Jack Dorsey Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/jack-dorsey/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 06 Jun 2026 06:43:06 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ผู้บริหาร Bluesky หวั่นการแบนโซเชียลมีเดียสำหรับวัยรุ่น เสี่ยงตอกย้ำให้หุ้นบิ๊กเทคผูกขาดอุตสาหกรรมมากขึ้น https://thestandard.co/bluesky-teen-social-media-monopoly/ Sat, 06 Jun 2026 06:43:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1215122 ภาพหน้าจอแสดงข้อความ 'แบนโซเชียลมีเดีย ในกลุ่มเยาวชน อาจช่วยบิ๊กเทคผูกขาดมากขึ้น' พร้อมมือถือ

ผู้บริหารจาก Bluesky มองว่ามาตรการของรัฐบาลในการแบนแพลต […]

The post ผู้บริหาร Bluesky หวั่นการแบนโซเชียลมีเดียสำหรับวัยรุ่น เสี่ยงตอกย้ำให้หุ้นบิ๊กเทคผูกขาดอุตสาหกรรมมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหน้าจอแสดงข้อความ 'แบนโซเชียลมีเดีย ในกลุ่มเยาวชน อาจช่วยบิ๊กเทคผูกขาดมากขึ้น' พร้อมมือถือ

ผู้บริหารจาก Bluesky มองว่ามาตรการของรัฐบาลในการแบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในกลุ่มวัยรุ่นและเด็ก กำลังเสี่ยงที่จะตอกย้ำอำนาจการควบคุมอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ (Big Tech) ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการปิดกั้นการเข้าถึงสำหรับผู้เล่นรายเล็ก

 

โรส หวัง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Bluesky ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC ระหว่างงาน SXSW ที่กรุงลอนดอนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (3 มิถุนายน) ว่า แพลตฟอร์มโอเพนซอร์ซขนาดเล็กไม่ได้ต่อต้านการออกกฎระเบียบ แต่ผู้เล่นรายเล็กในอุตสาหกรรมก็ควรได้รับการปกป้องด้วยเช่นกัน

 

“ฉันสนับสนุนการปกป้องและความปลอดภัยของเยาวชน แต่คำถามที่เรามีคือต้องแลกมาด้วยต้นทุนอะไร เพราะสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดก็คือ ในระยะยาวเรากำลังมุ่งหน้าสู่โลกที่จะมีแพลตฟอร์มเหลือรอดแค่ 3 ถึง 5 แห่ง และเต็มไปด้วยกฎระเบียบที่เข้มงวดอย่างหนักสำหรับแพลตฟอร์มเหล่านั้น ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว แค่ทีมงานฝ่ายกำกับดูแลของแพลตฟอร์มเหล่านี้ ก็อาจจะมีขนาดใหญ่กว่าทีมงานทั้งหมดของเราถึง 10 เท่าแล้ว ดังนั้น โดยพื้นฐานแล้ว เรากำลังอาศัยอยู่ในโลกที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้เล่นหน้าใหม่รายเล็กๆ จะเข้ามาและสร้างพื้นที่ที่ดีกว่าเดิมได้” หวังกล่าว

 

ในขณะที่รัฐบาลต่างอ้างว่าต้องการปกป้องเยาวชน แต่บริษัทเทคโนโลยีก็ออกมาโต้แย้งว่า มาตรการเหล่านี้อาจไม่ได้ช่วยป้องกันไม่ให้วัยรุ่นเห็นเนื้อหาที่เป็นอันตรายได้เสมอไป และในท้ายที่สุดจะเป็นการตัดขาดวัยรุ่นออกจากเพื่อนและชุมชนของพวกเขา

 

ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่บังคับใช้การแบนโซเชียลมีเดียอย่างครอบคลุมสำหรับวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปีในเดือนธันวาคม ส่งผลให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรายใหญ่ ทั้ง Instagram ของ Meta, TikTok ของ ByteDance, YouTube ของ Alphabet, X ของ อีลอน มัสก์ และ Reddit ถูกบังคับให้ต้องนำวิธีการยืนยันอายุมาใช้ เช่น การประเมินอายุด้วยใบหน้าผ่านการถ่ายเซลฟี่, การอัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตน หรือการเชื่อมโยงข้อมูลบัญชีธนาคาร

 

ค่าปรับสำหรับการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอาจสูงถึง 49.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 1,150 ล้านบาท หากแพลตฟอร์มไม่ยอมดำเนินการขั้นตอนตามสมควรเพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับ ด้านคณะกรรมาธิการ eSafety ของออสเตรเลียระบุว่า Bluesky เองก็ได้เริ่มนำระบบตรวจสอบอายุมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปีเข้าใช้งานแพลตฟอร์มเช่นกัน

 

การแบนของออสเตรเลียได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ ทำให้หลายประเทศทั่วโลกกำลังพิจารณาเสนอแนวทางกฎหมายในลักษณะเดียวกัน ทั้งสหราชอาณาจักร สเปน ฝรั่งเศส และออสเตรีย ส่วนในสหรัฐอเมริกา การออกกฎหมายในระดับรัฐดูเหมือนจะมีความเป็นไปได้มากกว่าการแบนในระดับชาติ

 

สำหรับ Bluesky เป็นแพลตฟอร์มโอเพนซอร์ซนี้ถูกสร้างขึ้นภายในแอปพลิเคชัน X (เดิมชื่อ Twitter) ในปี 2019 และได้รับการสนับสนุนจาก แจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter ต่อมา Bluesky ได้แยกตัวออกมาในปี 2021 และหลังจากนั้นไม่นานก็ได้รับความสนใจในฐานะคู่แข่งของแพลตฟอร์มที่ อีลอน มัสก์ เป็นเจ้าของ นับจากนั้นเป็นต้นมา แพลตฟอร์มมีผู้ใช้งานเติบโตขึ้นแตะ 43 ล้านคน ณ เดือนมีนาคม ซึ่งยังคงเป็นเพียงประมาณ 10% ของจำนวนผู้ใช้งาน X ที่ประเมินไว้ราว 450 ล้านคน

 

อย่างไรก็ตาม Bluesky ต้องดิ้นรนเพื่อรักษาความนิยมเอาไว้ โดยมีรายงานว่าเมื่อสิ้นเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ยอดผู้ใช้งานบนมือถือรายวันลดลงถึง 40% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยหวังระบุว่าปัจจุบันบริษัทมีพนักงานอยู่ประมาณ 40 คน

 

“แพลตฟอร์มเหล่านี้ได้นำอุตสาหกรรมมาสู่จุดที่ผลกำไรกลายเป็นสิ่งเดียวที่ขับเคลื่อนสิ่งที่พวกเขาทำ ดังนั้นฉันจึงเข้าใจว่าทำไมรัฐบาลถึงต้องเข้ามาแทรกแซงและออกกฎระเบียบ เพราะแพลตฟอร์มเหล่านั้นไม่ได้ทำอะไรให้ถูกต้องเลย” หวังอธิบาย

 

“ไม่ใช่ว่าการมีกฎระเบียบนั้นเป็นเรื่องไม่ดี แต่กฎระเบียบจำเป็นต้องทำงานควบคู่ไปกับนวัตกรรมด้วย โดยพื้นฐานแล้วจำเป็นต้องมีช่องทางให้ผู้เล่นขนาดกลาง ขนาดเล็ก และธุรกิจรายย่อย ได้สื่อสารกับหน่วยงานกำกับดูแลมากขึ้น เพราะพวกเขาจำเป็นต้องได้รับการปกป้อง ในขณะเดียวกัน ผู้เล่นบิ๊กเทคที่เรารู้ว่ากำลังหลบเลี่ยงกฎระเบียบก็จำเป็นต้องถูกควบคุม ดังนั้นฉันจึงคิดว่าเราสามารถหาสมดุลที่เหมาะสมในเรื่องนี้ได้” หวังกล่าวทิ้งท้าย

 

อ้างอิง:

ภาพ: Tada Images / Shutterstock

The post ผู้บริหาร Bluesky หวั่นการแบนโซเชียลมีเดียสำหรับวัยรุ่น เสี่ยงตอกย้ำให้หุ้นบิ๊กเทคผูกขาดอุตสาหกรรมมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ช็อกวงการฟินเทค! Jack Dorsey สั่งปลดพนักงาน Block เกือบครึ่งบริษัท เซ่นพิษ AI – ส่งสัญญาณจุดจบยุคแรงงาน White-Collar? https://thestandard.co/jack-dorsey-block-layoffs-ai/ Fri, 27 Feb 2026 04:30:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1182287 Jack Dorsey ซีอีโอ Block ประกาศปลดพนักงานหลายพันคนจากผลกระทบของ AI

กลายเป็นประธานบริษัทที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วซิลิคอน […]

The post ช็อกวงการฟินเทค! Jack Dorsey สั่งปลดพนักงาน Block เกือบครึ่งบริษัท เซ่นพิษ AI – ส่งสัญญาณจุดจบยุคแรงงาน White-Collar? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jack Dorsey ซีอีโอ Block ประกาศปลดพนักงานหลายพันคนจากผลกระทบของ AI

กลายเป็นประธานบริษัทที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วซิลิคอนวัลเลย์และตลาดแรงงานโลก เมื่อ Jack Dorsey ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter และซีอีโอของ Block (เดิมคือ Square) ประกาศมาตรการ ‘ผ่าตัดองค์กร’ ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัทด้วยการเลย์ออฟพนักงานเกือบ 50% โดยให้เหตุผลสั้นๆ แต่ทรงพลังว่า “โลกการทำงานเปลี่ยนไปแล้วเพราะ AI”

 

รายละเอียด Memo จาก Jack: ‘เราไม่ได้แย่ แต่เราต้องเปลี่ยน’

 

ในบันทึกข้อความ (Memo) ที่ส่งถึงพนักงาน Jack Dorsey ระบุชัดเจนว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เพราะบริษัทกำลังประสบปัญหาทางการเงิน ในทางตรงกันข้าม กำไรขั้นต้นของ Block ยังคงเติบโต ฐานลูกค้าขยายตัว และความสามารถในการทำกำไรก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ‘วิธีการทำงาน’

 

Jack Dorsey ซีอีโอ Block ประกาศปลดพนักงานหลายพันคนจากผลกระทบของ AI 1

Jack Dorsey ซีอีโอ Block ประกาศปลดพนักงานหลายพันคนจากผลกระทบของ AI 2

Jack Dorsey ซีอีโอ Block ประกาศปลดพนักงานหลายพันคนจากผลกระทบของ AI 3

 

สาระสำคัญจากบันทึกของ Jack มีดังนี้:

 

  • ตัวเลขการเลย์ออฟที่น่าตกใจ: Block จะลดจำนวนพนักงานจากกว่า 10,000 คน ให้เหลือต่ำกว่า 6,000 คน ซึ่งหมายความว่าพนักงานกว่า 4,000 คนต้องเดินออกจากบริษัท
  • ทางเลือกที่เด็ดขาด: Jack เผยว่าเขามี 2 ทางเลือก คือ ‘ค่อยๆ ลดคน’ ตลอดหลายปี หรือ ‘ยอมรับความจริงและจัดการทันที’ ซึ่งเขาเลือกอย่างหลัง เพราะการเลย์ออฟหลายรอบ (Repeated rounds) ทำลายขวัญกำลังใจและเสียความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
  • แพ็กเกจเยียวยา: พนักงานที่ถูกจ้างออกจะได้รับ
    • เงินชดเชยพื้นฐาน 20 สัปดาห์ + 1 สัปดาห์ต่ออายุงานแต่ละปี
    • หุ้น (Equity) ที่จะได้รับสิทธิ์ (Vest) ต่อไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม
    • ค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่อง 6 เดือน
    • เงินช่วยเหลือช่วงเปลี่ยนผ่าน 5,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 180,000 บาท) และสามารถเก็บอุปกรณ์คอมพิวเตอร์บริษัทไว้ใช้ได้
  • เป้าหมายใหม่: Jack ต้องการสร้างบริษัทที่ใช้ ‘Intelligence’ (AI) เป็นแกนกลางในทุกส่วน ตั้งแต่วิธีการทำงานไปจนถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้า

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

 


 

ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน: เมื่อ AI ไม่ใช่แค่ตัวช่วย แต่เป็น ‘ตัวแทน’

 

การเคลื่อนไหวของ Block ครั้งนี้ถือเป็น ‘Case Study’ ที่ชัดเจนที่สุดว่า AI กำลังเข้ามาเขย่าตลาดแรงงานกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ (White-Collar) อย่างรุนแรง และอาจจะเรีรยกได้ว่าเป็นจุดสิ้นสุดของยุค ‘สะสมกำลังคน’ โดยในอดีต ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีวัดความสำเร็จด้วยจำนวนพนักงาน แต่ยุค AI พิสูจน์แล้วว่า ‘ทีมขนาดเล็กและแบนราบ’ (Smaller and Flatter teams) ที่ใช้เครื่องมืออัจฉริยะ สามารถทำงานได้มากกว่าและดีกว่าทีมขนาดใหญ่

 

อีกประเด็นที่ละเลยไม่ได้คือ โดมิโนเอฟเฟกต์ในตลาดทุน เพราะทันทีที่ประกาศเลย์ออฟ หุ้นของ Block พุ่งทะยานกว่า 25% ในช่วง After-hours เทรดดิ้ง สะท้อนว่านักลงทุนขานรับแนวคิดการลดต้นทุนพนักงานแล้วแทนที่ด้วยเทคโนโลยี ซึ่งอาจกดดันให้ซีอีโอในบริษัทมหาชนอื่นๆ ต้องทำตามเพื่อเอาใจตลาด

 

อีกผลกระทบก็คือ ความปลอดภัยของแรงงานทักษะอาจเข้าขั้นวิกฤต เพราะไม่ใช่แค่พนักงานระดับปฏิบัติการ แต่ AI กำลังรุกคืบเข้าสู่งานที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์ (Reasoning) มากขึ้น เช่น นักเขียนโปรแกรม, นักวิเคราะห์การเงิน และฝ่ายสนับสนุนลูกค้า

 

Movement: Jack Dorsey กำลังบอกอะไรเรา?

 

การขยับตัวของ Jack Dorsey ในครั้งนี้ กำลังสะท้อนสังคม ตลาดแรงงาน และภาคธุกิจ ดังนี้

 

1. ‘ความจริงที่เจ็บปวด ของ AI Transformation’

 

Jack เป็นหนึ่งในซีอีโอคนแรกๆ ที่กล้ายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “เราปลดคนเพราะ AI ทำงานแทนได้” ต่างจากบริษัทอื่นอย่าง Amazon หรือ Google ที่มักอ้างเรื่องการปรับโครงสร้างเพื่อประสิทธิภาพ (Efficiency) การพูดแบบไม่อ้อมค้อมของ Jack คือการส่งสัญญาณว่ายุคของการ ‘ใช้ AI ช่วยทำงาน’ กำลังจบลง และเข้าสู่ยุค ‘AI ทำงานแทนคน’ อย่างเต็มตัว

 

2. เดิมพันครั้งใหม่บนโลก Bitcoin & Intelligence

 

Block กำลังทิ้งภาระต้นทุนมหาศาล (พนักงาน 4,000 ตำแหน่ง) เพื่อนำทรัพยากรไปทุ่มให้กับ Bitcoin และ AI โดยเฉพาะ นี่คือการ ‘All-in’ ในวิสัยทัศน์ของ Jack ที่เชื่อว่าระบบการเงินในอนาคตจะขับเคลื่อนด้วย Bitcoin และระบบปฏิบัติการจะขับเคลื่อนด้วย Intelligence

 

3. การปรับตัวคือ ‘ทางรอดเดียว’

 

คำพูดของ Jack ที่ว่า “บริษัทส่วนใหญ่รับรู้เรื่องนี้ช้าไป” คือคำเตือนถึงคนทำงานทั่วโลก หากคุณยังทำงานในรูปแบบเดิมที่ AI สามารถทำซ้ำได้ ความมั่นคงในหน้าที่การงานของคุณกำลังอยู่ในความเสี่ยงสูง

 

บทสรุปของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเลย์ออฟ แต่คือการ ‘Set Zero’ วิธีการทำธุรกิจในศตวรรษที่ 21 ที่มี AI เป็นหัวใจหลัก ใครที่ปรับตัวไม่ทัน ไม่ใช่แค่บริษัทที่จะล่มสลาย แต่รวมถึงแรงงานที่ไม่สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้ด้วยเช่นกัน

 

อ้างอิง:

 

 

The post ช็อกวงการฟินเทค! Jack Dorsey สั่งปลดพนักงาน Block เกือบครึ่งบริษัท เซ่นพิษ AI – ส่งสัญญาณจุดจบยุคแรงงาน White-Collar? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jack Dorsey ผู้ก่อตั้ง Twitter คาด Bitcoin จะพุ่งไป 1 ล้านดอลลาร์ในปี 2030 https://thestandard.co/jack-dorsey-twitter-bitcoin/ Fri, 10 May 2024 07:09:01 +0000 https://thestandard.co/?p=931973 Jack Dorsey

Jack Dorsey ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter กล่าวว่า ราคาของ Bit […]

The post Jack Dorsey ผู้ก่อตั้ง Twitter คาด Bitcoin จะพุ่งไป 1 ล้านดอลลาร์ในปี 2030 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jack Dorsey

Jack Dorsey ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter กล่าวว่า ราคาของ Bitcoin จะพุ่งไปถึง 1 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 จากการให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับ Pirate Wires

 

“สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดเกี่ยวกับ Bitcoin นอกเหนือจากประวัติการก่อตั้งคือ ทุกคนที่ทำงานเกี่ยวกับมันจะได้รับค่าตอบแทนเป็น Bitcoin หรือซื้อด้วยตัวเอง ทุกคนที่ทุ่มเทความพยายามเพื่อทำให้ Bitcoin ดีขึ้นนั้นล้วนแล้วแต่ทำให้ระบบนิเวศทั้งหมดดีขึ้น ซึ่งนั่นจะทำให้ราคาของ Bitcoin สูงขึ้น” 

 

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ล่าสุด จากข้อมูลของ Bloomberg และ CoinGecko พบว่า Bitcoin เผชิญการปรับตัวลงต่อเนื่องถึง 5 วันติดต่อกัน ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม ปี 2023 กดดันให้มูลค่าตลาดรวมของคริปโตลดลงไปกว่า 17% มาอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 84 ล้านล้านบาท หลัง Bitcoin ปรับตัวลงจากสูงสุดที่ 73,798 ดอลลาร์เมื่อเดือนมีนาคม มาอยู่ที่ราว 62,000 ดอลลาร์ 

 

ซึ่งการที่ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงต้นปีนี้มาจากการที่กองทุน Bitcoin Spot ETF จะสามารถดึงเงินทุนไหลเข้ามาได้มากถึง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.2 แสนล้านบาท

 

แต่กระแสเงินที่ไหลเข้า Bitcoin Spot ETF ชะลอตัวลง ร่วมกับแนวโน้มการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ที่ยังสูงต่อไป ทำให้ภาพรวมตลาดคริปโตชะลอตัวลง

 

Benjamin Celermajer ผู้อำนวยการของ Magnet Capital ชี้ว่า นักเก็งกำไรจำนวนมากที่เข้ามาลงทุนในคริปโต เพราะคาดหวังว่าจะมีเงินทุนไหลเข้า Bitcoin Spot ETF ปริมาณมากไปต่อเนื่อง กำลังเผชิญการขาดทุนอยู่ในตอนนี้ 

 

แต่ทั้งนี้ ผู้อำนวยการของ Magnet Capital ก็มองว่า ตลาดกระทิงของ Bitcoin ยังไม่ได้สิ้นสุดในตอนนี้ และมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ในช่วงปลายปี 2024 ได้

 

นอกจากนี้ T3 Bitcoin Volatility Index ตัวเลขดัชนีบ่งบอกโอกาสความผันผวนของราคา Bitcoin ในช่วง 30 วันข้างหน้า พบว่า เคลื่อนลงมาอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 2 เดือน

 

ในช่วงเช้าวันนี้ (10 พฤษภาคม) Bitcoin ก็กำลังเคลื่อนไหวบริเวณ 62,916 ดอลลาร์ คิดเป็นการปรับตัวลงราว 0.25% ในรอบ 24 ชั่วโมง

 

อ้างอิง:

The post Jack Dorsey ผู้ก่อตั้ง Twitter คาด Bitcoin จะพุ่งไป 1 ล้านดอลลาร์ในปี 2030 appeared first on THE STANDARD.

]]>
แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตซีอีโอ Twitter วิจารณ์ ‘อีลอน มัสก์’ ว่าไม่ได้เป็นผู้นำที่ดีของยักษ์โซเชียลมีเดีย และควรยอมจ่ายค่าปรับ 1 พันล้านดอลลาร์ แทนที่จะดึงดันเข้าซื้อ https://thestandard.co/former-twitter-ceo-criticizes-elon-musk/ Sun, 30 Apr 2023 07:38:57 +0000 https://thestandard.co/?p=783325 Twitter อีลอน มัสก์

จากที่เคยเห็นด้วยกับการเข้าซื้อ แต่เวลานี้ แจ็ค ดอร์ซีย […]

The post แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตซีอีโอ Twitter วิจารณ์ ‘อีลอน มัสก์’ ว่าไม่ได้เป็นผู้นำที่ดีของยักษ์โซเชียลมีเดีย และควรยอมจ่ายค่าปรับ 1 พันล้านดอลลาร์ แทนที่จะดึงดันเข้าซื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Twitter อีลอน มัสก์

จากที่เคยเห็นด้วยกับการเข้าซื้อ แต่เวลานี้ แจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และอดีตซีอีโอ Twitter ได้แสดงความผิดหวังต่อการที่ ‘อีลอน มัสก์’ ได้เข้ามาเป็นเจ้าของยักษ์โซเชียลมีเดีย

 

ดอร์ซีย์บอกว่าเขาไม่เชื่อว่ามัสก์ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้นำที่ดีของ Twitter นอกจากนี้เขากล่าวด้วยว่า มัสก์ปฏิบัติไม่ถูกต้องหลังจากตระหนักว่าจังหวะในการเข้าซื้อนั้นเกิดปัญหา และคณะกรรมการไม่ควรบังคับให้ขายธุรกิจให้กับมหาเศรษฐีเทคโนโลยีรายนี้

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

อดีตซีอีโอ Twitter เชื่อว่ามัสก์ควรเดินจากไป และจ่ายค่าปรับ 1 พันล้านดอลลาร์ จากการถอนตัวไม่เข้าซื้อ Twitter

 

ภายใต้การนำของมัสก์ Twitter ประสบกับความท้าทายมากมาย สิ่งเหล่านี้รวมถึงการลดพนักงานส่วนใหญ่ และการจัดการกับวิกฤตสาธารณะเกี่ยวกับแผนการตรวจสอบผู้ใช้ มัสก์เสนอบริการสมัครสมาชิกที่ผู้ใช้สามารถรับเครื่องหมายถูกสีน้ำเงินในราคา 8 ดอลลาร์เดือน

 

นี่เป็นแนวคิดที่ดอร์ซีย์ไม่เห็นด้วย เพราะระบบการชำระเงินที่ใช้สำหรับการพิสูจน์ตัวตนนั้นไม่สามารถเข้าถึงได้สำหรับทุกคน

 

ผู้ใช้หลายคนรวมถึงคนดังและบุคคลสาธารณะ เช่น เอลตัน จอห์น, จิม แคร์รีย์ และ MTA หน่วยงานขนส่งสาธารณะของนครนิวยอร์ก ได้ตัดสินใจเลิกหรือลดการใช้ Twitter เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงภายใต้การนำของมัสก์ การสูญเสียผู้ใช้ที่มีชื่อเสียงเหล่านี้ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของแพลตฟอร์ม

 

ท่าทีที่เปลี่ยนไปของดอร์ซีย์เกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการของมัสก์และความเป็นผู้นำของ Twitter เน้นให้เห็นถึงความท้าทายและความไม่แน่นอนที่แพลตฟอร์มกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ด้วยความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องและการลดลงของผู้ใช้ที่มีชื่อเสียง ทำให้ทิศทางในอนาคตของ Twitter ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน

 

ภาพ: Christopher Furlong / Getty Images

อ้างอิง:

The post แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตซีอีโอ Twitter วิจารณ์ ‘อีลอน มัสก์’ ว่าไม่ได้เป็นผู้นำที่ดีของยักษ์โซเชียลมีเดีย และควรยอมจ่ายค่าปรับ 1 พันล้านดอลลาร์ แทนที่จะดึงดันเข้าซื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ตัวเลขผู้ใช้งานเกินจริง-แอปที่เอื้อต่อการฉ้อโกง’ เปิดบทวิเคราะห์ของ Hindenburg แฉบริษัท Block ของอดีตซีอีโอทวิตเตอร์ https://thestandard.co/hindenburg-research-block/ Sat, 25 Mar 2023 02:54:15 +0000 https://thestandard.co/?p=768344 Hindenburg

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (23 มีนาคม) Hindenburg Resear […]

The post ‘ตัวเลขผู้ใช้งานเกินจริง-แอปที่เอื้อต่อการฉ้อโกง’ เปิดบทวิเคราะห์ของ Hindenburg แฉบริษัท Block ของอดีตซีอีโอทวิตเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hindenburg

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (23 มีนาคม) Hindenburg Research บริษัทกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่มุ่งเน้นการชอร์ตหุ้น เผยแพร่บทวิเคราะห์โจมตี Block ธุรกิจผู้ให้บริการระบบชำระเงิน โดยมีอดีตซีอีโอทวิตเตอร์อย่าง แจ็ค ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) เป็นผู้บริหาร ซึ่งภายในบทวิเคราะห์ของ Hindenburg ระบุว่า

 

  • Block หรือเดิมชื่อ Square เป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดถึง 44,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอ้างว่าได้พัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินที่ปราศจากอุปสรรค โดยมีพันธกิจตามคำว่า ‘Unbanked’ และ ‘Underbanked’
  • จากการสืบสวนเป็นระยะเวลา 2 ปี พบข้อสรุปว่า Block ใช้ประโยชน์จากข้อมูลประชากร โดยอ้างว่าระบบ ‘เวทมนตร์’ ที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจของ Block ไม่ใช่นวัตกรรมที่แปลกใหม่ แต่เป็นความตั้งใจของบริษัทที่จะอำนวยความสะดวกในการฉ้อฉลต่อผู้บริโภคและรัฐบาล หลีกเลี่ยงกฎระเบียบ ปลอมแปลงสินเชื่อและค่าธรรมเนียม ซึ่งอ้างว่าเป็นเทคโนโลยีที่ปฏิวัติวงการและทำให้นักลงทุนเข้าใจผิดด้วยการวัดเมตริกที่สูงเกินจริง
  • แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่รู้สึกตื่นเต้นกับแพลตฟอร์ม Cash App ของ Block โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้งานที่ทำธุรกรรม 51 ล้านคนต่อเดือน และจากต้นทุนในการหาลูกค้าต่ำจะช่วยผลักดันการเติบโตของอัตรากำไร และทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มในอนาคตต่อการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่
  • แต่ Hindenburg พบว่า Block ให้ข้อมูลเกินจริงถึงจำนวนผู้ใช้งานและต้นทุนของการได้มาซึ่งลูกค้า โดยอดีตพนักงานของ Block ประเมินว่า 40-75% ของบัญชีที่พวกเขาตรวจสอบเป็นบัญชีปลอม บัญชีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง หรือมีบัญชีเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับบุคคลที่ฉ้อโกง
  • หัวใจหลักของปัญหาคือ Block ยอมรับกลุ่มประชากรยากจน ซึ่งรวมถึงอาชญากรมาเป็นลูกค้า แนวทางการปฏิบัติของบริษัททำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสร้างบัญชีจำนวนมากสำหรับการฉ้อโกงข้อมูลประจำตัวและการหลอกลวงอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย จากนั้นดึงเงินที่ขโมยออกไปอย่างรวดเร็ว
  • Block กำลังสร้างความสับสนว่ามีผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม Cash App กี่คน จากรายงานการวัดธุรกรรมที่ใช้งานอยู่ ซึ่งเต็มไปด้วยบัญชีปลอมและซ้ำซ้อน ฉะนั้น Block ควรชี้แจงให้นักลงทุนทราบถึงจำนวนผู้ใช้งานที่แท้จริงที่ใช้งาน Cash App
  • ซึ่งปรากฏการณ์ของการอนุญาตให้ผู้ใช้งานที่ถูกขึ้นบัญชีดำเป็นเรื่องธรรมดาที่เห็นได้จากบรรดาแรปเปอร์ที่มักอวดอ้างถึงเรื่องนี้ในเพลงฮิปฮอป
  • แจ็ค ดอร์ซีย์ ซีอีโอของ Block ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนถึงการที่ Cash App ถูกกล่าวถึงในเพลงฮิปฮอปหลายร้อยเพลงว่าเป็นการทำเพื่อดึงดูดกระแส แต่การตรวจสอบเพลงเหล่านั้นกลับพบว่าศิลปินไม่ได้แรปถึงการใช้งานที่ราบรื่นบน Cash App เลย แต่มีการแรปถึงการหลอกลวง ค้ายาเสพติด หรือแม้แต่จ่ายเงินสำหรับการฆาตกรรมภายในแอปดังกล่าว
  • Cash App ยังถูกอ้างจนถึงตอนนี้ว่าเป็นแอปอันดับต้นๆ ที่ใช้ในการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ ตามรายงานขององค์กรไม่แสวงหากำไร อีกทั้งคำร้องเรียนของกระทรวงยุติธรรมหลายฉบับพบว่า Cash App ถูกนำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าประเวณี รวมทั้งการค้าบริการผู้เยาว์
  • ตัวอย่างของการบิดเบือนยังมีอีกมากมาย เช่น แจ็ค ดอร์ซีย์ มีบัญชีปลอมหลายบัญชี รวมถึงบางบัญชีที่มีจุดประสงค์เพื่อหลอกลวงผู้ใช้ Cash App แม้แต่ อีลอน มัสก์ และ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังมีจำนวนหลายบัญชี
  • เพื่อทดสอบสิ่งนี้ Hindenburg ได้เปลี่ยนบัญชีเป็นชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ และ อีลอน มัสก์ ปรากฏว่าสามารถส่งและรับเงินได้อย่างง่ายดาย เราสั่งซื้อบัตรเงินสดภายใต้บัญชี โดนัลด์ ทรัมป์ ปลอม และลองตรวจสอบเพื่อดูว่าการปฏิบัติดังกล่าวอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ Cash App หรือไม่ แต่ในเวลาต่อมาบัตรเงินสดถูกส่งมาทางไปรษณีย์โดยทันที
  • ในขณะที่หุ้น Block พุ่งสูงขึ้นจากการอำนวยความสะดวกในการฉ้อโกง แจ็ค ดอร์ซีย์ และ จิม แมคเคลวีย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ได้ร่วมกันขายหุ้นมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ในช่วงที่เกิดโรคระบาด ผู้บริหารคนอื่นๆ รวมถึงซีเอฟโอ อัมริตา อาฮูจา (Amrita Ahuja) และหัวหน้าผู้จัดการของ Cash App อย่าง ไบรอัน กราสสาโดเนีย (Brian Grassadonia) ก็เทขายหุ้นหลายล้านดอลลาร์เช่นกัน
  • แม้สภาคองเกรสจะผ่านกฎหมายจำกัดค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน ที่เรียกเก็บโดยธนาคารขนาดใหญ่ที่มีสินทรัพย์มากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ Block ซึ่งมีสินทรัพย์มูลค่า 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ก็หลีกเลี่ยงกฎระเบียบเหล่านี้โดยการกำหนดเส้นทางการชำระเงินผ่านธนาคารขนาดเล็ก และควักกระเป๋าจากพ่อค้าที่มีค่าธรรมเนียมสูง
  • Block มีการอ้างอิงที่คลุมเครือ โดยมีเพียงรายงานเดียวในการยื่นเอกสารที่ยอมรับว่าได้รับรายได้จากค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน แต่รายงานการวิจัยของ Credit Suisse ในปี 2022 พบว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของรายได้บน Cash App มาจากแหล่งที่มาที่ไม่ชัดเจน
  • โดยสรุป Hindenburg พบว่า Block ทำให้นักลงทุนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวัดจำนวนผู้ใช้งานที่สำคัญ และเปิดรับข้อเสนอที่เอาเปรียบผู้อื่นและใช้แนวทางปฏิบัติที่เลวร้ายที่สุด เพื่อกระตุ้นการเติบโตและผลกำไรจากการอำนวยความสะดวกให้แก่การฉ้อโกงทั้งต่อผู้บริโภคและรัฐบาล
  • นอกจากนี้ Hindenburg เชื่อว่า แจ็ค ดอร์ซีย์ กำลังสร้างอาณาจักรและสะสมทรัพย์สมบัติส่วนตัวมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากแจ็คและผู้บริหารระดับสูงขายหุ้นไปแล้วกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ จากการเติบโตครั้งใหญ่ของ Block พวกเขา (กลุ่มผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร) จึงมั่นใจได้ว่าพวกเขาจะสบายดีไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post ‘ตัวเลขผู้ใช้งานเกินจริง-แอปที่เอื้อต่อการฉ้อโกง’ เปิดบทวิเคราะห์ของ Hindenburg แฉบริษัท Block ของอดีตซีอีโอทวิตเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น ‘Block’ ของ แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตซีอีโอทวิตเตอร์ร่วง 15% หลังถูกแฉระบบภายในหละหลวม เปิดทางข้องแวะอาชญากรรม https://thestandard.co/block-shares-plunge-15-percent/ Fri, 24 Mar 2023 01:36:44 +0000 https://thestandard.co/?p=767672

สถานีโทรทัศน์ CNBC รายงานว่า หุ้นของ Block ซึ่งอยู่ในธุ […]

The post หุ้น ‘Block’ ของ แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตซีอีโอทวิตเตอร์ร่วง 15% หลังถูกแฉระบบภายในหละหลวม เปิดทางข้องแวะอาชญากรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>

สถานีโทรทัศน์ CNBC รายงานว่า หุ้นของ Block ซึ่งอยู่ในธุรกิจกลุ่มฟินเทคที่ แจ็ค ดอร์ซีย์ Jack Dorsey (ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอ Twitter) ก่อตั้งขึ้น ปรับตัวร่วงแรงเกือบ 15% เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (23 มีนาคม) หลังจากโดน Hindenburg Research บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการแกะรอยหลักฐานและสืบค้นการกระทำผิดทางการเงินและธุรกิจ ออกมาเปิดเผยว่า การควบคุมภายในที่หละหลวมเปิดทางกิจกรรมผิดกฎหมายต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องกับบริษัท และมีความไม่ชอบมาพากลในการดำเนินการขยายฐานผู้ใช้ที่ทำธุรกรรมของ Cash App ซึ่งเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพที่สำคัญ 

 

ทั้งนี้ Hindenburg Research อธิบายระบบการกำกับดูแลภายในของ Block ว่าเป็น แนวทาง ‘Wild West’ ในการปฏิบัติตาม โดยรายงานของ Hindenburg Research ที่ใช้เวลาสืบสวนตรวจสอบนาน 2 ปีพบว่า Block ได้ใช้ประโยชน์จากการให้บริการลูกค้าที่ ‘ไม่มีบัญชีธนาคาร’ ซึ่งลูกค้าที่ไม่มีบัญชีธนาคารเหล่านั้นส่วนหนึ่งมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางอาญาหรือผิดกฎหมาย และพบข้อบกพร่องในโปรแกรมการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ Cash App 

 

นอกจากนี้ การตรวจสอบครั้งนี้ ทาง Hindenburg ได้พูดคุยกับอดีตพนักงานหลายคนซึ่งอธิบายว่า แม้จะถูกกล่าวว่าเกิดปัญหาฉ้อฉล โกง หรือหลอกลวงใน Block แต่ความกังวลดังกล่าวของผู้ใช้ก็ถูกเพิกเฉย

 

ยิ่งไปกว่านั้น รายงานยังพบว่ารายได้มากถึง 35% ของ Cash App มาจากค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน ซึ่งหมายความว่ารายได้ของ Block ราว 892 ล้านดอลลาร์ควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลทางกฎหมาย แต่ Block ซึ่งเดิมใช้ชื่อ Square กลับหลีกเลี่ยงการกำกับดูแลดังกล่าว โดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายที่ยกเว้นให้กับธนาคารขนาดเล็ก 

 

ก่อนหน้านี้ ผู้ให้บริการชำระเงินอย่าง PayPal ก็โดนสอบสวนจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ จากกรณีดังกล่าวมาแล้ว และครั้งนี้ Hindenburg ก็ยื่นจดหมายต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (ก.ล.ต.) ขอให้มีการสอบสวนตรวจสอบ Block จากกรณีที่คล้ายคลึงกันนี้เช่นกัน  

 

โดย Hindenburg สรุปว่า Block ทำให้นักลงทุนเข้าใจผิดเกี่ยวกับมาตรวัดประสิทธิภาพ และเปิดรับข้อเสนอที่เอาเปรียบผู้อื่น และมีความหละหลวมในการกำกับดูแล รวมถึงกระตุ้นการเติบโตและผลกำไรของบริษัทด้วยการอำนวยความสะดวกในการฉ้อโกงต่อผู้บริโภคและรัฐบาล

 

ล่าสุด ด้าน Block ได้ออกแถลงการณ์โต้ตอบ Hindenburg เมื่อวันพฤหัสบดี (23 มีนาคม) ว่า บริษัทตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับ ก.ล.ต. ของสหรัฐฯ และตรวจสอบการดำเนินการทางกฎหมายกับ Hindenburg Research สำหรับรายงานที่ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงและทำให้เข้าใจผิด

 

Block ยืนยันอีกว่า บริษัทมีสถานะเป็นบริษัทมหาชนที่มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด  มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ และมั่นใจในผลิตภัณฑ์ โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าการรายงานโปรแกรมการปฏิบัติตามข้อกำหนด และการควบคุมของบริษัทอย่างเข้มงวดที่ผ่านมาจะไม่ถูกก่อกวนด้วยกลวิธีการเงินที่ไม่ชอบมาพากลทั้งหลาย 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง: 

The post หุ้น ‘Block’ ของ แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตซีอีโอทวิตเตอร์ร่วง 15% หลังถูกแฉระบบภายในหละหลวม เปิดทางข้องแวะอาชญากรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Web 3.0 ยังไม่ทันชัด Web 5.0 กำลังมาแล้ว! TBD บริษัทในเครือของ แจ็ค ดอร์ซีย์ เล็งจดชื่อทะเบียนการค้าเกี่ยวกับ Web 5.0 https://thestandard.co/tbd-jack-dorsey-web-5-0/ Wed, 30 Nov 2022 02:25:27 +0000 https://thestandard.co/?p=717591

TBD บริษัทเฉพาะทางด้าน Bitcoin ภายใต้เครือ Block ของ แจ […]

The post Web 3.0 ยังไม่ทันชัด Web 5.0 กำลังมาแล้ว! TBD บริษัทในเครือของ แจ็ค ดอร์ซีย์ เล็งจดชื่อทะเบียนการค้าเกี่ยวกับ Web 5.0 appeared first on THE STANDARD.

]]>

TBD บริษัทเฉพาะทางด้าน Bitcoin ภายใต้เครือ Block ของ แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตซีอีโอ Twitter เล็งจดชื่อทะเบียนการค้าเกี่ยวกับ Web 5.0 เพื่อป้องกันการสับสนในความหมาย และป้องกันผู้อื่นใช้ความหมายดังกล่าวอย่างหละหลวม

 

โดย TBD ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่าน Twitter ว่า “เราเพิ่งรู้ว่าคำว่า ‘Web 5.0’ นั้นถูกนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงข้ามกับความหมายที่เราเคยตั้งขึ้นมาอย่างสิ้นเชิง”

 

ซึ่งใน Twitter ดังกล่าวเสริมต่อว่า “เราจึงตัดสินใจที่จะปกป้องคำนิยามสำหรับ Web 5.0 เพื่อป้องกันการนำไปใช้แล้วเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนิยามของคำดังกล่าว และเพื่อให้แน่ใจว่า Web 5.0 ถูกเข้าใจอย่างถูกต้องว่าหมายถึงเลเยอร์ใหม่ของอินเทอร์เน็ตที่มีการกระจายอำนาจ (Decentralize) อย่างแท้จริง”

 

Web 5.0 นั้นถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกในปีนี้ที่งาน Consensus Festival จัดโดยสำนักข่าวออนไลน์ Coindesk ซึ่งทาง TBD ได้อธิบายไว้ในงานดังกล่าวว่า Web 5.0 คือการนำเอกลักษณ์ของการกระจายศูนย์ (Decentralization) และการเก็บข้อมูลมายังผู้ใช้งานรายบุคคล เพื่อให้นักพัฒนามุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ขณะที่ผู้ใช้งานก็มีสิทธิ์ในการความเป็นเจ้าของข้อมูลของตนเอง

 

TBD ชี้ว่า Web 5.0 เป็นการผสมผสานระหว่างแนวคิดของ Web 2.0 และ Web 3.0 เพื่อให้เป็นเครื่องมือของสาธารณะเพื่ออรรถประโยชน์สำหรับทุกคน ให้เกิดเป็นยุคใหม่ของอินเทอร์เน็ต แม้การจะขึ้นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับ Web 5.0 ที่ต้องการป้องกันคนนำไปใช้ ดูเหมือนจะตรงข้ามกับแนวคิดการกระจายอำนาจของอินเทอร์เน็ตอย่างแท้จริงก็ตาม

 

TBD ได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่า ไม่ได้มีเจตนาในการป้องกันผู้อื่นที่จะใช้คำนิยามของ Web 5.0 แต่เบื้องต้นเราต้องการหาทางป้องกันความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคำนิยามของ Web 5.0 ซึ่ง TBD เผยว่า กำลังหาทางทำให้ Web 5.0 ถูกนำไปใช้ทั้งในเชิงพาณิยช์และเชิงสาธารณะอยู่เช่นกัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post Web 3.0 ยังไม่ทันชัด Web 5.0 กำลังมาแล้ว! TBD บริษัทในเครือของ แจ็ค ดอร์ซีย์ เล็งจดชื่อทะเบียนการค้าเกี่ยวกับ Web 5.0 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดเหตุผลทำไมผู้นำองค์กรอย่าง มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก, แจ็ค ดอร์ซีย์ และ อีวาน สปีเกล ออกมาขอโทษพนักงานหลังการ Lay-off ครั้งใหญ่ https://thestandard.co/ceos-layoff-apologize/ Thu, 17 Nov 2022 07:28:07 +0000 https://thestandard.co/?p=710744 Lay-off

จากรายงานของ Layoffs.fyi เครื่องมือติดตามการเลิกจ้างในอ […]

The post เปิดเหตุผลทำไมผู้นำองค์กรอย่าง มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก, แจ็ค ดอร์ซีย์ และ อีวาน สปีเกล ออกมาขอโทษพนักงานหลังการ Lay-off ครั้งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lay-off

จากรายงานของ Layoffs.fyi เครื่องมือติดตามการเลิกจ้างในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เผยว่าเพียงเดือนนี้เดือนเดียว พนักงานกว่า 25,000 คนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในสหรัฐอเมริกาถูกเลิกจ้าง โดยนับตั้งแต่การระบาดใหญ่ของโควิด บริษัทเทคโนโลยีที่ปลดพนักงานเยอะที่สุดคือ Meta, Getir, Booking.com, Twitter, Uber, Better.com, Peloton และ Google

 

“ช่วง 2-3 สัปดาห์หลังสุด เป็นช่วงที่บริษัทสตาร์ทอัพและบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต่างประกาศปลดพนักงานครั้งใหญ่สุดเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี” โรเจอร์ ลี ผู้ร่วมก่อตั้ง Human Interest ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ Layoffs.fyi บอกกับ Insider

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

อาจมีเหตุผลสองข้อที่อยู่เบื้องหลังรูปแบบการเลิกจ้างนี้ โดยลีชี้ไปที่ปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังรุ่งเรือง และบริษัทต่างๆ กำลังขยายไลน์ผลิตภัณฑ์และพนักงานเพิ่มอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีพนักงานมากขึ้นที่ทำงานที่บ้าน และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็ไม่เข้มงวดเท่าตอนนี้

 

“ซีอีโอที่ดีที่สุดรู้ดีว่าพวกเขาต้องรับผิดชอบเรื่องนี้” ลีกล่าว “นั่นเป็นเหตุผลที่ผู้นำต่างออกมาขอโทษสำหรับการตัดสินใจที่ผิดพลาดของการจ้างงานปีที่แล้ว และตอนนี้ออกมาขอโทษสำหรับการปลดพนักงานครั้งใหญ่ แต่สิ่งนั้นจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ก็อีกเรื่อง”

 

และนี่คือบางส่วนของซีอีโอที่ออกมาขอโทษต่อสาธารณะสำหรับการปลดพนักงาน

 

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก จาก Meta – รายงานจาก Insider เผยจดหมายถึงพนักงานของเขา มาร์กขอโทษสำหรับการลงทุนกับ Meta มากกเกินไป หลังเขาประกาศว่าพนักงานกว่า 11,000 คนจะถูกเลิกจ้าง จดหมายดังกล่าวถูกเขียนไว้ว่า “หลายคนคาดการณ์ไว้ว่านี้จะเป็นการเร่งอย่างถาวรแม้การระบาดของโควิดจะสิ้นสุดลง ผมก็เช่นกัน ผมจึงตัดสินใจเพิ่มการลงทุนของเรา แต่น่าเสียดายที่สิ่งนั้นมันไม่ได้เป็นไปตามที่ผมคาดหวัง”

 

แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตซีอีโอ จาก Twitter – หลังซีอีโอคนใหม่ของแพลตฟอร์มอย่าง อีลอน มัสก์ ประกาศว่าจะลดพนักงานกว่า 50% รวมถึงผู้รับเหมาของบริษัท ผู้ก่อตั้งอย่างแจ็ค ดอร์ซีย์ก็ได้ทวีตว่า “เพื่อนพี่น้อง Twitter ไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบันนั้นแข็งแกร่งและยืดหยุ่น พวกเขาหาทางออกได้เสมอแม้ช่วงเวลานั้นจะยากลำบากมากก็ตาม ผมรู้ว่าหลายคนโกรธผม ผมต้องรับผิดชอบสำหรับทุกคนที่อยู่ในสถานการณ์นี้ ผมขยายบริษัทเร็วเกินไปและผมขอโทษสำหรับเรื่องนั้น”

 

อีวาน สปีเกล จาก Snap – บริษัท Snap ปลดพนักงานกว่า 1,200 คน หรือประมาณ 20% ของพนักงานประจำเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่คนวงในหลายคนแปลกใจ ในโน้ตที่เผยแพร่ทางออนไลน์ ซีอีโอของบริษัทอย่างอีวาน สปีเกลเขียนไว้ว่า ตอนนี้บริษัท “ต้องเผชิญกับผลที่ตามมาของการเติบโตของรายได้ที่ลดลง และการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของตลาด” 

 

และ “ผมเสียใจอย่างสุดซึ้งที่การเปลี่ยนแปลงพวกนี้นั้นจำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจของพวกเราจะประสบความสำเร็จในระยะยาว มิตรภาพที่เราทุกคนมีร่วมกันนั้นทำให้การเปลี่ยนแปลงนี้เจ็บปวดเป็นพิเศษ และเราจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อปฏิบัติต่อสมาชิกของทีมที่ต้องจากไปด้วยความเคารพและคำขอบคุณที่พวกเขาควรได้รับ”

 

ยังมีซีอีโอจากบริษัทสตาร์ทอัพอีกมากมายที่ออกมาขอโทษพนักงานหลังการเลิกจ้างครั้งใหญ่ เช่น โทเบียส ลุตก์ ซีอีโอจาก Shopify, แพทริก คอลลิสัน จาก Stripe, เกล็นน์ เคลแมน จาก Redfin, วลาด เทเนฟ จาก Robinhood, ไบรอัน อาร์มสตรอง จาก Coinbase, นิราจ ชาห์ จาก Wayfair และ ริช บาร์ตัน จาก Zillow

 

อ้างอิง:

The post เปิดเหตุผลทำไมผู้นำองค์กรอย่าง มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก, แจ็ค ดอร์ซีย์ และ อีวาน สปีเกล ออกมาขอโทษพนักงานหลังการ Lay-off ครั้งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตผู้ก่อตั้งและเป็นคนหนุน ‘อีลอน มัสก์’ ให้เข้าซื้อ Twitter ออกมาขอโทษหลังพนักงานจำนวนมากถูกปลด โดยอ้างทำให้บริษัท ‘โตเร็วเกินไป’ https://thestandard.co/jack-dorsey-elon-musk-twitter/ Mon, 07 Nov 2022 07:15:14 +0000 https://thestandard.co/?p=705262 Twitter

แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตผู้ก่อตั้ง Twitter ได้ออกมาทวีตขอโทษท […]

The post แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตผู้ก่อตั้งและเป็นคนหนุน ‘อีลอน มัสก์’ ให้เข้าซื้อ Twitter ออกมาขอโทษหลังพนักงานจำนวนมากถูกปลด โดยอ้างทำให้บริษัท ‘โตเร็วเกินไป’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Twitter

แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตผู้ก่อตั้ง Twitter ได้ออกมาทวีตขอโทษที่ทำให้บริษัทเติบโต ‘เร็วเกินไป’ เพียง 1 วันหลังจากที่เลิกจ้างพนักงานประมาณครึ่งหนึ่งภายใต้เจ้าของคนใหม่อย่าง อีลอน มัสก์ ที่เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่หนุนให้เข้าซื้อยักษ์โซเชียลมีเดีย

 

“คนใน Twitter ทั้งในอดีตและปัจจุบันนั้นแข็งแกร่งและยืดหยุ่น พวกเขาจะหาวิธีได้เสมอไม่ว่าจะยากแค่ไหนก็ตาม” ดอร์ซีย์ทวีต “ผมรู้ว่าหลายคนโกรธผม ซึ่งผมมีหน้าที่รับผิดชอบว่าทำไมทุกคนถึงอยู่ในสถานการณ์นี้…ผมขยายขนาดบริษัทเร็วเกินไป ผมขอโทษสำหรับเรื่องนั้น”

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2013 ไม่นานก่อนที่บริษัทโซเชียลมีเดียจะติดนามสกุลมหาชน Twitter มีพนักงานประมาณ 2,000 คน ตามเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา ภายในสิ้นปีที่แล้ว บริษัทรายงานพนักงานเต็มเวลามากกว่า 7,500 คน

 

สัญญาณการปลดพนักงานของมัสก์มีออกมาเรื่อยๆ นับตั้งแต่ที่มีข่าวเข้าซื้อกิจการ โดยการปลดหลังจากการเป็นเจ้าของเต็มตัวได้เริ่มจากผู้บริหารระดับสูง ก่อนจะทยอยเป็นทีมงานที่รับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน ความปลอดภัย การดูแลจัดการ และวิศวกรรม

 

การเลิกจ้างเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน แต่บางคนกล่าวว่าพวกเขาได้รู้ชะตากรรมของตัวเองเมื่อคืนก่อน เนื่องจากไม่สามารถลงชื่อเข้าใช้อีเมลได้อีกต่อไป โดยพนักงานทวีตข้อความแสดงความเศร้าและช็อก โดยหลายคนใช้แฮชแท็ก #lovewhereyouworked ซึ่งเป็นคำขวัญที่ไม่เป็นทางการของบริษัทที่ว่า ‘รักในที่ทำงานของคุณ’ แฮชแท็กอีกอัน #TwitterLayoffs กลายเป็นเทรนด์อันดับต้นๆ ในสหรัฐฯ อย่างรวดเร็วในวันศุกร์

 

วันเดียวกันนั้นเองมัสก์ได้ออกมาทวีตว่า ไม่มีทางเลือกที่ต้องปลดพนักงานเนื่องจากบริษัทสูญเสียเงิน 4 ล้านดอลลาร์ หรือราว 150 ล้านบาทต่อวัน

 

“ทุกคนที่ออกจากงานได้รับเงินชดเชย 3 เดือน ซึ่งมากกว่าที่กฎหมายกำหนด 50%” มัสก์ทวีต ซึ่งทวีตนี้เองได้จุดชนวนการฟ้องร้องดำเนินคดีแบบกลุ่มกับ Twitter ในทันที เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลางและของรัฐที่ต้องแจ้งการเลิกจ้างจำนวนมากล่วงหน้า 60 วัน

 

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาดอร์ซีย์ได้ทวีตว่า มัสก์เป็นสิ่งเดียวที่เขาวางใจในการแก้ปัญหาของ Twitter 

 

“Twitter ในฐานะบริษัทเป็นปัญหาเดียวของฉันเสมอ และเป็นความเสียใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉัน” เขาทวีต “มันเป็นเจ้าของโดย Wall Street และถูกผลักดันในการหารายได้จากรูปแบบโฆษณา การนำมันกลับมาจาก Wall Street เป็นขั้นตอนแรกที่ถูกต้อง”

 

หลังจาก Twitter ขายให้กับมัสก์ในมูลค่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์เสร็จสิ้น ดอร์ซีย์ยังคงครองสัดส่วนการถือหุ้น 2.4% ใน Twitter ตามรายละเอียดที่แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

 

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับคำขอโทษที่เพิ่งออกมา ดอร์ซีย์มักจะรำพึงถึงความเสียใจและความผิดพลาดของเขาผ่าน Twitter เช่นเมื่อต้นปีนี้ เขาระบุว่าการปิดแพลตฟอร์มวิดีโอคลิป Vine อันเป็นที่รัก เป็น ‘ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด’ ของเขา

 

ภาพ: Matt Crossick / PA Images via Getty Images

อ้างอิง:

The post แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตผู้ก่อตั้งและเป็นคนหนุน ‘อีลอน มัสก์’ ให้เข้าซื้อ Twitter ออกมาขอโทษหลังพนักงานจำนวนมากถูกปลด โดยอ้างทำให้บริษัท ‘โตเร็วเกินไป’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อีลอน มัสก์ จะปลดพนักงาน Twitter กว่า 25% เน้นคนที่ทำงานไม่หนัก ส่วน ‘แจ็ค ดอร์ซีย์’ อดีตผู้ก่อตั้งก็ยังไม่ได้ไปไหน ถือหุ้นอยู่ราว 3.7 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/elon-musk-twitter-layoff/ Wed, 02 Nov 2022 04:35:13 +0000 https://thestandard.co/?p=703251

ทีมของ อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอจาก SpaceX และ Te […]

The post อีลอน มัสก์ จะปลดพนักงาน Twitter กว่า 25% เน้นคนที่ทำงานไม่หนัก ส่วน ‘แจ็ค ดอร์ซีย์’ อดีตผู้ก่อตั้งก็ยังไม่ได้ไปไหน ถือหุ้นอยู่ราว 3.7 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทีมของ อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอจาก SpaceX และ Tesla เจ้าของใหม่ของ Twitter ใช้เวลา 2-3 วันแรกนับตั้งแต่เขาเข้าซื้อกิจการไปกับการวางแผนเลิกจ้างพนักงานกว่า 1 ใน 4 ส่วนของบริษัท และ ‘แจ็ค ดอร์ซีย์’ อดีตผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Twitter จะยังคงถือหุ้นของบริษัทต่อไปแม้จะมีเจ้าของใหม่แล้วก็ตาม

 

โดยมีรายงานว่าวงในของมัสก์และผู้บริหารระดับสูงของ Twitter ที่ยังอยู่กับบริษัท ได้ใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ของพวกเขาในการวางแผนต่างๆ ตั้งแต่การควบคุมเนื้อหาไปจนถึงการปลดพนักงานในบริษัท


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


บุคคลที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้บอกกับ The Washington Post ว่าการปลดพนักงานรอบแรกจะมีเป้าหมายอยู่ที่ 25% ของพนักงานทั้งหมด ไม่ว่าจะแผนกใดก็ตาม และโฟกัสไปที่ฝ่ายการขาย ฝ่ายผลิตภัณฑ์ วิศวกรรม กฎหมาย และฝ่าย Trust & Safety

 

ข่าวลือการเลิกจ้างจำนวนมากได้แพร่กระจายออกไปทั่วทุกสารทิศก่อนการมาของมัสก์ และดูเหมือนมหาเศรษฐีจะเริ่มดำเนินการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานจำนวนมากแล้ว

 

บุคคลที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้บอกกับ Insider ว่าวิศวกรบางคนของบริษัทถูกเรียกประชุม และมีทีมงานจาก Tesla มาประเมินคุณภาพของโค้ดที่ถูกเปลี่ยนแปลงล่าสุดของ Twitter พร้อมทั้งมอบหมายงานให้บางคนทำในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งรายงานจาก Insider ระบุไว้ว่ามีความรู้สึกเกิดขึ้นในหมู่พนักงานบางส่วนว่าพวกเขากำลังถูกทดสอบโดยทีมของมัสก์เพื่อดูว่าใครทำงานหนัก

 

โดยหลังจากบรรลุดีลมูลค่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ มัสก์ได้ไล่ผู้บริหารระดับสูงออกมากมายทั้ง พารัก อัคราวาล ซึ่งเพิ่งก้าวเข้าสู่ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน หลังจาก แจ็ค ดอร์ซีย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งประกาศลาออกอย่างกะทันหัน

 

วิจายา แกดเด หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย นโยบาย และความไว้วางใจ และ เน็ด เซกัล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ซึ่งเข้าทำงานใน Twitter ตั้งแต่ปี 2017 ก็เป็นอีก 2 รายที่ถูกไล่ออก

 

ทั้งนี้ ตามเอกสารที่ใหม่ที่ยื่นกับ ก.ล.ต. ‘แจ็ค ดอร์ซีย์’ อดีตผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท ได้ตกลงที่จะ Roll Over หุ้น 2.4% ของเขาที่เหลืออยู่กับ Twitter ไปกับบริษัทโฮลดิ้งใหม่ของมัสก์อย่าง ‘X Holdings I Inc.’ แล้ว ซึ่งมีมูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 3.7 หมื่นล้านบาท คิดเป็นหุ้นราว 18 ล้านหุ้น

 

อ้างอิงจากเอกสารดังกล่าว ดอร์ซีย์ตกลงที่จะ Roll Over หุ้นของเขาในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตอนที่มัสก์ลงนามในสัญญาควบกิจการร่วมกับ Twitter ซึ่งเขาได้ Roll Over อย่างเป็นทางการในวันเดียวกันกับที่มัสก์ปิดดีลการเข้าซื้อกิจการ

 

อ้างอิง:

The post อีลอน มัสก์ จะปลดพนักงาน Twitter กว่า 25% เน้นคนที่ทำงานไม่หนัก ส่วน ‘แจ็ค ดอร์ซีย์’ อดีตผู้ก่อตั้งก็ยังไม่ได้ไปไหน ถือหุ้นอยู่ราว 3.7 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Twitter มีเจ้าของใหม่เป็น ‘อีลอน มัสก์’ ไม่ทันไร แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตผู้ก่อตั้งก็ประกาศเปิดตัว Bluesky Social โซเชียลมีเดียใหม่ของตัวเองขึ้นมาทันที https://thestandard.co/elon-musk-twitter-jack-dorsey/ Mon, 31 Oct 2022 10:22:09 +0000 https://thestandard.co/?p=702450 Twitter

แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตผู้ก่อตั้งและซีอีโอของแพลตฟอร์มโซเชีย […]

The post Twitter มีเจ้าของใหม่เป็น ‘อีลอน มัสก์’ ไม่ทันไร แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตผู้ก่อตั้งก็ประกาศเปิดตัว Bluesky Social โซเชียลมีเดียใหม่ของตัวเองขึ้นมาทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
Twitter

แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตผู้ก่อตั้งและซีอีโอของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังอย่าง Twitter ได้เปิดตัวแอปพลิเคชันเวอร์ชันเบตาของแพลตฟอร์มใหม่ที่เขาสร้างขึ้น พร้อมๆ กับตอนที่ อีลอน มัสก์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งจาก SpaceX และ Tesla เข้าปิดดีลการเข้าซื้อ Twitter

 

Bluesky Social แพลตฟอร์มโซเชียลใหม่ของดอร์ซีย์ที่มีพื้นฐานมาจากบล็อกเชน ประกาศว่ากำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ และกำลังเปิดรับผู้ที่สนใจทดสอบแอปในเวอร์ชันเบตา ซึ่งตัวแทนของบริษัทกล่าวว่า ข่าวดังกล่าวดึงดูดผู้ที่สนใจทดสอบแอปกว่า 30,000 คน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

เว็บไซต์ของ Bluesky กล่าวว่ามีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุน “รากฐานใหม่ของโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ช่วยให้ครีเอเตอร์เป็นอิสระจากแพลตฟอร์ม Dev ที่มีอิสระในการสร้าง และประสบการณ์แบบกำหนดเองสำหรับผู้ใช้” และจากข้อมูลของ Gizmodo หนึ่งในจุดขายหลักของ Bluesky คือเทคโนโลยี ‘AT Protocol’ จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมอัลกอริทึม

 

ทั้งนี้ ดอร์ซีย์กล่าวไว้เมื่อปี 2019 ว่า Twitter กำลังจะสนับสนุนการพัฒนา “มาตรฐานที่เปิดและกระจายอำนาจสำหรับโซเชียลมีเดีย”

 

ซึ่งในข้อความส่วนตัวระหว่างเขาและมัสก์ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในศาล จากคดีระหว่างมัสก์และ Twitter ดอร์ซีย์กล่าวว่า “มันจำเป็นต้องมีแพลตฟอร์มใหม่ ซึ่งต้องไม่ใช่บริษัท นั่นเป็นเหตุผลที่ผมลาออกมา” และบอกว่า Twitter ควรมี “โปรโตคอลหรือชุดกฎที่เป็น Open Source” พร้อมกล่าวเสริมว่า “Twitter ไม่ควรมีโฆษณา”

 

ภาพ: Frederic Legrand – COMEO / Shutterstock

อ้างอิง:

The post Twitter มีเจ้าของใหม่เป็น ‘อีลอน มัสก์’ ไม่ทันไร แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตผู้ก่อตั้งก็ประกาศเปิดตัว Bluesky Social โซเชียลมีเดียใหม่ของตัวเองขึ้นมาทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ใช่แค่คริปโต จับตา 5 อันดับ NFT ที่มูลค่าดิ่งลงเหว https://thestandard.co/5-nft-dropping/ Tue, 24 May 2022 13:03:32 +0000 https://thestandard.co/?p=633317 NFT

ในปีที่ผ่านมาตลาด NFT โตถึง 21,000% หรือเกือบ 6 แสนล้าน […]

The post ไม่ใช่แค่คริปโต จับตา 5 อันดับ NFT ที่มูลค่าดิ่งลงเหว appeared first on THE STANDARD.

]]>
NFT

ในปีที่ผ่านมาตลาด NFT โตถึง 21,000% หรือเกือบ 6 แสนล้านบาท แต่ทว่าในปีนี้ยอดขายกลับลดลงถึง 92% และลดลงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 19.8% ทุกเดือน ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีคอลเล็กชันไหนรอดจากหน้าหนาวของ NFT ครั้งนี้ แต่มีขึ้นก็ต้องมีลง มีกำไรก็ต้องมีขาดทุน ไหนเรามาดูกันว่า NFT นั้นร่วงหนักขนาดไหน และถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะช้อนซื้อกัน

 

1. ทวีตแรกของ Jack Dorsey (-99.99%)

 

นับเป็นสิ่งที่น่าอับอายที่สุดเลยก็ว่าได้ จำข่าวใหญ่เกี่ยวกับ NFT ได้ไหมว่ามีคนซื้อทวีตแรกของ Jack Dorsey ผู้ก่อตั้ง Twitter ในมูลค่า 100 ล้านบาท ล่าสุดผู้ซื้อคนนี้ Sina Estavi ซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวอิหร่านได้เอาทวีตนั้นมาประมูลในมูลค่า 48 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,700 ล้านบาท พร้อมให้คำมั่นหมายว่าจะเอาเงินที่ได้ครึ่งหนึ่งไปบริจาคให้มูลนิธิ แต่เมื่อการประมูลมาถึง ทวีตนี้กลับได้รับการประมูลไปไม่ถึง 10,000 บาท นับเป็นการขาดทุนที่ย่อยยับจริงๆ

 

2. Axie Infinity (-82%)

 

เกม Play to Earn ฮอตฮิตที่ได้รับความสนใจอย่างล้นเหลือนี้กำลังพังพินาศ เพราะเหรียญของเกม AXS ราคาร่วงถึง 82% ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน สาเหตุเกิดมาจากความนิยมในตัวเกมที่น้อยลงจากผู้เล่น ทำให้มีคนใช้เหรียญน้อยลง และการถูกแฮ็กที่เสียหายถึง 20,000 ล้านบาท นอกจากนี้ผู้เล่นใหม่ๆ ยังลังเลที่จะเข้ามาเล่นเพราะรูปแบบของตัวเกมคล้ายกับแชร์ลูกโซ่

 

3. Bored Ape Yacht Club (-50%)

 

ถัดมาคือ BAYC เพราะเป็นคอลเล็กชันที่มาแรงที่สุดจากแรงสนับสนุนของเหล่าดาราอย่าง Madonna และ Justin Bieber แถมยังได้ออกรายการโชว์ของ Jimmy Fallon ถึงแม้จะมีการดันอย่างท่วมท้นแต่ตอนนี้ราคาของตัวที่ถูกที่สุดก็ร่วงลง 50% จาก 15 ล้านบาท กลายเป็น 6.8 ล้านบาท จากเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2022 และการร่วงหล่นของราคานี้ยังครอบคลุมไปถึงโปรเจ็กต์อื่นๆ ในเครือด้วย ทั้ง Mutant Ape Yacht Club และ Otherdeeds ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ที่ดินดิจิทัลใหม่ของ Yuga Labs

 

4. Azuki (-45%)

 

ตามมาติดๆ ด้วยโปรเจ็กต์สไตล์อนิเมะที่เคยติดอันดับ Top 10 ใน OpenSea เริ่มแรกราคาต่อชิ้นอยู่ที่ 1.3 ล้านบาท แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อผู้ก่อตั้งโปรเจ็กต์นาม Zagabond ได้ออกมาสารภาพใน Twitter ว่าตนมีส่วนร่วมในโปรเจ็กต์ที่เคยล้มเหลวมาแล้วถึงสามอัน ทำให้ราคาดิ่งลงเหวเหลือ 700,000 บาท ภายใน 24 ชั่วโมง

 

5. CryptoPunks (-15%)

 

จบท้ายด้วย NFT ในตำนาน CryptoPunks แม้จะได้คนดังอย่าง Steve Aoki และ Heidi Klum มาหนุน NFT ภาพพิกเซลในตำนานนี้กำลังหดตัวเพราะหนึ่งใน NFT ของคอลเล็กชันนี้ CryptoPunk #273 เพิ่งถูกขายไปในราคา 4.8 ล้านบาท หลังจากที่ถูกซื้อมาในราคา 35 ล้านบาท เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว คิดเป็น -86% ทำให้ CryptoPunks ตัวอื่นๆ ขายขาดทุนตามไปด้วย และราคาเฉลี่ยของคอลเล็กชันนี้ก็ร่วงลงถึง 15%

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียง NFT แนวหน้าที่มีมูลค่าอันดับต้นๆ จากท้ังตลาด และการลงดิ่งของคอลเล็กชันเหล่านี้ก็สะท้อนถึงสภาวะตลาดคริปโตและ NFT ที่กำลังอยู่ในขาลง ไม่ว่าจะเป็นโปรเจ็กต์เล็กใหญ่หรือศิลปินเดี่ยว นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ราคา NFT ลงมาหนักขนาดนี้ และอาจเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความไม่ยั่งยืนของสินทรัพย์ศิลปะดิจิทัล ซึ่งคงมีแต่เวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ได้ว่าเกมนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป

 

ภาพ: Azuki

อ้างอิง: 

The post ไม่ใช่แค่คริปโต จับตา 5 อันดับ NFT ที่มูลค่าดิ่งลงเหว appeared first on THE STANDARD.

]]>
NFT ตายแล้วเหรอ? ใจเย็นก่อน https://thestandard.co/nft-already-dead/ Mon, 16 May 2022 03:47:09 +0000 https://thestandard.co/?p=629290 NFT

เริ่มจากภาพลิงดิจิทัลราคา 14 ล้านบาทของ Bored Ape Yacht […]

The post NFT ตายแล้วเหรอ? ใจเย็นก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
NFT

เริ่มจากภาพลิงดิจิทัลราคา 14 ล้านบาทของ Bored Ape Yacht Club ดิ่งลงไปกว่าครึ่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับทวีตแรกของ Jack Dorsey เพิ่งถูกเสนอซื้อเพียงไม่ถึงหมื่นบาทหลังถูกประมูลไปเกินกว่า 100 ล้าน และมูลค่าซื้อขายใน OpenSea หรือแพลตฟอร์ม NFT ที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็เหลือเพียง 1.8 พันล้านบาทต่อวัน ซึ่งนับเป็นมูลค่าที่ตำ่ที่สุดตั้งแต่เดือนธันวาคม ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้เราตั้งคำถามว่า ถึงเวลาแล้วหรือที่ NFT กำลังจะล่มสลาย? 

 

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามูลค่าซื้อขาย NFT ลดลงอย่างหนัก ด้วยราคาต่อชิ้นที่ดิ่งลงถึง 50% หรือต่ำกว่าในทุกแพลตฟอร์ม ไม่เว้นแม้แต่โปรเจ็กต์ดังๆ ที่มีดาราฮอลลีวูดหนุนอยู่ เช่น World of Women ของ Reese Witherspoon ที่ร่วงจากล้านกว่าๆ กลายเป็นสามแสน ทำให้ทุกคนสงสัยว่านี่อาจจะเป็นจุดจบของ NFT แต่แท้ที่จริงสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ก็ร่วงตามกันมาเหมือนกัน เช่น Bitcoin ที่ร่วงเหลือ 9 แสนจาก 2 ล้านกว่าบาท หรือ Ethereum ที่ร่วงจาก 160,000 บาท เป็น 70,000 บาท ซึ่งส่งผลกระทบให้เหรียญคริปโตสกุลอื่นๆ พลอยร่วงหล่นลงไปด้วย นอกจากนี้หุ้นต่างๆ ก็ลงด้วยเช่นกัน ทั้ง Apple Amazon และดัชนี Nasdaq ที่ร่วงลง 12.5%, 30% และ 20% 

 

การปรับตัวลงของสินทรัพย์ทั้งหลายเหล่านี้ อาจดูเหมือนสัญญาณของฟองสบู่ที่น่ากลัว แต่สาเหตุจริงๆ นั้นมาจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 0.5% จากทางรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งอัตรานี้นับเป็นการปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 20 ปี ประกอบกับการปรับตัวลงของสินทรัพย์ต่างๆ ที่ขึ้นสูงเกินมูลค่าจริงช่วงโควิดระบาดรอบแรก ซึ่งสองปัจจัยนี้ก็มีผลกระทบที่ใหญ่หลวงกับสินทรัพย์ทุกชนิด ฉะนั้นเมื่อสินทรัพย์ใดๆ เกิดเทรนด์ขาลงก็จะก่อให้เกิดปฏิกิริยาตามๆ กันจากสินทรัพย์อื่นๆ และด้วยความที่ NFT นั้นมีความเสี่ยงสูงอยู่แล้วจึงทำให้มูลค่าหดตัวมากกว่าสินทรัพย์อื่นหลายเท่า 

 

แต่อย่าลืมว่า NFT นั้นเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีอายุเพียง 4 ปีหากเทียบกับตลาดหุ้นที่มีรากฐานมายาวนาน ดังนั้น NFT อาจเป็นแค่เทรนด์ที่ไม่ใช่อนาคต หรือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมหาศาลเหมือนเด็กแรกเกิด เพราะท่ามกลางกระแสดิ่งลงของมูลค่าต่างๆ ก็เกิดการซื้อขายที่ดินดิจิทัลอย่างบ้าคลั่งของ Otherside ซึ่งเป็น Metaverse ที่ถูกสร้างโดย Bored Ape Yacht Club เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา โปรเจ็กต์นี้ประสบความสำเร็จมากจนมียอดขายถึง 3 หมื่นล้านบาทภายใน 10 วัน เป็นเหตุการณ์ที่ให้ความหวังไม่น้อยกับผู้ที่เชื่อในคริปโตและ NFT  

 

คอนเซ็ปต์แห่ง NFT จะอยู่หรือจะไปนั้นยังยากที่จะหาคำตอบ และความผันผวนของ NFT และคริปโตก็สร้างความตึงเครียดไม่น้อยให้กับผู้ถือที่กำลังเห็นเงินลงทุนตัวเองหายไปเกินครึ่ง แต่หากเราเชื่อในสิ่งนี้ การร่วงลงของราคาอาจเป็นโอกาสทองแบบลดหนักจัดเต็มให้นักสะสมได้ช้อนซื้ออย่างเต็มที่ จากศิลปินหรือโปรเจ็กต์ที่ตนชื่นชอบ เพราะมันอาจจะขึ้นกลับมาสูงกว่าราคาเดิมก็เป็นได้ 

The post NFT ตายแล้วเหรอ? ใจเย็นก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
2 ทัศนะจาก ‘อีลอน มัสก์ และ แจ็ค ดอร์ซีย์’ มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีที่โด่งดังที่สุดในโลกเกี่ยวกับ ‘Web 3.0’ https://thestandard.co/elon-musk-and-jack-dorsey-are-talking-about-web3-heres-why/ Mon, 02 May 2022 07:48:05 +0000 https://thestandard.co/?p=623755 Web 3.0

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla และ แจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่ […]

The post 2 ทัศนะจาก ‘อีลอน มัสก์ และ แจ็ค ดอร์ซีย์’ มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีที่โด่งดังที่สุดในโลกเกี่ยวกับ ‘Web 3.0’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Web 3.0

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla และ แจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter โดย 2 มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีที่โด่งดังที่สุดในโลกได้แสดงความคิดเห็นต่ออินเทอร์เน็ตรูปแบบใหม่อย่าง ‘Web 3.0’

 

ในขณะที่ยังคงเป็นแนวคิดที่ไม่ชัดเจน Web 3.0 ได้รับการยกย่องจากผู้สนับสนุนว่าเป็น ‘อินเทอร์เน็ตแบบกระจายอำนาจ’ ที่มีพื้นฐานจากบล็อกเชน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนที่ไม่สามารถทดแทนได้หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ‘NFT’ ซึ่งผู้ประกอบการจำนวนมากทั่วโลกกำลังพยายามออกแบบและสร้างเทคโนโลยีและโปรโตคอลที่จะสนับสนุน Web 3.0

 

ผู้สนับสนุน Web 3.0 ได้ออกมาโต้แย้งว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ในปัจจุบันถูกรวมศูนย์มากเกินไปและควบคุมโดยบริษัทอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่จำนวนหนึ่ง เช่น Amazon, Apple, Alphabet และ Meta บริษัทแม่ของ Facebook ซึ่งบริษัทเหล่านี้ได้รวบรวมข้อมูลและเนื้อหาจำนวนมหาศาลจากสิ่งที่เกดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

โดยมัสก์ได้ทวีตคลิป TikTok เป็นบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตระหว่าง บิล เกตส์ และ เดวิด เลตเตอร์แมน ในปี 1995 และได้ถามว่า “ด้วยธรรมชาติในปัจจุบันที่แทบจะจินตนาการไม่ได้ อนาคตจะเป็นเช่นไร?”

 

“ฉันไม่ได้แนะนำว่า Web 3.0 นั้นเป็นของจริง มันเหมือนศัพท์ทางการตลาดมากกว่าโลกแห่งความจริงอีกตอนนี้ แค่สงสัยว่าอนาคตในอีก 10, 20, 30 ปี จะเป็นอย่างไร ปี 2051 ฟังดูล้ำยุคมาก!” มัสก์ทวีตต่อ

 

โดยในวันถัดมามัสก์ทวีตว่า “มีใครเห็น Web 3.0 บ้างไหม? ฉันหามันไม่เจอ”

 

ถึงแฟนๆ ที่น่ารำคาญของ Web 3.0 ดอร์ซีย์ได้บอกใบ้ว่ามันอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มทุน Andreessen Horowitz ซึ่งเป็นผู้สนับสนุน Facebook ยุคบุกเบิกและผู้สนับสนุน Web 3.0 โดย “มันอยู่ที่ไหนสักที่ระหว่าง A-Z” ดอร์ซีย์กล่าว

 

กองเชียร์ของ Web 3.0 ต้องการที่จะเห็นพลังอินเทอร์เน็ตไปอยู่ในมือของประชาชน ไม่ใช่กลุ่ม VC พวกเขาเชื่อว่ามันใหญ่และสำคัญเกินไปที่จะให้บริษัทหรือนักลงทุนจำนวนน้อยเข้ามาจัดการ

 

ทุกวันนี้อินเทอร์เน็ตมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกและมีบทบาทในการขับเคลื่อนทุกอย่างตั้งแต่โรงงานนิวเคลียร์ไปจนถึงโรงพยาบาล

 

สุดท้ายแล้วดอร์ซีย์เชื่อว่ากลุ่ม VC และหุ้นส่วนของพวกเขาจะลงเอยด้วยการเป็นเจ้าของ Web 3.0 “มันหนีจากเงื้อมมือพวกเขาไม่พ้นหรอก” เขาทวีต ซึ่งนั่นก่อให้เกิดกระแสด้านลบจากแฟนๆ ของแนวคิดนี้

 

นอกเหนือจากอินเทอร์เน็ตแล้ว ยังมีแรงผลักดันครั้งใหญ่ในการกระจายอำนาจทางการเงิน (DeFi) ซึ่งนำโดยผู้ประกอบการสกุลเงินดิจิทัลและผู้ที่ชื่นชอบเหรียญอย่าง Bitcoin และ Ether

 

การเคลื่อนไหวที่คล้ายกันกำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงาน จากเดิมพลังงานทั้งหมดเคยถูกผลิตขึ้นโดยบริษัทเพียงไม่กี่แห่งที่เลือกสรรแล้วขายให้กับมวลชน ตอนนี้บางคนกำลังควบคุมความต้องการพลังงานของตนเองและทำให้มีการกระจายอำนาจมากขึ้น

 

อ้างอิง:

The post 2 ทัศนะจาก ‘อีลอน มัสก์ และ แจ็ค ดอร์ซีย์’ มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีที่โด่งดังที่สุดในโลกเกี่ยวกับ ‘Web 3.0’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอของ Twitter เห็นด้วยกับการเข้าซื้อกิจการของ ‘อีลอน มัสก์’ มองเป็นทางออกที่ไว้วางใจ https://thestandard.co/jack-dorsey-elon-musk-twitter-lbo-radiohead/ Wed, 27 Apr 2022 01:47:37 +0000 https://thestandard.co/?p=621864 Jack Dorsey

การเข้าซื้อกิจการ Twitter ด้วยมูลค่า 1.5 ล้านล้านบาท แล […]

The post แจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอของ Twitter เห็นด้วยกับการเข้าซื้อกิจการของ ‘อีลอน มัสก์’ มองเป็นทางออกที่ไว้วางใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jack Dorsey

การเข้าซื้อกิจการ Twitter ด้วยมูลค่า 1.5 ล้านล้านบาท และเตรียมเปลี่ยนบริษัทมหาชนเป็นบริษัทส่วนตัวของ ‘อีลอน มัสก์’ มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่สำหรับ ‘แจ็ค ดอร์ซีย์’ ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอกลับมองเป็นทางออกที่เขาไว้วางใจ

 

ดอร์ซีย์ซึ่งถือหุ้นใน Twitter ด้วยสัดส่วน 2.36% ตามข้อมูลของ Bloomberg มองว่าการเปลี่ยนบริษัทที่ติดนามสกุลมหาชนในปี 2013 มาเป็นบริษัทส่วนตัวนั้นเป็นขั้นตอนแรกที่ถูกต้อง

 

“Twitter ในฐานะบริษัท เป็นปัญหาเดียวของฉันเสมอและความเสียใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉัน” เขาพิมพ์ในทวีต “มันเป็นเจ้าของโดย Wall Street และถูกผลักดันในการหารายได้จากรูปแบบโฆษณา การนำมันกลับมาจาก Wall Street เป็นขั้นตอนแรกที่ถูกต้อง”

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

รายงานของ The Verge ชี้ว่า สิ่งนี้ดูเหมือนจะบ่งบอกเป็นนัยว่าดอร์ซีย์เห็นด้วยกับแนวคิดของมัสก์เกี่ยวกับการสร้างธุรกิจสมัครสมาชิกของ Twitter นั้นมาถูกทางแล้ว

 

ดอร์ซีย์ยังย้ำถึงความเชื่อมั่นของตัวเองที่ว่า มัสก์เป็นสิ่งเดียวที่เขาวางใจในการแก้ปัญหาของ Twitter 

 

แถลงข่าวระบุว่าการตัดสินใจในการเปิดทางเข้าซื้อธุรกิจของคณะกรรมการเป็นเอกฉันท์ ขณะที่ทวีตของดอร์ซีย์ระบุว่า เขาเลือก ‘พารัก อักราวาล’ เพื่อสืบทอดตำแหน่งซีอีโอ

 

นี่อาจส่งสัญญาณว่า อักราวาลอาจได้นั่งตำแหน่งนี้ต่อแม้ว่า Twitter จะถูกเปลี่ยนมือมาสู่ชายผู้ร่ำรวยที่สุดในโลก ซึ่งหลังมีการซื้อกิจการอย่างเป็นทางการ หลายคนคาดว่าแม่ทัพคนปัจจุบันของ Twitter อาจลาออก

 

ภาพ: Joe Raedle / Getty Images

อ้างอิง:

The post แจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอของ Twitter เห็นด้วยกับการเข้าซื้อกิจการของ ‘อีลอน มัสก์’ มองเป็นทางออกที่ไว้วางใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ซีอีโอ’ คนใหม่ของ Twitter ประกาศปรับโครงสร้างองค์กร เปลี่ยนตำแหน่งระดับบริหาร เพิ่มความคล่องตัว https://thestandard.co/parag-agrawal-new-twitter-ceo-adjust-organization/ Tue, 07 Dec 2021 02:35:03 +0000 https://thestandard.co/?p=568403 Twitter

พารัก อัคราวัล (Parag Agrawal) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร […]

The post ‘ซีอีโอ’ คนใหม่ของ Twitter ประกาศปรับโครงสร้างองค์กร เปลี่ยนตำแหน่งระดับบริหาร เพิ่มความคล่องตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Twitter

พารัก อัคราวัล (Parag Agrawal) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คนใหม่ของ Twitter ประกาศเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรด้วยการปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัท หลังขึ้นรับตำแหน่งต่อจาก แจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter ที่ลาออกอย่างกระทันหัน

 

รายงานระบุว่า อดีตซีทีโอและมือขวาคนสำคัญของดอร์ซีย์จะเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารใน 3 ฝ่ายหลักคือ ฝ่ายบริหารลูกค้า (Consumer) โดยให้ เคย์วอน เบย์คปูร์ (Kayvon Beykpour) จากฝ่ายผลิตภัณฑ์ มาเป็นผู้จัดการทั่วไป ขณะที่ฝ่ายรายได้ (Revenue) ให้ บรูซ ฟอล์ก (Bruce Falk) ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป และฝ่ายเทคโนโลยีหลัก หรือ Core Tech ได้ นิก คอล์ดเวลล์ (Nick Caldwell) ซึ่งเดิมเป็นรองประธานฝ่ายวิศวกรรมมารับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายนี้

 

ขณะเดียวกัน การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ยังมีผลให้สองผู้บริหาร Twitter อย่าง ไมเคิล มอนทาโน (Michael Montano) หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม และ เดนต์ลีย์ เดวิส (Dantley Davis) หัวหน้าฝ่ายออกแบบและวิจัย ก้าวลงจากตำแหน่งในช่วงสิ้นปีนี้ แต่ทั้งสองคนจะรับตำแหน่งที่ปรึกษา Twitter ต่อไปอีกไตรมาส

 

เว็บไซต์ The Washington Post รายงานอ้างอีเมลที่ส่งภายในบริษัทซึ่งชี้แจงการปรับโครงสร้างบริหารนี้ว่า เพื่อให้กระบวนการทำงานคล่องตัวและรวดเร็วมากขึ้น และการแบ่งเป็น 3 ฝ่ายใหม่ เป็นการส่งเสริมการทำงานข้ามทีมทั้งในด้านวิศวกรรม ผลิตภัณฑ์ และการออกแบบ วิจัย โดยซีอีโอคนใหม่ย้ำชัดว่า จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างชัดเจน รวดเร็ว และน่าเชื่อถือ และทำให้ Twitter บรรลุเป้าหมายด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี

 

รายงานระบุว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนของความตั้งใจของผู้นำคนใหม่ที่ต้องการยกเครื่องปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายว่าเป็นอุปสรรคขัดขวางการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และมักก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในอยู่บ่อยครั้ง

 

ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Reuters เปิดเผยรายงานคาดการณ์ทิศทางอุตสาหกรรมโฆษณาในปี 2022 ที่พบว่า กระแสตลาดโฆษณาโลกจะหันหน้าเข้าหาสื่ออย่างโซเชียลมีเดียและโลกออนไลน์มากขึ้นกว่าปีก่อน ทำให้บริษัทเจ้าของแบรนด์โดยตรงและเจ้าของเอเจนซีโฆษณาพึ่งพาเสิร์ชเอนจินอย่าง Google และแพลตฟอร์ม Facebook ของ Meta มากขึ้น

 

โดย โจนาธาน บาร์นาร์ด ผู้อำนวยการฝ่าย Global Intelligence ของ Zenith บริษัทเอเจนซีโฆษณาซึ่งจัดทำรายงานคาดการณ์การใช้จ่ายงบโฆษณาของอุตสาหกรรมโฆษณาและการตลาดทั่วโลก ระบุว่า การระบาดของไวรัสโควิดทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคหันหน้าเข้าหาโลกออนไลน์และดิจิทัลมากขึ้น ส่งผลให้แบรนด์และเอเจนซีทั้งหลายเข้าหาผู้บริโภคผ่านโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ

 

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดอีกส่วนหนึ่งเห็นตรงกันว่า การตลาดและการโฆษณายังเป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นสำหรับภาคธุรกิจในการเข้าถึงผู้บริโภค ทั้งในแง่ของการแนะนำตัวให้เป็นที่รู้จักและเพื่อตอกย้ำให้แบรนด์เป็นที่จดจำของผู้บริโภค ดังนั้นงบใช้จ่ายด้านโฆษณามีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ บริษัท GroupM ได้ออกมาคาดการณ์การใช้จ่ายด้านโฆษณาในปีนี้ว่าจะเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 22.5% และโตไดัอีก 9% ในปีหน้า ขณะที่ Zenith คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมโฆษณาจะเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันให้ Google และ Meta มีโอกาสกลายเป็นเจ้าตลาดของอุตสาหกรรมโฆษณาในโลกยุคดิจิทัล

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ‘ซีอีโอ’ คนใหม่ของ Twitter ประกาศปรับโครงสร้างองค์กร เปลี่ยนตำแหน่งระดับบริหาร เพิ่มความคล่องตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตผู้บริหาร Twitter เดินหน้าขับเคลื่อน Square พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ด้วยการรีเนมชื่อใหม่เป็น ‘Block’ https://thestandard.co/twitter-square-rename-as-block/ Thu, 02 Dec 2021 07:35:53 +0000 https://thestandard.co/?p=566867 Jack Dorsey

หนึ่งในบริษัทฟินเทคยักษ์ใหญ่ของโลก ‘Square’ ได้เปลี่ยนช […]

The post แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตผู้บริหาร Twitter เดินหน้าขับเคลื่อน Square พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ด้วยการรีเนมชื่อใหม่เป็น ‘Block’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jack Dorsey

หนึ่งในบริษัทฟินเทคยักษ์ใหญ่ของโลก ‘Square’ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ‘Block’ ตามความมุ่งหมายที่จะเดินหน้าสู่เทคโนโลยี การเงิน และบล็อกเชน อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อขยายบริการไปมากกว่าการเป็นเครื่องรูดบัตรเครดิตตามวิสัยทัศน์ของผู้บริหารอย่าง แจ็ค ดอร์ซีย์

 

การเปลี่ยนชื่อของ Square มาเป็น Block ได้ถูกประกาศออกมาโดยผู้ก่อตั้งของบริษัทอย่าง แจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ซึ่งละตำแหน่งผู้บริหาร Twitter ไปหมาดๆ ว่าจะเริ่มมีผลในวันที่ 10 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโฟกัสให้สามารถขยายการเติบโตในอนาคตของบริษัทมากยิ่งขึ้น แต่ชื่อย่อที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กจะยังคงเป็น SQ ดังเดิม

 

สำหรับการรีเนมดังกล่าวได้เกิดขึ้นหลังจากที่ แจ็ค ดอร์ซีย์ พึ่งประกาศลงจากตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของ Twitter ไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งแจ็คได้ดำเนินธุรกิจทั้ง Square และ Twitter ควบคู่กันมานับตั้งแต่ปี 2015 พร้อมทิ้งท้ายคำประกาศหลังลงจากตำแหน่งว่า “เตรียมพร้อมเดินหน้าต่อจากผู้ก่อตั้ง” ซึ่งการกระทำดังกล่าวของแจ็คจะทำให้เขามีเวลาในการเดินหน้าธุรกิจของ Block ได้อย่างเต็มที่

 

แจ็คได้เกริ่นถึงวิสัยทัศน์นับตั้งแต่ก่อตั้ง Square ว่า เราเกิดมาเพื่อช่วยเหลือเหล่าผู้ขาย และการเปลี่ยนชื่อเป็น Block นั้นก็ยังคงอยู่บนพื้นฐานเช่นเดิมอยู่ ไม่ว่าเราจะเติบโตไปเช่นไร เราก็จะยังคงสร้างเครื่องมือสำหรับเขาเหล่านั้นให้สามารถเขาถึง บริการในเศรษฐกิจได้ดังเดิม

 

Square ถูกก่อตั้งโดย แจ็ค ดอร์ซีย์ นับตั้งแต่ปี 2009 เพื่อหวังช่วยการชำระระหว่างบุคคล และการทำเครื่องมืออ่านบัตรเครดิตให้กับร้านค้า เพื่อให้สามารถรับการชำระผ่านบัตรเครดิตด้วยสมาร์ทโฟนได้ ต่อจากนั้นทางบริษัทได้ขยายบริการไปยัง Peer-to-Peer Digital Banking App หรือบริการทางการเงินระหว่างคน-คน และการให้กู้ยืมกับธุรกิจขนาดเล็ก ถัดจากนั้นได้เริ่มให้บริการการเทรดคริปโตและหุ้นกับลูกค้าเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังได้เข้าไปซื้อกิจการ BNPL (Buy-Now-Pay-Later) หรือการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ชื่อบริษัท Afterpay และบริการสตรีมมิงเพลงชื่อดังอย่าง TIDAL

 

นอกจากการรีเนมในส่วนของ Square เป็น Block ยังมีการรีเนมบริษัทในเครืออย่าง Square Crypto ที่มุ่งเน้นการพัฒนาด้าน Bitcoin ไปเป็น Spiral

 

การรีเนมบริษัทไม่ได้เป็นเรื่องแปลก เนื่องจากไม่กี่เดือนก่อน Facebook ก็เพิ่งประกาศรีเนมบริษัทเป็น Meta เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ของบริษัท หรืออย่างเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ที่ Google เสิร์ชเอนจิ้นดังของโลก ได้รีเนมตัวเองเป็น Alphabet เพื่อการขยายการบริการที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น

 

อ้างอิง:


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตผู้บริหาร Twitter เดินหน้าขับเคลื่อน Square พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ด้วยการรีเนมชื่อใหม่เป็น ‘Block’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอ Twitter ‘แจ็ค ดอร์ซีย์’ ลาออกแล้ว ขณะที่วงการคาดผันตัวรุกหนักตลาดคริปโตฯ ผ่านการพัฒนาบริการของ Square https://thestandard.co/jack-dorseys-twitter-departure-means-more-time-for-bitcoin-passion/ Tue, 30 Nov 2021 04:23:03 +0000 https://thestandard.co/?p=565862

แจ็ค ดอร์ซีย์ ลาออกจากตำแหน่ง CEO ของ Twitter เมื่อเช้า […]

The post ซีอีโอ Twitter ‘แจ็ค ดอร์ซีย์’ ลาออกแล้ว ขณะที่วงการคาดผันตัวรุกหนักตลาดคริปโตฯ ผ่านการพัฒนาบริการของ Square appeared first on THE STANDARD.

]]>

แจ็ค ดอร์ซีย์ ลาออกจากตำแหน่ง CEO ของ Twitter เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าบริษัทพร้อมเปลี่ยนผ่านและไปจากผู้ก่อตั้ง ขณะที่คนในแวดวงมองว่าการลาออกครั้งนี้จะทำให้ดอร์ซีย์เทเวลาให้แก่ Square ซึ่งเป็นบริษัทด้านการให้บริการชำระเงินที่เขาก่อตั้งขึ้น เพื่อเติมเต็มแพสชันของเขาเองที่มีต่อคริปโตเคอร์เรนซีที่กำลังเติบโตและได้รับความสนใจจากทั่วโลก 

 

ดอร์ซีย์เป็นแฟนตัวยงของ Bitcoin มาอย่างยาวนาน เนื่องมาจากความหลงใหลของเขาที่มีต่อสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในฐานะเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตพื้นฐานที่ไม่ได้ถูกควบคุมหรือได้รับอิทธิพลจากบุคคลหรือหน่วยงานใดบุคคลหนึ่ง

 

“ถ้าไม่ได้อยู่ที่ Square หรือ Twitter ผมจะทำงานเกี่ยวกับ Bitcoin” ดอร์ซีย์เคยพูดในงาน Bitcoin 2021 ซึ่งเป็นงานประชุมขนาดใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากชาวไมอามีนับหมื่นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

 

ทอม ลี หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Fundstrat Global Advisors กล่าวกับ CNBC ว่าการเปลี่ยนซีอีโอ Twitter ครั้งนี้ นับเป็นขาขึ้นสำหรับคริปโตเคอร์เรนซี โดยมองว่าการเข้าสู่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอย่างเต็มตัวของดอร์ซีย์ จะทำให้มีเงินไหลเข้าสู่คริปโตเคอร์เรนซีอีกมาก และจะส่งเสริมด้านการพัฒนานวัตกรรมเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งขณะนี้ค่อนข้างขาดเงินทุน 

 

ทั้งนี้ วงการเชื่อว่าดอร์ซีย์จะมีส่วนร่วมในคริปโตเคอร์เรนซีมากขึ้นผ่านทาง Square โดย Square เปิดตัวบริการซื้อขาย Bitcoin ในปี 2018 ผ่านแอปพลิเคชันเงินสด และในปี 2019 บริษัทได้ก่อตั้ง Square Crypto เพื่อสนับสนุน Bitcoin และเมื่อปีที่แล้ว Square ได้เปิดตัว Cryptocurrency Open Patent Alliance (COPA) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งรวบรวมสิทธิบัตรเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมคริปโตเคอร์เรนซี

 

ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Square เปิดเผยข้อมูลว่ากำลังสร้างบริการใหม่ที่จะเป็นแอปพลิเคชันการเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi) สำหรับ Bitcoin จากนั้นในเดือนตุลาคม ซีอีโอของ Square กล่าวว่า บริษัทอาจกระโดดเข้าสู่ธุรกิจการขุด Bitcoin และล่าสุดเมื่อต้นพฤศจิกายน บริษัทได้ออกไวต์เปเปอร์ (White Paper) ที่มีรายละเอียดแผนการที่จะเปิดตัว ‘tbDEX’ ซึ่งเป็นแหล่งซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี นอกจากนี้ Square ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินรายหนึ่งของโลก ก็กำลังสร้างกระเป๋าเงินของตัวเองเพื่อดูแลให้ Bitcoin เป็นกระแสหลักมากขึ้น

 

Square ได้บันทึกการถือครอง Bitcoin ไว้ในงบดุลด้วย โดย ณ สิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา บริษัทบันทึกมูลค่ายุติธรรม 351.7 ล้านดอลลาร์จากการลงทุน Bitcoin 

 

อัมริตา อาฮูยา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Square กล่าวในแถลงการณ์ว่า เชื่อว่า Bitcoin มีศักยภาพที่จะเป็นสกุลเงินที่แพร่หลายมากขึ้นในอนาคต ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น บริษัทตั้งใจที่จะเรียนรู้และมีส่วนร่วมอย่างมีระเบียบวินัย สำหรับบริษัทที่กำลังสร้างผลิตภัณฑ์โดยอิงจากอนาคตที่ครอบคลุมมากขึ้น การลงทุนนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งของการเดินทางนั้น

 

สำหรับ Twitter การลาออกจากตำแหน่งซีอีโอของดอร์ซีย์จะมีผลทันที และบริษัทได้สนับสนุนให้ ปารัก อักราวัล ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ หรือซีทีโอ เข้ารับไม้ต่อ

 

ปัจจุบันดอร์ซีย์อายุ 45 ปี เขาดำรงตำแหน่งเป็นซีอีโอของ Twitter ครั้งแรกในปี 2006 จนถึงปี 2008 และกลับมาเป็นซีอีโออีกครั้งปีในปี 2015 จนถึงปัจจุบัน โดยดอร์ซีย์เองได้ทวีตข้อความแถลงการณ์ ระบุถึงการตัดสินใจลาออกครั้งนี้ด้วยตัวเอง 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

 


ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

Twitter: twitter.com/standard_wealth

Instagram: instagram.com/thestandardwealth

Official Line คลิก https://lin.ee/xfPbXUP

The post ซีอีโอ Twitter ‘แจ็ค ดอร์ซีย์’ ลาออกแล้ว ขณะที่วงการคาดผันตัวรุกหนักตลาดคริปโตฯ ผ่านการพัฒนาบริการของ Square appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอทวิตเตอร์เผย ‘ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง’ จ่อเกิดขึ้นในสหรัฐฯ และทั่วโลก https://thestandard.co/jack-dorsey-twitter-ceo-hyperinflation/ Sun, 24 Oct 2021 11:19:40 +0000 https://thestandard.co/?p=551768 Jack Dorsey

Jack Dorsey ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter และผู้ให้การสนับสนุน […]

The post ซีอีโอทวิตเตอร์เผย ‘ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง’ จ่อเกิดขึ้นในสหรัฐฯ และทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jack Dorsey

Jack Dorsey ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter และผู้ให้การสนับสนุนคริปโตเคอร์เรนซี ได้ทวีตข้อความว่า ‘ภาวะเงินเฟ้อรุนแรงกำลังจะเปลี่ยนทุกอย่าง และมันกำลังจะเกิดขึ้น’ 

 

ข้อความทวีตดังกล่าวมาพร้อมกับการประกาศอัตราเงินเฟ้อราคาผู้บริโภคในสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี และความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าปัญหาเงินเฟ้ออาจเลวร้ายยิ่งกว่าที่ผู้กำหนดนโยบายคาดการณ์ไว้

 

ย้อนไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยอมรับว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อน่าจะยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยระบุว่า น่าจะดีขึ้นในปีหน้า เนื่องจากในไม่ช้านี้ Fed จะเริ่มถอนมาตรการพิเศษที่ออกมาเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ ซึ่งนักวิจารณ์กล่าวว่าเป็นสิ่งที่กระตุ้นอัตราเงินเฟ้อ

 

นอกเหนือจากการดูแลแพลตฟอร์ม Twitter ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งาน 206 ล้านคนต่อวันแล้ว Dorsey ยังเป็นผู้สนับสนุน Bitcoin อีกด้วย โดย Dorsey กล่าวว่า Square ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ Dorsey ร่วมก่อตั้ง กำลังมองหาการขุดคริปโตเคอร์เรนซี โดยที่ Square ได้ถือครอง Bitcoin บางส่วน และช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อขาย

 

ทั้งนี้ภายหลังจากการทวีตข้อความแรกออกไป ได้มีผู้ติดตามเข้ามาแสดงความคิดเห็น และ Dorsey ได้ตอบกลับว่า ภาวะเงินเฟ้อรุนแรงจะเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาในไม่ช้า และจะเกิดขึ้นทั่วโลก 

 

แม้จะดูเหมือนเป็นการเรียกร้องให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวเร็วขึ้น แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับบางคนที่ Dorsey ใช้คำว่า Hyperinflation ซึ่งเป็นเงื่อนไขเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถทำลายค่าเงินและทำลายเศรษฐกิจทั้งหมดได้

 

ก่อนหน้านี้นักลงทุนมหาเศรษฐี Paul Tudor Jones และนักลงทุนคนอื่นๆ เรียกร้องให้มีอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดย Jones บอกกับ CNBC เมื่อต้นสัปดาห์ว่าเขาถือครอง Bitcoin บางส่วน และมองว่า Bitcoin เป็นการป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ดี

 

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนรายใหญ่ส่วนใหญ่ยังไม่มีใครเอ่ยถึงภาวะเงินเฟ้อรุนแรงอย่าง Dorsey 

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ซีอีโอทวิตเตอร์เผย ‘ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง’ จ่อเกิดขึ้นในสหรัฐฯ และทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Square เผยรายได้จากธุรกรรม Bitcoin เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวจากปีก่อน ขณะที่เงินลงทุนใน Bitcoin ของบริษัทยังบวกอยู่ 127 ล้านดอลลาร์ https://thestandard.co/square-bitcoin-grow-income/ Tue, 03 Aug 2021 14:27:39 +0000 https://thestandard.co/?p=521082 Jack Dorsey

Square หนึ่งในสตาร์ทอัพด้านการเงิน ภายใต้การนำของ แจ็ค […]

The post Square เผยรายได้จากธุรกรรม Bitcoin เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวจากปีก่อน ขณะที่เงินลงทุนใน Bitcoin ของบริษัทยังบวกอยู่ 127 ล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jack Dorsey

Square หนึ่งในสตาร์ทอัพด้านการเงิน ภายใต้การนำของ แจ็ค ดอร์ซีย์ ซึ่งเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในฐานะผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Twitter ล่าสุด Square ได้รายงานกำไร 55 ล้านดอลลาร์จาก Bitcoin ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้บริษัทยังเตรียมจะเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมด้วยเงินลงทุนกว่า 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 สิงหาคม) Square ได้เปิดเผยผ่านจนหมายถึงผู้ถือหุ้นว่า Cash App ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Square มีรายได้ที่มาจากธุรกรรมเกี่ยวข้องกับ Bitcoin ในไตรมาสที่ 2 ถึง 2.72 พันล้านดอลลาร์ และกำไรขั้นต้น 55 ล้านดอลลาร์ เติบโตกว่า 3 เท่า เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

อย่างไรก็ตาม รายได้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมจาก Bitcoin ลดลงเทียบกับไตรมาสที่ 1 ที่มีรายได้จากธุรกรรมของ Bitcoin ถึง 3.51 พันล้านดอลลาร์ และมีกำไรขั้นต้นกว่า 75 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นอย่างมากของราคา Bitcoin ในช่วงเวลาดังกล่าวทำให้มีผู้คนสนใจเข้ามาซื้อขายค่อนข้างมาก

 

ทั้งนี้ Cash App มีแผนที่จะขยายฐานผู้ใช้งานผ่านการที่ Square จะเข้าไปซื้อกิจการของธุรกิจเทคโนโลยีด้านการเงินของออสเตรเลีย ชื่อว่า Afterpay ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของออสเตรเลีย การควบรวมกิจการครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองบริษัทสามารถนำเสนอบริการให้แก่จำนวนผู้ใช้ที่มากขึ้นได้ เช่น การโอนเงิน การซื้อหุ้น การซื้อ Bitcoin บริการยืมเงิน และอื่นๆ ทั้งยังมีแผนที่จะผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตไว้สำหรับเก็บ Bitcoin เพื่อให้ง่ายแก่การเก็บรักษาสำหรับคนทั่วไปมากขึ้น

 

นอกจากนี้ Square ยังได้รายงานผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนใน Bitcoin จำนวน 45 ล้านดอลลาร์ สำหรับไตรมาส 2 ที่ผ่านมา แต่มูลค่าพื้นฐานของเงินลงทุนทั้งหมดที่ลงทุนไปตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีก่อน ยังคงอยู่ที่ 281 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากมูลค่าเงินลงทุนตั้งต้นอยู่ 127 ล้านดอลลาร์ 

 

อ้างอิง:

The post Square เผยรายได้จากธุรกรรม Bitcoin เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวจากปีก่อน ขณะที่เงินลงทุนใน Bitcoin ของบริษัทยังบวกอยู่ 127 ล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>