012

Jamie Dimon ซีอีโอชื่อดังของ JPMorgan Chase ธนาคารยักษ์ […]

The post ซีอีโอ ‘J.P. Morgan’ เตือนยังเร็วเกินไปที่สหรัฐฯ จะประกาศชัยชนะเหนือเงินเฟ้อ คาด Fed ขึ้นดอกเบี้ยทะลุ 5% หากเงินเฟ้อยังหนืด appeared first on THE STANDARD.

]]>

Jamie Dimon ซีอีโอชื่อดังของ JPMorgan Chase ธนาคารยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ออกมาเตือนว่าขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่สหรัฐฯ จะประกาศชัยชนะเหนือเงินเฟ้อ พร้อมระบุว่ายังมีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายทะลุระดับ 5% หากการชะลอตัวลงของเงินเฟ้อมีความหนืด

 

การออกมาให้ความเห็นของ Dimon ในครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง Jerome Powell ประธาน Fed ได้ส่งสัญญาณในงาน The Economic Club of Washington, D.C. ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า ตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ จะทำให้การสู้กับเงินเฟ้อต้องใช้เวลายาวนานกว่าที่คาด ซึ่งบ่งชี้ว่า Fed อาจต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อไป

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

“เราไม่ควรรีบประกาศชัยชนะเหนือเงินเฟ้อเพียงเพราะตัวเลขรายเดือนออกมาดูดี โดยส่วนตัวผมยังคิดว่ามันสมเหตุสมผลที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยไปที่ระดับ 5% แล้วหยุดรอดูสถานการณ์ ถ้าเงินเฟ้อยังค้างอยู่ที่ระดับ 3.5% หรือ 4% ก็มีความเป็นไปได้ที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นไปอีก” Dimon ระบุ

 

ในการสัมภาษณ์กับ Reuters ทาง Dimon ยังพูดถึงความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐฯ ในกรณีที่เพดานหนี้สาธารณะของประเทศไม่ได้รับการขยาย โดยระบุว่า หากสถานการณ์ลุกลามและยืดเยื้อไปจนถึงขั้นดังกล่าวก็จะถือเป็นหายนะทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ที่จะสร้างความเสียหายอย่างถาวรและสามารถทำลายอนาคตของสหรัฐฯ ได้

 

นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยถึงแผนการจ้างงานเพิ่มจำนวน 500 อัตราของ J.P. Morgan เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในปีนี้ ซึ่งสวนทางกับนโยบายของสถาบันการเงินคู่แข่งหลายแห่ง เช่น Goldman Sachs และ Morgan Stanley ที่เพิ่งจะปรับลดจำนวนพนักงานกันไป

 

“เรายังมีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มหลายแห่งทั่วโลกในปีนี้ เรามีแผนจะจ้างพนักงานเพิ่ม ทั้งในส่วนที่รับผิดชอบด้านลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ เพราะเรามีลูกค้าที่ต้องดูแลอีกเป็นจำนวนมาก” Dimon กล่าว

 

อ้างอิง:

The post ซีอีโอ ‘J.P. Morgan’ เตือนยังเร็วเกินไปที่สหรัฐฯ จะประกาศชัยชนะเหนือเงินเฟ้อ คาด Fed ขึ้นดอกเบี้ยทะลุ 5% หากเงินเฟ้อยังหนืด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอ JPMorgan เตือน เศรษฐกิจสหรัฐฯ และโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยภายใน 6-9 เดือน พร้อมกระตุ้นให้สหรัฐฯ รับบทพระเอกกู้วิกฤตพลังงานโลก https://thestandard.co/jamie-dimon-jpmorgan/ Tue, 11 Oct 2022 04:51:53 +0000 https://thestandard.co/?p=694211 Jamie Dimon

Jamie Dimon ซีอีโอของธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา […]

The post ซีอีโอ JPMorgan เตือน เศรษฐกิจสหรัฐฯ และโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยภายใน 6-9 เดือน พร้อมกระตุ้นให้สหรัฐฯ รับบทพระเอกกู้วิกฤตพลังงานโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jamie Dimon

Jamie Dimon ซีอีโอของธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา JPMorgan Chase ออกมาเตือนว่า ทั้งเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยภายใน 6-9 เดือนข้างหน้า พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันและก๊าซเพื่อบรรเทาวิกฤตพลังงานโลก

 

Dimon ระบุว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและการบริโภคของสหรัฐฯ ในปัจจุบันจะยังดูดีกว่าเมื่อเทียบกับในช่วงวิกฤตการเงินโลกในปี 2008 แต่เขามองเห็นปัจจัยเสี่ยงในอนาคตหลายประการที่จะทำให้เกิดภาวะถดถอยขึ้นในอนาคตอันใกล้ ได้แก่ เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง, การปรับขึ้นดอกเบี้ยที่แรงกว่าคาด, ผลกระทบจากการดูดกลับสภาพคล่องผ่านมาตรการ QT และสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


“ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่จะทำให้สหรัฐฯ และโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยภายใน 6-9 เดือนจากปัจจุบัน โดยตอนนี้ยุโรปได้เข้าสู่ภาวะถดถอยไปแล้ว” Dimon กล่าว

 

ซีอีโอชื่อดังระบุว่า เขายังไม่สามารถประเมินได้ว่าภาวะถดถอยของสหรัฐฯ จะลากยาวเพียงใด โดยมีความเป็นไปได้ที่รูปแบบของการถดถอยจะเกิดเพียงระยะสั้นและไม่รุนแรง ไปจนถึงค่อนข้างรุนแรงและกินเวลานาน แต่สิ่งที่เขามั่นใจว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือความผันผวนของตลาด

 

“เราคงต้องหวังให้การต่อสู้เงินเฟ้อของ Fed ประสบความสำเร็จโดยที่เศรษฐกิจชะลอตัวลงไม่มากนัก ซึ่งมีความเป็นไปได้เช่นกัน” Dimon กล่าว

 

นอกจากนี้ Dimon ยังเรียกร้องให้สหรัฐฯ เดินหน้าผลิตน้ำมันและก๊าซเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาวิกฤตพลังงานโลก หลังหลายประเทศในยุโรปต้องเผชิญกับปัญหาความมั่นคงทางพลังงาน

 

“สหรัฐฯ จำเป็นต้องเล่นบทผู้นำในเรื่องนี้ เราเป็นผู้ผลิตน้ำมันที่สำคัญต่อตลาดมากกว่าซาอุดีอาระเบีย เราควรต้องเริ่มผลิตให้มากขึ้นตั้งแต่สงครามเริ่มเกิดในเดือนมีนาคมแล้ว” Dimon ระบุ

 

Dimon กล่าวอีกว่า ในมุมมองของเขา โลกยังจำเป็นต้องผลิตน้ำมันและก๊าซมากขึ้นเพื่อลดปริมาณการใช้ถ่านหินลง ก่อนที่จะสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคพลังงานสีเขียวที่ยั่งยืนได้ในระยะยาว

 

อ้างอิง:

The post ซีอีโอ JPMorgan เตือน เศรษฐกิจสหรัฐฯ และโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยภายใน 6-9 เดือน พร้อมกระตุ้นให้สหรัฐฯ รับบทพระเอกกู้วิกฤตพลังงานโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
J.P. Morgan เสนอกองทุนด้านคริปโตฯ แก่กลุ่มลูกค้า ‘ไพรเวทแบงก์’ กว่า 6 กองทุน หลังมีข่าวมานานหลายเดือน https://thestandard.co/j-p-morgan-offers-crypto-funds-for-private-bank/ Fri, 06 Aug 2021 10:01:03 +0000 https://thestandard.co/?p=522315 J.P. Morgan

หลังจากมีข่าวฮือฮาอยู่ช่วงหนึ่งว่าธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหร […]

The post J.P. Morgan เสนอกองทุนด้านคริปโตฯ แก่กลุ่มลูกค้า ‘ไพรเวทแบงก์’ กว่า 6 กองทุน หลังมีข่าวมานานหลายเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
J.P. Morgan

หลังจากมีข่าวฮือฮาอยู่ช่วงหนึ่งว่าธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง J.P. Morgan มีความสนใจที่จะเสนอบริการกองทุนเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี ล่าสุด J.P. Morgan ได้เปิดขายกองทุนคริปโตเคอร์เรนซีถึง 6 กองทุน โดยมี 4 กองทุนจาก Grayscale Investment ได้แก่ Grayscale Bitcoin Trust, Grayscale Bitcoin Cash Trust, Grayscale Ethereum Trust และ Grayscale Ethereum Classic Trust และมีหนึ่งกองทุนจาก Osprey Funds คือ Osprey Bitcoin Trust ส่วนอีกหนึ่งกองทุนที่พึ่งเสนอให้แก่ลูกค้าในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาคือกองทุนที่จัดตั้งร่วมกับ NYDIG

 

แม้จะเห็นการเคลื่อนไหวเข้ามาสู่วงการคริปโตเคอร์เรนซีของ J.P. Morgan แต่ก็ใช่ว่าผู้บริหารอย่าง Jamie Dimon จะชื่นชอบ Bitcoin หรือคริปโตเคอร์เรนซีแต่อย่างใด เขายังยืนยันถึงมุมมองที่ไม่เป็นบวกต่อ Bitcoin และยังคงเชื่อว่า Bitcoin ไม่ใช่การลงทุน แต่เป็นการหลอกลวง ส่วนการตัดสินใจเปิดขายให้บริการเกี่ยวกับกองทุนคริปโตเคอร์เรนซีนั้นก็เป็นเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าเท่านั้น และเขาจะไม่บอกว่าลูกค้าควรทำอะไร หรือควรต้องคิดเหมือนเขา

 

โดยการเสนอการให้บริการด้านการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีของ J.P. Morgan นั้นจะไม่ให้ผู้แนะนำการลงทุนบอกลูกค้าหรือชี้นำผลิตภัณฑ์ใดๆ แต่จะเสนอขายตามคำสั่งซื้อของลูกค้าเพียงอย่างเดียว และจะเสนอขายให้แก่ลูกค้ากลุ่มไพรเวทแบงก์ ซึ่งหมายความว่ามีสินทรัพย์มากกว่า 300 ล้านบาท และได้รับการพิจารณาว่าเป็นนักลงทุนที่มีประสบการณ์เท่านั้น

 

อ้างอิง:

The post J.P. Morgan เสนอกองทุนด้านคริปโตฯ แก่กลุ่มลูกค้า ‘ไพรเวทแบงก์’ กว่า 6 กองทุน หลังมีข่าวมานานหลายเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บิ๊กบอส ‘เจพี มอร์แกน’ เผยเคล็ดลับเจ้านายที่ประสบความสำเร็จ “ไม่ใช่คนเก่งที่สุด แต่อ่อนน้อมที่สุด” https://thestandard.co/jp-morgan-reveals-secrets-of-successful-be-humble/ Thu, 10 Dec 2020 23:30:28 +0000 https://thestandard.co/?p=430118 บิ๊กบอส ‘เจพี มอร์แกน’ เผยเคล็ดลับเจ้านายที่ประสบความสำเร็จ “ไม่ใช่คนเก่งที่สุด แต่อ่อนน้อมที่สุด”

Jamie Dimon ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) แห่ […]

The post บิ๊กบอส ‘เจพี มอร์แกน’ เผยเคล็ดลับเจ้านายที่ประสบความสำเร็จ “ไม่ใช่คนเก่งที่สุด แต่อ่อนน้อมที่สุด” appeared first on THE STANDARD.

]]>
บิ๊กบอส ‘เจพี มอร์แกน’ เผยเคล็ดลับเจ้านายที่ประสบความสำเร็จ “ไม่ใช่คนเก่งที่สุด แต่อ่อนน้อมที่สุด”

Jamie Dimon ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) แห่ง JPMorgan Chase & Co ผู้กุมบังเหียนธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ และดูแลพนักงานทั่วโลกมากกว่า 250,000 คน ได้เผยเคล็ดลับของการบริหารงานระหว่างการพูดคุยกับ Daniel Roth หัวหน้าบรรณาธิการ LinkedIn เมื่อไม่นานมานี้ว่า การเป็นผู้นำ หรือผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จสูงสุด สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าคนคนนั้นทำงานหนักที่สุด ฉลาดที่สุด หรือเก่งที่สุด แต่คือการเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตนที่สุดต่างหาก

 

ซีอีโอของ JPMorgan กล่าวว่า ความเก่ง ความฉลาด เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็สามารถบ่มเพาะพัฒนาขึ้นมาได้ แต่ทว่าบุคลิกลักษณะนิสัยกลับไม่ใช่สิ่งที่จะสร้างขึ้นมาได้ในภายหลัง และบรรดาผู้นำที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักจะมีจุดร่วมของบุคลิกลักษณะนิสัยที่เหมือนกันในระดับหนึ่ง

 

ทั้งนี้ก่อนที่จะไปทำความรู้จักว่าลักษณะนิสัยของผู้นำที่ประสบความสำเร็จว่ามีอะไรบ้าง Jamie Dimon กล่าวว่า ต้องทำความเข้ากับคำว่า “ความสำเร็จของผู้นำ” เสียก่อน ว่านอกจากการมีผลงานเป็นที่ประจักษ์แล้ว การได้รับการยอมรับนับถือจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบรรดาลูกน้อง คืออีกปัจจัยหนึ่งที่ชี้วัดความสำเร็จ

 

โดยการยอมรับนับถือดังกล่าวหมายถึงการเปิดใจยอมรับในตัวตนของผู้นำคนนั้นๆ อย่างแท้จริง ไม่ใช่ด้วยสถานะหรือหน้าที่การเงิน

 

“งานด้านการบริหารจัดการก็คือการทำงานบางอย่างให้บรรลุผลลุล่วง มีหลักการ การวางแผน การวิเคราะห์ ต้องรู้จักเลือกใช้คนให้เหมาะกับงาน และจัดการลดทอนขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยากซับซ้อนให้เหลือน้อยที่สุด แต่การเป็นผู้นำไม่ใช่แค่ทำงานตามบทบาทหน้าที่ที่ได้กล่าวมาทั้งหมด” Jamie Dimon กล่าว

 

สำหรับลักษณะนิสัยของผู้นำที่ประสบความสำเร็จ และผู้นำที่ได้รับการยอมรับ ประกอบด้วย

1. ความอ่อนน้อมถ่อมตน (Humility)
2. การเปิดเผยตรงไปตรงมา (Openness)
3. ความเที่ยงธรรม (Fairness)
4. ตัวตนที่น่าเชื่อถือ (Authentic)

 

“ลักษณะนิสัยทั้งหมดทำให้ผู้นำคนนั้นรู้จักที่จะเคารพคนอื่น ไม่ใช่การมีมันสมองยอดเยี่ยมหรือพรสวรรค์ที่เป็นเลิศ” ซีอีโอของ JPMorgan ระบุ ก่อนอธิบายเพิ่มเติมว่า การมีลักษณะนิสัยดังกล่าวจะช่วยเพิ่มผลผลิต (Productivity) ควบคู่ไปกับความสำเร็จ ขณะเดียวกันก็ทำให้ไม่ว่าใครก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการทำงานอย่างเต็มที่

 

“ถ้าคุณเห็นแก่ตัวและเอาดีเข้าตัว เมื่องานนั้นไม่ใช่งานภาคบังคับ ย่อมไม่มีใครอยากทำงาน และนั่นก็จะกระทบต่อประสิทธิภาพของเนื้องานโดยตรง” Jamie Dimon กล่าว โดยวิธีการชี้วัดว่าตัวเองเป็นผู้นำที่พึงประสงค์หรือไม่ก็คือการตั้งคำถามกับตนเองว่า 1. อยากจะทำงานกับคนแบบนี้หรือไม่ และ 2. อยากให้ลูกทำงานกับคนแบบนี้หรือไม่

 

“ปฏิบัติกับผู้อื่นเหมือนที่เราต้องการได้รับการปฏิบัติ รู้จักเคารพให้เกียรติคนอื่น” คือข้อพิสูจน์ของการเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จ เป็นเจ้านายที่ลูกน้องรัก

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post บิ๊กบอส ‘เจพี มอร์แกน’ เผยเคล็ดลับเจ้านายที่ประสบความสำเร็จ “ไม่ใช่คนเก่งที่สุด แต่อ่อนน้อมที่สุด” appeared first on THE STANDARD.

]]>